สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สถาบันนิติวิทยาศาสตร์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 05 May 2026 07:45:05 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ครม. ไฟเขียวเลิก 8 ระเบียบสำนักนายกฯ ล้าสมัย-ลดซ้ำซ้อน เดินหน้าปฏิรูปกฎหมายตามนโยบายรัฐบาล https://thestandard.co/cabinet-cancels-outdated-regulations/ Tue, 05 May 2026 07:45:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1204022 ภาพอินโฟกราฟิกแสดงมติ ครม. ยกเลิก 8 ระเบียบสำนักนายกฯ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและปฏิรูประบบราชการ

วันนี้ (5 พฤษภาคม) รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐ […]

The post ครม. ไฟเขียวเลิก 8 ระเบียบสำนักนายกฯ ล้าสมัย-ลดซ้ำซ้อน เดินหน้าปฏิรูปกฎหมายตามนโยบายรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิกแสดงมติ ครม. ยกเลิก 8 ระเบียบสำนักนายกฯ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและปฏิรูประบบราชการ

วันนี้ (5 พฤษภาคม) รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการยกเลิกระเบียบที่ไม่เหมาะสมแก่กาลสมัย รวม 8 ฉบับ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการปฏิรูปกฎหมายที่แถลงไว้เมื่อเมษายน 2569 โดยมุ่งเน้นการลดขั้นตอนกระบวนงานที่ซ้ำซ้อนและปรับปรุงกฎหมายลำดับรองให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนี้

 

  • ระเบียบว่าด้วยการเร่งรัดการปฏิบัติราชการ พ.ศ. 2521 เนื่องจากปัจจุบันมี พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐไว้อย่างครอบคลุมแล้ว เช่นเดียวกับ 2. ระเบียบว่าด้วยการอำนวยการจัดระบบศูนย์ราชการ ที่บรรลุเป้าหมายการจัดตั้งแล้ว จึงส่งต่อให้กระทรวงมหาดไทยดูแลในรูปแบบประกาศระดับกระทรวงแทน
  • ระเบียบว่าด้วยการเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ และ 4. ระเบียบว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน เนื่องจากมีความทับซ้อนกับภารกิจของกระทรวงวัฒนธรรม และคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ซึ่งมีกฎหมายเฉพาะที่ทันสมัยและมีมาตรการกระจายการถือครองที่ดินที่ชัดเจนรองรับอยู่แล้วในปัจจุบัน

 

ด้านเศรษฐกิจและสิทธิมนุษยชน มีการยกเลิก 5. ระเบียบว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ และ 6. ระเบียบว่าด้วยการติดตามคนหายและการพิสูจน์ศพนิรนาม โดยให้โอนย้ายภารกิจไปอยู่ในความดูแลของกรมทรัพย์สินทางปัญญา และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตามลำดับ เพื่อให้การทำงานมีเอกภาพภายใต้กฎหมายหลักของแต่ละหน่วยงาน

 

นอกจากนี้ ยังมีการยกเลิก 7. ระเบียบว่าด้วยการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษถนนราชดำเนิน เนื่องจากโครงการบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว และ 8. ระเบียบว่าด้วยการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พ.ศ. 2545 ซึ่งซ้ำซ้อนกับบทบาทของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ภายใต้ พ.ร.บ.เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันฯ พ.ศ. 2560

 

การยกเลิกระเบียบทั้ง 8 ฉบับนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบราชการเพื่อให้คงเหลือคณะกรรมการเท่าที่จำเป็น ช่วยลดภาระงบประมาณแผ่นดิน และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยยึดหลักการตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้รัฐพึงจัดทำกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็นและยกเลิกกฎหมายที่หมดความจำเป็น

 

โฆษกรัชดาย้ำว่า การปรับปรุงกฎหมายในครั้งนี้จะช่วยให้ภาคประชาชนและเอกชนได้รับบริการจากภาครัฐที่รวดเร็วขึ้น ลดความสับสนจากเกณฑ์การปฏิบัติที่ทับซ้อนกันระหว่างหน่วยงาน และเป็นการยกระดับมาตรฐานทางกฎหมายของไทยให้เทียบเท่าระดับสากล สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมในยุคปัจจุบัน

 

ทั้งนี้ รัฐบาลจะยังคงเดินหน้าตรวจสอบและทบทวนกฎหมายลำดับรองอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการทำงานของรัฐบาลมีความกระชับ ทันสมัย และเอื้อต่อการพัฒนาประเทศในทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตามยุทธศาสตร์ชาติที่วางไว้

The post ครม. ไฟเขียวเลิก 8 ระเบียบสำนักนายกฯ ล้าสมัย-ลดซ้ำซ้อน เดินหน้าปฏิรูปกฎหมายตามนโยบายรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
สธ. เผยยอดผู้เสียชีวิตน้ำท่วมหาดใหญ่ ล่าสุด 138 ราย พบเสียชีวิตใน รพ. ถึง 65 ราย จากระบบล่ม-ขาดออกซิเจน https://thestandard.co/flood-hat-yai-hospital-oxygen-deaths/ Mon, 01 Dec 2025 04:20:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1150102 สธ. เผยยอดผู้เสียชีวิตน้ำท่วม หาดใหญ่ ล่าสุด 138 ราย พบเสียชีวิตใน รพ. ถึง 65 ราย จากระบบล่ม-ขาดออกซิเจน

​วันนี้ (1 ธันวาคม) นพ. ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสา […]

The post สธ. เผยยอดผู้เสียชีวิตน้ำท่วมหาดใหญ่ ล่าสุด 138 ราย พบเสียชีวิตใน รพ. ถึง 65 ราย จากระบบล่ม-ขาดออกซิเจน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สธ. เผยยอดผู้เสียชีวิตน้ำท่วม หาดใหญ่ ล่าสุด 138 ราย พบเสียชีวิตใน รพ. ถึง 65 ราย จากระบบล่ม-ขาดออกซิเจน

​วันนี้ (1 ธันวาคม) นพ. ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความสูญเสียจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่ โดยเปิดเผยข้อมูลล่าสุด ณ เวลา 16.00 น. ของวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พบว่ามีจำนวนผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 138 ราย ซึ่งสามารถจำแนกสาเหตุการเสียชีวิตออกเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้:

 

  • ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมโดยตรง: จำนวน 73 ราย ซึ่งเป็นร่างที่ถูกพบตามพื้นที่ประสบภัยต่างๆ
  • ผู้เสียชีวิตในโรงพยาบาล: จำนวน 65 ราย ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่ไม่สามารถรักษาชีวิตไว้ได้เนื่องจากวิกฤตการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณูปโภคและอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างรุนแรง อาทิ กระแสไฟฟ้าดับ ออกซิเจนหมด และอุปกรณ์ช่วยชีวิตเสียหาย

 

ในส่วนของการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันตัวเลขที่ชัดเจนจากทางนิติเวช สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ว่าสามารถระบุตัวตนไปได้แล้วจำนวนกี่ราย

 

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าที่นิติเวช โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ยังคงมีร่างผู้เสียชีวิตตกค้างอยู่ภายในห้องเก็บศพจำนวนหนึ่ง เนื่องจากญาติยังไม่สามารถเดินทางมารับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาได้ เพราะบ้านเรือนของญาติเองก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากน้ำท่วมและยังเดินทางลำบาก

 

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะดำเนินการสรุปและอัปเดตตัวเลขผู้เสียชีวิตให้ทราบอย่างเป็นทางการ ในเวลา 16.00 น. ของทุกวัน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

The post สธ. เผยยอดผู้เสียชีวิตน้ำท่วมหาดใหญ่ ล่าสุด 138 ราย พบเสียชีวิตใน รพ. ถึง 65 ราย จากระบบล่ม-ขาดออกซิเจน appeared first on THE STANDARD.

]]>
DSI – นิติวิทย์ฯ – ตร.ไซเบอร์ ผนึกกำลังบุกค้นเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซีลห้อง ผบ. เก็บหลักฐาน-เอกสารสอบสวน https://thestandard.co/dsi-police-raid-bangkok-prison-evidence/ Mon, 24 Nov 2025 10:47:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1146912 DSI - นิติวิทย์ฯ - ตร.ไซเบอร์ ผนึกกำลังบุกค้น เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซีลห้อง ผบ. เก็บหลักฐาน-เอกสารสอบสวน

วันนี้ (24 พฤศจิกายน) ที่ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ยุท […]

The post DSI – นิติวิทย์ฯ – ตร.ไซเบอร์ ผนึกกำลังบุกค้นเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซีลห้อง ผบ. เก็บหลักฐาน-เอกสารสอบสวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
DSI - นิติวิทย์ฯ - ตร.ไซเบอร์ ผนึกกำลังบุกค้น เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซีลห้อง ผบ. เก็บหลักฐาน-เอกสารสอบสวน

วันนี้ (24 พฤศจิกายน) ที่ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยระหว่างการเข้าตรวจสอบพื้นที่ของเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานว่า ขณะนี้กำลังให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ที่เดินทางเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งและสอบปากคำพยานหลักฐาน

 

ยุทธนา ระบุว่า ตนพร้อมให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน แต่เนื่องจากสถานการณ์ข่าวพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จึงจะขอตอบในประเด็นที่สามารถเปิดเผยได้ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้แบ่งหน้าที่กันปฏิบัติงานภายในเรือนจำ และได้ทำการ ปิดห้องผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร รวมถึงห้องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อทำการสืบสวนสอบสวน

 

ส่วนกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์นั้นมีการแยกห้องปฏิบัติการ ตนจึงยังไม่ทราบรายละเอียดในส่วนนั้น

 

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศตลอดวันที่ผ่านมา พบความเคลื่อนไหวสำคัญดังนี้:

 

  • การปิดกั้นพื้นที่: เจ้าหน้าที่ได้นำเทปสีเหลืองมากันพื้นที่บริเวณประตูสำนักงานผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ห้ามบุคคลภายนอกเข้าโดยเด็ดขาด
  • การขนย้ายเอกสาร: เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่เรือนจำฯ ได้ทยอยขนย้ายลังแฟ้มเอกสารจำนวนมากออกจากอาคารสำนักงานฯ ทั้งบริเวณชั้น 1 และชั้น 2
  • การเก็บหลักฐาน: มีการรวบรวมพยานวัตถุ และตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝงตามจุดต่าง ๆ เช่น ประตู และหน้าต่าง ของสำนักงานฯ

 

นอกจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ (DSI) และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์แล้ว ในการตรวจค้นครั้งนี้ยังมีเจ้าหน้าที่จาก กรมสรรพากร และ ตำรวจไซเบอร์ (บช.สอท.) เข้าร่วมด้วย โดยพบว่าขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์เดินทางออกจากอาคารสำนักงานผู้บัญชาการเรือนจำฯ ได้มีการนำเอกสารสำคัญจำนวนมากออกไปด้วยเช่นกัน

The post DSI – นิติวิทย์ฯ – ตร.ไซเบอร์ ผนึกกำลังบุกค้นเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซีลห้อง ผบ. เก็บหลักฐาน-เอกสารสอบสวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพบก ร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบที่เกิดเหตุโรงพยาบาลพนมดงรัก จ.สุรินทร์ เก็บหลักฐานกระสุนปืนใหญ่ฝ่ายกัมพูชา https://thestandard.co/thai-army-forensics-phanom-dong-rak/ Mon, 01 Sep 2025 08:16:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1114113 กองทัพบก

วันที่ 31 สิงหาคม กองทัพบกได้ร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสต […]

The post กองทัพบก ร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบที่เกิดเหตุโรงพยาบาลพนมดงรัก จ.สุรินทร์ เก็บหลักฐานกระสุนปืนใหญ่ฝ่ายกัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพบก

วันที่ 31 สิงหาคม กองทัพบกได้ร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เข้าตรวจสอบและเก็บหลักฐานที่ โรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งถูกกระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายกัมพูชายิงเข้ามาเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา

 

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้โรงพยาบาลได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะอาคารภูมิพัฒน์และอาคารศูนย์สุขภาพชุมชนฯ ที่เป็นพื้นที่ให้บริการสำคัญแก่ประชาชนในชุมชน ต้องมีการอพยพผู้ป่วยเป็นการฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัย

 

เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในห้องตรวจครรภ์เล่าถึงวินาทีระทึกว่า “ได้ยินเสียงระเบิดจากอาคารใกล้เคียง จากนั้นสะเก็ดระเบิดก็พุ่งเข้ามาในห้องทันที” โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บในขณะนั้น จึงรีบอพยพหญิงตั้งครรภ์ที่กำลังใช้บริการอยู่เพียงรายเดียวออกมาอย่างปลอดภัย 

 

ในขณะเดียวกัน ผู้ป่วยและญาติที่ยังอยู่ภายในอาคารต่างพากันรีบวิ่งไปหลบในหลุมหลบภัยชั่วคราว บางรายถึงกับตื่นตระหนกจนเอ่ยคำสั่งเสียต่อหน้าญาติ เมื่อสถานการณ์สงบลง เจ้าหน้าที่จึงเข้าช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทันที

 

ล่าสุด เจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้เก็บรวบรวมหลักฐานทั้งหมดในที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะ สะเก็ดระเบิด เพื่อนำไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการเพื่อพิสูจน์ที่มาและรายละเอียดของการยิงดังกล่าวต่อไป

 

กองทัพบก

 

 

อ้างอิง : ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบกโดยทีมโฆษกกองทัพบก

The post กองทัพบก ร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบที่เกิดเหตุโรงพยาบาลพนมดงรัก จ.สุรินทร์ เก็บหลักฐานกระสุนปืนใหญ่ฝ่ายกัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
DSI นำค้น 7 จุด บริษัทปูนส่งสร้างตึก สตง. พร้อมตามจับนายทุนจีนโยงคดีนอมินี ไชน่า เรลเวย์ฯ https://thestandard.co/dsi-raids-cement-companies/ Fri, 16 May 2025 05:52:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1074964

วันนี้ (16 พฤษภาคม) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สนธิกำลังร่ […]

The post DSI นำค้น 7 จุด บริษัทปูนส่งสร้างตึก สตง. พร้อมตามจับนายทุนจีนโยงคดีนอมินี ไชน่า เรลเวย์ฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (16 พฤษภาคม) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สนธิกำลังร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง, สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ นำหมายค้นของศาลอาญาเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้น 7 พื้นที่เป้าหมายในเขตกรุงเทพฯ และนนทบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทและหน่วยผลิตคอนกรีต (แพลนท์ปูน) ที่เป็นผู้จำหน่ายปูนซีเมนต์ให้กับโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่

 

นอกจากนี้ DSI ยังได้รวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การที่ศาลอนุมัติออกหมายจับ บินลิง วู นายทุนชาวจีนคนสำคัญ ซึ่งเชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกับบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ในความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือคดีนอมินี

 

ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของคดีพิเศษที่ 32/2568 ที่ DSI สืบสวนสอบสวนความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 กรณีบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด

 

โดย ร.ต.อ. สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดี DSI ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีการสืบสวนสอบสวนมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสอบปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างตึก สตง. ทั้งจากคู่สัญญาทั้ง 3 ฉบับ

 

ก่อนหน้านี้ DSI ได้ออกหมายเรียกพยานวิศวกรภายใต้กิจการร่วมค้า PKW จำนวน 40 ราย เข้าให้ปากคำชี้แจง กรณีมีรายชื่อและลายเซ็นปรากฏในเอกสารควบคุมงานตึก สตง. ระหว่างวันที่ 29 เมษายน – 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา

 

ผลการสอบปากคำพบว่า มีวิศวกร 8 รายยอมรับว่าได้ลงนามควบคุมงานตึก สตง. จริง ขณะที่ 30 รายให้การว่าถูกปลอมลายเซ็น ซึ่งพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างคัดแยกถ้อยคำเพื่อประกอบสำนวนคดีนอมินี ก่อนสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการคดีพิเศษภายในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้

 

นอกจากนี้ DSI และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบไซต์งานก่อสร้างชั่วคราว ได้มีการอายัดเอกสารสำคัญเกี่ยวกับการก่อสร้างกว่า 121 ลัง และลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อตรวจยึดตัวอย่างคอนกรีต (คอริ่งปูน) จากผนังปล่องลิฟต์ เสาอาคาร และเหล็ก เพื่อนำส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์

 

สำหรับปฏิบัติการเข้าตรวจค้น 7 จุดในวันนี้ (16 พฤษภาคม) ซึ่งนำโดย พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดี DSI เพื่อเปิดการประชุมวางแผนในเวลา 08.00 น. ก่อนที่เจ้าหน้าที่รวม 7 ชุด จะเริ่มเข้าตรวจค้นในเวลา 09.00 น. โดยจุดที่เข้าตรวจค้นเป็นสถานที่ผลิตและจำหน่ายคอนกรีต ซึ่งเกี่ยวข้องกับการส่งมอบปูนให้กับโครงการก่อสร้างตึก สตง.

 

การตรวจค้นครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมพยานเอกสาร พยานวัตถุ สอบสวนปากคำพยานบุคคล และยึดเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ตรวจสอบในสำนวนคดี

 

ขณะที่การออกหมายจับบินลิง วู เป็นการดำเนินการขยายผลจากพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงถึงการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ในลักษณะอำพรางหรือใช้คนไทยเป็นตัวแทน (นอมินี) ซึ่งเกี่ยวข้องกับบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10

 

ก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวน DSI ได้ยื่นคำร้องฝากขังผู้ต้องหากลุ่มแรก 4 ราย ซึ่งเป็นกรรมการบริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯ (3 คนไทย 1 คนจีน) ต่อศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก และศาลได้อนุญาตปล่อยชั่วคราวไปแล้ว การดำเนินการในวันนี้ถือเป็นการเดินหน้าคลี่คลายคดีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างอาคารภาครัฐและโครงสร้างการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในประเทศไทย

The post DSI นำค้น 7 จุด บริษัทปูนส่งสร้างตึก สตง. พร้อมตามจับนายทุนจีนโยงคดีนอมินี ไชน่า เรลเวย์ฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจยอมรับ ชันสูตรร่าง ‘อดีตผู้กำกับโจ้’ ยาก เพราะไม่อยู่ในสภาพเดิม ภาพวงจรปิดฉบับเต็มยังไม่พบพิรุธ https://thestandard.co/police-admit-autopsy-jo-challenging/ Tue, 11 Mar 2025 11:31:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1051020

วันนี้ (11 มีนาคม) ที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ประชาชื่น […]

The post ตำรวจยอมรับ ชันสูตรร่าง ‘อดีตผู้กำกับโจ้’ ยาก เพราะไม่อยู่ในสภาพเดิม ภาพวงจรปิดฉบับเต็มยังไม่พบพิรุธ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (11 มีนาคม) ที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ประชาชื่น พล.ต.ท. สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประชุมร่วมกับพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น, เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และแพทย์สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อติดตามการดำเนินคดีการเสียชีวิตของ พ.ต.อ. ธิติสรรค์ อุทธนผล หรืออดีตผู้กำกับโจ้ ในเรือนจำกลางคลองเปรม

 

พล.ต.ท. สมประสงค์ เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้ทำคดีคืบหน้ามากในหลายๆ เรื่อง ทั้งพยานหลักฐานต่างๆ รวมไปถึงภาพกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุ โดยในพื้นที่เกิดเหตุมีกล้องวงจรปิดทั้งหมด 2 ตัวที่อยู่บริเวณหน้าห้องขัง 

 

ยอมรับว่าตำรวจก็ได้ตรวจสอบแล้วทั้งช่วงก่อนและหลังเกิดเหตุ ซึ่งไม่พบความผิดปกติ โดยในภาพที่ปรากฏอดีตผู้กำกับโจ้ยังทักทายผู้คุมตามปกติ ซึ่งนอกจากกล้องในวันที่เกิดเหตุแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ร้องขอกล้องวงจรปิดตลอดทั้งสัปดาห์ก่อนเกิดเหตุไปแล้วเช่นกัน แต่ต้องรอทางกรมราชทัณฑ์ส่งมาให้เพิ่มเติม 

 

ภาพจากกล้องวงจรปิดยังแสดงให้เห็นว่า การจะเข้าห้องขังจะต้องมีเจ้าหน้าที่เรือนจำไขกุญแจทุกครั้ง ยืนยันไม่พบว่ามีผู้ใดเข้า-ออกจากห้องขังนอกจากตัวอดีตผู้กำกับโจ้

 

พล.ต.ท. สมประสงค์ กล่าวต่อว่า ทางเจ้าหน้าที่เรือนจำให้การว่า ในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เรือนจำได้พบอดีตผู้กำกับเสียชีวิตประมาณ 20.00 น. ของวันที่ 7 มีนาคม ขณะที่กำลังจะนำยาแก้เครียดไปให้ โดยเจ้าหน้าที่พยายามเรียกชื่อแต่ไม่มีการตอบรับ จึงก้มมองผ่านช่องประตูและพบว่าอดีตผู้กำกับนั่งอยู่ก่อนจะเขย่าประตูแต่ก็ไร้การตอบรับ จึงนำมือสอดเข้าไปปรากฏว่าพบผ้าที่คอที่ถูกผูกไว้กับกรงประตู เจ้าหน้าที่จึงได้รีบนำกรรไกรมาตัดออกแต่ตัดไม่ขาด จึงรีบวิ่งกลับไปนำคัตเตอร์มาตัดผ้าออกเพื่อช่วยชีวิต ซึ่งตำรวจได้ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดแล้วก็เป็นไปตามคำให้การ

 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุการเสียชีวิตประมาณ 23.00 น. แต่สามารถเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุได้ในเวลา 10.00 น. ของวันที่ 8 มีนาคม พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถเข้าไปในที่เกิดเหตุได้ตั้งแต่ได้รับแจ้งนั้น เนื่องจากจะต้องมีหลายฝ่ายเข้าไปร่วมตรวจสอบพร้อมกัน ซึ่งทางกรมราชทัณฑ์เป็นผู้นัดให้เข้าไปในเวลาดังกล่าว

 

ร่างของอดีตผู้กำกับได้อยู่ตรงที่เกิดเหตุตั้งแต่เสียชีวิตจนถึงเวลาที่พนักงานสอบสวนได้เข้าไปตรวจที่เกิดเหตุนับเป็นเวลา 14 ชั่วโมง และจากการเข้าไปตรวจสอบพบว่าร่างนั้นถูกนำมานอนหงายตรงและคลุมด้วยผ้าสีขาว และพบผ้าขนหนูที่ถูกตัดมีชิ้นหนึ่งผูกอยู่ที่กรงและอีกชิ้นอยู่ที่พื้น ขนาดผ้าอยู่ที่ประมาณ 1.6 เมตร โดยขณะนี้ทางกองพิสูจน์หลักฐานได้นำผ้าขนหนูไปตรวจหา DNA ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการตรวจประมาณ 1 สัปดาห์

 

พล.ต.ท. สมประสงค์ กล่าวต่อว่า ตอนที่ตำรวจไปพบร่างนั้นทิ้งระยะเวลาไว้นาน และมีการเปลี่ยนแปลงท่าการเสียชีวิตจากนั่งเป็นนอน จึงทำให้การชันสูตรศพยากขึ้น

 

นอกจากนี้ยังพบรอยเลือดเล็กน้อยที่อยู่ใกล้ร่างจำนวน 2 หยด แต่ทางกองพิสูจน์หลักฐานสามารถยืนยันได้ว่าเป็นเลือดมนุษย์ และเก็บเลือดดังกล่าวไปเพื่อตรวจ DNA แล้ว และยังพบว่ามีรอยกัดจากสัตว์ขนาดเล็กอยู่ที่บริเวณแขนซ้ายของอดีตผู้กำกับอีกด้วย

 

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งกรอบระยะเวลาในการทำคดีนี้ไว้ 30 วัน เพื่อทำทุกอย่างให้ชัดเจนต่อสังคม

The post ตำรวจยอมรับ ชันสูตรร่าง ‘อดีตผู้กำกับโจ้’ ยาก เพราะไม่อยู่ในสภาพเดิม ภาพวงจรปิดฉบับเต็มยังไม่พบพิรุธ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทย์นิติเวช รพ.จุฬาฯ เริ่มชันสูตรรอบ 2 ‘อดีตผู้กำกับโจ้’ ครอบครัวยืนยัน เก็บร่างเพื่อพิสูจน์ความยุติธรรม https://thestandard.co/autopsy-round-2-ex-police-jo/ Mon, 10 Mar 2025 06:00:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1050402

วันนี้ (10 มีนาคม) บรรยากาศช่วงเช้า ที่อาคารนิติเวชศาสต […]

The post แพทย์นิติเวช รพ.จุฬาฯ เริ่มชันสูตรรอบ 2 ‘อดีตผู้กำกับโจ้’ ครอบครัวยืนยัน เก็บร่างเพื่อพิสูจน์ความยุติธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (10 มีนาคม) บรรยากาศช่วงเช้า ที่อาคารนิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จันทา อุทธนผล แม่ของ พ.ต.อ. ธิติสรรค์ อุทธนผล หรืออดีตผู้กำกับโจ้ และครอบครัว พร้อมด้วย วีรศักดิ์ นาคิน ทนายความส่วนตัว เข้าติดตามการชันสูตรพลิกศพร่างของอดีตผู้กำกับโจ้ หลังเมื่อวานนี้ (9 มีนาคม) ทางครอบครัวได้นำร่างไปชันสูตรพลิกศพที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม จังหวัดปทุมธานี ไปแล้ว 

 

โดยก่อนเริ่มการผ่าชันสูตรพลิกศพ เจ้าหน้าที่ได้พาครอบครัว รวมถึงทนายความไปที่ห้องประชุมนิติเวชศาสตร์ เพื่อพบแพทย์และให้ข้อมูลในประเด็นที่ยังสงสัยก่อนที่แพทย์จะเริ่มชันสูตร

 

สำหรับผลชันสูตรเบื้องต้นของที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นที่แรกในการชันสูตรร่างพบว่า “เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ และคาดว่าจะกระทำด้วยตัวเอง” ทางครอบครัวจึงได้นำร่างของอดีตผู้กำกับโจ้มาชันสูตรซ้ำที่นี่ ซึ่งหลังผลชันสูตรออกมาในวันนี้ทางครอบครัวจะนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกันทั้ง 2 แห่ง และจะรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการต่อไป

 

กำหนดการรดน้ำศพและสวดอภิธรรมที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร วันนี้จะมีพิธีรดน้ำศพในช่วงเวลา 16.00 น. และจะมีพิธีสวดอภิธรรมในช่วงเวลา 18.30 น. ซึ่งการสวดอภิธรรมจะมีตลอด 7 คืน ไปจนถึงวันที่ 16 มีนาคมนี้ เบื้องต้นทางครอบครัวยืนยันจะเก็บร่างไว้และยังไม่ทำพิธีเผาจนกว่าจะได้รับความยุติธรรม

The post แพทย์นิติเวช รพ.จุฬาฯ เริ่มชันสูตรรอบ 2 ‘อดีตผู้กำกับโจ้’ ครอบครัวยืนยัน เก็บร่างเพื่อพิสูจน์ความยุติธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผลชันสูตรผู้กำกับโจ้ เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ให้น้ำหนัก ‘กระทำด้วยตัวเอง’ ครอบครัวส่งชันสูตรซ้ำ เปรียบเทียบข้อมูล https://thestandard.co/forensic-autopsy-jo-death/ Sun, 09 Mar 2025 07:28:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1050166

วันนี้ (9 มีนาคม) ผศ. นพ.วรวีร์ ไวยวุฒิ รองผู้อำนวยการส […]

The post ผลชันสูตรผู้กำกับโจ้ เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ให้น้ำหนัก ‘กระทำด้วยตัวเอง’ ครอบครัวส่งชันสูตรซ้ำ เปรียบเทียบข้อมูล appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (9 มีนาคม) ผศ. นพ.วรวีร์ ไวยวุฒิ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ลงมาเปิดเผยว่า หลังจากแพทย์นิติเวชจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม จังหวัดปทุมธานี ผ่าชันสูตรร่างของ พ.ต.อ. ธิติสรรค์ อุทธนผล (ผู้กำกับโจ้) ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครสวรรค์ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และมีผู้สังเกตการณ์ ได้แก่ ตัวแทนของญาติ ตัวแทนของตำรวจ และตัวแทนของคณะกรรมการชันสูตร 4 ฝ่าย ทั้งฝ่ายปกครอง อัยการ และคณะกรรมการกลั่นกรองข้อเท็จจริงกรณีการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายนั้น 

 

ผศ. นพ.วรวีร์ กล่าวว่า เบื้องต้นให้น้ำหนักไปที่การผูกคอ เพราะเรื่องการถูกทำร้ายอื่นๆ ไม่พบบาดแผลและร่องรอยอื่นๆ จะมีเพียงรอยแผลฟกช้ำบริเวณสะโพก และหลังที่เป็นรอยช้ำเก่า โดยจะมีการตรวจเพิ่มเติมของเนื้อเยื่ออีกครั้งว่าระยะเวลาของการบาดเจ็บเกิดขึ้นช่วงเวลาใด

 

ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการขาดอากาศหายใจจากการผูกคอ และเท่าที่ดูให้น้ำหนักเกิดจากการกระทำด้วยตัวเอง เนื่องจากลักษณะของแรงที่เกิดขึ้นไม่พบรอยช้ำของเนื้อเยื่อใต้ลำคอ ใต้รอยรัด และไม่พบการช้ำของกล้ามเนื้อลำคอ ไม่พบการบาดเจ็บของกระดูกกล่องเสียง จึงให้เหตุผลว่าแรงที่มากระทำไม่เยอะมากพอที่มากระทำเข้าได้กับการที่ผูกคอเสียชีวิต ไม่ใช่จากการรัดคอ ส่วนผ้าขนหนูตัวเองไม่เห็น แต่รอยแผลเข้าได้กับลักษณะของผ้า เพราะลักษณะความกว้าง กว้างกว่ารอยเชือก โดยมีความกว้างประมาณ 1.4 เซนติเมตร 

 

ผศ. นพ.วรวีร์ ยังบอกถึงกรณีที่ญาติสงสัยเลือดที่ออกบริเวณพื้นในขณะที่เข้าไปดูการชันสูตรที่เรือนจำว่า เลือดที่ออกดังกล่าว จากการสอบถามคณะแพทย์ที่ชันสูตร สงสัยได้ว่าเลือดจะออกมาจากการเสียชีวิต อาจจะมีของเหลวในร่างกายออกมาคล้ายเลือดหลังเกิดการเสียชีวิต อาจจะออกทางปากหรือทางบริเวณอื่น หรือจากบาดแผล มีพบลักษณะแผลถลอกที่แขน โดยสำนักงานพิสูจน์หลักฐานเก็บของเหลวดังกล่าวไปตรวจสอบแล้ว จะต้องรอผลการวิเคราะห์ว่าของเหลวดังกล่าวว่าเป็นเลือดหรือของเหลวที่ไหลออกมาหลังการเสียชีวิตหรือไม่

 

ส่วนแผลถลอกไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร แต่จากการสอบเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เห็นตั้งแต่ช่วงที่ไปชันสูตรศพ อาจจะเกิดขึ้นช่วงที่มีการนำร่างออกมาและอาจจะไปครูดกับของแข็งบางอย่าง ซึ่งเป็นสิ่งที่เจอตั้งแต่ชันสูตรที่เกิดเหตุ เป็นแผลพึ่งเกิดใหม่ ส่วนเนื้อเยื่อที่เล็บและจุดอื่นๆ ต้องใช้เวลาในห้องปฏิบัติการทำการตรวจสอบ รวมถึงจะต้องตรวจสอบสารพิษต่างๆ และสารต่างๆ ในร่างกายด้วย และเท่าที่ตรวจสอบดูยังไม่พบ

 

ทั้งนี้ จะต้องทำการตรวจสอบเลือด-ปัสสาวะในห้องปฏิบัติการก่อน ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ และผลชันสูตรละเอียดจะต้องรอผลประมาณ 2-4 สัปดาห์เช่นกัน

 

ทั้งนี้ ก่อนเริ่มกระบวนการผ่าชันสูตร ได้พูดคุยกับทางญาติว่ามีประเด็นตรงไหนบ้างที่ติดใจสงสัยเพื่อทำการตรวจเพิ่มเติม โดยญาติสงสัยที่บริเวณกระดูกชายโครง จึงตรวจโดยใช้เครื่องทีซีสแกนเพื่อจะดูว่าหากเป็นการบาดเจ็บในอดีตตามที่ญาติบอกว่าเกิดขึ้นประมาณ 2 เดือนแล้วจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า จึงต้องใช้เครื่องทีซีสแกนทำการตรวจ และอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ผล แล้วจะระบุไปในรายการผลการชันสูตรโดยละเอียด

 

ขณะที่ วีรศักดิ์ นาคิน ทนายความของ พ.ต.อ. ธิติสรรค์ กล่าวว่า หลังจากนี้ทางครอบครัวจะส่งร่างของ พ.ต.อ. ธิติสรรค์ ไปตรวจพิสูจน์ที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์อีกรอบ เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลของทั้ง 2 แห่ง โดยยืนยันว่าไม่ได้มีอะไรที่ขัดแย้งกันกับทางเจ้าหน้าที่ แต่เพื่อความสบายใจของทางครอบครัวเท่านั้น 

 

ส่วนการผ่าชันสูตรพลิกศพ พ.ต.อ. ธิติสรรค์ในวันนี้ เป็นที่น่าพอใจ เพราะทุกอย่างก็เป็นไปตามขั้นตอน แต่อย่างไรก็ตามต้องรอดูผลจากทางแพทย์และรายละเอียดต่างๆ อีกครั้งเพื่อความชัดเจน

 

ส่วนผ้าขนหนูที่ พ.ต.อ. ธิติสรรค์ ใช้ก่อเหตุนั้น ทางครอบครัวยังเห็นไม่แน่ชัด เพราะเจ้าหน้าที่มีการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเอาไว้

 

เมื่อถามว่าตอนนี้ทางครอบครัวยังติดใจสาเหตุการตายของ พ.ต.อ. ธิติสรรค์ อยู่หรือไม่ วีรศักดิ์บอกว่า ก็ต้องดูข้อเท็จจริงในส่วนของ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ ซึ่งเราก็ต้องรวบรวมข้อมูลก่อน 

 

เช่นเดียวกับที่ สน.ประชาชื่น ในทางคดี วีรศักดิ์ย้ำว่าก็ต้องรวบรวมข้อมูลและข้อเท็จจริงก่อนเช่นกัน และให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมตอบว่ารายละเอียดเป็นแบบไหน อย่างไรบ้าง เราจึงจะดำเนินการต่อได้ เพราะเราก็ได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้แล้วว่าทางญาติติดใจสาเหตุการเสียชีวิต

 

เมื่อถามถึงแรงจูงใจนั้น วีรศักดิ์ กล่าวว่า ก็ต้องรอดูแนวทางการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ก่อน แต่ก็ยอมรับว่าทางครอบครัวยังติดใจอยู่ โดยเฉพาะเรื่องมูลเหตุและแรงจูงใจ พร้อมยืนยันว่าการส่งศพชันสูตรในรอบที่ 2 เป็นการเปรียบเทียบข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องติดใจ แต่เพื่อเป็นการให้สิ้นข้อสงสัยเท่านั้น

 

ส่วนเรื่องที่ พ.ต.อ. ธิติสรรค์ ถูกขังเดี่ยวนั้น ยืนยันตามเดิมว่า เจ้าตัวไม่ได้สมัครใจจะขังเดี่ยว เพราะเขาแจ้งกับทางญาติและทางทนายมาตลอดว่า อยากออกจากขังเดี่ยว เขาไม่ได้เป็นคนขอ ซึ่งการถูกขังเดี่ยวคล้ายกับถูกทำโทษ โดย พ.ต.อ. ธิติสรรค์ ถูกขังมาเป็นเวลา 2 เดือนกว่าแล้ว และยังไม่มีการสอบวินัย หลังที่เจ้าตัวถูกทำร้ายและญาติไปแจ้งความ แต่ถูกแยกควบคุมก่อน

 

ส่วนคลิปวงจรปิดที่ทางกรมราชทัณฑ์เผยแพร่ออกมาเมื่อช่วงค่ำวานนี้ ทางครอบครัวได้เห็นแล้ว แต่ได้เห็นเป็นช่วงๆ ซึ่งทางครอบครัวอยากให้มีการตรวจสอบของทั้งวันที่เกิดเหตุตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ และอยากให้มีดิจิทัลฟุตพรินต์ออกมาดู เพราะในวันเดียวกันที่ได้เข้าไปเยี่ยม พ.ต.อ. ธิติสรรค์ ก็ยังมีท่าทีปกติ

 

เมื่อถามว่าหลังเกิดเรื่องผู้คุมที่เป็นคู่กรณีได้ติดต่อมาบ้างหรือไม่ วีรศักดิ์ระบุว่า ยังไม่ได้เจอผู้คุมคู่กรณีเลย เพราะเป็นเรื่องภายในและเห็นว่าอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบ จึงขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ซึ่งเราไม่ได้เน้นย้ำอะไร

 

ด้าน รัฐวิช จิตสุจริตวงศ์ ผู้อำนวยการส่วนกลางสอบสวนคดีอาญา กรมการปกครอง ยังตอบถึงประเด็นช่วงที่เข้าไปสังเกตการณ์ในห้องขังเดี่ยวที่เกิดเหตุว่า ตอนที่เข้าไปสังเกตการณ์ในห้องขังเห็นลักษณะผ้าที่ใช้ก่อเหตุเป็นผ้าขนหนูผืนเล็ก คล้ายกับผ้าขนหนูที่เอาไว้เช็ดผมตามโรงแรม ซึ่งในที่เกิดเหตุพบผ้าถูกตัดออกเป็น 2 ส่วน คาดว่าเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์น่าจะใช้มีดตัดเพื่อช่วยเหลือ พ.ต.อ. ธิติสรรค์ เพราะชิ้นส่วนหนึ่งยังผูกติดไว้กับลูกกรงตรงประตู ส่วนอีกชิ้นเป็นชิ้นผ้าที่ถูกตัดติดอยู่กับศพ ซึ่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บเอาไปตรวจสอบแล้วว่าเป็นองค์ประกอบที่จะทำให้ พ.ต.อ. ธิติสรรค์ เสียชีวิตได้หรือไม่

 

เมื่อถามว่าผ้าขนหนูที่พบมีลักษณะถูกฉีกแล้วมัดผูกต่อๆ กันหรือไม่ รัฐวิชบอกว่า เห็นเป็นผ้าผืนเดียว ส่วนในห้องขังที่เกิดเหตุไม่พบวัตถุอื่นๆ นอกจากกล่องยา และของใช้ส่วนตัวเล็กน้อย 

 

ทั้งนี้ ครอบครัวได้รับร่างของ พ.ต.อ. ธิติสรรค์แล้ว โดยจะส่งไปชันสูตรรอบ 2 ที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ส่วนการเผาศพนั้นอยู่ระหว่างหารือกับทางครอบครัวว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

The post ผลชันสูตรผู้กำกับโจ้ เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ให้น้ำหนัก ‘กระทำด้วยตัวเอง’ ครอบครัวส่งชันสูตรซ้ำ เปรียบเทียบข้อมูล appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมศักดิ์ เซ็นคำสั่งโยกสลับให้ ‘ไตรยฤทธิ์’ พ้นอธิบดี DSI ไปปฏิบัติหน้าที่ ผอ. สถาบันนิติวิทย์ฯ https://thestandard.co/somsak-signed-triyarit-out-from-dsi/ Wed, 18 Jan 2023 07:35:06 +0000 https://thestandard.co/?p=738865 ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์

วันนี้ (18 มกราคม) สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระท […]

The post สมศักดิ์ เซ็นคำสั่งโยกสลับให้ ‘ไตรยฤทธิ์’ พ้นอธิบดี DSI ไปปฏิบัติหน้าที่ ผอ. สถาบันนิติวิทย์ฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์

วันนี้ (18 มกราคม) สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ลงนามในคำสั่ง เรื่อง มอบหมายให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ราชการและรักษาราชการแทน โดยให้ ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ไปปฏิบัติหน้าที่ราชการที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และรักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ 

 

และให้ พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ไปปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ DSI และให้รักษาราชการแทนอธิบดี DSI เพื่อให้การบริหารงานของ DSI และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ 

 

โดยมีผู้รับผิดชอบการปฏิบัติหน้าที่ราชการที่เหมาะสมกับภารกิจในความรับผิดชอบของส่วนราชการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ของทางราชการ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 20 และมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 โดยมีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

The post สมศักดิ์ เซ็นคำสั่งโยกสลับให้ ‘ไตรยฤทธิ์’ พ้นอธิบดี DSI ไปปฏิบัติหน้าที่ ผอ. สถาบันนิติวิทย์ฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลตัดสินจำคุก 9 ปี ผู้บริหาร บ.เอวิเอ ขาย GT200 https://thestandard.co/court-judge-gt200-imprisonment/ https://thestandard.co/court-judge-gt200-imprisonment/#respond Wed, 10 Oct 2018 07:37:26 +0000 https://thestandard.co/?p=130851

วันนี้ (10 ต.ค.) ศาลแขวงดอนเมือง ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวั […]

The post ศาลตัดสินจำคุก 9 ปี ผู้บริหาร บ.เอวิเอ ขาย GT200 appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (10 ต.ค.) ศาลแขวงดอนเมือง ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ อ่านคำพิพากษาคดีจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิด GT200 หมายเลขดำ อ.133/2561 ที่พนักงานสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษเป็นโจทก์ฟ้องบริษัท เอวิเอ แซทคอม จำกัด, นายสุทธิวัฒน์ วัฒนกิจ ผู้บริหารบริษัท, นางศศกร ปลื้มใจ และนางสาวพันทวีทรัพย์ สุดยาใจ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ตามลำดับ ในความผิดฐานฉ้อโกง

 

โดยโจทก์ฟ้องจำเลยทั้ง 4 ว่าร่วมกันทุจริตหลอกลวงโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ปกปิดข้อความ เสนอขายเครื่องตรวจวัตถุระเบิดและยาเสพติดรุ่น GT200 ให้แก่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม

 

แต่เครื่อง GT200 ที่จำเลยเสนอขายกลับไม่ได้มาตรฐาน ไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้รับความเสียหายมูลค่า 6.8 ล้านบาท

 

โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิด ริบของกลาง และคืนเงินจำนวน 6.8 ล้านบาทแก่ผู้เสียหายด้วย จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธและได้รับการประกันตัว

 

ศาลพิพากษาว่าจำเลยที่ 1-2 กระทำผิดตามโจทก์ฟ้องฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 (เดิม) ให้ลงโทษทุกกรรม โดยปรับบริษัทจำเลยที่ 1 กระทงละ 6,000 บาท รวม 3 กระทง เป็น 18,000 บาท ให้จำคุกจำเลยที่ 2 กระทงละ 3 ปี รวม 3 กระทง เป็น 9 ปี

 

และให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 2 รวมกับคดี GT200 ที่กองทัพเป็นผู้เสียหายรวม 2 สำนวนที่ศาลได้พิพากษาแล้วก่อนหน้านี้ พร้อมให้จำเลยที่ 1-2 ชดใช้ค่าซื้อเครื่อง GT200 แก่ผู้เสียหายรวม 6,800,000 บาท ริบของกลาง ส่วนจำเลยที่ 3-4 เป็นเพียงพนักงานบริษัท พยานโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่าเป็นตัวการร่วม ให้ยกฟ้อง

 

ภาพ: AFP

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ศาลตัดสินจำคุก 9 ปี ผู้บริหาร บ.เอวิเอ ขาย GT200 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/court-judge-gt200-imprisonment/feed/ 0
ผลตรวจ DNA ‘น้องเมย’ ออกแล้ว รามาฯ พบไม่สามารถพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคลได้ https://thestandard.co/ramathibodi-hospital-cadet-organs-cant-find-identity/ https://thestandard.co/ramathibodi-hospital-cadet-organs-cant-find-identity/#respond Fri, 02 Feb 2018 08:27:53 +0000 https://thestandard.co/?p=67070

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2561 นายสมณ์ พรหมรส ผู้อำนวยการสถาบั […]

The post ผลตรวจ DNA ‘น้องเมย’ ออกแล้ว รามาฯ พบไม่สามารถพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคลได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2561 นายสมณ์ พรหมรส ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวถึงกรณีนักเรียนเตรียมทหาร นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย ที่เสียชีวิตไปเมื่อ 17 ต.ค. 2560 และพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครนายก ได้ส่งศพ นายภคพงศ์ มาชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2560 โดยสถาบันได้ดำเนินการชันสูตรตามขั้นตอนต่างๆ จนแล้วเสร็จ และได้จัดทำผลการชันสูตรเบื้องต้น ให้กับพนักงานสอบสวน และญาติผู้เสียชีวิต เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2560

 

สำหรับอวัยวะต่างๆ เช่น หัวใจ และสมอง เป็นต้น ที่พนักงานสอบสวนและญาติน้องเมยได้นำมาให้ตรวจพิสูจน์ในภายหลัง เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2560 เพื่อยืนยันว่าเป็นอวัยวะของน้องเมยจริงนั้น สถาบันฯ ไม่สามารถตรวจพิสูจน์ยืนยันได้ เนื่องจากสารพันธุกรรมของเนื้อเยื่อในอวัยวะที่ผ่านการดองน้ำยาฟอร์มาลีน มีการเสื่อมสลายมาก

 

ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการตรวจพิสูจน์ของสถาบันฯ จึงได้ส่งอวัยวะดังกล่าวไปให้คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ตรวจพิสูจน์ยืนยันอีกครั้ง เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2560

 

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ดำเนินการตรวจพิสูจน์แล้วพบว่า เนื้อเยื่อจากอวัยวะต่างๆ มีสารพันธุกรรมในปริมาณและคุณภาพที่ไม่เหมาะสมในการตรวจวิเคราะห์ต่อไป ทำให้ไม่สามารถระบุรูปแบบสารพันธุกรรม เพื่อนำมาเปรียบเทียบว่าเป็นของบุคคลใดได้

 

ดังนั้น รายงานผลการชันสูตรที่ได้ส่งให้พนักงานสอบสวน เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2560 ถือเป็นรายงานฉบับสมบูรณ์แล้ว โดยทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จะให้คณะกรรมการการแพทย์ของสถาบันฯ แจ้งผลการตรวจ DNA ดังกล่าวให้กับญาติน้องเมยรับทราบ พร้อมทั้งแจ้งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครนายก เพื่อพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

 

The post ผลตรวจ DNA ‘น้องเมย’ ออกแล้ว รามาฯ พบไม่สามารถพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคลได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/ramathibodi-hospital-cadet-organs-cant-find-identity/feed/ 0
นิติเวชยังไม่เผยผลชันสูตร ‘น้องเมย’ เหตุอวัยวะเสื่อมสลายจากการดองฟอร์มาลิน ขอเวลาทำงานอย่างรอบคอบ https://thestandard.co/cifs-on-process-phakhapong-identify/ https://thestandard.co/cifs-on-process-phakhapong-identify/#respond Thu, 30 Nov 2017 06:25:43 +0000 https://thestandard.co/?p=51833

  นายสมณ์ พรหมรส ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ […]

The post นิติเวชยังไม่เผยผลชันสูตร ‘น้องเมย’ เหตุอวัยวะเสื่อมสลายจากการดองฟอร์มาลิน ขอเวลาทำงานอย่างรอบคอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

นายสมณ์ พรหมรส ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ แจ้งความคืบหน้าผลการชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตของนายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา

 

โดยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้รับอวัยวะซึ่งดองอยู่ในน้ำยาดองศพ หรือฟอร์มาลิน เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยได้ทำการตรวจลักษณะทางกายวิภาคภายนอกและตัดชิ้นเนื้อขนาดเล็กประมาณนิ้วหัวแม่มือจากอวัยวะต่างๆ จัดทำเป็นสไลด์แก้ว

 

สำหรับการตรวจทางจุลพยาธิวิทยา หรือการตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อหาพญาธิสภาพ ต้องกระทำอย่างละเอียดตามมาตรฐานวิชาชีพ

 

สำหรับชิ้นเนื้อจากอวัยวะภายในนั้นจำเป็นต้องตรวจยืนยันว่าเป็นอวัยวะของน้องเมยจริงหรือไม่ โดยได้ส่งไปที่ห้องปฏิบัติการพิสูจน์ของกองสารพันธุกรรม ขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากสารพันธุกรรมซึ่งผ่านการดองน้ำยาฟอร์มาลินมีการเสื่อมสลายมาก การตรวจวิเคราะห์รูปแบบสารพันธุกรรมจึงทำได้ยาก จำเป็นต้องใช้น้ำยาสกัดสารพันธุกรรมแบบพิเศษ Formalin-fixed Paraffin-embedded (FFPE) และต้องดำเนินการวิเคราะห์อย่างรอบคอบ

 

สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ขอยืนยันว่าจะดำเนินการตรวจชันสูตรศพน้องเมยด้วยความโปร่งใส ได้มาตรฐาน และเป็นธรรม และขอเวลาให้คณะกรรมการแพทย์ฯ ได้ทำงานอย่างเต็มที่ โดยจะรายงานผลการชันสูตรศพให้แก่พนักงานสอบสวนและญาติของผู้เสียชีวิตตามขั้นตอนต่อไป

 

 

The post นิติเวชยังไม่เผยผลชันสูตร ‘น้องเมย’ เหตุอวัยวะเสื่อมสลายจากการดองฟอร์มาลิน ขอเวลาทำงานอย่างรอบคอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/cifs-on-process-phakhapong-identify/feed/ 0
นิติเวชรับอวัยวะภายใน ‘น้องเมย’ พรุ่งนี้ ทราบผล 30 พ.ย. แจงยังไม่มีมาตรฐาน เก็บอวัยวะไว้ต้องบอกญาติหรือไม่ https://thestandard.co/cifs-show-military-academy-cadet-internal-organs-result/ https://thestandard.co/cifs-show-military-academy-cadet-internal-organs-result/#respond Wed, 22 Nov 2017 07:53:58 +0000 https://thestandard.co/?p=49199

     สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธร […]

The post นิติเวชรับอวัยวะภายใน ‘น้องเมย’ พรุ่งนี้ ทราบผล 30 พ.ย. แจงยังไม่มีมาตรฐาน เก็บอวัยวะไว้ต้องบอกญาติหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

     สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม นำโดยนายสมณ์ พรหมรส ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมด้วยนายแพทย์ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และแพทหญิงปานใจ โวหารดี ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนางานนิติวิทยาศาสตร์ ชี้แจงกรณีการผ่าชันสูตรพลิกศพนายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา

     นายสมณ์กล่าวว่า ทางสถาบันรับหนังสือจากทางพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม เพื่อขอให้ชันสูตรศพของน้องเมยซ้ำเป็นครั้งที่ 2 หลังมีการผ่าชันสูตรครั้งแรกที่ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า เนื่องจากญาติยังติดใจสงสัยถึงสาเหตุการเสียชีวิต จึงร้องขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินการชันสูตรซ้ำ

     ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตั้งคณะกรรมการซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 3 คน โดยเริ่มผ่าชันสูตรศพเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน แต่ไม่พบชิ้นส่วนสำคัญคือสมอง หัวใจ และกระเพาะอาหาร จึงแจ้งประสานไปยังโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าผ่านพนักงานสอบสวน เพื่อขอให้ส่งอวัยวะสำคัญดังกล่าวมาให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจพิสูจน์

     ประเด็นคาใจคือทำไมแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าหรือพนักงานสอบสวนจึงไม่แจ้งต่อสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ว่าได้เก็บอวัยวะสำคัญภายใน

     นายแพทย์ไตรยฤทธิ์ชี้แจงว่า พนักงานสอบสวนเป็นคนกลางในการส่งศพมาผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งทางพนักกงานสอบสวนก็คงไม่ทราบว่าศพมีอวัยวะภายในไม่ครบ ขณะที่ผู้ผ่าพิสูจน์ทีมแรกมีความตั้งใจดีที่จะเก็บอวัยวะสำคัญเอาไว้เพื่อตรวจอย่างละเอียด และไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะมีการขอชันสูตรซ้ำ ยืนยันว่าสิ่งที่ทีมแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าทำเป็นวิธีการที่ถูกต้อง เนื่องจากมีการเก็บอวัยวะไว้อย่างดี ซึ่งอวัยวะภายในของน้องเมยทั้งหัวใจ สมอง และกระเพาะอาหาร จะถูกส่งมาถึงที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ในวันพรุ่งนี้ (23 พ.ย.) จากนั้นจะใช้เวลา 7 วันในการตรวจชันสูตร คาดว่าจะทราบสาเหตุการเสียชีวิตได้ในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้

     ขณะที่แพทย์หญิงปานใจ โวหารดี ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนางานนิติวิทยาศาสตร์กล่าวว่า การชันสูตรพลิกศพในกรณีการตายแบบผิดธรรมชาติจะยึดคำตอบหรือการหาสาเหตุการเสียชีวิตเป็นประโยชน์สูงสุด ดังนั้นการผ่าชันสูตร กฎหมายระบุให้สามารถผ่าชันสูตรศพได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งญาติก่อน ส่วนเมื่อผ่าชันสูตรเสร็จแล้ว ในขั้นตอนการส่งศพคืนจำเป็นจะต้องแจ้งให้ญาติทราบหรือไม่ว่ามีการเก็บอวัยวะภายในไว้

     เนื่องจากว่ายังไม่มีมาตรฐานหรือแนวทางที่ชัดเจนในประเทศไทยว่าจะต้องแจ้งญาติ ในครั้งต่อไปจะต้องพิจารณาเรื่องการสื่อสารระหว่างแพทย์และญาติมากขึ้น ญาติมีสิทธิ์ที่จะสอบถามแพทย์ว่าได้มีการเก็บอวัยวะไว้ ในทางปฏิบัติที่ผ่านมาก็มีแนวทางที่ทำทั้งสองแบบ คือมีทั้งที่แพทย์เก็บไว้แล้วอาจจะแจ้งว่าตรวจเสร็จแล้ว ให้ญาติมารับไปทำพิธีเอง หรือแบบที่ญาติมอบให้แพทย์ทำพิธีในภายหลังเลย ยืนยันว่าการเก็บอวัยวะไว้ตรวจสอบเป็นแนวทางที่กระทำได้เพื่อให้ได้คำตอบทางคดี

     ส่วนกรณีที่แพทย์ออกสาเหตุการตายในใบมรณบัตรว่าหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันนั้น แพทย์หญิงปานใจชี้แจงว่า สำหรับหนังสือรับรองการตาย ตามกฎหมายต้องแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง สิ่งที่แพทย์ทำคือต้องรีบผ่าหาสาเหตุการตายเบื้องต้น คือผ่าเจออะไรต้องรีบบอกเลย ส่วนหลังการชันสูตรครบถ้วนแล้วแพทย์สามารถให้ความเห็นเพิ่มได้ ถึงแม้จะขัดกับความเห็นครั้งแรกก็ไม่เป็นไร เพราะถือว่าเป็นการตรวจเพิ่มเติม

 

 

The post นิติเวชรับอวัยวะภายใน ‘น้องเมย’ พรุ่งนี้ ทราบผล 30 พ.ย. แจงยังไม่มีมาตรฐาน เก็บอวัยวะไว้ต้องบอกญาติหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/cifs-show-military-academy-cadet-internal-organs-result/feed/ 0