สถานีตำรวจภูธร Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/สถานีตำรวจภูธร/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 21 Sep 2026 07:07:24 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 จากยุทธศาสตร์เมืองชายแดนสู่ความปลอดภัย ‘พล.ต.ต.ธนวัตร ’ ยกระดับตำรวจภูธรจังหวัดระนอง ปูพรมปราบอาชญากรรมชายแดน คว้าอันดับ 1 งานจราจรระดับประเทศ https://thestandard.co/ranong-police-tanawat-crime-traffic/ Mon, 21 Sep 2026 07:07:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1257548 พล.ต.ต.ธนวัตร วัฒนกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง

ตำรวจภูธรจังหวัดระนอง (ภ.จว.ระนอง) สรุปผลการปฏิบัติราชก […]

The post จากยุทธศาสตร์เมืองชายแดนสู่ความปลอดภัย ‘พล.ต.ต.ธนวัตร ’ ยกระดับตำรวจภูธรจังหวัดระนอง ปูพรมปราบอาชญากรรมชายแดน คว้าอันดับ 1 งานจราจรระดับประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ต.ธนวัตร วัฒนกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง

ตำรวจภูธรจังหวัดระนอง (ภ.จว.ระนอง) สรุปผลการปฏิบัติราชการในช่วง 21 เดือน ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ธนวัตร วัฒนกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง โดยมีผลงานสำคัญทั้งด้านการรักษาความปลอดภัยทางถนน การปราบปรามอาชญากรรม และการดูแลความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา

 

ด้านการจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติประกาศให้ ภ.จว.ระนอง เป็นหน่วยงานระดับกองบังคับการที่มีผลการปฏิบัติดีเด่น อันดับ 1 ด้านการป้องกันและปราบปรามการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ประจำปีงบประมาณ 2568 นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลรองชนะเลิศประเภทหน่วยงานจากโครงการ “สุภาพบุรุษจราจร ประชาชนสัญจรปลอดภัย” ประจำปีงบประมาณ 2568

 

ส่วนภารกิจด้านความมั่นคงชายแดน ภ.จว.ระนองได้รับประกาศเกียรติคุณจากตำรวจภูธรภาค 8 ในด้านผลการปฏิบัติดีเด่นด้านการปราบปรามคดีค้ามนุษย์ ประจำเดือนพฤษภาคม 2569 ขณะที่การปราบปรามยาเสพติดได้เดินหน้า โครงการเรือประมงสีขาว ร่วมกับจังหวัดระนองและ ป.ป.ส. เพื่อตรวจสอบและป้องกันยาเสพติดในกลุ่มแรงงานภาคประมง รวมถึงขยายผลเครือข่ายยาเสพติดระนอง-ชุมพร จับกุมผู้ต้องหา 5 ราย พร้อมตรวจยึดบ้าน ที่ดิน ทองคำ และยานพาหนะที่เกี่ยวข้อง

 

ด้านการเตรียมความพร้อมกำลังพล มีการฝึกชุดปฏิบัติการ Six Man Team เพื่อเพิ่มศักยภาพในการระงับเหตุฉุกเฉิน พร้อมจัดสรรอุปกรณ์ปฏิบัติการ โดยมอบสายรัดห้ามเลือด 200 ชิ้นแก่สถานีตำรวจในสังกัด และมอบโล่กันกระสุนสำหรับติดตั้งกระจกรถยนต์ให้กองกำกับการสืบสวน ภ.จว.ระนอง

 

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ธนวัตรได้รับการคัดเลือกเป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2569 และเข้ารับเกียรติบัตรเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 โดยผลการปฏิบัติงานตลอด 21 เดือนถูกจัดทำเป็นระบบงานเพื่อส่งต่อให้กำลังพลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดระนองต่อไป

The post จากยุทธศาสตร์เมืองชายแดนสู่ความปลอดภัย ‘พล.ต.ต.ธนวัตร ’ ยกระดับตำรวจภูธรจังหวัดระนอง ปูพรมปราบอาชญากรรมชายแดน คว้าอันดับ 1 งานจราจรระดับประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจภูธรภาค 9 สั่งคุมเข้ม 3 จังหวัดชายแดนใต้ รับมือเหตุป่วนรายวัน ชี้ผู้ก่อเหตุหวังสร้างสถานการณ์แสดงศักยภาพ https://thestandard.co/southern-border-security-unrest/ Mon, 24 Aug 2026 08:03:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1245820 ตำรวจกำลังปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

วันนี้ (24 สิงหาคม) พล.ต.ท. ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชา […]

The post ตำรวจภูธรภาค 9 สั่งคุมเข้ม 3 จังหวัดชายแดนใต้ รับมือเหตุป่วนรายวัน ชี้ผู้ก่อเหตุหวังสร้างสถานการณ์แสดงศักยภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจกำลังปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

วันนี้ (24 สิงหาคม) พล.ต.ท. ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) เปิดเผยถึงมาตรการรับมือสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประชุมเพื่อวางแผนรองรับร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ซึ่งได้มีข้อสั่งการให้ทุกสถานีตำรวจยกระดับการวางกำลังให้มีความเข้มข้น และปรับเปลี่ยนยุทธวิธีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

 

พล.ต.ท. ปิยะวัฒน์ ระบุว่า ได้กำชับให้มีการประสานกำลังร่วมกันของทุกฝ่าย ทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองในแต่ละอำเภอ เพื่อเฝ้าระวังสถานที่ที่อาจตกเป็นเป้าหมายของการก่อเหตุ ตั้งแต่คืนนี้ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงสิ้นเดือน เนื่องจากประเมินว่าสถานการณ์มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น และมีปัจจัยกระตุ้นสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

 

ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ไม่ได้ปล่อยปละละเลย และได้เพิ่มการเฝ้าระวังมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือน โดยเฉพาะตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม ซึ่งหน่วยข่าวกรองได้แจ้งเตือนภาพรวมว่าจะมีการก่อเหตุในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม การแจ้งเตือนดังกล่าวไม่ได้ระบุพิกัดหรือเวลาที่แน่ชัด ประกอบกับพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังมีบริเวณกว้าง จึงทำให้การป้องกันเป็นไปได้ยาก

 

สำหรับความคืบหน้าด้านคดี เบื้องต้นได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและภาพจากกล้องวงจรปิดในทุกจุดเกิดเหตุ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นกลุ่มเดิมที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่พอจะทราบเบาะแสและระบุตัวบุคคลได้บางส่วนแล้ว

 

ผบช.ภ.9 ประเมินว่า วัตถุประสงค์หลักของการก่อเหตุในระยะนี้ คือการสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย และต้องการแสดงศักยภาพให้เห็นว่ากลุ่มของตนสามารถก่อเหตุป่วนเมืองได้ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุม เพื่อดำเนินการออกหมายจับผู้กระทำผิดต่อไป

 

พล.ต.ท. ปิยะวัฒน์ เน้นย้ำว่า หลังจากนี้จะต้องมีการปรับเปลี่ยนมาตรการเป็นเชิงรุกมากขึ้น โดยเน้นการพูดคุยและบูรณาการกำลังร่วมกันทั้ง 3 ฝ่ายอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากจุดที่เกิดเหตุหลายแห่งเป็นพื้นที่ของท้องถิ่นและเทศบาล การใช้กำลังตำรวจเพียงฝ่ายเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะระงับเหตุได้ครอบคลุมทุกจุด

 

ดังนั้น ทุกหน่วยงานต้นสังกัด ไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะต้องร่วมรับผิดชอบและมีมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานที่ของตนเองด้วย โดยจะมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปช่วยเสริมและสนับสนุนการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่

The post ตำรวจภูธรภาค 9 สั่งคุมเข้ม 3 จังหวัดชายแดนใต้ รับมือเหตุป่วนรายวัน ชี้ผู้ก่อเหตุหวังสร้างสถานการณ์แสดงศักยภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจคุมตัว ฉลอง เข้าค้นบ้าน พบกระสุนปืน 30 นัด ส่วนอาวุธปืน 9 กระบอก เจ้าตัวขายต่อไปหมดแล้ว https://thestandard.co/chalong-house-search-ammo-guns/ Mon, 10 Aug 2026 14:05:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1240556 เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวฉลองเข้าตรวจค้นบ้านพัก

วันนี้ (10 สิงหาคม) พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผู้บังคับการภูธร […]

The post ตำรวจคุมตัว ฉลอง เข้าค้นบ้าน พบกระสุนปืน 30 นัด ส่วนอาวุธปืน 9 กระบอก เจ้าตัวขายต่อไปหมดแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวฉลองเข้าตรวจค้นบ้านพัก

วันนี้ (10 สิงหาคม) พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผู้บังคับการภูธรจังหวัดนนทบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ควบคุมตัว ฉลอง เรี่ยวแรง ไปยังบ้านพักส่วนตัว ในพื้นที่ ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เพื่อทำการตรวจค้น โดยทางครอบครัวของผู้ก่อเหตุนั้นไม่อนุญาตให้ทางสื่อมวลชนเข้าไปร่วมเก็บภาพด้านใน ให้เพียงแต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเพียงเท่านั้น และขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนให้รออยู่ด้านนอกของรั้วประตูบ้าน

 

สำหรับการตรวจค้นในครั้งนี้นั้นใช้เวลากว่า 40 นาที ก่อนจะออกมาจากบ้านพักฉลอง ในเวลา 19.10 น. เพื่อกลับไปยัง สภ.รัตนาธิเบศร์ ซึ่งรอบนี้ผู้ต้องหาไม่ได้พูดอะไรกับสื่อมวลชน

 

การตรวจค้นครั้งนี้เป็นการหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงอาวุธและมูลเหตุจูงใจ ในการก่อเหตุ ซึ่งผลจากการตรวจค้น พบเครื่องกระสุนขนาด 11 มม. จำนวน 30 นัด แต่ไม่พบปืนกระบอกอื่น จากการตรวจสอบพบว่าฉลองเคยครอบครองอาวุธปืนทั้งสิ้น 9 กระบอก แต่ปัจจุบันได้ขายไปหมดแล้ว เหลือเพียงปืนกระบอกเดียว นั่นคือขนาด 9 มม. ที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งผู้ต้องหามอบให้เจ้าหน้าที่ตํารวจไปก่อนหน้านี้ นอกจากนี้จากการเปิดตู้เซฟ มีเพียงเอกสารทั่วไปซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับคดี

 

ขณะเดียวกัน ทางญาติของฉลองได้นำอาหารและเครื่องดื่มมาติดต่อขอเยี่ยม แต่ทางตำรวจไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมเนื่องจากเกินเวลาแล้ว และทางญาติ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยบอกว่าตัวเองเป็นเพียงญาติห่างๆไม่ทราบเรื่องข้อเท็จจริงโดยเฉพาะเรื่องเงิน

The post ตำรวจคุมตัว ฉลอง เข้าค้นบ้าน พบกระสุนปืน 30 นัด ส่วนอาวุธปืน 9 กระบอก เจ้าตัวขายต่อไปหมดแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตร. ยกระดับความมั่นคง สั่งล่าขบวนการจีนเทาซุกคลังแสง กำชับสืบลึกเส้นทางเงิน-ที่มาอาวุธ ป้องกันเหตุซ้ำรอย https://thestandard.co/police-hunt-chinese-gang-arms-cache/ Sat, 09 May 2026 03:51:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1205351 ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบอาวุธสงครามและสิ่งของที่ยึดได้จากคลังแสง

สืบเนื่องจากปฏิบัติการของชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 (บช.ภ. […]

The post ตร. ยกระดับความมั่นคง สั่งล่าขบวนการจีนเทาซุกคลังแสง กำชับสืบลึกเส้นทางเงิน-ที่มาอาวุธ ป้องกันเหตุซ้ำรอย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบอาวุธสงครามและสิ่งของที่ยึดได้จากคลังแสง

สืบเนื่องจากปฏิบัติการของชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 (บช.ภ.2) ที่ได้ทำการขยายผลจากอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำ ซึ่งมีชาวจีน 2 รายเป็นผู้ขับขี่และโดยสาร โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบการพกพาอาวุธปืนสั้น นำไปสู่การขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักย่านบางละมุง และพื้นที่นาจอมเทียน

 

ซึ่งเจ้าหน้าที่พบอาวุธสงครามและเสื้อเกราะดัดแปลงติดระเบิดในลักษณะเตรียมพร้อมก่อเหตุพลีชีพ ก่อนจะขยายผลต่อเนื่องเข้าตรวจค้นบ้านพักหรูแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และพบว่าภายในบ้านถูกดัดแปลงเป็นคลังเก็บอาวุธสงครามจำนวนมหาศาล โดยมีชาวต่างชาติเป็นผู้ครอบครอง

 

วันนี้ (9 พฤษภาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ออกมาระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนได้รับรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และประเมินว่าเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงอย่างร้ายแรง จึงได้มีข้อสั่งการด่วนให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รับผิดชอบงานความมั่นคง) ลงพื้นที่กำกับดูแลคดีนี้ด้วยตนเอง พร้อมสั่งการให้ทีมสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 เร่งรัดการสืบสวนขยายผลโดยเร็วที่สุด

 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับแนวทางการทำงานของชุดสืบสวนว่า ต้องดำเนินการสอบสวนขยายผลในทุกมิติอย่างละเอียด เริ่มตั้งแต่ประวัติเชิงลึกของผู้ต้องหา การเดินทางเข้าออกประเทศ อาชีพ ตลอดจนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด นอกจากนี้ ต้องสืบสวนหาที่มาของอาวุธสงครามว่าได้มาด้วยวิธีใด จากบุคคลกลุ่มใด และที่สำคัญที่สุดคือต้องค้นหา วัตถุประสงค์ ในการครอบครองอาวุธร้ายแรงเหล่านี้ ว่ากลุ่มผู้ต้องหาเตรียมการจะนำไปใช้ก่อเหตุใด

 

รวมถึงให้ตรวจสอบข้อมูลการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ บัญชีธนาคาร และเส้นทางการเงินอย่างรัดกุม โดยเน้นย้ำให้ดำเนินการตามกรอบของกฎหมายอย่างเด็ดขาด และต้องรายงานความคืบหน้าให้ทราบอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสามารถทลายขบวนการนี้ได้ทั้งเครือข่าย

 

นอกจากมาตรการปราบปรามแล้ว พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยังได้สั่งการเชิงรุกเพื่อการป้องกัน โดยกำชับให้ พล.ต.อ.สำราญ ประสานการทำงานร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และคัดแยกกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่เดินทางเข้า-ออก หรือพำนักอยู่ในประเทศไทยที่มีนัยยะความผิดปกติ เช่น มีประวัติการเดินทางเข้า-ออกบ่อยครั้ง หรือมีระยะเวลาการพำนักที่ยาวนานผิดสังเกต

 

จากนั้นให้ส่งมอบข้อมูลดังกล่าวแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อปฏิบัติการด้านการข่าวและดำเนินการเอกซเรย์ ทั้งบุคคลต่างด้าวกลุ่มเสี่ยงและสถานที่พักอาศัยอย่างเข้มงวด เพื่อเป็นการสกัดกั้นและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์คุกคามความมั่นคงในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต

The post ตร. ยกระดับความมั่นคง สั่งล่าขบวนการจีนเทาซุกคลังแสง กำชับสืบลึกเส้นทางเงิน-ที่มาอาวุธ ป้องกันเหตุซ้ำรอย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดีเอสไอรับมอบสำนวนคดีน้ำมันเชื้อเพลิงจากตำรวจภูธรสุราษฎร์ธานี ลุยเดินหน้าสอบสวนเป็นคดีพิเศษทันที https://thestandard.co/dsi-fuel-case-surat-thani-special/ Mon, 20 Apr 2026 06:35:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1199074 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอและตำรวจภูธรสุราษฎร์ธานีประชุมรับมอบสำนวนคดีน้ำมันเชื้อเพลิง

วันนี้ (20 เมษายน) ที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรา […]

The post ดีเอสไอรับมอบสำนวนคดีน้ำมันเชื้อเพลิงจากตำรวจภูธรสุราษฎร์ธานี ลุยเดินหน้าสอบสวนเป็นคดีพิเศษทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ดีเอสไอและตำรวจภูธรสุราษฎร์ธานีประชุมรับมอบสำนวนคดีน้ำมันเชื้อเพลิง

วันนี้ (20 เมษายน) ที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พันตำรวจตรี วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 59/2569 พร้อมด้วยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้เข้าร่วมประชุมกับคณะพนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามข้อบังคับของคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.)

 

การประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบข้อเท็จจริง และร่วมกันตรวจสอบสำนวนการสอบสวนตลอดจนสรรพพยานหลักฐานต่างๆ ที่ได้ดำเนินการรวบรวมไว้ก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะมีการส่งมอบและรับเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการ เพื่อให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษนำสำนวนดังกล่าวไปดำเนินการสอบสวนตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

 

สำหรับความคืบหน้าของการสืบสวนคดีในเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนพยานบุคคลไปแล้วจำนวน 4 ปาก พร้อมทั้งรวบรวมเอกสารและพยานหลักฐานจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานีในฐานะผู้กล่าวหา รวมถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องในคดีไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ทั้งนี้ ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ยืนยันว่าภายหลังจากการรับมอบสำนวนคดีและการส่งมอบพยานหลักฐานเสร็จสิ้นสมบูรณ์ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะเร่งเดินหน้ากระบวนการสอบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่องในทันที เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรัดกุม โปร่งใส และสามารถนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็วที่สุด

The post ดีเอสไอรับมอบสำนวนคดีน้ำมันเชื้อเพลิงจากตำรวจภูธรสุราษฎร์ธานี ลุยเดินหน้าสอบสวนเป็นคดีพิเศษทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่วยค่าน้ำมันหรือวัฒนธรรมองค์กร? สรุปปมเปิดโปง ‘พ.ต.ท.’ สภ.ม่วงสามสิบ รีดไถผู้เสียหายแลกทำคดี ช่วงวิกฤตน้ำมันแพง https://thestandard.co/ubon-ratchathani-police-extortion-fuel/ Wed, 08 Apr 2026 08:51:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1195859 ภาพประกอบข่าวการเปิดโปง พ.ต.ท. สภ.ม่วงสามสิบ รีดไถเงินค่าน้ำมันจากผู้เสียหาย

วิกฤตศรัทธาของประชาชนต่อวงการสีกากีถูกจุดติดขึ้นอีกครั้ […]

The post ส่วยค่าน้ำมันหรือวัฒนธรรมองค์กร? สรุปปมเปิดโปง ‘พ.ต.ท.’ สภ.ม่วงสามสิบ รีดไถผู้เสียหายแลกทำคดี ช่วงวิกฤตน้ำมันแพง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบข่าวการเปิดโปง พ.ต.ท. สภ.ม่วงสามสิบ รีดไถเงินค่าน้ำมันจากผู้เสียหาย

วิกฤตศรัทธาของประชาชนต่อวงการสีกากีถูกจุดติดขึ้นอีกครั้ง เมื่อ ‘พนักงานสอบสวน’ ยศพันตำรวจโท ในจังหวัดอุบลราชธานี ถูกเปิดโปงว่ามีพฤติกรรมเรียกรับเงินค่าน้ำมันและค่าดำเนินการจากผู้เสียหายหลายรายเพื่อแลกกับการปฏิบัติหน้าที่

 

 
 

คำถามสำคัญจากเหตุการณ์นี้คือ พฤติกรรมอ้าง ‘น้ำมันแพง-งบหมด’ เพื่อรีดไถประชาชน เป็นปรากฏการณ์เฉพาะกิจในยุคน้ำมันแพง หรือเป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้พรมมาอย่างยาวนานในองค์กรนี้ ?

 

เริ่มต้นจากคลิปแฉ ‘หมูเฟิร์น’

 

จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ หมูเฟิร์น หรือ ชลธิชา ธาราโรจน์ อินฟลูเอนเซอร์ ตัดสินใจออกมาแผยแพร่คลิปวิดีโอแฉพฤติกรรมของร้อยเวร สภ.ม่วงสามสิบ หลังจากเธอตกเป็นผู้เสียหายถูกโจรขึ้นบ้านพัก แต่เมื่อแจ้งความกลับได้รับคำตอบจากตำรวจว่า “ต้องจ่ายค่าน้ำมัน 1,000 บาท” เจ้าหน้าที่จึงจะเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุให้

 

คลิปดังกล่าวกลายเป็นไวรัลในโลกโซเชียล และกลายเป็นตัวจุดประกายให้ผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่เคยถูกกระทำในลักษณะเดียวกันทยอยออกมาเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม โดยพบว่าพนักงานสอบสวนรายดังกล่าว (ยศ พ.ต.ท.) มีพฤติกรรมรีดไถเป็นประจำ ซึ่งประกอบด้วยเหยื่ออีกอย่างน้อย 3 ราย ได้แก่:

 

  • เหยื่อรายที่ 2 (คดีมิจฉาชีพหลอกลงทุน): ถูกเรียกเก็บค่าน้ำมัน 3,000 บาท อ้างเป็นค่าเดินทางนำตัวผู้ต้องหาส่งศาล และเรียกขอส่วนแบ่งเพิ่มอีก 50,000 บาท หากติดตามเงินคืนได้ จนผู้เสียหายต้องไปหยิบยืมเงินสดมาจ่ายให้ก่อน 1,500 บาท
  • เหยื่อรายที่ 3 (คดีฉ้อโกง): แม่ค้าขายเนื้อถูกเรียกเก็บค่าเอกสาร 500 บาท และร้อยเวรยังอาศัยจังหวะที่ทราบอาชีพผู้เสียหาย เอ่ยปากขอเนื้อวัว 1 กิโลกรัมไปบริโภคฟรี โดยให้ตำรวจอีกนายตามไปรับถึงบ้าน
  • เหยื่อรายที่ 4 (คดีไฟแนนซ์รถยนต์): ถูกเรียกค่าดำเนินการสูงถึง 10,000 บาท อ้างเป็นค่าไกล่เกลี่ยและถอนหมายจับ โดยเหยื่อรายนี้ได้เก็บหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอขณะเจรจาไว้ได้อย่างชัดเจน

 

สั่งเด้งเข้ากรุ-ตั้งกรรมการสอบสวน

 

ภายหลังจากเรื่องราวถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ พ.ต.อ. คนองฤทธิ์ ดาราช ผูกก.สภ.ม่วงสามสิบ ได้ลงพื้นที่เพื่อกราบขอโทษผู้เสียหายด้วยตนเอง ขณะที่ พล.ต.ต. ปฏิยุทธ สิงห์สมโรจน์ ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี ได้ลงนามในคำสั่งด่วนให้พนักงานสอบสวนรายดังกล่าวไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี (ศปก.บก.ภ.จว.อุบลราชธานี) ทันที เพื่อป้องกันการแทรกแซงพยานหลักฐาน

 

สำหรับการดำเนินการทางกฎหมายและวินัย

 

  • การตั้งคณะกรรมการสอบสวน: ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยต้องสรุปผลให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน
  • การดำเนินคดีอาญา: พฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 (เจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์) ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต และ มาตรา 157 (ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ) โดยเตรียมส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อ

 

คำยืนยันจาก ตร. ”งบน้ำมันมีเพียงพอ”

 

จากข้ออ้างเรื่องน้ำมันแพงและงบประมาณไม่เพียงพอ พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ยืนยันตรงว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการจัดสรรงบประมาณค่าน้ำมันเชื้อเพลิงลงไปยังสถานีตำรวจทุกแห่งอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติน้ำมันแพงที่ผ่านมาได้มีการอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมไปแล้ว

 

“องค์กรตำรวจไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่เรียกเก็บเงินจากประชาชน ข้ออ้างเรื่องน้ำมันขาดแคลนจึงฟังไม่ขึ้น และเป็นการใช้อำนาจหน้าที่เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริต”

 

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างในการกำกับดูแลบุคลากร โดยเฉพาะในระดับสถานีตำรวจที่ใกล้ชิดประชาชนที่สุด ซึ่งตามกฎหมายอาญาแล้ว การกระทำของตำรวจรายนี้ถือเป็นความผิดร้ายแรง

 

  • มาตรา 149: โทษจำคุก 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต ปรับ 100,000 – 400,000 บาท หรือประหารชีวิต
  • มาตรา 157: โทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

บทเรียนจาก สภ.ม่วงสามสิบ จึงเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของตรวจสอบโดยภาคประชาชน และความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้นที่ต้องไม่มีค่าธรรมเนียมแฝง บนความเดือดร้อนของประชาชน

The post ส่วยค่าน้ำมันหรือวัฒนธรรมองค์กร? สรุปปมเปิดโปง ‘พ.ต.ท.’ สภ.ม่วงสามสิบ รีดไถผู้เสียหายแลกทำคดี ช่วงวิกฤตน้ำมันแพง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจสุรินทร์แจงปมจับกุมแม่ลูกชาวกัมพูชา คดีลอบเข้าเมือง ไม่เกี่ยวถูกทำร้ายหรือค้ามนุษย์ https://thestandard.co/surin-police-cambodian-arrest/ Thu, 28 Aug 2025 10:07:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1112722 surin-police-cambodian-arrest

วันนี้ (28 สิงหาคม) พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผู้บังคับการต […]

The post ตำรวจสุรินทร์แจงปมจับกุมแม่ลูกชาวกัมพูชา คดีลอบเข้าเมือง ไม่เกี่ยวถูกทำร้ายหรือค้ามนุษย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
surin-police-cambodian-arrest

วันนี้ (28 สิงหาคม) พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ชี้แจงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวในรายการโทรทัศน์และโซเชียลมีเดียว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธร(สภ.)บัวเชด ได้จับกุมเด็กชายตงเฮง ระเสม็ย อายุ 13 ปี และเซียบ ฟารม อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นแม่ลูกชาวกัมพูชา โดยยืนยันว่าเป็นการจับกุมในข้อหาลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำร้ายร่างกายหรือการค้ามนุษย์แต่อย่างใด

 

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีบุคคลต่างชาติเข้ามาในพื้นที่บ้านโนนสังข์ ตำบลบัวเชด จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ และเข้าจับกุมตัวเซียบและเด็กชายตงเฮงในวันที่ 27 สิงหาคม

 

จากการสอบสวนพบว่า เซียบและลูกชายได้ลักลอบเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ บริเวณใกล้ช่องสะงำ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อปี 2561 และได้เข้ามาอาศัยอยู่ในอำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ โดยเด็กชายตงเฮงได้เข้าเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 1 กระทั่งถูกจับกุม

 

จากการตรวจสอบเอกสาร เซียบและเด็กชายตงเฮงไม่มีตราประทับการอนุญาตของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง จึงถูกแจ้งข้อหา ‘เป็นบุคคลต่างชาติเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต’ ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้ทำการคัดแยกแล้ว ไม่พบว่าเข้าข่ายการค้ามนุษย์แต่อย่างใด จึงได้ส่งตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุรินทร์ดำเนินการผลักดันกลับประเทศตามขั้นตอนต่อไป

The post ตำรวจสุรินทร์แจงปมจับกุมแม่ลูกชาวกัมพูชา คดีลอบเข้าเมือง ไม่เกี่ยวถูกทำร้ายหรือค้ามนุษย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจเชียงใหม่ชี้แจงกรณีสื่อเสนอข่าวรีดทรัพย์ 4 แสนบาท ล้มคดี สส. ล่วงละเมิด เจ้าของคดียืนยันไม่มีเรียกรับเงิน https://thestandard.co/chiangmaipolice-newsscam-4million-bailcase/ Tue, 11 Feb 2025 13:49:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1040896 ChiangMaiPolice-NewsScam-4Million-BailCase

วันนี้ (11 กุมภาพันธ์) พล.ต.ต. ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอ […]

The post ตำรวจเชียงใหม่ชี้แจงกรณีสื่อเสนอข่าวรีดทรัพย์ 4 แสนบาท ล้มคดี สส. ล่วงละเมิด เจ้าของคดียืนยันไม่มีเรียกรับเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ChiangMaiPolice-NewsScam-4Million-BailCase

วันนี้ (11 กุมภาพันธ์) พล.ต.ต. ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เดินทางมาดูสำนวนคดีตามที่มีสื่อมวลชนเสนอข่าว ‘ตำรวจเรียก 4 แสนบาทล้มคดีข่มขืน’ พร้อมประชุมคณะกรรมการและพนักงานสอบสวนคดี ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ หรือ ‘ปูอัด’ สส. กทม. พรรคไทยก้าวหน้า กรณีข่มขืนกระทำชำเรานักท่องเที่ยวสาวชาวไต้หวัน ที่ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ และได้สอบถามไปยังพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีกรณีเป็นข่าวปรากฏตามสื่อโซเชียล โดยยืนยันว่าไม่มีการเรียกรับเงิน

 

พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีชี้แจงว่า ข้อความดังกล่าวทำให้ตนเองในฐานะพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้รับความเสียหาย เนื่องจากได้รับมอบหมายให้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอออกหมายจับคดีดังกล่าว จึงขอชี้แจงว่าการออกหมายจับเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายเพราะคดีมีอัตราโทษสูงตามที่กฎหมายกำหนด และเพื่อให้ศาลพิจารณาพยานหลักฐานในเบื้องต้น

 

ส่วนการเรียกรับเงินสินบนดังกล่าวเพื่อล้มคดีนั้น ขอยืนยันว่าคดีดังกล่าวไม่สามารถยอมความได้ จึงจะต้องสอบสวนให้เสร็จสิ้นกระบวนการ และคดีดังกล่าวเป็นคดีสำคัญ เกี่ยวกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ตนเองหรือผู้หนึ่งผู้ใดจะกล้าเรียกรับสินบนจาก สส. และเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตนเอง

 

“ดิฉันจะได้ปรึกษาผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในการให้ข้อมูล ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับความเสียหาย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทและดูหมิ่นเจ้าพนักงานต่อไป” พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีระบุ

The post ตำรวจเชียงใหม่ชี้แจงกรณีสื่อเสนอข่าวรีดทรัพย์ 4 แสนบาท ล้มคดี สส. ล่วงละเมิด เจ้าของคดียืนยันไม่มีเรียกรับเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจภูธรภาค 2 ทลายออฟฟิศเถื่อน พร้อมจับกุม 12 ชาวจีน เร่งขยายผลเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ https://thestandard.co/police-raid-illegal-office/ Fri, 07 Feb 2025 10:21:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1039456 police-raid-illegal-office

วันนี้ (7 กุมภาพันธ์) พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชา […]

The post ตำรวจภูธรภาค 2 ทลายออฟฟิศเถื่อน พร้อมจับกุม 12 ชาวจีน เร่งขยายผลเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
police-raid-illegal-office

วันนี้ (7 กุมภาพันธ์) พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) สั่งการให้ พล.ต.ต. ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี (ผบก.ภ.จว.ชลบุรี) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรบางละมุง นำหมายค้นเข้าตรวจสอบอาคารแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 

 

หลังได้รับเบาะแสจากประชาชนว่ามีการลักลอบดำเนินกิจการออนไลน์ต้องสงสัย จากการตรวจค้น พบชาวจีนจำนวน 12 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ 2 รายอยู่ในประเทศไทยเกินกำหนด (Overstay) นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบอุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินกิจกรรมออนไลน์ ได้แก่ คอมพิวเตอร์เปิดใช้งานอยู่ 10 เครื่อง โทรศัพท์เคลื่อนที่ 61 เครื่อง  

 

เบื้องต้นสันนิษฐานว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวอาจมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับธุรกิจเงินกู้ออนไลน์ที่ให้บริการแก่ลูกค้าชาวจีน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลการสอบสวน เพื่อเชื่อมโยงไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด และบันทึกข้อมูลเป็นบุคคลต้องห้ามหรือลงแบล็กลิสต์ (Blacklist) เพื่อสกัดกั้นบุคคลไม่พึงประสงค์เข้าสู่ประเทศไทย  

 

พล.ต.ท. ยิ่งยศ กล่าวต่อว่า ตำรวจภูธรภาค 2 จะไม่ยอมให้มิจฉาชีพข้ามชาติ หรือกลุ่มอาชญากรใดๆ ใช้พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 เป็นแหล่งซ่องสุมหรือก่ออาชญากรรมอย่างเด็ดขาด เราจะเดินหน้ากวาดล้างเครือข่ายมิจฉาชีพให้สิ้นซาก ใช้มาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ทุกคนที่คิดละเมิดกฎหมายต้องได้รับโทษ ไม่มีข้อยกเว้น ไม่มีที่ยืนในสังคม ขอเตือนทุกกลุ่มอาชญากร อย่าคิดว่าจะรอดพ้นจากเงื้อมมือกฎหมาย

 

ทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 2 ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับอาชญากรรมหรือบุคคลต้องสงสัย แจ้งข้อมูลได้ทันทีที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือโทรแจ้งสายด่วน 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ตำรวจภูธรภาค 2 ทลายออฟฟิศเถื่อน ตำรวจภูธรภาค 2 ทลายออฟฟิศเถื่อน ตำรวจภูธรภาค 2 ทลายออฟฟิศเถื่อน ตำรวจภูธรภาค 2 ทลายออฟฟิศเถื่อน

The post ตำรวจภูธรภาค 2 ทลายออฟฟิศเถื่อน พร้อมจับกุม 12 ชาวจีน เร่งขยายผลเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เผย เจอ ‘ซิงซิง’ ดาราจีนแล้ว ตำรวจภูธร​ภาค 6 รอรับอยู่ที่ชายแดนแม่สอด https://thestandard.co/pm-confirms-chinese-actor-xingxing-found-mae-sot/ Tue, 07 Jan 2025 05:52:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1027786 pm-confirms-chinese-actor-xingxing-found-mae-sot

วันนี้ (7 มกราคม) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผย […]

The post นายกฯ เผย เจอ ‘ซิงซิง’ ดาราจีนแล้ว ตำรวจภูธร​ภาค 6 รอรับอยู่ที่ชายแดนแม่สอด appeared first on THE STANDARD.

]]>
pm-confirms-chinese-actor-xingxing-found-mae-sot

วันนี้ (7 มกราคม) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พบตัว ซิงซิง ดาราจีน บริเวณชายแดนแม่สอด รอส่งตัวมาที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยตำรวจภูธรภาค 6 กำลังรอรับอยู่ 

 

นายกรัฐมนตรียืนยันว่าจะต้องทำเรื่องนี้ให้ดี ไม่ให้กระทบกับการท่องเที่ยว เพราะตอนนี้มีเรื่องเกิดขึ้นจริง และมีข่าวลือจำนวนมากบนโซเชียลมีเดียว่าประเทศไทยน่ากลัว จึงพยายามดูแลอย่างเต็มที่ โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมต้องมาช่วยดูเรื่องการปล่อยข่าวลือด้วย 

 

ประสานทูตจีน หลังคนจีนใช้พื้นที่ไทยก่อเหตุ

 

เมื่อถามว่า มีมาตรการคุมเข้มอย่างไร เพราะมีกระบวนการของจีนมาใช้พื้นที่ในประเทศไทยก่อเหตุ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เราประสานไปยังทูตจีน พูดคุยกันอย่างเข้มข้น และตอนประชุมต่างประเทศ ผู้นำก็พูดคุยเรื่องนี้เช่นกัน เพราะนอกจากกระทบการท่องเที่ยวแล้ว ยังกระทบความปลอดภัยทางเทคโนโลยีและการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย เช่น การโกง และคอลเซ็นเตอร์ ทั้งสองประเทศเน้นย้ำเรื่องนี้มาก และไม่ใช่แค่จีนกับไทยเท่านั้น ยังรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด โดยไทยมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพูดคุยเรื่องนี้เสมอ เมื่อมีอะไรจะติดต่อกับทูตประเทศนั้นทันที เช่น ครั้งนี้ก็ติดต่อทูตจีน 

 

รับข้อเสนอฝ่ายค้าน จัดโซนนิ่งวีซ่าคนจีน

 

ส่วนที่ฝ่ายค้านเสนอว่า อยากจะให้จัดโซนนิ่งเรื่องฟรีวีซ่าจีน แนวทางนี้เป็นไปได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ต้องคุยกันดูว่าจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน แต่จริงๆ ฟรีวีซ่า รัฐบาลซัพพอร์ต​มาโดยตลอดอยู่แล้ว และเดี๋ยวจะจัดลำดับความสำคัญ ส่วนความตกลงระหว่างประเทศ ยืนยันว่าอย่างไรก็ต้องมีต่อ อะไรที่เป็นข้อเสนอที่ดีก็รับฟัง

 

The post นายกฯ เผย เจอ ‘ซิงซิง’ ดาราจีนแล้ว ตำรวจภูธร​ภาค 6 รอรับอยู่ที่ชายแดนแม่สอด appeared first on THE STANDARD.

]]>
กสม. ออกแถลงการณ์ประณามเหตุคาร์บอมบ์ สภ.บันนังสตา เรียกร้องรัฐช่วยเหลือให้ทั่วถึง หามาตรการความปลอดภัย https://thestandard.co/human-rights-commission-statement-car-bomb/ Tue, 02 Jul 2024 09:20:52 +0000 https://thestandard.co/?p=952739 กสม. คาร์บอมบ์

วันนี้ (2 กรกฎาคม) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม. […]

The post กสม. ออกแถลงการณ์ประณามเหตุคาร์บอมบ์ สภ.บันนังสตา เรียกร้องรัฐช่วยเหลือให้ทั่วถึง หามาตรการความปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กสม. คาร์บอมบ์

วันนี้ (2 กรกฎาคม) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์เรื่องขอประณามการก่อเหตุ คาร์บอม บ์บริเวณหน้าอาคารที่พักตำรวจ สถานีตำรวจภูธร (สภ.) บันนังสตา จังหวัดยะลา เป็นเหตุให้มีประชาชนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

 

ระบุว่า ตามที่ปรากฏเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแบบแสวงเครื่องในรถยนต์หรือคาร์บอมบ์ บริเวณหน้าอาคารที่พักตำรวจ สภ.บันนังสตา จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2567 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 1 คน ภายหลังปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้เสียชีวิตเป็นครูตาดีกาประจำมัสยิดกำปงลาแล ซึ่งขับขี่จักรยานยนต์ผ่านบริเวณดังกล่าวในขณะเกิดเหตุ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 30 คน

 

ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณอาคารที่พักตำรวจ นอกจากนี้แรงระเบิดยังทำให้ตัวอาคาร รวมถึงทรัพย์สินของประชาชนและหน่วยงานราชการได้รับความเสียหาย

 

กสม. ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งไปยังครอบครัวและญาติมิตรของผู้เสียชีวิต รวมทั้งผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ และขอประณามการกระทำอันโหดร้ายของผู้ก่อเหตุที่มุ่งหมายให้เจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้รับอันตรายต่อชีวิตและร่างกาย อันนำมาซึ่งการสูญเสียบุคลากรด้านศาสนาและการศึกษาที่สำคัญในพื้นที่ ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเป็นคู่ขัดแย้งในเหตุความไม่สงบ

 

กสม. ขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวของผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างทั่วถึง รวมทั้งสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างระมัดระวัง รอบด้าน และทำให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่ด้วย ทั้งนี้ กสม. จะติดตามสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างใกล้ชิด และพร้อมให้การสนับสนุนทุกภาคส่วนเพื่อร่วมเสริมสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นได้ในพื้นที่

The post กสม. ออกแถลงการณ์ประณามเหตุคาร์บอมบ์ สภ.บันนังสตา เรียกร้องรัฐช่วยเหลือให้ทั่วถึง หามาตรการความปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรมไม่ฟันธงเหตุคาร์บอมบ์แฟลตตำรวจ สภ.บันนังสตา ก่อการร้ายหรือไม่ ขอรอผลสอบเจ้าหน้าที่ก่อน https://thestandard.co/phumtham-awaits-investigation-bannang-sata-car-bomb/ Sun, 30 Jun 2024 11:12:45 +0000 https://thestandard.co/?p=951963 ภูมิธรรม

วันนี้ (30 มิถุนายน) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี แ […]

The post ภูมิธรรมไม่ฟันธงเหตุคาร์บอมบ์แฟลตตำรวจ สภ.บันนังสตา ก่อการร้ายหรือไม่ ขอรอผลสอบเจ้าหน้าที่ก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรม

วันนี้ (30 มิถุนายน) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่ากระทรวงพาณิชย์ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงเหตุระเบิดที่แฟลตตำรวจสถานีตำรวจภูธร (สภ.) บันนังสตา จังหวัดยะลา ว่าตนได้รับรายงานแล้ว โดยเจ้าหน้าที่รายงานว่า รถที่เข้าไปก่อเหตุไม่ได้อยู่ในทะเบียนที่เฝ้าระวัง ซึ่งรถดังกล่าวเป็นรถยนต์ที่บรรจุถังก๊าซ โดยเบื้องต้นยังไม่ฟันธงว่าเป็นเหตุก่อการร้ายหรือไม่ ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดก่อน

 

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า การก่อเหตุครั้งนี้หวังชีวิตเจ้าหน้าที่หรือเป็นการสร้างสถานการณ์หรือไม่ ภูมิธรรมบอกว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าหวังชีวิตเจ้าหน้าที่หรือไม่ เพราะพื้นที่ก่อเหตุไม่ใช่เขตชุมชน จึงขอให้รอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อน

The post ภูมิธรรมไม่ฟันธงเหตุคาร์บอมบ์แฟลตตำรวจ สภ.บันนังสตา ก่อการร้ายหรือไม่ ขอรอผลสอบเจ้าหน้าที่ก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราชทัณฑ์เลือกเรือนจำกลางบางขวาง ขัง ‘แป้ง นาโหนด’ วางมาตรการดูแลเข้มทุกขั้นตอน https://thestandard.co/correct-pang-nanode-bang-kwang-central-prison/ Wed, 05 Jun 2024 06:23:19 +0000 https://thestandard.co/?p=941411 แป้ง นาโหนด

วันนี้ (5 มิถุนายน) เมื่อเวลา 11.49 น. ที่เรือนจำกลางบา […]

The post ราชทัณฑ์เลือกเรือนจำกลางบางขวาง ขัง ‘แป้ง นาโหนด’ วางมาตรการดูแลเข้มทุกขั้นตอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
แป้ง นาโหนด

วันนี้ (5 มิถุนายน) เมื่อเวลา 11.49 น. ที่เรือนจำกลางบางขวาง จังหวัดนนทบุรี ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานกองปราบปราม พร้อมด้วยตำรวจและเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ คุมตัว เชาวลิต ทองด้วง หรือ แป้ง นาโหนด นักโทษชายที่ก่อเหตุหลบหนีออกนอกราชอาณาจักร ก่อนจะถูกจับตัวได้เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ประเทศอินโดนีเซีย เข้าเรือนจำ

 

โดยเชาวลิตถูกคุมตัวมาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช หลังถูกพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธร (สภ.) เมืองนครศรีธรรมราช และเมืองพัทลุงสอบสวนทางคดีตั้งแต่วานนี้ (4 มิถุนายน)

 

สำหรับการเดินทางมายังเรือนจำกลางบางขวาง สืบเนื่องจากกรมราชทัณฑ์พิจารณาให้ชวลิตถูกคุมขังในเรือนจำที่มีระบบความมั่นคงและป้องกันสูงสุดในประเทศ โดยตลอดการคุมตัวมีชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานกองปราบ พร้อมอาวุธครบมือ จำนวน 4 นายประกบตัวเชาวลิตตลอดเวลา

 

เมื่อมาถึงท่าอากาศยานทหารดอนเมืองเวลาประมาณ 11.20 น. มีรถยนต์สายตรวจนำขบวน โดยใช้ตำรวจสายตรวจ 2 นาย รถยนต์ 1 คัน และรถอาวุธ ประกอบด้วยหนุมานกองปราบฯ 1 ชุด 4 นาย รถยนต์ 1 คัน ร่วมขบวนขนย้ายนักโทษ

 

เชาวลิต ทองด้วง เป็นนักโทษความผิดปล้นทรัพย์, พ.ร.บ.อาวุธปืน, กักขังหน่วงเหนี่ยว โทษรวม 21 ปี 3 เดือน 25 วัน มีกำหนดพ้นโทษวันที่ 6 พฤษภาคม 2586 ก่อเหตุหลบหนีจากโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ระหว่างการรักษาตัวเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2566 เวลา 01.00 น.

 

ทั้งนี้ เรือนจำกลางบางขวางถือเป็นเรือนจำที่ใช้คุมขังนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ อยู่ในความดูแลของกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ขังนักโทษที่มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป จนถึงโทษประหารชีวิต

 

แป้ง นาโหนด   แป้ง นาโหนด

The post ราชทัณฑ์เลือกเรือนจำกลางบางขวาง ขัง ‘แป้ง นาโหนด’ วางมาตรการดูแลเข้มทุกขั้นตอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
คุมตัวตำรวจ 6 นายร่วมมืออดีตกำนันนกช่วยหลบหนี-ซ่อนหลักฐาน พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ระบุ มีหลักฐานชัดเจน ทุกสิ่งที่ทำเป็นเรื่องที่ชั่วที่สุด https://thestandard.co/praween-police-alliance-arrested/ Sun, 10 Sep 2023 03:17:25 +0000 https://thestandard.co/?p=839651 กำนันนก

วานนี้ (9 กันยายน) พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาก […]

The post คุมตัวตำรวจ 6 นายร่วมมืออดีตกำนันนกช่วยหลบหนี-ซ่อนหลักฐาน พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ระบุ มีหลักฐานชัดเจน ทุกสิ่งที่ทำเป็นเรื่องที่ชั่วที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
กำนันนก

วานนี้ (9 กันยายน) พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวภายหลังประชุมความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ พ.ต.ต. ศิวกร สายบัว สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ว่าตลอดทั้งวันเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนทำการสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเต็มที่ จนกระทั่งนำไปสู่การแจ้งข้อกล่าวหาตำรวจที่กระทำความผิดได้อีก 6 นาย ประกอบด้วยตำแหน่งสารวัตร 1 นาย และรองสารวัตรอีก 5 นาย

 

ในฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และให้การช่วยเหลือคนร้ายไม่ให้รับโทษ รวมถึงการซ่อนเร้นพยานหลักฐานต่างๆ พร้อมนำตัวทั้งหมดไปฝากขังที่สถานีตำรวจภูธร (สภ.) เมืองนครปฐม

 

พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ทั้ง 6 นายรับสารภาพเพียงบางส่วนและบางคนก็ให้การภาคเสธ แต่ทั้งนี้ไม่ถือว่ากระทบต่อการดำเนินคดี เพราะหลักฐานและพฤติการณ์ต่างๆ ชัดเจน ตั้งแต่พฤติกรรมนำปืนออกจากมือผู้ก่อเหตุและนำไปซ่อน ซึ่งเป็นการช่วยเหลือผู้ต้องหารวมทั้งการพาหนี เหตุการณ์เหล่านี้เป็นพฤติการณ์ที่ชัดเจนว่ากระทำผิดในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

 

“มีตำรวจ 1 นายจับกุมตัวคนร้ายไว้ได้ขณะก่อเหตุแต่มีการปล่อยตัวไป ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่แย่ และ 20 กว่าคนที่เหลือก็แย่พอกัน” พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ กล่าว

 

พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า จากนี้จะยังทำการขยายผลผู้เกี่ยวข้องต่อไป โดยการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ ตำรวจอีกทั้ง 23 นายหากพบว่าบุคคลใดมีการกระทำความผิดก็จะถูกดำเนินคดีเหมือนกับประชาชนทั่วไปไม่มีการละเว้น

 

พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ในการก่อเหตุทั้งหมดถ้าไม่มีตำรวจช่วยเหลือ การทำลายหลักฐาน การเก็บวัตถุพยาน หรือการถอดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิด การเอาปืนไปซ่อน ประวีณ จันทร์คล้าย หรือ อดีตกำนันนก ทำคนเดียวไม่ได้ เพราะไม่มีความรู้ การที่จะทำแบบนี้ได้การที่ตำรวจไปช่วยให้หลบหนี ไปเป็นบอดี้การ์ด เป็นพฤติกรรมที่ย่ำแย่ที่สุด เป็นพฤติกรรมที่ชั่วที่สุด ต้องปราบให้หมดและจับให้หมด

 

เมื่อถามว่าเหตุใดตำรวจหลายนายจึงยอมทำตามที่อดีตกำนันนกสั่งให้ทำ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เพราะตำรวจกลุ่มนี้ไปเป็นลูกน้อง เพราะเขาเป็นผู้มีอิทธิพล ถ้าไม่มีตำรวจรู้เห็นเป็นใจ คนแบบอดีตกำนันนกอายุ 30 ปีกว่าๆ ก็เป็นผู้มีอิทธิพลไม่ได้ ที่เป็นได้ทุกวันนี้ก็เพราะตำรวจพวกนี้ไปเป็นเบ๊

 

เมื่อถามว่าหลักฐานในการเอาผิดอดีตกำนันนกประเด็นที่สั่งให้ ธนัญชัย หมั่นมาก หรือ หน่อง ก่อเหตุสังหาร พ.ต.ต. ศิวกร มีหลักฐานเพียงพอหรือไม่ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ระบุว่า ทุกคนที่มีการแจ้งความดำเนินคดีมีหลักฐานเพียงพอหมด โดยเฉพาะพยานบุคคล สำหรับหน่องอยู่คนละโต๊ะกับ พ.ต.ต. ศิวกร และหน่องไม่ได้เป็นคู่กรณีกับ พ.ต.ต. ศิวกร ฉะนั้นหน่องไม่มีมูลเหตุจูงใจที่จะมายิง พ.ต.ต. ศิวกร การจะยิงได้ต้องมีคำสั่งให้ยิง และวันเกิดเหตุก่อนจะยิงก็มีการส่งสัญญาณให้รู้แล้วก็ยิง

The post คุมตัวตำรวจ 6 นายร่วมมืออดีตกำนันนกช่วยหลบหนี-ซ่อนหลักฐาน พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ระบุ มีหลักฐานชัดเจน ทุกสิ่งที่ทำเป็นเรื่องที่ชั่วที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
3 ตำรวจชลบุรี ยื่นหนังสือขออัยการร่วมสอบคดีรีดทรัพย์ 140 ล้าน เหตุไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการสอบสวน https://thestandard.co/3-police-chonburi-140-million-baht/ Thu, 22 Jun 2023 05:58:20 +0000 https://thestandard.co/?p=806523 3 ตำรวจชลบุรี

วันนี้ (21 มิถุนายน) ที่สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยกา […]

The post 3 ตำรวจชลบุรี ยื่นหนังสือขออัยการร่วมสอบคดีรีดทรัพย์ 140 ล้าน เหตุไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการสอบสวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
3 ตำรวจชลบุรี

วันนี้ (21 มิถุนายน) ที่สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด ตลิ่งชัน พ.ต.ท. เสถียร รัชพงษ์ไทย อดีตรองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจภูธร (สภ.) หนองขาม จังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท. นครราช นนสีลาด อดีตสารวัตรสอบสวน สภ.หนองขาม จว.ชลบุรี และ ร.ต.อ. สมบุญ บุดดาเลิศ อดีตรองสารวัตรสอบสวน สภ.พลูตาหลวง จว.ชลบุรี 

 

ผู้ถูกกล่าวหาในข้อหามาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, มาตรา 149 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐสมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ และมาตรา 309 ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจ 

 

จากกรณีเรียกรับเงินผู้ต้องหาคดีเว็บไซต์พนันจำนวน 140 ล้านบาท เดินทางมาพร้อมทนายความ เพื่อยื่นหนังสือให้กับ กุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน 

 

โดยในเอกสารมีเนื้อความระบุว่า ทั้ง 3 คนในฐานะผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการสอบสวน เนื่องจากกระบวนการสอบสวนของตำรวจตั้งแต่ต้นไม่ได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ มาตรา 31 วรรคสาม ที่กำหนดขั้นตอนการดำเนินคดีว่าต้องแจ้งเหตุให้พนักงานอัยการทราบ เพื่อให้อัยการตรวจสอบหรือกำกับการสอบสวนทันที จึงมาร้องขอความเป็นธรรมจากอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายในกรุงเทพมหานคร เพื่อขอให้เข้ามาตรวจสอบการสอบสวนว่าเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่

 

พร้อมนำประเด็นการให้สัมภาษณ์ของผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ระบุว่า จะทำให้ถูกขั้นตอนตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ทั้งยังมีการกล่าวอ้างพฤติการณ์ในการกระทำความผิดของกลุ่มผู้ต้องหาว่า ผิดตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ฐานกระทำให้บุคคลสูญหาย แต่ในกระบวนการสอบสวน พนักงานสอบสวนกลับไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ เสียเอง 

 

นอกจากนี้ยังหลีกเลี่ยงไม่แจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ให้แก่ผู้ต้องหาคนใดเลย ทั้งที่ในหนังสือรายงานเหตุอุกฉกรรจ์ระบุพฤติการณ์โดยละเอียด และมีคำให้สัมภาษณ์ของผู้บังคับบัญชาฯ ยืนยันว่าการกระทำเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ. ดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าการดำเนินคดีกับพวกและตนเองทั้ง 3 คนอาจไม่ชอบมาพากล

 

คดีทราบเหตุที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน ทุกอย่างจนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 7 วันแล้ว การที่พนักงานสอบสวนยังไม่ได้แจ้งเหตุแห่งคดีให้อัยการทราบ แสดงให้เห็นเจตนาในการจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมายนี้

 

จึงมีหนังสือฉบับนี้เพื่อขอความเป็นธรรมให้อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ดำเนินการให้มีอัยการเข้ามาร่วมการสอบสวนในครั้งนี้ด้วย 

 

มีรายงานว่านอกจากหนังสือฉบับนี้แล้ว ทั้ง 3 นายได้มีหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในคดีนี้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ อีกทางหนึ่ง

The post 3 ตำรวจชลบุรี ยื่นหนังสือขออัยการร่วมสอบคดีรีดทรัพย์ 140 ล้าน เหตุไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการสอบสวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. สั่งย้ายผู้การฯ ชลบุรี พร้อมพวก 8 นาย ปฏิบัติงาน ศปก.ตร. หลังถูกแจ้งความเอี่ยวอุ้มรีดไถเงิน 140 ล้านบาท https://thestandard.co/archayaon-ordered-move-8-polices/ Sat, 17 Jun 2023 06:34:36 +0000 https://thestandard.co/?p=804804 อาชยน ไกรทอง

วันนี้ (17 มิถุนายน) จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 15 มิถุนาย […]

The post ผบ.ตร. สั่งย้ายผู้การฯ ชลบุรี พร้อมพวก 8 นาย ปฏิบัติงาน ศปก.ตร. หลังถูกแจ้งความเอี่ยวอุ้มรีดไถเงิน 140 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาชยน ไกรทอง

วันนี้ (17 มิถุนายน) จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่สถานีตำรวจภูธร (สภ.) คูคต รับแจ้งเหตุจากผู้เสียหาย 6 ราย แจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ต.ต. กัมพล ลีลาประภาภรณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี (ผบก.ภ.จว.ชลบุรี) พร้อมพวก 10 คน ระบุว่า มีพฤติการณ์อุ้มรีดไถเงินจำนวน 140 ล้านบาท 

 

พล.ต.ท. อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า ตอนนี้ทาง พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวน โดยมี พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และมีตำรวจภูธรภาค 1 และภาค 2 ร่วมเป็นคณะทำงาน 

 

ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อราชการ จึงมีคำสั่งให้ผู้บังคับการฯ กับผู้ใต้บังคับบัญชาทั้ง 8 นาย ประกอบด้วยตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีและตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) มาช่วยราชการประจำ ส่วนปฏิบัติการส่วนหน้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ตั้งแต่วันนี้ไปจนกว่าคดีจะเสร็จสิ้น 

 

นอกจากนี้ ผบ.ตร. จะให้ตำรวจภูธรภาค 1 และภาค 2 เร่งรวบรวมข้อเท็จจริงว่าตำรวจทั้ง 8 นาย กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ หากพบว่ามีการกระทำความผิด จะต้องมีการดำเนินการทางวินัยร้ายแรงโดยทันที เนื่องจากเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของตำรวจเป็นอย่างยิ่ง

 

พล.ต.ท. อาชยน กล่าวต่อว่า กรณีดังกล่าวยังไม่มีการขออนุมัติหมายจับจากศาลแต่อย่างใด ส่วนกรณีของพลเรือน 2 รายที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องดำเนินการตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับตำรวจกลุ่มนี้อย่างไร และทำหน้าที่ส่วนใด 

 

การสืบสวนสอบสวนขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากพอสมควร มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินทางฝั่งของผู้ต้องหาและผู้ถูกกล่าวหา เพื่อหาความเชื่อมโยง เบื้องต้นพบว่า มีตำรวจเกี่ยวข้องเพียง 8 นาย และพลเรือน 2 คนเท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้จะมีการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อตรวจสอบว่ามีผู้อื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่

The post ผบ.ตร. สั่งย้ายผู้การฯ ชลบุรี พร้อมพวก 8 นาย ปฏิบัติงาน ศปก.ตร. หลังถูกแจ้งความเอี่ยวอุ้มรีดไถเงิน 140 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก อส. ชี้ คดีอดีตผู้กำกับโจ้ คลุมถุงฆ่า ต้องจบที่ศาลอุทธรณ์ แม้จำเลยไม่อุทธรณ์ เพื่อกรองอีกชั้นหนึ่ง-อธิบดีอัยการศาลสูงขออุทธรณ์โทษอีกได้ https://thestandard.co/attorney-generals-office-spokesperson-say-thitisan-case-must-end-at-court-of-appeal/ Thu, 09 Jun 2022 07:38:10 +0000 https://thestandard.co/?p=639936 อิทธิพร แก้วทิพย์

วันนี้ (9 มิถุนายน) อิทธิพร แก้วทิพย์ โฆษกสำนักงานอัยกา […]

The post โฆษก อส. ชี้ คดีอดีตผู้กำกับโจ้ คลุมถุงฆ่า ต้องจบที่ศาลอุทธรณ์ แม้จำเลยไม่อุทธรณ์ เพื่อกรองอีกชั้นหนึ่ง-อธิบดีอัยการศาลสูงขออุทธรณ์โทษอีกได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิทธิพร แก้วทิพย์

วันนี้ (9 มิถุนายน) อิทธิพร แก้วทิพย์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อส.) ให้ความเห็นภายหลังศาลมีคำพิพากษาในคดี พ.ต.อ. ธิติสรรค์ อุทธนผล หรืออดีตผู้กำกับโจ้ อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร (สภ.) เมืองนครสวรค์ กับพวกฆ่าทารุณผู้เสียหาย ว่า กรณีมีคนสงสัยว่าศาลลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต พ.ต.อ. ธิติสรรค์ กับพวก 6 คน และจำเลยที่ 6 โดนโทษจำคุก 5 ปี 4 เดือน อัยการจะยื่นอุทธรณ์อีกหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้อธิบดีอัยการคดีศาลสูงจะเป็นผู้พิจารณา เพราะถึงแม้ศาลจะมีคำสั่งให้จำคุกตลอดชีวิต แต่อัยการจะอุทธรณ์หรือไม่อุทธรณ์ก็ได้ ตัวอย่างเช่น หากศาลลดโทษลงมาแล้วโทษน้อยเกินไป อัยการก็อุทธรณ์ให้ลงโทษหนักขึ้น 

 

ส่วนคดีนี้เข้าใจเบื้องต้นว่าศาลลงโทษทุกข้อหา และประหารชีวิตเต็มตามฟ้องของอัยการแล้ว

 

ส่วนที่ศาลลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิตเพราะปรากฏว่ามีเหตุลดโทษ ส่วนจำเลยก็ได้บรรเทาผลร้ายแล้ว อันนี้ก็เป็นดุลยพินิจของศาล

 

อย่างไรก็ตาม กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 (2) บัญญัติว่า ในคดีที่ศาลชั้นต้นลงโทษประหารหรือจำคุกตลอดชีวิต และจำเลยไม่มีการอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นต้องส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ และคำพิพากษายังไม่ถึงที่สุด เว้นแต่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ก็คือว่า คดีที่ศาลระวางโทษสูงถึงประหารหรือจำคุกตลอดชีวิต บางทีจำเลยไม่ยอมยื่นอุทธรณ์ก็มี กฎหมายต้องการให้มีการกรองอีกครั้งโดยศาลสูง ถ้าศาลอุทธรณ์ยังเห็นด้วยกับศาลชั้นต้น คดีก็ถึงที่สุด 

 

ส่วนกรณีที่พ่อและแม่ของผู้เสียหายเป็นโจทก์ร่วม มีคำขอส่วนแพ่งฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องอาญาเข้ามาแต่ศาลไม่ให้ อิทธิพรกล่าวว่า เพราะเป็นกรณีที่ตำรวจทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ ต้องไปใช้ช่องทางตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ มาตรา 5 นั้น 

 

ส่วนอัยการมีหน้าที่ต้องแก้ต่างให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่ อิทธิพรกล่าวว่า แม้ว่าจะเป็นหน้าที่ของพนักงานอัยการจะต้องแก้ต่างให้หน่วยงานของรัฐ ในกรณีถูกฟ้องเพราะเจ้าหน้าที่ในสังกัดไปทำละเมิด โดยกรณีนี้เจ้าหน้าที่อ้างว่าทำไปตามหน้าที่ ผู้เสียหายจะฟ้องเจ้าหน้าที่โดยตรงไม่ได้

 

แต่มีประเด็นต้องพิจารณาว่า 1. ที่อ้างว่าเจ้าหน้าที่ทำไปตามหน้าที่นั้น จริงหรือไม่ ไม่ใช่ว่าอัยการจะรับให้ทุกเรื่อง ฉะนั้น อัยการอาจจะไม่รับแก้ต่างให้ก็ได้ เป็นดุลยพินิจอัยการ 

2. หากเป็นการทำละเมิดเนื่องในการปฏิบัติหน้าที่จริง แต่ฝ่ายผู้เสียหายตั้งฟ้องทุนทรัพย์สูงจนเกินไป เช่น บางคดี 50 ล้าน ทั้งที่ความจริงเสียหายไม่ถึง 5 แสนบาท อัยการก็ต้องพิสูจน์ในศาลว่าค่าเสียหายไม่ถูกต้อง

The post โฆษก อส. ชี้ คดีอดีตผู้กำกับโจ้ คลุมถุงฆ่า ต้องจบที่ศาลอุทธรณ์ แม้จำเลยไม่อุทธรณ์ เพื่อกรองอีกชั้นหนึ่ง-อธิบดีอัยการศาลสูงขออุทธรณ์โทษอีกได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประหารชีวิต ‘อดีตผู้กำกับโจ้’ กับพวก 6 คน คดีคลุมถุงฆ่า แต่ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต อีก 1 รายจำคุก 5 ปี 4 เดือน https://thestandard.co/thitisan-and-his-six-crew-life-time-imprisonment/ Wed, 08 Jun 2022 07:37:08 +0000 https://thestandard.co/?p=639421 ผู้กำกับโจ้

วันนี้ (8 มิถุนายน) ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบก […]

The post ประหารชีวิต ‘อดีตผู้กำกับโจ้’ กับพวก 6 คน คดีคลุมถุงฆ่า แต่ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต อีก 1 รายจำคุก 5 ปี 4 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้กำกับโจ้

วันนี้ (8 มิถุนายน) ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ นัดฟังคำพิพากษา คดีอาญาหมายเลขดำที่ อท.180/2564 ที่อัยการฝ่ายคดีอาญาทุจริต 3 เป็นโจทก์ และมี จันทร์จิรา ธนะพัฒน์ เป็นโจทก์ร่วมที่ 1 จักรกฤษณ์ กลั่นดี โจทก์ร่วมที่ 2 ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้อง 

 

  1. พ.ต.อ. ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือผู้กำกับโจ้ อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร (ผกก.สภ.) เมืองนครสวรค์

 

  1. พ.ต.ต. รวีโรจน์ ดิษทอง สารวัตรสืบสวน (สว.สส.)

 

  1. ร.ต.อ. ทรงยศ คล้ายนาค รองสารวัตรปราบปราม (รอง สวป.)

 

  1. ร.ต.ท. ธรณินทร์ มาศวรรณา รองสารวัตรปราบปราม (รอง สวป.)

 

  1. ด.ต. วิสุทธิ์ บุญเขียว ผู้บังคับหมู่งานปราบปราม

 

  1. ด.ต. ศุภากร นิ่มชื่น ผู้บังคับหมู่งานปราบปราม

 

  1. ส.ต.ต. ปวีณ์กร คำมาเร็ว ผู้บังคับหมู่งานปราบปราม 

 

ทั้งหมดเป็นจำเลยที่ 1-7 ตามลำดับในฐานความผิด 4 ข้อหา เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย และร่วมกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น 

 

ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 157, 288, 289 (5), 309 วรรค 2 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 4, 172 

 

สืบเนื่องจากกรณีที่จำเลยทั้ง 7 คนร่วมกันใช้ถุงดำคลุมหัวขณะสอบสวน จิระพงศ์ ธนะพัฒน์ ผู้เสียชีวิต ซึ่งถูกจับและควบคุมตัวไว้ในคดียาเสพติด เมื่อช่วงระหว่างวันที่ 4-6 สิงหาคม 2564 ที่ สภ.เมืองนครสวรรค์

 

โดยในวันนี้โจทก์ และโจทก์ร่วมที่ 1-2 ทนายโจทก์ร่วมที่ 1-2 ทนายจำเลยเดินทางมาศาล ซึ่งศาลได้ใช้วิธีวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังเรือนจำกลางคลองเปรม สถานที่คุมตัวจำเลย 1-7

 

ต่อมาเวลา 11.25 น. ศาลเริ่มอ่านคำพิพากษา จำเลยที่ 1-5, 7 ว่าได้กระทำความผิดตามฟ้อง เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษทุกกระทงความผิด โดยให้ลงโทษตามมาตรา 289 (5) ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและกระทำด้วยการทรมานทารุณโหดร้ายฯ ซึ่งเป็นโทษหนักสุดตามมาตรา 90 ตัดสินลงโทษประหารชีวิต 

 

ส่วน ด.ต. ศุภากร จำเลยที่ 6 ที่ปรากฏพฤติการณ์เข้าไปในที่เกิดเหตุ แต่เมื่อเห็นการกระทำของจำเลยคนอื่นและได้เดินออกจากห้องไป จึงมีความผิดตามมาตรา 157 ละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ร่วมกันข่มขืนใจให้กระทำการใดหรือไม่กระทำการใด ให้ลงโทษจำคุก 8 ปี 

 

อย่างไรก็ตามจำเลย 1-7 ให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีการให้เงินค่าปลงศพ 30,000 บาท มอบเงินบรรเทาผลร้ายให้บิดามารดาผู้ตายคนละ 300,000 บาท และช่วยปฐมพยาบาลและนำส่งไปโรงพยาบาล จนแพทย์สามารถกู้สัญญาณชีพกลับมาได้ จึงพิจารณาลดโทษให้จำเลยคนละ 1 ใน 3 จำเลยที่ 1-5, 7 จำคุกตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 6 คงจำคุก 5 ปี 4 เดือน

 

ส่วนเรื่องที่โจทก์ร่วมทั้ง 2 เรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้ง 7 เป็นจำนวนเงินรวม 1,550,000 บาท ศาลเห็นว่าขณะเกิดเหตุจำเลยทั้ง 7 อยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ จึงมิอาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้ แต่โจทก์ร่วมสามารถฟ้องแพ่งย้อนกลับไปที่ต้นสังกัดของจำเลย คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ความรับผิดการละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ได้

 

โดยบรรยากาศผ่านจอภาพคอนเฟอเรนซ์ทางฝั่งเรือนจำกลางคลองเปรม พ.ต.อ. ธิติสรรค์ ผู้สื่อข่าวสังเกตว่ามีลักษณะร่างกายสมบูรณ์ สีหน้าก่อนอ่านคำพิพากษาไม่แสดงถึงความวิตกกังวล และจัดตำแหน่งกล้องที่ส่งสัญญาณภาพด้วยตนเอง ทั้งนี้ ก่อนการเริ่มกระบวนการ พ.ต.อ. ธิติสรรค์ได้สอบถามทางทนายผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์ว่าได้ยื่นบันทึกผลการทำงานตลอดช่วงการรับราชการประกอบไปกับแถลงการณ์ปิดคดีของตนแล้วหรือไม่ 

 

ในระหว่างรอการฟังคำพิพากษา พ.ต.อ. ธิติสรรค์ได้ก้มอ่านเอกสารตลอดเวลา และมีการพูดคุยกับจำเลยรายอื่นเป็นบางจังหวะ ทั้งนี้ ในขณะที่ผู้พิพากษากำลังจะเริ่มอ่านคำพิพากษาในช่วง 10.00 น. พ.ต.อ. ธิติสรรค์ได้ขออนุญาตอ่านแถลงการต่อศาล แต่ศาลได้ชี้แจงกลับว่าวันนี้เป็นการนัดฟังคำพิพากษาแล้ว ก่อนหน้าทางศาลได้รับคำแถลงการปิดคดีทั้งหมด 454 หน้า ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียดการปิดคดี คำแถลง และผลการทำงานในขณะที่รับราชการเป็นตำรวจ ซึ่ง พ.ต.อ. ธิติสรรค์ได้กล่าวกับศาลว่า อยากกล่าวขอโทษทุกคนและอยากอธิบายให้เข้าใจในสิ่งที่ทำ เพราะที่ผ่านมาทนายความของตนไม่เคยเดินทางมาพบที่เรือนจำ ตนไม่เคยเห็นคำแถลงปิดคดีของตัวเอง อย่างไรก็ตามศาลไม่อนุญาตให้อ่านแถลงการดังกล่าว เพราะศาลได้ทำการพิจารณารายละเอียดเรียบร้อย

 

อย่างไรก็ตามในระหว่างที่ศาลได้อ่านพฤติการณ์จากหลักฐานคลิปภาพว่า ระหว่างเกิดเหตุมาวินส่งเสียงร้องโอดโอยจากการถูกทรมาน จันทร์จิรามารดาของผู้เสียชีวิตได้ร้องไห้ และซับน้ำตาตลอดเวลา

 

โดยภายหลังศาลอ่านคำพิพากษา จักรกฤษณ์ กลั่นดี บิดาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า วันนี้ศาลอ่านคำพิจารณาโดยละเอียดมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ตนยังไม่เห็นคลิป อดีตผู้กำกับโจ้ได้เข้ามากอดพ่อกอดแม่แล้วร้องไห้ ซึ่งพอได้ฟังศาลอ่านพฤติการณ์อย่างละเอียด ก็รู้สึกคาดไม่ถึงว่าจะทำขนาดนี้ ส่วนเรื่องการเรียกร้องค่าสินไหม หลังจากนี้จะดำเนินการฟ้องเรียกค่าเสียหายกับศาลแพ่ง ซึ่งตอนแรกได้คำนวณค่าเสียหายจากการที่หากมาวินมีชีวิตอยู่อีก 10 ปี จะสามารถดูแลครอบครัวได้เป็นเงิน 1.5 ล้าน แต่มีทนายความมาแนะนำว่าให้เพิ่มวงเงินจึงขอปรึกษากันก่อน

 

บิดาของมาวินระบุอีกว่า ระหว่างฟังคำพิพากษาวันนี้ ได้เห็นท่าทีของจำเลย ก็คิดว่าเขาคงคิดว่าทำในสิ่งที่คิดว่าถูกแล้ว ซึ่งตนเข้าใจในการทำงาน แต่เมื่อพลาดพลั้งไปแล้ว และมีการรวมกลุ่มกันก็น่าจะห้ามปราม ไม่ใช่ร่วมกันทำให้บอบช้ำทั้งตัว 

 

ส่วนโทษที่ศาลตัดสินในวันนี้ ส่วนตนพอใจแล้ว และคงจะไม่สู้ต่อในชั้นต่อไป เพราะมองว่าไม่อยากจะไปอาฆาตกัน 

 

ส่วนการบรรยายของศาลวันนี้มีช่วงที่ทำให้รู้สึกสะเทือนใจคือ การเพิ่มจำนวนถุงดำเรื่อยๆ และปิดรัดแน่นจนลูกชายไม่มีอากาศหายใจ แม้พยายามจะปั๊มหัวใจแต่ลูกชายตนก็ไปแล้ว อีกทั้งยังสะเทือนใจตอนที่ศาลบอกว่า จำเลยมีการเอากุญแจมือมาใส่ที่เท้าของลูกชายด้วย ซึ่งตอนที่ฟังแม่ก็ยืนร้องไห้ อยากให้จำเลยได้รับบทเรียน สิ่งที่ทำไปต้องชดใช้ 

 

ส่วนตำรวจที่เป็นผู้ติดตั้งกล้องวงจรปิด เจ้าของหลักฐานตนเคยเจอหนึ่งครั้ง ได้บอกกับตนว่า ขอโทษที่ช่วยน้องไม่ได้ คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ จึงต้องนำคลิปออกมาเผยแพร่ ซึ่งตนก็อยากจะเจอกับตำรวจคนนี้อีกครั้งหนึ่งเพื่อขอบคุณ กรณีการเรียกค่าสินไหมทดแทนที่ต้องไปฟ้องร้องเรียกกับหน่วยงานต้นสังกัดของจำเลยนั้น ตนขอปรึกษากันกับทนายความก่อน

 

ด้าน จันทร์จิรา ธนะพัฒน์ มารดาของมาวินระบุว่า วันนี้ตนไม่รู้ว่าจำเลยสำนึกจริงหรือไม่ แต่แม่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำให้ลูกแม่ตายแบบนี้ แต่ส่วนตัวแม่อยากให้ลงโทษประหารชีวิต เพราะจากที่ฟังศาลบรรยาย พฤติการณ์มันยิ่งกว่าที่ตนเคยดูคลิป ฟังแล้วรับไม่ได้ จึงอยากให้ประหาร แลกกับชีวิตลูกตน

The post ประหารชีวิต ‘อดีตผู้กำกับโจ้’ กับพวก 6 คน คดีคลุมถุงฆ่า แต่ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต อีก 1 รายจำคุก 5 ปี 4 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ย้อนไทม์ไลน์คดี ‘ถุงดำคลุมหัว’ 4 ข้อหาหนักที่ผู้กำกับโจ้และพวกต้องรับคำตัดสิน https://thestandard.co/thitisan-case-timeline/ Wed, 08 Jun 2022 05:43:55 +0000 https://thestandard.co/?p=639321 ผู้กำกับโจ้

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2564 จุดเริ่มต้นของคดีค […]

The post ย้อนไทม์ไลน์คดี ‘ถุงดำคลุมหัว’ 4 ข้อหาหนักที่ผู้กำกับโจ้และพวกต้องรับคำตัดสิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้กำกับโจ้

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2564 จุดเริ่มต้นของคดีความที่ตำรวจกลายเป็นผู้กระทำความผิด และผู้ต้องหากลายเป็นเหยื่อ ในวันนั้นตำรวจสถานีตำรวจภูธร (สภ.) เมืองนครสวรรค์ สามารถจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดได้ 2 ราย เป็นชายและหญิง มีการตรวจพบยาบ้ากว่า 1 แสนเม็ด 

 

ทั้งสองถูกสอบสวนทันทีภายในห้องทำงานของฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ โดยมีข้อมูลว่า ผู้ต้องหาทั้งสองถูกเรียกเงินหลักล้านจากเจ้าหน้าที่ที่ทำคดี และต่อมามีภาพวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ในวันนั้นว่า นอกจากการเรียกรับเงินแล้ว มีการนำถุงคลุมหัวผู้ต้องหาชายจนขาดอากาศหายใจและเสียชีวิต

 

การร้องเรียนและหลักฐานที่สามารถมัดตัวจากตำรวจชั้นผู้น้อยนำไปสู่การแพร่กระจายเรื่องในวงกว้าง จนท้ายที่สุดผู้มีส่วนรู้เห็นทั้ง 7 คน ถูกตัดสินดำเนินคดีจากกระบวนการยุติธรรม คือ

 

  1. พ.ต.อ. ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ‘ผู้กำกับโจ้’
  2. พ.ต.ต. รวีโรจน์ ดิษทอง
  3. ร.ต.อ. ทรงยศ คล้ายนาค
  4. ร.ต.ท. ธรณินทร์ มาศวรรณา
  5. ด.ต. วิสุทธิ์ บุญเขียว
  6. ด.ต. ศุภากร นิ่มชื่น
  7. ส.ต.ต. ปวีณ์กร คำมาเร็ว

 

ทั้งหมดถูกดำเนินคดีใน 4 ข้อหา ประกอบด้วย

 

  1. เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
  2. เป็นเจ้าพนักงานของรัฐร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่ง หรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่ง หรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
  3. ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย
  4. ร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น

 

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 157, 288, 289(5), 309 วรรคสอง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 4, 172

 

 

ภาพประกอบ: พุทธิพงศ์ โรจน์ศตพงค์

The post ย้อนไทม์ไลน์คดี ‘ถุงดำคลุมหัว’ 4 ข้อหาหนักที่ผู้กำกับโจ้และพวกต้องรับคำตัดสิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจคุมตัว ‘กระติก’ ไปยื่นขอผัดฟ้องต่อศาล คดีให้การเท็จ ด้านศาลอนุญาตผัดฟ้องเป็นเวลา 6 วัน https://thestandard.co/police-arrested-kratik-postponed-court-sued-on-giving-false-statement/ Tue, 05 Apr 2022 08:48:36 +0000 https://thestandard.co/?p=614650 ตำรวจคุมตัว ‘กระติก’ ไปยื่นขอผัดฟ้องต่อศาล คดีให้การเท็จ ด้านศาลอนุญาตผัดฟ้องเป็นเวลา 6 วัน

วันนี้ (5 เมษายน) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพนักงานสอบสวนสถาน […]

The post ตำรวจคุมตัว ‘กระติก’ ไปยื่นขอผัดฟ้องต่อศาล คดีให้การเท็จ ด้านศาลอนุญาตผัดฟ้องเป็นเวลา 6 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจคุมตัว ‘กระติก’ ไปยื่นขอผัดฟ้องต่อศาล คดีให้การเท็จ ด้านศาลอนุญาตผัดฟ้องเป็นเวลา 6 วัน

วันนี้ (5 เมษายน) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธร (สภ.) เมืองนนทบุรี ได้ยื่นคำร้องขอผัดฟ้อง ครั้งที่ 1 กระติก-อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ ในข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172 เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565 เวลาประมาณ 19.00 น. ที่ สภ.เมืองนนทบุรี ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี

 

โดยผู้ต้องหาไม่ค้าน และศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผัดฟ้องผู้ต้องหามีกำหนด 6 วัน นับจากวันที่ 5 เมษายน ถึงวันที่ 10 เมษายน 2565

 

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การที่พนักงานสอบสวนนำตัวอิจศรินทร์มายังศาลแขวงนนทบุรี เป็นเพียงการผัดฟ้องเท่านั้น ซึ่งตัวผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวในชั้นพนักงานสอบสวนไปก่อนหน้านี้เเล้ว ทำให้ตัวผู้ต้องหาไม่ได้อยู่ในการควบคุมตัวของศาล เเละไม่ต้องยื่นประกันตัวต่อศาลใหม่เเต่อย่างใด สำหรับคดีนี้พนักงานสอบสวนสามารถผัดฟ้องผู้ต้องหาตามกฎหมายได้ไม่เกิน 5 ครั้ง ครั้งละ 6 วัน เท่ากับว่าถ้าภายใน 30 วัน ยังไม่สามารถยื่นฟ้องผู้ต้องหาได้ ตามกฎหมายจะต้องขออนุญาตอัยการสูงสุดเพื่อยื่นฟ้องผู้ต้องหา

 

ทั้งนี้ ศาลแขวงนนทบุรีมีเขตอำนาจตลอดท้องที่จังหวัดนนทบุรีในคดีอาญา ซึ่งกฎหมายกำหนดอัตราโทษอย่างสูงไว้ให้จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และคดีแพ่งที่เป็นคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 300,000 บาท ซึ่งคดีอาญาและคดีแพ่งนอกเหนือจากนี้ในเขตจังหวัดนนทบุรี จะอยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลจังหวัดนนทบุรี

The post ตำรวจคุมตัว ‘กระติก’ ไปยื่นขอผัดฟ้องต่อศาล คดีให้การเท็จ ด้านศาลอนุญาตผัดฟ้องเป็นเวลา 6 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>