สถานีโทรทัศน์ – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 21 Feb 2024 00:21:26 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 ก้าวไกลกังวลสถานะ ททบ.5 ขาดทุนต่อเนื่อง 6 ปี หวั่นเป็นภาระรัฐในอนาคต https://thestandard.co/mfp-worrying-about-the-status-of-tv-channel-5/ Wed, 21 Feb 2024 00:21:05 +0000 https://thestandard.co/?p=902374

วานนี้ (20 กุมภาพันธ์) พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพ […]

The post ก้าวไกลกังวลสถานะ ททบ.5 ขาดทุนต่อเนื่อง 6 ปี หวั่นเป็นภาระรัฐในอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (20 กุมภาพันธ์) พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการถ่ายโอนธุรกิจต่างๆ ของกองทัพไปอยู่ในความดูแลของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความเห็นแก่ผู้สื่อข่าวหลังจากการประชุมครั้งที่ 4 แล้วเสร็จ โดยพิจารณ์กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งแรกที่มีการพิจารณาธุรกิจที่ใช้ประโยชน์จากคลื่นโทรทัศน์วิทยุ ได้มีการเชิญสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสมาคมภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม 

 

พิจารณ์กล่าวว่า ธุรกิจในส่วนของวิทยุยังไม่ได้มีการพูดคุย แต่การประชุมนัดนี้ เริ่มพูดคุยในส่วนของโทรทัศน์ก่อนเป็นอันดับแรก หลังการพูดคุย ตนยังคงมีข้อสงสัยว่า ททบ.5 มีสถานะทางกฎหมายเป็นอะไรกันแน่ โดยเข้าใจว่าไม่ได้มีสถานะเป็นนิติบุคคล แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่ส่วนราชการ ทางด้านผู้ชี้แจงกล่าวว่า มีลักษณะเป็นหน่วยงานรัฐ โดยอ้างคำวินิจฉัยของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทำให้ตนสรุปได้ว่า ที่ผ่านมาสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 หรือ ททบ.5 ไม่ได้มีกฎหมายรองรับสถานะของตนเอง

 

พิจารณ์กล่าวต่อว่า หาก ททบ.5 เป็นหน่วยงานของรัฐภายใต้กองทัพบก ก็มีสิ่งที่สถานีต้องปรับปรุงให้เป็นไปตามกฎหมาย เช่น การใช้พื้นที่ราชพัสดุย่านสนามเป้า 11 ไร่ ต้องทำสัญญาเช่ากับกรมธนารักษ์ ไม่สามารถอ้างว่าใช้ในราชการได้ เพราะ ททบ.5 ไม่ได้เป็นส่วนราชการ กล่าวคือต้องมีการทำสัญญากับกรมธนารักษ์เพื่อขอใช้พื้นที่ และหากเป็นหน่วยงานของรัฐที่อยู่ภายใต้กองทัพบก หมายความว่า รายได้ ทรัพย์สิน หนี้สิน ของสถานี ต้องถูกผนวกเข้ากับงบการเงินของกองทัพบกด้วย ซึ่งขณะนี้ยังไม่ปรากฏสิ่งเหล่านี้ และที่สร้างความสับสนจนถึงปัจจุบันคือ ผู้แทนจาก สตง. ที่ร่วมประชุมในวันนี้กล่าวว่า ไม่ได้มีการตรวจสอบบัญชีงบการเงินของสถานีมาก่อน จะเริ่มตรวจสอบอย่างจริงจังในรอบบัญชีของปี 2566 แม้ทางผู้ชี้แจงฝั่ง ททบ.5 จะกล่าวว่า เคยมีการตรวจสอบแล้ว 1 ครั้งในปี 2542

 

นอกจาก ททบ.5 ก็ยังมีหน่วยงานที่ทาง กมธ. ได้เชิญมาเข้าประชุม ได้แก่ สตง. กสทช. และสมาคมภาคเอกชนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับทีวีดิจิทัล หลังจากสอบถามสถานการณ์การทำธุรกิจวิทยุโทรทัศน์ในปัจจุบัน ทำให้ทราบว่าธุรกิจทีวีดิจิทัลมีการแข่งขันสูงและเป็นช่วงขาลง สืบเนื่องจาก Technology Disruption และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งแม้แต่มืออาชีพยังยอมรับว่าการทำธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้ค่อนข้างยาก 

 

ขณะเดียวกันในปี 2560 ททบ.5 มีกำไร 180 ล้านบาท แต่ระหว่างปี 2561-2566 มีการรายงานว่าขาดทุน แต่ไม่ได้รายงานว่าขาดทุนเท่าไร ตนจึงกังวล แม้ว่า ททบ.5 จะดำเนินธุรกิจเป็นทีวีสาธารณะเพื่อความมั่นคง แต่ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้ แม้ ททบ.5 มีสถานะทางการเงินอยู่ในระดับดูแลตัวเองได้ เพราะไม่เคยของบประมาณแผ่นดินมาก่อน แต่หากไม่นำมืออาชีพมาบริหารและปรับปรุงโครงสร้างภายในให้กลับมามีกำไรในอนาคต ก็อาจจะส่งผลให้เป็นภาระงบประมาณต่อรัฐบาลในอนาคตได้ 

 

พิจารณ์ได้ตั้งข้อสังเกตว่า หาก ททบ.5 มีความจำเป็นที่จะต้องมีสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อสื่อสารด้านความมั่นคง ก็อาจพิจารณาแบ่งผังเวลาที่เป็นในเชิงธุรกิจ โอนออกมาให้มีการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ เพื่อสร้างรายได้ให้กับสถานี และกันผังเวลาสำหรับออกอากาศส่วนของความมั่นคง และจัดสรรงบประมาณเพื่อส่วนดังกล่าว ขณะที่ส่วนที่เหลือให้เอกชนมาบริหาร เพื่อให้ธุรกิจสามารถทำกำไรและไม่ให้เกิดภาระกับงบประมาณแผ่นดินในอนาคต

 

พิจารณ์ทิ้งท้ายว่า จากการประชุมวันนี้ก็ยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากยังไม่เห็นงบการเงินของสถานี ตนจึงรอตรวจสอบเพื่อจะได้เห็นปัญหา หนี้สิน ลูกหนี้ และรายละเอียดอื่นๆ ต่อไป

The post ก้าวไกลกังวลสถานะ ททบ.5 ขาดทุนต่อเนื่อง 6 ปี หวั่นเป็นภาระรัฐในอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>
คอนเฟิร์ม! ไทยซื้อลิขสิทธิ์เอเชียนคัพ 2023 https://thestandard.co/thai-bought-afc-asian-cup-2023-license/ Fri, 12 Jan 2024 11:46:18 +0000 https://thestandard.co/?p=887127 เอเชียนคัพ 2023

หลังจากที่ปล่อยให้แฟนบอลลุ้นกันมานาน ล่าสุดเว็บไซต์อย่า […]

The post คอนเฟิร์ม! ไทยซื้อลิขสิทธิ์เอเชียนคัพ 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอเชียนคัพ 2023

หลังจากที่ปล่อยให้แฟนบอลลุ้นกันมานาน ล่าสุดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (AFC) อัปเดตความคืบหน้าเกี่ยวกับลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลเอเชียนคัพ 2023 ในประเทศไทย

 

โดยมีการเปิดเผยว่า สถานีโทรทัศน์ที่คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซีเอเชียนคัพ 2023 คือ ช่อง PPTV (ช่องหมายเลข 36) และช่อง T Sports 7 (ช่องหมายเลข 7) เบื้องต้นหากอ้างอิงตามรายงานจากกระแสข่าวก่อนหน้านี้ จะเป็นการยิงสดทั้ง 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม (กลุ่ม F) ที่ทีมชาติไทยลงแข่งขัน รวมถึงรอบชิงชนะเลิศที่มีกำหนดฟาดแข้งวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2024 

 

และจะประเดิมถ่ายทอดสดนัดแรกในเกมที่ทีมชาติไทยพบกับคีร์กีซสถาน คืนวันอังคารที่ 16 มกราคม เวลา 21.30 น.

 

ส่วนโปรแกรมในรอบแบ่งกลุ่ม (กลุ่ม F) ของทีมชาติไทยทั้งหมด มีดังนี้

 

🇹🇭 🆚 🇰🇬 วันที่ 16 มกราคม 2567 ทีมชาติไทย พบ คีร์กีซสถาน เวลา 21.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ณ อับดุลลาห์ บิน คอลิฟา สเตเดียม 

 

🇹🇭 🆚 🇴🇲 วันที่ 21 มกราคม 2567 โอมาน พบ ทีมชาติไทย เวลา 21.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ณ อับดุลลาห์ บิน คอลิฟา สเตเดียม

 

🇹🇭 🆚 🇸🇦 วันที่ 25 มกราคม 2567 ซาอุดีอาระเบีย พบ ทีมชาติไทย เวลา 22.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ณ เอดูเคชัน ซิตี้ สเตเดียม

 

อ้างอิง:

The post คอนเฟิร์ม! ไทยซื้อลิขสิทธิ์เอเชียนคัพ 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกิดอะไรขึ้นที่เอกวาดอร์ หลังกลุ่มติดอาวุธบุกยึดสถานีโทรทัศน์-เจ้าหน้าที่เรือนจำถูกจับเป็นตัวประกัน https://thestandard.co/ecuador-seize-television-station/ Thu, 11 Jan 2024 05:20:01 +0000 https://thestandard.co/?p=886405 เอกวาดอร์

สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเอกวาดอร์ขณะนี้สร้างควา […]

The post เกิดอะไรขึ้นที่เอกวาดอร์ หลังกลุ่มติดอาวุธบุกยึดสถานีโทรทัศน์-เจ้าหน้าที่เรือนจำถูกจับเป็นตัวประกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอกวาดอร์

สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเอกวาดอร์ขณะนี้สร้างความตกตะลึงและสั่นคลอนความมั่นคงของลาตินอเมริกาไม่น้อย หลังจากที่เมื่อวานนี้ (10 มกราคม) เกิดเหตุกลุ่มติดอาวุธบุกยึดสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งขณะกำลังถ่ายทอดสด รวมถึงมีเจ้าหน้าที่เรือนจำถูกกลุ่มอาชญากรจับเป็นตัวประกันมากกว่า 100 คน ทำให้รัฐบาลเอกวาดอร์ภายใต้การนำของ ดานิเอล โนโบอา ประธานาธิบดีคนใหม่ของเอกวาดอร์ ประกาศเปิดฉากทำสงครามปราบปรามอาชญากรภายในประเทศอย่างจริงจัง

 

วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายและภาระงานอันหนักอึ้งของโนโบอา ซึ่งเคยให้คำมั่นสัญญาในช่วงหาเสียงเลือกตั้งว่า เขาจะควบคุมปัญหาอาชญากรรมภายในประเทศ โดยเฉพาะแก๊งค้ายาเสพติดที่กำลังขยายตัวอย่างมากในเอกวาดอร์

 

ทำไมระบบความมั่นคงของเอกวาดอร์จึงอ่อนแอลง

 

หลายฝ่ายมองว่า ระบบรักษาความปลอดภัยของเอกวาดอร์อ่อนแอลงตั้งแต่ช่วงที่เผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด ปัจจัยดังกล่าวนี้ได้สร้างช่องโหว่ให้กับระบบความมั่นคงของประเทศ และเปิดโอกาสให้แก๊งค้ายาเสพติดทั้งหลายขยายอิทธิพลได้มากยิ่งขึ้น 

 

กลุ่มอาชญากรใช้ประโยชน์จากมาตรการควบคุมของรัฐที่อ่อนแอลงขยายอำนาจภายในเรือนจำ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในเรือนจำกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้นในสังคมเอกวาดอร์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตภายในเรือนจำเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ทางการเอกวาดอร์ระบุว่า เหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นมักเป็นการต่อสู้กันเพื่อควบคุมเรือนจำและเมืองกวายากิล ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอกวาดอร์ และถือเป็นเมืองที่อันตรายที่สุดของประเทศนี้เช่นกัน เนื่องจากเป็นสถานที่ตั้งของเรือนจำที่ใหญ่ที่สุดของเอกวาดอร์ และมีท่าเรือที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการลักลอบค้ายาเสพติดของภูมิภาคนี้

 

ทางการเอกวาดอร์ระบุว่า จำนวนยอดผู้เสียชีวิตจากความรุนแรงในเอกวาดอร์เพิ่มขึ้นเป็น 8,008 คนในปี 2023 ซึ่งคิดเป็นเกือบ 2 เท่าของจำนวนตัวเลขในปี 2022 โดยวิกฤตความรุนแรงได้ลุกลามเข้าสู่พื้นที่ทางการเมือง หลังจาก เฟร์นันโด บิญาบิเซนซิโอ แคนดิเดตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเอกวาดอร์จากพรรค Movimiento Construye ถูกมือปืนลอบสังหารขณะที่เขาเพิ่งเสร็จสิ้นกิจกรรมหาเสียงในกรุงกีโต เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา

 

เกิดอะไรขึ้นอีกบ้างในช่วงสัปดาห์นี้

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่า อดอฟโฟ มาเซียส หัวหน้าแก๊งอาชญากร Los Choneros หายตัวไปจากเรือนจำที่เขาต้องโทษจำคุกนาน 34 ปี เบื้องต้นทางการเอกวาดอร์กำลังพยายามติดตามและจับกุมตัวเขากลับมา 

 

ขณะที่มีรายงานว่า เกิดเหตุความรุนแรงขึ้นภายในเรือนจำอีก 6 แห่งในเอกวาดอร์ บางแห่งจับเจ้าหน้าที่เรือนจำเป็นตัวประกัน บางแห่งมีนักโทษจำนวนไม่น้อยหลบหนีออกจากเรือนจำ รวมถึงมีการรับแจ้งว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นในหลายจุดของเอกวาดอร์ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจบางนายถูกลักพาตัว 

 

รัฐบาลเอกวาดอร์แก้ปัญหานี้อย่างไร

 

ประธานาธิบดีโนโบอาประกาศแผนงานด้านความมั่นคงอย่าง ‘แผนฟีนิกซ์’ (Phoenix Plan) ซึ่งจะมีการจัดตั้งหน่วยข่าวกรองชุดใหม่ เสริมความแข็งแกร่งทางด้านอาวุธให้กับกองกำลังรักษาความสงบของทางการเอกวาดอร์ พร้อมทั้งผลักดันการสร้างเรือนจำที่มีระบบความปลอดภัยสูงแห่งใหม่ และเสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณท่าเรือและสนามบินให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น ซึ่งคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ราว 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.8 หมื่นล้านบาท)

 

โนโบอายังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นระยะเวลา 60 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้กองทัพสามารถลาดตระเวนในพื้นที่สาธารณะรวมทั้งภายในเรือนจำได้ และกำหนดช่วงเวลาเคอร์ฟิวทั่วประเทศในช่วงเวลากลางคืน 

 

ผู้นำเอกวาดอร์ยอมรับว่า ขณะนี้เกิดความขัดแย้งภายในเอกวาดอร์เป็นอย่างมาก ทั้งในแง่ที่กลุ่มอาชญากรต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มอาชญากรขัดแย้งกันเอง แต่อย่างไรก็ตาม โนโบอาประกาศย้ำชัดว่า รัฐบาลเอกวาดอร์ภายใต้การนำของเขาจะไม่เจรจากับผู้ก่อการร้ายแต่อย่างใด พร้อมทั้งประกาศให้แก๊งอาชญากรจำนวนไม่น้อยในเอกวาดอร์ รวมถึงแก๊ง Los Choneros เป็นกลุ่มก่อการร้าย 

 

โดยโนโบอาระบุว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้ส่วนหนึ่งเป็นแรงกระเพื่อมต่อแผนการของรัฐบาล ที่ผลักดันการสร้างเรือนจำแห่งใหม่ที่มีระบบความปลอดภัยสูงขึ้นสำหรับบรรดาหัวหน้าแก๊งหรือกลุ่มอาชญากรที่ถูกสั่งจำคุกในประเทศแห่งนี้

 

ภาพ: Courtesy TC / Handout via Reuters

อ้างอิง:

The post เกิดอะไรขึ้นที่เอกวาดอร์ หลังกลุ่มติดอาวุธบุกยึดสถานีโทรทัศน์-เจ้าหน้าที่เรือนจำถูกจับเป็นตัวประกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
2 พฤศจิกายน 1936 – วันเปิดทำการสถานีโทรทัศน์ BBC https://thestandard.co/onthisday02111936/ Thu, 02 Nov 2023 00:41:23 +0000 https://thestandard.co/?p=860687 BBC One ครั้งแรก

สถานีโทรทัศน์ BBC One เป็นช่องโทรทัศน์สำคัญของบรรษัทแพร […]

The post 2 พฤศจิกายน 1936 – วันเปิดทำการสถานีโทรทัศน์ BBC appeared first on THE STANDARD.

]]>
BBC One ครั้งแรก

สถานีโทรทัศน์ BBC One เป็นช่องโทรทัศน์สำคัญของบรรษัทแพร่ภาพกระจายเสียงอังกฤษ (British Broadcasting Corporation: BBC) เริ่มการแพร่ภาพครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ปี 1936 ในชื่อ BBC Television Service และเป็นบริการโทรทัศน์ทั่วไปแห่งแรกของโลกที่มีความละเอียดของภาพระดับสูง ภายหลังถูกเปลี่ยนชื่อเป็น BBC TV กระทั่งช่อง BBC 2 เริ่มแพร่ภาพในปี 1964 จึงได้เป็นที่รู้จักในชื่อ BBC 1 และต่อมาในปี 1997 จึงเปลี่ยนการสะกดเป็น BBC One จนถึงปัจจุบัน

 

BBC One ได้รับทุนสนับสนุนส่วนใหญ่จากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตโทรทัศน์ร่วมกับสถานีโทรทัศน์ในประเทศอื่นๆ ของ BBC ทำให้รายการต่างๆ ของทางสถานีไม่ถูกขัดด้วยโฆษณาเชิงพาณิชย์ โดยงบประมาณประจำปีของช่องระหว่างปี 2012-2013 อยู่ที่ 1.14 พันล้านปอนด์ 

 

ปัจจุบัน BBC One เป็นช่องโทรทัศน์ที่มีเรตติ้งรับชมมากที่สุดในสหราชอาณาจักร นำหน้าคู่แข่งที่เคยเป็นผู้นำเรตติ้งอย่างสถานีโทรทัศน์ ITV

 

ภาพ: Keystone-France / Gamma-Keystone via Getty Images

The post 2 พฤศจิกายน 1936 – วันเปิดทำการสถานีโทรทัศน์ BBC appeared first on THE STANDARD.

]]>
ช่องบูมเมอแรง (Boomerang) ประกาศยุติออกอากาศตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2566 หลังมอบความสนุกมายาวนานร่วม 10 ปี https://thestandard.co/boomerang-ends-broadcast-after-10-years/ Wed, 02 Aug 2023 05:12:50 +0000 https://thestandard.co/?p=824498

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งช่องการ์ตูนที่ใครหลายคนเติบโตมาพร้อ […]

The post ช่องบูมเมอแรง (Boomerang) ประกาศยุติออกอากาศตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2566 หลังมอบความสนุกมายาวนานร่วม 10 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งช่องการ์ตูนที่ใครหลายคนเติบโตมาพร้อมกัน สำหรับบูมเมอแรง (Boomerang) โดยล่าสุดเพจทางการของบูมเมอแรงได้ประกาศให้ผู้ชมทุกคนทราบว่า ช่องบูมเมอแรงจะยุติการออกอากาศตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2566 หลังมอบความสนุกสนานให้แก่ผู้ชมมายาวนานร่วม 10 ปี 

 

“เรียนผู้ชมทุกท่าน ช่องบูมเมอแรง (Boomerang) จะยุติการออกอากาศตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2566 ทางสถานีขอขอบคุณผู้ชมทุกท่านที่ติดตามชมรายการต่างๆ ของสถานีด้วยดีเสมอมา

 

“และทุกท่านสามารถรับชมออนไลน์ต่อได้ที่ Facebook: Boomerang Thailand และ YouTube: Boomerang Thailand”

 

“ขอขอบพระคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้”

 

 

สำหรับบูมเมอแรงนับว่าเป็นอีกหนึ่งช่องโทรทัศน์ที่นำการ์ตูนชื่อดังจาก Cartoon Network รวมถึงการ์ตูนชื่อดังจากทั่วโลกมาออกอากาศในรูปแบบพากย์ภาษาไทยให้คอการ์ตูนชาวไทยได้ชม โดยเริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2556 ซึ่งคับคั่งด้วยการ์ตูนชื่อดังมากมายที่ใครหลายคนต่างเติบโตมาด้วยกัน เช่น Tom & Jerry, Ben 10, The Powerpuff Girls, Scooby-Doo! ฯลฯ รวมถึงผลิตรายการส่งเสริมทักษะความรู้และกิจกรรมให้ผู้ชมได้ร่วมสนุกอีกมากมาย 

 

อ้างอิง:

The post ช่องบูมเมอแรง (Boomerang) ประกาศยุติออกอากาศตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2566 หลังมอบความสนุกมายาวนานร่วม 10 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
โจทย์ใหญ่ของพิธีกรข่าวคนดัง ‘พุทธ อภิวรรณ’ จะเรียกเรตติ้งให้กับช่อง 8 ได้มากน้อยแค่ไหน? หลังนั่งแท่นเป็นผู้อำนวยการฝ่ายข่าวคนใหม่ https://thestandard.co/phuttha-apiwan-new-challenges-channel-8/ Thu, 16 Mar 2023 11:47:03 +0000 https://thestandard.co/?p=764135 พุทธอภิวรรณ องค์พระบารมี

ช่อง 8 แต่งตั้ง พุทธ อภิวรรณ หรือ พุทธอภิวรรณ องค์พระบา […]

The post โจทย์ใหญ่ของพิธีกรข่าวคนดัง ‘พุทธ อภิวรรณ’ จะเรียกเรตติ้งให้กับช่อง 8 ได้มากน้อยแค่ไหน? หลังนั่งแท่นเป็นผู้อำนวยการฝ่ายข่าวคนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พุทธอภิวรรณ องค์พระบารมี

ช่อง 8 แต่งตั้ง พุทธ อภิวรรณ หรือ พุทธอภิวรรณ องค์พระบารมี ขึ้นแท่นเป็นผู้อำนวยการฝ่ายข่าวคนใหม่ หวังดันเรตติ้งช่องให้โตกระฉูด กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของพิธีกรข่าวคนดัง ว่าจะสามารถเรียกเรตติ้งให้กับช่อง 8 ได้มากน้อยแค่ไหน และจะผลักดันให้ช่องติดท็อปรายการข่าวที่มีเรตติ้งสูงสุด 12 อันดับได้หรือไม่

 

ก่อนหน้านี้หลายคนต่างจับตาว่าพิธีกรข่าวคนดังอย่าง ‘พุทธอภิวรรณ’ ที่ลาออกจากช่องอมรินทร์ทีวีแล้ว จะไปร่วมงานกับค่ายไหน กระทั่งล่าสุด เฮียฮ้อ-สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาร์เอส กรุ๊ป ได้ประกาศผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวต้อนรับ พุทธอภิวรรณ องค์พระบารมี เข้ามาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายข่าวและควบตำแหน่งผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ด้วย ซึ่งจะเริ่มปฏิบัติงานและดำเนินรายการข่าวในช่วงไพรม์ไทม์หลังสงกรานต์เป็นต้นไป แต่ยังไม่มีชื่อรายการข่าวอย่างเป็นทางการ

 

นงลักษณ์ งามโรจน์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 กล่าวว่า ประสบการณ์ของ พุทธ อภิวรรณ และแฟนคลับที่ติดตามจำนวนมาก จะช่วยสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับข่าวช่อง 8 ทั้งหน้าจอโทรทัศน์และช่องทางออนไลน์

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ทั้งนี้ ถือว่าสอดรับกับกลยุทธ์ของช่อง 8 ที่มุ่งเน้นขยายฐานคนดูเพิ่มขึ้นทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เชื่อว่ารูปแบบการนำเสนอข่าวของ พุทธ อภิวรรณ จะช่วยดันเรตติ้งของช่อง 8 ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

 

จากข้อมูลของ MI GROUP ระบุว่า รายการข่าวช่วง 18.00-22.00 น. ที่ได้เรตติ้งสูงสุด 12 อันดับ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 14 มีนาคม 2566 โดยแบ่งเป็นกลุ่มอายุ 25 ปีขึ้นไป ทั่วประเทศ ได้แก่

 

  1. ข่าวภาคค่ำ ช่อง 7
  2. ข่าวนอกลู่ ช่อง 3
  3. ข่าวในพระราชสำนัก ช่อง 7
  4. ข่าววันศุกร์ ช่อง one31
  5. ข่าวค่ำ ช่อง one31
  6. ข่าวในพระราชสำนัก ช่อง 3
  7. ข่าวในพระราชสำนัก ช่องไทยรัฐทีวี
  8. ไทยรัฐนิวส์โชว์ ช่องไทยรัฐทีวี
  9. ข่าวค่ำภาค 2 ช่อง one31
  10. ข่าวนอกลู่ เสาร์-อาทิตย์ ช่อง 3
  11. ไทยรัฐนิวส์โชว์ 1 ช่องไทยรัฐทีวี
  12. ทุบโต๊ะข่าว เสาร์-อาทิตย์ ช่องอัมรินทร์ทีวี

 

ภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ จํากัด หรือ MI GROUP กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า การที่ช่อง 8 ดึงตัว พุทธ อภิวรรณ เข้ามาร่วมงานได้ คาดว่าจะช่วยขยับเรตติ้งให้กับช่อง 8 ได้เพิ่มขึ้น

 

“เพราะถ้าเทียบกับช่วงที่คุณพุทธเป็นพิธีกรจัดรายการข่าวอยู่ช่องอัมรินทร์ทีวี ก็สามารถเรียกเรตติ้งให้กับรายการ ทุบโต๊ะข่าว ขยับขึ้นมาอยู่ใน 12 อันดับ”

 

ที่สำคัญอาจเป็นไปได้ว่าหลังจากนี้ฝั่งคนดูอาจย้ายจากช่องอัมรินทร์ทีวีเปลี่ยนมารับชมรายการข่าวผ่านช่อง 8 แทน ซึ่งหากเรตติ้งช่อง 8 ปรับตัวดีขึ้น ก็จะทำให้มีโฆษณาเข้ามาเพิ่มขึ้น

 

แต่กระนั้นก็ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน เพราะถ้าเทียบกับช่องอัมรินทร์ที่เป็น HD แต่ช่อง 8 ไม่ใช่ HD ยังถือว่าต่างกันอยู่ เพราะอาจมีกลุ่มคนดูที่ต้องการเสพคุณภาพของภาพและเสียงอยู่จำนวนมาก

 

เมื่อเจาะลึกถึงเรตติ้งเฉลี่ยรายเดือนของรายการ ทุบโต๊ะข่าว ก่อนและหลังการลาออกของ พุทธ อภิวรรณ ขณะนี้ยังไม่ได้ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ถ้าหลังจากนี้มีทีมงานสายข่าวย้ายตามมาด้วย อาจส่งกระทบกับรายการ ทุบโต๊ะข่าว

 

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามว่าสมรภูมิรายการข่าวทีวีดิจิทัลจะกลับมาคึกคักขึ้นอีกครั้งหรือไม่ ถ้าเทียบกับกรณีของ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ที่กลับมาคืนจอในรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ และ เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ ทางช่อง 3 เมื่อปี 2564 ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ชมจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่จะเป็นคนกรุงเทพฯ และหัวเมืองหลัก โดยสามารถเรียกเรตติ้งให้กับรายการได้สูงถึง 2.378 ซึ่งจากเดิมแล้วรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ได้รับความนิยมน้อยกว่ารายการ เช้านี้ที่หมอชิต

 

“ต้องคอยติดตามดูว่าพิธีกรรายการข่าวคนดังอย่าง พุทธ อภิวรรณ จะสามารถเรียกเรตติ้งให้กับช่อง 8 ได้มากน้อยแค่ไหน เพราะหากสังเกตจะเห็นว่าช่อง 8 ไม่เคยขึ้นติดท็อปรายการข่าวที่มีเรตติ้งสูงสุดใน 12 อันดับต้นๆ เลยสักครั้ง” ภวัตกล่าว

 

ด้านข้อมูลการวัดเรตติ้งทีวีดิจิทัลข้ามแพลตฟอร์มประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ซึ่งสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) ร่วมมือกับ นีลเส็น ประเทศไทย จัดทำขึ้นมา พบว่าเรตติ้งรวมทั้งหมดของผู้ชมจากช่องสถานี ทั้งจากผู้ชมที่รับชมผ่านเครื่องเล่นทีวีและผู้ให้บริการสตรีมมิง วัดจากผู้ชมคนไทยทั้งประเทศที่มีอายุมากกว่า 4 ปีขึ้นไป พบว่า 3 อันดับแรกที่ได้รับเรตติ้งสูงสุดยังเหมือนกับเดือนมกราคม

 

โดยสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 HD ยังเป็นสถานีโทรทัศน์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้รับเรตติ้งรวมทั้งหมดอยู่ที่ 1.309% ในขณะที่อันดับที่ 2 คือ ช่อง 3 HD ได้รับเรตติ้ง 0.985% และอันดับที่ 3 คือ ช่อง one31 เรตติ้ง 0.708% ขณะที่ช่อง 8 อยู่ในอันดับที่ 8 ด้วยเรตติ้ง 0.297%

 

ขณะที่เรตติ้งรวมทั้งหมดของพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบว่าสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 HD เป็นสถานีโทรทัศน์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยเรตติ้งอยู่ที่ 2.063% ในขณะที่อันดับ 2 คือ ช่อง 7 HD ได้รับเรตติ้ง 1.245% และอันดับที่ 3 ในเดือนนี้มีการเปลี่ยนแปลง โดยช่อง Workpoint TV เลื่อนขึ้นมาเป็นอันดับที่ 3 ด้วยเรตติ้ง 0.947% ส่วนช่อง 8 อยู่ในอันดับที่ 8 ด้วยเรตติ้ง 0.313%

 

ด้านเม็ดเงินโฆษณาของปีนี้ในช่วง 2 เดือนแรก พบมูลค่าเม็ดเงินลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว -10% โดยมูลค่าอยู่ที่ 15,763 ล้านบาท

 

เมื่อดูเม็ดเงินโฆษณาเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2566 มีมูลค่าอยู่ที่ 8,161 ล้านบาท ซึ่งสื่อทีวียังคงเป็นสื่อที่มีสัดส่วนของการใช้เม็ดเงินโฆษณาสูงสุดอยู่ที่ 51% ขณะที่ภาพรวมเม็ดเงินโฆษณาในเดือนกุมภาพันธ์ลดลง -8% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

 

ด้วยเม็ดเงินที่ลดลงจึงเป็นสิ่งที่ต้องลุ้นว่านอกจากเรตติ้งแล้ว ‘พุทธ อภิวรรณ’ จะสามารถดึงดูดเม็ดเงินโฆษณาให้กับช่อง 8 ได้มากน้อยแค่ไหน

The post โจทย์ใหญ่ของพิธีกรข่าวคนดัง ‘พุทธ อภิวรรณ’ จะเรียกเรตติ้งให้กับช่อง 8 ได้มากน้อยแค่ไหน? หลังนั่งแท่นเป็นผู้อำนวยการฝ่ายข่าวคนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เฮียฮ้อเปิดตัว ‘พุทธ อภิวรรณ’ นั่งผู้อำนวยการฝ่ายข่าวช่อง 8 หลังโบกมือลาอมรินทร์ทีวีช่วงปลายปีที่ผ่านมา https://thestandard.co/surachai-launches-buddha-8ch-news-director/ Wed, 15 Mar 2023 08:45:11 +0000 https://thestandard.co/?p=763327

หลังจากที่ช่วงปลายปี 2565 ที่ผ่านมา พุทธ อภิวรรณ หรือ พ […]

The post เฮียฮ้อเปิดตัว ‘พุทธ อภิวรรณ’ นั่งผู้อำนวยการฝ่ายข่าวช่อง 8 หลังโบกมือลาอมรินทร์ทีวีช่วงปลายปีที่ผ่านมา appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากที่ช่วงปลายปี 2565 ที่ผ่านมา พุทธ อภิวรรณ หรือ พุทธอภิวรรณ องค์พระบารมี อดีตผู้ดำเนินรายการ ทุบโต๊ะข่าว และผู้บริหารของสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ทีวี ได้ลาออกจากสถานีฯ และหายไปจากหน้าจอโทรทัศน์เป็นระยะเวลาเกือบ 3 เดือน ท่ามกลางกระแสข่าวการย้ายไปสถานีโทรทัศน์อื่นๆ

 

ล่าสุดวันนี้ (15 มีนาคม) สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ หรือ เฮียฮ้อ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) โพสต์ภาพผ่านทวิตเตอร์ ถ่ายรูปร่วมกับ พุทธ อภิวรรณ พร้อมทั้งระบุข้อความว่า “ยินดีต้อนรับ ผอ. ข่าวช่อง 8 คนใหม่ คุณพุทธอภิวรรณ จะมาสร้างปรากฏการณ์ข่าวช่อง 8 ทั้งหน้าจอและออนไลน์ พบกันเร็วๆ นี้ สนุกแน่นอน”

 

สำหรับ พุทธ อภิวรรณ กลายเป็นที่รู้จักจากการดำเนินรายการ ทุบโต๊ะข่าว ในรูปแบบการเล่าข่าวในช่วงเวลาที่ชนกับเวลาของละคร และสามารถเอาชนะเรตติ้งในช่วงเวลาดังกล่าวได้ อีกทั้งยังได้ดำเนินรายการสัมภาษณ์ในชื่อรายการ ต่างคนต่างคิด และยังเป็นผู้บริหารฝ่ายข่าวของสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวอีกด้วย ก่อนจะตัดสินใจลาออกเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา

The post เฮียฮ้อเปิดตัว ‘พุทธ อภิวรรณ’ นั่งผู้อำนวยการฝ่ายข่าวช่อง 8 หลังโบกมือลาอมรินทร์ทีวีช่วงปลายปีที่ผ่านมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘สรยุทธ’ คัมแบ็กได้ผล! BEC ไตรมาส 2/64 รายได้โต 27.1% ส่วนใหญ่มาจากการขายเวลาโฆษณา ‘ช่อง 33’ ด้านกำไรโตพุ่งกว่า 169.2% https://thestandard.co/sorayuth-suthassanachinda-comeback-has-bec-profit-grow/ Mon, 16 Aug 2021 05:27:13 +0000 https://thestandard.co/?p=525500 Sorayuth Suthassanachinda

ที่สุดแล้วการหวนคืนหน้าจอในรอบ 5 ปีของกรรมกรข่าวที่ชื่อ […]

The post ‘สรยุทธ’ คัมแบ็กได้ผล! BEC ไตรมาส 2/64 รายได้โต 27.1% ส่วนใหญ่มาจากการขายเวลาโฆษณา ‘ช่อง 33’ ด้านกำไรโตพุ่งกว่า 169.2% appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sorayuth Suthassanachinda

ที่สุดแล้วการหวนคืนหน้าจอในรอบ 5 ปีของกรรมกรข่าวที่ชื่อว่า ‘สรยุทธ สุทัศนะจินดา’ ก็ช่วยให้สถานการณ์ทางธุรกิจของช่อง 3 ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด สะท้อนจากรายได้และกำไรในช่วงไตรมาส 2/64 ที่เติบโต โดยเฉพาะกำไรที่โต ‘หลัก 100%’  

 

บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEC รายงานผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2/64 พบว่า มีรายได้ 1,504.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายเวลาโฆษณาของกลุ่ม BEC ยังคงเป็นรายได้หลักอยู่ที่ 81.2% ของรายได้รวม ซึ่งมาจากการขายเวลาโฆษณาของ ช่อง 33 เป็นหลัก

 

เจาะลงไปในรายได้จากการขายเวลาโฆษณาของกลุ่ม BEC ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 1,222.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการเพิ่มขึ้นมาจากการขายนาทีโฆษณาที่เพิ่มขึ้น และมีการเติบโตจากจำนวนลูกค้าที่มากขึ้น รวมถึงการปรับปรุงคอนเทนต์ ทั้งรายการข่าวและละคร ทำให้สามารถเพิ่มนาทีขายได้ดีขึ้น 

 

ไตรมาสนี้ BEC ได้มีการปรับปรุงผังรายการออกอากาศต่างๆ เช่น รายการข่าวใหม่ๆ ได้แก่ รายการ ขันข่าวเช้าตรู่ และรายการ ข่าวสามสี รวมถึงมีการเพิ่มเวลาออกอากาศรายการข่าว เรื่องเล่าเช้านี้ อีก 25 นาที และการกลับมาของกรรมกรข่าว ‘สรยุทธ สุทัศนะจินดา’ ในรายการ เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ และ เรื่องเล่าเช้านี้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 

 

นอกจากนี้ได้มีการย้ายเวลาออกอากาศรายการ เรื่องเด่นเย็นนี้ มาออกอากาศในช่วงก่อนเวลาก่อนละคร Pre-Prime Time รวมถึงมีการใช้คอนเทนต์ละครใหม่ช่วง Pre-Prime Time เพื่อสร้างรายได้เพิ่มตามการเติบโตของเม็ดเงินโฆษณาในช่วงเวลานั้น และละครใหม่ช่วง Pre-Prime Time ได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดและผู้ชมอย่างต่อเนื่อง 

 

ขณะเดียวกันกลุ่ม BEC ได้มีการออกอากาศคู่ขนาน (Simulcast) ละคร 3 เรื่องไปยังต่างประเทศ ได้แก่ อุบัติร้ายอุบัติรัก, พราวมุก และ สองเสน่หา ตลอดจนได้มีการประกาศการทำ Simulcast ละคร 6 เรื่องไปยังแพลตฟอร์ม Netflix ประกอบด้วย ให้รักพิพากษา, พิศวาสฆาตเกมส์, Help Me คุณผีช่วยด้วย, ดวงตาที่สาม, เกมล่าทรชน และ คุณหมีปาฏิหาริย์ โดยทั้ง 6 เรื่องจะทยอยออกอากาศและรับรู้รายได้ในช่วงตั้งแต่ไตรมาสที่ 3/64 ถึงไตรมาสที่ 1/65

 

โดยสรุปแล้ว BEC มีผลกำไรสุทธิ 184.7 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 169.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

The post ‘สรยุทธ’ คัมแบ็กได้ผล! BEC ไตรมาส 2/64 รายได้โต 27.1% ส่วนใหญ่มาจากการขายเวลาโฆษณา ‘ช่อง 33’ ด้านกำไรโตพุ่งกว่า 169.2% appeared first on THE STANDARD.

]]>
NBT ยืนยันถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร 2020 เริ่มพรุ่งนี้คู่แรก ‘ตุรกี-อิตาลี’ https://thestandard.co/nbt-live-stream-uefa-euro-2020-turkey-italy/ Fri, 11 Jun 2021 00:16:02 +0000 https://thestandard.co/?p=498876 ฟุตบอลยูโร 2020

ข่าวดีสำหรับแฟนฟุตบอลชาวไทย เมื่อสถานีโทรทัศน์ NBT ประก […]

The post NBT ยืนยันถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร 2020 เริ่มพรุ่งนี้คู่แรก ‘ตุรกี-อิตาลี’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฟุตบอลยูโร 2020

ข่าวดีสำหรับแฟนฟุตบอลชาวไทย เมื่อสถานีโทรทัศน์ NBT ประกาศจะถ่ายทอดสดศึกฟุตบอล ‘ยูโร 2020’ ให้ชมผ่านทางช่อง NBT2HD เริ่มพรุ่งนี้คู่แรก ตุรกีปะทะอิตาลี ในเวลา 02.00 น.

 

โดยหลังจากกระแสข่าวตลอดวันที่ผ่านมาถึงความพยายามในการเจรจาซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลยูโร 2020 ให้คนไทยได้ชม

 

ล่าสุดมีการยืนยันทางเพจ NBT2HD Sport ว่าจะมีการถ่ายทอดสดให้ชมเริ่มตั้งแต่คู่แรกในคืนวันศุกร์ที่ 11 มิถุนายนเป็นต้นไป ส่วนรายละเอียดอื่นๆ คาดว่าจะมีการเปิดเผยให้ทราบเพิ่มเติมอีกครั้ง

The post NBT ยืนยันถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร 2020 เริ่มพรุ่งนี้คู่แรก ‘ตุรกี-อิตาลี’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
3 มกราคม 2534 – รายการเจาะใจ ออกอากาศครั้งแรก https://thestandard.co/onthisday03012534/ Sun, 03 Jan 2021 00:00:04 +0000 https://thestandard.co/?p=438367 3 มกราคม 2534 รายการเจาะใจ ออกอากาศครั้งแรก

ย้อนกลับไปวันนี้เมื่อ 30 ปีที่แล้ว คือวันแรกที่รายการ เ […]

The post 3 มกราคม 2534 – รายการเจาะใจ ออกอากาศครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
3 มกราคม 2534 รายการเจาะใจ ออกอากาศครั้งแรก

ย้อนกลับไปวันนี้เมื่อ 30 ปีที่แล้ว คือวันแรกที่รายการ เจาะใจ เริ่มออกอากาศเป็นครั้งแรกในวันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม 2534 ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 และออกอากาศอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลายาวนานที่สุดของประเทศไทยคือ 25 ปี โดยไม่ได้เปลี่ยนชื่อรายการ วันและเวลาในการออกอากาศ หรือเปลี่ยนช่องเลย ก่อนที่จะมีการปรับผังในวันที่ 12 มีนาคม 2558 และปัจจุบันออกอากาศทางช่อง 9 MCOT HD

 

รายการ เจาะใจ ในช่วงแรกใช้ชื่อว่า ‘เจาะใจใส่จอ’ ก่อนจะเปลี่ยนเป็น ‘เจาะใจ’ โดยรูปแบบรายการเป็นทอล์กโชว์ปกิณกะ ผลิตโดยบริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย จำกัด มีการเปลี่ยนพิธีกรมาแล้วหลายครั้ง โดยเริ่มจาก ดำรง พุฒตาล และ สัญญา คุณากร ก่อนจะปรับเปลี่ยนให้สัญญาทำหน้าที่พิธีกรหลัก ร่วมกับพิธีกรอีกหลากหลายคน ทั้ง นารากร ติยายน, ปิติ ภิรมย์ภักดี, ณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์, จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์, พุทธชาด พงศ์สุชาติ, เชษฐวุฒิ วัชรคุณ, สุวิกรม อัมระนันท์, วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, เกรียงไกรมาศ พจนสุนทร 

 

30 ปีที่ผ่านมา เจาะใจ ได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย ทั้งรางวัลเมขลา โทรทัศน์ทองคำ รวมถึงรางวัลนาฏราชถึง 5 ปีซ้อน

 

The post 3 มกราคม 2534 – รายการเจาะใจ ออกอากาศครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
วาสนารัก กับวาสนาที่ยังมาไม่ถึงของละครช่อง 3 https://thestandard.co/wasanaruk-channel-3/ Fri, 09 Oct 2020 11:10:13 +0000 https://thestandard.co/?p=405923 วาสนารัก กับวาสนาที่ยังมาไม่ถึงของละครช่อง 3

ประโยคที่ว่า ‘โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน’ อันเป็นแกนหลักของล […]

The post วาสนารัก กับวาสนาที่ยังมาไม่ถึงของละครช่อง 3 appeared first on THE STANDARD.

]]>
วาสนารัก กับวาสนาที่ยังมาไม่ถึงของละครช่อง 3

ประโยคที่ว่า ‘โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน’ อันเป็นแกนหลักของละครเรื่อง ทุ่งเสน่หา กลับเป็นคำอธิบายละครภาคต่อเรื่อง วาสนารัก ได้เป็นอย่างดี เพราะใครจะเชื่อว่าเรื่องราวในจักรวาลนครสวรรค์ของนักเขียนชื่อดัง ‘จุฬามณี’ ที่เคยสร้างความสำเร็จให้กับละครช่อง 3 ทั้ง สุดแค้นแสนรัก (เรตติ้ง 7.04) กรงกรรม (เรตติ้ง 6.24) ทุ่งเสน่หา (เรตติ้ง 5.709) จะคว้าเรตติ้งเฉลี่ยไปได้แค่ 1 กว่าๆ เท่านั้น ทั้งที่ วาสนารัก ถูกวางหมากให้เป็นความหวังกระตุกเรตติ้งหลังช่วงโควิด-19

 

วาสนารัก ว่าด้วยเรื่องราวของรุ่นลูกจากตัวละครใน ทุ่งเสน่หา (2563) ที่เกิดขึ้นในยุค 90 มีความสลับซับซ้อนของตัวละครมากมาย แต่ถ้าจะเล่าอย่างย่นย่อที่สุดก็คือเรื่องราวของกันตพล เด็กหนุ่มที่มีปมสงสัยว่าตัวเองเป็นลูกแท้ๆ ของไพรวัลย์ ลูกชายที่จากไปของย่าสำเภา เศรษฐีนีของหนองน้ำผึ้งหรือไม่ กันตพลแอบหลงรักใกล้รุ่ง ลูกสาวของไผท เทพทอง พระเอกลิเกที่ครั้งหนึ่งเคยมีความสัมพันธ์กับแม่ของเขา ในขณะที่พรรณษา ลูกสาวของยุพิณ เพื่อนสนิทของแม่กันตพล ก็แอบหลงรักเขาอยู่ ส่วนอีกด้าน ยายจำเรียงที่ลูกสาวได้แต่งงานกับไพฑูรย์ ลูกชายอีกคนของย่าสำเภา ก็เริ่มสงสัยว่ากันตพลเป็นลูกของใครกันแน่ และจะมาแย่งสมบัติของหลานแท้ๆ ของย่าสำเภาหรือเปล่า ทั้งหมดกลายเป็นเรื่องราวความอิจฉาริษยา และความรักที่ยากจะเป็นไปได้ รวมอยู่ในละครเรื่องนี้ 

 

ภาพจากละครเรื่อง วาสนารัก

 

ความเข้มข้นที่หายไปจากจักรวาล

 

ถึงแม้จักรวาลนครสวรรค์จะเริ่มเปิดตัวด้วยละครเรื่อง ชิงชัง ที่ออกอากาศทางช่อง 5 ในปี 2552 แต่นับตั้งแต่ความสำเร็จแบบเกินคาดของ สุดแค้นแสนรัก (2558) ละครที่ไม่มีดาราระดับแม่เหล็กแต่เน้นฝีมือของนักแสดงรุ่นใหญ่ เรื่องราวชีวิตเข้มข้นของสามัญชนที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครสวรรค์ก็เหมือนจะผูกปิ่นโตกับช่อง 3 เรื่อยมา นอกจากฉากหลังที่เหมือนกัน เอกลักษณ์ที่สำคัญอีกอย่างก็คือความเข้มข้นและคาแรกเตอร์อันเผ็ดร้อนตัวละครฝ่ายหญิง ไม่ว่าจะเป็นแย้ม ย้อย สำเภา เรณู ฯลฯ เรียกได้ว่าไม่จมไม่หายไม่ตายกลางท้องเรื่องเลยทีเดียว

 

แต่ วาสนารัก ไม่มีตัวละครแบบนั้น แม้จะมีย่าสำเภาที่มีบทต่อเนื่องจาก ทุ่งเสน่หา แต่กลับไม่มีน้ำหนักและจมหายไปตอนไหนก็ไม่รู้ จะมีมุมละมุนอยู่บ้างก็ช่วงการแสดงความรักระหว่างย่าหลาน แต่นั่นอาจยังไม่พอ เพราะเราคาดหวังหญิงชราที่มีความรัก ความเอื้ออาทร แต่ก็มีความร้ายเมื่อใครคิดจะมาย่ำยีของรักของตัวเองในแบบที่แย้มและย้อยเคยทำไว้ใน สุดแค้นแสนรัก และ กรงกรรม สำหรับนักแสดงรุ่นใหญ่ผู้เขียนขอให้คะแนนยายจำเรียงกับคาแรกเตอร์ ‘ป้าข้างบ้าน’ หญิงนักปั่น ผู้ปั่นทุกเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องตัวเอง ซึ่ง โย-ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์  ณ อยุธยา ทำออกมาได้ดีทีเดียว  

 

ส่วนคาแรกเตอร์ของใกล้รุ่งก็เป็นเพียงนางเอกแสนดีที่มีเพียงด้านเดียว ทำให้เราคิดถึงตัวละครสีเทาๆ ที่เคยเอาใจช่วยในผลงานชิ้นก่อนๆ ของจุฬามณี ขณะที่พรรณษาก็เป็นตัวอิจฉาที่แบนราบ ร้ายไม่สมเหตุสมผลแบบที่เราไม่เชื่อว่าความรักวัยรุ่นที่มีต่อผู้ชายเพียงคนเดียวจะเปลี่ยนเด็กผู้หญิงที่พ่อแม่สอนมาดีไปได้ถึงเพียงนี้ ผนวกกับปมเรื่องที่เป็นเพียงเรื่องรักของหนุ่มสาว จะเข้มข้นที่สุดก็มีเพียงปมเรื่องชาติกำเนิดของกันตพลในบรรยากาศที่ดูไม่หนักหนาสาหัสสักเท่าไร โดยสรุปก็คือ วาสนารัก ไม่มีตัวละครที่ยึดโยงกับคนดู แม้จะมีตัวละครมากมาย แต่ก็ไม่มีตัวละครตัวไหนที่จะทำให้หลงรักได้เลย

 

สองตัวละครหลักของ ‘วาสนารัก’ ใกล้รุ่ง (รับบทโดย ณิชา-ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) และพรรณษา (รับบทโดย แพร์-พิชชาภา พันธุมจินดา)
ภาพจากละครเรื่อง วาสนารัก

 

ทุ่งเสน่หา เชื่อมโยงถึง วาสนารัก 

 

แค่เฉพาะ ทุ่งเสน่หา ก็มีตัวละครมากมาย และยังต้องเชื่อมต่อไปถึง วาสนารัก แตกต่างจาก สุดแค้นแสนรัก กับ กรงกรรม (2562) ที่เป็นเหมือนภาคแยกกันมากกว่า ดังนั้นน่าจะดีถ้าเอาภาคต่อมาออกอากาศทันทีหรืออย่างน้อยก็เร็วที่สุด น่าเสียดายที่ วาสนารัก ต้องหยุดกองถ่ายเพราะสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งก่อนหน้านี้จะปิดกล้องวันที่ 30 เมษายน ขณะที่ ทุ่งเสน่หา ลาจอไปในวันที่ 29 มีนาคม นอกจากนั้นผู้เขียนคิดว่า ทุ่งเสน่หา เองก็มีปัญหา แม้เรตติ้งจะอยู่ในขั้นดีแต่ก็ไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนละครเรื่องอื่นๆ ในจักรวาลของจุฬามณี ด้วยข้อหาเดียวกันคือเราไม่รู้จักตัวละครในมิติที่ลึกซึ้ง ไม่ได้รู้ถึงความคิดความอ่านและเหตุผลในการกระทำ จนทำให้ไม่หลงรักตัวละครในที่สุด อย่างตัวบทสำเภา เป็นบทแม่ที่มีมิติ ไม่ใช่สักแต่จะจับลูกแต่งงาน มีลูกชายพิการก็สร้างห้องหอให้ใหญ่โต อยากลบปมด้อยลูกเลยหาสะใภ้สวยๆ มาให้ 

 

ภาพจากละครเรื่อง วาสนารัก

 

หากมีฉากที่บอกถึงความคิดในใจก็คงจะดี แต่ในเรื่องเป็นเพียงแค่บทพูดของตัวละครตัวอื่นที่พูดถึงสำเภาเท่านั้นเอง ส่วน เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ ที่รับบทยุพิณ รู้ว่าน้องมีความพยายามแต่เสียงน้องดูเป็นสาวเมืองกรุงมากๆ และบทยังทำให้เราสัมผัสไม่ได้ถึงความน่าสงสารเพราะถูกพรากรักอย่างที่ โดนัท-มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล เคยทำได้ใน สุดแค้นแสนรัก เราสัมผัสไม่ได้ถึงความทะเยอทะยานแบบที่ เบลล่า-ราณี แคมเปน เคยทำได้ใน กรงกรรม พอไม่ผูกพันกับตัวละครภาคก่อนหน้า ภาคต่อมาก็ถูกลดความน่าสนใจลง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้แอบเอาใจช่วยเพราะทีมผู้จัดเป็นทีมเดียวกับ สุดแค้นแสนรัก 

 

ภาพจากละครเรื่อง วาสนารัก

 

จำชื่อนักแสดงไม่ได้ก็เป็นปัญหา 

 

วาสนารัก เปิดเรื่องด้วยตัวละครในวัยเด็กซึ่งใช้นักแสดงหน้าใหม่เกือบทั้งหมด จะคุ้นอยู่บ้างก็คือ ยอร์ช-ยงศิลป์ วงศ์พนิตนนท์ ข้อดีก็คือถือเป็นการปั้นนักแสดงหน้าใหม่ แต่ข้อด้อยก็คือคนดูจำตัวละครแทบไม่ได้ ยิ่งในละครมีตัวละครเยอะขนาดนี้ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ กว่าจะแยกได้ว่าใครเป็นลูกใครก็เข้าไปอีพีที่ 4 แล้ว ซึ่งถือว่าช้าเกินไปสำหรับละครยุคนี้ที่ต้องกระชับฉับไว ทำให้คนติดตั้งแต่อีพีแรกๆ อีกอย่างคือพลาดโอกาสการเป็นท็อปปิกในวงเมาท์ละคร ที่ส่วนใหญ่มักใช้ชื่อดาราให้เห็นภาพมากกว่าชื่อตัวละครใหม่ๆ ที่ยังไม่คุ้นเคย จะให้บอกว่าน้องคนนั้นเป็นลูกของคนนี้ก็ดูเหมือนจะยากไปสักหน่อย

 

ภาพจากละครเรื่อง วาสนารัก

 

ย้อนสู่ยุค 90 ด้วยความตั้งใจแต่ยังไม่ได้ดั่งใจ

 

เรื่องราวของ วาสนารัก เกิดขึ้นในยุค 90 เป็นข้อดีเพราะเด็กรุ่นใหม่ก็กำลังหลงใหลในแฟชั่นยุคนั้น ขณะคนที่เสพสื่อโทรทัศน์ในปัจจุบันก็คือคนวัยเลข 30-40 ปีที่มีประสบการณ์ร่วมสมัย แต่โดยรวมแล้ว วาสนารัก ไม่ทำให้รู้สึกหวนคิดถึงช่วงเวลานั้น หรืออย่างน้อยๆ ก็น่าจะทำให้คนดูแทนภาพตัวเองว่าได้เคยทำสิ่งต่างๆ เหล่านั้น เหมือนได้เรียนรู้และเติบโตไปกับตัวละคร ผู้เขียนเห็นถึงความพยายามใส่รายละเอียดทั้งเสื้อผ้าหน้าผม สิ่งละอันพันละน้อยที่เป็นตัวแทนวัฒนธรรมป๊อปในยุค 90 แต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่ทำให้รู้สึกไม่อิน ไม่ได้ความรู้สึกเฉิ่มเชยดูแล้วอมยิ้มว่าครั้งหนึ่งฉันก็เคยทำ ถ้าลองเทียบงานสร้างของผู้จัดทีมเดียวกัน ผู้เขียนกลับนึกถึงฉากคอนเสิร์ตเล็กๆ กับท่าเต้นแร้งเต้นกาของธนาใน สุดแค้นแสนรัก เสียมากกว่า

 

ภาพจากละครเรื่อง วาสนารัก

 

วาสนาที่ยังมาไม่ถึงของละครช่อง 3 

 

จากผลสำรวจ 10 อันดับเรตติ้งของละครช่วงครึ่งปีแรกจากนีลเส็น มีละครช่อง 3 เพียงเรื่องเดียวที่ติดอยู่ในอันดับที่ 7 คือ บุพเพสันนิวาส (รีรัน) ขณะที่ละครใหม่ของช่องติดอยู่ในอันดับที่ 17 คือ ทุ่งเสน่หา และอันดับที่ 18 คือ อกเกือบหักแอบรักคุณสามี 

 

จริงอยู่ว่าในยุคปัจจุบันแค่เฉพาะเรตติ้งอาจจะชี้วัดความนิยมไม่ได้ทั้งหมดเพราะเป็นยุคที่ผู้คนมีทางเลือกให้ดูละครมากมายหลายแพลตฟอร์ม แต่เมื่อพูดถึงกระแสเอง ก็ดูเหมือนจะมีแค่ อกเกือบหักแอบรักคุณสามี และ ซ่อนเงารัก ที่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมในโลกโซเชียลได้ ซึ่งถือว่าน้อยเกินไปสำหรับผู้ยิ่งใหญ่ในแวดวงละครทีวีอย่างช่อง 3 อีกอย่างเมื่อต้นปียังมีสถานการณ์โควิด-19 ก็ทำให้ทุกช่องเพลย์เซฟเอาละครเก่ามารีรัน แน่นอนว่าต้องมีคนดูบางส่วนรู้สึกเบื่อหน่ายไม่ติดตาม ละครใหม่ที่ฉายหลังช่วงเปิดเมืองจึงมีฐานคนดูที่ตามมาจากละครเรื่องก่อนน้อยลงไปอีก หลายช่องแก้ปัญหานี้ด้วยการเอาละครฟอร์มกลางๆ มาออกอากาศก่อน อย่างช่อง 3 ก็เอา เมียอาชีพ (พุธ-พฤหัสบดี) ส่วน วาสนารัก เป็นละครฟอร์มใหญ่ที่ออกอากาศหลังจากช่วงเปิดเมืองไปพอสมควร แต่ก็น่าจะมีปัญหาคล้ายๆ กัน เพราะออกอากาศต่อจากละครรีรันเรื่อง บัลลังก์ดอกไม้ แต่ถึงจะไม่มีสถานการณ์โรคระบาด ผู้เขียนก็คิดว่าผังรายการในช่วงหลังๆ ของช่อง 3 ดูแปลกๆ มีละครรีรันข้ามเวลาให้ดูถึง 4 ช่วงเวลาต่อวัน ยังไม่นับรวมช่วงเช้าเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งคิดว่ามันมากเกินไปสำหรับคนดู จนอาจทำให้ความรู้สึกที่มีต่อช่อง 3 เปลี่ยนไป 

 

ภาพจากละครเรื่อง ความทรงจำสีจาง

 

ภาพจากละคเรื่อง ร้อยเล่ห์มารยา 

 

ในช่วงเดือนตุลาคมสถานการณ์เริ่มปกติเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ละครล็อตใหม่ของช่อง 3 ก็เริ่มทยอยเปิดตัวทั้ง ความทรงจำสีจาง,ร้อยเล่ห์มารยา, สัญญารัก สัญญาณลวง ซึ่งถ้าให้ประเมินจากสายตาก็น่าจะมีเพียง ร้อยเล่ห์มารยา ที่จะมาเป็นความหวังใหม่ของหมู่บ้าน ส่วนในอีก 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ยังไม่แน่ใจว่าช่องน้อยสีจะขออยู่แบบเซฟๆ รอปีหน้า หรือว่าจะมีความปังปุริเย่ให้เซอร์ไพรส์กัน ต้องรอติดตาม 

 

ภาพ: Ch3Thailand

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post วาสนารัก กับวาสนาที่ยังมาไม่ถึงของละครช่อง 3 appeared first on THE STANDARD.

]]>
นาฏราชครั้งที่ 11 เริ่มแล้ว! จำกัดผู้ชมในห้องส่ง และเปิดตัวโชว์แรกด้วย Live and Learn https://thestandard.co/11th-nataraj-awards-announcement-started/ Sat, 12 Sep 2020 11:07:25 +0000 https://thestandard.co/?p=396263

งานประกาศผลรางวัลนาฏราชครั้งที่ 11 เริ่มขึ้นแล้ว ณ Baan […]

The post นาฏราชครั้งที่ 11 เริ่มแล้ว! จำกัดผู้ชมในห้องส่ง และเปิดตัวโชว์แรกด้วย Live and Learn appeared first on THE STANDARD.

]]>

งานประกาศผลรางวัลนาฏราชครั้งที่ 11 เริ่มขึ้นแล้ว ณ Baan Rig Studio โดยมี ดู๋-สัญญา คุณากร และกาละแมร์-พัชรศรี เบญจมาศ รับหน้าที่พิธีกรในวันนี้ ทั้งนี้เป็นการจัดงานประกาศผลรางวัลในรูปแบบใหม่หลังจากสถานการณ์โควิด-19 มีการจำกัดจำนวนผู้เข้าชม โดยใช้วิธีการส่งตัวแทนของช่อง, โปรดักชันเฮ้าส์เข้ามาร่วมในงานนี้ โดยในปีนี้จะมีการแจกรางวัล แบ่งเป็นรางวัลประเภทรายการวิทยุ 6 รางวัล รางวัลประเภทรายการโทรทัศน์ 10 รางวัล และรางวัลประเภทละครโทรทัศน์ 9 รางวัล

 

งานนาฏราชครั้งที่ 11 ได้เริ่มต้นขึ้นด้วยโชว์เพลง Live and Learn เพื่อส่งต่อพลังใจให้กับทุกคนภายใต้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดที่ผ่านมา โดยได้ศิลปินและนักร้องจากรายการประกวดร้องเพลงจากช่องต่างๆ มาร่วมร้องกัน ไม่ว่าจะเป็น เอก The Voice 2019, แอ็ก จากรายการ The Golden Song เวทีเพลงเพราะ เป็นต้น

The post นาฏราชครั้งที่ 11 เริ่มแล้ว! จำกัดผู้ชมในห้องส่ง และเปิดตัวโชว์แรกด้วย Live and Learn appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ทำไมนางร้ายละครไทยถึงทาปากแดง? | โลกคือละคร EP.1 https://thestandard.co/the-standard-originals-ep1/ Fri, 15 May 2020 11:00:59 +0000 https://thestandard.co/?p=363872

คุณเคยสงสัยไหมนะว่าทำไมนางร้ายในละครไทยถึงมักจะมาพร้อมก […]

The post ชมคลิป: ทำไมนางร้ายละครไทยถึงทาปากแดง? | โลกคือละคร EP.1 appeared first on THE STANDARD.

]]>

คุณเคยสงสัยไหมนะว่าทำไมนางร้ายในละครไทยถึงมักจะมาพร้อมกับสีแดง? สีแดงที่หมายถึงความแซ่บ เผ็ด ซี้ด ของเหล่าตัวละครหญิงที่เรารัก นางอิจฉาผู้ที่มักจะสร้างปัญหา สร้างจุดเปลี่ยน หรือเป็นตัวแปรสำคัญในละครหลายๆ เรื่อง ด้วยความฉูดฉาดเหล่านั้นมันก็กลายเป็นภาพจำหนึ่งที่เกิดขึ้นในจอละครไทย และมากกว่าความร้อนแรงของสีแดง นี่คือเรื่องราวที่เราอยากให้คุณรู้ และชวนคุณไปคิดกันว่า ปากแดงแรงๆ ของตัวร้ายในละครไทยกำลังบอกอะไรแก่ผู้ชมอยู่? 

 

‘โลกคือละคร’ รายการใหม่จาก THE STANDARD ORIGINALS ที่อยากชวนคุณมาสำรวจโลกของละครไทยที่เราเติบโตกันมาว่าโลกมายาใบนี้กำลังซ่อนอะไรไว้ให้เราได้รู้

The post ชมคลิป: ทำไมนางร้ายละครไทยถึงทาปากแดง? | โลกคือละคร EP.1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กสทช. อนุมัติเลขช่อง 37-53 ทำทีวีเพื่อการศึกษา ให้ไทยพีบีเอสทำช่อง 4 ทีวีเรียนสนุกชั่วคราว https://thestandard.co/nbtc-approved-channel-37-53-to-be-education-channels/ Wed, 13 May 2020 11:56:11 +0000 https://thestandard.co/?p=363228

วันนี้ (13 พฤษภาคม) ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการ […]

The post กสทช. อนุมัติเลขช่อง 37-53 ทำทีวีเพื่อการศึกษา ให้ไทยพีบีเอสทำช่อง 4 ทีวีเรียนสนุกชั่วคราว appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (13 พฤษภาคม) ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า กสทช. ได้อนุมัติพร้อมกำหนดเลขช่องทีวีดิจิทัลเพื่อการศึกษา 17 ช่องเรียงกัน เริ่มตั้งแต่หมายเลขช่อง 37 ถึงช่อง 53 และอนุมัติให้ไทยพีบีเอสใช้ความถี่เป็นการชั่วคราวทำช่องทีวีเรียนสนุก หมายเลขช่อง 4 เป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน เพื่อส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้ของเยาวชนและครอบครัวในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19

 

โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ที่ประชุมของ กสทช. วาระพิเศษได้มีมติเห็นชอบให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทดลองส่งสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลเพื่อการศึกษาจำนวน 17 ช่อง ตามแนวทางการส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้ของเยาวชนและครอบครัว อันเกิดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผ่านการทดลองส่งสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล โดยให้ออกอากาศแบบความคมชัดปกติ (SD) ซึ่งวันนี้ที่ประชุม กสทช. มีมติอนุมัติกำหนดให้เรียงลำดับหมายเลขช่องรายการเพื่อการศึกษาขั้นพื้นฐาน ช่องรายการเพื่อการศึกษาผ่านทางไกล และช่องรายการเพื่อการอาชีวศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ 17 ช่องรายการ เรียงลำดับต่อเนื่องกันไป ตั้งแต่ช่องรายการหมายเลข 37 ไปจนถึงช่อง 53

 

นอกจากนี้ที่ประชุม กสทช. ยังได้อนุญาตให้องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส ใช้คลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์เพื่อการทดลองหรือทดสอบเป็นการชั่วคราว เป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน ในการจัดทำช่องทีวีดิจิทัลสอนหนังสือ (Active Learning TV) ‘ทีวีเรียนสนุก’ โดยใช้หมายเลขช่องรายการลำดับที่ 4 เป็นเลขช่อง ซึ่งช่องดังกล่าวไม่ใช่ช่องเด็ก เยาวชน และครอบครัว แต่เป็นไปตามโครงการ Active Learning TV (ALTV) ทีวีเรียนสนุก ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้ของเยาวชนและครอบครัว ทั้งนี้ให้ใช้คลื่นความถี่ในกิจการโทรทัศน์เพื่อการทดลองทดสอบเป็นการชั่วคราวผ่านโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลระดับชาติของไทยพีบีเอส ตามประกาศ กสทช. เรื่อง แผนความถี่วิทยุสำหรับกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2563) เป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม  2563 

 

โดยการใช้คลื่นความถี่ดังกล่าวต้องไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหารายได้

 

สำหรับรายละเอียดการออกอากาศ ให้ไทยพีบีเอสออกอากาศช่องสอนหนังสือ (Active Learning TV) ทีวีเรียนสนุก แบบความคมชัดปกติ (SD) จำนวน 1 ช่องรายการ และให้ไทยพีบีเอสดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์เพื่อการทดลองหรือทดสอบเป็นการชั่วคราวตามข้อ 17 ของประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์เพื่อการทดลองหรือทดสอบเป็นการชั่วคราว

 

ห้ามพลาด! ฟอรัมที่เจาะลึก New Normal ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย จากวิทยากรระดับประเทศ 40 คน ซื้อบัตรงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM ได้ที่ https://www.eventpop.me/e/8705-economic-forum 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post กสทช. อนุมัติเลขช่อง 37-53 ทำทีวีเพื่อการศึกษา ให้ไทยพีบีเอสทำช่อง 4 ทีวีเรียนสนุกชั่วคราว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถึงงบโฆษณาทีวีโตขึ้น แต่ช่อง 3 กลับอ่วมหนัก ไตรมาส 1/63 ขาดทุน 275.2 ล้านบาท https://thestandard.co/channel-3-losses-during-advertisement-budget-rising-up/ Wed, 13 May 2020 11:30:53 +0000 https://thestandard.co/?p=363207

ถึงไตรมาส 1/2563 ข้อมูลจากนีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ช ระบุว […]

The post ถึงงบโฆษณาทีวีโตขึ้น แต่ช่อง 3 กลับอ่วมหนัก ไตรมาส 1/63 ขาดทุน 275.2 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

ถึงไตรมาส 1/2563 ข้อมูลจากนีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ช ระบุว่า เม็ดเงินโฆษณาของอุตสาหกรรมสื่อโดยรวมอยู่ที่ 28,697 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 350 ล้านบาท หรือ 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยเม็ดเงินในกลุ่มของทีวีได้เพิ่มขึ้น 317 ล้านบาท หรือ 2% ด้วยมูลค่า 16,536 ล้านบาท แต่ไม่ได้ส่งผลดีถึงผลประกอบการของช่อง 3 เลย

 

บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEC ซึ่งรู้จักกันดีในนามช่อง 3 รายงานว่า รายได้รวมของกลุ่มในไตรมาสนี้อยู่ที่ 1,636.5 ล้านบาท ลดลง 19.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

รายได้หลักซึ่งมาจากการขายโฆษณาลดลง 18.5% เหลือ 1,400 ล้านบาท โดยเกิดจากนาทีขายโฆษณาที่ลดลงจากการแข่งขันสูงและการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้ลงโฆษณาชะลอการใช้จ่ายเม็ดเงินโฆษณา

 

นอกจากนี้รายได้จากการจัดคอนเสิร์ตและแสดงโชว์ลดลง 92.6% เหลือ 6.1 ล้านบาท เนื่องจากมีการเลื่อนและยกเลิกการจัดแสดงต่างๆ ออกไป แต่ช่อง 3 ยังใจชื้นอยู่บ้าง เมื่อการขายลิขสิทธิ์ละครไปต่างประเทศ ทำให้รายได้จากการใช้สิทธิ์และบริการอื่นเพิ่มขึ้น 6.9% ด้วยมูลค่า 219.6 ล้านบาท 

 

ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 1,595.4 ล้านบาท ลดลง 12.6% ซึ่งเกิดจากการบริหารจัดการ การปรับผังรายการใหม่ การออกอากาศละครรีรัน และมีค่าใบอนุญาตที่ลดลงตามมาตรา 44 ถึงค่าใช้จ่ายจะลดลง แต่ที่สุดแล้วช่อง 3 ก็ยังขาดทุนในไตรมาสนี้ด้วยตัวเลข 275.2 ล้านบาทอยู่ดี เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2562 ที่ขาดทุน 128 ล้านบาทเท่านั้น

ในไตรมาสนี้ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งผู้บริหารขึ้น โดย ประชุม มาลีนนท์ รองประธานกรรมการ, ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ได้ลาออก เนื่องจากปัญหาสุขภาพ ส่วน อริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้อำนวยการ ได้ยื่นลาออกในเดือนเมษายน จะมีผลในวันที่ 20 มิถุนายนนี้

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

 


ห้ามพลาด! ฟอรัมที่เจาะลึก New Normal ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย จากวิทยากรระดับประเทศ 40 คน ซื้อบัตรงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM ได้ที่ https://www.eventpop.me/e/8705-economic-forum

 

 

The post ถึงงบโฆษณาทีวีโตขึ้น แต่ช่อง 3 กลับอ่วมหนัก ไตรมาส 1/63 ขาดทุน 275.2 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
อุ้มรักเกมลวง เมื่อ กบ สุวนันท์ จะอุ้มบุญให้เพื่อนเกย์ แต่ถูกสลับสเปิร์มกับแฟนเก่า! เตรียมลงจอฉาย 4 พ.ค. นี้ https://thestandard.co/one31-thai-drama-launch-4-may/ Thu, 23 Apr 2020 09:22:46 +0000 https://thestandard.co/?p=356994

อุ้มรักเกมลวง ละครโรแมนติก-คอเมดี้เรื่องใหม่จากช่อง one […]

The post อุ้มรักเกมลวง เมื่อ กบ สุวนันท์ จะอุ้มบุญให้เพื่อนเกย์ แต่ถูกสลับสเปิร์มกับแฟนเก่า! เตรียมลงจอฉาย 4 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

อุ้มรักเกมลวง ละครโรแมนติก-คอเมดี้เรื่องใหม่จากช่อง one31 เตรียมลงจอฉายต้อนรับเดือนพฤษภาคมนี้ เป็นละครที่น่าชมมากๆ โดยเฉพาะการโคจรมาพบกันครั้งแรกของนักแสดงเบอร์ต้นของช่องอย่าง ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ และนางเอกเจ้าน้ำตาตลอดกาล กบ-สุวนันท์ ปุณณกันต์ ที่เรื่องนี้เธอพร้อมพลิกคาแรกเตอร์ในแบบที่คุณอาจไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน

 

จากชื่อเดิมที่ใช้ชื่อว่า รักแลกอุ้ม ที่เราเคยนำเสนอภาพแรกของละครไปแล้วเมื่อปีก่อน ตอนนี้ละครเรื่องดังกล่าวเปลี่ยนมาใช้ชื่อว่า อุ้มรักเกมลวง ที่เพิ่มรสชาติของความดราม่าเข้าไปในภาพรวมที่ยังคงมีความคอเมดี้อยู่ และพร้อมจะเริ่มฉายในเดือนพฤษภาคมนี้แล้ว

 

อุ้มรักเกมลวง เป็นเรื่องราวของ เกี้ยว กชมน (รับบทโดย กบ สุวนันท์) ผู้กำกับสาวเก่งที่มั่นอกมั่นใจจนใครๆ ก็เอือมระอา เธอมีความจำเป็นต้องไปช่วยเหลือเพื่อนเกย์คนสนิทอย่าง เพียงพันแสง (รับบทโดย ดอม เหตระกูล) รับหน้าที่เป็นแม่อุ้มบุญ

 

 

แต่ด้วยความบังเอิญและอุบัติเหตุ กลายเป็นว่า สเปิร์มที่เธอกำลังอุ้มอยู่ในท้องดันถูกสลับกลายเป็นสเปิร์มของ สิบทิศ (รับบทโดย ป้อง ณวัฒน์) แฟนเก่าของเธอที่เกลียดเข้าไส้ และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของความอลหม่านวุ่นวายของละครเรื่องนี้ที่เราว่าน่าดูมากๆ กับพล็อตร่วมสมัย และนำเสนอภาพของสังคมสมัยใหม่ได้อย่างชัดเจน ทั้งคาแรกเตอร์ตัวละครที่จับต้องได้ และความรู้สึกนึกคิดในแบบที่ดูเป็นมนุษย์จริงๆ


สิ่งที่แข็งแรงที่สุดในละครเรื่องนี้ก็คือ แคสต์นักแสดงนำที่ค่อนข้างทรงพลัง ทั้งกบ สุวนันท์ และป้อง ณวัฒน์ ที่โคจรมาพบกันเป็นครั้งแรก ฟาก ดอม เหตระกูล ก็ต้องพลิกบทบาทมารับบทเกย์หนุ่มที่อยากมีลูก และนักแสดงนำอีกคนอย่าง โดนัท-มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล ที่จะต้องมารับบท ปิ่นปัก ภรรยาแสนดีของสิบทิศ ก็เป็นอีกความน่าสนใจที่เธอจะได้แสดงศักยภาพทางการแสดงแบบเข้มๆ อีกครั้ง

 

 

นอกเหนือจากทีมนักแสดงที่น่าดูแล้ว ละครเรื่องนี้ยังได้มือเขียนบทอย่าง เนปาลี ซึ่งเป็นนามปากกาของ เจี๊ยบ-วรรธนา วีรยวรรธน ที่เธอเคยฝากผลงานเยี่ยมๆ อย่าง เมีย 2018 และ ใบไม้ที่ปลิดปลิว มาแล้วก่อนหน้านี้ และเราเชื่อมือเธอมากว่าจะสามารถทำให้ความชุลมุนนี้สนุกได้แน่นอน

 

อุ้มรักเกมลวง ยังได้ผู้กำกับอย่าง แก้ว-ฉัตรแก้ว สุศิวะ ที่เคยมีผลงานอย่าง รักนะเป็ดโง่ และ นางสาวไม่จำกัดนามสกุล เวอร์ชันรีเมก มาแล้ว และในเรื่องนี้เธอยังบอกอีกว่า เราจะได้ชมกบ สุวนันท์ ในแบบที่ผู้ชมไม่เคยเห็น ซึ่งเป็นเสน่ห์ทางการแสดงใหม่ๆ ที่เราต้องจับตามอง

 

อุ้มรักเกมลวง เตรียมลงจอช่อง one31 ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. เริ่มวันแรก 4 พฤษภาคมนี้

 

ชมตัวอย่างของละครได้ที่นี่

 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post อุ้มรักเกมลวง เมื่อ กบ สุวนันท์ จะอุ้มบุญให้เพื่อนเกย์ แต่ถูกสลับสเปิร์มกับแฟนเก่า! เตรียมลงจอฉาย 4 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ช่อง 3 ชวนชมเทปรายการพิเศษฉลอง 50 ปี พร้อมยุติการออกอากาศระบบอะนาล็อกวันนี้ https://thestandard.co/channel-3-invite-everyone-to-watch-special-tape-of-50-years-anniversary/ Wed, 25 Mar 2020 09:57:24 +0000 https://thestandard.co/?p=346282

ช่อง 3 สถานีโทรทัศน์ที่คุ้มค่าทุกนาที เฉลิมฉลองครบรอบ 5 […]

The post ช่อง 3 ชวนชมเทปรายการพิเศษฉลอง 50 ปี พร้อมยุติการออกอากาศระบบอะนาล็อกวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ช่อง 3 สถานีโทรทัศน์ที่คุ้มค่าทุกนาที เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีวันนี้ (25 มีนาคม) พร้อมออกอากาศเทปบันทึกภาพรายการพิเศษที่ขนเอาทัพนักแสดง ผู้จัด และบุคลากรของช่องมารวมกันไว้มากที่สุดในรายการ Channel 3 Infinity Happiness Presented By BeNice ชมสดพร้อมกันวันนี้เวลา 18.00-19.00 น. ทางช่อง 33 อีกทั้งวันนี้ยังเป็นการยุติการออกอากาศในระบบสัญญาณอะนาล็อกอีกด้วย

 

ช่อง 3 นับเป็นสถานีโทรทัศน์ที่อยู่คู่ทุกครัวเรือน สร้างผลงานทั้งรายการ ข่าว เกมโชว์ และละครมากมายที่อยู่ในความทรงจำของผู้ชม และในวันนี้ (25 มีนาคม) นับเป็นปีที่ 50 เต็มของช่องตั้งแต่ออกอากาศครั้งแรกในวันที่ 25 มีนาคม 2512 และในปีนี้หลังจากที่มีสถานการณ์โควิด-19 ระบาดในประเทศไทย ช่อง 3 เพิ่งจะทำการยกเลิกงานฟุตบอลที่จัดขึ้นทุกปีลงเพื่อความปลอดภัยของผู้ชมและบุคลากร ทางช่องจึงส่งรายการพิเศษในวันนี้มาแทนเพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง อีกทั้งยังเป็นการประกาศยุติการออกอากาศในระบบอะนาล็อกอย่างเป็นทางการอีกด้วย

 

 

ในเทปพิเศษดังกล่าวจะเป็นการรวมตัวกันของนักแสดงในสังกัด ผู้ประกาศข่าว ผู้จัดละคร และบุคลากรกว่า 200 ชีวิตที่เกี่ยวข้องกับช่อง 3 นำโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ, ญาญ่า-อุรัสยา สเปอร์บันด์, โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ, เบลล่า-ราณี แคมเปญ, แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์, เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข ฯลฯ อีกทั้งยังมีนักแสดงเบอร์ใหญ่มาร่วมงานอีกเพียบทั้ง นก-ฉัตรชัย เปล่งพานิช, เชอรี่-เข็มอัปสร สิริสุขะ, เจนี่ ณ ป้อมเพชร (เทียนโพธิ์สุวรรณ์), ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ ฯลฯ นับเป็นการมารวมตัวกันที่ยิ่งใหญ่มากๆ ครั้งหนึ่งของคนช่อง 3

 

นอกจากจะเป็นการฉลองครบรอบ 50 ปีแล้ว ในวันนี้ช่อง 3 จะมีการใช้งานสตูดิโอหนองแขมในส่วนของสตูดิโอห้องส่งเป็นวันสุดท้ายอีกด้วย ปิดฉากสตูดิโอเก่าแก่ที่ช่อง 3 เคยใช้มาตั้งแต่ครั้งเปิดช่อง แต่ยังจะใช้ในส่วนของเซตอัพฉากต่างๆ อยู่เหมือนเดิม

 

รายการ Channel 3 Infinity Happiness Presented By BeNice ชมสดพร้อมกันวันนี้ เวลา 18.00-19.00 น. ทางช่อง 33

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ช่อง 3 ชวนชมเทปรายการพิเศษฉลอง 50 ปี พร้อมยุติการออกอากาศระบบอะนาล็อกวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธงชัย ประสงค์สันติ ชี้แจงกรณี ‘พอดีคำ’ ย้ายสังกัด จากกันด้วยดี และอยากปูทางให้คนรุ่นใหม่ https://thestandard.co/tongchai-change-affiliation/ Thu, 30 Jan 2020 11:59:22 +0000 https://thestandard.co/?p=326033

นับเป็นข่าวใหญ่ข่าวหนึ่งของวงการโทรทัศน์ที่นักแสดง-ศิลป […]

The post ธงชัย ประสงค์สันติ ชี้แจงกรณี ‘พอดีคำ’ ย้ายสังกัด จากกันด้วยดี และอยากปูทางให้คนรุ่นใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

นับเป็นข่าวใหญ่ข่าวหนึ่งของวงการโทรทัศน์ที่นักแสดง-ศิลปิน-ผู้จัดอย่าง ธงชัย ประสงค์สันติ แถลงข่าวพาค่าย พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นท์ ที่ทำละครป้อนช่อง 7HD มากว่า 10 ปี ไปร่วมงานภายใต้สังกัดใหม่ที่ยังไม่มีการคอนเฟิร์มอย่างเป็นทางการ พร้อมชี้แจงเหตุผลว่า การจากลากันในครั้งนี้เป็นการจากกันด้วยดี ทั้งนี้ก็ด้วยเหตุผลของการทำงาน คือต้องการการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น พร้อมปูทางให้คนรุ่นใหม่ให้เข้ามาบริหาร

 

เมื่อวานนี้ (29 มกราคม) ธงชัย ประสงค์สันติ พร้อมด้วยภรรยา เก๋-มณีรัตน์ ประสงค์สันติ ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับการที่บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ของเขา จะไปร่วมงานกับสังกัดใหม่ช่อง one31 พร้อมตัดสินใจยุติการทำงานกับช่อง 7HD ซึ่งกรณีนี้เป็นที่พูดถึงอยู่มาเรื่อยๆ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และนี่คือครั้งแรกที่ ธงชัย ออกมาแถลงต่อหน้าสื่อมวลชนอย่างตรงไปตรงมา

 

“พอมีข่าวออกมา ผมเองก็ไม่ได้รู้สึกสบายใจเลย เบื้องต้นต้องบอกว่าเราไม่ได้มีปัญหากับทางช่องเลย เรารู้สึกขอบคุณช่อง 7 อย่างมากๆ ที่ให้โอกาสกับพอดีคำตั้งแต่ยุคคุณแดง (สุรางค์ เปรมปรีดิ์) จนมาถึงปัจจุบัน เราถือว่าเราได้รับโอกาสที่มีเกียรติอย่างมากในการที่จะได้ทำละคร ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องขอบคุณทีมช่อง 7 ที่แข็งแรงมาก ที่ผลักดันพอดีคำให้มาได้ไกล มันเป็นทั้งความรักความผูกพัน แต่ถ้าวันใดวันหนึ่ง มีรักก็ต้องมีจาก แต่ก็ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรกันเลย เราจากกันด้วยดี

 

“ตอนลูกชายของผมเข้ามาทำซีรีส์ ภารกิจรัก หรือละครเรื่อง มธุรสโลกันตร์ เขามาพร้อมเครื่องไม้เครื่องมือใหม่ๆ ความคิดใหม่ๆ เขาก็เริ่มเอาละครวาย (Y) มาให้ผมดูบ้าง และตอนนี้พอดีคำก็มีคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานเยอะ แพลตฟอร์มต่างๆ ก็เกิดขึ้นมากมาย ที่จะเข้ามาในวงการบันเทิงของไทย ผมก็เลยคิดว่า อายุเยอะแล้ว แล้วเราก็รู้สึกว่าให้ลูกเราเข้ามาบริหารแล้ว มีอะไรที่เราทำไม่ได้ตั้งเยอะแยะมากๆ ภาพรวม พอดีคำคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน มอบให้กับรุ่นลูก แล้วทีมงานเก่าก็ยังอยู่ ทุกคนพร้อมที่จะพัฒนาความคิด องค์กรของตัวเอง

 

ส่วนทางด้านมณีรัตน์ ภรรยาของธงชัยเอง ก็ได้อธิบายเกี่ยวกับการพูดคุยตกลงกันในครั้งนี้ของพอดีคำ และช่อง 7 ว่า “เราได้คุยกันมาหลายครั้งแล้ว ช่อง 7 ให้เกียรติและเคารพการตัดสินใจของเรา เราทำเป็นสเตป เราค่อยๆ ก้าวออกมา และอีกที่หนึ่งเราก็เป็นฝ่ายเข้าไปหา ไม่มีการซื้อตัวใดๆ ทั้งสิ้น”

 

ธงชัยยังบอกกับสื่อมวลชนอีกว่า การปรับเปลี่ยนการทำงานของค่ายพอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นท์ ในครั้งนี้ เป็นเสมือนการได้ขยับขยายหาโอกาสใหม่ๆ และเขาเองยังพูดตรงๆ ว่านี่คือการวางรากฐานให้รุ่นลูกของเขาได้ทำงานใหม่ๆ เปิดโอกาสใหม่ๆ อีกด้วย 

 

“ลิเกเล่นวิกนี้ คนชื่นชมชื่นชอบมาก แต่ด้วยสัจธรรม บางทีมันก็ต้องมีการขยับขยาย ลิเกก็ต้องไปเล่นที่อื่น แต่ขับรถผ่านไปทีไร ก็จะนึกถึงตลาดหรือวิกที่ตัวเองเคยเล่น ก็ที่หมอชิตนี่แหละ ก็จะรำลึกและคิดถึงกันตลอดเวลา” ธงชัย กล่าวปิดท้าย

 

พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นท์ เติบโตขึ้นมาจากการสร้างละครป้อนให้กับช่อง 7 ตั้งแต่ในปี พ.ศ. 2553 นับเวลารวมแล้วราว 10 ปี โดยก่อนหน้านั้นเคยผลิตงานในชื่อค่ายว่า ‘คำพอดี’ มาก่อน สร้างผลงานมีชื่อเสียงที่ได้ทั้งเรตติ้ง และรางวัลมามากมายไม่ว่าจะเป็น หยกเลือดมังกร, เรือนกาหลง, เพื่อนแพง, บ่วงสไบ, สองนรี, มธุรสโลกันตร์ และในปัจจุบัน พอดีคำ เพิ่งจะมีละครเรื่องล่าสุดในขณะนี้ทางช่อง 7HD คือเรื่อง สะใภ้อิมพอร์ต

 

ทั้งนี้ ประเด็นเรื่องการย้ายไปร่วมงานกับช่อง one31 นั้นยังไม่มีการคอนเฟิร์มจากทาง ธงชัย ประสงค์สันติ โดยเขาได้บอกว่าต้องรอฟังคำยืนยันจาก บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ และป้อน-นิพนธ์ ผิวเณร ผู้บริหารฝ่ายละครของช่องว่า พอดีคำ จะได้ทำงานอะไร อย่างไรกับช่อง one31 บ้าง ซึ่งต้องรอติดตามในวันพรุ่งนี้ (31 มกราคม) ที่ช่อง one31 เองจะมีงาน ‘ปรากฏการณ์ one สนั่นจอ’ เราต้องคอยดูท่าทีของ บอย-ถกลเกียรติ อีกครั้ง ว่าจะตอบคำถามเกี่ยวกับประเด็นนี้อย่างไร

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ธงชัย ประสงค์สันติ ชี้แจงกรณี ‘พอดีคำ’ ย้ายสังกัด จากกันด้วยดี และอยากปูทางให้คนรุ่นใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชิงเวลาคนดู และทำให้ช่อง 3 กลับมามีกำไร สองภารกิจสุดท้าทายของ ‘อริยะ พนมยงค์’ ในปี 2563 https://thestandard.co/ariya-banomyong/ Wed, 29 Jan 2020 03:10:39 +0000 https://thestandard.co/?p=325503 อริยะ พนมยงค์

เป็นเวลากว่า 9 เดือนแล้วที่ตระกูลมาลีนนท์ตัดสินใจดึง ‘อ […]

The post ชิงเวลาคนดู และทำให้ช่อง 3 กลับมามีกำไร สองภารกิจสุดท้าทายของ ‘อริยะ พนมยงค์’ ในปี 2563 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อริยะ พนมยงค์

เป็นเวลากว่า 9 เดือนแล้วที่ตระกูลมาลีนนท์ตัดสินใจดึง ‘อริยะ พนมยงค์’ เข้ามาคุมอาณาจักร BEC World หรือ ช่อง 3 โดยเป็นครั้งแรกที่แม่ทัพสูงสุดไม่ได้มาจากคนในตระกูล โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการพลิกธุรกิจให้กลับมาเป็นบวก ภายหลังปี 2561 ผลประกอบการขาดทุน 311 ล้านบาทครั้งแรกในรอบ 48 ปีนับตั้งแต่ทำธุรกิจมา

 

อริยะเข้ามาในช่วงที่ช่อง 3 กำลังเจอคลื่นยักษ์สองลูกถาโถมเข้าใส่ ลูกแรกคือการที่เม็ดเงินโฆษณาที่มีจำกัด ถูกแบ่งก้อนเค้กมากขึ้นด้วยจำนวนช่องทีวีที่เพิ่มเป็น 24 ช่อง แม้วันนี้จะเหลืออยู่ 15 ช่อง หลังจากที่รัฐบาลเปิดโอกาสให้คืนช่อง แต่หลายคนก็มองว่าจำนวนช่องที่เหลืออยู่มากเกินไปอยู่ดี

 

คลื่นลูกที่สองคือ ‘Consumer Disruption’ ผู้บริโภคหันไปใช้เวลากับโลกออกไลน์มากขึ้น สะท้อนจากตัวเลขจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นจาก 20 ล้านคน เป็น 55 ล้านคนภายในระยะเวลาไม่กี่ปี ทำให้ตลาดไทยเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของแพลตฟอร์มออนไลน์จากต่างประเทศ

 

มีไม่กี่เรื่องที่คนไทยสามารถติดท็อประดับโลกได้ และเรื่องของออนไลน์ถือเป็นหนึ่งในนั้น โดย 3 แพลตฟอร์มหลักที่คนไทยนิยมใช้คือ Google และ YouTube มีผู้ใช้ติดอันดับ 6 ของโลก, Facebook อันดับ 8 และ LINE อันดับ 2

 

“ความท้าทายและคู่แข่งของช่อง 3 ในวันนี้ไม่ได้อยู่ที่ช่องทีวีเหมือนกัน หรือ แพลตฟอร์มสตรีมมิง แต่เป็นเวลาที่ทุกคนพยายามตรึงผู้บริโภคอยู่หน้าจอให้ได้ ที่สำคัญเวลาเป็นสิ่งเดียวที่เทคโนโลยีทดแทนไม่ได้ และทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน”

 

ข่าวและบุกต่างประเทศ สองเรื่องที่ช่อง 3 ทำได้ดีในปี 2562

ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 ผลประกอบการของช่อง 3 ออกมาขาดทุน 138 ล้านบาท แม้ไตรมาส 3 จะมีกำไร 93.6 ล้านบาทก็ตาม ส่วนผลประกอบทั้งปีต้องรอแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการเสียก่อน จึงยังบอกไม่ได้ว่าผลงานของอริยะสำหรับการข้ามห้วยมาคุมธุรกิจทีวีเป็นอย่างไร

 

แต่อริยะบอกว่ามีสองเรื่องที่ช่อง 3 ทำได้ดีในปี 2562 เรื่องแรก ‘การเปลี่ยนแปลงข่าว’ เพราะเป็นคอนเทนต์ที่เปลี่ยนได้เลยไม่เหมือนละคร โดยได้วางโพสิชันเป็นข่าวที่พึ่งพาได้ ทันเหตุการณ์ และข่าวจริง โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ข่าวจริงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เมื่อผู้บริโภคบางส่วนไม่ได้อ่านเนื้อหาทั้งหมดและส่งต่อเลย

 

โดยมี 3 รายการข่าวที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ได้แก่ โหนกระแส ของ หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย, คลินิกหมอความ ของ ทนายสงกาญ์ อัจฉริยะทรัพย์ และ จับข่าวลวง

 

อริยะ พนมยงค์

 

อีกเรื่อง ‘การบุกต่างประเทศ’ แต่เดิมเวลาไปออกโรดโชว์ต่างประเทศ บริษัทต่างๆ จะไม่ค่อยรู้จักช่อง 3 มากนัก แต่วันนี้ด้วยกลุ่มคนดูในประเทศนั้นๆ ดูคอนเทนต์ของช่อง 3 มากขึ้น ทำให้บริษัทต่างๆ เริ่มรู้จักมากขึ้น เช่น จีน, ไต้หวัน, ฮ่องกง, เกาหลีใต้, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย เป็นต้น

 

“จากเดิมเราเป็นฝ่ายที่ต้องวิ่งเข้าหา แต่วันนี้มีคนวิ่งเข้าหาเราบ้างแล้ว” อริยะกล่าว 

 

Vision และ Mission ใหม่ยกแผง

สำหรับในปี 2563 ภาพรวมของเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัว โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา จีน และอังกฤษ ส่วนไทยเศรษฐกิจก็มีแนวโน้มเติบโตลดลง ยิ่งเม็ดเงินโฆษณาซึ่งถือเป็นรายได้หลักของช่อง 3 ก็ยังไม่มีความแน่นอน บางก็ว่าเติบโต บ้างก็ว่าทรงตัว แต่สำหรับอริยะขอมองลบไว้ก่อน ดีสุดอาจจะทรงตัว หากโชคร้ายอาจติดลบ

 

เพื่อรับมือกับเรื่องเหล่านี้ ปลายปีที่แล้วช่อง 3 ได้ปรับ Vision มาเป็น ‘ผู้นำทางด้านคอนเทนต์และธุรกิจบันเทิงของประเทศไทย’ โดยอริยะอธิบายว่า ช่อง 3 ไม่ได้มองตัวเองอยู่แค่ธุรกิจทีวีอีกต่อไป แต่หัวใจของธุรกิจคือคอนเทนต์ และคอนเทนต์เป็นสิ่งเดียวที่จะสามารถชิงเวลาของผู้บริโภคได้ ดังนั้นคอนเทนต์จึงเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับทั้งช่อง 3 และพาร์ตเนอร์

 

ขณะเดียวกันได้วาง Mission 2023 โดยจะทำองค์กรให้ ‘ลีน’ คือรีดไขมันออกมา ทำองค์กรให้เคลื่อนไหวเร็วขึ้น เพราะเวลาไม่เข้าข้างใคร ขณะเดียวกันจะนำประสบการณ์การผลิตข่าวและละครที่ยาวนานถึง 50 ปีมาต่อยอด โดยจะนำมาผลิตคอนเทนต์ที่สดใหม่และตอบโจทย์ผู้บริโภค

 

“วันนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือจริตของผู้บริโภค แต่ความท้าทายอยู่ที่ผู้ชมไม่ได้ดูจอเดียวเหมือนในอดีต วันนี้ เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ ดูคอนเทนต์ไม่เหมือนกัน ช่อง 3 จึงต้องทำคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ชมทุกกลุ่ม”

อริยะ พนมยงค์

 

นอกจากนี้จะหยิบเทคโนโลยีมาเสริมเพื่อตอบโจทย์แบรนด์ ไม่ใช่แค่คอนเทนต์ แต่ในความเป็นสื่อโฆษณาต้องตอบโจทย์ ทำให้สื่อมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่สร้าง Awareness แต่ต้องสร้างยอดขายหรือทราฟฟิก ทำให้ผลลัพธ์จับต้องได้ ขณะเดียวกันช่อง 3 ได้วางเป้าหมายเจาะตลาดโลก ไม่ใช่แค่ตลาดไทยอย่างเดียว

 

ปรับ ‘สื่อดั้งเดิม’ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

จาก Vision และ Mission ได้ต่อยอดมาเป็นกลยุทธ์สำหรับปี 2563 จำนวน 6 เรื่อง ได้แก่

 

เรื่องแรก ‘New Media’ จะหยิบเรื่อง D2C หรือ Direct to Consumer มาใช้มากขึ้น ด้วยแต่เดิมปัญหาหนึ่งของแบรนด์คือไม่รู้จักลูกค้า เพราะข้อมูลจะอยู่ที่ภาคค้าปลีก ส่วนในยุคออนไลน์ปัญหาเดิมก็เกิด แต่เปลี่ยนมาเป็นแพลตฟอร์มแทน

 

สิ่งที่ช่อง 3 จะทำคือการเข้าไปคุยกับลูกค้าโดยตรง และแบ่งข้อมูลกับแบรนด์ตามข้อกำหนดที่คุยร่วมกัน เรื่องนี้ได้เริ่มทำแคมเปญกับ 7-Eleven โดยในระหว่างโฆษณาจะมี QR Code ขึ้นมาให้ผู้ชมรับส่วนลดได้ทันที ซึ่งจะทำให้แบรนด์รู้ว่าลูกค้าเป็นใคร ขณะเดียวกันจะปรับสื่อดั้งเดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ได้โฆษณา 15-30 วินาทีเหมือนเดิม ช่อง 3 มองไกลขนาดที่ต่อไปจะให้บริการคลังสินค้าและโลจิสติกส์ด้วย

 

เรื่องที่สอง ‘Go Inter’ โดยเฉพาะจีนและอินโดจีน ตั้งเป้าโตสองเท่าตัว

 

เรื่องที่สาม ‘3+’ ปลายเดือนกุมภาพันธ์จะมีการปรับแพลตฟอร์ม Mello ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2560 มาใช้ชื่อ 3+ เนื่องจากชื่อ Mello อาจทำให้ผู้บริโภคสับสน ส่วนชื่อใหม่จะสื่อความเป็นช่อง 3 ได้ดีกว่า พร้อมกันนี้จะนำคอนเทนต์อื่นๆ เข้ามารวมด้วย ขณะเดียวกันวางแผนจะไปจับมือกับแพลตฟอร์ม OTT หรือ Over-the-Top โดยล่าสุดเพิ่งจับมือกับ WeTV และ Tencent ไป คาดว่าปีนี้ปจะประกาศความร่วมมือกัน 2-3 รายซึ่งลงตัวแล้ว และมีอีก 1 รายที่กำลังคุยอยู่

 

ทีวีไม่ได้หายไปไหน แต่ต้องมองให้ออกว่าอนาคตจะไปทางไหน

เรื่องที่สี่ ‘คอนเทนต์’ ตั้งแต่เข้ามาคุมช่อง 3 ‘ผังรายการ’ ยังเป็นไม่กี่เรื่องที่อริยะไม่ได้เข้าไปแตะ แต่ปีนี้จะมีการปรับผังใหม่ แต่ไม่สามารถบอกได้ชัดเจน เพราะต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการ อริยะบอกว่าในส่วนของผังรายการจะเข้าไปปรับในช่วงไพรม์ไทม์ (Prime Time) ซึ่งแต่เดิมเน้นช่วง 20.20 น. เป็นต้นไป แต่จากข้อมูลผู้ชมที่มีอยู่ชี้ให้เห็นว่าต้องขยายเป็น 18.00-22.30 น.

 

อริยะ พนมยงค์

 

โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ 18.00-19.00 น. เป็นช่วงที่คนกำลังกลับบ้าน จึงจะมีการทำรายการใหม่ประมาณ 3 รายการสำหรับเจาะกลุ่มครอบครัว ช่วงต่อมา 19.00-20.00 น. ถือเป็นช่วงที่พีกที่สุด เพราะเป็นช่วงเวลากินข้าวของทั้งครอบครัว ทั้งในกลุ่มคนเมืองและต่างจังหวัด ถือเป็นตลาดแมส จึงวางแผนสร้างละครที่สามารถดูได้ทั้งครอบครัว

 

ช่วงสุดท้าย 20.20-22.30 น. หลักๆ จะเป็นละคร ซึ่งมีทั้งดราม่า โรแมนติก คอเมดี้ หรือแฟนตาซี แต่จะมีการปรับเนื้อหาให้สั้น กระชับมากขึ้น ด้วยคนสมัยนี้เบื่อง่ายคอนเทนต์จึงต้องดึงคนดูไม่ให้ละสายตาได้และเปลี่ยนช่อง เช่น ละคร ซ่อนเงารัก ซึ่งมีผู้ชมบอกว่าไม่สามารถละสายตาได้

 

นอกจากนี้ในละครจะเติมเรื่องที่คนดูให้ความสนใจ เช่น LGBTQ ซึ่งแต่เดิมไม่เห็นในละครของช่อง 3 โดยจะทำในขอบเขตที่เหมาะสม ไม่ใช่จูบกันเต็มจอแน่นอน

 

“ถ้าถามว่าคนดูทีวีน้อยลงไหม ยอมรับว่าน้อยลง วันนี้สามารถแบ่งผู้ชมออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ ได้แก่ ผู้ใหญ่วัย 35 ปีขึ้นไป ถือเป็นกลุ่มหลักที่ดูทีวี รองลงมา 30-35 ปี ดูทีวีและออนไลน์ไปพร้อมกัน สุดท้ายกลุ่มเด็กจะดูออนไลน์เป็นหลัก”

 

“สิ่งที่เราต้องทำคือเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของคนดูมากกว่า จอทีวีไม่ได้หายไปไหน แต่สิ่งที่ต้องมองให้ทะลุคืออนาคตทีวีจะไปทางไหนมากกว่า”

 

อริยะ พนมยงค์

 

ปี 2563 ช่อง 3 ต้องมี ‘กำไร’

เรื่องที่ห้า ‘ศิลปิน’ ซึ่งมีกว่า 200 คน จะนำมาต่อยอดให้ปรากฏบนหน้าจอมากขึ้น ไม่ใช่รอแค่ละครอย่างเดียว เพราะศิลปินไม่ได้มีความสามารถแค่ละคร บางคนสามารถร้องเพลงหรือเป็นพิธีกรได้

 

เรื่องสุดท้ายคือ ‘Data’ จะนำข้อมูลที่เก็บได้จากช่องทางต่างๆ มาต่อยอดเป็นธุรกิจใหม่ๆ เช่น ทีวีโฮมช้อปปิ้ง ซึ่งช่อง 3 ย้ำว่าจะไม่เหมือนใครแน่นอน

 

ปัจจุบันรายได้ของช่อง 3 กว่า 83% มาจากทีวี ที่เหลือ 17% มาจากช่องทางอื่นๆ แต่จากกลยุทธ์ที่กล่าวไปข้างต้น มีการตั้งเป้าหมายภายในปี 2566 หรืออีก 4 ปีต่อจากนี้ รายได้จากทีวีจะเหลือ 65% ที่เหลือ 35% มาจากช่องทางใหม่ๆ

 

“การปรับสัดส่วนมาจากสองเรื่องหลักๆ เรื่องแรกเป็นการกระจายความเสี่ยงโดยเฉพาะในภาวะอุตสาหกรรมสื่อชะลอตัว จึงต้องสร้างแหล่งรายได้ใหม่ เรื่องที่สองคือการสร้างธุรกิจใหม่บนพื้นฐานอุตสาหกรรมที่มีการเติบโต โดยช่อง 3 ต้องการเติบโตปีละอย่างน้อย 10% และที่สำคัญที่สุดปีนี้ต้องกลับมามีกำไร”

 

อย่างไรก็ตาม เวลาเที่ยงคืนของวันที่ 25 มีนาคม ช่อง 3 จะเป็นช่องสุดท้ายที่ยุติการออกกาศระบบอะนาล็อก ซึ่งจะต้องมีการคืนโครงข่ายให้กับ อสมท ทำให้พนักงานบางส่วน โดยเฉพาะกลุ่มช่างเทคนิคอาจต้องถูกปลดออก แต่อริยะย้ำว่า การลดคนจากพนักงานทั้งหมด 1,400-1,500 คน ไม่ได้เป็นเหตุผลหลัก เพราะการจะทำให้องค์กรเดินต่อไปได้ สิ่งสำคัญคือการคล่องตัว

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ชิงเวลาคนดู และทำให้ช่อง 3 กลับมามีกำไร สองภารกิจสุดท้าทายของ ‘อริยะ พนมยงค์’ ในปี 2563 appeared first on THE STANDARD.

]]>