ยังคงเป็นที่ถกเถียงถึงประเด็นที่รัฐบาลเตรียมจัดเก็บภาษี […]
The post “ไม่ต้องไปผลิตแข่งกับจีน เราสู้ต้นทุนเขาไม่ได้แล้ว” ไทยต้องปรับจากคู่แข่งให้เป็นคู่ค้า…มองผ่านเลนส์ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ยังคงเป็นที่ถกเถียงถึงประเด็นที่รัฐบาลเตรียมจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในอัตรา 7% จากการนำเข้าสินค้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท ใครจะได้หรือเสียประโยชน์อย่างไร ในระยะยาวมาตรการนี้จะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน THE STANDARD WEALTH ชวนวิเคราะห์ผ่านมุมมอง ณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน ว่าผลกระทบเชิงบวกและลบต่อปรากฏการณ์นี้เป็นอย่างไร พร้อมฉายภาพการค้า-การลงทุนระหว่างไทยและจีน

ณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน
หากมองถึงสาเหตุหลักๆ ที่ต้องรับมือกับสินค้าจีนทะลักเข้ามาไทยทำให้เสียดุลการค้ามากขึ้นในระยะหลัง ต้องบอกว่าเนื่องจากเศรษฐกิจจีนในปี 2567 ยังคงมีแนวโน้ม ‘โต แต่โตช้าลง’ อย่างที่ทราบกันดีว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ กำลังซื้อภายในยังไม่ฟื้นตัว อีกทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) การผลิตเพื่อส่งออกไปยังสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกายังมีปัญหา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
“ส่งผลให้สินค้าที่จีนผลิตเกิดโอเวอร์ซัพพลาย อาจจะต้องหาตลาดระบายสินค้า จึงมายังประเทศอาเซียน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะไทยที่เจอสถานการณ์เช่นนี้ ยังมีทั้งเวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ก็เจอไม่ต่างกัน”
จีนกว้างใหญ่มาก มีประชากร 1.4 พันล้านคน ใหญ่กว่าไทยหลายเท่า มณฑลต่างๆ ในจีนเทียบกับไทยได้ 20 ประเทศ หากไทยสามารถตีตลาดได้เพิ่มขึ้นเพียง 1-2% ก็ถือว่าเก่งแล้ว
“ผมมองว่าหากไทยและจีนมีการค้า การลงทุน สานสัมพันธ์การค้าระยะยาว เชื่อว่าไทยจะสามารถผลักดันการส่งออกได้มากขึ้น”
เพราะท้ายที่สุดแล้ว เมื่อยุคเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป ไทยอาจจะต้องปรับแผนการผลิตจากเดิมที่เป็นผู้ผลิตเพื่อการส่งออก ต้องหันมาปรับลดการผลิตและเปลี่ยนมาเป็นผู้นำเข้า
“เราไม่ต้องไปผลิตสินค้าแข่งกับจีนแล้ว เพราะเราสู้ต้นทุนของจีนไม่ได้แล้วด้วยหลายๆ ปัจจัย เนื่องจากมาตรการอุดหนุนของทางภาครัฐบาลจีน อีกทั้งปริมาณการผลิตที่มีมาก ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำกว่า ดังนั้นวันนี้อาจจะต้องปรับกลยุทธ์ไปในรูปแบบจากคู่แข่งเป็นคู่ค้า”
ขณะเดียวกันภาคอุตสาหกรรมไทยต้องปรับโครงสร้างโดยการลดการผลิตลง และควรจะดึงผู้ผลิตจากจีนมาเป็นพันธมิตรเพื่อผลิตแล้วลงทุน เชื่อว่าเราจะมีรายได้จากค่าที่ดิน การจ้างงาน และรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี
หากมองอีกแง่ก็จะสร้างรายได้ร่วมกัน และจะส่งผลให้ไทยทำกำไรกลับมาให้ประเทศ
“ไทยขาดดุลการค้าจีนถึง 1.3 ล้านล้านบาทในปีที่ผ่านมา ประเด็นนี้ทั้งหอการค้าไทย-จีน, สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการหารือกันมาโดยตลอด แต่การนำเข้าไม่ได้กระทบสินค้าทุกตัว ซึ่งหากเจาะลึกลงไปจริงๆ มีบางธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าปิโตรเคมีก็ได้ประโยชน์”

สำหรับมูลค่าการค้าระหว่างไทยและจีนในช่วง 2 เดือนแรกปีนี้ (มกราคม-กุมภาพันธ์ 2567) พบว่าขยายตัว 7.15% หรือประมาณ 6.2 แสนล้านบาท แบ่งเป็นการส่งออก 2.9 แสนล้านบาท หดตัว 2.01% ขณะที่การนำเข้า 4.59 แสนล้านบาท ขยายตัว 10.90% ทำให้ไทยยังคงขาดดุลการค้ากับจีน 2.9 แสนล้านบาท
“อย่างไรก็ตาม ไทยและจีนมีกรอบข้อตกลง RCEP และอาเซียน-จีน และจีนยังให้สิทธิประโยชน์ในการลดต้นทุนขนส่งสินค้าผ่านรถไฟจีน-สปป.ลาว-ไทย ถือเป็นโอกาสในการขยายตลาดส่งออกไปยังจีนโดยผ่านเส้นทางรถไฟสายนี้ได้ด้วย”
ส่วนมาตรการที่รัฐบาลจะมีการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT 7% ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือนพฤษภาคมนี้ มองว่าเป็นอัตราที่ ‘สมเหตุสมผล’ ไม่ส่งผลกระทบต่อการค้า e-Commerce ข้ามพรมแดน สินค้าจากจีนถือว่าเป็นสินค้าที่มีราคาถูก
“ผมว่าการเรียกเก็บภาษีนี้ถือว่าสมน้ำสมเนื้อ ซึ่งแต่เดิมทีสินค้าจีนได้เปรียบ โดยเฉพาะสินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาทที่นำเข้ามาโดยไม่เสียภาษี ซึ่งการขึ้น VAT 7% จึงไม่กระทบ เพราะเราคุ้นเคยกับสินค้าจีน โดยเฉพาะสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ว่าง่ายๆ คือสินค้าราคา 100 บาทก็จะเพิ่มขึ้น 7 บาท ซึ่งก็ถือว่าไม่มากและถือว่าแฟร์ๆ”
ณรงค์ศักดิ์กล่าวอีกว่า นักธุรกิจจีนในไทยเชื่อมั่นว่าครึ่งหลังปี 2567 จะดีกว่าครึ่งแรกของปี และมีโอกาสที่เศรษฐกิจไทยหรือ GDP จะโตได้ถึง 3% จากแรงหนุนหลักๆ ปีนี้จะมาจากรายได้ของการท่องเที่ยว การส่งออกสินค้า และอานิสงส์สินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูงขึ้นจากผลผลิตที่ลดลงจากปัจจัยภัยแล้ง
ส่วนภาคการลงทุน ทราบว่านักลงทุนจีน โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เข้ามาทำตลาดแล้วหลายค่าย และเข้ามาตั้งโรงงานแล้วในปีนี้ รวมถึงการลงทุนด้านอิเล็กทรอนิกส์ พลังงานหมุนเวียน และธุรกิจยา จะหลั่งไหลเข้ามาตั้งฐานผลิตในไทยมากขึ้น
“นักลงทุนจีนในไทยเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและการลงทุนในไทย มีมุมมองดีขึ้นและสูงขึ้นในครึ่งปีหลัง สะท้อนถึงความมั่นใจต่อการลงทุนในไทย ซึ่งไม่ใช่แค่นักลงทุนจีน แต่กำลังเห็นการเข้ามาของทุนสหรัฐฯ ยุโรป พร้อมขยายการค้าและลงทุนในอาเซียนอย่างมาก”
ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา นโยบายฟรีวีซ่าทำให้ไทยได้รับอานิสงส์มาก เพราะหากเปรียบเทียบกันแล้ว นักท่องเที่ยวจากไทยเดินทางไปจีนน้อยกว่านักท่องเที่ยวจากจีนเดินทางมาไทย เบื้องต้นประเมินว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวจีน 8-10 ล้านคน เดินทางมาเที่ยวไทย ดังนั้นรายได้ภาพรวมการท่องเที่ยวของไทยจะเป็นไปตามเป้า 30 ล้านคน ซึ่งนับว่าเป็นอัตราที่สูงเกือบเทียบเท่าช่วงก่อนเกิดวิกฤตโรคโควิด

อานิสงส์ที่ตามมานอกจากรายได้ ยังทำให้สายการบินมีการแข่งขันและมีจำนวนเที่ยวบินเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ราคาค่าตั๋วลดลงอีกด้วย
“ตอนนี้แทบไม่มีทัวร์ศูนย์เหรียญแล้ว ยุคสมัยเปลี่ยน นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาในไทยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จะเป็นกรุ๊ปทัวร์ขนาดใหญ่ จากพักโรงแรม 3 ดาว ก็เปลี่ยนมาเป็นการท่องเที่ยวด้วยตัวเองและใช้เงินต่อหัวจำนวนมากขึ้น และใช้บริการโรงแรม 5 ดาว ซึ่งปัจจัยนี้เป็นผลมาจากการที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงเดินทางมาเยือนไทย จึงทำให้คนจีนตามรอยพักที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ และโฟร์ซีซั่นส์”
ต่อคำถามที่ว่า มองการทำงานของรัฐบาลในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาอย่างไรนั้น ถือว่ารัฐบาลมาถูกทาง และหอการค้าไทย-จีน หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์บ่อยครั้ง เพื่อร่วมกันผลักดันแนวทางการแก้ไขปัญหาการค้าไทยและจีน
อย่างไรก็ตาม หากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ทบทวนปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงได้ก็เป็นสิ่งที่ดี รวมถึงต้องเปิดทางให้ธุรกิจรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินกู้ให้มากขึ้น ซึ่งอาจจะสำคัญกว่าการลดดอกเบี้ย
“โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ที่วันนี้เข้าถึงแหล่งเงินกู้ต่ำมาก” ณรงค์ศักดิ์กล่าวทิ้งท้าย
The post “ไม่ต้องไปผลิตแข่งกับจีน เราสู้ต้นทุนเขาไม่ได้แล้ว” ไทยต้องปรับจากคู่แข่งให้เป็นคู่ค้า…มองผ่านเลนส์ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี […]
The post ลงนามความตกลงไทย-จีน ยกเว้นตรวจลงตราซึ่งกันและกัน ไม่ต้องขอวีซ่า พำนักได้สูงสุดไม่เกิน 30 วัน มีผลวันที่ 1 มีนาคม 2567 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ (28 มกราคม) รัฐบาลไทยโดย ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ หวังอี้ สมาชิกกรมการเมือง, ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศประจำพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ร่วมลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราซึ่งกันและกันสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาและหนังสือเดินทางกึ่งราชการ ณ ห้องนราธิป กระทรวงการต่างประเทศ โดยความตกลงฉบับนี้จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567
โดยจะยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของไทยและผู้ถือหนังสือเดินทางกึ่งราชการและหนังสือเดินทางธรรมดาของจีน ในการเดินทางเข้า ออก หรือผ่านแดน ของทั้งสองฝ่าย ซึ่งมีระยะเวลาพำนักแต่ละครั้งไม่เกิน 30 วัน และเมื่อรวมการเดินทางหลายๆ ครั้งภายในห้วงเวลา 180 วัน ระยะเวลาในการพำนักรวมกันต้องไม่เกิน 90 วัน ยกเว้นกรณีการพำนักถาวร การทำงาน การศึกษา กิจกรรมด้านสื่อ หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่จำเป็นต้องได้รับการอนุญาตล่วงหน้าจากหน่วยงานที่รับผิดชอบของอีกฝ่ายหนึ่ง
ทั้งนี้ ความตกลงนี้เป็นผลมาจากการที่ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ไปเยือนจีนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16-19 ตุลาคม 2566 และได้หารือกับ สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยขอให้ทั้งสองฝ่ายมีการจัดทำความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาซึ่งกันและกัน
โดยหวังอี้มีกำหนดเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีวันจันทร์ที่ 29 มกราคม 2567 ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 26-29 มกราคม 2567 อีกด้วย

The post ลงนามความตกลงไทย-จีน ยกเว้นตรวจลงตราซึ่งกันและกัน ไม่ต้องขอวีซ่า พำนักได้สูงสุดไม่เกิน 30 วัน มีผลวันที่ 1 มีนาคม 2567 appeared first on THE STANDARD.
]]>
เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีไทย เผยถึงข่าวดีว่า ทางการไทย […]
The post ไทย-จีน ฟรีวีซ่า ประโยชน์และความท้าทาย appeared first on THE STANDARD.
]]>
เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีไทย เผยถึงข่าวดีว่า ทางการไทยและจีนบรรลุข้อตกลงที่จะผลักดัน ‘ฟรีวีซ่าถาวร’ ให้แก่กัน โดยผู้นำไทยเผยว่า จะเริ่มใช้แนวทางดังกล่าวในวันที่ 1 มีนาคม 2024 หลังระยะเวลาที่ไทยประกาศให้ ‘ฟรีวีซ่าชั่วคราว’ แก่นักท่องเที่ยวจีนตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายน 2023 จะสิ้นสุดลงในวันที่ 29 กุมภาพันธ์นี้
โดยนายกฯ ไทยได้เน้นย้ำว่า แนวทางนี้จะช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในไทย และช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศในแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ขณะที่หวังเหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ก็ระบุว่า การที่จีนและไทยจะเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างประชาชนผ่านการดำเนินนโยบายฟรีวีซ่านั้นสอดคล้องกับผลประโยชน์พื้นฐานของประชาชนทั้งสองประเทศ
ในปี 2023 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาประเทศไทยกว่า 28 ล้านคน และสร้างรายได้ให้กับประเทศราว 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.2 ล้านล้านบาท) โดยในแง่ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทยในปีที่ผ่านมาถือว่าเกินเป้าเล็กน้อย ขณะที่ในส่วนเฉพาะของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนนั้นถือว่ายังไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ราว 4 ล้านคน โดยตัวเลขชาวจีนที่เดินทางมาไทยในปี 2023 อยู่ที่ราว 3.5 ล้านคน ซึ่งมากสุดเป็นอันดับที่ 2 รองจากนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่เดินทางมาไทยกว่า 4.5 ล้านคน
ในช่วงสัปดาห์แรกหลังจากที่ทางการไทยให้ฟรีวีซ่าชั่วคราวแก่นักท่องเที่ยวจีน ซึ่งตรงกับช่วงวันหยุดยาวเนื่องในวันชาติจีน เฉพาะในช่วง 2 วันแรกมีชาวจีนเดินทางเข้าไทยมากถึง 22,000 คน แต่อาจมีการชะลอตัวลงเล็กน้อยในช่วงหลังเกิดเหตุกราดยิงใจกลางกรุงเทพฯ และมีนักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิต
โดยตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนในปี 2023 ถือว่าน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยช่วงก่อนโควิดในปี 2019 ซึ่งเคยพุ่งสูงเกือบ 11 ล้านคน ขณะที่ในปี 2022 มีคนจีนเดินทางมาไทยเพียงราว 270,000 คน
สาเหตุสำคัญบางประการที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยลดน้อยลงในช่วงที่ผ่านมาอาจมาจากสภาพเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว จำนวนไฟลต์บินราคาประหยัดในยุคหลังโควิดที่ลดน้อยลง ประกอบกับเหตุผลด้านความปลอดภัย หลังจากเกิดกรณีกราดยิงและมีข่าวลือนักท่องเที่ยวถูกลักพาตัวไปค้าแรงงานในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาและกัมพูชา
โดยในปี 2024 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าหมายให้มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยกว่า 8 ล้านคน
ภายหลังจากที่ทางการไทยอนุมัติฟรีวีซ่าชั่วคราวให้กับชาวจีนตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2023 หลังจากนั้นไม่นานทางการจีนได้พิจารณาอนุมัติให้ฟรีวีซ่าชั่วคราวแก่ 6 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ สเปน และมาเลเซีย โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2023 – 30 พฤศจิกายน 2024 ซึ่งไร้เงาประเทศไทย เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น
THE STANDARD สอบถามความคิดเห็น ภากร กัทชลี อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเจ้าของเพจ ‘อ้ายจง’ ถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับฟรีวีซ่าระหว่างไทยและจีน โดยภากรอธิบายข้อสังเกตข้างต้นว่า “นายกฯ ไทยได้ชี้แจงว่า หน่วยงานของทั้งสองประเทศกำลังพูดคุยหารือกันในประเด็นฟรีวีซ่าถาวรอยู่ในขณะนั้น จึงทำให้ไม่มีไทยในกลุ่มประเทศที่ได้รับการอนุมัติฟรีวีซ่าชั่วคราวจากทางการจีนเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา” ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของภากรที่ระบุว่า “มีความเป็นไปได้ที่ขณะนั้นทางการจีนอาจกำลังอยู่ในช่วงติดตามสถานการณ์ในไทยว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป
“สมมติว่าถ้าเรากำลังจะมีข้อตกลงอะไรบางอย่างกับเพื่อน แต่เพิ่งเกิดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในบ้านเพื่อน เราก็อาจต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าไปแล้วจะเกิดประเด็นอะไรไหม ไปแล้วจะปลอดภัยดีหรือเปล่า
“นอกจากนี้ เหตุผลด้านเศรษฐกิจก็เป็นปัจจัยที่สำคัญ โดยมาเลเซียถือเป็นคู่ค้ารายสำคัญของจีน ขณะที่ไทยเองก็เป็นคู่ค้าที่สำคัญเช่นเดียวกัน ประเทศในอาเซียนสำคัญหมดสำหรับประเทศจีนในขณะนี้ แต่ถ้าเราดูในแง่ของการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยก็ต้องยอมรับว่ามาเลเซียก็ค่อนข้างน่าสนใจ
“แล้วทำไมจีนถึงให้ฟรีวีซ่าชั่วคราวแก่ประเทศยุโรปถึง 5 ประเทศ ก็อาจเป็นเพราะว่าจีนพยายามที่จะเปิดประเทศและผลักดันการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้มีประเด็นพิพาทกับสหรัฐอเมริกา เผชิญมาตรการกีดกันทางการค้า และมีกระแสข่าวว่าสหภาพยุโรป (EU) อาจตั้งกำแพงภาษีสินค้าจีน โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
“ปี 2023 เราจึงได้เห็นว่าทางการจีนเดินทางและพูดคุยกับยุโรปมากขึ้น ขณะที่ผู้นำยุโรปเองก็เดินทางเยือนจีนอยู่บ่อยครั้ง จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมจีนถึงให้ฟรีวีซ่ายุโรปถึง 5 ประเทศ เพราะเป็นเรื่องของการเปิดพื้นที่ทางการค้าและโอกาสทางธุรกิจ”
ภากรยังระบุอีกว่า “จริงๆ แล้วในอาเซียนไม่ใช่แค่มาเลเซียที่เพิ่งได้ฟรีวีซ่าจากทางการจีน แต่บรูไนกับสิงคโปร์มีฟรีวีซ่ากับจีนตั้งแต่ช่วงก่อนโควิดแล้ว แต่พอมาเจอวิกฤตโควิดก็เลยมีการหยุดชะงักไป โดยล่าสุดทั้งบรูไนและสิงคโปร์ก็กลับมาได้รับสถานะฟรีวีซ่าจากจีน พร้อมทั้งขยายระยะเวลาจาก 15 วัน เป็น 30 วัน
“อีกทั้งทางการจีนเองก็เพิ่งประกาศยืดหยุ่นเรื่องวีซ่าสหรัฐฯ เข้าจีน โดยยกเว้นให้พลเมืองอเมริกันไม่ต้องยื่นเอกสารการจองตั๋วเครื่องบิน เอกสารจองตั๋วที่พัก รวมถึงจดหมายเชิญเพื่อประกอบการขอวีซ่าเข้าประเทศ แม้ทั้งสองประเทศดูจะมีข้อพิพาทกันมาโดยตลอดก็ตาม จุดนี้สะท้อนแนวคิดของจีนที่ต้องการผลักดัน ‘ประชาคมโลกที่มีอนาคตร่วมกัน’
“การที่จีนพยายามเปิดกว้างกับประเทศอื่นๆ มิติหนึ่งเป็นการคานอำนาจกับสหรัฐฯ ด้วย โดยเฉพาะในอาเซียน ขณะที่อีกมิติหนึ่งจีนเองก็พยายามเดินหน้าร่วมกันกับสหรัฐฯ เพราะมหาอำนาจทั้งสองประเทศต่างทราบดีว่าถ้าสถานการณ์ตึงเครียดและรุนแรงยิ่งขึ้นกว่านี้ ไม่มีใครได้ประโยชน์ เราจึงได้เห็นว่าจีนเองก็เปิดกว้างในการอนุมัติให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าจีนได้มากยิ่งขึ้น แม้แต่พลเมืองของสหรัฐฯ เองก็ตาม”
ภากรกล่าวว่า “ขณะนี้เรายังไม่ได้เห็นรายละเอียดที่เป็นทางการทั้งหมดจากทั้งสองฝ่าย ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดหรือกรอบเวลาในอนาคตก็เป็นได้ อาจต้องรอติดตามข้อมูลที่เป็นทางการอีกครั้ง โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนได้ออกมายืนยันแล้วว่า คณะทำงานของทั้งสองประเทศกำลังสื่อสารกันอย่างใกล้ชิดในขณะนี้ โดยจีนยังใช้คำว่ามีการทำงานร่วมกันอยู่ ขณะที่ทางการไทยระบุแล้วว่า ฟรีวีซ่าถาวรที่ให้กับจีนจะเริ่มขึ้นวันที่ 1 มีนาคม 2024
“แต่ถ้าถามว่า ถ้าฟรีวีซ่าถาวรเกิดขึ้นจริงจะก่อให้เกิดอะไร ในมิติเชิงบวกแน่นอนว่าจะเป็นผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ โดยจีนต้องการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวภายในประเทศ กระตุ้นให้คนเดินทางท่องเที่ยวในจีนมากยิ่งขึ้น เพราะนับตั้งแต่จีนเปิดประเทศหลังโควิด การท่องเที่ยวในประเทศจีนเติบโตสูงมากโดยท่องเที่ยวจีนด้วยกันเอง สิ่งที่เขาต้องการต่อไปคือการทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาท่องเที่ยวประเทศจีนด้วย เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและภาคเศรษฐกิจภายในจีน
“ขณะที่มุมของไทย ไทยก็จะได้ประโยชน์โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยว เพราะรายได้ที่สำคัญของไทยอิงอยู่กับนักท่องเที่ยวจีนมานานมากแล้ว ซึ่งเราก็หวังจะให้กลับมาเหมือนในช่วงก่อนโควิด ซึ่งตัวเลข 8 ล้านที่ตั้งเป้าไว้ในปีนี้ถือเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยช่วงก่อนที่โควิดจะแพร่ระบาด ถ้ายิ่งมีคำว่า ‘ฟรีวีซ่าถาวร’ อาจยิ่งเอื้อให้เกิดการเดินทางไปมาระหว่างทั้งสองประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมาก อุปสรรคเรื่องการเดินทางก็จะลดลงตามไปด้วย และมีไฟลต์บินตรงระหว่างไทยและจีนมากขึ้น
“ถ้าฟรีวีซ่าถาวรเกิดขึ้นทั้งสองฝ่าย แปลว่ารัฐบาลจีนมั่นใจและให้ความสำคัญกับประเทศไทยอย่างมาก จุดนี้จะช่วยทำให้คนในประเทศของเขาซึ่งมีความชาตินิยมก็จะยิ่งมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ฟรีวีซ่าไม่ใช่แค่เอื้อประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว แต่ยังก่อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจ”
ภากรเชื่อว่า “ในมิติที่จีนจะเข้ามาทำธุรกิจในไทยก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในส่วนนี้จะนำไปสู่ ‘ข้อกังวล’ ที่ทางการไทยเผชิญมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาในไทยและทำสิ่งผิดกฎหมาย เช่น กรณีทุนจีนสีเทาต่างๆ รวมถึงทัวร์ศูนย์เหรียญ หรือ Closed Loop Tourism ซึ่งเป็นการทัวร์แบบปิดที่รายได้ทั้งหมดไปเกิดขึ้นที่ฝั่งจีน ทางการไทยมีมาตรการมารองรับประเด็นนี้แล้วหรือยัง ที่ผ่านมาทางการไทยแสดงความมั่นใจในมิติเสริมสร้างความปลอดภัยมาโดยตลอด แต่ในมิติของการรักษาผลประโยชน์ของไทย ทางการไทยมีการบังคับใช้กฎหมายหรือมาตรการต่างๆ มาแก้ไขปัญหาจุดนี้ที่อาจเกิดขึ้นแล้วหรือยัง
“ในขณะที่จีนมีการปรับปรุงกฎหมายการลงทุนจากต่างประเทศในจีนหลายต่อหลายครั้ง แต่ถึงแม้ว่าจะมีการปรับกฎหมายที่เอื้อต่อการลงทุนเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้ต่างชาติคลายความกังวล โดยเฉพาะในมิติของทรัพย์สินทางปัญญาและมีการปรับสภาพแวดล้อมให้ลงทุนได้ง่ายขึ้น แต่ในขณะเดียวกันทางการจีนก็มีการกำหนดกรอบชัดเจนเกี่ยวกับการรักษาผลประโยชน์ในประเทศเขา ซึ่งตรงนี้บ้านเรามีหรือยัง ขณะที่เรื่องของการทำอาชีพด้วยวีซ่าผิดประเภทก็ยังคงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ผมเชื่อว่าจุดนี้จะเป็นอีกจุดที่ท้าทายถ้าฟรีวีซ่าถาวรเกิดขึ้น”
นอกจากความท้าทายของทางการไทยที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ความท้าทายในระดับประชาชนก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน โดยภากรระบุทิ้งท้ายว่า “ต้องยอมรับว่าคนไทยจำนวนหนึ่งอาจมีอคติหรือมุมมองที่ไม่ดีต่อนักท่องเที่ยวจีน ทางออกอาจไม่ใช่การบังคับให้เขาต้องเข้าใจ แต่ต้องมีการสื่อสาร และยิ่งถ้ามีกฎระเบียบชัดเจนและทำให้นักท่องเที่ยวจีนเข้าใจว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ ไม่ใช่เอื้อไปทุกเรื่อง ผมเชื่อว่ามันก็จะค่อยๆ กลายเป็นมุมมองที่ดีขึ้น
“อีกทั้งทางการไทยอาจส่งเสริมการผลักดันผู้ประกอบการไทยให้เรียนรู้และเข้าใจเกี่ยวกับจีนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของโอกาสต่างๆ และช่วยส่งเสริมการลดอุปสรรคในด้านการค้าการลงทุน เพราะบางทีผู้ประกอบการไทยไม่รู้กฎหมายจีน หรือไม่รู้ภาษาจีน หรือพึ่งพาแต่ฝ่ายจีนอย่างเดียว เราลองเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้เข้าใจตรงจุดนี้ด้วยไหม ก็จะยิ่งเป็นผลดีต่อไทยอย่างมาก”
แฟ้มภาพ: Kritsaroot Udkwae / Shutterstock
อ้างอิง:
The post ไทย-จีน ฟรีวีซ่า ประโยชน์และความท้าทาย appeared first on THE STANDARD.
]]>
เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค […]
The post ข่าวดีรับปีใหม่! จีนเปิดฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวไทยถาวร เริ่ม 1 มี.ค. 67 หนุนเศรษฐกิจไทย-จีน และอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ฟันเฟืองหลักของ GDP ไทย appeared first on THE STANDARD.
]]>
เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (2 มกราคม) ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ไทยยกระดับพาสปอร์ตสำเร็จ ฟรีวีซ่าไทย-จีนถาวร 1 มีนาคม ซึ่งคนไทยและจีนสามารถไป-กลับไม่ต้องมีวีซ่าซึ่งกันและกัน และจะยกเว้นวีซ่าให้กับคนจีนที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567
ขณะที่นักวิเคราะห์หุ้นมองว่ามาตรการนี้จะยิ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ซึ่งการท่องเที่ยวเป็นภาคอุตสาหกรรมฟันเฟืองหลักของ GDP ไทย และเป็นแรงส่งหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวอย่าง AOT, CENTEL และ ERW
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
เศรษฐาระบุว่า นโยบายของรัฐบาลจะยกระดับความภาคภูมิใจของพาสปอร์ตไทย ซึ่งจะให้ดีต้องเป็นการยกเลิกวีซ่าของทั้งสองประเทศ และช่วงเดือนกว่าที่ผ่านมา ประเทศจีนได้ยกเว้นวีซ่าให้กับ 5 ประเทศชั่วคราว ซึ่งยังไม่มีประเทศไทย
“ซึ่งในขณะนั้นเรากำลังคุยกันอยู่ว่าเราจะยกเว้นวีซ่าถาวร วันนี้จึงเป็นข่าวดีว่าจะมีการยกเว้นวีซ่าถาวร เริ่มวันที่ 1 มีนาคม 2567”
หมายความว่ามาตรการนี้สามารถเดินทางไป-กลับทั้งสองประเทศแบบไม่มีวีซ่าซึ่งกันและกัน เป็นการยกระดับความสัมพันธ์ และยกระดับความสำคัญของพาสปอร์ตไทยให้กับนักท่องเที่ยวที่อยากจะเข้ามาทั้ง 2 ประเทศ ทั้งนี้ ได้สั่งการให้กรมประชาสัมพันธ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมประชาสัมพันธ์ว่า ขณะนี้เราพร้อมแล้วที่จะเปิดประเทศ และให้ดูแลนักท่องเที่ยวซึ่งกันและกันให้ดีด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี
ด้านนักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส เผยแพร่บทวิเคราะห์ ระบุว่า สำหรับตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยปี 2566 อยู่ที่ 28 ล้านคน (+153%YoY) ใกล้เคียงกับที่ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ โดยมาตรการดังกล่าวจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวจีนมาไทย และชาวไทยไปจีน รวมถึงกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวอื่นๆ ในฐานะที่เป็นอุตสาหกรรมขับเคลื่อนหลักของ GDP ไทย
สำหรับปี 2567 ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวจีนที่จะเดินทางมาสู่ประเทศไทยจะขยายตัวราว 14%YoY อยู่ที่ 4 ล้านคน ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยประเมินไว้ 31.5 ล้านคน (+12%YoY)
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย 4Q66 อยู่ที่ 8 ล้านคน (+13%QoQ, +48%YoY) คาดว่าจะเป็นแรงส่งให้กำไรกลุ่มท่องเที่ยวอย่าง AOT, CENTEL และ ERW เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน และต่อเนื่องถึง 1Q67 จาก High Season ของท่องเที่ยวไทย
สำหรับ Top Pick กลุ่มฯ เลือก MINT (Outperform: FV@B35) ที่แนวโน้มกำไรรายปีฟื้นตัวตามภาคการท่องเที่ยวและรับประโยชน์จากดอกเบี้ยใน EU ผ่านจุดสูงสุด, AOT ในฐานะประตูสู่ประเทศไทย และ ERW (Outperform: [email protected]) ที่มีโครงสร้างรายได้โรงแรมไทยราว 90%
ทั้งนี้ ราคาหุ้น บมจ.ท่าอากาศยานไทย หรือ AOT ไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดการซื้อขายในภาคเช้า โดยราคาซื้อขายในภาคบ่ายอยู่ที่ 61.75 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 3.35%
รายงานข่าวระบุอีกว่า รัฐบาลตั้งเป้าหมายนักท่องเที่ยวชาวจีน 8.2 ล้านคนในปี 2567 และตั้งเป้ารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศให้กลับมาในอัตรา 80% ของปี 2562 ที่ 1.5 ล้านล้านบาท พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายรายได้รวม 2.38 ล้านล้านบาท
ขณะเดียวกัน จีนก็ยกเว้นข้อกำหนดวีซ่าเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเช่นกัน โดยเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ได้ประกาศว่าจะเปิดฟรีวีซ่าสำหรับฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ สเปน และมาเลเซีย ซึ่งมาตรการนี้เริ่มในเดือนธันวาคม และจะคงอยู่จนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายนปี 2567
อ้างอิง:
The post ข่าวดีรับปีใหม่! จีนเปิดฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวไทยถาวร เริ่ม 1 มี.ค. 67 หนุนเศรษฐกิจไทย-จีน และอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ฟันเฟืองหลักของ GDP ไทย appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (2 มกราคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตร […]
The post นายกฯ ขอ ครม. น้อมนำพระราชดำรัสในหลวงเป็นแนวทางปฏิบัติ แจ้งข่าวดีจีนยกเลิกวีซ่าถาวรให้คนไทยเข้าประเทศ ดีเดย์ 1 มี.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (2 มกราคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกของปี 2567 ว่า ตนขอให้ ครม. น้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานในโอกาสวันขึ้นปีใหม่มาเป็นแนวทางในการทำงาน และในปีนี้นับเป็นปีมหามงคล เพราะจะมีพิธีเฉลิมฉลองที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระชนมายุครบ 6 รอบ หรือ 72 พรรษา ซึ่งมีแผนงานที่ชัดเจน ดังนั้นก็ขอให้คณะกรรมการหรือผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินงานอย่างเคร่งครัด รวมทั้งสืบสานประเพณีอันดีงามของไทยที่เราควรทำตาม
นอกจากนี้การประชุม ครม. มีมติเพิ่มวันทำการประมงให้กับเรือประมงกว่า 1,200 ลำ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขปัญหาประมงไทย โดยจะทำให้เกิดการสร้างงานกว่า 20,000 คน สร้างรายได้เข้าประเทศกว่าพันล้านบาท ถือเป็นจุดเริ่มต้นให้ชีวิตพี่น้องประมงไทยดีขึ้น
นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า ในเรื่องสิทธิเสรีภาพ ครม. เห็นชอบให้รายงานผลการดำเนินงานของไทย ตามอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ เพื่อเป็นแนวทางปรับปรุงและความก้าวหน้าของสตรีและคุ้มครองเด็ก รวมถึงเป็นการส่งเสริมสิทธิด้านการศึกษาต่างๆ ซึ่งถือเป็นการบ่งบอกว่าไทยมีความก้าวหน้าในเรื่องสิทธิเสรีภาพทางด้านความเสมอภาค
ขณะที่เรื่องการกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ มีการปรับโครงสร้างภาษีอากรและสรรพสามิตในประเภทต่างๆ อาทิ ภาษีสุราพื้นบ้านปรับให้เป็น 0% รวมถึงให้กรมสรรพสามิตปรับทบทวนกฎหมายต่างๆ ที่ช่วยเกี่ยวกับเรื่องสุราพื้นบ้านด้วย
นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เรามีการยกเว้นวีซ่านักท่องเที่ยวชาวจีนที่จะเดินทางมายังไทย แต่นโยบายของรัฐบาลนี้จะยกระดับพาสปอร์ตไทย ซึ่งถ้าจะให้ดีต้องยกเว้นวีซ่าของทั้งสองประเทศ แม้ก่อนหน้านี้จีนยกเว้นวีซ่าให้ 5 ประเทศแต่ไม่มีประเทศไทย ซึ่งเหตุผลจริงๆ ที่ตนไม่อยากจะพูด เพราะเรามีการพูดคุยที่จะยกเว้นวีซ่าถาวร
“และวันนี้ก็มีข่าวดีว่า จีนจะมีการยกเว้นวีซ่าถาวร โดยเริ่มต้นตั้งแต่ 1 มีนาคม ทำให้การเดินทางไป-กลับของสองประเทศไม่ต้องมีวีซ่า ถือเป็นการยกระดับความสำคัญของพาสปอร์ตไทย สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้าสองประเทศ และให้กรมประชาสัมพันธ์ชี้แจงว่าไทยพร้อมเปิดประเทศและดูแลความสัมพันธ์ของสองประเทศให้ดีขึ้น” นายกรัฐมนตรีกล่าว
ปานปรีย์ยังกล่าวถึงที่ผู้นำจีนส่งสัญญาณผนวกรวมไต้หวันตามนโยบายจีนเดียวว่า ในส่วนของประเทศไทยเรารับจีนเดียวอยู่แล้ว ในส่วนของไต้หวันถ้าจะมีการเลือกตั้งก็ต้องรอผลการเลือกตั้งต่อไป ขณะที่วันนี้คณะรัฐมนตรีอนุมัติวีซ่าฟรีระหว่างไทย-จีน จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 ซึ่งถือเป็นข่าวดี และเดือนนี้หรือต้นเดือนหน้าตนจะเดินทางไปจีนเพื่อลงนามข้อตกลงระหว่างไทยและจีนต่อไป
เศรษฐาให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลช่วยเหลือคนไทย หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวแมกนิจูด 7.6 วานนี้ (1 มกราคม) ว่า เมื่อวานนี้ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้ว และวันนี้ได้พูดคุยกับ จักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไปแล้ว ว่าจนถึงตอนนี้ยังไม่พบปัญหาอะไร ก็ดูแลอย่างเต็มที่ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศที่จะต้องดูแลคนไทยที่พำนักอยู่ในญี่ปุ่น รวมถึงนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นช่วงนี้เป็นจำนวนมาก
ด้าน ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่นและมีแนวโน้มเกิดสึนามิว่า ได้รับรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 6 คน แต่จากรายงานของ NHK ล่าสุดเมื่อ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิต 8 คน ซึ่งยังไม่ได้รับการยืนยันทั้งหมด อาจมีจำนวนมากกว่านี้ก็ได้
ส่วนของกระทรวงการต่างประเทศได้มีการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือหากมีคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุที่เกิดขึ้น ขณะนี้มี 4 หน่วยงาน เช่น กระทรวงแรงงาน, ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร, สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมียุวเกษตรไปฝึกงานอยู่ที่ญี่ปุ่น เบื้องต้นทั้ง 4 หน่วยงานรายงานมาว่าไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบ
อย่างไรก็ตามทราบว่ามีคนไทยติดต่อไปยังสถานทูตไทยเป็นจำนวนมาก แต่ย้ำว่าทุกคนยังปลอดภัย บางส่วนเข้าไปอยู่ที่ศูนย์อพยพ ซึ่งได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
ส่วนที่ประเทศเกาหลีใต้ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวเช่นกันนั้น ปานปรีย์กล่าวว่า สถานการณ์ทั้งที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้มีการเตรียมการค่อนข้างจะดี เพราะได้รับผลกระทบเป็นประจำ ดังนั้นในส่วนของเกาหลีใต้เอง เชื่อว่าจะเรียบร้อย และกระทรวงการต่างประเทศได้เตรียมการไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้รับรายงานใดๆ ต้องรอดูสถานการณ์ว่าสึนามิจะเกิดขึ้นที่ไหน ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริงก็จะลำบาก

The post นายกฯ ขอ ครม. น้อมนำพระราชดำรัสในหลวงเป็นแนวทางปฏิบัติ แจ้งข่าวดีจีนยกเลิกวีซ่าถาวรให้คนไทยเข้าประเทศ ดีเดย์ 1 มี.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (9 กันยายน) สรเทพ โรจน์พจนารัช รองโฆษก และหัวหน้ […]
The post ไทยสร้างไทยชี้ เปิดฟรีวีซ่าท่องเที่ยวให้ชาวจีนเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น แนะรัฐเร่งทำประชาสัมพันธ์กอบกู้ภาพลักษณ์เที่ยวไทยปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (9 กันยายน) สรเทพ โรจน์พจนารัช รองโฆษก และหัวหน้าคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวของพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงการเปิดฟรีวีซ่าท่องเที่ยวให้ชาวจีน และแผนขับเคลื่อนการท่องเที่ยวประเทศไทยของรัฐบาลชุดปัจจุบัน
สรเทพกล่าวว่า ขอแนะนำให้รัฐบาลและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเร่งกอบกู้ภาพลักษณ์ในเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยเผยแพร่ในสื่อโซเชียลมีเดียด้านต่างๆ รวมถึง เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ควรเดินทางไปเยือนประเทศจีน เพื่อพูดคุยส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ เพราะปัญหาหลักจริงๆ ที่นักท่องเที่ยวจีนไม่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยไม่ได้มีเฉพาะแค่เรื่องปัญหาการขอวีซ่า
แต่อีกหนึ่งปัญหาคือ นักท่องเที่ยวจีนได้รับข้อมูลข่าวสารในแง่ลบเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางมาเที่ยวประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวล เพราะจะเป็นปัญหาเรื้อรังระยะยาว
สรเทพกล่าวต่อว่า การที่รัฐบาลจะออกฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีนในช่วงวันชาติจีน ถือเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่หลังจากหมดช่วงฟรีวีซ่าจีนแล้วนักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่ยังติดปัญหาเรื่องความปลอดภัย ซึ่งที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านลบและผิดๆ ในโซเชียลมีเดียของประเทศจีน
ดังนั้นรัฐบาลและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยควรจะเร่งทำสื่อโซเชียลมีเดียในช่องทางต่างๆ เพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์และสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องของความปลอดภัยให้กับชาวจีน เป็นหัวใจหลักในการแก้ปัญหาระยะยาว ไม่เช่นนั้นในปีหน้าตลาดการท่องเที่ยวของไทยจากนักท่องเที่ยวจีนก็ยังคงเป็นแบบเดิม หรืออาจจะน้อยลงกว่าเดิม ซึ่งจะส่งผลกระทบกับภาพรวมเศรษฐกิจ เพราะนักท่องเที่ยวจีนเป็นหนึ่งในตลาดหลักสำคัญของประเทศไทยและสร้างเม็ดเงินให้กับกลุ่มธุรกิจ
The post ไทยสร้างไทยชี้ เปิดฟรีวีซ่าท่องเที่ยวให้ชาวจีนเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น แนะรัฐเร่งทำประชาสัมพันธ์กอบกู้ภาพลักษณ์เที่ยวไทยปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.
]]>
กกร. หั่นเป้า GDP ปีนี้โต 2.5-3% จากเดิมประเมินไว้ที่ 3 […]
The post เศรษฐกิจไทยอ่อนแอเกินคาด ‘กกร.’ ฝากความหวังที่การท่องเที่ยว หนุนรัฐบาลเปิดฟรีวีซ่าจีน เร่งอัดฉีดค่าครองชีพ หลังหั่น GDP ทั้งปีลงเหลือ 3% appeared first on THE STANDARD.
]]>
กกร. หั่นเป้า GDP ปีนี้โต 2.5-3% จากเดิมประเมินไว้ที่ 3-3.5% หลังเศรษฐกิจโลกชะลอ ส่งออกติดลบนาน 10 เดือนติดต่อกัน หนักสุดคือภาคการผลิตแผ่วลงทุกหมวดสินค้า ห่วงสัญญาณอันตรายสินค้าจีนทะลักเข้าไทย หวังรัฐบาลใหม่เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ อัดฉีดมาตรการลดค่าครองชีพ และกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว รวมถึงไฟเขียวฟรีวีซ่าจีนและเพิ่มเที่ยวบิน ขณะที่มุมมองนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจใหญ่อย่างเงินดิจิทัล 10,000 บาทนั้น ขอรอดูแนวทางที่ชัดเจนในวันที่ 11 กันยายน ที่จะมีการแถลงต่อรัฐสภา
ผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประจำเดือนกันยายนว่า เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอ ภาวะเศรษฐกิจจีน และการส่งออกของไทยติดลบหลายเดือนติดต่อกัน ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจไทยอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด กกร. จึงปรับคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ในปี 2566 จากเดิม 3-3.5% ลดลงเหลือ 2.5-3.0% เนื่องจากเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 เติบโตเพียง 1.8% ต่ำกว่าที่คาดไว้มากว่าจะอยู่ที่ 3.1% แต่ยังคงกรอบส่งออกแดนลบ 0.5-2.0%
โดยภาคการผลิตอุตสาหกรรมเป็นภาคที่มีการหดตัวต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับมูลค่าการส่งออกที่ติดลบต่อเนื่องมา 10 เดือน และติดลบแทบทุกหมวด ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐก็หดตัวต่อเนื่องจากการเบิกจ่ายงบประมาณที่มีแนวโน้มล่าช้า
นอกจากนี้ รายได้จากการท่องเที่ยวยังต่ำกว่าที่คาด เนื่องจากการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติยังต่ำกว่าปกติอยู่ราว 13% และค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริปของคนไทยที่เที่ยวในประเทศลดลงจากปกติราว 30%
อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวจะเป็นเครื่องยนต์ที่สำคัญอย่างมากต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศในไตรมาสที่เหลือ ซึ่งที่ประชุม กกร. มองว่าการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่กระเป๋าหนา น่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายที่รัฐบาลควรเร่งรัดและออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยเร็ว โดยเฉพาะมาตรการฟรีวีซ่า รวมทั้งการเพิ่มเที่ยวบิน และการประชาสัมพันธ์เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวในการเดินทางเข้าประเทศอย่างปลอดภัย
ทั้งนี้ ปัจจัยกดดันสำคัญจากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีนี้ สะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (PMI) ในเดือนสิงหาคมของประเทศหลักยังหดตัว ส่งผลให้กิจกรรมเศรษฐกิจในภาคบริการอ่อนแรงลงต่อเนื่องเช่นกัน
โดยเฉพาะจุดเปราะบางสำคัญคือการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากปัญหาการผิดนัดชำระหนี้และกำลังซื้อที่หดตัวในภาคอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ คาดว่าการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 5% เท่านั้น และมีแนวโน้มจะลดลงในปีหน้า ดังนั้นเศรษฐกิจโลกจึงได้รับแรงกดดันและส่งผลให้ภาคการส่งออกของไทยมีอุปสรรคในการฟื้นตัวไปด้วย
นอกจากเร่งกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวให้กลับมาแล้ว กกร. มองว่ารัฐควรมีมาตรการเพื่อเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ในระยะสั้น โดยเฉพาะเรื่องการลดภาระค่าครองชีพ รายจ่ายค่าไฟ และราคาน้ำมัน เพื่อเพิ่มกำลังซื้อในประเทศ รวมถึงการผลักดันจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านคน
ขณะเดียวกันยังต้องพิจารณามาตรการเพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนการส่งออกไปยังตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตได้ รวมถึงเร่งจัดทำมาตรการเพื่อเสริมสร้างรายได้ให้กับ SMEs และครัวเรือน เพื่อแก้ปัญหาภาระหนี้ได้อย่างทั่วถึงและยั่งยืน
ต่อคำถามที่ว่า สมาคมธนาคารไทยคิดเห็นอย่างไรต่อนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท และมองว่าหากจะทำได้จริงต้องใช้ระบบใดนั้น ผยงย้ำว่า “ต้องรอนโยบายที่ชัดเจนในวันที่ 11 กันยายนที่จะมีการแถลงต่อรัฐสภา ต้องดูว่าจะใช้ระบบไหน อย่างไร”
และเมื่อถามว่า ควรดำเนินการผ่านระบบบล็อกเชนหรือไม่นั้น ผยงรอบว่า “ต้องรอโจทย์”
นอกจากนี้ กกร. ยังกังวลว่า 20 กลุ่มอุตสาหกรรมกำลังได้รับผลกระทบจากสินค้าจีนทะลักเข้ามา ซึ่งหากไม่มีมาตรการกำกับดูแลราคาสินค้านำเข้าดังกล่าวจะเกิดผลกระทบอย่างหนัก
ดังนั้น กกร. จึงขอเสนอให้รัฐเข้มงวดในการตรวจจับสินค้านำเข้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ผ่านกลไกจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และกรมศุลกากร
ส่วนมุมมองดอกเบี้ยที่ปัจจุบันอยู่ในอัตรา 2.25% ผยงมองว่าเป็นระดับสมดุลแล้ว เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลง ทำให้สถาบันการเงินได้ชะลอการส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในระบบ
“คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะประชุมปลายเดือนกันยายนนี้ จะเป็นอย่างไรคงต้องรอดู แต่เชื่อว่าแรงกดดันต่อเงินเฟ้อลดลงมากแล้ว” ผยงกล่าว
ด้านเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า นโยบายรัฐบาลเร่งด่วนที่อยากให้เร่งทำคือการแก้ไขปัญหาปากท้องชาวบ้าน โดยเฉพาะลดค่าไฟและน้ำมัน เพราะถือเป็นการลดค่าครองชีพที่เร็วและหยุดต้นตอได้ ส่วนมาตรการอื่นๆ ที่จะกระตุ้นก็ต้องเติมเข้ามา เช่น การทำให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุน ทั้งหมดนี้เชื่อว่าวันที่ 11 กันยายน หลังแถลงนโยบายจะเห็นภาพชัดเจนขึ้น
สอดคล้องกับ สนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่กล่าวว่า นโยบายลดราคาน้ำมันและค่าไฟเป็นสิ่งที่รัฐบาลน่าจะทำได้ทันทีและจะช่วยเรื่องปากท้องชาวบ้าน ส่วนเรื่องท่องเที่ยวที่มีส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ นอกจากขอให้ออกมาตรการฟรีวีซ่าจีนแล้ว จะต้องเพิ่มเที่ยวบินและประชาสัมพันธ์ให้ชาวจีนเชื่อมั่นจากปัญหาข่าวลือว่ามาท่องเที่ยวไทยแล้วไม่ปลอดภัย ซึ่งส่วนนี้ต้องทำงานร่วมกันกับภาครัฐและสถานทูตไทยในจีนด้วย
The post เศรษฐกิจไทยอ่อนแอเกินคาด ‘กกร.’ ฝากความหวังที่การท่องเที่ยว หนุนรัฐบาลเปิดฟรีวีซ่าจีน เร่งอัดฉีดค่าครองชีพ หลังหั่น GDP ทั้งปีลงเหลือ 3% appeared first on THE STANDARD.
]]>
วานนี้ (10 มิถุนายน) พรรคไทยสร้างไทย นำโดย คุณหญิงสุดาร […]
The post ไทยสร้างไทยเตรียมทำหนังสือถึงรัฐ แก้ปัญหาออกวีซ่าให้คนจีนยุ่งยาก ทำนักท่องเที่ยวลดลง ประเทศสูญรายได้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วานนี้ (10 มิถุนายน) พรรคไทยสร้างไทย นำโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค, ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการพรรค, นพดล มังกรชัย และทีมเศรษฐกิจ ทีมท่องเที่ยว พรรคไทยสร้างไทย เชิญ ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ อุปนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติม หลังได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดภูเก็ต และอีกหลายพื้นที่ แจ้งความเดือดร้อนมายังพรรคไทยสร้างไทย เกี่ยวกับนักท่องเที่ยวจีนที่ประสงค์จะเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยแต่ไม่สามารถขอวีซ่าได้ ติดขัดระเบียบที่ออกมาทำให้เกิดความยุ่งยาก ต้องใช้เอกสารจำนวนมากที่ไม่จำเป็น
ดร.อดิษฐ์ให้ข้อมูลว่า นโยบายจากฝ่ายรัฐที่ต้องการปราบกลุ่มทุนจีนสีเทา ทำให้เกิดความยุ่งยากในการขอวีซ่า จนกลายอุปสรรคของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย เช่น
ด้านคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ระเบียบดังกล่าวทำให้นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้เพียง 1 ล้านคน จากที่วางเป้าหมายไว้ที่ 7 ล้านคน และในช่วง 6-7เดือนหลังคงไม่สามารถดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาได้ตามเป้าหมาย เพราะปัจจุบันจากมาตรการดังกล่าวและขั้นตอนที่ยุ่งยากทำให้สามารถออกวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจีนได้เพียงประมาณ 100,000 คนต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งทำให้ประเทศไทยขาดโอกาส โดยเฉพาะรายได้มหาศาลที่อาจต้องสูญเสียไปถึง 2.5 แสนล้านบาท ทั้งที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวชาวจีนให้ความสนใจเดินทางมาท่องเที่ยวหลังรัฐบาลจีนเปิดประเทศ
ดังนั้น พรรคไทยสร้างไทยจึงเตรียมทำหนังสือถึงรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศของไทยให้รับทราบถึงปัญหาและเร่งแก้ไขโดยด่วน โดยเฉพาะการออกระเบียบที่หยุมหยิม ยุ่งยาก แก่นักท่องเที่ยวนั้น ได้สร้างภาระให้กับนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจเดินทางมาเที่ยวในประเทศไทย และมาตรการดังกล่าวไม่สามารถป้องกันกลุ่มทุนจีนสีเทา ซึ่งรัฐบาลมองว่ากระทบความมั่นคงของประเทศได้จริง
The post ไทยสร้างไทยเตรียมทำหนังสือถึงรัฐ แก้ปัญหาออกวีซ่าให้คนจีนยุ่งยาก ทำนักท่องเที่ยวลดลง ประเทศสูญรายได้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (13 ธันวาคม) ที่สำนักงานจเรตำรวจ สำนักงานตำรวจแห […]
The post ชูวิทย์เข้าให้ปากคำรองจเรตำรวจแห่งชาติ ปมเจ้าหน้าที่เอี่ยวเปลี่ยนวีซ่าคนจีน รายงานพบตำรวจเกี่ยว 50 นาย appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (13 ธันวาคม) ที่สำนักงานจเรตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เข้าให้เข้าปากคำกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 และกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 ที่อาจจะมีความเชื่อมโยงกับมูลนิธิและสมาคมในการออกวีซ่าประเภทนักศึกษาให้กับกลุ่มชาวจีนกว่า 7,000 คน
โดยเฉพาะในจังหวัดขอนแก่นจากข้อมูลมีมากถึง 3,000 คน และยังเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่ที่มีพฤติกรรมในลักษณะนี้อีกหลายพื้นที่ โดยพฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงปี 2563-2564
ทั้งนี้ชูวิทย์กล่าวถึงตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนายหนึ่งที่ขับรถหรู และมีคอนโดอยู่ย่านหลังสวน โดยตั้งคำถามว่าทำไมถึงมีทรัพย์สินเหล่านี้ อีกทั้งก่อนมาพบจเรตำรวจแห่งชาติมีบุคคลติดต่อมาเพื่อขอละเว้นส่งรายชื่อในการตรวจสอบ ในเรื่องนี้ตัวเองมองว่าไม่สามารถละเว้นได้ ถึงจะเป็นเพื่อร่วมรุ่นเดียวกับ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็ตาม
สำหรับการสอบปากคำในวันนี้ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง มี พล.ต.ท. วีระ จิรวีระ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการ ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมคณะทำงานจำนวน 10 นาย เป็นผู้ตรวจสอบ โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำชับให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าพบตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่มีความเกี่ยวข้องจำนวนมากถึง 50 นาย ที่พบว่าเคยปฏิบัติงานในสังกัดกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 และกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 ซึ่งนอกจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ยังมีทีมงานลงพื้นที่ตรวจสอบ เบื้องต้นยังไม่พบพยานหลักฐาน ส่วนกระบวนการตรวจสอบเส้นทางการเงิน หากพบว่ามีความเกี่ยวข้องจริงจะมีโทษทางวินัยร้ายแรงสุดคือไล่ออกจากราชการตำรวจ
The post ชูวิทย์เข้าให้ปากคำรองจเรตำรวจแห่งชาติ ปมเจ้าหน้าที่เอี่ยวเปลี่ยนวีซ่าคนจีน รายงานพบตำรวจเกี่ยว 50 นาย appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (8 ธันวาคม) พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาก […]
The post พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ยืนยันไม่ละเว้น หาก 3 นายพลเพื่อนร่วมรุ่นช่วยเปลี่ยนวีซ่าคนจีนจริง appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (8 ธันวาคม) พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า วันนี้ได้เรียกตัวอดีตนายตำรวจระดับสารวัตร ซึ่งเป็นพี่ชายของภรรยา ชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือ ตู้ห่าว ที่เป็นตำรวจยศพันตำรวจเอก กองการต่างประเทศ มาให้ปากคำในกรณีที่มีรายชื่อเป็นกรรมการบริษัท 3-4 แห่ง ที่มีตู้ห่าวเป็นกรรมการร่วมด้วย
ที่ผ่านมาทั้ง พัชรินทร์ และ หลิน ให้การไม่เป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่เท่าที่ควร และถึงแม้ว่าทั้ง 4 คนจะไม่ให้ความร่วมมือ แต่ตำรวจยืนยันว่ามีข้อมูลครบถ้วนอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องเส้นทางการเงิน ถึงแม้ว่าทั้ง 4 คนจะยังไม่ใช่ผู้ถูกกล่าวหา แต่ยืนยันว่าตำรวจมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้
ส่วนบริษัทของตู้ห่าวจะเกี่ยวข้องกับการแปลงวีซ่านักท่องเที่ยวจีนหรือไม่ จากการตรวจสอบพบว่าบริษัทของตู้ห่าวทำหน้าที่แนะนำคนจีนเท่านั้น แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการแปลงวีซ่า
พล.ต.อ. สุรเชษฐ์กล่าวต่อไปว่า กรณีที่มีพบว่ามีคนกลางเป็นข้าราชการตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการแปลงวีซ่า ขณะนี้ได้ออกหมายเรียกหัวหน้าสถานีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทั้ง 27 แห่ง นำเอกสารมาให้และสอบปากคำ แต่พบว่ามีบางนายยังไม่นำเอกสารมาให้ ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (9 ธันวาคม) ได้สั่งให้นำเอกสารมาให้ พร้อมสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง
ในส่วน 3 นายพลที่ถูกพาดพิงว่ามีส่วนอำนวยความสะดวกในการแปลงวีซ่าให้กลุ่มชาวจีน ยืนยันว่าจะดำเนินการตามขั้นตอน แม้จะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 47 กันก็ตาม โดยไม่ละเว้น หากพบผิดก็จะดำเนินการถึงที่สุด แต่ทราบว่าบางนายเกษียณอายุราชการไปแล้ว ก็จะออกหมายเรียกมาให้ข้อมูลในฐานะพยานเหมือนหัวหน้าสถานีตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ทุกนายที่เรียกมาก่อนหน้านี้
พล.ต.อ. สุรเชษฐ์กล่าวด้วยว่า การตรวจสอบสารเสพติดบนเครื่องบินส่วนตัวของตู้ห่าวที่ปรากฏว่าไม่พบสารเสพติด ตนยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ถึงแม้จะไม่พบสารเสพติดก็ไม่มีผลกระทบกับคดีหลักที่ตู้ห่าวถูกดำเนินคดียา เสพติด เนื่องจากการตรวจค้นเครื่องบินเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสถานที่เพื่อนำมาประกอบสำนวนเท่านั้น
The post พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ยืนยันไม่ละเว้น หาก 3 นายพลเพื่อนร่วมรุ่นช่วยเปลี่ยนวีซ่าคนจีนจริง appeared first on THE STANDARD.
]]>
เพิ่งกลับมาจากวันหยุดยาวไม่ทันไร เชื่อว่าใจหลายคนกำลังร […]
The post Next Station ไห่หนาน… ตั้งแต่ 1 พ.ค. เป็นต้นไป คนไทยเที่ยวมณฑลไห่หนานฟรี ไม่ต้องขอวีซ่า appeared first on THE STANDARD.
]]>
เพิ่งกลับมาจากวันหยุดยาวไม่ทันไร เชื่อว่าใจหลายคนกำลังร่ำร้องปักหมุดเที่ยวอีกในวันหยุดถัดไป เราขอแนะนำคุณปักหมุดยังมณฑลไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน เพราะตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมเป็นต้นไป นักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางไปยังมณฑลนี้จะไม่ต้องขอวีซ่าอีกต่อไป
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า คณะบริหารกิจการตรวจคนเข้าเมืองแห่งรัฐ สาธารณรัฐประชาชนจีน ประกาศเตรียมยกเลิก ‘วีซ่า’ เป็นระยะเวลา 30 วันสำหรับการเข้าเยือนมณฑลไห่หนานให้แก่นักท่องเที่ยว 59 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย, อังกฤษ, เยอรมนี, อิตาลี, สวิตเซอร์แลนด์, ออสเตรีย, โรมาเนีย, สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, บราซิล, เม็กซิโก, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, บรูไน, คาซัคสถาน, เบลารุส, กาตาร์, โมนาโก และไทย ฯลฯ โดยจะมีผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ เพื่อสนับสนุนนโยบายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เปิดกว้างมากขึ้น

มณฑลไห่หนาน เป็นมณฑลที่มีขนาดเล็กสุดของประเทศจีน ตั้งอยู่ล่างสุดของประเทศ ประกอบด้วยหมู่เกาะมากมาย เป็นเมืองริมทะเลแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ในเขตร้อน มีหาดทรายสวย และได้รับขนานนามว่า ‘ฮาวายแห่งเมืองจีน’
ทั้งนี้ นโยบายยกเลิกวีซ่าถูกประกาศขึ้นโดยประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ระหว่างการปราศรัยในพิธีฉลองวาระครบรอบ 30 ปี การจัดตั้งมณฑลไห่หนานและเขตเศรษฐกิจพิเศษไห่หนานเมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา โดยหวังให้มณฑลไห่หนานขยายการปฏิรูป เปิดเขตทดลองการค้าเสรี เขตทดลองนิเวศวิทยาแห่งชาติ การท่องเที่ยวระหว่างประเทศและศูนย์การบริโภค รวมไปถึงเขตโลจิสติกส์ทางยุทธศาสตร์แห่งชาติด้วย
Photo: shutterstock
The post Next Station ไห่หนาน… ตั้งแต่ 1 พ.ค. เป็นต้นไป คนไทยเที่ยวมณฑลไห่หนานฟรี ไม่ต้องขอวีซ่า appeared first on THE STANDARD.
]]>
ครอบครัวไหนใครมีเหล่ากงเหล่าม่าเตรียมเฮ รัฐบาลจีนประกาศ […]
The post รัฐบาลจีนเตรียมยืดระยะเวลาวีซ่า 5 ปี ให้ชาวต่างชาติที่บรรพบุรุษเป็นคนจีน เริ่ม 1 ก.พ. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ครอบครัวไหนใครมีเหล่ากงเหล่าม่าเตรียมเฮ รัฐบาลจีนประกาศจะขยายระยะเวลาวีซ่าพำนักในประเทศให้นานขึ้นถึง 5 ปี สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีบรรพบุรุษเป็นคนจีน จากเดิมที่ต้องยื่นเรื่องต่อวีซ่าทุก 1-2 ปี โดยนโยบายใหม่นี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์นี้

โดยชาวต่างชาติที่มีเชื้อสายจีนนี้ รวมถึงบุคคลที่เคยมี/ได้รับสัญชาติจีนและถือสัญชาติอื่นอยู่ด้วย หรือมีบรรพบุรุษเป็นคนจีน ดังนั้นผู้ที่มีความประสงค์จะยื่นเรื่องขอวีซ่าระยะเวลา 5 ปี เพียงแค่มีพ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย หรือบรรพบุรุษสักคนหนึ่งที่เป็นคนจีนหรือเคยถือสัญชาติจีน ก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับพิจารณาวีซ่าดังกล่าว

เอกสารสำคัญที่จะใช้เป็นหลักฐานพิสูจน์ความมีเชื้อสายจีน ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและ/หรือหนังสือเดินทางของผู้สมัครและ/หรือญาติที่มีเชื้อสายจีน นอกจากนี้หนังสือรับรองที่ยื่นผ่านสถานทูตจีนและสถานกงสุลใหญ่จีนในต่างประเทศก็สามารถใช้เป็นหลักฐานในการยื่นเรื่องขอวีซ่าประเภทนี้ได้
ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่นานรัฐบาลจีนพึ่งเพิ่มช่องทาง Fast Track สำหรับผู้มีพรสวรรค์เป็นเลิศ (High-End Talent) ไม่ว่าจะเป็นบรรดาผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบล โค้ชนักกีฬา นักวิทยาศาสตร์ รวมถึงคนเก่งในแวดวงต่างๆ ให้สามารถยื่นเรื่องขอขยายเวลาวีซ่าได้นานสูงสุดถึง 10 ปีเลยทีเดียว

นโยบายใหม่ที่ประกาศใช้นี้ เป็นการปรับกลยุทธ์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักลงทุนให้ทำงานหรือพำนักในประเทศจีนได้นานมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอีกทางหนึ่ง โดยทางการจีนเปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมามีผู้คนเดินทางเข้าออกพรมแดนของประเทศสูงกว่า 598 ล้านคน ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นราว 4.76 % จากปี 2016 ที่ผ่านมา
Photo: AFP
อ้างอิง:
The post รัฐบาลจีนเตรียมยืดระยะเวลาวีซ่า 5 ปี ให้ชาวต่างชาติที่บรรพบุรุษเป็นคนจีน เริ่ม 1 ก.พ. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>