ศปช. Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ศปช/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 21 May 2025 06:17:55 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ภูมิธรรมสั่งกรมทรัพยากรน้ำเร่งออกแบบสร้างเขื่อนกรองสารเคมี แม่น้ำกก-แม่น้ำสาย ป้องกันผลกระทบระยะยาว https://thestandard.co/phumtham-chemical-filter-dam-rivers/ Wed, 21 May 2025 06:17:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1076673 ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแผนสร้างเขื่อนกรองสารเคมีแก้ปัญหามลพิษในแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย จังหวัดเชียงราย

วันนี้ (21 พฤษภาคม) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี แล […]

The post ภูมิธรรมสั่งกรมทรัพยากรน้ำเร่งออกแบบสร้างเขื่อนกรองสารเคมี แม่น้ำกก-แม่น้ำสาย ป้องกันผลกระทบระยะยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแผนสร้างเขื่อนกรองสารเคมีแก้ปัญหามลพิษในแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย จังหวัดเชียงราย

วันนี้ (21 พฤษภาคม) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์การปนเปื้อนโลหะหนักในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำโขง พื้นที่จังหวัดเชียงรายว่า เรื่องดังกล่าวได้นำเข้าสู่ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) และได้สั่งการตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่เกี่ยวกับการพบสารพิษตกค้างในแม่น้ำ โดยมีสาเหตุจากเหมืองแร่ที่บริเวณต้นน้ำ ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศเมียนมา 

 

เรื่องนี้ได้เร่งให้มีการตรวจสอบ โดยได้แต่งตั้งให้กรมควบคุมมลพิษเป็นประธานร่วมกับกรมอนามัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า สารที่ทะลักเข้ามาเป็นอันตรายและเกินค่ามาตรฐานหรือไม่ โดยเท่าที่ตรวจสอบแม่น้ำฝั่งไทยพบสารเกินค่ามาตรฐานในหลายจุด แต่ไม่ได้เป็นอันตรายในระยะสั้น

 

ภูมิธรรมกล่าวอีกว่า ส่วนความกังวลว่าจะส่งผลอันตรายในระยะยาวขณะนี้รัฐบาลใช้วิธีการควบคุมในหลายวิธี เช่น การควบคุมกิจการชายแดน ที่ได้ไปเจรจากับประเทศเมียนมา แต่จากการพูดคุยและหารือกันแล้วพบว่า อาจจะไม่ใช่พื้นที่ในการควบคุมของรัฐบาลเมียนมาโดยตรง คาดว่าจะเป็นพื้นที่ของชนกลุ่มน้อย ทำให้การเจรจาค่อนข้างยาก 

 

ดังนั้นเราต้องหาทางป้องกัน และประสานกรมอนามัยเพื่อดูภาพรวม เนื่องจากแม่น้ำที่มีปัญหาเป็นแม่น้ำที่กว้าง โดยให้มีการบินสำรวจดู เพื่อให้กรมทรัพยากรน้ำออกแบบก่อสร้างเขื่อนที่มีคุณสมบัติกรองสารเคมี และดูดตะกอนที่ตกค้างแก้ปัญหาในระยะยาว โดยให้เริ่มตั้งแต่ตอนนี้เพื่อเป็นการป้องกัน เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนว่าการเจรจาจะเป็นอย่างไร อีกทั้งสาเหตุไม่ได้เกิดในดินแดนของไทย ดังนั้นการป้องกันเพื่อเตรียมการจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

 

ภูมิธรรมกล่าวว่า อยากให้พี่น้องประชาชนมั่นใจเวลานี้ยังไม่ถึงขั้นที่เป็นอันตราย ซึ่งประชาชนในพื้นที่ถือเป็นประชาชนของประเทศไทยเป็นทรัพยากรสำคัญ รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ประชาชนเผชิญกับภัยเช่นนี้ได้ ซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่ในการปกป้องและพยายามทำเต็มที่

The post ภูมิธรรมสั่งกรมทรัพยากรน้ำเร่งออกแบบสร้างเขื่อนกรองสารเคมี แม่น้ำกก-แม่น้ำสาย ป้องกันผลกระทบระยะยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศปช. เตือนประชาชน ‘3 สมุทร-นครปฐม-กทม.’ เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงและน้ำเค็มรุกล้ำ 6-16 ก.พ. นี้ https://thestandard.co/sea-level-warning-thailand/ Mon, 10 Feb 2025 07:49:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1040290 sea-level-warning-thailand

วันนี้ (10 กุมภาพันธ์) ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจ […]

The post ศปช. เตือนประชาชน ‘3 สมุทร-นครปฐม-กทม.’ เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงและน้ำเค็มรุกล้ำ 6-16 ก.พ. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
sea-level-warning-thailand

วันนี้ (10 กุมภาพันธ์) ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ศปช. ได้ออกประกาศเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงและน้ำเค็มรุกล้ำ ช่วงวันที่ 6-16 กุมภาพันธ์ 2568 เนื่องจากอิทธิพลของน้ำทะเลหนุนสูง 

 

ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้นและอาจไหลเข้าท่วมบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง รวมถึงชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำและแนวเขื่อนชั่วคราวบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร (แนวฟันหลอ) ตลอดจนเฝ้าระวังน้ำเค็มรุกล้ำส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค และการเกษตรในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร นครปฐม และสมุทรสงคราม

 

“ขอให้ประชาชนบริเวณแนวนอกคันกั้นน้ำ เฝ้าระวังสถานการณ์ดังกล่าว หากต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สายด่วน 1784”

 

สำหรับพยากรณ์อากาศในช่วงวันที่ 11-16 กุมภาพันธ์ 2568 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาบางพื้นที่  

 

ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันจะมีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคใต้มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังอ่อนลง โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 1-2 เมตร อ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันมีคลื่นประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

 

ศศิกานต์กล่าวอีกว่า การเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือประชาชนจำนวน 9,000 บาท ตามข้อสั่งการของ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีนั้น ความคืบหน้าล่าสุด (9 กุมภาพันธ์ 2568) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ส่งข้อมูลผู้ประสบภัยในพื้นที่ 16 จังหวัดให้ธนาคารออมสินแล้ว 20 ครั้ง 

 

โดยธนาคารออมสินโอนเงินสำเร็จผ่านพร้อมเพย์ 20 ครั้ง จำนวน 596,307 ครัวเรือน เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 5,366 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการจัดสรรงบประมาณเพิ่มจาก 3.2 แสนครัวเรือนในสัปดาห์ก่อน เป็น 5.5 แสนครัวเรือน ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบข้อมูล เพื่อเสนอการขออนุมัติงบประมาณจากที่ประชุม ครม. เพิ่มเติมในเดือนนี้ต่อไป

The post ศปช. เตือนประชาชน ‘3 สมุทร-นครปฐม-กทม.’ เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงและน้ำเค็มรุกล้ำ 6-16 ก.พ. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศปช. สั่งกรมชลประทานเร่งระดมช่วยสูบน้ำสวนส้มโอทับทิมสยามกว่า 2,100 ไร่ พร้อมรับมือฝนตกภาคใต้ 26-28 ธ.ค. นี้ https://thestandard.co/pomelo-orchards-flood-relief-southern-rainfall/ Fri, 20 Dec 2024 07:54:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1021887 กรมชลประทาน

วันนี้ (20 ธันวาคม) ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำ […]

The post ศปช. สั่งกรมชลประทานเร่งระดมช่วยสูบน้ำสวนส้มโอทับทิมสยามกว่า 2,100 ไร่ พร้อมรับมือฝนตกภาคใต้ 26-28 ธ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมชลประทาน

วันนี้ (20 ธันวาคม) ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) ทราบว่าภาพรวมประเทศไทยหลายพื้นที่มีอากาศเย็น โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออากาศเย็นถึงหนาว ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพ

 

ส่วนภาคใต้ฝนลดลงแต่ยังมีพื้นที่น้ำท่วมขัง 2 จังหวัด คือ จังหวัดนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี แนวโน้มระดับน้ำลดลงต่อเนื่องจากปริมาณฝนตกลดลง อย่างไรก็ตาม ช่วงวันที่ 26-28 ธันวาคมนี้ อิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีกำลังแรงขึ้น จะทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นบริเวณภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป

 

“ช่วงวันที่ 26-28 ธันวาคม ฝนอาจจะเพิ่มขึ้นได้ เพราะมีมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรงแผ่ลงมาเสริมอีกระลอก ทำให้อิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือหรือลมหนาวมีกำลังแรงขึ้น ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น เป็นฝนปานกลางถึงหนัก แต่จะไม่ทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงเหมือนที่ผ่านมา”

 

ทั้งนี้ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศปช. สั่งการทุกหน่วยเตรียมรับมือสาธารณภัยทุกรูปแบบตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พร้อมคงเครื่องจักรเครื่องมือของหน่วยต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที

 

ขณะที่กรมชลประทานเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ปลูกส้มโอทับทิมสยาม อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งยังมีน้ำท่วมขังประมาณ 2,100 ไร่ โดยเปิดประตูระบายน้ำทั้งหมดเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล แต่หากน้ำทะเลหนุนจะเดินเครื่องสูบและเครื่องผลักดันน้ำที่ติดตั้งไว้ในพื้นที่รวม 23 เครื่องเป็นหลัก ทำให้สามารถระบายออกได้วันละ 3-4 ล้านลูกบาศก์เมตร คาดว่าใน 1 สัปดาห์น้ำจะแห้งทั้งหมด

 

ศศิกานต์ยังกล่าวถึงการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือจำนวน 9,000 บาท ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีให้ถึงมือประชาชนโดยเร็วว่า ความคืบหน้าล่าสุด (19 ธันวาคม 2567) โอนเงินสำเร็จผ่าน PromptPay 47 ครั้ง จำนวน 301,513 ครัวเรือน เป็นเงินทั้งสิ้น 2,713,605,000 บาท เหลือรอโอนให้อีก 360 ครัวเรือน จะแล้วเสร็จในวันที่ 23 ธันวาคม 2567

 

ส่วนการให้ความช่วยเหลือผู้ยื่นคำร้องในระบบออนไลน์ 743,683 ครัวเรือน ใน 16 จังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งตรวจสอบเอกสารหลักฐาน เพื่อโอนเงินให้ผู้ประสบภัยเร็วที่สุด

The post ศปช. สั่งกรมชลประทานเร่งระดมช่วยสูบน้ำสวนส้มโอทับทิมสยามกว่า 2,100 ไร่ พร้อมรับมือฝนตกภาคใต้ 26-28 ธ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ สั่งระดมช่วย 4 จังหวัดอุทกภัยภาคใต้ที่เหลือ ก่อนฝนตกหนัก 12-16 ธ.ค. นี้ พร้อมเร่งสำรวจความเสียหาย-เยียวยา https://thestandard.co/pm-orders-relief-southern-floods-december/ Sat, 07 Dec 2024 08:50:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1017049 นายกฯ สั่งระดมช่วย 4 จังหวัดอุทกภัยภาคใต้ที่เหลือ

วันนี้ (7 ธันวาคม) ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำน […]

The post นายกฯ สั่งระดมช่วย 4 จังหวัดอุทกภัยภาคใต้ที่เหลือ ก่อนฝนตกหนัก 12-16 ธ.ค. นี้ พร้อมเร่งสำรวจความเสียหาย-เยียวยา appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ สั่งระดมช่วย 4 จังหวัดอุทกภัยภาคใต้ที่เหลือ

วันนี้ (7 ธันวาคม) ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) เช้าวันนี้ รับทราบข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรีที่ให้ติดตามความคืบหน้าสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อจัดเตรียมทำข้อมูลเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี

 

ที่ประชุม ศปช. รายงานว่า จากการพยากรณ์อากาศและสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่มีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ จากพื้นที่ประสบภัยทั้งหมดที่ผ่านมามี 10 จังหวัด ขณะนี้คลี่คลายแล้ว โดยยังมีพื้นที่ประสบภัยอีก 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช, สงขลา, ปัตตานี และนราธิวาส ขณะที่ตัวเลขผู้ประสบภัยลดลงจาก 664,173 ครัวเรือน เหลือ 33,255 ครัวเรือนแล้วในวันนี้

 

ขณะที่วานนี้ (6 ธันวาคม) ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดยะลาและปัตตานีเพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย มีข้อสั่งการให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในฐานะ ศปช.ส่วนหน้า เร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กรมชลประทาน และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เร่งระบายน้ำในพื้นที่ให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมกันนี้ให้บริหารจัดการน้ำในเขื่อนบางลาง ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนท้ายเขื่อน โดยให้กรมประชาสัมพันธ์ติดตามข้อมูลและแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 12-16 ธันวาคมนี้ที่จะมีฝนตกหนักอีกระลอก

 

“กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนว่าจะมีฝนตกหนักอีกระลอกช่วงกลางเดือนนี้ในพื้นที่ภาคใต้ตอนกลาง โดยเฉพาะจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา ศปช. จึงสั่งการให้ ปภ. เข้าประจำการในพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือทั้งเครื่องสูบน้ำ เรือ และรถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง” ศศิกานต์กล่าว 

 

ศศิกานต์กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับ 4 จังหวัดที่ยังประสบภัย กรมชลประทานระดมเครื่องสูบน้ำ 118 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำ 31 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ เนื่องจากยังมีผู้ประสบภัย 20,988 คนที่ต้องพักอาศัยในศูนย์พักพิง นอกจากนี้ ยังระดมกำลังพลและเจ้าหน้าที่อาสาสมัครแจกจ่ายถุงยังชีพ อาหารปรุงสุกจากโรงครัวพระราชทาน และทีมปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข 1,218 ทีม เข้าดูแลทุกพื้นที่แล้ว

 

“ขณะนี้ ปภ. ทุกจังหวัดทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหาย เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังและระเบียบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่ให้เร่งช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยให้เร็วที่สุด” ศศิกานต์กล่าว

The post นายกฯ สั่งระดมช่วย 4 จังหวัดอุทกภัยภาคใต้ที่เหลือ ก่อนฝนตกหนัก 12-16 ธ.ค. นี้ พร้อมเร่งสำรวจความเสียหาย-เยียวยา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรมเผย ทุกฝ่ายเร่งระดมกำลังช่วยน้ำท่วมภาคใต้ ส่งเรือกู้ภัยและอาหารเข้าหาดใหญ่ https://thestandard.co/southern-floods-29112024/ Fri, 29 Nov 2024 03:05:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1014036 น้ำท่วมภาคใต้

วันนี้ (29 พฤศจิกายน) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี […]

The post ภูมิธรรมเผย ทุกฝ่ายเร่งระดมกำลังช่วยน้ำท่วมภาคใต้ ส่งเรือกู้ภัยและอาหารเข้าหาดใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
น้ำท่วมภาคใต้

วันนี้ (29 พฤศจิกายน) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้หลายพื้นที่ โดยระบุว่า รัฐบาลห่วงใยประชาชนในพื้นที่ต่างๆ และ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งการให้รัฐมนตรีลงไปบัญชาการในพื้นที่

 

ภูมิธรรมเผยว่า เบื้องต้น พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่แล้ว และวันนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จะลงพื้นที่ในวันนี้ด้วย ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีฝากให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่ ขอให้คำนึงห่วงความปลอดภัยของชีวิตเป็นหลัก ส่วนเรื่องสิ่งของรัฐจะช่วยดูแล

 

ภูมิธรรมกล่าวว่า ได้รับรายงานเมื่อวานนี้ (28 พฤศจิกายน) ที่อำเภอหาดใหญ่ได้ปักธงแดงเตือน 13 ชุมชน จากการสอบถามศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ทราบว่าอาหารดิบไม่เพียงพอ เนื่องจากเส้นทางการขนส่งถูกตัดขาด ขณะนี้กำลังเร่งแก้ปัญหา และเชื่อว่าหลังจากนี้ ศอ.บต. จะมีการนำส่งอาหารเข้าไปช่วยเหลือเพิ่มเติม

 

อย่างไรก็ตาม ปัญหาในพื้นที่พบว่าการลำเลียงคนออกมาเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะบางส่วน โดยเฉพาะกลุ่มคนชรา ยังมีความเป็นห่วงที่พักอาศัย จึงประสานนำเรือท้องแบน หน่วยงานทหารและภาคเอกชนเกือบ 50 ลำ นำกลุ่มเด็กและผู้ป่วย รวมถึงขนเครื่องอุปโภคบริโภคเข้าไปช่วยเหลือ โดยวันนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะส่งเรือเข้าไปช่วยอีกประมาณ 100 ลำ

 

ภูมิธรรมกล่าวว่า แผนการช่วยเหลือของทหารมีความชัดเจนอยู่แล้วตามขั้นตอนการช่วยเหลือภัยพิบัติ มีแผนเผชิญเหตุอยู่แล้วซึ่งไม่น่าหนักใจ เมื่อวานนี้ผู้บัญชาการทหารบกสั่งการให้กองทัพภาคที่ 4 ทำงานร่วมกับจิตอาสาพระราชทานเข้าไปร่วมกันช่วยเหลือประชาชน พร้อมยืนยันว่าขณะนี้ทุกฝ่ายเร่งทำงานเต็มที่

 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในพื้นที่ยังไม่กังวลเรื่องดินโคลนเหมือนอย่างอุทกภัยภาคเหนือ แต่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในช่วงสัปดาห์แรกจะต้องมีการประสานงานดูแลให้ดี โดยคาดว่าฝนจะตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่อีก 2-3 วัน และหากไม่มีอะไรมากกว่านั้นน้ำก็จะไหลลงทะเลไป ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรจะมีการลงพื้นที่ไปตรวจดูและเยี่ยมประชาชน

 

ส่วนจะประเมินความเสียหายได้เมื่อไรนั้น ภูมิธรรมกล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการไปแล้วให้เริ่มดำเนินการประเมินความเสียหายทันที ซึ่งรูปแบบคงไม่ต่างจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา โดยต้องกลับมาดูว่าจะให้ความช่วยเหลือรายบุคคลและความเสียหายของบ้านแต่ละกรณีจำนวนเท่าไร ซึ่งการประเมินคงแตกต่างภาคเหนือที่มีดินโคลนถล่ม เนื่องจากเหตุการณ์ในพื้นที่ภาคใต้เป็นเพียงน้ำหลากที่มาแล้วไป

 

ภูมิธรรมกล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรีฝากกำลังใจมา อยากให้ประชาชนระมัดระวัง เอาชีวิตไว้เป็นหลัก คำนึงถึงความปลอดภัยของครอบครัวเป็นสำคัญ ส่วนวัตถุนอกกาย รัฐจะพยายามเข้าไปดูแลและจัดการให้ นอกจากนี้ในการประชุม ครม.สัญจร จังหวัดเชียงใหม่ จะมีการเคลียร์เรื่องน้ำท่วมให้จบ และหลังจากนั้นจะลงไปดูพื้นที่

 

ภูมิธรรมยังกล่าวถึงทหารที่ทำงานหนักช่วยเหลือประชาชนในช่วงน้ำท่วม โดยระบุว่า ทหารเป็นหน่วยกำลังพลที่มีไว้เพื่อป้องกันประเทศ ช่วยดูแลทุพภิกขภัย ขอให้กำลังใจทุกหน่วยที่ทำงานหนัก แต่เราก็มีแผนเผชิญเหตุอยู่แล้ว จึงไม่น่าหนักใจอะไร

The post ภูมิธรรมเผย ทุกฝ่ายเร่งระดมกำลังช่วยน้ำท่วมภาคใต้ ส่งเรือกู้ภัยและอาหารเข้าหาดใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ รับทราบสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ สั่ง ศปช. เตรียมพร้อม เร่งสำรวจความเสียหาย ชี้ ความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อน https://thestandard.co/southern-thailand-flood-response/ Wed, 27 Nov 2024 09:24:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1013531 อุทกภัย

วันนี้ (27 พฤศจิกายน) จิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนาย […]

The post นายกฯ รับทราบสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ สั่ง ศปช. เตรียมพร้อม เร่งสำรวจความเสียหาย ชี้ ความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อุทกภัย

วันนี้ (27 พฤศจิกายน) จิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และโฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) เปิดเผยว่า ศปช. ได้ออกประกาศเตือนฝนตกหนักบริเวณภาคใต้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (24 พฤศจิกายน) ว่าจะมีฝนตกหนักไปจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้

 

ขณะเดียวกัน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้ ช่วงระหว่างวันที่ 24 พฤศจิกายน – 4 ธันวาคม 2567 ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และเฝ้าระวังน้ำท่วมขังเขตชุมชนเมืองที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำในจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ตรัง สตูล นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

 

“นายกรัฐมนตรีรับทราบสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ของจังหวัดภาคใต้ ซึ่งได้สั่งการให้ ศปช. ทำตามแผนที่วางกำลังไว้ พร้อมรับมือต่อสถานการณ์และให้เร่งฟื้นฟูพร้อมทั้งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดนำมารายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อรัฐบาลจะได้แก้ไขและเยียวยาได้ทันท่วงที

 

“โดยเฉพาะเรื่องเส้นทางการสัญจรต่างๆ ในจังหวัดนราธิวาส ยะลา ปัตตานี และ 2 อำเภอในจังหวัดสงขลา ทั้งในเขตตัวเมืองและอำเภอต่างๆ ที่มีน้ำท่วม ดินสไลด์ และเสาไฟฟ้าหักโค่น และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่รวมถึงกำลังพลที่เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือและดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลัง เพราะสิ่งสำคัญสูงสุดคือความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน” จิรายุกล่าว

 

จิรายุกล่าวด้วยว่า คณะกรรมการ ศปช. ยังได้หารือในที่ประชุมว่า ในระยะยาวการบริหารแผนที่ผังน้ำของประเทศไทยจะต้องถูกนำมาใช้ควบคู่กับผังเมืองที่จะต้องมีการออกแบบและพัฒนาให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคใต้ที่มักจะเกิดน้ำท่วมแบบฉับพลันแต่กินระยะเวลาไม่ยาวนาน ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปสำรวจความเสียหายและช่วยเหลือเยียวยาประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

The post นายกฯ รับทราบสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ สั่ง ศปช. เตรียมพร้อม เร่งสำรวจความเสียหาย ชี้ ความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินเชื่อ ผู้ว่าฯ รับมือสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ได้ ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากส่วนกลาง https://thestandard.co/anutin-confident-local-governors-manage-southern-floods/ Wed, 27 Nov 2024 05:48:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1013334

วันนี้ (27 พฤศจิกายน) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี […]

The post อนุทินเชื่อ ผู้ว่าฯ รับมือสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ได้ ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากส่วนกลาง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (27 พฤศจิกายน) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ว่า ขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคใต้เตรียมความพร้อมเต็มที่ ไม่ใช่เฉพาะแค่จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ส่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตรียมความพร้อมเพื่อเข้าไปให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัยได้ทันที อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นมีอำนาจในตัวเอง หากสถานการณ์รุนแรงก็ประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยและสามารถระดมความช่วยเหลือได้โดยไม่ต้องรอส่วนกลาง

 

ขณะเดียวกัน ส่วนกลางก็ยังมีคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) ซึ่งมี ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ก็มีการถอดบทเรียนจากอุทกภัยภาคเหนือ ซึ่งพร้อมที่จะลงไปเข้าช่วยเหลือทันที

 

อนุทินระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ต้องส่งความช่วยเหลือจากส่วนกลางลงไปในภาคใต้ เพราะเป็นสถานการณ์น้ำท่วมทั่วไป การไหลของน้ำอาจจะระบายได้เร็วขึ้น ไม่มีผลกระทบตกค้างเช่นที่ภาคเหนือที่สถานการณ์หนักเพราะมีน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลให้สูญเสียหน้าดินชะลงมาเป็นโคลนไหลมาด้วย

 

อนุทินกล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ต้องเตรียมความพร้อมให้เร็วที่สุดตอนนี้คือที่อยู่อาศัยสำหรับให้ผู้ประสบภัยพักพิงหากน้ำท่วมจนไม่สามารถอาศัยอยู่ในบ้านได้ รวมถึงการตัดกระแสไฟเพื่อความปลอดภัย และการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนทั้งในรูปแบบเคาะประตูบ้านหรือออนไลน์เพื่อให้ประชาชนเฝ้าระวัง

The post อนุทินเชื่อ ผู้ว่าฯ รับมือสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ได้ ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากส่วนกลาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรมสั่งเร่งขุดลอกลำน้ำ-เคลียร์พื้นที่บุกรุกภาคเหนือ พร้อมเสนอแผนปี 68 รับมืออุทกภัยรอบด้าน ของบ ครม.สัญจร 29 พ.ย. นี้ https://thestandard.co/phumtham-north-flood-prevention-plan/ Mon, 25 Nov 2024 09:52:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1012577 ภูมิธรรม

วันนี้ (25 พฤศจิกายน) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี […]

The post ภูมิธรรมสั่งเร่งขุดลอกลำน้ำ-เคลียร์พื้นที่บุกรุกภาคเหนือ พร้อมเสนอแผนปี 68 รับมืออุทกภัยรอบด้าน ของบ ครม.สัญจร 29 พ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรม

วันนี้ (25 พฤศจิกายน) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานประชุมศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) ครั้งที่ 4/2567 โดยกล่าวก่อนการประชุมว่า วันนี้ได้หารือกรอบแนวทางการแก้ไขการทำงานต่อเนื่อง เรื่องดินถล่มและอุทกภัยที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายถือเป็นสถานการณ์อุทกภัยที่หนักมากในรอบหลายสิบปี ซึ่งขณะนี้สภาพอากาศทางภาคเหนือไม่มีฝน แต่ในส่วนของภาคใต้จากที่ได้รับรายงานยังมีพายุฝนมากกว่าปกติ 

 

ดังนั้น ขอให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุทกภัยรุนแรง พร้อมทั้งมอบหมายหน่วยงานกองทัพให้ความช่วยเหลือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

ภูมิธรรมกล่าวอีกว่า ขอบคุณฝ่ายพลเรือน กองทัพ หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และมูลนิธิต่างๆ ที่ร่วมกันให้ความช่วยเหลือประชาชน ทั้งความสามัคคีที่ทำให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่รวดเร็ว และประชาชนมีความอุ่นใจในการได้รับความช่วยเหลือครั้งนี้ด้วย 

 

โดยที่ประชุมพิจารณาและเห็นชอบในประเด็นสำคัญถึงแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและดินโคลนถล่มในพื้นที่ภาคเหนือ ดังนี้

 

  1. รับทราบการแต่งตั้งคณะทำงานศึกษาวางแผนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและดินโคลนถล่มในพื้นที่ภาคเหนือ 

 

  1. รับทราบสรุปผลการประชุมและผลการดำเนินงานภายใต้คำสั่งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) 

 

  1. รับทราบรายงานการให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567

 

  1. เห็นชอบการดำเนินงานของคณะทำงานศึกษาวางแผนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและดินโคลนถล่มในพื้นที่ภาคเหนือ

 

  1. เห็นชอบหลักการมาตรการให้ความช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อนำไปใช้ในการจัดหาวัสดุอุปกรณ์การศึกษา เครื่องแบบ ตลอดจนซ่อมแซมสถานศึกษา และให้กระทรวงศึกษาธิการหารือกับกระทรวงคมนาคม เพื่อหาข้อสรุปเรื่องความซ้ำซ้อนในการเบิกจ่ายงบประมาณก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

 

  1. เห็นชอบแผนการดำเนินงานการขุดลอกเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมในแม่น้ำระหว่างประเทศ (ไทย-เมียนมา)

 

ภายหลังการประชุม ภูมิธรรมกล่าวว่า จะนำข้อสรุปแผนรองรับสถานการณ์อุทกภัยในปี 2568 เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งคณะทำงานเห็นชอบในหลักการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า รวมถึงงานเอกสารที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณที่จะนำมาใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาเยียวยาให้ได้ภายในเดือนธันวาคม และวางแผนการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 พฤษภาคม 2568 เพื่อเตรียมการรองรับสถานการณ์ฤดูฝน ซึ่งจะต้องทำงานให้เต็มที่ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้

 

ภูมิธรรมยังกล่าวถึงการขุดลอกลำน้ำคูคลองแม่น้ำปิงและแม่น้ำกกว่า มอบหมายให้หน่วยทหารพัฒนารับผิดชอบเข้าไปขุดลอกเป็นหน่วยปฏิบัติการ ขณะที่กระทรวงมหาดไทยจะต้องเคลียร์ปัญหาเรื่องพื้นที่รุกล้ำ เวนคืน และต้องสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่ 

 

ส่วนแม่น้ำสายเป็นแม่น้ำระหว่างประเทศ จะต้องพูดคุยกับประเทศเมียนมา ซึ่งกองบัญชาการทหารสูงสุดได้รับมอบหมายให้ดำเนินการพูดคุยกับประเทศเมียนมาเรียบร้อยแล้ว โดยประเทศเมียนมายินดีให้ดำเนินการขุดลอกพื้นที่ร่วมกัน ทั้งนี้ มีการตกลงกันเบื้องต้นแล้ว อยู่ระหว่างการดำเนินการในข้อกฎหมายระหว่างประเทศให้เสร็จสิ้น 

 

ส่วนการบุกรุกลำน้ำมอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย และจังหวัด รับผิดชอบดำเนินการเคลียร์พื้นที่ โดยเฉพาะแม่น้ำสายที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่บุกรุกจนทำให้เหลือทางน้ำไหลผ่านน้อยลง ทั้งนี้ จะต้องหาทางออกให้กับประชาชนในพื้นที่ด้วย โดยจะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเดือนธันวาคมนี้

The post ภูมิธรรมสั่งเร่งขุดลอกลำน้ำ-เคลียร์พื้นที่บุกรุกภาคเหนือ พร้อมเสนอแผนปี 68 รับมืออุทกภัยรอบด้าน ของบ ครม.สัญจร 29 พ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศปช. แจ้งประชาชนลุ่มน้ำเจ้าพระยา สถานการณ์น้ำท่วมกำลังเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 3 วัน https://thestandard.co/chao-phraya-river-flood-situation-08112024/ Fri, 08 Nov 2024 08:52:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1006333 ศปช.

วันนี้ (8 พฤศจิกายน) จิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายก […]

The post ศปช. แจ้งประชาชนลุ่มน้ำเจ้าพระยา สถานการณ์น้ำท่วมกำลังเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 3 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศปช.

วันนี้ (8 พฤศจิกายน) จิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และโฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) เปิดเผยว่า ศปช. ยังคงติดตามการบริหารจัดการน้ำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม เพื่อให้มีน้ำเพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ประกอบกับผันน้ำออกทางฝั่งตะวันตกและตะวันออกเพื่อสนับสนุนพื้นที่การเกษตร ทำให้ขณะนี้ทยอยปรับลดการระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดปรับลดการระบายน้ำเหลือ 850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที) โดยกรมชลประทานยืนยันจะปรับลดเหลือระดับต่ำกว่า 700 ลบ.ม./วินาที ได้ภายใน 3 วัน

 

“หากสามารถปรับลดการระบายน้ำได้ต่ำกว่า 700 ลบ.ม./วินาที จะทำให้จุดที่ต่ำที่สุดของลุ่มเจ้าพระยา คือ อำเภอเสนาและอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายของลุ่มเจ้าพระยาที่มีน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ สถานการณ์คลี่คลายและไม่เหลือพื้นที่น้ำท่วมในลุ่มเจ้าพระยา ทั้งนี้ การผันน้ำออกทางตะวันตกอาจทำให้มีน้ำเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรบริเวณลุ่มน้ำท่าจีน จังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดนครปฐมเล็กน้อย ซึ่งกรมชลประทานนำเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำรวม 60 เครื่องเข้าไปติดตั้งและเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำแล้ว” 

 

จิรายุกล่าวต่อไปว่า จากแนวโน้มที่ภาคใต้ยังมีฝนตกต่อเนื่องในเดือนนี้และเดือนหน้า ศปช. เน้นย้ำให้หน่วยงานด้านการบริหารจัดการน้ำทั้งหมดบูรณาการร่วมกันในการพร่องน้ำในเขื่อน เพื่อเตรียมความพร้อมรับปริมาณน้ำที่อาจเติมเข้ามาในช่วงเวลาดังกล่าว โดยขณะนี้ที่เขื่อนบางลาง จังหวัดยะลา ปรับลดการระบายน้ำจาก 16 ล้าน ลบ.ม./วัน เหลือ 12 ล้าน ลบ.ม./วัน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ท้ายเขื่อน ทั้งนี้ ศปช. เน้นย้ำให้ประเมินศักยภาพในการรับน้ำของพื้นที่ท้ายเขื่อนอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับพี่น้องประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

The post ศปช. แจ้งประชาชนลุ่มน้ำเจ้าพระยา สถานการณ์น้ำท่วมกำลังเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 3 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรมนำทีม ศปช. ส่วนหน้า คืนรอยยิ้มให้ชาวเชียงราย ยืนยันไม่หยุดฟื้นฟู-ส่งแม่สายให้ อปท. ลุยต่อ https://thestandard.co/northern-thailand-disaster-recovery-progress/ Mon, 28 Oct 2024 06:53:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1000928 ศปช.

วันนี้ (28 ตุลาคม) ที่จังหวัดเชียงราย ภูมิธรรม เวชยชัย […]

The post ภูมิธรรมนำทีม ศปช. ส่วนหน้า คืนรอยยิ้มให้ชาวเชียงราย ยืนยันไม่หยุดฟื้นฟู-ส่งแม่สายให้ อปท. ลุยต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศปช.

วันนี้ (28 ตุลาคม) ที่จังหวัดเชียงราย ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) พร้อมด้วย ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (ประธาน ศปช. ส่วนหน้า) และ พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม (ที่ปรึกษา ศปช. ส่วนหน้า) พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ, กำลังพล, ภาครัฐ, ภาคเอกชน, จิตอาสา และประชาชน เข้าร่วมพิธีส่งมอบพื้นที่ที่ได้รับการฟื้นฟูเยียวยาจากสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดเชียงราย

 

โชตินรินทร์ เกิดสม รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวรายงานโดยระบุว่า สถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา จังหวัดเชียงรายได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 14 อำเภอ 66 ตำบล โดยมี 2 อำเภอคือเมืองเชียงรายและแม่สาย ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก รวมทั้งมีดินโคลนตกค้างในพื้นที่เกินกว่าศักยภาพที่พื้นที่สามารถจัดการได้

 

แต่ภายหลังจากรัฐบาลตั้ง ศปช. ส่วนหน้า ระดมความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน 135 หน่วยงาน มีทรัพยากรและเครื่องจักรกลเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจ 1,724 หน่วย และกำลังพล 8,826 นาย ทำให้สามารถปฏิบัติงานฟื้นฟูพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถดำเนินการในระยะเร่งด่วน (Quick Win) ได้แล้วเสร็จ พร้อมส่งมอบพื้นที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการฟื้นฟูในระยะต่อไป

 

ภูมิธรรมกล่าวว่า กว่า 40 วันที่ชาวอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ฝ่าวิกฤตการณ์อุทกภัยและดินโคลนถล่ม บางครอบครัวต้องสูญเสียและพลัดพรากจากบุคคลอันเป็นที่รัก อีกทั้งบ้านเรือน ชุมชน และร้านค้า ได้รับความเสียหายภายใต้กองโคลนมหึมา นายกรัฐมนตรีมีข้อห่วงใยและสั่งการให้เร่งรัดช่วยเหลือฟื้นฟูให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตในภาวะปกติโดยเร็วที่สุด จึงจัดตั้ง ศปช. ส่วนหน้า โดยมอบหมายให้ธีรรัตน์เป็นประธาน และ พล.อ. ณัฐพล เป็นที่ปรึกษา เพื่อบริหารทรัพยากรในการช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จนถึงวันนี้ช่วยฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชนกว่า 800 หลัง พร้อมกำจัดโคลนในพื้นที่สาธารณะจนแล้วเสร็จ ทำให้ผู้ประกอบการร้านค้าเริ่มกลับมาประกอบอาชีพ กลับมามีรายได้ และสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติอีกครั้ง

 

“ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวแม่สาย จากนี้ไปจะเป็นการฟื้นฟูระยะที่ 2 ซึ่งเน้นด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มีความแข็งแรง เพื่อป้องกันภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวหลังน้ำลด ตลอดจนการฟื้นฟูกิจการ ซึ่งจะส่งมอบภารกิจให้แก่กระทรวงมหาดไทย, จังหวัดเชียงราย, อำเภอแม่สาย, เทศบาลตำบลแม่สาย, เทศบาลตำบลแม่สายมิตรภาพ และเทศบาลตำบลเวียงพางคำ ร่วมดำเนินการช่วยเหลือฟื้นฟูต่อไป รัฐบาลขอยืนยันและให้ความมั่นใจว่าภาครัฐไม่ทอดทิ้งชาวแม่สาย อีกทั้งจะดำเนินการต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติสุขดังเดิม” ภูมิธรรมกล่าว

 

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือประชาชน ซึ่งขณะนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยส่งข้อมูลให้ธนาคารออมสินสำหรับโอนเงินให้ประชาชนแล้วทั้งสิ้น 27 จังหวัด 165,047 ครัวเรือน ซึ่งโอนเงินสำเร็จแล้ว 118,921 ครัวเรือน เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,070,225,000 บาท สำหรับในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โอนเงินช่วยเหลือสำเร็จแล้ว 28,659 ครัวเรือน เป็นเงินกว่า 257 ล้านบาท พร้อมยืนยันว่าผู้ประสบภัยที่ยื่นคำร้องก่อนวันที่ 16 ตุลาคม 2567 จะได้รับเงินช่วยเหลือภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2567 อย่างแน่นอน

 

นอกจากนี้ในเดือนพฤศจิกายน 2567 นายกรัฐมนตรีมีกำหนดลงพื้นที่ตรวจราชการที่ จังหวัดเชียงราย และเป็นประธานประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นการประชุม ครม.สัญจร นัดแรกของรัฐบาลชุดนี้ ขณะเดียวกันจะมีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคการท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคักสอดรับกับช่วงไฮซีซัน โดยในวันพรุ่งนี้ (29 ตุลาคม) นายกรัฐมนตรีจะแถลงรายละเอียดกิจกรรมการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาว (Winter Festival) ที่ทำเนียบรัฐบาล

 

The post ภูมิธรรมนำทีม ศปช. ส่วนหน้า คืนรอยยิ้มให้ชาวเชียงราย ยืนยันไม่หยุดฟื้นฟู-ส่งแม่สายให้ อปท. ลุยต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก ศปช. รายงานความคืบหน้าการฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชนหลังน้ำท่วมเชียงราย อำเภอเมืองเชียงรายเสร็จสิ้น อำเภอแม่สายเหลือ 5 หลัง https://thestandard.co/flood-repairs-chiang-rai-update/ Sun, 20 Oct 2024 11:02:29 +0000 https://thestandard.co/?p=998218

วันนี้ (20 ตุลาคม) จิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรั […]

The post โฆษก ศปช. รายงานความคืบหน้าการฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชนหลังน้ำท่วมเชียงราย อำเภอเมืองเชียงรายเสร็จสิ้น อำเภอแม่สายเหลือ 5 หลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (20 ตุลาคม) จิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และโฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม หรือ ศปช. กล่าวขอบคุณ ศปช.ส่วนหน้า จังหวัดเชียงใหม่ คณะสงฆ์ และพี่น้องประชาชน ที่ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่และหัวหน้าส่วนราชการนายอำเภอ 10 แห่ง ในการทำความสะอาดเพื่อเร่งฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่ให้กลับมาสวยงาม เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวที่เริ่มแล้ววันนี้

 

ขณะที่ความคืบหน้าการฟื้นฟูพื้นที่ได้รับผลกระทบในจังหวัดเชียงราย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานว่า ดำเนินการล้างทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชน ดูดโคลน และล้างถนนอำเภอเมืองเชียงราย เสร็จทั้งหมดแล้ว 

 

ส่วนในพื้นที่อำเภอแม่สายล้างทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชนแล้ว 814 หลัง เหลืออีก 5 หลังอยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการ ซึ่งขณะนี้คืบหน้าไปแล้ว 99% คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันพรุ่งนี้ (21 ตุลาคม)

 

จิรายุกล่าวต่อว่า ที่ประชุม ศปช. ยังขอให้ทุกส่วนราชการติดตามเฝ้าระวังและแจ้งเตือนแผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากในวันนี้และวันพรุ่งนี้ (20-21 ตุลาคม) โดยกรมทรัพยากรธรณีออกประกาศแจ้งเตือน 25 จังหวัด ทั้งในภาคตะวันออกและภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดชลบุรี, ระยอง, ฉะเชิงเทรา, ปราจีนบุรี, จันทบุรี, ตราด, กาญจนบุรี, นครนายก รวมทั้งราชบุรี และภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดเพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง, สตูล, พัทลุง, สงขลา, ยะลา, ปัตตานี และนราธิวาส 

 

ซึ่งมีการประสานงานให้อาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังการแจ้งเตือน รวมถึงเตรียมความพร้อมและติดตามปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเตรียมพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์ด้วย

The post โฆษก ศปช. รายงานความคืบหน้าการฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชนหลังน้ำท่วมเชียงราย อำเภอเมืองเชียงรายเสร็จสิ้น อำเภอแม่สายเหลือ 5 หลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศปช. แจ้งเตือนภาคใต้ 9 จังหวัด เฝ้าระวังดินสไลด์หลังฝนเคลื่อนลงใต้ ส่วนภาคกลางปรับระบายน้ำเจ้าพระยาลดลงหลังน้ำเหนือลด https://thestandard.co/landslide-warning-9-southern-provinces/ Mon, 14 Oct 2024 09:03:10 +0000 https://thestandard.co/?p=995731

วันนี้ (14 ตุลาคม) จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกศูนย์ปฏิบัติกา […]

The post ศปช. แจ้งเตือนภาคใต้ 9 จังหวัด เฝ้าระวังดินสไลด์หลังฝนเคลื่อนลงใต้ ส่วนภาคกลางปรับระบายน้ำเจ้าพระยาลดลงหลังน้ำเหนือลด appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (14 ตุลาคม) จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) และ ศปช. ส่วนหน้า จังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า จากปริมาณฝนที่ยังตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ช่วงนี้ อาจส่งผลให้เกิดเหตุดินถล่มได้ในพื้นที่ 9 จังหวัด ขอแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวเฝ้าระวังเหตุดินถล่ม

 

พื้นที่เสี่ยงดินถล่มใน 9 จังหวัด ได้แก่

 

  • อำเภอเมืองภูเก็ต อำเภอกะทู้ และอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต

 

  • อำเภอเมืองกระบี่ อำเภอเขาพนม และอำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่

 

  • อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอห้วยยอด และอำเภอนาโยง จังหวัดตรัง

 

  • อำเภอควนโดน, อำเภอควนกาหลง, อำเภอละงู, อำเภอทุ่งหว้า และอำเภอมะนัง จังหวัดสตูล

 

  • อำเภอกงหรา, อำเภอศรีบรรพต, อำเภอศรีนครินทร์, อำเภอเขาชัยสน, อำเภอตะโหมด และอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง

 

  • อำเภอหาดใหญ่, อำเภอสะบ้าย้อย, อำเภอจะนะ, อำเภอนาทวี, อำเภอรัตภูมิ และอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา

 

  • อำเภอโคกโพธิ์, อำเภอหนองจิก, อำเภอปะนาเระ, อำเภอมายอ, อำเภอทุ่งยางแดง, อำเภอสายบุรี และอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี

 

  • อำเภอบาเจาะ, อำเภอยี่งอ, อำเภอระแงะ, อำเภอรือเสาะ, อำเภอศรีสาคร, อำเภอแว้ง, อำเภอสุคิริน, อำเภอสุไหงปาดี, อำเภอจะแนะ และอำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส

 

  • อำเภอเบตง, อำเภอธารโต, อำเภอกาบัง, อำเภอบันนังสตา, อำเภอยะหา, อำเภอรามัน และอำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา

 

ส่วนสถานการณ์น้ำภาคกลาง จิรายุกล่าวว่า ปริมาณฝนที่ลดลงทำให้น้ำที่ไหลผ่านเหนือเขื่อนเจ้าพระยาลดลงตามลำดับ ปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสถานี C.2 นครสวรรค์ 1,980 ลูกบาศก์เมตร​ต่อวินาที และการระบายน้ำปัจจุบันที่ 1,751 ลูกบาศก์เมตร​ต่อวินาที

 

ที่ประชุม ศปช. วันนี้ จึงมีมติให้ทยอยปรับลดการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาลง เหลืออัตรา 1,700 ลูกบาศก์เมตร​ต่อวินาที ในเวลา 12.00 น. และเหลืออัตรา 1,650 ลูกบาศก์เมตร​ต่อวินาที ในเวลา 21.00 น. เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำหนุนในช่วงวันที่ 13-24 ตุลาคมนี้

 

ทั้งนี้ คาดว่าหากปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาลดลงอย่างต่อเนื่อง 2-3 วันข้างหน้า จะสามารถปรับลดการระบายน้ำเหลือ 1,500 ลูกบาศก์เมตร​ต่อวินาที

 

จิรายุกล่าวต่อไปว่า ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานศูนย์ ศปช. จึงกำชับเหล่าทัพเร่งระดมกำลังพลเตรียมการช่วยเหลือประชาชนทันทีเมื่อเกิดภัยในพื้นที่ตำบลชนแดน อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ รวมถึงการฟื้นฟู ทำความสะอาด และขุดตักดินโคลนที่ทับถมบ้านพักอาศัย รวมทั้งพื้นที่สาธารณะให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย รวมถึงมอบถุงยังชีพ สิ่งของ เครื่องอุปโภค-บริโภค พร้อมน้ำดื่ม ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ตำบลหนองผึ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อการบรรเทาความเดือดร้อนในขั้นต้น

 

พร้อมกันนี้ให้ร่วมกับส่วนราชการในจังหวัดนนทบุรีและปทุมธานี มอบถุงยังชีพสิ่งของเครื่องอุปโภค-บริโภคให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย บรรจุและขนย้ายกระสอบทรายทำแนวกั้นน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม ตลอดจนเร่งทำแนวคันกั้นน้ำเพื่อป้องกันพื้นที่บ้านเรือนประชาชนและพื้นที่เศรษฐกิจ พร้อมจัดกำลังพลเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง

 

จิรายุกล่าวถึงภาพรวมการจ่ายเงินเยียวยาและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยว่า (ข้อมูล ณ 12 ตุลาคม 2567) ความคืบหน้าการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาและผู้ประสบภัยตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 17 กันยายน 2567 มีการยื่นคำร้องในระบบทั้งสิ้น 56 จังหวัด 195,851 ครัวเรือน โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ส่งข้อมูลให้ธนาคารออมสินแล้ว 7 ครั้ง จ่ายเงินผ่าน PromptPay ไปแล้ว 6 ครั้ง โอนเงินสำเร็จกว่า 17,352 ครัวเรือน จำนวนเงินทั้งสิ้น 86,888,000 บาท

 

ส่วนการฟื้นฟูในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เป้าหมายบ้านเรือนประชาชน 1,367 ครัวเรือน ดำเนินการแล้ว 1,327 ครัวเรือน อยู่ระหว่างดำเนินการ 40 ครัวเรือน คิดเป็น 97% ด้านการดำเนินการฟื้นฟูในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เฟส 2 เป้าหมายบ้านเรือนประชาชน 819 ครัวเรือน ดำเนินการแล้ว 660 ครัวเรือน อยู่ระหว่างดำเนินการ 159 ครัวเรือน คิดเป็น 80% การจัดการขยะในพื้นที่ ประมาณการขยะทั้งสิ้น 70,000 ตัน ดำเนินการทิ้งแล้วทั้งสิ้น 67,617 ตัน คิดเป็น 96.59%

 

สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้วทั้งในส่วนของตัวเมืองและอำเภอในพื้นที่ท้ายน้ำ โดยระดับน้ำในแม่น้ำปิงที่สถานี P.1 สะพานนวรัฐ ปัจจุบันลดต่ำลงเหลือ 2.29 เมตร ขณะที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวก็ลดเหลือเพียง 13 แห่ง ซึ่งยังมีผู้พักพิงอาศัยอยู่ รวมทั้งสิ้น 38 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงที่ยังอยู่ในระหว่างรอลูกหลานฟื้นฟูสภาพบ้านเรือนให้พร้อมเข้าอยู่อาศัยก่อน ส่วนการดำเนินการหลังจากนี้ไปจะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูล้างทำความสะอาดบ้านเมืองอย่างเต็มกำลังในทั่วทุกพื้นที่ และในวันนี้ ตั้งแต่ 08.00 น. ระดมกำลังจากส่วนต่างๆ ทำความสะอาดถนน ฟื้นฟูพื้นที่เศรษฐกิจและบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน

 

ด้านสถานการณ์อุทกภัยที่จังหวัดลำพูน สถานการณ์น้ำท่วมเขตอำเภอเมืองล่าสุด (13 ตุลาคม) มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ทั้ง 7 ตำบล รวม 81 ตัว ซึ่งส่งผลให้ระดับน้ำลดลงในหลายพื้นที่

The post ศปช. แจ้งเตือนภาคใต้ 9 จังหวัด เฝ้าระวังดินสไลด์หลังฝนเคลื่อนลงใต้ ส่วนภาคกลางปรับระบายน้ำเจ้าพระยาลดลงหลังน้ำเหนือลด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศปช. เตือน หลายจังหวัดยังต้องเฝ้าระวังฝนหนัก พร้อมส่ง จนท. เยียวยาพื้นที่น้ำขังที่บ้านหลุก ลำพูน https://thestandard.co/many-provinces-still-need-to-watch-out-for-heavy-rain/ Sun, 13 Oct 2024 08:55:32 +0000 https://thestandard.co/?p=995512

วันนี้ (13 ตุลาคม) จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกศูนย์ปฏิบัติกา […]

The post ศปช. เตือน หลายจังหวัดยังต้องเฝ้าระวังฝนหนัก พร้อมส่ง จนท. เยียวยาพื้นที่น้ำขังที่บ้านหลุก ลำพูน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (13 ตุลาคม) จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) และ ศปช. ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากปริมาณฝนและปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาสถานี C.2 นครสวรรค์ 2,184 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และการระบายน้ำวันนี้อยู่ที่ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที 

     

ที่ประชุม ศปช. ให้ปรับลดการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาลงอีกจนเหลือ 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำท้ายเขื่อนไม่เกิดปัญหากับพี่น้องประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมากนัก และเป็นไปอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำฝนและน้ำทะเลที่จะขึ้นหนุนในช่วงวันที่ 13-24 ตุลาคมนี้ 

     

จิรายุกล่าวต่อไปว่า ส่วนพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากยังมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดย ศปช. ขอให้ประชาชนที่อยู่ใน 9 จังหวัดพื้นที่เสี่ยงสูงมาก เฝ้าระวังและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ได้แก่ 

  1. พังงา (อำเภอตะกั่วทุ่ง, คุระบุรี, กะปง, ท้ายเหมือง, เมืองพังงา, ทับปุด, เกาะยาว และตะกั่วป่า)
  2. ภูเก็ต (อำเภอถลาง เมืองภูเก็ต และกะทู้)
  3. กระบี่ (อำเภออ่าวลึก, เกาะลันตา, ปลายพระยา, คลองท่อม, เหนือคลอง, เมืองกระบี่, เขาพนม และลำทับ)
  4. สุราษฎร์ธานี (อำเภอบ้านตาขุน, บ้านนาสาร, บ้านนาเดิม, กาญจนดิษฐ์, ดอนสัก, ท่าชนะ, เวียงสระ, เมืองสุราษฎร์ธานี, วิภาวดี, ไชยา, เกาะสมุย, คีรีรัฐนิคม, พนม, ท่าฉาง และพระแสง)
  5. ตรัง (อำเภอเมืองตรัง, กันตัง, ย่านตาขาว, ปะเหลียน, สิเกา, ห้วยยอด, วังวิเศษ, นาโยง และรัษฎา)
  6. ยะลา (อำเภอเมืองยะลา, เบตง, ยะหา, บันนังสตา, ธารโต, กาบัง, รามัน และกรงปินัง)
  7. นราธิวาส (อำเภอเมืองนราธิวาส, บาเจาะ, ยี่งอ, ระแงะ, รือเสาะ, ศรีสาคร, สุไหงปาดี, เจาะไอร้อง, จะแนะ, สุคิริน และแว้ง)
  8. ปัตตานี (อำเภอโคกโพธิ์ หนองจิก แม่ลาน ปะนาเระ มายอ ทุ่งยางแดง สายบุรี ยะรัง กะพ้อ) 
  9. พัทลุง (อำเภอเมืองพัทลุง, กงหรา, ศรีบรรพต, ศรีนครินทร์, เขาชัยสน, ตะโหมด, ควนขนุน, ป่าบอน และป่าพะยอม)

      

สำหรับพื้นที่เสี่ยง 12 จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ ภาคใต้ ได้แก่

  1. ระนอง (อำเภอสุขสำราญ, กะเปอร์, ละอุ่น, เมืองระนอง และกระบุรี)
  2. นครศรีธรรมราช (อำเภอฉวาง, พิปูน, ท่าศาลา, ลานสกา, ช้างกลาง, เชียรใหญ่, เมืองนครศรีธรรมราช, ปากพนัง, พรหมคีรี, เฉลิมพระเกียรติ, ร่อนพิบูลย์, หัวไทร, ทุ่งสง, ทุ่งใหญ่, สิชล, ขนอม, นาบอน และนบพิตำ)
  3. สงขลา (อำเภอเมืองสงขลา, จะนะ, นาทวี, เทพา, สะบ้าย้อย, สะเดา, ระโนด, รัตภูมิ, หาดใหญ่, นาหม่อน และคลองหอยโข่ง)
  4. สตูล (อำเภอเมืองสตูล, ควนโดน, ควนกาหลง, ละงู, ทุ่งหว้า และมะนัง) 

 

ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ได้แก่

  1. กาญจนบุรี (อำเภอเมืองกาญจนบุรี, เลาขวัญ, บ่อพลอย, หนองปรือ, พนมทวน, ท่ามะกา, ท่าม่วง, ด่านมะขามเตี้ย และห้วยกระเจา)
  2. เพชรบุรี
  3. ประจวบคีรีขันธ์
  4. ชุมพร (อำเภอสวี, ละแม, เมืองชุมพร, ท่าแซะ, ปะทิว, พะโต๊ะ และทุ่งตะโก)
  5. จันทบุรี (อำเภอขลุง)
  6. ระยอง
  7. ตราด 
  8. ชลบุรี

 

ศปช. ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ รวมทั้งติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนล่วงหน้าของหน่วยงานราชการแก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง หากต้องการความช่วยเหลือติดต่อสายด่วนได้ที่ 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง

    

นอกจากนี้ที่ประชุม ศปช. ได้เตรียมความพร้อมในการพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ภาคใต้ที่มีปริมาณความจุเกิน 80% เพื่อรองรับปริมาณฝนที่จะเติมเข้ามา รวมทั้งสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความแข็งแรงของอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ กำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ตลอดจนประสานอ่างเก็บน้ำท้องถิ่นเพื่อบริหารจัดการการระบายน้ำในพื้นที่

       

ส่วนความคืบหน้าแผนฟื้นฟูที่จังหวัดเชียงราย จิรายุกล่าวว่า ศปช. ส่วนหน้า จังหวัดเชียงราย ได้รายงานความคืบหน้าระบุว่า การให้ความช่วยเหลือประชาชนถือว่ามากกว่า 90% แล้ว และไม่มีสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่มในพื้นที่จังหวัดเชียงรายเพิ่มเติม ขณะนี้อยู่ระหว่างฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด โดยหน่วยงานต่างๆ ไม่มีการถอนกำลัง และยังคงเดินหน้าเพื่อให้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว 

       

ส่วนการดำเนินการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยในอำเภอแม่สาย ประชาชนมีไฟฟ้าใช้แล้ว 12,268 ราย การฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชน 819 หลัง ดำเนินการแล้ว 658 หลัง คิดเป็น 80%

 

จิรายุชี้แจงกรณีสื่อออนไลน์นำเสนอข่าวน้ำท่วมขังและน้ำมีกลิ่นเหม็นที่บ้านหลุก อำเภอเมืองลำพูน ว่า ศปช. ได้เร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เร่งแก้ไขปัญหาใน 3 จุดแล้ว ได้แก่ จุดที่ 1 สวนกาญจนาภิเษก ร.9 ตำบลเหมืองง่า อำเภอเมืองลำพูน ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่รับน้ำที่มีประชาชนบางส่วนเข้าไปอยู่อาศัย เป็นจุดรับน้ำ และจะผันน้ำลงลำเหมืองหลิ่งห้า มีสภาพที่ตื้นเขิน คับแคบ ประกอบกับมีอาคารบังคับน้ำเก่ากีดขวาง ทำให้ระบายน้ำไม่สะดวก เจ้าหน้าที่ได้ติดเครื่องผลักดันน้ำ 1 เครื่อง เครื่องสูบน้ำ 12 นิ้ว 2 เครื่อง และเครื่องสูบซิ่ง 2 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำ จุดที่ 2 หลังเทศบาลตำบลเหมืองง่า (เก่า) คือลำเหมืองหลิ่งห้า จะรับน้ำต่อจากจุด 1 ซึ่งมีลักษณะของสะพานที่แคบ จึงได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 42 นิ้ว 1 เครื่อง เพื่อผลักดันน้ำก่อนไปจุดที่ 3 โดยต้องผ่านอาคารฝายเก่า ทำให้ระบายน้ำได้น้อยมาก 

 

ทาง อบจ.ลำพูน ได้ร่วมกับชลประทานจังหวัดลำพูน ดำเนินการขุดร่องชักน้ำด้านข้างอาคารเพิ่มเติม เพื่อเร่งระบายน้ำจุดนี้อย่างเร่งด่วน ในส่วนของจุดอื่นๆ ยังคงระบายน้ำได้ดีและไม่มีผลกับการระบายน้ำทั้ง 3 จุดข้างต้น

 

“คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นและกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในวันที่ 15 ตุลาคมนี้” จิรายุกล่าว

The post ศปช. เตือน หลายจังหวัดยังต้องเฝ้าระวังฝนหนัก พร้อมส่ง จนท. เยียวยาพื้นที่น้ำขังที่บ้านหลุก ลำพูน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศปช. ปรับลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาเหลือ 1,950 ลบ.ม./วินาที หลังแนวโน้มฝนลดลง เตือนภาคใต้เฝ้าระวังฝนตกหนักในหลายพื้นที่ https://thestandard.co/reduce-water-discharge-from-chao-phraya-dam/ Sat, 12 Oct 2024 11:56:28 +0000 https://thestandard.co/?p=995387

วันนี้ (12 ตุลาคม) จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกศูนย์ปฏิบัติกา […]

The post ศปช. ปรับลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาเหลือ 1,950 ลบ.ม./วินาที หลังแนวโน้มฝนลดลง เตือนภาคใต้เฝ้าระวังฝนตกหนักในหลายพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (12 ตุลาคม) จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) และ ศปช. ส่วนหน้าจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า จากปริมาณฝนและจำนวนน้ำที่ไหลผ่านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา สถานี C.2 นครสวรรค์ 2,225 ลบ.ม./วินาที และการระบายน้ำ 2,002 ลบ.ม./วินาที มีแนวโน้มดีขึ้น

 

ที่ประชุม ศปช. วันนี้จึงปรับลดการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาลงเหลือ 1,950 ลบ.ม./วินาที เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำฝน-น้ำท่า และสมดุลกับสถานการณ์น้ำหนุนในช่วงวันที่ 13-24 ตุลาคมนี้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อพื้นที่วัดสิงห์ อำเภออินทร์บุรี, อำเภอเมืองสิงห์บุรี, อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี และวัดไชโยวรวิหาร อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง

 

จิรายุกล่าวต่อว่า ในช่วงนี้มีร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนบน ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มได้

 

ขอแจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังน้ำหลาก ดินถล่มในพื้นที่ลาดชัน โดยเฉพาะที่อำเภอเวียงสระ, อำเภอพระแสง, อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี, อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช, อำเภอเบตง, อำเภอธารโต จังหวัดยะลา รวมทั้งเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำล้นตลิ่งในช่วงวันที่ 13-17 ตุลาคมนี้

 

นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 และเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง และบริเวณชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังเป็นประจำเนื่องจากระบายไม่ทัน ในบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี, กระบี่, นครศรีธรรมราช, ตรัง, สตูล, พัทลุง, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ รวมทั้งติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนล่วงหน้าของหน่วยงานราชการแก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงด้วย

 

สำหรับความคืบหน้าแผนฟื้นฟูที่จังหวัดเชียงราย มีความคืบหน้าอย่างมาก เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 11 ตุลาคม ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธาน ศปช. ส่วนหน้าจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกิจกรรม Big Cleaning ล้างฝุ่นบนถนน (พหลโยธิน) หน้าด่านพรมแดนแม่สาย เพื่อสร้างอากาศบริสุทธิ์ให้ชาวแม่สาย ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีเมื่อครั้งที่มาติดตามการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหลังเหตุการณ์อุทกภัย โดยทุกภาคส่วนขานรับดำเนินการเพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่สายมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี และบ้านเรือนกลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็ว

 

สำหรับความคืบหน้าการดำเนินการฟื้นฟูในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เป้าหมาย 1,367 ครัวเรือน ดำเนินการแล้ว 1,315 ครัวเรือน อยู่ระหว่างดำเนินการ 52 ครัวเรือน คิดเป็นความคืบหน้า 96% และการดำเนินการฟื้นฟูในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เฟส 2 กิจกรรมการฟื้นฟูล้างทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชน ได้รับผลกระทบ 819 ครัวเรือน ช่วยเหลือแล้ว 598 ครัวเรือน อยู่ระหว่างดำเนินการ 221 ครัวเรือนคิดเป็น 73% 

 

จิรายุยังกล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ว่า ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ครั้งที่ 4/2567 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดพิษณุโลก

 

โดยมอบหมายภารกิจให้ กนช. ดำเนินการ 3 ประเด็น ดังนี้

  1. วิเคราะห์และประเมินสถานการณ์น้ำทุกวันให้บ่อยขึ้น มีข้อมูลที่แม่นยำ และบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
  2. เตรียมตัวรับมือกับปัญหาภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นในหลายๆ พื้นที่ในประเทศไทย หลังจากสิ้นเดือนตุลาคมนี้ โดยเฉพาะการกักเก็บน้ำในเขื่อนให้เพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคตลอดทั้งปีให้กับพี่น้องประชาชน
  3. การแก้ปัญหาน้ำท่วมในระยะกลาง-ระยะยาว โดยเฉพาะการป้องกันสถานการณ์น้ำท่วมในภาคเหนือปีหน้าและปีต่อไป

 

ทั้งนี้ ประเสริฐยังพิจารณาให้นำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลเรื่องน้ำของประเทศ เพื่อใช้ในการประกอบการตัดสินใจของฝ่ายบริหารสำหรับการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

The post ศปช. ปรับลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาเหลือ 1,950 ลบ.ม./วินาที หลังแนวโน้มฝนลดลง เตือนภาคใต้เฝ้าระวังฝนตกหนักในหลายพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศปช. แจ้งรถไฟสายเหนือเปิดให้บริการแล้ว พร้อมเร่งฟื้นฟูสาธารณูปโภคเชียงใหม่และเชียงรายให้ครบทุกพื้นที่ https://thestandard.co/northern-train-service-resumes/ Wed, 09 Oct 2024 12:04:00 +0000 https://thestandard.co/?p=993954

วันนี้ (9 ตุลาคม) จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการ […]

The post ศปช. แจ้งรถไฟสายเหนือเปิดให้บริการแล้ว พร้อมเร่งฟื้นฟูสาธารณูปโภคเชียงใหม่และเชียงรายให้ครบทุกพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (9 ตุลาคม) จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) และ ศปช. ส่วนหน้า กล่าวถึงความคืบหน้าการซ่อมแซมเส้นทางคมนาคม หลังสถานีขนส่งและสถานีรถไฟได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจังหวัดเชียงใหม่ว่า ศปช. ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมเร่งฟื้นฟูระบบคมนาคมขนส่งในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และสามารถลำเลียงความช่วยเหลือเข้าพื้นที่ได้เต็มศักยภาพ

 

ล่าสุดได้รับรายงานว่าทางหลวงในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่และสารภีได้รับการฟื้นฟูจนสามารถเปิดใช้งานได้ตามปกติแล้ว เช่นเดียวกับสถานีขนส่งผู้โดยสารเชียงใหม่แห่งที่ 2 และ 3 ก็เปิดให้บริการได้ตามปกติ รวมถึงรถไฟสายเหนือก็เปิดให้บริการได้แล้วเช่นกัน

 

ส่วนการจ่ายน้ำให้ประชาชน หลังน้ำท่วมภาคเหนือ ศปช. ได้รับรายงานจาก ปราโมทย์ ฉันทะ ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สาขาเชียงใหม่ (ชั้นพิเศษ) สถานีผลิตน้ำป่าตัน ว่า ขณะนี้เร่งจ่ายน้ำให้ประชาชน ซึ่งดำเนินการแล้วกว่าร้อยละ 80 ของกำลังจ่ายน้ำทั้งหมด โดยจะเร่งปรับปริมาณการจ่ายน้ำ เพราะในเส้นท่อมีอากาศ ป้องกันท่อประปาแตก ล่าสุดมีผู้ได้รับบริการจ่ายน้ำประปาแล้ว 136,616 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 97.97 ของจำนวนผู้รับบริการทั้งหมด

 

ส่วนที่จังหวัดเชียงราย ซ่อมแซมระบบประปาแล้ว 337 จุด หรือร้อยละ 79.7 จากทั้งหมดที่เสียหาย 423 จุด คาดว่าจะจ่ายน้ำได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ภายในวันจันทร์นี้ สำหรับประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือ ติดต่อได้ที่ PWA Contact Center โทร. 1662

 

สำหรับความคืบหน้าการจ่ายไฟฟ้าเข้าบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ จิรายุเปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เขต 1 ภาคเหนือ ดำเนินการแก้ไขและจ่ายไฟให้ประชาชนต่อเนื่อง โดยในทุกอำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ได้ซ่อมแซมระบบไฟฟ้าและหม้อแปลง สามารถจ่ายไฟให้บ้านเรือนประชาชนแล้วร้อยละ 95 ที่เหลือส่วนใหญ่อยู่ที่อำเภอสารภีที่ยังมีน้ำท่วมขัง

 

ส่วนที่จังหวัดเชียงราย จ่ายไฟให้ประชาชนแล้วร้อยละ 99.5 ยังเหลือที่อำเภอแม่สาย บริเวณติดลำน้ำสาย ที่ได้รับผลกระทบหนักจากน้ำท่วม คาดว่าต้องใช้เวลาในการซ่อมแซมฟื้นฟู

 

“ที่จังหวัดเชียงใหม่ กฟภ. ยังรอจ่ายไฟเข้าบ้านเรือนประชาชนอีกประมาณ 3,000 ครัวเรือนจากทั้งหมด 53,000 ครัวเรือน ส่วนใหญ่อยู่ที่อำเภอสารภี ที่ต้องตัดไฟเพื่อความปลอดภัยในการเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยของเจ้าหน้าที่และกู้ภัย ขณะที่จังหวัดเชียงราย ในเทศบาลนครเชียงรายไม่มีปัญหา ยังเหลือที่อำเภอแม่สายประมาณ 300 ครัวเรือนจากทั้งหมด 55,000 ครัวเรือน เจ้าหน้าที่กำลังฟื้นฟูระบบจ่ายไฟ อาจต้องใช้เวลา หลังน้ำท่วมเสียหายหนักมาก” จิรายุกล่าว

The post ศปช. แจ้งรถไฟสายเหนือเปิดให้บริการแล้ว พร้อมเร่งฟื้นฟูสาธารณูปโภคเชียงใหม่และเชียงรายให้ครบทุกพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศปช. เตือนภาคใต้ตอนบนเฝ้าระวังฝนตกหนัก 9-11 ต.ค. นี้ ส่วนภาคกลางตอนล่าง แนวโน้มน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาลดลง https://thestandard.co/southern-thailand-heavy-rain-warning-october/ Wed, 09 Oct 2024 07:27:55 +0000 https://thestandard.co/?p=993795 ภาคใต้ ฝนตก

วันนี้ (9 ตุลาคม) จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการ […]

The post ศปช. เตือนภาคใต้ตอนบนเฝ้าระวังฝนตกหนัก 9-11 ต.ค. นี้ ส่วนภาคกลางตอนล่าง แนวโน้มน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาลดลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาคใต้ ฝนตก

วันนี้ (9 ตุลาคม) จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ปัจจุบันอยู่ที่ 2,318 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องในสัปดาห์นี้และส่งผลดีต่อการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำทะเลหนุนช่วงวันที่ 13-24 ตุลาคมนี้ โดยในส่วนของการระบายน้ำยังคงที่ 2,199 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดนนทบุรี ได้มีการเตรียมการป้องกันพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ เพื่อป้องกันการเอ่อล้นเข้าพื้นที่บ้านเรือนของประชาชน

 

“การระบายน้ำขณะนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับในปี 2554 ที่ระบายน้ำได้อยู่ที่ 3,703 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงยังไม่มีความน่ากังวลใจ อีกทั้งในสัปดาห์นี้ที่ภาคเหนือและภาคกลาง มีปริมาณฝนเริ่มลดลงแล้ว ศปช. ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดน้ำท่วมเหมือนปี 2554 อย่างแน่นอน” จิรายุกล่าว

 

จิรายุกล่าวถึงสถานการณ์ในภาคใต้ตอนบนว่า ใน 1-2 วันนี้มีฝนตกหนัก โดยเฉพาะ จังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ ปริมาณน้ำฝนอยู่ที่ 100-140 มิลลิเมตร และหากมีฝนตกต่อเนื่อง ปริมาณฝนจะเกิน 200 มิลลิเมตร สะสมในพื้นที่ซึ่งจะมีความเสี่ยงเกิดสถานการณ์น้ำหลากได้ ขอให้ประชาชนฟังรายงานของ ศปช. และหน่วยงานราชการอื่นๆ อย่างใกล้ชิด

 

ขณะที่กรมชลประทานเตรียมความพร้อมรับมือพื้นที่เสี่ยงและเฝ้าระวังในบริเวณภาคใต้ช่วงวันนี้ไปจนถึงวันศุกร์ที่ 11 ตุลาคมนี้ โดยในพื้นที่ภาคใต้ได้เตรียมความพร้อมของเครื่องสูบน้ำจำนวน 552 เครื่อง, เครื่องผลักดันน้ำ 227 เครื่อง, รถบรรทุกน้ำ 44 คัน และเครื่องจักรกลสนับสนุนอื่นๆ อีก 277 หน่วย ในบริเวณพื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมเป็นประจำ เพื่อให้สามารถนำไปช่วยเหลือได้ทันที

 

จิรายุกล่าวว่า กรมทรัพยากรธรณีประกาศเฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังน้ำป่าและดินถล่ม ช่วงวันที่ 9-11 ตุลาคมนี้ ในพื้นที่อำเภอสวนผึ้งและอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี, อำเภอหนองหญ้าปล้องและอำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี, อำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี และอำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมถึงอำเภอเบตง อำเภอธารโต และอำเภอยะหา จังหวัดยะลา

 

จิรายุกล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดเชียงใหม่ได้เปิดบริการภาพรวมหลายจุดแล้ว และในบริเวณพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังก็ได้ติดป้ายแจ้งเตือน เจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ได้เข้าไปอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน

 

ส่วนของดินสไลด์และดินถล่มซ้ำซาก จะมีการเอาอุปกรณ์ไปประจำพื้นที่พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่ประจำจุดที่จะเข้าไปเคลียร์ทางเพื่อช่วยเหลือได้ทันที รวมถึงทำฐานข้อมูลจุดเสี่ยงดินโคลนถล่มเพื่อประสานให้กรมทรัพยากรธรณีดำเนินการแจ้งเตือนประชาชนต่อไป

 

สำหรับการฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชนพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย มีความคืบหน้ามาก วานนี้ (8 ตุลาคม) ภาพรวมดำเนินการแล้วเสร็จ 63% จากบ้านเรือนประชาชนทั้งสิ้น 753 หลัง ฟื้นฟูแล้ว 478 หลัง คาดว่าจะเสร็จสิ้นก่อนปลายเดือนตุลาคมนี้

The post ศปช. เตือนภาคใต้ตอนบนเฝ้าระวังฝนตกหนัก 9-11 ต.ค. นี้ ส่วนภาคกลางตอนล่าง แนวโน้มน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาลดลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศปช. ถอดบทเรียนน้ำท่วมเชียงใหม่-เชียงราย ยกเป็นโมเดลป้องกันน้ำท่วม ยืนยันไม่ใช่การบริหารผิดพลาด แต่เป็นเหตุไม่เคยเกิดขึ้นหนักขนาดนี้มาก่อน https://thestandard.co/chiangmai-chiangrai-flood-lesson/ Tue, 08 Oct 2024 12:22:57 +0000 https://thestandard.co/?p=993402

วันนี้ (8 ตุลาคม) ที่ห้องประชุม 108 อรรถไกวัลวที ชั้น 1 […]

The post ศปช. ถอดบทเรียนน้ำท่วมเชียงใหม่-เชียงราย ยกเป็นโมเดลป้องกันน้ำท่วม ยืนยันไม่ใช่การบริหารผิดพลาด แต่เป็นเหตุไม่เคยเกิดขึ้นหนักขนาดนี้มาก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (8 ตุลาคม) ที่ห้องประชุม 108 อรรถไกวัลวที ชั้น 1 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) ครั้งที่ 3/2567 โดยมี อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

 

ภูมิธรรม ในฐานะผู้อำนวยการ ศปช. แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมมีการประมวลผลและวิเคราะห์สถานการณ์ร่วมกัน เพื่อแก้ไขให้เกิดความคืบหน้ามากที่สุด โดยประชุมทางออนไลน์ร่วมกับ ศปช. ส่วนหน้า เชียงรายและเชียงใหม่ด้วย ซึ่งได้แจ้งประเด็นต่างๆ 5 ข้อสำคัญ ได้แก่

 

  1. น้ำท่วมอำเภอเมืองเชียงใหม่ครั้งนี้เกิดขึ้นจากฝนตกหนักในวันที่ 3 และ 4 ตุลาคม ในพื้นที่อำเภอเชียงดาว และอำเภอแม่ริม ซึ่งฝนตกมากที่สุด ตามสถิติถือว่าหลายร้อยปีจะเกิดขึ้นครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รวมถึงเหตุอุทกภัยที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ก็ไม่เคยเกิดดินโคลนถล่ม ครั้งนี้ถือว่าเป็นเหตุการณ์ใหญ่มาก

 

ดังนั้นเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ไม่ใช่ความผิดพลาดของหน่วยราชการหรือการบริหารจัดการใดๆ ทั้งสิ้น ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เคยอยู่ในวิถีที่ควรจะเกิด แต่เกิดจากภาวะโลกร้อนและหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง จึงต้องรับไว้เป็นบทเรียน โดยเราต้องสร้าง 2 โมเดล คือ โมเดลที่เชียงใหม่และเชียงราย ซึ่งอยากให้สื่อเข้าใจจุดนี้ เพื่อติดตามสถานการณ์และประเมินร่วมกันไปกับเรา

 

  1. จากเหตุการณ์น้ำล้นตลิ่งเมื่อน้ำมาถึงอำเภอเมืองเชียงใหม่ ชี้ให้เห็นว่าจำเป็นต้องสร้างระบบป้องกันเมืองด้วยเขื่อนขนาดเล็ก โดยขอให้กระทรวงมหาดไทยและจังหวัดเชียงใหม่ไปดูเรื่องนี้

 

  1. น้ำจากอำเภอเชียงดาวมาถึงอำเภอจังหวัดเชียงใหม่ใช้เวลา 30 ชั่วโมง, อำเภอแม่แตง 6 ชั่วโมง และอำเภอแม่ริม 6 ชั่วโมง ซึ่งการเดินทางของน้ำค่อนข้างยาว และเมื่อประมาณระดับน้ำที่แตกต่างกันแสดงให้เห็นว่าลำน้ำปิงตื้นเขินคดเคี้ยวมาก เกิดจากธรรมชาติ และการบุกรุก จึงสั่งให้กรมโยธาธิการและผังเมือง, กรมเจ้าท่า และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ศึกษาหาทางแก้ไขเรื่องเส้นทางน้ำ เพื่อให้เกิดความสะดวกในการระบายมากขึ้น

 

  1. ฝนที่ตกถึง 5 วันในลุ่มน้ำปิง, พื้นที่ป่าของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า รวม 14 แห่ง ในฐานะที่เป็นลุ่มน้ำชั้น 1 เอ และ 1 บี แต่ไม่สามารถซับน้ำได้ดีเหมือนในอดีต และปรากฏว่ามีการทำกินในพื้นที่ ซึ่งไม่ถูกต้องถึง 5% จึงอยากให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ และกระทรวงมหาดไทย ฟื้นฟูป่าต้นน้ำอย่างจริงจัง

 

  1. เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นกึ่งเชิงวิชาการหลายแขนง เป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจภูมิประเทศ ตลอดจนโครงสร้างสังคมของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จึงขอให้ ปลอดประสพ สุรัสวดี ที่ปรึกษา ศปช. พิจารณาศึกษาดูว่าจะมีคณะกรรมการอะไรบ้าง ซึ่งจะดูทั้งแผนระยะยาวและเฉพาะหน้า โดยให้เตรียมการให้เสร็จภายใน 3 เดือน เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก หรือหากเกิดขึ้นก็แก้ไขได้อย่างเหมาะสม ทำให้ความเสียหายไม่มาก

 

ภูมิธรรมกล่าวต่อว่า จากทั้งหมดที่ประชุมมาพบว่าพื้นที่ต่างๆ ฟื้นฟูได้ดีขึ้นตามลำดับ ส่วนที่เหลืออยู่ก็จะเร่งให้ความมั่นใจว่าภายในวันที่ 31 ตุลาคมนี้จะกลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด

 

ภูมิธรรมกล่าวอีกว่า การบริหารจัดการน้ำในขณะนี้ยืนยันได้ว่าน้ำไม่ท่วมกรุงเทพฯ แน่นอน เหตุการณ์แบบปี 2554 จะไม่เกิดขึ้น ตรงนี้เราต้องช่วยกันสร้างความเชื่อมั่น เพราะจากการประเมิน ฝนค่อยๆ หยุดตกแล้ว ปริมาณน้ำในเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนภูมิพลก็สามารถรองรับน้ำได้ ขณะที่เราจัดความสมดุลในการระบายน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำขังพื้นที่ส่วนบนของเขื่อนมากเกินไป

 

ขณะเดียวกันก็ปล่อยน้ำให้พอดี เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมหรือจังหวัดที่อยู่ใต้เขื่อนมากเกินไป แต่ก็ต้องยอมรับว่าพื้นที่ริมน้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำหลายพื้นที่เป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมอยู่แล้ว ไม่ใช่เหตุการณ์พิเศษเหมือนปี 2554 จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่าภาพน้ำท่วมปี 2554 จะไม่เกิดขึ้นแน่นอน และอยากให้โซเชียลมีเดียทั้งหลายกระจายข่าวแบบมีข้อมูลที่เป็นจริง ไม่สร้างความหวาดกลัวให้เกิดขึ้นกับประชาชน

 

ภูมิธรรมกล่าวถึงเรื่องสัตว์ป่า และช้างที่เลี้ยงในปางที่อำเภอแม่แตงว่า เราได้จัดการอย่างดีที่สุดเป็นที่เรียบร้อย มีอาหารพระราชทานเพียงพอในการดูแลช้าง สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาเร่งด่วน มีช้าง 9 เชือกที่มีความเครียดและดุร้าย เขาจึงล่ามโซ่ไว้ และสูญเสียไปบ้าง เข้าใจว่า 2 เชือก แต่ที่เหลือร้อยกว่าเชือกทั้งหมดอยู่ในที่ปลอดภัย

 

นอกจากนี้ในที่ประชุมยังเสนอให้มีการฟื้นฟูอาชีพต่างๆ และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งที่ประชุมไม่ได้มีอำนาจโดยตรง แต่เห็นความสำคัญในเรื่องนี้ จึงประสานไปที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยจะเสนอให้แก้ปัญหาต่างๆ ในลักษณะของการฟื้นฟูพื้นที่การเกษตร ซึ่งกรมบัญชีกลาง, สำนักงบประมาณ, สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ช่วยกันพิจารณาความเหมาะสมของค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น ขณะนี้ได้มอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นต้นเรื่องในการพิจารณา โดยขอให้มองเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นแผนตลอดทั้งปีและแผนเฉพาะหน้า

 

ภูมิธรรมยังกล่าวถึงกรณี พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ออกมาระบุว่า เหตุการณ์น้ำท่วมหนักเพราะรัฐบาลไม่มีความเป็นมืออาชีพ พร้อมกับยกตัวอย่างว่าสมัยที่เป็นรองนายกรัฐมนตรี มีปริมาณน้ำมากกว่านี้ยังสามารถบริหารจัดการได้ ว่า ตนไม่ทราบ ต้องถาม พล.อ. ประวิตร

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ. ประวิตร ระบุว่า สามารถไปขอคำแนะนำได้ในฐานะที่เคยดูเรื่องน้ำมาก่อน ภูมิธรรมกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ติดขัดอะไร หากมีปัญหาก็อาจไปปรึกษาทุกคนที่มีความรู้ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะ พล.อ. ประวิตร

The post ศปช. ถอดบทเรียนน้ำท่วมเชียงใหม่-เชียงราย ยกเป็นโมเดลป้องกันน้ำท่วม ยืนยันไม่ใช่การบริหารผิดพลาด แต่เป็นเหตุไม่เคยเกิดขึ้นหนักขนาดนี้มาก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศปช. เตือน เฝ้าระวังน้ำหนุน 13-24 ต.ค. กทม.-ปริมณฑล ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด https://thestandard.co/13-24-oct-flood-warning/ Mon, 07 Oct 2024 12:37:38 +0000 https://thestandard.co/?p=992931

วันนี้ (7 ตุลาคม) เวลา 18.00 น. จิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปร […]

The post ศปช. เตือน เฝ้าระวังน้ำหนุน 13-24 ต.ค. กทม.-ปริมณฑล ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (7 ตุลาคม) เวลา 18.00 น. จิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และโฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) และ ศปช. ส่วนหน้า จังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า สำหรับปริมาณน้ำที่ไหลผ่านสถานี C2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ทำให้เขื่อนเจ้าพระยายังคงการระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ปริมาณ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบแก่พื้นที่ท้ายน้ำ โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 13-24 ตุลาคมนี้ยังต้องเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงที่อาจส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้นด้วย 

 

ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ และแนวเขื่อนชั่วคราวบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร (แนวฟันหลอ) ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงในจังหวัดสมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม และสมุทรสงคราม เฝ้าระวังและติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด

 

จิรายุกล่าวต่อไปว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดเชียงใหม่เริ่มคลี่คลายแล้ว โดยมวลน้ำไหลไปที่อำเภอสารภี มีแนวโน้มสูงขึ้นเล็กน้อยและทรงตัว และบางพื้นที่ของจังหวัดลำพูน คาดว่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้นประมาณ 0.6-0.8 เมตร สูงสุดที่ 1.2 เมตร จากรายงานทราบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งเตือน พร้อมขนย้ายสิ่งของและอพยพกลุ่มเปราะบางอย่างเร่งด่วนแล้ว 

 

ขณะเดียวกันจะมีเจ้าหน้าที่กรมชลประทานที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูนลงพื้นที่วัดระดับความลึกของน้ำในแต่ละจุดทุกวัน เพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดแผนการสูบน้ำออกจากพื้นที่โดยเร็ว สำหรับจังหวัดลำพูนได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการฯ ส่วนหน้า และขอให้อาสาสมัครที่จะเดินทางเข้าพื้นที่ติดต่อที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ฯ ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองลำพูน หมายเลข 0 5351 1026 เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงทีและไม่เกิดความซ้ำซ้อน

 

ด้านพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในวันนี้ พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะที่ปรึกษา ศปช. ส่วนหน้า จังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและรับฟังสรุปสถานการณ์ ณ กองบัญชาการเหตุการณ์ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และ พล.ต. ธีระ ผดุงสุนทร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ให้การต้อนรับ โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวชื่นชมเชียงใหม่โมเดลและความร่วมมือทุกภาคส่วน เห็นด้วยกับการตั้งศูนย์บัญชาการร่วม และขอให้มีการถอดบทเรียนเพื่อบูรณาการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างเป็นระบบต่อไป 

 

จิรายุกล่าวว่า สำหรับประชาชนที่ต้องการใช้บริการรถไฟสายเหนือ หลังจากน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เริ่มคลี่คลายแล้ว การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ปรับจุดรับ-ส่งผู้โดยสาร จากเดิมให้บริการรถยนต์ขนถ่ายช่วงจากสถานีนครลำปาง-เชียงใหม่-นครลำปาง ปรับเป็นกำหนดจุดรับส่งผู้โดยสาร 2 จุดที่สถานีรถไฟเชียงใหม่และสถานีรถไฟลำพูน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป 

 

ส่วนกรณีที่ช้างจำนวนหลายเชือกได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่เชียงใหม่นั้น ในวันนี้กำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ร.7 พัน.2 ร่วมกับกรมปศุสัตว์ หน่วยงานราชการในพื้นที่ พร้อมด้วยประชาชนจิตอาสา รับหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน รวมทั้งหมด 37,000 กิโลกรัม เพื่อช่วยเหลือช้างและสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำป่าไหลหลากท่วมศูนย์บริบาลช้าง Elephant Nature Park อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

 

ด้านสถาบันคชบาลแห่งชาติระบุว่า ช้างเริ่มกลับเข้าปางได้แล้ว แต่บางส่วนพบปัญหาด้านสุขภาพ เช่น อ่อนแรงเนื่องจากภาวะขาดน้ำและหญ้าสด จึงเร่งช่วยเหลือด้วยการเก็บเกี่ยวหญ้า พร้อมรวบรวมอาหารสดลำเลียงเข้าไปยังพื้นที่ และเร่งส่งทีมสัตวแพทย์เข้าตรวจสุขภาพช้างและถ่ายพยาธิให้จนครบทุกเชือกรวมกว่า 400 เชือก

The post ศปช. เตือน เฝ้าระวังน้ำหนุน 13-24 ต.ค. กทม.-ปริมณฑล ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศปช. เตือน 3 อำเภอในเชียงใหม่ – 7 ตำบลในลำพูน เตรียมรับน้ำปิง อพยพกลุ่มเปราะบางในพื้นที่เสี่ยง-เร่งกำจัดวัชพืชที่ขวางทางน้ำเขื่อนภูมิพล https://thestandard.co/warn-3-districts-in-chiang-mai-7-sub-districts-in-lamphun/ Mon, 07 Oct 2024 07:57:07 +0000 https://thestandard.co/?p=992721

วันนี้ (7 ตุลาคม) จิรายุ ห่วงทรัพย์  ที่ปรึกษาของน […]

The post ศปช. เตือน 3 อำเภอในเชียงใหม่ – 7 ตำบลในลำพูน เตรียมรับน้ำปิง อพยพกลุ่มเปราะบางในพื้นที่เสี่ยง-เร่งกำจัดวัชพืชที่ขวางทางน้ำเขื่อนภูมิพล appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (7 ตุลาคม) จิรายุ ห่วงทรัพย์  ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และโฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) และ ศปช. ส่วนหน้า จังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ที่ประชุม ศปช. ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำปิงที่เอ่อล้นเข้าท่วมเขตเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานว่า ระดับน้ำที่สถานีวัดน้ำ P.1 สะพานนวรัฐ มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะกลับเข้าสู่ระดับตลิ่งที่ 3.70 เมตรได้ภายในวันนี้

 

สั่งอพยพ 3 อำเภอในเชียงใหม่ – 7 ตำบลในลำพูน

 

อย่างไรก็ตาม จากการติดตามมวลน้ำจำนวนมากจากแม่น้ำปิงที่เคลื่อนตัวผ่านตัวเมืองเชียงใหม่ พบว่าก่อให้เกิดผลกระทบในพื้นที่ตอนล่างของแม่น้ำปิง ซึ่ง นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ออกประกาศขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสารภี อำเภอหางดง และอำเภอสันป่าตอง เคลื่อนย้ายสัตว์ สิ่งของ และยานพาหนะขึ้นที่สูง รวมทั้งให้อพยพผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบาง ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้ประสบอุทกภัย จังหวัดเชียงใหม่ และสถานที่ปลอดภัย ภายใน 24 ชั่วโมง หากต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดเชียงใหม่ ผ่านสายด่วน 1567 ได้ทันที

 

สำหรับพื้นที่เสี่ยงในจังหวัดลำพูน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ส่งข้อความสั้น (SMS) แจ้งเตือนภัยระดับ 3 ในพื้นที่เสี่ยงน้ำล้นตลิ่ง 7 ตำบล ของอำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ได้แก่ ตำบลเหมืองง่า, ตำบลอุโมงค์, ตำบลต้นธง, ตำบลประตูป่า, ตำบลริมปิง, ตำบลหนองช้างคืน และตำบลมะเขือแจ้ ให้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ และขนย้ายสิ่งของรวมถึงอพยพกลุ่มเปราะบาง

 

“จากการประเมินปริมาณน้ำที่ อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ บางจุด อาทิ ตำบลหนองผึ้ง อาจมีน้ำท่วมสูง 0.8-1.5 เมตร เช่นเดียวกับพื้นที่ลุ่มต่ำของจังหวัดลำพูน อาจเจอระดับน้ำสูง 0.8-1.5 เมตรได้เช่นกัน ส่วนพื้นที่อำเภอเมืองลำพูน ระดับน้ำจะน้อยกว่าอยู่ที่ระดับ 0.3 – 0.5 เมตร ขอให้บ้านที่อยู่ในพื้นที่ต่ำและมีกลุ่มเปราะบางให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัย” จิรายุกล่าว

 

ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือ ขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว 16 จุด รองรับประชาชนได้ 890 คน ซึ่งปัจจุบันมีผู้เข้าพักจริง 203 คน

 

ส่วนการดูแลกลุ่มเปราะบาง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เตรียมโรงพยาบาล 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลสวนปรุง โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และโรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ป่วยพักรักษาตัวอยู่ 41 คน นอกจากนี้ยังมีการระดมทีม MCATT ประกอบด้วย จิตแพทย์, นักจิตวิทยา, พยาบาลจิตเวช และสหวิชาชีพ เข้าดูแลสภาพจิตใจผู้ประสบภัยซึ่งส่วนใหญ่มีภาวะความเครียดสะสมในระดับสูง

 

เขื่อนภูมิพลมีน้ำแค่ 69%

 

ด้านการระบายน้ำ กรมชลประทานได้นำเครื่องจักรและเครื่องสูบน้ำ เร่งระบายน้ำ พร้อมกำจัดวัชพืชที่ขวางทางน้ำเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน และให้น้ำไหลลงไปยังเขื่อนภูมิพลโดยเร็ว ซึ่งขณะนี้ปริมาณกักเก็บของเขื่อนภูมิพลยังอยู่ที่ 9,321 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 69% ของความจุเขื่อนเท่านั้น

 

จิรายุกล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะนี้ยังคงการระบายน้ำอยู่ที่ปริมาณ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และได้บริหารจัดการน้ำเหนือเขื่อนเพื่อให้ปริมาณการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาคงที่และต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบให้กับที่ท้ายน้ำ ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวว่าคันดินแตกเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ได้ตรวจสอบพบว่าเป็นคันดินชั่วคราวที่ใช้ป้องกันพื้นที่เกษตรบริเวณตำบลธรรมามูล อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำริมแม่น้ำและได้ทำคันดินชั่วคราวป้องกัน ความเสียหายของคันดินดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนในวงกว้างแต่ประการใด

 

ศปช.ส่วนหน้าติดตามภารกิจฟื้นฟูแม่สาย-เวียงป่าเป้า

 

ขณะที่ ศปช. ส่วนหน้า จิรายุเปิดเผยว่าจังหวัดเชียงรายได้เปิดปฏิบัติการฟื้นฟูให้กลับคืนสภาพปกติภายในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ โดยล่าสุด พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะที่ปรึกษา ศปช. ส่วนหน้า ลงพื้นที่บ้านห้วยทรายขาว อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เพื่อประเมินหน้างานก่อนระดมความช่วยเหลือและเครื่องมือทหารช่างเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย

 

โดยก่อนหน้านี้ ที่ปรึกษา ศปช. ส่วนหน้า ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการฟื้นฟูบ้านถ้ำผาจม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งกองทัพเรือรับผิดชอบการฟื้นฟู โดยพบว่าแม้จะมีโคลนที่เป็นอุปสรรคในการคืนสภาพพื้นที่ แต่โดยภาพรวมยังเดินหน้าตามแผน ทั้งนี้ได้ชื่นชมความเสียสละและความมุ่งมั่นของกำลังพลที่ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นและกองทัพในการฟื้นฟูชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

ขณะที่กองทัพอากาศนำกำลังพลจากกรมปฏิบัติการพิเศษ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน เดินทางถึง กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ สนธิกำลังลุยน้ำ เร่งอพยพประชาชนผู้ประสบอุทกภัยและแจกจ่ายอาหาร-น้ำดื่มให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ชุมชนและโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย ชุมชนป่าแดด และอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ อย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ยังช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยสูงวัยออกจากพื้นที่ประสบภัยได้อย่างปลอดภัย

The post ศปช. เตือน 3 อำเภอในเชียงใหม่ – 7 ตำบลในลำพูน เตรียมรับน้ำปิง อพยพกลุ่มเปราะบางในพื้นที่เสี่ยง-เร่งกำจัดวัชพืชที่ขวางทางน้ำเขื่อนภูมิพล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศปช. เตือน 11 จังหวัด พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเฝ้าระวังน้ำท่วม หลังปรับแผนระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 2,250 ลบ.ม./วินาที https://thestandard.co/11-provinces-on-alert-for-flooding/ Sun, 06 Oct 2024 07:40:30 +0000 https://thestandard.co/?p=992259

วันนี้ (6 ตุลาคม) จิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐ […]

The post ศปช. เตือน 11 จังหวัด พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเฝ้าระวังน้ำท่วม หลังปรับแผนระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 2,250 ลบ.ม./วินาที appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (6 ตุลาคม) จิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และโฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) และ ศปช. ส่วนหน้าจังหวัดเชียงราย เปิดเผยแผนการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาวันนี้ จะคงการระบายน้ำที่ 2,250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

 

แผนการครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 11 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, สุพรรณบุรี, ปทุมธานี, นนทบุรี, อุทัยธานี, ลพบุรี, พระนครศรีอยุธยา, กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ

 

ทั้งนี้ ได้มีการประสานทุกจังหวัดให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ล่วงหน้าแล้ว ขอให้ประชาชนขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ระดมกำลังเพื่อช่วยคลี่คลายความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนโดยเร็ว

 

จิรายุกล่าวต่อว่า สำหรับความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ประสบอุทกภัยที่ลงทะเบียนผ่านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ข้อมูลล่าสุด (4 ตุลาคม 2567) มีผู้ยื่นคำร้องขอรับเงินรวม 84,224 ครัวเรือน และได้นำส่งข้อมูลที่ได้รับการตรวจสอบและยืนยันจากจังหวัดให้ธนาคารออมสินแล้วจำนวน 5 ครั้ง รวม 10,978 ครัวเรือน เป็นเงิน 54,944,000 บาท และธนาคารออมสินได้โอนเงินเข้าบัญชีผู้ประสบภัยสำเร็จแล้วจำนวน 4 ครั้ง รวม 8,787 ครัวเรือน เป็นเงิน 43,987,000 บาท โดยจะทำการโอนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้งที่ 5 ภายในวันที่ 8 ตุลาคมนี้

 

ขอให้ประชาชนที่ต้องการรับเงินช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่กองช่วยเหลือผู้ประสบภัยของ ปภ. โทร. 0 2637 3508 ต่อ 10 หรือ 12 หรือ 08 9600 6777 และ 08 4874 7387 และหากต้องการสอบถามเรื่องการยื่นคำร้องผ่านระบบออนไลน์ สอบถามได้ที่ flood67.disaster.go.th หรือติดต่อศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โทร. 0 2637 3604 ต่อ 06 และ 08 9968 1232

 

จิรายุกล่าวต่อว่า คาดว่าในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคาร 8 ตุลาคมนี้ จะมีการพิจารณาหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2567 กรณีน้ำท่วม, ดินถล่ม, น้ำท่วมฉับพลัน, น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินเสียหายหรือที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันเกิน 7 วัน ให้ความช่วยเหลืออัตราเดียว ครัวเรือนละ 9,000 บาทตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอเข้ามา

The post ศปช. เตือน 11 จังหวัด พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเฝ้าระวังน้ำท่วม หลังปรับแผนระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 2,250 ลบ.ม./วินาที appeared first on THE STANDARD.

]]>