ศาสนสถาน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ศาสนสถาน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 30 May 2024 05:44:37 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เมื่อวัดโพธิ์เป็นบ้านหลังสุดท้ายของแมวจร ชวนสัมผัสรูปธรรมของหลักคำสอน ‘เมตตาธรรมค้ำจุน (สัตว์) โลก’ https://thestandard.co/wat-pho-home-of-stray-cats/ Thu, 30 May 2024 05:44:37 +0000 https://thestandard.co/?p=939195 Wat Pho

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ นอกจากจะเป็นสถาน […]

The post เมื่อวัดโพธิ์เป็นบ้านหลังสุดท้ายของแมวจร ชวนสัมผัสรูปธรรมของหลักคำสอน ‘เมตตาธรรมค้ำจุน (สัตว์) โลก’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Wat Pho

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงโบราณสถานและศาสนสถานที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติแล้ว ในอีกมุมหนึ่งของวัดโพธิ์กลายเป็นที่พึ่งและบ้านพักหลังสุดท้ายของเหล่า แมวจร จัดอีกกว่า 170 ชีวิต

 

ทีมข่าว THE STANDARD มีโอกาสเก็บภาพและพูดคุยกับพระมหานรินทร์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ ซึ่งเป็นผู้ดูแลเหล่า แมวจร ที่ส่วนมากถูกนำมาปล่อยทิ้งหรือโยนทิ้งจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด

 

“สุนัขกับแมวเป็นเหมือนของคู่วัด เป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนว่าวัดเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก ซึ่งนั่นหมายถึงทั้งคนและสัตว์ ทั้งพระและแมว” พระมหานรินทร์กล่าว

 

พระมหานรินทร์เล่าให้ฟังว่า เป็นผู้ดูแลเรื่อง แมวจรในวัดโพธิ์มานานกว่า 10 ปีตั้งแต่ปี 2557 ที่ผ่านมารูปแบบการดูแลที่ยังไม่มีระบบจัดการอาจต้องมีการพึ่งพาสถานดูแลสัญจรของหน่วยงานภาครัฐ แต่เมื่อมีความพร้อมมากขึ้นจึงได้เริ่มสร้างระบบการดูแลภายในวัดเอง

 

แมวทุกตัวในวัดโพธิ์จะถูกทำหมัน เพื่อเป็นการควบคุมประชากรแมวและป้องกันอาการเจ็บป่วยในอนาคต ในส่วนนี้มีอาสาสมัครและหน่วยงานภาคเอกชนเข้ามาช่วยสนับสนุน รวมไปถึงแมวทุกตัวจะต้องมีการฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าประจำปี

 

ส่วนบ้านพักแมวจร พระมหานรินทร์กล่าวว่า แมวจะอาศัยหลับนอนตามเขามอ ซึ่งเป็นภูเขาขนาดเล็กที่ตั้งกระจัดกระจายอยู่ตามมุมวัด เป็นที่ตั้งของรูปปั้นฤาษีดัดตน เนื่องจากเขามอมีน้ำตกและมีต้นไม้เป็นที่ร่มเย็นของแมวได้เป็นอย่างดี ซึ่งในอนาคตได้เตรียมทำบ้านแมวรูปแบบล้อกับศิลปะเขามอและรูปปั้นฤาษีของวัดโพธิ์ เพื่อวางตามมุมต่างๆ ให้เป็นกิจจะลักษณะมากขึ้น

 

พระมหานรินทร์เล่าต่อว่า อนาคตแมวจรในวัดโพธิ์จะมีบ้านหลังเล็กๆ เป็นของตัวเอง เริ่มมาจากช่างก่อสร้างจังหวัดลพบุรีทำมาถวายหนึ่งหลัง และพระอาจารย์มองเห็นว่ารูปแบบสวยงาม เข้ากับสิ่งปลูกสร้างของวัดโพธิ์ จึงได้ว่าจ้างให้ช่างทำเพิ่ม

 

นอกจากนี้ตามมุมต่างๆ ของวัดจะมีห้องน้ำแมวที่ทำไว้เป็นรูปร่างคล้ายบ้านขนาดเล็ก ตัวถาดห้องน้ำเป็นแบบลิ้นชักเลื่อนเข้าออกได้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สะดวกต่อการเก็บสิ่งปฏิกูลของแมว เหตุที่ต้องทำแบบนี้เพราะแมวจะได้ขับถ่ายเป็นที่ ไม่เรี่ยราด ทำความสกปรกให้กับวัด

 

“ในความคิดของใครหลายคนแมววัดอาจต้องดูสกปรก ขี้โรค แต่แมวที่วัดโพธิ์ไม่ใช่แบบนั้น เพราะเราต้องคิดเสมอว่าตัวเราที่เป็นพระก็อาศัยวัด พวกเขาเองก็มาอาศัยวัด ก็ต้องดูแลกันให้ดี” พระมหานรินทร์กล่าว

 

ในระหว่างที่ทีมข่าวได้พูดคุยกับพระอาจารย์ ท่านได้พาเดินสำรวจความเป็นอยู่ของแมว พร้อมกับนำอาหารเม็ดที่ถูกแบ่งใส่ถุงเก็บไว้ในอังสะคอยให้แมวตามมุมต่างๆ โดยอธิบายว่า ในอาหารหนึ่งถุงจะต้องมีอาหารหลากหลายยี่ห้อ เพื่อป้องกันไม่ให้แมวป่วย บางถุงจะมีอาหารเม็ดสำหรับแมวที่ป่วยเป็นโรคไต ซึ่งพระอาจารย์จำได้ว่าจะต้องให้กับตัวไหน

 

ที่ต้องตั้งชื่อแมวทุกตัวกว่า 170 ตัวนั้น เพราะเวลาเจ็บป่วยหรือรับวัคซีนพวกเขาจะต้องมีประวัติเพื่อจะได้แจ้งแพทย์ได้ โดยการตั้งชื่อไม่มีอะไรซับซ้อน พระอาจารย์จะพิจารณาจากสีขน เช่น ตัวไหนสีเหลืองก็จะตั้งชื่อเป็นตระกูลกล้วย กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า หรือตัวไหนสีขาวก็จะตั้งชื่อเป็นตระกูลข้าว ข้าวสวย ข้าวหอม ข้าวเจ้า 

 

พระมหานรินทร์กล่าวว่า พระอาจารย์มีหน้าที่ในการดูแลความเรียบร้อยของโบสถ์ จึงถือว่ามีหน้าที่รวมไปถึงการดูแลแมว ช่วงเวลาประมาณ 07.00 น. คนงานของวัดโพธิ์จะเป็นผู้ให้อาหาร ส่วนมื้อเย็นพระอาจารย์จะมาให้อาหารเอง เพราะจะต้องมาป้อนยาแมวบางตัวที่ป่วย ในอังสะจึงต้องมีอุปกรณ์ครบทั้งยาและอาหาร

 

เวลาที่วัดโพธิ์มีงานพระราชพิธี เจ้าหน้าที่และพระอาจารย์จะช่วยกันรวบรวมแมวใส่กรง แบ่งเป็นกลุ่มที่สนิทกัน เอาไปพักคอยในห้องพักมีพัดลมไว้ชั่วคราว เพื่อให้ไม่เป็นการรบกวนเจ้าหน้าที่ที่มาจัดงาน

 

“หลักธรรมคำสอนเรื่องเมตตาธรรมค้ำจุนโลก ความเมตตาไม่ได้เกิดขึ้นจากการท่องสัพเพ สัตตา เท่านั้น แต่อยู่ที่การกระทำ” พระมหานรินทร์กล่าว

 

พระมหานรินทร์กล่าวต่ออีกว่า เนื่องจากที่วัดโพธิ์มีการดูแลแมวจรจัดเป็นระบบระเบียบ จึงมีโอกาสได้ไปแนะนำการเลี้ยงแมววัดให้กับวัดอื่นๆ ในเขตพระนคร โดยพระอาจารย์ได้แนะนำเจ้าหน้าที่ที่มาทำจิตอาสาที่วัดให้ไปช่วยเหลือที่วัดอื่นด้วย

 

ในช่วงสุดท้ายของการพูดคุย พระมหานรินทร์ฝากถึงประชาชนที่สนใจแมวที่วัดโพธิ์ว่า สามารถให้ขนมแมวได้เล็กน้อย แต่สำหรับอาหาร พระและเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างทั่วถึงแล้ว หากมีการตั้งอาหารทิ้งไว้แล้วแมวไม่กิน อาจเป็นการทำให้พื้นที่สกปรกได้ และขอความร่วมมือประชาชนอย่านำแมวมาปล่อยทิ้งไว้ที่วัด

 

แมวจร

น้องแมวส้มอาศัยร่มเงาของต้นไม้บนเขามอนอนกลางวัน

 

แมวจร

น้องนมสดตื่นนอนมาให้ถ่ายภาพคู่กับฤาษีดัดตน

 

พระมหานรินทร์กับแก๊งแมวรอบโบสถ์

 

พระมหานรินทร์กับแก๊งแมวตระกูลข้าวและกล้วย

 

พระมหานรินทร์ให้อาหารเม็ดที่ผสมไว้เฉพาะก่อนมื้อเย็น

 

แมวจร

บ้านแมวหลังแรกที่ทำโดยช่างจังหวัดลพบุรี

 

ห้องน้ำแมวที่ถูกออกแบบมาอย่างดี ตั้งอยู่ในแปลงต้นไม้

 

พี่เจ้าหน้าที่วัดโพธิ์ดูแลแมวทุกตัวด้วยความรัก

 

แมวจร

น้องแมวยืนนิ่งให้นักท่องเที่ยวต่างชาติถ่ายภาพ

 

ที่นอนพิเศษ กว้างขวาง พื้นหินอ่อนเย็นสบาย

 

น้องเก๊กฮวยกำลังนอนแฝงตัวไปกับธรรมชาติเขามอ

 

แมวจร

น้องกล้วยหอมระหว่างรอพระอาจารย์เทอาหารเม็ด

 

แก๊ง 3 ข้าวหลังกินขนมเสร็จ

 

แมวจร

น้องน้อยหน่านอนพัก หลังอิ่มจากอาหารเม็ดมื้อพิเศษ

 

แมวจร

น้องมือตบแห่งวัดโพธิ์เดินเล่นอย่างสบายใจ

 

แมวจร

พระมหานรินทร์กับเหล่าน้องแมวจุดประตูวัดฝั่ง รด.

The post เมื่อวัดโพธิ์เป็นบ้านหลังสุดท้ายของแมวจร ชวนสัมผัสรูปธรรมของหลักคำสอน ‘เมตตาธรรมค้ำจุน (สัตว์) โลก’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระทรวงวัฒนธรรมเผย วัด ศาสนสถาน และโบราณสถาน 3 จังหวัดภาคใต้ได้รับผลกระทบน้ำท่วม เร่งสำรวจ ช่วยเหลือ และซ่อมแซม https://thestandard.co/flooding-in-the-southern-region-29122023/ Fri, 29 Dec 2023 07:17:29 +0000 https://thestandard.co/?p=882513

วันนี้ (29 ธันวาคม) เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่ากา […]

The post กระทรวงวัฒนธรรมเผย วัด ศาสนสถาน และโบราณสถาน 3 จังหวัดภาคใต้ได้รับผลกระทบน้ำท่วม เร่งสำรวจ ช่วยเหลือ และซ่อมแซม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (29 ธันวาคม) เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม โดยกองตรวจราชการได้ดำเนินการสำรวจข้อมูลจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเกิดเหตุการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากระหว่างวันที่ 22-25 ธันวาคม 2566 จำนวน 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสงขลา, สตูล, นราธิวาส, ปัตตานี และยะลา 

 

พบว่ามี 3 จังหวัดประกอบด้วย จังหวัดนราธิวาส, ปัตตานี และยะลา ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย และมีเครือข่ายทางวัฒนธรรม บุคลากร และสถานที่ของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ได้รับผลกระทบในภาพรวม 3 จังหวัด ได้แก่ วัด ที่พักสงฆ์ 22 แห่ง, มัสยิด สุเหร่า 106 แห่ง, ชุมชนคุณธรรม 49 แห่ง, เครือข่ายวัฒนธรรม 1 กลุ่ม, แหล่งเรียนรู้ โบราณสถาน 4 แห่ง และบุคลากรในสังกัด 21 ราย

 

เสริมศักดิ์กล่าวว่า สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั้ง 3 จังหวัดข้างต้นได้ลงพื้นที่และให้การช่วยเหลือเยียวยาเครือข่ายทางวัฒนธรรมและบุคลากรของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นแล้ว ด้วยการสนับสนุนถุงยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม รวมถึงสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นอื่นๆ พร้อมทั้งได้ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลือ เยียวยา บรรเทาความเดือดร้อน และเข้าสู่มาตรการการช่วยเหลือต่างๆ ของรัฐบาลต่อไป  

 

นอกจากนี้ได้ประสานสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และรายงานข้อมูลต่อเนื่องทุกวันจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย รวมถึงการประสานงานช่วยเหลือและให้กำลังใจเครือข่ายทางวัฒนธรรม ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อประเมินความเสียหายและให้การช่วยเหลือฟื้นฟู 

 

เสริมศักดิ์กล่าวอีกว่า ในส่วนของศาสนสถานที่ได้รับผลกระทบนั้น กรมการศาสนาอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการสำรวจข้อมูลความเสียหาย เพื่อช่วยเหลือ ซ่อมแซม และบูรณะศาสนสถาน ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายหรืออยู่ภายใต้องค์การศาสนาที่กรมการศาสนารับรอง โดยให้ความช่วยเหลือ บูรณะ และซ่อมแซม อาคารสถานที่ที่ใช้ในการประกอบศาสนกิจ รวมถึงระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นในการประกอบศาสนกิจ เช่น ที่อาบน้ำละหมาด ห้องสุขา ระบบไฟฟ้า และระบบประปา เป็นต้น

The post กระทรวงวัฒนธรรมเผย วัด ศาสนสถาน และโบราณสถาน 3 จังหวัดภาคใต้ได้รับผลกระทบน้ำท่วม เร่งสำรวจ ช่วยเหลือ และซ่อมแซม appeared first on THE STANDARD.

]]>