สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 07 Jan 2026 10:34:44 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 เลือกตั้ง 2569 : กสม. จี้นิด้า สอบจริยธรรมอาจารย์คนดัง หลังดูหมิ่นชาติกำเนิดอดีตสส. https://thestandard.co/national-human-rights-commission-nhrc/ Wed, 31 Dec 2025 06:22:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1160424 กสม. จี้นิด้า สอบจริยธรรมอาจารย์คนดัง หลังดูหมิ่นชาติกำเนิดอดีตสส.

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์แสดงค […]

The post เลือกตั้ง 2569 : กสม. จี้นิด้า สอบจริยธรรมอาจารย์คนดัง หลังดูหมิ่นชาติกำเนิดอดีตสส. appeared first on THE STANDARD.

]]>
กสม. จี้นิด้า สอบจริยธรรมอาจารย์คนดัง หลังดูหมิ่นชาติกำเนิดอดีตสส.

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อกรณีบุคคลสาธารณะและบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษา แสดงความเห็นดูหมิ่นชาติกำเนิด ปูมหลังครอบครัว และใช้ถ้อยคำหยาบคายส่อไปในทางคุกคามทางเพศต่อผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) หญิงจากหลายพรรคการเมือง โดยระบุว่าเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ไม่อาจยอมรับได้

 

กสม. ระบุว่า แม้การแสดงความคิดเห็นจะเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานในสังคมประชาธิปไตย แต่การใช้สิทธิและเสรีภาพดังกล่าวต้องอยู่บนพื้นฐานของความเคารพต่อสิทธิของผู้อื่น ไม่ใช้ถ้อยคำเหยียดหยาม หยาบคาย ลดทอนคุณค่า หรือสร้างความเกลียดชังจนทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสียชื่อเสียงและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

 

แถลงการณ์ยังชี้ว่า ความเห็นที่แตกต่างหลากหลายเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย แต่การแสดงออกที่ขาดความรับผิดชอบและละเมิดสิทธิของผู้อื่น ไม่เพียงสะท้อนความคับแคบทางความคิดและความไร้วุฒิภาวะของผู้กระทำเท่านั้น หากยังส่งผลให้สังคมใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล และกลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตยในระยะยาว

 

กสม. จึงเรียกร้องให้สถาบันอุดมศึกษาต้นสังกัดเร่งตรวจสอบพฤติกรรมและจริยธรรมของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเร่งด่วนในกรณีที่เข้าข่ายการคุกคามทางเพศ

 

นอกจากนี้ กสม. ยังขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะบุคคลสาธารณะที่มีบทบาทในการชี้นำสังคม ให้เป็นแบบอย่างที่ดีในการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ด้วยความรับผิดชอบ พร้อมเชิญชวนให้สังคมร่วมกันสร้างพื้นที่ปลอดภัยท่ามกลางความเห็นที่แตกต่างหลากหลาย เพื่อให้ประเทศก้าวสู่ศักราชใหม่บนหลักสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริง

 

แฟ้มภาพ: ฐานิส สุดโต

The post เลือกตั้ง 2569 : กสม. จี้นิด้า สอบจริยธรรมอาจารย์คนดัง หลังดูหมิ่นชาติกำเนิดอดีตสส. appeared first on THE STANDARD.

]]>
NIDA ออกแถลงการณ์ หลัง ‘ไอซ์ รักชนก’ ตั้งคำถามกรณีบุคลากรโพสต์พาดพิงครอบครัว ย้ำเสรีภาพการแสดงความเห็นต้องไม่ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ https://thestandard.co/nida-statement-ice-rakchanok-staff-controversy/ Tue, 30 Dec 2025 05:45:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1160008 nida-statement-ice-rakchanok-staff-controversy

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ออกแถลงการณ์ชี้แจงก […]

The post NIDA ออกแถลงการณ์ หลัง ‘ไอซ์ รักชนก’ ตั้งคำถามกรณีบุคลากรโพสต์พาดพิงครอบครัว ย้ำเสรีภาพการแสดงความเห็นต้องไม่ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
nida-statement-ice-rakchanok-staff-controversy

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีบุคลากรของสถาบันแสดงความคิดเห็นส่วนบุคคลต่อสาธารณะ หลังจาก รักชนก ศรีนอก หรือ ‘ไอซ์ รักชนก’ อดีตสส. กทม. พรรคก้าวไกล และความคิดเห็นจากประชาชนผ่านโซเชียลมิเดีย ที่โพสต์ตั้งคำถามต่อจุดยืนของสถาบัน กรณีมีการใช้ถ้อยคำที่ถูกมองว่าเป็นการดูหมิ่น ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และพาดพิงถึงครอบครัวของผู้อื่น

 

ก่อนหน้านี้ รักชนกได้เผยแพร่ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุถึงกรณีบุคคลซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้แสดงตนว่า ‘รักสถาบัน’ และเป็นบุคลากรของ NIDA โพสต์ข้อความกล่าวหาและใช้ถ้อยคำรุนแรง เช่น การพาดพิงถึงชาติกำเนิด ครอบครัว และอาชีพของพ่อแม่ ซึ่งเธอมองว่าเข้าข่าย hate speech และส่งผลกระทบต่อเด็กและบุคคลที่ ‘เลือกเกิดไม่ได้’ เป็นวงกว้าง

 

รักชนกระบุว่า ตนสนับสนุนหลักเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น (free speech) มาโดยตลอด แต่การสื่อสารในลักษณะดังกล่าวเป็นการลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ พร้อมตั้งคำถามไปยังผู้บริหาร NIDA ว่าสถาบันมีจุดยืนอย่างไรต่อการกระทำเช่นนี้ และสถาบันสนับสนุนให้บุคลากรแสดงออกในลักษณะที่เป็นภัยต่อสังคมหรือไม่

 

ขณะเดียวกัน เธอยังสื่อสารไปถึงศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบันของ NIDA และประชาชนที่เติบโตมาในครอบครัวหรือบริบทชีวิตที่ไม่พร้อม โดยย้ำว่าไม่มีใครผิดที่เกิดมาในสภาพแวดล้อมเช่นนั้น และสังคมไม่ควรตอกย้ำบาดแผลด้วยคำดูถูกเหยียดหยาม

 

ต่อมา NIDA ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า สถาบันได้รับทราบต่อเสียงสะท้อนและความห่วงใยจากประชาชนแล้ว โดยยืนยันว่ามุ่งมั่นในการจัดการศึกษาและการให้บริการทางวิชาการที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรู้ คุณธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมให้ความสำคัญกับเสรีภาพทางวิชาการ การบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นส่วนบุคคลของบุคลากรและนักศึกษา

 

อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ย้ำว่า การแสดงความคิดเห็นดังกล่าวต้องไม่ละเมิดต่อกฎหมาย ไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ไม่ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล องค์กร หรือหน่วยงานใด ๆ

 

สถาบันยังระบุว่า ไม่เคยสนับสนุนหรือส่งเสริมให้บุคลากรกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย หรือสื่อสารในลักษณะที่ดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือบั่นทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมยืนยันว่าจะธำรงไว้ซึ่งหลักธรรมาภิบาล ความเป็นธรรม และจะพิจารณาข้อเท็จจริงตามระเบียบอย่างรอบคอบ โดยยึดหลักการเป็นสำคัญ

 

แถลงการณ์ดังกล่าวลงวันที่ 30 ธันวาคม 2568

The post NIDA ออกแถลงการณ์ หลัง ‘ไอซ์ รักชนก’ ตั้งคำถามกรณีบุคลากรโพสต์พาดพิงครอบครัว ย้ำเสรีภาพการแสดงความเห็นต้องไม่ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิด้าโพลชี้ ประชาชน 40.60% ยังหานายกฯ-พรรคที่ใช่ไม่ได้ ครองอันดับหนึ่ง ณัฐพงษ์-พรรคประชาชน คะแนนความนิยมมากที่สุด https://thestandard.co/nida-poll-q4-2568-undecided-40percent/ Sun, 14 Dec 2025 03:06:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1154424 นิด้าโพลชี้ ประชาชน 40.60% ยังหานายกฯ-พรรคที่ใช่ไม่ได้ ครองอันดับหนึ่ง ณัฐพงษ์-พรรคประชาชน คะแนนความนิยมมากที่สุด

วันนี้ (14 ธันวาคม) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถ […]

The post นิด้าโพลชี้ ประชาชน 40.60% ยังหานายกฯ-พรรคที่ใช่ไม่ได้ ครองอันดับหนึ่ง ณัฐพงษ์-พรรคประชาชน คะแนนความนิยมมากที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิด้าโพลชี้ ประชาชน 40.60% ยังหานายกฯ-พรรคที่ใช่ไม่ได้ ครองอันดับหนึ่ง ณัฐพงษ์-พรรคประชาชน คะแนนความนิยมมากที่สุด

วันนี้ (14 ธันวาคม) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง ‘การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 4/2568’ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 4-12 ธันวาคม 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,500 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับคะแนนนิยมทางการเมือง

 

จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 40.60 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 2 ร้อยละ 17.20 ระบุว่าเป็น ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) อันดับ 3 ร้อยละ 12.32 ระบุว่าเป็น อนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 4 ร้อยละ 10.76 ระบุว่าเป็น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 5 ร้อยละ 6.28 ระบุว่าเป็น จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย)

 

อันดับ 6 ร้อยละ 3.88 ระบุว่าเป็น พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ) อันดับ 7 ร้อยละ 3.12 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) อันดับ 8 ร้อยละ 1.40 ระบุว่าเป็น พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) อันดับ 9 ร้อยละ 1.28 ระบุว่าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

 

ร้อยละ 2.28 ระบุอื่นๆ ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่), ศุภจี สุธรรมพันธุ์, จตุพร บุรุษพัฒน์ (พรรคโอกาสใหม่) นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี), วันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ), เทวัญ ลิปตพัลลภ (พรรคชาติพัฒนา) พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง (พรรคประชาชาติ) ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ (พรรคกล้าธรรม), วราวุธ ศิลปอาชา (พรรคภูมิใจไทย), ชาดา ไทยเศรษฐ์ (พรรคภูมิใจไทย), กรณ์ จาติกวณิช (พรรคประชาธิปัตย์) และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และร้อยละ 0.88 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 32.36 ระบุว่า ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 2 ร้อยละ 25.28 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 3 ร้อยละ 11.80 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 4 ร้อยละ 11.04 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 5 ร้อยละ 9.92 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 6 ร้อยละ 2.76 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ

 

อับดับ 7 ร้อยละ 2.32 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ อับดับ 8 ร้อยละ 2.00 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย อับดับ 9 ร้อยละ 1.12 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 1.36 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคประชาชาติ พรรคไทยภักดี พรรคโอกาสใหม่ พรรคเพื่อไทรวมพลัง พรรคกล้าธรรม พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคชาติพัฒนา พรรคเสรีรวมไทย และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และร้อยละ 0.04 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

The post นิด้าโพลชี้ ประชาชน 40.60% ยังหานายกฯ-พรรคที่ใช่ไม่ได้ ครองอันดับหนึ่ง ณัฐพงษ์-พรรคประชาชน คะแนนความนิยมมากที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
โพลชี้ผลงานชัชชาติ 3 ปีครึ่ง “ค่อนข้างดี” ทุกด้าน ยกเว้นปัญหาปากท้องยังไม่ค่อยดี https://thestandard.co/nida-poll-chatchart-3-5-years-bkk/ Sun, 07 Dec 2025 07:54:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1152071 โพลชี้ผลงานชัชชาติ 3 ปีครึ่ง “ค่อนข้างดี” ทุกด้าน ยกเว้นปัญหาปากท้องยังไม่ค่อยดี

วันนี้ (7 ธันวาคม) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบั […]

The post โพลชี้ผลงานชัชชาติ 3 ปีครึ่ง “ค่อนข้างดี” ทุกด้าน ยกเว้นปัญหาปากท้องยังไม่ค่อยดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
โพลชี้ผลงานชัชชาติ 3 ปีครึ่ง “ค่อนข้างดี” ทุกด้าน ยกเว้นปัญหาปากท้องยังไม่ค่อยดี

วันนี้ (7 ธันวาคม) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจหัวข้อ ‘3 ปีครึ่ง ผู้ว่าฯ ชัชชาติ’ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งใน กรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,000 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการทำงานในรอบ 3 ปีครึ่ง ของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

 

ด้านการเพิ่มพื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ อยู่ที่ 38.75% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 37.20% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 14.15% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 5.25% ระบุว่า ไม่ดีเลย และอยู่ที่ 4.65% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล

 

การปรับปรุงและจัดระเบียบทางเท้า เช่น หาบเร่ แผงลอย การจอดยานพาหนะหรือตั้งร้านบนทางเท้า อยู่ที่ 40.70% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 36.70% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 14.80% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 6.20% ระบุว่า ไม่ดีเลย และอยู่ที่ 1.60% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล

 

การแก้ไขปัญหาความสะอาด ขยะ ฝุ่นละออง น้ำเสีย อยู่ที่ 40.80% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 32.60% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 19.25% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 6.40% ระบุว่า ไม่ดีเลย และอยู่ที่ 0.95% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล

 

การปรับปรุงทัศนียภาพ ถนน ตรอก ซอย อยู่ที่ 40.85% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 32.20% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 18.45% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 6.40% ระบุว่า ไม่ดีเลย และอยู่ที่ 2.10% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล

 

การป้องกันอาชญากรรม และสร้างความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน เช่น การติดไฟส่องสว่าง กล้องวงจรปิด ระบบรักษาความปลอดภัย ตัวอย่าง อยู่ที่ 39.15% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 32.15% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 18.35% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 6.90% ระบุว่า ไม่ดีเลย และอยู่ที่ 3.45% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล

 

การสนับสนุนการกีฬา อยู่ที่ 37.75% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 28.55% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 15.75% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 11.85% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และอยู่ที่ 6.10% ระบุว่า ไม่ดีเลย

 

การส่งเสริมการท่องเที่ยวใน กทม. อยู่ที่ 39.50% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 28.00% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 16.55% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 9.50% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และอยู่ที่ 6.45% ระบุว่า ไม่ดีเลย

 

การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม อยู่ที่ 40.20% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 23.90% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 21.65% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 10.80% ระบุว่า ไม่ดีเลย และอยู่ที่ 3.45% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล

 

การปรับปรุงการให้บริการในหน่วยงานของ กทม. อยู่ที่ 40.25% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 21.95% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 18.80% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 10.35% ระบุว่า ไม่ดีเลย และอยู่ที่ 8.65% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล

 

การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า เรือ อยู่ที่ 40.10% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 21.80% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 17.15% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 15.00% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และอยู่ที่ 5.95% ระบุว่า ไม่ดีเลย

 

การแก้ไขปัญหาสุขภาพ/สาธารณสุข อยู่ที่ 38.60% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 22.60% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 20.95% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 9.85% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และอยู่ที่ 8.00% ระบุว่า ไม่ดีเลย

 

การจัดระเบียบการชุมนุม อยู่ที่ 40.25% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 20.60% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 16.95% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล อยู่ที่ 16.40% ระบุว่า ไม่ค่อยดี และอยู่ที่ 5.80% ระบุว่า ไม่ดีเลย

 

การจัดระเบียบ คนเร่ร่อน คนจรจัด ขอทาน อยู่ที่ 38.80% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 23.65% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 20.35% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 11.00% ระบุว่า ไม่ดีเลย และอยู่ที่ 6.20% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล

 

การแก้ไขปัญหาจราจรและรถติด อยู่ที่ 41.40% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 26.60% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 16.95% ระบุว่า ดีมาก อยู่ที่ 11.25% ระบุว่า ไม่ดีเลย และอยู่ที่ 3.80% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล

 

การพัฒนาการศึกษา แก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชน อยู่ที่ 37.50% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 20.60% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 16.80% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล อยู่ที่ 16.60% ระบุว่า ดีมาก และอยู่ที่ 8.50% ระบุว่า ไม่ดีเลย

 

การแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในหน่วยงานของ กทม. อยู่ที่ 25.05% ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา อยู่ที่ 23.50% ระบุว่า ไม่ค่อยดี อยู่ที่ 22.95% ระบุว่า ไม่ดีเลย อยู่ที่ 16.25% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และอยู่ที่ 12.25% ระบุว่า ดีมาก

 

การแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ/ปากท้อง อยู่ที่ 33.40% ระบุว่า ไม่ค่อยดี รองลงมา อยู่ที่ 28.05% ระบุว่า ค่อนข้างดี อยู่ที่ 20.20% ระบุว่า ไม่ดีเลย อยู่ที่ 9.95% ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และอยู่ที่ 8.40% ระบุว่า ดีมาก

 

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความพึงพอใจของคนกรุงเทพมหานครต่อการทำงานในรอบ 3 ปีครึ่งของผู้ว่าฯ กทม. พบว่า อยู่ที่ 46.55% ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ รองลงมา อยู่ที่ 31.85% ระบุว่า พอใจมาก อยู่ที่ 14.70% ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ อยู่ที่ 6.70% ระบุว่า ไม่พอใจเลย และอยู่ที่ 0.20% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะ เป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่า ความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่นอยู่ที่ 97.0

The post โพลชี้ผลงานชัชชาติ 3 ปีครึ่ง “ค่อนข้างดี” ทุกด้าน ยกเว้นปัญหาปากท้องยังไม่ค่อยดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิด้าโพลชี้คนภาคตะวันออกส่วนใหญ่ยังไม่เลือกทั้งคนและพรรค แต่กระแสพรรคประชาชนยังแรง https://thestandard.co/east-undecided-people-party-strong/ Sun, 23 Nov 2025 04:07:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1146348 นิด้าโพลชี้คนภาคตะวันออกส่วนใหญ่ยังไม่เลือกทั้งคนและพรรค แต่กระแส พรรคประชาชนยังแรง

วันนี้ (23 พฤศจิกายน) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถ […]

The post นิด้าโพลชี้คนภาคตะวันออกส่วนใหญ่ยังไม่เลือกทั้งคนและพรรค แต่กระแสพรรคประชาชนยังแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิด้าโพลชี้คนภาคตะวันออกส่วนใหญ่ยังไม่เลือกทั้งคนและพรรค แต่กระแส พรรคประชาชนยังแรง

วันนี้ (23 พฤศจิกายน) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง ‘กระแสการเมือง ภาคตะวันออก’ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 13 – 18 พฤศจิกายน 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคตะวันออก จำนวน 8 จังหวัด ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,000 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับกระแสการเมืองภาคตะวันออก

 

คะแนนนิยมอนุทิน ไล่ตามหลังณัฐพงษ์

 

จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่คนภาคตะวันออกจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 อยู่ที่ 39.75% ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 2 อยู่ที่ 15.90% ระบุว่าเป็น ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) อันดับ 3 อยู่ที่ 15.35% ระบุว่าเป็น อนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 4 อยู่ที่ 8.20% ระบุว่าเป็น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 5 อยู่ที่ 5.60% ระบุว่าเป็น พล.อ. รังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ)

 

อันดับ 6 อยู่ที่ 3.75% ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) อันดับ 7 อยู่ที่ 3.65% ระบุว่าเป็น จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 8 อยู่ที่ 2.80% ระบุว่าเป็น พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา อันดับ 9 อยู่ที่ 1.65% ระบุว่าเป็น
พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) อันดับ 10 อยู่ที่ 1.65% ระบุว่าเป็น สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่)

 

ส่วนอีก 1.90% ระบุว่า อื่น ๆ ได้แก่ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ (พรรคกล้าธรรม) วราวุธ ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) วันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง (พรรคประชาชาติ) พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) รักชนก ศรีนอก (พรรคประชาชน) สนธยา คุณปลื้ม, ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ (พรรคภูมิใจไทย) นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี) พล.ท. บุญสิน พาดกลาง, ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า (พรรคกล้าธรรม) และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และ 0.15% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

ส่วนมากไม่มองพรรคใด แต่พรรคประชาชนยังทิ้งห่างพรรคอื่น

 

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนภาคตะวันออกจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 อยู่ที่ 34.90% ระบุว่า ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 2 อยู่ที่ 24.65% ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 3 อยู่ที่ 10.95% ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 4 อยู่ที่ 7.95% ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5 อยู่ที่ 7.50% ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย

 

อันดับ 6 อยู่ที่ 4.25% ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ อันดับ 7 อยู่ที่ 3.90% ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ อันดับ 8 อยู่ที่ 2.10% ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 9 อยู่ที่ 1.85% ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ

 

ส่วนอีก 1.70% ระบุว่า อื่นๆ ได้แก่ พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคกล้าธรรม พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคไทรวมพลัง พรรคไทยภักดี พรรคพลังบูรพา และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และอีก 0.25% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

สำหรับการสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ นิด้าโพล สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่นอยู่ที่ 97.0

The post นิด้าโพลชี้คนภาคตะวันออกส่วนใหญ่ยังไม่เลือกทั้งคนและพรรค แต่กระแสพรรคประชาชนยังแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผลสำรวจ UNICEF-NIDA ระบุ โรงเรียนไทยยังขาดความพร้อมรับมือน้ำท่วม-ภัยสภาพภูมิอากาศ https://thestandard.co/unicef-nida-schools-lack-flood-climate/ Wed, 19 Nov 2025 11:46:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1145137 ผลสำรวจ UNICEF-NIDA ระบุ โรงเรียนไทยยังขาดความพร้อมรับมือน้ำท่วม-ภัยสภาพภูมิอากาศ

ท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมที่ยังคงสร้างผลกระทบ […]

The post ผลสำรวจ UNICEF-NIDA ระบุ โรงเรียนไทยยังขาดความพร้อมรับมือน้ำท่วม-ภัยสภาพภูมิอากาศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผลสำรวจ UNICEF-NIDA ระบุ โรงเรียนไทยยังขาดความพร้อมรับมือน้ำท่วม-ภัยสภาพภูมิอากาศ

ท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมที่ยังคงสร้างผลกระทบต่อหลายจังหวัดทั่วประเทศไทย รายงานสำรวจล่าสุดโดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ด้วยการสนับสนุนจาก UNICEF พบว่า เกือบทุกโรงเรียนในประเทศไทยต้องเผชิญสภาพอากาศรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ขณะที่โรงเรียนจำนวนมากยังขาดการสนับสนุนและทรัพยากรที่จำเป็นในการรับมือและปกป้องความปลอดภัยและการเรียนรู้ของเด็ก

 

การสำรวจ ‘ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความช่วยเหลือที่โรงเรียนต้องการ’ ดำเนินการระหว่างเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม 2025 โดยเก็บข้อมูลจากโรงเรียนของรัฐ 329 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงโรงเรียนเฉพาะความพิการ 14 แห่ง ใน 14 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบรุนแรงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เช่น เชียงราย เชียงใหม่ นครราชสีมา ยะลา และนราธิวาส ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าโรงเรียนและนักเรียนกำลัง ‘เผชิญความเสี่ยงสูงขึ้น’ ต่อฝนตกหนัก น้ำท่วม พายุ และคลื่นความร้อน ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะโลกรวนที่ทวีความรุนแรงขึ้น

 

ผลการสำรวจพบว่า ‘ทุกโรงเรียน’ เคยประสบสภาพอากาศรุนแรงอย่างน้อยหนึ่งประเภทในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา โดยภัยที่เกิดบ่อยและส่งผลกระทบรุนแรงที่สุด ได้แก่ พายุ ฝนตกหนัก และน้ำท่วม ทั้งนี้โรงเรียน 3 ใน 4 แห่ง (ร้อยละ 75) ระบุว่าสาธารณูปโภคและบริการพื้นฐานได้รับผลกระทบ เช่น ไฟฟ้า น้ำดื่ม ห้องน้ำ สุขอนามัย อาหารปลอดภัย หรือการเดินทางมาโรงเรียน ขณะที่กว่าครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 55) รายงานว่านักเรียนเผชิญปัญหาสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นโรคที่มากับความร้อน โรคที่มียุงเป็นพาหะ หรือโรคที่มากับน้ำ เช่น ไข้เลือดออก ท้องร่วง หรือโรคระบบทางเดินหายใจ นอกจากนี้ เกือบครึ่งหนึ่งของโรงเรียน (ร้อยละ 46) ได้รับความเสียหายต่ออาคารสถานที่

 

ที่น่ากังวลคือ โรงเรียนประมาณครึ่งหนึ่งระบุว่า ไม่เคยได้รับความช่วยเหลือใด ๆ หลังประสบภัยสภาพอากาศรุนแรง ขณะที่โรงเรียนที่เคยได้รับความช่วยเหลือ ส่วนใหญ่ได้รับในรูปแบบข้อมูลหรือการแจ้งเตือนล่วงหน้า (ร้อยละ 41) การอบรมหรือจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อม (ร้อยละ 35) และการช่วยเหลือฉุกเฉินด้านอาหาร น้ำดื่ม หรือสิ่งของจำเป็น (ร้อยละ 34)

 

เซเวอรีน เลโอนาร์ดี รองผู้แทนองค์การ UNICEF ประเทศไทย กล่าวว่า “ข้อมูลครั้งนี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิของเด็กในการเข้าถึงการศึกษา และทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราจำเป็นต้องเร่งเสริมความพร้อมให้โรงเรียนมีความรู้ โครงสร้างพื้นฐาน และทรัพยากรที่เหมาะสม เพื่อให้เด็กทุกคนยังคงเรียนได้อย่างปลอดภัย แม้ในยามน้ำท่วมหรือยามที่เกิดคลื่นความร้อน หากเราไม่ลงมือในวันนี้ ผลที่ตามมาคือการสูญเสียการเรียนรู้และศักยภาพของเด็กจำนวนมาก”

 

เมื่อปี 2024 อุทกภัยจากพายุไต้ฝุ่นยางิส่งผลให้นักเรียนกว่า 19,000 คน ในโรงเรียน 555 แห่งในภาคเหนือของไทยไม่สามารถไปโรงเรียนได้ ครูต้องปรับไปใช้การเรียนออนไลน์หรือส่งมอบใบงานถึงบ้านของนักเรียน

 

ผลสำรวจยังพบว่าโรงเรียนส่วนใหญ่รับรู้ถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น โดย 2 ใน 3 ของโรงเรียนคาดว่าจะเผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วมรุนแรงมากขึ้น และกว่าครึ่ง (ร้อยละ 54) คาดว่าจะเจอคลื่นความร้อนที่รุนแรงกว่าเดิมในอนาคต โดยผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตของนักเรียน เช่น การเจ็บป่วย การบาดเจ็บ หรือการเสียชีวิต เป็นความกังวลสูงสุดของโรงเรียน

 

ในด้านความพร้อมและขีดความสามารถของโรงเรียนในการรับมือกับสภาพอากาศรุนแรง โรงเรียนกว่าครึ่ง (ร้อยละ 53) ประเมินว่าตนมีความพร้อมอยู่ในระดับ ‘ปานกลาง’ ความต้องการเร่งด่วนที่โรงเรียนระบุ ได้แก่ การอบรมและจัดกิจกรรมให้นักเรียนเรียนรู้เรื่องภาวะโลกรวนและการปรับตัว การอบรมครูเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการปรับตัว และข้อมูลหรือระบบแจ้งเตือนภัยที่ทันเวลาและเชื่อถือได้

 

แม้เกือบทุกโรงเรียนจะสอดแทรกเนื้อหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในการเรียนการสอน แต่ครูกว่าร้อยละ 80 ไม่เคยได้รับการอบรมอย่างเป็นทางการ และต้องพึ่งการเรียนรู้ด้วยตนเอง ขณะที่โรงเรียนเฉพาะความพิการมีความต้องการสูงกว่าโรงเรียนทั่วไป ทั้งด้านการอบรมครู สื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัย อุปกรณ์การเรียนการสอนที่เหมาะสม และงบประมาณสนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญความเสี่ยงสูงจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ โดยดัชนี Global Climate Risk Index ปี 2025 จัดอันดับให้ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 30 ของประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ขณะที่การวิเคราะห์ของ UNICEFในปี 2021 จัดไทยอยู่อันดับที่ 50 จาก 163 ประเทศที่เด็กเผชิญความเสี่ยงสูงสุด นอกจากนี้ รายงาน Over the Tipping Point ปี 2023 ของ UNICEF ระบุว่า เด็กกว่า 10.8 ล้านคนในประเทศไทยมีความเสี่ยงสูงต่ออุทกภัยและภัยแล้ง

 

“โรงเรียนคือด่านหน้าของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ” เลโอนาร์ดีกล่าวเพิ่มเติม “เราต้องลงทุนอย่างเร่งด่วนเพื่อเสริมความพร้อมให้โรงเรียนทั่วประเทศสามารถรับมือกับสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้น และทำให้มั่นใจว่าเด็กทุกคน รวมถึงเด็กในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากหรือพื้นที่ห่างไกล ได้เรียนรู้อย่างปลอดภัย การเตรียมความพร้อมให้โรงเรียนและระบบการศึกษาไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็นเพื่ออนาคตของเด็กทุกคน”

 

UNICEF กำลังทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และพันธมิตรอื่นๆ เพื่อผลักดัน ‘การศึกษาเพื่อรับมือสภาพภูมิอากาศ’ (Climate Smart Education) ในการให้โรงเรียนทั่วประเทศมีความปลอดภัย ยืดหยุ่น และครอบคลุม เพื่อให้เด็กทุกคนสามารถเรียนรู้อย่างเต็มที่และเติบโตเต็มศักยภาพท่ามกลางสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

 

ผลสำรวจ UNICEF-NIDA ระบุ โรงเรียนไทยยังขาดความพร้อมรับมือน้ำท่วม-ภัยสภาพภูมิอากาศ 1
ผลสำรวจ UNICEF-NIDA ระบุ โรงเรียนไทยยังขาดความพร้อมรับมือน้ำท่วม-ภัยสภาพภูมิอากาศ 2
ผลสำรวจ UNICEF-NIDA ระบุ โรงเรียนไทยยังขาดความพร้อมรับมือน้ำท่วม-ภัยสภาพภูมิอากาศ 3
ผลสำรวจ UNICEF-NIDA ระบุ โรงเรียนไทยยังขาดความพร้อมรับมือน้ำท่วม-ภัยสภาพภูมิอากาศ 4
ผลสำรวจ UNICEF-NIDA ระบุ โรงเรียนไทยยังขาดความพร้อมรับมือน้ำท่วม-ภัยสภาพภูมิอากาศ 5

 

ภาพ: Anan Chonmahatrakul / UNICEF / 2025

อ้างอิง:

  • UNICEF ประเทศไทย

The post ผลสำรวจ UNICEF-NIDA ระบุ โรงเรียนไทยยังขาดความพร้อมรับมือน้ำท่วม-ภัยสภาพภูมิอากาศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิด้าโพลชี้ ประชาชนไม่เข้าใจข้อตกลง MOU 43-44 เกินครึ่งหนุนทำประชามติยกเลิก https://thestandard.co/mou43-44-nida-poll/ Sun, 05 Oct 2025 02:38:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1126663 MOU 43-44

วันนี้ (5 ตุลาคม) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบ […]

The post นิด้าโพลชี้ ประชาชนไม่เข้าใจข้อตกลง MOU 43-44 เกินครึ่งหนุนทำประชามติยกเลิก appeared first on THE STANDARD.

]]>
MOU 43-44

วันนี้ (5 ตุลาคม) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง ‘จะทำประชามติแล้ว…เข้าใจ MOU 43 และ MOU 44 หรือยัง’ โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 1-2 ตุลาคม 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความเข้าใจของประชาชนต่อ MOU 43 และ MOU 44 ก่อนการทำประชามติ

 

จากการสำรวจเมื่อถามความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับเรื่อง MOU 43 พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 44.12 ระบุว่า ไม่เข้าใจเลย รองลงมา ร้อยละ 24.96 ระบุว่า ไม่ค่อยเข้าใจ ร้อยละ 23.13 ระบุว่า ค่อนข้างเข้าใจ และร้อยละ 7.79 ระบุว่า เข้าใจมาก

 

ด้านความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับเรื่อง MOU 44 พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 45.73 ระบุว่า ไม่เข้าใจเลย รองลงมา ร้อยละ 24.96 ระบุว่า ไม่ค่อยเข้าใจ ร้อยละ 22.44 ระบุว่า ค่อนข้างเข้าใจ และร้อยละ 6.87 ระบุว่า เข้าใจมาก

 

สำหรับความต้องการของประชาชนในการทำความเข้าใจเรื่อง MOU 43 และ MOU 44 ให้ชัดเจนมากขึ้น พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 65.50 ระบุว่า ต้องการที่จะเข้าใจทั้ง MOU 43 และ MOU 44 รองลงมา ร้อยละ 34.04 ระบุว่า ไม่ต้องการที่จะเข้าใจเลยทั้ง MOU 43 และ MOU 44 และร้อยละ 0.23 ระบุว่า ต้องการที่จะเข้าใจเฉพาะ MOU 43 และต้องการที่จะเข้าใจเฉพาะ MOU 44 ในสัดส่วนที่เท่ากัน

 

ท้ายที่สุดเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อการทำประชามติเรื่องการยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 60.76 ระบุว่า เห็นด้วยที่จะมีการทำประชามติยกเลิกทั้ง MOU 43 และ MOU 44 รองลงมา ร้อยละ 20.92 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลยที่จะมีการทำประชามติยกเลิกทั้ง MOU 43 และ MOU 44 ร้อยละ 12.60 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ ร้อยละ 4.96 ระบุว่า ไม่แน่ใจ ร้อยละ 0.46 ระบุว่า เห็นด้วยที่จะมีการทำประชามติยกเลิกเฉพาะ MOU 43 และร้อยละ 0.30 ระบุว่า เห็นด้วยที่จะมีการทำประชามติยกเลิกเฉพาะ MOU 44

The post นิด้าโพลชี้ ประชาชนไม่เข้าใจข้อตกลง MOU 43-44 เกินครึ่งหนุนทำประชามติยกเลิก appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิด้าโพลเปิดผลสำรวจมุมมองประชาชนต่อความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทย-ภูมิใจไทย ส่วนมากเห็นว่าขัดแย้ง แต่ไม่ค่อยจริงจัง https://thestandard.co/nida-poll-pheu-thai-bhumjaithai-conflict/ Mon, 24 Feb 2025 02:32:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1045091 นิด้าโพลเผยผลสำรวจมุมมองประชาชนต่อความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทย

วานนี้ (23 กุมภาพันธ์) ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถ […]

The post นิด้าโพลเปิดผลสำรวจมุมมองประชาชนต่อความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทย-ภูมิใจไทย ส่วนมากเห็นว่าขัดแย้ง แต่ไม่ค่อยจริงจัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิด้าโพลเผยผลสำรวจมุมมองประชาชนต่อความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทย

วานนี้ (23 กุมภาพันธ์) ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจของประชาชน เรื่อง ‘เพื่อไทย VS ภูมิใจไทย’ สำรวจระหว่างวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยในช่วงที่ผ่านมา

 

จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 38.85 ระบุว่า มีความขัดแย้งกัน แต่ไม่ค่อยจริงจังเท่าไร รองลงมาร้อยละ 32.91 ระบุว่า มีความขัดแย้งกันอย่างจริงจังพอสมควร, ร้อยละ 17.40 ระบุว่า ไม่มีความขัดแย้งกันเลย, ร้อยละ 10.38 ระบุว่า มีความขัดแย้งกันอย่างจริงจังมาก และร้อยละ 0.46 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อความเป็นไปได้ของบทสรุปของความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 38.09 ระบุว่า ท้ายที่สุดทั้งสองพรรคจะตกลงกันได้และยุติความขัดแย้ง รองลงมาร้อยละ 37.40 ระบุว่า ความขัดแย้งจะมีต่อไปเรื่อยๆ แต่ก็ยังอยู่ร่วมรัฐบาลกันเหมือนเดิม, ร้อยละ 10.31 ระบุว่า มีการปรับคณะรัฐมนตรี ดึงกระทรวงที่สำคัญออกจากพรรคภูมิใจไทย, ร้อยละ 7.10 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีจะประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร, ร้อยละ 2.52 ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยจะประกาศถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล, ร้อยละ 2.21 ระบุว่า ท้ายที่สุดพรรคภูมิใจไทยจะยอมถอยให้พรรคเพื่อไทย, ร้อยละ 1.30 ระบุว่า ท้ายที่สุดพรรคเพื่อไทยจะยอมถอยให้พรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 1.07 ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยจะถูกปรับออกจากรัฐบาล

 

ท้ายที่สุดเมื่อถามความต้องการของประชาชนเกี่ยวกับบทสรุปของความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 44.73 ระบุว่า ท้ายที่สุดทั้งสองพรรคจะตกลงกันได้และยุติความขัดแย้ง รองลงมาร้อยละ 21.60 ระบุว่า ความขัดแย้งจะมีต่อไปเรื่อยๆ แต่ก็ยังอยู่ร่วมรัฐบาลกันเหมือนเดิม, ร้อยละ 17.40 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีจะประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร, ร้อยละ 9.24 ระบุว่า มีการปรับคณะรัฐมนตรี ดึงกระทรวงที่สำคัญออกจากพรรคภูมิใจไทย, ร้อยละ 2.82 ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยจะประกาศถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล, ร้อยละ 1.68 ระบุว่า ท้ายที่สุดพรรคภูมิใจไทยจะยอมถอยให้พรรคเพื่อไทย, ร้อยละ 1.53 ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยจะถูกปรับออกจากรัฐบาล และร้อยละ 1 ระบุว่า ท้ายที่สุดพรรคเพื่อไทยจะยอมถอยให้พรรคภูมิใจไทย

The post นิด้าโพลเปิดผลสำรวจมุมมองประชาชนต่อความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทย-ภูมิใจไทย ส่วนมากเห็นว่าขัดแย้ง แต่ไม่ค่อยจริงจัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
โพลเผยคนไทยเหนื่อยกับอะไรมากสุดในปี 2567 พบกลุ่มตัวอย่างมีความสุข ไร้อุปสรรค เพียง 40% https://thestandard.co/poll-thai-2024-stress-40-happy/ Sun, 22 Dec 2024 05:34:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1022245 poll-thai-2024-stress-40-happy

วันนี้ (22 ธันวาคม) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถ […]

The post โพลเผยคนไทยเหนื่อยกับอะไรมากสุดในปี 2567 พบกลุ่มตัวอย่างมีความสุข ไร้อุปสรรค เพียง 40% appeared first on THE STANDARD.

]]>
poll-thai-2024-stress-40-happy

วันนี้ (22 ธันวาคม) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจของประชาชน เรื่อง ‘เหนื่อยหน่ายกับอะไรบ้างในปี 2567 ที่ผ่านมา’ เกี่ยวกับความรู้สึกของประชาชนในปี 2567 

 

จากการสำรวจเมื่อถามประชาชนถึงความสุขในปี 2567 พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 39.92 ระบุว่า ค่อนข้างมีความสุข เพราะมีความสุขทั้งกับตัวเองและครอบครัว ชีวิตการทำงานราบรื่น ไม่มีอุปสรรค รองลงมา ร้อยละ 32.52 ระบุว่า ไม่ค่อยมีความสุข เพราะมีปัญหาทางการเงินที่เกิดจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น และรู้สึกเบื่อหน่ายกับความวุ่นวายของสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่มีความแน่นอน 

 

ร้อยละ 18.17 ระบุว่า มีความสุขมาก เพราะการใช้ชีวิตเป็นไปอย่างราบรื่น สุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่มีเรื่องใดที่ต้องกังวล และร้อยละ 9.39 ระบุว่าไม่มีความสุขเลย เพราะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ส่งผลให้เกิดปัญหาหนี้สินสะสม การใช้ชีวิตเป็นไปอย่างยากลำบากและไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้

 

ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงสิ่งที่ประชาชนเหนื่อยหน่ายในปี 2567 พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 52.14 ระบุว่า ปัญหาเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ รองลงมา ร้อยละ 28.09 ระบุว่า ปัญหาภัยไซเบอร์ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การแฮ็กข้อมูล 

 

ร้อยละ 27.86 ระบุว่า ปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองทั้งในและนอกสภา ร้อยละ 21.60 ระบุว่า ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ร้อยละ 14.89 ระบุว่า ปัญหาราคาพลังงาน ร้อยละ 13.59 ระบุว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อม ภัยทางธรรมชาติ ร้อยละ 13.44 ระบุว่า ปัญหาสุขภาพ โรคระบาด ร้อยละ 12.98 ระบุว่า ปัญหาอาชญากรรม ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ร้อยละ 12.90 ระบุว่า ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร 

 

ร้อยละ 12.75 ระบุว่า ไม่เหนื่อยหน่ายกับอะไรเลย ร้อยละ 11.45 ระบุว่า ปัญหาความขัดแย้งในสังคม ร้อยละ 9.85 ระบุว่า ปัญหาการคอร์รัปชันในทุกระดับ ร้อยละ 9.69 ระบุว่า ปัญหาการจราจร ร้อยละ 5.57 ระบุว่า ปัญหาความไม่เป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม ร้อยละ 4.81 ระบุว่า ปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมในระบบราชการ และร้อยละ 2.06 ระบุว่า ปัญหาสงคราม ความขัดแย้งในต่างประเทศ

 

ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 16-18 ธันวาคม 2567 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ ‘นิด้าโพล’ สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นร้อยละ 97.0

The post โพลเผยคนไทยเหนื่อยกับอะไรมากสุดในปี 2567 พบกลุ่มตัวอย่างมีความสุข ไร้อุปสรรค เพียง 40% appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิด้าโพลเปิดผลสำรวจประชาชน ‘ทนายความจิตอาสาจริงๆ’ ส่วนมากเชื่อว่ามี แต่มีจำนวนไม่มาก คนที่ทำด้วยใจไม่หวังชื่อเสียง https://thestandard.co/nida-poll-survey-pro-bono-lawyers-thailand/ Sun, 03 Nov 2024 03:36:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1003338 นิด้าโพล

วันนี้ (3 พฤศจิกายน) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ ส […]

The post นิด้าโพลเปิดผลสำรวจประชาชน ‘ทนายความจิตอาสาจริงๆ’ ส่วนมากเชื่อว่ามี แต่มีจำนวนไม่มาก คนที่ทำด้วยใจไม่หวังชื่อเสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิด้าโพล

วันนี้ (3 พฤศจิกายน) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจของประชาชน เรื่อง ‘ ทนายความ จิตอาสาจริงๆ’ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28-30 ตุลาคม 2567 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง

 

จากการสำรวจเมื่อถามถึงการมีอยู่จริงของ ทนายความ จิตอาสาที่ช่วยเหลือประชาชนด้วยใจ ไม่สนใจผลประโยชน์หรือการสร้างชื่อเสียงให้กับตนเอง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 52.44 ระบุว่า มีจริง แต่ไม่มากเท่าไร รองลงมาร้อยละ 26.56 ระบุว่า ไม่มั่นใจว่ามีจริง ร้อยละ 16.88 ระบุว่า ไม่มีจริง และร้อยละ 4.12 ระบุว่า มีจริง จำนวนมาก

 

ด้านบุคคลหรือหน่วยงานที่ประชาชนไว้ใจในการขอความช่วยเหลือหากไม่มั่นใจในความยุติธรรมจากคดีความที่ฟ้องร้องผู้อื่นหรือถูกผู้อื่นฟ้องร้อง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 42.06 ระบุว่า ศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย รองลงมาร้อยละ 21.83 ระบุว่า ชมรม สมาคม มูลนิธิ องค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) ที่เกี่ยวข้อง ร้อยละ 19.16 ระบุว่า สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด ร้อยละ 13.44 ระบุว่า ไม่ไว้ใจใครเลย 

 

ร้อยละ 11.68 ระบุว่า ทนายอาสาจากสภาทนายความ ร้อยละ 11.37 ระบุว่า ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 ร้อยละ 9.01 ระบุว่า ทนายทั่วไป ร้อยละ 8.17 ระบุว่า ทนายอาสาจากเนติบัณฑิตยสภา ร้อยละ 6.87 ระบุว่า ทนายที่มีชื่อเสียง ร้อยละ 1.60 ระบุว่า นักการเมือง และร้อยละ 4.96 ระบุอื่นๆ ได้แก่ สื่อโทรทัศน์ สื่อสังคมออนไลน์

 

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความไว้วางใจของประชาชนต่อความช่วยเหลือที่จะได้รับจากการใช้บริการหรือขอคำปรึกษาจากทนายความ พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 42.06 ระบุว่า ค่อนข้างไว้วางใจ รองลงมาร้อยละ 36.11 ระบุว่า ไม่ค่อยไว้วางใจ ร้อยละ 12.52 ระบุว่า ไม่ไว้วางใจเลย ร้อยละ 8.78 ระบุว่า ไว้วางใจมาก และร้อยละ 0.53 ระบุว่า ไม่ทราบ / ไม่ตอบ / ไม่สนใจ

The post นิด้าโพลเปิดผลสำรวจประชาชน ‘ทนายความจิตอาสาจริงๆ’ ส่วนมากเชื่อว่ามี แต่มีจำนวนไม่มาก คนที่ทำด้วยใจไม่หวังชื่อเสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: อ.พิชาย วิเคราะห์ดราม่าเกาะกูดผ่านเกมการเมือง ทำไมรัฐไทยไม่ชัดเจน? https://thestandard.co/thestandardnow011167-2/ Sat, 02 Nov 2024 05:54:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1002974

วิเคราะห์ดราม่าเกาะกูดผ่านเกมการเมือง ทำไมรัฐไทยไม่ชัดเ […]

The post ชมคลิป: อ.พิชาย วิเคราะห์ดราม่าเกาะกูดผ่านเกมการเมือง ทำไมรัฐไทยไม่ชัดเจน? appeared first on THE STANDARD.

]]>

วิเคราะห์ดราม่าเกาะกูดผ่านเกมการเมือง ทำไมรัฐไทยไม่ชัดเจน?

 

โดย รศ. ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้อำนวยการหลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา คณะพัฒนาสังคมและยุทธศาสตร์การบริหาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

The post ชมคลิป: อ.พิชาย วิเคราะห์ดราม่าเกาะกูดผ่านเกมการเมือง ทำไมรัฐไทยไม่ชัดเจน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ดราม่าเกาะกูด ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนที่รัฐบาลยังไร้คำตอบ สู่เกมล้มรัฐบาล? https://thestandard.co/thestandardnow011167/ Fri, 01 Nov 2024 11:00:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1002612

ดราม่าเกาะกูด ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนที่รัฐบาลยังไร้คำตอบ ส […]

The post ชมคลิป: ดราม่าเกาะกูด ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนที่รัฐบาลยังไร้คำตอบ สู่เกมล้มรัฐบาล? appeared first on THE STANDARD.

]]>

ดราม่าเกาะกูด ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนที่รัฐบาลยังไร้คำตอบ สู่เกมล้มรัฐบาล?

 

คุยกับ รศ. ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้อำนวยการหลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา คณะพัฒนาสังคมและยุทธศาสตร์การบริหาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

 

พบกันในรายการ THE STANDARD NOW กับ อ๊อฟ ชัยนนท์ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD

The post ชมคลิป: ดราม่าเกาะกูด ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนที่รัฐบาลยังไร้คำตอบ สู่เกมล้มรัฐบาล? appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิด้าโพลเผย ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อรัฐบาลแพทองธารอยู่ครบวาระ 4 ปี แต่มีหลายปัจจัยทำให้ไปต่อไม่ได้ https://thestandard.co/people-believe-paetongtarns-government-will-complete-its-term/ Sun, 27 Oct 2024 04:49:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1000552

วันนี้ (27 ตุลาคม) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถา […]

The post นิด้าโพลเผย ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อรัฐบาลแพทองธารอยู่ครบวาระ 4 ปี แต่มีหลายปัจจัยทำให้ไปต่อไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (27 ตุลาคม) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง ‘รัฐบาลนายกฯ อุ๊งอิ๊ง ไปไหวไหม’ โดยสำรวจประชาชน 1,310 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 21-22 ตุลาคมที่ผ่านมา เกี่ยวกับปัจจัยที่จะส่งผลให้รัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไปต่อไม่ได้

 

โดยความเชื่อของประชาชนต่อการอยู่รอดของรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร จากสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันพบว่า ส่วนใหญ่เชื่อว่าจะไปต่อจนครบเทอมในปี 2570 อยู่ที่ 41.68% รองลงมาคือเชื่อว่าจะไปต่อได้อีกประมาณ 2 ปี หรือถึงปี 2569 อยู่ที่ 19.08% และเชื่อว่าจะไปต่อได้อีกประมาณ 1 ปี หรือถึงปี 2568 อยู่ที่ 16.87%

 

ขณะที่กลุ่มที่เชื่อว่าจะไปต่อได้จนเกือบๆ ครบเทอมในปี 2570 อยู่ที่ 11.99% และเชื่อว่าจะไปต่อได้ไม่เกินสิ้นปี 2567 อีก 9.77% รวมถึงกลุ่มที่ไม่ตอบหรือไม่สนใจ 0.61%

 

สำหรับปัจจัยที่ส่งผลให้รัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร ไปต่อไม่ได้ โดยกลุ่มตัวอย่าง 1 คน สามารถตอบปัจจัยได้มากกว่า 1 ข้อ ผลการสำรวจส่วนใหญ่มองว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นไปตามสัญญาและคาดหวัง 34.43% กลุ่มนักร้องเรียนที่พุ่งเป้าไปยัง ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทย 32.52% การบริหารที่ผิดพลาดของแพทองธารจนนำไปสู่สถานการณ์วิกฤต 29.47%

 

ขณะที่อีกส่วนเชื่อว่ากลุ่มนักร้องเรียนที่พุ่งเป้าไปยังแพทองธารและพรรคเพื่อไทย 28.85% การบริหารงานที่ไม่ระมัดระวังจนอาจเกิดการทุจริตคอร์รัปชัน 19.77% ความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาล 17.25%

 

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่เชื่อว่าไม่มีปัจจัยใดที่จะทำให้รัฐบาลแพทองธารไปต่อไม่ได้อยู่ 16.64% เชื่อว่าการชุมนุมประท้วงรัฐบาลจนเกิดความวุ่นวายทางการเมือง 10.92%

 

สำหรับกลุ่มที่เชื่อในปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นส่วนน้อย ได้แก่ เรื่องการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 9.62% การทำงานของพรรคฝ่ายค้านที่จะนำไปสู่การล้มลงของรัฐบาล 9.08% การเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมที่มีประเด็นอ่อนไหว 8.42% ประเด็นคดีตากใบ 8.09% และเชื่อว่าปัจจัยการก่อรัฐประหารล้มรัฐบาล 6.95%

The post นิด้าโพลเผย ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อรัฐบาลแพทองธารอยู่ครบวาระ 4 ปี แต่มีหลายปัจจัยทำให้ไปต่อไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิด้าโพลเผย คนกรุง ‘ค่อนข้างกังวล’ น้ำท่วม แต่เชื่อมั่นระบบ กทม. ทั้งการป้องกันและการระบาย https://thestandard.co/bangkokians-are-quite-worried-about-flooding/ Sun, 22 Sep 2024 03:17:38 +0000 https://thestandard.co/?p=986555

วันนี้ (22 กันยายน) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถ […]

The post นิด้าโพลเผย คนกรุง ‘ค่อนข้างกังวล’ น้ำท่วม แต่เชื่อมั่นระบบ กทม. ทั้งการป้องกันและการระบาย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (22 กันยายน) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจของประชาชน เรื่อง ‘ปี 67 คนกรุงฯ กลัวน้ำท่วมหรือไม่’ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18-19 กันยายน 2567 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับความกังวลของคนกรุงเทพมหานครต่อสถานการณ์น้ำท่วมในปี 2567 

 

จากการสำรวจ เมื่อถามถึงความกังวลของประชาชนว่าจะเกิดน้ำท่วมกรุงเทพมหานครในปีนี้จากสถานการณ์น้ำท่วมในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ผ่านมา พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 33.82 ระบุว่า ค่อนข้างกังวล รองลงมา ร้อยละ 27.79 ระบุว่า ไม่กังวลเลย ร้อยละ 21.06 ระบุว่า ไม่ค่อยกังวล และร้อยละ 17.33 ระบุว่า กังวลมาก

 

ด้านความพึงพอใจของประชาชนต่อการระบายน้ำของกรุงเทพมหานครในช่วงฤดูฝนนี้ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 42.14 ระบุว่า ค่อนข้างพึงพอใจ รองลงมา ร้อยละ 28.09 ระบุว่า ไม่ค่อยพึงพอใจ ร้อยละ 17.79 ระบุว่า พึงพอใจมาก ร้อยละ 10.38 ระบุว่า ไม่พึงพอใจเลย และร้อยละ 1.60 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการป้องกันน้ำท่วมของกรุงเทพมหานคร พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 37.25 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อมั่น รองลงมา ร้อยละ 32.29 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อมั่น ร้อยละ 15.65 ระบุว่า ไม่เชื่อมั่นเลย ร้อยละ 14.05 ระบุว่า เชื่อมั่นมาก และร้อยละ 0.76 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

The post นิด้าโพลเผย คนกรุง ‘ค่อนข้างกังวล’ น้ำท่วม แต่เชื่อมั่นระบบ กทม. ทั้งการป้องกันและการระบาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินเมินม็อบต้านทักษิณ ชี้ทุกคนมีสิทธิ์ออกความเห็น ขออย่าสาดวาทกรรม เผยยังไม่เห็นโพลคนใต้ไม่เอา ปชป. ย้ำทุกอย่างอยู่ที่ผลงาน https://thestandard.co/anutin-thaksin-mob/ Mon, 09 Sep 2024 04:44:21 +0000 https://thestandard.co/?p=981286 อนุทิน

วันนี้ (9 กันยายน) ที่กระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ร […]

The post อนุทินเมินม็อบต้านทักษิณ ชี้ทุกคนมีสิทธิ์ออกความเห็น ขออย่าสาดวาทกรรม เผยยังไม่เห็นโพลคนใต้ไม่เอา ปชป. ย้ำทุกอย่างอยู่ที่ผลงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน

วันนี้ (9 กันยายน) ที่กระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เรื่องคนใต้ไม่เลือกพรรคประชาธิปัตย์หลังร่วมรัฐบาลเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทยอาจได้อานิสงส์ ได้ สส. เพิ่มว่า ตนเองยังไม่เห็นข่าวเลย พร้อมกล่าวต่อว่า เราก็อยากได้ สส. เพิ่ม แต่จะได้หรือไม่ก็อยู่ที่ผลงานของเรา 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคภูมิใจไทยต้องเริ่มทำพื้นที่เพิ่มหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า สส. ทุกคนทำพื้นที่อยู่แล้ว เรามี สส. รวมถึงมีผู้สมัคร สส. ที่เกือบได้ เขาก็ทำพื้นที่อยู่แล้ว เขาเหล่านั้นไม่เคยทิ้งพื้นที่อยู่แล้ว ส่วนจะได้หรือไม่ก็อยู่ที่ตัวผู้สมัคร และอยู่ที่ผลงานของพรรคด้วย ขอให้ใจเย็นๆ อีกนาน

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงม็อบต้านระบอบทักษิณที่นำโดยเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ว่าจะทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็น แต่ต้องอยู่ในกรอบ ขอให้ใช้ข้อมูลที่ไม่ได้เป็นวาทกรรมสาดใส่กัน หากเป็นข้อเท็จจริงที่ออกมาเราก็พร้อมปรับปรุง แต่ต้องเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่การคาดเดา

 

ส่วนกังวลหรือไม่นั้น ตนเองมองว่า ตอนนี้มันมีการพิสูจน์ข่าวสารได้ว่า ใครพูดในสิ่งที่เกิดขึ้นจริง หรือใครปรุงแต่ง ตนเองก็ติดตามอยู่ เห็นว่ามีหลายอย่างที่ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง และรู้จักกับหลายคนในนั้น ก็ได้ช่วยชี้แจงข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร เราอย่าไปพูดอะไรที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง เราเอาความจริงมาพูดกัน

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะทำให้สถานการณ์บานปลายหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลยังไม่ได้เริ่มทำงาน รวมถึงยังไม่ได้แถลงนโยบายเลย การวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำถูกหรือทำผิด ขอให้รัฐบาลได้ทำหน้าที่ก่อน ตรงไหนไม่ดีก็วิพากษ์วิจารณ์มา ผมเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้โดยเฉพาะแพทองธาร ตนเองดูแล้วท่านนายกฯ เป็นคนรับฟังและเป็นคนที่พร้อมที่จะทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนคนไทย เท่าที่ได้สัมผัสมาตลอด 2-3 สัปดาห์ เชื่อว่าจะเป็นผู้บริหารที่ดี

The post อนุทินเมินม็อบต้านทักษิณ ชี้ทุกคนมีสิทธิ์ออกความเห็น ขออย่าสาดวาทกรรม เผยยังไม่เห็นโพลคนใต้ไม่เอา ปชป. ย้ำทุกอย่างอยู่ที่ผลงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายเดชาชี้แจงแทน ‘สว. เกศกมล’ เอี่ยว 3 มหาวิทยาลัย ปมวุฒิปริญญาเอก-อาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย https://thestandard.co/decha-keskamol-3-universities/ Wed, 17 Jul 2024 12:29:11 +0000 https://thestandard.co/?p=959336 ทนายเดชา สว. เกศกมล

วันนี้ (17 กรกฎาคม) เวลา 18.07 น. เฟซบุ๊ก ‘ทนายคลายทุกข […]

The post ทนายเดชาชี้แจงแทน ‘สว. เกศกมล’ เอี่ยว 3 มหาวิทยาลัย ปมวุฒิปริญญาเอก-อาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายเดชา สว. เกศกมล

วันนี้ (17 กรกฎาคม) เวลา 18.07 น. เฟซบุ๊ก ‘ทนายคลายทุกข์’ ซึ่งเป็นบัญชีผู้ใช้ของ เดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความส่วนตัวของ ศ. ดร. พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้โพสต์ข้อความซึ่งระบุว่าเป็นคำชี้แจงของ ศ. ดร. พญ.เกศกมล ที่ต้องการชี้แจงประเด็นต่างๆ ใน 3 ประเด็นดังนี้

 

ในประเด็นแรก เดชาระบุว่า ศ. ดร. พญ.เกศกมล ไม่เคยพูดหรือบอกว่าจบการศึกษาในระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พูดแต่ว่ากำลังศึกษาอยู่เท่านั้น

 

ประเด็นต่อมาที่มีความเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์นั้น ศ. ดร. พญ.เกศกมล ไปร่วมงานซ้อมดับเพลิงจริง และได้คุยกับรองอธิการบดีเรื่องจะไปสอนที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์จริง แต่หลังจากนั้นได้ปรึกษาหารือกัน ภายหลังไม่สามารถไปร่วมงานได้ เนื่องจากมีความไม่ลงตัวของระยะเวลาและกฎเกณฑ์การเข้าเป็นอาจารย์สอนของมหาวิทยาลัย จึงไม่ได้ไปสอน

 

ประเด็นสุดท้าย กรณีการโพสต์เฟซบุ๊กถึงการไปติวที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) จนเกิดความเข้าใจผิดว่าเรียนหรือจบการศึกษาจากสถาบันดังกล่าวนั้น ในความเป็นจริงโพสต์ว่าไปติวที่นิด้าเท่านั้น เพราะมหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ให้นักศึกษาไปติวเพื่อเตรียมนำเสนอหัวข้องานวิจัยที่ออกซ์ฟอร์ด ซึ่งออกซ์ฟอร์ดร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ในการนำเสนอหัวข้องานวิจัยเท่านั้น ไม่ใช่การสอบจบปริญญาเอกอย่างที่เข้าใจผิด

 

อ้างอิง: 

The post ทนายเดชาชี้แจงแทน ‘สว. เกศกมล’ เอี่ยว 3 มหาวิทยาลัย ปมวุฒิปริญญาเอก-อาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘นิด้า’ ออกเอกสารชี้แจง ‘สว. เกศกมล’ ไม่เคยเรียนปริญญาเอก ไม่ได้จบ ดร. ตามที่เป็นข่าว https://thestandard.co/nida-keskamon-phd-issue-documents/ Wed, 17 Jul 2024 00:40:40 +0000 https://thestandard.co/?p=958854 เกศกมล

วานนี้ (16 กรกฎาคม) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า […]

The post ‘นิด้า’ ออกเอกสารชี้แจง ‘สว. เกศกมล’ ไม่เคยเรียนปริญญาเอก ไม่ได้จบ ดร. ตามที่เป็นข่าว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกศกมล

วานนี้ (16 กรกฎาคม) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงจากกรณี ศ. ดร. พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดอันดับหนึ่ง ถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องวุฒิการศึกษา และมีการเปิดเผยไทม์ไลน์การศึกษาว่า เธอเคยโพสต์เฟซบุ๊ก แฮชแท็ก #Nida พร้อมระบุว่า ‘ติวเข้มการนำเสนอหัวข้อวิจัยดุษฎีนิพนธ์’

 

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ชี้แจงโดยระบุข้อความว่า ตามที่ได้ปรากฏข้อมูลในข่าวออนไลน์และสื่อต่างๆ ขอชี้แจงให้ทราบว่า บุคคลที่ปรากฏในข่าว มิได้กำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก หรือจบการศึกษาในระดับปริญญาเอก จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

 

อ้างอิง: 

The post ‘นิด้า’ ออกเอกสารชี้แจง ‘สว. เกศกมล’ ไม่เคยเรียนปริญญาเอก ไม่ได้จบ ดร. ตามที่เป็นข่าว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชาชนไม่เห็นด้วย กฎหมายยาบ้า ‘ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย’ มองการแพร่ระบาดหนักเพราะยาหาซื้อง่าย https://thestandard.co/methamphetamine-laws-09042024/ Tue, 09 Apr 2024 04:06:40 +0000 https://thestandard.co/?p=920921 กฎหมายยาบ้า

วันนี้ (9 เมษายน) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบ […]

The post ประชาชนไม่เห็นด้วย กฎหมายยาบ้า ‘ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย’ มองการแพร่ระบาดหนักเพราะยาหาซื้อง่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กฎหมายยาบ้า

วันนี้ (9 เมษายน) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจของประชาชน เรื่อง ‘ยาบ้า 5 เม็ด กับผู้เสพ คือ ผู้ป่วย’ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18-20 มีนาคม 2567 จากประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง

 

จากการสำรวจเมื่อถามถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของยาเสพติดในปัจจุบัน พบว่า 

ร้อยละ 57.63 ระบุว่า ยาบ้าหาซื้อได้ง่าย 

ร้อยละ 56.79 ระบุว่า ยาบ้ามีราคาถูก 

ร้อยละ 36.26 ระบุว่า กัญชาหาซื้อได้ง่าย 

ร้อยละ 35.57 ระบุว่า พืชกระท่อม/น้ำกระท่อมหาซื้อได้ง่าย 

ร้อยละ 35.27 ระบุว่า นโยบายของรัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพ 

ร้อยละ 34.27 ระบุว่า กัญชามีราคาถูก 

ร้อยละ 33.89 ระบุว่า พืชกระท่อม/น้ำกระท่อมมีราคาถูก 

ร้อยละ 31.07 ระบุว่า มาตรการการปราบปรามยาเสพติดไม่มีประสิทธิภาพ 

ร้อยละ 30.08 ระบุว่า มาตรการการป้องกันยาเสพติดไม่มีประสิทธิภาพ
ร้อยละ 26.03 ระบุว่า ผู้บังคับใช้กฎหมายหย่อนยานในการดำเนินการ
ร้อยละ 22.60 ระบุว่า สภาพทางสังคมทำให้คนเสพยาเพิ่มขึ้น 

ร้อยละ 20.76 ระบุว่า นโยบายถือครองยาบ้าไม่เกิน 5 เม็ด ถือว่าเป็นผู้เสพ 

ร้อยละ 17.63 ระบุว่า สภาพทางเศรษฐกิจทำให้คนเสพยาเพิ่มขึ้น 

ร้อยละ 12.44 ระบุว่า นโยบายผู้เสพ คือ ผู้ป่วย 

ร้อยละ 11.91 ระบุว่า ผู้เสพไม่มีจิตสำนึกเอง 

ร้อยละ 11.07 ระบุว่า มาตรการการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดไม่มีประสิทธิภาพ 

ร้อยละ 1.22 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อประมวลกฎหมายยาเสพติดที่ยึดหลัก ‘ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย’ พบว่า 

ร้อยละ 67.40 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย 

ร้อยละ 12.60 ระบุว่า เห็นด้วยมาก 

ร้อยละ 9.85 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย และไม่ค่อยเห็นด้วย ในสัดส่วนที่เท่ากัน 

ร้อยละ 0.30 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อการครอบครองยาบ้าไม่เกิน 5 เม็ด ถือว่าเป็นผู้เสพที่ต้องได้รับการบำบัดรักษาและไม่ต้องโทษจำคุก พบว่า
ร้อยละ 78.85 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย 

ร้อยละ 7.79 ระบุว่า เห็นด้วยมาก และไม่ค่อยเห็นด้วย ในสัดส่วนที่เท่ากัน
ร้อยละ 5.50 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย 

ร้อยละ 0.07 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับปริมาณการครอบครองยาบ้าเพื่อเสพที่จะเข้ากับหลักการ ‘ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย’ พบว่า ร้อยละ 59.85 ระบุว่า ยืนยันว่าไม่เห็นด้วย/ไม่ค่อยเห็นด้วยกับหลักการ ‘ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย’ 

ร้อยละ 23.66 ระบุว่า ไม่เกิน 1 เม็ด 

ร้อยละ 8.40 ระบุว่า ประมาณ 2-3 เม็ด 

ร้อยละ 3.66 ระบุว่า ประมาณ 4-6 เม็ด 

ร้อยละ 1.53 ระบุว่า ประมาณ 10-12 เม็ด 

ร้อยละ 0.76 ระบุว่า ประมาณ 7-9 เม็ด 

ร้อยละ 0.08 ระบุว่า ประมาณ 13-15 เม็ด 

ร้อยละ 2.06 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

The post ประชาชนไม่เห็นด้วย กฎหมายยาบ้า ‘ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย’ มองการแพร่ระบาดหนักเพราะยาหาซื้อง่าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิด้าโพลชี้ ประชาชนส่วนใหญ่ ‘พอใจ’ บทบาทการทำงานฝ่ายค้าน แต่ควรให้รัฐบาลใช้งบปี 2567 ก่อนค่อยยื่นซักฟอก https://thestandard.co/most-people-are-satisfied-with-the-oppositions-work/ Sun, 17 Mar 2024 02:51:15 +0000 https://thestandard.co/?p=912087

วันนี้ (17 มีนาคม) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถา […]

The post นิด้าโพลชี้ ประชาชนส่วนใหญ่ ‘พอใจ’ บทบาทการทำงานฝ่ายค้าน แต่ควรให้รัฐบาลใช้งบปี 2567 ก่อนค่อยยื่นซักฟอก appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (17 มีนาคม) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง ‘ฝ่ายค้านจริงหรือเปล่า?’ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 7-8 มีนาคม 2567 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการทำงานของฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 

 

จากการสำรวจ เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับสาเหตุที่ฝ่ายค้านไม่ขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 32.75 ระบุว่า ควรให้โอกาสรัฐบาลได้บริหารงบประมาณปี 2567 ก่อน รองลงมา ร้อยละ 23.74 ระบุว่า รัฐบาลเพิ่งบริหารประเทศได้แค่ 6 เดือน จึงยังไม่ถึงเวลาขอเปิดซักฟอกเพื่อล้มรัฐบาล, ร้อยละ 23.51 ระบุว่า ฝ่ายค้านไม่มีข้อมูลใดๆ ในเชิงลึกพอที่จะล้มรัฐบาลได้, ร้อยละ 11.91 ระบุว่า ฝ่ายค้านเกี้ยเซี้ย (ประนีประนอม) กับรัฐบาล, ร้อยละ 5.42 ระบุว่า ฝ่ายค้านอยากร่วมรัฐบาล, ร้อยละ 5.34 ระบุว่า ฝ่ายค้านบางพรรคมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับประเด็นมาตรา 112, ร้อยละ 4.05 ระบุว่า รัฐบาลบริหารแบบไม่มีช่องโหว่ให้ฝ่ายค้านขอเปิดซักฟอกเพื่อล้มรัฐบาล, ร้อยละ 3.05 ระบุว่า ฝ่ายค้านทำงานไม่เป็น และร้อยละ 11.53 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

ด้านความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับมติของฝ่ายค้านที่จะขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 38.09 ระบุว่า เห็นด้วยกับมติของฝ่ายค้านที่จะขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ รองลงมา ร้อยละ 28.24 ระบุว่า ฝ่ายค้านไม่ควรขอเปิดอภิปรายใดๆ ในเวลานี้, ร้อยละ 26.72 ระบุว่า ฝ่ายค้านควรขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลมากกว่า และร้อยละ 6.95 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

สำหรับความพึงพอใจของประชาชนต่อการทำงานของฝ่ายค้านพบว่า ตัวอย่างร้อยละ 36.49 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ รองลงมา ร้อยละ 28.39 ระบุว่า พอใจมาก, ร้อยละ 20.84 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ, ร้อยละ 10.84 ระบุว่า ไม่พอใจเลย และร้อยละ 3.44 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ     

 

ท้ายที่สุดเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการบุกทำเนียบรัฐบาลของ ปดิพัทธ์ สันติภาดา เพื่อทวงถามร่างกฎหมายที่ค้างจากฝ่ายบริหาร พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 27.25 ระบุว่า เห็นด้วยกับการทวงถาม แต่ไม่ควรบุกทำเนียบรัฐบาล รองลงมา ร้อยละ 25.19 ระบุว่า เห็นด้วยกับการบุกทำเนียบรัฐบาลเพื่อทวงถาม 

 

ขณะที่อีกร้อยละ 22.06 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยทั้งการทวงถามและบุกทำเนียบรัฐบาล, ร้อยละ 12.44 ระบุว่า ทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน, ร้อยละ 9.92 ระบุว่า เป็นเรื่องสมควรแล้วในการติดตามตรวจสอบโดยชอบและเป็นสิ่งที่พึงกระทำ, ร้อยละ 8.85 ระบุว่า เป็นการกระทำที่ไม่มีมารยาท, ร้อยละ 8.63 ระบุว่า เป็นการก้าวล่วงอำนาจและไม่ให้เกียรติฝ่ายบริหาร, ร้อยละ 6.03 ระบุว่า แค่ต้องการให้เป็นข่าว, ร้อยละ 3.36 ระบุว่า เป็นการทำตามขั้นตอนของทางราชการ และร้อยละ 9.92 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

The post นิด้าโพลชี้ ประชาชนส่วนใหญ่ ‘พอใจ’ บทบาทการทำงานฝ่ายค้าน แต่ควรให้รัฐบาลใช้งบปี 2567 ก่อนค่อยยื่นซักฟอก appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิด้าโพลเผย ผลสำรวจประชาชนส่วนใหญ่ ให้ทักษิณทรงอิทธิพล พิธาน่าเห็นใจ https://thestandard.co/survey-results-of-political-influencers/ Sun, 03 Mar 2024 11:19:30 +0000 https://thestandard.co/?p=906703

วานนี้ (3 มีนาคม) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบ […]

The post นิด้าโพลเผย ผลสำรวจประชาชนส่วนใหญ่ ให้ทักษิณทรงอิทธิพล พิธาน่าเห็นใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (3 มีนาคม) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง ‘ผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองกับผู้น่าเห็นใจทางการเมือง’ 

 

ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 27-29 กุมภาพันธ์ 2567 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองกับผู้น่าเห็นใจทางการเมือง

 

จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนคิดว่าเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางการเมือง (สามารถเลือกตอบได้ไม่เกิน 3 รายชื่อ) พบว่า 

 

  • ร้อยละ 42.90 ระบุว่าเป็น ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 
  • ร้อยละ 21.91 ระบุว่าเป็น เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี
  • ร้อยละ 17.40 ระบุว่าเป็น พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล 
  • ร้อยละ 15.11 ระบุว่าเป็น พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี 
  • ร้อยละ 10.15 ระบุว่า ไม่มีผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองไทย 
  • ร้อยละ 9.01 ระบุว่าเป็น แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย 
  • ร้อยละ 6.11 ระบุว่าเป็น พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ 
  • ร้อยละ 4.27 ระบุว่าเป็น อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย 
  • ร้อยละ 3.28 ระบุว่าเป็น ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่
  • ร้อยละ 3.21 ระบุว่าอื่นๆ ได้แก่ วันมูหะมัดนอร์ มะทา, ชาดา ไทยเศรษฐ์, พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง, ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า, ภูมิธรรม เวชยชัย, พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, ชัยธวัช ตุลาธน, ชวน หลีกภัย, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, เนวิน ชิดชอบ, สุเทพ เทือกสุบรรณ และ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส
  • ร้อยละ 5.50 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนคิดว่าเป็นผู้ที่น่าเห็นใจทางการเมือง (สามารถเลือกตอบได้ไม่เกิน 3 รายชื่อ) พบว่า 

 

  • ร้อยละ 46.79 ระบุว่าเป็น พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล 
  • ร้อยละ 17.86 ระบุว่า ไม่มีใครที่น่าเห็นใจทางการเมือง 
  • ร้อยละ 11.45 ระบุว่าเป็น ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่
  • ร้อยละ 10.46 ระบุว่าเป็น เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี 
  • ร้อยละ 8.55 ระบุว่าเป็น พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี 
  • ร้อยละ 8.09 ระบุว่าเป็น ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 
  • ร้อยละ 1.91 ระบุว่าเป็น แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย 
  • ร้อยละ 1.37 ระบุว่าเป็น ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล 
  • ร้อยละ 1.22 ระบุว่าเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ
  • ร้อยละ 2.98 ระบุว่าอื่นๆ ได้แก่ อนุทิน ชาญวีรกูล, พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, วันมูหะมัดนอร์ มะทา, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, พรรณิการ์ วานิช, ชวน หลีกภัย, ภูมิธรรม เวชยชัย, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, กัณวีร์ สืบแสง, ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ และ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร
  • ร้อยละ 6.34 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

The post นิด้าโพลเผย ผลสำรวจประชาชนส่วนใหญ่ ให้ทักษิณทรงอิทธิพล พิธาน่าเห็นใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>