วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/วีรพัฒน์-เกียรติเฟื่องฟ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 26 Mar 2026 13:20:36 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 รัฐขึ้นราคาน้ำมันแรง 6 บาท ช็อตเศรษฐกิจแค่ไหน? แม้ไทยเทียบเท่าราคามาเลเซีย https://thestandard.co/oil-price-hike-economy-malaysia/ Thu, 26 Mar 2026 13:20:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1191795 ปั๊มน้ำมันและราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับขึ้น พร้อมภาพประกอบการเปรียบเทียบผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและมาเลเซีย

ราคาน้ำมันกระชากแรง 6 บาท/ลิตร ซ้ำเติมต้นทุนการผลิต ขนส […]

The post รัฐขึ้นราคาน้ำมันแรง 6 บาท ช็อตเศรษฐกิจแค่ไหน? แม้ไทยเทียบเท่าราคามาเลเซีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปั๊มน้ำมันและราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับขึ้น พร้อมภาพประกอบการเปรียบเทียบผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและมาเลเซีย

ราคาน้ำมันกระชากแรง 6 บาท/ลิตร ซ้ำเติมต้นทุนการผลิต ขนส่ง ราคาสินค้าในวงกว้าง หอการค้าแนะรัฐใช้กลไกภาษีสรรพสามิต ชี้แจงค่าการกลั่นต่อประชาชนให้ชัดเจน ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์มอง GDP ไทยหายทันที 0.1-0.2%

 

 
 

วันที่ 26 มี.ค. พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ระบุว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันถึงลิตรละ 6 บาท ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต ต้นทุนขนส่ง และราคาสินค้าในห่วงโซ่อุปทาน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

โดยเฉพาะมาตรการด้านภาษีและค่าการกลั่น หอการค้าไทยสนับสนุนให้ภาครัฐพิจารณาใช้กลไกภาษีสรรพสามิตเพื่อช่วยบรรเทาภาระราคาน้ำมันแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ

 

ขณะเดียวกันในส่วนของค่าการกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุน ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์โลกนั้น

 

“ภาคเอกชนเห็นว่าควรสื่อสารให้สาธารณชนเข้าใจอย่างชัดเจนว่า ค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้นจาก 2 บาท เป็น 6 บาท เป็นเพียงกำไรขั้นต้น”

 

หากสถานการณ์ไม่ได้ทวีความรุนแรงขึ้น แต่ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มจริง และเห็นควรให้มีการชี้แจงรายละเอียดต้นทุน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบซ้ำเติมต่อภาระของประเทศ ภาคธุรกิจ และประชาชนโดยรวม

 

ขึ้นราคาน้ำมันแบบกระชาก ช็อตเศรษฐกิจ ‘GDP’ ลดลงทันที 0.1-0.2%

 

ขณะที่ เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประเมินว่า หากราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 34.94 บาทต่อลิตร จะส่งผลกระทบใกล้เคียงช่วงวิกฤติราคาพลังงานจากสงครามรัสเซียยูเครน (ปี 2565-2566) โดยทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้นราว 15-20% และราคาสินค้าโดยรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 6-8%

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันราคาดีเซลปรับสูงขึ้นเป็น 38.94 บาทต่อลิตร ซึ่งสูงกว่าช่วงวิกฤติดังกล่าว ส่งผลให้คาดว่าต้นทุนขนส่งจะเพิ่มขึ้นเป็น 20-25% ราคาสินค้าปรับสูงขึ้นราว 8-10% และแรงกดดันเงินเฟ้อมีแนวโน้ม เร่งตัวขึ้นอยู่ในระดับประมาณ 5-6%

 

ทั้งนี้ หากสถานการณ์ยืดเยื้อและไม่มีมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐ เศรษฐกิจไทย GDP อาจขยายตัวได้ไม่เกิน 1%

 

โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ยังระบุว่า ทุกการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 1 บาทต่อลิตร จะทำให้ GDP ลดลง 0.02% สะท้อนถึงความเปราะบางและอ่อนไหวของเศรษฐกิจไทย ต่อความผันผวนด้านพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ

 

สอดคล้อง ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และเศรษฐกิจอาเซียน กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันถึงลิตรละ 6 บาท ในเวลาอันรวดเร็ว ถือว่ารุนแรง และ ‘ช็อต’ เศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้ GDP ลดลงทันที 0.1-0.2%

 

ชี้ ‘มาเลเซีย’ ขึ้นราคาน้ำมัน 7 บาท ไม่ต่างจากไทย

 

ด้านวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวง ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า วิกฤตราคาที่ทุกประเทศทั่วโลกต้องเผชิญ ทำให้ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ ขณะที่ยังต้องมีการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาชดเชยช่วยบรรเทาผลกระทบจากการปรับราคาตลาดโลกที่ปรับตัวอย่างรุนแรง

 

“ผลจากการสู้รบครั้งนี้ แม้แต่ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบเป็นของตัวเองอย่างประเทศมาเลเซีย เมื่อวานนี้ก็ได้มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลขึ้นถึง 7 บาทต่อลิตรเช่นกัน”

 

 
ราคาน้ำมันอาเซียน
 

 

ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลของประเทศมาเลเซียอยู่ที่ 45.59 บาทต่อลิตร โดยราคานี้เป็นราคาที่ไม่มีการเก็บภาษีเหมือนประเทศไทย

 

ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ 38.94 บาทต่อลิตร และเมื่อเปรียบเทียบราคาน้ำมันดีเซลกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอาเซียน

 

อาทิ สิงคโปร์ 100.26 บาท ฟิลิปปินส์ 68.26 บาท ลาว 64.14 บาท เวียดนาม 47.16 บาท ราคาขายของไทยยังคงถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ

 

ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงทำหน้าที่อย่างหนักเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดย ณ วันนี้ มีการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลสูงถึงลิตรละ 19.12 บาท หรือเกือบ 1,700 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์วิกฤตจนถึงปัจจุบัน กองทุนฯ ได้ชดเชยราคาน้ำมันไปแล้วรวมกว่า 38,000 ล้านบาท

The post รัฐขึ้นราคาน้ำมันแรง 6 บาท ช็อตเศรษฐกิจแค่ไหน? แม้ไทยเทียบเท่าราคามาเลเซีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เช็กสถานะปั๊มน้ำมันทั่วประเทศได้ผ่านเฟซบุ๊ก ‘สำนักงานพลังงานจังหวัด’ อัพเดททุกวัน https://thestandard.co/gas-station-status-update/ Sun, 22 Mar 2026 06:12:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1189935 กราฟิกแสดงวิธีการเช็กสถานะปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ ผ่าน Facebook สำนักงานพลังงานจังหวัด อัปเดตรายวัน

วันนี้ (22 มีนาคม) วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระท […]

The post เช็กสถานะปั๊มน้ำมันทั่วประเทศได้ผ่านเฟซบุ๊ก ‘สำนักงานพลังงานจังหวัด’ อัพเดททุกวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กราฟิกแสดงวิธีการเช็กสถานะปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ ผ่าน Facebook สำนักงานพลังงานจังหวัด อัปเดตรายวัน

วันนี้ (22 มีนาคม) วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวง ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานพลังงานจังหวัด จัดทำสรุปตารางสถานะสถานีบริการเป็นรายวัน เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบสถานะสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่สามารถวางแผนการเดินทางเพื่อออกมาเติมน้ำมันหรือเตรียมความพร้อมการเดินทางในชีวิตประจำวันได้ โดยได้เร่งดำเนินการให้ครอบคลุมพื้นที่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ

 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สำนักงานพลังงานจังหวัดทุกจังหวัด จัดทำตารางอัพเดทสถานีบริการน้ำมัน และบางจังหวัดได้มีการจัดทำแอปพลิเคชั่น เสร็จแล้ว โดยสำนักงานพลังงานจังหวัดจะตรวจสอบสถานะและรวมรวบข้อมูลจัดทำเป็นตาราง นำเสนอข้อมูล สถานีบริการ ที่ตั้ง ชนิดน้ำมันที่มี และจะมีการอัพเดทข้อมูลทุกวัน โดยอาจมีความคลาดเคลื่อนในบางช่วงเวลา แต่ก็จะสามารถไว้ตรวจสอบและทราบถึงระยะน้ำมันที่จะมาจัดส่งยังสถานีบริการ โดยประชาชนสามารถตรวจสอบตารางสถานะสถานีบริการได้ที่เพจสำนักงานพลังงานจังหวัด โดยเข้าไปที่ Facebook พิมพ์ในช่องค้นหา “สำนักงานพลังงานจังหวัด” และตามด้วย ชื่อจังหวัด

 

รองปลัดกระทรวงพลังงานระบุด้วยว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งผู้บริหารกระทรวงพลังงาน ข้าราชการและพนักงาน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคมิได้นิ่งนอนใจ ได้ดำเนินการติดตามตรวจสอบสถานการณ์มาโดยตลอด และได้มีการออกมาตรการต่างๆ เพื่อลดผลกระทบกับประชาชนในน้อยที่สุด ทั้งในด้านราคา และด้านปริมาณสำรอง

 

ส่วนปัญหาสถานีบริการน้ำมันในบางพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำมัน เนื่องจากปัญหาความต้องการที่พุ่งสูงขึ้น และปัญหาในการขนส่งน้ำมันที่ต้องใช้เวลา กระทรวงพลังงานได้เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ผ่อนผันให้รถขนส่งน้ำมันวิ่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง และด้วยความร่วมมือของข้าราชการ พนักงานและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานพลังงานจังหวัด ก็ได้เร่งจัดทำตารางอัพเดทสถานะสถานีบริการ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถติดตามและทราบเวลาส่งน้ำมัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน

 

“โดยประชาชนสามารถติดตามข้อมูลได้ที่ Facebook Fanpage ของสำนักงานพลังงานจังหวัด ในพื้นที่นั้นๆ กระทรวงพลังงานยืนยัน พร้อมยืนหยัดเคียงข้างและดูแลความมั่นคงทางพลังงานเพื่อให้พี่น้องประชาชนไทยก้าวผ่านทุกวิกฤตไปด้วยกัน” วีรพัฒน์กล่าว

The post เช็กสถานะปั๊มน้ำมันทั่วประเทศได้ผ่านเฟซบุ๊ก ‘สำนักงานพลังงานจังหวัด’ อัพเดททุกวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พลังงานเรียกถกด่วนรับมืออิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุช ขอประชาชนอย่ากักตุนน้ำมัน ย้ำ มีเพียงพอ และเตรียมใช้กลไกกองทุนฯ ดูแลด้านราคา https://thestandard.co/energy-iran-hormuz-oil-price/ Tue, 03 Mar 2026 10:02:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1183903 เจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงานกำลังประชุมด่วนเพื่อรับมือสถานการณ์ราคาน้ำมันและการปิดช่องแคบฮอร์มุช

วันนี้ (3 มีนาคม 2569) วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัด […]

The post พลังงานเรียกถกด่วนรับมืออิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุช ขอประชาชนอย่ากักตุนน้ำมัน ย้ำ มีเพียงพอ และเตรียมใช้กลไกกองทุนฯ ดูแลด้านราคา appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงานกำลังประชุมด่วนเพื่อรับมือสถานการณ์ราคาน้ำมันและการปิดช่องแคบฮอร์มุช

วันนี้ (3 มีนาคม 2569) วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวง ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงาน โดยกรมธุรกิจพลังงาน ได้เรียกผู้ค้าน้ำมันประชุมด่วนแล้ว เพื่อให้เตรียมความพร้อมรับมือและเร่งจัดหาน้ำมัน ซึ่งในเช้าวันนี้ อิหร่านได้ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุชทั้งหมด ส่งผลกระทบต่อการนำเข้า

 

ด้วยเหตุนี้จึงขอให้ผู้ค้าเร่งจัดหาจากแหล่งอื่นนอกภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น อเมริกา แอฟริกาตะวันตก มาเลเซีย อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ปริมาณสำรองภายในประเทศมีเพียงพอต่อความต้องการใช้ของประชาชน พร้อมใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการชดเชยราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น

 

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้ประเมินความเสี่ยงและมาตรการป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลปริมาณสำรองภายในประเทศ ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือและปริมาณสำรองตามกฎหมาย มีปริมาณอยู่ที่ 4,877 ล้านลิตร และน้ำมันดิบที่อยู่ระหว่างการขนส่ง มีปริมาณอยู่ที่ 2,783 ล้านลิตร รวมปริมาณทั้งสิ้น 7,660 ล้านลิตร สามารถใช้ได้ 60 วัน ในกรณีที่จัดหาเข้ามาใหม่ไม่ได้ แต่ในความเป็นจริง ยังคงจัดหาน้ำมันได้อย่างต่อเนื่องจากแหล่งอื่นๆ แต่ราคาอาจจะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาในตลาดโลก

 

สำหรับ กระแสข่าวที่มีการส่งออกน้ำมันไปยัง สปป.ลาว และประเทศเพื่อนบ้านนั้น ขอยืนยันว่า การส่งออกดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามสัญญาที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ อีกทั้ง ประเทศไทยและ สปป.ลาว มีความสัมพันธ์อันดีทางด้านพลังงาน ไม่เพียงแต่การส่งออกน้ำมันจากไทยไปยัง สปป.ลาว แต่ไทยก็นำเข้าไฟฟ้าจาก สปป.ลาว ด้วยเช่นกัน

 

ทั้งนี้ ได้มีการย้ำมาตรการคุมเข้มไม่ให้มีการส่งออกน้ำมันต่อไปยังประเทศที่ 3 ทั้งนี้ หากสถานการณ์ยืดเยื้อและเข้าขั้นวิกฤต กรมธุรกิจพลังงานจะกำหนดเงื่อนไขที่เหมาะสมในการดำเนินมาตรการระงับการส่งออกเพื่อเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงทางพลังงานของไทยด้วย

 

“ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกและกักตุนน้ำมัน การกักตุนน้ำมันในปริมาณมาก เข้าข่ายผิดกฎหมายและอาจเกิดอันตรายจากการจัดเก็บที่ไม่ถูกวิธี กระทรวงพลังงาน เชื่อมั่นว่า ปริมาณสำรองภายในประเทศ มีใช้อย่างเพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งแม้ปัจจุบันจะมีปริมาณสำรองอยู่ที่ 60 วัน แต่ก็ยังมีการจัดหาน้ำมันอย่างต่อเนื่องจากแหล่งที่อยู่นอกภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น อเมริกา, แอฟริกาตะวันตก และ มาเลเซีย”

 

“นอกจากนั้น เตรียมใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าชดเชยราคาเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน ส่วนกระแสข่าวการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นสัญญาส่งออกที่ดำเนินการก่อนเกิดสถานการณ์ความไม่สงบนั้น กระทรวงพลังงานจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต ก็พร้อมที่จะดำเนินมาตรการระงับการส่งออกตามความเหมาะสม ขอย้ำว่า กระทรวงพลังงาน จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมดำเนินทุกมาตรการโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนชาวไทยเป็นสำคัญ” วีรพัฒน์ กล่าว

The post พลังงานเรียกถกด่วนรับมืออิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุช ขอประชาชนอย่ากักตุนน้ำมัน ย้ำ มีเพียงพอ และเตรียมใช้กลไกกองทุนฯ ดูแลด้านราคา appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระทรวงพลังงานออกโรงยัน ‘ไทย’ หยุดส่งออกน้ำมันไปกัมพูชา 100% ตั้งแต่ ก.ค.68 https://thestandard.co/thailand-oil-export-ban-cambodia-national-security/ Fri, 12 Dec 2025 12:16:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1154127 กระทรวงพลังงานออกโรงยัน ‘ไทย’ หยุดส่งออกน้ำมันไปกัมพูชา 100% ตั้งแต่ ก.ค.68

“พลังงาน” ออกโรงยัน! ไม่มีการส่งออกน้ำมันไปยังกัมพูชาตั […]

The post กระทรวงพลังงานออกโรงยัน ‘ไทย’ หยุดส่งออกน้ำมันไปกัมพูชา 100% ตั้งแต่ ก.ค.68 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระทรวงพลังงานออกโรงยัน ‘ไทย’ หยุดส่งออกน้ำมันไปกัมพูชา 100% ตั้งแต่ ก.ค.68

“พลังงาน” ออกโรงยัน! ไม่มีการส่งออกน้ำมันไปยังกัมพูชาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568พร้อมเน้นย้ำความมั่นคงของชาติต้องมาก่อน
ยึดความมั่นคงของชาติเป็นหลัก

 

โดยกรมธุรกิจพลังงานมีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการส่งออกน้ำมัน ผู้ค้าน้ำมันจะต้องรายงานข้อมูลปริมาณการส่งออกให้กรมธุรกิจพลังงานทราบ หากฝ่าฝืนไม่รายงานหรือรายงานข้อมูลเท็จจะมีโทษตามกฎหมาย รวมทั้งได้กำชับพลังงานจังหวัดตรวจเข้มการลักลอบส่งออกน้ำมันจากไทยและผ่านทาง สปป.ลาว

 

วันนี้ (12 ธันวาคม 2568) วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน
ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงประเด็นเกี่ยวกับการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศกัมพูชา ว่า ตั้งแต่เกิดสถานการณ์ความไม่สงบระหว่าง ไทย – กัมพูชา ที่เริ่มต้นเมื่อกลางเดือนมิถุนายน 2568

 

ที่ผ่านมา กระทรวงพลังงาน ได้ขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันทุกราย ไม่ส่งออกน้ำมันไปขายให้กัมพูชา
ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ค้าน้ำมันภายในประเทศทุกราย

 

นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้พลังงานจังหวัดทุกจังหวัดในพื้นที่ติดชายแดนให้ตรวจสอบการลักลอบส่งออกน้ำมันทั้งที่ส่งจากไทย และลักลอบการส่งผ่าน สปป.ลาว

 

“ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 เป็นต้นมา ไม่มีการส่งออกน้ำมันไปยังกัมพูชา 100% และจากการตรวจสอบจนถึงปัจจุบัน ก็ไม่มีผู้ค้ารายใดส่งออกน้ำมันให้กัมพูชา”

 

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการดูแลความมั่นคงของชาติและพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่งกระทรวงพลังงานมีกฎหมายที่กำหนดให้ผู้ประกอบการค้าน้ำมันทุกรายต้องรายงานข้อมูลการส่งออกน้ำมันต่อกรมธุรกิจพลังงานอย่างเคร่งครัด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการกำกับดูแลและตรวจสอบปริมาณการส่งออกน้ำมัน

 

“ผมขอยืนยันว่า รัฐบาลและกระทรวงพลังงานให้ความสำคัญสูงสุดกับความมั่นคงของชาติ หลังเกิดสถานการณ์ความไม่สงบระหว่าง ไทย-กัมพูชา กระทรวงพลังงาน ได้ขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันทุกรายไม่ส่งออกน้ำมันไปยังกัมพูชา ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ค้าน้ำมันทุกราย และมีการรายงานให้กรมธุรกิจพลังงานทราบอย่างต่อเนื่อง“

 

รวมทั้งพลังงานจังหวัดในพื้นที่ติดชายแดนกัมพูชาและลาวก็มีการตรวจสอบการลักลอบอย่างเข้มงวด ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 จนถึงปัจจุบัน ไม่มีการส่งน้ำมันจากไทยไปยังกัมพูชาตามที่เป็นข่าว” วีรพัฒน์ กล่าว

 

ภาพ: CHUNYIP WONG,bergserg/ Getty Images

The post กระทรวงพลังงานออกโรงยัน ‘ไทย’ หยุดส่งออกน้ำมันไปกัมพูชา 100% ตั้งแต่ ก.ค.68 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตะวันออกกลางเดือด! ทรัมป์สั่งอพยพชาวอเมริกัน ไทยเตรียมแผนสำรองน้ำมัน หั่นเงินกองทุน ตรึงราคาดีเซล https://thestandard.co/israel-iran-war-impact-oil-thai-energy/ Tue, 17 Jun 2025 11:30:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1086075 israel-iran-war-impact-oil-thai-energy

สถานการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่ทวีความรุน […]

The post ตะวันออกกลางเดือด! ทรัมป์สั่งอพยพชาวอเมริกัน ไทยเตรียมแผนสำรองน้ำมัน หั่นเงินกองทุน ตรึงราคาดีเซล appeared first on THE STANDARD.

]]>
israel-iran-war-impact-oil-thai-energy

สถานการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดพลังงานโลก ดันราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้านกระทรวงพลังงานของไทยยืนยันเฝ้าระวังใกล้ชิด เตรียมมาตรการรับมือพร้อมย้ำปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศเพียงพอต่อการใช้งานราว 60 วัน แต่ยอมรับในฐานะผู้นำเข้าจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านราคาได้

 

สถานการณ์โลกตึงเครียด ดันราคาน้ำมันพุ่งไม่หยุด

 

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า การสู้รบที่ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 5 ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของทั้งสองประเทศ ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งขึ้นแล้ว 7% สู่ระดับมากกว่า 74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่นักลงทุนทั่วโลกต่างจับตาสถานการณ์เลวร้ายที่สุด คือการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

 

ความกังวลดังกล่าวยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เรียกร้องให้พลเมืองอเมริกันอพยพออกจากกรุงเตหะราน ขณะที่สถานทูตจีนก็ออกประกาศเตือนพลเมืองของตนเช่นเดียวกัน

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

พลังงานไทยแจงปริมาณสำรอง-เตรียมแผนรับมือ

 

ล่าสุด วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้นักวิเคราะห์จากหลายสำนักคาดการณ์ว่า หากการสู้รบขยายวงกว้างจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอย่างรุนแรง

 

“กระทรวงพลังงานได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 72.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปรับเพิ่มขึ้นจากต้นเดือนมิถุนายนที่ราคา 65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล” วีรพัฒน์กล่าว

 

สำหรับปริมาณสำรองน้ำมันของไทยล่าสุด มีรายละเอียดดังนี้:

 

– น้ำมันดิบคงเหลือ: ประมาณ 3,337 ล้านลิตร (เพียงพอต่อความต้องการใช้ 25 วัน)

– น้ำมันดิบระหว่างขนส่ง: ประมาณ 2,457 ล้านลิตร (เพียงพอต่อความต้องการใช้ 19 วัน)

– น้ำมันสำเร็จรูปคงเหลือ: ประมาณ 1,874 ล้านลิตร (เพียงพอต่อความต้องการใช้ 16 วัน)

 

เมื่อรวมทั้งหมดแล้ว ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองที่สามารถใช้งานได้รวม 60 วัน ซึ่งหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น จะมีการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มปริมาณสำรองต่อไป

 

“ขอย้ำว่ากระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตามและประเมินสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านอย่างใกล้ชิด ได้เตรียมพร้อมในเรื่องของปริมาณสำรองพลังงาน ซึ่งมีข้อกำหนดและมาตรการในการสำรองปริมาณน้ำมันและก๊าซหุงต้มอยู่แล้ว รวมถึงการเตรียมแนวทางการบริหารจัดการด้านราคาหากการสู้รบรุนแรงขึ้นและยืดเยื้อ โดยไทยเองเป็นประเทศนำเข้าน้ำมัน ทำให้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านราคาได้”

 

กองทุนน้ำมันฯ ลดเงินส่งเข้ากองทุน ช่วยพยุงราคาดีเซล

 

ในส่วนของมาตรการระยะสั้นเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนนั้น พรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้มีมติปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนฯ สำหรับน้ำมันดีเซลลงอีก 0.50 บาทต่อลิตร เพื่อช่วยตรึงราคาขายปลีกในประเทศไม่ให้ปรับตัวสูงขึ้น โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป

 

ภาพ: Morteza Nikoubazl / NurPhoto via Getty Images

 

อ้างอิง

The post ตะวันออกกลางเดือด! ทรัมป์สั่งอพยพชาวอเมริกัน ไทยเตรียมแผนสำรองน้ำมัน หั่นเงินกองทุน ตรึงราคาดีเซล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำไมไทยยังเผชิญ ‘ค่าไฟแพง’ ปัญหาอยู่ตรงไหน? https://thestandard.co/thai-high-electricity-cost-core-problem/ Fri, 06 Sep 2024 10:18:28 +0000 https://thestandard.co/?p=980459 ค่าไฟ

กระทรวงพลังงานตอบปม ‘ ค่าไฟ แพง’ ทำไมอัตรายังสูงกว่าเพื […]

The post ทำไมไทยยังเผชิญ ‘ค่าไฟแพง’ ปัญหาอยู่ตรงไหน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ค่าไฟ

กระทรวงพลังงานตอบปม ‘ ค่าไฟ แพง’ ทำไมอัตรายังสูงกว่าเพื่อนบ้าน ชี้บางประเทศใช้ถ่านหินและไฟฟ้าพลังน้ำเยอะ จึงทำให้อัตราค่าไฟถูกกว่าไทย พร้อมย้ำแผน PDP 2024 ยังไม่มีการพิจารณาผลิตไฟเพิ่มเกือบ 20,000 MW ปัดเอื้อทุนผูกขาด-กฟผ. ไม่ถูกบอนไซ  

 

วันนี้ (6 กันยายน) วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์จากเวทีเสวนา ‘สาเหตุไฟฟ้าแพง ประชาชนเดือดร้อนเพราะใคร?’ โดยชี้แจง ดังนี้ 

 

ประเด็น ค่าไฟ แพงจากสัญญาที่รัฐเอื้อให้กับเอกชน ทำให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าน้อยลงนั้น นโยบายกระทรวงพลังงานในด้านหนึ่งคือ ส่งเสริมให้เอกชนมีบทบาทในการผลิตไฟฟ้า เพื่อเพิ่มการแข่งขัน เพิ่มประสิทธิภาพ และทำให้ประชาชนมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอในราคาที่เหมาะสม โดยโครงสร้างค่าไฟฟ้าในเรื่องสัดส่วนความเป็นเจ้าของใน กฟผ. ไม่ได้ส่งผลทำให้ ค่าไฟ สูงขึ้นหรือต่ำลง เพราะเงินลงทุนของการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีในขณะนั้นที่อาจจัดหา

 

โดย กฟผ. หรือเอกชน หากจัดหาโดย กฟผ. ก็จะส่งผ่านต้นทุนผ่านมูลค่าการลงทุนและค่าดำเนินการโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ถ้าจัดหาโดยเอกชนก็จะส่งผ่านต้นทุนผ่านค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payment: AP) 

 

ขณะที่ต้นทุนเชื้อเพลิงก็มีการควบคุมต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าตามลำดับ (Merit Order) เช่น เมื่อมีความต้องการไฟฟ้า การผลิตไฟฟ้าจะเริ่มจากโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำที่สุดเป็นลำดับแรก ซึ่งจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ซึ่งมีหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของผู้ใช้พลังงานทั้งอัตราค่าบริการและคุณภาพการบริการ ส่งเสริมการแข่งขัน และป้องกันการใช้อำนาจในทางมิชอบ 

 

โดย กกพ. มีระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณา กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตและผู้ประกอบกิจการพลังงานต้องไม่กระทำการหรือมีพฤติกรรมลักษณะผูกขาด ลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขันในการปฏิบัติอยู่แล้ว

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ขณะที่ประเด็นคาดการณ์ความต้องการไฟฟ้าสูงเกินความจำเป็น ทำให้ต้องพึ่งพิงเชื้อเพลิงฟอสซิล ต้องนำเข้าก๊าซ LNG ที่ราคาผันผวนมากเกินไป อีกทั้งไม่บริหารต่อสัญญาโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำจากเขื่อนเก่า แต่กลับสร้างเขื่อนใหม่ เป็นต้นเหตุหนึ่งของค่าไฟแพง 

 

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานขอชี้แจงว่า การพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าใช้ค่าพยากรณ์จากผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ระยะยาว ที่จัดทำโดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งข้อวิจารณ์ที่ระบุว่าไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันนั้น ในความเป็นจริงแล้วไม่สามารถพิจารณาจากสถานการณ์ระยะสั้นเพียงปีเดียวได้ 

 

อีกทั้งประเทศไทยยังมีประชากรแฝงจำนวนมาก การพยากรณ์จึงอาจมีความคลาดเคลื่อนมากกว่าหรือน้อยกว่า GDP ระยะยาว และทาง สศช. เองก็เห็นว่าภาพรวมประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจยังไม่เปลี่ยนแปลง ค่าพยากรณ์ GDP ระยะยาวสามารถใช้คาดการณ์ความต้องการไฟฟ้าในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ได้ และที่ผ่านมาได้กำหนดระดับการสำรองไฟฟ้า (Reserve Margin) ที่เหมาะสมไม่ต่ำกว่า 15% ร่วมกับการใช้เกณฑ์ดัชนีโอกาสเกิดไฟฟ้าดับ (Loss of Load Expectation: LOLE) ไม่เกิน 1 วันต่อปี ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

 

ในแผน PDP ใหม่จึงจะใช้เกณฑ์ LOLE ไม่เกิน 0.7 วันต่อปี โดยคำนึงถึงความมั่นคงระบบไฟฟ้าและการประเมินมูลค่าความเสียหายเนื่องจากไฟฟ้าดับ

 

ยืนยันร่างแผน PDP 2024 เน้นหลักการความมั่นคงของระบบไฟฟ้า 

 

สำหรับประเด็นที่กล่าวถึงการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลมากไป ทำให้ต้องนำเข้า LNG ที่ราคาผันผวนนั้น ในการจัดทำร่างแผน PDP 2024 เน้นหลักการความมั่นคงระบบไฟฟ้า ต้นทุนค่าไฟที่เหมาะสม และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยแผนจะเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดมากกว่า 50% จะนำเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้ารูปแบบใหม่ๆ มาเป็นทางเลือกในแผน 

 

โดยจะลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในโรงไฟฟ้าหลักลง และผสมไฮโดรเจนและก๊าซเพื่อช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) พร้อมกับใช้พลังงานหมุนเวียนทุกประเภทอย่างเต็มศักยภาพ เพิ่มทางเลือก เช่น โรงไฟฟ้าพลังน้ำสูบกลับ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก และเทคโนโลยีแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน ฯลฯ

 

อย่างไรก็ดี ในระยะสั้นประเทศยังจำเป็นต้องพึ่งพาโรงไฟฟ้าหลักจากเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติที่ กฟผ. สามารถสั่งการเดินเครื่องเพื่อช่วยรักษาความมั่นคงของระบบเอาไว้ แต่ PDP ฉบับใหม่จะลดสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติลง คาดว่าปลายแผนคือปี 2580 จะพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าประมาณ 41% จากปัจจุบันแผนเดิมพึ่งพาระดับ 53%

 

แจงยิบ! ปมโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่จะหมดอายุ

 

สำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่จะหมดอายุ ภาครัฐสามารถเจรจาได้หากเห็นว่าการต่ออายุสัญญาเป็นประโยชน์ ส่วนการรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำใหม่เป็นทางเลือกหนึ่งในการจัดหาเพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน เป็นการกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า และการรับซื้อพลังงานสะอาดยังช่วยให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายการประกาศความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) 

 

โดยที่แผนการรับซื้อต้องทำล่วงหน้า เพราะโรงไฟฟ้าพลังน้ำจากเขื่อนต้องใช้เวลาในการพัฒนาโครงการอย่างน้อย 10 ปี ซึ่งโรงไฟฟ้าพลังน้ำจะช่วยสร้างเสถียรภาพด้านค่าไฟ เนื่องจากราคารับซื้อไฟฟ้าจะคงที่ตลอดอายุสัญญา

 

ชี้บางประเทศใช้ถ่านหินและไฟฟ้าพลังน้ำเยอะ จึงทำให้อัตราค่าไฟถูกกว่าไทย

 

นอกจากนี้ประเด็นที่ค่าไฟประเทศไทยแพง ทำให้เกิดผลกระทบต่อเงินเฟ้อ เกิดการย้ายฐานการลงทุนไปที่อื่นนั้น หากพิจารณาค่าไฟเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านของผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยและประเภทอุตสาหกรรมพบว่า อัตราค่าไฟฟ้าของไทยถือว่าอยู่ในระดับกลางของกลุ่มอาเซียน แต่ทั้งนี้ การพิจารณาเปรียบเทียบอัตราค่าไฟฟ้าจะต้องดูบริบทของอุตสาหกรรมไฟฟ้าในประเทศนั้นๆ ด้วย เช่น สัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าที่ต่างกัน โดยบางประเทศมีการใช้ถ่านหินและไฟฟ้าพลังน้ำเยอะ จึงทำให้อัตราค่าไฟถูก

 

ทั้งนี้ สำหรับประเทศไทยค่าไฟที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ปัจจัยหลักมาจากต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติที่เป็นปัจจัยนอกเหนือการควบคุม แต่ภาครัฐก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้บรรเทาภาระค่าไฟที่เกิดขึ้น ทั้งการเร่งจัดหาเชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้าในช่วงที่ราคาปรับตัวลง กำกับติดตามการผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยให้เป็นไปตามแผน จัดหาก๊าซจากตลาดจร (Spot LNG) ที่มีราคาต่ำ และจัดทำสัญญาระยะยาว พร้อมกับเปลี่ยนวิธีการคำนวณ Pool Gas จากเดิมคิดจากปริมาณก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยที่มีราคาถูกเฉพาะส่วนที่ออกจากโรงแยกก๊าซ มารวมกับปริมาณก๊าซจากแหล่งอื่นๆ ที่มีราคาสูงกว่า 

 

โดยเปลี่ยนเป็นการนำปริมาณก๊าซจากอ่าวไทยทั้งหมดก่อนเข้าโรงแยกก๊าซมารวมกับก๊าซจากแหล่งอื่นก่อน แล้วจึงคำนวณราคา ทำให้ราคา Pool Gas ลดลง ช่วยลดต้นทุนค่าไฟลง 

 

นอกจากนี้ยังจัดหาไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำเข้ามาเติม เช่น การเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากโรงแม่เมาะ การนำโรงไฟฟ้าแม่เมาะหน่วยที่ปลดระวางไปแล้วกลับมาผลิตใหม่ หรือการรับซื้อไฟฟ้าระยะสั้นจากพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น ฯลฯ

 

“กระทรวงพลังงานยืนยันว่า การลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าต่างๆ โดยเอกชน ไม่ได้ทำให้หน่วยงานของรัฐคือ กฟผ. ถูกยึดโดยกลุ่มทุนพลังงาน ปัจจุบันรัฐยังคงถือหุ้นใน กฟผ. ทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ และไม่มีเจตนาจะแปรรูปกิจการ กฟผ. ให้เป็นของเอกชน”

 

โดยโรงไฟฟ้าหรือระบบส่งที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ กฟผ. ก็ยังคงอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ กฟผ. และแผน PDP ฉบับใหม่ก็ไม่ได้ทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. ลดลงแต่อย่างใด นอกจากนั้นการคิดคำนวณค่าไฟ การจัดหาเชื้อเพลิง ก็ยังมีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้ค่าไฟมีราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย” วีรพัฒน์กล่าว

The post ทำไมไทยยังเผชิญ ‘ค่าไฟแพง’ ปัญหาอยู่ตรงไหน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิด (ร่าง) แผน PDP เวอร์ชัน 2024 ปรับเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็น 51% บรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR สำคัญอย่างไร ทำไมคนไทยต้องรู้? https://thestandard.co/pdp-plan-2024-draft/ Thu, 06 Jun 2024 12:58:48 +0000 https://thestandard.co/?p=942231

แผน PDP ถือเป็นแผนแม่บทในการจัดหาและพัฒนากำลังการผลิตไฟ […]

The post เปิด (ร่าง) แผน PDP เวอร์ชัน 2024 ปรับเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็น 51% บรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR สำคัญอย่างไร ทำไมคนไทยต้องรู้? appeared first on THE STANDARD.

]]>

แผน PDP ถือเป็นแผนแม่บทในการจัดหาและพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศที่จะกำหนดเป็นแผนระยะยาวราว 15-20 ปี วันนี้อาจเป็นวาระร้อนที่ภาครัฐอาจต้องเร่ง ‘ปัดฝุ่น’ เขย่าแผนให้สะเด็ดน้ำ เนื่องจากถนนทุกสายมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงาน รวมถึงสภาพภูมิอากาศที่นับวันจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ 

 

ทว่าการที่จะกำหนดสัดส่วนเชื้อเพลิงแต่ละประเภทต้องผ่านความคิดเห็น การประชาพิจารณ์ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน ให้ครบทุกมิติ!

 

วันนี้ (6 มิถุนายน) ที่กระทรวงพลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)  กางไทม์ไลน์ เร่งผลักดันแผนพลังงานแห่งชาติ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2567-2580 (Power Development Plan: PDP 2024) และจะประชาพิจารณ์ในวันที่ 12 มิถุนายน เพื่อนำความเห็นหลายๆ ฝ่ายเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนกันยายนนี้

 

 

โดยเบื้องต้นจะเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด 51% เพิ่มกำลังการผลิตโซลาร์เซลล์ถึง 30% มากกว่า 20,000 เมกะวัตต์ พร้อมทั้งควบคุมค่าไฟเฉลี่ยของประชาชนไม่ให้เกิน 4 บาทต่อหน่วย 

 

เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็น 51% แสงอาทิตย์มากสุด 30%

 

วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างเตรียมประชาพิจารณ์แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2567-2580 (PDP 2024) ซึ่งเบื้องต้นร่างแผน PDP ฉบับใหม่นี้จะแตกต่างไปจากแผนเดิมมากขึ้น 

 

โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนกำลังผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงพลังงานหมุนเป็น 51% จากแผนเดิม (PDP 2018) อยู่ที่ราวๆ 36% ของปริมาณการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด และในบรรดาสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดที่มีทั้งพลังงานลม แสงอาทิตย์ ไฮโดรเจน อาจให้นำ้หนักไปที่พลังงานแสงอาทิตย์มากที่สุดถึง 30% ด้วยกำลังผลิต 20,000 เมกะวัตต์ โดยแผนดังกล่าวกำหนดภายใต้กรอบประมาณการเศรษฐกิจ GDP 3.1% ซึ่งคาดการณ์ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าช่วงปลายแผนในปี 2580 จะอยู่ที่ระดับ 55,000-56,000 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) อยู่ที่ราว 36,000 เมกะวัตต์ 

 

นอกจากนี้แผน PDP ฉบับใหม่นี้จะกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างชัดเจน ราวๆ 30-40% ในปี 2573 และตั้งเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2593

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

อย่างไรก็ตาม การผลิตไฟฟ้าใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาจะต้องพิจารณาความต้องการใช้เป็นรายภาค โดยภาคตะวันออกนั้นเป็นภาคที่มีกลุ่มอุตสาหกรรมมากที่สุด ซึ่งมีการใช้ค่อนข้างเยอะ ส่วนภาคใต้และภาคเหนือยังมีไฟฟ้าไม่เพียงพอความต้องการใช้  

 

เพิ่มสัดส่วนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) 600 เมกะวัตต์ และไฮโดรเจน

 

อีกทั้งจะบรรจุกำลังการผลิตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ขนาด 600 เมกะวัตต์ และการใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงผสมในก๊าซธรรมชาติ ในสัดส่วนการใช้ 5% ของการใช้ก๊าซทั้งหมดเข้าไปด้วย 

 

ส่วนการกำหนดสำรองไฟฟ้าของประเทศจะใช้เกณฑ์โอกาสการเกิดไฟฟ้าดับ (LOLE) ต้องไม่เกิน 0.7 วันต่อปี หรือ 17 ชั่วโมง จาก 8,760 ชั่วโมง มาแทนเกณฑ์กำลังการผลิตไฟฟ้าสำรอง (Reserve Margin)

 

“ที่สำคัญแผน PDP 2024 นี้ เราจะพยายามรักษาระดับราคาค่าไฟฟ้าไม่ให้เกิน 4 บาทต่อหน่วย จากแผน PDP เดิมที่ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.66 บาทต่อหน่วย ซึ่งในส่วนนี้ต้องดูสัดส่วนผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่เข้ามามากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าสูงขึ้นไปบ้าง ต้องมาระดมความคิดเห็นกันทุกฝ่าย” วีรพัฒน์กล่าว 

 

ยังไม่มีแผนนำก๊าซพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา (OCA) มาอยู่ในแผน PDP 2024

 

วีรพัฒน์ระบุอีกว่า สำหรับแผนก๊าซธรรมชาติ (Gas Plan) เบื้องต้นคาดว่า ปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติจะยังไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากการใช้ก๊าซสำหรับผลิตไฟฟ้าเริ่มลดลงและหันไปใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น อีกทั้งการใช้ก๊าซสำหรับยานยนต์ (NGV) ก็ลดลง สวนทางการก๊าซภาคอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากก๊าซถือเป็นพลังงานสะอาดที่ผู้ผลิตประกอบการหันมาให้ความสำคัญ 

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีโรงไฟฟ้าใหม่เกิดขึ้น แม้ปริมาณก๊าซในอ่าวไทยมีแนวโน้มลดลง แต่อนาคตอาจมีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) มาทดแทนมากขึ้น 

 

วีรพัฒน์ระบุอีกว่า ขณะนี้ยังไม่มีการนำแผนการผลิตไฟฟ้าจากพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา (OCA) มาบรรจุในแผน PDP 2024 เนื่องจากต้องใช้เวลาพิจารณาระยะยาว 

 

แผน PDP สำคัญอย่างไร ทำไมคนไทยต้องรู้

 

ระยะหลัง 2-3 ปี รัฐบาลโดยกระทรวงพลังงาน มีแผนผลักดันแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan) ฉบับใหม่ขึ้นมาเพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน ที่ประกอบไปด้วย 5 แผนสำคัญ ได้แก่ 

  • แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2567-2580)
  • แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) 
  • แผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP) 
  • แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ (Gas Plan) 
  • แผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง (Oil Plan)  

 

หนึ่งในนั้นคือแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2567-2580 (Power Development Plan หรือ  PDP 2024) ฉบับนี้ผ่านการหารือมาแล้วหลายครั้ง และในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาแผนล่าช้าจากหลายๆ ปัจจัย และการจะกำหนดสัดส่วนใดๆ นั้นต้องผ่านการประชาพิจารณ์ เหตุผลหลักๆ ก็เพราะมีผลต่อการกำหนดราคาค่าไฟฟ้า 

 

อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวจะพิจารณาภายใต้กรอบ 3 ด้านหลัก 

  • เน้นความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ (Security) 
  • ด้านต้นทุนค่าไฟฟ้าอยู่ในระดับที่เหมาะสม (Economy)
  • ด้านผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (Ecology) เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan) และยุทธศาสตร์ชาติ

 

ทั้งนี้ ณ วันนี้ แผน PDP 2024 ยังไม่สิ้นสุด เพราะยังมีเป้าหมายของมาตรการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า (Demand Response) 1,000 เมกะวัตต์ และมาตรการลดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) รวมไปถึงจะมีโรงไฟฟ้าใหม่และเทคโนโลยีใหม่ที่จะนำมาพิจารณาอีกมาก ไม่ว่าจะเป็น โรงไฟฟ้าพลังน้ำสูบกลับ การรับซื้อไฟฟ้าพลังน้ำจากต่างประเทศ โซลาร์ โซลาร์ลอยน้ำ ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) กระแสการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เพิ่มมากขึ้นในไทยด้วย

The post เปิด (ร่าง) แผน PDP เวอร์ชัน 2024 ปรับเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็น 51% บรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR สำคัญอย่างไร ทำไมคนไทยต้องรู้? appeared first on THE STANDARD.

]]>
สั่ง กฟผ. เตรียมสำรองผลิตไฟ หลังเหตุไฟไหม้ถังเก็บ ‘ไพโรไลซิส แก๊สโซลีน’ มาบตาพุด รู้จักสารชนิดนี้-สำคัญอย่างไร https://thestandard.co/order-egat-to-prepare-to-reserve-power-production/ Thu, 09 May 2024 13:06:49 +0000 https://thestandard.co/?p=931683

กระทรวงพลังงานเกาะติดเหตุเพลิงไหม้ที่ถังจัดเก็บสารไพโรไ […]

The post สั่ง กฟผ. เตรียมสำรองผลิตไฟ หลังเหตุไฟไหม้ถังเก็บ ‘ไพโรไลซิส แก๊สโซลีน’ มาบตาพุด รู้จักสารชนิดนี้-สำคัญอย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>

กระทรวงพลังงานเกาะติดเหตุเพลิงไหม้ที่ถังจัดเก็บสารไพโรไลซิส แก๊สโซลีน ของบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ซึ่งเป็นของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) โดยล่าสุดสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงให้เตรียมพร้อมรับมือ

 

วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู โฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้ประสานกรมธุรกิจพลังงานและพลังงานจังหวัดระยอง ร่วมเฝ้าระวังและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ให้เตรียมพร้อมรับมืออย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามแผนหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

 

“หลังได้รับแจ้งเหตุ ปลัดกระทรวงพลังงานได้สั่งการให้ตั้งวอร์รูมขึ้น โดยให้กรมธุรกิจพลังงานและพลังงานจังหวัดระยองประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด”

 

รวมทั้งให้เตรียมความพร้อมให้การทำงานของ LNG Terminal ในมาบตาพุด ให้สามารถดำเนินการได้ตามปกติ และให้ กฟผ. เตรียมเชื้อเพลิงสำรองไว้ในกรณีฉุกเฉิน 

 

ด้าน ณัฐวุฒิ ผลประเสริฐ รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ระบบไฟฟ้าของประเทศไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เพลิงไหม้บริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด โดยเบื้องต้น กฟผ. ได้จัดตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมระบบไฟฟ้ารองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


 

กฟผ. เพิ่มเดินเครื่องโรงไฟฟ้าราชบุรีเพาเวอร์

 

โดยสั่งเพิ่มการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าราชบุรีเพาเวอร์ด้วยเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติฝั่งตะวันตก โรงไฟฟ้าอุทัย (โรงไฟฟ้า Gulf อุทัย) ด้วยเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติตะวันออก เพื่อเตรียมการเปลี่ยนเชื้อเพลิงเป็นน้ำมันดีเซล และเพิ่มการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังน้ำต่างประเทศ พร้อมทั้งประสานโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติตะวันออกทั้งหมดให้เตรียมความพร้อมหากมีความจำเป็นต้องเดินเครื่องด้วยน้ำมันดีเซล

 

ขณะที่ วีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยล่าสุดว่า สถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ภายในถังสารเคมี C9+ กลุ่มอะโรมาติก ของบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินอล จำกัด ตั้งอยู่ในพื้นที่สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด (สทร.) ถนนไอ 8 ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง 

 

“ล่าสุดทางจังหวัดได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับ 2 แล้ว พร้อมอพยพประชาชนชุมชนหนองแฟบ, ชุมชนตากวน-อ่าวประดู่ ไปที่ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง”

 

ขณะนี้ได้ปั๊มน้ำจากทะเลขึ้นมาหล่อเย็น เพื่อลดอุณหภูมิของถังสารเคมีที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ซึ่งยังเป็นการไหม้แค่ 1 ถังเท่านั้น ล่าสุดควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว

  

ไพโรไลซิส แก๊สโซลีน คืออะไร สำคัญอย่างไร

 

ไพโรไลซิส แก๊สโซลีน หรือไพแก๊ส เป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้จากกระบวนการผลิตโอเลฟินส์ ไพแก๊ส มีส่วนผสมหลักเป็นสารอะโรมาติกและมีค่าออกเทนสูง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการนำไปเป็นส่วนผสมเพื่อเพิ่มค่าออกเทนในการผลิตน้ำมันเบนซิน

 

อีกทั้งยังสามารถนำไพแก๊สไปเข้ากระบวนการแยกสารอะโรมาติกออกจากสารประกอบอื่นๆ เช่น เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์สารประกอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตเส้นใยโพลีเอสเตอร์ สารตั้งต้นในการผลิตสีย้อม 

 

ด้วยเหตุที่ ‘ไพแก๊ส’ มีคุณสมบัติเป็นสารผสม จึงทำให้เกิดพิษต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย ได้แก่ ระบบหายใจ หัวใจ และระบบประสาทอย่างรุนแรง

The post สั่ง กฟผ. เตรียมสำรองผลิตไฟ หลังเหตุไฟไหม้ถังเก็บ ‘ไพโรไลซิส แก๊สโซลีน’ มาบตาพุด รู้จักสารชนิดนี้-สำคัญอย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
อากาศร้อนจัด! คาดปีนี้คนไทยใช้ไฟทะลุ 35,000 เมกะวัตต์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ https://thestandard.co/record-electricity-usage-thailand/ Sun, 24 Mar 2024 11:18:22 +0000 https://thestandard.co/?p=914917 อากาศร้อน คนไทย ใช้ไฟฟ้า สูงสุดเป็นประวัติการณ์

ฤดูร้อนของไทยปีนี้คงต้องระมัดระวัง ด้วยสภาพอากาศวันที่ […]

The post อากาศร้อนจัด! คาดปีนี้คนไทยใช้ไฟทะลุ 35,000 เมกะวัตต์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อากาศร้อน คนไทย ใช้ไฟฟ้า สูงสุดเป็นประวัติการณ์

ฤดูร้อนของไทยปีนี้คงต้องระมัดระวัง ด้วยสภาพอากาศวันที่ 24 มีนาคม 2567 กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนไทยเจออากาศที่ร้อนจัด อุณหภูมิสูงสุดถึง 40 องศาเซลเซียส ด้วยสภาพอากาศร้อนๆ เช่นนี้ แน่นอนว่าการใช้ไฟฟ้าย่อมสูงขึ้น ทั้งภาคครัวเรือนและการชาร์จรถยนต์ EV ที่มีมากขึ้น ล่าสุดสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานประเมินว่า ปีนี้คนไทยใช้ไฟฟ้าถึงจุดพีคสูงถึง 35,000 เมกะวัตต์ อาจทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 

 

วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยประมาณการความต้องการใช้พลังงานในปี 2567 เพิ่มขึ้น 3.1% ตามการคาดการณ์ของเศรษฐกิจปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโต 2.2-3.2% โดยเพิ่มขึ้นทั้งการใช้น้ำมัน 3.1%, การใช้ก๊าซธรรมชาติเพิ่ม 2.5%, การใช้ถ่านหินหรือลิกไนต์จะเพิ่ม 2.4%, การใช้น้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นอีก 3.3% จากปัจจัยของสภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น และปัจจัยเสี่ยงของสภาพอากาศ ปรากฏการณ์เอลนีโญที่ส่งผลต่อสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้ประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ

 

วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

หากเทียบปีที่ผ่านมา มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในวันที่ 6 พฤษภาคม 2566 เวลา 21.41 น. ที่ 34,827 เมกะวัตต์ จากรีเสิร์ชมาร์จิ้น 30% ขณะที่ปีนี้ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) เกิดขึ้นล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2567 เวลา 19.47 น. มีการใช้ไฟฟ้าพีคกว่า 32,000 เมกะวัตต์ สูงกว่าปีที่ผ่านมาถึง 15-16% 

 

ทั้งนี้ คาดว่าปีนี้การใช้ไฟฟ้าจะมีช่วงพีคสูงสุดถึง 35,000 เมกะวัตต์ ทุบสถิติสูงสุด ดังนั้นปีนี้แม้มีไฟฟ้าสำรองที่เพียงพอในระบบ แต่อาจจะเห็นสำรองไฟที่ลดลง ซึ่งอาจมาจากหลายปัจจัย 

 

ไม่ว่าจะเป็น 1. กลุ่มอุตสาหกรรมและประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์มากขึ้น, 2. การชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มากขึ้นกว่า 85% จะชาร์จในเวลากลางคืน และ 3. การใช้ไฟฟ้าของกลุ่มโรงแรมที่สูงขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

 

“ปีนี้การใช้ไฟฟ้าคาดว่าจะเป็นปีที่เหนื่อยแน่ๆ เพราะต้องบริหารจัดการ ด้วยอากาศที่ร้อนขึ้น การใช้ไฟฟ้าพีค ซึ่งน่าจะเป็นช่วงกลางคืนด้วย ส่วนนี้ต้องเฝ้าติดตามว่าจะบริหารจัดการอย่างไร”

 

วีรพัฒน์ระบุแนวโน้มการใช้ไฟฟ้าปี 2567 คาดทุบสถิติสูงสุดในรอบ 9 ปี

 

สำหรับความคืบหน้าแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาวของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ สนพ. กำลังอยู่ระหว่างการจัดทำสัดส่วนให้เหมาะสมและรองรับการใช้ไฟฟ้าของประเทศในระยะยาว 

 

กฟผ. อุ้มต้นทุนค่าไฟฟ้าคงค้างเหลือ 99,689 ล้านบาท

 

เทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คนใหม่ คนที่ 16 กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นแนวทางการคำนวณค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) สำหรับงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2567 

 

“กฟผ. มองว่า ค่าไฟฟ้าเป็นต้นทุนของทุกกิจกรรม ทั้งค่าไฟฟ้าบ้านและอุตสาหกรรม ไม่ควรปรับไปปรับมาบ่อยๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้การคิดต้นทุนสินค้าของธุรกิจ เพราะถ้าค่าไฟแพงบ้างถูกบ้างจะคำนวณยาก ธุรกิจก็ต้องคิดค่าไฟแพงเป็นต้นทุนไว้ก่อน สุดท้ายต้นทุนนี้ก็จะถูกบวกอยู่ในราคาสินค้าส่งต่อมายังผู้บริโภค”

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน กฟผ. แบกรับภาระต้นทุนคงค้างเหลือ 99,689 ล้านบาท ลดลงจากช่วงปลายปี 2566 อยู่ที่ 1.5 แสนล้านบาท หาก กฟผ. ได้รับคืนต้นทุนคงค้าง 7 งวด โดยหากค่าไฟยังคงอยู่ที่ 4.18 บาทต่อหน่วยตามที่กำหนดชัดเจนไม่เปลี่ยนแปลง ก็จะยิ่งช่วยลดปัญหาสภาพคล่องได้มากขึ้น

 

ทั้งนี้ ระยะเวลา 1 ปี 4 เดือน ในฐานะผู้ว่าการ กฟผ. พร้อมเร่งเดินหน้า 5 ภารกิจ คือ

 

  • รักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้า และพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้มีความทันสมัย (Grid Modernization)  
  • พัฒนาศูนย์การพยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Forecast Center) 
  • บริหารจัดการค่าไฟฟ้าให้เป็นธรรมและแข่งขันได้  
  • สนับสนุนนโยบายการรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำของ สปป.ลาว เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมาย Carbon Neutrality ของประเทศ  
  • ศึกษาและนำเทคโนโลยีการดักจับและการกักเก็บคาร์บอนมาใช้ประโยชน์

The post อากาศร้อนจัด! คาดปีนี้คนไทยใช้ไฟทะลุ 35,000 เมกะวัตต์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>