ศานนท์ หวังสร้างบุญ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ศานนท์-หวังสร้างบุญ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 09 Jun 2026 07:25:42 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 อดีตทีมผู้บริหาร กทม. แถลงคืบหน้าคดีเครื่องออกกำลังกาย กางแผนรื้อระบบงบประมาณสกัดทุจริต ชูจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย https://thestandard.co/chatchart-bma-anti-corruption-plan/ Tue, 09 Jun 2026 07:25:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1216234 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และอดีตทีมผู้บริหาร กทม. แถลงข่าวคดีทุจริตเครื่องออกกำลังกายและแผนจัดระเบียบเมือง

วันนี้ (9 มิถุนายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือ […]

The post อดีตทีมผู้บริหาร กทม. แถลงคืบหน้าคดีเครื่องออกกำลังกาย กางแผนรื้อระบบงบประมาณสกัดทุจริต ชูจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และอดีตทีมผู้บริหาร กทม. แถลงข่าวคดีทุจริตเครื่องออกกำลังกายและแผนจัดระเบียบเมือง

วันนี้ (9 มิถุนายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย ทวิดา กมลเวชช, ศานนท์ หวังสร้างบุญ และ จักกพันธุ์ ผิวงาม ได้ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงความคืบหน้ากระบวนการตรวจสอบปัญหาการทุจริตจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย รวมถึงโครงการอื่นๆ ของกรุงเทพมหานครในสมัยที่ผ่านมา พร้อมทั้งนำเสนอทิศทางการบริหารจัดการเมืองที่มุ่งเน้นความโปร่งใส

ดูภาพข่าว ▼ 

ชัชชาติ ได้ชี้แจงถึงประเด็นการลงโทษทางวินัยข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับคดีเครื่องออกกำลังกาย โดยยืนยันว่ากระบวนการลงโทษยังไม่เป็นที่สิ้นสุด ข่าวการลงโทษตัดเงินเดือนร้อยละ 2-4 หรือประมาณ 600 บาทนั้น เป็นเพียงการพิจารณาเบื้องต้นตามกฎระเบียบของระบบราชการ ซึ่งตนในฐานะอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวมถึงคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (ก.ก.) ไม่เห็นด้วยและประเมินว่าเป็นบทลงโทษที่เบาเกินไป จึงได้สั่งการให้มีการสอบสวนใหม่เพื่อให้รัดกุมยิ่งขึ้น โดยการที่ไม่เปลี่ยนคณะกรรมการสอบสวนชุดใหม่นั้นเป็นไปเพื่อป้องกันความล่าช้า แต่ใช้วิธีส่งเรื่องให้บอร์ดใหญ่ของ ก.ก. ซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกร่วมพิจารณาชี้ขาดแทน

 

ทั้งนี้ เนื่องจากกรุงเทพมหานครมีอำนาจเพียงการสอบสวนทางวินัย ไม่สามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินหรือการฮั้วประมูลได้ จึงได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสำนักงาน ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. เข้ามาตรวจสอบเชิงลึก ซึ่งหาก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดร้ายแรง ก็สามารถดำเนินการสั่งไล่ออกได้ทันที โดยขณะนี้กำลังขยายผลการตรวจสอบจาก 7 โครงการนำร่อง ไปสู่ทุกโครงการที่มีความเชื่อมโยงกัน

 

จากวิกฤตการณ์ดังกล่าว กรุงเทพมหานครได้นำมาเป็นบทเรียนในการปฏิรูปกระบวนการทำงาน ก่อให้เกิดผลดีในหลายมิติ ทั้งการยกระดับการทำงานร่วมกับหน่วยงานตรวจสอบระดับชาติ การปรับปรุงกระบวนการเสนอของบประมาณให้มีความรัดกุมตั้งแต่ต้นทางเพื่อลดโอกาสการตั้งราคาที่แพงเกินจริง และการตั้งเป้าลดระยะเวลาสอบสวนทางวินัยให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปี ควบคู่ไปกับการเตรียมนำข้อมูลขึ้นระบบออนไลน์เพื่อให้ภาคประชาชนร่วมตรวจสอบ

 

นอกจากนี้ ในส่วนของการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบ e-bidding แม้จะมีกระบวนการตรวจสอบในตัวเอง แต่ปัญหาหลักของการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายคือความยากในการกำหนดราคากลาง เนื่องจากคุณสมบัติที่หลากหลาย ซึ่งกรุงเทพมหานครกำลังเร่งอุดช่องโหว่ดังกล่าวเพื่อส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันอย่างโปร่งใสที่สุด

 

ในด้านนโยบายการจัดระเบียบเมืองและเศรษฐกิจระดับรากหญ้า กรุงเทพมหานครยังคงให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ค้าหาบเร่แผงลอย โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการจัดระเบียบผู้ค้าจากเดิมที่มีกว่า 20,000 ราย และมีจุดฝ่าฝืนกฎหมายกว่า 700 จุด ซึ่งเป็นต้นตอของการเรียกรับส่วย ให้เข้าสู่จุดผ่อนผันที่ถูกต้องจนปัจจุบันเหลือผู้ค้าประมาณหมื่นกว่าราย สำหรับผู้ค้าที่อยู่นอกจุดผ่อนผันจะมีการบังคับใช้กฎหมายโดยการเปรียบเทียบปรับ 300-500 บาท และดำเนินการเคลื่อนย้ายตามข้อสั่งการของ ป.ป.ช.

 

อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครได้เตรียมมาตรการรองรับด้วยการจัดทำศูนย์อิ่มท้องกระจายใน 50 เขต พร้อมผลักดันระบบออนไลน์บันทึกยอดขายเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอสินเชื่อจากธนาคาร โดยจะให้ระยะเวลาผู้ค้าในการปรับตัวประมาณ 6 เดือน ภายใต้เงื่อนไขหลักคือต้องไม่ละเมิดสิทธิผู้ใช้ทางเท้า

 

ขณะเดียวกัน อดีตคณะผู้บริหารได้นำเสนอวิสัยทัศน์ในการผลักดันกรุงเทพมหานครสู่การเป็นศูนย์กลางงานเทศกาลระดับโลก (World Festivals) โดยเตรียมยกระดับ 4 เทศกาลสำคัญ ได้แก่ เทศกาลสงกรานต์ เทศกาลลอยกระทง งาน World Pride ในเดือนมิถุนายน และงานเทศกาลปีใหม่ ซึ่งจากความสำเร็จของงานสงกรานต์ถนนสีลมที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 650,000 คน กรุงเทพมหานครมีแผนที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับอย่างเต็มรูปแบบ อาทิ การจัดทำเส้นทางเดินเชื่อมโยงโซนเศรษฐกิจ การติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ครบ 100,000 ตัว การปรับปรุงทางข้าม ตลอดจนการบริหารจัดการจุดทิ้งขยะและจุดเติมน้ำล่วงหน้าให้เป็นระบบ

 

ในช่วงท้าย ชัชชาติได้กล่าวย้ำถึงความรับผิดชอบในฐานะผู้นำ โดยระบุถึงประเด็นข้อครหาว่าทีมงานอาจมีความไม่โปร่งใส ซึ่งตนขอรับผิดชอบต่อการกระทำของทีมงานทั้งหมด และหากกระบวนการตรวจสอบพบว่ามีบุคคลใดในคณะทำงานกระทำความผิดหรือมีพฤติการณ์ทุจริตจริง ตนพร้อมที่จะดำเนินการให้ออกจากตำแหน่งโดยไม่มีการละเว้นแต่อย่างใด

 

 

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และอดีตทีมผู้บริหาร กทม. แถลงข่าวคดีทุจริตเครื่องออกกำลังกายและแผนจัดระเบียบเมือง 1ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และอดีตทีมผู้บริหาร กทม. แถลงข่าวคดีทุจริตเครื่องออกกำลังกายและแผนจัดระเบียบเมือง 2ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และอดีตทีมผู้บริหาร กทม. แถลงข่าวคดีทุจริตเครื่องออกกำลังกายและแผนจัดระเบียบเมือง 3ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และอดีตทีมผู้บริหาร กทม. แถลงข่าวคดีทุจริตเครื่องออกกำลังกายและแผนจัดระเบียบเมือง 4ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และอดีตทีมผู้บริหาร กทม. แถลงข่าวคดีทุจริตเครื่องออกกำลังกายและแผนจัดระเบียบเมือง 5

The post อดีตทีมผู้บริหาร กทม. แถลงคืบหน้าคดีเครื่องออกกำลังกาย กางแผนรื้อระบบงบประมาณสกัดทุจริต ชูจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติ หาเสียงบึงกุ่ม บางกะปิ ชูนโยบายเศรษฐกิจยกระดับคุณภาพชีวิต ย้ำติดป้ายหาเสียงต้องเท่าเทียม https://thestandard.co/chatchart-campaign-economy-equality/ Sun, 07 Jun 2026 11:43:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1215517 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่หาเสียงที่บึงกุ่ม-บางกะปิ

วันนี้ (7 มิถุนายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัคร ผู้ว่า […]

The post ชัชชาติ หาเสียงบึงกุ่ม บางกะปิ ชูนโยบายเศรษฐกิจยกระดับคุณภาพชีวิต ย้ำติดป้ายหาเสียงต้องเท่าเทียม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่หาเสียงที่บึงกุ่ม-บางกะปิ

วันนี้ (7 มิถุนายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 9 พร้อมทีมกรุงเทพฯ ทำงาน ลงพื้นที่หาเสียงเขตบึงกุ่ม บางกะปิ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนบริเวณตลาดปัฐวิกรณ์ว่า ปัญหาเศรษฐกิจจะเป็นโจทย์ใหญ่ที่สุดของเมืองในอีก 4 ปีข้างหน้า ซึ่งหัวใจสำคัญคือการขับเคลื่อนบริษัทขนาดใหญ่ราว 1,400 แห่ง และกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยหรือ SME กว่า 500,000 ราย ให้เดินหน้าควบคู่กันไปได้ เพราะต่างก็มีการจ้างงาน กลุ่มละประมาณ 3 ล้านคน

 

ทั้งนี้ ทีมกรุงเทพฯ ทำงาน ได้เตรียมแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระดับเส้นเลือดฝอยผ่านการสร้างแพลตฟอร์ม กทม. เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมผู้ให้บริการระดับชุมชน เช่น ช่างซ่อมแอร์ หรือช่างประปา สามารถเข้าถึงผู้บริโภคในโซนเดียวกันได้อย่างตรงจุด พร้อมทั้งเตรียมจัดตั้งศูนย์ One-Stop Service และคลินิก SME เพื่อลดขั้นตอนความยุ่งยากในการขอใบอนุญาตสำหรับกิจการร้านอาหาร ร้านกาแฟ และโฮสเทล

 

​นอกจากการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว การยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงก็เป็นประเด็นสำคัญ ที่ต้องเดินหน้าต่อ ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมที่มีแผนต่อยอดจากสวนป่าชุ่มน้ำ 86 ไร่ โดยจะกระจายสร้างสวนสาธารณะขนาดใหญ่อีกอย่างน้อย 6 แห่ง ขนาด 10 ไร่ขึ้นไป ให้ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ

 

ในส่วนของการศึกษานั้น นายศานนท์ หวังสร้างบุญ ได้ระบุถึงความสำเร็จในการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียน ซึ่งเห็นผลลัพธ์ชัดเจนตั้งแต่ปีแรก รวมถึงการปรับพื้นที่ในโรงเรียนให้เป็นห้อง Maker Space เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้จากการลงมือทำ พร้อมทั้งขยายโรงเรียนหลักสูตร 2 ภาษาและเปิดรับเด็กอนุบาลวัย 3 ขวบเข้าสู่ระบบ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มความเชื่อมั่นให้ผู้ปกครอง

 

ขณะที่ด้านสาธารณสุข รศ.ดร. ทวิดา กมลเวชช ได้เล็งเห็นช่องว่างในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ จึงมีแนวคิดที่จะสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่บริเวณรอยต่อเขตวังทองหลาง บางกะปิ ดินแดง และลาดพร้าว เพื่ออุดรอยโหว่ของ Health Zone ให้บริการได้อย่างครอบคลุมที่สุด

 

ชัชชาติยังย้ำถึงจุดยืนเรื่องความเท่าเทียมในการใช้พื้นที่โฆษณาหาเสียง โดยพร้อมตรวจสอบและถอดป้ายออกทันที หากพบว่าในพื้นที่นั้น อนุญาตให้ตนเองติดป้ายหาเสียงได้ แต่ไม่อนุญาตให้ผู้สมัครรายอื่นติดได้ เพราะการหาเสียงต้องมีความเท่าเทียมกันทุกส่วน

 

“เรื่องป้ายโฆษณาหาเสียง ผมเร่งให้ทีมงานไปตรวจสอบแล้ว ผมยึดหลักถ้าไม่ให้เพื่อนเราโฆษณา เราก็ไม่ควรได้โฆษณา ถ้าทีมงานตรวจสอบพบว่า ทีมอื่นไปขออนุญาตเหมือนกัน แต่มาเลือกโฆษณาให้เฉพาะเรา เราก็จะเอาออก เราต้องเท่าเทียมกัน เพื่อนเราไม่ได้ เราก็ต้องไม่ได้เหมือนกัน” ชัชชาติกล่าว

 

ชัชชาติได้ฝากเน้นย้ำถึงประชาชนทุกคนว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้ จะไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า นอกเขต หรือนอกราชอาณาจักร จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนบริหารจัดการเวลาเพื่อมาร่วมกันแสดงพลังบริสุทธิ์ในระบอบประชาธิปไตย

 

ชัชชาติ กล่าวถึงกรณีที่ผลสำรวจความคิดเห็นหรือโพล ที่คะแนนออกมาดีอย่างต่อเนื่อง โดยแสดงความขอบคุณประชาชนพร้อมระบุว่า คะแนนที่เห็นไม่ได้สะท้อนถึงการหาเสียง แต่เป็นผลลัพธ์จากการทำงานอย่างหนักตลอด 4 ปีที่ผ่านมา จนประชาชนรู้สึกได้ว่าชีวิตดีขึ้น

 

​อย่างไรก็ตาม ได้เตือนทีมงานว่าห้ามประมาทเด็ดขาด เนื่องจากการเมืองสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วง 3 สัปดาห์สุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง ยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าลงพื้นที่พบปะกับประชาชนอย่างเต็มที่ทุกวันตามปกติ

 

​สำหรับกรณีที่ จิรายุ ห่วงทรัพย์ โพสต์ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับผู้อำนวยการเขตรายหนึ่งในประเด็นการคุกคามทางเพศ ชัชชาติระบุว่า หากมีข้อมูลหรือหลักฐานที่ถูกต้องชัดเจน ขอให้เปิดเผยออกมาได้เลยเพื่อเอาคนไม่ดีออกไป และพร้อมให้ฝ่ายบริหารชุดใหม่หรือปลัด กทม. ดำเนินการทันที

 

“เราประกาศเสมอว่าเราไม่ยินยอมต่อการคุกคามทางเพศ ที่ผ่านมาถ้ามีเรื่องร้องเรียนเราจัดการทุกเคส อย่างในโรงเรียนก็เคยมีคำสั่งไล่ออกไปแล้ว แต่ในระดับผู้อำนวยการเขตตอนนี้ยังไม่มีข้อมูล ยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องพฤติกรรมของตัวบุคคล ไม่เกี่ยวกับระบบของ กทม. แต่อย่างใด” ชัชชาติกล่าว

 

​นอกจากนี้ ชัชชาติยังกล่าวเสริมว่า กทม. เพิ่งได้รับรางวัลเหรียญทองด้านความเท่าเทียมและสิทธิมนุษยชนจากองค์การสหประชาชาติ (UN) ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันว่าหน่วยงานภายนอกประเมินระบบการดูแลสิทธิมนุษยชนของ กทม. ไว้ค่อนข้างดี

 

​​ส่วนข้อกล่าวหาที่ระบุว่ามีการใช้ IO เพื่อตอบโต้ทางการเมือง หรือไม่นั้น ชัชชาติปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่า ไม่มีการทำ IO อย่างแน่นอน 100% นโยบายของทีมงานคือการสื่อสารข้อเท็จจริงและแนวทางการทำงานอย่างสร้างสรรค์ ไม่มีการกล่าวร้ายหรือทำลายคู่ต่อสู้

 

​”การไปทำลายคู่ต่อสู้ไม่ได้ช่วยให้เราดีขึ้น หรือทำให้ประชาชนมีความสุขขึ้น การแข่งขันกันคือการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้ประชาชน แต่อาจจะมีแฟนคลับบางส่วนที่ไปโจมตีคนอื่น ซึ่งผมก็อยากขอร้องว่าอย่าไปทำเลย ให้ดูที่ผลงานของเราเป็นหลักดีกว่า” ชัชชาติกล่าว

 

ส่วนกระแสวิจารณ์เรื่องระบบอากง หรือข้อครหาเรื่องการใช้เส้นสายในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ กทม. ชัชชาติชี้แจงว่า ระบบดังกล่าวไม่มีอยู่จริง และมองว่าเป็นเพียงวาทกรรม ที่ถูกสร้างขึ้นมา

 

​ทั้งนี้ ชัชชาติอธิบายว่า การแต่งตั้งโยกย้ายในทุกองค์กรย่อมมีทั้งคนที่สมหวังและไม่สมหวังเป็นเรื่องธรรมดา คนที่ไม่พอใจก็อาจจะกล่าวหาว่าระบบไม่ดี โดยไม่ได้ย้อนดูความสามารถของตนเอง พร้อมยืนยันว่าแนวปฏิบัติของทีมชัชชาติตลอดมาคือการเลือกคนดี คนเก่ง และเน้นความซื่อสัตย์สุจริตอย่างโปร่งใสที่สุด

 

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่หาเสียงที่บึงกุ่ม-บางกะปิ 1ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่หาเสียงที่บึงกุ่ม-บางกะปิ 2ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่หาเสียงที่บึงกุ่ม-บางกะปิ 3ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่หาเสียงที่บึงกุ่ม-บางกะปิ 4ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่หาเสียงที่บึงกุ่ม-บางกะปิ 5ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่หาเสียงที่บึงกุ่ม-บางกะปิ 6

The post ชัชชาติ หาเสียงบึงกุ่ม บางกะปิ ชูนโยบายเศรษฐกิจยกระดับคุณภาพชีวิต ย้ำติดป้ายหาเสียงต้องเท่าเทียม appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองผู้ว่าฯ ศานนท์ นำทีมหารือ รศ.ดร.ปริญญา เร่งยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย ชูมาตรการสังคมแก้ปัญหากรุงเทพฯ https://thestandard.co/bangkok-law-social-measures/ Tue, 21 Apr 2026 12:09:43 +0000 https://thestandard.co/bangkok-law-social-measures/ ศานนท์ รองผู้ว่าฯ กทม. และ รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ประชุมร่วมกับนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

วันนี้ (21 เมษายน) ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตพระนคร ศา […]

The post รองผู้ว่าฯ ศานนท์ นำทีมหารือ รศ.ดร.ปริญญา เร่งยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย ชูมาตรการสังคมแก้ปัญหากรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศานนท์ รองผู้ว่าฯ กทม. และ รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ประชุมร่วมกับนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

วันนี้ (21 เมษายน) ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตพระนคร ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมเชิงนโยบายเพื่อรับฟังความคิดเห็นและหาแนวทางปิดช่องโหว่ทางกฎหมายและการบังคับใช้ โดยร่วมกับ รองศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล และนักศึกษาภาคบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงของกรุงเทพมหานคร อาทิ ธนิต ตันบัวคลี่ รองปลัดกรุงเทพมหานคร สิทธิชัย อรัณยกานนท์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และวรชล ถาวรพงษ์ รองผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ เพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาสังคมเมืองและการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นการสร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของประชาชนอย่างยั่งยืน

 

การประชุมครั้งนี้ได้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนข้อเสนอเชิงกฎหมายในประเด็นสำคัญต่างๆ เริ่มจากการยกระดับการดูแลคนไร้บ้านเข้าสู่ระบบสวัสดิการของรัฐอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านศูนย์บ้านอิ่มใจ เพื่อให้เข้าถึงอาหารและการฝึกอาชีพ โดยที่ประชุมเห็นพ้องให้ใช้การสร้างแรงจูงใจควบคู่กับมาตรการทางกฎหมาย เช่น การใช้พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดฯ เป็นมาตรการขั้นสุดท้าย

 

พร้อมหารือแนวทางการแปลงโทษปรับเป็นการทำบริการสังคมเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้กระทำผิดได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเมือง นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงการจัดระเบียบการแจกอาหารในพื้นที่สาธารณะ โดยขอความร่วมมือกลุ่มจิตอาสาให้แจกจ่ายในจุดที่เหมาะสมเพื่อลดความแออัด ในส่วนของการแก้ไขปัญหาขยะและน้ำเสียในคูคลอง กรุงเทพมหานครได้เสนอแนวทางการบังคับใช้กฎหมายแบบขั้นบันได เริ่มจากการตักเตือนก่อนเพิ่มระดับค่าปรับ เพื่อมุ่งเปลี่ยนพฤติกรรมผู้กระทำผิด ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีเฝ้าระวัง และแผนการพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียขนาดเล็กในชุมชน โดยจะต่อยอดจากความสำเร็จของพื้นที่ต้นแบบอย่างคลองบางหลวง

 

สำหรับการจัดระเบียบทางเท้า ที่ประชุมได้หารือถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีกล้อง AI ตรวจจับรถจักรยานยนต์ แม้ปัจจุบันจะยังมีข้อจำกัดด้านกฎหมายในการระบุตัวผู้กระทำผิด แต่กรุงเทพมหานครเตรียมพัฒนามาตรการควบคู่ด้วยการออกแบบทางกายภาพเพื่อป้องกันการเข้าถึงของรถจักรยานยนต์ พร้อมเอื้ออำนวยให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถใช้งานทางเท้าได้อย่างปลอดภัย

 

ขณะเดียวกัน ยังได้มีการนำเสนอปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ อาทิ ปัญหาการตีความกฎหมาย ความซับซ้อนจากพระราชบัญญัติปรับเป็นพินัย และข้อกำหนดเกี่ยวกับการควบคุมตัว ซึ่งทุกขั้นตอนจะต้องดำเนินการอย่างรัดกุมและโปร่งใส

 

ท้ายนี้ กรุงเทพมหานครได้ยืนยันแนวทางการทำงานโดยยึดหลักมาตรการทางสังคมนำหน้ากฎหมาย ควบคู่ไปกับการพัฒนากลไกทางกฎหมายให้ทันสมัยเพื่อปิดช่องว่างที่มีอยู่ โดยกรุงเทพมหานครจะนำข้อเสนอทั้งหมดที่ได้จากการหารือร่วมกับคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปประสานงานและหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านกฎหมาย เพื่อนำไปสู่นโยบายและแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสร้างกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป

The post รองผู้ว่าฯ ศานนท์ นำทีมหารือ รศ.ดร.ปริญญา เร่งยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย ชูมาตรการสังคมแก้ปัญหากรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โอกาสทอง 3 วันต่อปี กทม. จับมือ คณะนิติฯ มธ. พายเรือเก็บขยะคลองแสนแสบ ฟื้นฟูสายน้ำช่วงสงกรานต์ https://thestandard.co/bangkok-thammasat-saen-saep-cleanup/ Wed, 15 Apr 2026 09:49:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1198184 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และคณะ พายเรือ SUP เก็บขยะคลองแสนแสบในเทศกาลสงกรานต์

ในช่วง 3 วันของเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 13–15 เมษายน […]

The post โอกาสทอง 3 วันต่อปี กทม. จับมือ คณะนิติฯ มธ. พายเรือเก็บขยะคลองแสนแสบ ฟื้นฟูสายน้ำช่วงสงกรานต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และคณะ พายเรือ SUP เก็บขยะคลองแสนแสบในเทศกาลสงกรานต์

ในช่วง 3 วันของเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 13–15 เมษายน ที่เรือโดยสารในคลองแสนแสบหยุดให้บริการ กลายเป็นโอกาสทองทางสิ่งแวดล้อมครั้งสำคัญ เมื่อกรุงเทพมหานครจับมือกับคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พลิกวิกฤตความพลุกพล่านของคลองสายหลักให้เป็นพื้นที่ฟื้นฟูสายน้ำ นำทีมนักพายลงลุยเก็บขยะ พร้อมชูประเด็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อหยุดยั้งการทิ้งขยะและปล่อยน้ำเสียลงสู่พื้นที่สาธารณะ

 

ปฏิบัติการพายเรือเก็บขยะคลองแสนแสบ ในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะปลุกจิตสำนึกในการรักษาลำคลองอย่างเป็นรูปธรรม นำโดย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. ที่มาร่วมลงพาย SUP Board ด้วยตนเองตลอดเส้นทาง

 

พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ที่พาคณาจารย์และนักศึกษากว่า 30 ชีวิต จากคณะนิติศาสตร์ มธ. ร่วมปฏิบัติภารกิจตั้งแต่บริเวณท่าเรือชิดลม ล่องไปจนถึงจุดสิ้นสุดที่ป้อมมหากาฬ

 

ชัชชาติแสดงความยินดีและขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเน้นย้ำว่า ภาพความสำเร็จในวันนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความร่วมมือร่วมใจอย่างแท้จริงระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคประชาชน ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และกระตุ้นจิตสำนึกในการดูแลรักษาแหล่งน้ำของชุมชน เพราะท้ายที่สุดแล้ว การสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนจนทำให้ลำคลองกลับมาสะอาดสวยงาม ย่อมส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของทุกคนและสร้างความน่าอยู่ให้กับเมืองของเราอย่างแท้จริง

 

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวได้ถูกผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนใน ‘วิชาบริการกฎหมายเพื่อสังคม’ ของทางคณะนิติศาสตร์ เป้าหมายหลักจึงพุ่งเป้าไปที่มิติทางกฎหมาย ทั้งการรณรงค์ สร้างความเข้าใจ และผลักดันการบังคับใช้กฎหมายเอาผิดผู้กระทำผิดที่ก่อมลพิษทางน้ำ ควบคู่ไปกับการปลุกพลังชุมชนเพื่อเชื่อมโยงคนรุ่นใหม่เข้ากับวิถีชีวิตคนริมคลอง

 

ตลอดเส้นทาง ทีมเก็บขยะได้แวะลงพื้นที่เพื่อพูดคุยและจัดเสวนาเรื่องการอนุรักษ์คลองแสนแสบร่วมกับชาวบ้านใน 2 จุดสำคัญ ได้แก่ ชุมชนบ้านครัวใต้ และชุมชนมัสยิดมหานาค หวังสร้างแนวร่วมการดูแลรักษาสายน้ำอย่างยั่งยืนในระดับฐานรากในช่วงท้ายของกิจกรรม

 

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และคณะ พายเรือ SUP เก็บขยะคลองแสนแสบในเทศกาลสงกรานต์ 1ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และคณะ พายเรือ SUP เก็บขยะคลองแสนแสบในเทศกาลสงกรานต์ 2ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และคณะ พายเรือ SUP เก็บขยะคลองแสนแสบในเทศกาลสงกรานต์ 3ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และคณะ พายเรือ SUP เก็บขยะคลองแสนแสบในเทศกาลสงกรานต์ 4ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และคณะ พายเรือ SUP เก็บขยะคลองแสนแสบในเทศกาลสงกรานต์ 5

The post โอกาสทอง 3 วันต่อปี กทม. จับมือ คณะนิติฯ มธ. พายเรือเก็บขยะคลองแสนแสบ ฟื้นฟูสายน้ำช่วงสงกรานต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. เปิดบ้านอิ่มใจ รับคนไร้บ้านเข้าพัก ชูโมเดล ‘6 อ’ พัฒนาพื้นที่ประปาแม้นศรีสู่ศูนย์ฟื้นฟูชีวิต https://thestandard.co/bma-opens-baan-im-jai/ Fri, 27 Feb 2026 02:43:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1182235 ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. เยี่ยมให้กำลังใจคนไร้บ้านในโครงการบ้านอิ่มใจ

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ศานนท์ หวังสร้างบุญ […]

The post กทม. เปิดบ้านอิ่มใจ รับคนไร้บ้านเข้าพัก ชูโมเดล ‘6 อ’ พัฒนาพื้นที่ประปาแม้นศรีสู่ศูนย์ฟื้นฟูชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. เยี่ยมให้กำลังใจคนไร้บ้านในโครงการบ้านอิ่มใจ

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจและพูดคุยกับกลุ่มคนไร้บ้านที่เดินทางมาลงทะเบียนเข้าพัก ณ บ้านอิ่มใจ บริเวณการประปาแม้นศรี (เดิม) แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ซึ่งเปิดให้บริการเข้าพักเป็นวันแรก โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและมีผู้ให้ความสนใจลงทะเบียนเข้าพักรวมกว่า 30 คน

 

โครงการบ้านอิ่มใจ ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมี ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธาน พร้อมประกาศเจตนารมณ์ในการยกระดับการดูแลคนไร้บ้าน ให้เป็นมากกว่าที่พักพิงชั่วคราว แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างโอกาสใหม่ในชีวิต

 

กรุงเทพมหานครได้พัฒนาพื้นที่บริเวณการประปาแม้นศรี (เดิม) ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยกว่า 44 ไร่ ใกล้ถนนราชดำเนิน อันเป็นจุดที่มีคนไร้บ้านอาศัยอยู่จำนวนมาก เพื่อดูแลทั้งมิติความปลอดภัยของประชาชนและการฟื้นฟูคุณภาพชีวิต โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่:

 

  • พื้นที่ 1: บ้านอิ่มใจ – ลานบ้านอิ่มใจ – ลานต้นไม้ ปรับปรุงอาคารให้สามารถรองรับการพักค้างคืนได้ประมาณ 200 คน พร้อมรวบรวมสวัสดิการพื้นฐานแบบครบวงจร เช่น บริการเครื่องซักผ้า ตัดผม ทำบัตรประชาชน ตรวจสุขภาพ ห้องพยาบาล และลานกิจกรรมอเนกประสงค์
  • พื้นที่ 2: อาคาร 6 ชั้น – ลานอาคารอนุรักษ์ พัฒนาภายใต้แนวคิดที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมืองและกลุ่มคนวัยทำงานเริ่มต้น
  • พื้นที่ 3: กลุ่มอาคารโบราณสถาน อนุรักษ์อาคารเดิมและปรับปรุงให้เป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับทุกคน

 

ในปีงบประมาณ 2569 กทม. ได้ดำเนินงานผ่านแนวคิด 6อ เพื่อการดูแลอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย

 

1. อาศัย – มีที่พักพิงที่ปลอดภัย

 

2. อาหาร – ได้รับประทานอาหารครบทุกมื้อ

 

3. อนามัย – ได้รับการดูแลสุขภาพและสิทธิการรักษาพยาบาล

 

4. อาภรณ์ – มีเครื่องนุ่งห่มและของใช้ที่จำเป็น

 

5. อาชีพ – ได้รับการฝึกทักษะเพื่อสร้างรายได้

 

6. ออมเงิน – ส่งเสริมการเก็บออมเพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคต

 

ทั้งนี้ สำนักพัฒนาสังคมได้มุ่งเน้นการฝึกอาชีพควบคู่ไปกับการส่งเสริมการออมเงิน เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือการให้กลุ่มคนไร้บ้านสามารถกลับไปพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

 

สำหรับการเปิดเข้าพัก สำนักพัฒนาสังคมได้ดำเนินการคัดกรอง จัดทำประวัติรายบุคคล และชี้แจงระเบียบการเข้าพักอย่างเป็นระบบ โดยผู้เข้าพักต้องมีคุณสมบัติ คือ อายุ 18 ปีขึ้นไป และสามารถช่วยเหลือตนเองได้ (หากมีโรคประจำตัว ต้องอยู่ในภาวะที่ควบคุมอาการได้) โดยแบ่งการดูแลออกเป็น 3 กลุ่มเป้าหมาย

 

1. กลุ่มฝึกอาชีพและทำงาน: สามารถเข้าพักได้ไม่เกิน 2 เดือน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

 

2. กลุ่มพักพิงชั่วคราว: พักฟรีได้ 7 คืนต่อเดือน (ไม่จำเป็นต้องติดต่อกัน) และส่งเสริมให้เกิดการออมเงินวันละ 50 บาท ตั้งแต่การเข้าพักคืนที่ 8 เป็นต้นไป

 

3. กลุ่มกรณีฉุกเฉินหรือเร่งด่วน: ให้คำปรึกษาและดูแลในเบื้องต้น ก่อนประสานส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เหมาะสม

 

กทม. มุ่งหวังให้การเปิดบ้านอิ่มใจ เป็นก้าวสำคัญในการดูแลคนไร้บ้านอย่างเป็นระบบ คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเป็นพื้นที่แห่งการมอบโอกาสให้ทุกคนสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นคง

 

ประชาชนที่สนใจสอบถามข้อมูล ยื่นความประสงค์เข้ารับการฝึกอาชีพ หรือขอรับสิทธิการเข้าพัก สามารถติดต่อได้ทุกวัน จันทร์-อาทิตย์ เวลา 08.30–20.00 น. ณ บ้านอิ่มใจ การประปาแม้นศรี (เดิม) โทร. 02-221-3255

The post กทม. เปิดบ้านอิ่มใจ รับคนไร้บ้านเข้าพัก ชูโมเดล ‘6 อ’ พัฒนาพื้นที่ประปาแม้นศรีสู่ศูนย์ฟื้นฟูชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภา กทม. ไฟเขียว ขยายเวลาโครงการระบบสารสนเทศการศึกษา หลังสะดุดปม TOR ไม่ครบ ส.ก. จี้ถาม กังวลฮั้วประมูล-ทำเด็กเสียโอกาส https://thestandard.co/bma-education-system-extension-tor/ Thu, 05 Feb 2026 04:33:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1173989 การประชุมสภา กทม. พิจารณาขยายเวลาโครงการระบบสารสนเทศการศึกษา

วานนี้ (4 กุมภาพันธ์) ที่ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อา […]

The post สภา กทม. ไฟเขียว ขยายเวลาโครงการระบบสารสนเทศการศึกษา หลังสะดุดปม TOR ไม่ครบ ส.ก. จี้ถาม กังวลฮั้วประมูล-ทำเด็กเสียโอกาส appeared first on THE STANDARD.

]]>
การประชุมสภา กทม. พิจารณาขยายเวลาโครงการระบบสารสนเทศการศึกษา

วานนี้ (4 กุมภาพันธ์) ที่ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 5) โดยมี วิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่ประธานการประชุม วาระสำคัญที่มีการพิจารณาคือ ญัตติขอความเห็นชอบขยายระยะเวลาการดำเนินการรายการผูกพัน โครงการปรับปรุงระบบสารสนเทศและเทคโนโลยีการจัดการศึกษา ซึ่งเสนอโดย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

 

ชัชชาติ ได้เสนอหลักการต่อที่ประชุมว่า โครงการดังกล่าวเดิมมีกำหนดระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี (ปีงบประมาณ 2568-2569) ด้วยวงเงินงบประมาณ 27,891,300 บาท และขณะนี้ได้ตัวผู้รับจ้างแล้วในวงเงิน 18,359,999 บาท แต่เนื่องจากกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเกิดความล่าช้า ทำให้ระยะเวลาดำเนินการที่เหลืออยู่ไม่เพียงพอที่จะบริหารสัญญาให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเดิม (300 วัน) จึงมีความจำเป็นต้องขออนุมัติจากสภาฯ เพื่อขยายระยะเวลาผูกพันโครงการออกไปเป็น 3 ปี คือตั้งแต่ปี 2568-2570 เพื่อให้สามารถลงนามในสัญญาและดำเนินโครงการต่อไปได้

 

นภาพล จีระกุล ส.ก. เขตบางกอกน้อย ได้ลุกขึ้นอภิปรายท้วงติงถึงความล่าช้าที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงเร็ว หากล่าช้าอาจทำให้ระบบตกรุ่น และสอบถามถึงสาเหตุที่แท้จริง ซึ่ง พิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ได้ชี้แจงว่า ความล่าช้าเกิดจากความผิดพลาดในการกำหนดขอบเขตของงาน (TOR) ในการประมูลครั้งแรกที่ไม่ครอบคลุมเนื้องานสำคัญ คือ ระบบดูแลและติดตามการใช้สารเสพติดในโรงเรียน” ทำให้ต้องยกเลิกการประกวดราคาและดำเนินการใหม่

 

คำชี้แจงดังกล่าวสร้างความกังวลให้แก่สมาชิกสภาฯ โดยนภาพล ได้ตั้งคำถามถึงความเสี่ยงในการถูกฟ้องร้องจากผู้ชนะการประมูลรอบแรก และความพร้อมในการลงนามสัญญาหากสภาฯ อนุมัติ ขณะที่ กิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ส.ก. เขตทุ่งครุ และ พุทธิพัชร์ ธันยาธรรมนนท์ ส.ก. เขตยานนาวา ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความโปร่งใส โดยเฉพาะประเด็นการจดทะเบียนกิจการร่วมค้าของผู้ยื่นซองประมูลที่เกิดขึ้นเพียง 1 วันก่อนยื่นซอง ว่าอาจมีเจตนาที่ไม่สุจริตหรือมีการฮั้วประมูลหรือไม่

 

ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ชี้แจงเพิ่มเติมถึงความจำเป็นของโครงการนี้ว่า ปัจจุบันครูในสังกัด กทม. ต้องแบกรับภาระงานเอกสารจำนวนมาก โดยเฉพาะการกรอกผลการประเมิน (ปพ.) ซึ่งระบบสารสนเทศนี้จะเข้ามาช่วยลดขั้นตอนและความซ้ำซ้อนดังกล่าว เพื่อคืนเวลาให้ครูได้ดูแลนักเรียนอย่างเต็มที่ ส่วนความผิดพลาดเรื่อง TOR ยอมรับว่าเป็นข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข แต่ยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดเป็นไปตามระเบียบกรมบัญชีกลาง

 

ทางด้าน ผอ.สำนักการศึกษา ยืนยันว่าขณะนี้พ้นระยะเวลาอุทธรณ์แล้ว หากสภาฯ ให้ความเห็นชอบ ก็สามารถลงนามในสัญญาเพื่อเริ่มงานได้ทันที

 

ในช่วงท้ายของการอภิปราย สมาชิกสภาฯ หลายท่าน อาทิ สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก. เขตจอมทอง และ เมธาวี ธารดำรงค์ ส.ก. เขตปทุมวัน ได้ฝากข้อสังเกตให้ฝ่ายบริหารมีความรอบคอบในการทำงานเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำซ้อนอันจะนำมาซึ่งความเสียหายและเสียโอกาสในการเรียนรู้ของนักเรียน

 

ภายหลังการอภิปรายอย่างกว้างขวาง ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครมีมติเห็นชอบ ให้ขยายระยะเวลาการดำเนินการรายการผูกพันโครงการปรับปรุงระบบสารสนเทศและเทคโนโลยีการจัดการศึกษา ตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเสนอ เพื่อให้โครงการสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้

The post สภา กทม. ไฟเขียว ขยายเวลาโครงการระบบสารสนเทศการศึกษา หลังสะดุดปม TOR ไม่ครบ ส.ก. จี้ถาม กังวลฮั้วประมูล-ทำเด็กเสียโอกาส appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. กางแผนปฏิรูปการศึกษา ปักหมุดปี 2574 ขออนุมัติตั้ง โรงเรียนนานาชาติสังกัด กทม. เต็มรูปแบบ https://thestandard.co/bma-education-reform-international-school/ Wed, 28 Jan 2026 07:53:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1170591 ภาพผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงแผนปฏิรูปการศึกษา และการจัดตั้งโรงเรียนนานาชาติสังกัดกรุงเทพมหานคร

วันนี้ (28 มกราคม) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประช […]

The post กทม. กางแผนปฏิรูปการศึกษา ปักหมุดปี 2574 ขออนุมัติตั้ง โรงเรียนนานาชาติสังกัด กทม. เต็มรูปแบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงแผนปฏิรูปการศึกษา และการจัดตั้งโรงเรียนนานาชาติสังกัดกรุงเทพมหานคร

วันนี้ (28 มกราคม) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 4) ที่ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) โดยมี วิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม วาระสำคัญที่มีการพิจารณาคือกระทู้ถามสดของ สุทธิชัย วีรกุลสุนทร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตจอมทอง เรื่อง ความคืบหน้าการยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาด้วยการเปิดการเรียนการสอนโรงเรียนนานาชาติในสังกัดกรุงเทพมหานคร

 

สุทธิชัย ได้ลุกขึ้นอภิปรายทวงถามความคืบหน้าจากฝ่ายบริหาร โดยระบุว่า ตนได้อภิปรายและผลักดันเรื่องงบประมาณเพื่อการนี้มาต่อเนื่องถึง 4 ปี แต่กลับยังไม่เห็นความชัดเจนที่เป็นรูปธรรมจากผู้บริหาร ทั้งที่กรุงเทพมหานครมีความพร้อมทั้งด้านงบประมาณและบุคลากรครู จึงขอเสนอให้มีการนำร่องโรงเรียนในสังกัด กทม. ยกระดับสู่มาตรฐานนานาชาติให้ได้อย่างน้อยเขตละ 1 แห่ง เพื่อรองรับความต้องการของประชากรที่มีความหลากหลายและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา แต่ปัญหาสำคัญขณะนี้อยู่ที่ความพร้อมและความกล้าตัดสินใจของผู้บริหารว่าจะเดินหน้าโครงการนี้อย่างจริงจังหรือไม่

 

ด้าน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลุกขึ้นชี้แจงในเบื้องต้นว่า กทม. ให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นลำดับต้นๆ แต่การพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงหลักสูตรจำเป็นต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่ามีความพร้อมสูงสุดทั้งในด้านบุคลากรครูและตัวของนักเรียนเอง

 

ขณะที่ ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ชี้แจงรายละเอียดแผนการดำเนินงานว่า การจัดทำหลักสูตรนานาชาติไม่ได้คำนึงถึงเพียงด้านวิชาการ แต่ต้องดูความพร้อมของสภาพแวดล้อมและครูผู้สอนด้วย โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา กทม. ได้ทำการศึกษาวิจัยเพื่อเตรียมความพร้อม และมีเป้าหมายที่จะสร้างโมเดลต้นแบบเพื่อขยายผลสร้างความเท่าเทียมให้กับโรงเรียนอื่นๆ ในอนาคต

 

สำหรับแผนการดำเนินงานล่าสุด กทม. ได้คัดเลือก โรงเรียนมหรรณพาราม เป็นโรงเรียนนำร่องต้นแบบ เนื่องจากมีความพร้อมพื้นฐานจากการเป็นโรงเรียนสองภาษา (Bilingual) และมีครูชาวต่างชาติทำการเรียนการสอนในทุกระดับชั้นอยู่แล้ว ซึ่งเอื้อต่อการปรับเปลี่ยนสู่หลักสูตรนานาชาติได้ทันที โดยในปีการศึกษา 2569 นี้ จะเริ่มกระบวนการเปิดรับสมัครนักเรียน และในช่วงปิดภาคเรียนจะจัดกิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษ (English Camp) เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนักเรียนต่างชาติผ่านระบบออนไลน์

 

ทั้งนี้ รองผู้ว่าฯ ศานนท์ ระบุไทม์ไลน์ที่ชัดเจนว่า ระหว่างปี 2570 – 2573 จะเริ่มเปิดการเรียนการสอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ตามลำดับ และในปี 2574 จะดำเนินการขออนุมัติจัดตั้งเป็นโรงเรียนหลักสูตรนานาชาติสังกัดกรุงเทพมหานครอย่างเต็มรูปแบบ ควบคู่ไปกับแผนการยกระดับทักษะภาษาอังกฤษให้กับบุคลากรครูในโรงเรียนสังกัด กทม. ทั้ง 437 แห่ง ให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้นไปพร้อมกัน

The post กทม. กางแผนปฏิรูปการศึกษา ปักหมุดปี 2574 ขออนุมัติตั้ง โรงเรียนนานาชาติสังกัด กทม. เต็มรูปแบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองผู้ว่าฯศานนท์ นำทีมจัดระเบียบสุขุมวิท ร่วมมือ พม. ลุยตรวจคนไร้บ้าน ‘นานา-เบญจสิริ’ ย้ำเน้นช่วยฝึกอาชีพ หากดื้อแพ่งดันพ้นพื้นที่ https://thestandard.co/deputy-governor-shanon-led-team/ Wed, 24 Dec 2025 03:10:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1157639 รองผู้ว่าฯศานนท์ นำทีมจัดระเบียบสุขุมวิท ร่วมมือ พม. ลุยตรวจคนไร้บ้าน ‘นานา-เบญจสิริ’ ย้ำเน้นช่วยฝึกอาชีพ หากดื้อแพ่งดันพ้นพื้นที่

วานนี้ (23 ธันวาคม) เวลา 22.00 น. ศานนท์ หวังสร้างบุญ ร […]

The post รองผู้ว่าฯศานนท์ นำทีมจัดระเบียบสุขุมวิท ร่วมมือ พม. ลุยตรวจคนไร้บ้าน ‘นานา-เบญจสิริ’ ย้ำเน้นช่วยฝึกอาชีพ หากดื้อแพ่งดันพ้นพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองผู้ว่าฯศานนท์ นำทีมจัดระเบียบสุขุมวิท ร่วมมือ พม. ลุยตรวจคนไร้บ้าน ‘นานา-เบญจสิริ’ ย้ำเน้นช่วยฝึกอาชีพ หากดื้อแพ่งดันพ้นพื้นที่

วานนี้ (23 ธันวาคม) เวลา 22.00 น. ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย สิทธิชัย อรัณยกานนท์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำกำลังเจ้าหน้าที่ กทม. สนธิกำลังร่วมกับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สถานีตำรวจนครบาลในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่เทศกิจ

 

ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยและจัดระเบียบคนไร้บ้านและขอทาน บริเวณถนนสุขุมวิท ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่สถานีรถไฟฟ้า BTS นานา ยาวไปจนถึงบริเวณหน้าสวนเบญจสิริ เขตคลองเตย

 

ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของกรุงเทพมหานครที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านอย่างยั่งยืน โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบบุคคลที่ใช้พื้นที่สาธารณะเป็นที่หลับนอน พร้อมดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้:

 

  • บันทึกประวัติ: ตรวจสอบและจัดทำฐานข้อมูลรายบุคคลเพื่อวางแผนช่วยเหลือระยะยาว
  • เสนอทางเลือก: ให้คำแนะนำสิทธิสวัสดิการภาครัฐ สอบถามความสมัครใจในการเข้าสู่ระบบบ้านพักพิง
  • สร้างอาชีพ: สอบถามความต้องการฝึกทักษะอาชีพ เพื่อส่งเสริมให้มีรายได้และกลับมาพึ่งพาตนเองได้

 

จากการลงพื้นที่พบว่า มีทั้งกลุ่มที่สมัครใจรับความช่วยเหลือและกลุ่มที่ปฏิเสธ สำหรับกรณีผู้ที่ไม่ประสงค์ขอรับการสงเคราะห์ เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ. 2557 ซึ่งแม้กฎหมายจะกำหนดให้ความช่วยเหลือต้องเป็นไปตามความสมัครใจ แต่เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาดในส่วนของการใช้พื้นที่สาธารณะ

 

โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการว่ากล่าวตักเตือนและขอความร่วมมือห้ามใช้พื้นที่สาธารณะเป็นที่พักอาศัย พร้อมทั้งดำเนินการผลักดันบุคคลดังกล่าวออกจากพื้นที่ทันที เพื่อคืนความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ใช้ทางเท้าในย่านเศรษฐกิจสำคัญอย่างสุขุมวิท

 

การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่าง กทม. และ พม. โดยมีสำนักงานเขตคลองเตย สำนักงานเขตวัฒนา และสำนักพัฒนาสังคม ร่วมปฏิบัติการ ซึ่งจะมีการนำยอดรายชื่อและข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่ไปขยายผลติดตามการช่วยเหลือต่อไป เพื่อให้การแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านในกรุงเทพมหานครเป็นไปอย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด

The post รองผู้ว่าฯศานนท์ นำทีมจัดระเบียบสุขุมวิท ร่วมมือ พม. ลุยตรวจคนไร้บ้าน ‘นานา-เบญจสิริ’ ย้ำเน้นช่วยฝึกอาชีพ หากดื้อแพ่งดันพ้นพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เริ่มแล้ว Awakening Bangkok 2025 เนรมิต 4 โซนพระนครด้วยแสงไฟ ภายใต้ธีม LOVEVERCITY https://thestandard.co/awakening-bangkok-2025-lovevercity/ Fri, 12 Dec 2025 02:25:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1153779 เริ่มแล้ว Awakening Bangkok 2025 เนรมิต 4 โซนพระนครด้วยแสงไฟ ภายใต้ธีม LOVEVERCITY

กรุงเทพมหานครเดินหน้าปลุกเมืองด้วยศิลปะและแสงสี เปิดตัว […]

The post เริ่มแล้ว Awakening Bangkok 2025 เนรมิต 4 โซนพระนครด้วยแสงไฟ ภายใต้ธีม LOVEVERCITY appeared first on THE STANDARD.

]]>
เริ่มแล้ว Awakening Bangkok 2025 เนรมิต 4 โซนพระนครด้วยแสงไฟ ภายใต้ธีม LOVEVERCITY

กรุงเทพมหานครเดินหน้าปลุกเมืองด้วยศิลปะและแสงสี เปิดตัวเทศกาล Awakening Bangkok 2025 ครั้งที่ 8 ปักหมุดย่านพระนคร ภายใต้แนวคิด LOVEVERCITY หวังกระตุ้นเศรษฐกิจกลางคืน (Night Time Economy) และสร้างแรงกระเพื่อมให้ชุมชน

 

วานนี้ (11 ธันวาคม) ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า กทม. ให้ความสำคัญกับเทศกาลนี้เสมือนหมุดหมายสำคัญที่จะช่วย ปลุก ย่านต่าง ๆ ให้ตื่นจากความหลับใหล

 

ทุกปีที่ Awakening Bangkok ไปเยือน จะทิ้งร่องรอยและสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดขึ้นในชุมชน ทำให้คนในพื้นที่เห็นโอกาสใหม่ ๆ และพบกับมิติที่แตกต่างไปจากชีวิตประจำวัน สำหรับปีนี้ เราเลือกกลับมาปลุกพลังในโซนคลองโอ่งอ่างและปากคลองตลาด เพื่อเชื่อมโยงชุมชนรายรอบที่ยังมีของดีซ่อนอยู่

 

รองผู้ว่าฯ กทม. ยังย้ำถึงวิสัยทัศน์ในอนาคตว่า หากเป็นไปได้ เราอยากให้ Awakening เกิดขึ้นต่อเนื่องและไปให้ครบทุกที่ในกรุงเทพฯ เพื่อปลุก Night Time Economy กระตุ้นเศรษฐกิจและสังคมในทุกช่วงเวลา กทม. ยินดีสนับสนุนให้ทุกย่านได้จัดกิจกรรมสร้างสรรค์เช่นนี้อย่างต่อเนื่อง

 

สำหรับเทศกาล Awakening Bangkok 2025 ในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 และถือเป็นครั้งที่ 3 ที่กลับมาเยือนย่านพระนคร โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 21 ธันวาคม 2568 ภายใต้ธีม LOVEVERCITY ที่สื่อถึง เมืองคือจุดเริ่มต้นของความรักในหลากหลายมิติ ผ่านผลงานศิลปกรรมไฟและดิจิทัลจำนวน 27 ชิ้นงาน ที่จะส่องสว่างทั่วพื้นที่ประวัติศาสตร์

 

งานในปีนี้ครอบคลุมพื้นที่ 4 โซนหลัก ได้แก่:

 

1. ย่านปากคลองตลาด (พื้นที่เดิม): จุดเช็กอินสำคัญที่ ปากคลองตลาด, ตลาดยอดพิมาน, ยอดพิมานริเวอร์วอล์ค และท่าเรือราชินี
2. ย่านสามยอด (พื้นที่เดิม): จัดแสดงศิลปะไฟในสวนรมณีนาถ
3. ย่านสะพานพุทธ (พื้นที่ใหม่): ไฮไลต์อยู่ที่ อาคารไปรษณียาคาร และสวนพระปกเกล้า
4. ย่านวังบูรพา (พื้นที่ใหม่): ครอบคลุม ดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า, คลองโอ่งอ่าง, โรงภาพยนตร์ควีนส์ และหอมปรุงคาเฟ่ บาย ใบห่อ

 

ทั้งนี้ งานดังกล่าวเกิดขึ้นจากความร่วมมือของภาคส่วนต่าง ๆ นำโดย พงศ์สิริ เหตระกูล ผู้อำนวยการเทศกาลฯ พร้อมด้วยพันธมิตร ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.), ดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า, Mitsubishi Electric และผู้ประกอบการในพื้นที่

 

ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมแผนที่ผลงานศิลปะแสงไฟผ่าน Google Maps ได้ที่ https://bit.ly/4opjxYR หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Facebook, Instagram และ TikTok: Awakening Festivals

 

เริ่มแล้ว Awakening Bangkok 2025 เนรมิต 4 โซนพระนครด้วยแสงไฟ ภายใต้ธีม LOVEVERCITY 1
เริ่มแล้ว Awakening Bangkok 2025 เนรมิต 4 โซนพระนครด้วยแสงไฟ ภายใต้ธีม LOVEVERCITY 2
เริ่มแล้ว Awakening Bangkok 2025 เนรมิต 4 โซนพระนครด้วยแสงไฟ ภายใต้ธีม LOVEVERCITY 3
เริ่มแล้ว Awakening Bangkok 2025 เนรมิต 4 โซนพระนครด้วยแสงไฟ ภายใต้ธีม LOVEVERCITY 4
เริ่มแล้ว Awakening Bangkok 2025 เนรมิต 4 โซนพระนครด้วยแสงไฟ ภายใต้ธีม LOVEVERCITY 5
เริ่มแล้ว Awakening Bangkok 2025 เนรมิต 4 โซนพระนครด้วยแสงไฟ ภายใต้ธีม LOVEVERCITY 6

The post เริ่มแล้ว Awakening Bangkok 2025 เนรมิต 4 โซนพระนครด้วยแสงไฟ ภายใต้ธีม LOVEVERCITY appeared first on THE STANDARD.

]]>
คิปโชเก้ ทิ้งรอยเท้าประวัติศาสตร์ที่สวนเบญจกิติ ก่อนลุยฮาล์ฟมาราธอน Amazing Thailand Marathon 2025 https://thestandard.co/kipchoge-history-at-benjakitti/ Sat, 29 Nov 2025 10:06:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1149589 คิปโชเก้ ทิ้งรอยเท้าประวัติศาสตร์ที่สวนเบญจกิติ ก่อนลุย ฮาล์ฟมาราธอน Amazing Thailand Marathon 2025

เอเลียด คิปโชเก้ ตำนานมาราธอนชาวเคนยา เจ้าของแชมป์เมเจอ […]

The post คิปโชเก้ ทิ้งรอยเท้าประวัติศาสตร์ที่สวนเบญจกิติ ก่อนลุยฮาล์ฟมาราธอน Amazing Thailand Marathon 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
คิปโชเก้ ทิ้งรอยเท้าประวัติศาสตร์ที่สวนเบญจกิติ ก่อนลุย ฮาล์ฟมาราธอน Amazing Thailand Marathon 2025

เอเลียด คิปโชเก้ ตำนานมาราธอนชาวเคนยา เจ้าของแชมป์เมเจอร์ 11 สมัย และทูตด้านการท่องเที่ยว กีฬา และวัฒนธรรมของประเทศไทย ร่วมกิจกรรม The Footprint Ceremony ณ สวนเบญจกิติ เพื่อบันทึกรอยเท้าเชิงสัญลักษณ์ก่อนลงวิ่ง ฮาล์ฟมาราธอน 21 กม. ในรายการ Amazing Thailand Marathon Bangkok 2025 Presented by Toyota ซึ่งมีนักวิ่งเข้าร่วมกว่า 48,000 คน

 

พิธีดังกล่าวจัดโดยกรุงเทพมหานคร โดยมี ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ ให้เกียรติร่วมงาน พร้อมด้วย บัวขาว บัญชาเมฆ นักมวยไทยระดับโลกที่มาร่วมเป็นทูตกีฬาด้วย

 

คิปโชเก้กล่าวถึงความหมายของการทิ้งรอยเท้าครั้งนี้ว่า “การได้ทิ้งรอยเท้าไว้ที่นี่ ไม่ได้หมายถึงรอยเท้าของนักวิ่งคนหนึ่งเท่านั้น แต่หมายถึงความตั้งใจที่จะส่งต่อความหวัง พลังบวก และแรงบันดาลใจให้แก่ทุกคน ผมเชื่อว่ากีฬาเปลี่ยนชีวิตได้ และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมมือกับประเทศไทยเพื่อสนับสนุนเยาวชนและสังคมผ่านการวิ่ง”

 

กิจกรรม ‘Footprint’ เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญระดับโลก Leave Your Footprint by NN Running ที่ต้องการสื่อว่า ทุกก้าวของนักวิ่งสามารถทิ้งรอยเท้าไว้บนโลกใบนี้ โดยไม่จำกัดว่าเป็นนักวิ่งอาชีพหรือสมัครเล่น และไม่ใช่การแข่งขัน แต่เป็นการสร้างความหมายให้การวิ่งทุกรูปแบบ

 

ทั้งนี้ การแข่งขัน Amazing Thailand Marathon Bangkok 2025 ซึ่งจัดปีที่ 8 จะมีขึ้นวันที่ 30 พฤศจิกายน 2025 เวลา 02.00 – 10.30 น. ปล่อยตัวที่ MBK Center และเข้าเส้นชัยที่ สนามหลวง โดยมีเป้าหมายผลักดันให้เป็น 1 ใน 10 มาราธอนระดับโลกที่จัดในเมืองหลวง

 

และปีนี้ยังถือเป็นโอกาสพิเศษ เมื่อ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณร่วมวิ่งประเภท ฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. เคียงข้างคิปโชเก้ และบัวขาว บัญชาเมฆ สร้างภาพประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญให้กับงานวิ่งระดับนานาชาติของประเทศไทย

 

คิปโชเก้ ทิ้งรอยเท้าประวัติศาสตร์ที่สวนเบญจกิติ ก่อนลุย ฮาล์ฟมาราธอน Amazing Thailand Marathon 2025 1คิปโชเก้ ทิ้งรอยเท้าประวัติศาสตร์ที่สวนเบญจกิติ ก่อนลุย ฮาล์ฟมาราธอน Amazing Thailand Marathon 2025 2คิปโชเก้ ทิ้งรอยเท้าประวัติศาสตร์ที่สวนเบญจกิติ ก่อนลุย ฮาล์ฟมาราธอน Amazing Thailand Marathon 2025 3คิปโชเก้ ทิ้งรอยเท้าประวัติศาสตร์ที่สวนเบญจกิติ ก่อนลุย ฮาล์ฟมาราธอน Amazing Thailand Marathon 2025 4คิปโชเก้ ทิ้งรอยเท้าประวัติศาสตร์ที่สวนเบญจกิติ ก่อนลุย ฮาล์ฟมาราธอน Amazing Thailand Marathon 2025 5

The post คิปโชเก้ ทิ้งรอยเท้าประวัติศาสตร์ที่สวนเบญจกิติ ก่อนลุยฮาล์ฟมาราธอน Amazing Thailand Marathon 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. ร่วม ยูนิเซฟ เปิดตัวหลักสูตรแกนกลาง ปฐมวัย ครั้งแรก ยกระดับมาตรฐานศูนย์เด็กก่อนวัยเรียน 259 แห่ง https://thestandard.co/bangkok-unicef-curriculum-launch/ Thu, 13 Nov 2025 09:42:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1142982 กทม. ร่วม ยูนิเซฟ เปิดตัว หลักสูตรแกนกลาง ปฐมวัย ครั้งแรก ยกระดับ มาตรฐานศูนย์เด็กก่อนวัยเรียน 259 แห่ง

วันนี้ (13 พฤศจิกายน) ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาช […]

The post กทม. ร่วม ยูนิเซฟ เปิดตัวหลักสูตรแกนกลาง ปฐมวัย ครั้งแรก ยกระดับมาตรฐานศูนย์เด็กก่อนวัยเรียน 259 แห่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. ร่วม ยูนิเซฟ เปิดตัว หลักสูตรแกนกลาง ปฐมวัย ครั้งแรก ยกระดับ มาตรฐานศูนย์เด็กก่อนวัยเรียน 259 แห่ง

วันนี้ (13 พฤศจิกายน) ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ เซเวอรีน ลีโอนาดิ รักษาการผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ได้ร่วมกันแถลงข่าวความร่วมมือในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยของศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนกรุงเทพมหานคร พร้อมเปิดตัวเว็บไซต์แผนการจัดการเรียนรู้ฯ อย่างเป็นทางการที่ https://learning.bangkok.go.th/ecdplan/

 

รองผู้ว่าฯ ศานนท์ กล่าวว่า กทม. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย ตามนโยบาย เรียนดี เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เด็กเล็กก่อนวัยเรียนอายุ 2 – 6 ปี การมีแผนการจัดการเรียนรู้ที่เป็น แกนกลาง จะช่วยให้เด็กได้รับการพัฒนาอย่างสมวัย เป็นระบบ และเตรียมความพร้อมสู่ระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ทั้งยังเป็นเครื่องมือสำคัญให้อาสาสมัครผู้ดูแลเด็กสามารถนำไปปรับใช้ในบริบทของแต่ละพื้นที่ได้

 

แผนการจัดการเรียนรู้ฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสำนักพัฒนาสังคม กทม. และองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ภายใต้แผนความร่วมมือระยะเวลา 5 ปี โดยมีผู้แทนอาสาสมัครผู้ดูแลเด็กจากศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนต้นแบบ 12 แห่ง เข้าร่วมจัดทำและได้รับเกียรติบัตรในวันนี้ด้วย

 

เซเวอรีน ลีโอนาดิ แสดงความยินดีและภูมิใจที่ได้ทำงานร่วมกับ กทม. โดยระบุว่า ความสำเร็จนี้จะเป็นแรงบันดาลใจและแสงสว่าง ให้กับอีกหลายหน่วยงานและจังหวัดทั่วประเทศ ในการลงทุนด้านเด็กปฐมวัย โดยเน้นนโยบายที่คิดถึงผู้ที่อยู่ในห้องเรียนจริงคือครูและเด็ก
แผนการจัดการเรียนรู้ฯ ที่เผยแพร่นี้ ประกอบด้วย 4 สาระการเรียนรู้ และจำแนกเป็นแผนรายกิจกรรมสำหรับช่วงอายุ 2 – 6 ปี ที่สำคัญคือยังครอบคลุมแนวการศึกษาปฐมวัยสำหรับศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนที่มีจุดเน้นเฉพาะ 5 แนวการศึกษา ได้แก่ วอลดอร์ฟ, ไฮสโคป, วิถีพุทธ, วิถีอิสลาม และ มอนเตสซอรี

 

รองผู้ว่าฯ ศานนท์ ย้ำว่า แม้แผนการเรียนรู้ฯ จะเกิดขึ้นแล้ว แต่งานยังไม่จบ โดย กทม. จะนำไปขยายผลต่อให้ ครอบคลุมศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนทั้ง 259 แห่ง และเตรียมจัดกิจกรรมอบรมให้อาสาสมัครผู้ดูแลเด็กในเดือนธันวาคม 2568 เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและนำไปประยุกต์ใช้ พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า

 

“นับเป็นครั้งแรกที่ กทม. มีแผนการจัดการเรียนรู้ฯ กลาง… งานเรายังไม่จบ ยังมีอีกกว่าสองร้อยศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ที่เราต้องเดินหน้ายกระดับการสอนต่อ วางกลไกให้ทุกศูนย์ฯ มีมาตรฐานเท่ากันหรือมากยิ่งขึ้นไปอีก และให้ทุกศูนย์ฯ ดีที่สุดเพื่อดูแลเด็กเล็กของกรุงเทพมหานคร”

 

ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ กทม. ในการสร้าง ทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ ให้มีพัฒนาการเหมาะสมตามวัย และเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติต่อไป

The post กทม. ร่วม ยูนิเซฟ เปิดตัวหลักสูตรแกนกลาง ปฐมวัย ครั้งแรก ยกระดับมาตรฐานศูนย์เด็กก่อนวัยเรียน 259 แห่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สร้างระบบที่ ‘โกงยาก’ และโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล: ทางออกแก้คอร์รัปชันประเทศไทย https://thestandard.co/anti-corruption-data-systems/ Fri, 07 Nov 2025 11:38:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1140797 สร้างระบบที่ ‘โกงยาก’ และโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล: ทางออกแก้คอร์รัปชัน ประเทศไทย

เวที The Trust Blueprint: Designing Integrity for Thail […]

The post สร้างระบบที่ ‘โกงยาก’ และโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล: ทางออกแก้คอร์รัปชันประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สร้างระบบที่ ‘โกงยาก’ และโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล: ทางออกแก้คอร์รัปชัน ประเทศไทย

เวที The Trust Blueprint: Designing Integrity for Thailand’s Future พิมพ์เขียวแห่งความเชื่อมั่น ออกแบบอนาคตไทยไร้คอร์รัปชัน ในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2025 ‘นครินทร์ วนกิจไพบูลย์’ ชวนวงสนทนาตั้งคำถามถึงการแก้ปัญหาคอร์รัปชันในประเทศไทยที่ยังไม่ไปไหน เพราะติดอยู่กับรูปแบบของการ ‘ล่าคนผิด’

 

วิทยากรทั้ง 3 ท่าน ร่วมกันชวนคิดและหาคำตอบว่า เหตุใดการเปลี่ยนระบบคิดจากการ ‘จับโกง’ มาเป็นการออกแบบระบบที่ ‘ไม่เปิดช่องให้โกง’ จะสามารถเปลี่ยนสถานการณ์คอร์รัปชันของไทยได้จริงหรือไม่

 

Integrity By Design ควบคู่หลักนิติธรรม

 

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ประธานกรรมการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ตั้งคำถามกับระบบว่า เรากำลังอยู่ในระบบแบบไหนที่คนโกงอยู่รอดได้เป็น 10 ปีไม่ถูกลงโทษ องค์กรตรวจสอบไม่เคยตรวจสอบได้จริงจัง พร้อมชี้ว่า พื้นฐานสำคัญคือต้องออกแบบระบบให้โกงได้ยาก หรือ Integrity By Design

 

ดร.กิตติพงษ์ยกตัวอย่างของแนวคิด Open Government ในปี 2008 ของ บารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา โดยออกกฎหมายเน้นการเปิดเผยข้อมูลเป็นหลัก และเป็นข้อมูลที่ระบบสามารถอ่านได้ ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ซึ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากขึ้น หากเรามีโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่เชื่อมโยง เข้าถึงได้ง่าย ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ เป็นสิ่งสำคัญ

 

เขายังทิ้งท้ายว่า แม้เรื่องนี้ยังไม่มีเจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจน แต่ก็มีหลายฝ่ายพยายามทำ และน่าจะต่อยอดได้หากมีการส่งเสริมอย่างเป็นระบบ แต่เรื่องใหญ่จริงคือ หลักนิติธรรม ควรเป็นโครงสร้างพื้นฐานของทุกเรื่อง หากหลักนิติธรรมไม่สมบูรณ์ ประชาธิปไตยก็อยู่ได้ยาก หากประชาธิปไตยมีธรรมาภิบาล ก็จะมีเขี้ยวเล็บไว้ป้องกันการทุจริต เรื่องเหล่านี้ต้องมองไปด้วยกันโดยไม่แยกส่วน

 

เปิดเผย-เชื่อมโยงข้อมูล หัวใจสำคัญปราบทุจริต

 

ขณะที่ รศ. ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค ผู้อำนวยการศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชัน และส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค (KRAC) ให้ความเห็นว่า ความสำคัญของการออกแบบระบบซื่อสัตย์ แทนการไล่จับคนโกง เหตุผลสำคัญคือการขาดข้อมูลที่ชัดเจน ปัจจุบันฐานข้อมูลในไทยที่มีอยู่ประมาณ 25 หน่วยงาน ยังคงกระจัดกระจาย เช่น ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างในกรมบัญชีกลาง ที่ยังไม่โยงไปถึงกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือปัญหาเกี่ยวกับมูลนิธิที่มีความเสี่ยงเป็นแหล่งฟอกเงิน แต่หากขาดการเชื่อมโยงก็ไม่เห็นภาพ ทุกวันนี้ข้อมูลเข้าถึงยาก ไม่อัปเดต ตรวจสอบย้อนหลังไม่ได้

 

เขามอบข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย โดยเน้นถึงการเปิดเผยข้อมูลว่า ใครคือเจ้าของกิจการหรือผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริงของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ หรือบริษัทต่างๆ ในเมื่อข้อมูลส่วนนี้ไม่เชื่อมโยงกัน จึงเกิดปรากฏการณ์ ‘สีเทา’ เช่นทุกวันนี้ หากเชื่อมโยงข้อมูลส่วนนี้ได้ จะเห็นว่าใครเป็นเจ้าของแท้จริงที่เป็นผู้ถือเงิน ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายประเทศใน Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD) ให้ความสำคัญ

 

ระบบควรเอื้อให้การทำดีง่ายกว่าการโกง

 

ด้าน ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะหน่วยงานภาครัฐ เปิดเผยว่า กทม. ได้แบ่งขั้นตอนออกเป็น การตรวจสอบ ที่ได้ตั้งหน่วยงานกลางเพื่อรับร้องเรียน เพิ่มระบบติดตาม และทำงานร่วมกับ 3 ป. (ป.ป.ช., ปปท. และ ปปป.)

 

นอกจากนี้ ยังได้แก้ปัญหาเรื่องการบริการประชาชน โดยปรับเป็นบริการและการจ่ายเงินออนไลน์มากขึ้น เพื่อลดการใช้ดุลยพินิจหรือใช้เงินสด ส่วนปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง กทม. ได้เปิดเผยข้อมูลมากขึ้น มีผู้ช่วยตรวจสอบและเชื่อมโยง เปรียบเทียบราคากับกรมบัญชีกลาง อีกทั้ง กทม. ยังเป็นหน่วยงานรัฐเดียวในไทยที่ทำงานร่วมกับ Open Contracting Data Standard (OCDS) ท้ายสุดคือปัญหาการเรียกรับ โดยการนำหาบเร่เข้าระบบที่ทำร่วมกับธนาคารกรุงไทย เพื่อลดการเรียกเก็บโดยเทศกิจ

 

ศานนท์ยกตัวอย่างกรณีของ กทม. ที่ใช้งบประมาณยาก ความแข็งตัวของระบบเช่นนี้ได้ทำให้เกิดการทุจริต เพื่ออำนวยความสะดวกบางอย่าง ตลอดจนกรณีการทำราคากลางของลู่วิ่งตามนโยบายของผู้ว่าฯ กทม. สะท้อนว่า หัวใจสำคัญคือ ต้องทำระบบให้การทำสิ่งที่ถูกต้องง่ายกว่าการทำสิ่งที่ผิด

The post สร้างระบบที่ ‘โกงยาก’ และโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล: ทางออกแก้คอร์รัปชันประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองผู้ว่าฯกทม. ย้ำแนวทางโรงเรียนสังกัด กทม. จัดกิจกรรมช่วงถวายความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง ยืนยัน กีฬาสี-ลอยกระทง ยังมีได้ตามเดิม https://thestandard.co/bkk-school-events-confirmed/ Wed, 29 Oct 2025 03:35:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1136753 รองผู้ว่าฯกทม. ย้ำแนวทางโรงเรียนสังกัด กทม. จัดกิจกรรมช่วงถวายความอาลัย สมเด็จพระพันปีหลวง ยืนยัน กีฬาสี-ลอยกระทง ยังมีได้ตามเดิม

จากกรณีที่มีคำถามและความกังวลจากผู้ปกครองและโรงเรียนจำน […]

The post รองผู้ว่าฯกทม. ย้ำแนวทางโรงเรียนสังกัด กทม. จัดกิจกรรมช่วงถวายความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง ยืนยัน กีฬาสี-ลอยกระทง ยังมีได้ตามเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองผู้ว่าฯกทม. ย้ำแนวทางโรงเรียนสังกัด กทม. จัดกิจกรรมช่วงถวายความอาลัย สมเด็จพระพันปีหลวง ยืนยัน กีฬาสี-ลอยกระทง ยังมีได้ตามเดิม

จากกรณีที่มีคำถามและความกังวลจากผู้ปกครองและโรงเรียนจำนวนมาก ภายหลังการประกาศแนวทางปฏิบัติของสถานศึกษาในช่วงการถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

 

วานนี้ (28 ตุลาคม) ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘หวังสร้างเมือง’ เพื่อเน้นย้ำและสร้างความชัดเจนในแนวทางปฏิบัติสำหรับโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ดังนี้

 

1. กิจกรรมกีฬาสี-งานประเพณี ยังคงมีตามเดิม จัดในรูปแบบเหมาะสม
ศานนท์ ยืนยันว่า กิจกรรมกีฬาสีและงานประเพณีต่าง ๆ เช่น งานลอยกระทง งานปีใหม่ ยังคงสามารถจัดได้ตามปกติ โดยให้จัดในรูปแบบที่เหมาะสมกับกาลเทศะ เน้นย้ำว่ากิจกรรมเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยสร้างพัฒนาการรอบด้านให้แก่เด็ก ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และการทำงานเป็นทีม อย่างไรก็ตาม หากโรงเรียนใดมีความจำเป็นต้องยกเลิกกิจกรรม ให้แจ้งมายังส่วนกลางโดยตรง

 

2. เน้นบูรณาการการเรียนรู้พระราชกรณียกิจ ไม่เน้นกิจกรรมขนาดใหญ่
สำหรับการเรียนรู้พระราชกรณียกิจ ได้เน้นย้ำให้โรงเรียนใช้วิธีบูรณาการ เข้ากับการเรียนรู้ในรายวิชาต่าง ๆ เช่น ภาษา ประวัติศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรม เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้และเกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง มากกว่าการจัดนิทรรศการหรือกิจกรรมขนาดใหญ่ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างสมพระเกียรติและเกิดคุณค่าต่อตัวเด็กอย่างแท้จริง

 

3. ทุกกิจกรรมยึดหลักเหมาะสมตามวัย และ ไม่เพิ่มภาระครู
รองผู้ว่าฯ ศานนท์ ได้เน้นย้ำถึงหลักการสำคัญว่า ทุกกิจกรรมจะต้องอยู่ภายใต้หลัก เหมาะสมตามวัย และ เหมาะสมกับช่วงเวลา โดยให้เน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงและที่สำคัญคือ จะต้องไม่เป็นการเพิ่มภาระงานให้กับคุณครู

 

ศานนท์ กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า การเรียนรู้ที่ดีสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกกิจกรรม ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน

The post รองผู้ว่าฯกทม. ย้ำแนวทางโรงเรียนสังกัด กทม. จัดกิจกรรมช่วงถวายความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง ยืนยัน กีฬาสี-ลอยกระทง ยังมีได้ตามเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม.-กกท. ผนึกกำลังเตรียมความพร้อมเจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ผุด ‘กรีน ซีเกมส์’ สร้างบรรยากาศมหกรรมกีฬา https://thestandard.co/bma-sat-sea-games-2025-preparation/ Fri, 19 Sep 2025 02:05:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1120501 bma-sat-sea-games-2025-preparation

วานนี้ (18 กันยายน) ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร กรุงเทพ […]

The post กทม.-กกท. ผนึกกำลังเตรียมความพร้อมเจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ผุด ‘กรีน ซีเกมส์’ สร้างบรรยากาศมหกรรมกีฬา appeared first on THE STANDARD.

]]>
bma-sat-sea-games-2025-preparation

วานนี้ (18 กันยายน) ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานครและการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ร่วมหารือแนวทางการประชาสัมพันธ์การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ. 2568 โดยมี ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. เป็นประธานร่วมกัน 

 

รองผู้ว่าฯ ศานนท์ กล่าวว่า กทม. ยินดีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในฐานะเจ้าภาพร่วม โดยได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การปรับปรุงพื้นที่สนามหลวง การเร่งปรับปรุงสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ทั้งอาคารกีฬาเวสน์ 1 และ 2 สำหรับใช้เป็นสนามแข่งขัน และการจัดเตรียมงานด้านการประชาสัมพันธ์และตกแต่งเมือง

 

ทั้งนี้ กทม. ได้เตรียมแผนตกแต่งเมืองเพื่อสร้างบรรยากาศของมหกรรมกีฬาให้ประชาชนได้สัมผัสอย่างเต็มที่ 

 

รวมถึงพร้อมสนับสนุนงานอื่น ๆ เช่น การรับสมัครอาสาสมัคร การประดับตกแต่งสถานที่สำคัญ และการส่งเสริมแนวคิด Green ซีเกมส์ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

ด้าน ดร.ก้องศักด เปิดเผยแผนความร่วมมือ โดยขอให้ กทม. ร่วมสื่อสารข้อมูลข่าวสารซีเกมส์ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างสองหน่วยงาน นอกจากนี้ ยังได้ขอความอนุเคราะห์จาก กทม. ในการเผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น ป้ายดิจิทัล หรือธงตามเส้นทางสำคัญ รวมถึงแลนด์มาร์กและสถานีรถไฟฟ้า

 

นอกจากนี้ ผู้ว่าการ กกท. ยังให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้ในกลุ่มเยาวชน โดยขอให้ กทม. ช่วยประชาสัมพันธ์ผ่านโรงเรียนในสังกัด เครือข่าย และชุมชน ซึ่ง กทม. มีช่องทางเข้าถึงได้มากกว่า กกท.

 

สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม. ได้นำเสนอแผนการดำเนินงาน 3 ช่วง ได้แก่

 

  • ช่วงก่อนการแข่งขัน (ก.ค.-พ.ย. 68): เน้นสร้างการรับรู้และความพร้อม
  • ช่วงระหว่างการแข่งขัน (ธ.ค. 68): ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและนำเสนอภาพลักษณ์เชิงบวก
  • ช่วงหลังการแข่งขัน (ธ.ค. 68 – ม.ค. 69): สรุปผลงานและสร้างความภาคภูมิใจ

 

กกท. ได้นำเสนอแผนการประชาสัมพันธ์สำหรับซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ โดยมีเป้าหมายสร้างกระแสการรับรู้และความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าภาพของประเทศไทย แผนงานประกอบด้วยกิจกรรมหลากหลาย 

 

เช่น กิจกรรม Road Show และ Troop Caravan ใน 4 จังหวัดเจ้าภาพ การขึ้นป้ายประชาสัมพันธ์นอกสถานที่ และการใช้สื่อดิจิทัล รวมถึงเชิญอินฟลูเอนเซอร์ด้านกีฬามาสร้างสรรค์เนื้อหาเพื่อกระตุ้นให้คนไทยร่วมเชียร์นักกีฬา

 

การประชุมในครั้งนี้มีผู้บริหารจากสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักการโยธา สำนักงานประชาสัมพันธ์ รวมถึงโฆษกของ กทม. เอกวรัญญู อัมระปาล เข้าร่วมด้วย

The post กทม.-กกท. ผนึกกำลังเตรียมความพร้อมเจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ผุด ‘กรีน ซีเกมส์’ สร้างบรรยากาศมหกรรมกีฬา appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ศานนท์’ ย้ำ กทม.มีที่พอสำหรับเด็กไทยทุกคน ยืนยันรับเด็กต่างชาติเข้าเรียนช่วยแก้ปัญหาแรงงานเถื่อน-ลดอาชญากรรม https://thestandard.co/sanon-bma-foreign-students/ Tue, 02 Sep 2025 01:19:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1114318 sanon-bma-foreign-students

วานนี้ (1 กันยายน) ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการก […]

The post ‘ศานนท์’ ย้ำ กทม.มีที่พอสำหรับเด็กไทยทุกคน ยืนยันรับเด็กต่างชาติเข้าเรียนช่วยแก้ปัญหาแรงงานเถื่อน-ลดอาชญากรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
sanon-bma-foreign-students

วานนี้ (1 กันยายน) ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความถึงกรณีการจัดการดูแลเด็กต่างชาติในระบบการศึกษาของประเทศไทย ผ่านเฟซบุ๊ก ‘หวังสร้างเมือง’

 

โดยระบุว่า “จากข่าวเรื่องการจับกุมเด็กนักเรียนกัมพูชาวัย 13 ปีเมื่อสัปดาห์ก่อน และข่าววันก่อนที่ กทม.โพสต์เรื่องนโยบายเรื่องการเปิดโอกาสทางการศึกษา นอกจากความเห็นที่แตกต่างกันมากในโลกออนไลน์แล้ว ผมยังได้รับข้อความจากครูว่าที่โรงเรียนเริ่มถูกข่มขู่จากคนที่เห็นต่างไม่อยากให้เด็กต่างชาติเข้าเรียน มีผู้บริหารโรงเรียนบางคนก็ไม่เห็นด้วย และเริ่มเกิดความสับสนกันไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร

 

ผมเลยอยากมาโพสต์ข้อความนี้ เพื่อย้ำถึงเจตนารมณ์ และเพื่อสื่อสารกับทุกโรงเรียนและครูในสังกัด กทม.ถึงวัตถุประสงค์ของนโยบายนี้อีกครั้ง และเพื่อตอบข้อสงสัยที่คนถามมาเยอะๆครับ

 

  1. เด็กไทยเป็น Priority อยู่และโรงเรียนเรามีเพียงพอรองรับสำหรับทุกคนครับ 

กทม.มีโรงเรียนทั้งหมด 437 โรงเรียน ส่วนใหญ่เป็นอนุบาลและประถม รองรับเด็กได้เกือบ 300,000 คน ปัจจุบันมีเด็กเรียนอยู่ 256,703 คน ยังมีที่เพียงพอสำหรับเด็กไทยทุกคนครับ มากกว่านั้นเรายังมีนโยบายที่ลดอายุการรับเข้าการศึกษาลงที่ 3 ขวบเพื่อดึงเด็กในช่วงที่พัฒนาการสูงสุด (0-5 ขวบ) เข้ามาในระบบการศึกษาให้เร็วขึ้นและดีขึ้นอีกด้วย ยังมีที่เพียงพอสำหรับทุกคนครับ

 

  1. การรับเด็กต่างชาติที่อาศัยในไทย ช่วยทำให้ผู้ปกครองขึ้นทะเบียนถูกกฎหมายเพราะทุกครั้งที่รับเข้าเรียน โรงเรียนต้องตรวจใบอนุญาตทำงาน พาสปอร์ต และเอกสารยืนยันตัวตน สิ่งนี้ทำให้ครอบครัวต่างชาติหลายครอบครัวเข้าสู่ระบบที่ถูกต้องครับ

 

  1. หลายเคสที่เป็นผู้ลี้ภัยหรือเด็กไร้สัญชาติ เราทำงานร่วมกับ UNICEF

เพื่อดูแลไม่ให้เด็กถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และย้ำอีกครั้งว่า เรามีโรงเรียนเพียงพอสำหรับเด็กไทย การเปิดรับตรงนี้คือการเปิดห้องเรียนที่ทำได้ ไม่รบกวนทรัพยากรของเด็กไทยครับ 

 

  1. การทำให้ทุกคนได้รับการศึกษา ไม่ใช่การช่วยเหลือ “เขา” อย่างเดียว แต่คือการช่วย “เรา” ด้วยครับเหมือนที่ครูประไพจากศูนย์เมอร์ซี่คลองเตยเคยเล่าไว้ว่า เมื่อเด็ก ๆ ได้เรียนหนังสือ ปัญหาอาชญากรรมลดลง สังคมก็สงบขึ้น ครอบครัวก็แข็งแรงขึ้น พวกนี้ไม่ใช่การช่วยเหลือเขาคนเดียว แต่ช่วยเหลือเรา สังคมดีขึ้น ทุกคนก็ดีขึ้นไปด้วย เป็นการเสียทรัพยากรเพื่อให้การศึกษา ดีกว่าเสียงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมต่างๆในอนาคต

 

  1. มากกว่าเด็กต่างชาติ เรายังดูแลเด็กความต้องการพิเศษ (พิการ) ด้วย

ตอนนี้เรามีเด็กพิการกว่า 5,000 คนในโรงเรียน กทม. และกำลังขยายการรองรับให้มากขึ้น ทั้งเพิ่มโรงเรียนสำหรับการศึกษาพิเศษ เติมครูที่จบด้านการศึกษาพิเศษ และจัดหาพี่เลี้ยงเพื่อดูแลเด็กอย่างเหมาะสมครับ

 

  1. ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้กฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน

ตามมติคณะรัฐมนตรี 5 ก.ค. 2548 และประกาศกระทรวงศึกษาธิการ 31 ต.ค. 2562 ที่กำหนดไว้ชัดเจนว่า เด็กทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะมีสัญชาติหรือไม่ ต้องได้รับสิทธิในการศึกษาอย่างเท่าเทียมครับ

 

Next step:  เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กรุงเทพฯ ประกาศเจตนารมณ์เป็น เมืองสิทธิมนุษยชน (Human Rights City) ร่วมกับกรรมการสิทธิมนุษยชนและสหประชาชาติ ผมเลยขอถือโอกาสนี้ ชวนสหประชาชาติและกรรมการสิทธิมนุษยชน มาช่วยกันให้ความรู้ และให้แนวทางกับครูโรงเรียน กทม. เรื่องสิทธิ และย้ำถึงความสำคัญของเรื่องนี้กัน ทำให้ครูรู้วิธีในการตอบโต้กับสิ่งที่เกิดขึ้น มีแนวทางการจัดการความขัดแย้งในโรงเรียน การทำให้ทุกคนได้รับการศึกษา ไม่ใช่การช่วยเหลือ “เขา” อย่างเดียว แต่คือการช่วย “เรา” ด้วยครับ 

 

สังคมรอด ลูกเราถึงรอด ครับ”

อ้างอิง :

The post ‘ศานนท์’ ย้ำ กทม.มีที่พอสำหรับเด็กไทยทุกคน ยืนยันรับเด็กต่างชาติเข้าเรียนช่วยแก้ปัญหาแรงงานเถื่อน-ลดอาชญากรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองผู้ว่าฯ ศานนท์ แจงปมงบฯ ห้องเรียนอนุบาล ไม่ได้เกินจริง แต่เปิดเพิ่ม ขยายโอกาสรับเด็กเล็กนอกระบบการศึกษา https://thestandard.co/sanon-clarifies-pre-school-budget/ Wed, 06 Aug 2025 06:29:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1104304

วันนี้ (6 สิงหาคม) ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการก […]

The post รองผู้ว่าฯ ศานนท์ แจงปมงบฯ ห้องเรียนอนุบาล ไม่ได้เกินจริง แต่เปิดเพิ่ม ขยายโอกาสรับเด็กเล็กนอกระบบการศึกษา appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (6 สิงหาคม) ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงประเด็นที่กล่าวถึงโครงการปรับปรุงกายภาพห้องเรียนอนุบาลต้นแบบของสำนักการศึกษา ที่มีการของบประมาณปรับปรุงห้องเรียนในจำนวนห้องที่มากกว่าห้องเรียนที่มีอยู่ ภายหลังเข้าร่วมรับฟังกิจกรรม Hack งบกรุงเทพฯ 69 ที่ ห้องประชุม B1-1 อาคารรัฐสภา เขตดุสิต เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2568

 

รองผู้ว่าฯ ศานนท์ กล่าวว่า ประเด็นกล่าวหาเรื่องการของบประมาณปรับปรุงห้องเรียนอนุบาลที่ยังไม่มีอยู่จริงนั้น จากนโยบายของกรุงเทพมหานคร เราทราบว่ามีเด็กเล็กที่อยู่นอกระบบการศึกษาถึง 3 ใน 4 ซึ่งสิ่งที่ทำได้ในสัดส่วนของเรามี 2 ส่วน คือ โรงเรียนสังกัด กทม. และศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน

 

แต่ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนนั้นอยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา เป็นการกระจายอำนาจให้แก่ชุมชน การนำงบประมาณไปลงก็เป็นเรื่องยาก แต่โรงเรียนสังกัด กทม. อยู่ภายใต้งบประมาณที่เราทำได้ จึงเปิดห้องเรียน 3 ขวบ คือขยายชั้นเรียนเพิ่ม จากเดิมระดับอนุบาล 1-2 เป็นระดับอนุบาล 1-3 รองรับเด็กอายุ 3-5 ปี เป็นการเอาเด็กเข้าสู่ระบบมากขึ้น

 

ต่อข้อคำถามที่ว่าเหตุใดงบประมาณห้องเรียนปี 2568 ไม่เท่าปี 2569 ให้ย้อนไปดูเพราะงบประมาณปี 2568 ก็ไม่เท่าปี 2567 เพราะเราเปิดห้องเรียนเพิ่ม โดย กทม.มีแผนเปิดห้องเรียนอนุบาลเพิ่มทุกปี เพราะยังมีเด็กเล็กอยู่นอกระบบอีกจำนวนมาก ปี 2567 เราเปิดเพิ่ม 191 โรงเรียน ปี 2568 เพิ่มเป็น 312 และปี 2569 ตั้งเป้าเปิดเพิ่มถึง 400 โรงเรียน เช่น โรงเรียนสามเสนนอก ปีนี้เพิ่มจาก 19 เป็น 21 ห้อง

 

“ห้องเรียนอนุบาลที่กล่าวหาว่าไม่มีอยู่จริงนั้น แท้จริงแล้วคือ เราเปิดห้องเรียนเพิ่ม ส่วนที่กล่าวว่าได้ลงพื้นที่สำรวจโรงเรียนแล้วไม่เห็นว่ามีห้องเลย เพราะห้องที่โรงเรียนทุกห้องถูกใช้งานเสมอ สำหรับความต้องการปรับปรุงห้องเรียนอนุบาลของโรงเรียนสามเสนนอก จำนวน 25 ห้อง แต่ในข้อมูลปัจจุบันมี 21 ห้อง ก็มาจากทางโรงเรียนที่บอกเราว่าสามารถบริหารจัดการได้ และขอยืนยันว่าเรามีห้องเรียนให้อย่างแน่นอน” รองผู้ว่าฯ ศานนท์ กล่าว

 

ทั้งนี้ สำหรับเรื่องห้องส่งเสริมการเรียนรู้ปฐมวัยและครุภัณฑ์บางประเภท ที่มีข้อสังเกตว่ามีจำนวนมากเกินความจำเป็น ถือว่าเป็นจุดอ่อนของเรื่องนี้ ซึ่งตนพร้อมรับฟังและจะปรับลดให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม

 

“สิ่งที่เรายืนยันมาโดยตลอดคือ งบประมาณไม่ควรถูกตรวจสอบแค่ในสภากรุงเทพมหานคร แต่ควรเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด ทั้งผ่านการอภิปรายในสภา การจัดกิจกรรมอย่าง Hack งบกรุงเทพฯ 69 หรือการเปิดข้อมูลผ่านเว็บไซต์ data.bangkok.go.th/dataset/69 ให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ เพราะเราเชื่อว่าไม่กี่สิบคนดู ไม่เท่ากับคนเป็นแสนเป็นล้านช่วยกันสอดส่องในช่วงสำคัญนี้ เพราะยังมีเวลาเสนอปรับแก้ก่อนปิดเล่มงบประมาณในเดือนกันยายน” รองผู้ว่าฯ ศานนท์ กล่าว

The post รองผู้ว่าฯ ศานนท์ แจงปมงบฯ ห้องเรียนอนุบาล ไม่ได้เกินจริง แต่เปิดเพิ่ม ขยายโอกาสรับเด็กเล็กนอกระบบการศึกษา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส.ก. ราชเทวี ทวงถามความคืบหน้า ‘ห้องเรียนปลอดฝุ่น’ ศูนย์เด็กเล็ก กทม. รองผู้ว่าฯ แจง 97 ศูนย์เริ่มของบ สปสช. แล้ว https://thestandard.co/rachatewi-councilor-clean-air-classrooms/ Wed, 30 Apr 2025 07:50:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1069852

วันนี้ (30 เมษายน) ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไ […]

The post ส.ก. ราชเทวี ทวงถามความคืบหน้า ‘ห้องเรียนปลอดฝุ่น’ ศูนย์เด็กเล็ก กทม. รองผู้ว่าฯ แจง 97 ศูนย์เริ่มของบ สปสช. แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (30 เมษายน) ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการ กทม. 2 ดินแดง ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 2 (ครั้งที่ 4) ประจำปี พ.ศ. 2568 เอกกวิน โชคประสพรวย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตราชเทวี ได้ตั้งกระทู้ถามสดผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับความคืบหน้าการจัดทำห้องเรียนปลอดฝุ่นของศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนในสังกัด กทม.

 

เอกกวินกล่าวว่า หลังจากที่ตนเคยเสนอแนะให้ใช้งบประมาณจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อจัดทำห้องปลอดฝุ่นได้ ต่อมาเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2568 ผู้ว่าฯ กทม. ได้ประชุมและสั่งการให้สำนักงานเขตเร่งจัดทำโครงการโดยใช้งบ สปสช. ดังกล่าว ผ่านมาเกือบ 2 เดือนแล้ว จึงต้องการทราบความคืบหน้าว่ามีสำนักงานเขตใดบ้างจากทั้งหมด 50 เขต ที่ได้ดำเนินการตั้งงบ สปสช. เพื่อจัดซื้อเครื่องกรองอากาศและเครื่องปรับอากาศให้กับศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนทั้ง 264 ศูนย์แล้ว

 

ด้าน ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า นโยบายห้องปลอดฝุ่นแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของโรงเรียนสังกัด กทม. ซึ่งได้รับงบประมาณปี 2568 และอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้างแล้ว ส่วนที่เอกกวินสอบถามคือ ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ซึ่ง กทม. สนับสนุนงบประมาณ แต่การบริหารจัดการอยู่ภายใต้การดูแลของชุมชน (กระจายอำนาจ) รวมทั้งหมด 264 ศูนย์ 867 ห้อง ซึ่ง กทม. พยายามหาทางออกในการจัดทำห้องปลอดฝุ่นให้ เนื่องจากติดข้อจำกัดในการตั้งงบของทางราชการโดยตรง

 

ศานนท์กล่าวต่อว่า กทม. ได้หารือกับ สปสช. และมีการปลดล็อกหลักเกณฑ์ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์-ต้นมีนาคมที่ผ่านมา ทำให้ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนสามารถยื่นของบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพได้โดยตรง และขอในวงเงินเกิน 20,000 บาทได้ (จากเดิมที่ขอในนามกลุ่มประชาชนซึ่งมีข้อจำกัด) กทม. ได้จัดทำตัวอย่างโครงการให้ศูนย์ฯ เป็นผู้ยื่นขอเอง และครุภัณฑ์ที่จัดซื้อจะเป็นทรัพย์สินของศูนย์ฯ

 

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด มีศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน 150 ศูนย์ ที่แสดงความประสงค์จะของบประมาณ และได้ดำเนินการยื่นเรื่องแล้ว 97 ศูนย์ โดยมี 1 ศูนย์ คือ ศูนย์เด็กพัฒนาสมหวัง เขตบึงกุ่ม ที่ได้รับอนุมัติงบประมาณแล้วและอยู่ในขั้นตอนการจัดหา

 

ในช่วงท้ายเอกกวินได้ฝากให้ฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะรองผู้ว่าฯ ที่กำกับดูแล ช่วยเฝ้าติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีบางเขตที่ยังไม่ดำเนินการหลังจากมีการประชุมชี้แจงไปแล้ว และการของบประมาณ สปสช. ต้องใช้ระยะเวลา พร้อมกันนี้ได้ขอบคุณฝ่ายบริหารที่ได้ปรับเพิ่มค่าตอบแทนให้อาสาสมัครผู้ดูแลเด็กด้วย

The post ส.ก. ราชเทวี ทวงถามความคืบหน้า ‘ห้องเรียนปลอดฝุ่น’ ศูนย์เด็กเล็ก กทม. รองผู้ว่าฯ แจง 97 ศูนย์เริ่มของบ สปสช. แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
สงกรานต์ปี 68 กทม. ทดลองใช้ระบบ AI ตรวจจับใบหน้าและความหนาแน่นฝูงชนที่ถนนข้าวสาร https://thestandard.co/bangkok-songkran-2025-ai-face-detection/ Wed, 09 Apr 2025 04:21:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1062201 AI ตรวจจับใบหน้า

วานนี้ (8 เมษายน) ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพ […]

The post สงกรานต์ปี 68 กทม. ทดลองใช้ระบบ AI ตรวจจับใบหน้าและความหนาแน่นฝูงชนที่ถนนข้าวสาร appeared first on THE STANDARD.

]]>
AI ตรวจจับใบหน้า

วานนี้ (8 เมษายน) ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวการจัดงานเทศกาลมหาสงกรานต์กรุงเทพมหานคร ประจำปี พ.ศ. 2568 อย่างยิ่งใหญ่ โดยปีนี้มีการจัดงานมากถึง 196 จุดทั่วกรุงเทพฯ พร้อมเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสนุกอย่างปลอดภัย

 

รองผู้ว่าฯ ศานนท์ กล่าวว่า เทศกาลสงกรานต์ปีนี้จะจัดขึ้นในหลากหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ รวม 196 จุด ครอบคลุมทั้งกิจกรรมทางศาสนา วัฒนธรรม และความสนุกสนาน โดยแบ่งพื้นที่จัดงานเป็นโซนเปียกน้อย เปียกมาก และจุดไฮไลต์สำคัญ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเลือกเข้าร่วมกิจกรรมที่ตรงกับความสนใจได้อย่างหลากหลาย และเป็นการกระจายนักท่องเที่ยวไม่ให้กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง

 

รูปแบบการจัดงานในปีนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ ‘สงกรานต์สายวัฒนธรรม’ (เปียกน้อย) เน้นกิจกรรมตามประเพณีและความเป็นสิริมงคล เช่น ที่ลานคนเมือง ซึ่งกรุงเทพมหานครจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 14 เมษายน 2568 มีกิจกรรมสำคัญ อาทิ พิธีบวงสรวง, พิธีสวดพระปริตรามัญเสกน้ำพระพุทธมนต์, พิธีทำบุญตักบาตร, พิธีรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ, การแสดงศิลปวัฒนธรรม, การละเล่นพื้นบ้าน และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์บางกอกแบรนด์

 

อีกประเภทคือ ‘สงกรานต์สายสนุก’ (เปียกมาก) เน้นความสนุกสนานและกิจกรรมบันเทิงต่างๆ อาทิ งานสงกรานต์ถนนข้าวสาร, ถนนสีลม, บรรทัดทอง, สามย่านมิตรทาวน์ และ ICONSIAM ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจแตกต่างกันไป

 

รองผู้ว่าฯ ศานนท์ ยังได้กล่าวถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเน้นย้ำการเล่นน้ำอย่างปลอดภัยภายใต้มาตรการ 5 ป. ได้แก่ 1. ปลอดปืนฉีดน้ำขนาดใหญ่ 2. ปลอดแอลกอฮอล์ 3. ปลอดโป๊ 4. ปลอดแป้ง 5. ประหยัดน้ำ เพื่อให้การเล่นสงกรานต์เป็นไปอย่างสร้างสรรค์และปลอดภัย

 

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังได้ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ จัดตั้งกองอำนวยการร่วมกลาง เพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยมีการบูรณาการการทำงานกับตำรวจนครบาล ตำรวจจราจร ตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งนำร่องใช้เทคโนโลยี AI กับกล้อง CCTV ในพื้นที่ถนนข้าวสารและบริเวณโดยรอบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัย ทั้งระบบอ่านป้ายทะเบียน, ระบบจดจำใบหน้า, ระบบวิเคราะห์ความหนาแน่นของฝูงชน และระบบนับจำนวนคน

 

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมงานเทศกาลมหาสงกรานต์กรุงเทพมหานคร ประจำปี 2568 ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ พร้อมทั้งร่วมกันแต่งกายด้วยเสื้อลายดอก เพื่อสร้างสีสันและความเป็นเอกลักษณ์ให้กับเทศกาลสงกรานต์ปีนี้

The post สงกรานต์ปี 68 กทม. ทดลองใช้ระบบ AI ตรวจจับใบหน้าและความหนาแน่นฝูงชนที่ถนนข้าวสาร appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. เดินหน้าแก้ปัญหาเด็กหลุดระบบการศึกษา มุ่งติดตาม-ช่วยเหลือให้ไม่มีใครหลุดไปจากโรงเรียน https://thestandard.co/bangkok-tackles-children-dropping-out-of-school/ Tue, 11 Mar 2025 03:04:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1050688 ระบบการศึกษา

วันนี้ (11 มีนาคม) ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการก […]

The post กทม. เดินหน้าแก้ปัญหาเด็กหลุดระบบการศึกษา มุ่งติดตาม-ช่วยเหลือให้ไม่มีใครหลุดไปจากโรงเรียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ระบบการศึกษา

วันนี้ (11 มีนาคม) ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1/2568

 

ระบุว่า อยากให้ทุกหน่วยงานได้แจ้งประเด็นปัญหาที่พบจากการลงพื้นที่จริง เพื่อนำมาพิจารณา และหาแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกัน ขอให้คณะกรรมการขับเคลื่อนฯ แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการติดตามและพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาโดยเร็ว และไม่ซับซ้อน โดยไม่จำเป็นต้องมีคณะกรรมการภายใต้ชุดหลักหลายชุด เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างคล่องตัว ต่อเนื่อง และไม่สะดุด ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้คณะกรรมการขับเคลื่อนฯ หมั่นตรวจสอบและติดตามไม่ให้เด็กและเยาวชนที่เคยอยู่ในระบบ ออกนอกระบบออกไป 

 

สำหรับการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 

 

  1. การค้นหาเด็กนอกระบบใช้การบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อค้นหาเด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษา 

 

  1. ติดตามและช่วยเหลือ ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การช่วยเหลือเหมาะสมกับแต่ละบุคคลในด้านการศึกษาสุขภาวะและสังคม 

 

  1. การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น โดยจัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับศักยภาพของเด็กเพื่อให้พัฒนาได้เต็มที่ 

 

  1. การส่งเสริมภาคเอกชนร่วมจัดการศึกษากระตุ้นให้ผู้ประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมในรูปแบบ ‘LEARN TO EARN’ เพื่อพัฒนาทักษะและสร้างรายได้ให้เยาวชน 15-18 ปี

 

นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบเพื่อไม่มีเด็กและเยาวชนคนใดสูญหาย จากการดูแลของหน่วยงานรัฐส่งเสริมให้เกิดการศึกษา การเรียนรู้ตามศักยภาพ ตามนโยบายของรัฐบาล ‘Thailand Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ 

 

ที่มีเป้าหมายให้จำนวนเด็กและเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษาเป็น ‘ศูนย์’ โดยเชื่อมโยงฐานข้อมูลทุกมิติสร้างระบบส่งต่อ พาเด็กเยาวชนกลับสู่การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น มีทางเลือกที่ตอบโจทย์ชีวิตเป็นรายบุคคลเพื่อการเปิดประตูสู่อาชีพที่ดี ก้าวพ้นความจนข้ามรุ่นในอนาคต

 

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเข้าไปดูระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการพัฒนากลไกด้านการศึกษาระดับพื้นที่ในการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ไม่มีข้อมูลในระบบการศึกษาได้ที่ https://thaizerodropout.eef.or.th/ 

The post กทม. เดินหน้าแก้ปัญหาเด็กหลุดระบบการศึกษา มุ่งติดตาม-ช่วยเหลือให้ไม่มีใครหลุดไปจากโรงเรียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองผู้ว่าฯ กทม. เผยความคืบหน้าโครงการห้องเรียนปลอดฝุ่นของโรงเรียนในสังกัด อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ 1,743 ห้อง https://thestandard.co/1743-bangkok-dust-free-classrooms/ Tue, 07 Jan 2025 01:01:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1027662

วานนี้ (6 มกราคม) ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกร […]

The post รองผู้ว่าฯ กทม. เผยความคืบหน้าโครงการห้องเรียนปลอดฝุ่นของโรงเรียนในสังกัด อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ 1,743 ห้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (6 มกราคม) ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุถึงความคืบหน้าโครงการห้องเรียนปลอดฝุ่นของโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครผ่านเฟซบุ๊ก ‘หวังสร้างเมือง’ ว่า

 

“ฝุ่นมาแล้วครับ การแก้ที่ต้นตอนั้นดีที่สุด แต่ถ้าไม่ทันเราก็ต้องหาทางป้องกันให้ทัน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่สุดก็คือเด็กเล็ก อนาคตของเมืองเรา

 

“วันนี้ผมมีโอกาสได้เจออาจารย์มณีรัตน์อีกครั้ง ปีก่อนอาจารย์มาให้ความรู้เรื่องห้องปลอดฝุ่นต้นแบบ และบอกว่าจะลงมือทดลองวิจัยให้โดยมหาลัยนวมินทร์ 

 

“วันนี้ห้องต้นแบบเสร็จแล้ว โรงเรียนวัดราชผาติการามของ กทม. โดยใช้วิธีง่ายๆ 4 ขั้นตอน

 

  1. ซีลห้องให้มิดชิด
  2. ติดเครื่องปรับอากาศ
  3. ทำระบบเติมอากาศ 2 แบบ เพื่อทดลองให้เห็นความแตกต่าง (1) แบบตัวเติมอากาศแบบเดียว และ (2) แบบที่สามารถเอาอากาศหมุนออกไปฟอก แล้วกลับมาอีกครั้ง
  4. ติดตั้งเซ็นเซอร์เพื่อวัดค่าฝุ่น อุณหภูมิ ความชื้น และ CO2

 

“ข้อสรุปเพื่อดำเนินการต่อ

 

ทำข้อ 1, 2, 4 โดยในสเกลระดับหลายพันห้องอาจไม่จำเป็นต้องทำระบบเติมอากาศ แต่ใช้เครื่องฟอกแทนก็ได้ แต่อาจารย์แนะนำว่าควรติดตั้งข้อ 4 เพื่อวัดสถานการณ์ค่าฝุ่น และที่คนมักไม่ค่อยวัดคือค่า CO2 ที่สำคัญมาก

 

“ค่า CO2 สำคัญมากอย่างไร เราเคยนั่งในห้องแล้วง่วงไหมครับ นั่นคือสาเหตุหนึ่งเลย เพราะห้องมีออกซิเจนน้อยไป และถ้าหากเยอะไปจะเกิดอันตราย CO2 ทำให้เราง่วงและไม่เหมาะกับการเรียน ค่ามาตรฐานคือไม่ควรเกิน 1,000 ppm แต่ในห้องปิดแบบห้องปลอดฝุ่น พอคนพูดและทำกิจกรรมเยอะๆ จะเกินไปถึง 2,000 ppm ซึ่งเป็นค่าที่อันตรายต่อการหายใจแล้ว 

 

“วิธีแก้แบบดีคือทำระบบเติมอากาศแบบข้อ 3 เอาอากาศหมุนออกแล้วเติมอากาศดีใหม่เข้าไป แต่วิธีที่ง่ายกว่าที่อาจารย์แนะนำก็คือเปิดประตูห้องสักพักแล้วค่อยปิดก็ช่วยแล้ว แน่นอนว่าฝุ่นก็จะเข้า แต่ด้วยเครื่องฟอกสักพักก็จะดีขึ้นครับ 

 

“กทม. ตั้งใจทำห้องปลอดฝุ่นให้กับนักเรียนมานานแล้ว ปีนี้ได้รับงบประมาณแล้ว สำนักศึกษากำลังเร่งทำทั้ง 1,743 ห้องให้เร็วที่สุดครับ”

 

อ้างอิง:

The post รองผู้ว่าฯ กทม. เผยความคืบหน้าโครงการห้องเรียนปลอดฝุ่นของโรงเรียนในสังกัด อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ 1,743 ห้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>