วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/วู้ดดี้-วุฒิธร-มิลินทจิน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 13 Mar 2025 07:20:07 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 จัดงานแบบเดิมอาจน่าเบื่อ! วู้ดดี้เผย หลัง S2O ครบรอบ 10 ปี บุกราชมังฯ แพ็กเกจแพงสุด 1.9 ล้านบาท https://thestandard.co/s2o-10-years-at-rajamangala/ Thu, 13 Mar 2025 06:07:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1051643

เปิดเส้นทางความสำเร็จ S2O Music Festival ครบรอบ 10 ปี ‘ […]

The post จัดงานแบบเดิมอาจน่าเบื่อ! วู้ดดี้เผย หลัง S2O ครบรอบ 10 ปี บุกราชมังฯ แพ็กเกจแพงสุด 1.9 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

เปิดเส้นทางความสำเร็จ S2O Music Festival ครบรอบ 10 ปี ‘วู้ดดี้’ เผย โลกเปลี่ยนเร็ว จัดงานแบบเดิมอาจน่าเบื่อ! ปีนี้ทุ่มทุนเพิ่ม 250 ล้านบาท บุกราชมังฯ ดึงสาวก EDM เข้างาน 100,000 คน กระแสดีจนบัตรทุกประเภท Sold Out ไปแล้ว

 

“ถึงวันนี้ S2O จัดในไทยมากว่า 10 ปีแล้ว ถือเป็นแบรนด์เฟสติวัลที่แข็งแกร่งและได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม จนสามารถพูดอย่างเต็มปากว่าเราเป็นโกลบอลแบรนด์แล้ว” วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา ผู้ก่อตั้งเทศกาลดนตรี S2O Songkran Music Festival กล่าว

 

ความสำเร็จสะท้อนจากรายได้และสปอนเซอร์ที่เพิ่มขึ้นทุกปี แต่ต้องยอมรับว่าบริบทสังคมเปลี่ยน บวกกับการแข่งขันของวงการ EDM ที่เพิ่มขึ้น ถ้าผู้จัดไม่ปรับตัวยังจัดงานแบบเดิมๆ อาจไม่ตื่นเต้นหรือทำให้คนรู้สึกน่าเบื่อ ดังนั้นเราจะไม่ยึดติดกับความสำเร็จเดิมๆ ต้องยอมทิ้งรูปแบบการจัดงานแบบเดิมไปสู่สิ่งใหม่ๆ

 

เป็นที่มาของปีนี้ได้ทุ่มงบจัดงานเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว หรืออยู่ที่ 250 ล้านบาท จากเดิมการจัดงานใช้งบ 100 ล้านบาท และย้ายสถานที่จัดงานมาอยู่ที่ราชมังคลากีฬาสถาน สิ่งที่น่าสนใจในปีนี้จะมุ่งไปใช้เทคโนโลยีออกแบบเวทีให้ใหญ่ขึ้น พร้อมด้วยเทคโนโลยีการฉีดน้ำแบบ 360 องศา รวมถึงการดึงดีเจชื่อดัง เช่น MARSHMELLO, ALAN WALKER, Major Lazer, Timmy Trumpet และ DJ SNAKE เข้ามาร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่ให้นักท่องเที่ยว

 

สำหรับงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 เมษายน 2025 บัตรเริ่มต้นราคา 2,500 บาท แพงสุดเป็นแพ็กเกจ VVIP ราคา 1.9 ล้านบาท โดยจะได้อยู่โซนที่ดีที่สุดในงาน เข้าได้ 25 คน มีเครื่องดื่มและอาหารบริการ ตอนนี้บัตรทุกประเภท Sold Out ไปแล้ว คาดว่าตลอดการจัดงานทั้งสามวันจะมีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติเข้าร่วมงานกว่า 100,000 คน

 

ปุลิน มิลินทจินดา กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและผู้ร่วมก่อตั้ง S2O กล่าวเพิ่มว่า ปีนี้เป็นปีที่ใช้งบมากสุด มีไลน์อัพดีเจที่หลากหลาย และมีลูกค้า สปอนเซอร์มากที่สุดในรอบ 10 ปี ทำให้ S2O ขึ้นแท่นเป็นงานเฟสติวัลที่ภาครัฐช่วยกันผลักดันให้เป็น Soft Power อันดับต้นๆ ของไทยที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้ทุกปี

 

ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่นี้จะช่วยยกระดับงานเฟสติวัลไทยสู่เวทีระดับโลก ให้เป็นจุดหมายปลายทางของเทศกาลดนตรีระดับนานาชาติ และส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศในฐานะศูนย์กลางวัฒนธรรมและความบันเทิงของเอเชีย

 

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาผู้เข้าร่วมงานจะเป็นคนไทย 50% ตามด้วย จีน มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย โดยอัตราการใช้จ่ายของต่างชาติอยู่ที่ 2 หมื่นบาทต่อคน

 

อีกหนึ่งความสำเร็จของ S2O ไม่เพียงดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้บินมาร่วมงานที่ไทยทุกปี แต่ยังดึงความสนใจจากผู้ประกอบการต่างชาติให้อยากซื้อลิขสิทธิ์งาน S2O ไปจัดที่ต่างประเทศ ปัจจุบันขายลิขสิทธิ์งานไปในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นงานสเกลระดับ 10,000 ขึ้นไป จัดในช่วงฤดูร้อนของประเทศนั้นๆ ค่อนข้างประสบความสำเร็จมากเหมือนกัน

 

ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมเทศกาลดนตรีมีการแข่งขันสูงขึ้นทุกปี S2O จึงต้องรักษาความเป็นผู้นำในตลาด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง การดึงดูดกลุ่มศิลปินชั้นนำ และการนำเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสาน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้รับประสบการณ์ที่แปลกใหม่

 

และหากสังเกตจะเห็นว่าหลายคนที่ซื้อบัตรไม่ได้ตัดสินใจจากราคา แต่ดูจากองค์ประกอบของงาน ทั้งรูปแบบงาน ประสบการณ์ที่จะได้รับ รวมถึงการบอกต่อของเพื่อนเป็นหลัก

 

สุดท้ายแล้วจุดแข็งของ S2O ในฐานะงานที่มีฐานแฟนเพลงขนาดใหญ่นั้น สามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดและมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคในกลุ่มนักท่องเที่ยวสายดนตรีและไลฟ์สไตล์ โดยปีนี้คาดหวังการเติบโตอยู่ที่ 25% และสร้างรายได้ประมาณ 350 ล้านบาท

The post จัดงานแบบเดิมอาจน่าเบื่อ! วู้ดดี้เผย หลัง S2O ครบรอบ 10 ปี บุกราชมังฯ แพ็กเกจแพงสุด 1.9 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
วู้ดดี้ วุฒิธร โพสต์ข้อความแสดงความยินดีถึงการเห็นชอบผ่านร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม https://thestandard.co/woody-marriage-equality/ Wed, 19 Jun 2024 02:43:04 +0000 https://thestandard.co/?p=946897 วู้ดดี้

“ดีใจยิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง คือการที่ได้เห็ […]

The post วู้ดดี้ วุฒิธร โพสต์ข้อความแสดงความยินดีถึงการเห็นชอบผ่านร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม appeared first on THE STANDARD.

]]>
วู้ดดี้

ดีใจยิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง คือการที่ได้เห็นว่า สว. โหวตให้ผ่านกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม มีคำพูดในใจเป็นล้านคำ แต่ถ้าจะสรุปง่ายๆ ก็คือ…โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว (ประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำ ประวัติศาสตร์จะต้องเปลี่ยน เปลี่ยนไปเป็นฉันและเธอเท่าเทียมกัน) 🏳️‍🌈

 

วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา พิธีกรมากความสามารถ ร่วมโพสต์ข้อความแสดงความยินดีผ่าน X  เพื่อแสดงความยินดีให้แก่กลุ่ม LGBTQIA+ หลังวานนี้ (18 มิถุนายน) วุฒิสภามีมติให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือที่เรียกกันโดยวงกว้างว่า ‘ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม’ ในวาระที่ 3 ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 130 เสียง ไม่เห็นด้วย 4 เสียง งดออกเสียง 18 เสียง โดยประเทศไทยจะถือเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียนที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียม และเป็นประเทศที่ 38 ของโลก

 

อ้างอิง:

The post วู้ดดี้ วุฒิธร โพสต์ข้อความแสดงความยินดีถึงการเห็นชอบผ่านร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม appeared first on THE STANDARD.

]]>
วู้ดดี้-นัท นิสามณี เข้าสภาร่วมวงถกสมรสเท่าเทียมครั้งแรก หลังได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษากรรมาธิการ https://thestandard.co/woody-nisamanee-same-sex-marriage-17012567/ Wed, 17 Jan 2024 09:34:12 +0000 https://thestandard.co/?p=888831

วันนี้ (17 มกราคม) บรรยากาศก่อนเข้าประชุมคณะกรรมาธิการว […]

The post วู้ดดี้-นัท นิสามณี เข้าสภาร่วมวงถกสมรสเท่าเทียมครั้งแรก หลังได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษากรรมาธิการ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (17 มกราคม) บรรยากาศก่อนเข้าประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม

 

โดยในวันนี้ วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา พิธีกรชื่อดัง และ ณัฐชัย ตั้งนิมิตรธนา หรือ นัท นิสามณี เน็ตไอดอลชื่อดัง ในฐานะที่ปรึกษาของคณะกรรมาธิการฯ เข้าร่วมประชุมด้วยเป็นครั้งแรก

 

อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ สส. กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานกรรมาธิการฯ ระบุว่าวันนี้จะมีการประชุมต่อยอดจากสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมีอีกหลายมาตราที่เราต้องพิจารณา โดยในวันนี้จะมีที่ปรึกษากรรมาธิการเข้ามาร่วมประชุมด้วยหลายคน อย่างไรก็ตาม ที่ปรึกษากรรมาธิการของกรรมาธิการชุดนี้มีทั้งหมด 57 คน โดยหนึ่งในนั้นคือวุฒิธรและนัท นิสามณี

 

ขณะที่วุฒิธรกล่าวว่า คิดว่าวันแรกยังไม่ได้ลงสนามอย่างแท้จริง ถือเป็นการอุ่นเครื่องและการวอร์ม มาทำความรู้จักกันก่อน ดูบรรยากาศว่าในห้องประชุมเป็นอย่างไรบ้าง เนื่องจากแต่ละคนมาจากคนละที่ และเชื่อว่าจุดยืนของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน แต่มีเป้าหมายเหมือนกันคืออยากให้กฎหมายนี้ผ่านอย่างรวดเร็ว เพื่อประโยชน์ของประชาชน

 

“ในส่วนของที่ปรึกษากรรมาธิการมีคนจากหลายพรรค หลายกลุ่ม บางคนอาจเห็นข่าวแล้ว คิดว่ามีแค่ไม่กี่คน อาจจะเป็นแค่คนในวงการ แต่ความจริงมีคนนอกวงการอีกประมาณ 90%”

 

ก่อนหน้านี้ที่ปรึกษาของคณะกรรมาธิการชุดนี้ยังปรากฏชื่อของ มดดำ-คชาภา ตันเจริญ พิธีกรรายการโทรทัศน์, สมบัษร ถิระสาโรช หรือ ป้าตือ และศิลปินดารา รวมถึงอินฟลูเอ็นเซอร์อีกหลายคนที่มาร่วมเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ

 

The post วู้ดดี้-นัท นิสามณี เข้าสภาร่วมวงถกสมรสเท่าเทียมครั้งแรก หลังได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษากรรมาธิการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชุม กมธ. #สมรสเท่าเทียม นัดแรก ตั้ง ‘บรู๊ค ดนุพร’ นั่งประธาน ดึงคนดัง ‘มดดำ-ป้าตือ-วู้ดดี้’ นั่งที่ปรึกษา https://thestandard.co/first-meeting-of-equal-marriage-committee/ Wed, 03 Jan 2024 10:44:40 +0000 https://thestandard.co/?p=884020

วันนี้ (3 มกราคม) ที่สัปปายะสภาสถาน อาคารรัฐสภา มีการปร […]

The post ประชุม กมธ. #สมรสเท่าเทียม นัดแรก ตั้ง ‘บรู๊ค ดนุพร’ นั่งประธาน ดึงคนดัง ‘มดดำ-ป้าตือ-วู้ดดี้’ นั่งที่ปรึกษา appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (3 มกราคม) ที่สัปปายะสภาสถาน อาคารรัฐสภา มีการประชุมนัดแรกของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. หรือเรียกตามที่ประชาชนเข้าใจโดยง่ายว่า กมธ. พิจารณาร่างกฎหมาย #สมรสเท่าเทียม ที่มีจำนวน 39 คน

 

ภายหลังการประชุม อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ สส. จังหวัดกาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ ได้แถลงข่าวถึงผลการประชุมว่า

 

สำหรับการแต่งตั้งตำแหน่งต่างๆ ในคณะกรรมาธิการนั้น ที่ประชุมมีมติเลือก ดนุพร ปุณณกันต์  สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นประธานคณะกรรมาธิการ และมีรองประธานคณะกรรมาธิการจากทุกภาคส่วน จำนวน 7 คน ในขณะที่ตำแหน่งโฆษกคณะกรรมาธิการได้มีตัวแทนจากภาคประชาชนด้วยเช่นกัน

 

ที่ประชุมยังมีการแต่งตั้ง คชาภา ตันเจริญ หรือ มดดำ, วุฒิธร มิลินทจินดา หรือ วู้ดดี้, กฤษฎิ์กุล ชุมแก้ว หรือ แต๊งค์ เจ้าของร้านอาฟเตอร์ยำ, สมบัษร ถิระสาโรช หรือ ป้าตือ และ รวีภัทร์ จิรศักดิ์วัฒนา หรือ อ๊อฟ ซึ่งปัจจุบันมีตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นั่งตำแหน่งที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการด้วย

 

อัครนันท์กล่าวว่า กฎหมายสมรสเท่าเทียมจะเป็นกฎหมายประวัติศาสตร์ของพี่น้องประชาชน โดยเชื่อว่าจะเป็นก้าวแรกที่ทุกคนจะได้ใช้กฎหมายที่มีความเสมอภาคกับทุกภาคส่วนโดยเฉพาะกลุ่ม LGBTQIA+ โดยครั้งนี้รัฐบาล ฝ่ายค้าน หรือแม้กระทั่งภาคประชาชน มีความร่วมมือกันเป็นอย่างดี

 

สำหรับบรรยากาศภายในที่ประชุมนัดแรกเป็นไปด้วยดี ไม่มีความขัดแย้ง ทุกคนมีความสุขที่ได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรโดยเร็ว แต่ต้องอยู่บนความรอบคอบ และใช้ได้จริงภายในปี 2567 นี้

 

จากนี้คณะกรรมาธิการจะมีการประชุมครั้งถัดไปในวันที่ 10 มกราคม 2567 

 

ขณะที่ อรรณว์ ชุมาพร ตัวแทนภาคประชาชนในการเสนอร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม กล่าวถึงบรรยากาศในที่ประชุมว่า ได้มีการเปิดรับความหลากหลายอย่างแท้จริง ได้ให้เป็นตัวของตัวเองในการใช้อัตลักษณ์ทางเพศในการประชุมได้ โดยเชื่อว่าปรากฏการณ์ครั้งนี้จะเป็นประตูบานสำคัญของความหลากหลายทางเพศและความเป็นธรรมทางเพศที่จะนำไปใช้อีกหลายหน่วยงาน ตนเชื่อว่ากฎหมายสมรสเท่าเทียมจะพิจารณาแล้วเสร็จโดยเร็ว โดยคณะกรรมาธิการอาจจำเป็นต้องเพิ่มวันประชุมในการพิจารณากฎหมายให้ทันตามกรอบระยะเวลาภายใน 60 วัน 

 

“วันนี้รู้สึกได้ถึงความจริงจังของการพิจารณากฎหมายของรัฐสภา ที่จะทำให้กฎหมายจากภาคประชาชน เฝ้ารอให้เกิดความเท่าเทียมขึ้นจริง” อรรณว์กล่าว

 

 

The post ประชุม กมธ. #สมรสเท่าเทียม นัดแรก ตั้ง ‘บรู๊ค ดนุพร’ นั่งประธาน ดึงคนดัง ‘มดดำ-ป้าตือ-วู้ดดี้’ นั่งที่ปรึกษา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: หญิง รฐา-วู้ดดี้-ยิปซี ล้อมวงคุยเรื่อง ‘ความเสี่ยง’ ของผู้หญิง | THE STANDARD POP https://thestandard.co/empow-her/ Mon, 11 Sep 2023 12:18:33 +0000 https://thestandard.co/?p=840375 กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต

เป็นผู้หญิงไม่ควรต้องเสี่ยงทั้งในเรื่องการงาน สุขภาพ หร […]

The post ชมคลิป: หญิง รฐา-วู้ดดี้-ยิปซี ล้อมวงคุยเรื่อง ‘ความเสี่ยง’ ของผู้หญิง | THE STANDARD POP appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต

เป็นผู้หญิงไม่ควรต้องเสี่ยงทั้งในเรื่องการงาน สุขภาพ หรือจิตใจ THE STANDARD และกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ชวน 3 บุคคลในวงการบันเทิง หญิง-รฐา โพธิ์งาม, วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา และ ยิปซี-คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์ มาร่วมแชร์ประสบการณ์ ทัศนคติ และเรื่องราวของตัวเองที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางสังคมที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงแบบที่คุณไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

 

คุณรู้ไหมว่า 41% ของผู้หญิงไม่ได้ตรวจสุขภาพในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

และกว่า 36% ของผู้หญิงออกกำลังกายไม่เพียงพอ

หรือคุณรู้หรือเปล่าว่ามีเพียง 33% ของเจ้าของธุรกิจทั่วโลกที่เป็นผู้หญิง

 

ร่วมสำรวจตัวเองและผู้หญิงรอบกายของคุณในบทสัมภาษณ์ EMPOW-HER เรื่องของเธอ…คือเรื่องของคุณ ที่ไม่ว่าจะเพศไหนก็ชมได้ และร่วมเข้าใจพวกเธอไปด้วยกัน

 

#เป็นผู้หญิงไม่ควรต้องเสี่ยง

#กรุงไทยแอกซ่าประกันชีวิต

#KrungthaiAXALife

 

The post ชมคลิป: หญิง รฐา-วู้ดดี้-ยิปซี ล้อมวงคุยเรื่อง ‘ความเสี่ยง’ ของผู้หญิง | THE STANDARD POP appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาย ภาคภูมิ และ อาโป ณัฐวิญญ์ เรื่องเล่าชีวิตและเส้นทางที่แตกต่างใน Woody FM on Stage with MILE – APO https://thestandard.co/woody-fm-on-stage-with-mile-apo/ Wed, 10 May 2023 08:19:29 +0000 https://thestandard.co/?p=787971 มาย อาโป

จบไปแล้วกับวันแห่งความทรงจำที่จะทำให้คุณรู้จัก มาย-ภาคภ […]

The post มาย ภาคภูมิ และ อาโป ณัฐวิญญ์ เรื่องเล่าชีวิตและเส้นทางที่แตกต่างใน Woody FM on Stage with MILE – APO appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาย อาโป

จบไปแล้วกับวันแห่งความทรงจำที่จะทำให้คุณรู้จัก มาย-ภาคภูมิ ร่มไทรทอง และ อาโป-ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ มากขึ้นในงาน Woody FM on Stage with MILE – APO ที่จัดขึ้นในวันที่ 4 พฤษภาคม 2566 ณ TRUE ICON HALL ชั้น 7 ICONSIAM สมการรอคอยของแฟนคลับที่อยากฟังการสัมภาษณ์แบบสดๆ ของมายและอาโป 

 

 

สำหรับใครที่ยังมูฟออนจากเรื่องราวในวันงานไม่ได้ วันนี้ THE STANDARD POP จะพาทุกคนมาสำรวจการเดินทางที่ต้องเผชิญ เพื่อเรียนรู้ที่จะเติบโตด้วยเส้นทางที่แตกต่าง และรวมถึงรวบรวมเรื่องราวน่ารู้ที่มายและอาโปได้พูดถึงในงานให้เหล่าแฟนๆ ได้รู้จักตัวตนของเขาทั้งคู่มากขึ้น

 

มาเริ่มกันที่ มาย-ภาคภูมิ ร่มไทรทอง กับ ‘ชีวิตที่เติบโตมาพร้อมเสียงดนตรีและกีตาร์’ 

 

โดยในช่วงการสัมภาษณ์มีการพูดถึงนิสัยส่วนตัวที่หลายคนมักเข้าใจผิดอย่าง การที่คนภายนอกมักมองว่าเขาเป็นคนเอ็กซ์โทรเวิร์ต แต่ในความเป็นจริงนั้นเขารู้สึกว่าเขาเป็นคนอินโทรเวิร์ตมากกว่า และยังเป็นคนที่คิดเยอะอีกด้วย

 

มายเล่าว่าการเติบโตของเขา เป็นการเติบโตด้วยการอยู่คนเดียวเป็นหลัก เนื่องจากตอนเด็กต้องแยกกับครอบครัวเพื่อมาเรียนคนเดียวในกรุงเทพฯ ทำให้สิ่งที่เขาอยากจะแชร์ให้กับคนอื่นเป็นพิเศษคือความอิสระและความพอดี แต่ต้องเป็นความอิสระที่ไม่เบียดเบียนคนอื่น 

 

และอีกหนึ่งอย่างที่เขาสนใจคือความเป็นธรรมชาติของคน เพราะคนทุกคนนั้นมีบทบาทหน้าที่ต่างกัน มีสิ่งที่หล่อหลอมในอดีตที่ต่างกัน เขาจึงชอบที่จะสังเกตผู้คนและมักจะเก็บรายละเอียดอยู่เสมอ

 

สิ่งที่กลัวมากที่สุดคือ การสูญเสียหรือการจากลา เพราะถึงแม้จะรู้อยู่แล้วว่าสักวันหนึ่งจะต้องเกิดขึ้น แต่เมื่อมาถึงวันนั้นจริงๆ ก็ยังคงเสียใจอยู่ดี

 

 

ในด้านของพาร์ตดนตรีที่เขาชื่นชอบมายเล่าว่าตั้งแต่รู้จักกับกีตาร์ ไม่มีวันไหนเลยที่จะหยุดคิดเรื่องกีตาร์ เพลงแรกที่เขาเล่นได้คือเพลง ธรณีกรรแสง ส่วนไอดอลในด้านกีตาร์ของเขาคือ เสก โลโซ หรือ เสกสรรค์ ศุขพิมาย และ โอ้-โอฬาร พรหมใจ ที่ในวันงานพี่โอ้ได้รับเชิญมาเป็นแขกเซอร์ไพรส์สุดพิเศษให้กับมายอีกด้วย

 

จากการฟังบทสัมภาษณ์ทำให้แฟนคลับได้รู้ว่าชีวิตของ มาย ภาคภูมิ โดยส่วนใหญ่มีเสียงดนตรีเป็นตัวขับเคลื่อนชีวิต จนทำให้เขาหลงรักในการเล่นดนตรี และดนตรีนั่นเองที่ทำให้เขาก้าวขาเข้ามาสู่วงการบันเทิงจนถึงทุกวันนี้

 

มาต่อกันที่ อาโป-ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ ‘การเดินทางที่ไม่เคยย่อท้อต่อคำดูถูกและการเปรียบเทียบ’ 

 

ในการสัมภาษณ์ช่วงแรกเป็นการพูดถึงความชอบและไลฟ์สไตล์ของอาโปไว้ว่า เขาเป็นคนชื่นชอบการแต่งตัว น้ำหอม และอีกอย่างที่ขาดไม่ได้เลยคือแมว รวมถึงเราจะได้เห็นว่าอาโปเป็นคนที่ใส่ใจในรายละเอียดและจดจำเรื่องราวได้เป็นอย่างดีผ่าน 3 รูปภาพที่ไม่เคยโพสต์ให้ใครได้เห็นมาก่อนอย่างรูปภาพตอนไปอินเดียครั้งแรก รูปภาพในกองถ่าย แมนสรวง และรูปภาพครอบครัว ซึ่งเป็นรูปภาพที่ล้วนแล้วแต่เป็นรูปภาพในความทรงจำ ที่เมื่อเวลาผ่านไปแล้วกลับมาดูมันอีกครั้ง ก็ยังสามารถจดจำเรื่องราวในวันนั้นได้เป็นอย่างดี 

 

 

“ไม่มีความพยายามไหนที่ไม่สำเร็จ ถ้าเรายังพยายามต่อไป”

 

ประโยคที่อธิบายเส้นทางชีวิตของอาโปในฐานะนักแสดงได้ดีที่สุด อาโปได้เล่าถึงชีวิตที่กว่าจะมาเป็นอาโปในวันนี้ว่า เขาได้ผ่านเรื่องราวในชีวิตมามากมาย ทั้งการไปตามหาความฝันที่สหรัฐอเมริกา การก้าวข้ามผ่านความไม่มั่นใจในตัวเอง และการต้องต่อสู้กับคำดูถูก การเปรียบเทียบที่ทำให้เขารู้สึกอยากได้รับการยอมรับและความรักจากคนรอบข้าง รวมถึงครอบครัวด้วยเช่นกัน  

 

ซึ่งการต้องต่อสู้กับคำเหล่านั้นทำให้เขาอยากที่จะพิสูจน์ให้คนเหล่านั้นได้เห็นว่าเขาเองก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่อย่างที่รู้กันดีว่าเส้นทางชีวิตของคนเราไม่เคยเรียบง่าย ทำให้ในอดีตของเขาเคยพบเจอกับเหตุการณ์ที่กลายเป็นเรื่องราวฝังใจ

 

และเมื่อเวลาผ่านไปเรื่องราวเหล่านั้นเองที่ทำให้เขาได้เรียนรู้ที่จะเปิดใจ และก้าวข้ามผ่านเรื่องราวในอดีตที่เคยเป็นบาดแผลเพื่อกลายมาเป็น อาโป ณัฐวิญญ์ คนที่รักตัวเองมากขึ้นในทุกวันนี้ เหมือนประโยคที่ว่า

 

‘ยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบในอดีต เพื่อเรียนรู้ที่จะทำปัจจุบันให้ดียิ่งขึ้น’

 

 

จากการฟังสัมภาษณ์ราว 3 ชั่วโมงเต็ม ทำให้เหล่าแฟนคลับได้รู้จักและรับรู้บางเรื่องราวที่ไม่เคยได้ยินกันมาก่อนของทั้งคู่ และสุดท้ายแม้เส้นทางการเติบโตของ มาย ภาคภูมิ และ อาโป ณัฐวิญญ์ จะเติบโตมาต่างกันอย่างไร แต่ในวันนี้พวกเขาได้มาทำงานร่วมกัน เป็นคู่พาร์ตเนอร์ที่ดีต่อกัน ดังนั้นช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่ควรค่าแก่การจดจำ และเมื่อมองย้อนกลับมา คนจะจดจำพวกเขาได้ในฐานะคู่พาร์ตเนอร์ที่คอยซัพพอร์ตกันเสมอ

 

ภาพ: Instagram / woodytalk
ภาพ: Instagram / nnattawin
ภาพ: Twitter / beoncloud_th

The post มาย ภาคภูมิ และ อาโป ณัฐวิญญ์ เรื่องเล่าชีวิตและเส้นทางที่แตกต่างใน Woody FM on Stage with MILE – APO appeared first on THE STANDARD.

]]>
THE PITCHING SEASON 3 ต่อยอดเส้นทางผู้ประกอบการ กระเป๋าเงินไม่รั่ว จับโอกาสระดับโลก [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/the-pitching-season-3/ Wed, 15 Feb 2023 09:35:00 +0000 https://thestandard.co/?p=750941

THE PITCHING โมเดลอุดรอยรั่วผู้ประกอบการไทยจากกรมทรัพย์ […]

The post THE PITCHING SEASON 3 ต่อยอดเส้นทางผู้ประกอบการ กระเป๋าเงินไม่รั่ว จับโอกาสระดับโลก [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

THE PITCHING โมเดลอุดรอยรั่วผู้ประกอบการไทยจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปลี่ยนธุรกิจ SMEs ไทยให้ส่งออกสินค้ากว่า 30 ประเทศทั่วโลก ต่อยอดความสำเร็จสู่ Season 3 พร้อมโค้ชใหม่และเวิร์กช็อปใหม่ โอกาสสุดท้ายก่อนปิดรับ 22 กุมภาพันธ์นี้

 

หลายปีที่ผ่านมาเราพูดกันว่าประเทศไทยจะต้องกลายเป็น ‘Thailand 4.0’ ซึ่งหมายถึงความพยายามในการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Value-Based Economy) ซึ่งหลักการก็คือการเปลี่ยนจากการผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่สินค้าเชิงนวัตกรรม ขณะเดียวกันโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยก็ถูกขับเคลื่อนโดยภาคธุรกิจ ซึ่งประกอบไปด้วย SMEs กว่า 95% และมีการจ้างงานกว่า 50% ของธุรกิจทั้งหมด ดังนั้นหากนวัตกรรมเหล่านี้ถูกขับเคลื่อนมาจากกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพและ SMEs ก็จะเป็นแรงกระเพื่อมสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง

 

‘กระเป๋าเงินรั่ว’ สถานการณ์ของสตาร์ทอัพ SMEs ไทย

 

การเติบโตไปสู่สังคมนวัตกรรมไม่เพียงแต่จะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อนได้ในทิศทางใหม่ แต่จะช่วยให้ผู้ประกอบการมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนจากประเทศส่งออกผลิตภัณฑ์ไปสู่ประเทศที่ส่งออกนวัตกรรม อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของ SMEs ไทยดูเหมือนว่าเงินในกระเป๋ากำลังไหลออกแบบไม่รู้ตัว ราวกับว่ากระเป๋าสตางค์มีรอยรั่วอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนั่นเกิดจากการขาดความรู้เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property: IP)

 

คำว่า ‘ทรัพย์สิน’ และ ‘ปัญญา’ คือคำที่บ่งบอกชัดเจนถึงความเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่เกิดจากปัญญาของผู้คิดค้น โดยเราอาจเห็นการระบุความหมายของ ‘ทรัพย์สินทางปัญญา’ ว่าหมายถึงผลอันเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ทางปัญญาของมนุษย์ จัดเป็นทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Asset) และด้วยความที่มันจับต้องไม่ได้ ก็มักจะถูกละเลยการสวมสิทธิความเป็นเจ้าของ ซึ่งนั่นล้วนเป็นรายได้มหาศาลที่ภาคธุรกิจพลาดโอกาสไปเพียงเพราะคำว่าไม่รู้

 

ปัจจุบันทรัพย์สินทางปัญญามีรูปแบบการให้ความคุ้มครองหลากหลายประเภท โดยหนึ่งในนั้นคือ สิทธิบัตร (Patent) ซึ่งมีเป้าหมายคือการอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Licensing) เพื่อสร้างเงินจากความคุ้มครอง โดยมีช่วงเวลาจำกัดราว 20 ปีเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทยหลายรายมักเข้าใจว่าสิทธิบัตรมีเพื่อการคุ้มครองสิทธิเพียงอย่างเดียว ทำให้พลาดโอกาสในการสร้างรายได้มหาศาลผ่านกระบวนการ Licensing ซึ่งปัจจุบันการยื่นจดสิทธิบัตรในไทยนั้นมาจากชาวต่างชาติถึง 90% โดยผู้ประกอบการไทยถือเป็นเพียง 10% จากทั้งหมดเท่านั้น

 

ตัวอย่างความสำเร็จจาก THE PITCHING โมเดลช่วยอุดรอยรั่วให้ผู้ประกอบการ

 

กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงเกิดไอเดียในการบ่มเพาะผู้ประกอบการรูปแบบใหม่ พร้อมกับอุดรอยรั่วให้กระเป๋าสตางค์นักธุรกิจ ผ่านโมเดลรายการ THE PITCHING รายการแข่งขันเชิงธุรกิจที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่ได้เข้าร่วมเพื่อชิงเงินรางวัล พร้อมกับการบ่มเพาะความรู้จากโค้ชตัวจริงทั้งจากดารานักธุรกิจ เช่น วู้ดดี้ วุฒิธร เจ้าของบริษัท Woody World, เชียร์ ฑิฆัมพร ผู้ก่อตั้งบริษัท ชาร์มมิ่งเวิลด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ หน่ึงในผู้ดูแลแบรนด์ Hira Blue และ ก้อง อรรฆรัตน์ ผู้ก่อตั้งบริษัท มัชรูม กรุ๊ป จำกัด และโค้ชผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น บุ๋ม-บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ YourNextU by SEAC, ป้อม-ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ บริษัท TARAD.com และโค้ชท่านอื่นๆ

 

 

ปัจจุบันรายการ THE PITCHING กำลังเดินทางมาสู่ Season 3 โดยในปีที่ผ่านมารายการได้มีโอกาสบ่มเพาะผู้ประกอบการหน้าใหม่หลายราย ให้สามารถขับเคลื่อนธุรกิจด้วยทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งผู้ประกอบการที่เข้าร่วมแข่งขันจะได้รับโอกาสในการโค้ชจากนักธุรกิจตัวจริง การเข้าถึงช่องทางในการนำเสนอสินค้าและบริการ รวมถึงการติดต่อโดยตรงกับผู้มีอำนาจในการจำหน่ายสินค้า เพื่อช่วยให้แผนในการทำธุรกิจสามารถทำได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้ชมของรายการก็ได้รับองค์ความรู้และแรงบันดาลใจในการเป็นนักธุรกิจหน้าใหม่ ซึ่งที่ผ่านมารายการมีผู้ชมเข้าถึงกว่า 3 ล้านคน

 

โดยที่ผ่านมามีหลายธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากการเข้าร่วมกับทางรายการที่มีการปรับกลยุทธ์โดยใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นตัวนำธุรกิจ เช่น Laika ธุรกิจผลิตขนมสำหรับสุนัขที่ผลิตจากโปรตีนแมลงของ เพชร-พชรพล อัจฉริยะศิลป์ และ โด่ง-อิทธิกร เทพมณี วางแผนการขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตร พร้อมทั้งปรับเครื่องหมายการค้าจาก Laika เป็น Jaika เพื่อให้สามารถจดทะเบียนได้ในต่างประเทศ รองรับการส่งออกไปกว่า 30 ประเทศทั่วโลก และ Mr.Zen ธุรกิจเฟรนช์ฟรายส์ถั่วเขียวของ ทรรศิน อินทานนท์ ที่ได้เปลี่ยนความคุ้มครองสิทธิบัตรมาเป็นการคุ้มครองด้วยความลับทางการค้า (Trade Secret) และปรับเปลี่ยนเครื่องหมายการค้าจาก Mr.Zen เป็น ZENFRY ทำให้การขอรับความคุ้มครองในต่างประเทศง่ายขึ้น ธุรกิจสามารถขยายการเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง ปรับโมเดลการทำธุรกิจสู่การขายแฟรนไชส์ การค้าส่ง และผลิตเพื่อส่งออกไปยังกลุ่มประเทศยุโรปและเอเชีย

 

ผู้ประกอบการจะได้อะไรจาก THE PITCHING SEASON 3

 

ล่าสุดรายการ THE PITCHING กำลังอยู่ในช่วงเปิดรับสมัคร Season 3 โดยยังคงรักษาจุดแข็งเดิม คือผู้ประกอบการที่มาร่วมแข่งขันจะได้รับการบ่มเพาะจากโค้ชดารานักธุรกิจ 4 ท่านดังเดิม โดยเพิ่มความพิเศษจากโคโค้ชใหม่คือ โตชิ ศิริจิวานนท์​ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Movefast ที่จะมาร่วมเป็นโคโค้ชกับโค้ชกุ๊บกิ๊บ

 

นอกจากการบ่มเพาะจากโค้ช ผู้ประกอบการใน Season นี้จะได้เข้าสู่เวิร์กช็อปของรายการ ซึ่งในปีนี้ได้มีการเพิ่มเวิร์กช็อป ‘พี่สอนน้อง’ ให้กับผู้เข้ารอบ 30 ราย โดยจะมีผู้ประกอบการรุ่นพี่ที่เคยเข้าร่วมรายการ THE PITCHING มาแชร์ประสบการณ์ตรงและเทคนิคการต่อยอดทางธุรกิจที่ควรทำจากการเข้าร่วมรายการ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บเกี่ยวความรู้ 3 ด้านที่จะได้จากรายการอยู่แล้ว ได้แก่ องค์ความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญา เทคนิคการ Pitching ทางธุรกิจ และวิธีคิดเชิงธุรกิจ รวมถึงการต่อยอดประโยชน์ผ่านโค้ชและผู้ประกอบการรายอื่นๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

พอร์ช-ภเชศ จารุมนต์ หัวหน้าศูนย์ให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IPAC) กรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวกับ THE STANDARD ว่า “สินค้าในไทยหลายแบรนด์ไม่สามารถจดเครื่องหมายการค้าได้เพียงเพราะชื่อเครื่องหมายการค้าไปสื่อถึงสินค้าและบริการ หรือไปซ้ำกับชื่อเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการควรรู้ เพราะเมื่อไม่มีเครื่องหมายการค้าที่แข็งแรง เปรียบเสมือนคนอ่อนแอที่ยากจะไปแข่งขันกับคนอื่นได้ทั้งในและต่างประเทศ”

 

ถึงเวลาเริ่มก้าวแรกอย่างมั่นคงในเส้นทางผู้ประกอบการ

 

ที่ผ่านมารายการ THE PITCHING ทั้ง Season 1 และ 2 ได้สร้างความสำเร็จแก่ผู้ประกอบการหลายราย เช่น Eggyday, Meat Avatar, Chiwadi, Eden และแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีโอกาสและช่องทางอีกมากให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของรายการ THE PITCHING เพื่อเริ่มต้นเส้นทางการเป็นผู้ประกอบการได้อย่างมั่นคง

 

กรมทรัพย์สินทางปัญญามีเป้าหมายในการวางนโยบายเพื่อยกระดับเศรษฐกิจของประเทศด้วยทรัพย์สินทางปัญญา โดยมุ่งพัฒนา 4 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ส่งเสริมการสร้างสรรค์ (IP Creation) ส่งเสริมการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ (IP Commercialization) ส่งเสริมการคุ้มครอง (IP Protection) และส่งเสริมการบังคับใช้สิทธิ (IP Enforcement) ซึ่งล้วนเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการในการอุดรอยรั่วของช่องทางรายได้ เปิดโอกาสใหม่ๆ ในการส่งออกนวัตกรรมไปบนเวทีโลก

 

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ ตอนนี้รายการ THE PITCHING SEASON 3 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม จนถึงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 โดยผู้ประกอบการสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://woodyworld.co/

 

The post THE PITCHING SEASON 3 ต่อยอดเส้นทางผู้ประกอบการ กระเป๋าเงินไม่รั่ว จับโอกาสระดับโลก [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Be On Cloud เปิดตัว 4 ไลน์อัพฟอร์มยักษ์ มาย-อาโป แสดงนำภาพยนตร์ แมนสรวง พร้อมซีรีส์เรื่องใหม่ของ เจฟ-บาร์โค้ด และ ไบเบิ้ล-บิว https://thestandard.co/be-on-cloud-launch-4-line-up/ Wed, 18 Jan 2023 13:25:23 +0000 https://thestandard.co/?p=739067

เป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา สำหรับการเปิดตัวไ […]

The post Be On Cloud เปิดตัว 4 ไลน์อัพฟอร์มยักษ์ มาย-อาโป แสดงนำภาพยนตร์ แมนสรวง พร้อมซีรีส์เรื่องใหม่ของ เจฟ-บาร์โค้ด และ ไบเบิ้ล-บิว appeared first on THE STANDARD.

]]>

เป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา สำหรับการเปิดตัวไลน์อัพใหม่ในปี 2023 ของค่าย Be On Cloud เจ้าของซีรีส์กระแสแรง KinnPorsche The Series ภายใต้งาน BOC’s 2023 PROJECTS LINEUP ที่จัดขึ้น ณ สยามภาวลัย รอยัล แกรนด์เธียเตอร์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

 

งานนี้ถูกจัดขึ้นในรูปแบบของทอล์กโชว์ โดยจับมือกับ WOODY (วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา) พิธีกรและนักสัมภาษณ์มากฝีมือ ที่มาช่วยเพิ่มสีสันและความยิ่งใหญ่ให้กับงานนี้ พร้อมเปิดตัว 4 โปรเจกต์ฟอร์มยักษ์ใหม่ของค่ายที่เตรียมจะลงจอให้ได้ชมกันในปีนี้

 

ประเดิมด้วยโปรเจกต์แรก The Hidden Character (THC) รายการเรียลิตี้รายการแรกจาก Be On Cloud ที่จะเปิดให้เห็นทุกความธรรมชาติจากกลุ่มนักแสดงเลือดใหม่และเก่าของค่าย พร้อมเปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้ร่วมโหวตและตัดสินคนที่จะมารับบทเป็นตัวละครที่พวกเขารัก

 

 

ความพิเศษของโปรเจกต์นี้คือการเป็นใบเปิดทางสู่ออริจินัลซีรีส์แนวทริลเลอร์เรื่องใหม่ของค่ายที่รวบรวมนักเขียนคุณภาพไว้ถึง 4 ท่าน คือ เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ นักเขียนเจ้าของผลงาน 13 เกมสยอง (2549), สี่แพร่ง (2551), เพื่อนเฮี้ยน…โรงเรียนหลอน (2558) ฯลฯ มาจับมือกับ พญ.อิสรีย์ ศิริวรรณกุลธร หรือ Sammon นักเขียนนิยายมากฝีมือ เจ้าของบทประพันธ์ พฤติการณ์ที่ตาย และ ทริอาช ร่วมกับ กนกพรรณ อรรัตนสกุล และ อิสราภรณ์ คุณติสุข ผู้เขียนบท Bangkok Zero บางกอก ซีโร่ และซีรีส์เรื่องอื่นๆ อีกมากมาย

 

โดยโปรเจกต์ The Hidden Character (THC) เตรียมออกอากาศให้แฟนๆ ได้ติดตามในช่วงเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ ทางช่อง one31 และช่องทางสตรีมมิงอื่นๆ

 

ต่อด้วยโปรเจกต์ที่สองในชื่อ Wuju Bakery (우주빵집) ออริจินัลซีรีส์ที่นำแสดงโดย เจฟ ซาเตอร์ และ บาร์โค้ด ตฤณสิษฐ์ เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และมนุษย์ต่างดาวที่เกิดขึ้นในร้านเบเกอรี พร้อมจับมือกับทีมโปรดักชันคุณภาพจากเกาหลีใต้ HANYANG STUDIO (한양제작소) โดยมีแผนจะบินไปถ่ายทำที่เกาหลีใต้ในช่วงกลางปีนี้แล้ว

 

 

ความพิเศษของโปรเจกต์นี้นอกจากจะได้เห็นเจฟและบาร์โค้ดในบทบาทใหม่ๆ แล้ว แฟนๆ ยังจะได้ฟังเพลงที่บาร์โค้ดแต่งด้วยตัวเองอีกด้วย ซึ่งเพลงนี้ ‘น้องโง้ด’ (ชื่อที่แฟนคลับใช้เรียกบาร์โค้ด) ของแฟนๆ ได้ไอเดียมาจากฝันดีที่ไม่อาจเป็นจริง ซึ่งเตรียมให้แฟนๆ ได้ฟังพร้อมกับซีรีส์เรื่องนี้

 

ตามมาติดๆ ด้วยโปรเจกต์ของคู่นักแสดงกระแสแรงของค่าย ไบเบิ้ล-วิชญ์ภาส สุเมตติกุล และ บิว-จักรพันธ์ พุทธา ที่ได้โอกาสมาร่วมงานกันอีกครั้งในซีรีส์โรแมนติกดราม่าสุดขม ภายใต้ชื่อ 4 MINUTES ออริจินัลสตอรีอีกเรื่องที่ Be On Cloud จับมือกับคุณหมอ Sammon เพื่อบอกเล่าช่วงเวลา 4 นาทีที่สำคัญในชีวิตของทุกคน พร้อมเปิดโอกาสให้สองนักแสดงนำไบเบิ้ลและบิวร่วมออกความเห็นและไอเดียในการทำงานครั้งนี้ด้วย

 

ซึ่ง ณ ขณะนี้ซีรีส์เรื่อง 4 MINUTES กำลังอยู่ในขั้นตอนของการเขียนบทและเตรียมงาน โดยมีแผนจะออกอากาศให้ได้ชมกันในช่วงไตรมาตรที่ 4 ของปีนี้

 

 

ปิดท้ายด้วยโปรเจกฟอร์มยักษ์ของ มาย-ภาคภูมิ ร่มไทรทอง และ อาโป-ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ ที่ค่ายสปอยล์มาไว้นานมากๆ อย่าง #มายอาโปมีหนังพีเรียด ซึ่งในที่สุดก็ได้เส้นเรื่องและชื่อที่ลงตัวแล้ว นั่นก็คือ แมนสรวง ภาพยนตร์ที่เกิดจากความต้องการของอาโปที่อยากเรียนรำละคร เพื่อสืบสานศิลปะละครในที่กำลังจะสูญหายให้คนรุ่นหลังได้รู้จักมากขึ้น

 

โดยคำว่า ‘แมนสรวง’ มีที่มาจากชื่อของโรงผ่อนเบี้ย โรงฝิ่น หรือเรียกอีกอย่างว่าที่นี่เป็นสถานที่สังสรรค์สำหรับชนชั้นสูงในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่ข้าราชการใช้ในการเจรจาและพูดคุยกัน เปรียบกับสวรรค์จำลองที่มีละครเป็นความบันเทิง

 

 

ความพิเศษของภาพยนตร์เรื่องนี้คือการสะท้อนรอยต่อของยุคสมัยที่เป็นนิยามของคำว่า ‘สมัยเก่า’ และ ‘สมัยใหม่’ เพื่อตอบคำถามใหญ่ที่ว่า ‘ความเป็นไทยคืออะไร?’ ผ่านความเข้มข้นทั้งเรื่องการร้องรำและการเมือง ซึ่ง ปอนด์-กฤษดา วิทยาขจรเดช ผู้บริหารบริษัท Be On Cloud ก็ได้สปอยล์ภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้ว่า

 

“พื้นที่ที่ร้ายแรงที่สุดบนโลกคือการแสดงของมนุษย์ทุกคน เพราะฉะนั้นละครที่คุณจะเจอใน แมนสรวง อาจจะไม่ใช่ละครแบบที่คุณคิดก็ได้”

 

โดยภาพยนตร์เรื่อง แมนสรวง จะเริ่มเปิดกล้องถ่ายทำกันในเดือนกุมภาพันธ์นี้ พร้อมออกอากาศให้แฟนๆ และคนไทยได้ชมกันในเดือนสิงหาคม ทุกโรงภาพยนตร์ในเครือ Major Cineplex และ SF Cinema

 

นอกจากนี้หลังปิดกล้องภาพยนตร์เรื่อง แมนสรวง สองนักแสดงนำ มายและอาโป ก็มีแพลนจะขึ้นเวทีร่วมกับ WOODY ใน Woody Talk On Stage เป็นครั้งที่ 2 ต่อจากนักร้องระดับเอเชียอย่าง แจ็คสัน หวัง เพื่อพูดคุยถึงชีวิตการทำงานไปจนถึงชีวิตส่วนตัว โดยมีแพลนจะจัดให้แฟนๆ ได้เข้าไปชมกันภายในไตรมาสแรกของปีนี้แล้ว

 

 

ปิดจบงานรายละเอียดโปรเจต์ที่ใกล้เข้ามามากที่สุดอย่าง KINNPORSCHE THE SERIES WORLD TOUR 2023 ที่จะบินไปเจอกับแฟนๆ ณ เมืองโฮจิมินห์ ในเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนจะกลับมาปิดทัวร์ครั้งนี้ที่ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ พร้อมการจัดเรียงโชว์ใหม่ๆ มาให้แฟนชาวไทยได้รับชมอย่างแน่นอน แถมด้วยโชว์พิเศษในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ภายใต้ธีม What The FUN (WTF) ที่คุณปอนด์จับนักแสดงทุกคนมาสลับโชว์กันเพิ่มความท้าทายและความสนุกให้แฟนๆ

 

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งค่ายที่มีผลงานน่าติดตามไม่แพ้ค่ายไหนๆ เพิ่มความคาดหวังว่าทุกโปรเจกต์ต่อจากนี้ของ Be On Cloud จะต้องดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด พร้อมคุณภาพที่โดดเด่นอย่างแน่นอน

 

The post Be On Cloud เปิดตัว 4 ไลน์อัพฟอร์มยักษ์ มาย-อาโป แสดงนำภาพยนตร์ แมนสรวง พร้อมซีรีส์เรื่องใหม่ของ เจฟ-บาร์โค้ด และ ไบเบิ้ล-บิว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตามหา ‘หมอน’ ใบที่ใช่กับ ‘DREAMIA’ ด้วย 7 สัมผัสนวัตกรรมใหม่ ที่จะทำให้คุณนอนสบาย หลับสนิทมากกว่าที่เคย [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/dreamia-pillow-innovation/ Thu, 17 Mar 2022 11:30:07 +0000 https://thestandard.co/?p=606784 DREAMIA

เคยได้ยินคำว่า ‘การนอนหลับได้สนิทถือเป็นลาภอันประเสริฐ’ […]

The post ตามหา ‘หมอน’ ใบที่ใช่กับ ‘DREAMIA’ ด้วย 7 สัมผัสนวัตกรรมใหม่ ที่จะทำให้คุณนอนสบาย หลับสนิทมากกว่าที่เคย [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
DREAMIA

เคยได้ยินคำว่า ‘การนอนหลับได้สนิทถือเป็นลาภอันประเสริฐ’ กันไหม? แต่รู้หรือไม่ว่า 30-40% ของประชากรไทย หรือราว 19 ล้านคนต้องเผชิญปัญหา ‘นอนไม่หลับ’

 

DREAMIA

 

ข้อมูลนี้มาจากการสำรวจของ Super Poll เกี่ยวกับการนอนหลับของคนไทยทั่วประเทศ 1,109 ตัวอย่าง ซึ่งการสำรวจยังเผยด้วยว่า 90.9% ระบุในช่วง 30 วันที่ผ่านมาเคยตื่นขึ้นมา ปวดคอ ปวดหลัง ปวดชาเมื่อยตามตัว

 

ต้นเหตุของเรื่องนี้ได้ถูกระบุว่า 96.5% มองว่า ‘ที่รองนอน ฟูก หมอน’ มีส่วนทำให้เกิดปัญหาการนอน

 

อย่างไรก็ตาม ‘การนอนหลับ’ มีความสำคัญกับสุขภาพร่างกายของคนเรา เนื่องจาก   1 ใน 3 ของชีวิต หรือ 8 ชั่วโมง จาก 24 ชั่วโมงในแต่ละวัน เป็นช่วงเวลาของการพักผ่อนนอนหลับ ทำให้การนอนมีความหมายมากที่จะทำให้เรามีสุขภาพที่ดี

 

เมื่อต้องเผชิญกับปัญหาการนอนไม่หลับ สิ่งที่ตามมาคือ อาการอ่อนเพลีย สะลึมสะลือ ปวดหัว ซึ่งจะส่งผลให้เกิดปัญหาในการดำเนินชีวิตประจำวัน 

 

เพราะการนอนที่มีประสิทธิภาพเป็นจุดเริ่มต้นของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ดังนั้นหากเราจะแก้ปัญหา จึงต้องแก้ที่ต้นเหตุ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ‘หมอน’ นั้นเอง

 

และนี่คือจุดเริ่มต้นของการร่วมกันคิด และเฟ้นหาหมอนใบที่ใช่ นอนสบาย และผสานกับนวัตกรรมใหม่ๆ โดยการผนึกความร่วมมือระหว่าง ‘อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์’ และ ‘วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา’ เพื่อสร้างปรากฏการณ์การนอนครั้งใหม่ ทำให้คนไทยมีสุขภาพการนอนดีขึ้น ตามความต้องการของร่างกายที่ควรได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ หลังจากใช้ชีวิตหนักๆ มาทั้งวัน กับการทำงาน การเดินทาง ซึ่งการมีหมอนที่นอนสบายเพิ่มประสิทธิภาพการนอน จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพของเราให้ดีขึ้น

 

“วู้ดดี้มาเล่าให้เราฟังว่า ตัวเขาเป็นคนที่นอนหลับยาก และพยายามตามหาหมอนใบที่ใช่ ซึ่งที่ผ่านมาได้เปลี่ยนหมอนมาไม่รู้กี่ใบ” กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าว “เราจึงได้จับมือกับวู้ดดี้ ซึ่งนำประสบการณ์จากการใช้งานจริง มาร่วมกันเฟ้นหาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ตอบโจทย์กับผู้ที่มีปัญหาจากการนอน อาทิ ภาวะออฟฟิศซินโดรม ปัญหาระบบภายในร่างกายไม่สมดุล ฯลฯ จนในที่สุดก็มาลงตัวกับหมอนไฮบริดแบรนด์ DREAMIA”

 

DREAMIA

 

ท่ามกลางหมอนที่มีหลากหลายแบรนด์ให้เลือก แต่สิ่งที่ ‘DREAMIA’ โดดเด่นและแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเจนคือ การนำ 7 นวัตกรรมจากอเมริกา มาผสานเข้าด้วยกันในทุกกระบวนการผลิต จนเป็นหมอน 7 สัมผัส ตอบโจทย์การนอนแบบ All in One เพื่อสร้างมิติใหม่แห่งการนอน ซึ่งประกอบไปด้วย 

 

  • Softcell Construction ให้ความนุ่มสบายรองรับศีรษะด้วยเส้นใยขนเป็ดเทียม
  • Elongated Softcell ให้ทุกสัมผัสการนอนเป็นไปอย่างราบรื่นในทุกองศา รองรับน้ำหนักได้ดี ลดอาการปวดคอ
  • ผ้าหุ้มหมอน Tencel ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตจากเซลลูโลสของเปลือกไม้ ให้เนื้อสัมผัสที่ละเอียดนุ่มเรียบลื่น ไม่ทำให้ผิวหน้าเกิดริ้วรอย
  • Memory Foam ช่วยกระจายน้ำหนักของศีรษะ และปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม
  • เส้นใย Celliant ช่วยฟื้นฟูการทำงานของระบบการไหลเวียนโลหิตและกล้ามเนื้อ ให้รู้สึกสดชื่นหลังตื่นนอน
  • เลือกปรับระดับสูง-ต่ำของหมอนได้เพียงนำหมอนใบเล็กที่เสริมไว้ด้านในออก 
  • Antimicrobial Silver Chloride Treatment ที่ช่วยป้องกันแบคทีเรีย เชื้อรา กลิ่น และรอยคราบต่างๆ

 

DREAMIA

 

จากนวัตกรรมดังกล่าวของหมอน DREAMIA ที่เข้ามารองรับการนอนที่เหมาะสม พร้อมช่วยปรับสมดุลให้ร่างกายได้รับออกซิเจนเต็มที่ ส่งผลให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดีขึ้น ตลอดจนช่วยฟื้นฟูร่างกายให้สดชื่นฟื้นคืนพลังได้อย่างรวดเร็ว และที่สำคัญยังช่วยให้หลับสนิท หลับลึก อย่างมีคุณภาพ

 

“เราได้ทดลองใช้ และพบว่าได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ทำให้หลับลึก หลับสนิท ทั้งวู้ดดี้และคนรอบตัวที่มีลักษณะการนอนต่างกันไปได้ลอง ซึ่งทุกคนก็ชอบ เพราะนอนสบายทุกท่วงท่า ที่สำคัญสามารถเลือกนอนได้ตามสไตล์ความชอบของแต่ละคน เพราะรวมทุกคุณสมบัติไว้ในหมอนใบเดียว จากความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญในการส่งเสริมให้ทุกคนตระหนักถึงการนอน และการเลือกซื้อหมอนที่ดีช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น” วุฒิธร มิลินทจินดา พิธีกรชื่อดัง และพันธมิตรทางการตลาดแบรนด์ DREAMIA กล่าว 

 

DREAMIA

 

สำหรับแบรนด์ DREAMIA ประเดิมด้วย ‘หมอนรุ่น Recovery’ พร้อม ‘ปลอกหมอนกันเปื้อนรุ่น Omniguard’ โดยในช่วงเปิดตัวและเพื่อต้อนรับ ‘วันนอนหลับโลก’ (World Sleep Day) ได้มอบสิทธิพิเศษด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 2,990 บาท จากราคาปกติ 4,980 บาทเท่านั้น 

 

โดยวางจำหน่ายที่ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ 31 สาขาทั่วประเทศ หรือช้อปออนไลน์ที่ www.indexlivingmall.com LINE / Facebook และ IG: Dreamia Official รวมทั้งช่องทางแพลตฟอร์มช้อปปิ้งสินค้าออนไลน์ชั้นนำ 

 

การจับมือกับ ‘วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา’ ถือเป็นปฐมบทของกลยุทธ์ Collaboration Marketing ภายใต้วิสัยทัศน์ Index Nextperience 2022 ซึ่งอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จะผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อมอบประสบการณ์ช้อปรูปแบบใหม่ๆ ให้กับลูกค้า

 

DREAMIA

DREAMIA

 

ปัจจุบันสินค้ากลุ่มที่นอนและเครื่องนอน คิดเป็นสัดส่วนยอดขาย 10% ของทั้งหมด โดยในปีที่ผ่านมาเติบโตประมาณ 16% ซึ่งคาดว่าการเปิดตัวแบรนด์ DREAMIA จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สินค้ากลุ่มนี้เติบโตขึ้น 20% ด้วยกัน

The post ตามหา ‘หมอน’ ใบที่ใช่กับ ‘DREAMIA’ ด้วย 7 สัมผัสนวัตกรรมใหม่ ที่จะทำให้คุณนอนสบาย หลับสนิทมากกว่าที่เคย [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: วู้ดดี้ มิลินทจินดา การเลิกบุหรี่ และประสบการณ์การทำงานในวัย 44 ปี | Highlight POP Special Interview https://thestandard.co/highlight-pop-special-interview-woody/ Sun, 21 Mar 2021 03:19:56 +0000 https://thestandard.co/?p=467227

วู้ดดี้ มิลินทจินดา เล่าเรื่องการเลิกบุหรี่ที่เป็นความส […]

The post ชมคลิป: วู้ดดี้ มิลินทจินดา การเลิกบุหรี่ และประสบการณ์การทำงานในวัย 44 ปี | Highlight POP Special Interview appeared first on THE STANDARD.

]]>

วู้ดดี้ มิลินทจินดา เล่าเรื่องการเลิกบุหรี่ที่เป็นความสุขเล็กๆ ในปี 2020 ที่ผ่านมา รวมถึงแชร์ประสบการณ์การทำงานในวัย 44 ปี ที่อยากทำงานรายล้อมไปด้วยคนทำงานเก่งๆ และค้นหาผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้กับงานของตัวเอง

 

ชมการพูดคุยกับ วู้ดดี้ มิลินทจินดา ได้เต็มๆ ที่นี่ www.youtube.com/watch?v=x7RWumeSaAg

และอย่าลืมกด Subscribe และกดกระดิ่งเพื่อไม่พลาดการแจ้งเตือนวิดีโอใหม่ๆ ของพวกเราที่ www.youtube.com/c/THESTANDARDPOP 

 

The post ชมคลิป: วู้ดดี้ มิลินทจินดา การเลิกบุหรี่ และประสบการณ์การทำงานในวัย 44 ปี | Highlight POP Special Interview appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: วู้ดดี้ มิลินทจินดา ชีวิตเกย์ในมุมมองและประสบการณ์ของเขา | Highlight POP Special Interview https://thestandard.co/woody-lgbt-life-perspective/ Sat, 20 Mar 2021 09:15:00 +0000 https://thestandard.co/?p=467019

วู้ดดี้ มิลินทจินดา พูดความประทับใจของเขาที่มีต่อ Ellen […]

The post ชมคลิป: วู้ดดี้ มิลินทจินดา ชีวิตเกย์ในมุมมองและประสบการณ์ของเขา | Highlight POP Special Interview appeared first on THE STANDARD.

]]>

วู้ดดี้ มิลินทจินดา พูดความประทับใจของเขาที่มีต่อ Ellen DeGeneres เขารับเอาแรงบันดาลใจนั้นมาปรับใช้กับตัวเอง และประเด็นเกี่ยวกับ LGBTQ ที่เขาอยากพูด ชีวิตความเป็นเกย์ของเขาที่เคยผ่านมา และอยากส่งต่อพลังงานที่ดีต่อให้ผู้อื่น

 

  • ชมการพูดคุยกับ วู้ดดี้ มิลินทจินดา ได้เต็มๆ ที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=x7RWumeSaAg
  • อย่าลืมกด Subscribe และกดกระดิ่งเพื่อไม่พลาดการแจ้งเตือนวิดีโอใหม่ๆ ของพวกเราที่ https://www.youtube.com/c/THESTANDARDPOP 

The post ชมคลิป: วู้ดดี้ มิลินทจินดา ชีวิตเกย์ในมุมมองและประสบการณ์ของเขา | Highlight POP Special Interview appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: วู้ดดี้ มิลินทจินดา รายการในฝันที่รอมาทั้งชีวิต และเรื่องที่ไม่เคยบอกใคร https://thestandard.co/woody-life-long-waited-tv-program-and-secrets/ Sun, 14 Mar 2021 13:00:09 +0000 https://thestandard.co/?p=464657

วู้ดดี้ มิลินทจินดา สร้างปรากฏการณ์บนจอโทรทัศน์อีกครั้ง […]

The post ชมคลิป: วู้ดดี้ มิลินทจินดา รายการในฝันที่รอมาทั้งชีวิต และเรื่องที่ไม่เคยบอกใคร appeared first on THE STANDARD.

]]>

วู้ดดี้ มิลินทจินดา สร้างปรากฏการณ์บนจอโทรทัศน์อีกครั้งกับการซื้อลิขสิทธิ์รายการ Ellen ของพิธีกร Ellen Degeneres มาทำในรูปแบบของตัวเองในชื่อ Woody Show หลังจากออกอากาศมาได้พักใหญ่ เราถือโอกาสบุกสตูดิโอของเขา นั่งพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาถึงผลตอบรับ การทำงาน และเหตุผลที่เขาตัดสินใจซื้อลิขสิทธิ์รายการนี้มาไว้ในมือ และเรื่องราวอื่นๆ ที่เขาไม่เคยพูดคุยที่ไหน ทั้งชีวิตความเป็นเกย์ ความวิตกกังวล หรือแม้แต่การเลิกบุหรี่ที่เป็นความสุขเล็กๆ ของเขา

 

ให้พี่น้องชาวไทยสัมผัสทุกคำตอบของ วู้ดดี้ มิลินทจินดา พร้อมกันแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่สุดเคียงข้างเขาบนเวที Woody Show วันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคมนี้ เวลา 20.00 น. ทาง YouTube ของ THE STANDARD POP

 

*หมายเหตุ รายการนี้ถ่ายทำในเดือนธันวาคม 2563

 

ตัดต่อ: ธนวีร์ ลิ้มประสิทธิศักดิ์

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ชมคลิป: วู้ดดี้ มิลินทจินดา รายการในฝันที่รอมาทั้งชีวิต และเรื่องที่ไม่เคยบอกใคร appeared first on THE STANDARD.

]]>
อินฟลูเอนเซอร์และคนดังร่วมแชร์จุดเปลี่ยนในชีวิตที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคม https://thestandard.co/dragonfly-360-summit-2/ Sun, 03 Nov 2019 05:05:32 +0000 https://thestandard.co/?p=300521

เป็นเรื่องน่ายินดีที่ประเทศไทยจะมีงานดีๆ อย่าง Dragonfl […]

The post อินฟลูเอนเซอร์และคนดังร่วมแชร์จุดเปลี่ยนในชีวิตที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคม appeared first on THE STANDARD.

]]>

เป็นเรื่องน่ายินดีที่ประเทศไทยจะมีงานดีๆ อย่าง Dragonfly 360 Summit ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในไทย ซึ่งหนึ่งในไฮไลต์ที่น่าสนใจต้องยกให้ช่วง ‘Transformation’ ที่เหล่าคนดังและอินฟลูเอนเซอร์อย่าง ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต, วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา, แพรี่พาย (Pearypie) และแคทรีนา เรซัน ได้ขึ้นมาบอกเล่าการก้าวผ่านช่วงเวลาสำคัญในชีวิตที่ทำให้พวกเขาก้าวสู่การเป็นอินฟลูเอนเซอร์, นักแสดง, พิธีกร, เซเลบริตี้ และนักเคลื่อนไหวทางสิ่งแวดล้อมระดับแนวหน้าของประเทศและระดับโลก ผ่านการบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ในชีวิต ทั้งจุดยากลำบาก ช่วงเวลาพลิกผัน และเหตุการณ์ที่ทำให้พวกเขาอยากลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตนเองและสังคม โดยมี แพม-ประนัปดา พรประภา ประธานกรรมการและผู้ร่วมก่อตั้ง Dragonfly 360 รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ 

 

Dragonfly 360 Summit เป็นการประชุมเพื่อสร้างความเท่าเทียมทางเพศครั้งแรกของไทย ที่เชื้อเชิญสปีกเกอร์ระดับโลกจากหลากหลายอาชีพมาร่วมพูดคุยและแชร์ประสบการณ์ส่วนตัว เพื่อทลายกรอบความคิดที่มีเกี่ยวกับเพศหญิง สร้างจิตสำนึก และกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยอย่างยั่งยืน  

 

 

 

คลิกอ่านเพิ่มเติมได้ที่ thestandard.co/dragonfly360/

 

สามารถติดตามข่าวสารของ Dragonfly 360 ได้ที่ www.facebook.com/dragonfly360.co/

หรือ dragonfly360.co/

The post อินฟลูเอนเซอร์และคนดังร่วมแชร์จุดเปลี่ยนในชีวิตที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพราะเราทุกคนเท่าเทียม Talk นี้สนุกแน่ https://thestandard.co/dragonfly360-talk/ Mon, 26 Aug 2019 01:58:06 +0000 https://thestandard.co/?p=281600 Dragonfly360

ปัจจุบันผู้หญิงเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาสังคมมากขึ้นในหลา […]

The post เพราะเราทุกคนเท่าเทียม Talk นี้สนุกแน่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Dragonfly360

ปัจจุบันผู้หญิงเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาสังคมมากขึ้นในหลายมิติ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและความเจริญหลากหลายในสังคมโลก เพราะความสามารถในการทำงาน บวกทัศนคติที่มีต่อการใช้ชีวิต ได้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของตัวเอง ล่าสุดมีโครงการเพื่อสังคมที่ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อรณรงค์และขับเคลื่อนสังคมไทยและสังคมเอเชียไปสู่ความเสมอภาคทางเพศในนาม Dragonfly 360 โดยครั้งนี้โครงการได้รวมเอา 5 คนดังจากวงการบันเทิงไทย มาเล่ามุมมองของตนผ่านงานทอล์ก 5 แนวคิดหลักของการใช้ชีวิต ได้แก่ 

 

  • ซินดี้-สิรินยา บิชอพ Be Educated สาวเก่งมากความสามารถผู้เชื่อว่า การเรียนรู้เป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการสร้างความเท่าเทียมทางเพศได้อย่างยอดเยี่ยม
  • โอปอล์-ปาณิสรา อารยะสกุล Be Yourself สาวมั่นผู้ฉีกกรอบภาพจำที่สังคมอยากให้เป็น โดยพิสูจน์ความสามารถจากแนวคิดและตัวตนที่ชัดเจน
  • เชอรี่-เข็มอัปสร สิริสุขะ Be A Role Model ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ด้วยการนำเสนอบรรทัดฐานให้คนในสังคม ก้าวข้ามทัศนคติทางเพศแบบเดิมๆ ที่เป็นไปในทางลบ
  • แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา Be Financially Independent แนวคิดด้านการใช้ชีวิตที่มุ่งมั่นทำงานด้วยตนเองจนประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับในสังคม
  • วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา Be The Change พิธีกรชื่อดังผู้มีความเชื่อมั่นในสิทธิมนุษยชน ที่ต้องการสร้างจุดเปลี่ยนทางความคิดด้านความเสมอภาคทางเพศในสังคมไทย

 

นี่จึงนับเป็นการรวมตัวกันของบุคคลที่ประสบความสำเร็จด้านต่างๆ ที่จะมาสร้างแรงบันดาลใจและแรงผลักดันให้ผู้หญิงทุกคนสามารถดึงจุดเด่นและศักยภาพของตนเองออกมา ใครสนใจอยากไปร่วมฟังงานทอล์กฉบับอุ่นเครื่อง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 27-31 สิงหาคม 2562 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 1 บริเวณลานแฟชั่นแกลเลอรี

 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ dragonfly360.co

 

ภาพ: Courtesy of Dragonfly360

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล 

The post เพราะเราทุกคนเท่าเทียม Talk นี้สนุกแน่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กต. เปิดตัวสปอตประชาสัมพันธ์การเป็นประธานอาเซียนของไทยในปี 2562 ชูแนวคิด ‘คนรุ่นนี้…เพื่อคนรุ่นหน้า’ https://thestandard.co/pr-asean-2019-chair-campaign/ https://thestandard.co/pr-asean-2019-chair-campaign/#respond Thu, 31 Jan 2019 11:18:41 +0000 https://thestandard.co/?p=189769

กระทรวงการต่างประเทศจัดพิธีเปิดตัวสปอตประชาสัมพันธ์การเ […]

The post กต. เปิดตัวสปอตประชาสัมพันธ์การเป็นประธานอาเซียนของไทยในปี 2562 ชูแนวคิด ‘คนรุ่นนี้…เพื่อคนรุ่นหน้า’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

กระทรวงการต่างประเทศจัดพิธีเปิดตัวสปอตประชาสัมพันธ์การเป็นประธานอาเซียนของไทยในปี 2562 ภายใต้แนวคิด ‘คนรุ่นนี้…เพื่อคนรุ่นหน้า’ ณ วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ ในวันนี้ (31 ม.ค.) โดย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวในฐานะประธานในพิธีว่าการเป็นประธานอาเซียนของไทยในปีนี้มีแนวคิดหลักคือ ‘ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน’ (Advancing Partnership for Sustainability) ซึ่งให้ความสำคัญกับการรับมือความท้าทายในรูปแบบต่างๆ บนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจ ความเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกัน รวมถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน

 

โอกาสนี้นายดอนยังได้มอบเกียรติบัตรแก่ศิลปินและนักแสดงจิตอาสาที่มีส่วนร่วมในสปอตประชาสัมพันธ์ดังกล่าว ประกอบด้วย นางสาวทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ (แอฟ), นายวุฒิธร มิลินทจินดา (วู้ดดี้), นางสาวเข็มอัปสร สิริสุขะ (เชอรี่), นายอเล็กซานเดอร์ ไซมอน เรนเดลล์ (อเล็กซ์), นางสาวเขมนิจ จามิกรณ์ (แพนเค้ก), นายภูริ หิรัญพฤกษ์ ศิลปินวง Thaitanium และศิลปินวง Sweat16! ซึ่งเป็นตัวแทนของเยาวชนรุ่นใหม่

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยังกล่าวถึงความร่วมมือในอาเซียนว่าสิ่งสำคัญคือการรับมือกับความท้าทายในรูปแบบต่างๆ ซึ่งควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจ ความเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกัน รวมถึงให้ความสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่อาเซียนให้ความสำคัญในลำดับต้น และเป็นวาระที่ไทยจะผลักดันในช่วงการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2562 รวมทั้งเน้นย้ำว่าประชาคมอาเซียนเป็นเรื่องใกล้ตัวที่คนไทยและชาวอาเซียนทุกคนต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนเพื่อคนรุ่นหน้า

 

ในโอกาสนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศยังได้นำเสนอวีดิทัศน์เปิดตัวสปอตประชาสัมพันธ์ ‘คนรุ่นนี้…เพื่อคนรุ่นหน้า’ วีดิทัศน์เบื้องหลังการถ่ายทำสปอตประชาสัมพันธ์ดังกล่าว พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนชาวไทยมาร่วมกันเป็น ‘คนรุ่นนี้’ ที่มองไปสู่อนาคตและส่งต่อประโยชน์ที่ได้รับจากประชาคมอาเซียนในด้านต่างๆ ให้กับ ‘คนรุ่นหน้า’ ทั้งของประเทศไทยและประชาคมอาเซียนโดยรวม

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง: กระทรวงการต่างประเทศ

The post กต. เปิดตัวสปอตประชาสัมพันธ์การเป็นประธานอาเซียนของไทยในปี 2562 ชูแนวคิด ‘คนรุ่นนี้…เพื่อคนรุ่นหน้า’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/pr-asean-2019-chair-campaign/feed/ 0
วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา “ตื่นเถอะครับ…พี่น้องชาวไทย” https://thestandard.co/woody-milintachinda-2/ https://thestandard.co/woody-milintachinda-2/#respond Sat, 29 Sep 2018 05:23:10 +0000 https://thestandard.co/?p=125842

ผมคงไม่สามารถตายได้โดยที่พิธีกรในงานศพผมพูดว่า เขาเป็นเ […]

The post วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา “ตื่นเถอะครับ…พี่น้องชาวไทย” appeared first on THE STANDARD.

]]>

ผมคงไม่สามารถตายได้โดยที่พิธีกรในงานศพผมพูดว่า เขาเป็นเจ้าของรายการ เกิดมาคุย พิธีกรฝีปากกล้า ที่กล้าถามทุกอย่าง แล้วเขาก็ตาย ผมรู้สึกว่ามันไม่คุ้ม”

 

สำรวจตัวตนที่ตกผลึกแล้วของวู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา

The post วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา “ตื่นเถอะครับ…พี่น้องชาวไทย” appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/woody-milintachinda-2/feed/ 0
“ตื่นเถอะครับ…พี่น้องชาวไทย” ความจริงจากใจ วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา https://thestandard.co/woody-milintachinda/ https://thestandard.co/woody-milintachinda/#respond Wed, 19 Sep 2018 08:43:07 +0000 https://thestandard.co/?p=122248

ปกติผู้ชายคนนี้จะนั่งในฐานะคนตั้งคำถาม ไม่ใช่ในฐานะผู้ใ […]

The post “ตื่นเถอะครับ…พี่น้องชาวไทย” ความจริงจากใจ วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปกติผู้ชายคนนี้จะนั่งในฐานะคนตั้งคำถาม ไม่ใช่ในฐานะผู้ให้สัมภาษณ์ และคำถามของเขา ‘แรง’ เสมอ

 

วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา คือเจ้าของรายการ เกิดมาคุย รายการโทรทัศน์ชื่อดังในอดีตที่มักจะเชิญคนดังที่กำลังเป็นประเด็น (ไม่ว่าจะดีหรือฉาว) มาสัมภาษณ์ (หรือมาเชือดก็แล้วแต่) ด้วยคำถามแรงและตรงอย่างที่ไม่มีใครกล้ายิงคำถามแบบนี้ใส่หน้า

แต่นั่นคืออดีต และเขาบอกว่าไม่เคยยึดติดกับอดีตเลย “ผมคงไม่สามารถตายได้โดยที่พิธีกรในงานศพผมพูดว่า เขาเป็นเจ้าของรายการ เกิดมาคุย พิธีกรฝีปากกล้าที่กล้าถามทุกอย่าง… แล้วเขาก็ตาย ผมรู้สึกว่ามันไม่คุ้ม มันไม่คุ้ม”

 

ในยุคที่คนยิ่งทำอะไรแรงๆ ก็ยิ่งดัง เขาเองน่าจะเป็นคนที่รู้ดีเรื่องการเล่นกับ ‘ความแรง’ และ ‘กระแส’ มากที่สุดในฐานะคนที่เคยใช้มันเป็นอาวุธมาก่อน แต่ทุกวันนี้รายการที่เขาทำในไลฟ์ดูเรียบง่ายขึ้นมาก ยิ่งได้คุยก็ยิ่งสัมผัสได้ว่าผมไม่ได้กำลังคุยกับพิธีกรรายการ เกิดมาคุย คนนั้น แต่กำลังคุยกับผู้ชายวัย 40 ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวในชีวิตมาระดับหนึ่ง เขาสุขุมลุ่มลึกขึ้น เรียบง่ายขึ้น ได้ค้นพบความตื่นเต้นครั้งใหม่ในชีวิตที่ไม่ใช่เรื่องการสัมภาษณ์คนอีกแล้ว และมีหลายเรื่องอยากจะเล่าให้เราฟัง

 

“ผมกลับไปอ่านบทสัมภาษณ์สมัยก่อนตอนที่เข้าวงการใหม่ๆ หรือตอนที่ดังมากๆ ผมอ่านแล้วรู้สึกว่าพูดอะไรไป ตอแหลมาก แต่เราก็รักวู้ดดี้ในเวอร์ชันนั้นนะ เพราะเราก็รู้สึกว่าเขาได้เรียนรู้ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจะพูดในสิ่งที่ผมคิดจริงๆ และหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่น”

 

ถ้าวู้ดดี้คนเดิมจะลาคนดูรายการด้วยคำว่า “ราตรีสวัสดิ์ครับ…พี่น้องชาวไทย” ผมคิดเล่นๆ ว่าวู้ดดี้คนที่ผมกำลังคุยอยู่นี้คงอยากบอกสิ่งนี้กับพวกเรา “ตื่นเถอะครับ…พี่น้องชาวไทย”

 

 

คุณสัมภาษณ์คนดังมาทั้งไทยและต่างประเทศ เรียนรู้อะไรจากการได้นั่งคุยกับคนเหล่านั้นบ้าง

ผมได้เห็นความหลากหลายของชีวิต ได้เห็นเรื่องราวของคน แล้วก็สะท้อนกลับมาดูตัวเราเอง ผมโคตรโชคดีเลยที่ได้คุยกับคนมากมาย แล้วก็ได้ถ่ายทอดสิ่งนั้นให้คนอื่นฟังด้วย เพราะผมได้เห็นทุกเรื่องราวว่าเขาผ่านมันไปอย่างไร เขาสู้มันมาอย่างไร สุขอย่างไร ทุกข์อย่างไร สิ่งที่ผมเห็นจากคนที่มีชื่อเสียงคือยิ่งสูงยิ่งธรรมดามากเลย ยิ่งดังยิ่งเบสิกมากเลย ยิ่งเป็นท็อปของโลกยิ่งติดดิน นั่นคือสิ่งที่ผมเห็น ผมคิดว่าคนที่ประสบความสำเร็จระดับโลกเขาขึ้นไปถึงจุดนั้นได้เป็นเพราะเขาง่าย ความง่ายของเขาจะทำให้ฐานของคนที่รักช่วยซัพพอร์ตเขาขึ้นไป แต่ความเยอะมันจะทำให้คุณไม่ไปไหน

 

ดังนั้นเจตนาสำคัญมากเลย ผมชื่นชมคนอย่าง นก สินจัย, ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์, พี่เบิร์ด, อาต๋อย ไตรภพ ผมชื่นชมคนเหล่านี้มาก เพราะเขามีโฟกัสในสิ่งที่ทำ เขาอินกับศาสตร์ของเขา แล้วเขาก็มีความเรียบง่าย ผมว่าอันนี้สำคัญมาก แล้วก็อยากจะบอกทุกคนเลยว่าโฟกัสในสิ่งที่ตัวเองทำให้มันดีที่สุด แล้วก็เป็นอันดับ 1 ในสิ่งที่ตัวเองเป็น

 

คุณทำอย่างไรให้คนเปิดใจคุยกับคุณได้ขนาดนั้น

ผมไม่เคยรู้สึกว่าเขาแปลกหน้า อันนี้ผมจะบอกความลับให้นะ ผมรู้สึกว่าเขาเป็นพี่น้องผม สมัยก่อนผมไม่รู้จักสิ่งนี้นะ แต่ผมคิดว่ามนุษย์เราทุกคนสุดท้ายมันก็มาจากต้นกำเนิดบรรพบุรุษเดียวกัน สุดท้ายเราก็เป็นเลือดเนื้อเหมือนกัน เราเป็นคน เมื่อคิดอย่างนั้นได้ปุ๊บ ใครก็ตามที่เดินเข้ามาในพื้นที่ของผมก็คือพี่น้องผมทั้งนั้นเลย แล้วเมื่อคุณมองเขาเหมือนพี่น้อง คุณก็จะมีความรักให้กับเขาเหมือนพี่น้อง เขาก็จะคุยทุกอย่างกับคุณ เราถามความจริง เขาก็จะตอบความจริง ความจริงเป็นเรื่องดีจะตาย แต่ถ้าคุณเดินเข้ามาแล้วมองว่าเขาเป็นแขกและคุณเป็นพิธีกร คุณก็จอดตรงนั้นเลย

 

มีเหตุการณ์ประทับใจในการสัมภาษณ์ที่ผ่านมาที่คนดูไม่ได้เห็น แต่คุณอยากแชร์ให้เราฟังไหม

เดวิด เบ็คแฮม ผมสัมภาษณ์ผ่านทางไลฟ์แล้วก็ประทับใจเขามาก เพราะว่าเขาเดินเข้ามาในกองถ่ายแล้วจับมือทุกคน ตั้งแต่ช่างหน้า ตากล้อง ช่างไฟ ทุกคนเลย เขาแนะนำตัวเองว่าเป็นเดวิด เบ็คแฮม แล้วก็มานั่งข้างผมตอนนั้น ถ้าใครไปดูภาพเนี่ย ผมนั่งห่างจากเขามากเลย ไม่เหมือนกับการสัมภาษณ์ที่ผมจะโน้มตัวเข้าหาแขก ขนาดพี่แหม่ม สุริวิภา ยังถามเลยว่าทำไมแกดูประหม่า ก็เขาเซ็กซี่นี่ แล้วเราชอบเขาไง เขาสบตาเรา เราก็เขิน

 

อีกคนคือ ฮิวจ์ แจ็คแมน ผมหลงรักเลย เขามีเสน่ห์แบบเซ็กซี่ เป็นสุภาพบุรุษ เดินมารับวู้ดดี้ตั้งแต่หน้าประตูน่ะ คุณคิดดู อีกคนหนึ่งคือ วิล สมิธ เขาอบอุ่นมากๆ แล้วเดือนต่อมาผมก็ได้รับโปสการ์ดจากเขาส่งมาที่บ้าน เขียนว่าดีใจที่เราได้มีโอกาสร่วมงานกัน ขอให้คุณโชคดี และหวังว่าเราจะได้เจอกันใหม่ ระลึกถึงเสมอนะครับ เท่ไหมล่ะ ละลายเลยล่ะ  

 

ผมรู้สึกว่าคนเหล่านี้อินสไปร์ให้ผมเห็นคุณค่าของทุกคนที่เข้ามาในชีวิตเรา ทำให้เราเห็นว่าทุกคนสำคัญ อะไรก็ตามที่เข้ามาในชีวิตแล้วอย่า take it for granted หรือว่าอย่ามองผ่านๆ

 

มีใครที่คุณยังไม่ได้สัมภาษณ์อีกไหม

พี่เบิร์ดน่าจะเป็นคนเดียวที่ผมยังไม่ได้สัมภาษณ์ เสนอเรื่องไปเท่าไรก็โดนปฏิเสธ สมัยก่อนเราน้อยใจมาก จนกระทั่งเราบอกตัวเองว่าต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เราดูพี่เบิร์ดสัมภาษณ์ผ่านทางสื่ออื่นสนุกกว่าอีก แต่ว่าผมรักพี่เบิร์ดมาก และผมก็ค้นพบบางอย่างนะ สัจธรรมเรื่องนี้ก็คือในชีวิตคุณจะไม่ได้ทุกอย่างหรอก ไม่ใช่ทุกอย่างจะเป็นอย่างที่คุณต้องการ และคุณก็ไม่ต้องไปยึดติดกับมัน ทุกวันนี้คิดแบบนี้แล้วสบายเลย

 

เดี๋ยวนี้มันไปอยากรู้เรื่องอื่นมากกว่า อยากรู้ว่าเราจะทำอย่างไรให้คนทั้งประเทศสุขภาพดี หรือว่าชาติเราจะต้องมีนวัตกรรมอะไรที่ทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า

 

รายการ เกิดมาคุย ที่คุณสร้างดังเพราะคุณตั้งคำถามแรง ตรง สะใจ เป็นเรื่องที่คนอยากรู้ ทุกวันนี้มันยังเป็นคำถามแบบเดียวกับที่คุณอยากถามไหม

สำหรับผม วันนี้มันไม่ใช่ประเด็นว่าข่าวที่คนเมาท์กันมันจริงหรือไม่จริง แต่มันกลายเป็นว่าเขาผ่านมาได้อย่างไร เขาอยู่มาได้อย่างไร มันเริ่มเป็นคำถามที่มากกว่าจริงหรือไม่จริง ใช่หรือไม่ใช่ มันคือ How แล้วผมว่านั่นคือสิ่งที่โลกต้องการจะรู้ โลกต้องการจะรู้ว่าเมื่อวันที่คุณอยู่ในจุดที่คุณคิดว่าไม่มีอะไรแล้วเนี่ย ใจคุณคิดอย่างไรถึงได้ลุกขึ้นมาสู้ หรือเมื่อวันที่คุณเลิกกับแฟนที่คบมา 5 ปี ใจคุณคิดอย่างไร วันต่อมาคุณถึงสามารถจะแต่งงานต่อได้เลย หรือเมื่อคุณคิดว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้าแล้วอยากจะฆ่าตัวตาย คุณคิดอย่างไรถึงจะทำให้ไม่คิดฆ่าตัวตายแล้วก็ร่าเริงในวันต่อไป นี่คือสิ่งที่ผมอยากถามคนมากมาย

 

6 ปีแรกของการทำรายการ เกิดมาคุย สนุกมาก 3 ปีหลังทรมาน หนึ่ง เราสัมภาษณ์คนมาหมดแล้ว สอง ต้องจับกระแส สาม พอเราปรับทิศทาง เราสัมภาษณ์คนที่ไม่ได้เป็นกระแส เราคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ แต่เรตติ้งมันก็ร่วง แล้วพอเรตติ้งมันร่วงปุ๊บ คนก็บอกว่าอยากให้สัมภาษณ์แรงๆ ทำไมคุยแต่เรื่องดีๆ ไม่สะใจเลย แต่เราไม่รู้สึกแบบนั้นแล้วไง เราเปลี่ยนไปครับ ผมคงไม่สามารถตายได้โดยที่พิธีกรในงานศพผมพูดว่า “เขาเป็นเจ้าของรายการ เกิดมาคุย พิธีกรฝีปากกล้าที่กล้าถามทุกอย่าง… แล้วเขาก็ตาย” ผมรู้สึกว่ามันไม่คุ้ม มันไม่คุ้ม

 

อะไรทำให้คุณรู้สึกว่ามันไม่สนุกแล้ว

ตอนที่รู้สึกว่าแขกบางคนได้รับผลกระทบจากการออกรายการ แล้วเราก็เบื่อด้วย มาอีกแล้ว นั่งไขว่ห้าง ชี้หน้าถามคำถาม แล้วผมรู้สึกว่าฤดูมันยังเปลี่ยนเลย ก็เลยตัดสินใจปิดมัน แล้วไม่ใช่แค่ปิดแค่รายการกลางคืนนะ ปิดทั้งกลางคืนและตอนเช้าด้วย ผมว่าถ้าเราต้องการการเปลี่ยนแปลงจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง เราต้องเผาสะพานนั้นทิ้งไปเลย ไม่ต้องกลับไปอีกแล้ว ผมก็เผามันทิ้งเลยนะ แล้วก็ไปอยู่ไลฟ์เลย

 

 

ในฐานะที่คุณเกิดมาจากสื่อเก่าอย่างโทรทัศน์ที่ได้รับผลกระทบจากดิจิทัล แต่น่าสนใจตรงที่คุณกระโดดเข้าสู่สื่อใหม่ได้โดยไม่บ่นว่าดิจิทัลมาทำลายฐานที่มั่นเดิมของคุณ

ใช่ โลกเปลี่ยนทุกวันเลยครับ แล้วเราไม่เห็นจะต้องมานั่งพูดเลยว่าสมัยก่อนมันดีกว่านี้ หรือดิจิทัลมาทำลายวงการ มันเสียเวลา คุยกันดีกว่าว่าเราจะเอ็นจอยกับมันอย่างไร เราจะเล่ามันอย่างไร เราจะเล่นกับมันอย่างไร คุณว่าเด็กอายุ 17 เขามาพูดอย่างนี้เหรอ โอ้โห ดูสิ เขาโคตรเอ็นจอยกับมันเลย แล้วทำไมคุณจะไม่เอ็นจอย ผมว่ายิ่งบ่นยิ่งแก่ เฟซบุ๊กอะไรก็ตามที่คุณไม่เก็ต คุณก็ศึกษามันสิ แล้วคุณก็ทำมันไป สนุกดีออก ผมว่าโลกทุกวันนี้อยู่ง่ายขึ้นกว่าเดิมอีก ชีวิตไม่ได้ซับซ้อนนะครับ เราต่างหากที่คิดว่ามันซับซ้อน

 

ตอนตัดสินใจเผาสะพานที่ตัวเองเคยสร้างมา คุณรู้สึกอย่างไร

ตอนประกาศจะว่าเผาสะพานไปไลฟ์แล้ว ตอนนั้นผมก็มีความกลัวนะว่าเราคิดถูกหรือเปล่า เงินมันจะมีไหมวะ แต่คิดแค่คืนเดียวครับ เพราะเมื่อเลือกตัดสินใจแล้วเราก็ต้องไปเลย คือไม่ทำรายการแบบเดิมแล้ว

 

แต่ที่ผ่านมาก็มีช่วงที่ผมกลับไปทำรายการโทรทัศน์อยู่พักหนึ่ง ตอนนั้นฟังคนอื่นมาเยอะว่ามีหน้าอยู่ในทีวีก็ดีนะ ชาวบ้านจะได้ไม่ลืม เพราะผมยอมรับเลยว่าที่ผมดัง 2-3 ปีที่ผ่านมาไม่ใช่เพราะรายการนะ แต่เพราะผมขายกระทะ หน้ามันออกทุก 5 นาทีไง ผมก็ยอมรับว่ากระทะมันทำให้เราแมสจริงๆ ตอนนั้นก็เลยเกิดไอเดียว่าถ้าจะกลับไปทีวีใหม่ก็ต้องเป็นรายการที่แมส ก็เลยไปเป็นพิธีกรเกมโชว์ แต่ทำได้เกือบปีก็เลิก เพราะรู้สึกว่ามันไม่ใช่ เขาอยากให้เราเล่นใหญ่ๆ เหมือนเดิม ผมก็แสร้งทำเป็นเดือนนะ จนวันหนึ่งรู้สึกว่ามันไม่ใช่ มันไม่ตื่นเต้นแล้ว

 

น่าสนใจตรงที่รายการโทรทัศน์เคยเป็นงานที่คุณรักมาก แต่กลายเป็นว่าคุณก็เคยมีจุดที่รู้สึกว่างานนี้มันไม่ตอบโจทย์ชีวิตแล้ว ไปจนถึงเคยเกิดความรู้สึกว่าเบื่องาน คุณได้เรียนรู้อะไรจากความรู้สึกเบื่องานตรงนั้นบ้าง

อะไรก็ตามที่มันทำแล้วไม่ใช่หรือรู้สึกว่ามันผิดจริต อย่าทำ เกิดมาชาตินี้อย่าเสียเวลากับอะไรที่มันไม่ใช่ตัวเรา และมันไม่สร้างคุณค่าให้กับโลก ถ้าคุณสร้างคุณค่าให้กับคนที่มาซื้อของคุณและตัวคุณเอง คุณจะเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลกเลย แต่หลายคนในโลกใบนี้กำลังวิ่งไล่จับอะไรก็ไม่รู้ที่ไม่ได้ทำให้ตัวเองมีความสุข แล้วก็บ่นอีก กูโคตรเบื่องานเลย อ้าว แล้วมึงทำทำไม ผมอยากจะบอกทุกคนที่เอาแต่บ่นเบื่องานว่าลาออกเลยถ้าแน่จริง เพราะคุณไม่แน่ไง คุณก็จะกลายเป็นคนขี้บ่นไปเรื่อยๆ คุณไปอยู่ที่ไหนก็ไม่ดีพอ เพราะคุณไม่เคยคิดจะหาสิ่งที่คุณรักจริงๆ

 

ผมคิดว่าคนที่โตขึ้นมาจนรู้ว่าตัวเองไม่ต้องการอะไรแล้วก็ยังไม่หานี่น่าสงสาร เหมือน Google Maps มันถามว่าคุณจะไปที่ไหน แล้วคุณก็ไม่ใส่อะไรสักอย่างว่าตกลงจะไปที่ไหน ไม่มีคำตอบ destination unknown แล้วคุณก็อยู่มา 10 ปีโดยไม่ใส่เป้าหมายที่จะไป เพราะคุณไม่กล้าไง คุณกลัว จริงๆ แล้วไม่ใช่ว่าไม่รู้นะว่าจะทำอะไร คุณไม่กล้าตัดสินใจอะไรเลย ประเทศเราถูกเลี้ยงมาให้กลัวไว้ก่อน แล้วก็บอกกันว่าอย่าเฟลนะ เพราะพลาดแล้วเดี๋ยวมันจะเจ็บ แต่หารู้ไม่ว่าชีวิตแม่งเจ็บทุกคน

 

คุณเองก็เจ็บมาเยอะเหมือนกัน

ผมว่ามนุษย์ทุกคนล้มหมด ผมไม่คิดว่าตัวเองล้มเยอะกว่าใคร แต่เวลาเราล้มมันมีแผลเป็นนะ แล้วแผลเป็นนั้นมันโคตรดีเลย ผมเปรียบเทียบอย่างนี้ครับ การทำงานหรือการทำธุรกิจก็เหมือนการเข้ายิม คุณต้องทำให้กล้ามเนื้อมันฉีกขาด แล้วมันจะซ่อมแซม มันจะกลายเป็นกล้ามเนื้อที่ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่ง

 

ผมได้เรียนรู้อย่างหนึ่งจากประสบการณ์ของตัวเองเลยนะว่า ถ้าปัญหามันแก้ไม่ได้ก็ไม่ต้องแก้ เราก็แค่ปล่อยวาง แก้ได้ก็แก้ ปัญหาคือส่วนใหญ่มันแก้ไม่ได้แล้วยังดึงดันจะแก้มันอยู่ได้ไง ผมเจอเรื่องราวเยอะมากจนปล่อยวาง พอปล่อยวางเสร็จปุ๊บก็รู้สึกว่า เฮ้ย มันเบาดีว่ะ ไม่ต้องทำทุกอย่าง ไม่ต้องแก้ทุกอย่าง ไม่ต้องได้ทุกอย่าง ไม่ต้องมีทุกอย่าง

 

ผมคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดคือหาแพสชันของตัวเองว่าชอบอะไร ลองทำมันทุกอย่าง ลองให้หมด แล้วคุณจะค้นพบว่าเรามีคุณค่าเมื่อได้ทำอะไรที่ใช่ในชีวิต อย่างเด็กบางคนไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ไปฝึกงานสิ ไปทำงานฟรีสิ ผมว่าคนที่ไม่รู้แพสชันของตัวเอง บางทีก็แค่ขี้เกียจรับผิดชอบและกลัวที่จะเฟล ผมให้กำลังใจนะครับ อย่างน้อยถ้าคุณรู้ว่ายังหาตัวเองยังไม่เจอ คุณก็ต้องเริ่มหาได้แล้ว แล้วก็หาต่อไปเรื่อยๆ อย่าหยุด ไม่อย่างนั้นตายไปแล้วมันเสียชาติเกิด

 

 

แล้วอะไรคือแพสชันในชีวิตของคุณตอนนี้

ตอนที่เราทำรายการทอล์กโชว์ที่ถามแรงๆ เราก็ให้ความสะใจกับคนดู แต่ทำไมเราไม่เห็นมีความสุขเลยล่ะ สมัยก่อนผมสนใจเรื่องชาวบ้านมาก ต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น อย่างถ้าวันนี้ก็ต้องรู้ให้ได้ว่าเจนี่กับใหม่ รัชดา เขาโกรธกันเพราะอะไร สมัยก่อนคืออยากรู้มาก แต่เดี๋ยวนี้มันไปอยากรู้เรื่องอื่นมากกว่า อยากรู้ว่าเราจะทำอย่างไรให้คนทั้งประเทศสุขภาพดี หรือว่าชาติเราจะต้องมีนวัตกรรมอะไรที่ทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า คำถามมันเริ่มเปลี่ยนแล้วไงครับ แล้วพอมันเป็นคำถามแบบนั้น มันจะไม่กลับไปถามว่าสองคนมีปัญหาอะไรกัน เพราะเมื่อเราเกาะแต่ปัญหาดาราปุ๊บ ผมใช้คำนี้แล้วกัน มันเหมือนเราว่ายวนอยู่ในบ่อ แต่ถ้าคุณเปลี่ยนวิธีตั้งคำถาม คุณก็ไปว่ายในมหาสมุทร ความรู้สึกมันคนละแบบ ก็อยากจะเชื้อเชิญให้ลองตั้งคำถามใหม่ๆ กับชีวิตดูบ้าง

 

ผมว่าการได้ทำ FitFest คือความสุขของผม การทำอะไรให้คนเปลี่ยนชีวิต หันมาดูแลสุขภาพ มันทำให้เรารู้สึกมีความหมายมากเลยครับ ผมคงโชคดีที่เราก็มาถึงจุดหนึ่งที่มีเงิน ดังนั้นเราก็เลยสามารถที่จะทำสิ่งนี้ได้ ผมก็คงทำอะไรก็ได้ที่มันหาเงินให้ได้เร็วที่สุด

 

ผมอยากจะบอกทุกคนที่เอาแต่บ่นเบื่องานว่าลาออกเลยถ้าแน่จริง เพราะคุณไม่แน่ไง คุณก็จะกลายเป็นคนขี้บ่นไปเรื่อยๆ คุณไปอยู่ที่ไหนก็ไม่ดีพอ เพราะคุณไม่เคยคิดที่จะหาสิ่งที่คุณรักจริงๆ

 

จุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณกลายมาเป็นคนจริงจังในการดูแลสุขภาพคืออะไร

เมื่อก่อนความที่ผมเป็นคนบันเทิง ผมก็จะสนุกกับการปาร์ตี้ จนวันหนึ่งผมปาร์ตี้ถึงเช้าและกำลังกลับบ้าน ผมเห็นคนกำลังวิ่งออกกำลังกายตอนเช้า แล้วผมก็ถามตัวเองว่า โห เรานี่เมาเหมือนหมาเลยนะ แต่คนอื่นตื่นมาออกกำลังกาย เขาดูสดใส เขาแข็งแรง เฮ้ย เราทำอะไรอยู่ อันนั้นก็เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมทำ เกิดมาคุย เทปที่ลุกขึ้นมาออกกำลังกาย และพอทำแล้วมันดีกับชีวิตเราจริงๆ ไม่ใช่แค่สุขภาพร่างกาย แต่มันทำให้จิตใจเราดีไปด้วยจากการที่ร่างกายเราดี เราคิดงานอะไรก็ออกหมดเลย จิตใจเราเองก็เปลี่ยน

 

ร่างกายคุณมันบอกอะไรบ้างจากการออกกำลังกาย

ร่างกายมันมหัศจรรย์นะครับ มันบอกเราอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่เราต้องใส่ใจสิ่งที่ร่างกายบอก มันบอกหมดเลยนะว่ากินอันนี้เข้าไปไม่ดี เดี๋ยวมันจะไปพอกเป็นไขมันที่หน้าท้อง กินอันนี้แล้วดีจังเลย ร่างกายเราแข็งแรงขึ้น ผิวพรรณเราเปล่งปลั่ง พอเครียด ร่างกายเราก็บอกอีกว่ามันไม่ดี เพราะเรานอนไม่หลับ เราล้าไปหมด พวกนี้ร่างกายบอกเราตลอดเวลา ตอนนี้ผมกำลังมีเป้าหมายใหม่ที่เกี่ยวกับสุขภาพนี่แหละ อยากจะทำลายขีดจำกัดของตัวเองด้านสุขภาพไปอีก ยังไม่บอกแล้วกันครับว่าเป็นอะไร แต่จะเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยทำมาก่อน ถ้าทำได้ผมว่ามันก็น่าจะมีอิมแพ็กกับทั้งตัวผมและคนอื่นๆ

 

 

คิดว่าการที่คุณทำให้คนหันมาดูแลสุขภาพได้จะสร้างการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

ผมพบว่าตั้งแต่ผมลุกขึ้นมาจริงจังกับการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพ ผมได้รับข้อความทั้งจากโซเชียลมีเดียและจากที่คนเดินเข้ามาบอกผมเองว่าเขามีสุขภาพดีขึ้น ซึ่งตอนนี้ผมเองก็คุยกับทีมงานว่าเรามาสร้าง FitFest ให้เป็นแพลตฟอร์มข้อมูลด้านสุขภาพกันจริงจังไปเลยดีกว่า ซึ่งตอนนี้เรากำลังพัฒนากันอยู่

 

มีคนเคยถามผมเหมือนกันว่าถ้าผมสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศไทยได้หนึ่งอย่าง อยากจะเปลี่ยนอะไร ผมคิดว่าความสร้างสรรค์เราก็มีนะ ความตั้งใจเราก็มี แต่อะไรนะที่มันเป็นอย่างเดียวที่มันติด อ๋อ วินัย ผมว่าเราถ้าเราสอนเรื่องวินัยตั้งแต่เด็ก ทุกเรื่องที่ตามมาหายหมด ผมว่าวินัยมันจะเปลี่ยนทุกอย่าง แล้วมันใช้ได้กับทุกเรื่องด้วยครับ นี่คือสิ่งที่ผมเชื่อ ซึ่งการออกกำลังกายมันฝึกให้เรามีวินัยไปในตัว พอเราออกกำลังกายจนเป็นวินัยแล้วเราจะมีระบบความคิดที่ดีไปด้วย เราจะรักตัวเอง ทำแต่สิ่งดีๆ ให้ตัวเอง พี่ตูนก็ไม่ต้องมาวิ่งอะไรขนาดนี้ สงสารพี่ตูนกันบ้างเถอะ (หัวเราะ)

 

บทเรียนในชีวิต 3 ข้อที่คุณได้เรียนรู้จากการเกิดเป็นวู้ดดี้และอยากแบ่งปันกับคนอื่นคืออะไร

หนึ่ง คุณต้องออกกำลังกายทุกวัน เพราะร่างกายของคุณต้องถูกกระตุ้นให้มีการเคลื่อนไหว เพื่อที่สมองมันจะได้ไปคิดอะไรได้มากมาย เพราะเมื่อคุณไม่ออกกำลังกายปุ๊บ เลือดมันก็ไม่หมุนเวียน ร่างกายมันไม่เฟรช พอมันไม่เฟรช ไอเดียก็ล้า ดังนั้นคุณต้องขยับเขยื้อนแล้วทำให้มันเป็นเรื่องปกติจนตาย อย่าออกกำลังกายเป็นเทศกาล คุณต้องออกกำลังกายทุกวัน

 

เรื่องที่สองที่ผมอยากจะแชร์ก็คือทุกอย่างดีเสมอ เช่น ถ้าแฟนบอกเลิก มันก็เป็นเรื่องดี เพราะเดี๋ยวคุณจะได้เจอคนใหม่ หรือการที่คุณโดนไล่ออกจากที่ทำงาน ไม่เป็นไร เดี๋ยวงานใหม่ดีๆ รออยู่ การที่คุณบอกว่าวันนี้ไม่มีเงินในบัญชี ดี คุณกำลังจะกลายเป็นคนซึ่งมีแรงผลักดันยิ่งใหญ่เพื่อที่จะหาเงินเป็นพันๆ ล้าน ดังนั้นทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตมันโคตรดีเสมอเลย อย่าไปโทษอะไรทั้งสิ้น มันต้องเป็นอย่างนั้น แค่เดินหน้าต่อไป

 

และอย่างที่สามคือเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราใช้ชีวิตอย่างถูกวิธี ในแต่ละวันมันจะมีตัวอย่างหนึ่งที่ต้องทำ ถ้าคุณไม่ทำสิ่งนี้ทุกวันแปลว่าคุณใช้ชีวิตผิด นั่นก็คือในทุกๆ วันอย่างน้อย 1 นาทีหรือ 1 ชั่วโมงก็ได้ คุณจะต้องหัวเราะดังๆ คุณต้องเอ็นจอยกับชีวิต แต่คนส่วนใหญ่ตื่นมาแต่เช้าแล้วอย่างแรกที่ทำคือ โอ๊ย กูต้องทำงานอีกแล้ว แล้วชีวิตคุณจะดีได้ยังไง ตื่นมาแล้วคุณต้องยิ้ม และไม่ใช่แสร้งยิ้ม มันต้องยิ้มมาจากข้างใน เพราะเมื่อคุณยิ้มมีความสุขปุ๊บ ร่างกายคุณกำลังทำอะไรรู้หรือเปล่า เอาสิ มึงพร้อมแล้ว ลุย โลกนี้เป็นของเรา ถ้าคุณตื่นมาพูดว่า โอ๊ย กูเหนื่อย คุณจะเหนื่อยจนตาย

 

ข้อสุดท้ายคือต้องคบคนพลังบวก คุณจะได้หัวเราะทั้งวัน พวกที่มันสนุกๆ ตลกๆ เก็บมันไว้นะ เพราะพวกนี้จะทำให้คุณไม่เป็นมะเร็ง มันจะทำให้คุณมีความสุขมาก ส่วนเพื่อนที่พูดจาลบๆ เช่น ยากนะมึง เป็นไปไม่ได้หรอก ทำทำไม คุณก็ต้องห่างๆ พวกนี้ไว้หน่อย เราต้องรักทุกคน เกิดมาในโลกนี้เราไม่ควรเกลียดใคร เราแค่ห่างๆ ไว้

 

ผมจะเพิ่มให้อีกข้อหนึ่งคือหยุดเปรียบเทียบทุกสิ่งในโลก แล้วชีวิตคุณจะเบา จริงๆ ทุกวันนี้ที่เราไม่แฮปปี้เพราะเราเปรียบเทียบไงครับ แล้วรู้ไหมว่าตัวเปรียบเทียบอยู่ตรงไหน อยู่ตรงโซเชียลมีเดียนี่แหละ คุณไม่รู้ตัวว่ากำลังเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับคนอื่นตลอดเวลา แล้วมันไม่ใช่คนเดียวด้วยนะ เป็นแสนเป็นล้านคนพร้อมๆ กัน หยุดเปรียบเทียบแล้วโฟกัสที่ชีวิตของตัวเอง เดินหน้ากับการสร้างตำนานให้ตัวเอง เป็นฮีโร่ของตัวเอง เป็นคนที่กำหนดชีวิตตัวเอง แล้วก็สร้างประวัติศาสตร์ให้กับตัวเอง

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post “ตื่นเถอะครับ…พี่น้องชาวไทย” ความจริงจากใจ วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/woody-milintachinda/feed/ 0
LINE เปิดตัว เทน เทน เกมโชว์ไลฟ์ ชูแพลตฟอร์มช่วยแบรนด์สร้างเอ็นเกจ ตั้งเป้าเพิ่มผู้เล่นอย่างน้อย 9 แสนคนปีหน้า https://thestandard.co/line-ten-ten/ https://thestandard.co/line-ten-ten/#respond Tue, 18 Sep 2018 09:09:58 +0000 https://thestandard.co/?p=122068

LINE ประเทศไทย เปิดตัว ‘เทน เทน’ (Ten Ten) แพลตฟอร์มอิน […]

The post LINE เปิดตัว เทน เทน เกมโชว์ไลฟ์ ชูแพลตฟอร์มช่วยแบรนด์สร้างเอ็นเกจ ตั้งเป้าเพิ่มผู้เล่นอย่างน้อย 9 แสนคนปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>

LINE ประเทศไทย เปิดตัว ‘เทน เทน’ (Ten Ten) แพลตฟอร์มอินเทอร์แอ็กทีฟไลฟ์โชว์อย่างเป็นทางการ หลังทดลองให้บริการช่วงทดสอบระบบ 2 เดือน เผยเป็นแพลตฟอร์มที่สร้างเอ็นเกจเมนต์ให้แบรนด์ได้ 100% ตั้งเป้าเพิ่มผู้เล่นอย่างน้อย 9 แสนรายภายในปีหน้า

 

วันนี้ (18 ก.ย.) LINE ประเทศไทย และวู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา (บริษัท WXYZ จำกัด) ได้เปิดตัวอินเทอร์แอ็กทีฟไลฟ์โชว์ เทน เทน เพื่อเปลี่ยนประสบการณ์การเล่นเกมโชว์รูปแบบใหม่ในโลกดิจิทัลที่คนดูจะเป็นได้ทั้งผู้เล่นและส่วนหนึ่งของการดำเนินรายการ เนื่องจากตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมาเกมโชว์ทางหน้าจอโทรทัศน์ไม่ได้เปิดโอกาสให้คนดูร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเล่นเกมตอบคำถาม

 

วุฒิธรบอกว่า 10 ปีที่แล้วเราคุ้นเคยกับเกมโชว์แบบ เกมเศรษฐี และคนดูทุกคนก็อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเกม แต่ทำไม่ได้ ปลายปีที่แล้วเราจึงสงสัยว่าพอจะเป็นไปได้ไหมที่เกมโชว์จะให้คนดูเป็นผู้เล่นได้ โดยได้แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจาก HQ Triva เกมโชว์ไลฟ์ของสหรัฐอเมริกา ประกอบกับในระบบนิเวศ (Eco System) ของ LINE ก็ยังไม่มีเกมแบบอินเทอร์แอ็กทีฟเลย นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิด LINE เทน เทน ขึ้นมา

 

เทน เทน คือเกมโชว์ตอบคำถามไลฟ์ 10 ข้อภายใน 10 นาที (แต่ละข้อมีเวลา 10 วินาที) ออนแอร์ทุกวัน เวลา 21.00 น. เล่นได้ทันทีผ่านแพลตฟอร์ม LINE (@Line1010) เริ่มเปิดให้เล่นอย่างไม่เป็นทางการตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ปัจจุบันมีผู้เล่นต่อตอนเฉลี่ยประมาณ 58,000 ราย โตขึ้นกว่า 11 เท่าจากช่วงแรกที่มีผู้เล่นแค่ 5,000 ราย และมีจำนวนผู้ติดตามตัวเกมมากกว่า 1 ล้านราย

 

อริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย เผยว่าจุดแข็งของ LINE เทน เทน ประกอบด้วย 3 ข้อสำคัญ ได้แก่ 1. เกมโชว์ไลฟ์ที่เล่นได้ทันทีบนแพลตฟอร์ม LINE ไม่ต้องเสียเวลาดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพิ่มเติม 2. พิธีกรระดับแม่เหล็กอย่าง วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา และแขกรับเชิญชื่อดังที่จะหมุนเวียนมารับหน้าที่ดำเนินรายการ และ 3. ตัวเกมการันตียอดคนเล่นคงที่ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบเกม ซึ่งเป็นช่องทางการทำการตลาดสำหรับแบรนด์ต่างๆ ที่ดี (ใช้วิธีเฉลยคำตอบตอนจบเกม)

 

“สำหรับแบรนด์ เรื่องพวกนี้ถือว่าสำคัญมาก ตลอดทั้งเกมเราจะมีการสอดแทรกไทอินโฆษณาแบรนด์ต่างๆ เข้าไปผ่านทั้งรูปแบบคำถาม แบนเนอร์ ทีวีซีนเข้าช่วงเล่นเกมและเฉลยคำตอบ ซึ่งทั้งหมดคือการสร้างเอ็นเกจเมนต์ของแบรนด์ที่ผู้เล่นจะได้สัมผัสตลอดทั้งเกม ฉะนั้นเราจึงสามารถบอกกับแบรนด์ได้เลยว่าถ้าแฝงโฆษณาเข้าไปในรูปแบบใดก็ตาม เอ็นเกจเมนต์ก็จะเกิดขึ้นแบบ 100%

 

“ในอนาคตเราก็สามารถสปินออฟไปทำแพลตฟอร์มสร้างเอ็นเกจเมนต์อื่นๆ ให้กับแบรนด์ได้ด้วย จะเห็นว่าเราคิดเผื่อทั้งตัวผู้เล่นและแบรนด์ นี่คือช่องทางที่แบรนด์จะสามารถสร้างเอ็นเกจเมนต์ได้เป็นอย่างดี”

 

ปัจจุบันเรตติ้งรายการเกมโชว์ทางโทรทัศน์ทั่วไปจะมียอดคนดูเฉลี่ยเริ่มต้นที่ประมาณ 9 แสนถึง 2.4 ล้านราย ซึ่งเป้าหมายในปี 2019 ที่จะถึงนี้ของเทน เทน คือการเพิ่มจำนวนผู้เล่นให้ได้อย่างน้อย 9 แสนราย นอกจากนี้วุฒิธรยังบอกอีกด้วยว่าในอนาคตเทน เทน จะไม่ได้หยุดแค่เกมโชว์แน่นอน แต่จะกลายเป็นรายการแบบอินเทอร์แอ็กทีฟออนไลน์อันดับ 1 ที่ออนแอร์ตั้งเช้ายันค่ำ

 

“เราอยากให้แบรนด์ต่างๆ มาพาร์ตเนอร์กับเราในการครีเอตเกมของเขา หรือสร้างรายการของเขาเอง แต่อาจจะติดตรงที่ว่าไม่รู้จะเริ่มต้นด้วยวิธีไหน เราจึงจะเป็นหนึ่งในโซลูชันในอนาคตอันใกล้นี้ให้กับแบรนด์”

 

ตลอด 2 เดือนของตัวเกมเวอร์ชันทดสอบ ปัจจุบันเทน เทน แจกเงินรางวัลจริงไปแล้วทั้งสิ้นเป็นหลักแสนบาท (ผู้เล่นต้องสะสมอย่างน้อย 1,000 บาทจึงจะเบิกเงินได้) ผ่านการทำงานร่วมกับแบรนด์ต่างๆ มามากกว่า 30 แบรนด์แล้ว (ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์สินค้ากลุ่มอุปโภคบริโภค) โดยในเร็วๆ นี้ยังมีการเปิดเผยอีกด้วยว่าจะเพิ่มเงินรางวัลเป็นระดับ 1 ล้านบาท และอาจมองหาความเป็นไปได้ในการนำ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ มาเป็นพิธีกรแมวอัจฉริยะดำเนินรายการในอนาคต

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post LINE เปิดตัว เทน เทน เกมโชว์ไลฟ์ ชูแพลตฟอร์มช่วยแบรนด์สร้างเอ็นเกจ ตั้งเป้าเพิ่มผู้เล่นอย่างน้อย 9 แสนคนปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/line-ten-ten/feed/ 0
วู้ดดี้คนใหม่ กับการมองปัญหาให้เป็นปัญญา https://thestandard.co/thestandarddaily-woody-milintachinda/ https://thestandard.co/thestandarddaily-woody-milintachinda/#respond Mon, 18 Jun 2018 11:32:19 +0000 https://thestandard.co/?p=98879

The post วู้ดดี้คนใหม่ กับการมองปัญหาให้เป็นปัญญา appeared first on THE STANDARD.

]]>

The post วู้ดดี้คนใหม่ กับการมองปัญหาให้เป็นปัญญา appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thestandarddaily-woody-milintachinda/feed/ 0
เจ้าพ่อแห่งวงการทอล์กประเทศไทย วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา – THE STANDARD Daily 4 พฤษภาคม 2561 https://thestandard.co/thestandarddaily04052561/ https://thestandard.co/thestandarddaily04052561/#respond Fri, 04 May 2018 15:18:06 +0000 https://thestandard.co/?p=88653

THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 4 พฤษภาคม 2561 เวลา 20.0 […]

The post เจ้าพ่อแห่งวงการทอล์กประเทศไทย วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา – THE STANDARD Daily 4 พฤษภาคม 2561 appeared first on THE STANDARD.

]]>

THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 4 พฤษภาคม 2561 เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป

 

  • เปิดชีวิต ตัวตน และความคิดของคนช่างคุย วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา เจ้าพ่อแห่งวงการทอล์กของประเทศไทยที่เคยได้รับการเลือกจาก CNN ให้เป็น 1 ใน 100 ผู้ทรงอิทธิพลในภาคพื้นเอเชีย!
  • พร้อมบทสัมภาษณ์พิเศษแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับวงดนตรีระดับโลก The Script
  • และ ประเด็นน่าสนใจ เตรียมปรับขึ้นค่าแท็กซี่เป็น 40 บาท รถติดเพิ่มนาทีละบาท
  • เปิดราคาค่าแท็กซี่จากเมืองรถติดทั่วโลก
  • ไทยติดอันดับ 6 ประเทศที่มีนักโทษมากที่สุด

 

สามารถติดตาม THE STANDARD Daily ได้เป็นประจำทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ที่ Facebook Live และ Youtube Live ของ thestandardth

The post เจ้าพ่อแห่งวงการทอล์กประเทศไทย วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา – THE STANDARD Daily 4 พฤษภาคม 2561 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thestandarddaily04052561/feed/ 0