ศุภชัย สมเจริญ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ศุภชัย-สมเจริญ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 24 Jul 2024 04:24:19 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สว. ชุดใหม่ ต่างจากเดิมอย่างไร หรือแค่เปลี่ยนสี? https://thestandard.co/how-new-set-of-senators-different/ Wed, 24 Jul 2024 04:23:32 +0000 https://thestandard.co/?p=962001 สว. ชุดใหม่

ช่วงหนึ่งในการแสดงวิสัยทัศน์ของ มงคล สุระสัจจะ ประธานวุ […]

The post สว. ชุดใหม่ ต่างจากเดิมอย่างไร หรือแค่เปลี่ยนสี? appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. ชุดใหม่

ช่วงหนึ่งในการแสดงวิสัยทัศน์ของ มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภาคนใหม่ ก่อนที่ประชุมจะทุ่มเสียงโหวตให้ถึง 159 เสียง เขาชวนสมาชิกทุกคนมาเดินหน้าให้วุฒิสภาบรรลุความเป็น ‘สภาสามัญชน’ เป็นสภาที่ประนอมอำนาจดับวิกฤตของสังคมไทย

 

“วุฒิสภาชุดปัจจุบันใครจะว่าอย่างไรก็แล้วแต่ แต่เป็นครั้งแรกที่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ปฏิรูปให้เป็นสภาของคนทุกหมู่เหล่า แบ่งเป็น 20 กลุ่มอาชีพ เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาทำหน้าที่แทนประชาชน จึงขอให้ทุกท่านรักษาไว้”

 

เป็นความจริงที่วุฒิสภาชุดใหม่นี้เรียกได้ว่ามีประชาชน ‘พลเรือน’ เป็นองค์ประกอบสำคัญ จากทั้งหมด 200 คน มีอดีตข้าราชการทหารเพียง 6 นาย ต่างจากวุฒิสภาชุดที่ คสช. แต่งตั้ง ที่มีนายทหารอยู่ถึง 90 คน ตลอดจนบรรดา ‘ผู้นำเหล่าทัพ’

 

แต่ขณะเดียวกัน จริงหรือไม่ที่สภาชุดใหม่อันประกอบไปด้วย ‘ประชาชนที่เข้ามาทำหน้าที่แทนประชาชน’ จะสามารถเป็นอิสระอย่างแท้จริง หรือเพียงแต่เปลี่ยนจากชุดลายพรางเป็นชุดน้ำเงิน (หรือชุดเหลือง) เท่านั้น? THE STANDARD ชวนหาคำตอบจากผลการเลือกประธานวุฒิสภา สังเวียนแรกของ สว. ชุดใหม่

 

 

“ดูเหมือนเสียงส่วนน้อยไม่มีค่าอะไรเลย”

 

ช่วงเย็นวานนี้ (23 กรกฎาคม) ที่ประชุมยังอยู่ระหว่างการนับคะแนนการเลือกรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 ปรากฏว่า อังคณา นีละไพจิตร หนึ่งในแคนดิเดตรองประธานวุฒิสภา ที่เสนอโดยกลุ่ม ‘สว. พันธุ์ใหม่’ กลับออกจากห้องประชุม เตรียมเดินทางกลับโดยไม่รอฟังผล ด้วยเหตุว่าคะแนนของ บุญส่ง น้อยโสภณ ที่เสนอโดยกลุ่ม ‘สว. สีน้ำเงิน’ นำลิ่วทิ้งห่างแคนดิเดตคนอื่น

 

“จะได้ถึง 20 คะแนนหรือเปล่าก็ไม่รู้” อังคณาพูดติดตลกกับสื่อมวลชนที่มารอสัมภาษณ์ถึงคะแนนที่ตนเองอาจจะได้ 

 

ท้ายที่สุดผลก็เป็นไปตามนั้น บุญส่งกวาดคะแนนไปมากถึง 167 เสียง ขณะที่อังคณาตามมาเป็นอันดับรองได้เพียง 18 คะแนน

 

ไม่ใช่เพียงบุญส่งเท่านั้น แต่แคนดิเดตที่คว้าตำแหน่งประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภาทุกคนล้วนได้รับคะแนนท่วมท้นจากที่ประชุม มงคลได้ 159 คะแนน และ พล.อ. เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 ได้ 150 คะแนน 

 

ใช้คำว่า ‘ชนะขาด’ ยังอาจน้อยไป เพราะแม้จะมีผู้เสนอตัวชิงตำแหน่งถึง 3-4 คน ซึ่งสำหรับการโหวตในสภาแล้วถือเป็นการแข่งขันที่น่าจะดุเดือด ทว่าเสียงข้างน้อยที่พ่ายแพ้นั้นกลับได้คะแนนของทุกคนรวมกันไม่ถึงครึ่งของผู้ชนะคนเดียวด้วยซ้ำ

 

 

อังคณาเปรียบเทียบการเลือกประธานวุฒิสภาครั้งนี้ว่าไม่ต่างอะไรจากการเลือก สว. ระดับประเทศ ที่ใครมีคะแนนมาสูงก็สูงลิ่ว และเหมือนที่กำหนดมาให้เป็นแบบนี้ ก็ขึ้นอยู่กับคนที่กำหนดว่าจะชี้นำตลอดไปหรือจะรับฟังเสียงคนข้างนอกบ้างหรือไม่

 

“สิ่งหนึ่งที่ทำให้เห็นได้ชัดในวันนี้อีกครั้งก็คือความไม่เป็นอิสระ” สว. อดีตนักสิทธิมนุษยชน ระบุ “เพราะไม่น่าจะเป็นไปได้ที่คะแนนจะเทไปให้คนใดคนหนึ่งจนมากแบบนี้ จนทำให้ดูเหมือนว่าคนที่ได้คะแนนน้อยดูไม่มีค่าอะไรเลย”

 

อังคณาพยายามชี้ให้เห็นว่า ความไม่เป็นธรรมชาติและไม่สมดุลของคะแนนเสียงเป็นข้อบ่งชี้สำคัญว่าวุฒิสภาแห่งนี้น่าจะมี ‘ใบสั่ง’ ซึ่งจะว่าไปก็เป็นสิ่งที่เห็นชัดประจักษ์มายาวนานตั้งแต่ก่อนประชุมนัดแรกแล้ว แต่ผลการเลือกประธานฯ และรองประธานฯ ในวันนี้ก็เป็นการตอกย้ำให้ตราตรึงยิ่งกว่าเดิม

 

สว. ใหม่ แต่เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ ‘เปลี่ยนสี’?

 

เมื่อมองลึกลงไปถึงกระบวนการเสนอชื่อและลงคะแนนเลือกประธานวุฒิสภาในรอบนี้เทียบกับของวุฒิสภาชุดที่เพิ่งหมดวาระไป มีหลายจุดที่แตกต่างกันมาก ทว่าก็มองเห็น ‘ความเหมือน’ ในผลลัพธ์เช่นเดียวกัน ซึ่งอาจสะท้อนแนวโน้มว่าการทำงานของวุฒิสภาชุดเก่าและชุดใหม่จะต่างหรือเหมือนกันอย่างไรบ้าง

 

 

การเลือกประธานวุฒิสภาชุดที่ผ่านมามีการเสนอชื่อแคนดิเดตเพียงคนเดียวทั้ง 3 ตำแหน่ง ตามข้อบังคับกำหนดไว้ว่า กรณีที่ไม่มีผู้เสนอชื่อบุคคลอื่นมาแข่งขัน จะทำให้บุคคลเดียวที่ได้รับการเสนอชื่อนั้นได้รับตำแหน่งไปโดยปริยาย และอย่างที่ทราบกันว่าประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภาชุดที่ 12 จึงประกอบด้วย

 

  • พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา
  • พล.อ. สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1
  • ศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2

 

กลับมามองวุฒิสภาชุดปัจจุบัน นอกจากการเสนอชื่อแคนดิเดตของกลุ่ม สว. สีน้ำเงิน และ สว. พันธุ์ใหม่ ที่ตรงตามโผการนำเสนอของสื่อมวลชนแล้ว ยังมีแคนดิเดตจากกลุ่ม ‘สว. อิสระ’ ที่นำโดย นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ และแคนดิเดตที่ไม่เคยแสดงออกว่าสนใจจะลงชิงตำแหน่งมาก่อนด้วยอย่าง ปฏิมา จีระแพทย์ ที่ออกปากเองว่า เพิ่งรู้จากสมาชิกเมื่อช่วงเช้าว่าจะมีการเสนอชื่อตนเองในวันนี้

 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ชัยชนะจะเป็นของแคนดิเดตทั้ง 3 คนจากกลุ่ม สว. สีน้ำเงิน ที่สับเปลี่ยนเสนอชื่อกันเองเพื่อแสดงความโยงใยสู่กันอย่างเป็นเอกภาพ การเสนอชื่อแคนดิเดตที่หลากหลายก็ทำให้พอมองเห็นการต่อสู้ที่เกิดเป็นคลื่นใต้น้ำ ทว่าก็เบาแรงเกินกว่าจะต้านนาวาของ ‘บ้านใหญ่’

 

 

เมื่อถอยออกมาพิจารณาว่าวุฒิสภาชุดที่แต่งตั้งโดย คสช. และวุฒิสภาจากการเลือกกันเองภายใต้กติกาพิสดาร ต่างกำเนิดขึ้นมาในช่วงเวลาที่บริบทของสังคมและการเมืองค่อนข้างต่างกัน

 

กล่าวคือ วุฒิสภาสมัย คสช. แม้การเสนอชื่อตลอดจนการเลือกประธานจะมีเอกภาพสูง ไม่แตกแถว แต่ในช่วงท้ายปลายสมัยของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา กระทั่งถึงช่วงหาเสียงเลือกตั้งและโหวตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ คะแนนเสียงของ สว. ทั้ง 250 คนเริ่มขาดความเป็นปึกแผ่นและแบ่งแยกกันอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนว่าความเหนียวแน่นของวุฒิสภาชุดเดิมขึ้นอยู่กับเสถียรภาพของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ ด้วย

 

ขณะที่ สว. ชุดปัจจุบัน ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ในสภาส่งตรงมาจากอาณาจักร ‘บุรีรัมย์’ ถึงจะมีสายอื่นกระเซ็นมาบ้าง แต่ท้ายที่สุดก็รวมเสียงข้างมากได้อย่างไม่ยากเย็นนัก วัตถุประสงค์หลักของวุฒิสภาชุดนี้น่าจะเป็นการเสริมบารมีให้กับพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่งเป็นการเฉพาะ และยังเป็นหอกข้างแคร่ของรัฐบาลที่กุมเสียงข้างมากในสภาล่างด้วย

 

ดังนั้นความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือ วุฒิสภาชุดใหม่มีการแบ่งฝักฝ่ายมาตั้งแต่ต้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่กลับเป็นภาพสะท้อนของวัฒนธรรมประชาธิปไตยด้วยซ้ำ แต่ปัญหาคือ ฝ่ายที่กุมเสียงข้างมาก ‘ขาดความเป็นอิสระ’ อย่างชัดเจน ยิ่งทำให้ต้องติดตามต่อไปว่าความแตกต่างหลากหลายที่กำลังถูก ‘กดทับ’ และ ‘ดูดกลืน’ จะสามารถขับเคลื่อนได้มากน้อยเพียงใดในวาระ 5 ต่อไปนี้

 

 

ประเมินขุมคะแนนเสียง สว. แต่ละสาย

 

ก่อนจะเข้าสู่การเลือกประธานวุฒิสภา เกิดข้อถกเถียงกันในที่ประชุมเรื่องการจำกัดเวลาให้แคนดิเดตแต่ละคนได้แสดงวิสัยทัศน์ เทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. กลุ่มสื่อฯ ในสาย ‘สว. พันธุ์ใหม่’ เสนอให้ใช้เวลาไม่เกิน 7 นาที ขณะที่ พล.ต.ท. บุญจันทร์ นวลสาย สว. กลุ่มการกฎหมายฯ ซึ่งคาดว่าอยู่ในสาย ‘สว. สีน้ำเงิน’ เสนอให้ไม่เกิน 5 นาที ทำให้ที่ประชุมต้องลงมติ

 

ดูเผินๆ อาจเหมือนเถียงกันด้วยเรื่องเล็กน้อย แต่การลงมติตั้งแต่ก่อนเลือกประธานวุฒิสภา ความจริงแล้วคือวิธีการเช็กเสียงของแต่ละฝ่ายว่ามีอยู่เท่าไร เสมือนเป็นการซักซ้อมให้สมาชิกแต่ละฝ่ายได้เตรียมตัวก่อนขึ้นชกจริง

 

ผลการลงมติครั้งแรกในวุฒิสภาชุดนี้ ฝ่ายที่โหวตเห็นด้วยกับญัตติของ พล.ต.ท. บุญจันทร์ มี 143 เสียง ซึ่งเดาได้ว่าเป็นสายสีน้ำเงิน และฝ่ายที่โหวตเห็นชอบกับญัตติของเทวฤทธิ์มี 54 เสียง คาดว่าเป็นกลุ่มอื่นๆ ที่มีทั้งกลุ่มพันธุ์ใหม่และกลุ่มอิสระ

 

เมื่อประมวลจากผลคะแนนในการเลือกประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา ก็สามารถคาดการณ์จำนวนที่ สว. แต่ละสายมีอยู่ ดังนี้

 

สว. สีน้ำเงิน (และแนวร่วม) มากกว่า 150 เสียง

สว. พันธุ์ใหม่ 18-20 เสียง

สว. อิสระ ประมาณ 25-30 คน

สว. ไร้กลุ่ม ไม่เกิน 5 คน

 

อย่างไรก็ตาม ต้องคำนึงว่าผลดังกล่าวไม่ได้วัดตายตัวเหมือน สส. ที่สังกัดพรรคการเมือง เพราะ สว. 1 คนอาจสังกัดอยู่หลายกลุ่มหรือเปลี่ยนใจไปเรื่อยๆ ในการโหวตแต่ละครั้ง ทำให้จำนวนรวมอาจไม่เท่ากับ 200 คนพอดี

 

 

The post สว. ชุดใหม่ ต่างจากเดิมอย่างไร หรือแค่เปลี่ยนสี? appeared first on THE STANDARD.

]]>
อำลา ‘250 สว. ชุดเฉพาะกาล’ ร่วมถ่ายภาพหมู่ครั้งสุดท้าย https://thestandard.co/group-photo-250-senators/ Wed, 19 Jun 2024 04:21:50 +0000 https://thestandard.co/?p=946965 250 สว.

วันนี้ (19 มิถุนายน) ที่สนามหญ้าลานปลาอานนท์ หน้าอาคารร […]

The post อำลา ‘250 สว. ชุดเฉพาะกาล’ ร่วมถ่ายภาพหมู่ครั้งสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
250 สว.

วันนี้ (19 มิถุนายน) ที่สนามหญ้าลานปลาอานนท์ หน้าอาคารรัฐสภา ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 250 คน ร่วมกันถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึก ก่อนที่จะมี สว. ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ ภายหลังจากศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ และทำให้การเลือก สว. ไม่โมฆะ

 

สำหรับ สว. ชุดที่ 12 นี้ เข้ารับหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 จนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2567 ถือเป็นวุฒิสภาชุดแรกภายใต้รัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2560 หลังจากการรัฐประหารในประเทศไทยเมื่อปี 2557 และได้รับฉายาว่า ‘สว. เฉพาะกาล’ เนื่องจากมีที่มามาจากบทเฉพาะกาลตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นส่วนหนึ่งที่ได้กำหนดอนาคตประเทศตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

 

การถ่ายรูปหมู่ในวันนี้นำโดย พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา, พล.อ. สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง และ ศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง

 

กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจ เพราะเราได้ปฏิบัติหน้าที่ แล้วจะมีชุดใหม่มาปฏิบัติหน้าที่ต่อ ส่วนจะให้รีวิวคะแนนการทำงานของตัวเอง เราไม่สามารถให้คะแนนตัวเองไม่ได้ ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน และให้ผลงานที่ฝากไว้ในแผ่นดินนี้เป็นผู้ตัดสิน

 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าจะทำอะไรต่อไป กิตติศักดิ์ยิ้มแล้วตอบว่า ตอนนี้ก็เข้าวัดทำบุญก่อน ไม่แน่อาจจะไปบวชที่อินเดียสัก 3 วัน ตอนนี้คนยุให้บวชตลอดชีวิตเลย แต่ตนก็คิดว่าไม่ได้ ส่วนจะทิ้งการเมืองเลยหรือไม่ ตนยืนยันว่าไม่ทิ้งแน่นอน เราอยู่ในการเมืองทั้งเบื้องหลังและเบื้องหน้ามาตลอด เพราะฉะนั้นสิ่งใดที่เรามีความรู้ความสามารถไหนที่ช่วยบ้านเมืองได้เราก็ยินดี เพราะไม่ต้องการอย่างอื่นแล้ว

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีสิ่งใดที่จะฝากถึง สว. ชุดใหม่ หรือไม่ กิตติศักดิ์กล่าวว่า อยากให้ตั้งใจทำงาน และฝากให้ทุกท่านที่จะมาเป็น สว. ชุดใหม่ รักและเทิดทูนชาติ อยากให้รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

 

 

The post อำลา ‘250 สว. ชุดเฉพาะกาล’ ร่วมถ่ายภาพหมู่ครั้งสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. โวยรัฐมนตรีไม่ให้เกียรติสภา หนีตอบกระทู้ ยืนยันพร้อมถอนกระทู้ ไปถามช่วงรักษาการ สว.ชุดใหม่ https://thestandard.co/senate-complain-government-ignore-topic/ Mon, 01 Apr 2024 07:48:28 +0000 https://thestandard.co/?p=917854 สว.

วันนี้ (1 เมษายน) ที่รัฐสภา การประชุมวุฒิสภาโดยมี ศุภชั […]

The post สว. โวยรัฐมนตรีไม่ให้เกียรติสภา หนีตอบกระทู้ ยืนยันพร้อมถอนกระทู้ ไปถามช่วงรักษาการ สว.ชุดใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว.

วันนี้ (1 เมษายน) ที่รัฐสภา การประชุมวุฒิสภาโดยมี ศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม เมื่อถึงวาระในการพิจารณากระทู้ถาม ศุภชัยได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าวุฒิสภามีกระทู้ถามเป็นหนังสือจำนวน 8 กระทู้ ปรากฏว่ากระทู้ที่ตั้งถามโดยสมาชิกวุฒิสภาทั้ง 8 กระทู้ ไม่มีรัฐมนตรีเดินทางมาตอบเนื่องด้วยติดภารกิจ จึงทำให้วาระการพิจารณากระทู้ที่ตั้งถามโดยสมาชิกวุฒิสภาเป็นอันต้องเลื่อนออกไปก่อน โดยปรากฏว่าทั้ง 8 กระทู้ ประกอบด้วย

 

  1. กระทู้ถามเรื่องมาตรการสวมหมวกนิรภัยในเด็กทั่วไป ที่ตั้งถามโดย ทวีวงษ์ จุลกมนตรี สมาชิกวุฒิสภา ตั้งถามนายกรัฐมนตรี เกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้แทนนายกรัฐมนตรีเข้าตอบกระทู้ถาม แต่ด้วยติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ได้

 

  1. กระทู้ถามเรื่องปัญหามลพิษทางอากาศและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จากการเผาอ้อยเข้าโรงงานผลิตน้ำตาล ที่ตั้งถามโดย ว่าที่ ร.ต. วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี สมาชิกวุฒิสภา ถาม พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

 

  1. กระทู้ถามเรื่องการแก้ไขปัญหาจราจรในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่ตั้งถามโดย พล.อ. ยอดยุทธ บุญญาธิการ ที่ตั้งถามนายกรัฐมนตรี โดยมอบหมายให้ เกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้แทน

 

  1. กระทู้ถามเรื่องติดทำผลการดำเนินการตามประกาศคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ที่ตั้งถามโดย ชลิต แก้วจินดา ตั้งถาม ร.อ. ธรรมนัส พงษ์เผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 

 

  1. กระทู้ถามเรื่องการปรับโครงสร้างบริหารกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ที่ตั้งถามโดย ออน กาจกระโทก ตั้งถาม พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมอบหมายให้ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการผู้ได้รับมอบหมายแทน

 

  1. กระทู้ถามเรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง เพื่อลดความยากจนและความเหลื่อมล้ำของเกษตรกร โดยมี ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ เป็นผู้ตั้งถาม อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมอบหมายให้ ชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้เข้าตอบกระทู้แทน 

 

  1. กระทู้ถามเรื่องปัญหาในการบริหารจัดการหน่วย บริการปฐมภูมิของ รพ.สต. ที่ตั้งถามโดย นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ตั้งถาม นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยมอบหมายให้ สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ได้รับมอบหมายให้เข้าตอบกระทู้

 

  1. กระทู้ถามเรื่องปัญหาที่เกิดจากนักท่องเที่ยวและผู้พำนักชั่วคราวที่มาจากต่างประเทศ ตั้งถามโดย อนุพร อรุณรัตน์ ตั้งถาม สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 

 

ทั้งนี้ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ได้กล่าวว่า การเลื่อนตอบกระทู้คงเป็นเรื่องที่เลื่อนไม่ได้ เนื่องจากวันนี้เป็นวันจันทร์สุดท้ายของสมัยการประชุมนี้ ปรากฏว่ามีรัฐมนตรีเลื่อนตอบทั้ง 8 กระทู้ โดยการติดภารกิจพร้อมกันถึง 8 กระทู้ รัฐมนตรี 8 ท่าน คิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่ให้เกียรติวุฒิสภา แต่กระทู้มีความสำคัญเป็นของตนเอง และก่อนการตั้งกระทู้สมาชิกวุฒิสภาแต่ละท่านได้ค้นคว้าข้อมูลด้วยตนเอง ทั้งแรงกายและแรงใจ ตนจึงขอถอนกระทู้ตั้งถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขไปตั้งถามในวันที่ 3 กรกฎาคมต่อไป แม้เป็นช่วงรักษาการวุฒิสภาก็ตาม

 

นอกจากนั้นยังมีวาระพิจารณากระทู้ถามด้วยวาจาอีกจำนวน 1 กระทู้ ที่ตั้งถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเรื่องยาบ้า 5 เม็ด ที่รัฐมนตรีติดภารกิจ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ได้

The post สว. โวยรัฐมนตรีไม่ให้เกียรติสภา หนีตอบกระทู้ ยืนยันพร้อมถอนกระทู้ ไปถามช่วงรักษาการ สว.ชุดใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ที่ประชุม สว. มีมติข้างมาก ไม่ส่งตัว ‘อุปกิต’ ให้ ตร. สอบสวน แม้เจ้าตัวยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม https://thestandard.co/senate-not-to-handover-upakit/ Mon, 09 Oct 2023 08:32:43 +0000 https://thestandard.co/?p=852488

วันนี้ (9 ตุลาคม) ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภาครั้งที่ […]

The post ที่ประชุม สว. มีมติข้างมาก ไม่ส่งตัว ‘อุปกิต’ ให้ ตร. สอบสวน แม้เจ้าตัวยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (9 ตุลาคม) ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภาครั้งที่ 20 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 ที่มี ศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 เป็นประธานในการประชุม ในช่วงหนึ่งประธานได้แจ้งกับที่ประชุมว่า อัยการขออนุญาตออกหมายเรียกตัวสมาชิกสภาวุฒิสภาไปทำการสอบสวน ในฐานะผู้ต้องหาคดีอาญา ตามมาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญ 

 

ด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ขออนุญาตออกหมายเรียกตัว อุปกิต ปาจรียางกูร สมาชิกสภาวุฒิสภา (สว.) ไปทำการสอบสวน และแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ในคดีว่าด้วยยาเสพติด โดยมาตรา 125 วรรค 1 บัญญัติว่า ในระหว่างสมัยประชุม ห้ามไม่ให้จับกุม คุมขัง หรือเรียกตัวสมาชิกไปสอบสวน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก หรือเป็นการจับในขณะทำความผิด ในการนี้จึงต้องได้รับการอนุญาตจากที่ประชุมวุฒิสภาโดยการลงมติ

 

อุปกิตกล่าวชี้แจงในที่ประชุมวุฒิสภาถึงกรณีที่ตนเองถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม และตนเองได้รับความทุกข์ทรมานมาเป็นระยะเวลากว่า 1 ปี เนื่องจากบุคคลที่ตนเองรู้จักถูกจับกุมเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2565 ตั้งแต่ตัวเองจะเข้ามาดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาในปี 2562 ตัวเองได้ออกจากการเป็นกรรมการและหุ้นส่วนโดยไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับบริษัท อัลลัวร์ กรุ๊ป จำกัด

 

อุปกิตกล่าวต่อว่า ตลอด 15 ปีที่ได้ทำการซื้อขายไฟที่ด่านเมียนมา อำเภอท่าขี้เหล็ก ไม่เคยพบปัญหา จนกระทั่งปี 2563-2565 ที่มีสถานการณ์โควิด ทำให้ด่านชายแดนปิด ตุน มิน ลัต ได้เข้ามาทำการซื้อขายต่อ และโอนเงินผ่านระบบ Money Changers ซึ่งเป็นวิธีปกติในการซื้อขายชายแดน อย่างไรก็ตาม พนักงานสืบสวนนครบาลกลับเร่งกล่าวหาว่าเส้นทางการเงินที่โอนไปยังการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีความเกี่ยวกับพันกับยาเสพติด ทั้งที่เป็นเพียงการโอนเงินชำระบิลค่าไฟ 

 

อุปกิตกล่าวว่า รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคก้าวไกล ได้มีการอภิปรายตนเอง ‘เรื่อง สว. ทรงเอ’ ว่าเป็นการปรักปรำใส่ร้ายอย่างร้ายแรง มีพัวพันกับกระบวนการค้ายาเสพติด โดยหลักฐานที่มีการนำมาอภิปรายนั้นเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จทั้งสิ้น โดยนายตำรวจที่ส่งข้อมูลให้รังสิมันต์ ก็จงใจแปลงหลักฐานที่เป็นเท็จส่งให้กับศาล ในการออกหมายจับตนเอง

 

อุปกิตชี้ให้เห็นว่า รังสิมันต์พาดพิงอธิบดีและผู้พิพากษาให้เกิดความเสียหาย สะท้อนว่ามีความพยายามด้อยค่ากระบวนการยุติธรรมด้วย รวมถึงการออกหมายจับตนเอง ก็ไม่ชอบธรรม อะไรผิดระเบียบ ถ้าเราปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับตามอำเภอใจได้ ก็สามารถกลั่นแกล้งใครก็ได้ วันหนึ่งสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมนี้ก็สามารถโดนเหมือนตนเองได้

 

อุปกิตยังกล่าวว่า ในระหว่างสมัยประชุม ตนเองได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครอง แม้ตนเองประสงค์จะสละเอกสิทธิ์นี้ก็ไม่สามารถทำได้ เว้นแต่ที่ประชุมวุฒิสภาจะลงมติอนุญาตให้มีการออกหมายเรียกต่างๆ หรือไม่ และได้แสดงเจตนาว่าพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยไม่จำเป็นต้องรอให้หมดสมัยประชุมในสิ้นเดือนนี้ เพราะไม่ประสงค์จะให้ผู้ใดนำเรื่องนี้ไปเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์วุฒิสภาของพวกเราในทางที่เสียหาย 

 

อุปกิตยังกล่าวต่อไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ตนเองมาจากตระกูลที่รับใช้แผ่นดินสามชั่วอายุคน ตนเองและครอบครัวตระหนักดีถึงบุญคุณแผ่นดิน ไม่มีวันที่ตนเองจะมาทำอะไรที่เลวร้ายตามที่เขาได้กล่าวหา โดยเข้าใจถึงเจตนาของมาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้เกิดการกลั่นแกล้งทางการเมือง แม้ตนเองจะแสดงความประสงค์ จะขอสละความคุ้มครองนี้ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ต้องมีการลงมติของสมาชิกของวุฒิสมาชิกเพื่อพิจารณาว่าจะอนุญาตให้มีการออกหมายเรียกดังกล่าวก่อน

 

อุปกิตยังกล่าวอีกว่า ตนเองพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยไม่จำเป็นต้องรอให้หมดสมัยประชุมในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ เพราะตนเองไม่ต้องการมีการนำเรื่องนี้ไปเป็นประเด็นให้แก่วุฒิสภาในทางที่เสียหายอีก และเพื่อเป็นการรักษาเกียรติของครอบครัว ตนเองพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่ตนเองยังเชื่อมั่นอยู่ โดยไม่จำเป็นที่จะได้รับการคุ้มครองแต่อย่างใด 

 

“กราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกทุกท่าน ตัวกระผมพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่ตนเองยังเชื่อมั่นอยู่ โดยไม่จำต้องได้รับความคุ้มครองใดๆ ทั้งสิ้น” อุปกิตกล่าวทิ้งท้าย 

 

ทั้งนี้ ที่ประชุมวุฒิสภาได้ลงมติด้วยเสียงข้างมาก 174:7 เสียง ไม่อนุญาตให้มีการออกหมายเรียกตัว และส่งตัวอุปกิตไปทำการสอบสวน ในฐานะผู้ต้องหาคดีอาญา ระหว่างสมัยประชุม งดออกเสียง 10 เสียง ในจำนวนผู้ลงมติ 191 เสียง

The post ที่ประชุม สว. มีมติข้างมาก ไม่ส่งตัว ‘อุปกิต’ ให้ ตร. สอบสวน แม้เจ้าตัวยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
มติ สว. ชี้ ‘กิตติศักดิ์’ ไม่ทำผิดจริยธรรม หลังถูกร้องเรียนเป็นผู้มีอิทธิพล กรณีขวางเจ้าอาวาสวัดบางคลาน https://thestandard.co/senate-resolution-mention-kittisak-not-guilty/ Mon, 18 Sep 2023 07:31:48 +0000 https://thestandard.co/?p=842886 กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ

วันนี้ (18 กันยายน) ศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภาคนที […]

The post มติ สว. ชี้ ‘กิตติศักดิ์’ ไม่ทำผิดจริยธรรม หลังถูกร้องเรียนเป็นผู้มีอิทธิพล กรณีขวางเจ้าอาวาสวัดบางคลาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ

วันนี้ (18 กันยายน) ศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุมวุฒิสภา เพื่อพิจารณารายงานผลการพิจารณาเรื่องร้องเรียนจริยธรรมสมาชิกวุฒิสภา ของคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา (กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา) ตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกวุฒิสภาและกรรมาธิการ พ.ศ. 2563 ข้อ 42 โดยมี พล.อ. สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ในฐานะประธานคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา รายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมการต่อที่ประชุม

 

พล.อ. สิงห์ศึก กล่าวว่า มีบุคคลยื่นหนังสือขอให้ดำเนินการไต่สวนและวินิจฉัยพฤติกรรมของกิตติศักดิ์ จากกรณีปัญหาความขัดแย้งที่วัดบางคลาน อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ซึ่งกิตติศักดิ์ถูกร้องเรียนว่าทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล ไม่ยอมให้เจ้าอาวาสวัดบางคลานที่ถูกแต่งตั้งอย่างถูกต้องเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ พบพฤติกรรมที่ขัดต่อข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมฯ โดยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนเบื้องต้นแล้ว และส่งเรื่องร้องเรียนมายังคณะกรรมการฯ

 

คณะกรรมการฯ ได้มีมติในการตั้งอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อมูลและข้อเท็จจริงว่ามีมูลที่จะรับเรื่องร้องเรียนไว้พิจารณาหรือไม่

 

เมื่อคณะกรรมการฯ ได้พิจารณารายงานผลการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนแล้ว เห็นว่าเรื่องร้องเรียนดังกล่าวมีมูลเพียงพอที่จะรับเรื่องไว้พิจารณา จึงมีมติให้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไว้พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่ได้รับเรื่องจากวุฒิสภา แต่เรื่องดังกล่าวมีข้อเท็จจริงและเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก คณะกรรมการฯ จึงขอขยายเวลาพิจารณาจำนวน 2 ครั้ง มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวทั้งสิ้น 13 ครั้ง ก่อนที่เสนอให้ที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณาลงมติ ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาลงคะแนนเป็นการลับ

 

ท้ายที่สุดหลังการลงคะแนนเสียงแบบลับ ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นชอบกับความเห็นของคณะกรรมการฯ 93 คะแนน ไม่เห็นชอบด้วยกับความเห็นของคณะกรรมการฯ 33 คะแนน และไม่ออกเสียง 37 คะแนน

 

จึงถือว่า กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ มิได้กระทำการในลักษณะก่อให้เกิดความเคลือบแคลงหรือสงสัยในการปฏิบัติหน้าที่ หรือให้ความเห็นในลักษณะการใส่ร้ายหรือเสียดสีบุคคลอื่น หรือนำเรื่องที่เป็นเท็จมาอภิปรายหรือแสดงความคิดเห็นในการประชุม ตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมฯ ข้อที่ 31 และ 36 วรรคหนึ่ง

 

ด้วยคะแนนเสียงที่เห็นชอบด้วยกับความเห็นของคณะกรรมการฯ ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ คือ ไม่ถึง 124 คะแนน ตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมฯ ข้อ 43 วรรคสาม

 

ทั้งนี้ รายงานคณะกรรมการฯ เสียงข้างมากเห็นว่า กรณีตามเรื่องร้องเรียนดังกล่าว มีการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมฯ เป็นการกระทำอันอาจทำให้บุคคลอื่นเกิดความเคลือบแคลงหรือสงสัยในการปฏิบัติหน้าที่ หรือให้ความเห็นในลักษณะการใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือนำเอาเรื่องที่เป็นเท็จมาอภิปรายหรือแสดงความเห็นในการประชุม ตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมฯ ข้อ 31 และข้อ 36 (1) และให้วุฒิสภามีมติ ‘ว่ากล่าวตักเตือน’

 

อย่างไรก็ตาม ผลการพิจารณาดังกล่าวจะแจ้งไปยังผู้ร้องและผู้ถูกร้องทราบตามระเบียบว่าด้วยการยื่นเรื่องร้องเรียนและวิธีพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภาต่อไป

The post มติ สว. ชี้ ‘กิตติศักดิ์’ ไม่ทำผิดจริยธรรม หลังถูกร้องเรียนเป็นผู้มีอิทธิพล กรณีขวางเจ้าอาวาสวัดบางคลาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองประธาน ส.ว. กักตัว 14 วัน หลังทีมงานติดโควิด-19 เผยตัวเองฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว https://thestandard.co/vice-president-quarantine-14-days-after-staff-infected-covid-19/ Tue, 20 Apr 2021 08:08:39 +0000 https://thestandard.co/?p=477779 รองประธาน ส.ว. กักตัว 14 วัน หลังทีมงานติดโควิด-19 เผยตัวเองฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว

วันนี้ (20 เมษายน) ศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา (ส.ว […]

The post รองประธาน ส.ว. กักตัว 14 วัน หลังทีมงานติดโควิด-19 เผยตัวเองฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองประธาน ส.ว. กักตัว 14 วัน หลังทีมงานติดโควิด-19 เผยตัวเองฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว

วันนี้ (20 เมษายน) ศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา (ส.ว.) คนที่สอง เปิดเผยว่า ทีมงานของตนติดโควิด-19 จริง โดยเป็นทีมงานที่อยู่หน้าห้อง ซึ่งแม้ตนไม่ได้ใกล้ชิดมากเพราะอยู่คนละห้อง แต่ก็ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง ตนจึงขอกักตัว 14 วัน ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร เพราะเป็นช่วงปิดสมัยประชุมอยู่แล้ว และตนได้ไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลแล้วพบว่าผลออกมาเป็นลบ ขณะที่ตนเองได้ฉีดวัคซีน AstraZeneca เข็มแรกจากโรงพยาบาลรามาธิบดีแล้ว ตอนนี้สุขภาพแข็งแรงดีไม่มีอาการใดๆ 

 

ทราบว่าผู้ที่ติดเชื้อไปติดมาจากที่อื่น จึงให้ทีมงานทุกคนกักตัวถึงวันที่ 30 เมษายนนี้ และให้ Work from Home หากใครมีอาการก็ขอให้รีบแจ้งให้ทราบ เพื่อตรวจสอบและทำการรักษาต่อไป

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post รองประธาน ส.ว. กักตัว 14 วัน หลังทีมงานติดโควิด-19 เผยตัวเองฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธาน กกต. เผยสอบเบื้องต้นพลังดูดกลุ่มสามมิตร แค่ทาบทามตั้งพรรค ใครมีหลักฐานเสนอผลประโยชน์ให้ส่งมา https://thestandard.co/ect-examine-sammitr-party/ https://thestandard.co/ect-examine-sammitr-party/#respond Thu, 19 Jul 2018 06:57:23 +0000 https://thestandard.co/?p=108651

แม้ช่วงนี้การเมืองดูเหมือนจะลดอุณหภูมิความร้อนแรงลง แต่ […]

The post ประธาน กกต. เผยสอบเบื้องต้นพลังดูดกลุ่มสามมิตร แค่ทาบทามตั้งพรรค ใครมีหลักฐานเสนอผลประโยชน์ให้ส่งมา appeared first on THE STANDARD.

]]>

แม้ช่วงนี้การเมืองดูเหมือนจะลดอุณหภูมิความร้อนแรงลง แต่ผู้สันทัดกรณีบางคนชี้ว่าอาจเป็นการใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหวของบางฝ่าย ขณะที่บางส่วนยังคงเดินหน้าทำงาน สะสมขุมกำลัง ทั้งเดินสายลงพื้นที่เพื่อให้เข้าถึงประชาชนมากที่สุด หรือเพื่อหาแนวร่วมเข้ามาทำงาน

 

ขณะที่ช่วงก่อนหน้านี้ นอกจากกระแสอนาคตใหม่จะช่วยให้การเมืองกับมาคึกคัก ต้องยอมรับว่าปฏิบัติการพลังดูดในทางการเมืองที่ดำเนินการโดยกลุ่มสามมิตรอันมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นแกนนำคนสำคัญ ก็เป็นอีกปรากฏการณ์หนึ่งที่ทำให้สนามการเมืองถูกจับตามองอย่างร้อนแรงไม่แพ้กัน

 

ล่าสุด นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรว่าขณะนี้มีคำร้องเรียนของ นายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต ส.ส. ลพบุรี พรรคเพื่อไทยที่ยื่นคำร้องเข้ามา ซึ่ง กกต. ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นคือทุกคนที่จะจัดตั้งพรรคการเมืองสามารถชักชวนหาผู้ร่วมก่อตั้งได้ ไม่เป็นความผิด แต่มีข้อแม้ว่าต้องไม่เสนอให้สัญญาว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมเพื่อให้เข้ามาเป็นสมาชิกพรรค เพราะเป็นความผิดตามมาตรา 30 ของ พ.ร.ป. พรรคการเมือง ส่วนผู้ถูกชักชวนต้องไม่รับหรือเรียกรับเพื่อไปเป็นสมาชิก เพราะมีความผิดตามมาตรา 31 ของกฎหมายเดียวกัน ซึ่งตอนนี้ยังไม่ปรากฏว่าการทาบทามมีการเสนอหรือสัญญาว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทน แต่ กกต. ก็กำลังตรวจสอบ ถ้าใครมีหลักฐานให้ส่งมาที่ กกต. และเมื่อดำเนินคดีเสร็จแล้ว ผู้ที่แจ้งเบาะแสก็จะได้รับรางวัล

 

เมื่อถามถึงกรณีบุคคลที่ตกเป็นข่าวว่าจะไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ แต่ได้รับตำแหน่งในรัฐบาล เช่น นายสกลธี ภัททิยกุล ได้รับตำแหน่งเป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะถือว่าเข้าข่ายความผิดนี้หรือไม่ นายศุภชัยกล่าวว่าต้องดูข้อเท็จจริงว่ามีการตอบแทนผลประโยชน์หรือไม่

 

ส่วนที่กลุ่มสามมิตรประกาศสนับสนุน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปก็ถือเป็นสิทธิ แต่อย่าทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง และใครที่จะกล่าวหาต้องระมัดระวัง อย่ากล่าวหาเท็จ เพราะจะถูกตัดสิทธิการลงสมัครรับเลือกตั้ง

 

เมื่อถามว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรคู่ขนานไปกับการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีจะเข้าข่ายผิดกฎหมายใดหรือไม่ นายศุภชัยกล่าวว่าต้องแยกแยะ เพราะการลงพื้นที่ของฝ่ายบริหารมีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ราษฎร อาจเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ถ้าใครมีหลักฐานว่าสองฝ่ายนี้ร่วมมือกันให้เงินเพื่อตอบแทนให้เป็นสมาชิกพรรคก็ส่งมาให้ กกต. ได้ แต่ขณะนี้พรรคก็ยังไม่ได้ตั้ง

 

Photo: สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

The post ประธาน กกต. เผยสอบเบื้องต้นพลังดูดกลุ่มสามมิตร แค่ทาบทามตั้งพรรค ใครมีหลักฐานเสนอผลประโยชน์ให้ส่งมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/ect-examine-sammitr-party/feed/ 0
จับตา! 65 พรรคการเมือง ตอบรับร่วมถก คสช. หารือเลือกตั้งทั่วไป อนาคตใหม่-เพื่อไทย ไม่มา https://thestandard.co/65-political-parties-discuss-election/ https://thestandard.co/65-political-parties-discuss-election/#respond Mon, 25 Jun 2018 07:24:30 +0000 https://thestandard.co/?p=100700

ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี วันนี้ ตามนัดหมายจะมีการพบปะห […]

The post จับตา! 65 พรรคการเมือง ตอบรับร่วมถก คสช. หารือเลือกตั้งทั่วไป อนาคตใหม่-เพื่อไทย ไม่มา appeared first on THE STANDARD.

]]>

ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี วันนี้ ตามนัดหมายจะมีการพบปะหารือและรับฟังความเห็น พร้อมตอบข้อซักถามเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งทั่วไป โดยจะเริ่มขึ้นในเวลา 14.00 น. มีตัวแทนรัฐบาลและ คสช. ประกอบด้วย พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย และนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)



โดยมีพรรคที่ตอบรับเข้าร่วมในครั้งนี้กว่า 65 พรรค แบ่งเป็นพรรคการเมืองเก่า 44 พรรค พรรคการเมืองใหม่ 21 พรรค ซึ่งพรรคเพื่อไทย และพรรคอนาคตใหม่ยังคงปฏิเสธการเข้าร่วม



ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ที่เข้าร่วมการพบปะกับรัฐบาลและ คสช. นำทีมโดย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรค และ น.ต. สุธรรม ระหงษ์ ผู้อำนวยการพรรค



ด้านพรรคชาติไทยพัฒนา นำทีมโดย วราวุธ ศิลปอาชา ที่ปรึกษาพรรค นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรค



ขณะเดียวกัน พรรคภูมิใจไทย นำทีมโดย ศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรค



ด้านคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้ส่ง ประพันธ์ นัยโกวิท เป็นผู้แทน กรธ. เข้าร่วมรับฟังด้วย



ซึ่งวันนี้มี 3 วาระสำคัญ โดยพลเอก ประวิตร จะเริ่มกล่าววัตถุประสงค์ในการพบปะหารือครั้งนี้ ก่อนจะเปิดรับฟังความคิดเห็นและตอบข้อซักถาม จากนั้น พลเอก ประวิตร จะกล่าวสรุปผลการพบปะหารือ ก่อนที่วิษณุจะแถลงข่าวผลการหารือต่อสื่อมวลชนต่อไป

The post จับตา! 65 พรรคการเมือง ตอบรับร่วมถก คสช. หารือเลือกตั้งทั่วไป อนาคตใหม่-เพื่อไทย ไม่มา appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/65-political-parties-discuss-election/feed/ 0
ด่วน! พลเอก ประวิตร ส่งหนังสือเชิญพรรคการเมืองถกเลือกตั้ง 25 มิ.ย.นี้ ที่สโมสรทหารบก https://thestandard.co/prawit-invite-political-parties-to-discuss-25-june/ https://thestandard.co/prawit-invite-political-parties-to-discuss-25-june/#respond Thu, 21 Jun 2018 06:58:32 +0000 https://thestandard.co/?p=99553

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้า […]

The post ด่วน! พลเอก ประวิตร ส่งหนังสือเชิญพรรคการเมืองถกเลือกตั้ง 25 มิ.ย.นี้ ที่สโมสรทหารบก appeared first on THE STANDARD.

]]>

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้า คสช. ส่งหนังสือลงนามด่วนมากถึงพรรคการเมือง เชิญผู้แทนเข้าร่วมพบปะหารือและรับฟังข้อคิดเห็นเพื่อเตรียมการเลือกตั้งทั่วไป โดยนัดหมายในวันที่ 25 มิถุนายน 2561 เวลา 14.00-16.00 น. ณ สโมสรทหารบก (ส่วนกลาง) ถนนวิภาวดีรังสิต

 

โดยในการประชุมจะมีพลเอก ประวิตร เป็นประธาน และมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รวมถึงนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. เข้าร่วมด้วย

 

 

ขณะที่ในหนังสือเชิญดังกล่าวระบุว่าการเชิญมาพบปะหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมการเลือกตั้งทั่วไปของพรรคการเมืองต่างๆ และเป็นโอกาสที่รัฐบาลจะได้ชี้แจงทำความเข้าใจและตอบข้อซักถามในประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมืองภายใต้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง

 

มีรายงานว่าหนังสือเชิญพรรคการเมืองที่พลเอก ประวิตร ลงนามในวันนี้ได้ทยอยส่งไปยังพรรคการเมืองต่างๆ ที่มีสถานะเป็นพรรคการเมืองตามกฎหมายแล้ว รวมทั้งกลุ่มการเมืองที่กำลังจดแจ้งเป็นพรรคการเมืองกับ กกต. เช่น พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรคเพื่อไทย และพรรคอนาคตใหม่ เป็นต้น

The post ด่วน! พลเอก ประวิตร ส่งหนังสือเชิญพรรคการเมืองถกเลือกตั้ง 25 มิ.ย.นี้ ที่สโมสรทหารบก appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/prawit-invite-political-parties-to-discuss-25-june/feed/ 0
ประธาน กกต. เผย ยังตอบไม่ได้ว่าเลือกตั้ง ส.ส. หรือท้องถิ่นก่อน แต่พร้อมจัดเลือกตั้งทุกระดับ https://thestandard.co/ect-leader-not-confirm-about-local-elections/ https://thestandard.co/ect-leader-not-confirm-about-local-elections/#respond Mon, 18 Jun 2018 06:42:29 +0000 https://thestandard.co/?p=98711

นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต […]

The post ประธาน กกต. เผย ยังตอบไม่ได้ว่าเลือกตั้ง ส.ส. หรือท้องถิ่นก่อน แต่พร้อมจัดเลือกตั้งทุกระดับ appeared first on THE STANDARD.

]]>

นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. กล่าวถึงขั้นตอนของ กกต. หลังได้รับร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. … ว่าจะมีเวลารับฟังความเห็นประชาชนตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ 30 วัน ซึ่งหากข้อคิดเห็นของประชาชนอยากให้มีการปรับแก้หรือปรับเปลี่ยนบางเรื่อง ต้องเป็นหน้าที่ของฝ่ายที่ออกกฎหมายจะเห็นสมควร เพราะ กกต. รับฟังความเห็นแล้วส่งความเห็นไปยังรัฐบาล ซึ่งมีระยะเวลา 30 วัน ยืนยันว่าไม่มีความกังวล เพราะ กกต. ทำแค่ พ.ร.บ. ฉบับนี้ฉบับเดียว ส่วนอีก 5 ฉบับเป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยที่ดำเนินการ   

 

ส่วนกรณีประชาชนอยากจะแสดงความเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว สามารถเข้าไปแสดงความเห็นผ่านเว็บไซต์ของ กกต. ได้ภายใน 30 วัน

 

กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตออกมาก่อนหน้าว่า กกต. ปรับแก้เกือบทุกมาตราจะกลายเป็นปัญหาหรือไม่นั้น ประธาน กกต. ระบุว่าที่ กกต. เสนอปรับแก้เพราะจากการทำงานที่ผ่านมาพบปัญหา อุปสรรค และข้อขัดข้องที่มีการได้เปรียบเสียเปรียบ จึงจะทำให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น

 

ส่วนหากฉบับนี้ปรับแก้เรียบร้อยแล้วรวมกับอีก 5 ฉบับเสร็จสิ้น การเลือกตั้งท้องถิ่นหรือการเลือกตั้ง ส.ส. จะเกิดก่อนกันนั้นยังให้คำตอบไม่ได้ อยู่ที่กฎหมายฉบับใดมีผลใช้บังคับ หาก พ.ร.บ. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ประกาศราชกิจจานุเบกษามีผลใช้บังคับและนับไปอีก 90 วัน ภายใน 150 วัน กกต. ต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ แต่ขออย่างเดียวว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นกับการเลือกตั้ง ส.ส. อย่าเป็นเวลาเดียวกัน ควรห่างกัน 3 เดือน ซึ่งระยะเวลา 3 เดือนคิดว่าเพียงพอ เพราะการเลือกตั้งท้องถิ่นมักจะมีเรื่องร้องเรียนมาก จึงต้องใช้เวลา

 

ประธาน กกต. ยืนยันว่า กกต. เป็นผู้ปฏิบัติ เมื่อกฎหมายฉบับใดมีผลใช้บังคับก่อนก็ต้องปฏิบัติไปตามนั้น ขอยืนยันว่า กกต. มีความพร้อมจัดการเลือกตั้งทุกระดับ

The post ประธาน กกต. เผย ยังตอบไม่ได้ว่าเลือกตั้ง ส.ส. หรือท้องถิ่นก่อน แต่พร้อมจัดเลือกตั้งทุกระดับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/ect-leader-not-confirm-about-local-elections/feed/ 0
55 พรรคการเมืองเก่า เข้าฟังแนวทาง กกต. ด้านอภิสิทธิ์แนะ ยึดกฎหมาย ไม่ต้องถามรองฯ วิษณุ https://thestandard.co/55-political-parties-listen-to-the-guidelines/ https://thestandard.co/55-political-parties-listen-to-the-guidelines/#respond Wed, 28 Mar 2018 05:32:21 +0000 https://thestandard.co/?p=80329

วันนี้ (28 มี.ค.) พรรคการเมืองเก่ากว่า 55 พรรค อาทิ พรร […]

The post 55 พรรคการเมืองเก่า เข้าฟังแนวทาง กกต. ด้านอภิสิทธิ์แนะ ยึดกฎหมาย ไม่ต้องถามรองฯ วิษณุ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (28 มี.ค.) พรรคการเมืองเก่ากว่า 55 พรรค อาทิ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา เข้าร่วมประชุมชี้แจงแนวทางการนำแนวทางการดำเนินกิจการแก่พรรคการเมืองเก่า ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ

 

 

โดยก่อนการประชุม นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำทีม กกต. พร้อมด้วย นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาพรรคการเมืองเพื่อการปฏิรูปประเทศ หารือเป็นการนอกรอบกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย

 

 

ขณะที่บรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างคึกคัก โดยทุกพรรคต่างแสดงความกังวลถึงการให้สมาชิกยืนยันตัวตนด้วยเอกสารสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน รวมทั้งการชำระเงินค่าสมาชิกที่ต้องการให้ กกต. ทบทวนข้อกำหนดให้สามารถจ่ายผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ภายหลังการยืนยันตัวตนเป็นสมาชิกพรรค เนื่องจากเกรงว่าระยะเวลาในเดือนเมษายน ซึ่งมีเวลาทำการเพียง 17 วัน อาจไม่เพียงพอ

 

 

โดยนายอภิสิทธิ์เรียกร้องให้ กกต. ทำงานโดยตีความตามกฎหมาย จะไปถามนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี หรือใครไม่ได้ เพราะไม่มีใครที่ใหญ่กว่ากฎหมาย

 

ขณะที่ นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักการเมืองมาจำนวนมาก ซึ่งอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รีบจัดการเลือกตั้ง

 

 

โดยส่วนตัวยังเชื่อมั่นในตัวของนายกฯ ที่มีเจตนารมณ์ของผู้นำประเทศในการเดินหน้าจัดการเลือกตั้งตามโรดแมป เพราะบ้านเมืองวันนี้ต้องเดินหน้าไปด้วยดีโดยการเลือกตั้ง ส่วนการส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ก็เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญและสภานิติบัญญัติ (สนช.) ต้องช่วยกันบริหารเวลาให้เป็นไปตามโรดแมปที่วางไว้

 

 

นอกจากนี้ยังยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทย จะเสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกฯ โดยพรรคจะไม่เสนอชื่อ พล.อ. ประยุทธ์ ตามที่เคยเป็นกระแสข่าว ส่วนอนาคตใครจะได้เป็นนายกฯ ก็ต้องรอดูหลังเลือกตั้ง แต่วันนี้บ้านเมืองต้องมีการเลือกตั้ง

 

 

The post 55 พรรคการเมืองเก่า เข้าฟังแนวทาง กกต. ด้านอภิสิทธิ์แนะ ยึดกฎหมาย ไม่ต้องถามรองฯ วิษณุ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/55-political-parties-listen-to-the-guidelines/feed/ 0