วีซ่า Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/วีซ่า/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 23 Jan 2026 08:45:00 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เปิดลิสต์ 75 ประเทศ สหรัฐฯ สั่ง ระงับวีซ่า อยู่ถาวร กระจายทุกทวีป https://thestandard.co/us-halts-75-permanent-visas/ Thu, 15 Jan 2026 08:48:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1165648 Based on the specific rule you provided (add a space before proper nouns that follow a verb), there are no instances in this headline that require a space. * เปิด is a verb, but ลิสต์ is not a proper noun. * สั่ง is a verb, but ระงับ is not a proper noun. * กระจาย is a verb, but ทุกทวีป is not a proper noun. * สหรัฐฯ is a proper noun, but it follows ประเทศ (a noun), not a verb. Therefore, the headline remains unchanged: **เปิดลิสต์ 75 ประเทศ สหรัฐฯ สั่งระงับวีซ่าอยู่ถาวร กระจายทุกทวีป**

กระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา ยืนยันการ ระงับวีซ่าอ […]

The post เปิดลิสต์ 75 ประเทศ สหรัฐฯ สั่ง ระงับวีซ่า อยู่ถาวร กระจายทุกทวีป appeared first on THE STANDARD.

]]>
Based on the specific rule you provided (add a space before proper nouns that follow a verb), there are no instances in this headline that require a space. * เปิด is a verb, but ลิสต์ is not a proper noun. * สั่ง is a verb, but ระงับ is not a proper noun. * กระจาย is a verb, but ทุกทวีป is not a proper noun. * สหรัฐฯ is a proper noun, but it follows ประเทศ (a noun), not a verb. Therefore, the headline remains unchanged: **เปิดลิสต์ 75 ประเทศ สหรัฐฯ สั่งระงับวีซ่าอยู่ถาวร กระจายทุกทวีป**

กระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา ยืนยันการ ระงับวีซ่าอยู่ถาวร (Immigrant Visa) 75 ประเทศทั่วโลก โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่วันที่ 21 มกราคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งมุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้ขอวีซ่าที่เจ้าหน้าที่เห็นว่า อาจกลายเป็น ‘ภาระของรัฐ’ ซึ่งหมายถึงบุคคลที่อาจต้องพึ่งพาสวัสดิการของรัฐบาลเพื่อการดำรงชีพขั้นพื้นฐาน

 

75 ประเทศ ที่ สหรัฐอเมริกา ระงับวีซ่า

 

จาก 75 ประเทศทั้งหมด THE STANDARD พบว่า ทวีปที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือแอฟริกา ได้แก่ แอลจีเรีย, แคเมอรูน, เคปเวิร์ด, โกตดิวัวร์, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, อียิปต์, เอริเทรีย, เอธิโอเปีย, แกมเบีย, กานา, กินี, ไลบีเรีย, ลิเบีย, โมร็อกโก, ไนจีเรีย, สาธารณรัฐคองโก, รวันดา, เซเนกัล, เซียร์ราลีโอน, โซมาเลีย, ซูดาน, ซูดานใต้, แทนซาเนีย, โตโก, ตูนิเซีย และยูกันดา

 

รองลงมา คือ ทวีปเอเชียและโอเชียเนีย ได้แก่ อัฟกานิสถาน, อาร์เมเนีย, อาเซอร์ไบจาน, บังกลาเทศ, ภูฏาน, กัมพูชา, จอร์เจีย, อิหร่าน, อิรัก, จอร์แดน, คาซัคสถาน, คูเวต, คีร์กีซสถาน, ลาว, เลบานอน, มองโกเลีย, เนปาล, ปากีสถาน, ซีเรีย, ไทย, อุซเบกิสถาน, เยเมน และฟิจิ

 

ขณะที่ทวีปอเมริกาเหนือและแคริบเบียนอยู่อันดับ 3 ได้แก่ แอนติกาและบาร์บูดา, บาฮามาส, บาร์เบโดส, เบลีซ, คิวบา, โดมินิกา, เกรเนดา, กัวเตมาลา, เฮติ, จาเมกา, นิการากัว, เซนต์คิตส์และเนวิส, เซนต์ลูเซีย และเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์

 

ปิดท้ายด้วยทวีปยุโรป คือ แอลเบเนีย, เบลารุส, บอสเนีย, โคโซโว, นอร์ทมาซิโดเนีย, มอลโดวา, มอนเตเนโกร และรัสเซีย รวมถึงทวีปอเมริกาใต้ ได้แก่ บราซิล, โคลอมเบีย และอุรุกวัย

 

INFO เปิดลิสต์ 75 ประเทศ สหรัฐฯ สั่งระงับวีซ่าอยู่ถาวร กระจายทุกทวีป_INFO News

 

ภาพประกอบ: ณัฏฐ์กานต์ ดวงมาตย์พล

 

อ้างอิง:

The post เปิดลิสต์ 75 ประเทศ สหรัฐฯ สั่ง ระงับวีซ่า อยู่ถาวร กระจายทุกทวีป appeared first on THE STANDARD.

]]>
สีหศักดิ์ชี้ สหรัฐฯ ส่งสัญญาณผิดในความสัมพันธ์กับไทย หลังระงับออกวีซ่าประเภทถาวรแบบเหมารวม 75 ประเทศ https://thestandard.co/sihasak-us-wrong-signal-visa/ Thu, 15 Jan 2026 06:56:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1165570 สีหศักดิ์ชี้ สหรัฐฯ ส่งสัญญาณผิดในความสัมพันธ์กับไทย หลังระงับออกวีซ่าประเภทถาวรแบบเหมารวม 75 ประเทศ

จากกรณีที่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศระงับการพิจารณาวีซ่าประเภท […]

The post สีหศักดิ์ชี้ สหรัฐฯ ส่งสัญญาณผิดในความสัมพันธ์กับไทย หลังระงับออกวีซ่าประเภทถาวรแบบเหมารวม 75 ประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สีหศักดิ์ชี้ สหรัฐฯ ส่งสัญญาณผิดในความสัมพันธ์กับไทย หลังระงับออกวีซ่าประเภทถาวรแบบเหมารวม 75 ประเทศ

จากกรณีที่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศระงับการพิจารณาวีซ่าประเภทอยู่อาศัยถาวร (Immigrant Visa) สำหรับ 75 ประเทศ รวมประเทศไทย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 21 มกราคมเป็นต้นไปนั้น สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงชี้แจงในวันนี้ (15 มกราคม) ว่า เป็นเรื่องที่สหรัฐฯ ประกาศกะทันหัน ซึ่งไม่คาดคิดมาก่อน พร้อมชี้ว่าเป็นแนวทางที่ไม่ถูกต้อง ไม่ควรเหมารวมไทยในรายชื่อดังกล่าว

 

สีหศักดิ์เผยว่า เช้านี้ได้เชิญ เอลิซาเบธ โคนิก อุปทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยมาสอบถามเหตุผลที่ดำเนินการเช่นนั้นและให้ชี้แจงว่าสหรัฐฯ มีหมายความอะไร ซึ่งทางอุปทูตตอบว่า ทางสถานทูตก็ยังไม่มีข้อมูลทั้งหมด และพยายามหาข้อมูลเพิ่มเติมจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

แต่ทางอุปทูตชี้แจงเบื้องต้นว่า เหตุผลที่รัฐบาลสหรัฐฯ ตัดสินใจเช่นนั้นเป็นเพราะมองว่า ผู้อพยพที่มาจากประเทศเหล่านี้พึ่งพาระบบสวัสดิการของสหรัฐฯ เป็นจำนวนมาก ซึ่งกระทบงบประมาณที่จะจัดสรรสำหรับสวัสดิการของคนอเมริกัน ซึ่งก็เป็นไปตามแนวทางนโยบายของทรัมป์ในเรื่อง America First

 

รัฐมนตรีระบุว่า วีซ่าที่มีการประกาศระงับการพิจารณานั้น มีผลเฉพาะวีซ่าของกลุ่มคนที่ขอไปพำนักอาศัยระยะยาว หรืออยู่ถาวร หรือกลุ่มคนที่มุ่งหวังที่จะขอสัญชาติอเมริกัน ดังนั้นจึงไม่กระทบวีซ่านักท่องเที่ยว นักธุรกิจ และนักศึกษา

 

นอกจากนี้สีหศักดิ์ชี้แจงว่า มาตรการนี้ไม่ได้มีผลบังคับใช้ถาวร แต่เป็นการพิจารณาระงับการออกวีซ่าประเภทนี้ชั่วคราว เพื่อทบทวนภาพรวมสถานการณ์เกี่ยวกับกลุ่มผู้อพยพจากชาติในลิสต์ดังกล่าวก่อน

 

สีหศักดิ์เผยด้วยว่า ได้แสดงความไม่สบายใจและความกังวลต่ออุปทูตสหรัฐฯ ว่า การเหมารวม 75 ประเทศเหมือนกันหมดนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะประเทศไทยไม่เหมือนกับหลายประเทศในกลุ่มนั้น พร้อมตั้งคำถามว่า ทำไมสหรัฐฯ ไม่พิจารณาแต่ละประเทศเป็นรายๆ ไป ซึ่งน่าจะเป็นวิธีการที่ดีกว่า

 

รัฐมนตรีต่างประเทศยังตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ถ้าดูจำนวนคนไทยที่ไปอยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกาอย่างผิดกฏหมายนั้นมีไม่มาก เมื่อเทียบกับบางประเทศในภูมิภาคถือว่ามีมากกว่าเยอะ แต่ประเทศดังกล่าวกลับไม่อยู่ในรายชื่อนี้

 

นอกจากนี้สีหศักดิ์ยังระบุด้วยว่า คนไทยที่ไปอยู่ในสหรัฐฯ จำนวนมากประกอบอาชีพสุจริต ทำงานในสาขาอาชีพต่างๆ มีทั้งแพทย์ พยาบาล รวมถึงไปประกอบธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งเป็นการช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้สหรัฐฯ ด้วยเหตุนี้สีหศักดิ์จึงแสดงความสงสัยว่า เหตุผลแท้จริงคืออะไรกันแน่ที่ประกาศเหมารวมเช่นนี้

 

พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ ให้ความกระจ่าง เพราะสหรัฐฯ กำลังส่งสัญญาณที่ผิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ที่ปัจจุบันกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดี ซึ่งไทยและสหรัฐฯ มีความสัมพันธ์ที่พิเศษ เป็นพันธมิตรสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และพันธมิตรสำคัญนอกกลุ่มนาโต้

The post สีหศักดิ์ชี้ สหรัฐฯ ส่งสัญญาณผิดในความสัมพันธ์กับไทย หลังระงับออกวีซ่าประเภทถาวรแบบเหมารวม 75 ประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘กอบศักดิ์’ ไขปม ทำไมประเทศไทยเป็น 1 ใน 75 ประเทศ ที่โดน ‘ทรัมป์’ สั่งระงับพิจารณาวีซ่า สำหรับคนที่จะอพยพย้ายถิ่นฐานเข้าสหรัฐฯ https://thestandard.co/kobsak-trump-immigrant-visa-ban/ Thu, 15 Jan 2026 03:46:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1165465 ‘กอบศักดิ์’ ไขปม ทำไม ประเทศไทย เป็น 1 ใน 75 ประเทศ ที่โดน ‘ทรัมป์’ สั่ง ระงับวีซ่า สำหรับคนที่จะอพยพเข้า สหรัฐฯ

ดร.กอบศักดิ์ชี้เหตุ สหรัฐฯ จ่อระงับพิจารณาวีซ่าผู้อพยพ […]

The post ‘กอบศักดิ์’ ไขปม ทำไมประเทศไทยเป็น 1 ใน 75 ประเทศ ที่โดน ‘ทรัมป์’ สั่งระงับพิจารณาวีซ่า สำหรับคนที่จะอพยพย้ายถิ่นฐานเข้าสหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘กอบศักดิ์’ ไขปม ทำไม ประเทศไทย เป็น 1 ใน 75 ประเทศ ที่โดน ‘ทรัมป์’ สั่ง ระงับวีซ่า สำหรับคนที่จะอพยพเข้า สหรัฐฯ

ดร.กอบศักดิ์ชี้เหตุ สหรัฐฯ จ่อระงับพิจารณาวีซ่าผู้อพยพ 75 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย เริ่มมีสัญญาณจากโพสต์ของทรัมป์ตั้งแต่ 4 มกราคม โดยมองว่าประมาณ 1 ใน 3 ของครัวเรือนที่ย้ายเข้าไปไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ดี สุดท้ายก็ไปขอใช้ระบบสวัสดิการต่างๆ ของสหรัฐฯ

 

จากกรณีมีรายงานอ้างโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีคำสั่งระงับพิจารณาวีซ่าผู้อพยพสำหรับผู้สมัครจาก 75 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 21 มกราคมนี้

 

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อมูลผ่าน Facebook อธิบายถึงสาเหตุว่า ทำไมสหรัฐฯ ยุติให้ Visa สำหรับ Immigration หรือคนที่จะอพยพย้ายถิ่นฐานเข้าสหรัฐฯ

 

โดยภาพข้างล่างคือสิ่งที่ส่งสัญญาณโพสต์ใน Truth Social เมื่อ 4 มกราคม 2569

 

‘กอบศักดิ์’ ไขปม ทำไม ประเทศไทย เป็น 1 ใน 75 ประเทศ ที่โดน ‘ทรัมป์’ สั่งระงับพิจารณาวีซ่า สำหรับคนที่จะอพยพย้ายถิ่นฐานเข้า สหรัฐฯ 2

 

โดยหากพิจารณาดูจะเห็นรายชื่อของประเทศที่ผู้อพยพจากประเทศเหล่านี้ เมื่อเข้าสหรัฐฯ มาแล้ว เข้ามาอาศัยพึ่งพาระบบสวัสดิการของสหรัฐ ในการยังชีพ

 

บางประเทศมีสัดส่วนครัวเรือนที่ใช้สวัสดิการสหรัฐฯ ที่สูงมาก เช่น ภูฏาน 81.4% เยเมน 75.2% โซมาเลีย 71.9% หมู่เกาะมาร์แชลล์ 71.4% สาธารณรัฐโดมินิกัน 68.1% รวมทั้งประเทศไทยก็อยู่ในกลุ่มดังกล่าวด้วย ในอันดับที่ 46 สัดส่วน 36.7%

 

“พูดง่ายๆ ประมาณ 1 ใน 3 ของครัวเรือนที่ย้ายเข้าไป ไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ดี สุดท้ายก็ไปขอใช้ระบบสวัสดิการต่างๆ ของสหรัฐฯ ถ้าสหรัฐฯ ยังรวย มีฐานะดี เขาก็จะมองข้าม ล่าสุด สหรัฐฯ เริ่มมีหนี้มาก รัฐขาดดุลการคลังสูง ระบบสวัสดิการสังคม ฐานะไม่ค่อยดี เขาก็เลยพยายามปิดช่องที่เป็นรายจ่ายภาครัฐ ที่เขาคิดว่า ‘ไม่จำเป็น’ ก็เลยนำมาถึงข่าวว่า ทำไมจึงจะต้องจัดการเรื่อง Visa ของ Immigrants หรือคนที่ย้ายเข้าไปอาศัยที่สหรัฐฯ รอบนี้ ส่วนคนอื่นๆ ยังไม่ถูกกระทบ แต่เขาก็คงดูเพิ่มในสิ่งที่เป็นช่องโหว่ต่างๆ เพื่อให้เงินของสหรัฐฯ ใช้เฉพาะสำหรับคนสหรัฐฯ เอง” ดร.กอบศักดิ์ระบุ

 

Bloomberg เผย สหรัฐฯ ระงับวีซ่า ไม่รวมท่องเที่ยวหรือแรงงานชั่วคราว

 

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า แหล่งข่าวระบุว่ามาตรการดังกล่าวใช้เฉพาะกับผู้ที่ต้องการย้ายถิ่นฐานไปอยู่อาศัยและทำงานถาวรในสหรัฐฯ เท่านั้น ไม่ครอบคลุมนักท่องเที่ยวหรือแรงงานชั่วคราว ตลอดปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบชาวต่างชาติและผู้ที่ต้องการพำนักในประเทศ โดยซ้อนมาตรการใหม่เข้าไปในระบบคัดกรองวีซ่าที่ถือว่าเข้มงวดที่สุดระบบหนึ่งของโลกอยู่แล้ว

 

การระงับออกวีซ่าซึ่งจะเริ่มมีผลในวันที่ 21 มกราคม คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการอพยพแบบครอบครัวมากที่สุด โดยจะกระทบต่อคู่สมรส บุตร และญาติใกล้ชิดอื่น ๆ ของผู้ถือสัญชาติสหรัฐฯ เป็นหลัก ซึ่งเดิมมีสิทธิขอถิ่นที่อยู่ถาวร

 

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ทอมมี พิกอตต์ ระบุว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยุติ “การใช้ระบบตรวจคนเข้าเมืองของอเมริกาในทางที่ผิด โดยผู้ที่ต้องการดึงทรัพยากรจากประชาชนชาวอเมริกัน” ขณะที่กระทรวงฯ ระบุเพิ่มเติมในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า มาตรการนี้ครอบคลุมประเทศ “ซึ่งผู้อพยพมักกลายเป็นภาระของรัฐสหรัฐฯ ทันทีที่เดินทางเข้าประเทศ”

 

อย่างไรก็ตาม ข้ออ้างของรัฐบาลที่ว่าผู้อพยพเป็นภาระต่อทรัพยากรของรัฐ ขัดแย้งกับผลการศึกษาจาก Cato Institute, American Immigration Council และองค์กรอื่น ๆ ซึ่งพบว่าผู้อพยพใช้สวัสดิการของรัฐน้อยกว่าชาวอเมริกันที่เกิดในประเทศ

 

เจ้าหน้าที่ระบุว่า การระงับดังกล่าวไม่ครอบคลุมวีซ่าท่องเที่ยวหรือวีซ่าทำงานชั่วคราว ซึ่งหมายความว่าไม่น่าจะกระทบต่อการท่องเที่ยวหรือแผนการเดินทางของผู้มาเยือนจากต่างประเทศหลายแสนคนที่คาดว่าจะเดินทางเข้าสหรัฐฯ เพื่อร่วมงานฟุตบอลโลกปีนี้ โดยผู้มาเยือนเหล่านั้นจะเดินทางเข้าประเทศด้วยวีซ่าท่องเที่ยว Fox News Digital รายงานก่อนหน้านี้ในวันพุธว่ารัฐบาลกำลังวางแผนมาตรการดังกล่าว

 

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ได้พุ่งเป้าไปที่ชุมชนผู้อพยพจากเฮติ โซมาเลีย เวเนซุเอลา เม็กซิโก และประเทศอื่น ๆ อยู่บ่อยครั้ง โดยมักใช้ถ้อยคำในเชิงดูหมิ่นต่อผู้คนจากประเทศเหล่านั้น กระแสการดำเนินการดังกล่าวทวีความเข้มข้นขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางการปราบปรามในรัฐมินนิโซตา ซึ่งเกิดจากข้อกล่าวหาว่าชาวโซมาเลียในพื้นที่ทุจริตโครงการสวัสดิการของรัฐบาลกลาง

 

ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ยังไม่ตัดสินในวันพุธต่อคำร้องคัดค้านมาตรการภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลให้ทั่วโลกต้องรออย่างน้อยจนถึงสัปดาห์หน้าเพื่อทราบชะตากรรมของนโยบายเศรษฐกิจเรือธงของเขา

 

ศาลยังไม่ระบุว่าจะออกคำวินิจฉัยครั้งถัดไปเมื่อใด แต่มีความเป็นไปได้ว่าจะกำหนดการอ่านคำตัดสินเพิ่มเติมในวันอังคารหรือวันพุธ ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้พิพากษากลับมาพิจารณาคดีอีกครั้ง

 

หุ้นกลุ่มผู้บริโภค เช่น Lululemon Athletica และ Mattel ปรับตัวลดลงจากการที่ยังไม่มีคำตัดสิน ขณะที่ผู้ผลิตเครื่องมือไฟฟ้า Stanley Black & Decker อ่อนแรงลงจากก่อนหน้านี้

 

การไต่สวนเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน บ่งชี้ว่าศาลมีท่าทีสงสัยว่า ทรัมป์มีอำนาจตามกฎหมายปี 1977 ซึ่งให้อำนาจพิเศษแก่ประธานาธิบดีในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน เพียงพอที่จะใช้บังคับมาตรการภาษีดังกล่าวหรือไม่

 

หากศาลตัดสินไม่เป็นคุณต่อทรัมป์ในประเด็นภาษี จะถือเป็นความพ่ายแพ้ทางกฎหมายครั้งใหญ่ที่สุดของเขานับตั้งแต่กลับเข้าสู่ทำเนียบขาว ประเด็นที่อยู่ในการพิจารณาคือมาตรการภาษี “Liberation Day” เมื่อวันที่ 2 เมษายน ซึ่งกำหนดอัตราภาษี 10–50% ต่อสินค้านำเข้าส่วนใหญ่ รวมถึงการเก็บภาษีจากแคนาดา เม็กซิโก และจีน โดยอ้างเหตุผลในการแก้ปัญหาการลักลอบค้ายาเฟนทานิล

 

นอกจากนี้ คำตัดสินที่ไม่เป็นคุณต่อทรัมป์อาจเปิดทางให้มีการคืนเงินภาษีรวมมูลค่ามากกว่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับผู้นำเข้าและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ

 

อ้างอิง:

The post ‘กอบศักดิ์’ ไขปม ทำไมประเทศไทยเป็น 1 ใน 75 ประเทศ ที่โดน ‘ทรัมป์’ สั่งระงับพิจารณาวีซ่า สำหรับคนที่จะอพยพย้ายถิ่นฐานเข้าสหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลทรัมป์ 2.0 เพิกถอนวีซ่าสหรัฐฯ กว่า 100,000 ฉบับ ใครตกเป็นเป้าหมายบ้าง https://thestandard.co/trump-2-0-revokes-100000-us-visas/ Tue, 13 Jan 2026 04:01:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1164466 รัฐบาลทรัมป์ 2.0 เพิกถอนวีซ่า สหรัฐฯ กว่า 100,000 ฉบับ ใครตกเป็นเป้าหมายบ้าง

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา แถลงเมื่อวานนี้ (12 มก […]

The post รัฐบาลทรัมป์ 2.0 เพิกถอนวีซ่าสหรัฐฯ กว่า 100,000 ฉบับ ใครตกเป็นเป้าหมายบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลทรัมป์ 2.0 เพิกถอนวีซ่า สหรัฐฯ กว่า 100,000 ฉบับ ใครตกเป็นเป้าหมายบ้าง

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา แถลงเมื่อวานนี้ (12 มกราคม) ว่า รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ 2.0 ได้เพิกถอนวีซ่าไปแล้วกว่า 100,000 ฉบับ นับตั้งแต่ทรัมป์กลับเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อต้นปี 2025 จนถึงขณะนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ก็ยังคงดำเนินนโยบายแข็งกร้าวต่อประเด็นการอพยพเข้าเมืองตามนโยบาย ‘America First’

 

กลุ่มเป้าหมายที่ถูก เพิกถอนวีซ่า มีใครบ้าง

 

เป้าหมายในการเพิกถอนวีซ่าครั้งนี้มีความครอบคลุมกว้างขวาง ทั้งผู้ที่มีประวัติอาชญากรรมและผู้ที่มีพฤติกรรมหรือทัศนคติที่รัฐบาลมองว่า ‘เป็นภัย’ โดยกลุ่มเป้าหมายหลักประกอบด้วย

 

ผู้ที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมและการละเมิดกฎหมาย ซึ่งเป็น ‘สาเหตุส่วนใหญ่’ ของการเพิกถอนวีซ่า โดยสาเหตุหลัก 4 ประการ ได้แก่ การอยู่เกินที่วีซ่ากำหนด (Overstays), การเมาแล้วขับ (Driving Under the Influence: DUI), การทำร้ายร่างกาย และการลักทรัพย์ ซึ่งยอดการเพิกถอนวีซ่าล่าสุดนี้ เพิ่มขึ้นถึง 150% เมื่อเทียบกับปี 2024 ในสมัยของรัฐบาลโจ ไบเดน โดยในกลุ่มผู้มีประวัติคดีเหล่านี้ มีนักศึกษาถูกเพิกถอนวีซ่าไปแล้ว 8,000 คน และมีแรงงานเฉพาะทางอีก 2,500 คน

 

นอกจากนี้ ยังมีนักกิจกรรมทางการเมืองและผู้ประท้วง โดยรัฐบาลสหรัฐฯ มุ่งเป้าไปยังผู้ที่มีประวัติการเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือผู้ที่ถูกมองว่า ‘เป็นศัตรูต่อสหรัฐฯ’ เช่น นักศึกษาที่ประท้วงสนับสนุนปาเลสไตน์ หรือแม้แต่การเขียนบทความโจมตีรัฐบาลลงหนังสือพิมพ์ของมหาวิทยาลัย

 

รวมถึงผู้ที่แสดงความเห็นเชิงลบบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีรายงานว่า สหรัฐฯ ได้เพิกถอนวีซ่าชาวต่างชาติที่โพสต์ข้อความแสดงความยินดี ต่อการลอบสังหาร ชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวฝ่ายอนุรักษนิยมชื่อดังในโลกออนไลน์

 

รัฐบาลสหรัฐฯ ยังได้จัดตั้ง ‘ศูนย์ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง’ (Continuous Vetting Center) เพื่อเฝ้าระวังและเพิกถอนวีซ่าผู้ที่ถูกมองว่าอาจ ‘เป็นภัยคุกคาม’ หรืออาจ ‘เป็นอันตราย’ ต่อพลเมืองอเมริกันอย่างรวดเร็ว

 

จำนวนการเพิกถอนวีซ่าที่มหาศาลนี้สะท้อนให้เห็นถึงขอบเขตที่กว้างอย่างมากในการจัดการกับปัญหาผู้อพยพของรัฐบาลทรัมป์ โดยรัฐบาลอ้างว่า ได้กำกับการเดินทางออกนอกประเทศ ‘โดยสมัครใจ’ และมีการเนรเทศไปแล้วกว่า 2.5 ล้านคน ซึ่งทรัมป์ถือเป็นว่า ‘ความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์’

 

อย่างไรก็ตาม การเนรเทศบางกรณีครอบคลุมถึง ‘ผู้อพยพที่ถือวีซ่าสหรัฐฯ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย’ ซึ่งทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ยังได้นำนโยบายที่เข้มงวดขึ้นมาปรับใช้ในการอนุมัติวีซ่า ทั้งการตรวจสอบโซเชียลมีเดียอย่างละเอียดและการขยายขอบเขตการคัดกรองบุคคลเพื่อเดินทางเข้าสหรัฐฯ อีกด้วย

 

กระทรวงการต่างประเทศโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ระบุว่า ‘เราจะเดินหน้าเนรเทศอันธพาลเหล่านี้ต่อไป เพื่อให้สหรัฐอเมริกาปลอดภัย’

 

แฟ้มภาพ: Hector Vivas – FIFA via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post รัฐบาลทรัมป์ 2.0 เพิกถอนวีซ่าสหรัฐฯ กว่า 100,000 ฉบับ ใครตกเป็นเป้าหมายบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
นโยบายขึ้นวีซ่า H-1B ของสหรัฐฯ เปรียบเสมือน ‘ยิงเท้าตัวเอง’ เปิดทางให้ตะวันออกกลางแย่งตัวคนเก่งไป! https://thestandard.co/h1b-visa-fee-middle-east-ai/ Mon, 29 Sep 2025 03:45:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1124132 h1b-visa-fee-middle-east-ai

หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ประกา […]

The post นโยบายขึ้นวีซ่า H-1B ของสหรัฐฯ เปรียบเสมือน ‘ยิงเท้าตัวเอง’ เปิดทางให้ตะวันออกกลางแย่งตัวคนเก่งไป! appeared first on THE STANDARD.

]]>
h1b-visa-fee-middle-east-ai

หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ประกาศแผนปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่า H-1B เป็น 1 แสนดอลลาร์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการจำกัดโอกาสของแรงงานต่างชาติที่จะเข้าทำงานในสหรัฐฯ ทำให้ตลาดแรงงานโลกด้านเทคโนโลยีหันมาจับตามองภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเทศในกลุ่ม Gulf Cooperation Council (GCC) ที่กำลังเดินหน้าเชิงรุกเพื่อดึงดูดบุคลากรด้านเทคโนโลยีและ AI ระดับโลกอย่างเต็มที่

 

ขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ถือเป็นผู้นำสำคัญที่ทุ่มเม็ดเงินมหาศาลเพื่อยกระดับตนเองเป็นศูนย์กลาง AI ของโลก ทั้งสองประเทศต่างมียุทธศาสตร์ระดับชาติที่ชัดเจน เช่น Vision 2030 ของซาอุ และ National AI Strategy ของ UAE พร้อมด้วยสิ่งจูงใจที่หลากหลาย ทั้งวีซ่าระยะยาวสำหรับผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง การลดกฎระเบียบ และสนับสนุนผู้ประกอบการ

 

นักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญในแวดวงเทคโนโลยีชี้ว่า ประเทศในกลุ่มอ่าวสามารถเสนอแพ็กเกจค่าตอบแทนที่สูงที่สุดในโลก เพื่อดึงดูดบุคลากรชั้นนำจากซิลิคอนแวลลีย์ โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภูมิภาคนี้โดดเด่นยังรวมถึง สภาพแวดล้อมที่ปลอดภาษี โอกาสในการทำงานในโครงการขนาดใหญ่ที่ล้ำสมัย และคุณภาพชีวิตที่ดึงดูดใจ

 

ขณะที่นโยบายวีซ่า H-1B ที่มีค่าธรรมเนียมสูง แม้จะยังไม่มีการประกาศรายละเอียดที่ชัดเจน แต่ถูกมองว่าจะยิ่งทำให้ การแข่งขันแย่งชิงบุคลากรด้านเทคโนโลยีทั่วโลกดุเดือดขึ้น ซึ่งนับเป็นประโยชน์โดยตรงต่อประเทศในกลุ่มอ่าวที่มีตลาดแรงงานยืดหยุ่นและเปิดกว้าง โดยเฉพาะ UAE ที่กำลังกลายเป็นศูนย์รวมแรงงานต่างชาติที่สำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ

 

ในทางกลับกัน สหราชอาณาจักรและยุโรปกลับเผชิญกับความท้าทายในการดึงดูดผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากขาดการสนับสนุนด้านเงินทุนที่เพียงพอ ประกอบกับกระแสการเมืองที่มีท่าทีแข็งกร้าวต่อผู้อพยพ ซึ่งทำให้บุคลากรระดับสูงเกิดความลังเล

 

โดยผู้บริหารด้านการลงทุนรายหนึ่งถึงกับกล่าวว่า สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรกำลัง ‘ยิงเท้าตัวเอง’ ด้วยนโยบายตรวจคนเข้าเมืองที่ไม่รอบคอบ เพราะนโยบายควรเน้นการแก้ไขปัญหาการอพยพผิดกฎหมาย มากกว่าการผลักไสผู้มีความสามารถที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

 

และเป็นที่น่าจับตาว่าเมื่อ 15 ปีก่อน UAE ยังไม่สามารถรักษาบุคลากรเก่งๆ นอกอุตสาหกรรมพลังงานไว้ได้ แต่ปัจจุบันกลับพัฒนาจนเป็นศูนย์กลางการค้าและการเงินระดับโลก และถูกมองว่าจะสามารถทัดเทียมกับมหานครอย่างลอนดอนหรือนิวยอร์กได้ในอนาคต โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการออกแบบระบบวีซ่าที่หลากหลาย ตั้งแต่วีซ่าสำหรับนักสร้างสรรค์และฟรีแลนซ์ ไปจนถึง Golden Visa ที่ให้สิทธิ์พำนักนาน 10 ปีโดยไม่ต้องผูกติดกับนายจ้าง

 

นอกจากนี้ ทั้งซาอุและ UAE ยังมีโครงการใหญ่ที่ใช้ AI เป็นแกนหลัก เช่น เมืองแห่งอนาคต NEOM และสมาร์ตซิตี้ใน UAE ซึ่งกลายเป็นสนามทดสอบขนาดใหญ่ที่ดึงดูดผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก

 

อย่างไรก็ตาม การย้ายถิ่นฐานเข้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลางก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน เพราะยังมีปัญหาเรื่องของการที่จะได้รับสัญชาติยังไม่เปิดกว้าง ทำให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่าแม้จะได้ทำงาน แต่ก็ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศ

 

ยิ่งไปกว่านั้น ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น สงครามระหว่างอิสราเอล-ฮามาส หรือความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและอิสราเอล ก็ยังคงเป็นปัจจัยด้านความมั่นคงที่สร้างความกังวล แม้โครงสร้างพื้นฐานและโอกาสทางอาชีพจะดึงดูดใจมากแค่ไหนก็ตาม

 

ภาพ: alisa.strj / shutterstock

 

อ้างอิง:

The post นโยบายขึ้นวีซ่า H-1B ของสหรัฐฯ เปรียบเสมือน ‘ยิงเท้าตัวเอง’ เปิดทางให้ตะวันออกกลางแย่งตัวคนเก่งไป! appeared first on THE STANDARD.

]]>
ค่าธรรมเนียมวีซ่า H-1B ใหม่ 3.2 ล้านบาทของทรัมป์ ช่วยหรือทำลายแรงงานอเมริกัน นักเศรษฐศาสตร์ดาหน้าเตือน เสี่ยงทำร้าย ‘นวัตกรรม’ และเศรษฐกิจในระยะยาว https://thestandard.co/trump-h1b-visa-100k-fee-impact/ Fri, 26 Sep 2025 04:52:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1123214 trump-h1b-visa-100k-fee-impact

รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศนโยบายใหม […]

The post ค่าธรรมเนียมวีซ่า H-1B ใหม่ 3.2 ล้านบาทของทรัมป์ ช่วยหรือทำลายแรงงานอเมริกัน นักเศรษฐศาสตร์ดาหน้าเตือน เสี่ยงทำร้าย ‘นวัตกรรม’ และเศรษฐกิจในระยะยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
trump-h1b-visa-100k-fee-impact

รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศนโยบายใหม่ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วภาคเทคโนโลยีและวิชาการ ด้วยการกำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับวีซ่า H-1B สูงถึง 1 แสนดอลลาร์ (ประมาณ 3.225 ล้านบาท) โดยให้เหตุผลว่ามาตรการนี้จะช่วยปกป้องและสร้างโอกาสให้กับแรงงานชาวอเมริกัน แต่ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ นโยบายนี้อาจส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจในภาพรวมมากกว่าผลดี

 

วีซ่า H-1B คือช่องทางหลักสำหรับแรงงานทักษะสูงจากต่างชาติในการเข้ามาทำงานในสหรัฐอเมริกา โดยผู้ที่ได้รับวีซ่าส่วนใหญ่มักจะทำงานในสายวิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (STEM) ซึ่งบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Amazon.com คือผู้ที่ใช้งานวีซ่าประเภทนี้มากที่สุด โดยข้อมูลจาก Pew Research Center พบว่าเกือบ 3 ใน 4 ของผู้ได้รับวีซ่า H-1B ในปี 2023 นั้นเป็นแรงงานที่เกิดในประเทศอินเดีย

 

รัฐบาลทรัมป์ให้เหตุผลว่าระบบปัจจุบันถูกบริษัทเทคโนโลยีใช้เป็นช่องทางในการจ้างแรงงานต่างชาติที่ค่าจ้างถูกกว่า การตั้งกำแพงค่าธรรมเนียมที่สูงลิ่วจะช่วยคัดกรองให้มีเพียงแรงงานทักษะสูงที่ดีที่สุดเท่านั้นที่เข้ามาได้ ซึ่งจะทำให้มีตำแหน่งงานเหลือสำหรับแรงงานชาวอเมริกันมากขึ้น

 

ในมุมมองนี้ นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนเห็นด้วยว่า อาจมีแรงงานชาวอเมริกันกลุ่มเล็กๆ เช่น โปรแกรมเมอร์คอมพิวเตอร์บางส่วน ที่จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการแข่งขันที่ลดลง เคิร์ก โดแรน (Kirk Doran) นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Notre Dame กล่าวว่า “สำหรับงาน H-1B ทั่วไปในบริษัทเอกชนส่วนใหญ่นั้น มักจะมีแรงงานในประเทศที่สามารถทำงานทดแทนได้อยู่แล้ว”

 

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่กลับมองว่า ‘ผลกระทบ’ ในเชิงลบนั้นมีมากกว่า ไมเคิล เคลเมนส์ (Michael Clemens) นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย George Mason กล่าวว่า “วีซ่า H-1B คือสิ่งที่ก่อให้เกิด ‘นวัตกรรม’, การเป็นผู้ประกอบการ และการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา ซึ่งช่วยเพิ่มผลิตภาพโดยรวมของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และสร้างโอกาสงานและรายได้ที่สูงขึ้นให้กับแรงงานในประเทศทุกระดับ”

 

เจนนิเฟอร์ ฮันต์ (Jennifer Hunt) นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Rutgers University ได้เตือนว่ามาตรการนี้อาจรุนแรงถึงขั้นปิดฉากโครงการ H-1B ทั้งหมด ซึ่งจะส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อ ‘เศรษฐกิจ’ ในภาพรวม เธอมองว่าแรงงาน H-1B ไม่ได้เข้ามาเพื่อทดแทนแรงงานอเมริกัน แต่เข้ามาเพื่อเติมเต็มซึ่งกันและกัน ทำให้แรงงานในประเทศทำงานได้ดีและมีผลิตภาพสูงขึ้น

 

นอกจากนี้ งานวิจัยของ บริตตา เกลนนอน (Britta Glennon) ยังพบว่าเมื่อมีการจำกัดวีซ่า H-1B บริษัทข้ามชาติของสหรัฐฯ ก็มักจะเลือกที่จะย้ายงานส่วนนั้นไปทำในต่างประเทศแทนที่จะจ้างคนในประเทศเพิ่ม ซึ่งหมายความว่าตำแหน่งงานเหล่านั้นก็จะหายไปจากสหรัฐฯ อยู่ดี

 

ทำเนียบขาวได้อ้างอิงงานวิจัยชิ้นหนึ่งในปี 2017 ที่ระบุว่าแรงงาน H-1B ทำให้ค่าจ้างของนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (computer scientists) ในประเทศลดลง แต่กลับไม่ได้กล่าวถึงข้อค้นพบอื่นๆ ในงานวิจัยชิ้นเดียวกัน ที่ระบุว่าแรงงานในสายเทคโนโลยีสารสนเทศอื่นๆ กลับมีรายได้เพิ่มขึ้น และผู้บริโภคโดยรวมได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมที่เกิดขึ้น

 

กอราฟ คันนา (Gaurav Khanna) หนึ่งในผู้เขียนงานวิจัยดังกล่าว ได้กล่าวชี้แจงว่า “เมื่อเราพิจารณา ‘ภาพรวม’ ทั้งหมดแล้ว โดยรวมแรงงานที่เกิดในสหรัฐฯ จะได้รับประโยชน์มากกว่าผลเสีย” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทำเนียบขาวอาจเลือกใช้ข้อมูลเพียงบางส่วนเพื่อสนับสนุนนโยบายของตนเอง

 

เคิร์ก โดแรน ซึ่งเป็นผู้ที่มองเห็นข้อดีของนโยบายนี้ ก็ยังคงแสดงความกังวลถึงผลกระทบในระยะสั้น เขากล่าวว่าแม้ตลาด ‘แรงงาน’ ของสหรัฐฯ จะสามารถปรับตัวได้ในระยะยาว แต่การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันจะสร้างความบอบช้ำ (Trauma) ให้กับตลาดแรงงานได้

 

เขากล่าวว่า “ความบอบช้ำในตลาดแรงงานจะเกิดขึ้นเมื่อมีปัจจัยกระแทกที่รุนแรงเข้ามา และไม่มีเวลาเพียงพอที่จะปรับตัว” ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะตำแหน่งงานว่างจำนวนมากในบริษัทที่เคยพึ่งพาแรงงาน H-1B แม้จะมีแรงงานในประเทศเพียงพอ แต่ก็อาจจะไม่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีงานนั้นๆ ซึ่งจะสร้างปัญหาที่ซับซ้อนตามมาอีกทอดหนึ่ง

 

หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.25 บาท ณ วันที่ 25 กันยายน 2568



ภาพ: GaudiLab / Shutterstock

อ้างอิง:

The post ค่าธรรมเนียมวีซ่า H-1B ใหม่ 3.2 ล้านบาทของทรัมป์ ช่วยหรือทำลายแรงงานอเมริกัน นักเศรษฐศาสตร์ดาหน้าเตือน เสี่ยงทำร้าย ‘นวัตกรรม’ และเศรษฐกิจในระยะยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
จีนจ่อออก ‘วีซ่าอาเซียน’ ให้ 10 ประเทศอาเซียน และติมอร์-เลสเต https://thestandard.co/china-asean-visa-policy/ Tue, 03 Jun 2025 11:10:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1081590 china-asean-visa-policy

หลินเจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวในการแถล […]

The post จีนจ่อออก ‘วีซ่าอาเซียน’ ให้ 10 ประเทศอาเซียน และติมอร์-เลสเต appeared first on THE STANDARD.

]]>
china-asean-visa-policy

หลินเจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวในการแถลงข่าววันนี้ (3 มิถุนายน) ว่าจีนเตรียมออก ‘วีซ่าอาเซียน’ ให้กับ 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน และติมอร์-เลสเต ซึ่งมีสถานะเป็นประเทศผู้สังเกตการณ์อาเซียน

 

หลินกล่าวว่า จีนจะออกวีซ่าอาเซียนให้กับบุคลากรทางธุรกิจที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดจาก 11 ประเทศข้างต้น รวมถึงคู่สมรสและบุตรของพวกเขา ซึ่งจะเอื้อให้สามารถเดินทางเข้าจีนได้หลายครั้งภายใน 5 ปี และพำนักได้ไม่เกิน 180 วัน

 

ขณะที่การออกวีซ่าอาเซียนครั้งนี้ สานต่อจากข้อตกลงยกเว้นวีซ่าร่วมกันอย่างครอบคลุมกับสิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย และประเทศอื่นๆ รวมถึงสานต่อจากการออก ‘วีซ่าล้านช้าง-แม่โขง’ ให้กับประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขง โดยมุ่งอำนวยความสะดวกการเดินทางข้ามพรมแดนของผู้คนภายในภูมิภาคมากขึ้น

 

ทั้งนี้ การสร้างประชาคมจีน-อาเซียนที่มีอนาคตร่วมกันเดินหน้าไปอย่างต่อเนื่องช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และบรรลุความสำเร็จสำคัญจากการร่วมสร้างบ้านที่สันติ สงบสุข มั่งคั่ง สวยงาม และเป็นมิตร

 

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวเสริมว่า จีนและกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการแลกเปลี่ยนบุคลากรบ่อยครั้ง การส่งเสริมการแลกเปลี่ยนบุคลากรเพิ่มเติมจึงนับเป็นความปรารถนาร่วมกันของทั้งสองฝ่าย

 

อ้างอิง:

  • Xinhua

The post จีนจ่อออก ‘วีซ่าอาเซียน’ ให้ 10 ประเทศอาเซียน และติมอร์-เลสเต appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ ระงับการออกวีซ่านักเรียนชั่วคราว หลังรัฐบาลทรัมป์เพิ่มการตรวจสอบโซเชียลมีเดีย https://thestandard.co/us-student-visas-trump-social/ Wed, 28 May 2025 08:10:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1079454

รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ภายใต้การนำของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธาน […]

The post สหรัฐฯ ระงับการออกวีซ่านักเรียนชั่วคราว หลังรัฐบาลทรัมป์เพิ่มการตรวจสอบโซเชียลมีเดีย appeared first on THE STANDARD.

]]>

รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ภายใต้การนำของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี เดินหน้าจัดการกับนักศึกษาต่างชาติอีกระลอก โดยล่าสุด มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ลงนามในเอกสารภายใน สั่งการให้สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลสหรัฐฯ ทั่วโลก ระงับการนัดหมายเพื่อขอวีซ่านักเรียนและวีซ่าแลกเปลี่ยนทั้งหมดเป็นการชั่วคราว

 

คำสั่งดังกล่าวระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศจะออกแนวทางเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “การตรวจสอบโซเชียลมีเดียแบบขยาย” สำหรับผู้สมัครวีซ่าทุกประเภทในกลุ่มนี้ โดยยังไม่มีกรอบเวลาที่แน่ชัดว่าจะใช้เวลานานเพียงใด

 

เอกสารคำสั่งซึ่งถูกเปิดเผยต่อผู้สื่อข่าว ระบุอย่างชัดเจนว่า “ห้ามเพิ่มจำนวนการนัดหมายวีซ่านักเรียนหรือวีซ่าแลกเปลี่ยน จนกว่าจะมีคำแนะนำใหม่”

 

แม้จะมีถ้อยคำว่า “การระงับอาจเป็นเพียงระยะสั้น” และ “จะมีแนวทางใหม่ออกมาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า” แต่ในทางปฏิบัติ สถานทูตสหรัฐฯ ในหลายประเทศเผชิญปัญหาคิวสะสมอยู่แล้วเป็นจำนวนมาก

 

แทมมี บรูซ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นตรงๆ ต่อเอกสารคำสั่งดังกล่าว แต่ระบุว่า “เราจริงจังกับกระบวนการคัดกรองผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศ เป้าหมายของรัฐบาลคือการให้แน่ใจว่าผู้ที่เข้ามารู้กฎหมาย ไม่มีเจตนาก่ออาชญากรรม และจะมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ในสังคมอเมริกัน ไม่ว่าจะพำนักในระยะสั้นหรือยาว”

 

เมื่อถูกถามว่านักเรียนต่างชาติควรคาดหวังว่าจะได้รับวีซ่าทันก่อนเปิดภาคเรียนในฤดูใบไม้ร่วงหรือไม่ บรูซตอบเพียงว่า “ให้ดำเนินการตามกระบวนการปกติ และคาดว่าจะถูกตรวจสอบตามขั้นตอน”

 

คำสั่งระงับครั้งนี้มีขึ้นหลังจากรัฐบาลทรัมป์เพิ่งเพิกถอนวีซ่านักศึกษาหลายร้อยคน และพยายามกีดกันไม่ให้มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดรับนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งสร้างแรงกระเพื่อมอย่างหนักในแวดวงการศึกษาระดับสูงของสหรัฐฯ

 

ในการให้การต่อวุฒิสภาเมื่อสัปดาห์ก่อน รูบิโอ เปิดเผยว่าเขาได้เพิกถอนวีซ่าไปแล้ว “หลายพันฉบับ” นับตั้งแต่รัฐบาลทรัมป์เริ่มปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา โดยอาศัยกฎหมายพิเศษที่ให้อำนาจรัฐมนตรีต่างประเทศในการเพิกถอนวีซ่า หากเห็นว่าบุคคลดังกล่าวมีพฤติกรรมขัดต่อผลประโยชน์ด้านนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ

 

เป้าหมายที่เห็นได้ชัดที่สุดในปัจจุบันคือกลุ่มนักเรียนที่มีบทบาทในการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เกี่ยวกับสงครามในฉนวนกาซา โดยเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลทรัมป์กล่าวหาว่าพวกเขามีพฤติกรรม “ต่อต้านยิว” ซึ่งข้อกล่าวหานี้ถูกปฏิเสธอย่างหนักแน่นโดยหลายคนที่ตกเป็นเป้าหมายของนโยบายนี้

 

ภาพ: Jonathan Ernst / Reuters

 

อ้างอิง:

The post สหรัฐฯ ระงับการออกวีซ่านักเรียนชั่วคราว หลังรัฐบาลทรัมป์เพิ่มการตรวจสอบโซเชียลมีเดีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
พอล แชมเบอร์ส ยังลุ้นผลอุทธรณ์ ตม. เพิกถอนวีซ่า ยังกลับมาทำงานในไทยไม่ได้ https://thestandard.co/paul-chambers-visa-appeal/ Fri, 02 May 2025 07:13:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1070575 paul-chambers-visa-appeal

วันนี้ (2 พฤษภาคม) ความคืบหน้าภายหลังเมื่อวาน (1 พฤษภาค […]

The post พอล แชมเบอร์ส ยังลุ้นผลอุทธรณ์ ตม. เพิกถอนวีซ่า ยังกลับมาทำงานในไทยไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
paul-chambers-visa-appeal

วันนี้ (2 พฤษภาคม) ความคืบหน้าภายหลังเมื่อวาน (1 พฤษภาคม) อธิบดีอัยการภาค 6 มีคำสั่งไม่ฟ้อง พอล แชมเบอร์ส นักวิชาการชาวอเมริกัน อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยนเรศวร ในคดีอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ยื่นศาลจังหวัดพิษณุโลกขอปล่อยตัว พร้อมส่งสำนวนไปยังผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 6 เพื่อพิจารณาว่าจะมีความเห็นแย้งในคำสั่งไม่ฟ้องหรือไม่

 

ล่าสุดผู้สื่อข่าว THE STANDARD ติดตามความคืบหน้าจากทนายความของพอล ว่าขณะนี้ได้รับการอนุญาตให้ออกนอกราชอาณาจักรได้ แต่ขณะนี้ ตม. จังหวัดพิษณุโลก ยังอยู่ระหว่างอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนวีซ่า ทำให้ยังไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ เนื่องจากมีเงื่อนไขต้องวางหนังสือเดินทางไว้ที่สำนักงาน ตม.

 

นอกจากนี้ เนื่องจากยังถูกเพิกถอนวีซ่า เป็นเหตุให้ใบอนุญาตทำงานของพอลก็สิ้นสุดลงด้วย ทำให้พอลยังไม่สามารถกลับมาปฏิบัติงานในประเทศไทยได้ตามปกติ และในระหว่างนี้ก็ยังมีความเสี่ยงถูกเพิกถอนวีซ่าอยู่ ซึ่งหากเกิดกรณีนั้น พอลจะไม่สามารถอยู่ในประเทศไทยได้ และต้องเข้าสู่กระบวนการผลักดันส่งกลับของ ตม.

 

สำหรับขั้นตอนทางคดีต่อจากนี้ คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการจะถูกส่งไปยัง ผบช.ภ.6 ว่าจะมีความเห็นแย้งในการสั่งไม่ฟ้องหรือไม่ ซึ่งหากมีความเห็นแย้ง เรื่องจะถูกส่งไปให้อัยการสูงสุดเป็นลำดับต่อไป แต่หากในขั้นนี้ ผบช.ภ. 6 เห็นพ้องกับคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ ก็ถือว่าคดีเป็นที่สิ้นสุด

 

นอกจากนี้ ในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ กรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร จะพิจารณากรณี พล.ต. วินชัย สุวารี โฆษกกองทัพบก (ทบ.) ได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนถึงกรณีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 3 กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก ให้ดำเนินคดีกับ พอล แชมเบอร์ส โดยเชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ดังนี้

 

  1. ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) และ พล.ต. ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษก กอ.รมน.
  2. ผู้บัญชาการทหารบก และ พล.ต. วินชัย สุวารี โฆษกกองทัพบก
  3. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ. วัชรพงษ์ สิทธิรุ่งโรจน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก และ ร.ต.อ. พรชัย ปลั่งกลาง พนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวน
  4. เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย
  5. เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
  6. นิติกร สำนักกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

The post พอล แชมเบอร์ส ยังลุ้นผลอุทธรณ์ ตม. เพิกถอนวีซ่า ยังกลับมาทำงานในไทยไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปากีสถานระงับการออกวีซ่าให้ชาวอินเดีย ความสัมพันธ์ตึงเครียด https://thestandard.co/pakistan-india-kashmir-crisis/ Fri, 25 Apr 2025 03:55:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1067992 เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอินเดียลาดตระเวนในพื้นที่แคชเมียร์หลังเหตุกราดยิงนักท่องเที่ยวที่นำไปสู่วิกฤตความสัมพันธ์กับปากีสถาน

ปากีสถานตอบโต้ทางการทูตอย่างรุนแรงต่ออินเดียโดยการสั่งร […]

The post ปากีสถานระงับการออกวีซ่าให้ชาวอินเดีย ความสัมพันธ์ตึงเครียด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอินเดียลาดตระเวนในพื้นที่แคชเมียร์หลังเหตุกราดยิงนักท่องเที่ยวที่นำไปสู่วิกฤตความสัมพันธ์กับปากีสถาน

ปากีสถานตอบโต้ทางการทูตอย่างรุนแรงต่ออินเดียโดยการสั่งระงับการออกวีซ่าให้กับชาวอินเดีย หลังเกิดเหตุคนร้ายกราดยิงนักท่องเที่ยวในแคว้นแคชเมียร์ ซึ่งเป็นเขตปกครองของอินเดียและเป็นพื้นที่พิพาทระหว่างทั้งสองประเทศตั้งแต่ปี 1947 หลังได้รับเอกราชจากอังกฤษ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 26 คน

 

นอกจากนี้ปากีสถานยังได้ขับนักการทูตอินเดียบางส่วนออกจากประเทศ ระงับการค้าและจำกัดเจ้าหน้าที่ทางทหารของอินเดียในสถานทูตให้เหลือเพียง 30 คน รวมถึงปิดน่านฟ้า ไม่ให้สายการบินของอินเดียบินผ่าน พร้อมทั้งปฏิเสธข้อกล่าวหาของอินเดียว่า ปากีสถานมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มมือปืนที่ก่อเหตุในครั้งนี้

 

ทางด้าน นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ได้ออกมาแถลงการณ์อย่างแข็งกร้าวหลังเหตุกราดยิงว่า อินเดียจะตามล่าและลงโทษผู้ก่อเหตุและผู้อยู่เบื้องหลังอย่างสาสม ศัตรูของชาติกล้าทำร้ายจิตวิญญาณของประเทศ แต่จิตวิญญาณของอินเดียจะไม่มีวันถูกทำลายด้วยการก่อการร้าย

 

อินเดียเองก็ตอบโต้ด้วยการปิดด่านพรมแดน Attari-Wagah และระงับวีซ่าชาวปากีสถาน โดยเบื้องต้นทางการอินเดียกำลังเร่งสอบสวนคดีนี้ พร้อมเผยว่า ผู้ต้องสงสัย 3 รายในคดีนี้เป็นสมาชิกกลุ่มติดอาวุธ Lashkar-e-Taiba (LeT) ซึ่งมีฐานอยู่ในปากีสถาน ซึ่งกลุ่มติดอาวุธนี้ เคยก่อเหตุโจมตีในอินเดียมาแล้วหลายครั้ง เช่น เหตุโจมตีในมุมไบเมื่อปี 2008 ที่มีผู้เสียชีวิตกว่า 170 คน

 

เหตุการณ์นี้ทำให้ความตึงเครียดระหว่างอินเดียและปากีสถานปะทุขึ้นอีกครั้ง โดยมีการตอบโต้ทางการทูต การค้าระหว่างประเทศ และการใช้มาตรการที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งในวงกว้าง หากไม่มีการเจรจาหรือไกล่เกลี่ยอย่างเร่งด่วน

 

ภาพ: Reuters

อ้างอิง:

The post ปากีสถานระงับการออกวีซ่าให้ชาวอินเดีย ความสัมพันธ์ตึงเครียด appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ไม่หนักหนาอะไร” นายกฯ ตอบปมอเมริกาแบนวีซ่าเจ้าหน้าที่ไทย เหตุส่งอุยกูร์กลับจีน ส่ง กต. เร่งทำความเข้าใจ เชื่อชี้แจงได้ https://thestandard.co/pm-thailand-downplays-us-visa-ban-uyghur-issue/ Tue, 18 Mar 2025 03:39:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1053341 แบนวีซ่า

วันนี้ (18 มีนาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร นา […]

The post “ไม่หนักหนาอะไร” นายกฯ ตอบปมอเมริกาแบนวีซ่าเจ้าหน้าที่ไทย เหตุส่งอุยกูร์กลับจีน ส่ง กต. เร่งทำความเข้าใจ เชื่อชี้แจงได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แบนวีซ่า

วันนี้ (18 มีนาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศลงโทษด้วยมาตรการแบนวีซ่าต่อเจ้าหน้าที่ปัจจุบันและในอดีตของไทยที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม กับการบังคับเนรเทศชาวอุยกูร์ไปยังประเทศจีนว่ามีชื่อนายกรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ แพทองธารย้อนถามสื่อว่า “มีไหมคะ” ก่อนจะตอบว่า “ไม่มีนะคะ ยังไม่ทราบ”

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีต้องทำความเข้าใจกับสหรัฐฯ ด้วยหรือไม่ แพทองธารกล่าวว่า เป็นเรื่องของข้อมูล ต้องให้กระทรวงการต่างประเทศช่วยพูดคุย เราไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว ตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด 

 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มีการประเมินความเสียหายหรือไม่ แพทองธารกล่าวยืนยันว่าไม่ได้หนักหนาอะไร ต้องช่วยพูดคุยทำความเข้าใจกัน

The post “ไม่หนักหนาอะไร” นายกฯ ตอบปมอเมริกาแบนวีซ่าเจ้าหน้าที่ไทย เหตุส่งอุยกูร์กลับจีน ส่ง กต. เร่งทำความเข้าใจ เชื่อชี้แจงได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ จำกัดวีซ่าไทย ตอบโต้ส่งอุยกูร์กลับจีน กระทบการค้าไทยแค่ไหน? https://thestandard.co/us-visa-restrictions-thai/ Tue, 18 Mar 2025 02:58:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1053325 us-visa-restrictions-thai

พิชัยถกหอการค้า วางแนวทางกระตุ้นการลงทุน ผุดนโยบายสูตร […]

The post สหรัฐฯ จำกัดวีซ่าไทย ตอบโต้ส่งอุยกูร์กลับจีน กระทบการค้าไทยแค่ไหน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
us-visa-restrictions-thai

พิชัยถกหอการค้า วางแนวทางกระตุ้นการลงทุน ผุดนโยบายสูตร 80:20 กู้วิกฤตเศรษฐกิจ พร้อมเผย สหรัฐฯ ระงับวีซ่าไม่กระทบการค้าไทย ขณะที่หอการค้ามองบวก รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่หยิบยกประเด็นสิทธิมนุษยชนกรณีอุยกูร์มาเป็นข้ออ้างในการกีดกันการค้าการลงทุนกับไทย แต่ห่วงทรัมป์ 2.0 กระทบและคาดเดายาก ปัญหาหนี้ครัวเรือนยังเป็นกับดักร้ายฉุดเศรษฐกิจไทย

 

พิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลัง การประชุมหารือแนวทางการผลักดันการค้าการลงทุนของไทยปี 2568 ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย วันนี้ (17 มี.ค.) ว่า กรณีที่สหรัฐฯ ประกาศนโยบาย จำกัดวีซ่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลไทย เพื่อตอบโต้ การส่งอุยกูร์กลับจีนว่า ไม่ส่งผลกระทบต่อการค้า และการลงทุนระหว่างไทยกับสหรัฐ เชื่อว่ารัฐบาลไทยสามารถเจรจาได้

 

ขณะที่นโยบายการลงทุนที่วางไว้คือ นโยบาย 80:20 หมายความว่า 80% เน้นสนับสนุนภาคเอกชนและผู้ประกอบการให้เติบโต ส่วนอีก 20% เน้นการกำกับดูแล ตรวจสอบ เช่น เรื่องสินค้าด้อยคุณภาพ

 

ขณะเดียวกันประเมินว่าปีนี้ การส่งออก และการท่องเที่ยวจะเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เนื่องจากการส่งออกเติบโตได้ดี เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ขยายตัวสูงถึง 13.6% เดือนถัดไปจะขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง เพราะช่วงกลางปีนี้คาดว่าจะมีการส่งออกสินค้าแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ได้มากขึ้น หลังจากโรงงานในไทยเริ่มเดินเครื่องและผลิตเพื่อส่งออกได้

 

“เศรษฐกิจไทยเวลานี้ เราแย่มาสิบปี เราโตเฉลี่ย ปีละ 1.9% มาสิบปี เราโตต่ำแบบนี้ การจะแก้ ถือว่าไม่ง่าย และไม่เร็ว แต่ขอย้ำว่าทิศทางดีขึ้นมาก”

 

พิชัย

 

พิชัยย้ำว่า การส่งออกไทยปีนี้จะขยายตัวได้ถึง 4% ตามแนวทางของคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวก็ขยายตัวดี คาดการณ์ว่าปีนี้ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้นเป็น 39 ล้านคน

 

อย่างไรก็ตาม เห็นตรงกันว่าปัญหาเดียวที่ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีปัญหาแม้ว่าส่งออก และท่องเที่ยวจะดี คือ แก้ปัญหาหนี้โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนซึ่งมีสัดส่วนที่ถึง90% ของจีดีพีและปัญหาหนี้นอกระบบ เป็น10% ของ GDP

 

ดังนั้น ต้องการให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ด้วยการปรับลดดอกเบี้ยลง ซึ่งหากสามารถแก้ปัญหานี้ได้ เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยอาจจะโตได้ 5-6% “ พิชัย กล่าว

 

ส่วนด้านดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อปรับโครงสร้างการส่งออก ทั้ง AI Data Center และ PCB ซึ่งทยอยเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทยอย่างต่อเนื่อง และอุตสาหกรรมอาหาร ประเทศแถบตะวันออกกลางให้ความสนใจ จึงจะผลักดันการส่งออกสินค้าเกษตร ทั้งข้าว มันสำปะหลัง รวมทั้งพร้อมทลายทุนผูกขาดข้าว เปิดเสรีข้าว

 

ขณะเดียวกันจะเร่งเจรจา FTA ทั้ง ไทย-เกาหลีใต้, ไทย-ยูเออี, อาเซียน-แคนาดา เพื่อใช้ประโยชน์จากข้อตกลงทั้งหมดนี้ในการขยายตลาด ลดต้นทุน เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ และดึงดูดนักลงทุน

 

เอกชนวอนรัฐบาลเร่งแก้หนี้ครัวเรือน เจรจาจีนเปิดนำเข้าน้ำเชื่อม สกัดทุนจีนสวมสิทธิ์ทุเรียนไทย

 

ด้านสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วันนี้เศรษฐกิจไทยเดินต่อไปไม่ได้เพราะปัญหาหนี้ครัวเรือน และ เอสเอ็มอีเข้าไม่ถึงแหล่งทุน และประชาชนไม่มีกำลังซื้อ หากแก้หนี้ได้เศรษฐกิจจะไปต่อได้ เพราะการส่งออกและท่องเที่ยว ขยายตัวดีอยู่แล้ว

 

ทั้งนี้ ในระยะสั้นหอการค้าฯ ต้องการให้รัฐบาลเร่งเจรจาแก้ไขปัญหาจีนระงับการนำเข้าผลิตภัณฑ์น้ำเชื่อมจากไทย ปัญหาการนำเข้าทุเรียนไทยถูกสวมสิทธิ์ รวมทั้งเร่งสกัดสินค้าด้อยคุณภาพราคาถูกจากต่างประเทศที่เข้ามาตีตลาดไทย

 

ส่วนด้านการลงทุน ขอให้รัฐบาลโดย BOI เข้ามาช่วยเหลืออุตสาหกรรมในประเทศที่ต้องการขยายการลงทุน ด้วยการปรับปรุงเครื่องจักรใหม่ ให้สิทธิพิเศษยกเว้นภาษีเครื่องจักรและภาษีเงินได้นิติบุคคลกับภาคอุตสาหกรรมของไทยให้เหมือนกับที่ให้แก่นักลงทุนต่างชาติ

 

“สำหรับการยกเลิกวีซ่าของเจ้าหน้าที่รัฐ ในมุมมองของเอกชน คาดว่า ไม่น่าจะมีผลกระทบ แต่สิ่งที่ต้องติดตามคือนโยบาย ทรัมป์ 2.0 เพราะไม่สามารถคาดเดาได้ ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่”

 

ด้านชนินทร์ ชลิศราพงศ์ ประธานคณะกรรมการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ น่าจะไม่หยิบยกประเด็นเรื่อง สิทธิมนุษยชน มาเป็นข้ออ้างในการกีดกันการค้าการลงทุนกับไทย

 

“ไทยได้รับการยอมรับและรับรองจากหน่วยงานสหรัฐฯ มั่นใจว่ารัฐบาลสหรัฐฯจะไม่หยิบยกประเด็นเรื่อง สิทธิมนุษยชน กรณีอุยกรูขึ้นมาเป็นข้ออ้างในการกีดกันการค้าการลงทุนกับไทยแน่นอน” ชนินทร์ กล่าว

ภาพ: Fahroni / Getty Images

The post สหรัฐฯ จำกัดวีซ่าไทย ตอบโต้ส่งอุยกูร์กลับจีน กระทบการค้าไทยแค่ไหน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทักษิณเชื่อข้อมูลไม่อัปเดต หลังสหรัฐฯ จ่องดออกวีซ่าเจ้าหน้าที่ไทยเหตุส่งอุยกูร์กลับจีน ยืนยัน 11 ปี ไม่มีใครติดต่อขอรับตัว https://thestandard.co/thaksin-outdated-info-us-visa-restrictions-uyghurs/ Mon, 17 Mar 2025 07:53:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1053099 ทักษิณ วีซ่า

วันนี้ (17 มีนาคม) ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ส […]

The post ทักษิณเชื่อข้อมูลไม่อัปเดต หลังสหรัฐฯ จ่องดออกวีซ่าเจ้าหน้าที่ไทยเหตุส่งอุยกูร์กลับจีน ยืนยัน 11 ปี ไม่มีใครติดต่อขอรับตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทักษิณ วีซ่า

วันนี้ (17 มีนาคม) ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสหรัฐอเมริกาประกาศนโยบายข้อจำกัดเกี่ยวกับวีซ่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทย ตอบโต้ผู้เกี่ยวข้องส่งชาวอุยกูร์กลับจีนว่า เรื่องนี้เกิดจากสหรัฐฯ ไม่มีข้อมูลที่อัปเดต แต่ต้องยอมรับจุดยืนของสหรัฐฯ ในการรักษาสิทธิมนุษยชน วันนี้เราอธิบายให้เขาฟังเยอะแล้ว และคนเหล่านี้ถูกละเมิดสิทธิ์มากว่า 10 ปี แค่เข้ามาผิดกฎหมาย เราขังไว้ 11 ปี มันไม่ถูก และไม่มีใครอยากเห็นเขาถูกขังต่อ อีกทั้งยังไม่มีประเทศใดขอรับตัวไป

 

“แม้กระทั่งสหรัฐฯ และยุโรปก็ไม่ได้ขอตัว เมื่อไม่ขอรับเขาเราก็ต้องดูว่าประเทศต้นกำเนิดเขาคือจีน และเขามีบัตรประชาชนชัดเจน จีนก็รับรองว่าคนเหล่านี้กลับไปไม่ถูกดำเนินคดี เนื่องจากถูกลงโทษเยอะไปแล้วในช่วงเวลา 11 ปี เขาจึงควรได้กลับไปอยู่กับครอบครัว และกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร รวมถึงผู้ใหญ่มีการพบพูดคุยกัน เพื่อยืนยันความตั้งใจ”

 

ทักษิณยังบอกด้วยว่า จริงๆ หลักของสหประชาชาติ (UN) ต้องไม่ส่งกลับไปในที่ที่จะถูกทรมานหรือฆ่า ซึ่งตรงนี้มีการการันตีชัดเจนว่ากลับไปอยู่กับครอบครัวไม่ผิดกฎ UN และกฎหมายนานาชาติ รวมถึงไม่ผิดกฎหมายไทย แล้วทำไมจึงจะไม่ส่งเขากลับไปมีชีวิตที่ดีขึ้น ดีกว่าขังไว้ 11 ปี

 

ส่วนที่บอกว่าสหรัฐฯ ยังไม่มีข้อมูลที่ครบถ้วนนั้น ทักษิณกล่าวว่า “ผมเชื่อว่าเขาเข้าใจ แต่เขาก็ต้องทำหน้าที่ของเขา เราต้องเข้าใจการเมืองระหว่างประเทศ อย่าไปตกใจมาก บางทีพวกเราก็ไปมองทุกอย่างให้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่มีอะไรครับ”

 

พร้อมยืนยันว่าจะใช้ช่องทางทูตในการเจรจา แน่นอนเรามีการพูดคุยกัน ให้สังเกตดูสภายุโรปออกมาประณามเรา แต่ทางฝ่ายบริหารก็มีการเจรจา FTA ต่อไป เขาแยกส่วน

 

“การเมืองระหว่างประเทศบางทีในประเทศเราไม่เข้าใจ ไม่มีอะไรที่น่าตกใจ ถ้าผมไม่ตกใจ อย่าตกใจตามผม” ทักษิณกล่าว

 

ส่วนที่อาจมีการระงับวีซ่านายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีของไทย ทักษิณกล่าวว่า “ไม่เป็นไรหรอก Nothing is Permanent ไม่มีอะไรจีรังถาวร ถ้าไม่เข้าใจก็อธิบายให้เข้าใจ ถ้ายกเลิกก็ไม่มีอะไร” พร้อมกล่าวว่า ถ้าเรามั่นใจในสิ่งที่เราทำถูกต้องอย่าไปวิตก ทั้งนี้ การพูดคุยกับสหรัฐฯ มีหลายระดับ ซึ่งทุกฝ่ายทำหน้าที่อยู่แล้ว รวมถึงกระทรวงการต่างประเทศ ขออย่ากังวล เพราะบางครั้งมีโปรโตคอล (กระบวนการ) ว่าควรพูดแค่ไหน หรือไม่ควรพูดแค่ไหน เชื่อว่านายกรัฐมนตรีรู้วิธีแก้ปัญหา เพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปอยู่กับนายกรัฐมนตรีตลอด

 

สทร. คนที่ชอบก็แปลว่า ‘สุดที่รัก’

 

ทักษิณยังกล่าวถึงกรณีที่ข้อบังคับการประชุม ปิดให้นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี สามารถพาคนนอกเข้าไปชี้แจงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ว่า กลัวไม่เหมาะ ส่วนตัวไม่เดือดร้อน และคงไม่มีการตั้งวอร์รูมอะไร

 

ทั้งนี้ หากถูกอภิปรายพาดพิงถึงก็จะต้องดูเหตุการณ์ถ้าเล็กๆ น้อยๆ ก็อย่าไปคิดอะไรมากมาย ส่วนที่ประธานรัฐสภาอนุญาตให้ฝ่ายค้านใช้คำว่า สทร. แทนชื่อของทักษิณ ในความรู้สึกของคนไม่ชอบเขาก็เอาคำพูดที่ตนพูดไว้ว่า สทร. เสือกทุกเรื่อง แต่คนที่เขาชอบจะแปลว่าสุดที่รัก

The post ทักษิณเชื่อข้อมูลไม่อัปเดต หลังสหรัฐฯ จ่องดออกวีซ่าเจ้าหน้าที่ไทยเหตุส่งอุยกูร์กลับจีน ยืนยัน 11 ปี ไม่มีใครติดต่อขอรับตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ จำกัดวีซ่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทย เกี่ยวข้องส่ง 40 อุยกูร์กลับจีน https://thestandard.co/us-visa-restrictions-thai-officials-uyghur-deportation/ Sat, 15 Mar 2025 02:27:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1052396 จำกัดวีซ่า

วานนี้ (14 มีนาคม) มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงก […]

The post สหรัฐฯ จำกัดวีซ่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทย เกี่ยวข้องส่ง 40 อุยกูร์กลับจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
จำกัดวีซ่า

วานนี้ (14 มีนาคม) มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์ ประกาศนโยบายจำกัดวีซ่าสำหรับเจ้าหน้าที่หรืออดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลักดันชาวอุยกูร์ 40 คน กลับไปยังประเทศจีน เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

“วันนี้ ผมประกาศนโยบายข้อจำกัดเกี่ยวกับวีซ่าใหม่ ซึ่งจะมีผลกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบันหรือในอดีต ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบต่อ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลักดันชาวอุยกูร์หรือชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์หรือศาสนากลุ่มอื่นที่อาจไม่ได้รับความคุ้มครองกลับประเทศจีน เรามุ่งมั่นต่อสู้ความพยายามของจีนในการกดดันรัฐบาลต่างๆ ให้ผลักดันชาวอุยกูร์และกลุ่มอื่นๆ กลับประเทศจีน ทำให้พวกเขาต้องเผชิญกับการทรมานและการบังคับให้สูญหาย

 

“ผมปฏิบัติตามนโยบายนี้โดยทันทีด้วยการดำเนินขั้นตอนเพื่อกำหนดข้อจำกัดเกี่ยวกับวีซ่ากับเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบันและในอดีต ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบต่อ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลักดันชาวอุยกูร์ 40 คน ออกจากประเทศไทยในวันที่ 27 กุมภาพันธ์

 

“จากการที่จีนกระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติกับชาวอุยกูร์มาเป็นเวลานาน เราขอให้รัฐบาลทั่วโลกไม่ผลักดันชาวอุยกูร์และกลุ่มอื่นๆ กลับประเทศจีน”

 

ทั้งนี้ นโยบายข้อจำกัดเกี่ยวกับวีซ่าดังกล่าว เป็นไปตามมาตรา 212(a)(3)(C) แห่งรัฐบัญญัติตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติของสหรัฐฯ (Immigration and Nationality Act) และอนุญาตให้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ดำเนินการตามข้อจำกัดเกี่ยวกับวีซ่า กับเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบันหรือในอดีต ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบต่อ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลักดันชาวอุยกูร์หรือชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์หรือศาสนากลุ่มอื่นที่อาจไม่ได้รับความคุ้มครองกลับประเทศจีน สมาชิกครอบครัวบางคนของบุคคลดังกล่าวอาจอยู่ภายใต้ข้อจำกัดเหล่านี้ด้วยเช่นกัน

 

อ้างอิง:

The post สหรัฐฯ จำกัดวีซ่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทย เกี่ยวข้องส่ง 40 อุยกูร์กลับจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เกาหลีใต้ผวา วีซ่า E-9 ช่องทางสู่ ผีน้อย ผู้เชี่ยวชาญชี้ ต้องปฏิรูประบบแรงงาน | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-26102024/ Sat, 26 Oct 2024 02:33:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1000375

จำนวนแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่ถือวีซ่า E-9 ในเกาหลีใต้ […]

The post ชมคลิป: เกาหลีใต้ผวา วีซ่า E-9 ช่องทางสู่ ผีน้อย ผู้เชี่ยวชาญชี้ ต้องปฏิรูประบบแรงงาน | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

จำนวนแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่ถือวีซ่า E-9 ในเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้รัฐบาลจะพยายามเนรเทศแรงงานเหล่านี้ออกนอกประเทศ แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ติดตามได้ในไฮไลต์นี้

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: เกาหลีใต้ผวา วีซ่า E-9 ช่องทางสู่ ผีน้อย ผู้เชี่ยวชาญชี้ ต้องปฏิรูประบบแรงงาน | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยประกาศใช้ 4 มาตรการวีซ่าใหม่ ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ https://thestandard.co/thailand-new-visa-measures-info/ Tue, 16 Jul 2024 13:00:55 +0000 https://thestandard.co/?p=958797

กระทรวงการต่างประเทศประกาศบังคับใช้ มาตรการวีซ่าใหม่ 4 […]

The post ไทยประกาศใช้ 4 มาตรการวีซ่าใหม่ ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>

กระทรวงการต่างประเทศประกาศบังคับใช้ มาตรการวีซ่าใหม่ 4 ฉบับ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม ได้แก่

 

 

  1. ฟรีวีซ่าสำหรับ 93 ประเทศ
  • พำนักในไทยได้ไม่เกิน 60 วัน
  • เพื่อการท่องเที่ยว ติดต่อธุรกิจและทำงานระยะสั้น

 

  1. Non-ED Plus Visa
  • ออกให้นักศึกษาต่างชาติที่ศึกษาอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาในไทย ไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี
  • ระหว่างศึกษาอยู่ได้รับยกเว้นการขออนุญาตกลับเข้ามาในราชอาณาจักร (Re-Entry Permits)
  • การขยายระยะเวลาพำนักในไทย สถาบันอุดมศึกษาต้นสังกัดเป็นผู้ยื่นคำขอแทนนักศึกษา
  • อนุญาตให้ขยายระยะเวลาพำนักในไทยได้อีก 1 ปี หลังสำเร็จการศึกษา
  • เปลี่ยนประเภทวีซ่าเพื่อทำงานในไทยได้โดยไม่ต้องเดินทางกลับออกไปนอกประเทศ

 

  1. Visa on Arrival
  • นักท่องเที่ยวจาก 31 ประเทศและเขตแดน ยื่นขอ Visa on Arrival ได้ที่จุดตรวจคนเข้าเมือง
  • ค่าธรรมเนียม 2,000 บาท
  • พำนักไม่เกิน 15 วัน

 

  1. Destination Thailand Visa (DTV)
  • อนุญาตให้ชาวต่างชาติพำนักในไทยเพื่อทำงานและท่องเที่ยวไปพร้อมกัน (Workcation)
  • พำนักในไทยได้ครั้งละไม่เกิน 180 วัน
  • ใช้เข้าออกไทยได้หลายครั้ง ภายใน 5 ปี

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

อ้างอิง:

The post ไทยประกาศใช้ 4 มาตรการวีซ่าใหม่ ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มหาดไทยเตรียมประกาศฟรีวีซ่า 60 วันให้ 93 ประเทศ เริ่ม 15 ก.ค. นี้ หวังดึงดูดนักท่องเที่ยว พร้อมยืดหยุ่นวีซ่าเรียน-ทำงานของต่างชาติ https://thestandard.co/thailand-60-day-free-visa/ Fri, 12 Jul 2024 06:27:33 +0000 https://thestandard.co/?p=956835

วันนี้ (12 กรกฎาคม) ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรัฐมนตรี […]

The post มหาดไทยเตรียมประกาศฟรีวีซ่า 60 วันให้ 93 ประเทศ เริ่ม 15 ก.ค. นี้ หวังดึงดูดนักท่องเที่ยว พร้อมยืดหยุ่นวีซ่าเรียน-ทำงานของต่างชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (12 กรกฎาคม) ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และโฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ซึ่งต้องดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทาง (Ease of Traveling)

 

กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการออกประกาศกระทรวงมหาดไทย 4 ฉบับ เพื่อปรับปรุงมาตรการการตรวจลงตราให้เป็นปัจจุบัน สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ทั่วโลกมุ่งแข่งขันดึงดูดนักท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ

 

ไตรศุลีกล่าวว่า อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้พิจารณาและลงนามประกาศทั้ง 4 ฉบับแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนนำเสนอให้นายกฯ ลงนาม จากนั้นจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาและทุกฉบับมีผลบังคับพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป

 

ประกาศกระทรวงมหาดไทยทั้ง 4 ฉบับ มีดังนี้

 

  1. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดรายชื่อประเทศและดินแดนที่ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยว ทำงาน หรือการติดต่อธุรกิจระยะสั้น ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราและให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ไม่เกิน 60 วัน เป็นกรณีพิเศษ มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดรายชื่อประเทศและดินแดนที่ได้รับสิทธิยกเว้นการตรวจลงตรา (ยกเว้นวีซ่า หรือ ฟรีวีซ่า) สามารถพำนักในประเทศไทยได้ไม่เกิน 60 วัน (ผ.60) เพื่อการท่องเที่ยว ทำงาน หรือการติดต่อธุรกิจระยะสั้น จำนวน 93 ประเทศและดินแดน เพิ่มเติมจากเดิม 57 ประเทศและดินแดน

 

  1. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดรายชื่อประเทศที่ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวจะขอรับการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง มีสาระสำคัญเป็นการปรับปรุงรายชื่อประเทศที่ได้รับสิทธิตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival: VOA) เป็น 31 ประเทศและดินแดน เพิ่มเติมจากเดิม 19 ประเทศและดินแดน

 

  1. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเพื่อท่องเที่ยวและทำงานทางไกล เป็นกรณีพิเศษ มีสาระสำคัญเป็นการเพิ่มการตรวจลงตราประเภทใหม่ Destination Thailand Visa (DTV) สำหรับชาวต่างชาติที่ประสงค์จะพำนักในประเทศไทยเพื่อทำงานและท่องเที่ยวไปพร้อมกัน (Workcation) ได้แก่ กลุ่มที่มีทักษะสูง กลุ่มอาชีพอิสระ กลุ่มทำงานระยะไกล หรือกลุ่มที่ประสงค์มาพำนักเพื่อเรียนมวยไทยและศิลปะป้องกันตัว การเรียนทำอาหาร การเรียนและฝึกซ้อมกีฬา การรักษาพยาบาล การอบรม การสัมมนา การจัดแสดงศิลปะและดนตรี โดยเมื่อได้รับการตรวจลงตราประเภท DTV แล้ว จะสามารถพำนักในประเทศไทยได้ครั้งละไม่เกิน 180 วัน อายุการตรวจลงตรา 5 ปี

 

  1. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเพื่อศึกษาและทำงาน เป็นกรณีพิเศษ มีสาระสำคัญเป็นการปรับปรุงสิทธิสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่เข้ามาเรียนระดับปริญญาตรีขึ้นไปที่ได้รับการตรวจลงตรา Non-Immigrant Visa รหัส ED เพื่อดึงดูดผู้ที่มีศักยภาพและทักษะเข้าสู่ตลาดแรงงานของประเทศ โดยขยายเวลาพำนักในประเทศไทยหลังสำเร็จการศึกษา 1 ปี เพื่อหางาน เดินทางท่องเที่ยว หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ในประเทศไทยได้

The post มหาดไทยเตรียมประกาศฟรีวีซ่า 60 วันให้ 93 ประเทศ เริ่ม 15 ก.ค. นี้ หวังดึงดูดนักท่องเที่ยว พร้อมยืดหยุ่นวีซ่าเรียน-ทำงานของต่างชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ออสเตรเลียเพิ่มอัตราเงินในบัญชีขั้นต่ำ สำหรับนักเรียนต่างชาติที่จะขอวีซ่า https://thestandard.co/australia-increases-minimum-account-balance/ Wed, 08 May 2024 08:33:28 +0000 https://thestandard.co/?p=931169

ทางการออสเตรเลียประกาศเพิ่มอัตราเงินเก็บในบัญชี สำหรับน […]

The post ออสเตรเลียเพิ่มอัตราเงินในบัญชีขั้นต่ำ สำหรับนักเรียนต่างชาติที่จะขอวีซ่า appeared first on THE STANDARD.

]]>

ทางการออสเตรเลียประกาศเพิ่มอัตราเงินเก็บในบัญชี สำหรับนักเรียนและนักศึกษาต่างชาติที่ต้องใช้ประกอบการยื่นขอวีซ่า พร้อมทั้งเตือนไปยังมหาวิทยาลัยหลายแห่งเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการรับนักศึกษา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามควบคุมการอพยพและย้ายถิ่นฐาน

 

ประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคมนี้ โดยผู้ที่จะขอวีซ่านักเรียนจะต้องแสดงหลักฐานการเงินในบัญชีขั้นต่ำอย่างน้อย 29,710 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 720,000 บาท

 

โดยการปรับเพิ่มอัตราเงินเก็บในบัญชีครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 7 เดือน หลังเพิ่มขึ้นครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว จาก 21,041 ดอลลาร์ออสเตรเลีย เป็น 24,505 ดอลลาร์ออสเตรเลีย

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังรัฐบาลออสเตรเลียมีการบังคับใช้มาตรการต่างๆ มากมายในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการออกวีซ่านักเรียน หลังการยกเลิกมาตรการจำกัดการเดินทางเพื่อป้องกันโควิด-19 ในปี 2022 ส่งผลให้มีผู้อพยพย้ายถิ่นฐานหลั่งไหลเข้ามาออสเตรเลียจำนวนมาก จนทำให้เกิดแรงกดดันต่อตลาดห้องเช่าที่แทบไม่เพียงพอรองรับชาวต่างชาติ

 

ด้าน แคลร์ โอนีล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของออสเตรเลีย ระบุว่า ได้ส่งจดหมายเตือนไปยังผู้ให้บริการด้านการศึกษา 34 ราย เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการรับนักศึกษาที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งอาจได้รับโทษจำคุกสูงสุดถึง 2 ปี และห้ามรับนักศึกษาใหม่หากพบว่ามีความผิด

 

“ผู้ให้บริการที่หลบเลี่ยงจะไม่มีที่ยืนในภาคการศึกษาระหว่างประเทศของเรา การดำเนินมาตรการเหล่านี้จะช่วยกำจัดกลุ่มที่ต้องการแสวงหาผลประโยชน์จากผู้คนและทำลายชื่อเสียงของภาคการศึกษาของเรา”

 

นักศึกษาต่างชาติเพิ่ม ราคาที่พักพุ่ง

 

สำหรับการรับนักศึกษาต่างชาติถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมการส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย โดยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจในปี 2022/23 สูงถึง 36,400 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 1.33 ล้านล้านบาท

 

แต่การย้ายถิ่นฐานซึ่งส่วนใหญ่ขับเคลื่อนโดยนักศึกษาต่างชาติ ทำให้รัฐบาลออสเตรเลียตกอยู่ภายใต้แรงกดดันเนื่องจากราคาค่าเช่าที่พักพุ่งสูงขึ้นทั่วประเทศ

 

โดยจำนวนผู้อพยพสุทธิจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2023 เพิ่มขึ้นกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ หรือมากถึง 548,800 คน

 

อ้างอิง:

The post ออสเตรเลียเพิ่มอัตราเงินในบัญชีขั้นต่ำ สำหรับนักเรียนต่างชาติที่จะขอวีซ่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
เตรียมลงนามยกเว้นหนังสือเดินทาง ไทย-คาซัคสถาน 23 เม.ย. นี้ พำนักชั่วคราวได้ไม่เกิน 30 วัน https://thestandard.co/passport-exemption-thai-kazakhstan/ Fri, 19 Apr 2024 00:47:08 +0000 https://thestandard.co/?p=924339

วานนี้ (18 เมษายน) ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนต […]

The post เตรียมลงนามยกเว้นหนังสือเดินทาง ไทย-คาซัคสถาน 23 เม.ย. นี้ พำนักชั่วคราวได้ไม่เกิน 30 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (18 เมษายน) ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบการจัดทำความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน ว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ

 

ชัยกล่าวว่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคาซัคสถาน มีกำหนดจะเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 21-24 เมษายน 2567 โดยทั้งสองประเทศเห็นชอบที่จะจัดให้มีการลงนามความตกลงฯ ในวันที่ 23 เมษายน 2567 เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของทั้งสองฝ่าย

 

โดยสาระสำคัญของร่างความตกลงฯ เป็นการระบุรายละเอียดและเงื่อนไขของการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาระหว่างไทยและคาซัคสถาน สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

 

ข้อตกลง:

 

ผู้ถือหนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานได้ไม่ต่ำกว่า 6 เดือนนับจากวันที่เดินทางเข้าของรัฐภาคี (ไทยและคาซัคสถาน) จะได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับการเดินทางเข้า เดินทางออก เดินทางผ่าน และพำนักอยู่ชั่วคราวในดินแดนของรัฐภาคีอีกฝ่ายหนึ่งเป็นระยะเวลาไม่เกิน 30 วันนับจากวันที่เดินทางเข้า 

 

โดยระยะเวลาพำนักสะสมรวมกันจะต้องไม่เกิน 90 วันภายในแต่ละช่วงเวลา 180 วัน และในกรณีที่มีความประสงค์จะพำนักเกินกว่า 30 วัน จะต้องได้รับการตรวจลงตราตามที่กำหนดไว้ตามกฎหมายและข้อบังคับของรัฐภาคีนั้นๆ

 

ผลบังคับใช้: 

 

ความตกลงฉบับนี้มีผลบังคับใช้โดยไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด และจะมีผลบังคับใช้ใน 30 วันหลังจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งสุดท้าย ผ่านช่องทางการทูตว่าได้ดำเนินกระบวนการทางกฎหมายภายในที่จำเป็นต่อการบังคับความตกลงฉบับนี้เสร็จสมบูรณ์แล้ว 

 

ชัยกล่าวอีกว่า การจัดทำความตกลงฯ จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของทั้งสองฝ่าย ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ในระดับประชาชน และเสริมสร้างศักยภาพและรายได้ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยในภาพรวม รวมถึงเป็นการช่วยยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในด้านอื่นๆ เช่น การเมือง เศรษฐกิจ วิชาการ และวัฒนธรรม

The post เตรียมลงนามยกเว้นหนังสือเดินทาง ไทย-คาซัคสถาน 23 เม.ย. นี้ พำนักชั่วคราวได้ไม่เกิน 30 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เศรษฐาพยายามผลักดันแนวคิด ‘วีซ่า 6 ประเทศอาเซียน’ เหมือนเชงเก้นในยุโรป เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก https://thestandard.co/srettha-6-asean-countries-visa/ Sun, 07 Apr 2024 07:25:10 +0000 https://thestandard.co/?p=920473 วีซ่า

ประเทศไทยกำลังริเริ่มผลักดันโครงการวีซ่าร่วมกับประเทศต่ […]

The post เศรษฐาพยายามผลักดันแนวคิด ‘วีซ่า 6 ประเทศอาเซียน’ เหมือนเชงเก้นในยุโรป เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
วีซ่า

ประเทศไทยกำลังริเริ่มผลักดันโครงการวีซ่าร่วมกับประเทศต่างๆ ขณะที่ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กำลังเร่งดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างแดน

 

เศรษฐาได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะยกระดับสถานะของไทยให้เป็นศูนย์กลางทางการท่องเที่ยวผ่านธุรกิจการบินและโลจิสติกส์ โดยได้หารือเกี่ยวกับแนวคิดวีซ่าประเภทเชงเก้น (Schengen) กับผู้นำกัมพูชา, สปป.ลาว, มาเลเซีย, เมียนมา และเวียดนาม ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งวีซ่าดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้มั่นใจว่านักท่องเที่ยวจะสามารถเดินทางได้อย่างราบรื่นไร้รอยต่อระหว่าง 6 ประเทศเพื่อนบ้าน

 

ผู้นำส่วนใหญ่ตอบรับแนวคิดวีซ่าร่วม ทำให้ประเทศไทยซึ่งพึ่งพาการท่องเที่ยวเล็งเห็นช่องทางที่จะสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงเป็นการช่วยประคองเศรษฐกิจของประเทศในช่วงที่ต้องเผชิญกับแรงกดดัน เช่น การส่งออกที่ซบเซา และความต้องการทั่วโลกที่อ่อนตัวลงซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมการผลิต

 

ข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่า ทั้ง 6 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมกัน 70 ล้านคนในปี 2023 โดยไทยและมาเลเซียมีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนดังกล่าว และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 48,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.67 ล้านล้านบาท)

 

วีซ่าร่วมถือเป็นโครงการที่ทะเยอทะยานที่สุดในบรรดาโครงการด้านการท่องเที่ยวของเศรษฐาและมีเป้าหมายระยะยาว โดยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวรับใช้ประเทศเป็นอย่างดี คิดเป็นประมาณ 20% ของการจ้างงานทั้งหมด และมีสัดส่วนประมาณ 12% ของเศรษฐกิจมูลค่า 5 แสนล้านดอลลาร์ (ประมาณ 17.4 ล้านล้านบาท) หากไม่นับช่วงปีที่มีการระบาดใหญ่ของโควิด การท่องเที่ยวจะยังคงเฟื่องฟูและเป็นหนึ่งในแรงหนุนทางเศรษฐกิจเมื่อภาคการผลิตและการส่งออกซึ่งเป็นพื้นฐานดั้งเดิมของเศรษฐกิจตกต่ำ

 

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็มีท่าทีที่มองโลกในแง่ดี โดย มาริสา สุโกศล หนุนภักดี อดีตประธานสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า “วีซ่าร่วมสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มาจากแดนไกลได้ ทำให้พวกเขาตัดสินใจได้ง่ายขึ้น” เธอบอกว่าจะต้องขยายระยะเวลาที่วีซ่ามีผลบังคับใช้ให้ถึง 90 วัน จากระยะเวลาปกติที่ 30 วัน เพื่อดึงดูดใจ

 

รัฐบาลของเศรษฐาตั้งเป้าหมายจะดึงดูดนักท่องเที่ยว 80 ล้านคน ภายในปี 2027 โดยนับตั้งแต่เข้ามามีอำนาจ รัฐบาลของเขาได้ลงนามข้อตกลงยกเว้นวีซ่าตอบแทนกันกับจีน ซึ่งเป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของไทย รวมถึงการยกเว้นวีซ่าชั่วคราวสำหรับนักท่องเที่ยวจากอินเดีย, ไต้หวัน และคาซัคสถาน นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดคาสิโนภายในสถานบันเทิงขนาดใหญ่ และการท่องเที่ยวเชิงอีเวนต์ เพื่อช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศมากขึ้น

 

บิล บาร์เนตต์ กรรมการผู้จัดการของบริษัทที่ปรึกษาด้านโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ C9 Hotelworks มองว่าหากทำอย่างถูกต้อง ผลประโยชน์ของการเดินทางแบบไม่ต้องใช้วีซ่าจะไม่ได้จำกัดอยู่ที่การท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว เพราะความง่ายดายในการเดินทางจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อนักธุรกิจและการค้าขาย

 

อย่างไรก็ตาม วีซ่าแบบเชงเก้นซึ่งอนุญาตให้เดินทางได้อย่างอิสระในเขตเชงเก้นภายในยุโรปอาจเป็นงานหิน เนื่องจากประวัติที่ย่ำแย่ของอาเซียนในการเร่งดำเนินโครงสร้างนโยบายพหุภาคี และจุดยืนของกลุ่มที่ถูกมองว่าเป็นแค่เวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

 

“การทำความตกลงทวิภาคีระหว่างประเทศดูเหมือนจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดโดยที่รัฐบาลเป็นผู้นำในเรื่องนี้ ซึ่งจะมีความหมายมาก เพราะพวกเขามองออกไปข้างนอกไม่ใช่ข้างใน” บาร์เนตต์กล่าว

 

ศ.ดร.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัญหาของการทำวีซ่าร่วมคือการอนุมัติต้องประสานกัน และมีมาตรฐานเกณฑ์การตรวจคนเข้าเมืองร่วมกันในหมู่ประเทศสมาชิกเหมือนกับสหภาพยุโรป ทว่าอาเซียนกลับเป็นองค์กรที่แตกแยกและมีสถิติด้านการตรวจคนเข้าเมืองที่ไม่ดีนัก

 

ศ.ดร.ฐิตินันท์ ยังให้ความเห็นว่า เศรษฐาเป็นคนที่ยังใหม่ทางการเมือง และอาจจะไม่มีอิทธิพลมากพอที่จะทำให้ข้อเสนอเกี่ยวกับวีซ่าผ่านไปได้

 

“สารพัดสิ่งที่เขาพยายามทำอยู่นั้นเปรียบเสมือนเก็บผลไม้สุกที่หล่นจากต้นหรือเก็บผลไม้ที่ตกอยู่บนดิน” ศ.ดร.ฐิตินันท์ กล่าว “บางครั้งผลไม้ที่ตกลงบนดินมันก็เน่าเสียแล้ว”

 

ภาพ: Anusak Laowilas / NurPhoto via Getty Images

อ้างอิง:

The post เศรษฐาพยายามผลักดันแนวคิด ‘วีซ่า 6 ประเทศอาเซียน’ เหมือนเชงเก้นในยุโรป เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>