สนช. Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สนช/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 15 Aug 2023 07:13:41 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 พล.อ. ปรีชา อดีต สนช. น้องชายนายกฯ รายงานตัวเป็น ส.ว. แล้ว https://thestandard.co/preecha-chan-ocha-report-for-duty/ Thu, 16 May 2019 06:08:37 +0000 https://thestandard.co/?p=249117 Preecha Chan-ocha

วันนี้ (16 พ.ค.) ซึ่งเป็นวันที่สาม ที่สำนักงานเลขาธิการ […]

The post พล.อ. ปรีชา อดีต สนช. น้องชายนายกฯ รายงานตัวเป็น ส.ว. แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Preecha Chan-ocha

วันนี้ (16 พ.ค.) ซึ่งเป็นวันที่สาม ที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเปิดให้ ส.ว. ที่ได้รับการแต่งตั้งเดินทางเข้ามารายงานตัว หลังจากที่ผ่านมาสองวันมีผู้มารายงานตัวแล้วจำนวน 113 คน

 

ขณะที่ในช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 8.30 น. ซึ่งเป็นเวลาเปิดดำเนินการ พล.อ. ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีต สนช. เดินทางมารายงานตัวเป็นคนแรกของวัน และตลอดครึ่งวันมี ส.ว. เดินทางมารายงานตัวแล้ว 86 คน ทำให้ยอดรายงานตัวเวลานี้อยู่ที่ 199 คน

 

ถวิล เปลี่ยนศรี, นายแพทย์อุดม คชินทร, ลักษณ์ วจนานวัช, พล.อ. สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์, พลตำรวจโท วิบูลย์ บางท่าไม้, นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ ได้เดินทางเข้ามารายงานตัวแล้วในวันนี้

 

การปรากฏตัวของ พล.อ. ปรีชา จันทร์โอชา อดีต สนช. ที่มีสถานะเป็นน้องชายของพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการมารายงานตัวเป็น ส.ว. ในวันนี้ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนอย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมา พล.อ. ปรีชา ถูกมองว่าเป็นจุดอ่อนที่อาจทำให้ ส.ว. ชุดนี้ถูกโจมตีว่าเป็นสภาพี่-น้อง ไม่ต่างจากที่เคยมีการวิจารณ์สภาที่มีมาจากนักการเมืองว่าเป็นสภาผัว-เมีย

 

หลังการรายงานตัว พล.อ. ปรีชาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนสั้นๆ เมื่อถูกถามถึงกระแสว่ามีความกดดันหรือไม่ พล.อ. ปรีชา กล่าวว่า ปกติ ไม่อะไร วันนี้มาแสดงตน

 

ขณะที่เมื่อวานนี้ นายกรัฐมนตรีตอบคำถามสื่อถึงกระแสการตั้งคนใกล้ชิด และอดีตคนที่เคยมีตำแหน่งต่างๆ จากที่ คสช. เคยแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ก่อนได้รับเลือกเป็น ส.ว. อีกครั้งว่า “ต้องเข้าใจแยกแยะ เวลาการเมืองเข้ามา ก็เห็นมีแต่คนเก่าๆ เข้ามาทั้งนั้น แล้วทำไมคนพวกนี้เป็นคนเก่าๆ ถึงเข้ามาทำงานไม่ได้ล่ะ ในเมื่อเขาต้องมาสานต่องาน ผมก็ต้องเลือกคนที่รู้งานมาส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ทั้งหมด”

 

ส่วนกระแสข่าวการตั้งน้องชายเป็น ส.ว. ซึ่งในอดีตเคยถูกกล่าวหาว่าไม่ปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลานั้น นายกฯ ตอบคำถามสื่อว่า ประธาน สนช. ได้สอบสวนและชี้แจงมาแล้ว ขออย่าตั้งข้อกังขาและรังเกียจทหารมากนัก เพราะส่วนใหญ่เกษียณแล้ว

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post พล.อ. ปรีชา อดีต สนช. น้องชายนายกฯ รายงานตัวเป็น ส.ว. แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครูหยุย อดีต สนช. แสดงตนเป็น ส.ว. คนแรก หลังมีประกาศแต่งตั้ง https://thestandard.co/wanlop-tangkhananurak-report-to-senator/ Tue, 14 May 2019 08:13:34 +0000 https://thestandard.co/?p=248091 วัลลภ ตังคณานุรักษ์

สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้เปิดให้บุคคลที่มีรายชื่อตามป […]

The post ครูหยุย อดีต สนช. แสดงตนเป็น ส.ว. คนแรก หลังมีประกาศแต่งตั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
วัลลภ ตังคณานุรักษ์

สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้เปิดให้บุคคลที่มีรายชื่อตามประกาศแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. เข้ารับการแสดงตนเป็นสมาชิกวุฒิสภาได้ตั้งแต่วันที่ 14-17 พ.ค. ในเวลา 8.30-16.30 น. ณ บริเวณห้องโถง ชั้น 1 อาคารสุขประพฤติ ถนนประชาชื่น เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ นั้น

 

ล่าสุดวันนี้ ครูหยุย-วัลลภ ตังคณานุรักษ์ อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ชุดปัจจุบัน ที่ได้ลาออกจากตำแหน่งก่อนหน้านี้ ได้เข้ารายงานตัวเพื่อรับตำแหน่ง ส.ว. เป็นคนแรก หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ

 

สำหรับครูหยุย จบการศึกษาระดับปริญญาโท มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาพัฒนาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ปริญญาตรี ครุศาสตรบัณฑิต เอกพลศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยเป็นเลขาธิการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก ทำงานด้านเด็กและเยาวชนมายาวนานต่อเนื่อง เคยได้รับเลือกเป็น ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งจังหวัดกรุงเทพมหานครชุดแรกของไทยในปี 2543

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ครูหยุย อดีต สนช. แสดงตนเป็น ส.ว. คนแรก หลังมีประกาศแต่งตั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ที่ประชุม สนช. มีมติ 133 ต่อ 0 งดออกเสียง 16 เสียง เห็นชอบให้ประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ แล้ว https://thestandard.co/cyber-act/ https://thestandard.co/cyber-act/#respond Thu, 28 Feb 2019 08:37:32 +0000 https://thestandard.co/?p=211036

โดยสาระสำคัญ กำหนดมาตรการป้องกันรับมือและลดความเสี่ยงจา […]

The post ที่ประชุม สนช. มีมติ 133 ต่อ 0 งดออกเสียง 16 เสียง เห็นชอบให้ประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

โดยสาระสำคัญ กำหนดมาตรการป้องกันรับมือและลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ ที่อาจจะกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ โดยได้กำหนดภารกิจและบริการเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางสารสนเทศของหน่วยงานรัฐและเอกชนที่ต้องมีการป้องกันรับมือ

ให้มีหน่วยงานรับผิดชอบในการดำเนินการประสานปฏิบัติการ รวมถึงแผนมาตรการการป้องกันและรับมือ ทั้งนี้ในร่างกฎหมายกำหนดให้มีคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ และกรรมการโดยตำแหน่งประกอบไปด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกิน 7 คน ได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐมนตรี

The post ที่ประชุม สนช. มีมติ 133 ต่อ 0 งดออกเสียง 16 เสียง เห็นชอบให้ประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/cyber-act/feed/ 0
จับตา พ.ร.บ. ไซเบอร์ เข้า สนช. โลกออนไลน์กังวลจนติดเทรนด์ร้อนในทวิตเตอร์ https://thestandard.co/consider-cybersecurity-law-act/ https://thestandard.co/consider-cybersecurity-law-act/#respond Wed, 27 Feb 2019 08:27:42 +0000 https://thestandard.co/?p=210156 CyberSecurity

ถือเป็นประเด็นร้อนที่ต้องรอลุ้นในวันนี้ (27 ก.พ.) เมื่อ […]

The post จับตา พ.ร.บ. ไซเบอร์ เข้า สนช. โลกออนไลน์กังวลจนติดเทรนด์ร้อนในทวิตเตอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
CyberSecurity

ถือเป็นประเด็นร้อนที่ต้องรอลุ้นในวันนี้ (27 ก.พ.) เมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. …. ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมาธิการวิสามัญแล้ว ท่ามกลางความกังวลของผู้คนบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับเนื้อหาใน พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว จนทำให้แฮชแท็ก #พรบไซเบอร์ ติดเทรนด์อันดับต้นๆ ในทวิตเตอร์เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

 

ความเคลื่อนไหววันนี้ที่รัฐสภา ตัวแทนคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน เข้ายื่นหนังสือกับ นายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และนายนัฑ ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สนช. เพื่อเรียกร้องให้ สนช. ยุติบทบาทด้านนิติบัญญัติต่องานพิจารณาร่างกฎหมายภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้

 

ด้านนายสมชายเปิดเผยว่าข้อเรียกร้องดังกล่าวไม่สามารถทำได้ เพราะตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้ สนช. คงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีรัฐสภาชุดใหม่ ซึ่งการทำงานของ สนช. ตามที่ตกลงไว้คือจะพิจารณาร่างกฎหมายไปจนถึงวันที่ 15 มีนาคม ตามที่มีร่างกฎหมายบรรจุไว้ในระเบียบวาระประมาณ 20 ฉบับ และหลังจากนั้นอาจเรียกประชุมได้ แต่ต้องเป็นประเด็นที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อไม่ให้กลายเป็นประเด็นในช่วงเวลาที่เดินหน้าสู่การเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคมนี้

 

ส่วนในโลกออนไลน์ การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างคึกคัก ส่วนใหญ่แสดงความคิดเห็นคัดค้านเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว โดยหวั่นว่าจะเป็นการลิดรอนเสรีภาพและละเมิดสิทธิส่วนบุคคลจากเนื้อหาร่างที่ตีความได้กว้าง และให้อำนาจเจ้าหน้าที่อย่างมากในการรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์

 

โดยสาระสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าวคือการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ Cyber Security สามารถเข้าตรวจค้น ยึดข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ หรืออายัดคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ใดๆ เมื่อมีเหตุต้องสงสัย โดยไม่ต้องขอหมายค้นจากศาล ในกรณีที่เป็นภัยคุกคามระดับวิกฤตตามระดับภัยคุกคามทางไซเบอร์ 3 ระดับ คือเฝ้าระวัง ร้ายแรง และวิกฤต โดยให้คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการเป็นผู้พิจารณา

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post จับตา พ.ร.บ. ไซเบอร์ เข้า สนช. โลกออนไลน์กังวลจนติดเทรนด์ร้อนในทวิตเตอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/consider-cybersecurity-law-act/feed/ 0
ร่าง พ.ร.บ. ข้าวแท้งแล้ว สนช. ถอย รอให้สภาฯ เลือกตั้งพิจารณาสานต่อ https://thestandard.co/draft-of-the-rice-act-2/ https://thestandard.co/draft-of-the-rice-act-2/#respond Tue, 26 Feb 2019 04:50:01 +0000 https://thestandard.co/?p=208886

วันนี้ (26 ก.พ.) เวลา 10.00 น. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ( […]

The post ร่าง พ.ร.บ. ข้าวแท้งแล้ว สนช. ถอย รอให้สภาฯ เลือกตั้งพิจารณาสานต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 ก.พ.) เวลา 10.00 น. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นัดประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ข้าว พ.ศ. …. ในวาระ 2-3 แต่ก่อนการประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ข้าว พ.ศ. …. ให้สัมภาษณ์ว่าจากที่รับฟังเสียงของสมาชิก สนช. ส่วนใหญ่สนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว และสนใจเข้าชื่อเพื่ออภิปรายเป็นรายมาตราจำนวนมาก สนช. จะลงมติอย่างไรตนไม่ทราบ แต่ถือว่าได้ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม ช่วงเช้าจนถึงก่อนประชุมยังไม่ทราบถึงการส่งสัญญาณหรือใบสั่งใดๆ มาจากรัฐบาลต่อการพิจารณาร่างกฎหมายนี้ หลังจากที่ตัวแทน สนช. หารือกับตัวแทนรัฐบาลในการประชุมร่วมวิปสองฝ่าย

 

ทั้งนี้ สนช. ได้เลื่อนวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ข้าวไปแบบไม่มีกำหนด และจะไม่ทัน สนช. พิจารณาก่อนหมดวาระ โดยจะส่งต่อให้สภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งพิจารณาว่าจะสานต่อหรือไม่

 

จากนั้นเมื่อถึงเวลา 10.00 น. การประชุม สนช. ได้เริ่มขึ้น โดย นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ประธานการประชุม ได้แจ้งกับสมาชิก สนช. ถึงการเปลี่ยนแปลงระเบียบวาระพิจารณา จากเดิมวาระแรกจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ข้าว พ.ศ. …. ไปเป็นร่าง พ.ร.บ. การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ (ฉบับที่..) พ.ศ. …. ซึ่งเป็นระเบียบวาระที่รอการพิจารณาลำดับที่ 2 แทน

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ร่าง พ.ร.บ. ข้าวแท้งแล้ว สนช. ถอย รอให้สภาฯ เลือกตั้งพิจารณาสานต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/draft-of-the-rice-act-2/feed/ 0
ภาคประชาชนยื่นหนังสือให้ สนช. ยุติพิจารณากฎหมายทุกฉบับ https://thestandard.co/people-go-network-filed-terminate-all-laws/ https://thestandard.co/people-go-network-filed-terminate-all-laws/#respond Tue, 26 Feb 2019 04:36:27 +0000 https://thestandard.co/?p=208858

เครือข่าย People GO network ยื่นหนังสือเพื่อเรียกร้องให […]

The post ภาคประชาชนยื่นหนังสือให้ สนช. ยุติพิจารณากฎหมายทุกฉบับ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เครือข่าย People GO network ยื่นหนังสือเพื่อเรียกร้องให้ทางสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยุติการพิจารณากฎหมายทุกฉบับที่ยังค้างการพิจารณา โดยอ้างถึงความเหมาะสม และต้องการให้สภาที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้พิจารณาต่อไป โดยมี นายพงศ์กิตติ์ อรุณภักดีสกุล รองเลขาธิการวุฒิสภา เป็นผู้รับหนังสือ ที่อาคารรัฐสภา 1

 

The post ภาคประชาชนยื่นหนังสือให้ สนช. ยุติพิจารณากฎหมายทุกฉบับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/people-go-network-filed-terminate-all-laws/feed/ 0
ถอน พ.ร.บ. ข้าว ไปพิจารณาสัปดาห์หน้า กมธ. ขอทบทวน ยืนยันไม่มีโทษปรับหรือจำคุกชาวนา https://thestandard.co/senate-draft-of-the-rice-act-postpone/ https://thestandard.co/senate-draft-of-the-rice-act-postpone/#respond Wed, 20 Feb 2019 10:12:31 +0000 https://thestandard.co/?p=203481 พรบ ข้าว

ความเคลื่อนไหวล่าสุดกรณีที่ประชุมสภานิติบัญญัติ เตรียมพ […]

The post ถอน พ.ร.บ. ข้าว ไปพิจารณาสัปดาห์หน้า กมธ. ขอทบทวน ยืนยันไม่มีโทษปรับหรือจำคุกชาวนา appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรบ ข้าว

ความเคลื่อนไหวล่าสุดกรณีที่ประชุมสภานิติบัญญัติ เตรียมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ข้าว พ.ศ…. สมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ วิป สนช. ชี้แจงว่าที่ประชุมได้ขอเลื่อนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติข้าวออกไปก่อน เนื่องจากกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติข้าว ขอถอนร่างกฎหมายดังกล่าวออกจากวาระการประชุม สนช. ในวันพรุ่งนี้ เพื่อขอทบทวนปรับแก้เนื้อหาอีกครั้ง หลังเกิดกระแสท้วงติงจากภาคเกษตรกรและชาวนา ก่อนจะเสนอต่อที่ประชุม สนช. อีกครั้ง ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้  

 

ด้านพลเอก มารุต ปัชโชตะสิงห์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติข้าว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ยืนยันว่า การพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ ไม่เคยมีการบังคับชาวนา เพราะมีการยกเว้นข้อปฏิบัติบางประการแก่ชาวนาแต่แรก และไม่มีการกำหนดทั้งโทษปรับ และโทษจำคุกแก่ชาวนาใดๆ ทั้งสิ้น และเพื่อให้เกิดความรอบคอบ และได้ข้อสรุปที่ดีที่สุด หลังกรรมาธิการใช้เวลากว่า 2 ปี ในการรับฟังความเห็นชาวนาที่ต้องการให้มีกฎหมายที่ให้ความเป็นธรรมแก่ชาวนา

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ถอน พ.ร.บ. ข้าว ไปพิจารณาสัปดาห์หน้า กมธ. ขอทบทวน ยืนยันไม่มีโทษปรับหรือจำคุกชาวนา appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/senate-draft-of-the-rice-act-postpone/feed/ 0
สนช. นัดเคาะ ‘ร่าง พ.ร.บ. ข้าว’ 20 กุมภาพันธ์นี้ กมธ. แจงยิบ ไม่มีโทษจำคุกชาวนาที่เพาะเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้เอง https://thestandard.co/senate-draft-of-the-rice-act/ https://thestandard.co/senate-draft-of-the-rice-act/#respond Mon, 18 Feb 2019 07:19:18 +0000 https://thestandard.co/?p=201810 ร่างพระราชบัญญัติข้าว

วันนี้ (18 ก.พ.) พลเอก มารุต ปัชโชตะสิงห์ ประธานกรรมาธิ […]

The post สนช. นัดเคาะ ‘ร่าง พ.ร.บ. ข้าว’ 20 กุมภาพันธ์นี้ กมธ. แจงยิบ ไม่มีโทษจำคุกชาวนาที่เพาะเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้เอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ร่างพระราชบัญญัติข้าว

วันนี้ (18 ก.พ.) พลเอก มารุต ปัชโชตะสิงห์ ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติข้าว ชี้แจงกระแสข่าวการกำหนดให้ชาวนาต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ หากเพาะเก็บเมล็ดพันธุ์เองจะต้องโทษจำคุกและปรับ 100,000 บาทว่ากระแสข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากตามเนื้อหาในร่างกฎหมายที่สมาชิก สนช. เสนอต่อที่ประชุมตั้งแต่ในวาระแรกนั้นมีการระบุยกเว้น ไม่ได้บังคับใช้ต่อชาวนาในการแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีข้อท้วงติงเรื่องบทกำหนดโทษ กรรมาธิการฯ จึงตัดบทกำหนดโทษทิ้งทั้งหมด โดยชาวนาที่มีเมล็ดพันธุ์ข้าวสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ได้อย่างอิสระ เว้นแต่ชาวนาจะไปทำในลักษณะผู้ประกอบการเพื่อค้ากำไรที่จะต้องขอรับรองพันธุ์ข้าวก่อนเท่านั้น

 

พลเอก มารุต ยังยืนยันด้วยว่าที่ประชุม สนช. จะพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ในวาระที่ 2-3 ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้อย่างแน่นอน

 

ขณะเดียวกันในวันนี้ (18 ก.พ.) กรรมาธิการฯ ยังได้เชิญผู้แทนชาวนามารับฟังความเห็นเพิ่มเติมต่อร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งทั้งเห็นด้วยกับเนื้อหาในร่างฉบับนี้ที่มีการแก้ไขในชั้นกรรมาธิการ และสนับสนุนให้ สนช. พิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ต่อเนื่องทันทีโดยไม่ต้องรอรัฐบาลหน้า

 

นอกจากนั้นกรรมาธิการฯ ยังได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงข้อบิดเบือนต่อร่างกฎหมายฉบับนี้ อาทิ

 

ประเด็นข่าวพาดหัวว่าชาวนาต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ หากเพาะเก็บเมล็ดพันธุ์เองจะต้องโทษจำคุกและปรับ 100,000 บาท

 

โดยกรรมาธิการฯ ยืนยันว่าได้พิจารณาอย่างรอบคอบกว่า 2 ปี และได้ปรับรูปแบบการเขียนกฎหมายจากมาตรา 26 เป็นมาตรา 27/1 ที่นอกจากจะยกเว้น ไม่บังคับแก่ชาวนาแล้ว ยังเสนอให้เพิ่มบทเฉพาะกาลที่จะให้ผู้ที่ยังไม่ได้รับรองพันธุ์ได้ปรับตัวเพื่อเข้าสู่ระบบภายในเวลา 3 ปีอีกด้วย ซึ่งในช่วงระหว่างนี้ผู้ประกอบการที่จำหน่ายเมล็ดพันธุ์และยังไม่ได้รับการรับรองพันธุ์ก็ยังสามารถจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ได้ตามปกติ แต่เมื่อครบ 3 ปีแล้วก็ยังเปิดโอกาสให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาว่าจะขยายเวลาออกไปหรือไม่

 

ส่วนประเด็นการกำหนดให้ขึ้นทะเบียนชาวนาทุกคนและให้โรงสีออกใบรับรองข้าวเปลือกนั้น หากพบว่าออกใบรับรองเป็นเท็จจะมีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับนั้น

 

กรรมาธิการฯ ชี้แจงว่าไม่มีการระบุให้ขึ้นทะเบียนชาวนาทั้งหมด หรือระบุให้โรงสีต้องออกใบรับรองในกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น

 

มีเพียงมาตรา 20 ที่ให้ผู้ซื้อข้าวเปลือกออกใบรับซื้อข้าวเปลือกซึ่งเป็นหลักฐานการรับซื้อที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง โดยให้ส่งสำเนาแก่กรมการข้าวเพื่อประกอบการจัดทำฐานข้อมูลเท่านั้น

 

ทั้งนี้ร่างพระราชบัญญัติข้าวที่เสนอโดย สนช. เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2561 ต้องพิจารณาล่าช้า เนื่องจากเข้าข่ายเป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน จึงต้องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาก่อนนำเสนอต่อ สนช. เพื่อพิจารณาในวาระที่ 1 ซึ่งยืนยันว่าเป็นการพิจารณาตามขั้นตอนตามปกติ ไม่มีการเร่งรัดแต่อย่างใด

 

อ่านร่างพระราชบัญญัติข้าว พ.ศ. …. ที่กรรมาธิการฯ แก้ไขแล้วได้ที่นี่

web.senate.go.th/bill/bk_data/455-2.pdf?fbclid=IwAR23niMee4Hsc2RY1UtJMy4-uGo5Y-aB68UKGbA4JSa2xRwQdF–Eo4r8kE

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post สนช. นัดเคาะ ‘ร่าง พ.ร.บ. ข้าว’ 20 กุมภาพันธ์นี้ กมธ. แจงยิบ ไม่มีโทษจำคุกชาวนาที่เพาะเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้เอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/senate-draft-of-the-rice-act/feed/ 0
จับตา ‘ร่าง พ.ร.บ. ข้าว’ แม้ชาวนามีเมล็ดพันธุ์ข้าวไม่มีความผิด แต่ปิดกั้นการพัฒนาพันธุ์ข้าวไทย https://thestandard.co/draft-of-the-rice-act/ https://thestandard.co/draft-of-the-rice-act/#respond Sun, 17 Feb 2019 09:16:45 +0000 https://thestandard.co/?p=201249

ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ข้าว พ.ศ…. เกิดจากการร […]

The post จับตา ‘ร่าง พ.ร.บ. ข้าว’ แม้ชาวนามีเมล็ดพันธุ์ข้าวไม่มีความผิด แต่ปิดกั้นการพัฒนาพันธุ์ข้าวไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ข้าว พ.ศ…. เกิดจากการร่วมกันเสนอของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ปัจจุบันได้ผ่าน สนช. ในวาระที่ 1 (ขั้นรับหลักการ) และคณะกรรมาธิการฯ ได้ทำการแก้ไขเสร็จแล้ว โดยวันพรุ่งนี้ (18 ก.พ.) จะมีการเสนอเข้าสู่คณะกรรมการตรวจร่างกฎหมายของ สนช. และรอเพียงเข้าที่ประชุม สนช. วาระ 3 เพื่อพิจารณาบังคับใช้

 

อย่างไรก็ตาม ‘ร่าง พ.ร.บ. ข้าว’ ฉบับนี้ถูกรุมคัดค้านจากผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่นักวิชาการ ชาวนา โรงสี หรือแม้แต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 

ถ้ากฎหมายนี้มีก่อน พ.ศ. 2500 คงไม่มีพันธุ์ข้าวดีๆ หลายพันธุ์

รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า โดยหลักการแล้วเห็นด้วยที่จะมีกฎหมายเกี่ยวกับข้าวโดยเฉพาะ เพราะอาชีพชาวนาเสี่ยงขาดทุนสูง คนรุ่นใหม่ไม่มีแรงจูงใจจะทำนา จึงต้องการปรับปรุงพัฒนากระบวนการผลิต ตลอดห่วงโซ่การผลิต และการพัฒนาอาชีพทำนาให้มั่นคง ยั่งยืน อย่างบูรณาการและเป็นเอกภาพ

 

แต่สาระสาคัญของร่าง พ.ร.บ. ข้าวฉบับนี้กลับเน้นการควบคุมและลงโทษเสมือนประเทศตกอยู่ในภาวะสงคราม และจะเกิดผลเสียต่อวงการข้าวไทย ส่วนมาตราด้านการพัฒนาก็มีจุดอ่อนที่ไม่น่าจะสัมฤทธิ์ผล

 

ทั้งนี้ สาระของกฎหมายสำคัญที่นักวิชาการทีดีอาร์ไอได้ชี้ให้เห็น คือ มาตรา 27/1 และมาตรา 33/2 ซึ่งตีความได้ว่า การจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ยังไม่ได้รับการรับรองพันธุ์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

รศ.ดร.นิพนธ์ ระบุว่า มาตรานี้จะปิดกั้นขัดขวางการพัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่ๆ ของไทย เพราะในอดีตข้าวพันธุ์พื้นเมืองหลายพันธุ์ที่กลายเป็นพันธุ์ยอดนิยม ได้แพร่หลายไปในหมู่ชาวนาก่อนที่หน่วยราชการจะให้การรับรองพันธุ์

 

“หาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกมาใช้ก่อน พ.ศ. 2500 คนไทยคงอดมีพันธุ์ข้าวดอกมะลิ 105 ขาวตาแห้ง 17 ข้าวไรซ์เบอร์รี ข้าวสังข์หยด ข้าวทับทิมชุมแพ” รศ.ดร.นิพนธ์ ระบุ

 

กมธ. ร่าง พ.ร.บ. ข้าว ยันชาวนาขายข้าวได้ตามปกติ

ด้านคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ข้าว นำโดย พลโท จเรศักณ์ิ อานุภาพ รองประธานคณะกรรมาธิการ ชี้แจงในประเด็นกรณีการแก้ไขมาตรา 27/1 ที่ห้ามจัดจำหน่ายพันธุ์ข้าวที่ไม่ได้รับการรับรองจดทะเบียนจากกรมการข้าวนั้น

 

ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้ชี้แจงว่า กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้บังคับให้เกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนทั้งหมด นอกจากนี้ยังสามารถจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวได้ตามปกติแม้จะไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมการข้าว แต่ยืนยันว่าการขึ้นทะเบียนกับกรมการข้าวจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาสายพันธุ์ข้าว เนื่องจากการรับรองจะทำให้ได้พันธุ์ข้าวที่ดีมีคุณภาพ และสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรและผู้จำหน่ายข้าวในอนาคต

 

นายกฯ ห่วงข่าว ‘พ.ร.บ. ข้าว’ บิดเบือน แนะระวังการเสพข้อมูล

พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นห่วงเรื่องความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและการนำเสนอข่าวที่บิดเบือนเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. ข้าว ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของ สนช. ทั้งๆ ที่กฎหมายฉบับนี้จะเป็นกลไกควบคุมการผลิตและจำหน่ายข้าวเปลือกอย่างเป็นธรรม

 

“พาดหัวข่าวทำนองว่า ชาวนาสะอื้น ชาวนาอ่วม หาก พ.ร.บ. ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ โดยถ้าชาวนาคนใดมีเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้ในครอบครองจะมีความผิด และยังเป็นกฎหมายที่เอื้อนายทุนด้วยนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ดังนั้นสื่อมวลชนควรระมัดระวังในเรื่องนี้”

 

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่แชร์กันจากหลายเพจ เช่น เพจเฟซบุ๊กของ นายสุเทพ คงมาก ที่ระบุถึงโทษของชาวนาที่ฝ่าฝืนกฎหมาย จะต้องถูกจำคุก 5 ปี หรือถูกปรับ 500,000 บาทนั้น ก็ไม่ถูกต้อง จึงขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการเสพข่าว และผู้ที่โพสต์หรือส่งต่อข้อมูลที่บิดเบือนอาจเข้าข่ายกระทำผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ด้วย

 

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ชาวนาสามารถพัฒนาพันธุ์ข้าวไว้ใช้เองได้โดยไม่มีความผิด แต่หากจะนำไปขายก็ต้องไปขอขึ้นทะเบียนกับกรมการข้าว เหมือนกับสินค้าอาหารเครื่องดื่มที่ต้องไปขึ้นทะเบียนกับ อย. เพื่อรับรองคุณภาพ

 

“พ.ร.บ. ข้าว จะช่วยคุ้มครองชาวนาในระยะยาวไม่ให้ถูกโรงสีเอาเปรียบกดราคาโดยอ้างว่าข้าวเปลือกของชาวนาไม่มีคุณภาพ และยังทำให้พันธุ์ข้าวต่างๆ ได้รับการขึ้นทะเบียนรับรองมาตรฐาน ป้องกันการหลอกขายเมล็ดพันธุ์จากพ่อค้าที่ไร้ความรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้รวบรวมข้อท้วงติงและความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์เสนอไปยังคณะกรรมาธิการที่พิจารณาเรื่องนี้แล้ว”

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post จับตา ‘ร่าง พ.ร.บ. ข้าว’ แม้ชาวนามีเมล็ดพันธุ์ข้าวไม่มีความผิด แต่ปิดกั้นการพัฒนาพันธุ์ข้าวไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/draft-of-the-rice-act/feed/ 0
รัฐสภาบวงสรวงพระบรมรูปรัชกาลที่ 7 ก่อนอัญเชิญไปซ่อมแซม เพื่อประดิษฐานที่รัฐสภาแห่งใหม่ https://thestandard.co/sacrifice-statue-of-king-rama-vii/ https://thestandard.co/sacrifice-statue-of-king-rama-vii/#respond Sat, 05 Jan 2019 08:06:01 +0000 https://thestandard.co/?p=175171

เช้าวันนี้ (5 ม.ค.) นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบ […]

The post รัฐสภาบวงสรวงพระบรมรูปรัชกาลที่ 7 ก่อนอัญเชิญไปซ่อมแซม เพื่อประดิษฐานที่รัฐสภาแห่งใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เช้าวันนี้ (5 ม.ค.) นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. เป็นประธานในพิธีบวงสรวง เพื่ออัญเชิญพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ที่ตั้งอยู่หน้าอาคารรัฐสภา มาเป็นเวลาเกือบ 40 ปี ไปบูรณะ ซ่อมแซม ที่สำนักช่างสิบหมู่ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม พร้อมบวงสรวง และอัญเชิญพระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง และพระภูมิชัยมงคล ไปไว้ที่ห้องพระ อาคารรัฐสภา และเมื่ออาคารรัฐสภาแห่งใหม่แล้วเสร็จ จะอัญเชิญองค์เดิมทั้งหมดไปประดิษฐานยังอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เพื่อให้ประชาชนสักการะต่อไป

 

ขณะเดียวกัน นายพรเพชรยังกำชับถึงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ว่าจะต้องดำเนินทุกอย่างด้วยความโปร่งใส แม้จะยังติดปัญหาการจัดซื้อ จัดจ้างระบบสารสนเทศ และสาธารณูปโภคที่ห้องประชุมใหญ่ แต่ตั้งใจให้ห้องประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. เสร็จสิ้นก่อนห้องประชุมสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. เพื่อให้เพียงพอต่อการรองรับและใช้งานทั้งสองสภาได้ก่อน แต่มีแนวโน้มว่าห้องประชุมดังกล่าวจะเสร็จไม่ทันการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ เนื่องจากการก่อสร้างมีกำหนดแล้วเสร็จวันที่ 30 มิถุนายน 2562 จึงได้เตรียมสถานที่สำรองไว้ประชุมแทนเป็นการชั่วคราว ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาจัดหา

 

The post รัฐสภาบวงสรวงพระบรมรูปรัชกาลที่ 7 ก่อนอัญเชิญไปซ่อมแซม เพื่อประดิษฐานที่รัฐสภาแห่งใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/sacrifice-statue-of-king-rama-vii/feed/ 0
2019 ปีที่ต้องจับตากฎหมายหลายฉบับ มรดกตกทอดจาก คสช. เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของ สนช. https://thestandard.co/ncpo-legal-2019/ https://thestandard.co/ncpo-legal-2019/#respond Fri, 28 Dec 2018 07:35:23 +0000 https://thestandard.co/?p=172360

    ช่วงเวลานี้กำลังเดินหน้าเข้าสู่โหมดเลือกต […]

The post 2019 ปีที่ต้องจับตากฎหมายหลายฉบับ มรดกตกทอดจาก คสช. เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของ สนช. appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

 

ช่วงเวลานี้กำลังเดินหน้าเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง ส.ส. หลังจากประเทศไทยต้องอยู่ภายใต้องค์กรนิติบัญญัติที่ชื่อว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งนานนับ 5 ปี

 

ที่ผ่านมามีการออกกฎหมายจำนวนมากโดยไม่ได้พิจารณาให้ละเอียด ซึ่งหลายฉบับต้องตามมาแก้ไขด้วยการใช้มาตรา 44

 

ขณะที่กฎหมายหลายฉบับที่ควรได้รับความเห็นชอบ เพราะสอดคล้องกับหลักการสิทธิมนุษยชนหรือเพิ่มความเท่าเทียมกลับถูกดองไว้ แต่ทว่าช่วงนี้กลับถูกเร่งพิจารณาในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง จึงเป็นหน้าที่ของคนทุกคนที่จะต้องร่วมจับตากัน

 

THE STANDARD พูดคุยกับ ‘ยิ่งชีพ อัชฌานนท์’ จาก iLaw ในฐานะผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน ถึงปรากฏการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นและอนาคตของการรับมือ

 

 

ทำไมต้องจับตาการผ่านกฎหมายของ สนช.

ต้องเล่าย้อนสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อปี 2550 ช่วงจะหมดวาระ ซึ่งมีการเร่งผ่านกฎหมายหลายสิบฉบับต่อวัน มันไม่มีฝ่ายค้าน ไม่มีใครมาถ่วงดุล โดย 2-3 สัปดาห์สุดท้าย ก่อนการเลือกตั้ง สนช. ชุดนั้น ผ่านร่างกฎหมายไปกว่า 40 ฉบับ เช่น พ.ร.บ. ความมั่นคง ที่ยังใช้อยู่ถึงปัจจุบัน

 

ดังนั้นเราคิดมาตลอดว่า สนช. ชุดนี้จะเหมือนกันไหม เพราะว่ายิ่ง 2-3 สัปดาห์สุดท้าย ข่าวคราวก็จะโฟกัสไปที่การเลือกตั้ง คนก็จะไม่ได้สนเท่าไรว่าเขาจะผ่านกฎหมายอะไรบ้าง แล้วบางอันหาก สนช. ให้ความเห็นชอบผ่านออกมาจะหน้าตาจะเป็นแบบไหน อย่าง พ.ร.บ. ความมั่นคงไซเบอร์ ที่อาจอาศัย 2-3 สัปดาห์สุดท้าย ก็เข้าไป แล้วผ่านก็เป็นไปได้ ซึ่งช่วงนั้นอาจมีกระแสต้านน้อย

 

ด้านกฎหมายอื่นๆ เป็นน่าแปลกดี ที่กฎหมายในด้านส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ก็มาเข้า สนช. ในช่วงท้ายๆ เยอะ อย่างร่าง พ.ร.บ. คู่ชีวิต พ.ร.บ. ต่อต้านการทรมานและอุ้มหาย ซึ่งทั้งหมดเป็นกฎหมายที่ทำกันมานาน อย่างเรื่องต้านการทรมาน ทำมาสิบกว่าปีแล้ว ซึ่ง สนช. อยู่มาจะ 5 ปีแล้ว ทำไมเพิ่งมาทำช่วงนี้ ก็มองได้ 2 อย่าง

 

อย่างแรก เป็นไปได้ที่กฎหมายพวกนี้จะถูกผลักดันผ่านจนเสร็จ แต่เนื้อหาอาจมีปัญหา ทั้งนี้รัฐบาลก็ยังสามารถบอกกับชาวโลกได้อยู่ดีว่ารัฐบาลนี้เห็นอกเห็นใจสิทธิมนุษยชน และก้าวหน้าเพราะโดยชื่อมันดูเหมือนอย่างนั้น แต่สำหรับ NGO ในการรณรงค์จะลำบากเพราะประชาชนเข้าใจว่ากฎหมายมันผ่าน แต่เนื้อหาบางมาตราดูมีปัญหา อธิบายยาก

 

และความเป็นไปได้ที่สอง คือจะเข้า สนช. และได้พิจารณาอยู่สักพักแต่หมดวาระก่อน แล้วเป็นเครื่องมือให้หาเสียงว่าถ้าได้กลับเข้ามาจะผลักดันกฎหมายที่ค้างอยู่ต่อหลังการเลือกตั้ง ก็เป็นเครื่องมือในการค้างไว้เพื่อหาเรื่องกลับมา แต่กลับมาจะทำไหมก็เป็นอีกเรื่อง

 

 

กระบวนการ ช่องทางที่เปิดให้ประชาชนเข้าไปแสดงความคิดเห็นมันเปิดกว้างจริงไหม

ก็พูดได้ว่าเป็นข้อดีอย่างหนึ่ง แม้ดีไม่มาก คือรัฐธรรมนูญมีมาตรา 77 ที่ทำให้เมื่อจะตรากฎหมาย ต้องเปิดร่างกฎหมายให้เข้าถึงทางเว็บ lawamendment.go.th ซึ่งโอเคว่าสุดท้ายตอนมันผ่าน สนช. อาจหน้าตาเหมือนร่างนี้หรือไม่ก็ได้

 

แต่ก่อนหน้านี้จะดูกฎหมายที่อยู่ในระหว่างการร่าง เข้าถึงยากมาก แต่พอมีมาตรา 77 ก็ทำให้เขาต้องขึ้นเว็บ ทีนี้ตามระเบียบของ มาตรา 77 ออกมา กลับกำหนดว่าต้องขึ้นเว็บอย่างน้อย 15 วัน แต่คนธรรมดาไม่รู้หรอก ว่าคุณจะขึ้นเว็บวันนี้แล้วให้เวลา 15 วัน แล้วโหลดมา มีเวลาศึกษา 15 วัน จะผลิตข้อเสนอแนะที่มีคุณภาพ เป็นไปได้ยาก

 

ปีหน้ามีการเลือกตั้ง จากนั้นมรดก คสช. อย่างประกาศ คำสั่ง ต่างๆ จะหายไปไหม

ประกาศ คำสั่ง คสช. มีประมาณ 540 ฉบับ ยกเลิกไปบ้างราวๆ 50 ฉบับ และอีกไม่เกิน 20-30 ฉบับ ที่แปลงเป็น พ.ร.บ. โดยมีเนื้อหาเหมือนกัน อีกสักร้อยกว่าฉบับมันสิ้นผลในตัวมันเองไปแล้ว เช่น คำสั่งแต่งตั้งข้าราชการ ส่วนที่เหลืออาจสัก 200-300 ฉบับที่ยังอยู่ ซึ่งรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตรา 279 ก็รับรองให้ ประกาศ คำสั่ง คสช. มีผลใช้ตลอดไป จนกว่าจะมีการออก พ.ร.บ. มายกเลิก

 

ตอนนี้คำสั่งห้ามชุมนุม ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม อันนี้ยกเลิกหมดแล้ว แต่อำนาจพิเศษอื่นๆ ก็ยังอยู่ ที่ชัดเจนคือ ที่ให้อำนาจทหารในการบุกค้นบ้าน จับกุมตัวประชาชน เอาไปขังในค่ายได้ 7 วัน อันนี้ก็ยังอยู่

 

 

ก็แสดงว่าหลังเลือกตั้ง ก่อนได้รัฐบาลใหม่ต้องดูว่าจะมีการยกเลิกสิ่งเหล่านี้ไหม

ถ้าดูวาทกรรมของทาง คสช. เขาจะบอกว่าปลดล็อกพรรคการเมืองแล้ว ซึ่งเมื่อ 11 ธันวาคม มีการยกเลิกใน 9 ประเด็น คือยกเลิกบางข้อในแต่ละฉบับ

 

ทีนี้เมื่อดูในแต่ละฉบับ ยังมีอะไรเหลืออยู่ ก็ต้องโฟกัสว่านี่คืออำนาจที่เขาตั้งใจจะใช้ เพราะถ้าเขาไม่คิดจะใช้ คงยกเลิกไปหมดแล้ว  

 

ผมคาดการณ์ ค่อนข้างฟันธงว่าจะใช้ ถ้าไม่ใช้คงยกเลิก อย่างน้อยไปที่บ้าน หรือเอาคนมาค่ายทหารสักคืนสองคืน ก็น่าจะใช้อยู่

 

 

โฟกัสมาที่ประกาศระเบียบ กกต. เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่จะออกมา มีอะไรที่น่าจับตา ให้ความสนใจเป็นพิเศษ

ก็มีสัก 3 เรื่อง เอาจากที่น่าสนใจน้อยก่อนละกัน หนึ่ง กกต. จะจัดให้ทุกพรรคได้หาเสียงทางทีวีตามหลักเกณฑ์ของตัวเอง ทีนี้ถ้า กกต. ไม่เป็นกลาง แล้วกำหนดหลักเกณฑ์ให้บางพรรคได้เปรียบเสียเปรียบมันก็เป็นไปได้ เช่น วันหนึ่งออก 3 เวลา 6 โมงเช้า เที่ยง 6 โมงเย็น ซึ่ง 6 โมงเช้าคนดูน้อยสุดอยู่แล้ว ใครจะได้ออก 6 โมงเช้า หรือ 6 โมงเย็นล่ะ อันนี้ไม่แน่

 

สองก็คือการติดป้าย คือกฎหมายเลือกตั้งปีนี้กับปี 2550 คล้ายกัน คือขนาด จำนวนป้าย สถานที่ติดป้าย จำกัดได้ แต่มันคงจำกัดในระดับที่รับได้ เขาก็ติดกันเต็มถนน แต่อำนาจการจำกัดสถานที่ มันไม่ได้บอกว่าจะจัดหาอย่างไร เช่น ถ้า กกต. ไปจำกัดว่าห้ามติดริมถนน สถานที่ราชการ ห้างสรรพสินค้า แล้วจะไปติดที่ไหนได้ มันก็มีแนวโน้มที่จะออกแบบที่เฉพาะเพื่อให้ติดป้ายแล้วป้ายก็อยู่รวมๆ กัน

 

สาม คือการหาเสียงออนไลน์ คำถามก็ตามมาเยอะ เช่น ถ้าสมมุติพรรคเพื่อไทยไม่ได้หาเสียงที่เพจพรรคเพื่อไทย แต่ไปหาเสียงที่เพจสุดารัตน์ หรือคนหนึ่งคน เอามาโพสต์ที่ตัวเอง แต่เขาสนับสนุนพรรคเพื่อไทย อาจเป็นหรือไม่เป็นสมาชิก มันก็จะยากขึ้นมาก แล้วข้อจำกัดเรื่องเวลา มันก็จะแปลกมาก สมมุติคุณห้ามหลัง 6 โมงเย็นของวันสุดท้าย แล้วสมมุติโพสต์ตอน 4 โมงเย็น แต่คนแชร์ตอน 1 ทุ่มจะได้ไหม แล้วจะซื้อโฆษณาเฟซบุ๊กได้ไหม ห้ามซื้อโฆษณาทางทีวีแล้วซื้อทางเฟซบุ๊กได้ไหม จำกัดเงินเท่าไร

 

หลังเลือกตั้ง บางพรรคบอกว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ บางพรรคบอกแก้ไม่ได้ คิดว่าตัวรัฐธรรมนูญจะเป็นชนวนวิกฤตหลังเลือกตั้งไหม

ความขัดแย้งทางการเมืองเกิดแน่ๆ แต่ไม่ใช่เพราะจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่การแก้ไขจะเป็นชนวนหนึ่ง การจะเกิดหรือไม่เกิดขึ้นอยู่กับว่า หนึ่ง คนที่จะแก้นั้นเสนออะไร สอง มี ส.ส. อยู่ในมือแค่ไหน แล้วคุณแตะเรื่องไหน

 

 

iLaw ชวนจับกฎหมาย 4 ฉบับดังต่อไปนี้

1) ร่าง พ.ร.บ. การจดทะเบียนคู่ชีวิต: ฝันค้างหลายปีของกลุ่ม LGBT ไทย

ระบบจดทะเบียนคู่ชีวิตถูกสร้างขึ้นมาสำหรับคู่รักที่ไม่ใช่คู่รักเพศชายกับเพศหญิงตามกฎหมาย ซึ่งไม่สามารถจดทะเบียนสมรสกันได้ เพราะมาตรา 1448 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้การสมรสทำได้ระหว่าง ‘ชายและหญิง’ เท่านั้น แต่เมื่อคนสองคนประสงค์จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน การจดทะเบียนเป็นคู่ชีวิตจึงเข้ามาแทนที่เพื่อช่วยให้คู่รักมีสถานะทางกฎหมายรองรับ และสามารถจัดการทรัพย์สินร่วมกัน หรือได้รับมรดกของคู่รักอีกฝ่ายได้ หวังแก้ปัญหาเรื่องการจัดการทรัพย์สินที่คู่รักเพศเดียวกันต้องประสบมาตลอด

 

ร่าง พ.ร.บ. การจดทะเบียนคู่ชีวิต ฉบับที่เห็นในรัฐบาล คสช. ยังไม่รับรองการมีบุตรร่วมกันของคู่รักที่ไม่ใช่หญิงและชาย จึงไม่ได้กำหนดให้คู่ชีวิตที่จดทะเบียนแล้วมีสิทธิรับบุตรบุญธรรม หรือใช้เทคโนโลยีช่วยมีบุตร (อุ้มบุญ) และเมื่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิหน้าที่ของคู่สมรสอีกหลายฉบับ ยังเขียนให้สิทธิสำหรับ ‘คู่สมรส’ ไว้ ดังนั้นคู่รักที่จดทะเบียนเป็น ‘คู่ชีวิต’ ก็ยังไม่ได้รับสิทธิต่างๆ ตามมาอย่างครบถ้วน เช่น สิทธิในการตัดสินใจว่าจะรับการรักษาพยาบาลหรือไม่ในกรณีที่อีกคนหนึ่งไม่อยู่ในสภาพที่แสดงเจตนาได้ หรือสิทธิได้รับสวัสดิการในฐานะเดียวกับคู่สมรส ฯลฯ

 

ร่าง พ.ร.บ. การจดทะเบียนคู่ชีวิต เคยถูกร่างและนำเสนอโดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มาแล้วครั้งแรกเมื่อปี 2556 แต่คณะรัฐมนตรีชุดยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ไม่ได้รับไปเสนอต่ออย่างจริงจัง ในยุครัฐบาลของ คสช. ที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการออกกฎหมายได้น้อย กฎหมายฉบับนี้ถูกหยิบขึ้นมาทำงานต่ออีกครั้งในรายละเอียดแตกต่างไปจากร่างฉบับเดิมบ้าง

 

แต่ที่น่าสนใจคือ นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของ LGBT จำนวนมากก็ยังไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพราะเชื่อว่าการรับรองสิทธิของบุคคลทุกคนที่จะครบถ้วนสมบูรณ์ควรต้องใช้วิธีการไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448 ให้บุคคลสามารถจดทะเบียนสมรสกันได้ โดยไม่จำกัดเพียงแค่ ‘ชายและหญิง’

 

 

2) พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ระวัง! จะไม่คุ้มครองถ้าทหารเป็นคนละเมิด

เป็นเรื่องแปลกมากท่ามกลางการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทำให้บริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ รวมทั้งผู้มีอำนาจรัฐ สามารถเข้าถึงการติดต่อสื่อสารและใช้งานอินเทอร์เน็ตของประชาชน เพื่อเก็บข้อมูลไปวิเคราะห์ ไปทำโฆษณา หรือใช้ประโยชน์ทางธุรกิจและทางการเมืองของตัวเองได้ โดยประชาชนไม่มีเครื่องมือจะไปต่อสู้ ประชาชนจึงเรียกร้องมาตรการการดูแลข้อมูลส่วนตัวทั้งหลายมาต่อเนื่องนับสิบปี ร่างกฎหมายหลายฉบับเคยถูกเขียนขึ้นแต่ไม่ค่อยก้าวหน้าเมื่อไปถึงมือของผู้มีอำนาจรัฐ

 

ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ถูกเสนอในรัฐบาล คสช. ครั้งแรกเมื่อต้นปี 2558 พร้อมชุดกฎหมายความมั่นคงดิจิทัลที่มีเสียงคัดค้านดังหนาหู และถูกดองยาวเอาไว้ จนกลับมาอีกครั้งในเดือนกันยายน 2561 พร้อมหลักการใหญ่ที่เข้มแข็งขึ้น คือการเก็บข้อมูลใดๆ การนำข้อมูลไปใช้ การเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ ต้องไปรับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อนเท่านั้น แต่กลับยกเว้นว่า หลักการนี้ไม่ใช้บังคับกับการเก็บข้อมูลของหน่วยงานรัฐเพื่อความมั่นคง ไม่ใช้กับการเปิดเผยข้อมูลของสื่อมวลชน และไม่ใช้กับบริษัทข้อมูลบัตรเครดิต นอกจากนี้การเก็บข้อมูลของประชาชนเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือการดำเนินการตามกฎหมายหรือการใช้อำนาจรัฐ ก็ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตด้วย

 

ดังนั้น หากร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านการพิจารณาและประกาศใช้โดย สนช. ด้วยข้อยกเว้นกว้างขวางมากมายเช่นนี้ ก็เท่ากับข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนยังไม่ถูกคุ้มครองในกรณีสำคัญๆ อยู่ดี เพียงแค่ได้ชื่อว่า ซ้ำร้ายการเก็บข้อมูลและใช้ข้อมูลโดยหน่วยงานของรัฐกลับจะมีข้ออ้างว่า ทำถูกต้องตามกฎหมายแล้วเสียด้วย

 

 

3) เสรีกัญชายังไม่จริง! สนช. แค่จ่อขยับไปอีกก้าวหนึ่ง

ข่าวดีช่วงปลายปีสำหรับชาว ‘สายเขียว’ ผู้นิยมใช้กัญชาทั้งในฐานะสิ่งบันเทิงและเพื่อประโยชน์ด้านอื่น คือ สนช. ลงมติผ่าน พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ โดยเนื้อหาหลักเป็นการปลดล็อกให้กัญชาและกระท่อมสามารถเอามาใช้งานได้ในบางกรณี จากเดิมกฎหมายถือว่าเป็นสิ่งเสพติดที่ต้องห้ามเสพ ห้ามครอบครองเด็ดขาด ซึ่งประเด็นนี้เป็นที่สนใจของประชาชนจำนวนมาก ทั้งยังเป็นกระแสโลกที่หลายประเทศแก้ไขกฎหมายไปก่อนแล้ว และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รับรองไม่น้อยด้วย

 

อย่างไรก็ดี ข้อเสนอแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ จะเปิดช่องให้สามารถออกใบอนุญาตเพื่อผลิต นำเข้า และส่งออกได้ ผู้จะขออนุญาตได้ต้องเป็นหน่วยงานราชการ หรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม เปิดช่องให้สามารถครอบครองและใช้กัญชาและกระท่อมเพื่อรักษาโรคได้ โดยมีใบรับรองแพทย์ และให้คณะกรรมการกำหนดพื้นที่ทดลองปลูกเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้ ข้อเสนอครั้งนี้ยังไม่ได้กำหนดให้ทุกคนสามารถปลูกหรือเสพกัญชาหรือกระท่อมเพื่อความบันเทิงได้อย่างอิสระ หรือยังไม่ได้ผลักดันให้มี ‘เสรีกัญชา’ ได้จริง

 

 

4) พ.ร.บ. ป้องกันการทรมานและอุ้มหายฯ ลุ้นหนักอีกที่ข้อยกเว้น

หลังความพยายามผลักดันต่อเนื่องหลายปี ประเทศไทยก็ยอมลงนามเข้าเป็นภาคีของอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน (CAT) แล้ว ซึ่งอนุสัญญาดังกล่าวสั่งให้ไทยต้องมีหน้าที่ออกกฎหมายเพื่อกำหนดให้การทรมานเป็นความผิดทางอาญาเป็นการเฉพาะ เพราะที่ผ่านมาผู้กระทำความผิดฐานทรมานจะถูกดำเนินคดีได้เพียงฐานทำร้ายร่างกายเท่านั้น และยังต้องสร้างกลไกการตรวจสอบสถานที่ควบคุมตัว ความรับผิดของผู้บังคับบัญชาที่ปล่อยปละละเลยให้มีการซ้อมทรมานเกิดขึ้นด้วย แต่ที่ผ่านมากฎหมายเหล่านี้ก็ไม่เคยได้รับความสนใจ และยิ่งดูเหมือนจะผลักดันได้ยากในยุครัฐบาลทหาร

 

ร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการทำให้บุคคลสูญหาย ถูกเสนอเข้าสู่ สนช. วันที่ 20 ธันวาคม 2561 อีกไม่กี่วันก่อนสิ้นปี ข้อเสนอในร่างนี้ได้กำหนดให้การทรมานและการอุ้มหายบุคคลเป็นความผิดเฉพาะขึ้นมา แต่ประเด็นความรับผิดของผู้บังคับบัญชายังกำหนดให้รับผิดต่อเมื่อได้สั่งงานหรือรู้เห็นโดยตรงเท่านั้น ไม่ได้ให้รับผิดเพราะการปล่อยปละละเลย และยังไม่ได้ห้ามการรับฟังพยานหลักฐานที่ได้จากการทรมาน

 

สำหรับประเด็นสำคัญที่เป็นข้อถกเถียงมายาวนาน และทำให้ร่างกฎหมายนี้เดินหน้าอย่างล่าช้าตลอดมา คือการห้ามส่งกลับผู้ลี้ภัยที่อาจถูกทรมานจากการส่งตัวกลับประเทศ และการกำหนดห้ามทรมานไม่ว่าในสถานการณ์ใดๆ ไม่ยกเว้นในกรณีฉุกเฉินหรือในภาวะสงคราม ซึ่งฝ่ายทหารยังอยากให้เก็บข้อยกเว้นในกรณีสถานการณ์ฉุกเฉินเอาไว้ จึงต้องลุ้นต่ออีกว่า เมื่อกฎหมายนี้เข้าสู่การพิจารณาของ สนช. ที่มีสมาชิก 58% เป็นทหาร ข้อยกเว้นจะถูกใส่กลับเข้ามาหรือไม่ และหากการทรมานยังถูกยกเว้นให้ทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ยังมีคุณค่าอะไรที่ต้องประกาศใช้อีก

 

ร่างกฎหมายเหล่านี้ โดยหลักการใหญ่แล้วอาจจะเป็นประโยชน์กับสิทธิเสรีภาพ และเป็นสิ่งที่ประชาชนอยากเห็น แต่ไม่เคยถูกพูดถึงตลอดการทำงานกว่า 4 ปีของ คสช. และ สนช. เมื่อถูกยกมาพูดถึงและเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. ในช่วงท้ายๆ ก่อนที่ สนช. กำลังจะหมดอายุ จึงควรที่จะจับตากระบวนการโค้งสุดท้ายของสภาแห่งนี้ให้ดี ไม่ว่ากฎหมายเหล่านี้จะผ่านการพิจารณาได้ทันเวลาหรือไม่ ก็อาจสะท้อนให้เห็นสาเหตุที่ถูกยื่นเข้า สนช. ในเวลากระชั้นชิด และเห็นแรงจูงใจทางการเมืองที่อยู่เบื้องหลังกฎหมายเหล่านี้ด้วย ซึ่งอาจพิจารณาความเป็นไปได้ออกเป็นสามประการ

 

 

ประการแรก หากกฎหมายเหล่านี้ถูกผลักดันให้ผ่าน สนช. และประกาศใช้ได้ทันเวลา โดยยังคงเนื้อหาภายในที่เป็นประโยชน์กับสิทธิเสรีภาพของประชาชน ก็พอจะเป็นผลงานที่ สนช. สามารถนำไปอวดอ้างได้ สามารถใช้สร้างความนิยมให้กับรัฐบาล คสช. ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งได้ และยังเป็นการช่วงชิงเอาเรื่องที่ประชาชนสนใจที่พรรคการเมืองหลายแห่งเตรียมนำเสนอเป็นนโยบายของพรรคมาทำก่อน ทำให้ คสช. ได้เปรียบในสนามการเลือกตั้ง

 

ประการที่สอง หากกฎหมายเหล่านี้ถูกผลักดันให้ผ่าน สนช. และประกาศใช้ได้ทันเวลา แต่เนื้อหาภายในเต็มไปด้วยข้อยกเว้นที่เป็นประโยชน์กับภาครัฐเองมากกว่าสิทธิเสรีภาพของประชาชน คสช. ก็สามารถนำไปใช้อ้างอิงเพื่อสร้างความนิยมให้ตัวเองได้ในการหาเสียงเลือกตั้ง แต่ในทางปฏิบัติการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพยังไม่เกิดขึ้นจริง และเมื่อตัวกฎหมายที่มีชื่อสวยงามประกาศใช้แล้ว การที่ฝ่ายประชาชนจะอธิบายสวนทางว่า สิทธิเสรีภาพยังมีปัญหาอยู่ และยังต้องแก้ไขกฎหมายให้ดีขึ้นก็เป็นเรื่องยากกว่าการไม่มีกฎหมายออกมาเลย

 

เนื่องจากรัฐบาลของ คสช. มาจากการทำรัฐประหารและมีภาพลักษณ์ที่ไม่ดีในสายตานานาชาติ และยังถูกข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วยอำนาจทหารอย่างหนักหน่วง การผ่านกฎหมายเหล่านี้จึงเป็นวิธีการที่ทางรัฐบาลของ คสช. สามารถใช้เพื่อตอบคำถามนานาชาติได้ว่า คสช. พยายามออกมาตรการ หรือกฎหมายใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหาไปเรียบร้อยแล้ว โดยอาจจะใส่ข้อยกเว้นในรายละเอียดที่ทำให้การคุ้มครองสิทธินั้นไม่เกิดขึ้นจริง หรือแทบจะเกิดขึ้นไม่ได้ไว้ด้วย ซึ่งต่างชาติอาจไม่ได้ทราบรายละเอียดเหล่านี้

 

ประการที่สาม หากกฎหมายเหล่านี้ถูกนำเข้าสู่การพิจารณา แต่ สนช. ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จทันก่อนการเลือกตั้ง พรรคการเมืองของ คสช. ก็สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการหาเสียงได้ว่า หากพรรคของ คสช. ได้รับการเลือกตั้งกลับมาบริหารประเทศ จะยกกฎหมายเหล่านี้ขึ้นมาพิจารณาต่ออีกครั้ง

 

 

ปีหน้า ประชาชนจะอยู่กับมรดก คสช. กฎหมาย คำสั่งประกาศต่างๆ อย่างไร

เราต้องมีมุมมองต่อกฎหมายแบบใหม่ เราควรจะค่อยๆ ผ่อนปรนความเชื่อ ถ้าใครเชื่อว่ากฎหมายคือความถูกต้อง ใครทำผิดกฎหมายมันต้องผิด มันต้องเลว เราต้องค่อยๆ ผ่อนปรน ต้องเข้าใจว่ากฎหมาย แท้จริงแล้วมันออกมาเพื่อสนองประโยชน์ของคนออกกฎหมายบางช่วงบางเวลาเท่านั้น เพราะฉะนั้นคนที่ฝ่าฝืนกฎหมายมันก็ไม่ใช่คนชั่วคนเลว มันแค่ทำไม่ถูกต้องตามใจของผู้มีอำนาจในยุคหนึ่งของสังคม

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post 2019 ปีที่ต้องจับตากฎหมายหลายฉบับ มรดกตกทอดจาก คสช. เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของ สนช. appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/ncpo-legal-2019/feed/ 0
ปิดตำนานอาคารรัฐสภา 44 ปี สนช. จัด Big Cleaning Day ส่งท้าย https://thestandard.co/the-parliament-big-cleaning-day/ https://thestandard.co/the-parliament-big-cleaning-day/#respond Wed, 26 Dec 2018 09:37:04 +0000 https://thestandard.co/?p=171180

วันนี้ (26 ธ.ค.) สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา จัดกิจกรรม ‘B […]

The post ปิดตำนานอาคารรัฐสภา 44 ปี สนช. จัด Big Cleaning Day ส่งท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 ธ.ค.) สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา จัดกิจกรรม ‘Big Cleaning สภาครั้งใหญ่’ ที่ถนนหน้าอาคารรัฐสภา 1 โดยเชิญสมาชิก สนช. บุคลากรของ 2 สำนักงานฯ ผู้ติดตาม ผู้ปฏิบัติงานในวงงาน และสื่อมวลชน ร่วมกิจกรรม

 

 

ทั้งนี้เพื่อเป็นการรวมพลังคนสภาทุกกลุ่มเป็นครั้งประวัติศาสตร์ และเป็นครั้งสุดท้ายของสภาแห่งนี้ ก่อนส่งมอบให้สำนักพระราชวังในปี 2562 โดยมี นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช. ได้รับมอบหมายจาก นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ให้เป็นประธานจัดงานกิจกรรม เพื่อรำลึกความหลังและส่งท้ายอาคารรัฐสภา ถนนอู่ทองใน

 

นั่นหมายความว่า นับแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2561 เป็นต้นไป จะถือเป็นการปิดฉาก ‘อาคารรัฐสภา’ สถานที่ประวัติศาสตร์ทางการเมือง ณ ที่ตั้งปัจจุบันตลอดไป

 

  

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ปิดตำนานอาคารรัฐสภา 44 ปี สนช. จัด Big Cleaning Day ส่งท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/the-parliament-big-cleaning-day/feed/ 0
ครม. ไฟเขียวร่างแก้ไข ป.วิอาญา ห้ามนำผู้ต้องหาแถลงข่าว-ให้อัยการร่วมสอบสวน https://thestandard.co/amended-criminal-procedure-code/ https://thestandard.co/amended-criminal-procedure-code/#respond Wed, 26 Dec 2018 05:52:32 +0000 https://thestandard.co/?p=170958

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิ […]

The post ครม. ไฟเขียวร่างแก้ไข ป.วิอาญา ห้ามนำผู้ต้องหาแถลงข่าว-ให้อัยการร่วมสอบสวน appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พ.ศ. …. ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปฏิรูปตำรวจเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้เสียหายและผู้ต้องหา

 

โดยมีสาระสำคัญคือ 1.กรณีที่มีการจับกุมตัวผู้ต้องหาแล้ว ห้ามนำตัวไปแถลงข่าว 2.ขณะทำการสอบสวนจะต้องถ่ายวิดีโอและบันทึกเสียงไว้เป็นหลักฐานโดยตลอด 3.ในขั้นตอนการสอบสวนอาจต้องมีพนักงานอัยการในกรณีเป็นคดีที่มีโทษรุนแรงหรือผู้ต้องหาร้องขอ 4.กำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนในการส่งสำนวนขึ้นสู่ศาล 5.กำหนดให้ผู้เสียหายสามารถแจ้งความที่สถานีตำรวจใดก็ได้ จากเดิมต้องเป็นสถานีตำรวจในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ยังสามารถแจ้งความทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) ได้ด้วย

 

อย่างไรก็ดี หลังจากนี้จะมีการส่งร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ครม. ไฟเขียวร่างแก้ไข ป.วิอาญา ห้ามนำผู้ต้องหาแถลงข่าว-ให้อัยการร่วมสอบสวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/amended-criminal-procedure-code/feed/ 0
ที่ประชุม สนช. ผ่านร่าง พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ เปิดโอกาสนำกัญชา-กระท่อม ศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์แล้ว https://thestandard.co/drug-laws-vote-25-december-2561/ https://thestandard.co/drug-laws-vote-25-december-2561/#respond Tue, 25 Dec 2018 07:01:11 +0000 https://thestandard.co/?p=170278

วันนี้ (25 ธ.ค.) ที่อาคารรัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญั […]

The post ที่ประชุม สนช. ผ่านร่าง พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ เปิดโอกาสนำกัญชา-กระท่อม ศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (25 ธ.ค.) ที่อาคารรัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. นัดพิเศษ โดยมี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่…) พ.ศ… ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

 

นายสมชาย แสวงการ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ชี้แจงว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัตินี้เสร็จสิ้นแล้ว มีทั้งสิ้น 17 มาตรา มีการแก้ไข 4 มาตรา ตัดออก 9 มาตรา และเพิ่มขึ้นใหม่ 20 มาตรา พร้อมตั้งข้อสังเกตเสนอต่อที่ประชุม 6 ประเด็น

 

โดยยืนยันว่าการปรับแก้ไขของคณะกรรมาธิการเป็นไปใน 2 เรื่อง คือ แยกการควบคุมการอนุญาตการผลิต นำเข้า-ส่งออก จำหน่ายยาเสพติด หรือมีไว้ในครอบครองประเภท 2 และ 5 ออกจากกันให้ชัดเจน และแก้ไขในส่วนของบทเฉพาะกาล โดยมีการเพิ่มองค์ประกอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษที่มีความหลากหลายมากขึ้น ด้วยการเพิ่มผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญเข้าไป

 

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาร่างกฎหมายนี้ยังได้รับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน ซึ่งมีผู้เห็นด้วยกับร่างกฎหมายนี้ถึงร้อยละ 99.13 ที่สาระสำคัญเพื่อเปิดโอกาสให้สามารถนำยาเสพติดประเภท 5 คือ กัญชาและกระท่อม ไปทำการศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และสามารถนำไปรักษาภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์ได้

 

ทั้งนี้ในการพิจารณาไม่มีสมาชิกสงวนคำแปรญัตติ โดยหลังการพิจารณารายมาตราในวาระ 2 แล้ว จากนั้นได้พิจารณาต่อในวาระ 3 และที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ประกาศใช้เป็นกฎหมาย ด้วยคะแนน 166 ไม่เห็นด้วย ไม่มี และงดออกเสียง 13 เสียง

The post ที่ประชุม สนช. ผ่านร่าง พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ เปิดโอกาสนำกัญชา-กระท่อม ศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/drug-laws-vote-25-december-2561/feed/ 0
โพลชี้ ประชาชนหนุน สนช. ส่งเสริมประชาธิปไตย จี้ตรวจสอบรัฐบาลมากขึ้น ขอเป็นกลาง https://thestandard.co/poll-check-the-work-of-the-government/ https://thestandard.co/poll-check-the-work-of-the-government/#respond Sun, 16 Dec 2018 08:28:38 +0000 https://thestandard.co/?p=165609

นิด้าโพล โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ร่วมกั […]

The post โพลชี้ ประชาชนหนุน สนช. ส่งเสริมประชาธิปไตย จี้ตรวจสอบรัฐบาลมากขึ้น ขอเป็นกลาง appeared first on THE STANDARD.

]]>

นิด้าโพล โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของทั่วประเทศจำนวน 2,065 หน่วยตัวอย่าง เรื่อง การรับรู้ภาพลักษณ์ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติในสายตาประชาชน โดยทำการสำรวจระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา

พบว่าประชาชนเห็นด้วยต่อการดำเนินงานของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 84.50 เห็นด้วยกับด้านการส่งเสริมประชาธิปไตยมากที่สุด รองลงมาคือด้านการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ร้อยละ 82.50 ด้านการตรากฎหมาย ร้อยละ 82.00 และด้านการต่างประเทศ ร้อยละ 81.75

สำหรับความคิดเห็นต่อการดำเนินงานของสภานิติบัญญัติแห่งชาติในด้านอื่นๆ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 19.88 ระบุว่า สนช. ทำให้ประชาชนได้รับรู้ถึงบทบาทหน้าที่ทางด้านนิติบัญญัติ

ร้อยละ 13.25 ระบุว่าควรเพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงานต่างๆ ของ สนช. ให้ประชาชนทุกกลุ่มได้ทราบอย่างทั่วถึง และระบุว่าอยากให้ สนช. ลงพื้นที่พบปะประชาชนให้มากขึ้นและครอบคลุมทุกพื้นที่

ร้อยละ 9.94 ระบุว่าควรเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในเรื่องต่างๆ และแสดงความคิดเห็นมากกว่านี้

ร้อยละ 4.22 ระบุว่าอยากให้ สนช. ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลให้มากกว่านี้ ร้อยละ 3.01 ระบุว่าอยากให้ สนช. ทำงานโดยปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง และร้อยละ 2.71 ระบุว่าการพิจารณากฎหมายควรมีความเป็นกลาง โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post โพลชี้ ประชาชนหนุน สนช. ส่งเสริมประชาธิปไตย จี้ตรวจสอบรัฐบาลมากขึ้น ขอเป็นกลาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/poll-check-the-work-of-the-government/feed/ 0
ประชุมแม่น้ำ 5 สาย แจงขั้นตอนสู่เลือกตั้ง ไร้เงาพรรคใหญ่เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ https://thestandard.co/election-process-explain/ https://thestandard.co/election-process-explain/#respond Fri, 07 Dec 2018 10:15:15 +0000 https://thestandard.co/?p=161873

ช่วงบ่ายวันนี้ (7 ธ.ค.) 75 พรรคการเมือง เข้าร่วมการประช […]

The post ประชุมแม่น้ำ 5 สาย แจงขั้นตอนสู่เลือกตั้ง ไร้เงาพรรคใหญ่เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ช่วงบ่ายวันนี้ (7 ธ.ค.) 75 พรรคการเมือง เข้าร่วมการประชุมแม่น้ำ 5 สาย ที่สโมสรทหารบก วิภาวดี เพื่อจัดทำแผนและขั้นตอนการดำเนินการทางการเมือง เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง โดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมด้วยตัวเอง

 

โดยการประชุมครั้งนี้มีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และพรรคการเมืองเข้าร่วม

 

 

อย่างไรก็ตาม พรรคการเมืองใหญ่ อาทิ พรรคเพื่อไทย พรรคไทยรักษาชาติ และพรรคประชาธิปัตย์ ปฏิเสธการเข้าร่วมประชุม เนื่องจากเห็นว่าการเลือกตั้งไม่ใช่หน้าที่ของ คสช. และ พล.อ. ประยุทธ์ มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงในฐานะที่พรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อในบัญชีนายกรัฐมนตรีของพรรค

 

 

ด้านนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หัวหน้าพรรคเกียน เดินทางมาร่วมประชุมด้วย พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า มาวันนี้เพื่อเรียกร้องให้ปลดล็อกบัญชีทางการเงินของตน รวมถึงปลดล็อกให้เกิดประชาธิปไตยด้วย โดยตั้งใจจะพบ พล.อ. ประยุทธ์ เพื่อเรียกร้องให้แยกบทบาทของ คสช. ที่ทับซ้อนกับ กกต. ออกไป  

 

รวมถึงหาก พล.อ. ประยุทธ์ จะลงสนามการเมืองตามกติกาก็ถือเป็นสิทธิ์ แต่ขอให้ประชาชนรู้สึกว่ามีความยุติธรรม โดยต้องลดบทบาท เช่น ยกเลิกจัดรายการคืนวันศุกร์

 

อย่างไรก็ตาม พรรคเกียนยังไม่ถูกรับรองโดย กกต. โดยนายสมบัติมาพร้อมกับชุดโจรสลัด แต่ต่อมาถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบขอความร่วมมือให้ถอดชุดดังกล่าวออก และเปิดโอกาสให้ร่วมประชุมได้

 

 

ขณะที่พรรคไทยศรีวิไลย์ ที่มี นายณัชพล สุพัฒนะ หรือมาร์ค พิทบูล เป็นแกนนำ เรียกร้องให้ พล.อ. ประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ ในช่วงการเลือกตั้ง และให้รองนายกฯ ที่ไม่ได้ลงเลือกตั้งรักษาการแทน รวมทั้งเสนอให้ใช้มาตรา 44 แก้กฎหมายเรื่องสมาชิกภาพพรรคการเมืองจากต้องสังกัดพรรคก่อนการเลือกตั้ง 90 วัน เหลือ 30 วัน เพื่อให้พรรคเล็กมีความพร้อมในการเลือกตั้ง

 

 

สำหรับการประชุมดังกล่าวกำหนดไว้ในคำสั่ง คสช. ที่ 53/2560 ข้อที่ 8 ซึ่งระบุให้ คสช. ประชุมส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติม หรือยกเลิกกฎหมาย ประกาศ/คำสั่ง อันเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานของพรรคการเมือง พร้อมจัดทำแผนและขั้นตอนการดำเนินการทางการเมือง เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post ประชุมแม่น้ำ 5 สาย แจงขั้นตอนสู่เลือกตั้ง ไร้เงาพรรคใหญ่เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/election-process-explain/feed/ 0
เตรียมปิดตำนานอาคารรัฐสภา 44 ปีรับใช้ฝ่ายนิติบัญญัติจากเลือกตั้งและแต่งตั้ง https://thestandard.co/parliament-parcy/ https://thestandard.co/parliament-parcy/#respond Thu, 06 Dec 2018 04:20:49 +0000 https://thestandard.co/?p=160045

กลุ่มไลน์สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา แจ […]

The post เตรียมปิดตำนานอาคารรัฐสภา 44 ปีรับใช้ฝ่ายนิติบัญญัติจากเลือกตั้งและแต่งตั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

กลุ่มไลน์สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา แจ้งต่อสื่อมวลชนว่า จะมีการจัดกิจกรรม ‘Big Cleaning สภาครั้งใหญ่’ ที่ถนนหน้าอาคารรัฐสภา 1 ในวันที่ 26 ธันวาคมนี้ โดยจะเชิญสมาชิก สนช. บุคลากรของ 2 สำนักงานฯ ผู้ติดตาม ผู้ปฏิบัติงานในวงงาน และสื่อมวลชน ร่วมกิจกรรม

 

ทั้งนี้เพื่อเป็นการรวมพลังคนสภาทุกกลุ่มเป็นครั้งประวัติศาสตร์ และเป็นครั้งสุดท้ายของสภาแห่งนี้ ก่อนส่งมอบให้สำนักพระราชวังในปี 2562 โดยมีนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช. ได้รับมอบหมายจาก นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ให้เป็นประธานจัดงานกิจกรรม เพื่อรำลึกความหลังและส่งท้ายอาคารรัฐสภา ถนนอู่ทองใน

 

หมายความว่านับแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2561 เป็นต้นไป จะถือเป็นการปิดฉาก ‘อาคารรัฐสภา’ สถานที่ประวัติศาสตร์ทางการเมือง ณ ที่ตั้งปัจจุบันตลอดไป

 

ขณะที่ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เปิดเผยว่า หลังส่งคืนพื้นที่ รัฐสภาต้องหาที่ประชุมแห่งใหม่รองรับ เพราะอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกาย ได้รับรายงานว่าจะเสร็จช่วงเดือนมิถุนายน 2562 ทำให้คาดว่าต้องใช้ที่ประชุมชั่วคราวสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และอาจรวมทั้งสมาชิกรัฐสภาใหม่หลังการเลือกตั้ง 2562 ด้วย

 

โดยเบื้องต้นรัฐสภาได้พิจารณาสถานที่ไว้ 5 แห่งคือ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ, หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, หอประชุมใหญ่ ทีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ, ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และห้องประชุมกองทัพภาคที่ 1 โดยหอประชุมใหญ่ ทีโอทีมีโอกาสเป็นไปได้มากสุด เบื้องต้นมีค่าเช่าวันละ 8 หมื่นบาท แต่อยู่ระหว่างต่อรองเหลือ 6 หมื่นบาทต่อวัน

 

เงื่อนไขสำคัญที่พิจารณาเลือกใช้เป็นสถานที่ประชุมคือ อำนวยความสะดวกให้สมาชิก ทั้งสถานที่จอดรถ ห้องอาหาร ห้องพักของบุคคลที่รอเข้าชี้แจงที่ประชุม คาดว่าจะได้ข้อสรุปในวันที่ 13 ธันวาคมนี้

 

สำหรับอาคารัฐสภา ถนนอู่ทองใน ตรงข้ามสวนสัตว์ดุสิต หรือเขาดินวนา เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2513 ได้แล้วเสร็จให้เป็นที่ประชุมได้เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2517 ราคาก่อสร้างอาคารทั้งหมดและครุภัณฑ์ ตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งการตกแต่งบริเวณโดยรอบอาคาร คิดเป็นเงินประมาณ 100 ล้านบาทในเวลานั้น นับเนื่องจนถึง 31 ธันวาคม 2561 รวมระยะที่ถูกใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ทั้งที่มาจากการเลือกตั้งและแต่งตั้งทั้งสิ้น 44 ปี

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post เตรียมปิดตำนานอาคารรัฐสภา 44 ปีรับใช้ฝ่ายนิติบัญญัติจากเลือกตั้งและแต่งตั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/parliament-parcy/feed/ 0
สนช. ผ่านกฎหมายเก็บภาษีผู้ค้าออนไลน์ รับเงินโอน 3 พันครั้งต่อปีโดนตรวจสอบ https://thestandard.co/online-shopping-tax-laws/ https://thestandard.co/online-shopping-tax-laws/#respond Tue, 04 Dec 2018 11:45:40 +0000 https://thestandard.co/?p=159321

(4 ธ.ค. 61) ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมต […]

The post สนช. ผ่านกฎหมายเก็บภาษีผู้ค้าออนไลน์ รับเงินโอน 3 พันครั้งต่อปีโดนตรวจสอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

(4 ธ.ค. 61) ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติในวาระที่ 3 เห็นสมควรประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เป็นกฎหมาย ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 139 เสียง ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง 7 เสียง

 

โดยสาระสำคัญคือมาตรา 3 ซึ่งกำหนดให้สถาบันการเงินรายงานข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะในปีที่ล่วงมาต่อกรมสรรพากรภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ถ้าธุรธรรมลักษณะเฉพาะนั้นเป็นธุรกรรมลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ได้แก่

 

1. ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3 พันครั้งขึ้นไป

 

2. ฝากหรือรับโอนทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 400 ครั้ง และมียอดรวมของธุรกรรมฝากหรือรับโอนเงินรวมกันตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป

 

วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธาน กมธ. กล่าวในที่ประชุมว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เจาะจงเก็บภาษีเฉพาะผู้ค้าออนไลน์เท่านั้น แต่ยังเป็นการเพิ่มการจัดเก็บภาษีที่มีประสิทธิภาพ เพราะจากตัวเลขของกลุ่มที่ใช้แรงงาน อายุ 30-39 ปี ที่มี 10.7 ล้านคน พบว่าเป็นผู้มีเงินเดือนประจำ 8.2 ล้านคน ยื่นเสียภาษี 5.2 แสนราย และไม่มีระบบเงินเดือน 2.5 ล้านคน ยื่นเสียภาษี 3.1 แสนคน ขณะที่ส่วนนิติบุคคลที่เสียภาษี มี 6.4 แสนราย และยื่นแบบเสียภาษีเพียง 4.2 แสนราย ทำให้สร้างภาระทางการคลัง ดังนั้นยืนยันว่าร่างกฎหมายนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้เงินสดของประชาชน อีกทั้งผลดีของร่างกฎหมายคือช่วยตรวจสอบ และป้องปรามกลุ่มธุรกิจสีเทาได้

 

อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าวมีสมาชิก สนช. อภิปรายคัดค้านกันหลายคน โดยเฉพาะประเด็นการขาดหลักเกณฑ์รายละเอียดที่ชัดเจน ทำให้อาจกระทบกับ สนช. ที่ได้รับเงินโอนจากค่าเบี้ยประชุมหรือรายได้อื่น

 

ตวง อันทะไชย สนช. อภิปรายว่า สนช. อาจจะเข้าข่ายถูกตรวจสอบด้วย เพราะปัจจุบันพบว่า เบี้ยประชุมรวมถึงเงินทำบุญกฐินยังรับโอนผ่านบัญชีธนาคาร

 

ทั้งนี้การถกเถียงดังกล่าวถึงกับทำให้ต้องพักการประชุมเพื่อให้กรรมาธิการและ สนช. ที่ยังติดใจหารือนอกรอบ

 

เป็นเหตุให้กรรมาธิการยอมแก้ไขมาตรา 3 วรรคสอง (2) ว่าด้วยการรายงานข้อมูลการฝาก หรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 200 ครั้ง เป็น 400 ครั้ง ขณะที่ยอดรวมของธุรกรรมยังคงเดิม คือตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post สนช. ผ่านกฎหมายเก็บภาษีผู้ค้าออนไลน์ รับเงินโอน 3 พันครั้งต่อปีโดนตรวจสอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/online-shopping-tax-laws/feed/ 0
ที่ประชุม สนช. ลงมติเอกฉันท์แก้ ป.วิอาญา ตัดสิทธิ์คนหนีคดี ห้ามฟ้องร้องศาล https://thestandard.co/senate-vote-left-country-to-avoid-prosecution-laws/ https://thestandard.co/senate-vote-left-country-to-avoid-prosecution-laws/#respond Tue, 04 Dec 2018 08:33:17 +0000 https://thestandard.co/?p=158991

การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันนี้มีวาระที่น […]

The post ที่ประชุม สนช. ลงมติเอกฉันท์แก้ ป.วิอาญา ตัดสิทธิ์คนหนีคดี ห้ามฟ้องร้องศาล appeared first on THE STANDARD.

]]>

การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันนี้มีวาระที่น่าสนใจคือ การพิจารณาร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน 5 มาตรา ในวาระ 2-3 ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่มี นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ เป็นประธานได้พิจารณาเสร็จแล้ว

 

สำหรับสาระสำคัญคือ มาตรา 5 ที่ระบุให้กรณีที่ศาลพบการฟ้องคดีโดยไม่สุจริตหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อกลั่นแกล้งหรือเอาเปรียบผู้ถูกฟ้อง โดยมุ่งหวังประโยชน์ที่ไม่ชอบ กำหนดให้ศาลยกฟ้อง และห้ามบุคคลยื่นฟ้องในเรื่องเดียวกัน

 

ขณะที่วรรคสองของมาตราดังกล่าว ระบุพฤติกรรมที่หมายถึงการฟ้องคดีไม่สุจริต คือ กรณีที่โจทก์จงใจฝ่าฝืนคำสั่ง หรือคำพิพากษาของศาลในดคีอาญาอื่นซึ่งถึงที่สุดแล้ว โดยปราศจากเหตุผลอันสมควรด้วย

 

เช่น ศาลตัดสินลงโทษจำคุกหรือปรับ แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตาม เช่น หลบหนีไป บุคคลผู้นั้นจะถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้มาฟ้องคดีอาญาต่อศาลได้อีก เพราะกฎหมายไม่ควรให้สิทธิ์ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา

 

อย่างไรก็ตาม การตัดสิทธิการฟ้องคดีอาญาดังกล่าวไม่รวมถึงกรณีการไปดำเนินคดีผ่านช่องทางตำรวจและอัยการ

 

ทั้งนี้หลังจากที่ สนช. อภิปรายครบถ้วนแล้ว ที่ประชุม สนช. ลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวด้วยคะแนน 149 ต่อ 0 งดออกเสียง 3 เตรียมประกาศบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวต่อไป

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ที่ประชุม สนช. ลงมติเอกฉันท์แก้ ป.วิอาญา ตัดสิทธิ์คนหนีคดี ห้ามฟ้องร้องศาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/senate-vote-left-country-to-avoid-prosecution-laws/feed/ 0
ผ่านฉลุย กฎหมายแจกเบี้ยประชุมศาล ไม่มี สนช. ขอแก้ไข ลุกอภิปราย คาด 5 ปีแรกใช้งบกว่าพันล้าน https://thestandard.co/lawsuit-for-meeting-allowance-first-5-years-statements-billion/ https://thestandard.co/lawsuit-for-meeting-allowance-first-5-years-statements-billion/#respond Thu, 22 Nov 2018 12:41:56 +0000 https://thestandard.co/?p=152283

หลังจากที่ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชา […]

The post ผ่านฉลุย กฎหมายแจกเบี้ยประชุมศาล ไม่มี สนช. ขอแก้ไข ลุกอภิปราย คาด 5 ปีแรกใช้งบกว่าพันล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากที่ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ได้มีหนังสือด่วนมาก แจ้งไปยังสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ถึงกำหนดการประชุมสภาในวันนี้ โดยมีวาระการพิจารณาเรื่องด่วนที่น่าสนใจคือ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม (ฉบับที่…) พ.ศ. … ซึ่งคณะกรรมการวิสามัญได้พิจารณาเสร็จแล้ว

 

ล่าสุด ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ ฉบับดังกล่าวแล้ว เพื่อกำหนดบทบัญญัติให้คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมสามารถออกระเบียบเพื่อกำหนดเบี้ยประชุมของข้าราชการตุลาการที่เข้าร่วมการประชุมใหญ่ในศาลชั้นอุทธรณ์และศาลฎีกาได้ ด้วยเสียงเอกฉันท์ 145 เสียง โดยที่ กมธ. ไม่มีการสงวนความเห็น สมาชิก สนช. ไม่มีการเสนอคำแปรญัตติ ไม่มีการแก้ไข และลุกขึ้นอภิปรายเลยแม้แต่รายเดียว

 

สำหรับสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวคือ ให้คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมมีอำนาจออกระเบียบกำหนดเบี้ยประชุมของข้าราชการตุลาการ ซึ่งเข้าร่วมในการประชุมใหญ่ของศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์ พร้อมกำหนดบทเฉพาะกาลเพื่อรับรองระเบียบคณะบริหารราชการศาลยุติธรรม ว่าด้วยเบี้ยประชุมในการประชุมใหญ่ และการประชุมแผนกคดีอาญาในศาลฎีกาและศาลชั้นอุทธรณ์ พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติมให้มีผลบังคับใช้จนกว่าจะออกระเบียบตามร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับคือ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาพิพากษาให้มีความรอบคอบยิ่งขึ้น จึงเป็นหลักประกันแก่ประชาชนว่า ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมจะมีการพิพากษาเพื่ออำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนอย่างละเอียด รอบคอบและเที่ยงธรรม

 

พร้อมทั้งเปิดเผยประมาณการรายจ่ายเบี้ยประชุมดังนี้ ประธานได้รับเบี้ยประชุม 10,000 บาท องค์ประชุมคนละ 8,000 บาท เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการคนละ 6,000 บาท ผู้เข้าร่วมประชุมคนละ 6,000 บาท ใน 12 หน่วยงานศาลคือ ศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ และศาลอุทธรณ์ภาค 1-9 ที่จะประชุมเดือนละ 2 ครั้ง รวมปีละ 24 ครั้ง ประมาณการรายจ่ายราย 12 ปีอยู่ที่ 207,360,000 บาท คาดว่า 5 ปีแรกต้องใช้งบประมาณแตะ 1,100 ล้านบาท

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ผ่านฉลุย กฎหมายแจกเบี้ยประชุมศาล ไม่มี สนช. ขอแก้ไข ลุกอภิปราย คาด 5 ปีแรกใช้งบกว่าพันล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/lawsuit-for-meeting-allowance-first-5-years-statements-billion/feed/ 0