ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ศูนย์อำนวยการบริหารจัง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 17 Apr 2026 03:39:04 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 รมว. ศึกษาธิการหวังปรับความเข้าใจ รร. ชายแดนใต้ หลังเรียกร้องสั่งย้ายแม่ทัพภาค 4 พ้นพื้นที่ https://thestandard.co/education-minister-southern-schools-conflict/ Fri, 17 Apr 2026 03:36:53 +0000 https://thestandard.co/education-minister-southern-schools-conflict/ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงแนวทางแก้ไขข้อขัดแย้งระหว่างโรงเรียนปอเนาะและฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้

ตามที่วันนี้นายกรัฐมนตรี พร้อมรัฐมนตรีบางส่วนได้ร่วมคณะ […]

The post รมว. ศึกษาธิการหวังปรับความเข้าใจ รร. ชายแดนใต้ หลังเรียกร้องสั่งย้ายแม่ทัพภาค 4 พ้นพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงแนวทางแก้ไขข้อขัดแย้งระหว่างโรงเรียนปอเนาะและฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้

ตามที่วันนี้นายกรัฐมนตรี พร้อมรัฐมนตรีบางส่วนได้ร่วมคณะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดย ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีส่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้ร่วมคณะเดินทาง กล่าวถึงกรณีสมาคมสัมพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ที่เรียกร้องให้ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากพื้นที่

 

ทั้งนี้ เมื่อ 15 เมษายนที่ผ่านมา สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ในฐานะผู้แทนสถาบันการศึกษาปอเนาะและโรงเรียนตาดีกาในภาคใต้ ได้ยื่นหนังสือต่อเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ขอให้ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากพื้นที่

 

สืบเนื่องจากสมาคมสมาพันธ์ฯ เห็นว่า พล.ท. นรทิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวหาว่าปอเนาะและโรงเรียนตาดีกาเป็นแหล่งบ่มเพาะความรุนแรง ซึ่งเป็นการบิดเบือนและ ด้อยค่าสถาบันปอเนาะ สะท้อนความไม่เข้าใจบริบทพื้นที่

 

ประเสริฐระบุว่า จริงๆ ยังไม่อยากคิดว่าเป็นปัญหาโรงเรียนปอเนาะ โรงเรียนเอกชนที่สอนเกี่ยวกับศาสนาซึ่งเป็นประเด็นในขณะนี้ อยู่ในการกำกับดูแลของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ซึ่งเดิมกระทรวงศึกษาได้กำกับดูแลอยู่แล้ว มีการตั้งคณะกรรมการร่วม โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ และจังหวัดใกล้เคียง มีทั้ง สช. ระดับจังหวัด และระดับอำเภอ ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลโรงเรียนอยู่

 

“อย่างไรก็ตาม วันนี้ผมได้ร่วมคณะนายกรัฐมนตรี เพื่อไปดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร และเป็นการไปสร้างความเข้าใจกันระหว่างโรงเรียน ถือโอกาสที่ผมเพิ่งเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจะได้ลงพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ไปดูว่ากระทรวงจะทำอะไรได้บ้าง ในการส่งเสริมการศึกษา การยกระดับมาตรฐานการศึกษาและเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้อง”

 

ส่วนที่ตัวแทนโรงเรียนมีความไม่พอใจฝ่ายความมั่นคง ต้องมีการพูดคุยกันด้วยหรือไม่นั้น ประเสริฐกล่าวว่า ต้องเป็นเรื่องของการทำความเข้าใจ ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการได้ประสานงานกับจังหวัดมาโดยตลอด ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจที่จะบริหารจัดการการศึกษาเอกชนที่กระทรวงศึกษาธิการมี สช. ระดับอำเภอ และระดับจังหวัด ถ้าเกินกว่านั้นเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดในการบูรณาการ ในการดำเนินการแก้ไขในเรื่องต่างๆ

 

“วันนี้ถือโอกาสจะไปดูว่ามีประเด็นอะไรบ้าง” ประเสริฐระบุ

The post รมว. ศึกษาธิการหวังปรับความเข้าใจ รร. ชายแดนใต้ หลังเรียกร้องสั่งย้ายแม่ทัพภาค 4 พ้นพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เรียกเลขาธิการ ศอ.บต. รายงานสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เหตุระเบิด 11 จุด สั่งเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเร็วที่สุด https://thestandard.co/pm-southern-border-11-bombs-aid/ Wed, 14 Jan 2026 03:42:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1164988 นายกฯ เรียก เลขาธิการ ศอ.บต. รายงานสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เหตุระเบิด 11 จุด สั่งเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเร็วที่สุด

วานนี้ (13 มกราคม) เวลา 23.00 น. ทันทีที่ อนุทิน ชาญวีร […]

The post นายกฯ เรียกเลขาธิการ ศอ.บต. รายงานสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เหตุระเบิด 11 จุด สั่งเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเร็วที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เรียก เลขาธิการ ศอ.บต. รายงานสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เหตุระเบิด 11 จุด สั่งเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเร็วที่สุด

วานนี้ (13 มกราคม) เวลา 23.00 น. ทันทีที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางถึงจังหวัดภูเก็ต ได้เรียกด่วน ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เพื่อรายงานสถานการณ์กรณีเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้น หลังพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดเหตุระเบิดพร้อมกัน 11 จุด ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. ส่งผลให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

 

นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หาแนวทางช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม อาทิ การจัดหาพื้นที่รองรับการค้าชั่วคราว พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลสิทธิและสวัสดิการอื่น ๆ นอกเหนือจากเงินเยียวยา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

 

“การเยียวยาต้องเร็วที่สุด ด่วนที่สุด และต้องได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด ต้องระบุให้ชัดเจนว่าจะแล้วเสร็จในวันใด ซึ่งผมจะติดตามสถานการณ์ด้วยตนเองแบบวันต่อวัน”

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้พัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถด้านงานข่าวในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

“เราในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง หากติดขัดปัญหาเรื่องการช่วยเหลือให้แจ้งมาทันที ทางรัฐบาลพร้อมสนับสนุน” นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้าย

The post นายกฯ เรียกเลขาธิการ ศอ.บต. รายงานสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เหตุระเบิด 11 จุด สั่งเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเร็วที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เช็กทุกตำแหน่ง ครม. แต่งตั้งระดับสูง ‘ปิ่นสาย สุรัสวดี’ นั่งอธิบดีกรมสรรพากร พร้อมต่ออายุ ปลัด ทส.-เลขาฯ สศช.-ทูตไทยประจำอิสราเอล อีก 1 ปี https://thestandard.co/cabinet-appoints-revenue-chief-extends-officials/ Tue, 24 Sep 2024 11:53:58 +0000 https://thestandard.co/?p=987509

วันนี้ (24 กันยายน) จิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกร […]

The post เช็กทุกตำแหน่ง ครม. แต่งตั้งระดับสูง ‘ปิ่นสาย สุรัสวดี’ นั่งอธิบดีกรมสรรพากร พร้อมต่ออายุ ปลัด ทส.-เลขาฯ สศช.-ทูตไทยประจำอิสราเอล อีก 1 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (24 กันยายน) จิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง และเพื่อทดแทนตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการ และต่ออายุราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป ดังนี้

 

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 1 ราย ได้แก่

 

  1. วันนี นนท์ศิริ ผู้ช่วยปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง โยกย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง

 

กระทรวงการคลัง 9 ราย ได้แก่

 

  1. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมธนารักษ์
  2. กุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพากร ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพสามิต
  3. ปิ่นสาย สุรัสวดี รองปลัดกระทรวงการคลัง ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากร
  4. วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาฐานภาษี กรมสรรพากร ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการคลัง
  5. ศุกร์ศิริ อภิญญานุวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการคลัง
  6. พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี ที่ปรึกษาด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง
  7. ธีรลักษ์ แสงสนิท ที่ปรึกษาด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง
  8. อรรถพล อรรถวรเดช ที่ปรึกษาการคลัง สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง
  9. ชุติมา ศรีปราชญ์ ที่ปรึกษาด้านการบริหารเหรียญกษาปณ์และทรัพย์สินมีค่า กรมธนารักษ์ ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง

 

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 9 ราย ได้แก่

 

  1. ถาวร ทันใจ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง 
  2. อัญชลี สุวจิตตานนท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง 
  3. เศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
  4. นวนิตย์ พลเคน รองปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมหม่อนไหม
  5. วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
  6. ชัยวัฒน์ โยธคล ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ
  7. ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน
  8. สุริยพล นุชอนงค์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมชลประทาน
  9. ฉันทานนท์ วรรณเขจร ต่ออายุราชการตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรไปอีก 1 ปี (ครั้งที่ 1) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 – 30 กันยายน 2568 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2567 เป็นต้นไป

 

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 1 ราย ได้แก่

 

  1. จตุพร บุรุษพัฒน์ ต่ออายุราชการตำแหน่งปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปอีก 1 ปี (ครั้งที่ 2) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 – 30 กันยายน 2568 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2567 เป็นต้นไป

 

กระทรวงการต่างประเทศ 1 ราย ได้แก่

 

  1. พรรณนภา จันทรารมย์ ต่ออายุราชการตำแหน่งเอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ รัฐอิสราเอล ไปอีก 1 ปี (ครั้งที่ 2) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 – 30 กันยายน 2568 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2567 เป็นต้นไป

 

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 4 ราย ได้แก่

 

  1. เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
  2. ภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ
  3. ปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง 
  4. สุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา

 

กระทรวงพาณิชย์ 7 ราย ได้แก่

 

  1. ร.ต. จักรา ยอดมณี ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง 
  2. สุนันทา กังวาลกุลกิจ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
  3. วิทยากร มณีเนตร ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าภายใน
  4. นุสรา กาญจนกูล ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา
  5. อารดา เฟื่องทอง ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ
  6. รณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง
  7. วัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง

 

สำนักนายกรัฐมนตรี 4 ราย ได้แก่

 

  1. มนตรี ดีมานพ ผู้อำนวยการสำนักงาน (ผู้อำนวยการสูง) สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2567
  2. จินนา ตันศราวิพุธ ผู้อำนวยการสำนักงาน (ผู้อำนวยการสูง) สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคกลาง สศช. ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) สศช. ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2567
  3. สุรรัฐ เนียมกลาง ผู้อำนวยการกอง (ผู้อำนวยการสูง) กองยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ สศช. ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) สศช.
  4. ดนุชา พิชยนันท์ ต่ออายุราชการตำแหน่งเลขาธิการ สศช. ต่อไปอีก 1 ปี (ครั้งที่ 1) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 – 30 กันยายน 2568 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2567 เป็นต้นไป

 

ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ 1 ราย ได้แก่

 

  1. ร.ต.อ. ปิยะ รักสกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)

 

นอกจากนี้ ครม. มีมติแต่งตั้ง นลินี ทวีสิน และ ชัย วัชรงค์ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน เป็นผู้แทนการค้าไทย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2567

The post เช็กทุกตำแหน่ง ครม. แต่งตั้งระดับสูง ‘ปิ่นสาย สุรัสวดี’ นั่งอธิบดีกรมสรรพากร พร้อมต่ออายุ ปลัด ทส.-เลขาฯ สศช.-ทูตไทยประจำอิสราเอล อีก 1 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมศักดิ์ลงพื้นที่นราธิวาส สำรวจรายได้ประชากรชายแดนใต้ เตรียมส่งเสริมอาชีพเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิต https://thestandard.co/somsak-narathiwat-19102566/ Fri, 20 Oct 2023 00:21:24 +0000 https://thestandard.co/?p=856625

วานนี้ (19 ตุลาคม) สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ใน […]

The post สมศักดิ์ลงพื้นที่นราธิวาส สำรวจรายได้ประชากรชายแดนใต้ เตรียมส่งเสริมอาชีพเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (19 ตุลาคม) สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนมติ กพต. โดยจุดแรกติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากและรับฟังแนวทางการแก้ไขปัญหา ที่พนังกั้นน้ำบ้านมูโนะ ตำบลมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส

 

สมศักดิ์กล่าวว่า ประเด็นการทำงานที่มีความต้องการผลักดันให้เกิดขึ้นในการบริหารราชการแผ่นดิน ในฐานะประธาน กพต. โดยหลักการมุ่งเน้นการสร้างคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจที่ดีกับประชาชน ให้ประชาชนมีอาชีพและรายได้ที่เหมาะสมเพียงพอต่อการดูแลตนเองและครอบครัวได้ตามอัตภาพ โดยเฉพาะกลุ่มประชาชนและครัวเรือนยากจน 

 

สมศักดิ์กล่าวว่า การลงพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในครั้งนี้ได้ข้อมูลสำคัญหลายอย่างจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่ได้ทำข้อมูลไว้ให้ โดยตนได้รับมอบหมายเรื่องสำคัญจาก เศรษฐา ทวึสิน นายกรัฐมนตรี ให้ดูเรื่องรายได้ของประชาชนเป็นหลัก แม้จะดูไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ก็เป็นสิ่งที่เราต้องแก้ไขในขั้นต้น

 

“ผมให้ ศอ.บต. ทำบัญชีข้อมูล เพื่อทำให้รู้ว่าใครมีรายได้น้อย ใครพออยู่ได้แล้ว เราอาจเข้าไปช่วยเสริมด้านอาชีพหรือด้านอื่นๆ ให้ ซึ่งหากเป็นอาชีพเดิมก็จะง่ายและทำงานได้เร็วขึ้น

 

“ผมมีหน้าที่มาดูและทำความเข้าใจในพื้นที่ ส่วนนายกฯ ก็อยากมาดู เพราะมันมีเรื่องใหญ่ๆ เช่น เรื่องของการสร้างสะพานแห่งที่ 2 ที่ด่านพรมแดนตากใบ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ที่รัฐบาลต้องตัดสินใจ ซึ่งวันนี้ผมก็ต้องมาดู” สมศักดิ์กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะลงพื้นที่ตรวจติดตาม เยี่ยมชมการให้บริการ และรับฟังการนำเสนอข้อมูลการบริหารจัดการและแนวทางการดำเนินการพัฒนาด่านศุลกากรบูเก๊ะตา อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ให้เป็นด่านปศุสัตว์และด่านสินค้าเกษตร สมศักดิ์เดินทางข้ามพรมแดนประเทศไทยผ่านด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก เพื่อประชุมร่วมกับประธานสมาคมชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน หารือแนวทางการพัฒนาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและสังคมระหว่างจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยกับรัฐชายแดนของประเทศมาเลเซียที่มีอาณาเขตติดกับประเทศไทย ที่โรงแรมที่พัก ณ รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย

 

สมศักดิ์ เทพสุทิน ลงพื้นที่จังหวัด นราธิวาส สมศักดิ์ เทพสุทิน ลงพื้นที่จังหวัด นราธิวาส สมศักดิ์ เทพสุทิน ลงพื้นที่จังหวัด นราธิวาส

The post สมศักดิ์ลงพื้นที่นราธิวาส สำรวจรายได้ประชากรชายแดนใต้ เตรียมส่งเสริมอาชีพเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศอ.บต. มีไว้ทำไม? โจทย์ท้าทายของ ‘เลขาธิการคนใหม่’ หลังเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลพลเรือน https://thestandard.co/opinion-sbpac/ Mon, 09 Oct 2023 13:57:14 +0000 https://thestandard.co/?p=852724 ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้

หลังรัฐประหารปี 2557 รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช […]

The post ศอ.บต. มีไว้ทำไม? โจทย์ท้าทายของ ‘เลขาธิการคนใหม่’ หลังเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลพลเรือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้

หลังรัฐประหารปี 2557 รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างระบบการเมืองให้เป็นรัฐราชการซึ่งเป็นตัวแสดงในกระบวนการด้านการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ รวมทั้งใช้รัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) หรือกฎหมายเป็นเครื่องมือผนวกรัฐราชการให้อยู่ภายใต้อำนาจโครงสร้างระบบสถาบันทางการเมืองไทย และใช้อำนาจรัฐบาลฝ่ายทหารควบคุมระบบการเมืองไทย ผ่านตัวแสดงทางการเมืองจากกองทัพที่ลงมาดำรงตำแหน่งในฐานะหัวหน้าของส่วนราชการต่างๆ เพื่อต้องการเสริมสร้างปรับระบบรัฐราชการให้เป็นฝ่ายสนับสนุนในช่วงเวลาดังกล่าว ต่อเนื่องจนถึงการครองอำนาจของรัฐบาลประยุทธ์ ผ่านการเลือกตั้งปี 2562 จนถึงปัจจุบัน (2566) นับเป็นเวลา 9 ปีกว่า 

 

ต่อกรณีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การสถาปนาอำนาจพิเศษในการบริหารจัดการรัฐ ตั้งแต่การมีองค์กรรัฐแบบพิเศษ อย่างเช่น ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ กฎอัยการศึก พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 และมาตรา 44 ของรัฐบาลประยุทธ์ การอ้างเหตุผลในการหยิบยกสภาวะยกเว้นมาใช้คือ ‘ความมั่นคงของชาติ’ ที่ทำให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กลายเป็นสภาวะยกเว้นอันปกติถาวร

 

คำสั่ง คสช. และนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ 

 

หลังจากยึดอำนาจและการประกาศรัฐธรรมนูญชั่วคราว โดยมีกฎหมายอาญาสิทธิ์ ม.44 ในการบริหารควบคุมประเทศ ต่อปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ คสช. ได้ออกคำสั่งภายใต้คำสั่งที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมด 4 ฉบับ และคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีอีก 2 ฉบับ 

 

  1. คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 98/2557 เรื่อง การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เรียกโดยย่อว่า ‘คปต.’

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 96/2557 เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

 

  1. คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 259/2558 เรื่อง แต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 57/2559 เรื่อง การปรับปรุงการบริหารเพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

 

  1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 14/2559 เรื่อง คณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการกำหนดอำนาจหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร 

 

  1. คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 327/2561 เรื่อง ปรับปรุงกลไกขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

 

โดยพิจารณาบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวกับคำสั่งข้างต้นเป็นบุคลากรจากกองทัพแทบทั้งหมด และแม้บางคนเป็นพลเรือนแต่ก็มีความใกล้ชิดกับกองทัพและคณะรัฐประหารทั้งหมด   

 

การสร้างรัฐราชการภายใต้ระบอบประยุทธ์ถือเป็นแกนกลางของการบริหารราชการแผ่นดินภายใต้พื้นที่ความขัดแย้งที่รุนแรง มันคือแหล่งอ้างอิงของรัฐราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของทุกหน่วยงานที่มาในนามของข้าราชการทั้งถือปืนและไม่ถือปืน เพื่อการปฏิบัติการพิทักษ์ดินแดนและสถาปนาความสันติสุข (ไม่ใช่สันติภาพ) ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้ระบอบประยุทธ์

 

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ศอ.บต. จึงอยู่ภายใต้การกำกับ ควบคุม ภายใต้แนวทางของหน่วยงานความมั่นคงเป็นหลัก ทำให้บทบาทของ ศอ.บต. ที่ก่อนหน้านี้เป็นความหวังในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ กลับกลายเป็นหน่วยงานที่ถูกตั้งคำถามจากประชาชนมากที่สุด กระทั่งถึงกับมีข้อเสนอให้ยุบ ศอ.บต. จากนโยบายพรรคการเมืองในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา คำถามจึงมีอยู่ว่า บทบาท ศอ.บต. ในระยะเปลี่ยนผ่านควรเป็นอย่างไร 

 

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘เลขาธิการ’ คือตำแหน่งที่ถูกจับตามากที่สุด เพราะที่ผ่านมาตำแหน่งนี้ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงในแง่ของความไว้วางใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงที่ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง ได้มารับตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต. ที่ได้รับการยอมรับจากประชาชนในพื้นที่อย่างกว้างขวางจากผลงานทั้งหมด

 

รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ได้มีมติแต่งตั้งเลขาธิการ ศอ.บต. คนใหม่คือ พ.ต.ท. วรรณพงษ์ คชรักษ์ อดีตรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ อดีตผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม พูดให้ชัดคืออยู่ภายใต้กระทรวงยุติธรรมมาโดยตลอด 

 

สิ่งที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับเลขาธิการ ศอ.บต. คนใหม่ คือการรื้อฟื้นความไว้วางใจระหว่างรัฐและประชาชนในพื้นที่ ถือว่าเป็นภารกิจแรกที่สำคัญต่อการดำเนินนโยบายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า เช่น 

 

สร้าง ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ให้ประชาชนในพื้นที่ได้แสดงความคิดเห็น ความต้องการของตัวเองอย่างเปิดเผย แม้ว่าจะเป็นความคิดเห็นที่แตกต่างจากรัฐก็ตาม 

 

สร้าง ‘การพัฒนาเพื่อประชาชน’ โครงการพัฒนาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จำเป็นต้องให้ประชาชนเป็นสมการหลักของการดำเนินการโครงการพัฒนา ไม่ใช่เป็นโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงของกองทัพและนายทุน ที่ผ่านมาโครงการพัฒนาที่เกิดขึ้นไม่ได้ถูกประเมินอย่างรอบด้าน

 

สร้าง ‘ทรัพยากรมนุษย์’ ผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนในพื้นที่จากหน่วยงานต่างๆ ตอกย้ำให้เห็นถึงปัญหาเรื่องการศึกษาที่ตกต่ำอย่างรุนแรงและภาวะโภชนาการที่ต่ำ (Undernutrition) ที่มักมีสาเหตุหลักจากเรื่องความยากจน เด็กและเยาวชนในพื้นที่จะเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญ สภาพการณ์ที่เป็นอยู่สะท้อนให้เห็นความล่มสลายของทรัพยากรมนุษย์ สวนทางกับงบประมาณมหาศาลที่ใช้ไปในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 

 

สร้าง ‘ความยุติธรรม’ ปัญหาใจกลางของจังหวัดชายแดนภาคใต้คือความยุติธรรม คำถามคือ ความยุติธรรมปลายทางอยู่ตรงไหน ซึ่งเป็นคำตอบที่ตอบได้ แต่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน คือการปกป้องไม่ให้เกิดความรู้สึกและการกระทำที่สร้างเงื่อนไขใหม่ๆ โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นจากหน่วยงานรัฐ ไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายพลเรือนเป็นอุปสรรคต่อการสร้างความยุติธรรม 

 

ในระยะเปลี่ยนผ่านจากรัฐราชการแบบกองทัพควบคุม ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา สู่การได้มาของรัฐบาลพลเรือน จึงเป็นความท้าทายอย่างยิ่งต่อการกำกับดูแลนโยบายในพื้นที่ความขัดแย้ง ความรุนแรงเกือบสองทศวรรษ โดยเฉพาะหลักคิด ‘การเมืองนำการทหาร’ เพราะหาก ศอ.บต. ยังคงเป็นรูปแบบเดิม ทำงานแบบเดิม ก็ยากยิ่งที่จะตอบคำถามว่า ศอ.บต. มีไว้ทำไม? 

The post ศอ.บต. มีไว้ทำไม? โจทย์ท้าทายของ ‘เลขาธิการคนใหม่’ หลังเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลพลเรือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมศักดิ์ชี้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยกเลิกทั้งหมดในคราวเดียวไม่ได้ ไม่ทราบกระแสข่าวทักษิณขออภัยโทษเพิ่มเติม https://thestandard.co/somsak-say-emergency-decree-cannot-bail-all-at-once/ Mon, 18 Sep 2023 05:46:33 +0000 https://thestandard.co/?p=842840 สมศักดิ์ เทพสุทิน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

วันนี้ (18 กันยายน) สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ใ […]

The post สมศักดิ์ชี้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยกเลิกทั้งหมดในคราวเดียวไม่ได้ ไม่ทราบกระแสข่าวทักษิณขออภัยโทษเพิ่มเติม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมศักดิ์ เทพสุทิน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

วันนี้ (18 กันยายน) สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวถึงการต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ไม่ได้อยู่ในการดูแลของ ศอ.บต. โดยตรง เป็นเรื่องของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งตนได้ติดตามทราบว่ารัฐบาลชุดเดิมได้ยกเลิกไปบางอำเภอ เหลือประมาณ 21 อำเภอที่ยังคงสถานะเดิมอยู่ โดยในอนาคตจะมีการพิจารณาทุก 3 เดือน ตามอายุ พ.ร.ก. เพื่อจะพิจารณาว่าควรจะต่อหรือยกเลิก เพราะไม่สามารถยกเลิกทั้งหมดได้ในทีเดียว 

 

สมศักดิ์ยังปฏิเสธถึงกระแสข่าวการพักโทษ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และไม่ทราบว่าจะมีการยื่นขออภัยโทษเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะตนเป็นผู้กำกับดูแล แต่ไม่ใช่คนสั่งการ และหากมีตนจะได้รับพิจารณาเอกสารที่รัฐมนตรีหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานที่ตนกำกับดูแลก่อนที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี แต่ตอนนี้ยังไม่มี

 

ส่วนกรณีหากแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นจะมีการยุบสภาหรือไม่ สมศักดิ์ระบุว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการบริหารงานของรัฐบาลคงไม่เกี่ยวกัน ซึ่งหลายคนอาจวิเคราะห์ระยะเวลาในการร่างรัฐธรรมนูญและแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปรียบเทียบกับระยะเวลาที่นายกรัฐมนตรีกำหนดเรื่องการทำนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล และนำมาพูดให้เป็นเรื่องเดียวกัน แต่ตนขอยืนยันว่าเป็นคนละเรื่อง จึงไม่ขอคำนวณเวลาที่พูดออกไปแล้วอาจทำให้ประชาชนเกิดความสับสน

 

นอกจากนี้ สมศักดิ์ยังกล่าวถึงการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่นายกรัฐมนตรีประกาศว่าจะเอาจริงเอาจังและจัดการให้เสร็จภายในหนึ่งเดือนว่า ดีใจที่นายกรัฐมนตรีเอาจริงเอาจัง และส่วนตัวมองว่าในระดับรัฐมนตรีทำเรื่องนี้ไม่สำเร็จ เพราะไม่ใช่งานที่ใครจะทำให้สำเร็จก็ได้ เพราะการปราบยาเสพติดต้องใช้ทั้งสี่ขาคือ ป.ป.ส., ปปง. ที่เข้ามาจัดการเรื่องการยึดทรัพย์ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญหลัก รวมถึงตำรวจที่จะเป็นฝ่ายจับกุม สืบสวนสอบสวนขยายผล และกรมสรรพากรที่เข้ามาดำเนินการภายหลังการตรวจสอบทรัพย์สิน 

The post สมศักดิ์ชี้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยกเลิกทั้งหมดในคราวเดียวไม่ได้ ไม่ทราบกระแสข่าวทักษิณขออภัยโทษเพิ่มเติม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศอ.บต. ออกแนวทางช่วยเหลือนักเรียนชายแดนใต้ จากเหตุไม่สงบที่ซูดาน https://thestandard.co/guidelines-for-helping-students-in-sudan/ Tue, 25 Apr 2023 04:25:21 +0000 https://thestandard.co/?p=780970 ชนธัญ แสงพุ่ม

วานนี้ (24 เมษายน) ชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการศูนย์อำนวย […]

The post ศอ.บต. ออกแนวทางช่วยเหลือนักเรียนชายแดนใต้ จากเหตุไม่สงบที่ซูดาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชนธัญ แสงพุ่ม

วานนี้ (24 เมษายน) ชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) แถลงการณ์แนวทางการให้ความช่วยเหลือและดูแลนักเรียนนักศึกษาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เดินทางกลับจากสาธารณรัฐซูดาน อันเนื่องมาจากสถานการณ์ทางการเมืองในสาธารณรัฐซูดาน สืบเนื่องจากที่ประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อบูรณาการ และประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยงานในการเตรียมความพร้อม การดูแลคนไทยและนักศึกษาไทยมุสลิมที่ศึกษาในสาธารณรัฐซูดาน ในวันเสาร์ที่ 22 เมษายน 2566 ที่จัดขึ้นโดย สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มอบหมายให้ ศอ.บต. เตรียมแผนรองรับนักศึกษาเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

 

ภายหลังการประชุมดังกล่าว ศอ.บต. ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานส่วนราชการทั้งส่วนกลางและในพื้นที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เช่น กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กองทัพบก กองทัพอากาศ กรมประชาสัมพันธ์ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน. ภาค 4 สน.) 

 

นอกจากนี้ยังได้มีการประชุมสรุปออกมาเป็นแนวทางการให้ความช่วยเหลือ และดูแลนักเรียนนักศึกษาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เดินทางกลับจากสาธารณรัฐซูดาน อันเนื่องมาจากสถานการณ์ทางการเมือง ดังนี้

 

  1. การจัดตั้งศูนย์ประสานงานนักเรียนนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ศึกษาต่อในต่างประเทศ (ศป.นศ.จชต.) ณ บริเวณชั้น 2 อาคารอำนวยการ ศอ.บต. จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2566 เพื่อให้นักศึกษาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ศึกษาที่สาธารณรัฐซูดาน และผู้ปกครองสามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม และให้การช่วยเหลือเป็นไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และเปิดช่องทางติดต่อขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมได้อีก 4 ช่องทาง ได้แก่

 

    1. โทรศัพท์ หมายเลข 0 7327 4101
    2. Facebook Page FAS: Foreign Affairs Strategy Division
    3. โทรสายด่วนอุ่นใจ 1880
    4. ติดต่อโดยตรงที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้

 

  1. การกำหนดแผนรองรับการนำนักเรียนนักศึกษาไทยจากสาธารณรัฐซูดานกลับภูมิลำเนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรองรับการนำนักศึกษาไทยที่ถูกอพยพจากสาธารณรัฐซูดานกลับสู่ประเทศไทย และเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. ได้กำหนดแผนการดำเนินงานไว้ 4 แนวทาง ประกอบด้วย

 

2.1 การนำนักศึกษากลับภูมิลำเนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. ประสานกับ กองทัพอากาศ กองทัพบก และกองทัพภาค 4 เตรียมการนำนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้เดินทางกลับภูมิลำเนา 

 

เมื่อเครื่องบินที่อพยพนักศึกษาจากสาธารณรัฐซูดานมายังท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพมหานคร และผ่านขั้นตอนพิธีการของกรมการกงสุลเรียบร้อยแล้ว (เบื้องต้นคาดว่าจะเดินทางมาถึงท่าอากาศยานดอนเมืองในวันที่ 27 เมษายน 2566 เวลา 20.00 น.) ศอ.บต. จะนำนักศึกษาเข้าพักโรงแรมบริเวณใกล้กับสนามบินดอนเมือง โดย ศอ.บต. ประสานกองทัพอากาศ กองทัพภาค 4 กอ.รมน. ภาค 4 สน. เพื่อนําเครื่องบิน C-130 รับนักศึกษาจากท่าอากาศยานดอนเมือง (กองบิน 6) เดินทางไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พร้อมนัดหมายครอบครัวมารับนักศึกษายังค่ายอิงคยุทธฯ กลับภูมิลำเนา โดย ศอ.บต. หารือจังหวัดให้อำนวยความสะดวกพาหนะในการเดินทางมารับและกลับภูมิลำเนาแต่ละจังหวัดต่อไป 

 

ทั้งนี้ ศอ.บต. ได้ดำเนินการอำนวยความสะดวกในเรื่องอาหารจำนวน 3 มื้อ และที่พักในบริเวณใกล้กับท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อรองรับนักศึกษาในกรณีที่เดินทางมาถึงในเวลาเที่ยงคืน เพื่อคลายความอ่อนล้า (Jet lag) ของร่างกายหลังการเดินทางข้ามประเทศมากกว่า 10 ชั่วโมง รวมถึงการจัดเตรียมยานพาหนะของ ศอ.บต. กรณีที่ผู้ปกครองไม่สะดวกเดินทางมารับนักศึกษา โดยการนำส่ง ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือจุดที่ใกล้กับบ้านมากที่สุด

 

2.2 การสื่อสารกับครอบครัวนักศึกษา ได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ ศอ.บต. ประสานกับนักเรียนนักศึกษาผ่านช่องทางโทรศัพท์ แอปพลิเคชันไลน์ เฟซบุ๊ก และช่องทาง ออนไลน์อื่นๆ เพื่อติดต่อไปยังผู้ปกครองของนักศึกษาโดยตรง ควบคู่กับการใช้กลไกบัณฑิตอาสาฯ ของ ศอ.บต. ลงพื้นที่ทุกหมู่บ้านสำรวจค้นหาผู้ปกครองที่มีบุตรหลานศึกษาอยู่ในสาธารณรัฐซูดาน เพื่อประสานแจ้งให้เดินทางมารับกลับภูมิลำเนาที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ตามวันเวลาที่กำหนด

 

2.3 การเทียบโอนหน่วยกิตการศึกษา ศอ.บต. เตรียมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สถาบันการศึกษาในพื้นที่ เช่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จังหวัดปัตตานี มหาวิทยาลัยฟาฏอนี มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เพื่อให้นักศึกษาจากสาธารณรัฐซูดานที่ไม่ประสงค์จะเดินทางกลับไปศึกษาต่อสามารถเทียบโอนหน่วยกิตการศึกษามาศึกษาต่อยังสถาบันการศึกษาในประเทศไทยได้ สำหรับกรณีที่นักศึกษาต้องการเดินทางไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอื่น ศอ.บต. จะประสานกับกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางต่อไป

 

ส่วนผู้ที่สำเร็จการศึกษาแล้ว ศอ.บต. จะประสานสถานประกอบการเพื่อพิจารณารับเข้าทำงานโดยเร็ว ทั้งนี้ กรณีหากต้องมีการปรับวุฒิการศึกษา ศอ.บต. จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปรับวุฒิการศึกษาเป็นกรณีเร่งด่วนต่อไป

 

2.4 การดูแลรักษาอาการเจ็บป่วยและเยียวยาจิตใจนักศึกษา ศอ.บต. เตรียมประสานกรมการกงสุล เนื่องจากกรมการกงสุลจะเป็นฝ่ายประสานกระทรวงสาธารณสุขเพื่อคัดกรองโรคก่อนเดินทางกลับภูมิลำเนา ส่วนในพื้นที่ ศอ.บต. ประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้มีการติดตามเยี่ยมเยียนดูแลสภาพจิตใจนักศึกษาต่อไป

The post ศอ.บต. ออกแนวทางช่วยเหลือนักเรียนชายแดนใต้ จากเหตุไม่สงบที่ซูดาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศอ.บต. ตั้งศูนย์ประสานช่วยเหลือนักเรียน-นักศึกษาไทยในซูดานกว่า 200 คน หลังกองทัพซูดานปะทะกองกำลังติดอาวุธ https://thestandard.co/sbpac-establishes-student-support-center-sudan/ Thu, 20 Apr 2023 07:11:15 +0000 https://thestandard.co/?p=778941 ศูนย์ประสานช่วยเหลือนักเรียน ซูดาน

วันนี้ (20 เมษายน) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใ […]

The post ศอ.บต. ตั้งศูนย์ประสานช่วยเหลือนักเรียน-นักศึกษาไทยในซูดานกว่า 200 คน หลังกองทัพซูดานปะทะกองกำลังติดอาวุธ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศูนย์ประสานช่วยเหลือนักเรียน ซูดาน

วันนี้ (20 เมษายน) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดตั้งศูนย์ประสานงานนักเรียน-นักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ศึกษาต่อในต่างประเทศ (ศป.นศ.จชต.) เพื่อให้ข้อมูลและให้ความช่วยเหลือประชาชน นักเรียน และนักศึกษาไทยที่พำนักอยู่ในสาธารณรัฐซูดาน กรณีมีรายงานข่าวว่าเกิดเหตุปะทะกันระหว่างกองทัพซูดานกับกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ ณ กรุงคาร์ทูม สาธารณรัฐซูดาน เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้พบว่า มีจำนวนนักเรียน-นักศึกษาไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศซูดาน 210 คน ส่วนใหญ่เป็นเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

 

ชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. เปิดเผยถึงการจัดตั้งศูนย์ประสานงานนักเรียน-นักศึกษาไทยมุสลิมที่ศึกษาต่อในต่างประเทศ เพื่อให้ข้อมูลและให้ความช่วยเหลือประชาชน นักเรียน และนักศึกษาไทยที่พำนักอยู่ในสาธารณรัฐซูดาน ว่าเพื่อให้เยาวชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่พำนักอยู่ในสาธารณรัฐซูดานสามารถประสานขอความช่วยเหลือ พร้อมกับเป็นศูนย์ประสานเพื่อให้ผู้ปกครองที่อยู่ในพื้นที่สามารถรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวของบุตรหลานที่อาศัยอยู่ในประเทศดังกล่าว 

 

ทั้งนี้ ศอ.บต. พร้อมร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อติดตามการดูแลให้ความช่วยเหลือและประสานข้อมูลความเป็นอยู่ของคนไทย รวมทั้งนักเรียน-นักศึกษาไทยจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เดินทางไปศึกษาต่อและทำงาน ณ สาธารณรัฐซูดาน อย่างเร็วที่สุด

 

สำหรับนักเรียน-นักศึกษาและผู้ปกครองที่ต้องการขอความช่วยเหลือสามารถติดต่อศูนย์ประสานงานนักเรียน-นักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ศึกษาต่อในต่างประเทศ (ศป.นศ.จชต.) โทร. 0 7327 4101 หรือทาง Facebook: FAS : Foreign Affairs Strategy Division หรือโทรสายด่วนอุ่นใจ 1880 หรือติดต่อโดยตรง ณ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดยะลา

The post ศอ.บต. ตั้งศูนย์ประสานช่วยเหลือนักเรียน-นักศึกษาไทยในซูดานกว่า 200 คน หลังกองทัพซูดานปะทะกองกำลังติดอาวุธ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศอ.บต. เคาะเลือก Johnson & Johnson ฉีดให้ประชาชนในพื้นที่ เร่งหารือข้อสรุปการจัดซื้อภายใน 26 ก.ค. นี้ https://thestandard.co/sbpac-selects-johnson-and-johnson-vaccine-for-local-residents/ Thu, 08 Jul 2021 11:49:28 +0000 https://thestandard.co/?p=510218 วัคซีน Johnson & Johnson

วันนี้ (8 กรกฎาคม) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใ […]

The post ศอ.บต. เคาะเลือก Johnson & Johnson ฉีดให้ประชาชนในพื้นที่ เร่งหารือข้อสรุปการจัดซื้อภายใน 26 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วัคซีน Johnson & Johnson

วันนี้ (8 กรกฎาคม) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, จังหวัดชายแดนภาคใต้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หลายภาคส่วน รวมถึงภาคประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ล้วนมีความตระหนักถึงปัญหาการแพร่ระบาดของโควิดอย่างรวดเร็วในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

โดยเฉพาะโควิดสายพันธุ์ใหม่ที่มีการแพร่ระบาดในพื้นที่อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องในหลายคลัสเตอร์ ประกอบกับปัญหาการลักลอบเข้าประเทศไทยตามช่องทางธรรมชาติบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีอัตราสูงขึ้นหลายเท่าตัวและมีแนวโน้มการแพร่ระบาดสูงมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากอัตราการป่วยต่อประชากร จะพบว่าจังหวัดปัตตานี สงขลา และยะลา สูงกว่าในจังหวัดอื่นๆ ที่นำมาเปรียบเทียบถึงกว่าร้อยเท่า

 

ศอ.บต. จังหวัดยะลา ได้มีการประชุมปรึกษาหารือกันทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อนำข้อเสนอแนวทางไปสู่การปฏิบัติจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรม โดยมีข้อสรุปที่สำคัญดังต่อไปนี้

 

1. ทุกฝ่ายเห็นถึงความสำคัญของปัญหาการแพร่ระบาดของโควิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และถึงเวลาที่ทุกฝ่ายจะประสานความร่วมมือ-ร่วมใจ ทำงานแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้เป็นหนึ่งเดียวกันตามศักยภาพและความพร้อมที่หน่วยงานต่างๆ พึงจะดำเนินการได้ ทางออกที่ดีที่สุดนั้นคือพยายามที่จะสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด เพื่อดูแลและปกป้องชีวิตของประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกันตามแนวทางที่รัฐบาลกำหนด

 

2. ที่มาของวัคซีนตามข้อสรุปของที่ประชุมฯ มี 3 แนวทางหลัก ได้แก่

 

  • วัคซีนที่รัฐบาลจัดสรรให้กับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อนำไปฉีดให้กับประชาชนในแต่ละจังหวัด โดยพบว่ามีอัตราการเข้ารับการฉีดวัคซีนประมาณร้อยละ 8

 

  • รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยได้มีแนวทางให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถนำเงินสะสมของท้องถิ่นไปใช้เพื่อดำเนินการจัดซื้อวัคซีนได้

 

โดย ศอ.บต. ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสำนักงานหลักประกันสุขภาพ เขต 12 เห็นพ้องตรงกันว่า แนวทางนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการจากเงินสะสมของแต่ละท้องถิ่นได้ โดยการนำเงินในระบบกองทุนสุขภาพตำบลมาเติมเต็มเพื่อเพิ่มจำนวนการจัดซื้อวัคซีนให้ครอบคลุมประชากรในเขตพื้นที่ให้ได้จำนวนเพิ่มมากขึ้น พร้อมกำหนดขั้นตอนการทำงานและกรอบระยะเวลาที่จะรวบรวมเงินสะสมของท้องถิ่นและกองทุนสุขภาพตำบล ภายในวันที่ 26 กรกฎาคม 2564 เพื่อส่งให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นหน่วยดำเนินการจัดหาวัคซีนในระยะต่อไป

 

  • การมีส่วนร่วมของภาคเอกชน เนื่องจากมีภาคเอกชนอีกหลายแห่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ต้องการการมีส่วนร่วมในการดำเนินการดังกล่าว และพร้อมที่จะสนับสนุนทรัพยากรและงบประมาณเพื่อการจัดหาวัคซีนอีกจำนวนหนึ่ง โดยในส่วนนี้ได้นำแนวทางการปฏิบัติของเทศบาลนครยะลามาเป็นกรอบการทำงานที่มีการจัดตั้ง ‘กองทุน’ และให้เอกชน เครือข่ายองค์กรสาธารณสุข และประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมกันดูแลและปกป้องประชาชนในพื้นที่ด้วยกัน แนวทางการทำงานเรื่องกองทุนนี้ จึงเป็นการได้มาซึ่งทรัพยากรและงบประมาณที่สามารถเติมเต็มการทำงานด้านการจัดหาวัคซีนให้ได้จำนวนที่เพิ่มมากขึ้นได้อีกแนวทางหนึ่ง ที่จะต้องให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นอีกหลายแห่งนำเรื่องดังกล่าวไปขยายผลในเขตพื้นที่ของตนเองได้

 

สำหรับประเภทของวัคซีนที่มีความเหมาะสม วัคซีนที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้คำแนะนำว่ามีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตามที่ ศอ.บต. กำหนดโจทย์การแพร่ระบาดโควิดในพื้นที่ที่ต้องทำให้รวดเร็วที่สุดคือ การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนได้อย่างครอบคลุมมากที่สุดตามเป้าหมาย เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันตนเองและภูมิคุ้มกันหมู่ (ร้อยละ 70) นั้นคือวัคซีนของ Johnson & Johnson เนื่องจากมีการฉีดวัคซีนเพียงครั้งเดียวก็สามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้เกิดขึ้นได้ ทั้งยังใช้ได้ดีในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์ใหม่ด้วย

 

อีกทั้งต้องเร่งดำเนินการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุด รวมทั้งวัคซีน Sinopharm ก็มีความเหมาะสมตามที่ประเทศไทยมีการนำเข้าอยู่แล้ว นอกจากนี้ที่ประชุมฯ ยังเห็นว่าในอนาคตข้างหน้ายังมีความจำเป็นจะต้องมีการฉีดวัคซีนเพิ่มเติมเพื่อเป็นการบูสเตอร์ให้กับประชาชนตามแนวทางที่รัฐบาลกำหนด เนื่องจากการกลายพันธุ์ของโควิดยังมีอย่างต่อเนื่อง

 

3. การได้มาซึ่งวัคซีน ศอ.บต. ได้เรียนเชิญ ดร.รักไทย บูรพ์ภาค อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อดีตนักศึกษา MIT ในฐานะหนึ่งในทีมผู้มีส่วนเจรจากับทางสหรัฐอเมริกาจนได้รับวัคซีน Pfizer จำนวน 1.5 ล้านโดสให้กับประเทศไทย ร่วมประชุมและให้คำแนะนำเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการนำเข้าวัคซีนที่มีความจำเป็นและเร่งด่วนที่สุด

 

ดร.รักไทยมีความเห็นว่า วัคซีน Johnson & Johnson เป็นวัคซีนที่มีความเหมาะสมกับสภาพปัญหาของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ต้องเร่งดำเนินการสร้างภูมิคุมกันโดยเร็วเพื่อหยุดยั้งการติดเชื้อของประชาชนให้เร็วที่สุด ประกอบกับ ดร.รักไทยเป็นผู้มีประสบการณ์ตรงในการได้รับวัคซีนของ Johnson & Johnson มาแล้ว

 

จึงมีความเห็นเช่นเดียวกับที่ประชุมและได้ประชุมปรึกษาหารือกัน โดยจะพยายามอย่างดีที่สุดที่จะเป็นแกนกลางการประสานงานเพื่อให้ได้มาซึ่งวัคซีนตามที่ประชุมฯ เสนอ โดยจะประสานข้อมูลการจัดซื้อ เพื่อให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพ เขต 12 ไปกำหนดราคาต่อหัว (Unit Cost) และจัดทำร่างโครงการ หรือ Template เพื่อส่งให้กับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อนำไปเข้าประชุมคณะกรรมการสุขภาพตำบลตามขั้นตอนและกรอบเวลาที่กำหนด

 

ในตอนท้ายการประชุม พล.ร.ต. สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวเน้นย้ำว่าเรื่องที่มีการหารือกันวันนี้ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะกระทบต่อชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาอย่างต่อเนื่องและหากยังไม่สามารถยุติเรื่องดังกล่าวได้ ก็จะเป็นผลกระทบต่อการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในระยะยาว รัฐบาลได้ให้ความห่วงใยและขอให้ ศอ.บต. เร่งรัดดำเนินการโดยร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อสร้างทางออกให้กับประชาชนจากสถานการณ์โควิด

 

ดังนั้นจึงให้มีการแบ่งกลุ่มคณะทำงานชุดต่างๆ ไปดำเนินการตามที่ที่ประชุมกำหนด โดยทั้งหมดมีกรอบระยะเวลาการทำงานที่ตกลงใจร่วมกันภายในวันที่ 26 กรกฎาคม 2564 ที่จะถึงนี้ ซึ่งคาดหวังว่าจะสามารถดำเนินการเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนด้วยวัคซีนที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยของประชาชนสูงสุดและจะรายงานให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง

 

พิสูจน์อักษร: นัฐฐา สอนกลิ่น

The post ศอ.บต. เคาะเลือก Johnson & Johnson ฉีดให้ประชาชนในพื้นที่ เร่งหารือข้อสรุปการจัดซื้อภายใน 26 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศอ.บต. แจงโครงการจะนะ หวังสร้างงาน ให้ประชาชนมีสุข ขออย่าเพิ่งมองข้ามช็อต ยังเป็นเพียงหลักการ https://thestandard.co/sbpac-announced-project-to-giveaway-jobs-to-people/ Wed, 08 Jul 2020 11:50:05 +0000 https://thestandard.co/?p=378380

วันนี้ (8 กรกฎาคม) ดร.ชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการศูนย์อำ […]

The post ศอ.บต. แจงโครงการจะนะ หวังสร้างงาน ให้ประชาชนมีสุข ขออย่าเพิ่งมองข้ามช็อต ยังเป็นเพียงหลักการ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (8 กรกฎาคม) ดร.ชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ชี้แจงกรณีที่มีการต่อต้านโครงการจะนะ เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต ที่จะตั้งขึ้นในพื้นที่ 3 ตำบลของเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งจะมีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวในวันที่ 11 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ 

 

ดร.ชนธัญ กล่าวว่า ศอ.บต. เจอปัญหาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตของคน ประเด็นแรกคือเรื่องแหล่งงานของคนในพื้นที่ โดยเฉพาะเยาวชนที่จบใหม่ ซึ่งเรื่องนี้กลายเป็นปัญหาสำคัญเมื่อเยาวชนที่จบใหม่ แต่ไม่มีงานในพื้นที่ ฉะนั้นก็จะมีบางส่วนที่ต้องไปเป็นพนักงานบริการตามโรงแรมหรือรีสอร์ตต่างๆ ตามแหล่งท่องเที่ยว บางส่วนก็ไปขายแรงงานตามนิคมอุตสาหกรรม ก้อนใหญ่ที่สุดก็คือทะลักไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ซึ่งถ้าถามว่าหากจะให้คนในพื้นที่มีจุดยืนของความเป็นไทยได้ ต้องมีองค์ประกอบของการทำงานที่สมบูรณ์ เพราะการทำงานที่สมบูรณ์จะนำไปสู่การมีรายได้และนำมาดูแลครอบครัวได้ นี่คือโจทย์แรกที่เราต้องการสร้างความมั่นคงของมนุษย์ เรื่องการสร้างงาน การสร้างรายได้ การสร้างอาชีพ ที่สามารถหาในพื้นที่ได้

 

ประเด็นต่อมา ดร.ชนธัญ กล่าวถึงตัวเลขเด็กและเยาวชนที่จบจากปอเนาะ (โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา) หรือโรงเรียนที่เกิดขึ้นตามวิถีอิสลาม ประมาณ 2 แสนราย โดยเฉพาะบางรายที่เดินทางไปเรียนต่างประเทศอย่างประเทศในตะวันออกกลาง แต่พอเรียนจบมาปรากฏว่าวุฒิการศึกษานั้น ก.พ. หรือกระทรวงศึกษาธิการไม่รับรองวุฒิดังกล่าว วันนี้เด็กเหล่านั้นก็อยู่ในพื้นที่ ก็มีทั้งกรีดยางบ้าง ว่างงานบ้าง หรือทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้นำศาสนา ซึ่งไม่สามารถเข้าสู่อาชีพได้ 

 

ดังนั้นการสร้างมาตรฐานใหม่ คือการทำให้คนไม่มีวุฒิ แต่มีงานทำสามารถปลดล็อกไปสู่การวางแผนการจัดการศึกษาในอนาคตได้ เพราะวันนี้ปัญหาเหมือนวัวพันหลัก คืออยากให้เด็กมีงานทำแต่พอเด็กเรียนจบก็ไม่มีแหล่งงานรองรับ ดังนั้นเด็กจึงเลือกเรียนเฉพาะที่จบง่ายหรือเลือกเรียนด้านศาสนาอย่างเดียว แต่ถ้าอนาคตต่อไป มีโอกาสอยู่ตรงหน้า มีตำแหน่งงาน ก็จะเปลี่ยนอนาคตของเด็กเหล่านี้ได้

 

ตำแหน่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นเพียงหนึ่งเงื่อนไขหรือผลพลอยได้จากโครงการนี้เท่านั้น แต่ ศอ.บต. กำลังมองถึงคุณภาพชีวิต มองถึงความเป็นอยู่ ซึ่งการมีคุณภาพชีวิตที่สมบูรณ์ คือบุคคลต้องจบการศึกษาที่ดี และเข้าสู่งานที่มีรายได้เพียงพอ อีกทั้งยังต้องสามารถดำรงอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข คำว่าปกติสุขคือการที่สามารถดูแลตนเอง ดูแลครอบครัว ดูแลชุมชนได้ นี่คือเป้าหมายของ ศอ.บต. ที่กำลังจะทำให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งระบบ

 

ดร.ชนธัญ ชี้แจงว่าขณะนี้โครงการจะนะ เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต นั้นยังไม่ถึงขั้นตอนเรื่องการรับฟังความเห็นผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะนี้โครงการยังอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นต่อโครงการทั้งระบบ ซึ่งหลังจากนี้จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนข้อกฎหมาย เช่น เรื่องการปรับผังเมือง ก็จะมีการส่งข้อเสนอแนะไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ซึ่งทาง อบจ. ก็จะมีการรับไปดำเนินการต่อ โดยที่ ศอ.บต. ไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงได้ ส่วนเรื่องของเอกชนในฐานะผู้ใช้พื้นที่ดำเนินการและมีข้อเสนอโครงการ เอกชนต้องไปจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) แต่ระยะเวลาก็อาจจะอีก 2-3 ปี ซึ่งเวทีตรงนั้นจะเป็นเวทีที่ประชาชนสามารถเข้ามาร่วมได้มากที่สุด ดังนั้นจึงยังไม่ควรมองข้ามช็อตขนาดนั้น 

 

ดร.ชนธัญ กล่าวว่า “วันนี้เรากำลังไปมองอีกช็อตหนึ่งที่เป็นงานในอนาคต แต่มาตีขลุมรวมในงานในระยะ 100 เมตรแรก มันไม่แฟร์สำหรับ ศอ.บต.”

 

ส่วนเรื่องกรณีมติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติโครงการนี้นั้น ดร.ชนธัญ กล่าวว่า เป็นเพียงการอนุมัติหลักการ และมอบหมายให้ ศอ.บต. ในฐานะเป็นส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อ ซึ่งหน้าที่ของ ศอ.บต. คือการคลี่มติออกมา แล้วทำข้อเสนอโครงการกลับไปอีกครั้ง 

 

“เจตจำนงสำคัญของ ศอ.บต. คือการทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข ศอ.บต. ทำหน้าที่ต่อเชื่อมประสานเอกชน ราชการ ภาคประชาสังคม ร่วมออกแบบการทำงานร่วมกัน ส่วนเรื่องการเอาเอกชนมาเพราะเอกชนมีความรู้ในการบริหารจัดการธุรกิจมากกว่าส่วนราชการ” ดร.ชนธัญ กล่าวทิ้งท้าย

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ศอ.บต. แจงโครงการจะนะ หวังสร้างงาน ให้ประชาชนมีสุข ขออย่าเพิ่งมองข้ามช็อต ยังเป็นเพียงหลักการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศอ.บต. จับมือเอกชน ขนส่งสิ่งของอุปโภคบริโภคบรรเทาความเดือดร้อนแรงงานไทยที่ว่างงาน https://thestandard.co/sbpac-deliver-consumer-goods-unemployed-thai-workers/ Fri, 26 Jun 2020 07:20:13 +0000 https://thestandard.co/?p=375281

วันนี้ (26 มิถุนายน) ที่ลานอเนกประสงค์ของศูนย์อำนวยการบ […]

The post ศอ.บต. จับมือเอกชน ขนส่งสิ่งของอุปโภคบริโภคบรรเทาความเดือดร้อนแรงงานไทยที่ว่างงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 มิถุนายน) ที่ลานอเนกประสงค์ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยทาง ศอ.บต. ร่วมกับสมาคมศิษย์เก่าต่างประเทศจังหวัดชายแดนภาคใต้ และบริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ร่วมจัดมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคจำนวน 300 กล่อง ขนส่งลำเลียงสิ่งของช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งทำการส่งให้กับกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย นักศึกษาไทยในต่างประเทศ กลุ่มแรงงานไทย และศิษย์เก่านักศึกษาไทยในต่างประเทศ ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศและได้กักตัวเสร็จสิ้นแล้วจำนวน 14 วัน เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงวิกฤตนี้

 

พล.ร.ต. สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสนับสนุนภารกิจการช่วยเหลือคนไทยที่ตกทุกข์ได้ยากในครั้งนี้ เพราะทุกคนคือคนในราชอาณาจักรไทย ศอ.บต. จึงไม่สามารถทิ้งใครไว้ข้างหลังได้ ดังนั้นกิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมในระยะสั้นๆ ที่เราทุกคนสามารถช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน แต่ในระยะยาวนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ ศอ.บต. ลงพื้นที่ไปสำรวจพี่น้องประชาชนที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และทำการสำรวจถึงการหางานทำในอนาคตต่อไป อย่างไรก็ตามจะพยายามส่งความช่วยเหลือไปถึงพื้นที่โดยเร็ว แต่ก็ยังสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้เพียงบางส่วนเท่านั้น

 

สำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีนักศึกษาไทยที่เดินทางไปเรียนในต่างประเทศเป็นจำนวนมาก และต้องเดินทางกลับมายังประเทศไทยในช่วงของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในส่วนของกลุ่มแรงงานไทย โดยเฉพาะแรงงานไทยในประเทศมาเลเซียที่มีการคาดการณ์ว่ามีอยู่หลายหมื่นราย ซึ่งก่อนหน้านี้ทยอยเดินทางกลับจากชายแดนฝั่งมาเลเซียอย่างต่อเนื่องทั้งที่ถูกกฎหมายและลักลอบเข้ามา โดยส่วนใหญ่เมื่อกลับมาแล้วก็เกิดปัญหาการว่างงาน ขาดรายได้ และยังไม่สามารถเดินทางเข้าไปทำงานที่ประเทศมาเลเซียได้ เนื่องจากมาเลเซียยังคงปิดประเทศต่อเนื่อง

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ศอ.บต. จับมือเอกชน ขนส่งสิ่งของอุปโภคบริโภคบรรเทาความเดือดร้อนแรงงานไทยที่ว่างงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เห็นว่าประชาชนในพื้นที่จะต้องยืนด้านไหน” เลขาฯ ศอ.บต. ย้ำจุดยืนทำงานเพื่อประชาชน https://thestandard.co/sbpac-yala-bombings/ Wed, 18 Mar 2020 04:19:57 +0000 https://thestandard.co/?p=343059

วันนี้ (18 มีนาคม) ตั้งแต่เวลา 08.30 น. พล.ท. พรศักดิ์ […]

The post “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เห็นว่าประชาชนในพื้นที่จะต้องยืนด้านไหน” เลขาฯ ศอ.บต. ย้ำจุดยืนทำงานเพื่อประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (18 มีนาคม) ตั้งแต่เวลา 08.30 น. พล.ท. พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.รมน. ภาค 4 เดินทางมาร่วมงานเปิดป้ายชั่วคราวของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) โดยร่วมกับหน่วยงานราชการ ทหาร ตำรวจ ประดับต้นไม้ตกแต่งป้ายชั่วคราวที่ทำขึ้นทดแทนป้ายเดิม หลังจากได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ระเบิดหน้าศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อวานที่ผ่านมา พร้อมกับให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกนายอย่าหวั่นวิตก ขอให้มีกำลังใจที่ดี ปฏิบัติภารกิจด้วยความเข้มแข็ง ด้วยหัวใจที่แข็งแกร่งโดยเร็ว 

 

“ถึงป้ายจะพังก็ไม่สามารถสลายไปจากหัวใจคนในพื้นที่ได้ จากภารกิจและผลงานในการสร้างความสุขให้กับคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอให้ทุกคนเดินหน้าขับเคลื่อนทุกภารกิจต่อไป” พล.ท. พรศักดิ์ กล่าว

 

ด้าน พล.ร.ต. สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวถึงเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นบริเวณด้านหน้า ศอ.บต. ทำให้ป้ายศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับความเสียหาย และมีเจ้าหน้าที่และประชาชนบางส่วนได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดที่เกิดขึ้นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นขณะที่เลขาธิการ ศอ.บต. ร่วมประชุมศูนย์ประสานการบริหารจัดการและแก้ปัญหาผลกระทบโรคโควิด-19 ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ตนเองขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเหตุเกิดจากผู้ไม่หวังดีมุ่งทำร้ายชีวิตของประชาชนในพื้นที่ด้วยกัน 

 

ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เห็นว่าประชาชนในพื้นที่จะต้องยืนด้านไหน ในขณะที่อีกด้านเป็นการประชุมเพื่อแก้ปัญหาของโรคโควิด-19 เพื่อให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ช่วยกันป้องกันและดูแลไม่ให้มีการระบาดต่อเนื่อง แต่ในขณะที่คนอีกกลุ่มต้องการทำลายทุกอย่าง ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เห็นว่าประชาชนในพื้นที่จะต้องยืนด้านไหน” เลขาฯ ศอ.บต. ย้ำจุดยืนทำงานเพื่อประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>