สนธิญา สวัสดี Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สนธิญา-สวัสดี/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 15 Jun 2026 06:59:10 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 รักชนกจี้นายกฯ สั่งเบรกโครงการ AI-Passport เผยเตรียมร้องต่อ ป.ป.ช. ด้านสนธิญารุกกลับ สอบจริยธรรมเหตุข่มขู่เอาผิดข้าราชการ https://thestandard.co/rukchanok-sonthiya-ai-passport-probe/ Mon, 15 Jun 2026 06:59:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1218508 รักชนก ศรีนอก และ สนธิญา สวัสดี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

การตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport วงเงินกว่า 1,600 ล้านบ […]

The post รักชนกจี้นายกฯ สั่งเบรกโครงการ AI-Passport เผยเตรียมร้องต่อ ป.ป.ช. ด้านสนธิญารุกกลับ สอบจริยธรรมเหตุข่มขู่เอาผิดข้าราชการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รักชนก ศรีนอก และ สนธิญา สวัสดี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

การตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport วงเงินกว่า 1,600 ล้านบาท ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวันนี้ (15 มิถุนายน) รักชนก ศรีนอก สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงประเด็นดังกล่าว

 

 
 

รักชนกเปิดเผยความคืบหน้าการเตรียมยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยระบุว่า ไทม์ไลน์เดิมตั้งใจจะไปยื่นเมื่อมีการเปิดลงทะเบียน แต่ล่าสุดหากเอกสารมีความพร้อม หลังจากปรึกษากับทีมนโยบายและทีมสื่อสารแล้ว ก็จะไปยื่นทันที ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สอดคล้องกับเป้าหมายของกระทรวง DE ที่จะเปิดลงทะเบียนไม่เกินวันที่ 1 กรกฎาคมนี้

 

รักชนกชี้แจงว่า การยื่นคำร้องครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปที่ฝ่ายการเมืองเป็นหลัก เนื่องจากเป็นผู้รับผิดชอบต่อนโยบายมากที่สุด ส่วนภาคเอกชนนั้นทางคณะทำงาน เราไม่อยากไปเพ่งโทษ เพราะเข้าใจในบริบทการทำธุรกิจที่ต้องดำเนินการตามนโยบายภาครัฐ แต่งบประมาณก้อนนี้ รวมถึงงบไอทีและงบพัฒนาทักษะปัญญาประดิษฐ์ มีมูลค่ารวมกันมากกว่าหมื่นล้านบาท หากเปิดให้เกิดการแข่งขันอย่างแท้จริง จะช่วยให้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีและสายงานไอทีในประเทศเติบโตอย่างมาก

 

รักชนกจึงเรียกร้องให้ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง DE ออกมายืดอกรับผิดชอบในฐานะผู้มีอำนาจเต็ม โดยสั่งการให้ปลัดกระทรวงยกเลิกโครงการที่ไม่ถูกต้องนี้ แทนการหลบอยู่หลังปลัดกระทรวงหรือบริษัทเอกชน

 

พร้อมกันนี้ ได้ตั้งคำถามไปถึง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า ที่ผ่านมาสามารถสั่งระงับและเบรกโครงการใหญ่ได้หลายเรื่อง เช่น โครงการแลนด์บริดจ์ หรือการเปลี่ยนหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ในโครงการ TH-AI Passport นี้กลับนิ่งเฉย

 

“ท่านจะไม่กล้าแตะต้องลูกนายหรือว่าอย่างไร อยากจะให้คนคิดแบบนั้นใช่หรือไม่” รักชนกฝากถึงนายกรัฐมนตรี

 

ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ถ่ายร่วมกับผู้บริหารของบริษัท แพลน บี อีเลฟเว่น จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมนั้น รักชนกยืนยันว่า ภาพถ่ายดังกล่าวไม่ได้ส่งผลต่อการทำงานตรวจสอบของตนเอง ซึ่งยึดผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก และการที่ตนยังคงเปิดข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนให้พับโครงการนี้อย่างต่อเนื่องคือคำตอบที่ชัดเจน

 

พร้อมระบุด้วยว่า หากประชาชนมีหลักฐานว่า ธนาธรหรือปิยบุตรมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล็อกสเปก หรือปั้นโครงการทุจริตในภาครัฐ ก็สามารถส่งข้อมูลมาให้ตนตรวจสอบได้ทันที ตนเองยึดมั่นในการทำงานด้วยมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นบุคคลภายในหรือภายนอกพรรค

 

สนธิญายื่นตรวจสอบรักชนก ลุแก่อำนาจ-ข่มขู่ข้าราชการ

 

ในวันเดียวกัน สนธิญา สวัสดี นักร้องเรียนทางการเมือง ได้เข้ายื่นหนังสือถึง โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบจริยธรรมและการทำหน้าที่ของรักชนก และคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ

 

สนธิญาตั้งคำถามว่า การตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวง DE ในครั้งนี้ รักชนกได้รับมติอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ อย่างถูกต้องแล้วหรือไม่ เพราะพฤติการณ์ที่ผ่านมาเข้าข่ายการลุแก่อำนาจ กระทำการเกินขอบเขตข้อบังคับการประชุม ฝ่าฝืนจริยธรรม และขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจาก สส. ไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะไปสั่งการให้ข้าราชการหรือหน่วยงานราชการยุติ พัก หรือยกเลิกโครงการใดๆ ได้

 

สนธิญาชี้ว่า การข่มขู่ว่าหากโครงการผ่านจะฟ้อง ป.ป.ช. จึงถือเป็นการคุกคามระบบราชการ และเป็นการนำตนเองเข้าไปแทรกแซงในกระบวนการงบประมาณที่ข้าราชการกำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 184 (2) ที่ห้าม สส. แทรกแซงการรับสัมปทานทั้งทางตรงและทางอ้อม และมาตรา 185 ที่ห้าม สส. และ สว. แทรกแซงหรือกระทำการที่มีส่วนร่วมในการใช้จ่ายงบประมาณหรือให้ความเห็นชอบในโครงการใดๆ

 

นอกจากนี้ สนธิญายังตั้งข้อสังเกตว่า โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นและดำเนินกระบวนการมาตั้งแต่ปี 2567 จนถึงปี 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่พรรคประชาชนทำหน้าที่ฝ่ายค้านและสามารถตรวจสอบได้มาโดยตลอด แต่เหตุใดจึงเลือกที่จะมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ยกเลิกหลังจากที่กระทรวงได้ลงนามและเปิดประมูลเสร็จสิ้นไปแล้ว

 

จึงขอให้ประธานสภาฯ ตรวจสอบว่าพฤติการณ์นี้เป็นการกระทำส่วนตัวของคณะบุคคลที่ขัดต่อกฎหมายสูงสุดและเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ โดยเตรียมจะยื่นเรื่องนี้ให้ ป.ป.ช. พิจารณาเพื่อสร้างบรรทัดฐานในการปฏิบัติหน้าที่ของ สส. และกรรมาธิการฯ ต่อไป

 

สนธิญาระบุเพิ่มเติมว่า โดยปกติเมื่อกรรมาธิการฯ ตรวจสอบเรื่องใดเสร็จสิ้น จะต้องส่งรายงานให้ประธานสภาฯ ดำเนินการตามขั้นตอน แต่กรรมาธิการฯ ชุดนี้กลับเดินเรื่องตรง ข่มขู่ให้กระทรวงยกเลิกโครงการและขู่ฟ้อง ป.ป.ช. ซึ่งเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต

 

สนธิญายังกล่าวว่า ตนเองคงไม่กล้าแนะนำการทำงานให้กับรักชนก เนื่องจากเจ้าตัวมีประสบการณ์และอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว

The post รักชนกจี้นายกฯ สั่งเบรกโครงการ AI-Passport เผยเตรียมร้องต่อ ป.ป.ช. ด้านสนธิญารุกกลับ สอบจริยธรรมเหตุข่มขู่เอาผิดข้าราชการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
​’สนธิญา’ ยื่นหนังสือ ผบ.ตร. จี้โอนคดีคลังแสง หมิงเฉิน ให้ บช.ก. หรือ DSI ลุยสางปมแก๊งจีนเทาสวมสิทธิ-ฟอกเงินข้ามชาติ https://thestandard.co/sonthiya-asks-transfer-mingchen-case/ Tue, 12 May 2026 05:17:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1206221 สนธิญา สวัสดี ยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

วันนี้ (12 พฤษภาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สนธ […]

The post ​’สนธิญา’ ยื่นหนังสือ ผบ.ตร. จี้โอนคดีคลังแสง หมิงเฉิน ให้ บช.ก. หรือ DSI ลุยสางปมแก๊งจีนเทาสวมสิทธิ-ฟอกเงินข้ามชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สนธิญา สวัสดี ยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

วันนี้ (12 พฤษภาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สนธิญา สวัสดี ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้พิจารณาสั่งการโอนสำนวนคดีของ หมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาสัญชาติจีนที่ถูกจับกุมพร้อมคลังอาวุธสงครามและวัตถุระเบิดในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ไปอยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) หรือพิจารณาให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากมองว่าคดีดังกล่าวมีความซับซ้อน ซ่อนเงื่อน และมีแนวโน้มขยายผลเชื่อมโยงไปในหลายพื้นที่

 

​สนธิญา ได้ระบุถึงสาระสำคัญของข้อเรียกร้องในครั้งนี้ว่ามีเหตุผลหลัก 3 ประการ ประกอบด้วย การขอให้โอนคดีไปยังหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่าง บช.ก. หรือ DSI รวมถึงการเรียกร้องให้เร่งตรวจสอบขบวนการปลอมแปลงสถานะทางสัญชาติและการสวมสิทธิทำบัตรประจำตัวประชาชนให้กับกลุ่มทุนจีนสีเทา โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเชียงดาว และอำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งตนเคยยื่นเรื่องร้องเรียนให้มีการตรวจสอบไว้ก่อนหน้านี้

 

จากข้อมูลเชิงลึกพบว่า หมิงเฉิน ซัน มีความเชื่อมโยงกับพื้นที่อำเภอเชียงดาวอย่างชัดเจน จึงเชื่อได้ว่าผู้ต้องหารายนี้ไม่ได้ดำเนินการหรือเตรียมก่อเหตุเพียงลำพัง แต่ทำเป็นขบวนการองค์กรอาชญากรรม เข้าข่ายความผิดฐานอั้งยี่ซ่องโจร ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับการกระทำผิดกฎหมายอีกหลายฉบับ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของประเทศ

 

​นอกจากนี้ ข้อเรียกร้องยังระบุถึงความกังวลว่าคดีนี้อาจมีความเชื่อมโยงลึกซึ้งไปถึงเครือข่ายบุคคลต่างชาติ ตลอดจนหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีการเคลื่อนไหวข้ามพรมแดนระหว่างประเทศไทย กัมพูชา และเมียนมา ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนคนไทย

 

สนธิญาจึงเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการกำลังเพื่อเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินของผู้ที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายนี้ทั้งหมด เพื่อนำไปสู่การยึดทรัพย์ตามกฎหมายฟอกเงินอย่างเด็ดขาด

 

โดยหลังจากยื่นหนังสือต่อ ผบ.ตร. ในวันนี้แล้ว สนธิญามีกำหนดการที่จะเดินทางไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภายใน 2 วัน เพื่อขอให้ขยายผลตรวจสอบบุคคลและหน่วยงานรัฐที่อาจมีส่วนรู้เห็นหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

 

​ในตอนท้าย สนธิญา ได้กล่าวย้ำว่า ปัญหาของกลุ่มทุนจีนสีเทาและเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ถือเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงระดับภูมิภาคที่รัฐบาลไทยต้องเร่งจัดการอย่างจริงจังและเด็ดขาด เนื่องจากกลุ่มอาชญากรเหล่านี้มักใช้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นฐานปฏิบัติการหลัก และใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อการเดินทางและดำเนินธุรกิจที่ผิดกฎหมาย ภาครัฐจึงจำเป็นต้องแสดงท่าทีที่ชัดเจนในการกวาดล้างและขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อทวงคืนความสงบสุขและความมั่นคงของชาติ

The post ​’สนธิญา’ ยื่นหนังสือ ผบ.ตร. จี้โอนคดีคลังแสง หมิงเฉิน ให้ บช.ก. หรือ DSI ลุยสางปมแก๊งจีนเทาสวมสิทธิ-ฟอกเงินข้ามชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคประชาชนแจงแนวทางหลังศาลฎีกาให้ 10 สส. ปฏิบัติหน้าที่ต่อ ยืนยันเดินหน้าตามอุดมการณ์เดิมโดยไม่ปรับลดเพดานการทำงาน https://thestandard.co/people-party-10-mps-continue-duty/ Fri, 24 Apr 2026 07:30:03 +0000 https://thestandard.co/people-party-10-mps-continue-duty/ ภาพแกนนำพรรคประชาชน แถลงข่าวหลังศาลฎีกามีคำสั่ง ให้ 10 สส. ปฏิบัติหน้าที่ต่อ

ท่าทีของแกนนำพรรคประชาชน ภายหลังตคำสั่งศาลฎีกาประทับรับ […]

The post พรรคประชาชนแจงแนวทางหลังศาลฎีกาให้ 10 สส. ปฏิบัติหน้าที่ต่อ ยืนยันเดินหน้าตามอุดมการณ์เดิมโดยไม่ปรับลดเพดานการทำงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแกนนำพรรคประชาชน แถลงข่าวหลังศาลฎีกามีคำสั่ง ให้ 10 สส. ปฏิบัติหน้าที่ต่อ

ท่าทีของแกนนำพรรคประชาชน ภายหลังตคำสั่งศาลฎีกาประทับรับฟ้องคำร้องของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในคดีมาตรฐานทางจริยธรรมของอดีต 44 สส. พรรคก้าวไกล และให้ สส. จำนวน 10 คน ที่ยังอยู่ในสภาฯ ปัจจุบัน สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ภายใต้เงื่อนไขห้ามกระทำผิดซ้ำหรือห้ามแสดงความคิดเห็นในการกระทำตามข้อกล่าวหา

 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นพ. วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชนฝ่ายกฎหมาย ในฐานะผู้ร่างคำร้องคัดค้านในคดีดังกล่าว ได้แถลงทิศทางการต่อสู้คดี

 

ณัฐพงษ์กล่าวถึงประเด็นความเสมอภาคในกระบวนการยุติธรรม โดยเปรียบเทียบสิ่งที่เกิดขึ้นกับกรณีของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งสังคมมีการตั้งข้อสังเกตถึงการปฏิบัติที่อาจไม่เท่าเทียมกันของ ป.ป.ช.

 

เมื่อพิจารณาจากพยานหลักฐานและเส้นทางการเงินที่มีความชัดเจนและผูกพันทุกองค์กรตามความเห็นของอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ณัฐพงษ์ระบุว่า เป้าหมายสำคัญของพรรคคือการทำให้เห็นว่าองค์กรอิสระและกระบวนการยุติธรรมปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกันเพื่ออนาคตของระบอบประชาธิปไตยไทย

 

ในส่วนของแนวทางการสู้คดี นพ. วาโยระบุว่า คาดการณ์ว่ากระบวนการในศาลฎีกาจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี เนื่องจากเป็นสำนวนคดีที่มีผู้คัดค้านถึง 44 คน ซึ่งแต่ละบุคคลมีพยานหลักฐานและพยานบุคคลที่ต้องขอหมายศาลเพื่อนำเข้าสู่การพิจารณา

 

นพ. วาโยแสดงความกังวลต่อกระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. ในช่วงที่ผ่านมาว่าอาจเป็นไปโดยมิชอบ เนื่องจาก ป.ป.ช. ไม่อนุญาตให้ผู้คัดค้านขอหมายพยานบุคคลภายนอกแม้เพียงหมายเดียว อย่างไรก็ตาม คำร้องคัดค้านเรื่องกระบวนการที่มิชอบของ ป.ป.ช. ยังคงอยู่ในการพิจารณาของศาล ซึ่งศาลได้เปิดโอกาสให้ ป.ป.ช. โต้แย้งกลับภายใน 14 วัน

 

ขณะที่เงื่อนไขการปฏิบัติหน้าที่ต่อของ 10 สส. นั้นมีความหมายกว้าง ซึ่งสมาชิกทุกคนจะศึกษารายละเอียดของคำร้องเพื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเหมาะสมต่อไป

 

สำหรับประเด็นการยื่นอุทธรณ์หรือการร้องคัดค้านจากบุคคลภายนอก นพ. วาโยให้ความเห็นว่า ป.ป.ช. ในฐานะคู่ความสามารถดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายได้ แต่ในกรณีของ สนธิญา สวัสดี ที่ไปยื่นร้องคัดค้านคำสั่งศาลนั้น คาดว่าศาลจะไม่รับคำร้องเนื่องจากไม่ใช่คู่ความในคดีนี้

 

ต่อข้อซักถามถึงทิศทางการขับเคลื่อนของพรรคหลังจากมีคำสั่งศาล ณัฐพงษ์ยืนยันว่า พรรคจะเดินหน้าตามแนวทางและอุดมการณ์เดิมโดยไม่มีการเพิ่มหรือลดเพดานการทำงานแต่อย่างใด การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนราษฎรจะยังคงมีความเข้มข้นในการตรวจสอบรัฐบาลและขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านระบบการเมืองให้เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเพื่อประโยชน์ของประชาชน

 

หัวหน้าพรรคประชาชนระบุว่า โจทย์ใหญ่ของพรรคไม่เคยเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่จนถึงพรรคประชาชน และการขับเคลื่อนทางการเมืองไม่จำเป็นต้องเลือกข้างกระดานใดกระดานหนึ่งแต่ต้องเดินหน้าในทุกส่วน

 

ส่วนความคืบหน้าเรื่องการปรับโครงสร้างและการบริหารพรรค ณัฐพงษ์ขอให้รอผลสรุปจากการประชุมใหญ่สามัญประจำปีในวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายนนี้ พร้อมกันนี้ ยังยืนยันความพร้อมของสมาชิกทุกคนในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหากได้รับมติความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ของพรรคในวันอาทิตย์

 

รวมถึงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรอ ณัฐพงษ์ได้ยืนยันหลักการต่อข้าราชการรัฐสภาไปแล้วว่าไม่จำเป็นต้องรอการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และกระบวนการเสนอชื่อกำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินงานของประธานรัฐสภา

The post พรรคประชาชนแจงแนวทางหลังศาลฎีกาให้ 10 สส. ปฏิบัติหน้าที่ต่อ ยืนยันเดินหน้าตามอุดมการณ์เดิมโดยไม่ปรับลดเพดานการทำงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : สนธิญามองบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งช่วยตรวจสอบที่มาได้ดี มองไม่กระทบหลักการรักษาความลับ https://thestandard.co/sonthiya-supports-barcode-ballot-transparency/ Mon, 16 Feb 2026 06:57:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1178935 สนธิญา สวัสดี ยืนยัน บาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง ช่วยตรวจสอบได้ ไม่กระทบการรักษาความลับ

วันนี้ (16 กุมภาพันธ์) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : สนธิญามองบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งช่วยตรวจสอบที่มาได้ดี มองไม่กระทบหลักการรักษาความลับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สนธิญา สวัสดี ยืนยัน บาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง ช่วยตรวจสอบได้ ไม่กระทบการรักษาความลับ

วันนี้ (16 กุมภาพันธ์) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งการเลือกตั้ง (กกต.) สนธิญา สวัสดี อดีตผู้สมัคร สส. พรรคพลังประชารัฐ เข้ายื่นหนังสือเรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 อย่างเคร่งครัด ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ในหลายพื้นที่

 

สนธิญากล่าวว่า ความคิดเห็นที่แตกต่างเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย แต่การเคลื่อนไหวหรือการชุมนุมต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย พร้อมยกกรณีคำพิพากษาในอดีตของบุคคลทางการเมือง เช่น ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พรรณิการ์ วานิช และ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เพื่อเตือนผู้ชุมนุมให้ระมัดระวังไม่กระทำการเกินขอบเขตกฎหมาย

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

สำหรับสาระสำคัญของหนังสือร้องเรียน สนธิญาเรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีเผยแพร่ข้อมูลคลาดเคลื่อน เช่น เหตุไฟฟ้าดับแต่มีพัดลมหมุน ซึ่งถูกระบุว่าเกิดในจังหวัดชลบุรี แต่ข้อเท็จจริงเป็นคนละพื้นที่ รวมถึงกรณีพบเอกสารการเลือกตั้งในกองขยะ โดยขอให้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามผู้เกี่ยวข้อง

 

อีกประเด็นคือกรณีภาพการนับคะแนนในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีการเผยแพร่ผ่านสื่อโทรทัศน์ ก่อนที่ กกต. จะนำแผ่นกระดานมาติดเพิ่มเติม สนธิญาระบุว่าได้ส่งหลักฐานให้ กกต. พิจารณาแล้ว พร้อมย้ำว่าการตั้งข้อกล่าวหาว่า กกต. จัดการเลือกตั้งไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรม ต้องมีพยานหลักฐานเพียงพอ

 

ในประเด็นการใช้บาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง สนธิญาแสดงจุดยืนสนับสนุน โดยเห็นว่าเป็นเครื่องมือช่วยตรวจสอบที่มาของบัตรเลือกตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่กระทบหลักการลงคะแนนโดยลับ เนื่องจากกระบวนการเลือกตั้งตั้งแต่การแสดงตน รับบัตร ลงคะแนน และนับคะแนน ล้วนดำเนินการเปิดเผยตามขั้นตอน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การจะนำบัตรจำนวนหลายสิบล้านใบไปสแกนย้อนหลังเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในทางปฏิบัติ

 

สนธิญายังมองว่า การจะวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งสุจริตหรือเที่ยงธรรม เป็นอำนาจของศาล เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ และ ศาลปกครอง พร้อมระบุว่าที่ผ่านมาได้ใช้สิทธิฟ้องร้องหลายคดีด้วยตนเอง และเห็นว่าการร้องเรียนใดๆ ควรมีหลักฐานชัดเจน มิฉะนั้นอาจไม่ผ่านการพิจารณา

 

สนธิญายังได้ตั้งคำถามต่อข้อเสนอให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะทั้งประเทศ โดยชี้ว่ามีหน่วยเลือกตั้งเกือบ 100,000 หน่วย และมีผู้มาใช้สิทธิราว 32 ล้านคน จึงควรพิจารณาเป็นรายกรณี ไม่ควรกระทบสิทธิของประชาชนส่วนใหญ่ พร้อมย้ำว่า การมายื่นหนังสือครั้งนี้ไม่ได้รับผลประโยชน์จากฝ่ายใด และขอให้ กกต. ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเข้มงวด พร้อมเปิดโอกาสให้สังคมได้รับข้อมูลจากทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : สนธิญามองบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งช่วยตรวจสอบที่มาได้ดี มองไม่กระทบหลักการรักษาความลับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ‘สนธิญา’ บุก กกต. งัดข้อกฎหมายค้านนับคะแนนใหม่ ชี้ต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในเขต หวิดปะทะคารมเดือดกลางวงสัมภาษณ์ https://thestandard.co/sonthiya-opposes-election-recount/ Thu, 12 Feb 2026 06:00:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1177737 สนธิญา สวัสดี ยื่นหนังสือค้านการนับคะแนนใหม่ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ‘สนธิญา’ บุก กกต. งัดข้อกฎหมายค้านนับคะแนนใหม่ ชี้ต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในเขต หวิดปะทะคารมเดือดกลางวงสัมภาษณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สนธิญา สวัสดี ยื่นหนังสือค้านการนับคะแนนใหม่ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)สนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อเรียกร้องให้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 อย่างเคร่งครัด ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ในหลายพื้นที่

 

สนธิญา ระบุว่า ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 มาตรา 140 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า บุคคลที่มีสิทธิร้องคัดค้านให้นับคะแนนใหม่หรือตรวจสอบการเลือกตั้ง จะต้องเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นๆ, ผู้สมัคร สส. ในเขตนั้น หรือพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครในเขตนั้น เท่านั้น บุคคลภายนอกเขตไม่มีอำนาจในการร้องขอ

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

สำหรับกรณีปัญหาที่จังหวัดชลบุรี เขต 1 สนธิญา เรียกร้องให้ กกต. ยืนหยัดตามหลักกฎหมาย หากกระบวนการร้องขอไม่ถูกต้องตามที่กราบเรียนข้างต้น ขอให้ กกต. ไม่เปิดหีบเพื่อนับคะแนนใหม่ พร้อมทั้งขอให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายและรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการชุมนุมประท้วงที่ก่อให้เกิดความล่าช้าและความไม่สงบเรียบร้อย

 

“ผมไม่เห็นด้วยกับการใช้วิธีนอกระบบกดดัน การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปตามมติของคนไทย 52 ล้านคน หากเกิดความไม่สงบและต้องนับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ งบประมาณที่ใช้ไป 8,700 ล้านบาท เราจะเอาคืนมาจากไหน” สนธิญา กล่าว

 

สนธิญา ยังกล่าวพาดพิงถึงพรรคการเมืองว่า หากพรรคใดเห็นว่ามีความผิดปกติเรื่องบัตรเขย่งหรือการซื้อเสียง ก็มีสิทธิดำเนินการได้เต็มที่ตามกฎหมาย ขอให้แสดงตัวออกมาข้างหน้าอย่างชัดเจน ไม่จำเป็นต้องหลบอยู่ข้างหลังประชาชนหรือกลุ่มผู้ชุมนุม ส่วนกรณีที่ผู้กระทำผิดอ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์นั้น ตนมองว่าน้องๆ ที่ชลบุรีเป็นปัญญาชน ย่อมรู้กฎหมาย แต่ต้องยอมรับผลการกระทำของตนเอง

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่สนธิญากำลังให้สัมภาษณ์ ได้เกิดเหตุการณ์ตึงเครียดขึ้น เมื่อมีประชาชนกลุ่มที่เดินทางมายื่นหนังสือขอนับคะแนนใหม่ เข้ามาตั้งคำถามแทรกว่า “แล้วใครบ้างที่จะสามารถยื่นให้นับคะแนนใหม่ได้ ในเมื่อกฎหมายกำหนดว่าหากการเลือกตั้งไม่สุจริต คนทั่วไปก็น่าจะยื่นร้องได้”

 

ทำให้สนธิญาต้องชี้แจงกลับไปเสียงดังว่า ประชาชนและพรรคการเมืองในเขตนั้นสามารถทำเรื่องร้องเรียนได้อยู่แล้ว แต่กรณี การสัญญาว่าจะให้/ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง กับ การขอนับคะแนนใหม่ เป็นคนละเรื่องกัน ส่งผลให้เกิดการโต้เถียงกันไปมาอย่างดุเดือดนานประมาณ 2 นาที ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะแยกย้ายกันไปยื่นหนังสือตามจุดประสงค์ของตนเอง

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ‘สนธิญา’ บุก กกต. งัดข้อกฎหมายค้านนับคะแนนใหม่ ชี้ต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในเขต หวิดปะทะคารมเดือดกลางวงสัมภาษณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : อดีตครูสอนเทนนิส บุกปาปลาร้าใส่กำแพง กกต. ค้านนับคะแนนใหม่ ชี้เปลืองงบฯ แผ่นดิน ตำรวจคุมตัวส่งโรงพัก https://thestandard.co/ec-recount-protest-teva/ Thu, 12 Feb 2026 05:17:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1177710 เทวา อดีตครูสอนเทนนิสแต่งกายชุดกีฬาเทนนิส ขว้างปาน้ำปลาร้าใส่กำแพงสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) ความเคลื่อนไหวที่สำนักงานคณะกรรม […]

The post เลือกตั้ง 2569 : อดีตครูสอนเทนนิส บุกปาปลาร้าใส่กำแพง กกต. ค้านนับคะแนนใหม่ ชี้เปลืองงบฯ แผ่นดิน ตำรวจคุมตัวส่งโรงพัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทวา อดีตครูสอนเทนนิสแต่งกายชุดกีฬาเทนนิส ขว้างปาน้ำปลาร้าใส่กำแพงสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) ความเคลื่อนไหวที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ได้เกิดเหตุความวุ่นวายขึ้น ภายหลังจากที่ สนธิญา สวัสดี ได้เดินทางมาแถลงข่าวและเข้าไปยื่นหนังสือร้องเรียนภายในสำนักงาน กกต.

 

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นโดย เทวา ชาวอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี อดีตครูสอนเทนนิส ซึ่งแต่งกายด้วยชุดกีฬาเทนนิสพร้อมถือไม้เทนนิส ได้มายืนสังเกตการณ์การแถลงข่าวของสนธิญาอยู่บริเวณด้านหน้าสำนักงาน ทันทีที่สนธิญาเดินเข้าไปยื่นหนังสือด้านใน เทวาได้นำถุงน้ำปลาร้าที่เตรียมมา ขว้างปาใส่กำแพงด้านหน้าสำนักงาน กกต. จนเกิดความเลอะเทอะส่งกลิ่นคลุ้งไปทั่วบริเวณ

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

ภายหลังก่อเหตุ เทวาได้ให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตา โดยระบุสาเหตุที่ทำลงไปว่า รู้สึกไม่พอใจอย่างมากกับการทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งของ กกต. ในครั้งนี้ ที่ใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมหาศาลแต่กลับเต็มไปด้วยปัญหา พร้อมแสดงจุดยืนคัดค้านการนับคะแนนใหม่ เนื่องจากมองว่าจะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณซ้ำซ้อนโดยใช่เหตุ

 

“ยืนยันว่าการทำครั้งนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ ที่เจ็บปวดจากการเห็นการทำงานขององค์กรอิสระ ไม่มีการว่าจ้างหรือมีกลุ่มการเมืองใดอยู่เบื้องหลัง” เทวากล่าว

 

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าควบคุมสถานการณ์และนำตัวเทวาขึ้นรถเพื่อไปสอบปากคำและดำเนินคดีตามกฎหมายที่ สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง

 

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติพบว่า เทวาเคยมีวีรกรรมในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้ว เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2566 โดยครั้งนั้นได้บุกเข้าไปถึงจุดรับเรื่องร้องเรียนภายในสำนักงาน กกต. และก่อเหตุปาปลาร้าเพื่อแสดงความไม่พอใจในการจัดการเลือกตั้ง สส. เมื่อปี 2566 เช่นเดียวกัน

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : อดีตครูสอนเทนนิส บุกปาปลาร้าใส่กำแพง กกต. ค้านนับคะแนนใหม่ ชี้เปลืองงบฯ แผ่นดิน ตำรวจคุมตัวส่งโรงพัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
สนธิญาร้องนายกฯ ปลดพีระพันธุ์จากรองนายกฯ และ รมว.พลังงาน เหตุภรรยาโอนหุ้นไม่สำเร็จ ถือเกิน 5% https://thestandard.co/remove-pirapan-shares/ Mon, 30 Jun 2025 06:22:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1091006 remove-pirapan-shares

วันนี้ (30 มิถุนายน) ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ฯ สนธ […]

The post สนธิญาร้องนายกฯ ปลดพีระพันธุ์จากรองนายกฯ และ รมว.พลังงาน เหตุภรรยาโอนหุ้นไม่สำเร็จ ถือเกิน 5% appeared first on THE STANDARD.

]]>
remove-pirapan-shares

วันนี้ (30 มิถุนายน) ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ฯ สนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งที่ 4 ผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาลให้ปลด พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เหตุจากการกระทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 3 วรรคสอง โดยพบว่า พีระพันธุ์ เข้ารับตำแหน่งวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 แต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2567 ภรรยาของพีระพันธุ์ ไปยื่นหนังสือว่าจ้างบริษัท เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทที่รับถือหุ้นแทนหลังจากเป็นรัฐมนตรี

 

จากนั้น วันที่ 28 พฤษภาคม 2568 บริษัทเอ็มเอฟซี ได้ส่งหนังสือตอบกลับภรรยาของพีระพันธุ์ ว่าไม่สามารถรับดำเนินการโอนหุ้นได้ เพราะบริษัทมีข้อจำกัดในการโอนย้ายถ่ายเทหุ้น ให้กับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่บุคคลสืบสันดานเดียวกัน จึงถือว่าหุ้นยังคงอยู่และไม่ได้มีการโอน ซึ่งขัดต่อการรับตำแหน่งของรัฐมนตรี และคู่สมรส ที่ห้ามถือหุ้นเกิน 5% ดังนั้นภรรยาของพีระพันธุ์ จึงยังคงมีหุ้นเดิมที่ 21.69%

 

นอกจากนี้ พีระพันธุ์ ยังมีหุ้นในบริษัทที่มีมารดาถือหุ้นด้วย แต่มารดาเสียชีวิตไปแล้ว และยังมีการเดินบัญชีอยู่โดยผู้ที่ลงนามเซ็นเอกสารคือพีระพันธุ์ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ตนตรวจสอบมาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ขณะเดียวกัน เมื่อตรวจสอบยังพบว่าพีระพันธุ์และภรรยา ถือหุ้นบริษัทรวมกันอย่างน้อย 5-6 บริษัท จึงขอให้นายกรัฐมนตรีสั่งตรวจสอบ และพิจารณาปลดพีระพันธุ์ออกจากตำแหน่งซึ่งเป็นการกระทำผิดส่วนบุคคล แต่หากไม่ดำเนินการภายในวันศุกร์นี้ (4 กรกฎาคม) ตนจะไปยื่นถวายฎีกาเพื่อโปรดพิจารณาวินิจฉัยคุณสมบัติของพีระพันธุ์

The post สนธิญาร้องนายกฯ ปลดพีระพันธุ์จากรองนายกฯ และ รมว.พลังงาน เหตุภรรยาโอนหุ้นไม่สำเร็จ ถือเกิน 5% appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘สนธิญา’ เตรียมยื่นหนังสือถึงประธานองคมนตรี ค้าน ‘พีระพันธุ์’ นั่งรัฐมนตรี พร้อมยื่น กกต. ยุบพรรคร่วมรัฐบาล ปมคลิปเสียงทำประเทศแตกแยก 25 มิ.ย. https://thestandard.co/pirapan-party-dissolution/ Mon, 23 Jun 2025 05:35:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1087926 pirapan-party-dissolution

วันนี้ (23 มิถุนายน) เวลา 10.30 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราว […]

The post ‘สนธิญา’ เตรียมยื่นหนังสือถึงประธานองคมนตรี ค้าน ‘พีระพันธุ์’ นั่งรัฐมนตรี พร้อมยื่น กกต. ยุบพรรคร่วมรัฐบาล ปมคลิปเสียงทำประเทศแตกแยก 25 มิ.ย. appeared first on THE STANDARD.

]]>
pirapan-party-dissolution

วันนี้ (23 มิถุนายน) เวลา 10.30 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล สนธิญา สวัสดี ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อให้กำลังใจ หลังโดนผู้นำกัมพูชาปล่อยคลิปเสียง ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้นำระหว่างประเทศไม่กล้าคุยโทรศัพท์ระหว่างกัน แต่เนื้อหาที่นายกรัฐมนตรีพูดนั้น เช่น การพาดพิงถึงแม่ทัพภาคที่ 2 , หรืออยากได้อะไรก็บอก เป็นสิทธิ์ที่ประชาชนจะยื่นตรวจสอบ หรือจัดการชุมนุมได้

 

จากนั้น ได้ยื่นหนังสือฟ้องร้องต่อ พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ให้ตรวจสอบ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 10 วรรค 2 เพื่อยับยั้งการแต่งตั้งพีระพันธ์ จากกรณีถือหุ้นทั้งหมด 4 บริษัท

 

นอกจากนี้ สนธิญาเตรียมยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ยุบพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยอ้างว่า พรรคมีพฤติกรรมขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ในมาตรา 21, 54, 55, 56 และ 92 (3)

 

สนธิญายังกล่าวว่า ในวันพุธที่ 25 มิถุนายนนี้ จะเดินทางไปยื่นเรื่องต่อ กกต. เพื่อให้พิจารณายุบพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่า พรรคการเมืองเหล่านี้มีพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความแตกแยกและสร้างความเสียหาย เช่น กรณีคลิปเสียงผู้นำกัมพูชาหลุด และความพยายามเรียกร้องตำแหน่งรัฐมนตรี โดยเฉพาะจากพรรครวมไทยสร้างชาติ

The post ‘สนธิญา’ เตรียมยื่นหนังสือถึงประธานองคมนตรี ค้าน ‘พีระพันธุ์’ นั่งรัฐมนตรี พร้อมยื่น กกต. ยุบพรรคร่วมรัฐบาล ปมคลิปเสียงทำประเทศแตกแยก 25 มิ.ย. appeared first on THE STANDARD.

]]>
สนธิญายื่นอัยการสูงสุดส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ปมนายกฯ ตั้งณัฐวุฒิเป็นที่ปรึกษาฯ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ชี้เคยสนับสนุนม็อบ-ถูกตัดสิทธิทางการเมือง https://thestandard.co/sontiyan-petition-pm-nattawut/ Wed, 15 Jan 2025 08:44:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1030786 sontiyan petition-pm-nattawut

วันนี้ (15 มกราคม) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด สนธิญา สวัสด […]

The post สนธิญายื่นอัยการสูงสุดส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ปมนายกฯ ตั้งณัฐวุฒิเป็นที่ปรึกษาฯ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ชี้เคยสนับสนุนม็อบ-ถูกตัดสิทธิทางการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
sontiyan petition-pm-nattawut

วันนี้ (15 มกราคม) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด สนธิญา สวัสดี นักร้องเรียนทางการเมือง ยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด เพื่อให้ตรวจสอบและพิจารณาส่งเรื่องต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณี แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2567 ที่อาจจะกระทำผิดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากณัฐวุฒิถูกตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี ถูกจำคุก 2 ปี 8 เดือน กรณีบุกบ้าน พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ นอกจากนี้ยังเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มผู้กระทำความผิดกฎหมายในมาตรา 112

 

สนธิญากล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนยื่นร้องเรียนที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ปรับณัฐวุฒิออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2567 หลังการแต่งตั้ง 7 วัน ขณะเดียวกันในส่วนของ กิตติรัตน์ ณ ระนอง ตนได้ไปยื่นเรื่องร้องเรียนเช่นกัน โดยผลการตรวจสอบของกฤษฎีกาทั้ง 3 คณะออกมาว่า กิตติรัตน์เป็นข้าราชการทางการเมือง ส่วนกรณีของณัฐวุฒิ ตนยื่นกรณีที่นายกฯ กระทำผิดรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 160 เรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต จริยธรรม และคุณธรรม, มาตรา 164 และมาตราอื่นๆ ประกอบ

 

สนธิญากล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยแจ้งความดำเนินคดีกับณัฐวุฒิเมื่อปี 2550 กรณีกลุ่มคนวันเสาร์ ไม่เอาเผด็จการ บุกบ้าน พล.อ. เปรม โดยศาลพิพากษาจำคุกณัฐวุฒิเป็นเวลา 2 ปี 8 เดือน และติดกำไล EM ออกมาหลังได้รับการปล่อยตัว โดยในคดีดังกล่าวศาลยังมีคำพิพากษาให้ตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปีด้วย

และเมื่อออกมาจากเรือนจำ ณัฐวุฒิประกาศชัดว่าสนับสนุนกลุ่มราษฎร เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2563 โดยกลุ่มราษฎรดังกล่าวมี เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์, รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และ ไผ่ ดาวดิน-จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา เป็นแกนนำ

 

โดยในส่วนของเพนกวิน ตนยื่นร้องเกี่ยวกับเรื่องมาตรา 112 ประมาณ 5 คดี ปัจจุบันเพนกวินไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรีและปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกา โดยเจ้าตัวมีคดีความผิดเกี่ยวกับมาตรา 112 จำนวน 25 คดี พฤติกรรมของณัฐวุฒิจึงเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายเกี่ยวกับสถาบันฯ เป็นการกระทำที่รุนแรงต่อกฎหมายความมั่นคง

 

สนธิญากล่าวต่อว่า ตนร้องไปที่สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้คัดชื่อณัฐวุฒิออกไปภายใน 1 สัปดาห์ กระทั่งผ่านมาถึงวันนี้เป็นเวลา 3 เดือน 11 วัน ไม่มีการคัดชื่อณัฐวุฒิออกแต่อย่างใด ประกอบกับกฤษฎีกาทั้ง 3 คณะชี้ว่ากรณีของกิตติรัตน์เป็นข้าราชการทางการเมือง ซึ่งเป็นประเด็นเดียวกันกับณัฐวุฒิ ตนจึงนำเข้าสู่กระบวนการยื่นให้อัยการสูงสุดชี้ว่าการกระทำของนายกฯ นั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญตามที่ตนกล่าวหาหรือไม่ อย่างไร บทสรุปสุดท้ายสำนักงานอัยการสูงสุดจะต้องสรุปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ถ้าไม่ยื่น ตนจะใช้สิทธิภายใน 60 วัน ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยต่อไป

 

กระบวนการที่จะเข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญได้มี 2 ช่องทาง คือ ผ่านสำนักงานอัยการสูงสุด, สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน (สผผ.) ตนเลือกใช้วิธียื่นผ่านสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อโปรดพิจารณา ทั้งนี้ หากใครจะเคลื่อนไหวสนับสนุนกลุ่มราษฎรหรือมีความเห็นอย่างไร ก็เป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่กรณีของณัฐวุฒิเป็นผู้ประกาศสนับสนุน กลับมาแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ทั้งที่นายกฯ จะต้องตรวจสอบคนที่จะเข้ามาทำงานในตำแหน่งนี้ เพราะฉะนั้นณัฐวุฒิและนายกฯ ไม่สามารถปฏิเสธได้ สำหรับการแต่งตั้งดังกล่าวมีนายกฯ เป็นผู้ลงลายมือชื่อ แต่งตั้งด้วยตัวเอง เป็นหน้าที่ของนายกฯ ที่ต้องรับผิดชอบโดยตรง

 

สนธิญากล่าวต่อว่า สุดท้ายฝากไปถึง ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถึงกรณีที่มีนักร้องมากมายออกมาร้องเรียนนั้น ขอเรียนว่า ตนจะไปถอนในการร้องเรียนต่อ กกต. 2 เรื่องที่เกี่ยวข้องกับทักษิณและนายกฯ หลังจากที่ประธาน กกต. ชี้แจงมาแล้ว และตนเห็นว่าไม่เข้ากระบวนการ ก็จะถอนให้ 2 เรื่อง เพราะท่านเป็นบุคคลที่อยู่นอกการเมือง แต่เข้ามามีส่วนร่วมในทางการเมือง ตนร้องเรียนในส่วนที่เห็นว่าชัดเจน และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวินิจฉัยชี้แจง และยื่นไปถึงศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยต่อไป ตนไม่ได้ทำด้วยความเกลียดหรือโกรธแต่อย่างใด

The post สนธิญายื่นอัยการสูงสุดส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ปมนายกฯ ตั้งณัฐวุฒิเป็นที่ปรึกษาฯ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ชี้เคยสนับสนุนม็อบ-ถูกตัดสิทธิทางการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลรัฐธรรมนูญมติเอกฉันท์ ไม่รับคำร้องสนธิญา กรณีรัฐบาลเปลี่ยนแปลงนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต https://thestandard.co/constitutional-court-digital-wallet-policy-petition/ Wed, 18 Dec 2024 06:17:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1020936 ศาลรัฐธรรมนูญ ดิจิทัลวอลเล็ต

วันนี้ (18 ธันวาคม) ศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมปรึกษาคดีที่ สน […]

The post ศาลรัฐธรรมนูญมติเอกฉันท์ ไม่รับคำร้องสนธิญา กรณีรัฐบาลเปลี่ยนแปลงนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลรัฐธรรมนูญ ดิจิทัลวอลเล็ต

วันนี้ (18 ธันวาคม) ศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมปรึกษาคดีที่ สนธิญา สวัสดี เป็นผู้ร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ว่า การที่ แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง ใช้นโยบาย ดิจิทัลวอลเล็ต ในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ปี 2566 ซึ่งต่อมาเมื่อพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล ได้เปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์และกลุ่มเป้าหมายของนโยบายที่ใช้ในการหาเสียงเดิม เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 271 (1) และมาตรา 258 ก. ด้านการเมือง (2) และ (3) และไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 73 วรรคหนึ่ง (1) และ (5)

 

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้อง คำร้องเพิ่มเติม และเอกสารประกอบคำร้อง เป็นกรณีที่ผู้ร้องโต้แย้งนโยบายพรรคของผู้ถูกร้อง และไม่ปรากฏว่าผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพ และได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรง กรณีไม่เป็นไปตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ซึ่งมาตรา 46 วรรคสาม บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา ดังนั้นผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย

 

The post ศาลรัฐธรรมนูญมติเอกฉันท์ ไม่รับคำร้องสนธิญา กรณีรัฐบาลเปลี่ยนแปลงนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรวงศ์ขอก้าวข้ามวาทกรรมทักษิณครอบงำ ย้ำวันนี้หัวหน้าชื่อแพทองธาร ปลุกเพื่อไทยตั้งเป้า 200 เสียง https://thestandard.co/sorawong-no-more-thaksin-narrative/ Tue, 19 Nov 2024 04:37:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1010260

วันนี้ (19 พฤศจิกายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล สรวงศ์ เทียนทอง […]

The post สรวงศ์ขอก้าวข้ามวาทกรรมทักษิณครอบงำ ย้ำวันนี้หัวหน้าชื่อแพทองธาร ปลุกเพื่อไทยตั้งเป้า 200 เสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (19 พฤศจิกายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล สรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี สนธิญา สวัสดี ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ว่า ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ละเมิดสิทธิด้วยการให้สัมภาษณ์ว่า “นักร้องเป็นหมา หมาอยู่ส่วนหมา คนอยู่ส่วนคน อย่าสนใจหมาเห่า” ระหว่างลงพื้นที่ช่วยหาเสียงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุดรธานี

 

สรวงศ์กล่าวว่า ยังไม่เห็นจะมีคำไหนที่เปรียบเทียบให้เข้าใจไปแบบนั้น คิดกันไปเอง ใครจะรับก็รับไป ส่วนตัวไม่กังวล เพราะมองว่าการไปฟ้องร้องหากผู้พูดไม่ได้เอ่ยชื่อใครและไม่ได้พาดพิงบุคคลใด สิ่งต่างๆ เหล่านี้ประชาชนก็คงรู้สึกเอือมระอา

 

“ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของท่านทักษิณหรือพรรคเพื่อไทย เวลาจะทำอะไร เคลื่อนไหวอะไร ก็มีคนจ้องที่จะทำแบบนี้อยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องที่เคยชิน แต่เรามุ่งที่จะทำงานและให้ผลงานเป็นตัวตัดสิน ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชน สิ่งที่มีอยู่ตอนนี้คือเวลาที่จะพิสูจน์ตัวเอง ต้องพิสูจน์ด้วยผลงาน แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำกับรัฐมนตรีทุกคนว่า ให้ทำงานให้เต็มที่” สรวงศ์กล่าว

 

สำหรับที่ทักษิณปราศรัยว่า ตั้งเป้าหมายไว้ให้ได้ 200 เสียงในการเลือกตั้งครั้งหน้า สรวงศ์ระบุว่า อย่าบอกว่าทักษิณตั้งเป้าหมาย เป็นการคาดคะเนจากผู้มีประสบการณ์ พรรคเพื่อไทยต้องทำให้ดีที่สุดอยู่แล้ว เป้าหมายเราอยากให้เกินครึ่ง ต้องไล่กลับขึ้นมาให้เป็นพรรคอันดับหนึ่ง นี่คือเป้าหมาย

 

สรวงศ์กล่าวด้วยว่า นโยบายของรัฐบาลที่ทักษิณกล่าวบนเวทีนั้น กระทรวงต่างๆ ก็รับรู้ว่าไม่ใช่การครอบงำ ทุกกระทรวงทำอยู่แล้วและเป็นข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ต้องแยกประเด็นเรื่องครอบงำ

 

“ควรเลิกพูดถึงการครอบงำ ถือว่าเป็นวาทกรรมที่ไม่สร้างสรรค์ ไม่อย่างนั้นสิ่งที่พรรคการเมืองอื่นหรือคนที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองออกมาพูด ก็ถือว่าเป็นการครอบงำหมด เราต้องก้าวข้ามทักษิณได้แล้ว ตอนนี้นายกรัฐมนตรีชื่อแพทองธาร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยก็ชื่อแพทองธาร ประชาชนต้องเข้าใจในเรื่องนี้ ขอให้มุ่งถึงการทำงานดีกว่า” สรวงศ์กล่าว

The post สรวงศ์ขอก้าวข้ามวาทกรรมทักษิณครอบงำ ย้ำวันนี้หัวหน้าชื่อแพทองธาร ปลุกเพื่อไทยตั้งเป้า 200 เสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
รีเช็กคดีรัฐบาลแพทองธาร นิติสงครามฉุดรั้งรัฐบาล https://thestandard.co/paetongtarn-thaigov-legal-battles-challenges/ Mon, 18 Nov 2024 12:16:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1010095 รัฐบาลแพทองธาร

กว่า 2 เดือนที่รัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร รับไม้ต่อจากรัฐบ […]

The post รีเช็กคดีรัฐบาลแพทองธาร นิติสงครามฉุดรั้งรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลแพทองธาร

กว่า 2 เดือนที่รัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร รับไม้ต่อจากรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน ไม่เพียงสานต่อการบริหารประเทศ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ตามติดมาคือคดีที่มาคู่กับรัฐบาลพรรคเพื่อไทย 

 

เหล่านักร้องทั้งหลายทั้ง เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ, สนธิญา สวัสดี, ธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความอิสระ, คณะนิติชน-เชิดชูธรรม, นพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำพิราบขาว 2006, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยภักดี และองค์กรอิสระอย่างคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ต่างเดินหน้ายื่นเรื่องต่อองค์กรอิสระให้ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลกันอย่างเข้มข้น จนถึงวันนี้พบว่ามีการยื่นเรื่องตรวจสอบนายกรัฐมนตรีและผู้ที่เกี่ยวข้องเกินกว่า 10 คำร้องแล้ว 

 

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ข้อกล่าวหาเหล่านี้ล้วนอ้างอิงเรื่องที่ศาลเคยมีคำวินิจฉัยไว้แล้ว เช่น คดีล้มล้างการปกครอง ส่งผลให้ศาลมีคำวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล, คดีฝ่าฝืนจริยธรรมในการแต่งตั้งรัฐมนตรีของเศรษฐา ส่งผลให้หลุดจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้กระบวนการสั้นลง ลดขั้นตอนการไต่สวน

 

ส่วนคดีต่างๆ ที่รัฐบาลกำลังจะเผชิญมีเรื่องใดบ้าง THE STANDARD รวบรวมมาให้รับทราบ

 

ยื่นสอบแพทองธาร

The post รีเช็กคดีรัฐบาลแพทองธาร นิติสงครามฉุดรั้งรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
สนธิญาร้องค้านการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 มองเป็นการฉ้อฉล ละเมิดสิทธิประชามติ 17 ล้านเสียง https://thestandard.co/sonthiya-protests-constitution-amendment/ Mon, 23 Sep 2024 05:25:05 +0000 https://thestandard.co/?p=986853 สนธิญา

วันนี้ (23 กันยายน) ที่อาคารรัฐสภา สนธิญา สวัสดี เข้ายื […]

The post สนธิญาร้องค้านการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 มองเป็นการฉ้อฉล ละเมิดสิทธิประชามติ 17 ล้านเสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สนธิญา

วันนี้ (23 กันยายน) ที่อาคารรัฐสภา สนธิญา สวัสดี เข้ายื่นหนังสือต่อ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยไม่รับร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ของทุกพรรคการเมืองที่จะแก้ไข โดยเฉพาะการแก้ไขเรื่องจริยธรรม

 

สนธิญา กล่าวว่า ตามที่พรรคเพื่อไทยประกาศจะแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 มีหลายประเด็นที่จะต้องพิจารณาว่าจะเป็นการสนับสนุนการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันฯ หรือไม่ เพราะมีกฎหมายความมั่นคงที่กฎหมายทั่วไปไม่สามารถเอาเป็นความผิดได้รวมอยู่ ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่ได้แก้ปัญหาให้ประชาชนทั้งประเทศ แต่เป็นการตอบสนองความต้องการของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนที่มีคนทำผิดกฎหมายจริยธรรมในอดีต

 

นอกจากนี้ การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญยังถือเป็นการทำลายความชอบธรรมของระบบการคัดสรรเลือกตั้งบุคคลที่เป็นคนดี เป็นไปตามการปฏิรูปประเทศไทย และที่สำคัญรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวผ่านการลงประชามติมาแล้ว เพราะฉะนั้นหากมีการแก้รัฐธรรมนูญในประเด็นใดประเด็นหนึ่งจะเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนจำนวน 17 ล้านคน ที่ลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไร

 

“ผมถือว่าถ้าการใช้สิทธิในการแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และการแก้ไขที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน นั่นคือการฉ้อฉลต่อพี่น้องประชาชนคนไทย และอาจเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ 114 และ 50 (6) ว่าจะต้องไม่กระทำการใดๆ ที่จะทำให้เกิดความแตกแยกและเกลียดชังกัน ผมมั่นใจว่าถ้ามีการเสนอและรับร่างเข้าสู่สภา ความแตกแยกจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และจะหนักหน่วงรุนแรงขนาดไหนก็ว่ากันไป วันนี้ผมจึงมาร้องเพื่อไม่ให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น”

 

จึงกราบเรียนให้ประธานรัฐสภาพิจารณาและวินิจฉัยไม่รับร่างดังกล่าวของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนที่ร่วมกันเป็นแกนหลักในการแก้ไข และหากมีพรรคร่วมดำเนินการ ตนจะใช้กระบวนการแห่งบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นๆ ดำเนินการต่อไป ที่สำคัญตนอยากถามว่า ขณะนี้ประชาชนยังมีปัญหาเรื่องปากท้อง รัฐบาล หรือ สส. ที่เกี่ยวข้องจะไปช่วยอย่างไร

The post สนธิญาร้องค้านการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 มองเป็นการฉ้อฉล ละเมิดสิทธิประชามติ 17 ล้านเสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สนธิญาร้องอัยการสูงสุดสอบจริยธรรมนายกฯ ปมแต่งตั้ง ‘เฉลิมชัย-เดชอิศม์’ เป็นรัฐมนตรี อนาคตร้องเพิ่ม กลุ่มคนที่เข้าพบทักษิณ https://thestandard.co/sonthiya-pm-paetongtarn-ethics/ Fri, 06 Sep 2024 08:25:46 +0000 https://thestandard.co/?p=980396

วันนี้ (6 กันยายน) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด สนธิญา สวัสด […]

The post สนธิญาร้องอัยการสูงสุดสอบจริยธรรมนายกฯ ปมแต่งตั้ง ‘เฉลิมชัย-เดชอิศม์’ เป็นรัฐมนตรี อนาคตร้องเพิ่ม กลุ่มคนที่เข้าพบทักษิณ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (6 กันยายน) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด สนธิญา สวัสดี ยื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี ประเด็นความซื่อสัตย์สุจริตและการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงต่อบุคคล 3 คนคือ เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, เดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กรณีที่แต่งตั้ง 2 บุคคลข้างต้นเป็นรัฐมนตรี 

 

สนธิญาระบุถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2567 กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ เศรษฐา ทวีสิน พ้นจากตำแหน่ง มาเป็นบรรทัดฐานในการยื่นเรื่องวันนี้ โดยมองว่าพฤติกรรมของเฉลิมชัยและเดชอิศม์ขาดคุณธรรมและความสุจริตเป็นที่ประจักษ์ เช่น กรณีที่เคยพูดว่า ถ้าไม่ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เกิน 52 คน จะไม่รับตำแหน่งทางการเมือง แต่สุดท้ายก็ผิดสัญญาประชาคม, กรณีที่ดินภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) ที่ไม่ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.), การไปพบ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ต่างประเทศขณะที่ทักษิณยังเป็นผู้ต้องหา และอื่นๆ สนธิญามองว่าเป็นสิ่งที่วิญญูชนรับรู้ จึงมายื่นร้องสอบทั้ง 3 คน

 

สนธิญากล่าวว่า การมายื่นเรื่องร้องเรียนในวันนี้ไม่ได้ถูกจ้างมา และไม่ได้กลั่นแกล้งใคร แต่มีความเป็นห่วงแพทองธาร โดยหลังจากนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่ตนเองพิจารณาข้อมูลอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่หัวหน้าพรรคต่างๆ ไปพบทักษิณที่บ้านจันทร์ส่องหล้า และเรื่องสนามกอล์ฟอัลไพน์ ที่อาจจะมายื่นเรื่องร้องสอบในอนาคต

The post สนธิญาร้องอัยการสูงสุดสอบจริยธรรมนายกฯ ปมแต่งตั้ง ‘เฉลิมชัย-เดชอิศม์’ เป็นรัฐมนตรี อนาคตร้องเพิ่ม กลุ่มคนที่เข้าพบทักษิณ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สนธิญาร้อง ป.ป.ช. สอบจริยธรรมร้ายแรง ‘สว. เกศกมล’ ปมใช้วุฒิ ดร. จาก California University ใส่ในคุณสมบัติ อาจจูงใจให้คนเข้าใจผิด https://thestandard.co/sonthiya-nacc-petition-senator-ketkamon/ Tue, 16 Jul 2024 06:45:46 +0000 https://thestandard.co/?p=958564 สนธิญา สวัสดี California University

วันนี้ (16 กรกฎาคม) ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบ […]

The post สนธิญาร้อง ป.ป.ช. สอบจริยธรรมร้ายแรง ‘สว. เกศกมล’ ปมใช้วุฒิ ดร. จาก California University ใส่ในคุณสมบัติ อาจจูงใจให้คนเข้าใจผิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
สนธิญา สวัสดี California University

วันนี้ (16 กรกฎาคม) ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนธิญา สวัสดี อดีตผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา ร้องเรียนให้สอบการกระทำผิดจริยธรรมร้ายแรงของ ศ. ดร. พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สว. คะแนนอันดับ 1 ที่มีปัญหาเรื่องวุฒิการศึกษา ระบุว่า อาจเป็นวุฒิที่จ่ายเงินซื้อมาและไม่ได้มีการรับรองในไทย

 

สนธิญากล่าวว่า เรื่องวุฒิการศึกษาที่ได้มาจาก California University FCE ซึ่งเป็นบริษัทที่รับเทียบโอนคุณวุฒิ ไม่ได้มีการรับรองตำแหน่งทางวิชาการตามกฎหมายไทย วันนี้จึงมายื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบจริยธรรมร้ายแรง เพราะการที่นำวุฒิดังกล่าวไปใส่ในใบข้อมูลคุณสมบัติ สว. 2 หรือ สว. 3 กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อใช้ในการเลือกตั้ง สว. ถือว่าผิด พ.ร.ป.มาตรา 77(4) จูงใจให้บุคคลเข้าใจผิดในคุณสมบัติ

 

ขณะนี้ตนกำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาโทในประเทศไทย ซึ่งได้สอบถามทาง กกต. ว่าสามารถใส่คุณสมบัติส่วนนี้ได้หรือไม่ ทาง กกต. ได้ตอบกลับว่า ไม่สามารถทำได้ เพราะฉะนั้นต้องย้อนกลับไปพิจารณาว่าการที่ พญ.เกศกมล นำวุฒิการศึกษาใส่ไปในลักษณะนี้เจตนาเป็นอย่างไรและได้ประโยชน์หรือไม่ และทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาได้ข้อมูลว่ามีผู้สมัคร สว. ลงคะแนนเลือก ศ. ดร. พญ.เกศกมล เพราะเห็นว่ามีคุณสมบัติทางการศึกษาเหมาะที่จะเป็นสมาชิกวุฒิสภา

 

สนธิญากล่าวว่า ถ้าวุฒิการศึกษาที่จบมาจากต่างประเทศของ ศ. ดร. พญ.เกศกมล ใช้ในทางส่วนตัวสามารถทำได้ แต่เมื่อใดที่นำไปใช้ประโยชน์ในทางราชการจะถือว่าขัดต่อกฎหมายแน่นอน

 

สิ่งสำคัญคือ คุณวุฒิตำแหน่งศาสตราจารย์ได้มาอย่างไม่ถูกต้อง ทางการไทยไม่รับรอง แต่กลับนำไปใช้ในการเลือก สว. แค่นี้ก็ถือว่าไม่ถูกต้องแล้ว ขณะเดียวกันทนายความและกลุ่มคนที่ไปแถลงข่าวชี้แจงกรณีดังกล่าว หากมีความชัดเจนว่าสิ่งที่แถลงข่าวไม่เป็นความจริง ก็จะเข้าข่ายนำข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งตนเตรียมจะร้องกองบัญชาการตำรวจนครบาลตรวจสอบเอาผิดเรื่องนี้ภายในสัปดาห์หน้า

 

ขณะเดียวกันในส่วนของการร้อง ป.ป.ช. วันนี้ นอกจากจะให้ตรวจสอบจริยธรรมร้ายแรง ก็จะนำหลักฐานที่มีส่งให้ทาง ป.ป.ช. ไต่สวนพิจารณาวินิจฉัยและส่งศาลฎีกา ซึ่งส่วนตัวมองว่าวันนี้หาก ศ. ดร. พญ.เกศกมล ลาออกจากการเป็น สว. สถานการณ์ต่างๆ น่าจะคลี่คลาย

The post สนธิญาร้อง ป.ป.ช. สอบจริยธรรมร้ายแรง ‘สว. เกศกมล’ ปมใช้วุฒิ ดร. จาก California University ใส่ในคุณสมบัติ อาจจูงใจให้คนเข้าใจผิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
สนธิญาร้อง ตำรวจตรวจสอบเนื้อหา ‘เดี่ยวสเปเชียล: ซูเปอร์ซอฟต์พาวเวอร์’ ของโน้ต อุดม ปมพอเพียง ชี้มุกตลกด้อยค่าคนอื่นให้ตัวเองได้เงิน https://thestandard.co/sonthiya-call-police-investigate-super-soft-power/ Tue, 07 May 2024 09:03:28 +0000 https://thestandard.co/?p=930755

วันนี้ (7 พฤษภาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล สนธิญา สวั […]

The post สนธิญาร้อง ตำรวจตรวจสอบเนื้อหา ‘เดี่ยวสเปเชียล: ซูเปอร์ซอฟต์พาวเวอร์’ ของโน้ต อุดม ปมพอเพียง ชี้มุกตลกด้อยค่าคนอื่นให้ตัวเองได้เงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (7 พฤษภาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล สนธิญา สวัสดี เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเนื้อหาที่ อุดม แต้พานิช หรือ โน้ต พูดในรายการทอล์กโชว์ ‘เดี่ยวสเปเชียล: ซูเปอร์ซอฟต์พาวเวอร์’ โดยเฉพาะในประเด็นความพอเพียงที่กำลังกลายเป็นกระแสพูดถึงของสังคมอยู่ในขณะนี้ 

 

สนธิญาระบุว่า ขอให้ตรวจสอบว่าอุดมมีเจตนาพูดพาดพิงไปถึงโครงการพระราชดำริ ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ หรือไม่ หากยืนยันว่าไม่ได้พาดพิงก็จบ แต่หากมีการพาดพิง ต้องยอมรับว่าการพูดถึงนั้นไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน และมีการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะเข้าข่ายเป็นความผิด 

 

ในวันนี้ตัวเองได้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของมูลนิธิปิดทองหลังพระมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประกอบการพิจารณาและวินิจฉัย ว่าการพูดเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงนั้นไม่ตรงกับความเป็นจริงและเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ทั้งนี้ขอเรียกร้องไปยังอุดมให้เลิกแซะ กร่อน หรือไปด้อยค่าบุคคลใดบุคคลหนึ่งบนเวที แล้วนำไปลงในระบบออนไลน์ ซึ่งผู้ชมสนุกสนาน แต่บุคคลอื่นเสียหาย หรือทำให้เกิดความไม่สบายใจขึ้น ขอให้นำเรื่องที่เป็นประโยชน์ไปแสดงให้ประชาชนในการจัดรายการทอล์กโชว์เดี่ยว แทนการพูดด้อยค่าคนอื่นให้เกิดกระแส 

 

“ขอให้เลิกเถอะครับ เอาเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชนไปแสดงรายการทอล์กโชว์เดี่ยว เพราะที่ผ่านมามีปัญหาทุกครั้ง คุณโน้ตก็หยิบเอาประเด็นการด้อยค่าสารพัดพูดบนเวที แล้วสร้างให้เกิดกระแส ครั้งนี้ผมก็เข้าใจว่าคุณโน้ตพยายามจะสร้างกระแสตรงนั้น ในขณะที่กระแสของคุณโน้ตเองก็ตกไปเรื่อยๆ” สนธิญากล่าว 

 

สนธิญายังเรียกร้องให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลให้พิจารณาว่า การพูดเกี่ยวกับความพอเพียงเกี่ยวพันไปถึงโครงการพระราชดำริด้วยหรือไม่ เพราะข้อมูลเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงไม่ตรงกับความเป็นจริง และกรณีที่พูดถึงบุคคลลงมาจากรถตู้ พอกหน้าพอกตาแล้วลงมาเกี่ยวข้าวหมายถึงบุคคลใด เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน 

 

และโครงการนี้เป็นโครงการที่ประชาชนทั้งประเทศยอมรับ และกรณีที่นำความจริงบ้างไม่จริงบ้างไปลงระบบคอมพิวเตอร์ หรือผ่านแพลตฟอร์มหนึ่งที่มีผู้ติดตามกว่า 91 ล้านคน หากมีการสื่อสารเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงก็จะทำให้เกิดความเข้าใจผิดและเป็นการนำความเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ 

 

ส่วนกรณีที่อุดมออกมาชี้แจงว่าการเล่นมุกตลกโดยใช้หลักการตลาดนำนั้น สนธิญากล่าวว่า กรณีมุกตลกของอุดมเป็นตรรกะอุบาทว์ คือด้อยค่าบุคคลหลายๆ คน และล่าสุดมาพูดถึงประเด็นพอเพียง หากพบว่าพาดพิงรวมไปถึงหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่ ตนจะไม่ยอม เพราะถือเป็นการเซาะกร่อนและให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์  

 

จึงเรียกร้องไปยังอุดม ไม่ว่าจะเป็นการด้อยค่าผู้อื่น แต่สิ่งที่อุดมได้คือเงิน ขณะที่บุคคลอื่นเสียหาย ซึ่งกรณีพูดเรื่องพอเพียงทำให้ประชาชนอาจเข้าใจไปในทางที่ไม่ถูกต้อง หากอุดมเป็นลูกผู้ชายจะต้องพูดให้ชัดเจน หากพาดพิงก็ต้องยอมรับสิ่งที่ตามมา ขณะเดียวกันก็เห็นว่าอุดมไม่เคยออกมาพูดถึงการเคลื่อนไหวของแกนนำคณะก้าวหน้าหรือพรรคก้าวไกล ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการพิสูจน์ว่าการกระทำของอุดมทำเพื่อประโยชน์ของคนไทยทั้งประเทศ หรือทำเพื่อคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด หรือผลประโยชน์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง แต่ทำให้บุคคลอื่นเสียหาย หรือเข้าใจในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงคลาดเคลื่อน 

 

สนธิญากล่าวต่อว่า มีเรื่องเป็นหมื่นเป็นแสนล้านเรื่องที่สามารถพูดได้บนเวที โดยไม่จำเป็นต้องไปแตะต้องเศรษฐกิจพอเพียงหรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดจะกระทำการใด เพราะเป็นสิทธิและเสรีภาพที่สามารถกระทำได้ แต่ในกรณีที่มีการไปด่าหรือด้อยค่าแล้วอาจมีการพาดพิงถึงเรื่องที่มีความอ่อนไหว จึงเห็นว่าเป็นสิ่งที่นายอุดมจะต้องตอบสังคมให้ชัดเจน หากนายอุดมชัดเจน ตนก็ชัดเจน ตนเรียกร้องในฐานะที่เป็นลูกผู้ชายด้วยกัน 

 

มีรายงานว่า สนธิญาเคยยื่นหนังสือให้มีการตรวจสอบเนื้อหาการแสดงเดี่ยวไมโครโฟน เดี่ยว 13 ที่มีการพูดพาดพิง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นหลายประเด็นเมื่อปี 2565 ซึ่งหลังจาก พล.อ. ประยุทธ์ ได้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และดำรงตำแหน่งองคมนตรี แล้วสนธิญาได้ถอนเรื่องดังกล่าวออกไป

The post สนธิญาร้อง ตำรวจตรวจสอบเนื้อหา ‘เดี่ยวสเปเชียล: ซูเปอร์ซอฟต์พาวเวอร์’ ของโน้ต อุดม ปมพอเพียง ชี้มุกตลกด้อยค่าคนอื่นให้ตัวเองได้เงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สนธิญา เตรียมไปรายงานตัวต่อศาล หลังถูกออกหมายจับฐานหลบหนีคดีหมิ่นประมาทเสรีพิศุทธ์ ระบุทนายความเข้าใจผิดพลาด https://thestandard.co/sondhiya-surrender-court-warrant-defamation-case/ Fri, 26 Apr 2024 06:04:13 +0000 https://thestandard.co/?p=927028

ความคืบหน้าจากกรณีที่ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวห […]

The post สนธิญา เตรียมไปรายงานตัวต่อศาล หลังถูกออกหมายจับฐานหลบหนีคดีหมิ่นประมาทเสรีพิศุทธ์ ระบุทนายความเข้าใจผิดพลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>

ความคืบหน้าจากกรณีที่ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง สนธิญา สวัสดี กรณียื่นคำร้องอันเป็นเท็จต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวหาว่า พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พร้อมทั้งให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนจนเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137, 326 และ 328

 

ล่าสุดวันนี้ (26 เมษายน) พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า 

 

“ศาลออกหมายจับ สนธิญา สวัสดี คดีศาลอาญา หมายเลขดำที่ อ.1114/2564, หมายเลขแดงที่ อ.3136/2565 ระหว่าง พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส โดย พล.ต.ท. จุตติ ธรรมมโนวานิช โจทก์ กับ สนธิญา สวัสดี จำเลย

 

“จำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล มีพฤติการณ์หลบหนี จึงให้ออกหมายจับจำเลยให้มาฟังคำพิพากษาในนัดหน้า นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 เวลา 09.30 น.”

 

ด้านสนธิญาระบุว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด เพราะทีมทนายความฝั่งตนเข้าใจว่าศาลแพ่งนัดฟังคำพิพากษาหลังยื่นอุทธรณ์ในการถูกเรียกค่าเสียหายคดีหมิ่นประมาท เป็นเงินจำนวน 2 ล้านบาท จึงคิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องไปศาล ตนจึงไม่ได้เดินทางไปตามคำแนะนำของทนาย 

 

แต่ความจริงแล้วเป็นทางฝั่งของศาลอาญาที่นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในข้อหาหมิ่นประมาท ซึ่งตนไม่ได้ไปศาล จึงมีความเห็นว่าตนมีพฤติกรรมหลบหนี มีคำสั่งออกหมายจับ ลงวันที่ 25 เมษายน 2567 โทษจำคุก 4 เดือนปรับ 50,000 บาท ซึ่งวันนี้เวลา 13.00 น. ตนจะเดินทางไปยังศาลอาญาเพื่อชี้แจงต่อศาล

The post สนธิญา เตรียมไปรายงานตัวต่อศาล หลังถูกออกหมายจับฐานหลบหนีคดีหมิ่นประมาทเสรีพิศุทธ์ ระบุทนายความเข้าใจผิดพลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทวีเผย รัฐมนตรี, ข้าราชการ และ สส. แห่พบทักษิณไม่เข้าเงื่อนไขทบทวนพักโทษ ถือเป็นสิทธิเสรีภาพ https://thestandard.co/tawee-sodsong-thaksin-approach-is-freedom/ Mon, 18 Mar 2024 09:04:57 +0000 https://thestandard.co/?p=912450 ทวี สอดส่อง

วันนี้ (18 มีนาคม) พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระ […]

The post ทวีเผย รัฐมนตรี, ข้าราชการ และ สส. แห่พบทักษิณไม่เข้าเงื่อนไขทบทวนพักโทษ ถือเป็นสิทธิเสรีภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทวี สอดส่อง

วันนี้ (18 มีนาคม) พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่ สนธิญา สวัสดี เตรียมรวบรวมรายชื่อรัฐมนตรี ข้าราชการประจำ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่ไปพบ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จังหวัดเชียงใหม่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบว่าทำได้หรือไม่ ซึ่งอาจนำไปสู่การยื่นให้พิจารณาทบทวนเรื่องการพักโทษของทักษิณว่า กระทรวงยุติธรรมยึดถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ราชทัณฑ์ เมื่อการกำหนดโทษเป็นเรื่องของศาล แต่การบริหารโทษเป็นเรื่องของราชทัณฑ์  

 

พ.ต.อ. ทวี กล่าวอีกว่า ใน พ.ร.บ.ดังกล่าว ระบุเรื่องการพักโทษไว้ โดยกำหนดเงื่อนไขไว้หลายข้อ แต่ไม่มีข้อใดกำหนดการห้ามพบใคร มีแต่เรื่องของยาเสพติดและอาการเจ็บป่วย เมื่อถึงจังหวะกรมราชทัณฑ์ก็จะชี้แจง แต่เบื้องต้นยังไม่พบความผิดอะไร ส่วนกรณีการพบกันที่จังหวัดเชียงใหม่ยังไม่มีรายงานมาโดยตรง เพราะยังไม่มีเหตุให้ต้องรายงาน

 

ส่วนความเป็นไปได้หรือไม่ที่ในอนาคตทักษิณอาจไปร่วมตรวจราชการกับ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พ.ต.อ. ทวี กล่าวว่า ถ้าไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขก็ถือเป็นสิทธิเสรีภาพ แต่กรณีนี้อาจจะไม่เกิดขึ้น เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บริหารงานเอง

 

สำหรับเรื่องการรายงานตัวกับกรมคุมประพฤติของทักษิณนั้น พ.ต.อ. ทวี กล่าวว่า จะครบกำหนด 30 วันในวันที่ 19 มีนาคมนี้ และจะต้องเข้ารายงานตัว

The post ทวีเผย รัฐมนตรี, ข้าราชการ และ สส. แห่พบทักษิณไม่เข้าเงื่อนไขทบทวนพักโทษ ถือเป็นสิทธิเสรีภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลอาญาสั่งจำคุกสิระ 8 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีหมิ่นเสรีพิศุทธ์ก่อสร้างท่าเทียบเรือรุกแม่น้ำ ส่วน สนธิญา-ชัยยันต์ โทษ 8 เดือน แต่รอลงอาญา ปรับคนละ 8 หมื่นบาท https://thestandard.co/court-imprison-sira-8-months/ Wed, 20 Dec 2023 10:10:28 +0000 https://thestandard.co/?p=878983 สิระ เจนจาคะ

วันนี้ (20 ธันวาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพ […]

The post ศาลอาญาสั่งจำคุกสิระ 8 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีหมิ่นเสรีพิศุทธ์ก่อสร้างท่าเทียบเรือรุกแม่น้ำ ส่วน สนธิญา-ชัยยันต์ โทษ 8 เดือน แต่รอลงอาญา ปรับคนละ 8 หมื่นบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
สิระ เจนจาคะ

วันนี้ (20 ธันวาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีที่ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ยื่นฟ้อง สิระ เจนจาคะ, สนธิญา สวัสดี, ชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ และ ภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ จำเลยที่ 1-4 ในคดีความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

 

กรณีจำเลยกล่าวใส่ร้ายโจทก์ว่าได้ก่อสร้างท่าเทียบเรือริมแม่น้ำเจ้าพระยาโดยไม่ถูกต้องในที่ประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีสิระเป็นประธาน ทั้งที่จำเลยทั้ง 3 ทราบดีว่ามีการถ่ายทอดภาพและเสียงในขณะนั้น

 

ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ศาลเห็นว่าคดีมีมูลเฉพาะจำเลยที่ 1-3 ให้ประทับฟ้อง จำเลยที่ 4 ยกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง จำเลยทั้ง 3 ให้การปฏิเสธ

 

ศาลพิพากษาว่าจำเลยทั้ง 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 ประกอบมาตรา 83 ฐานร่วมกันกระทำการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ให้จำคุกคนละ 1 ปี ปรับจำเลยที่ 2 และ 3 คนละ 1.2 แสนบาท

 

จำเลยทั้ง 3 ให้การเป็นประโยชน์ในการพิจารณาอยู่บ้างตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้คนละ 1 ใน 3 คงจำคุกคนละ 8 เดือน ปรับจำเลยที่ 2 และ 3 คนละ 80,000 บาท โทษจำคุกของจำเลยที่ 2 และ 3 ให้รอการลงโทษ มีกำหนดคนละ 2 ปี ให้นับโทษของจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.504/2563, อ.577/2563, อ.850/2563, อ.1148/2563 และ อ.1149/2563 ของศาลอาญา

 

และคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.306/2563 ของศาลอาญาธนบุรี และในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.522/2564 ของศาลอาญาตลิ่งชัน และในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1176/2564 ของศาลแขวงดอนเมือง สำหรับคำขอนับโทษจำคุกจำเลยที่ 2 และ 3 ศาลรอการลงโทษจำคุก จึงไม่อาจนับโทษจำคุกต่อได้

 

ภายหลังสิระ จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวสิระ จำเลยที่ 1 ตีราคาประกัน 50,000 บาท

The post ศาลอาญาสั่งจำคุกสิระ 8 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีหมิ่นเสรีพิศุทธ์ก่อสร้างท่าเทียบเรือรุกแม่น้ำ ส่วน สนธิญา-ชัยยันต์ โทษ 8 เดือน แต่รอลงอาญา ปรับคนละ 8 หมื่นบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดวิวาทะและเสียงวิจารณ์ หลังนายกฯ แถลงชี้แจงนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต https://thestandard.co/digital-wallet-quotes-and-criticism/ Tue, 14 Nov 2023 00:50:50 +0000 https://thestandard.co/?p=865328 ดิจิทัลวอลเล็ต

สิ้นเสียงการแถลงและชี้แจงรายละเอียดโครงการแจกเงินดิจิทั […]

The post เปิดวิวาทะและเสียงวิจารณ์ หลังนายกฯ แถลงชี้แจงนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดิจิทัลวอลเล็ต

สิ้นเสียงการแถลงและชี้แจงรายละเอียดโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท โดย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

 

ตามมาด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากทุกทิศทาง โดยเฉพาะเรื่องการออกกฎหมายเพื่อกู้เงินมาใช้ในโครงการ

 

THE STANDARD เปิดวิวาทะหลังนายกรัฐมนตรีแถลงชี้แจงนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 

 

 

“วันนี้ คำตอบที่เป็นไปได้มากที่สุดในการดำเนินนโยบายนี้ คือการออก พ.ร.บ. (กู้) วงเงิน 500,000 ล้านบาท”

 

– เศรษฐา ทวีสิน

นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กล่าวระหว่างการแถลงชี้แจงรายละเอียดโครงการ

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2566

 

 

“หรือนี่เป็นเพียงการสร้างภาพให้ความมั่นใจกับประชาชนว่ากำลังจะได้เงิน ทั้งๆ ที่รู้ดีว่าไปไม่รอดแน่ เป็นการสร้างกับดักเพื่อที่ในอนาคตหากมีบรรดานักร้องหรือผู้ตรวจการแผ่นดินไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะสามารถอ้างได้ว่าเป็นความผิดของศาลรัฐธรรมนูญในการปัดตกร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน ไม่ใช่ความผิดของรัฐบาล”

 

– ศิริกัญญา ตันสกุล 

สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2566

 

 

“ต้องบอกด้วยความเคารพว่าแทบจะไม่เข้าเงื่อนไข (ตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561) สักประการ”

 

– คำนูณ สิทธิสมาน

สมาชิกวุฒิสภา (สว.) 

โพสต์ข้อผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2566

 

 

“(การกู้เงิน) กระทำไม่ได้…ผมจึงขอให้ข้อมูลเพื่อเป็นประโยชน์แก่สำนักงานกฤษฎีกา และแก่รัฐมนตรีที่จะร่วมพิจารณาเรื่องนี้”

 

– ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล

ประธานกรรมการด้านวิชาการ พรรคพลังประชารัฐ 

และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 

โพสต์ข้อผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2566

 

 

“ไม่แน่นัก การรู้ว่าการออก พ.ร.บ. มันยากเย็นขนาดนี้ อาจเป็นการหาทางลงที่ไม่ใช่ทางออกของคนยิ้มซื่อๆ ที่ชื่อ เศรษฐา ทวีสิน”

 

– สมชัย ศรีสุทธิยากร 

อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 

โพสต์ข้อผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2566

 

 

“อย่าเอามาตรฐานความคิดของตัวเองมาหวังว่าคนอื่นเขาจะเป็นเหมือนกัน อย่ามองความตั้งใจที่บริสุทธิ์ และความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่จะยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน มาเป็นมุมการเมืองที่สร้างความสับสนให้กับประชาชนเลยครับ”

 

– เศรษฐา ทวีสิน

นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

โพสต์ข้อความผ่าน X (Twitter) 

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2566

 

 

รัฐบาลเขาคงถือว่าดูดีแล้วว่าไม่ขัด พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง มาตรา 6 และมาตรา 9 แต่อีกฝ่ายบอกว่าขัด เพราะมีประโยคต้องแปลกัน ระบุว่าต้องไม่ใช้ประโยชน์ไปในการหาเสียง หาคะแนนนิยม

 

– วิษณุ เครืองาม 

อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการกฤษฎีกา 

กล่าวเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2566

 

 

“ศิริกัญญาเองก็ขอให้เราทำโครงการนี้ เพียงแต่ขอให้ปรับลดเพดานเงินลง แสดงให้เห็นว่าศิริกัญญาเองก็เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว”

 

– ภูมิธรรม เวชยชัย 

รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 

โพสต์ข้อความผ่าน X (Twitter) 

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2566

 

 

“ดิฉันไม่เคย ‘ขอ’ ให้ทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ต แต่เมื่อจะร่วมรัฐบาลกัน ในการร่วมประชุมเพื่อวางแผนงบปี 67 อยากให้งบครอบคลุมโครงการของพรรคร่วม และเห็นว่านโยบายนี้เป็นนโยบายเรือธงที่พรรคเพื่อไทยใช้หาเสียง จึงเสนอว่าหากจะทำก็ได้ แต่งบประมาณไม่พอ ถ้าจะทำจริงต้องปรับลดงบลงมา”

 

– ศิริกัญญา ตันสกุล 

สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

โพสต์ข้อความผ่าน X (Twitter) 

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2566

 

 

“เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่ได้บอกว่าไม่เห็นด้วยแล้วขอให้บันทึกการประชุม แต่พูดตอนท้ายการประชุมว่ามีหน้าที่ดูแลทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมาย และปกป้องทุกคนในที่ประชุม โดยจะนำเรื่องไปหารือในคณะกรรมการกฤษฎีกา”

 

– นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช 

เลขาธิการนายกรัฐมนตรี 

ให้สัมภาษณ์ในรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2566

 

 

“ทำไมพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลจึงคิดทำต่อ ทุกวันนี้ยังไม่ได้รับเหตุผลใดๆ กลับมา เพียงมีการขุดอดีตไล่ความชอบธรรมว่าตนเองเคยเห็นด้วย”

 

– ศิริกัญญา ตันสกุล 

สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

โพสต์ข้อความผ่าน X (Twitter) 

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2566

 

 

“แหล่งเงินที่จะนำมาแจกคือ การออกเป็น พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ เศรษฐาพูดมาโดยตลอดว่าจะไม่กู้เงินมาดำเนินการโครงการนี้แต่อย่างใด อันถือเป็นการตระบัดสัตย์ของผู้นำประเทศ ที่ทำให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างรุนแรง” 

 

– ศรีสุวรรณ จรรยา 

ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน 

กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์วันที่ 13 พฤศจิกายน 2566

 

 

“ผมมาร้อง (ต่อ กกต.) เพื่อไม่ต้องการให้การเลือกตั้งครั้งต่อไป (มีพรรคการเมือง) ประกาศ 15 ชั้นฟ้า 14 ชั้นดินว่าทำได้ แต่เมื่อถึงเวลาแล้วทำไม่ได้ แล้วพี่น้องประชาชนก็จะเสียหาย จะเป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตย” 

 

– สนธิญา สวัสดี 

สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ 

กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์วันที่ 13 พฤศจิกายน 2566

The post เปิดวิวาทะและเสียงวิจารณ์ หลังนายกฯ แถลงชี้แจงนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต appeared first on THE STANDARD.

]]>