ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 24 Aug 2023 00:56:19 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Boost/Play/Measure: BPM ชวนดูเทคโนโลยีที่ทำให้การออกกำลังเป็นเรื่องสนุก https://thestandard.co/life/boost-play-measure-bpm/ Wed, 09 Aug 2023 00:53:05 +0000 https://thestandard.co/?p=827157 Boost/Play/Measure: BPM

เราไม่ค่อยเห็นภัณฑารักษ์งานศิลปะสนใจนำเสนอนิทรรศการที่เ […]

The post Boost/Play/Measure: BPM ชวนดูเทคโนโลยีที่ทำให้การออกกำลังเป็นเรื่องสนุก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Boost/Play/Measure: BPM

เราไม่ค่อยเห็นภัณฑารักษ์งานศิลปะสนใจนำเสนอนิทรรศการที่เกี่ยวกับการออกกำลังกายสักเท่าไร ยิ่งเป็นที่ไทยด้วยแล้ว งานลักษณะนี้ไม่ได้มีบ่อยแน่นอน

 

Boost/Play/Measure: BPM เป็นนิทรรศการที่คนชอบออกกำลังกาย หรืออยากออกกำลังกายแต่ไม่มีแรงจูงใจในการเริ่มต้น สมควรมาดู นิทรรศการว่าด้วยเรื่องเทคโนโลยี งานออกแบบ ที่ถูกนำมาจับคู่กันเพื่อเสริมให้การออกกำลังกายหรือการขยับร่างกายเป็นเรื่องที่สนุกขึ้น รับรองว่าดูจบแล้วคุณจะพบว่าการออกกำลังเป็นเรื่องสนุกอย่างคาดไม่ถึง

 

Boost/Play/Measure: BPM Boost/Play/Measure: BPM

 

ในงานแบ่งออกเป็น 4 โซนหลัก เริ่มต้นที่โซนแรก Boost ทำความเข้าใจหลักจิตวิทยาในการสร้างพลังบวกให้คนลุกขึ้นมาออกกำลังกาย โดยการใช้เกม (Gamification) ที่ผ่านการทดสอบมาแล้วว่าสามารถช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คนอย่างได้ผล

 

โซนที่ 2 Play เรียกเหงื่อกันสักหน่อย กับแอปพลิเคชันและเกมกีฬารูปแบบใหม่ ที่นำนวัตกรรม AR และ VR มาช่วยให้การออกกำลังเพลิดเพลินมากยิ่งขึ้น ความสนุกของโซนนี้ไม่ได้แค่ชมเฉยๆ แต่ยังให้ผู้ชมลองเล่นจริง มีทั้งเกมปั่นจักรยานแบบ Interactive, Ring Fit, สนามฟุตบอล LCD และ Sports Gadgets ต่างๆ 

 

ส่วนโซนที่ 3 และ 4 เป็นโซนเกี่ยวกับความรู้เสียส่วนใหญ่ ไขความลับอุปกรณ์วัดผลการออกกำลังกายต่างๆ รวมไปถึงสำรวจความเป็นไปได้ใหม่ๆ ของการนำเทคโนโลยีและงานออกแบบสร้างสรรค์มาต่อยอดในอุตสาหกรรมกีฬา เช่น E-Sports เป็นต้น

 

Boost/Play/Measure: BPM Boost/Play/Measure: BPM Boost/Play/Measure: BPM Boost/Play/Measure: BPM Boost/Play/Measure: BPM

 

นิทรรศการ Boost/Play/Measure: BPM จัดขึ้น ณ ห้องแกลเลอรี ชั้น 1 ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ กรุงเทพฯ (TCDC) ตั้งแต่วันนี้ – 24 กันยายน 2566 เข้าชมฟรี สามารถจอดรถได้ที่อาคารจอดรถ NT Bangrak ในอัตรา 20 บาทต่อชั่วโมง

 

ดูรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่: www.tcdc.or.th

The post Boost/Play/Measure: BPM ชวนดูเทคโนโลยีที่ทำให้การออกกำลังเป็นเรื่องสนุก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ร่วมสัมผัสประสบการณ์ ‘อาหารแห่งอนาคต’ สร้างระบบนิเวศยั่งยืนให้ประเทศ กับเทศกาล Bangkok Design Week 2023 https://thestandard.co/bangkok-design-week-2023-6/ Thu, 09 Feb 2023 07:50:34 +0000 https://thestandard.co/?p=747946 Bangkok Design Week 2023

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่ศูนย์สร้างสรรค์งาน […]

The post ร่วมสัมผัสประสบการณ์ ‘อาหารแห่งอนาคต’ สร้างระบบนิเวศยั่งยืนให้ประเทศ กับเทศกาล Bangkok Design Week 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bangkok Design Week 2023

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง TasteBud Lab และ Bio Buddy ได้จัดงาน WHERE IS THE FUTURE OF FUTURE FOOD ปีที่ 4 โดยงานเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล Bangkok Design Week 2023 ในการขับเคลื่อนและผลักดันนวัตกรรมอาหาร เพื่อสร้างระบบนิเวศความยั่งยืนของอาหารแห่งอนาคตในประเทศไทย นำโดย เชฟแบล็ก-ภานุภน บุลสุวรรณ จากร้าน Blackitch Artisan Kitchen, เชฟโอ-ตนัย พจน์อารีย์ จาก TasteBud Lab, เชฟเทพ-มนต์เทพ กมลศิลป์ จากร้าน TAAN, เชฟคำนาง-ณัฏฐภรณ์ คมจิต จากร้าน เฮือนคำนาง, เชฟหนุ่ม-วีระวัฒน์ ตริยเสนวรรธน์ จากร้าน ซาหมวยแอนด์ซันส์ และ หมาน้อยฟู้ดแล็บ, เชฟไพศาล ชีวินศิริวัฒน์ และเชฟจิ๊บ-กัญญารัตน์ ถนอมแสง จากร้านแก่น, และลุงรีย์-ชารีย์ บุญญวินิจ Earth Creator Uncleree Farm

 

เชฟจิ๊บ กัญญารัตน์ ได้นำเสนออาหารจานแรกคือ Hot & Spicy Krathong Tong เป็นเมนูส้มตำ โดยความพิเศษของเมนูนี้คือการใช้มันแกวซึ่งเป็นวัตถุดิบท้องถิ่นของจังหวัดขอนแก่นแทนเส้นมะละกอ ซึ่งตัวมันแกวเป็นพรีไบโอติก (Prebiotic) สามารถเข้าได้กับเครื่องดื่มที่เสิร์ฟมาคู่กันอย่าง Probiotic Shot จาก TasteBud Lab ได้ดี โดยที่เมนูดังกล่าวจะเป็นเมนูวีแกน ได้ใช้วีแกนปลาร้า ในส่วนของหมูกรอบด้านบนจะเป็นหมูกรอบจากพืช (Plant-based Cripspy Pork) ขณะที่ถ้วยกรอบจะทำมาจากสาหร่ายไก ซึ่งมีโปรตีนสูง หาได้ตามแหล่งน้ำที่สะอาดมากๆ นอกจากนี้ยังเป็นพืชเศรษฐกิจอีกด้วย

 

 

ระหว่างมื้ออาหาร ศิริกุล เลากัยกุล Country Director of Sustainable Brands Thailand ได้กล่าวว่า เมื่อพูดถึงความยั่งยืนทางอาหาร ต้องตอบให้ได้ว่าเป็นความยั่งยืนของใคร ตนนั้นมองว่าความมั่งคงทางอาหาร (Food Security) ไม่สำคัญเท่ากับความเท่าเทียมในการเข้าถึงอาหาร (Food Equality) เพราะความมั่งคงนั่นมันอาจจะกลายเป็นความมั่งคงของคนบางกลุ่มหรือบางองค์กร ดังนั้นแล้วหน้าที่ที่สำคัญของคนที่ทำธุรกิจด้านอาหารจะต้องเข้าใจเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ทั้ง 17 เป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการลดความยากจน (No Poverty) อนาคตของอาหารไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาหารแห่งอนาคต เพราะอาหารแห่งอนาคตเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของระบบของอาหาร (Food System) ส่วนอาหารออร์แกนิกหรืออาหารที่ไม่ได้มาจากพืชก็ยังมีความสำคัญอยู่ต่อไป

 

ด้าน สันติ อาภากาศ CEO และ Co-Founder ของ TasteBud Lab, Bio Buddy และ  Future Food Network ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้คือ การหาโซลูชันให้กับอนาคตของอาหาร โดยการหาความร่วมมือจากสตาร์ทอัพ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และภาคส่วนต่างๆ  

 

ประเทศของเราเป็นประเทศที่ส่งออกอาหาร มีคนอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ที่ทำอาชีพเกี่ยวกับการเกษตรมากกว่าร้อยละ 50 ดังนั้นอย่าไปมองที่ตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียว แต่เป็นระบบของอาหารที่เราจะต้องสร้างร่วมกันเพื่อ

 

  1. ให้ระบบอาหารสอดรับกับประชากรโลกที่จะเติบโตถึง 1 หมื่นล้านคนภายในปี 2050 ได้

 

  1. แก้ไขปัญหาด้านของความเป็นอยู่ของคนไทย เช่น การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ หรือปัญหาที่ผู้คนเจ็บป่วยจากการรับประทานอาหารที่ไม่พอดีเพียงพอ

 

  1. แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ระบบอาหารในทุกวันนี้ได้สร้างภาระให้กับสิ่งแวดล้อม โดยจากข้อมูลพบว่าตัวเลขคาร์บอน 26% ที่ก่อให้เกิดสภาวะ Climate Crisis มาจากระบบอาหารในปัจจุบัน 

 

สันติยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ตนมองเห็นโครงสร้างของประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จจากการทรานส์ฟอร์มอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมการเกษตร แต่ตนนั้นอยากจะเข้ามาช่วยต่อเติมให้กลายเป็น Ecosystem ของอาหาร จากการศึกษามิติต่างประเทศและมิติเชิงคุณภาพต่างๆ พบว่าการสร้างระบบนิเวศของอาหารต้องอาศัย 6 เสาสำคัญ คือ 

 

  1. Innovative Practices คือการมีบุคลากรที่สร้างการเปลี่ยนแปลงและสร้างโซลูชัน รวมไปถึงการมีหน่วยงานที่สนับสนุนทั้งด้านเงินทุน การวิจัย และพัฒนา 

 

  1. Agro-ecological Transformation คือการมีต้นน้ำทางวัตถุดิบที่แข็งแรงและยั่งยืน 

 

  1. Conservation of Water, Land, and Biodiversity คือการรักษาแหล่งน้ำ พื้นดิน และความหลากหลายทางชีวภาพที่ยั่งยืน

 

  1. Responsible Sourcing คือการมีคนสนับสนุนการบริโภคและช่วยขับเคลื่อนให้ผู้คนเข้าถึงอาหารแห่งอนาคต 

 

  1. Responsible Consumption คือการบริโภคที่รับผิดชอบ ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวผู้บริโภคหรือเชฟที่เป็นผู้เลือกบริโภคเองด้วย

 

  1. Regenerative Production & Job Creation คือการมีโรงงานผลิตที่ไม่สร้างภาระให้กับสิ่งแวดล้อม ถ้าโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์จากพืชแต่ยังคงปล่อยน้ำเสีย หรือไม่มีระบบจัดการขยะที่ดี ก็ไม่สามารถสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนได้

 

ขณะที่ ณัฐดนัย หาญการสุจริต รองคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้กล่าวในหัวข้อ Innovative Practices ไว้ว่า อุตสาหกรรมอาหารในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว หลายประเทศนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้ในการผลิตอาหาร รวมไปถึงการมาของ Novel Ingredient เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์จากพืช (Plant-based) หรือวัตถุดิบทางเลือกใหม่ ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกที่หลากหลาย นอกจากนี้แนวโน้มของอุตสาหกรรมอาหารคือ การลดคาร์บอน (Decarbonization) เป็นประเด็นที่ต่างประเทศให้ความสำคัญอย่างมาก ดังนั้นแล้วอุตสาหกรรมอาหารในประเทศไทยจึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดของเสีย ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจะได้ประโยชน์ด้วย เพราะช่วยลดพลังงานและต้นทุนต่างๆ เช่น เทคโนโลยีการอบแห้งแบบเดิมอาจใช้พลังงานสูง อาจจะต้องปรับรูปแบบใหม่ หากนำเอาเทคโนโลยีใหม่มาใช้กับกระบวนการผลิตเดิมก็อาจจะช่วยลดต้นทุนและเวลา อีกทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น 

 

อีกประเด็นที่ณัฐดนัยได้ย้ำความสำคัญคือเรื่องของการขึ้นทะเบียนอาหารแห่งอนาคต โดยอาศัยร่วมมือระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีผลการศึกษาและวิจัยเป็นจำนวนมาก ซึ่งสามารถเข้ามาช่วยสนับสนุนการขึ้นทะเบียนอาหารกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ และท้ายที่สุดจะต้องอาศัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากกระทรวงอุตสาหกรรมในการผลักดันให้อาหารแห่งอนาคตเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมได้อย่างยั่งยืน

 

ด้าน รุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ได้กล่าวในหัวข้อ Responsible Sourcing ว่าทางทีมงานของอินฟอร์มาได้จัดงาน ProPak Asia จัดหาเทคโนโลยีต่างๆ ที่ช่วยลดการใช้พลังงานและลดการสูญเสียอาหาร (Food Loss) ซึ่งทำงานร่วมกับ TasteBud Lab ในการโปรโมต Future Food เพื่อเปิดพื้นที่ให้เข้ามาพูดคุยกันว่าอุตสาหกรรมอาหารในอนาคตจะไปทิศทางใด และหาแนวทางในการเพิ่มมูลค่า (Value) ให้กับกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมอาหารทุกๆ ขั้นตอน โดยอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรภาคส่วนต่างๆ 

 

ขณะที่ อนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร ได้พูดถึงหัวข้อ Regenerative Production & Job Creation ไว้ว่า สถาบันอาหารเป็นองค์กรที่ดูแลเรื่องอาหารแบบครบวงจร สถาบันอาหารเริ่มทำงานกับเกษตรกรในการวิเคราะห์คุณภาพผลผลิตทางการเกษตรว่าเป็นอย่างไร หลังจากนั้นพอเข้าไปอยู่ในอุตสาหกรรมก็ตรวจสอบ หากวัตถุดิบดี ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปก็จะดีตามไปด้วย 

 

นอกจากนั้นสถาบันอาหารยังมีบริการด้านการฝึกอบรมทั้งด้านเทคโนโลยี ด้านการส่งออกไปต่างประเทศ รวมไปถึงการจัดอบรมระเบียบกฎเกณฑ์ใหม่ๆ ตนยังได้ให้ความคิดเห็นไว้ว่า อาหารแห่งอนาคตจะต้องตอบได้โจทย์ทั้งในเรื่องของ Food Safety และสิ่งแวดล้อมให้ได้ เพื่อที่จะให้เกิดความยั่งยืน

 

ด้าน วรัญญา เตชะสุขถาวร อาจารย์จากภาควิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ขึ้นกล่าวในห้วข้อ Responsible Consumption ในฐานะผู้บริโภคไว้ว่า ตนอยากขอบคุณทาง TasteBud Lab ที่นำผลิตภัณฑ์อาหารดีๆ มาให้กับคนไข้รวมไปถึงทุกคนด้วย ตนกล่าวว่านักโภชนาการเป็นอาชีพหนึ่งที่คุยเรื่องอาหารตลอดทั้งวันกับคนไข้ คำถามหลักคือ เมื่อเช้าเขารับประทานอะไรและเย็นนี้จะรับประทานอะไร เพราะฉะนั้นตนจึงเป็นกระบอกเสียงที่สำคัญในการแนะนำสิ่งดีๆ กับคนไข้ต่อไปได้ เช่น เทศกาลกินเจปีที่แล้ว คนไข้ของตนเป็นเบาหวานแล้วไปรับประทานหมี่กึง ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น แต่ตนเสนอให้คนไข้ปรับมารับประทานเห็ดแครง ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่สูงขึ้นและยังได้สารอาหารโปรตีนอยู่ เหมาะสำหรับเทศกาลกินเจ

 

“และหลายอย่างที่เกิดขึ้นที่เวทีแห่งนี้เป็นความรู้แบบใหม่ ถือเป็นนวัตกรรม เวลาตนสอนนิสิตหรือนักโภชนาการว่ารับประทานเส้นเท่ากับรับประทานแป้ง ตอนนี้นั้นไม่ใช่แล้ว เพราะมีเส้นไข่ขาวหรือเส้นโปรตีนทางเลือกอื่นๆ ตนขอขอบคุณเวทีนี้ที่ช่วยนำเสนอทางเลือกใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค” วรัญญากล่าว

 

นอกจากงานเสวนาอนาคตของอาหารแห่งอนาคตแล้ว ในงาน WHERE IS THE FUTURE OF FUTURE FOOD ยังจัดงานย่อยๆ อีกสองงานคือ 1. Future Food Showcase งานโชว์เคสที่แสดงนวัตกรรมสินค้าอาหารแห่งอนาคตสุดล้ำ 6 หมวดหมู่ได้แก่ Alternative Protein, Synthetic Food, Functional Food, Probiotic Food, CBD Infused Food และ Personalization Food ระหว่างวันที่ 1-28 กุมภาพันธ์ เวลา 12.00-18.00 น. จัดแสดงบริเวณ Creative Space ชั้น 5 อาคาร TCDC ไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง และ 2. Future Food Market Activation ระหว่างวันที่ 9-12 กุมภาพันธ์ บริเวณลานหน้าอาคารไปรษีย์กลาง เวลา 16.00-22.00 น.

The post ร่วมสัมผัสประสบการณ์ ‘อาหารแห่งอนาคต’ สร้างระบบนิเวศยั่งยืนให้ประเทศ กับเทศกาล Bangkok Design Week 2023 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bangkok Design Week สำคัญอย่างไรกับกรุงเทพฯ? เมื่อการออกแบบคือบทบาทใหม่ในการขับเคลื่อนเมือง https://thestandard.co/bangkok-design-week-2018/ https://thestandard.co/bangkok-design-week-2018/#respond Wed, 17 Jan 2018 04:32:35 +0000 https://thestandard.co/?p=62824

คุณคงเคยได้ยินชื่องาน ‘Bangkok Design Week 2018’ หรือ ‘ […]

The post Bangkok Design Week สำคัญอย่างไรกับกรุงเทพฯ? เมื่อการออกแบบคือบทบาทใหม่ในการขับเคลื่อนเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>

คุณคงเคยได้ยินชื่องาน ‘Bangkok Design Week 2018’ หรือ ‘เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2561’ กันผ่านหูมาบ้างแล้ว ซึ่งหลายๆ คนอาจจะไม่เคยรู้ว่ากิจกรรมนี้คืออะไร และเกิดขึ้นมาด้วยจุดประสงค์อะไร? กับกิจกรรมความยาว 9 วันที่จะรังสรรค์พื้นที่ในกรุงเทพฯ ทั้ง 5 พื้นที่ให้กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ทั้งงานศิลปะ งานเสวนา การพัฒนาพื้นที่เมือง รวมไปถึงงานตลาดนัดครีเอทีฟที่น่าสนใจ

 

ภาพโปสเตอร์ของงาน Bangkok Design Week 2018

 

THE STANDARD ได้รับโอกาสพิเศษจากศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ หรือ TCDC นั่งคุยกับ คุณกิตติรัตน์ ปิติพานิช รักษาการผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ และคุณพิชิต วีรังคบุตร ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์ เกี่ยวกับเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในช่วงปลายเดือนมกราคมนี้ ก่อนจะพบว่านี่ไม่ใช่แค่งานที่รวบรวมผลงานในอุตสากรรมการออกแบบ แต่มันคือการสำรวจวิถีชีวิตของคนกรุงเทพฯ ผ่านงานออกแบบ ทั้งยังเป็นการปูพรมแดงให้กรุงเทพฯ ขับเคลื่อนตัวเองไปสู่การเป็นเมืองหลวงของการออกแบบโลกอีกด้วย แต่จะทำด้วยวิธีการอย่างไร และมีอะไรน่าสนใจบ้าง

 

 

ทุกคนในกรุงเทพฯ คือเจ้าของร่วม

จริงๆ แล้วเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ นี้จัดขึ้นมาโดยมีแม่งานหลักคือ TCDC หรือ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ก็จริง แต่ TCDC เองก็มีหน้าที่เป็นเพียงตัวกลางที่ควบรวมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนไว้ด้วยกันเพื่อจัดงานดังกล่าวนี้ขึ้นมา โดยจุดประสงค์หลักก็เพื่อแสดงศักยภาพของกรุงเทพฯ ในเรื่องของ ‘เศรษฐกิจสร้างสรรค์’ (Creative Economy) ผ่านการใช้ความคิดสร้างสรรค์และงานออกแบบ นอกจากนี้ยังส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยให้เป็นหนึ่งในฐานะกลไกขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจภาพรวมทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

 

ทั้งนี้รัฐบาลไทยและ TCDC ตั้งเป้าให้เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ กลายเป็นเทศกาลประจำปีที่จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว และสร้างภาพลักษณ์ความเป็นเมืองสร้างสรรค์ให้กับกรุงเทพฯ ให้เทียบเท่าระดับชั้นนานาชาติ โดย TCDC เองยังต้องการจะผลักดันให้สิ่งเหล่านี้ไปไกลถึงการยกระดับให้กรุงเทพฯ เป็น World Design Capital® หรือ ‘เมืองหลวงแห่งการออกแบบโลก’ ในปี 2022 ที่จะถึงนี้อีกด้วย

 

 

มิติของงานสร้างสรรค์ที่ไม่ใช่แค่การออกแบบ

คุณอาจจะเข้าใจว่าเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ นั้นจะเป็นเรื่องแค่ของคนในแวดวงการออกแบบเท่านั้น แต่เทศกาลนี้จัดขึ้นให้บุคคลทั่วไปได้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการฉายภาพอนาคตของกรุงเทพฯ ทางผู้จัดงานนั้นตั้งใจมุ่งไปยังกลุ่มของคนที่ชอบการเคลื่อนไหวใหม่ๆ ในสังคม หรือต้องการสร้างแรงกระเพื่อมให้กับสังคมผ่านมุมมองของงานสร้างสรรค์ รวมถึงการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบแก้ไขปัญหาในสังคม

 

 

เทศกาลงานออกแบบครั้งแรกของกรุงเทพฯ นี้ จึงมีธีมงานหลักในชื่อ ‘The NEW-ist Vibes…ออกแบบไปข้างหน้า’ เพื่อสะท้อนความเป็นไปได้ใหม่ของกรุงเทพฯ ต่อสถานการณ์ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ภายใต้การหยิบบริบทอันมีเสน่ห์ของวิถีชีวิตกรุงเทพฯ มานำเสนอผ่าน มุมมอง รูปลักษณ์ และวิธีการจัดวาง ที่แตกต่างออกไป เช่น ‘Shading Project’ การเข้าไปร่วมกับชุมชนในการออกแบบเส้นทางเดินเท้าให้กับประชาชนในย่านเจริญกรุง เพื่อต่อยอดการสร้างรายได้ในตรอกซอกซอยที่น่าสนใจ หรืออย่างน้อยที่สุดก็เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับประชาชนด้วยการลงไปทำการวิจัยปัญหาการเดินเท้าในชุมชนเหล่านั้น ซึ่งภายในงานจะมีเส้นทางการเดิน (Walking Route) ให้คุณได้ร่วมดื่มด่ำกับกรุงเทพฯ มุมมองใหม่ๆ อีกด้วย

 

‘Shading Project’ คือกิจกรรมที่ TCDC และชุมชนย่านเจริญกรุงร่วมกันสร้างพื้นที่ใหม่ในตรอกซอกซอยเล็กๆ

ให้สามารถสัญจรหรือเดินเท้าได้อย่างสะดวกสบาย

 

ทางกลุ่มผู้จัดงานเชื่อว่าหนึ่งในแรงขับเคลื่อนกรุงเทพฯ เกิดจากคนกลุ่มหนึ่งที่รักในการสร้างสิ่งที่ดีกว่าเพื่อลบล้างสิ่งเก่าที่ล้าสมัย การหาหนทางแก้ไขปัญหาในเมืองด้วยวิธีใหม่ๆ รวมไปถึงยังคาดหวังให้การมาร่วมงานนี้เกิดการวิพากษ์สังคมไปพร้อมๆ กันด้วย อย่างเช่นหนึ่งไฮไลต์ในงานอย่างการจัด ‘สวนสาธารณะลอยน้ำ’ ซึ่งไม่ได้ต้องการสร้างสรรค์สิ่งนี้มาเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดพื้นที่สีเขียวในเมือง แต่เป็นการแสดงภาพให้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวเพื่อต่อยอดไปยังการวิพากษ์และหาหนทางใหม่ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมากกว่า

 

ภาพต้นแบบของ ‘สวนสาธารณะลอยน้ำ’

ซึ่งจะเทียบท่าอยู่ที่บริเวณท่าน้ำของตึก CAT ย่านเจริญกรุง

 

9 วัน 5 ย่าน 6 กิจกรรม

Bangkok Design Week จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2561 เพื่อให้คุณได้สัมผัสกรุงเทพฯ ในมุมมองใหม่ ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความครีเอทีฟใน 5 พื้นที่ของกรุงเทพฯ ได้แก่ เจริญกรุง คลองสาน สามย่าน พระราม 1 และสุขุมวิท โดยมีการรวบรวมผลงานและการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ 6 รูปแบบ ได้แก่

  • งานจัดแสดงผลงานสร้างสรรค์และนิทรรศการ (Design Showcase & Exhibition)
  • กิจกรรมชุมนุมทางความคิดและทอล์ก (Symposium & Talk)
  • กิจกรรมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ (Business Program)
  • กิจกรรมพัฒนาย่านสร้างสรรค์ (Creative District & Social Project)
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ (Creative Program)
  • ครีเอทีฟ มาร์เก็ต (Creative Market)

 

โดยในแต่ละพื้นที่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงาน องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในการเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล โดยแต่ละโซนของกรุงเทพฯ จะถูกแบ่งกิจกรรมไว้ดังนี้

 

เจริญกรุง

เส้นถนนสายหลักของการจัดเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2561 โดยร้านอาหาร แกลเลอรี ชุมชน และสถานที่สำคัญต่างๆ บนถนนเจริญกรุง ตั้งแต่ โซวเฮงไถ่ ชุมชนตลาดน้อย อาคารไปรษณีย์กลาง โอ.พี. เพลส จะถูกเนรมิตเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ มากมาย

  • การจัดแสดงศิลปะสถาปัตยกรรมพาวิลเลียนจากขยะพลาสติกรีไซเคิล ‘Waste Side Story by PTTGC’ ณ บริเวณลานหน้าอาคารไปรษณีย์กลาง
  • เสวนา ธุรกิจ ‘กินดี’ ทำอย่างไรให้อยู่รอด? จากผู้บุกเบิกการทำอาหาร พล ตัณฑเสถียร และเจ้าของคอฟฟี่บีนส์บายดาว ณ ชั้น 4 ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ
  • ‘ลานปล่อยแสง’ ตลาดสินค้าสร้างสรรค์ฝีมือนักศึกษา ณ ลานใบไม้ ยิบอินซอย

 

 

คลองสาน

พื้นที่อีกฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีศักยภาพในการพัฒนาสู่ย่านสร้างสรรค์ และเป็นอีกหนึ่งบริเวณหลักในการจัดงานหลักในย่านคลองสาน

  • The Jam Factory และ ล้ง 1919 จะเป็นสถานที่หลักในการจัดแสดง ‘International Exhibition’ นิทรรศการแสดงผลงานออกแบบนานาชาติที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นตัวตนในด้านความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบจาก 5 ประเทศ ได้แก่ อิตาลี เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น ฮ่องกง และไต้หวัน

 

 

สามย่าน

หนึ่งพื้นที่สำคัญที่รวบรวมเยาวชน และเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการศึกษาเรียนรู้ ที่เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลด้วยการจัดกิจกรรมต่างๆ

  • ‘สัมมนาและเวิร์กช็อปจัดแต่งดอกไม้และผลไม้ลงกล่อง’ ณ TCDC COMMONS ที่ Ideo Q จุฬา-สามย่าน
  • การเปิดบ้าน และจัดแสดงนิทรรศการผลงานนักศึกษาออกแบบนิเทศศิลป์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

พระราม 1

คืออีกย่านใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว และห้างสรรพสินค้าต่างๆ ซึ่งจะถูกเติมเต็มด้วยนิทรรศการ งานโชว์เคส และกิจกรรมสร้างสรรค์มากมาย

  • ‘สยามดีไซน์ไซต์’ คือการจัดอาร์ตอินสตอลเลชัน นิทรรศการ และกิจกรรมสร้างสรรค์ยาวรวดไปตั้งแต่ สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และสยามพารากอน
  • นิทรรศการจากลุ่มสถาปนิก ‘Lenarai’ ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
  • ‘Fuzz Up The Store’ พื้นที่จำหน่ายผลงานของนักออกแบบรุ่นใหม่ที่ได้รับการดูแลจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียง ณ ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าสยามดิสคัฟเวอรี่

 

สุขุมวิท

พื้นที่ธุรกิจสำคัญของกรุงเทพฯ ที่ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการสร้างสรรค์ต่างๆ ในการจัดกิจกรรม เวิร์กช็อป และนิทรรศการ

  • เสวนาเทรนด์วัสดุไม้จากสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญงานไม้ชาวญี่ปุ่น ณ ห้องแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ DEESAWAT
  • กิจกรรมเปิดบ้าน ‘THANN Open House’ กับการประยุกต์ใช้ข้าวไทย ต่อยอดภูมิปัญญาสู่ผลิตภัณฑ์ด้านความงาม
  • เวิร์กช็อปการทำสบู่จากน้ำมันพืชปรุงอาหาร ‘Soap Making by Recycling Cooking Oil’ ที่ theCOMMONS ในซอยทองหล่อ

 

กิจกรรมเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ ‘Bangkok Design Week 2018’ เท่านั้น เพราะยังมีกิจกรรมอีกมากมายรอคอยให้คุณไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ของกรุงเทพฯ อยู่ นอกจากจะเต็มไปด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์และน่าสนใจแล้ว คุณเองยังมีส่วนรวมในการขับเคลื่อนประเทศไปพร้อมๆ กันด้วย เพื่อแสดงศักยภาพตลาดของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในกรุงเทพฯ ของเรา ซึ่งเพียบพร้อมและน่าสนใจไม่แพ้ใคร

 

THE STANDARD จะอัพเดตกิจกรรมจาก Bangkok Design Week 2018 ให้คุณอีกครั้ง ก่อนอื่นลองไปทำความรู้จักกับเทศกาลนี้ได้ที่ www.bangkokdesignweek.com และ www.facebook.com/bangkokdesignweek

 

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องได้ที่

 

The post Bangkok Design Week สำคัญอย่างไรกับกรุงเทพฯ? เมื่อการออกแบบคือบทบาทใหม่ในการขับเคลื่อนเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/bangkok-design-week-2018/feed/ 0