วิลาวัลย์ พุทธสัมฤทธิ์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/วิลาวัลย์-พุทธสัมฤทธิ์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 27 Nov 2024 11:47:24 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ‘สามารถ’ พร้อมพิสูจน์คดีฟอกเงินดิไอคอนกรุ๊ป ยืนยันไม่ได้ถูกจับ ขออดอาหารต่อเพื่อทวงความยุติธรรม ด้านทนายเดินหน้ายื่นประกันตัว https://thestandard.co/samart-ready-to-prove-money-laundering-case/ Wed, 27 Nov 2024 11:47:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1013592

วันนี้ (27 พฤศจิกายน) ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ว่าท […]

The post ‘สามารถ’ พร้อมพิสูจน์คดีฟอกเงินดิไอคอนกรุ๊ป ยืนยันไม่ได้ถูกจับ ขออดอาหารต่อเพื่อทวงความยุติธรรม ด้านทนายเดินหน้ายื่นประกันตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (27 พฤศจิกายน) ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ว่าที่ ร.ต. นฤพล เรืองสังข์ ทนายความของ สามารถ เจนชัยจิตรวนิช นักการเมืองและผู้ถูกกล่าวหาในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับคดีดิไอคอนกรุ๊ป เข้ามาเยี่ยมสามารถ

 

พร้อมเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า สามารถยืนยันว่าจะอดน้ำและอดอาหารประท้วงจนกว่าตนเองและหลายๆ คนในเรือนจำจะได้รับความเป็นธรรม รวมทั้งจนกว่าตนเองจะได้รับการประกันตัว โดยสามารถอดอาหารตั้งแต่ 3 วันก่อน ตอนที่ทราบว่าถูกออกหมายจับและถูกตำรวจรวบตัวได้ที่จังหวัดเชียงราย

 

จากการเข้าไปเยี่ยมพบว่าสามารถมีอาการปากซีด เครียด แต่ยังคงพูดได้และตั้งใจที่จะต่อสู้คดีต่อไป แม้ตัวเองจะมีโรคประจำตัวคือโรคเกี่ยวกับตับอ่อนและความดัน ซึ่งทนายความก็พยายามบอกสามารถว่า ขอให้กินน้ำกินอาหาร อย่าทำแบบนี้ แต่สามารถบอกว่าตนเองรักความยุติธรรม หากจะเสียชีวิตในเรือนจำก็เป็นการเสียชีวิตเพื่ออุทิศให้แก่ความยุติธรรม

 

สำหรับสาเหตุที่นำมาสู่การอดอาหารประท้วงนั้น ว่าที่ ร.ต. นฤพล กล่าวว่า สามารถมองว่าตนเองยังไม่ได้รับความเป็นธรรมทางคดี อีกประเด็นคือเรื่องของกระบวนการของพนักงานสอบสวนที่ไม่มีการออกหมายเรียกทั้งสามารถและแม่ไปให้ปากคำชี้แจงเส้นทางการเงิน แต่สุดท้ายกลับออกหมายจับ 

 

ทั้งๆ ที่ตัว บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ออกคำชี้แจงแล้วว่า ไม่มีคลิปเสียงที่มีการเรียกรับผลประโยชน์และเส้นทางการเงินต่างๆ ซึ่งสามารถและบอสพอลมีเอกสารรับรองยืนยันทั้งหมด อีกทั้งสามารถยังมองว่าตอนแรกเจ้าหน้าที่มองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องตบทรัพย์ แต่สุดท้ายก็มากล่าวหาว่าเป็นการฟอกเงินซึ่งถือว่าย้อนแย้ง จึงยืนยันว่าการแจ้งข้อกล่าวหาว่าฟอกเงินไม่สมเหตุสมผล เพราะความผิดมูลฐานยังไม่ชัดเจน 

 

สำหรับประเด็นที่มีการพูดคุยกันในวันนี้นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องแนวทางการยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งไม่ให้ประกันตัวของศาล ซึ่งดำเนินการในส่วนคำร้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือแต่ในส่วนของสามารถที่จะเขียนเหตุผลแนบท้ายคำร้อง ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ภายในวันพรุ่งนี้ 

 

ว่าที่ ร.ต. นฤพล กล่าวว่า เหตุผลในการยื่นอุทธรณ์หลักๆ คือ จะแสดงให้เห็นว่าสามารถเข้ามามอบตัวกับตำรวจที่จังหวัดเชียงราย หลังทราบว่าถูกออกหมายจับ ไม่ได้เป็นไปตามคำร้องขอฝากขังที่กล่าวว่าสามารถถูกตำรวจจับกุม ทำให้เห็นได้ว่าสามารถไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และการที่ระบุในคำร้องขอฝากขังว่าสามารถถูกจับกุมนั้นไม่เป็นความจริง ซึ่งถ้าหากศาลไม่รับคำอุทธรณ์ก็จะดำเนินการยื่นประกันตัวในครั้งถัดไป 

 

ส่วนกรณีที่เมื่อวานนี้สามารถออกมาพูดว่า “อยากจะพูด แต่พูดไม่ได้” ทนายความระบุว่า เป็นเรื่องเกี่ยวกับทางคดีที่สามารถยังยืนยันว่า ทำไมถึงตั้งข้อหาฟอกเงิน ทั้งๆ ที่ความผิดมูลฐานยังไม่มีความชัดเจน 

 

ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามว่า ประโยคดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือนักการเมืองระดับสูงหรือไม่ ทนายความระบุว่า ตนไม่ทราบ แต่เชื่อว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมือง ส่วนที่แม่สามารถระบุว่าเป็นเรื่องการกลั่นแกล้งทางการเมืองนั้น ตนยังไม่เห็นข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว 

 

เมื่อถามถึงประเด็นที่แม่สามารถยื่นจดหมายให้กับผู้สื่อข่าวว่า สามารถมีส่วนรู้เห็นหรือไม่ ทนายความระบุว่า สามารถไม่รู้เรื่องดังกล่าว ส่วนตัวได้สอบถามคุณแม่สามารถว่าทำแบบนี้ทำไม ซึ่งคุณแม่ระบุว่า ที่ทำลงไปเพราะกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และยังยืนยันว่าเส้นเงินจำนวนดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2564 แล้ว และทำไมถึงไม่มีการออกหมายเรียกไปให้ปากคำก่อนที่จะถูกออกหมายจับ ซึ่งจดหมายดังกล่าวนั้นส่วนตัวมองว่าไม่มีผลต่อรูปคดี เพราะคุณแม่สามารถให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนไปหมดแล้ว ทั้งนี้ จดหมายดังกล่าวถูกเขียนขึ้นในห้องควบคุมตัวหลังจากที่แม่สามารถสอบปากคำแล้วเสร็จ

 

โดยทนายความเปิดเผยอีกว่า เส้นทางการเงินที่ DSI ดำเนินคดีคือ เงิน 2.5 ล้านบาท ซึ่งต้องอธิบายว่าแม่สามารถได้เงินจำนวน 2.5 ล้านบาท มีที่มาจากบอสพอลจำนวน 2 ล้านบาท และ บอสปีเตอร์-กลด เศรษฐนันท์ อีก 500,000 บาท 

 

โดยเป้าหมายของเงินแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือเงินที่แม่สามารถขอยืมจากบอสพอลจำนวนทั้งสิ้น 1.7 ล้านบาท ซึ่งภายหลังโอนเงิน 1.7 ล้านบาทเข้าบัญชีสามารถเพื่อเป็นการชำระหนี้แก่บอสพอล ส่วนสามารถจะนำเงิน 1.7 ล้านบาทไปให้บอสพอลด้วยวิธีการใด ตรงนี้ยังไม่ทราบ เพราะยังไม่เห็นเส้นทางการเงินที่โอนผ่านบัญชี และเงินที่เหลืออีก 800,000 บาท รวมเงินจากบอสปีเตอร์ด้วย 500,000 บาทนั้นคือเงินทำบุญทั้งหมด

 

ว่าที่ ร.ต. นฤพล กล่าวต่อว่า สามารถฝากกราบขอโทษและขอขมาไปยังผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีการล่วงเกินไปก่อนหน้านี้ และฝากความเป็นห่วงเป็นใยถึงแม่ ขอให้รักษาสุขภาพ รักษาตัวเองให้ดี พักผ่อนเยอะๆ กำชับว่าแม่อย่าออกสื่อเยอะ กลัวแม่จะเครียด ส่วนฝั่งแม่สามารถเองตอนแรกตั้งใจว่าจะมาเยี่ยมในวันนี้ แต่เนื่องจากสามารถยังติดแดนกักโรค ยังไม่สามารถเยี่ยมได้

The post ‘สามารถ’ พร้อมพิสูจน์คดีฟอกเงินดิไอคอนกรุ๊ป ยืนยันไม่ได้ถูกจับ ขออดอาหารต่อเพื่อทวงความยุติธรรม ด้านทนายเดินหน้ายื่นประกันตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
DSI ตั้งข้อสังเกต แม่สามารถไม่ให้การคดีฟอกเงินดิไอคอนกรุ๊ปกับเจ้าหน้าที่ แต่ส่งจดหมายให้นักข่าว จากนี้สามารถต้องส่งเอกสารแก้ข้อกล่าวหาใน 15 วัน https://thestandard.co/dsi-samart-mother-letter-to-press/ Wed, 27 Nov 2024 08:28:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1013482

จากกรณี วิลาวัลย์ พุทธสัมฤทธิ์ แม่ของ สามารถ เจนชัยจิตร […]

The post DSI ตั้งข้อสังเกต แม่สามารถไม่ให้การคดีฟอกเงินดิไอคอนกรุ๊ปกับเจ้าหน้าที่ แต่ส่งจดหมายให้นักข่าว จากนี้สามารถต้องส่งเอกสารแก้ข้อกล่าวหาใน 15 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

จากกรณี วิลาวัลย์ พุทธสัมฤทธิ์ แม่ของ สามารถ เจนชัยจิตรวนิช ยื่นกระดาษ ‘บันทึกแจ้งคำสั่งไม่ให้ปล่อยตัวชั่วคราว’ โดยด้านหลังเขียนด้วยลายมือตัวเองขอความเป็นธรรม 8 ข้อ ให้ผู้สื่อข่าวระหว่างถูกพนักงานสืบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษควบคุมตัวส่งฝากขังศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน สืบเนื่องจากคดีดิไอคอนกรุ๊ป เมื่อวานนี้ (26 พฤศจิกายน)

 

วันนี้ (27 พฤศจิกายน) พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่มอบบันทึกแจ้งคำสั่งไม่ให้ปล่อยตัวชั่วคราวให้แม่สามารถเซ็นชื่อท้ายเอกสารก่อนนำตัวไปส่งฝากขังศาล ส่วนจะมีเวลาเขียน 8 ข้อด้านหลังได้อย่างไรนั้นอยู่ระหว่างตรวจสอบ

 

ซึ่งปากกาและบันทึกแจ้งคำสั่งไม่ให้ปล่อยตัวชั่วคราวที่แม่สามารถเขียนส่งให้นักข่าวนั้น พนักงานสอบสวนไม่ได้มีระเบียบเคร่งครัดในการยึดอุปกรณ์ใดๆ เพียงแค่มีความผิดปกติว่าทำไมแม่สามารถไม่ให้การในขณะที่มีการสอบสวน หรือต้องการจะจุดประเด็นอะไรหรือไม่

 

กรณีประเด็น 8 ข้อดังกล่าวที่แม่สามารถเขียนลงในกระดาษนั้น เจ้าตัวไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ แก่เจ้าหน้าที่และบอกเพียงว่าตนเองไม่ได้กระทำผิด

 

พ.ต.ต. ยุทธนา กล่าวต่อว่า สามารถจะชี้แจงเป็นเอกสารแก้ข้อกล่าวหาเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 15 วัน ให้ยื่นผ่านทนายความส่งมายังพนักงานสืบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินมีอำนาจฝากขังทั้งหมด 7 ผัด รวม 84 วัน

The post DSI ตั้งข้อสังเกต แม่สามารถไม่ให้การคดีฟอกเงินดิไอคอนกรุ๊ปกับเจ้าหน้าที่ แต่ส่งจดหมายให้นักข่าว จากนี้สามารถต้องส่งเอกสารแก้ข้อกล่าวหาใน 15 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลรับฝากขังสามารถ-แม่ ฐานฟอกเงินคดีดิไอคอนกรุ๊ป DSI ค้านประกัน เหตุใกล้ชิดคนมีอำนาจ-มีศักยภาพการเงินสูง ด้านทนายบอสพอลร่วมเป็นพยาน https://thestandard.co/court-denies-bail-samart-mother/ Tue, 26 Nov 2024 12:01:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1013124

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานส […]

The post ศาลรับฝากขังสามารถ-แม่ ฐานฟอกเงินคดีดิไอคอนกรุ๊ป DSI ค้านประกัน เหตุใกล้ชิดคนมีอำนาจ-มีศักยภาพการเงินสูง ด้านทนายบอสพอลร่วมเป็นพยาน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสืบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ควบคุมตัว วิลาวัลย์ พุทธสัมฤทธิ์ อายุ 62 ปี และ สามารถ เจนชัยจิตรวนิช อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 ในคดีร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินตาม พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5 (1) และ (3) รวมถึงมาตรา 9 และมาตรา 60

 

โดยพฤติการณ์ตามคำร้องระบุว่า กรณีกล่าวหาบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์กุล กับพวก รวม 19 ราย มีพฤติการณ์ร่วมกันหลอกลวงกลุ่มผู้เสียหายด้วยการเปิดรับสมัครให้เข้ารับการอบรมขายสินค้าออนไลน์ โดยหลอกว่าจะสอนวิธีการขายของออนไลน์ และมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ซึ่งมีกลุ่มผู้เสียหายหลงเชื่อเข้าอบรม บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด กับพวกจะแนะนำชักจูงให้ผู้กล่าวหากับพวกร่วมลงทุนซื้อสินค้าของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ไปจำหน่าย โดยทำให้หลงเชื่อว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ เมื่อลงทุนซื้อสินค้าไปแล้วบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด กับพวก จะเริ่มชักชวนให้ผู้เสียหายลงทุนตามแผนการลงทุนที่บริษัทจัดทำขึ้น และอ้างกับผู้เสียหายว่าสามารถทำรายได้เป็นจำนวนมากจากการขายสินค้าออนไลน์

 

นอกจากนี้บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด กับพวก ยังเผยแพร่แผนประกอบธุรกิจการจ่ายค่าตอบแทนเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ และมีจุดประสงค์มุ่งเน้นการหาผลประโยชน์ตอบแทนจากการชักชวนบุคคลอื่นมาสมัครเป็นสมาชิกมากกว่าการขายสินค้า และบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด กับพวก อ้างว่า ตนเองได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนในระบบขายตรง แต่ความเป็นจริงไม่ได้รับอนุญาตตามที่อ้าง ซึ่งเป็นการปกปิดข้อเท็จจริงหรือแสดงข้อความเป็นเท็จ

 

และกลุ่มผู้ต้องหาร่วมกันกระทำความผิดโดยแบ่งหน้าที่กันทำ เพื่อโฆษณาหรือเชิญชวนผู้เสียหายมาร่วมลงทุนกับบริษัท เพื่อให้ได้รับค่าตอบแทนในอัตราสูง แต่บริษัทกับพวกไม่นำเงินที่ได้รับจากผู้เสียหายไปประกอบตามที่กล่าวอ้างไว้กับผู้เสียหาย จึงเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมากตามที่นำเสนอข่าวไปแล้ว

 

ทั้งนี้ DSI จึงแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้บริหารและเครือข่ายของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด กับพวก ว่า ร่วมกันกระทำความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน อีกทั้งร่วมกันทุจริตในการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรง โดยตกลงว่าจะให้ประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้เข้าร่วมเครือข่ายซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมที่เพิ่มขึ้น

 

จากการรวบรวมพยานหลักฐานพบว่า มีการโอนเงินจากชื่อบัญชีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด และบัญชีเงินฝากของบอสพอล อีกทั้งต่อมามีข้อเท็จจริงว่าโอนเงินไปยังบัญชีของวิลาวัลย์ ผู้ต้องหาที่ 1 จำนวน 15 ครั้ง รวมเป็นเงินจำนวน 2,589,999 บาท และมีการโอนเงินไปยังบัญชีเงินฝากของสามารถ ผู้ต้องหาที่ 2 จำนวน 14 ครั้ง เป็นจำนวนเงิน 475,000 บาท

 

อย่างไรก็ตาม มูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ส่งหนังสือขอให้ตรวจสอบการกระทำของสามารถ พร้อมกับส่งคลิปเสียงจำนวน 2 คลิปซึ่งเป็นไฟล์เสียงสนทนาระหว่างบอสพอลและสามารถ

 

เมื่อพนักงานสอบสวนตรวจสอบข้อมูลบัญชีธนาคารและธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้อง พบข้อมูลบัญชีเงินฝากของวิลาวัลย์มีการเคลื่อนไหวตั้งแต่ช่วงวันที่ 1 มกราคม 2561 – 28 ตุลาคม 2567 และพบว่ามีการทำธุรกรรมผ่านบัญชีหลักร้อยล้านบาท โดยเป็นการโอนเงินไปยังบัญชีอื่นจำนวน 103,813,577.04 บาท และรับโอนเงินจากบัญชีอื่นจำนวน 88,894,306.46 บาท

 

ซึ่งตรวจสอบการโอนเงินเข้าบัญชีของสามารถ 5 บัญชี พบยอดเงินในบัญชีมากกว่า 14 ล้านบาท มีการโอนเงินจากบอสพอลจำนวน 2.5 ล้านบาท และมีการรับโอนเงินจากผู้ต้องหารายอื่นซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เกี่ยวข้องกับบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด และอยู่ระหว่างการสืบสวน

 

นอกจากนี้จากการตรวจสอบการโอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของวิลาวัลย์ไปยังบัญชีเงินฝากของสามารถเป็นเงินรวมกว่า 34 ล้านบาท เมื่อปรากฏธุรกรรมการโอนเงินหมุนเวียนจำนวนหลักร้อยล้านบาทของวิลาวัลย์ แต่กลับไม่ปรากฏข้อมูลการยื่นแบบแสดงการเสียภาษีของกรมสรรพากรแต่อย่างใด

 

การกระทำของบอสพอล วิลาวัลย์ และสามารถ จึงเป็นพฤติการณ์ที่เข้าข่ายการรับโอน เปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิดเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดที่มา หรือเพื่อช่วยผู้อื่นไม่ว่าก่อน ขณะ หรือหลังการกระทำผิด ไม่ให้ต้องรับโทษ หรือรับโทษน้อยลง

 

การกระทำของผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 เป็นความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน

 

อย่างไรก็ตาม ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

 

โดยพนักงานสอบสวนยังทำสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากต้องสอบสวนพยานอีก 30 ปาก รอผลพิสูจน์ของกลาง รวมถึงรอผลการตรวจลายนิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาที่ 1 และ 2

 

เจ้าหน้าที่สอบสวนจำเป็นต้องขอหมายขังผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 ไว้ระหว่างการสอบสวน มีกำหนด 12 วันนับตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน – 7 ธันวาคม 2567

 

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นบุคคลตามหมายจับ มีการกระทำที่ลักษณะเป็นเครือข่าย และบุคคลทั้ง 3 รายเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกัน อีกทั้งมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก หากให้ประกันตัวเกรงว่าจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานฟอกเงิน

 

โดยสามารถ ผู้ต้องหาที่ 2 เป็นบุคคลที่เคยมีตำแหน่งทางการเมือง และเป็นบุคคลกว้างขวาง มีความใกล้ชิดกับบุคคลที่มีอำนาจ รวมถึงมีศักยภาพทางการเงินสูง จึงเชื่อว่าเมื่อปล่อยตัวผู้ต้องหาไปจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน อีกทั้งพบว่าภายหลังจากมีคลิปเผยแพร่การสนทนาระหว่างบอสพอล ผู้ต้องหาตามหมายจับ และสามารถ ผู้ต้องหาที่ 2 เรื่องการเรียกรับเงิน กรณีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด หลังจากนั้นทนายของผู้ต้องหาให้สัมภาษณ์สื่อเกี่ยวกับกรณีการเรียกรับเงินดังกล่าว

 

ซึ่งเป็นการโอนเงินระหว่างบอสพอลและผู้ต้องหาที่ 1 ก่อนจะโอนไปยังผู้ต้องหาที่ 2 ว่า เป็นเงินฝากทำบุญและการกู้ยืมเงิน ซึ่งเป็นการเตรียมการให้การเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวในลักษณะบิดเบือนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในคดี อีกทั้งผลจากการตรวจค้นบ้านพักอาศัยของผู้ต้องหาที่ 2 พบว่า มีการจัดเตรียมพยานหลักฐานชี้แจงแก่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษอันอาจสร้างความสับสนหลงประเด็นต่อการรวบรวมพยานหลักฐาน หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 อาจจะพากันหลบหนีได้

 

ศาลอาญาพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาทั้งสองแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขัง

 

ด้าน วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของบอสพอล เดินทางมาเป็นพยานฝั่งสามารถและมารดา โดยให้สัมภาษณ์ว่า ทีมทนายของสามารถยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว และขอให้ศาลเปิดบัลลังก์ไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยตนยินดีเป็นพยานชี้ให้ศาลเห็นว่าคดีของดิไอคอนกรุ๊ปยังไม่มีการพิพากษาว่าเป็นความผิด ฉะนั้นเงินที่โอนจากบอสพอลไปยังสามารถจึงยังไม่ใช่การฟอกเงินจากการกระทำผิด

 

วิฑูรย์กล่าวต่อว่า คดีมูลฐานฟอกเงินยังไม่มีการส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการ และยังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เพราะพยานฝั่งตนเองยังขอเข้าให้ปากคำ จึงมองว่าการที่ DSI คัดค้านประกันตัวในคดีดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล ทั้งนี้ บรรดาบอสไม่ได้ฝากอะไรถึงสามารถ

The post ศาลรับฝากขังสามารถ-แม่ ฐานฟอกเงินคดีดิไอคอนกรุ๊ป DSI ค้านประกัน เหตุใกล้ชิดคนมีอำนาจ-มีศักยภาพการเงินสูง ด้านทนายบอสพอลร่วมเป็นพยาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
DSI คุมตัว ‘สามารถ-แม่’ ยื่นฝากขังต่อศาลพร้อมคัดค้านประกันตัว สามารถตะโกนเปิดใจ “อยากพูดแต่พูดไม่ได้” https://thestandard.co/dsi-detains-samart-and-mother/ Tue, 26 Nov 2024 07:47:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1012878

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) เวลา 12.15 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศ […]

The post DSI คุมตัว ‘สามารถ-แม่’ ยื่นฝากขังต่อศาลพร้อมคัดค้านประกันตัว สามารถตะโกนเปิดใจ “อยากพูดแต่พูดไม่ได้” appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) เวลา 12.15 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เจ้าหน้าที่ DSI ควบคุมตัว สามารถ เจนชัยจิตรวนิช และ วิลาวัลย์ พุทธสัมฤทธิ์ แม่ของสามารถ ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน หลังพบเส้นทางการเงินระหว่างทั้งคู่เชื่อมโยงกับผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ป

 

โดยเจ้าหน้าที่ควบคุมวิลาวัลย์ออกมาเป็นคนแรก ทันทีที่ออกมาเจอสื่อมวลชนวิลาวัลย์พยายามตะโกนบอกผู้สื่อข่าวว่า ตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม พร้อมบอกว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินทำบุญตั้งแต่ปี 2564

 

ก่อนที่จะตะโกนขอความเป็นธรรมให้กับตนเองว่า “ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย” พร้อมบอกว่า ตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมและถูกกลั่นแกล้ง

 

โดยระหว่างการควบคุมตัววิลาวัลย์นำกระดาษที่เขียนข้อความยัดใส่มือผู้สื่อข่าว ซึ่งข้อความภายในกระดาษระบุเป็นข้อว่า

 

1. เรื่องเกิดปี 2564 ตอนนั้นดิไอคอนกรุ๊ปยังไม่มีปัญหาทางธุรกิจ เงินที่ได้มาทำบุญกับกู้ยืมพอล (บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล) ก็เซ็นชื่อเป็นหลักฐานไว้ทั้งหมดแล้ว และทำหนังสือออกมาให้แล้ว

 

2. ใครคือผู้เสียหาย

 

3. จะฟอกเงินได้อย่างไร

 

4. ไม่ได้รับความเป็นธรรมและโดนกลั่นแกล้ง

 

5. ไม่มีส่วนรู้เห็นในธุรกิจดิไอคอนกรุ๊ป เพราะไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยว

 

6. จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้อย่างไร

 

7. จะขอต่อสู้เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมจนกว่าชีวิตจะหาไม่

 

8. ถ้าต้องโทษจนถึงตายก็ถือว่าประเทศไทยไม่มีความยุติธรรม

 

ก่อนที่เวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ DSI จะควบคุมตัวสามารถออกมา เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สามารถมีอะไรอยากพูดกับสื่อมวลชนหรือไม่ สามารถตะโกนว่า “อยากพูดแต่พูดไม่ได้” ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะควบคุมทั้งสองคนขึ้นรถนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก โดยจะคัดค้านการประกันตัว เพราะเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

 

The post DSI คุมตัว ‘สามารถ-แม่’ ยื่นฝากขังต่อศาลพร้อมคัดค้านประกันตัว สามารถตะโกนเปิดใจ “อยากพูดแต่พูดไม่ได้” appeared first on THE STANDARD.

]]>
อธิบดี DSI เผย สามารถและแม่ยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันเงินที่โยงจากผู้ต้องหาดิไอคอนกรุ๊ปเป็นเงินจากการยืม-ทำบุญ https://thestandard.co/dsi-samart-mother-deny-dsi-allegations/ Tue, 26 Nov 2024 06:47:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1012837

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พ.ต.ต. […]

The post อธิบดี DSI เผย สามารถและแม่ยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันเงินที่โยงจากผู้ต้องหาดิไอคอนกรุ๊ปเป็นเงินจากการยืม-ทำบุญ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดี DSI ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีที่ สามารถ เจนชัยจิตรวนิช และ วิลาวัลย์ พุทธสัมฤทธิ์ ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน หลังพบเส้นทางการเงินระหว่างทั้งคู่เชื่อมโยงกับผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ป

 

พ.ต.ต. ยุทธนา ระบุว่า ตามที่มอบหมายให้กองคดีฟอกเงินดำเนินคดีกับสามารถและวิลาวัลย์ ชุดจับกุมมีการแจ้งสิทธิ์ให้ผู้ต้องหาทราบและมีการสอบปากคำ เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้ให้การปฏิเสธ และจะขอยื่นคำให้การแก้ข้อหาใน 15 วัน และปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำความผิดในฐานฟอกเงิน พร้อมให้ข้อมูลว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินที่ยืมและเป็นเงินที่ทำบุญ

 

ทั้งสามารถและแม่ของสามารถมีอาการเครียดจากการสอบปากคำ แต่ตลอดการสอบปากคำทั้งคู่ไม่ให้การและให้การปฏิเสธอย่างเดียว และคำให้การของทั้งสองคนไม่สอดคล้องกับพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่มีอยู่ และทั้งคู่ยังไม่ให้การอย่างอื่นว่าเงินที่ยืมมานั้นเอาไปลงทุนหรือทำอะไรบ้าง

 

เมื่อถามว่าหลักฐานหรือเส้นทางการเงินต่างๆ ที่มีการโอนไปยังบัญชีของแม่สามารถนั้นโอนเข้ามาเพื่ออะไร พ.ต.ต. ยุทธนา ระบุว่า ประเด็นนี้ผู้ต้องหายังไม่ได้ตอบคำถาม ทั้งคู่ยังอ้างว่าเป็นเงินที่ได้จากการทำบุญและเป็นเงินที่ยืมกัน เมื่อถามว่าขณะนี้เส้นเงินต่างๆ โยงไปถึงใครบ้าง พ.ต.ต. ยุทธนา ระบุว่า ในชั้นที่เกี่ยวข้องก็มีบุคคลที่ถูกออกหมายจับไปก่อนหน้านี้ และอีกหนึ่งบุคคลที่ยังต้องสอบสวนดำเนินการนั่นคือ บอสปีเตอร์-กลด เศรษฐนันท์ ที่มีเงินโอนเข้าบัญชีแม่ของสามารถ 5 แสนบาท

 

พ.ต.ต. ยุทธนา กล่าวถึงเงินจำนวนกว่า 100 ล้านบาทที่มีการโอนมาจากบุคคลอื่นนั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีบุคคลใดโอนเงินเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง พร้อมบอกว่าในเบื้องต้นยังไม่พบเส้นทางการเงินระหว่าง กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ กับแม่ของสามารถ รวมถึงสามารถเข้ามาเกี่ยวข้อง

 

ส่วนหลักฐานที่จะเอามาดำเนินการนั้นจะมีคลิปเสียงและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากอยู่ในสำนวนคดี และเชื่อว่าสามารถเป็นคนถือบัญชีโดยลักษณะเป็นบัญชีม้า ซึ่งคาดว่าน่าจะมีอีกหลายบัญชี

 

พ.ต.ต. ยุทธนา กล่าวต่อว่า เบื้องต้นจะมีการแจ้งข้อหากับ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ในฐานความผิดฟอกเงินอีกหนึ่งฐาน และเจ้าหน้าที่จะเข้าไปภายในเรือนจำเร็วๆ นี้

The post อธิบดี DSI เผย สามารถและแม่ยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันเงินที่โยงจากผู้ต้องหาดิไอคอนกรุ๊ปเป็นเงินจากการยืม-ทำบุญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
DSI จับครบ ‘สามารถ-แม่’ คดีฟอกเงินดิไอคอนกรุ๊ป ส่วนบอสพอลเตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มในเรือนจำ https://thestandard.co/dsi-arrests-samart-the-icon-laundering/ Mon, 25 Nov 2024 09:28:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1012557 DSI ดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (25 พฤศจิกายน) พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบส […]

The post DSI จับครบ ‘สามารถ-แม่’ คดีฟอกเงินดิไอคอนกรุ๊ป ส่วนบอสพอลเตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มในเรือนจำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
DSI ดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (25 พฤศจิกายน) พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีเครือข่ายฟอกเงินบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ว่า ศาลอาญาอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 3 คน ได้แก่ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล, สามารถ เจนชัยจิตรวนิช และ วิลาวัลย์ พุทธสัมฤทธิ์ แม่ของสามารถ ในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด 

 

โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา DSI นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพัก 2 จุดของสามารถและแม่ ย่านตลิ่งชัน-พรานนก และซอยพญานาค เขตราชเทวี ตรวจยึดของกลาง เช่น โทรศัพท์มือถือ, รถตู้โตโยต้า อัลพาร์ด, เอกสารเกี่ยวกับบัญชีการเงิน และสัญญาต่างๆ 

 

และสามารถจับกุมแม่ของสามารถได้ ก่อนจะคุมตัวไปสอบปากคำที่ DSI โดยเจ้าตัวยังให้การไม่ค่อยเป็นประโยชน์ต่อคดีและอยู่ระหว่างสอบสวน ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ส่วนความสัมพันธ์กับบอสพอล ยังไม่ได้สอบปากคำ

 

แต่จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ามีเงินที่ระดมจากสมาชิกบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด โอนต่อไปยังกลุ่มบอสผู้ต้องหา ก่อนโอนต่อให้แม่ของสามารถ โดยเส้นทางการเงินจากบอสพอล ประมาณ 2.5 ล้านบาท และ บอสปีเตอร์ 5 แสนบาท รวมประมาณ 15 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2564 – ปัจจุบัน 

 

ซึ่งแม่ของสามารถอ้างว่าเป็นเงินทำบุญและเงินยืม แต่ DSI เพียงรับฟังและต้องชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน เพราะเงินรับมาเป็นหลักแสน ส่งมาเป็นงวดๆ ทุกเดือน ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการรับโอนเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน หรือปกปิด ซุกซ่อน อำพราง เข้าข่ายความผิดอาญาฐานร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน

 

พ.ต.ต. ยุทธนา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังพบเส้นทางการเงินต้องสงสัยอีกกว่า 100 ล้านบาท ที่มาจากแหล่งอื่นๆ นอกเหนือจากบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด โอนเข้าบัญชีแม่ของสามารถ ที่ DSI กำลังตรวจสอบเพิ่มเติมด้วย 

 

ส่วนสามารถแม้ DSI จะไม่พบที่บ้านพัก แต่ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยติดตามจับกุม จนกระทั่งเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ ตำรวจภูธรภาค 5 พบตัวสามารถที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงรายแล้ว และอยู่ระหว่างนำตัวกลับมาดำเนินคดีที่ DSI คืนนี้ แต่เบื้องต้นจากการตรวจค้นบ้านหรูย่านตลิ่งชัน พบว่าแอร์ห้องนอนสามารถยังเปิดทิ้งไว้ มีเสื้อผ้าถูกถอดออก มีลักษณะเร่งรีบออกไปก่อนที่ตำรวจจะเข้าตรวจค้น แต่ไม่ทราบเวลาแน่ชัดว่าออกไปเมื่อใด หรือเจ้าตัวอาจจะไปทำบุญจริงๆ และยังไม่ปรากฏข้อมูลการเตรียมออกนอกประเทศ จึงต้องรอสอบสวนเจ้าตัวอีกครั้ง

 

ทั้งนี้ ตำรวจมีอำนาจควบคุมตัว 48 ชั่วโมง ส่วนจะให้ประกันตัวหรือไม่ พนักงานสอบสวนต้องประชุมกันก่อน แต่หากพิจารณาแล้วว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานก็จะต้องคัดค้านการประกันตัว ส่วนบอสพอลที่ถูกออกหมายจับในคดีนี้ด้วย DSI เตรียมเข้าไปแจ้งข้อหาเพิ่มในเรือนจำ และจะขยายผลไปถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการยักย้ายถ่ายเทเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สินเพิ่มเติม

 

ส่วนที่ทนายความของบอสพอลให้สัมภาษณ์ว่า บอสพอลไม่ติดใจดำเนินคดีกับสามารถ อธิบดี DSI ยืนยันว่า แม้บอสพอลจะไม่แจ้งความ แต่คดีนี้เป็นอาญาแผ่นดิน เมื่อเจ้าพนักงานพบการกระทำความผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อตัดวงจรการกระทำผิด 

 

อีกทั้ง DSI พิจารณาแล้วว่าคดีฉ้อโกงประชาชนและความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน มีพยานหลักฐานแน่นหนาในระดับหนึ่ง การที่ได้ทรัพย์จากการกระทำผิดมาโอนเปลี่ยนแปลงสภาพ ปกปิด อำพราง ถือว่าเข้าข่ายฐานฟอกเงิน ส่วนที่บอสพอลอ้างว่าเป็นเงินทำบุญ หรือเป็นเงินทำบุญและเป็นเงินยืม ได้เงินคืนทั้งหมดแล้วนั้น ก็เป็นสิทธิที่จะอ้างได้ และสามารถยื่นหลักฐานมาได้ DSI ก็จะรับฟัง

 

สำหรับสำนวนคดีฟอกเงินนี้ DSI จะเร่งสรุปสำนวนส่งอัยการภายใน 84 วัน ซึ่งจะแยกเป็นอีกสำนวนหนึ่ง ส่วนสำนวนคดีดิไอคอนกรุ๊ปจะเร่งให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 3 ธันวาคมนี้

 

DSI ดิไอคอนกรุ๊ป DSI ดิไอคอนกรุ๊ป

The post DSI จับครบ ‘สามารถ-แม่’ คดีฟอกเงินดิไอคอนกรุ๊ป ส่วนบอสพอลเตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มในเรือนจำ appeared first on THE STANDARD.

]]>