วิภา บานเย็น Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/วิภา-บานเย็น/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 06 Sep 2018 06:19:08 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ครูวิภา ปลดหนี้ กยศ. แล้ว เตรียมทวงหนี้นักเรียนที่ค้างชำระ ตั้งกองทุนช่วยเหลือนักเรียนที่เดือดร้อน https://thestandard.co/kru-vibha-studentloan/ https://thestandard.co/kru-vibha-studentloan/#respond Thu, 06 Sep 2018 06:19:08 +0000 https://thestandard.co/?p=119276

จากกรณีที่ครูวิภา บานเย็น วัย 47 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียน […]

The post ครูวิภา ปลดหนี้ กยศ. แล้ว เตรียมทวงหนี้นักเรียนที่ค้างชำระ ตั้งกองทุนช่วยเหลือนักเรียนที่เดือดร้อน appeared first on THE STANDARD.

]]>

จากกรณีที่ครูวิภา บานเย็น วัย 47 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชร ถูกบังคับคดี หลังค้ำประกันให้กับนักเรียนที่กู้ยืมเงิน กยศ. ตั้งแต่ปี 2541-2542 จำนวน 60 ราย แต่มีลูกศิษย์ที่ค้างชำระจนถูกฟ้องร้องดำเนินคดี 21 รายนั้น

 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ครูวิภาเปิดเผยว่า ตนได้ชำระหนี้ กยศ. แทนลูกศิษย์เป็นจำนวนเงิน 2.7 แสนบาทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งส่วนตัวรู้สึกดีใจมากที่หลุดพ้นจากการเป็นผู้ค้ำประกัน ไม่ต้องคอยกังวลเรื่องหมายศาล หรือกังวลว่าคนจะมายึดทรัพย์สินอีกต่อไป ซึ่งขณะนี้กำลังรอหนังสือยืนยันจาก กยศ. ว่าหมดภาระในฐานะผู้ค้ำประกันแล้ว

 

นอกจากนี้ยังได้รับความช่วยเหลือจากอดีตนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง และคณะ พร้อมด้วยแม่ชี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร รวมถึงผู้ใหญ่อีกหลายท่านที่ให้ความอนุเคราะห์ จึงนำเงินส่วนนี้ไปตั้งเป็นกองทุนชำระหนี้ กยศ. เพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่มีความเดือดร้อน และมีภาระจนไม่สามารถชำระหนี้ได้

 

ซึ่งขั้นตอนต่อไปหลังจากนี้คือการติดตามทวงหนี้นักเรียนที่ค้างชำระกองทุนดังกล่าวจำนวน 20 คน โดยได้รับความช่วยเหลือจากนายธัชชัย สีสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ในการประสานทุกหน่วยงานในจังหวัดเพื่อค้นหาที่อยู่นักเรียนที่เคยกู้ดังกล่าว และติดตามทวงหนี้เป็นรายบุคคลต่อไป

 

“หลังจากติดตามทวงหนี้เป็นรายคนไป มีเด็กบางคนยินดีที่จะคืนเงินให้ครูแล้ว ครูจะเอาเงินที่ได้รับคืนจากลูกศิษย์ตั้งเป็นกองทุนเพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่เดือนร้อน ซึ่งครูหวังว่าลูกศิษย์ของครูเป็นคนดี มีความรับผิดชอบจะมาคืนเงินให้ครู และอยากจะขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่เข้ามาช่วยเหลือตนให้ประสบความสำเร็จ และหลุดพ้นจากภาระการเป็นผู้ค้ำประกัน” ครูวิภา กล่าว

 

สำหรับสถานะการดำเนินงานของ กยศ. ปัจจุบัน พบว่ามีผู้กู้ยืมทั่วประเทศจำนวน 5.4 ล้านราย คิดเป็นงบประมาณให้กู้ยืมกว่า 5.7 แสนล้านบาท มียอดเงินค้างชำระ 6.8 หมื่นล้านบาท โดยหลังจากมีข่าวกรณีเบี้ยวหนี้ กยศ. ส่งผลให้ปี 2561 มีลูกหนี้ กยศ. เข้ามาชำระหนี้มากขึ้นเป็น 2.6 หมื่นล้านบาท จากปกติที่ชำระประมาณ 5,000 ล้านบาทต่อปี

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post ครูวิภา ปลดหนี้ กยศ. แล้ว เตรียมทวงหนี้นักเรียนที่ค้างชำระ ตั้งกองทุนช่วยเหลือนักเรียนที่เดือดร้อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/kru-vibha-studentloan/feed/ 0
ถอดบทเรียนครูวิภา โดนลูกศิษย์เบี้ยวหนี้ กยศ. จะคำ้ให้ใครต้องระวัง เตรียมปรับระบบเจาะถึงเงินบัญชีลูกหนี้ https://thestandard.co/lesson-learned-kru-wipa/ https://thestandard.co/lesson-learned-kru-wipa/#respond Wed, 25 Jul 2018 12:23:53 +0000 https://thestandard.co/?p=109930

  จากกรณี ครูวิภา บานเย็น ได้เป็นผู้ค้ำประกันให้แก […]

The post ถอดบทเรียนครูวิภา โดนลูกศิษย์เบี้ยวหนี้ กยศ. จะคำ้ให้ใครต้องระวัง เตรียมปรับระบบเจาะถึงเงินบัญชีลูกหนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

จากกรณี ครูวิภา บานเย็น ได้เป็นผู้ค้ำประกันให้แก่นักเรียนที่เป็นผู้กู้ยืมเงิน กยศ. แต่มีลูกศิษย์ที่ค้างชำระหนี้ กยศ. จนถึงขั้นบังคับคดีกับครูวิภา ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกัน

 

ครูวิภาค้ำประกันให้นักเรียนตั้งแต่ปี 2541-2542 จำนวน 60 ราย จากจำนวนดังกล่าว มีผู้กู้ที่ชำระหนี้ปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว 29 ราย ชำระหนี้ตามปกติ 10 ราย ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งสิ้น 21 ราย ในจำนวนคดีที่ถูกฟ้องร้องมีการยึดทรัพย์แล้ว 4 ราย ซึ่งทั้ง 4 รายนี้ครูวิภาได้มาชำระหนี้ในส่วนที่ค้ำประกันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งกองทุนจะดำเนินการถอนการยึดทรัพย์ต่อไป

 

ส่วนคดีอีก 17 คดีที่เหลือนั้นอยู่ในขั้นตอนการบังคับคดี ซึ่งทั้ง 17 รายนี้คิดเป็นเงินต้นที่ค้ำประกันประมาณ 190,000 บาท รวมดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 300,000 บาท

 

“ใน 17 ราย ถ้าเขาไม่มาดำเนินการก็ถูกยึดทรัพย์อยู่ดี จะวอนให้ กยศ. ช่วยอย่างไร มันมีทางออกอย่างอื่นที่จะช่วย ณ ตอนนี้ได้บ้าง ถ้าพูดถึงความกังวลใจก็มีเท่าเดิม ต้องกู้เงินเพื่อไปไถ่ถอนทรัพย์ของตนเอง ถ้าเป็นไปได้ ขอยกหนี้ของเราให้คนกู้ 100% แต่ กยศ. ยืนยันเป็นไปไม่ได้” ครูวิภากล่าว

 

กยศ. ระงับบังคับคดีครูวิภาชั่วคราว
วันนี้ (25 ก.ค.) นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) แถลงข่าวร่วมกับ นางสาววิภา บานเย็น ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชร ชี้แจงว่า

 

ในส่วนคดีอีก 17 คดีที่เหลือนั้นอยู่ในขั้นตอนการบังคับคดี โดย กยศ. จะระงับการบังคับคดีและขายทอดตลาดในเดือนสิงหาคมนี้ไว้ชั่วคราว เพื่อให้ฝ่ายกฎหมายเพิ่มความเข้มข้นในการติดตามตัวและทรัพย์ของลูกหนี้

 

“เราจะนำชื่อทั้ง 17 รายไปเร่งค้นข้อมูลหาว่าทำงานที่ไหนและหักเงินเดือนที่ต้นสังกัด

 

และเร่งสืบหาทรัพย์ ซึ่งทั้ง 17 รายนั้นเป็นหนี้คนละจำนวนไม่มาก รวมกัน 1.9 แสนบาท รวมดอกเบี้ยไม่น่าเกิน 3 แสนบาท เราเชื่อว่าสามารถติดตามได้ทั้ง 17 ราย”

 

ยอมรับสืบทรัพย์ลูกหนี้เจอยากกว่าผู้ค้ำประกัน

ผู้จัดการกองทุน กยศ. แถลงข่าวชี้แจงว่า ที่ผ่านมาในการติดตามหนี้กองทุนไม่ได้ละเลยที่จะติดตามผู้กู้ยืม และได้ดำเนินการตามขั้นตอนติดตามหนี้จากผู้กู้ยืมมาอย่างต่อเนื่อง

 

“จริงๆ เราพุ่งไปที่ลูกหนี้ก่อนอยู่แล้ว แต่โอกาสที่ผู้ค้ำประกันจะมีทรัพย์สินนั้นมีสูงกว่า”

 

นายชัยณรงค์กล่าวยอมรับว่า การสืบทรัพย์ลูกหนี้ที่ผ่านมาเป็นเรื่องยาก โดยโอกาสพบทรัพย์สินของผู้ค้ำประกันจะมีสูงกว่า เนื่องจากลูกหนี้ กยศ. บางรายแม้จะมีเงินเดือน แต่ไม่มีทรัพย์สินหรืออสังหาริมทรัพย์ให้ติดตาม แต่ยืนยันในขั้นตอนว่าถ้าพบทรัพย์ของลูกหนี้ก็จะยึดก่อน แต่ถ้าไม่พบก็จะยึดทรัพย์ของผู้ค้ำประกัน

 

ทั้งนี้กองทุนจึงขอฝากเรื่องการค้ำประกันการกู้ยืมใดๆ ผู้ค้ำประกันจะต้องตระหนักว่าจะเป็นภาระผูกพันทางกฎหมาย และขอฝากถึงผู้กู้ยืมให้ชำระหนี้เป็นปกติ เพื่อไม่ให้ถูกฟ้องร้องจนเดือดร้อนถึงผู้ค้ำประกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบิดา มารดา ญาติ หรือครู อาจารย์ เพราะหากค้างชำระเป็นระยะเวลานานจะทำให้เกิดเบี้ยปรับจำนวนมากอีกด้วย

 

กฎหมายใหม่ กยศ. ให้อำนาจเข้าถึงข้อมูลลูกหนี้ เบอร์โทรศัพท์ เงินในบัญชี

นายชัยณรงค์เปิดเผยด้วยว่า จากกรณีครูวิภา ทำให้สังคมได้ตระหนักถึงผลกระทบของการไม่ชำระหนี้ กยศ. มากขึ้น พร้อมเปิดเผยด้วยว่า ปัจจุบัน พ.ร.บ. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา

 

กฎหมายใหม่นี้ให้อำนาจ กยศ. ประสานขอข้อมูลส่วนตัวของลูกหนี้ เช่น เบอร์โทรศัพท์ ซึ่งปัจจุบัน กยศ. ได้ประสานขอข้อมูลเบอร์โทรศัพท์มือถือจากข้อมูลที่มีการลงทะเบียนไว้เพื่อติดตามทวงหนี้ โดยมีทั้งส่ง SMS และข้อความเสียง รวมถึงมีการโทรศัพท์เพื่อติดตามทวงหนี้

 

นายชัยณรงค์กล่าวด้วยว่า “กยศ. มีอำนาจเข้าถึงข้อมูลทั้งจากกรมสรรพากร ข้อมูลประกันสังคม โดยสามารถลงลึกไปถึงเงินในบัญชีของผู้กู้ได้ในอนาคต แต่ปัจจุบันยังไม่มีการพิจารณานำข้อมูลผู้กู้ส่งเข้าเครดิตบูโร”

 

กรกฎาคม 2561 เริ่มแล้ว! หักเงินเดือนชำระหนี้ กยศ.

นายชัยณรงค์ให้ข้อมูลต่อว่า สำหรับการหักเงินเดือนเพื่อชำระหนี้ กยศ. ตามกฎหมายใหม่นั้น เริ่มเดือนกรกฎาคมนี้เป็นเดือนแรก โดยจะเริ่มจากข้าราชการที่รับเงินเดือนขึ้นตรงจากกรมบัญชีกลางก่อน

 

ส่วนช่วงต้นปีหน้าจะเริ่มบังคับกับภาคเอกชน ขณะที่ช่วงกลางปีหน้าจะบังคับใช้กับข้าราชการท้องถิ่น คาดว่าประมาณ 2 ปีจะสามารถหักเงินเดือนลูกหนี้ กยศ. ที่อยู่ในระบบบัญชีเงินเดือนประมาณ 1 ล้านคน

 

อย่างไรก็ตาม กยศ. เป็นกองทุนที่ให้โอกาสลูกหนี้เป็นอย่างมาก โดยถ้าถูกฟ้องดำเนินคดี ขอเพียงแค่มาทำสัญญาประนีประนอมที่ศาล กยศ. ก็จะให้โอกาสผ่อนชำระอีก 9 ปีเต็ม แต่ถ้ายังไม่จ่ายอีกจึงจะทำการบังคับคดี

 

ปัจจุบัน กองทุนได้ปล่อยเงินกู้ยืมให้แก่นักเรียน นักศึกษา ไปแล้วจำนวนกว่า 5.4 ล้านราย คิดเป็นเงินกว่า 5.7 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้มีผู้กู้ยืมที่ชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้วจำนวน 8 แสนราย อยู่ระหว่างปลอดหนี้ 1 ล้านราย อยู่ระหว่างชำระหนี้ 3.5 ล้านราย แบ่งเป็นผู้ชำระหนี้ปกติ 1.4 ล้านราย ผิดนัดชำระ 2.1 ล้านราย หนี้เสียกว่า 7 หมื่นล้านบาท โดยมีผู้ที่ถูกดำเนินคดีแล้วมากกว่า 1 ล้านราย

 

“กองทุนขอให้ผู้กู้ยืมรุ่นพี่ทุกท่านมีจิตสำนึกความรับผิดชอบในการชำระคืนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่รุ่นน้องต่อไป”

The post ถอดบทเรียนครูวิภา โดนลูกศิษย์เบี้ยวหนี้ กยศ. จะคำ้ให้ใครต้องระวัง เตรียมปรับระบบเจาะถึงเงินบัญชีลูกหนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/lesson-learned-kru-wipa/feed/ 0