สถาบันนิติเวชวิทยา Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สถาบันนิติเวชวิทยา/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 15 Jul 2026 03:45:11 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 นิติเวชฯ อัปเดตยอดผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้ลาดพร้าวพุ่ง 32 ราย เผยเคสเปลี่ยนจากแดงเป็นดำเพิ่ม 5 ราย ยืนยันรายชื่อครบแล้ว https://thestandard.co/lat-phrao-fire-death-toll/ Wed, 15 Jul 2026 03:45:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1230853 ภาพสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่กำลังรายงานความคืบหน้า

วันนี้ (15 กรกฎาคม) สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ โ […]

The post นิติเวชฯ อัปเดตยอดผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้ลาดพร้าวพุ่ง 32 ราย เผยเคสเปลี่ยนจากแดงเป็นดำเพิ่ม 5 ราย ยืนยันรายชื่อครบแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่กำลังรายงานความคืบหน้า

วันนี้ (15 กรกฎาคม) สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ โดย พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ (ผบก.นต.รพ.ตร.) ได้รายงานสถานการณ์ความคืบหน้าการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลและการส่งมอบร่างผู้เสียชีวิต จากกรณีอุบัติภัยเพลิงไหม้ครั้งร้ายแรงในสถานประกอบการย่านลาดพร้าว ข้อมูลล่าสุด ณ เวลา 08.00 น.

 

ยอดรวมผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 32 ราย โดยในจำนวนนี้มีกรณีที่เป็นผู้ป่วยวิกฤตซึ่งได้รับการรักษาตัวก่อนหน้านี้ (เคสสีแดง) และเสียชีวิตในเวลาต่อมา (เคสสีดำ) จำนวน 5 ราย

 

ทางเจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการยืนยันรายชื่อและระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตได้ครบถ้วนแล้ว 32 ราย โดย ณ ปัจจุบัน ไม่มีร่างผู้เสียชีวิตที่ไม่ทราบชื่อคงค้างอยู่ในระบบของสถาบันนิติเวชฯ

 

ในส่วนของการเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจพิสูจน์ มีครอบครัวของผู้ประสบภัยเดินทางมาเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ (DNA) แล้วจำนวน 30 ครอบครัว โดยกระบวนการยืนยันตัวตนทั้งหมด 32 ราย สรุปจำแนกตามวิธีทางนิติวิทยาศาสตร์ได้ดังนี้:

 

  • ยืนยันตัวตนด้วยการตรวจลายนิ้วมือร่วมกับการตรวจดีเอ็นเอ (Fingerprint + DNA) จำนวน 14 ราย
  • ยืนยันตัวตนด้วยการตรวจลายนิ้วมือ (Fingerprint) เพียงอย่างเดียว จำนวน 10 ราย
  • ยืนยันตัวตนด้วยการตรวจดีเอ็นเอ (DNA) เพียงอย่างเดียว จำนวน 4 ราย
  • ยืนยันรายชื่อโดยพนักงานสอบสวน จำนวน 4 ราย

 

สำหรับกระบวนการส่งมอบร่างผู้เสียชีวิตคืนให้แก่ญาตินำกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามภูมิลำเนา ขณะนี้มีครอบครัวและญาติเดินทางมาติดต่อและรับศพกลับไปเรียบร้อยแล้วจำนวน 28 ราย โดยส่วนที่เหลืออีก 4 ราย อยู่ระหว่างการประสานงานและดำเนินการตามขั้นตอนของทางญาติต่อไป

The post นิติเวชฯ อัปเดตยอดผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้ลาดพร้าวพุ่ง 32 ราย เผยเคสเปลี่ยนจากแดงเป็นดำเพิ่ม 5 ราย ยืนยันรายชื่อครบแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
สถาบันนิติเวชฯ สรุปผลพิสูจน์ร่างผู้เสียชีวิต 30 ราย เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ตร. วอนญาติผู้สูญหายเร่งติดต่อยืนยันตัวตน https://thestandard.co/lat-phrao-fire-victims-id/ Tue, 14 Jul 2026 08:47:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1230589 เจ้าหน้าที่ตำรวจและสถาบันนิติเวชฯ แถลงความคืบหน้าการพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้

วันนี้ (14 กรกฎาคม) เมื่อเวลา 14.00 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผ […]

The post สถาบันนิติเวชฯ สรุปผลพิสูจน์ร่างผู้เสียชีวิต 30 ราย เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ตร. วอนญาติผู้สูญหายเร่งติดต่อยืนยันตัวตน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ตำรวจและสถาบันนิติเวชฯ แถลงความคืบหน้าการพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้

วันนี้ (14 กรกฎาคม) เมื่อเวลา 14.00 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางไปยังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อติดตามความคืบหน้ากระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลและการส่งมอบร่างผู้เสียชีวิตคืนแก่ครอบครัว จากกรณีโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 30 ราย โดยมี พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา เป็นผู้สรุปรายงานผลการปฏิบัติงาน

 

พล.ต.ต.วิรุฬห์ รายงานว่า สถาบันนิติเวชวิทยาได้รับการส่งมอบร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวเพื่อดำเนินการทางนิติวิทยาศาสตร์รวมจำนวน 30 ร่าง ข้อมูลล่าสุดระบุว่า เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเสร็จสิ้นและได้ส่งมอบร่างคืนให้แก่ครอบครัวเพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาแล้วจำนวน 28 ร่าง

 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังคงเหลือร่างผู้เสียชีวิตอีก 2 ร่าง ที่ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจพิสูจน์ โดยพบว่าหนึ่งในนั้นเป็นร่างผู้เสียชีวิตเพศหญิงที่ยังไม่มีญาติหรือบุคคลใกล้ชิดมาติดต่อแสดงตน ส่งผลให้กระบวนการตรวจเปรียบเทียบเพื่อยืนยันตัวบุคคลยังไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้

 

พล.ต.ท.ไตรรงค์ได้เปิดเผยและฝากประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนทั่วไปว่า หากท่านใดมีสมาชิกในครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดสูญหายในช่วงเวลาดังกล่าว และมีเหตุอันควรสงสัยว่าอาจเข้าข่ายเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ ขอให้เร่งติดต่อมายังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อขอรับการตรวจเปรียบเทียบอัตลักษณ์บุคคล

 

ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถเร่งพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้อย่างรวดเร็ว และอำนวยความสะดวกให้ครอบครัวสามารถรับมอบร่างกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามประเพณีต่อไปได้โดยเร็วที่สุด

The post สถาบันนิติเวชฯ สรุปผลพิสูจน์ร่างผู้เสียชีวิต 30 ราย เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ตร. วอนญาติผู้สูญหายเร่งติดต่อยืนยันตัวตน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติเผยยอดดับไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว 27 ราย พบสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ เล็งจัดระเบียบสุ่มตรวจกลางคืน ปรับนิยามสถานบริการใหม่ https://thestandard.co/latphrao-fire-deaths-escape-blocked/ Mon, 13 Jul 2026 02:45:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1229886 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. แถลงข่าวกรณีไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว

วันนี้ (13 กรกฎาคม) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดน ช […]

The post ชัชชาติเผยยอดดับไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว 27 ราย พบสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ เล็งจัดระเบียบสุ่มตรวจกลางคืน ปรับนิยามสถานบริการใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. แถลงข่าวกรณีไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว

วันนี้ (13 กรกฎาคม) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ว่า ตนออกมาช่วง 05.00 น. พบผู้เสียชีวิตแล้ว 27 ราย เป็นชาย 9 ราย หญิง 18 ราย ผู้บาดเจ็บ 63 ราย และอยู่ในภาวะวิกฤตอีก 22 ราย เบื้องต้นสามารถระบุตัวตนผู้เสียชีวิตได้แล้ว 6 ราย เป็น ชาย 3 ราย หญิง 3 ราย ส่วนที่เหลือถูกส่งตัวไปยังสถาบันนิติเวชวิทยาเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล

 

ทั้งนี้ กทม. ได้จัดตั้งจุดประสานงานเพื่อให้ญาติพี่น้องสามารถเข้ามาติดต่อและติดตามผู้สูญหายได้ 2 จุดหลัก ได้แก่ บริเวณสถานีรถไฟฟ้า MRT พหลโยธิน ทางออกที่ 4 และที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งจะมีการตรวจพิสูจน์ DNA

 

ชัชชาติยังกล่าวถึงอุปสรรคและสาเหตุสำคัญของความสูญเสียว่า ที่เกิดเหตุไม่ใช่สถานบริการ ขออนุญาตเป็นร้านอาหารและเครื่องดนตรี ต้นเพลิงเกิดขึ้นบริเวณหน้าเวทีเมื่อช่วงเกือบเที่ยงคืน โดยไฟได้ลุกลามขึ้นเพดานอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดกลุ่มควันจำนวนมาก แม้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากสถานีสุทธิสารจะใช้เวลาเดินทางถึงที่เกิดเหตุเพียง 5 นาที แต่เพลิงก็ลุกลามเต็มพื้นที่แล้ว โดยพบว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เสียชีวิตจากการสำลักควัน ไม่ได้เกิดจากการถูกไฟคลอกหรือโครงสร้างถล่ม เนื่องจากเมื่อเข้าไปตรวจสอบภายในร้านพบว่าโครงสร้าง โต๊ะ และเก้าอี้พลาสติกยังคงอยู่ในสภาพปกติ ไม่ได้หลอมละลายแต่อย่างใด

 

นอกจากนี้ ยังพบปัญหาใหญ่เรื่องสิ่งกีดขวางบริเวณทางหนีไฟทั้ง 2 จุด ทางหนีไฟมี 2 ทาง ซ้ายก็ออกไปแล้วก็มีอยู่ติดกับห้องน้ำ แล้วมีคนไปหมดสติอยู่ตรงหน้าทางหนีไฟทางซ้ายหลายคนเลย เท่าที่ฟังคนให้การ แล้วบางคนก็หลงเข้าไปในห้องน้ำ ซ้ายมีการตั้งโต๊ะเพื่อขายลูกอมหน้าห้องน้ำ ทางขวาก็จะเท่าที่เข้าไปเนี่ยเห็นมีกล่องพวกเครื่องดื่มวางอยู่ ซึ่งสิ่งกีดขวางเหล่านี้เป็นอุปสรรคสำคัญในการอพยพหนีตาย

 

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานที่เกิดเหตุไม่ได้จดทะเบียนเป็นสถานบริการอย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากอยู่นอกพื้นที่โซนนิ่งสถานบริการที่กฎหมายกำหนดไว้ 3 โซน (พัฒน์พงษ์, RCA และสีลม) แต่เป็นการขออนุญาตเปิดเป็นร้านอาหารที่มีเครื่องดนตรีคล้ายสถานบริการ

 

ชัชชาติ กล่าวถึงการสุ่มตรวจในพื้นที่ กทม. ทั้ง 50 เขตว่า แม้ว่าที่ผ่านมา กทม. จะเคยเข้าตรวจสอบสถานที่แห่งนี้เมื่อเดือนเมษายน และพบว่ามีทางหนีไฟ 2 ทาง มีไฟฉุกเฉินและป้ายบอกทางถูกต้องตามเช็คลิสต์ แต่ปัญหาเกิดขึ้นระหว่างการเปิดให้บริการจริง จึงอาจจะต้องมีการสุ่มตรวจให้ละเอียดมากขึ้น ให้สภาพทุกวันเหมือนกับวันที่สุ่มตรวจ

 

ชัชชาติยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุงกฎหมาย ว่า คงต้องหารือร่วมกันในการขยายหรือว่าการปรับคำว่าสถานบริการให้เหมาะสมกับสภาพที่เปลี่ยนไปด้วย เพราะจริงๆ แล้วกฎหมายสถานบริการมันมีความเข้มข้น แต่การจำกัดโซนนิ่งยังจำกัดอยู่แค่ 3 โซนก็คงต้องดูว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ความเข้มข้นนี้มันครอบคลุมไปถึงความเสี่ยงของทุกๆ ที่ด้วย

 

ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันว่า หากพบว่าผู้ประกอบการมีการละเลยหรือทำผิดกฎหมาย จะต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงพิจารณามาตรการสั่งปิดหรือเพิกถอนใบอนุญาตต่อไป

 

เมื่อถามว่าเจ้าของร้าน ประกอบกิจการในต่างจังหวัด มีการต่อเติมและเกิดไฟไหม้ เมื่อโดนพักใบอนุญาตจึงย้ายมาประกอบกิจการอีกที่หนึ่งโดยใช้ชื่อคนอื่นแทน ชัชชาติ กล่าวว่า ตนยังไม่มีข้อมูล แต่สุดท้ายต้องดูสิ่งที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน ถึงแม้จะมีประวัติดี แต่สิ่งที่ทําไว้ไม่ดีก็ไม่ได้ ต้องดูสิ่งที่เกิดขึ้นในร้าน ส่วนเรื่องประวัติเมื่อรวบรวมข้อมูล ก็จะทําให้เราพิจารณารายละเอียดขึ้น และเชื่อว่าฐานข้อมูลของ กทม. ก็จะไม่มีเรื่องนี้ แต่หาก ในอนาคตมีฐานข้อมูลก็จะทําให้เราตรวจสอบเรื่องนี้ได้ง่ายขึ้น ซึ่งพื้นที่ที่เกิดอยู่ในพื้นที่เอกชน ไม่ใช่ของ กทม.

The post ชัชชาติเผยยอดดับไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว 27 ราย พบสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ เล็งจัดระเบียบสุ่มตรวจกลางคืน ปรับนิยามสถานบริการใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘กระจกเงา’ เปิดสถิติเด็กหายปี 2567 รวม 314 คน ตั้งใจหนีออกจากบ้านเองสูงถึง 227 คน มีเด็กอายุ 14 ปีถูกหลอกไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ https://thestandard.co/missing-children-statistics/ Fri, 10 Jan 2025 06:20:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1028864 missing-children-statistics

วันนี้ (10 มกราคม) ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ […]

The post ‘กระจกเงา’ เปิดสถิติเด็กหายปี 2567 รวม 314 คน ตั้งใจหนีออกจากบ้านเองสูงถึง 227 คน มีเด็กอายุ 14 ปีถูกหลอกไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
missing-children-statistics

วันนี้ (10 มกราคม) ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ มูลนิธิกระจกเงาร่วมกับสถาบันนิติเวชวิทยาแถลงข่าวสถานการณ์เด็กหาย และดีเอ็นเอโปรคิดส์ การใช้นิติวิทยาศาสตร์ในการตามหาเด็กหาย

 

เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา เผยสถิติรับแจ้งเด็กหายของมูลนิธิกระจกเงา ปี 2567 รวมทั้งสิ้น 314 คน ซึ่งถือว่าเพิ่มสูงขึ้นในรอบ 6 ปี โดยสูงกว่าปี 2566 ถึง 6% สาเหตุหลักกว่า 72% หรือ 227 คน คือเด็กที่สมัครใจหนีออกจากบ้าน

 

โดยเด็กอายุน้อยที่สุดที่หนีออกจากบ้านมีอายุเพียง 7 ขวบ รองลงมาคือกลุ่มเด็กที่มีพัฒนาการช้า มีความพิการทางสติปัญญา หรือป่วยทางจิตเวช สูญหายกว่า 9% หรือ 29 คน และมีเด็กถูกลักพาตัว 5 คน

 

ช่วงอายุเฉลี่ยของเด็กที่หายออกจากบ้านมากที่สุดคือช่วงอายุ 11-15 ปี รวม 171 คน รองลงมาคือช่วงอายุ 16-18 ปี รวม 103 ราย และช่วงแรกเกิดถึง 10 ขวบ รวม 40 คน

 

เอกลักษณ์กล่าวต่อว่า ในช่วงปี 2566-2567 มีเด็กและเยาวชนกว่า 11 คน ถูกชักชวน หลงเชื่อ และถูกหลอก ไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน โดยอายุน้อยที่สุดที่ถูกหลอกไปทำงานมีอายุเพียง 14 ปี

 

ลักษณะของการล่อลวงชักชวนไปทำงาน ส่วนใหญ่จะหลงเชื่อคำเชิญชวนในโลกออนไลน์ ลักษณะประกาศรับสมัครงานแอดมินเว็บไซต์ รายได้ดี ภายหลังจึงพบว่าถูกหลอกไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และบางรายติดต่อเพื่อให้ครอบครัวส่งเงินเพื่อไถ่ตัวกลับบ้านอีกด้วย

 

ด้าน พล.ต.ต. สุพิไชย ลิ่มศิวะวงศ์ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวถึงโครงการดีเอ็นเอโปรคิดส์ว่า สถาบันนิติเวชวิทยาเป็นศูนย์ตรวจสารพันธุกรรมเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ในเด็ก โดยการช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ในเด็กให้กลับคืนสู่ครอบครัวที่แท้จริง ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการระหว่างประเทศ เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ การเก็บสารพันธุกรรมของพ่อแม่เด็กที่อาจถูกลักพาตัวหรือล่อลวงไป

 

โดยที่พ่อแม่แจ้งความกับพนักงานสอบสวนว่าบุตรหาย ถ้าพนักงานสอบสวนทำหนังสือส่งตัวมา ก็จะตรวจสารพันธุกรรมของพ่อแม่ แล้วเก็บข้อมูลสารพันธุกรรมไว้ในระบบฐานข้อมูลดีเอ็นเอ สถาบันนิติเวชวิทยา

 

ต่อมาเมื่อมีการพบเด็กที่ไม่อาจระบุตัวบุคคลได้ ซึ่งสงสัยว่าถูกลักพาตัวหรือล่อลวงไป จะตรวจสารพันธุกรรมของเด็กและบันทึกข้อมูลสารพันธุกรรมลงไปตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลดีเอ็นเอ สถาบันนิติเวชวิทยา ซึ่งโปรแกรมตรวจสอบจะประมวลผลว่าตรงกับสารพันธุกรรมของพ่อแม่เด็กที่เก็บไว้ในระบบหรือไม่ หากพบจะรายงานผลว่าเป็นสายสัมพันธ์ผู้ใด หากยังไม่พบก็จะยังเก็บไว้ในระบบฐานข้อมูล เพื่อรอให้โปรแกรมตรวจสอบเปรียบเทียบกับข้อมูลที่อาจมีการแจ้งเพิ่มเติมเข้ามาในภายหลัง

 

พล.ต.ต. สุพิไชย กล่าวต่อว่า การเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของพ่อแม่จะเป็นประโยชน์ต่อการตามหาเด็กหายหรือเด็กที่อาจตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ จึงกลายเป็นอีกความหวังที่จะช่วยเหลือเด็กที่สูญหายออกจากบ้าน

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับพ่อแม่ที่ลูกหายสามารถติดต่อหน่วยงานภาคประชาสังคม เช่น มูลนิธิกระจกเงา ในการประสานงานกับพนักงานสอบสวน เพื่อทำเรื่องส่งตัวพ่อแม่เด็กมาตรวจดีเอ็นเอที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ และเก็บข้อมูลสารพันธุกรรมไว้ในระบบฐานข้อมูลดีเอ็นเอ สถาบันนิติเวชวิทยา

 

ด้านเอกลักษณ์กล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีเด็กและเยาวชน 11 คนที่ถูกหลอกไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ว่า ปัจจุบันทางมูลนิธิสามารถช่วยเหลือกลับมาได้ 9 คน มี 1 คนที่แสดงความประสงค์ทำงานต่อ ส่วนอีก 1 คนอยู่ระหว่างรับโทษในคดียาเสพติดที่ประเทศเพื่อนบ้าน

The post ‘กระจกเงา’ เปิดสถิติเด็กหายปี 2567 รวม 314 คน ตั้งใจหนีออกจากบ้านเองสูงถึง 227 คน มีเด็กอายุ 14 ปีถูกหลอกไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจรายงาน เหตุรถบัสนักเรียนไฟไหม้ยืนยันเอกลักษณ์แล้ว 17 ร่าง ด้าน 10 ครอบครัวผู้สูญเสียขอปรึกษาจิตแพทย์ https://thestandard.co/school-bus-fire-17-victims-identified/ Wed, 02 Oct 2024 05:26:11 +0000 https://thestandard.co/?p=990696 รถบัสนักเรียนไฟไหม้

วันนี้ (2 ตุลาคม) ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ […]

The post ตำรวจรายงาน เหตุรถบัสนักเรียนไฟไหม้ยืนยันเอกลักษณ์แล้ว 17 ร่าง ด้าน 10 ครอบครัวผู้สูญเสียขอปรึกษาจิตแพทย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รถบัสนักเรียนไฟไหม้

วันนี้ (2 ตุลาคม) ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์และการลำเลียงร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถบัสโรงเรียนจังหวัดอุทัยธานีเกิดเพลิงไหม้ จนทำให้ครูและนักเรียนที่โดยสารมาบาดเจ็บและเสียชีวิต

 

พล.ต.ท. ไตรรงค์ กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 กลุ่มงานเคมีฟิสิกส์ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก ลงพื้นที่ตรวจสอบรถบัสที่เกิดเหตุ โดยเน้นตรวจในส่วนของการติดตั้งถังแก๊ส NGV และประตูรถโดยสาร ว่าเป็นไปอย่างถูกต้องตรงตามมาตรฐานและเอกสารที่จดแจ้งไว้หรือไม่

 

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ารถบัสดังกล่าวมีถังแก๊ส NGV 10 ถังในรถ ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าตัวถังแก๊สและระบบการติดตั้งอยู่ในสภาพใด การตรวจสอบต้องทำภายใต้การควบคุมความปลอดภัยของผู้เชี่ยวชาญ

 

สำหรับการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์ร่างผู้เสียชีวิต 23 ร่าง ณ เวลา 10.30 น. มี 17 รายที่ยืนยันเอกลักษณ์บุคคลแล้ว ในกลุ่มนี้ 11 รายอยู่ระหว่างแพทย์นิติเวชออกเอกสารรับรองสาเหตุการเสียชีวิตเพื่อที่จะส่งเอกสารไปสู่ขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่เขตปทุมวันและพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาล (สน.) ปทุมวัน ออกใบมรณบัตรเพื่อให้ครอบครัวรับร่างผู้เสียชีวิต

 

พล.ต.ท. ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า 6 รายที่ยังไม่มีการตรวจเอกลักษณ์บุคคลและเข้าสู่ขั้นตอนแพทย์นิติเวช คาดว่าจะสามารถดำเนินการเสร็จสิ้นในช่วงบ่ายวันนี้ ซึ่ง พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะรักษาราชการแทนผู้บัญชาการแห่งชาติ กำชับว่าภายในช่วงเย็นวันนี้ให้สามารถส่งมอบร่างคืนทุกครอบครัวให้ได้ จัดให้มีรถตำรวจนำขบวน 10 คัน

 

ด้าน พล.ต.ท. นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า โรงพยาบาลตำรวจต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตทุกท่าน ทางสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้ทำการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลตั้งแต่เมื่อคืนที่เกิดเหตุ (1 ตุลาคม) คาดว่าวันนี้จะแล้วเสร็จทุกร่าง

 

นอกจากนี้โรงพยาบาลตำรวจได้จัดทีมนักจิตวิทยา-จิตแพทย์ เพื่อดูแลสภาพจิตใจครอบครัวผู้สูญเสีย ณ เวลานี้มีผู้มาปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตแล้ว 10 ครอบครัว และทางโรงพยาบาลตำรวจได้สำรองห้องพักสำหรับกลุ่มที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล 4 ห้อง

 

ขณะที่ พ.ต.อ. เกริกกมล แย้มประยูร หัวหน้ากลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวเสริมว่า กรมสุขภาพจิตร่วมกันดูแลให้การช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้ประสบเหตุ โดยทำมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงวันนี้

 

จนถึงตอนนี้ยังดำเนินการช่วยเหลือเรื่องสภาพจิตใจญาติ ทั้งผู้ปกครอง พ่อแม่ ญาติ และพี่น้อง ของเด็กนักเรียนที่เสียชีวิตด้วย

The post ตำรวจรายงาน เหตุรถบัสนักเรียนไฟไหม้ยืนยันเอกลักษณ์แล้ว 17 ร่าง ด้าน 10 ครอบครัวผู้สูญเสียขอปรึกษาจิตแพทย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิติเวช รพ.ตำรวจ ตั้งศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลเหตุไฟไหม้รถบัสนักเรียน ขอพ่อแม่สายตรงเก็บ DNA ไว้ตรวจยืนยัน https://thestandard.co/police-hospital-fire-corpse-dna-identity/ Tue, 01 Oct 2024 12:53:34 +0000 https://thestandard.co/?p=990381 ไฟไหม้

วันนี้ (1 ตุลาคม) เวลา 16.40 น. ตำรวจทางหลวงนำขบวนรถกู้ […]

The post นิติเวช รพ.ตำรวจ ตั้งศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลเหตุไฟไหม้รถบัสนักเรียน ขอพ่อแม่สายตรงเก็บ DNA ไว้ตรวจยืนยัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไฟไหม้

วันนี้ (1 ตุลาคม) เวลา 16.40 น. ตำรวจทางหลวงนำขบวนรถกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุรถบัสโรงเรียนเกิดเพลิงไหม้ ด้วยรถกู้ภัย 4 คัน คันละ 2 ราย มาถึงสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อพิสูจน์ทราบเอกลักษณ์บุคคลแล้ว โดยจะเคลื่อนย้ายร่างของผู้เสียชีวิตทั้ง 23 ราย ครั้งละ 4 คัน จำนวน 4 ครั้ง เมื่อมาถึงทางสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจได้ติดสายรัดข้อมือระบุหมายเลข จากนั้นได้เคลื่อนย้ายเข้าห้องเพื่อรอการชันสูตรในวันพรุ่งนี้

 

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ลงพื้นที่โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมเปิดเผยว่า กระทรวงยุติธรรมมีหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลเยียวยาให้กับครอบครัวผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต โดยผู้เสียชีวิตจะได้รับการเยียวยารายละ 200,000 บาท ส่วนผู้บาดเจ็บได้รับค่ารักษาพยาบาลครั้งละ 40,000 บาท

 

ขณะที่ พล.ต.ต. วาที อัศวุตมางกุร ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (ผบก.พฐก.) เปิดเผยว่า สถาบันนิติเวชวิทยาได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีเกิดเหตุไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษาของนักเรียนโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี บริเวณถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้า จังหวัดปทุมธานี ว่า ขณะนี้สามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้แล้ว 5 ราย แต่ยังไม่สามารถระบุตัวตนได้ เนื่องจากสภาพศพถูกไฟไหม้เกรียม ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างทยอยค้นหาเพื่อนำร่างออกจากรถคันดังกล่าว ซึ่งยังไม่สามารถสรุปจำนวนที่ชัดเจนได้ โดยร่างที่นำออกจากรถได้แล้วก็จะทยอยนำส่งมาที่สถาบันนิติเวชวิทยา เพื่อตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล

 

ส่วนการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานต่างๆ ขณะนี้ยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากต้องรอให้พนักงานสอบสวนเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุก่อน โดยเฉพาะต้องนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาให้ได้ก่อน จากนั้นพิสูจน์หลักฐานจะเข้าไปตรวจสภาพรถและการติดตั้งระบบเชื้อเพลิง เพื่อนำมาประกอบการหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

 

ด้าน พล.ต.ต. สุพิไชย ลิ่มศิวะวงศ์ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการผ่าพิสูจน์เบื้องต้น ทราบว่าสภาพศพถูกไฟไหม้เกรียม ทำให้ตรวจพิสูจน์ได้ยาก ทางทีมแพทย์จึงเน้นไปที่การตรวจเลือด เนื้อเยื่อ และกระดูก เนื่องจากสิ่งเหล่านี้สามารถเก็บ DNA เพื่อตรวจเทียบเคียงกับญาติ โดยตัวอย่าง DNA ที่เก็บจากเลือดจะทราบผลได้ภายใน 1 วัน แต่หากเป็นเนื้อเยื่อจะทราบภายใน 3 วัน ส่วนกระดูกจะทราบใน 7 วัน ดังนั้นญาติที่จะมาเก็บ DNA ขอให้เป็นญาติสายตรง เช่น พ่อแม่ หรือพี่น้องสายเลือดเดียวกัน เพื่อความรวดเร็วในการตรวจพิสูจน์

 

นอกจากนี้ทางสถาบันนิติเวชวิทยาได้ประสานกระทรวงสาธารณสุขนำทีมสหวิชาชีพที่ให้การช่วยเหลือทางด้านจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต หรือ MCATT มาประจำที่ศูนย์ปฏิบัติการ เพื่อพูดคุยเยียวยาจิตใจกับผู้ปกครองหรือญาติที่มาติดตามความคืบหน้า โดยจัดห้องประชุมชั้น 3 ไว้รองรับ พร้อมย้ำว่าสถาบันนิติเวชวิทยามีความพร้อมทั้งอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือและทีมแพทย์ในกรณีเกิดเหตุสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้

 

ไฟไหม้ ไฟไหม้

The post นิติเวช รพ.ตำรวจ ตั้งศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลเหตุไฟไหม้รถบัสนักเรียน ขอพ่อแม่สายตรงเก็บ DNA ไว้ตรวจยืนยัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ญาตินักท่องเที่ยวจีนมอบเอเจนซีรับร่างส่งกลับจีน คาดรับศพเร็วๆ นี้ ขณะที่พ่อยังเฝ้าดูอาการคนในครอบครัวเจ็บอีก 1 ที่ รพ.จุฬาฯ https://thestandard.co/chinese-cousin-let-agency-bring-body-back/ Sat, 07 Oct 2023 07:04:19 +0000 https://thestandard.co/?p=851778 Miss.Zhao Jinnan

วันนี้ (7 ตุลาคม) บรรยากาศที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบ […]

The post ญาตินักท่องเที่ยวจีนมอบเอเจนซีรับร่างส่งกลับจีน คาดรับศพเร็วๆ นี้ ขณะที่พ่อยังเฝ้าดูอาการคนในครอบครัวเจ็บอีก 1 ที่ รพ.จุฬาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Miss.Zhao Jinnan

วันนี้ (7 ตุลาคม) บรรยากาศที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีสื่อมวลชนจำนวนมากมาเกาะติดและรายงานข่าวหลังมีกระแสข่าวว่าญาติของ Miss.Zhao Jinnan อายุ 34 ปี สัญชาติจีน หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เยาวชน 14 ปีกราดยิงประชาชนในห้างสยามพารากอน จะเดินทางเข้ามาขอรับศพที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ แต่ยังไม่ทราบเวลา

 

ขณะที่แหล่งข่าวจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบทราบว่าทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตชาวจีนที่ถูกยิงในห้างสยามพารากอนได้ประสานทางสถานทูต และทางสถานทูตได้ติดต่อผ่านบริษัทเอเจนซีในการเข้ามารับศพที่สถาบันนิติเวชวิทยาแล้ว แต่ไม่ทราบว่าจะเข้ามาวันไหน เพราะครอบครัวขอเก็บเป็นความลับ แต่หากมาติดต่อทางสถาบันนิติเวชวิทยาก็พร้อมจะส่งมอบร่างให้ตามขั้นตอน

 

เบื้องต้นแหล่งข่าวระบุว่า ทางญาติของผู้เสียชีวิตบางส่วนได้เดินทางกลับไปแล้ว เหลือเพียงพ่อของผู้เสียชีวิตที่ยังอยู่ในประเทศไทยเพื่อดูแลญาติอีกคนที่ได้รับบาดเจ็บและรักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยต้องรอออกจากโรงพยาบาลก่อน ส่วนจะมารับศพกลับวันไหนยังไม่ยืนยัน แต่ทางบริษัทเอเจนซีได้มาติดต่อกับสถาบันนิติเวชวิทยาแล้วเมื่อวานนี้ ดังนั้นมีความเป็นไปได้ที่จะมารับวันนี้ แต่ก็ไม่ยืนยัน

 

ส่วนขั้นตอนการรับศพ เมื่อทางบริษัทเอเจนซีที่ได้รับมอบหมายและดำเนินการเรื่องเอกสารกับทางสถานทูตเรียบร้อยแล้วก็สามารถมารับศพไปขึ้นเครื่องที่สนามบินเพื่อส่งกลับปลายทางได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีญาติเดินทางขึ้นเครื่องไปด้วยก็ได้ เพราะทางสถานทูตจะช่วยกำกับดูแลเรื่องความปลอดภัยอยู่แล้ว

 

ทั้งนี้ กรณีศพผู้เสียชีวิตที่เป็นชาวต่างชาติสามารถเก็บไว้ได้ 30 วัน แต่กรณีที่เป็นเหตุรุนแรงเช่นนักท่องเที่ยวรายนี้ก็อาจจะสามารถเก็บรักษาไว้รอให้ญาติประสานมารับตอนไหนก็ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายของนายกรัฐมนตรีด้วย แต่เชื่อว่าญาติคงจะไม่ปล่อยไว้นาน และอาจจะมารับเร็วๆ นี้

 

สำหรับผลการชันสูตรศพผู้เสียชีวิตหญิงจีนรายนี้พบกระสุนปืนยิงเข้าสะบักขวา 1 นัด เป็นเหตุให้เสียชีวิต

The post ญาตินักท่องเที่ยวจีนมอบเอเจนซีรับร่างส่งกลับจีน คาดรับศพเร็วๆ นี้ ขณะที่พ่อยังเฝ้าดูอาการคนในครอบครัวเจ็บอีก 1 ที่ รพ.จุฬาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตรวจโควิดในศพเกินครึ่งมีเชื้อโควิด-19 นิติเวชด่านสุดท้ายวิกฤตโควิดที่หนักไม่แพ้ด่านหน้า https://thestandard.co/forensic-on-coronavirus-fatal-last-line/ Thu, 29 Jul 2021 08:40:27 +0000 https://thestandard.co/?p=518895 ตรวจโควิดในศพเกินครึ่งมีเชื้อโควิด-19 นิติเวชด่านสุดท้ายวิกฤตโควิดที่หนักไม่แพ้ด่านหน้า

โรงพยาบาลคือด่านหน้าของวิกฤตโควิด แต่ในโรงพยาบาลยังมีหน […]

The post ตรวจโควิดในศพเกินครึ่งมีเชื้อโควิด-19 นิติเวชด่านสุดท้ายวิกฤตโควิดที่หนักไม่แพ้ด่านหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตรวจโควิดในศพเกินครึ่งมีเชื้อโควิด-19 นิติเวชด่านสุดท้ายวิกฤตโควิดที่หนักไม่แพ้ด่านหน้า

โรงพยาบาลคือด่านหน้าของวิกฤตโควิด แต่ในโรงพยาบาลยังมีหน่วยที่ชื่อว่า ‘นิติเวช’ หรือหลายคนเรียกว่าห้องดับจิต ซึ่งพวกเขาทำหน้าที่เหมือนด่านสุดท้ายของชีวิตผู้ป่วย สถานการณ์ที่นิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติหนักหนาไม่แพ้แพทย์-พยาบาลด่านหน้าที่ต้องดูแลผู้ป่วย ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนมากกว่าที่ระบบจะรองรับไหว

 

เจ้าหน้าที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กล่าวกับ THE STANDARD ว่า เมื่อก่อนพวกเขาไม่ได้เจอศพเยอะขนาดนี้ เมื่อก่อนผ่าศพวันละ 3 เคส ไม่เกิน 5 เคส แต่ทุกวันนี้ต้องผ่าศพเกิน 10 เคสทุกวัน ซึ่งแน่นอนว่ามาจากโควิด ยิ่งถ้าเป็นศพที่ส่งมาจากข้างนอกต้องตีว่าติดเชื้อโควิดไว้ก่อน และทำการตรวจโควิดกับทุกศพ

 

เจ้าหน้าที่แผนกนิติเวชยังกล่าวด้วยว่า สถานการณ์ทุกวันนี้ ทุกศพที่เข้ามาเมื่อตรวจเชื้อแล้วพบว่ามีเชื้อโควิดเกิน 50% ต่อวัน อายุน้อยสุดที่เคยรับศพโควิดคือ 13 วัน เป็นเด็กต่างด้าว ซึ่งแม่ติดเชื้อโควิดด้วย สถานการณ์เลวร้ายที่สุดคือเดือนกรกฎาคมนี้ เริ่มต้นวันที่ 1 กรกฎาคม มีคนเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเยอะมาก บุคลากรในโรงพยาบาลไม่ว่าจะด่านหน้า ด่านสุดท้าย หรือแม้แต่คนที่ทำงานสำนักงาน ทุกคนภาระงานหนักมากหมด ส่วนตู้คอนเทนเนอร์ที่เก็บศพโควิดที่นี่มี 2 ตู้ไว้รองรับ บางครั้งต้องซ้อนศพกันสองชั้นเพื่อเก็บรักษารอญาติมารับศพไปดำเนินการทางศาสนา

 

นี่คือสถานการณ์ที่โรงพยาบาล ซึ่งด่านสุดท้ายก็หนักหนาสาหัสไม่แพ้ด่านหน้าเช่นกัน

 

The post ตรวจโควิดในศพเกินครึ่งมีเชื้อโควิด-19 นิติเวชด่านสุดท้ายวิกฤตโควิดที่หนักไม่แพ้ด่านหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผลตรวจฉี่ เสก โลโซ พบสารเสพติดประเภท 1 นำตัวส่งฟ้องศาล ตร. ขอคัดค้านประกันตัว https://thestandard.co/sek-loso-substance-abuse-detection/ https://thestandard.co/sek-loso-substance-abuse-detection/#respond Wed, 03 Jan 2018 05:55:37 +0000 https://thestandard.co/?p=59680

ความคืบหน้าคดีดังรับปีใหม่ของร็อกเกอร์ชื่อดัง เสกสรรค์ […]

The post ผลตรวจฉี่ เสก โลโซ พบสารเสพติดประเภท 1 นำตัวส่งฟ้องศาล ตร. ขอคัดค้านประกันตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>

ความคืบหน้าคดีดังรับปีใหม่ของร็อกเกอร์ชื่อดัง เสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือเสก โลโซ ล่าสุดวันนี้ (3 ม.ค.) พลตำรวจโท ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการตรวจหาสารเสพติดของเสก โลโซ ว่า เบื้องต้นทางสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ รายงานผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง พบว่ามีสารเมทแอมเฟตามีน อยู่ในกลุ่มยาเสพติดประเภทยาไอซ์หรือยาบ้า และสารเอ็มดีเอ็มเอ (Methylenedioxy Methamphetamine) อยู่ในกลุ่มประเภทยาอี โดยสารเสพติดที่พบดังกล่าวอยู่ในกลุ่มยาเสพติดประเภทที่ 1 ขั้นตอนต่อไป ทางพนักงานสอบสวน สน. คันนายาว จะดำเนินการแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมายเพิ่มเติม

 

ขณะที่เช้าวันเดียวกันนี้มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่นำตัวเสก โลโซ ส่งฟ้องศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีศิษย์วัดเขาขุนพนมนำบันทึกรับรองของพระครูปิยะคุณาธาร เจ้าอาวาสวัดเขาขุนพนม มีใจความรับรองการเดินทางมาเล่นคอนเสิร์ตหารายได้ทำนุบำรุงและสร้างศาสนสถานภายในวัด รวมทั้งมีชาวบ้านได้มาให้กำลังใจเสก โลโซ อย่างอบอุ่น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้เปิดเพลงของเสก โลโซ เพื่อลดบรรยากาศไม่ให้ตึงเครียด

 

 

พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอฝากขังเสก โลโซ และคัดค้านการประกันตัวตามขั้นตอน ซึ่งในการสอบสวนเมื่อคืนที่ผ่านมา เสกได้ให้การปฏิเสธ 1 ข้อหา คือครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่รับว่าเป็นอาวุธปืนของตนเอง และมีใบอนุญาตในการครอบครอง ส่วนอีก 2 ข้อหาที่รับสารภาพคือพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และยิงปืนในหมู่บ้านชุมชนที่สาธารณะ

 

ขณะเดียวกัน ทนายความส่วนตัวและครอบครัว รวมทั้งนางสาวอภิสร์ญา พัฒนวรทรัพย์ หรืออีฟ แม็กซิม แฟนสาวของเสกได้เตรียมหลักทรัพย์เข้ายื่นประกันตัว

 

ด้านพันตํารวจเอก กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงประเด็นที่มีการพูดกันเรื่องอาวุธปืนที่ใช้นั้นเป็นของบุคคลมีสีว่า ในชั้นนี้ยังไม่ขอยืนยัน ขอให้ติดตามข่าวสารข้อมูลจากทางราชการเท่านั้น ซึ่งในการสืบสวน ทราบดีว่าอาวุธปืนเป็นของใคร และเตรียมจะออกหมายเรียกผู้ที่เป็นเจ้าของอาวุธปืนมารับทราบข้อกล่าวหาและทำการสอบสวนในเชิงลึกเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในการออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

 

สำหรับเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยเสก โลโซ มีการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ยิงปืนขึ้นฟ้า 10 นัดหลังการแสดงคอนเสิร์ต 250 ปี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่วัดเขาขุนพนม ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช รวมถึงยังมีการไลฟ์สดพฤติกรรมขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บ้านพักอีกด้วย

The post ผลตรวจฉี่ เสก โลโซ พบสารเสพติดประเภท 1 นำตัวส่งฟ้องศาล ตร. ขอคัดค้านประกันตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/sek-loso-substance-abuse-detection/feed/ 0
นิติเวชยังไม่เผยผลชันสูตร ‘น้องเมย’ เหตุอวัยวะเสื่อมสลายจากการดองฟอร์มาลิน ขอเวลาทำงานอย่างรอบคอบ https://thestandard.co/cifs-on-process-phakhapong-identify/ https://thestandard.co/cifs-on-process-phakhapong-identify/#respond Thu, 30 Nov 2017 06:25:43 +0000 https://thestandard.co/?p=51833

  นายสมณ์ พรหมรส ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ […]

The post นิติเวชยังไม่เผยผลชันสูตร ‘น้องเมย’ เหตุอวัยวะเสื่อมสลายจากการดองฟอร์มาลิน ขอเวลาทำงานอย่างรอบคอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

นายสมณ์ พรหมรส ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ แจ้งความคืบหน้าผลการชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตของนายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา

 

โดยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้รับอวัยวะซึ่งดองอยู่ในน้ำยาดองศพ หรือฟอร์มาลิน เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยได้ทำการตรวจลักษณะทางกายวิภาคภายนอกและตัดชิ้นเนื้อขนาดเล็กประมาณนิ้วหัวแม่มือจากอวัยวะต่างๆ จัดทำเป็นสไลด์แก้ว

 

สำหรับการตรวจทางจุลพยาธิวิทยา หรือการตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อหาพญาธิสภาพ ต้องกระทำอย่างละเอียดตามมาตรฐานวิชาชีพ

 

สำหรับชิ้นเนื้อจากอวัยวะภายในนั้นจำเป็นต้องตรวจยืนยันว่าเป็นอวัยวะของน้องเมยจริงหรือไม่ โดยได้ส่งไปที่ห้องปฏิบัติการพิสูจน์ของกองสารพันธุกรรม ขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากสารพันธุกรรมซึ่งผ่านการดองน้ำยาฟอร์มาลินมีการเสื่อมสลายมาก การตรวจวิเคราะห์รูปแบบสารพันธุกรรมจึงทำได้ยาก จำเป็นต้องใช้น้ำยาสกัดสารพันธุกรรมแบบพิเศษ Formalin-fixed Paraffin-embedded (FFPE) และต้องดำเนินการวิเคราะห์อย่างรอบคอบ

 

สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ขอยืนยันว่าจะดำเนินการตรวจชันสูตรศพน้องเมยด้วยความโปร่งใส ได้มาตรฐาน และเป็นธรรม และขอเวลาให้คณะกรรมการแพทย์ฯ ได้ทำงานอย่างเต็มที่ โดยจะรายงานผลการชันสูตรศพให้แก่พนักงานสอบสวนและญาติของผู้เสียชีวิตตามขั้นตอนต่อไป

 

 

The post นิติเวชยังไม่เผยผลชันสูตร ‘น้องเมย’ เหตุอวัยวะเสื่อมสลายจากการดองฟอร์มาลิน ขอเวลาทำงานอย่างรอบคอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/cifs-on-process-phakhapong-identify/feed/ 0
ปริศนาการตายของนักเรียนเตรียมทหาร สมอง-อวัยวะภายในสูญหาย https://thestandard.co/territorial-defence-student-mystery-death/ https://thestandard.co/territorial-defence-student-mystery-death/#respond Tue, 21 Nov 2017 11:03:14 +0000 https://thestandard.co/?p=48761

The post ปริศนาการตายของนักเรียนเตรียมทหาร สมอง-อวัยวะภายในสูญหาย appeared first on THE STANDARD.

]]>

The post ปริศนาการตายของนักเรียนเตรียมทหาร สมอง-อวัยวะภายในสูญหาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/territorial-defence-student-mystery-death/feed/ 0
นิติเวชเผย นร. เตรียมทหารตาย อวัยวะภายใน-สมองหาย ‘ผิดปกติ’ กองทัพเร่งสอบสาเหตุการตาย https://thestandard.co/forensic-laboratory-cause-of-death/ https://thestandard.co/forensic-laboratory-cause-of-death/#respond Tue, 21 Nov 2017 05:43:16 +0000 https://thestandard.co/?p=48505

     จากกรณีข่าวการเสียชีวิตปริศนาของ นา […]

The post นิติเวชเผย นร. เตรียมทหารตาย อวัยวะภายใน-สมองหาย ‘ผิดปกติ’ กองทัพเร่งสอบสาเหตุการตาย appeared first on THE STANDARD.

]]>

     จากกรณีข่าวการเสียชีวิตปริศนาของ นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ซึ่งเสียชีวิตในวันที่ 17 ตุลาคม หลังกลับเข้าโรงเรียนเตรียมทหารเพียง 1 วัน โดยทางญาติแจ้งว่าไม่ได้รับคำชี้แจงที่ละเอียดจากผู้เกี่ยวข้องของโรงเรียนเตรียมทหาร

     จากนั้นทางครอบครัวมีการจัดพิธีศพตามปกติ แต่ก่อนการฌาปนกิจในวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้มีการแอบนำศพของน้องเมยไปชันสูตรพลิกศพหาสาเหตุการเสียชีวิต โดยทางครอบครัวเปิดเผยว่า การผ่าชันสูตรไม่พบสมองและอวัยวะภายใน ทั้งตับ ไต ไส้ นอกจากนี้ยังตรวจพบกระดูกซี่โครงซี่ที่ 4 หัก และมีรอยช้ำภายในช่องท้องด้านขวาขนาดเท่ากำปั้น ส่วนด้านหลังภายในซีกซ้ายมีรอยช้ำ และที่ไหปลาร้าหักทั้ง 2 ข้าง ซึ่งแพทย์ที่ชันสูตรระบุว่า ซี่โครงที่หักไม่น่าจะเกิดจากการปั๊มหัวใจ เพราะหักทั้งแถบ และรอยช้ำน่าจะเกิดจากการถูกกระแทกอย่างแรง

 

 

     THE STANDARD ต่อสายสัมภาษณ์ พล.ต.ต. นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา ถึงกรณีดังกล่าว

     โดย นพ.พรชัย กล่าวว่า สมองและอวัยวะภายในเป็นอวัยวะสำคัญในกระบวนการชันสูตรพลิกศพ

     สำหรับสมอง แพทย์จะทำการผ่าออกมาจากกะโหลก จากนั้นจะนำผ้าหรือสำลี ยัดใส่ช่องศีรษะเพื่อไม่ให้ศีรษะยุบตัว ขั้นตอนการชันสูตรพลิกศพแม้จะมีการผ่าเพื่อนำสมองและเครื่องในออกมาชันสูตร แต่เมื่อเสร็จสิ้นแล้วแพทย์จะนำทั้งเครื่องใน และสมองใส่คืนในช่องลำตัวทั้งหมด ดังนั้นโดยทั่วไปอวัยวะหลังการชันสูตรจะไม่สูญหายไปไหน

     นพ.พรชัย กล่าวว่า จากกรณีนี้ตามข่าวที่ปรากฏว่ามีอวัยวะเครื่องในและสมองสูญหายไปนั้นถือเป็นเรื่องผิดปกติ พร้อมยืนยันว่าอวัยวะที่สูญหายไปเป็นสิ่งสำคัญในขั้นตอนการชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิต

     เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้แค่ไหนที่มีการจงใจทำให้อวัยวะดังกล่าวสูญหายเพื่อหลีกเลี่ยงการชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิต?

     นพ.พรชัย กล่าวว่า คงไม่สามารถกล่าวเช่นนั้นได้ ต้องถามจากแพทย์ผู้ผ่าชันสูตรถึงขั้นตอนการชันสูตรเอง แต่ทั้งนี้อวัยวะดังกล่าวไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์อื่นใดได้ เว้นแต่ดองไว้เพื่อใช้ศึกษาทางการแพทย์

     ส่วนขั้นตอนการชันสูตรพลิกศพนั้น หากเป็นการเสียชีวิตตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 148 ว่าด้วยการตายโดยผิดธรรมชาติ ได้แก่ ฆ่าตัวตาย ถูกผู้อื่นทำให้ตาย ถูกสัตว์ทำร้ายตาย ตายโดยอุบัติเหตุ และตายโดยยังไม่ปรากฏเหตุนั้น สามารถชันสูตรหาสาเหตุการตายได้เลยโดยไม่ต้องรอขอความยินยอมจากญาติ

     ด้าน พล.ต. ณฐพร บุญงาม โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวทาง พล.อ. ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดรับทราบเรื่องแล้ว พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ไปสืบหาข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยย้ำจะให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียชีวิตและครอบครัว ซึ่งขณะนี้ได้มีการประสานไปยังโรงเรียนเตรียมทหารเพื่อขอรายละเอียดที่มาที่ไปของเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะกรณีที่ครอบครัวผู้เสียชีวิต นำศพบุตรชายไปชันสูตรและพบว่าอวัยวะภายในหายไป ถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจ

     อย่างไรก็ตามในฐานะที่โรงเรียนเตรียมทหารอยู่ในสังกัดของกองบัญชาการกองทัพไทย จะสอบสวนเรื่องนี้ให้เกิดความกระจ่างและชี้แจงข้อมูลให้สังคมรับทราบโดยเร็วที่สุด

     ขณะที่ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า โรงเรียนเตรียมทหารจะมีการแถลงข่าวกรณีนักเรียนเตรียมทหารเสียชีวิต หลังครอบครัวออกมาแถลงอวัยวะภายในหาย ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ ในช่วงบ่ายวันนี้ แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันช่วงเวลาที่แน่นอนจากผู้ที่เกี่ยวข้อง

The post นิติเวชเผย นร. เตรียมทหารตาย อวัยวะภายใน-สมองหาย ‘ผิดปกติ’ กองทัพเร่งสอบสาเหตุการตาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/forensic-laboratory-cause-of-death/feed/ 0