ศาลแขวงดุสิต Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ศาลแขวงดุสิต/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 04 Feb 2026 07:35:59 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ศาลแขวงดุสิต สั่งจำคุก 1 เดือน ไม่รอลงอาญา ‘นัสเซอร์-พิชิต’ แกนนำ คปท. ปมม็อบปิดถนนพิษณุโลก ชี้สร้างความเดือดร้อนสาธารณะ-เมินคำสั่งเจ้าหน้าที่ https://thestandard.co/nasser-pichit-cpt-protest-jail/ Wed, 04 Feb 2026 07:35:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1173667 ศาลแขวงดุสิต อ่านคำพิพากษาจำคุก ‘นัสเซอร์-พิชิต’ แกนนำ คปท. ฐานจัดการชุมนุมปิดถนนพิษณุโลก

วันนี้ (4 กุมภาพันธ์) ที่ ศาลแขวงดุสิต ศาลนัดอ่านคำพิพา […]

The post ศาลแขวงดุสิต สั่งจำคุก 1 เดือน ไม่รอลงอาญา ‘นัสเซอร์-พิชิต’ แกนนำ คปท. ปมม็อบปิดถนนพิษณุโลก ชี้สร้างความเดือดร้อนสาธารณะ-เมินคำสั่งเจ้าหน้าที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลแขวงดุสิต อ่านคำพิพากษาจำคุก ‘นัสเซอร์-พิชิต’ แกนนำ คปท. ฐานจัดการชุมนุมปิดถนนพิษณุโลก

วันนี้ (4 กุมภาพันธ์) ที่ ศาลแขวงดุสิต ศาลนัดอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ387/2568 ซึ่งพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นัสเซอร์ หยีหมะ หัวหน้ารักษาความปลอดภัย เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เป็นจำเลยที่ 1 และ พิชิต ไชยมงคล หรือตั้ม แกนนำ คปท. เป็นจำเลยที่ 2 ในความผิดตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558

 

คดีนี้โจทก์ฟ้องระบุพฤติการณ์ว่า จำเลยทั้งสองในฐานะผู้จัดการชุมนุม ได้ปล่อยปละละเลยให้กลุ่มผู้ชุมนุมตั้งวางเต็นท์และเพิงพักกีดขวางการจราจร 2 ช่องทางบนถนนพิษณุโลก และในเวลากลางคืนยังมีการนำรถโดยสารขนาดใหญ่มาจอดปิดกั้นช่องทางเดินรถที่เหลืออีก 2 ช่องทาง รวมถึงมีการวางกรวยกีดกั้นทางสาธารณะ ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนและสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน แม้เจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะจะมีหนังสือประกาศแจ้งให้แก้ไขรวม 4 ฉบับ แต่จำเลยทั้งสองกลับเพิกเฉย ไม่ดำเนินการแก้ไขตามคำสั่ง

 

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติว่ามีการตั้งเต็นท์และจอดรถปิดกั้นการจราจรจริงตามฟ้อง โดยพยานโจทก์ซึ่งประกอบด้วยประชาชน นักศึกษา และบุคลากรของมหาวิทยาลัย ได้เบิกความสอดคล้องกันถึงความเดือดร้อนที่ได้รับ โดยเฉพาะนักศึกษากว่า 700 คนที่ลงชื่อยืนยันผลกระทบจากการที่ต้องเดินเท้าเข้ามหาวิทยาลัยเนื่องจากรถไม่สามารถผ่านเข้า-ออกประตูได้ ทำให้เข้าเรียนสายหรือขาดเรียน รวมถึงเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถของผู้ชุมนุมที่จอดขวางถนน

 

ศาลเห็นว่า เจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ มุ่งหมายให้การชุมนุมเป็นไปโดยสงบและไม่กระทบกระเทือนสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น แต่จำเลยทั้งสองกลับจัดการชุมนุมโดยคำนึงถึงสิทธิของพวกพ้องมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม ปล่อยให้มีการตั้งเต็นท์พักแรมใจกลางเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการและสถานศึกษา ก่อให้เกิดความเดือดร้อนเกินสมควรแก่ประชาชน ส่วนข้อต่อสู้ของจำเลยที่อ้างว่าไม่สามารถจัดการชุมนุมในบริเวณอื่นได้ และอ้างคำสั่งศาลแพ่งในคดีอื่นนั้น ฟังไม่ขึ้น เพราะไม่ใช่เหตุผลอันสมควรที่จะฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานที่ให้แก้ไขการชุมนุมเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย

 

พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 มาตรา 15(4) ประกอบมาตรา 31 วรรคหนึ่ง ลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 1 เดือน และเมื่อพิจารณาประวัติพบว่าจำเลยทั้งสองเคยกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง ตามรายงานของกองทะเบียนประวัติอาชญากร ศาลจึงเห็นสมควร ไม่รอการลงโทษ

The post ศาลแขวงดุสิต สั่งจำคุก 1 เดือน ไม่รอลงอาญา ‘นัสเซอร์-พิชิต’ แกนนำ คปท. ปมม็อบปิดถนนพิษณุโลก ชี้สร้างความเดือดร้อนสาธารณะ-เมินคำสั่งเจ้าหน้าที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จำคุก 4 เดือน อดีตแกนนำอนาคตใหม่จัดม็อบสกายวอล์กปทุมวันปี 62 รอลงอาญา 2 ปี เตรียมอุทธรณ์สู้คดีต่อ https://thestandard.co/imprisonment-4-months-skywalk-mob-leader/ Mon, 05 Feb 2024 07:57:41 +0000 https://thestandard.co/?p=896221

วันนี้ (5 กุมภาพันธ์) ศาลแขวงดุสิต จำเลยในคดีความผิดตาม […]

The post จำคุก 4 เดือน อดีตแกนนำอนาคตใหม่จัดม็อบสกายวอล์กปทุมวันปี 62 รอลงอาญา 2 ปี เตรียมอุทธรณ์สู้คดีต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (5 กุมภาพันธ์) ศาลแขวงดุสิต จำเลยในคดีความผิดตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ จากการจัดการชุมนุม ‘ไม่ถอยไม่ทน’ ที่สกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2562 ซึ่งมีอดีตแกนนำพรรคอนาคตใหม่เป็นจำเลยเดินทางมาร่วมฟังการอ่านคำพิพากษาศาลในคดีดังกล่าว 

 

ศาลพิพากษาว่าจำเลยทั้งหมดมีความผิดจริง ให้จำคุกคนละ 4 เดือน โทษปรับทางอาญาคนละ 1,000 บาท โทษปรับทางพินัยคนละ 10,200 บาท โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ซึ่งทั้งหมดได้ยื่นต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อ

 

จำเลยในคดีนี้มีใครบ้าง

 

  1. โบว์-ณัฏฐา มหัทธนา
  2. เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์
  3. บอล-ธนวัฒน์ วงค์ไชย
  4. ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 
  5. ปิยบุตร แสงกนกกุล
  6. พรรณิการ์ วานิช 
  7. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
  8. ไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร

 

ศาลตัดสินอย่างไร

 

ศาลพิเคราะห์เห็นว่า เมื่อจำเลยประกาศเชิญชวนผู้ชุมนุมมาร่วมชุมนุมผ่านเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ของกลุ่ม จำเลยเองย่อมรู้อยู่แล้วว่าหากประกาศโพสต์เชิญชวนจะต้องมีประชาชนมาร่วมชุมนุมจำนวนมาก 

 

ดังนั้นจำเลยจึงเป็นผู้จัดการชุมนุมโดยแบ่งหน้าที่กันทำ ศาลเห็นว่าจำเลยไม่สามารถรับผิดชอบต่อการชุมนุมไม่ให้กีดขวางการสัญจรของประชาชนต่อระบบขนส่งสาธารณะและการชุมนุมอยู่ในเขตพระราชฐาน ใกล้กับวังสระปทุมในระยะ 150 เมตร 

 

พิพากษาจำคุกจำเลยทั้ง 8 จำนวน 4 เดือน ปรับ 1,000 บาท เมื่อพิเคราะห์อายุประวัติสถานะทางสังคม ความมีชื่อเสียง และมีผู้ติดตามจำนวนมาก จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน และการชุมนุมเป็นการแสดงออกแสดงความคิดเห็นทางการเมืองไม่ใช่อาชญากรรมร้ายแรง เห็นควรให้รอลงอาญาเป็นเวลา 2 ปี 

 

ส่วนกรณีที่จำเลยไม่แจ้งการชุมนุมและใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ปรับพินัย ศาลสั่งปรับ10,200 บาท

 

พิธา-ปิยบุตร และทนายว่าอย่างไรหลังฟังคำตัดสิน

 

กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนในฐานะทนายความ ระบุว่า จำเลยยังติดใจในประเด็นเรื่องของระยะ 150 เมตรของเขตพระราชฐานว่าวัดจากจุดไหน ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวมีการเทียบเคียงกับคดีอื่นที่มีการชุมนุมในสถานที่เดียวกัน จุดเดียวกัน ซึ่งศาลอาญากรุงเทพใต้เคยมีคำพิพากษายกฟ้องข้อหาชุมนุมใกล้เขตพระราชฐานในระยะ 150 เมตร ทั้งที่เป็นการชุมนุมจุดเดียว

 

อีกทั้งในประเด็นเรื่องของการไม่แจ้งการชุมนุมต่อเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ ศาลแขวงจังหวัดเชียงรายเคยมีคำวินิจฉัยว่าไม่จำเป็นต้องขออนุญาต เพียงแต่ต้องแจ้งพนักงานสอบสวนให้ทราบเท่านั้น แต่หากมีการโพสต์ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียก็ถือว่าเจ้าหน้าที่รับรู้แล้ว 

 

ซึ่งคดีนี้ตำรวจรับรู้ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2562 แล้วว่ามีการชุมนุม เนื่องจากจำเลยมีการโพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และความคิดเห็นส่วนตัวในฐานะทนายคิดว่าจำเลยควรที่จะอุทธรณ์คดี เรื่องนี้ไม่ต้องการเอาชนะ แต่ต้องการความจริง ตนเคารพคำพิพากษาศาล แต่เคารพข้อเท็จจริงมากกว่า ส่วนอัยการจะอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานหนักกว่าเดิมหรือไม่ต้องถามทางอัยการ 

 

ขณะที่พิธากล่าวว่า จากการหารือกับจำเลยคนอื่นว่าจะต้องยื่นอุทธรณ์คดี เพราะมีประเด็นข้อเท็จจริงเรื่องของระยะของการชุมนุมใกล้เขตพระราชฐาน ว่าอาจมีความคลาดเคลื่อนของ 150 เมตรว่าวัดจากจุดไหน เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานกับคดีอื่นๆ พร้อมระบุว่าการที่ศาลตัดสินในลักษณะนี้ไม่ทำให้พรรคก้าวไกลเสียเครดิตทางการเมือง เนื่องจากประชาชนมีความเข้าใจในข้อเท็จจริง 

 

ด้านปิยบุตรกล่าวว่า คดีนี้มีหลายประเด็นในการยื่นอุทธรณ์ต่อ พร้อมเทียบเคียงกับคดีปิดสนามบิน มีผลกระทบจำนวนมาก และเป็นความผิดชัดเจน แต่ศาลพิจารณาสั่งปรับคนละ 20,000 บาท 

 

ส่วนคดีการชุมนุมคดีนี้เป็นการชุมนุมใช้ระยะเวลาไม่นาน หลังเลิกชุมนุมก็มีการช่วยกันเก็บขยะ ศาลใช้ระยะเวลาอ่านคำพิพากษานานกว่าการชุมนุมดังกล่าวด้วยซ้ำสุดท้าย ถูกจำคุกถึง 4 เดือน ปรับ 10,200 บาท เป็นเหตุผลที่จะต้องอุทธรณ์คดีเพื่อให้ศาลสูงพิจารณา ส่วนเรื่องความไม่เหมาะสมของกฎหมายก็อยากจะฝากให้พรรคก้าวไกลไปพิจารณาแก้ไขในสภาต่อไป

 

ทำไมถึงนัดชุมนุม ‘ไม่ถอยไม่ทน’

 

13 ธันวาคม 2562 คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่กรณีที่ธนาธรให้พรรคอนาคตใหม่กู้เงิน 191.2 ล้านบาท 

 

ธนาธรจึงประกาศนัดหมายประชาชนในวันเดียวกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ให้เข้าร่วมกิจกรรมแฟลชม็อบที่สกายวอล์ก ในช่วงเย็นของวันที่ 14 ธันวาคม 2562

 

ในการชุมนุมครั้งนั้นมีประชาชนรวมถึงแกนนำของพรรคอนาคตใหม่ในขณะนั้นเข้าร่วมการชุมนุมจำนวนมากจนล้นจากบริเวณสกายวอล์ก และแกนนำในการชุมนุมครั้งนั้นถูกดำเนินคดีในเวลาต่อมา

 

 

The post จำคุก 4 เดือน อดีตแกนนำอนาคตใหม่จัดม็อบสกายวอล์กปทุมวันปี 62 รอลงอาญา 2 ปี เตรียมอุทธรณ์สู้คดีต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลแขวงดุสิตยกฟ้องมายด์และพวก จัดชุมนุมม็อบแฮร์รี่ฯ ปี 2563 ไม่ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปรับคนละ 200 บาท ใช้เครื่องเสียง https://thestandard.co/dusit-court-dismiss-harry-mob/ Mon, 28 Nov 2022 12:40:39 +0000 https://thestandard.co/?p=716885 ม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์

วันนี้ (28 พฤศจิกายน) ที่ศาลแขวงดุสิต ถนนนครไชยศรี ศาลน […]

The post ศาลแขวงดุสิตยกฟ้องมายด์และพวก จัดชุมนุมม็อบแฮร์รี่ฯ ปี 2563 ไม่ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปรับคนละ 200 บาท ใช้เครื่องเสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์

วันนี้ (28 พฤศจิกายน) ที่ศาลแขวงดุสิต ถนนนครไชยศรี ศาลนัดฟังคำพิพากษาในคดีการชุมนุม #เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย หรือ #ม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์ ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลแขวงเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ชลธิชา แจ้งเร็ว, สุวรรณา ตาลเหล็ก, ณรงค์ ดวงแก้ว, ชูเวช เดชดิษฐรักษ์, ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ และ ชาติชาย แกดำ จำเลยทั้ง 6 ในความผิดฐานฝ่าฝืนพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ฉุกเฉินฯ, พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การชุมนุมสาธารณะ และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2563 จําเลยทั้ง 6 คน ซึ่งเป็นแกนนํากลุ่มเครือข่ายต่างๆ และเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ หรือเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบให้มีกิจกรรมการรวมกลุ่มชุมนุมสาธารณะ ร่วมกับ อานนท์ นําภา พวกของจําเลย ซึ่งถูกแยกฟ้องเป็นอีกคดีที่ศาลอาญา (คดีมาตรา 112) ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม ‘ชุมนุมเพื่อขับไล่จอมวายร้าย และปกป้องประชาธิปไตย ด้วยการร่วมกันเสกคาถาผู้พิทักษ์ เพื่อปกป้องประชาธิปไตย และขับไล่อํานาจมืดจากคนที่คุณก็รู้ว่าใคร’ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีการตั้งเวทีปราศรัยอยู่บริเวณทางเท้าฝั่งหน้าร้านแมคโดนัลด์ รอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดําเนินกลาง 

 

ต่อมาพวกจำเลยชักชวนให้ประชาชนมาเข้าร่วมรับฟังการปราศรัย โดยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือคําสั่งของ พ.ต.อ. วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร หัวหน้าสถานีตํารวจนครบาล (สน.) ชนะสงคราม เจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ ซึ่งได้กำหนดเงื่อนไขว่าการจัดการชุมนุมต้องให้ความสะดวกแก่ประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ ข้อความหรือป้ายต่างๆ ต้องเป็นข้อความที่ไม่หมิ่นประมาท ดูหมิ่นผู้อื่น และต้องไม่ยุยงปลุกระดมให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง 

 

ขณะที่จําเลยทั้ง 6 คนได้ร่วมกันใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกําลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวทีพูด ร้องเพลง ปราศรัยโจมตีรัฐบาล เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก เรียกร้องให้ยุบสภา หยุดคุกคามประชาชน และเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 

 

ซึ่งมีประชาชนสนใจเข้าร่วมชุมนุมและรับฟังปราศรัยจํานวนมาก ประมาณ 200-300 คน ยืนกันหนาแน่นแออัด ไม่เว้นระยะห่างระหว่างกันอย่างน้อย 1 เมตร ผู้ใช้ทางเท้าได้รับความเดือดร้อน ไม่สะดวกในการสัญจรผ่านตามปกติ 

 

ประชาชนผู้ร่วมชุมนุมมีลักษณะสนใจฟังและคล้อยตามคําพูดของจําเลยทั้ง 6 กับพวก มีการร่วมกันปรบมือ ตะโกนโห่ร้อง แสดงความพึงพอใจ ผู้ชุมนุมถือป้ายแสดงข้อความต่างๆ ในลักษณะดูหมิ่นรัฐบาล สถาบันฯ ให้ได้รับความเสียหาย ยุยงเสียดสีบุคคลให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง จําเลยทั้ง 6 กับพวกไม่จัดให้มีมาตรการป้องกันโรคโควิดตามที่ราชการกําหนด จึงเป็นการชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือเงื่อนไขของเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ

 

ภายหลังฟังคำพิพากษา กิตติศักดิ์ กองทอง ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ทนายความในคดีกล่าวว่า คดีนี้อัยการฟ้อง 3 ข้อหา ประกอบด้วย ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลยกฟ้อง 2 ข้อหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ และให้ลงโทษปรับจำเลยทั้ง 6 คน คนละ 200 บาท กรณีใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

ศาลให้เหตุผลที่ยกฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้จัดการชุมนุมจริง ผู้ชุมนุมปฏิบัติตามมาตรการการชุมนุม มีการเว้นระยะห่างและป้องกันโรคติดต่อ 

 

ส่วนที่มีการลงมาบนพื้นถนนบ้างก็เป็นเวลาเพียงนิดเดียว เจ้าหน้าที่มาบอกก็เชื่อฟัง การชุมนุมก็ใช้ระยะเวลาไม่นาน ในส่วนที่มีป้ายข้อความการชุมนุมโจมตีรัฐบาลและสถาบันฯ โจทก์ไม่สามารถนำสืบให้เห็นได้ว่าข้อความดังกล่าวเป็นความผิดอย่างไร ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย พิพากษายกฟ้อง

The post ศาลแขวงดุสิตยกฟ้องมายด์และพวก จัดชุมนุมม็อบแฮร์รี่ฯ ปี 2563 ไม่ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปรับคนละ 200 บาท ใช้เครื่องเสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>