สภากลาโหม Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สภากลาโหม/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 21 May 2026 11:45:47 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 รมว.กลาโหมมอบ 12 นโยบาย ลุยทหารอาสา-ยกระดับชีวิตทหารชายแดน พร้อมกางแผนส่งดาวเทียมนภา 3-4 สู่อวกาศปี 72 https://thestandard.co/defense-minister-policies-volunteer-soldiers-satellite/ Thu, 21 May 2026 11:45:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1209800 พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขณะมอบนโยบาย

วันนี้ (21 พฤษภาคม) ที่กระทรวงกลาโหม พล.ร.ต. สุรสันต์ ค […]

The post รมว.กลาโหมมอบ 12 นโยบาย ลุยทหารอาสา-ยกระดับชีวิตทหารชายแดน พร้อมกางแผนส่งดาวเทียมนภา 3-4 สู่อวกาศปี 72 appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขณะมอบนโยบาย

วันนี้ (21 พฤษภาคม) ที่กระทรวงกลาโหม พล.ร.ต. สุรสันต์ คงศิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยภายหลังการประชุมสภากลาโหม ที่มี พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานที่ประชุม ว่า พล.ท. อดุลย์ ได้มอบนโยบายสำคัญให้หน่วยขึ้นตรงและเหล่าทัพต่างๆ นำไปปฏิบัติรวม 12 ด้าน โดยมุ่งเน้นการเทิดทูนสถาบัน การป้องกันอธิปไตย และการดูแลกำลังพลรวมถึงทหารผ่านศึก

 

สำหรับนโยบายสำคัญเร่งด่วน 5 ด้าน พล.ท. อดุลย์ ได้เน้นย้ำเรื่องการเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของทั้งกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ให้มีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ทั่วถึง ภายใต้แนวคิด ‘น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์’ เพื่อสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน

 

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายทหารอาสา ภายใต้แนวคิดจากรากหญ้าสู่อากาศ ซึ่งมุ่งเน้นว่าเมื่อประชาชนสมัครเข้ามาเป็นทหารแล้ว จะต้องได้รับโอกาสทางการศึกษาและการฝึกทักษะทางอาชีพเพื่อสร้างความก้าวหน้าในอนาคต โดยจะเป็นการปูทางไปสู่ระบบการคัดเลือกทหารแบบสมัครใจในระยะยาว

 

ส่วนของการดูแลสิทธิกำลังพลและทหารผ่านศึก จะมีการเชิดชูวีรกรรมทหารกล้าอย่างสมเกียรติ พร้อมดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะกรณีเสียชีวิตที่จะต้องดูแลทายาทหรือผู้มีสิทธิตามกฎหมาย เช่น สิทธิการรักษาพยาบาลต่อเนื่องตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)

 

พล.ร.ต. สุรสันต์ กล่าวว่า รมว.กลาโหม ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศเพื่อการพึ่งพาตนเอง โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานสนับสนุนและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันประเทศที่ผลิตภายในประเทศ พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมนี้ให้เกิดขึ้นจริง

 

ส่วนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เน้นย้ำให้ยึดแนวทาง ‘เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา’ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงเพื่อลดเงื่อนไขความขัดแย้ง และให้ความสำคัญกับการสื่อสารทั้งทางยุทธศาสตร์และต่อสาธารณะให้เท่าทันยุคข้อมูลข่าวสาร

 

น.ท. ณัฐนัย จันทร์เปล่ง รองโฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมสภากลาโหมได้รายงานความคืบหน้าแผนการจัดหาดาวเทียม นภา 3 และ 4 ในปี 2569 ซึ่งมีกำหนดการจะส่งขึ้นสู่อวกาศในปี 2572 โดยดาวเทียมทั้งสองดวงนี้จะมีคุณสมบัติเพิ่มความคมชัดพิกเซลของภาพถ่ายภาคพื้นดินให้มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น

 

ขณะเดียวกัน กองทัพอากาศได้เตรียมพร้อมรองรับภารกิจดังกล่าว ด้วยการปรับปรุงและบรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับเทคโนโลยีอวกาศเข้าในหลักสูตรการศึกษาของโรงเรียนจ่าอากาศ และโรงเรียนนายเรืออากาศ เพื่อให้กำลังพลทุกระดับมีความรู้ความเข้าใจ และพร้อมในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติในห้วงอวกาศที่มีมูลค่านับล้านล้านบาท นอกจากนี้ กองทัพอากาศยังอยู่ในระหว่างการเตรียมจัดตั้งศูนย์อำนวยรักษาผลประโยชน์ของชาติทางอากาศและอวกาศ (ศร.ทอ.) โดยจะต้องมีการร่างกฎหมายรองรับต่อไป

The post รมว.กลาโหมมอบ 12 นโยบาย ลุยทหารอาสา-ยกระดับชีวิตทหารชายแดน พร้อมกางแผนส่งดาวเทียมนภา 3-4 สู่อวกาศปี 72 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภากลาโหมตั้ง JCC ดึง 3 เหล่าทัพปฏิบัติการร่วม ต่อสายเตีย เซรยฮา เตือนทหารกัมพูชา ผนึก สปสช. คืนสิทธิเบิกจ่ายตรงให้บุพการี-ทายาทวีรชน https://thestandard.co/defense-council-jcc-cambodia-border-rights/ Mon, 23 Feb 2026 08:15:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1180959 พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ แถลงผลประชุมสภากลาโหม ตั้ง JCC และคืนสิทธิทหาร

วันนี้ (23 กุมภาพันธ์) พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว […]

The post สภากลาโหมตั้ง JCC ดึง 3 เหล่าทัพปฏิบัติการร่วม ต่อสายเตีย เซรยฮา เตือนทหารกัมพูชา ผนึก สปสช. คืนสิทธิเบิกจ่ายตรงให้บุพการี-ทายาทวีรชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ แถลงผลประชุมสภากลาโหม ตั้ง JCC และคืนสิทธิทหาร

วันนี้ (23 กุมภาพันธ์) พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยภายหลังการประชุมสภากลาโหมสัญจร ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ ว่า ที่ประชุมสภากลาโหมเห็นชอบให้ดำเนินการจัดตั้งหน่วยบัญชาการขีดความสามารถร่วมกองทัพไทย (Joint Capabilities Command: JCC) ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 เพื่อบูรณาการปฏิบัติการร่วมกันของทั้ง 3 เหล่าทัพ โดยเฉพาะจากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ผ่านมา

 

ทั้งนี้ การจัดตั้งหน่วย JCC ยังมีจุดประสงค์เพื่อรองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ในปัจจุบัน ครอบคลุมการปฏิบัติการคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สงครามสารสนเทศ การปฏิบัติการทางอากาศ เช่น UAS, CUAS และการปฏิบัติการทางอวกาศ โดยให้กองทัพไทยมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมในทุกมิติ

 

พล.อ. ณัฐพล กล่าวอีกว่า จากการเดินทางไปปฏิบัติราชการในบริเวณชายแดน และไปเยี่ยมครอบครัวทหารที่เสียชีวิตจากการปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ได้รับคำร้องขอจากพ่อแม่ของทหารที่เสียชีวิต และเคยได้รับสิทธิเบิกจ่ายตรงในการเข้ารับการรักษาพยาบาล แต่เมื่อลูกเสียชีวิต สิทธิเบิกจ่ายตรงก็หมด จึงต้องการให้ช่วยเหลือให้ได้รับสิทธิตามเดิม

 

กระทรวงกลาโหมจึงได้เสนอนายกรัฐมนตรี เพื่อขอพิจารณาแก้ไขพระราชกฤษฎีกา เพื่อขอให้สิทธิเบิกจ่ายตรงในการรักษาพยาบาล สำหรับพ่อแม่ที่มีลูก หรือภรรยาที่มีสามีไปปฏิบัติราชการชายแดนแล้วเสียชีวิตให้ยังคงได้รับตามเดิม ล่าสุด กระทรวงสาธารณสุข โดย สปสช. ได้พิจารณาให้บุพการีและทายาทของทหารที่ปฏิบัติราชการชายแดนแล้วเสียชีวิตได้รับสิทธิบัตรทองที่เทียบเท่ากับการเบิกจ่ายตรง ซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดี และปัจจุบันกำลังเร่งรัดดำเนินการ

 

ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีไฟไหม้ป่าเกิดขึ้น พล.อ. ณัฐพล กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีการหารือในที่ประชุมสภากลาโหม แต่ตนได้ติดตามมาตลอด และได้ติดต่อไปยัง พล.อ. เตีย เซรยฮา รัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชา ว่าทหารกัมพูชาไม่มีวินัย มีการเผาป่าตามแนวชายแดน ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนไม่สบายใจ และแจ้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชาไปว่า เรื่องเดิมที่ไทยกังวลคือการวางทุ่นระเบิด ล่าสุดก็คือเรื่องทหารกัมพูชาเผาป่าตามแนวชายแดน ซึ่งอาจจะเกิดการกระทบกระทั่งกันได้ในที่สุด

พล.อ. ณัฐพล กล่าวว่า หากกัมพูชาคิดว่าจะแก้ปัญหาโดยสันติจริงๆ ไม่ควรทำวิธีนี้ รวมถึง Fake News กล่าวหาทหารไทยไปยิงทหารกัมพูชาได้รับบาดเจ็บ ซึ่งตามหลักฐาน และด้วยสติปัญญาของวิญญูชนดูออกว่าไม่ใช่แผลจากการยิง และได้เตือนไปทางฝ่ายกัมพูชาแล้ว

 

ส่วนเรื่องการสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา 798 กิโลเมตร เมื่อเราปฏิบัติการทางทหารครั้งล่าสุดแล้วเรายึดได้ มีความจำเป็นต้องยึดต่อไป เพราะทหารกัมพูชาส่วนใหญ่ที่ส่งมารอบนี้ไม่มีวินัยอาจจะรุกล้ำมาได้ แต่ยอมรับความจริงว่าไม่สามารถคงกำลังอย่างนี้ตลอดไปได้ เพราะใช้งบประมาณจำนวนมาก

 

สำหรับพื้นที่ที่มีการเข้าออกพลุกพล่าน เช่น บ้านคลองลึก จังหวัดสระแก้ว , ทมอดา จังหวัดตราด อาจจำเป็นต้องสร้างรั้วถาวรผสมกับรั้วอิเล็กทรอนิกส์ในบางพื้นที่ มีกล้อง CCTV โดยรอบ ซึ่งเราพยายามประหยัดงบกองทัพให้มากที่สุด

 

ส่วนพื้นที่ อาทิ ภูมะเขือ ช่องอานม้า และช่องบก จ.อุบลราชธานี อาจจะทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหรือสร้างเป็นอนุสรณ์สถาน เพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวตลอดเวลา จะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ว่ามีฝ่ายเพื่อนบ้านมารุกรานหรือไม่

 

นอกจากนี้ พล.อ. ณัฐพล กล่าวอีกว่า จะต้องหาที่ทำกินให้กับทหารผ่านศึก ในลักษณะหมู่บ้านป้องกันตัวเองชายแดน ซึ่งทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็เห็นชอบด้วย ทั้งนี้หากทำครบทั้ง 5 ด้าน นี้ก็สามารถถอนกำลังออกมาได้

The post สภากลาโหมตั้ง JCC ดึง 3 เหล่าทัพปฏิบัติการร่วม ต่อสายเตีย เซรยฮา เตือนทหารกัมพูชา ผนึก สปสช. คืนสิทธิเบิกจ่ายตรงให้บุพการี-ทายาทวีรชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพลเผยยังไม่ถูกทาบร่วม ครม. ใหม่ ขอโฟกัสงานในหน้าที่ให้ครบวาระ https://thestandard.co/natthapon-cabinet-focus-defense-work/ Mon, 23 Feb 2026 07:28:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1180942 ภาพ พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (23 กุมภาพันธ์) พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพลเผยยังไม่ถูกทาบร่วม ครม. ใหม่ ขอโฟกัสงานในหน้าที่ให้ครบวาระ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (23 กุมภาพันธ์) พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการทำงานในช่วงสุดท้ายก่อนที่จะมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ว่า ขอทำงานต่อจนครบวาระ ซึ่งปัจจุบันนี้ยังไม่มีใครมาพูดคุยกับตน และขอไม่ตอบรายละเอียด ส่วนงานที่ต้องรับผิดชอบทุกอย่างค่อยๆ ดำเนินการไป อะไรที่คั่งค้างก็ทำให้เสร็จ ซึ่งการประชุมสภากลาโหมครั้งนี้ได้เน้นย้ำว่ากองทัพไทยต้องเป็นหลักด้านความมั่นคงให้กับประเทศ และอยากให้คณะผู้บัญชาการทางทหารขยายกรอบความคิดให้รอบด้านไม่ได้เน้นการทหารอย่างเดียว

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

เมื่อถามว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่อยู่มา 3-4 เดือน ถือว่าไปได้สุดแล้วหรือไม่ พล.อ. ณัฐพล กล่าวว่า ไม่อยากตอบว่าสุดหรือไม่สุด แต่เราทำในเวลาที่มีอยู่ให้ดีที่สุด ไม่ว่าตำแหน่งไหนที่ตนผ่านมา ต้องไม่คิดว่ามีเวลาทำมากกว่านี้จะทำได้ดีกว่านี้ แต่ให้คิดว่ามีเวลาเท่าไหร่ก็ทำให้ดีที่สุด ซึ่งในเวลาที่มีอยู่ตอนนี้ ก็คิดว่าทำดีที่สุดแล้ว ส่วนจะอยู่ต่อหรือไม่ขอไม่ตอบ

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ณัฐพลเผยยังไม่ถูกทาบร่วม ครม. ใหม่ ขอโฟกัสงานในหน้าที่ให้ครบวาระ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.กลาโหม ยืนยันเหตุชายแดนไทย-กัมพูชาอยู่ภายใต้การควบคุม พร้อมกางแผน 5 มาตรการเข้มรักษาอธิปไตยระยะยาว https://thestandard.co/defense-confirms-border-control-plan/ Fri, 09 Jan 2026 10:41:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1163384 รมว.กลาโหม ยืนยันเหตุชายแดนไทย-กัมพูชาอยู่ภายใต้การควบคุม พร้อมกางแผน 5 มาตรการเข้มรักษาอธิปไตยระยะยาว

วันนี้ (9 มกราคม) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการก […]

The post รมว.กลาโหม ยืนยันเหตุชายแดนไทย-กัมพูชาอยู่ภายใต้การควบคุม พร้อมกางแผน 5 มาตรการเข้มรักษาอธิปไตยระยะยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.กลาโหม ยืนยันเหตุชายแดนไทย-กัมพูชาอยู่ภายใต้การควบคุม พร้อมกางแผน 5 มาตรการเข้มรักษาอธิปไตยระยะยาว

วันนี้ (9 มกราคม) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหม โดยขอบคุณผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการเหล่าทัพ รวมถึงกำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งในการคลี่คลายสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา จนสามารถปกป้องอธิปไตยและรักษาผลประโยชน์ของชาติไว้ได้อย่างเรียบร้อย

 

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน รมว.กลาโหม ยืนยันว่าทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุม โดยมีระบบติดตามและประเมินสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ไทยยังคงยึดมั่นในถ้อยแถลงหยุดยิงเพื่อความสงบสุข แต่หากมีการรุกล้ำอธิปไตยหรือละเมิดผลประโยชน์ของชาติซ้ำ กองทัพมีความพร้อมสูงสุดในการใช้กฎการใช้กำลัง(Rules of Engagement) ปฏิบัติการตอบโต้ทันทีเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

 

ในที่ประชุมสภากลาโหม รมว.กลาโหม ได้เน้นย้ำความสำคัญของการปฏิบัติงานโดยแบ่งเป็น 3 มิติหลัก ได้แก่:

 

1. มิติภาคสนาม: การปฏิบัติการชายแดนโดย 3 เหล่าทัพ

 

2. มิติการต่างประเทศ: การใช้กลไกทางการทูตและเวทีระหว่างประเทศ

 

3. มิติข้อมูลข่าวสาร: การตอบโต้ข่าวบิดเบือน โดยขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารผ่านหน่วยงานรัฐและศูนย์ประสานงานข้อมูลข่าวสารไทย-กัมพูชาเป็นหลัก

 

นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการควบคุมสินค้ายุทธภัณฑ์ จากเดิมที่ใช้กฎหมายปี 2524 ให้มีความทันสมัยครอบคลุมถึงสินค้าที่อาจถูกนำไปใช้ในทางผิดกฎหมายและขบวนการสแกมเมอร์ พร้อมขยายขอบเขตอำนาจการควบคุมไปยังจังหวัดชายแดนเพิ่มเติม เช่น จังหวัดสระแก้ว เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

 

พล.อ.ณัฐพล เผยถึงการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชายแดน ณ ช่องบก และช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา โดยระบุว่าได้รับรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ยังปกติ ประชาชนสามารถไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ได้กำชับกำลังพลให้ใช้ความอดทนอดกลั้นเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย แต่หากเกิดการรุกล้ำครั้งที่ 2 จะถือว่าไม่ใช่เนื้ออุบัติเหตุ และกองทัพจำเป็นต้องตอบโต้อย่างได้สัดส่วนและเหมาะสม

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า การยึดพื้นที่ว่ายากแล้ว การรักษาพื้นที่ยากกว่า จึงได้เสนอแนวทางดำเนินงานต่อรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี เพื่อขออนุมัติงบประมาณใน 5 มาตรการหลัก:

 

  • การคงกำลัง: รักษากำลังพลในพื้นที่จุดเสี่ยงอย่างน้อย 1 ปี จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
  • เทคโนโลยีความปลอดภัย: ติดตั้งรั้วอิเล็กทรอนิกส์และกล้อง CCTV ในพื้นที่ที่เหมาะสม
  • โครงสร้างพื้นฐาน: การสร้างรั้วถาวรในบางจุด
  • การบริหารจัดการพื้นที่: ประสานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เพื่อให้ทหารผ่านศึกเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินหวงห้าม เพื่อช่วยเป็นหูเป็นตาดูแลความมั่นคง
  • การพัฒนาเศรษฐกิจ: พัฒนาพื้นที่ชายแดนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต

 

“ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในกองทัพ เราจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศชาติสืบไป” พล.อ.ณัฐพล กล่าวทิ้งท้าย

The post รมว.กลาโหม ยืนยันเหตุชายแดนไทย-กัมพูชาอยู่ภายใต้การควบคุม พร้อมกางแผน 5 มาตรการเข้มรักษาอธิปไตยระยะยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เสธ.ทร. ยืนยันไทยไม่ยึด เกาะกง-เกาะยอ แค่ทำลายภัยคุกคาม จ่อประกาศพื้นที่ควบคุมเพิ่ม 5 จังหวัด จำกัดอาณาเขตทางทะเลเฉพาะเรือไทย https://thestandard.co/thailand-deny-islands-threats/ Thu, 18 Dec 2025 03:46:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1155917 เสธ.ทร. ยืนยัน ไทย ไม่ยึด เกาะกง-เกาะยอ แค่ทำลายภัยคุกคาม จ่อประกาศพื้นที่ควบคุมเพิ่ม 5 จังหวัด จำกัดอาณาเขตทางทะเลเฉพาะเรือไทย

วันนี้ (18 ธันวาคม) เวลา 09.25 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบ […]

The post เสธ.ทร. ยืนยันไทยไม่ยึด เกาะกง-เกาะยอ แค่ทำลายภัยคุกคาม จ่อประกาศพื้นที่ควบคุมเพิ่ม 5 จังหวัด จำกัดอาณาเขตทางทะเลเฉพาะเรือไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เสธ.ทร. ยืนยัน ไทย ไม่ยึด เกาะกง-เกาะยอ แค่ทำลายภัยคุกคาม จ่อประกาศพื้นที่ควบคุมเพิ่ม 5 จังหวัด จำกัดอาณาเขตทางทะเลเฉพาะเรือไทย

วันนี้ (18 ธันวาคม) เวลา 09.25 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก ก่อนการประชุมสภากลาโหม พล.ร.อ. ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะเลขาธิการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ชี้แจงกรณีกระแสข่าวทหารเรือบุกยึดเกาะกง-เกาะยอ เพื่อกดดันกัมพูชา ว่า เป็นการปฏิบัติการของกำลังทหารกองทัพเรือเพื่อสร้างความปลอดภัย ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายไปยึดเกาะกงหรือเกาะยอ แต่อะไรก็ตามที่เป็นภัยคุกคามต่อกำลังพลและประชาชนของไทยที่อยู่ในพื้นที่จะต้องถูกทำลาย เรายึดหลักการเช่นนี้

 

นอกจากนี้ พล.ร.อ. ธาดาวุธยังระบุต่อว่า ภายหลัง ศรชล. ได้ประกาศพื้นที่อาณาเขตทางทะเลจังหวัดจันทบุรีและตราด เพื่อสะกัดเรือไทย การขนส่งน้ำมัน และยุทธปัจจัยไปกัมพูชาผ่านทางทะเล โดยในที่ประชุมสภากลาโหมวันนี้จะประกาศเขตพื้นที่ควบคุมเพิ่มเติม ในจังหวัดที่มีอาณาเขตทางทะเลทั้งหมด จำนวน 12 ไมล์ทะเล คือ ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ชลบุรี และระยอง เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ

 

พล.ร.อ. ธาดาวุธย้ำว่า มาตรการดังกล่าวควบคุมเฉพาะเรือของไทยเท่านั้น และเพื่อป้องกันไม่ให้กัมพูชามีขีดความสามารถทางทหาร เราจะตัดตั้งแต่เขตท่าเรือจนถึงพื้นที่ข้างใน โดยยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลา แต่จะให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสมไม่ทำให้ผู้ประกอบการเดือดร้อน และยึดความเหมาะสม

The post เสธ.ทร. ยืนยันไทยไม่ยึด เกาะกง-เกาะยอ แค่ทำลายภัยคุกคาม จ่อประกาศพื้นที่ควบคุมเพิ่ม 5 จังหวัด จำกัดอาณาเขตทางทะเลเฉพาะเรือไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภากลาโหม เคาะ 8 นโยบายเร่งด่วน สนองนโยบาย-เป็นเอกภาพกับรัฐบาล รักษาศรัทธาประชาชน https://thestandard.co/defense-council-approves-8-policies/ Thu, 02 Oct 2025 07:35:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1125624

วันนี้ (2 ตุลาคม) พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกล […]

The post สภากลาโหม เคาะ 8 นโยบายเร่งด่วน สนองนโยบาย-เป็นเอกภาพกับรัฐบาล รักษาศรัทธาประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (2 ตุลาคม) พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงผลการประชุมสภากลาโหมครั้งที่ 9/2568 ที่มี พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ รวมทั้งผู้แทนของหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วม

 

พล.ร.ต. สุรสันต์ระบุว่า พล.อ. ณัฐพลได้กล่าวแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยแสดงความพร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อนำพาและพัฒนากองทัพให้มีความพร้อม ทันสมัย เข้มแข็งสง่างาม เป็นมืออาชีพ เป็นที่พึ่งของประชาชนได้ในทุกโอกาส ได้รับความเชื่อมั่นจากสังคม และได้รับการยอมรับในเวทีนานาชาติ พร้อมมอบนโยบายสำคัญเร่งด่วน 8 ข้อ ในช่วงที่รัฐบาลปฏิบัติหน้าที่ตลอด 4 เดือน ดังนี้

 

1. การแก้ไขปัญหาความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยให้ความสำคัญกับการรักษาอธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ ความปลอดภัยของประชาชนเป็นลำดับแรก และเน้นย้ำเรื่องการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี

 

2. การพัฒนาพื้นที่ชายแดนให้เกื้อกูลต่อการเคลื่อนย้ายกำลัง การป้องกันชายแดน การป้องกันประเทศ และการปฏิบัติการทางทหารอื่นๆ โดยมอบหมายให้หน่วยที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเหล่าทัพ เร่งรัดการดำเนินการ เช่น หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ เพื่อพัฒนาระบบสาธารณูปโภค และสายส่งกำลังบำรุง ให้กับหน่วยทหารที่อยู่ในแนวหน้า

 

3. การเสริมสร้างกองทัพให้มีศักยภาพและความพร้อมรองรับภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไปโดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การนำโดรน UAS หรือ ระบบแอนตี้โดรน (C-UAS) มาใช้ รวมทั้งพัฒนาปฏิบัติการรบผสมเหล่า ซึ่งจะเห็นได้ว่า ในปัจจุบันเหล่าทัพสามารถรบร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีกองบัญชาการกองทัพไทย เป็นส่วนรับผิดชอบหลัก

 

4. การพัฒนากองทัพให้มีโครงสร้างที่เหมาะสม พร้อมรบ และทันสมัย รวมทั้งกำหนดสัดส่วนงบประมาณที่เหมาะสม ระหว่างงบพื้นฐานกับงบพัฒนากองทัพ

 

5. การพัฒนาขีดความสามารถกำลังพลของกองทัพ ในการใช้เครื่องมือบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับหน่วยงานพลเรือน มีการจัดทำ MOU ร่วมกับส่วนราชการต่างๆ ให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที

 

6. การพัฒนางานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศมุ่งสู่เชิงพาณิชย์ ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และส่งเสริมภาคเอกชน เพื่อลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ เนื่องจาก ปัจจุบันไทยจำเป็นต้องพึ่งพาตัวเองมากขึ้นในด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

 

7. การพัฒนาศักยภาพและดูแลสิทธิ สวัสดิการของกำลังพลชั้นผู้น้อย และทหารกองประจำการ ตลอดจนครอบครัวของกำลังพล ให้มีความมั่นคง

 

8. การยกระดับระบบการสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เพื่อดูแลทหารผ่านศึกและครอบครัวได้อย่างทั่วถึงและยั่งยืน ครอบคลุมถึงการดูแลเรื่องเงินค่าตอบแทน เงินเยียวยาต่างๆ และสิทธิต่างๆ ในการปฏิบัติหน้าที่

 

พล.ร.ต. สุรสันต์ระบุอีกว่า ขณะนี้ มีการลงพื้นที่ไปดูแลเยียวยาครอบครัวกำลังพลที่พบความขัดข้องในการรับเงินเยียวยา เนื่องจากกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการตามที่สัญญาไว้ในด้านการสนับสนุนเยียวยาทั้งหลาย รวมถึงทหารที่รับบาดเจ็บ

 

ขณะที่ ผู้บัญชาการทหารบกยืนยันว่าจะมีการช่วยเหลือ โดยให้ญาติหรือครอบครัวของกำลังพลที่เสียชีวิตพิจารณาให้สามารถบรรจุเข้ารับราชการเป็นกำลังพลของกองทัพต่อไป

 

ทั้งนี้ พล.อ. ณัฐพลได้ชื่นชมกำลังพลทุกระดับที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจ ปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาที่ผ่านมา ด้วยความเสียสละ อดทน เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ จนเป็นที่ไว้วางใจ เชื่อมั่น และศรัทธาของประชาชน สมศักดิ์ศรีของกองทัพ

 

พร้อมเน้นย้ำให้ธำรงรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของทหารและกองทัพในสายตาของประชาชน ทั้งในและนอกเวลาราชการ ตลอดจนการใช้สื่อสังคมออนไลน์ได้อย่างมีความรับผิดชอบ และเน้นย้ำให้ทำงานร่วมกันด้วยความสามัคคีในหมู่คณะ เป็นหนึ่งเดียวกับรัฐบาล เป็นเอกภาพ โดยยึดถือความถูกต้อง ความมีเหตุและผล และผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง

The post สภากลาโหม เคาะ 8 นโยบายเร่งด่วน สนองนโยบาย-เป็นเอกภาพกับรัฐบาล รักษาศรัทธาประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภากลาโหมสั่งเหล่าทัพเตรียมพร้อม ยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินชายแดนไทย-กัมพูชา https://thestandard.co/thai-cambodia-border-security/ Thu, 26 Jun 2025 12:01:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1089682 thai-cambodia-border-security

วันนี้ (26 มิถุนายน) พ.อ.หญิง ดังใจ สุวรรณกิตติ โฆษกกระ […]

The post สภากลาโหมสั่งเหล่าทัพเตรียมพร้อม ยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินชายแดนไทย-กัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
thai-cambodia-border-security

วันนี้ (26 มิถุนายน) พ.อ.หญิง ดังใจ สุวรรณกิตติ โฆษกกระทรวงกลาโหม ระบุว่า ที่ประชุมสภากลาโหมได้หารือถึงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทย-กัมพูชา ตามแนวชายแดนที่ผ่านมา และเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตาม วิเคราะห์สถานการณ์บริเวณแนวชายแดนอย่างใกล้ชิด ครอบคลุมข้อมูลข่าวสารด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงภายในกัมพูชา โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของกำลังรบและยุทโธปกรณ์ใกล้แนวชายแดนที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย

 

นอกจากนี้ หน่วยที่รับผิดชอบพื้นที่ชายแดนจะต้องบูรณาการการทำงานกับทุกภาคส่วน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระดับพื้นที่กับกองกำลังฝ่ายกัมพูชา ภายใต้กลไกสันติวิธีเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย พร้อมทั้งสั่งการให้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการทูต และติดตามนโยบายต่างประเทศของกัมพูชา เพื่อเสนอแนะแนวทางที่เหมาะสมต่อไป

 

ส่วนหน่วยในระดับพื้นที่ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย เพิ่มการลาดตระเวนและจุดตรวจ พร้อมเน้นย้ำให้กำลังพลมีวินัย ตื่นตัว และเคร่งครัดในการปฏิบัติหน้าที่ โดยต้องสังเกตสิ่งผิดปกติ ตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยหรือกลุ่มผู้ไม่หวังดี รวมถึงตรวจจุดเวรยามอย่างสม่ำเสมอ และให้รายงานผู้บังคับบัญชาโดยเร็วที่สุดเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่อาจกระทบความมั่นคง

 

ทั้งนี้ ยังได้สั่งให้ทุกหน่วยยกระดับมาตรการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อรับมือการโจมตีจากกลุ่มแฮกเกอร์กัมพูชาโดยเร่งด่วน และให้มีการติดตาม เฝ้าระวัง แลกเปลี่ยนข้อมูลภัยคุกคามกับหน่วยงานพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแจ้งเตือนหน่วยที่เกี่ยวข้องทันทีเมื่อตรวจพบภัยคุกคาม

 

พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้กองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพ จัดทำแผนการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจนำไปสู่การใช้กำลังทหาร เช่น แผนรับมือผู้หนีภัยจากการสู้รบ แผนรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดน แผนช่วยเหลือพลเรือน และแผนการใช้กำลังโดยเฉพาะหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาวไทยใน กัมพูชาและการอพยพกลับประเทศ

 

รวมทั้งแผนเสริมกำลังเมื่อสถานการณ์รุนแรงขึ้น โดยให้เตรียมยุทโธปกรณ์ อาวุธประจำหน่วยและประจำกาย โดยเฉพาะกระสุนและวัตถุระเบิดให้เพียงพอ และพิจารณาปรับแผนงาน โครงการและงบประมาณเพื่อซ่อมบำรุงยุทโธปกรณ์และจัดหาสิ่งอุปกรณ์ที่ขาดแคลน

 

พร้อมทั้งมอบหมายให้กองบัญชาการกองทัพไทยเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำรายงานสถานการณ์แบบบูรณาการ เสนอแนวทางการเตรียมเพื่อตอบสนองสถานการณ์และรักษาเสถียรภาพชายแดนในทุกมิติ

 

ทั้งนี้ ให้ทุกหน่วยงานภายใต้กระทรวงกลาโหมดำเนินการอย่างเป็นเอกภาพภายใต้กรอบและนโยบายของรัฐบาล โดยยึดแนวทางของศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.)

The post สภากลาโหมสั่งเหล่าทัพเตรียมพร้อม ยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินชายแดนไทย-กัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรมนั่งหัวโต๊ะสภากลาโหมนัดแรก เร่งออกระเบียบลงโทษทหารเกณฑ์ถูกซ้อมทรมาน https://thestandard.co/phumtham-first-meeting-of-the-defense-council/ Fri, 11 Oct 2024 08:33:00 +0000 https://thestandard.co/?p=994885

วันนี้ (11 ตุลาคม) ที่กระทรวงกลาโหม ภูมิธรรม เวชยชัย รอ […]

The post ภูมิธรรมนั่งหัวโต๊ะสภากลาโหมนัดแรก เร่งออกระเบียบลงโทษทหารเกณฑ์ถูกซ้อมทรมาน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (11 ตุลาคม) ที่กระทรวงกลาโหม ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยภายหลังการประชุมสภากลาโหมนัดแรกหลังมีการแต่งตั้งผู้บัญชาการทหารบกและผู้บัญชาการทหารเรือว่า วันนี้เป็นการประชุมด้านความมั่นคงทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งประเด็นหลักๆ มีการหารือเกี่ยวกับกฎระเบียบต่างๆ ในการดูแลกำลังพลที่เป็นพลเรือน ซึ่งได้มีการรับหลักการไปพิจารณารายละเอียดและแก้ไขให้เหมาะสมต่อไป

 

รวมถึงเรื่องการทำกฎหมายรองรับกำลังพลทหารที่กระทำผิดกฎหมาย ซึ่งยืนยันว่าทางกองทัพไม่เห็นด้วยกับวิธีการที่เกิดขึ้น (ซ้อมทรมาน) และทราบว่ายังมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอยู่บ้างแม้จะลดน้อยลง จึงได้มีการพูดคุยกันในหลักการและกฎระเบียบที่จะต้องมีความชัดเจนมากขึ้น เพราะมีกฎหมายหลายฉบับ ทั้งในเรื่องการซ้อมทรมาน บุคคลสูญหาย รวมถึงกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้อง

 

ทั้งนี้ ได้มีการหารือกับเหล่าทัพต่างๆ ว่าควรต้องมีมาตรการที่เข้มแข็งมากขึ้นเพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอีก โดยที่ประชุมแต่ละเหล่าทัพได้รับหลักการเพื่อไปแก้ไขกฎระเบียบของกองทัพเพิ่มเติม และหลังจากนี้ได้กำชับให้แต่ละหน่วยงานไปชี้แจงให้รับทราบว่าหากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีกจะต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัด

 

ทั้งนี้ หากมีการกระทำผิดเกิดขึ้นก็มีการลงโทษตามลำดับขั้นตอนอยู่แล้ว หากมีการลงโทษเกินกว่าเหตุที่กฎหมายรับรองก็ต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัด พร้อมย้ำขอให้แต่ละเหล่าทัพไปชี้แจงว่าวิธีการดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างยิ่ง

 

ส่วนการแก้กฎระเบียบจะทำต่อการคัดเลือกทหารใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือไม่ และจะเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าจะไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีก ภูมิธรรมกล่าวว่า ครั้งนี้ตนขอความมั่นใจ ซึ่งตามกฎระเบียบใหม่ที่ออกมาอาจจะมีการพูดถึงผู้ที่เห็นเหตุการณ์และไม่รายงาน อาจจะเป็นผู้รู้เห็นด้วย ซึ่งยังไม่ขอลงรายละเอียด ขอรอระเบียบที่ชัดเจนก่อน

 

ขณะที่ข้อเรียกร้องขอให้ใช้ศาลปกติไม่ใช่ศาลทหารนั้น ภูมิธรรมกล่าวว่า ต้องดูกฎหมายทั้งสองส่วน เพราะมีทั้งกฎหมายทหารและกฎหมายอาญา ว่าทำอย่างไรให้เกิดเป็นรูปธรรมและทำให้ทุกฝ่ายเกิดความเกรงกลัว

 

สำหรับครูฝึกทหารที่เข้ามาใหม่ต้องให้ความรู้ด้วยหรือไม่ว่ากฎหมายเปลี่ยนไปแล้ว ภูมิธรรมยอมรับว่า กฎระเบียบได้เปลี่ยนรูปแบบไปแล้วก็ต้องมีการคัดสรรครูฝึกที่อายุน้อย ทันต่อโลก ส่วนครูฝึกเก่าก็จะเปลี่ยนแปลงให้ไปทำหน้าที่อื่นต่อไป ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นส่วนแรกที่ให้แต่ละหน่วยงานไปชี้แจง และมีการกำชับไปว่าหากมีการเกิดขึ้นก็ต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัด

 

ภูมิธรรมยังกล่าวถึงกรณีที่ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ที่ได้ตั้งกระทู้ถามสดรัฐมนตรี ถามหาความจริงใจกรณีทหารเสียชีวิตจากการถูกซ้อมในค่ายที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ว่าเหตุใดวิโรจน์จึงสนใจแค่เรื่องซ้อมทรมาน เพราะตนก็ได้แจ้งไปแล้วว่าตนไม่สามารถไปตอบกระทู้ได้เนื่องจากติดภารกิจอื่น รวมถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมที่ติดภารกิจช่วยประชาชนน้ำท่วมอยู่

 

ภูมิธรรมขอถามกลับว่าวิโรจน์ไม่ทราบหรือที่ขณะนี้มีการช่วยประชาชนที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และจังหวัดเชียงใหม่ หากเห็นจากภาพถ่ายหรือวิดีโอก็จะเห็นว่ามีการทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ได้หลับได้นอน ซึ่งตนได้ชี้แจงต่อประธานรัฐสภาไปแล้วว่าไม่ได้หลีกหนี แต่ติดภารกิจ หากจะถามอีกก็สามารถทำได้ ตนไม่เคยหลีกหนี

 

หากเราจริงใจกัน ไม่ควรใช้สิ่งนี้เป็นประเด็นทางการเมืองที่ดิสเครดิตรัฐบาล เพราะไม่เหมาะสม พร้อมย้ำว่าตนก็ลาตามกฎเกณฑ์ ไม่ควรหาว่าเป็นการหนี สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดพร้อมรับผิดชอบ

 

ส่วนที่วิโรจน์ระบุว่ารัฐมนตรีไม่ให้ความสำคัญกับการเสียชีวิตของพลทหาร ภูมิธรรมกล่าวว่า ก็มักเป็นแบบนี้ ชอบเอาประเด็นต่างๆ มาทำให้เกิดความแตกร้าว ตนไม่อยากให้เกิดกรณีแบบนี้ เพราะกองทัพก็ยืนยันชัดเจนในการไขปัญหา อย่าคิดแต่เรื่องการเมืองจนทำให้ประเทศไม่มีความสงบ ตนขอร้อง ตนพร้อมที่จะตอบทุกคำถามเกี่ยวกับกองทัพ ขอให้เข้าใจว่าเราไม่ได้มีหน้าที่แค่เรื่องเดียว ไม่ได้คิดจะหนีไปไหน แต่อาจจะช้าไปหน่อย ขอให้รอสักนิด ทุกอย่างจะดีขึ้น

 

ขณะที่ พล.ต. ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม นำแถลงผลการประชุมสภากลาโหมในวันนี้ว่า ประชุมสภากลาโหมครั้งแรกมีการพิจารณากรอบแนวทางการพัฒนากองทัพให้มีศักยภาพ พร้อมรองรับภัยคุกคามและความท้าทายในทุกมิติ โดยเฉพาะเรื่องการพิทักษ์รักษาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

 

พร้อมทั้งมีแนวคิดการปรับโครงสร้างกองทัพให้มีขนาดกะทัดรัด คล่องแคล่ว ทันสมัย ไม่อุ้ยอ้าย พร้อมทั้งพัฒนาความเป็นอยู่ของทหารชั้นผู้น้อย ทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐาน สวัสดิการต่างๆ เงินเดือน การบำเหน็จ รวมถึงปรับจำนวนข้าราชการทหารควบคู่กับการบรรจุข้าราชการพลเรือนกลาโหมให้ความสมดุล

 

พร้อมทั้งมีการออกมาตรการสำหรับทหารกองประจำการใหม่ลงทัณฑ์ลงโทษกรณีถูกซ้อมทหารให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยจะนำพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ต่างๆ มาบังคับใช้ เช่น พ.ร.บ.ว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ. 2476, พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565, ประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย และประมวลกฎหมายอาญาทหารว่าด้วยการละเลยลงโทษ

 

สำหรับมาตรการที่จะดำเนินการนั้นจะควบคุมทั้งก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ โดยจะมีการอบรมเรื่องผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เมื่อเกิดเหตุแล้วต้องมีการห้ามปราม ยับยั้ง และต้องรายงานสถานการณ์โดยด่วนให้ผู้บัญชาการทราบ

 

ทั้งนี้ หากมีการกระทำที่เกินกว่าเหตุแล้วไม่ห้ามปราม ผู้นั้นจะต้องถูกลงโทษด้วย และต้องมีการรายงานและตั้งกรรมการสอบสวนต่อผู้บังคับบัญชาทราบภายใน 7 วัน หากเป็นกรณีร้ายแรงให้ปลดออกและดำเนินคดีอาญา หน่วยงานต้นสังกัดที่เกี่ยวข้องต้องเข้าชี้แจงต่อครอบครัวและสังคมว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอย่างไร

 

พล.ต. ธนาธิป กล่าวต่อว่า ขณะนี้กระทรวงกลาโหมกำลังยกร่างดังกล่าวนี้ โดยจะมีการหารือร่วมกับเหล่าทัพอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน

The post ภูมิธรรมนั่งหัวโต๊ะสภากลาโหมนัดแรก เร่งออกระเบียบลงโทษทหารเกณฑ์ถูกซ้อมทรมาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประยุทธ์​นำประชุมสภากลาโหม คาดถกโผทหารก่อนรัฐบาลหมดวาระ https://thestandard.co/prayuth-leads-a-meeting-of-the-defense-council/ Fri, 21 Jul 2023 07:37:26 +0000 https://thestandard.co/?p=820170 ประชุม สภากลาโหม

วันนี้ (21 กรกฎาคม) เมื่อเวลา 13.32 น. พล.อ. ประยุทธ์​ […]

The post ประยุทธ์​นำประชุมสภากลาโหม คาดถกโผทหารก่อนรัฐบาลหมดวาระ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชุม สภากลาโหม

วันนี้ (21 กรกฎาคม) เมื่อเวลา 13.32 น. พล.อ. ประยุทธ์​ จันทร์​โอชา​ นายก​รัฐมนตรี และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​กลาโหม​ เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ 7/2566 ที่ศาลาว่าการกลาโหม​ ซึ่งคาดการณ์ว่าน่าจะมีการหารือถึงเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร ประจำปี 2566 ที่จะต้องแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ รวมไปถึงที่ประชุมอาจจะมีการรับรายงานถึงสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงนี้ หลังจากที่นายกฯ ได้แสดงความเป็นห่วงถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองโดยเฉพาะในสื่อโซเชียลมีเดีย ที่ขอให้แสดงความคิดเห็นอย่างเหมาะสมและอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายเพื่อไม่ให้นำไปสู่ความขัดแย้ง

 

ทั้งนี้ พล.อ. ประยุทธ์ เดินทางมาถึงโดยมีท่าทีที่เรียบเฉยและยิ้มให้สื่อมวลชนเล็กน้อย ก่อนเดินขึ้นไปยังห้องประชุม

 

อย่างไรก็ตาม ถือเป็นการพบกับสื่อมวลชนครั้งแรกของนายกฯ หลังจากที่ประชุมรัฐสภาเสียงข้างมากลงมติไม่ให้เสนอชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ โหวตนายกรัฐมนตรีรอบที่ 2 และล่าสุดช่วงสายวันนี้ พรรคก้าวไกลได้ประกาศเปิดทางให้พรรคเพื่อไทยเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลแล้ว

The post ประยุทธ์​นำประชุมสภากลาโหม คาดถกโผทหารก่อนรัฐบาลหมดวาระ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : ที่ประชุมสภากลาโหมเดินหน้าปฏิรูปกองทัพอย่างสมดุล ด้าน ผบ.ตร. รายงานแผนรับมือม็อบกดดัน ส.ว. โหวตนายกฯ เชื่อรับมือได้ https://thestandard.co/defense-council-army-reform/ Thu, 22 Jun 2023 11:46:36 +0000 https://thestandard.co/?p=806878 จิตนาถ ปุณโณทก

วันนี้ (22 มิถุนายน) พ.อ. จิตนาถ ปุณโณทก รองโฆษกกระทรวง […]

The post เลือกตั้ง 2566 : ที่ประชุมสภากลาโหมเดินหน้าปฏิรูปกองทัพอย่างสมดุล ด้าน ผบ.ตร. รายงานแผนรับมือม็อบกดดัน ส.ว. โหวตนายกฯ เชื่อรับมือได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จิตนาถ ปุณโณทก

วันนี้ (22 มิถุนายน) พ.อ. จิตนาถ ปุณโณทก รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมกระทรวงกลาโหมว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพดำเนินการในการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงกลาโหม ตามแผนการปฏิรูปการบริหารจัดการและการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงกลาโหม ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566-2570) 

 

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และนำไปสู่การมีโครงสร้างอัตราการจัดหน่วยที่มีขนาดกะทัดรัดอย่างสมดุล มีจำนวนกำลังพลที่เหมาะสม รวมทั้งมียุทโธปกรณ์เทคโนโลยีที่เพียงพอและทันสมัย สามารถปฏิบัติภารกิจได้หลากหลาย รองรับภัยคุกคามได้ทุกรูปแบบ และสอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ตลอดจนพิจารณาปรับลด ยุบเลิกหน่วยที่มีความซ้ำซ้อนหรือหมดความจำเป็น

 

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวให้ยึดถือและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ประกอบการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขอัตราของหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพที่กำหนดอย่างเคร่งครัด

 

นอกจากนั้น ยังให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพดำรงความต่อเนื่องในการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านความมั่นคงกับมิตรประเทศ ตามแผนการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงกับมิตรประเทศของกระทรวงกลาโหม (พ.ศ. 2566-2570) และสอดคล้องกับการดำเนินนโยบายของรัฐบาล ด้วยการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีในทุกระดับและทุกด้านกับนานาประเทศ ผ่านกิจกรรมความร่วมมือต่างๆ 

 

อาทิ การฝึกร่วมผสม การเดินทางเยือนของผู้บังคับบัญชาระดับสูง การแลกเปลี่ยนที่นั่งการศึกษา และการเข้าร่วมการประชุมหารือ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี รวมทั้งการจัดทำ MOU ในด้านต่างๆ อันเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์และความ ไว้เนื้อเชื่อใจ ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของกองทัพ ในการสร้างความสงบสุขและความมั่นคงภายในภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน

 

ให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพเน้นย้ำและกำชับหน่วยฝึกทหารใหม่ ให้ปฏิบัติตามระเบียบและหลักสูตรการฝึกทหารใหม่อย่างเคร่งครัด กรณีมีการลงทัณฑ์ทหารที่กระทำผิดวินัย จะต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร พุทธศักราช 2476 ระเบียบข้อบังคับของทางราชการ และแบบธรรมเนียมทหารเท่านั้น

 

มีรายงานว่า ในที่ประชุมสภากลาโหม พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้รายงานแผนรักษาความสงบเรียบร้อยอาคารรัฐสภาและพื้นที่โดยรอบ ช่วงการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี 

 

โดยคาดว่าน่าจะมีกลุ่มมวลชนมาชุมนุมเพื่อกดดันให้วุฒิสมาชิกเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ตัวเองสนับสนุน ซึ่งจะมีการจัดพื้นที่ไว้รองรับ ซึ่งเป็นแผนเดิมที่มีอยู่แล้ว แต่จะปรับเปลี่ยนไปตามข้อมูลข่าวสารในขณะนั้นด้วย เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถรับมือได้ 

The post เลือกตั้ง 2566 : ที่ประชุมสภากลาโหมเดินหน้าปฏิรูปกองทัพอย่างสมดุล ด้าน ผบ.ตร. รายงานแผนรับมือม็อบกดดัน ส.ว. โหวตนายกฯ เชื่อรับมือได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภากลาโหม เผยแผนปฏิรูปกองทัพ ลดนายพล 50%-ลดกำลังพล 1.2 หมื่นนาย เตรียมแผน 5 ปี ซื้อ-ซ่อมอาวุธ ตามแผนพัฒนากองทัพ https://thestandard.co/defense-council-armed-forces-reform/ Wed, 31 May 2023 12:49:05 +0000 https://thestandard.co/?p=797597 สภากลาโหม

วันนี้ (31 พฤษภาคม) พ.อ. จิตนาถ ปุณโณทก รองโฆษกกระทรวงก […]

The post สภากลาโหม เผยแผนปฏิรูปกองทัพ ลดนายพล 50%-ลดกำลังพล 1.2 หมื่นนาย เตรียมแผน 5 ปี ซื้อ-ซ่อมอาวุธ ตามแผนพัฒนากองทัพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภากลาโหม

วันนี้ (31 พฤษภาคม) พ.อ. จิตนาถ ปุณโณทก รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหม ที่มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน โดยที่ประชุมมีมติให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ สร้างการรับรู้และความเข้าใจอันดีให้กับประชาชนในทุกภาคส่วน ได้ทราบถึงภารกิจ หน้าที่ ความรับผิดชอบและการดำเนินการที่สำคัญของกระทรวงกลาโหมที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมกำลังการใช้กำลัง เพื่อสร้างความพร้อมให้กับกองทัพให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปรับปรุงโครงสร้างให้มีขนาดกะทัดรัด คล่องตัว ทันสมัย เช่น การยุติแผนการเสริมสร้างกองพลทหารราบที่ 7 และกองพลทหารม้าที่ 3 ของกองทัพบก การปรับลดกำลังทหารพรานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 1,656 อัตรา ประหยัดได้ 600 ล้านบาท

 

การปรับลดนายทหารชั้นยศสูงเพื่อลดงบประมาณด้านกำลังพล โดยในห้วงปี 2570 ให้เหลือ 50% ตามแผนที่กำหนด รวมถึงการปิดการบรรจุกำลังพลและลดกำลังพลในปี 2560-2564 ไปแล้วกว่า 8,000 นาย สามารถประหยัดงบประมาณได้จำนวน 1,500 ล้านบาท และเมื่อถึงปี 2570 จะปรับลดกำลังลงได้ประมาณ 12,000 นาย และประหยัดงบกำลังพลลงได้ 2,900 ล้านบาทเศษ

 

สำหรับการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้าเป็นทหารกองประจำการนั้น จำนวนที่ตรวจเลือกในแต่ละปีจะสอดคล้องกับโครงสร้างการจัดและภารกิจของกองทัพ โดยปัจจุบันมีความต้องการพลทหารปีละประมาณ 90,000 นาย และกำลังปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้สมัครใจเข้าเป็นทหารประมาณ 35,000 นาย ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการพัฒนาไปสู่การใช้ระบบการสมัครใจเข้าเป็นทหารได้ในอนาคต

 

นอกจากนั้น มีการนำกำลังพลสำรองเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราวตามสัญญาจ้างระยะ 4 ปี และการเตรียมการบรรจุข้าราชการพลเรือนกลาโหมในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ และการเตรียมการด้านกำลังพลสำรอง เพื่อรองรับสถานการณ์ยามวิกฤตและยามสงคราม เรื่องพิจารณาให้ความเห็นชอบเรื่องสำคัญๆ ดังนี้

 

รองโฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างแผนพัฒนาขีดความสามารถกระทรวงกลาโหม ระยะที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ ใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาศักยภาพกองทัพและเสริมสร้างหน่วยให้มีความสมบูรณ์ พร้อมรบ ในห้วงระยะ 5 ปี เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงของชาติ แผนพัฒนาขีดความสามารถฯ แบ่งกลุ่มการพัฒนาออกเป็น 3 กลุ่ม 

 

  1. กลุ่มดำรงสภาพความพร้อมรบ เพื่อให้กองทัพมีความพร้อมในระดับความต้องการต่ำสุด และให้สิ่งอุปกรณ์ของกองทัพสามารถใช้งานตามมาตรฐานของสิ่งอุปกรณ์นั้น รวมทั้งการจัดหาให้ครบตามอัตราการจัดยุทโธปกรณ์และการจัดหาทดแทน

 

  1. กลุ่มขยายขีดความสามารถ เพื่อเพิ่มเติมขีดความสามารถของสิ่งอุปกรณ์ที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

  1. กลุ่มเสริมสร้างความทันสมัย เพื่อให้มีสิ่งอุปกรณ์ที่ทันสมัยสอดคล้องกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และรูปแบบภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไป

 

ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้เน้นย้ำแผนการปฏิรูปกองทัพว่า มีการทำอย่างต่อเนื่องตามกรอบงบประมาณที่มีอยู่ โดยคำนึงถึงความจำเป็นในการดำรงขีดความสามารถระดับต่ำที่ต้องมี โดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ย้ำว่า นี่คือแผนของเราที่ทำอยู่แล้ว ไม่ได้เกี่ยวว่าใครจะมาหรือไป

 

The post สภากลาโหม เผยแผนปฏิรูปกองทัพ ลดนายพล 50%-ลดกำลังพล 1.2 หมื่นนาย เตรียมแผน 5 ปี ซื้อ-ซ่อมอาวุธ ตามแผนพัฒนากองทัพ appeared first on THE STANDARD.

]]>