วิทยา นีติธรรม Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/วิทยา-นีติธรรม/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 12 Mar 2026 01:44:54 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 มติ ปปง. ส่งอัยการริบ 60 ล้าน อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุเข้าแผ่นดิน – สั่งยึดทรัพย์เพิ่มเครือข่ายพนันชนนพัฒฐ์ https://thestandard.co/amlo-seize-assets-alongkot/ Thu, 12 Mar 2026 01:44:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1186637 เจ้าหน้าที่ ปปง. ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สิน

วานนี้ (11 มีนาคม) วิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการและโฆ […]

The post มติ ปปง. ส่งอัยการริบ 60 ล้าน อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุเข้าแผ่นดิน – สั่งยึดทรัพย์เพิ่มเครือข่ายพนันชนนพัฒฐ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ ปปง. ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สิน

วานนี้ (11 มีนาคม) วิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการและโฆษกประจำสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 3/2569 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 โดยมีเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. ทำหน้าที่เป็นกรรมการและเลขานุการ ที่ประชุมได้มีมติสำคัญในการดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดในหลายฐานความผิด ทั้งยาเสพติด การฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงเป็นปกติธุระ และการพนันออนไลน์ โดยมีสรุปผลการดำเนินการที่สำคัญดังนี้

 

1. การยึดและอายัดทรัพย์สิน (จำนวน 34 คดี รวม 808 รายการ มูลค่ากว่า 303 ล้านบาท) คณะกรรมการธุรกรรมมีมติสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมในคดีสำคัญหลายรายคดี อาทิ:

 

  • เครือข่ายพนันออนไลน์ www.gimi88.com (รายชนนพัฒฐ์ฯ กับพวก): ยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม 12 รายการ (เช่น หุ้น เงินฝาก) มูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท (รวมมูลค่าที่ยึดอายัดเดิม 158 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง)
  • แก๊งหลอกลงทุนเทรดหุ้น (รายเอื้ออังกูรฯ กับพวก): ขบวนการนี้หลอกลวงให้โอนเงินผ่านบัญชีม้า แปลงเป็นสกุลเงินดิจิทัล (USDT) โอนผ่านแพลตฟอร์ม Huione Pay แล้วแปลงกลับเป็นเงินสดลักลอบนำออกนอกประเทศ ปปง. สั่งยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม 211 รายการ (เช่น รถยนต์ สินทรัพย์ดิจิทัล เงินฝาก) มูลค่าประมาณ 145 ล้านบาท (รวมมูลค่าที่ยึดอายัดเดิม 46 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง)
  • เครือข่ายพนันออนไลน์ ‘หลังบ้านศิวิไล’ (รายกวินท์ฯ กับพวก): ยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม 11 รายการ (เช่น ห้องชุด ที่ดิน เงินฝาก) มูลค่าประมาณ 7 ล้านบาท
  • เครือข่ายพนันออนไลน์ (รายกฤษฎาฯ และกฤตภพฯ กับพวก): ยึดทรัพย์สินเพิ่มเติมรวม 183 รายการ (เช่น ที่ดิน หุ้น สิทธิเรียกร้องกรมธรรม์) มูลค่ารวมกว่า 70 ล้านบาท
  • เครือข่ายพนันออนไลน์ www.auto888vip.com (รายทวีศักดิ์ฯ กับพวก): ยึดและอายัดทรัพย์สิน 49 รายการ (เช่น สินค้าแบรนด์เนม รถยนต์ ที่ดิน) มูลค่าประมาณ 28 ล้านบาท

 

2. การส่งเรื่องให้อัยการร้องขอศาลสั่งทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน (จำนวน 17 คดี รวม 953 รายการ มูลค่ากว่า 310 ล้านบาท) ที่ประชุมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินการทางศาล เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าคำร้องขอเพิกถอนการยึดทรัพย์ของผู้มีส่วนได้เสียไม่มีน้ำหนักเพียงพอ โดยมีคดีที่น่าสนใจ ได้แก่:

 

  • คดีอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ (พระราชวิสุทธิประชานาถ หรืออลงกตฯ กับพวก): ความผิดฐานเบียดบังทรัพย์และฟอกเงิน ส่งเรื่องร้องขอให้ทรัพย์สิน 20 รายการ (เช่น เงินสด ยานพาหนะ ที่ดิน) มูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน
  • คดีหมอดู ‘ตี่ลี่ ฮวงจุ้ย’ (รายสุพิชฌาย์ฯ กับพวก): เชื่อมโยงความผิดฐานฉ้อโกงเป็นปกติธุระและฟอกเงิน ส่งเรื่องร้องขอให้ทรัพย์สิน 362 รายการ มูลค่าประมาณ 131 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน
  • คดีเครือข่ายยาเสพติดฟอกเงินผ่านนิติบุคคล (รายไมตรีฯ กับพวก): ส่งเรื่องร้องขอให้ทรัพย์สิน 26 รายการ มูลค่าประมาณ 19 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน

 

3. การคุ้มครองสิทธิและคืนเงินผู้เสียหาย (จำนวน 11 คดี รวม 266 รายการ มูลค่ากว่า 422 ล้านบาท) คณะกรรมการฯ มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งนำทรัพย์สินไปชดใช้คืนผู้เสียหายในคดีฉ้อโกงประชาชน อาทิ:

 

  • คดีหลอกลงทุนอัตราแลกเปลี่ยน (รายเฉลิมชัยฯ กับพวก): ชดใช้คืนผู้เสียหาย 3 ราย จากทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 19 ล้านบาท
  • แก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นไปรษณีย์และตำรวจ (รายพิมภาดาฯ และ MR.ZHENG กับพวก): ชดใช้คืนผู้เสียหายรวม 20 ราย จากทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 115 ล้านบาท
  • คดีบริษัท เดอะ นิว คอนเซปท์ฯ (ชักชวนซื้อห้องชุด): ชดใช้คืนผู้เสียหาย 429 ราย จากทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 213 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ สำนักงาน ปปง. แจ้งเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้เสียหายในคดีฉ้อโกง สามารถยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานเพื่อขอรับการคุ้มครองสิทธิได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยสามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.amlo.go.th

 

ส่วนกรณีข่าวประเทศสิงคโปร์อายัดทรัพย์กองทุน CIA นั้น ปปง. ชี้แจงว่าอยู่ระหว่างการประสานขอข้อมูลพยานหลักฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ (เช่น ก.ล.ต. และทางการสิงคโปร์) เพื่อนำมาพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

The post มติ ปปง. ส่งอัยการริบ 60 ล้าน อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุเข้าแผ่นดิน – สั่งยึดทรัพย์เพิ่มเครือข่ายพนันชนนพัฒฐ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลแพ่งสั่งอายัดทรัพย์ชั่วคราว 4 คดีฟอกเงินรายใหญ่ มูลค่าทะลุ 1.3 หมื่นล้านบาท ปปง. จ่อขายทอดตลาดทรัพย์สินรักษายาก-เตรียมคืนเงินผู้เสียหาย https://thestandard.co/amlo-freeze-money-laundering-assets/ Fri, 27 Feb 2026 06:01:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1182349 ภาพประกอบข่าวการอายัดทรัพย์สิน 4 คดีฟอกเงินรายใหญ่ มูลค่ากว่า 1.3 หมื่นล้านบาท โดย ปปง. ตามคำสั่งศาลแพ่ง

วันนี้ (27 กุมภาพันธ์) วิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการแ […]

The post ศาลแพ่งสั่งอายัดทรัพย์ชั่วคราว 4 คดีฟอกเงินรายใหญ่ มูลค่าทะลุ 1.3 หมื่นล้านบาท ปปง. จ่อขายทอดตลาดทรัพย์สินรักษายาก-เตรียมคืนเงินผู้เสียหาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบข่าวการอายัดทรัพย์สิน 4 คดีฟอกเงินรายใหญ่ มูลค่ากว่า 1.3 หมื่นล้านบาท โดย ปปง. ตามคำสั่งศาลแพ่ง

วันนี้ (27 กุมภาพันธ์) วิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการและโฆษกประจำสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แถลงความคืบหน้ากรณีการยึดและอายัดทรัพย์สินในคดีฟอกเงินรายใหญ่ จำนวน 4 คดี มูลค่ารวมกว่า 13,074 ล้านบาท ซึ่งล่าสุดศาลแพ่งได้มีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินทั้งหมดไว้ชั่วคราวแล้ว

 

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากมติคณะกรรมการธุรกรรม เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งพิจารณาแล้วเห็นว่า คำร้องขอเพิกถอนการยึดทรัพย์ของผู้มีส่วนได้เสียนั้นไม่มีน้ำหนักเพียงพอ ที่จะรับฟังได้ว่าทรัพย์สินดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ต่อมาในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ เทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. จึงได้ส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดพิจารณายื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน

 

ต่อมา พนักงานอัยการได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง ซึ่งศาลได้พิเคราะห์พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนแล้วเชื่อว่า อาจมีการโอน จำหน่าย หรือยักย้ายทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ศาลแพ่งจึงมีคำสั่งให้ ปปง. ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น พร้อมแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบ

 

ศาลแพ่งได้มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินใน 4 คดีสำคัญ ประกอบด้วย:

 

  • คดี แตงไทย, MR.LEAK YIM, วิรินยา, MR.SMITH BEN และ แคทรียา กับพวก ศาลมีคำสั่งเมื่อ 26 ก.พ. 69 อายัดทรัพย์สินมูลค่ารวมประมาณ 12,123 ล้านบาท (คดีหมายเลขดำที่ ฟ 31/2569)
  • คดี ก๊ก อาน กับพวก ศาลมีคำสั่งเมื่อ 25 ก.พ. 69 อายัดทรัพย์สินมูลค่ารวมประมาณ 560 ล้านบาท (คดีหมายเลขดำที่ ฟ 29/2569)
  • คดี เฉิน จื้อ กับพวก ศาลมีคำสั่งเมื่อ 25 ก.พ. 69 อายัดทรัพย์สินมูลค่ารวมประมาณ 345 ล้านบาท (คดีหมายเลขดำที่ ฟ 25/2569)
  • คดี เอื้ออังกูร กับพวก ศาลมีคำสั่งเมื่อ 24 ก.พ. 69 อายัดทรัพย์สินมูลค่ารวมประมาณ 46 ล้านบาท (คดีหมายเลขดำที่ ฟ 20/2569)

 

วิทยา ระบุเพิ่มเติมถึงการบริหารจัดการทรัพย์สินที่ถูกยึดว่า หากเป็นทรัพย์สินที่ไม่เหมาะสมแก่การเก็บรักษา หรือหากเก็บไว้จะเป็นภาระแก่ทางราชการ เช่น รถยนต์ หรือเรือยอร์ช เลขาธิการ ปปง. มีอำนาจสั่งให้นำทรัพย์สินประเภทดังกล่าวออกขายทอดตลาดเพื่อเก็บรักษาไว้เป็นเงินสดแทนได้ ตามมาตรา 57 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542

 

นอกจากนี้ โฆษก ปปง. ขอยืนยันว่า หากคดีใดใน 4 คดีข้างต้น ตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียหาย ในความผิดมูลฐาน สำนักงาน ปปง. จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลนำเงินหรือทรัพย์สินที่ยึดมาได้ ชดใช้คืนให้แก่ผู้เสียหาย แทนการสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินต่อไป

The post ศาลแพ่งสั่งอายัดทรัพย์ชั่วคราว 4 คดีฟอกเงินรายใหญ่ มูลค่าทะลุ 1.3 หมื่นล้านบาท ปปง. จ่อขายทอดตลาดทรัพย์สินรักษายาก-เตรียมคืนเงินผู้เสียหาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปปง. ส่งสำนวนอัยการฟ้องยึดทรัพย์ คดีแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ-สแกมเมอร์ เฉิน จื้อ ก๊ก อาน เบน สมิธ มูลค่ารวมกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท https://thestandard.co/amlo-seize-assets-transnational-scam/ Tue, 17 Feb 2026 06:18:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1179279 เจ้าหน้าที่ ปปง. ส่งมอบสำนวนคดีฟ้องยึดทรัพย์แก๊งอาชญากรรมข้ามชาติและสแกมเมอร์ให้สำนักงานอัยการสูงสุด

วันนี้ (17 กุมภาพันธ์) ที่ สำนักงานอัยการสูงสุด กมลสิษฐ […]

The post ปปง. ส่งสำนวนอัยการฟ้องยึดทรัพย์ คดีแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ-สแกมเมอร์ เฉิน จื้อ ก๊ก อาน เบน สมิธ มูลค่ารวมกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ ปปง. ส่งมอบสำนวนคดีฟ้องยึดทรัพย์แก๊งอาชญากรรมข้ามชาติและสแกมเมอร์ให้สำนักงานอัยการสูงสุด

วันนี้ (17 กุมภาพันธ์) ที่ สำนักงานอัยการสูงสุด กมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พร้อมด้วย วิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการและโฆษกสำนักงาน ปปง. นำคณะทำงานส่งมอบสำนวนคดีสำคัญจำนวน 4 คดี ให้แก่ เยาวลักษณ์ นนทแก้ว อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อพิจารณายื่นคำร้องขอให้ศาลแพ่งมีคำสั่งให้ทรัพย์สินที่ยึดและอายัดไว้ตกเป็นของแผ่นดิน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 13,074 ล้านบาท

 

สำหรับสำนวนคดีทั้ง 4 คดีที่คณะกรรมการธุรกรรม ปปง. มีมติส่งอัยการนั้น เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐานอาชญากรรมทางเทคโนโลยี อาชญากรรมข้ามชาติ และการฟอกเงิน ประกอบด้วย

 

คดี แตงไทย กับพวก พฤติการณ์หลอกลวงประชาชน เชื่อมโยงกับเครือข่ายของ ยิม เลียก และ เบน สมิธ มูลค่าทรัพย์สินที่ยื่นคำร้องยึดทรัพย์ประมาณ 12,123 ล้านบาท (68 รายการ อาทิ ที่ดิน, ห้องชุด, รถยนต์, เรือยอชต์)

 

คดี เฉิน จื้อ กับพวก เกี่ยวข้องกับเครือข่ายฉ้อโกงออนไลน์ ค้ามนุษย์ และฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล โดยเฉิน จื้อ เป็นประธานกลุ่มบริษัท Prince Group ธุรกิจข้ามชาติในกัมพูชา มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 345 ล้านบาท (96 รายการ)

 

ก๊ก อาน กับพวก ความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและฟอกเงิน มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 560 ล้านบาท (89 รายการ)

 

คดี เอื้ออังกูร กับพวก กลุ่มมิจฉาชีพชักชวนลงทุนเทรดหุ้นผ่านไลน์ มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 46 ล้านบาท (31 รายการ)

 

อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ กล่าวว่า จะมอบหมายสำนวนให้กับสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 2 และ 3 รับผิดชอบ เพื่อตั้งคณะทำงานตรวจสอบทรัพย์สินและข้อเท็จจริงร่วมกับ ปปง. ยืนยันว่าจะดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลให้ทันภายในกรอบระยะเวลา 90 วัน นับตั้งแต่วันที่มีคำสั่งยึดทรัพย์ชั่วคราว (2 ธันวาคม 2568) ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 1 มีนาคมนี้

 

ด้าน โฆษก ปปง. เปิดเผยว่า ปปง. เตรียมออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เสียหายในคดีทั้ง 4 รายคดี สามารถยื่นคำร้องขอคุ้มครองสิทธิเพื่อขอเฉลี่ยทรัพย์คืนได้ ภายในกรอบระยะเวลา 90 วันนับจากวันประกาศ โดย ปปง. จะรวบรวมคำร้องส่งให้อัยการเพื่อยื่นต่อศาล ขอให้คุ้มครองสิทธิผู้เสียหายไม่ให้ทรัพย์สินส่วนดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน

 

วิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้มีผู้มีส่วนได้เสียยื่นคำร้องขอเพิกถอนการยึดทรัพย์ แต่คณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาแล้วเห็นว่าคำชี้แจงไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินไม่ได้มาจากการกระทำความผิด จึงมีมติยกคำร้องและส่งเรื่องให้อัยการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

The post ปปง. ส่งสำนวนอัยการฟ้องยึดทรัพย์ คดีแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ-สแกมเมอร์ เฉิน จื้อ ก๊ก อาน เบน สมิธ มูลค่ารวมกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มผู้เสียหายคดีแก๊งสแกมเมอร์ บุก ปปง. ค้านเพิกถอนอายัดทรัพย์เครือข่ายข้ามชาติกว่าหมื่นล้านบาท หวั่นมีการแทรกแซงคดี https://thestandard.co/scam-victims-amlo-assets/ Wed, 11 Feb 2026 07:25:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1177345 กลุ่มผู้เสียหายคดีแก๊งสแกมเมอร์ ยื่นหนังสือค้านเพิกถอนอายัดทรัพย์ต่อ ปปง.

วันนี้ (11 กุมภาพันธ์) ที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามกา […]

The post กลุ่มผู้เสียหายคดีแก๊งสแกมเมอร์ บุก ปปง. ค้านเพิกถอนอายัดทรัพย์เครือข่ายข้ามชาติกว่าหมื่นล้านบาท หวั่นมีการแทรกแซงคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มผู้เสียหายคดีแก๊งสแกมเมอร์ ยื่นหนังสือค้านเพิกถอนอายัดทรัพย์ต่อ ปปง.

วันนี้ (11 กุมภาพันธ์) ที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยศวินทร์ เพียรพิทักษ์ ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหาย พร้อมด้วยผู้เสียหายจากคดีแก๊งสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์กว่า 30 คน ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง เทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. โดยมี วิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. ในฐานะโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. เป็นผู้รับมอบหนังสือแทน เพื่อแสดงเจตจำนงคัดค้านการเพิกถอนคำสั่งอายัดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

 

การยื่นหนังสือในครั้งนี้ สืบเนื่องจากกลุ่มผู้เสียหายมีความกังวลต่อกระแสข่าวความพยายามในการเพิกถอนการอายัดทรัพย์สินของ เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ เบน สมิธ นักธุรกิจชาวแอฟริกาใต้ ซึ่งถูกระบุว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์และการฟอกเงินที่มีฐานปฏิบัติการอยู่ในประเทศกัมพูชา รวมถึงมีรายงานความสัมพันธ์กับบุคคลทางการเมืองระดับสูงในภูมิภาคอาเซียน ทำให้ผู้เสียหายเกรงว่าจะมีการใช้อิทธิพลแทรกแซงการพิจารณาของคณะกรรมการธุรกรรม จึงเดินทางมาเพื่อให้กำลังใจและเรียกร้องให้ ปปง. ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา

 

ยศวินทร์ เปิดเผยว่า ได้นำรายชื่อผู้เสียหายจำนวนกว่า 180 คน มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 500 ล้านบาท มายื่นประกอบคำคัดค้าน โดยรูปแบบการหลอกลวงมีหลากหลาย ทั้งหลอกลงทุน (Hybrid Scam), หลอกให้รักแล้วชวนลงทุน (Romance Scam), ข่มขู่, หลอกกดลิงก์ดูดเงิน และหลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์ โดยจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่าเงินส่วนใหญ่ถูกโอนไปยังปลายทางที่ประเทศกัมพูชา

 

ยศวินทร์ ยังได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสลดใจว่า มีผู้เสียหายบางรายได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรงจนนำไปสู่การสูญเสียชีวิต โดยมีกรณีชายวัย 26 ปี ตัดสินใจจบชีวิตตนเองเนื่องจากสูญเสียเงินก้อนสุดท้ายสำหรับชำระหนี้ และอีกกรณีคือผู้เสียหายที่ถูกหลอกเงินไปกว่า 28 ล้านบาท จนไม่มีเงินรักษาอาการป่วยซึมเศร้า ทำให้อาการกำเริบและเสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งในวันนี้ญาติได้นำรูปถ่ายหน้าศพมาร่วมยื่นหนังสือเพื่อเป็นสัญลักษณ์เรียกร้องความยุติธรรมแทนผู้เสียชีวิต

 

นอกจากนี้ ทางกลุ่มผู้เสียหายได้เสนอให้ ปปง. พิจารณาเฉลี่ยทรัพย์คืนโดยใช้หลักการแบ่งกลุ่มตามแผนประทุษกรรม แทนการพิสูจน์เส้นทางการเงินรายบุคคล เพื่อความรวดเร็วและเป็นธรรม

 

ด้าน วิทยา ชี้แจงว่า คดีนี้คณะกรรมการธุรกรรมได้มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ไว้แล้วมูลค่ารวมประมาณ 10,000 ล้านบาท โดยตามกฎหมาย ผู้ถูกอายัดทรัพย์มีสิทธิชี้แจงที่มาของทรัพย์สิน ซึ่งคณะกรรมการธุรกรรมจะมีการประชุมพิจารณาในช่วงบ่ายวันนี้ หากคำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหาไม่มีน้ำหนักเพียงพอ คณะกรรมการจะมีมติส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายต่อไป

 

วิทยา ยืนยันว่า ปปง. ทำงานตามพยานหลักฐานและหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด ไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายใด แม้จะมีกระแสข่าวเรื่องการถอดชื่อยิม เลียก ออกจากร่างกฎหมายปราบปรามสแกมเมอร์ของสหรัฐฯ ก็ถือเป็นเพียงพยานแวดล้อม ไม่ใช่สาระสำคัญที่มีผลต่อดุลพินิจโดยตรง พร้อมย้ำว่าเอกสารในสำนวนเป็นความลับทางราชการ มีเพียงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเท่านั้นที่เข้าถึงได้

 

โฆษก ปปง. กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับแนวทางการคืนทรัพย์สิน หากเป็นกรณีตามกฎหมายเดิมกระบวนการต้องสิ้นสุดที่ศาล แต่ภายใต้ พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2568 หากทรัพย์สินเป็นเงินสดและไม่มีการโต้แย้งสิทธิ สามารถยุติเรื่องและคืนเงินได้ในชั้นคณะกรรมการธุรกรรม ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาดำเนินการ หากมีการโต้แย้งก็ให้จบที่ศาลอุทธรณ์ โดยไม่ต้องถึงศาลฎีกา

 

ทั้งนี้ ปปง. ขอให้ผู้เสียหายติดตามประกาศคุ้มครองสิทธิอย่างใกล้ชิด และหากมีหลักฐานเพิ่มเติมสามารถนำมายื่นต่อคณะกรรมการธุรกรรมเพื่อประกอบการพิจารณาได้ทันที

The post กลุ่มผู้เสียหายคดีแก๊งสแกมเมอร์ บุก ปปง. ค้านเพิกถอนอายัดทรัพย์เครือข่ายข้ามชาติกว่าหมื่นล้านบาท หวั่นมีการแทรกแซงคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
แบงก์ชาติ-กกต. กำลังทำ MOU แลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมน่าสงสัยช่วงเลือกตั้ง ตรวจจับซื้อเสียง สกัดเส้นเงินผิดกฎหมาย https://thestandard.co/bot-ect-mou-election-money/ Wed, 04 Feb 2026 10:55:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1173747 โลโก้ธนาคารแห่งประเทศไทยและ กกต. สื่อถึงความร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมต้องสงสัยช่วงเลือกตั้ง

ธปท.เผยอยู่ในระหว่างการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วม […]

The post แบงก์ชาติ-กกต. กำลังทำ MOU แลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมน่าสงสัยช่วงเลือกตั้ง ตรวจจับซื้อเสียง สกัดเส้นเงินผิดกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลโก้ธนาคารแห่งประเทศไทยและ กกต. สื่อถึงความร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมต้องสงสัยช่วงเลือกตั้ง

ธปท.เผยอยู่ในระหว่างการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับกกต. เกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมที่น่าสงสัยว่าจะฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ด้านปปง. แจงบทบาทปมเงินสด 450 ล้านบาท ย้ำสถานะ ‘หน่วยงานสนับสนุนข้อมูล’ ให้ กกต. เป็นแม่งานหลักสอบสวนช่วงเลือกตั้ง

 

วันนี้ (4 กุมภาพันธ์) ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ธปท. แจ้งรายละเอียดการโอนหรือเบิกจ่ายเงินที่น่าสงสัยว่าจะฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งนั้น ธปท.ได้ส่งให้กกต. ตั้งแต่เย็นวันศุกร์ที่ 30 มกราคมที่ผ่านมาแล้ว

 

พร้อมทั้งเปิดเผยต่อว่า ปัจจุบัน ธปท.และกกต.กำลังอยู่ในระหว่างการทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) กันอยู่ เพื่อสร้างกรอบความร่วมมือในการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นระบบและชัดเจนขึ้นในมติต่างๆ ตัวอย่างเช่น กกต.จะขอข้อมูลอะไรได้บ้าง รูปแบบควรเป็นแบบไหน ข้อมูลที่ได้ไปจะเปิดเผยได้แค่ไหน และนำไปใช้ต่อได้ในขอบเขตใดบ้าง

 

นอกจากนี้ยังต้องทำความเข้าใจตรงกันว่า ข้อมูลที่ธปท.ส่งไปนั้นยังเป็นเพียงข้อมูลธุรกรรมน่าสงสัยเท่านั้น จึงต้องมีเงื่อนไขในการนำไปประมวลผลต่อ

 

ชญาวดี ยังอธิบายต่อว่า ปัจจุบัน กกต.สามารถขอข้อมูลจากธปท.ได้อยู่แล้ว ตามมาตรา 32 (2) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 เพื่อประกอบการดำเนินการสืบสวนสอบสวน และเพื่อให้การจัดการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม อย่างไรก็ดี การทำ MOU จะทำให้ความร่วมมือมีความชัดเจนขึ้น และเพื่อให้การทำงานมีระบบรองรับที่ชัดเจน

 

​​ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “แบงก์ชาติได้ขอความร่วมมือให้ธนาคารพาณิชย์ รายงานการเบิกเงินสดที่ผิดปกติ และพบว่า มี 2 ราย รายแรกเบิกไป 250 ล้าน ส่วนรายที่สอง เบิกไป 200 ล้าน แบงก์ละ 100 ล้านบาท”

 

ย้ำ ‘แบงก์ชาติ’ ไม่ได้เห็นทุกอย่าง แต่พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

 

ชญาวดีอธิบายต่อว่า ปกติธนาคารพาณิชย์มีหน้าที่ส่งข้อมูลการใช้เงินสดให้ ปปง. อยู่แล้ว แต่ในช่วงที่ผ่านมา ธปท.ก็ขอความร่วมมือให้แบงก์พาณิชย์ส่งข้อมูลธุรกรรมน่าสงสัยให้ธปท.ด้วย เนื่องจากมองว่า การขอข้อมูลดังกล่าวจากธนาคารพาณิชย์ ซึ่งอยู่ใต้การกำกับของธปท. จะเป็นประโยชน์กับประเทศ ดังนั้น การได้ข้อมูลดังกล่าวมาจึงเป็นการช่วยบีบวงข้อมูลให้แคบลง (Narrow Scope) เป็นการช่วยลดภาระงานของ ปปง. อีกที

 

“ต้องบอกว่า แบงก์ชาติไม่ได้เห็นทุกอย่าง แต่เราก็พยายามทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ผ่านการขอความร่วมมือจากแบงก์ ซึ่งอยู่ใต้การกำกับของเรา แม้เราไม่ได้มีอำนาจในการตรวจสอบ แต่เราก็มองว่า (การขอข้อมูล) จะเป็นประโยชน์กับประเทศ” ชญาวดีกล่าว

 

ธปท.อยู่ระหว่างเฮียริงออกเกณฑ์สั่งแบงก์สอบการเบิกเงินสดสูงผิดปกติ

 

ชญาวดี ยังเปิดเผยว่า ขณะนี้ ธปท.กำลังอยู่ในระหว่างการเขียนเกณฑ์เพื่อบังคับให้ธนาคารพาณิชย์เข้าไปตรวจสอบ (Due Diligence) การเบิกเงินสดที่สูงเกินความจำเป็น รวมถึงได้เปิดรับความคิดเห็น (Hearing) แล้วด้วย เนื่องจากตามกฎหมายระบุว่า การออกเกณฑ์ใหม่จำเป็นต้องผ่านขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นอย่างน้อย 15 วัน

 

ชญาวดีกล่าวต่อว่า ความท้าทายของการออกเกณฑ์นี้อยู่ที่ระบบของธนาคารพาณิชย์ ที่อาจต้องใช้เวลาในการปรับปรุงระบบต่างๆ เพื่อรองรับเกณฑ์ใหม่ได้ โดยเฉพาะธนาคารขนาดเล็กที่อาจต้องใช้เวลาปรับตัวมากกว่า ตรงข้ามกับธนาคารต่างชาติที่ไม่มีปัญหา เนื่องจากมีมาตรฐานที่สูงและเข้มข้นอยู่แล้วตามระดับสากลและกฎเกณฑ์เรื่องการคว่ำบาตร (Sanction)

 

​​ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก วิทัยกล่าวว่า ธปท.เตรียมแก้เกณฑ์บังคับให้ธนาคารพาณิชย์เข้าไปตรวจสอบ (Due Diligence) การเบิกเงินสดที่สูงเกินความจำเป็น โดยเพดานวงเงินเกณฑ์ดังกล่าวอาจกำหนดไว้ที่ 3-5 ล้านบาท

 

ปปง. แจงบทบาทปมเงินสด 450 ล้านบาท ย้ำสถานะ ‘หน่วยงานสนับสนุนข้อมูล’ ให้ กกต. เป็นแม่งานหลักสอบสวนช่วงเลือกตั้ง

 

จากกรณีที่มีรายงานข่าวว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตรวจสอบพบข้อมูลการเบิกถอนเงินสดจำนวน 450 ล้านบาท และได้ส่งข้อมูลดังกล่าวให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินนั้น ล่าสุด สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ออกมาให้ความเห็นถึงบทบาทหน้าที่ในการตรวจสอบกรณีดังกล่าว

 

วิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการและโฆษกประจำสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH ถึงประเด็นที่ว่า ปปง. จะมีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปดูแลกรณีการเบิกเงินสดจำนวน 450 ล้านบาทที่ ธปท. ส่งเรื่องให้ กกต. หรือไม่ โดยระบุว่า ทั้งสองหน่วยงาน คือธปท. และ ปปง. มีหน้าที่สนับสนุนการทำงานของ กกต. ซึ่งในขณะนี้ทาง กกต. กำลังดำเนินการอยู่

 

โฆษก ปปง. อธิบายเพิ่มเติมว่า เนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงเวลาของการเลือกตั้ง กกต. จึงถือเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงาน โดย ปปง. มีหน้าที่ในการ สนับสนุนข้อมูล ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามถึงรายละเอียดเชิงลึกของการตรวจสอบ วิทยาระบุว่า ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะในช่วงก่อนการเลือกตั้ง จึงเห็นควรให้ทาง กกต. เป็นผู้ให้ข้อมูลหลักจะเหมาะสมกว่า เพื่อป้องกันความสับสนของข้อมูลที่อาจทับซ้อนกัน

 

ทั้งนี้ ทาง ปปง. ยืนยันว่ามีการประสานการทำงานร่วมกัน โดยขณะนี้ กกต. กำลังทำงานในเชิงรุกอยู่

The post แบงก์ชาติ-กกต. กำลังทำ MOU แลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมน่าสงสัยช่วงเลือกตั้ง ตรวจจับซื้อเสียง สกัดเส้นเงินผิดกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปปง. จับมือแบงก์ชาติ ยกระดับปราบปรามการฟอกเงิน เสริมกลไกแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก ปิดช่องโหว่ไม่ให้สถาบันการเงินถูกใช้เป็นเครื่องมือขบวนการฟอกเงินและอาชญากรรมทางการเงิน https://thestandard.co/anti-money-laundering-office-amlo-and/ Thu, 25 Dec 2025 01:58:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1158023 ปปง. จับมือแบงก์ชาติ ยกระดับปราบปรามการฟอกเงิน เสริมกลไกแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก ปิดช่องโหว่ไม่ให้สถาบันการเงินถูกใช้เป็นเครื่องมือขบวนการฟอกเงินและอาชญากรรมทางการเงิน

วานนี้ (24 ธันวาคม) วิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง […]

The post ปปง. จับมือแบงก์ชาติ ยกระดับปราบปรามการฟอกเงิน เสริมกลไกแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก ปิดช่องโหว่ไม่ให้สถาบันการเงินถูกใช้เป็นเครื่องมือขบวนการฟอกเงินและอาชญากรรมทางการเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปปง. จับมือแบงก์ชาติ ยกระดับปราบปรามการฟอกเงิน เสริมกลไกแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก ปิดช่องโหว่ไม่ให้สถาบันการเงินถูกใช้เป็นเครื่องมือขบวนการฟอกเงินและอาชญากรรมทางการเงิน

วานนี้ (24 ธันวาคม) วิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. และโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. แถลงเกี่ยวกับการประชุมหารือเพื่อยกระดับความร่วมมือในการปฎิบัติงานร่วมกันระหว่างสำนักงาน ปปง. และธนาคารแห่งประเทศไทย โดยเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. และ วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของทั้งสองหน่วยงาน เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน ที่มุ่งเน้นการทำงานเชิงรุก โดยเฉพาะการสร้างกลไกการประสานความร่วมมือกันในการป้องกันมิให้สถาบันการเงินถูกใช้เป็นช่องทางของการฟอกเงินการแลกเปลี่ยนข้อมูล และสนับสนุนซึ่งกันและกัน

 

ทั้งด้านวิชาการและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในแนวทางปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและแนวปฏิบัติตามข้อแนะนำของคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อดำเนินมาตรการทางการเงิน (FATF) เช่น แนวทางการดำเนินการเกี่ยวข้องบุคคล ที่มีสถานภาพทางการเมือง( PEPs ) หรือมาตรการยกระดับกระบวนการติดตามและตรวจสอบธุรกรรมเพื่อป้องกันและเร่งแก้ไขในกิจกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล

 

ภาพ : บรรยากาศการการประชุมหารือเพื่อยกระดับความร่วมมือในการปฎิบัติงานร่วมกันระหว่างสำนักงาน ปปง. และธนาคารแห่งประเทศไทย

บรรยากาศการการประชุมหารือเพื่อยกระดับความร่วมมือในการปฎิบัติงานร่วมกันระหว่างสำนักงาน ปปง. และธนาคารแห่งประเทศไทย

 

ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่าง ปปง. และ ธปท. ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานหลักด้านการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายทางการเงินของประเทศ ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบการเงินไทย ป้องกันความเสี่ยงจากอาชญากรรมทางการเงิน และยกระดับมาตรฐานการต่อต้านการฟอกเงินให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล

The post ปปง. จับมือแบงก์ชาติ ยกระดับปราบปรามการฟอกเงิน เสริมกลไกแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก ปิดช่องโหว่ไม่ให้สถาบันการเงินถูกใช้เป็นเครื่องมือขบวนการฟอกเงินและอาชญากรรมทางการเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปปง. ขยายผลยึดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์ ‘แตงไทย’ ยึดเรือยอร์ชหรู มูลค่ากว่า 1,125 ล้านบาท ก่อนหน้าถูกโยงแก๊งเบน สมิธ-ยิม เลียก https://thestandard.co/tangthai-scam-yacht-seizure/ Tue, 23 Dec 2025 10:02:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1157505 ปปง. ขยายผลยึดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์ ‘แตงไทย’ ยึดเรือยอร์ชหรู มูลค่ากว่า 1,125 ล้านบาท ก่อนหน้าถูกโยงแก๊งเบน สมิธ-ยิม เลียก

วันนี้ (23 ธันวาคม) วิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการคณะก […]

The post ปปง. ขยายผลยึดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์ ‘แตงไทย’ ยึดเรือยอร์ชหรู มูลค่ากว่า 1,125 ล้านบาท ก่อนหน้าถูกโยงแก๊งเบน สมิธ-ยิม เลียก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปปง. ขยายผลยึดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์ ‘แตงไทย’ ยึดเรือยอร์ชหรู มูลค่ากว่า 1,125 ล้านบาท ก่อนหน้าถูกโยงแก๊งเบน สมิธ-ยิม เลียก

วันนี้ (23 ธันวาคม) วิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. แถลงผลการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 กำหนดให้การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นวาระแห่งชาติ

 

โดยสำนักงาน ปปง. ได้เร่งดำเนินการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ (Scammer) และเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนและการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยที่ผ่านมาได้มีการตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินในคดีสำคัญที่เกี่ยวข้องรวมมูลค่ากว่า 10,165 ล้านบาท

 

ล่าสุด จากการสืบสวนสอบสวนขยายผลเส้นทางการเงินและทรัพย์สิน พบทรัพย์สินเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในรายคดีแตงไทยฯ กับพวก

 

ดังนั้น เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 เทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. จึงได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 48 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ออกคำสั่งยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว (คำสั่ง ย.302/2568) เพิ่มเติม จำนวน 1 รายการ

 

ได้แก่ เรือกลเดินทะเล (ประเภท PLEASURE YACHT) ชื่อ ATLAS รุ่นปี 2017 สัญชาติ CAYMAN ISLANDS พร้อมอุปกรณ์ความปลอดภัยและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในเรือ มูลค่าประเมินประมาณ 1,125,000,000 บาท (หนึ่งพันหนึ่งร้อยยี่สิบห้าล้านบาท)

 

ทั้งนี้ คำสั่งยึดทรัพย์สินดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน เพื่อดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมาย สำนักงาน ปปง. ขอแจ้งให้ผู้ถูกยึดทรัพย์สินหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินดังกล่าว ที่ประสงค์จะขอเพิกถอนคำสั่งยึดทรัพย์ สามารถยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อเลขาธิการ ปปง. พร้อมแสดงพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดนั้นมิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด โดยต้องดำเนินการภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

 

ก่อนหน้านี้ ปปง. ได้รายงานผลการยึดทรัพย์เครือข่ายแตงไทย ว่าเชื่อมโยงกับขบวนการฟอกเงินข้ามชาติรายใหญ่ของ เบน สมิธ และ ยิม เลียก ที่มีพฤติการณ์เป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหลอกลวงประชาชนและใช้วิธีโอนเงินหมุนเวียนผ่านบริษัทเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ โดยเมื่อรวมกับการยึดทรัพย์สินประเภทที่ดินและหลักทรัพย์ก่อนหน้านี้มีมูลค่ารวมกว่า 9,279 ล้านบาท

The post ปปง. ขยายผลยึดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์ ‘แตงไทย’ ยึดเรือยอร์ชหรู มูลค่ากว่า 1,125 ล้านบาท ก่อนหน้าถูกโยงแก๊งเบน สมิธ-ยิม เลียก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปปง.มีมติยึดอายัดทรัพย์ ‘สส.ชนนพัฒฐ์ กับพวก‘ จากปมเว็บพนันออนไลน์ ไว้ชั่วคราว มูลค่ารวม 159 ล้านบาท https://thestandard.co/amlo-freezes-mp-gambling-assets/ Tue, 11 Nov 2025 12:21:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1142190 ปปง.มีมติยึดอายัดทรัพย์ **‘**สส.ชนนพัฒฐ์ กับพวก‘ จากปมเว็บพนันออนไลน์ ไว้ชั่วคราว มูลค่ารวม 159 ล้านบาท

วันนี้ (11 พฤศจิกายน) วิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการแล […]

The post ปปง.มีมติยึดอายัดทรัพย์ ‘สส.ชนนพัฒฐ์ กับพวก‘ จากปมเว็บพนันออนไลน์ ไว้ชั่วคราว มูลค่ารวม 159 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปปง.มีมติยึดอายัดทรัพย์ **‘**สส.ชนนพัฒฐ์ กับพวก‘ จากปมเว็บพนันออนไลน์ ไว้ชั่วคราว มูลค่ารวม 159 ล้านบาท

วันนี้ (11 พฤศจิกายน) วิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการและโฆษกประจำสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 กำหนดให้เรื่องดังกล่าวเป็นวาระแห่งชาติ

 

ปปง. ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สืบสวนขยายผลและตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ได้แก่ www.gimi88.com, www.gimi44.com, www.ts911goal.com และเว็บไซต์การพนันออนไลน์อื่นๆ

 

จากการตรวจสอบและวิเคราะห์เส้นทางการเงิน พบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวนำโดย ชนนพัฒฐ์ฯ กับพวก มีพฤติการณ์กระทำความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (9) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ซึ่งเข้าข่ายการฟอกเงิน และอาจมีการโอน ถ่ายเท หรือซ่อนเร้นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด

 

มติคณะกรรมการธุรกรรมสั่งยึด/อายัดชั่วคราว
คณะกรรมการธุรกรรม ซึ่งมีนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เป็นกรรมการและเลขานุการ ได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 12/2568 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ให้ดำเนินการ ยึดและอายัดทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในคดีนี้ไว้ชั่วคราว ไม่เกิน 90 วัน จำนวน 69 รายการ มูลค่ารวมโดยประมาณ 159 ล้านบาท

 

ประเภททรัพย์สินที่ถูกยึด/อายัด ประกอบด้วย:

  • เงินสด
  • รถยนต์
  • ที่ดิน
  • เงินและหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์
  • เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร

 

โฆษก ปปง. ระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ซึ่งถูกยึดและอายัดทรัพย์สิน หรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินดังกล่าว หากประสงค์จะขอให้มีการเพิกถอนคำสั่ง สามารถยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อเลขาธิการ ปปง. พร้อมแสดงหลักฐานที่เกี่ยวข้องที่พิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินนั้นๆ มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ภายในสามสิบวัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งเป็นหนังสือ

The post ปปง.มีมติยึดอายัดทรัพย์ ‘สส.ชนนพัฒฐ์ กับพวก‘ จากปมเว็บพนันออนไลน์ ไว้ชั่วคราว มูลค่ารวม 159 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปปง. สั่งยึดอายัดทรัพย์สิน ‘หมอบุญ’ มูลค่า 362 ล้านบาท ในคดีฉ้อโกงประชาชน https://thestandard.co/seized-assets-boon-vanasin/ Fri, 08 Aug 2025 08:21:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1105250 ปปง. ยึดทรัพย์หมอบุญ 362 ล้านบาท คดีฉ้อโกงประชาชน

วันนี้ (8 สิงหาคม) วิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. […]

The post ปปง. สั่งยึดอายัดทรัพย์สิน ‘หมอบุญ’ มูลค่า 362 ล้านบาท ในคดีฉ้อโกงประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปปง. ยึดทรัพย์หมอบุญ 362 ล้านบาท คดีฉ้อโกงประชาชน

วันนี้ (8 สิงหาคม) วิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. และโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 8/2568 และครั้งที่ 9/2568 ซึ่งมีเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น สรุปผลการดำเนินการที่น่าสนใจ ดังนี้

 

ทั้งนี้มีการยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 53 รายคดี ทรัพย์สิน 1,515 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 1,271 ล้านบาท โดยเป็นทรัพย์สินในคดีสำคัญเกี่ยวกับความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกากร การฉ้อโกงประชาชน หรือการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์

 

หนึ่งในนั้นมีคดีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคดีบุญ วนาสิน หมอบุญ กับพวก กรณีความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนฯ ความผิดเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ พฤติการณ์จากการอาศัยความน่าเชื่อถือเกี่ยวกับกิจการโรงพยาบาล นำเสนอแผนการระดมเงินทุน มีเจตนาหลอกลวงประชาชนที่หวังจะได้รับเงินตอบแทนในอัตราสูง

 

โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 370 รายการ เช่น เงินสด ที่ดิน หุ้น ยานพาหนะ เงินในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 362 ล้านบาท

The post ปปง. สั่งยึดอายัดทรัพย์สิน ‘หมอบุญ’ มูลค่า 362 ล้านบาท ในคดีฉ้อโกงประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปปง. มีมติยึดอายัดทรัพย์สินทนายตั้มคดีฉ้อโกง 71 ล้านบาท ส่วนคดีดิไอคอนกรุ๊ปให้อัยการยื่นขอให้ทรัพย์ 286 ล้านบาทตกเป็นของแผ่นดิน https://thestandard.co/lawyer-tum-assets-seized-the-icon-group-case-update/ Tue, 17 Dec 2024 06:40:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1020436 ทนายตั้ม

วันนี้ (17 ธันวาคม) เทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการสำนักงาน […]

The post ปปง. มีมติยึดอายัดทรัพย์สินทนายตั้มคดีฉ้อโกง 71 ล้านบาท ส่วนคดีดิไอคอนกรุ๊ปให้อัยการยื่นขอให้ทรัพย์ 286 ล้านบาทตกเป็นของแผ่นดิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายตั้ม

วันนี้ (17 ธันวาคม) เทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และ วิทยา นีติธรรม ผู้อำนวยการกองกฎหมาย โฆษกประจำสำนักงาน ปปง. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมครั้งที่ 15/2567 ซึ่งได้พิจารณาเห็นชอบให้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด

 

ในรายคดี ทนายตั้ม-ษิทรา เบี้ยบังเกิด กับพวก ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระและความผิดฐานฟอกเงิน โดยมีเหตุที่อันควรเชื่อได้ว่ามีการโอน ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด

 

คณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดจำนวน 3 รายการ เป็นที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 71 ล้านบาท

 

ส่วนคดีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด กับพวก มีมติให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ตามคำสั่งที่ ย.214/2567, ย.222/2567, ย.223/2567, ย.224/2567 และ ย.225/2567 รวมจำนวน 103 รายการ มูลค่าประมาณ 286 ล้านบาท และมีมติให้เพิกถอนการยึดอายัดทรัพย์สินจำนวน 40 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 29 ล้านบาท เนื่องจากผู้มีส่วนได้เสียสามารถแสดงหลักฐานว่าเงินหรือทรัพย์สินที่ถูกดำเนินการไม่ใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด

 

ทั้งนี้ ในส่วนของการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย สำนักงาน ปปง. ประกาศกำหนดให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา (ครบกำหนดวันที่17 กุมภาพันธ์ 2568) จากนั้นสำนักงาน ปปง. จะตรวจสอบและรวบรวมรายชื่อผู้เสียหายและจำนวนความเสียหาย เพื่อพิจารณาก่อนส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอต่อศาลแพ่งให้มีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนให้กับผู้เสียหายตามสัดส่วนความเสียหายแทนการสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม การส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดำเนินการกับทรัพย์สินในคดีนี้ ทั้งนี้ หากสำนักงาน ปปง. มีการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินในคดีนี้เพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบต่อไป

The post ปปง. มีมติยึดอายัดทรัพย์สินทนายตั้มคดีฉ้อโกง 71 ล้านบาท ส่วนคดีดิไอคอนกรุ๊ปให้อัยการยื่นขอให้ทรัพย์ 286 ล้านบาทตกเป็นของแผ่นดิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก ปปง. แจงข้อเท็จจริงปมยึด-อายัดทรัพย์สิน 18 บอสดิไอคอนกรุ๊ป DSI เตรียมเอกสารแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม แชร์ลูกโซ่-พ.ร.บ.ขายตรง เร็วๆ นี้ https://thestandard.co/amlo-seizure-18-boss-of-the-icon-group/ Thu, 07 Nov 2024 07:24:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1005788 โฆษก ปปง. แจงข้อเท็จจริงปมยึด-อายัดทรัพย์สิน 18 บอสดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (7 พฤศจิกายน) เวลา 11.00 น. ที่ห้องรับรองกรมสอบส […]

The post โฆษก ปปง. แจงข้อเท็จจริงปมยึด-อายัดทรัพย์สิน 18 บอสดิไอคอนกรุ๊ป DSI เตรียมเอกสารแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม แชร์ลูกโซ่-พ.ร.บ.ขายตรง เร็วๆ นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก ปปง. แจงข้อเท็จจริงปมยึด-อายัดทรัพย์สิน 18 บอสดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (7 พฤศจิกายน) เวลา 11.00 น. ที่ห้องรับรองกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และรักษาราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พร้อมด้วย วิทยา นีติธรรม ผู้อำนวยการกองกฎหมาย และในฐานะโฆษกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีพิเศษที่ 119/2567 กรณีการดำเนินคดีอาญากับบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด กับพวก

 

วิทยาเปิดเผยถึงความคืบหน้าการออกคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินในส่วนของ ปปง. ว่า ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้ต้องหารวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์ไปแล้วจำนวนรวม 320 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นพวกบัญชีเงินฝากที่เก็บเงินจากการซื้อขายหลักทรัพย์

 

ที่ผ่านมาเป็นการยึดและอายัดทรัพย์โดยอำนาจของเลขาธิการ ปปง. ที่เชื่อว่ามีเหตุในการถูกยักย้าย ถ่ายเท อาทิ การจะทำธุรกรรมถอนเงิน แต่ถ้าการยึดและอายัดทรัพย์ตามปกติจำเป็นต้องมีการรอสำนวนการสอบสวนทางคดีอาญาก่อน คาดว่าในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนเป็นลำดับ

 

ทั้งนี้ ตอนนี้ ปปง. จึงอยู่ระหว่างการประสานงานกับ DSI อย่างต่อเนื่อง เพราะการทำงานของ ปปง. ต้องคู่ขนานไปกับสำนวนคดีอาญาของพนักงานสอบสวน เพื่อให้เกิดความรอบคอบและนำไปต่อยอด โดยเฉพาะเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ ปปง. จึงต้องดูจากสำนวนเป็นหลักด้วย เนื่องจากใช้เป็นฐานในการดำเนินการตามกฎหมายของ ปปง.

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นอกเหนือจากผู้ต้องหา 18 ราย หากมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปถึงบุคคลอื่นด้วย ปปง. จะสามารถดำเนินการอายัดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบชั่วคราวได้หรือไม่ วิทยาอธิบายว่า ตามกฎหมายฟอกเงินเราติดตามยึดตัวทรัพย์สินหากเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด แม้ว่าคนที่รับโอนหรือครอบครองไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิดในคดีเราก็ตามไปอายัดได้ เพียงแต่ว่าการรับโอนของเขามันสุจริตหรือไม่

 

หากสุจริตและมีการเสียค่าตอบแทนก็อาจได้รับการคุ้มครอง แต่ถ้าเขารู้ว่ามันคือทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย ปปง. พร้อมย้ำว่า ปปง. มีการเฝ้าระวังการยักย้าย ถ่ายเท และแปลงสภาพของทรัพย์สินในคดีดิไอคอนกรุ๊ปมาตั้งแต่แรก หากมีเหตุน่าเชื่อเลขาธิการ ปปง. ก็จะใช้อำนาจยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราว

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ปปง. พบกระแสเงินในคดีดิไอคอนกรุ๊ปไหลออกนอกราชอาณาจักรบ้าง หรือถูกเปลี่ยนให้อยู่ในสกุลเงินคริปโตเคอร์เรนซีหรือไม่ วิทยากล่าวว่า ยังไม่มีข้อยุติในส่วนนี้ เพราะเรื่องมันเกิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.​ 2561-2563 แต่ตอนนี้ พ.ศ. 2567 การทำธุรกรรมทางการเงินถือเป็นเรื่องปกติ แต่การที่ ปปง. ใช้อำนาจก็ต้องมีพื้นฐานในคดีอาญาให้มันชัดเจนด้วย และกระบวนการในการตรวจสอบผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์ก็ยิ่งต้องใช้หลักฐานเยอะ เพราะบางครั้งบุคคลเหล่านี้ไม่ได้มาร่วมกระทำความผิด แต่เราต้องมีความชัดเจนว่าทรัพย์สินดังกล่าวมันตั้งต้นมาจากเรื่องนี้

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ปปง. จะติดตามยึดและอายัดทรัพย์สินได้เทียบเท่ากับมูลค่าความเสียหายหรือไม่ เพราะ ปปง. ยึดไปแล้ว 320 ล้านบาท แต่มวลรวมความเสียหายในปัจจุบันมีกว่า 1 พันล้านบาท วิทยาชี้แจงว่า ทรัพย์สินในคดีที่มีการยึดและอายัด นอกจาก ปปง. แล้ว ก็ยังมีตำรวจและ DSI ที่ยึดพวกอสังหาริมทรัพย์ไว้ จนท้ายที่สุดก็ต้องถูกส่งมาที่ ปปง.

 

โฆษก ปปง. ย้ำว่าจะพยายามทำเรื่องนี้ให้ดีที่สุด ไม่อยากบอกว่าจะได้ครบหรือไม่ เพราะเวลามันทิ้งช่วงมาหลายปี ทรัพย์มีการจำหน่าย จ่าย โอน และมันมีความยากในเรื่องการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ของ ปปง. เนื่องจากบางรายจ่ายเงิน 250,000 บาท ได้สินค้าไปเท่าไร หรือมีการขายจริงแล้วได้เงิน หรือนำไปบริจาค หรือนำไปให้สุนัขกิน หรือจะคิดค่าเสียหายกันอย่างไร จึงพยายามเคลียร์เรื่องทรัพย์สินให้นิ่งก่อน แล้วจึงจะขยับมาเรื่องคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายตามลำดับ

 

ทั้งนี้ การประกาศคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจะต้องเกิดขึ้นภายหลังจากที่ DSI สรุปสำนวนสั่งฟ้องต่ออัยการเท่านั้น เพราะกฎหมายของ ปปง. คือ ยึดทรัพย์ก่อนแล้วนำมาคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย ดังนั้นการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจึงต้องอาศัยหลักฐานในคดีอาญาของพนักงานสอบสวนว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นปีไหน แล้วใครมาเกี่ยวข้องสัมพันธ์ ซึ่งจะอยู่ในข่ายที่ ปปง. จะต้องเข้าไปดู สรุปคือการทำเรื่องทรัพย์สินของ ปปง. ต้องชัดเจน ไม่ใช่ไปฟอกขาวให้เขา แต่เราก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายด้วย

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องเงินทำบุญหรือเส้นทางเงินที่อ้างว่าเป็นเงินโอนสำหรับทำบุญ มีหลักการตรวจสอบหรือพิสูจน์อย่างไรบ้าง วิทยาอธิบายว่า เงินทำบุญนั้นวัดที่รับทำบุญสามารถต่อสู้เรื่องของความสุจริตตามธรรมจรรยา กล่าวคือ ตอนที่วัดรับโอนเงิน วัดรู้หรือไม่ว่าเงินนั้นเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด ถ้าไม่รู้คือจบ และตามศีลธรรมจรรยาปกติแล้ววัดรับบริจาคลักษณะแบบนี้ใช่หรือไม่ ทั้งหลักสิบบาท หลักร้อยบาท ล้านสิบล้านบาท และหลักร้อยล้านบาท เคยรับไหม ต้องดูประกอบหลายๆ อย่าง

 

ส่วนถ้าเงินโอนเข้าแล้วอ้างว่าเป็นเงินทำบุญ แต่เงินกลับถูกโอนออกไปอีกบัญชีทันทีนั้น อันนี้ก็ต้องไปดูข้อเท็จจริง แล้วแต่องค์ประกอบ ก็ต้องดูความสุจริตว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมาก่อนหรือไม่ รวมทั้งใบอนุโมทนาบุญก็ต้องดูประกอบเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว แต่เราต้องดูลึกมากกว่านั้นเพื่อพิสูจน์ความสุจริตของเขา

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ดินของ บอสกันต์ กันตถาวร ซึ่งเป็นที่ดินที่อยู่ติดกับวัดคีรีเขต (วัดทุ่งโป่ง) ทอดยาวไปถึงลำน้ำแม่ท่าช้าง ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ มีทั้งหมด 7 ไร่ 70 ตารางวา อยู่ในรายการทรัพย์สินของคณะกรรมการธุรกรรมที่จะต้องตรวจสอบหรือไม่นั้น วิทยากล่าวว่าอยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ดังนั้นเรื่องที่ดินเราไม่ค่อยห่วง แต่เพื่อความรอบคอบก็ต้องมีความชัดเจนเพียงพอว่ามันเป็นทรัพย์ที่เขาได้มาครอบครองในช่วงเวลาใด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับเขาด้วย

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สังคมสนใจห้วงไทม์ไลน์ พ.ศ. 2562-2564 ที่ธุรกิจดิไอคอนกรุ๊ปได้รับความนิยม มีความเป็นไปได้หรือไม่ว่ารายการทรัพย์สินต่างๆ ที่เหล่า 18 บอสได้มาครอบครองนั้นจะเป็นการได้มาด้วยเงินที่มาจากการทำธุรกิจดิไอคอนกรุ๊ป วิทยาชี้แจงว่า ปปง. มีความจำเป็นต้องรอดูสำนวนของพนักงานสอบสวนหรือคดีอาญาก่อนว่า พฤติการณ์การกระทำความผิดถูกขีดเส้นตั้งแต่ช่วงใด เพื่อให้เป็นขอบเขตในการดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินด้วย จึงต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานสักระยะ

 

นอกจากนี้วิทยากล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับการประชุมของคณะกรรมการธุรกรรมมีการประชุมในทุกเดือน แต่เราก็ไม่อยากกำหนดเวลาการทำงานของพนักงานสอบสวน เพราะพนักงานสอบสวนต้องมีความรอบคอบในการทำงาน ถ้าทันก็สามารถเสนอได้ อีกทั้งก็แล้วแต่ข้อเท็จจริงด้วย แต่ยืนยันว่าจะทำให้เร็ว เพราะมีผู้เสียหายจำนวนมากที่ยังรอความหวัง

 

ขณะที่ พ.ต.ต. ยุทธนา กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อที่จะเข้าไปแจ้ง 2 ข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหา ส่วนจะทันพรุ่งนี้ (8 พฤศจิกายน) หรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจเอกสารบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา หากพรุ่งนี้ทันก็จะดำเนินการเลย และจะต้องนัดพร้อมทนายความของผู้ต้องหาให้เรียบร้อยด้วย

 

อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ตนยังไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงานสอบสวน แต่ให้ความมั่นใจว่าในเร็วๆ นี้ ส่วนกรณีผู้ต้องหากลุ่มที่ 2 ตนต้องย้ำว่าตอนนี้เราเร่งดำเนินการกับกลุ่มแรกก่อน เพราะมันมีระยะเวลาควบคุม ซึ่งในฐานความผิดแรกที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งไว้คือฉ้อโกงประชาชนและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ สามารถฝากขังได้ 48 วัน แต่เมื่อ DSI จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมคือ พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 จะขยายเวลาควบคุมได้ถึง 84 วัน แต่หลักฐานเอกสารในสำนวนปัจจุบันนี้มีกว่า 2 แสนแผ่น พนักงานสอบสวนจึงต้องเรียบเรียงและรวบรวมเพื่อจะสรุปสำนวนคดีให้ทัน ทั้งนี้ ในกรณีผู้ต้องหากลุ่มที่ 2 ที่ DSI จะต้องขยายผลต่อนั้นก็จะยังอยู่ในระยะเวลา และย้ำว่าจะเร่งทำให้รวดเร็ว

 

ส่วนกรณีที่ วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล แจ้งว่า หาก DSI ไม่สอบปากคำพยานของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ให้ครบ 2,000 ปาก หรือพยายามจะตัดจำนวนพยานนั้น จะมีการขอความเป็นธรรมและอาจถึงขั้นดำเนินคดีมาตรา 157 ต่อพนักงานสอบสวนนั้น พ.ต.ต. ยุทธนา ชี้แจงว่า ตนแจ้งให้ทนายความไปจัดทำบัญชีรายชื่อพยาน ระบุความเกี่ยวข้องและประเด็นที่พยานทั้ง 2,000 รายประสงค์ให้ข้อมูล ซึ่งก็ต้องมาดูว่าเป็นประเด็นเดียวกันหรือซ้ำกันหรือไม่ พร้อมย้ำว่าทุกอย่างเป็นอำนาจและดุลพินิจของพนักงานสอบสวน หากพนักงานสอบสวนได้รับฟังประเด็นและการชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ แล้ว ก็ต้องให้พนักงานสอบสวนได้พิจารณาเท่าที่จำเป็น

The post โฆษก ปปง. แจงข้อเท็จจริงปมยึด-อายัดทรัพย์สิน 18 บอสดิไอคอนกรุ๊ป DSI เตรียมเอกสารแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม แชร์ลูกโซ่-พ.ร.บ.ขายตรง เร็วๆ นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระทรวงยุติธรรม จับมือ DSI – ปปง. แถลงข่าวคืบหน้าคดีหุ้น STARK มูลค่าเสียหายเฉียด 1.5 หมื่นล้านบาท มีผู้ต้องหา 11 ราย ถูกคุมตัวครบในเรือนจำ ศาลนัดพิจารณานัดแรก 14 ม.ค. ปีหน้า https://thestandard.co/ministry-justice-dsi-conference-progress-stark-stock/ Wed, 10 Jul 2024 09:43:08 +0000 https://thestandard.co/?p=956040 หุ้น STARK

วันนี้ (10 กรกฎาคม) สมบูรณ์ ม่วงกล่ำ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว […]

The post กระทรวงยุติธรรม จับมือ DSI – ปปง. แถลงข่าวคืบหน้าคดีหุ้น STARK มูลค่าเสียหายเฉียด 1.5 หมื่นล้านบาท มีผู้ต้องหา 11 ราย ถูกคุมตัวครบในเรือนจำ ศาลนัดพิจารณานัดแรก 14 ม.ค. ปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น STARK

วันนี้ (10 กรกฎาคม) สมบูรณ์ ม่วงกล่ำ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม ฝ่ายการเมือง, พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), พ.ต.ต. วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ ในฐานะโฆษก DSI และ วิทยา นีติธรรม ผู้อำนวยการกองกฎหมาย ในฐานะโฆษกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินคดีและการติดตามทรัพย์สินในคดีทุจริต หุ้น บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น หรือ STARK คดีพิเศษที่ 57/2566 กรณีดังกล่าว DSI ได้มีความเห็นทางคดีและส่งสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษไปยังพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2566 และต่อมาพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องบุคคลที่เกี่ยวข้องรวม 11 ราย ได้แก่

 

  1. ชนินทร์ (สงวนนามสกุล) อดีตประธานกรรมการบริษัท
  2. วนรัชต์ (สงวนนามสกุล) อดีตกรรมการบริษัท
  3. ศรัทธา (สงวนนามสกุล) อดีตกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน
  4. กิตติศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด
  5. ยสบวร (สงวนนามสกุล) อดีตผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลและกรรมการบริษัทย่อย
  6. นาตยา (สงวนนามสกุล) อดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชี
  7. บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
  8. บริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด
  9. บริษัท อดิสรสงขลา จำกัด
  10. บริษัท ไทยเคเบิ้ล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
  11. บริษัท เอเชีย แปซิฟิก ดริลลิ่ง เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด 

 

โดยภายหลังจากที่มีการจับกุมชนินทร์ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาคนสำคัญ ทำให้ปัจจุบันพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลอาญาครบถ้วนแล้ว ซึ่งผู้ต้องหาทุกรายอยู่ในการควบคุมตัวในเรือนจำเพื่อรอการพิจารณาคดีในชั้นศาล โดยกำหนดวันนัดพิจารณาคดีนัดแรกในวันที่ 14 มกราคม 2568 จนถึงนัดสุดท้ายในเดือนธันวาคม 2568

 

ในส่วนของความเสียหายในคดีอาญาคดีนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 14,778 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นกู้จำนวน 9,198 ล้านบาท และหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 5,580 ล้านบาท โดยที่ผ่านมา DSI และ ปปง. ได้มีการยึด/อายัดทรัพย์สินรวมจำนวนประมาณ 3,000 กว่าล้านบาท อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้มีการยื่นคำร้องต่อศาลอาญา และศาลอาญามีคำสั่งยึด/อายัดทรัพย์สินของ บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น และบริษัทที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว ตาม พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 อีกส่วนหนึ่ง

 

ทั้งนี้ DSI อยู่ระหว่างการดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 กรณีที่มีการโอนหรือรับโอนทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดมูลฐานฉ้อโกงประชาชน โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบและพิจารณาดำเนินคดีกับบุคคลที่โอนและรับโอนโดยมิได้มีมูลหนี้ตามกฎหมาย โดยเฉพาะการรับโอนเงินจากอดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงินคือศรัทธา (สงวนนามสกุล) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อยึดอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมร่วมกับ ปปง. เป็นคดีพิเศษที่ 32/2567 รวมทั้ง DSI ยังมีการพิจารณาดำเนินคดีกับกรรมการบางรายเพิ่มเติมตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. มีการกล่าวหา

 

สำหรับประเด็นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีคำสั่งแต่งตั้ง พิชัย นิลทองคำ เป็นประธานคณะทำงานศึกษาแผนประทุษกรรมกรณี บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น (STARK) นั้น เนื่องจากพิชัยแจ้งความประสงค์ขอถอนตัวจากการเป็นประธานคณะทำงานดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจึงได้มีคำสั่งกระทรวงยุติธรรมที่ 171/2567 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2567 ยกเลิกคำสั่งเดิม และมีคำสั่งแต่งตั้ง พงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานคณะทำงานแทน และมีการเพิ่มเลขาธิการ ก.ล.ต., นายกสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ และนายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย เข้ามาเป็นคณะทำงาน เพื่อทำหน้าที่ศึกษาแผนประทุษกรรมกรณีดังกล่าวต่อไป

The post กระทรวงยุติธรรม จับมือ DSI – ปปง. แถลงข่าวคืบหน้าคดีหุ้น STARK มูลค่าเสียหายเฉียด 1.5 หมื่นล้านบาท มีผู้ต้องหา 11 ราย ถูกคุมตัวครบในเรือนจำ ศาลนัดพิจารณานัดแรก 14 ม.ค. ปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตั้ง ‘พงศ์เทพ เทพกาญจนา’ ประธานศึกษาแผนประทุษกรรม คดีทุจริตหุ้น STARK https://thestandard.co/pongthep-leads-stark-probe/ Wed, 10 Jul 2024 08:48:05 +0000 https://thestandard.co/?p=956023 ตั้ง ‘พงศ์เทพ เทพกาญจนา’ ประธานศึกษาแผนประทุษกรรม คดีทุจริต หุ้น STARK

วันนี้ (10 กรกฎาคม) สมบูรณ์ ม่วงกล่ำ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว […]

The post ตั้ง ‘พงศ์เทพ เทพกาญจนา’ ประธานศึกษาแผนประทุษกรรม คดีทุจริตหุ้น STARK appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตั้ง ‘พงศ์เทพ เทพกาญจนา’ ประธานศึกษาแผนประทุษกรรม คดีทุจริต หุ้น STARK

วันนี้ (10 กรกฎาคม) สมบูรณ์ ม่วงกล่ำ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม ฝ่ายการเมือง, พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), พ.ต.ต. วรณัน  ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ วิทยา นีติธรรม ผู้อำนวยการกองกฎหมาย ในฐานะโฆษกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินคดีและการติดตามทรัพย์สินในคดีทุจริตหุ้น STARK คดีพิเศษที่ 57/2566 

 

สำหรับกรณีดังกล่าวกรมสอบสวนคดีพิเศษมีความเห็นทางคดีและส่งสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษไปยังพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2566 และต่อมาพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องบุคคลที่เกี่ยวข้องรวม จำนวน 11 ราย ได้แก่

 

  • ชนินทร์ (สงวนนามสกุล) อดีตประธานกรรมการบริษัท
  • วนรัชต์ (สงวนนามสกุล) อดีตกรรมการบริษัท
  • ศรัทธา (สงวนนามสกุล) อดีตกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน
  • กิตติศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด
  • ยสบวร (สงวนนามสกุล) อดีตผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลและกรรมการบริษัทย่อย
  • นาตยา (สงวนนามสกุล) อดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชี 
  • บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 
  • บริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด 
  • บริษัท อดิสรสงขลา จำกัด 
  • บริษัท ไทยเคเบิ้ล อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด
  • บริษัท เอเชีย แปซิฟิก ดริลลิ่ง เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด

 

โดยภายหลังจากที่มีการจับกุมชนินทร์ ผู้ต้องหาคนสำคัญ ทำให้ปัจจุบันพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลอาญาครบถ้วนแล้ว ซึ่งผู้ต้องหาทุกรายอยู่ในการควบคุมตัวในเรือนจำเพื่อรอการพิจารณาคดีในชั้นศาล โดยกำหนดวันนัดพิจารณาคดีนัดแรกในวันที่ 14 มกราคม 2568 จนถึงนัดสุดท้ายในเดือนธันวาคม 2568

 

ในส่วนของความเสียหายในคดีอาญาคดีนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 14,778 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นกู้จำนวน 9,198 ล้านบาท และหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 5,580 ล้านบาท

 

ที่ผ่านมากรมสอบสวนคดีพิเศษและสำนักงาน ปปง. ได้ยึดและอายัดทรัพย์สินรวมจำนวนประมาณ 3 พันกว่าล้านบาท 

 

อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญา และศาลอาญาก็มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินของบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทที่เกี่ยวข้องไว้แล้วตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 อีกส่วนหนึ่ง

 

ทั้งนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษอยู่ระหว่างการดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 กรณีที่มีการโอนหรือรับโอนทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดมูลฐานฉ้อโกงประชาชน โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบและพิจารณาดำเนินคดีกับบุคคลที่โอนและรับโอนโดยมิได้มีมูลหนี้ตามกฎหมาย โดยเฉพาะการรับโอนเงินจากอดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงินคือ ศรัทธา (สงวนนามสกุล) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อยึดอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมร่วมกับสำนักงาน ปปง. เป็นคดีพิเศษที่ 32/2567 รวมทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษยังมีการพิจารณาดำเนินคดีกับกรรมการบางรายเพิ่มเติมตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. มีการกล่าวหา

 

สำหรับประเด็นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีคำสั่งแต่งตั้ง พิชัย นิลทองคำ เป็นประธานคณะทำงานศึกษาแผนประทุษกรรม กรณีบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) หรือ STARK นั้น เนื่องจากพิชัยแจ้งความประสงค์ขอถอนตัวจากการเป็นประธานคณะทำงานดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจึงได้มีคำสั่งกระทรวงยุติธรรมที่ 171/2567 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2567 ยกเลิกคำสั่งเดิม และมีคำสั่งแต่งตั้ง พงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานคณะทำงานแทน และมีการเพิ่มเลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ นายกสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ และนายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย เข้ามาเป็นคณะทำงานเพื่อทำหน้าที่ศึกษาแผนประทุษกรรมกรณีดังกล่าวต่อไป

The post ตั้ง ‘พงศ์เทพ เทพกาญจนา’ ประธานศึกษาแผนประทุษกรรม คดีทุจริตหุ้น STARK appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปปง. ร่วมกับ สน.เตาปูน สอบเส้นทางการเงินผู้ต้องหาเว็บพนัน BNK Master พบการซื้อขายทองยอดกว่า 200 ล้านบาท https://thestandard.co/bnk-master-amlo-with-tao-poon-police-station-investigation/ Thu, 14 Mar 2024 05:15:28 +0000 https://thestandard.co/?p=910907 BNK Master

ความคืบหน้าการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาที่พบความเกี่ยว […]

The post ปปง. ร่วมกับ สน.เตาปูน สอบเส้นทางการเงินผู้ต้องหาเว็บพนัน BNK Master พบการซื้อขายทองยอดกว่า 200 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
BNK Master

ความคืบหน้าการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาที่พบความเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ BNK Master ซึ่งถูกแจ้งข้อหาสมคบกันกระทำความผิดฐานฟอกเงินและเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน ในพื้นที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) เตาปูน โดยมีผู้ต้องหาตามหมายจับเป็นตำรวจ 3 นาย และพลเรือน 1 ราย

 

วันนี้ (14 มีนาคม) วิทยา นีติธรรม โฆษกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวว่า ปปง. อยู่ระหว่างการประสานการทำงานร่วมกับพนักงานสอบสวน สน.เตาปูน เพื่อจะนำรายงานคดีดังกล่าวมาพิจารณาว่าเป็นมูลฐานความผิดการฟอกเงินหรือไม่

 

หากพบว่าเข้าข่ายความผิด ปปง. จะดำเนินการอายัดทรัพย์ และเชิญผู้ต้องหาทั้งหมดมาชี้แจงที่มาของทรัพย์สิน หากชี้แจงไม่ได้ก็จะดำเนินการยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง

 

วิทยากล่าวต่อว่า กรณีการตรวจสอบการทำธุรกรรมซื้อขายทองของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ พบว่ามีการทำธุรกรรมซื้อขายทองเกิน 2 ล้านบาทจริง ร้านทองมีการรายงานธุรกรรมการซื้อขายมายัง ปปง. แล้ว เรื่องอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

 

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า ปปง. มีการตรวจสอบรายงานธุรกรรมที่สุ่มเสี่ยงต่อการฟอกเงินตามที่ปรากฏเป็นข่าว ซึ่งพบข้อมูลว่าร้านทองที่รับซื้อทองได้รายงานการทำธุรกรรมมาตั้งแต่ปี 2563 มีการซื้อขายหลายครั้ง ขณะนี้ ปปง. อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเส้นทางการเงินจากร้านทองที่ชำระให้กับผู้ขายว่าปัจจุบันเงินไปอยู่ที่ใครบ้าง

 

นอกจากนี้เงินดังกล่าวไม่ได้เป็นการซื้อขายด้วยเงินสด แต่เป็นการทำธุรกรรมผ่านทางธนาคาร ซึ่งยอดเงินอาจสูงถึงกว่า 200 ล้านบาท จากทองน้ำหนักกว่า 10,000 บาท

The post ปปง. ร่วมกับ สน.เตาปูน สอบเส้นทางการเงินผู้ต้องหาเว็บพนัน BNK Master พบการซื้อขายทองยอดกว่า 200 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
DSI สืบพบขบวนการหมูเถื่อนโอนเงินเลี่ยงภาษีตั้งแต่ปี 2564 ยังไม่มีกำหนดเรียกผู้ใกล้ชิดนักการเมืองให้ปากคำกรณีเรียกเงิน 20 ล้านบาท https://thestandard.co/transfers-money-to-evade-taxes-illegal-pork/ Tue, 12 Dec 2023 07:48:59 +0000 https://thestandard.co/?p=875957

วันนี้ (12 ธันวาคม) พ.ต.ต. ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉ […]

The post DSI สืบพบขบวนการหมูเถื่อนโอนเงินเลี่ยงภาษีตั้งแต่ปี 2564 ยังไม่มีกำหนดเรียกผู้ใกล้ชิดนักการเมืองให้ปากคำกรณีเรียกเงิน 20 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (12 ธันวาคม) พ.ต.ต. ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคดีจับกุมขบวนการนำเข้าหมูเถื่อน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยความคืบหน้าในคดีว่า ในวันพรุ่งนี้ (13 ธันวาคม) กรรมการบริษัทห้องเย็น 2 แห่งในจังหวัดนครปฐมที่ถูกตรวจค้นไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาจะเข้ามาให้ข้อมูลเจ้าหน้าที่เวลา 10.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ 

 

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการออกหมายเรียกกรรมการบริษัทชิปปิ้งแห่งหนึ่ง จำนวน  1  ราย ให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ และอยู่ระหว่างขยายผลหมูเถื่อน 161 ตู้ที่ได้ตั้งเป็นคดีแล้ว

 

พ.ต.ต. ณฐพลกล่าวว่า การเข้าตรวจค้นห้องเย็น 2 แห่งในจังหวัดนครปฐมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แห่งแรกพบเนื้อหมู 12 ตัน แห่งที่สองพบ 125 ตัน ซึ่งพบว่าใบอนุญาตเคลื่อนย้ายไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดอายัดเพื่อตรวจสอบแล้วทั้งหมด นอกจากนี้ยังพบหลักฐานว่ามีบริษัทชิปปิ้งใช้บริการโอนเงินจากการนำเข้าหมูเถื่อนส่วนหนึ่งให้นายหน้าโดยไม่ผ่านธนาคารเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี 

 

ในเบื้องต้นพบ 3 บริษัทใช้บริการมาตั้งแต่ปี 2564 รวมจำนวน 282 ตู้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลเพื่อแจ้งข้อหาเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงภาษีเพิ่มเติม และขณะนี้ DSI อยู่ระหว่างพิจารณารับกรณีนี้เป็นคดีพิเศษ เนื่องจากมีพฤติกรรมเข้าข่ายองค์กรอาชญากรรมส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหาร 

 

พ.ต.ต. ณฐพลระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ว่ามีนักการเมืองที่เกี่ยวข้องหรือไม่ และยังไม่ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงยังไม่มีกำหนดเรียกบุคคลใกล้ชิดนักการเมืองที่ปรากฏในคลิปเสียงเรียกรับเงิน 20 ล้านบาทเพื่อเคลียร์ตู้หมูเถื่อนเข้ามาให้ข้อมูลตามที่มีกระแสข่าวแต่อย่างใด

 

ด้าน วิทยา นีติธรรม ผู้อำนวยการกองกฎหมาย และโฆษกประจำสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวว่า ปปง. ได้ยึดและอายัดทรัพย์สินในขบวนการดังกล่าวแล้วจำนวน 24 รายการ รวมมูลค่า 53 ล้านบาท และได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินเพิ่มเติมก่อนอายัดเพิ่มอีก 28 รายการ พร้อมดอกผลอีก 37 ล้านบาท 

 

ส่วนทรัพย์สินในขบวนการดังกล่าวที่อยู่ต่างประเทศ หากสามารถพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินต่างประเทศส่วนใดที่มาจากการกระทำความผิด และศาลมีคำสั่งให้ยึดอายัด ทาง ปปง. จะดำเนินการประสานกับประเทศต้นทางเพื่อตรวจยึดอายัดทรัพย์ได้ แต่ยอมรับว่าต้องใช้เวลาเนื่องจากเป็นความผิดระหว่างประเทศ

The post DSI สืบพบขบวนการหมูเถื่อนโอนเงินเลี่ยงภาษีตั้งแต่ปี 2564 ยังไม่มีกำหนดเรียกผู้ใกล้ชิดนักการเมืองให้ปากคำกรณีเรียกเงิน 20 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
คืบหน้าคดี STARK ฉ้อโกงประชาชน ปปง. อายัดทรัพย์มูลค่า 349 ล้านบาท กลุ่มผู้ถือหุ้นกู้เตรียมฟ้องแพ่งแบบกลุ่ม เยียวยาผู้เสียหาย 4 พันราย https://thestandard.co/stark-case-amlo-captured-assets/ Mon, 20 Nov 2023 08:18:21 +0000 https://thestandard.co/?p=867661 STARK

ความคืบหน้ากรณีหุ้นสตาร์ค หรือ STARK ซึ่งมีความผิดเกี่ย […]

The post คืบหน้าคดี STARK ฉ้อโกงประชาชน ปปง. อายัดทรัพย์มูลค่า 349 ล้านบาท กลุ่มผู้ถือหุ้นกู้เตรียมฟ้องแพ่งแบบกลุ่ม เยียวยาผู้เสียหาย 4 พันราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
STARK

ความคืบหน้ากรณีหุ้นสตาร์ค หรือ STARK ซึ่งมีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ล่าสุด ปปง. มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราวจำนวน 16 รายงาน พร้อมดอกผล รวมมูลค่า 349 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มผู้ถือหุ้นกู้เตรียมดำเนินคดีทางแพ่งแบบกลุ่มเพื่อขยายผลด้านการสอบสวนและเอาผิด หวังเยียวยานักลงทุนผู้เสียหายกว่า 4 พันราย 

 

วันนี้ (20 พฤศจิกายน) วิทยา นีติธรรม ผู้อำนวยการกองกฎหมาย และโฆษกประจำสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 11/2566 วันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 คณะกรรมการธุรกรรมได้พิจารณาเห็นชอบให้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด โดยหนึ่งในการพิจารณามีคดีฉ้อโกงประชาชน ซึ่งคณะกรรมการมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว รวมจำนวน 17 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 374 ล้านบาท

 

โดยคดีที่ได้รับความสนใจจากภาคประชาชนในวงกว้างคือคดีหุ้น STARK ซึ่งเป็นกรณีที่ ชนินทร์ เย็นสุดใจ กับพวกมีความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และยักยอกทรัพย์อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ กรณีบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK ซึ่งมี ชนินทร์ เย็นสุดใจ เป็นประธานกรรมการบริษัท มีพฤติการณ์ตกแต่งงบการเงินของบริษัทเพื่อแสดงผลการดำเนินการที่ดีและสูงกว่าความเป็นจริง ต้องการให้เป็นที่สนใจของผู้ลงทุน โดยเปิดเผยข้อความอันเป็นเท็จในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวน พร้อมนำงบการเงินดังกล่าวไปใช้ประกอบการยื่นแบบแสดงรายการเสนอขายหุ้นกู้

 

โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สิน 16 รายการ เป็นเงินสด เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร หลักทรัพย์ และสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 349 ล้านบาท

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 

 


 

“ทรัพย์สินที่สำนักงาน ปปง. ยึดและอายัดไว้ 349 ล้านบาทนั้น ส่วนใหญ่เป็นเงินสด เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร และหลักทรัพย์ เพราะเป็นทรัพย์สินที่สามารถจำหน่ายจ่ายโอนได้ และแม้มูลค่าความเสียหายจะมีจำนวนมาก แต่เราก็ต้องยกเครดิตให้ ก.ล.ต. เพราะ ก.ล.ต. ได้ใช้อำนาจตามกฎหมายในการอายัดทรัพย์จำนวนหนึ่งไว้พอสมควร” วิทยากล่าว 

 

หลังจากนี้ต้องเอาทรัพย์สินที่ได้ยึดอายัดไว้ไปพิจารณาว่าเป็นทรัพย์สินที่มีการตระเตรียมสำหรับกระทำความผิดหรือไม่ หรือเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด เพราะรายการทรัพย์สินมีจำนวนมาก อาจมีความสลับซับซ้อน มีการจำหน่ายจ่ายโอนไปหลายทอด จึงต้องมีการคัดกรองทรัพย์สิน แต่ขอให้ผู้เสียหายสบายใจได้ว่าทรัพย์สินล็อตแรกนี้ที่เราได้อายัดไว้ยังไม่ได้ถูกจำหน่ายจ่ายโอนไปไหน ส่วนทรัพย์สินในล็อตที่สองกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยเราจะตรวจสอบทรัพย์สินทั้งที่อยู่ภายในประเทศและที่ไหลออกไปภายนอกประเทศ คาดว่าต้องใช้เวลาในการดำเนินการสักระยะ

 

นอกจากนี้ วิทยาให้ข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับหุ้น MORE ว่า ทาง ปปง. ได้อายัดทรัพย์สินและมีมติส่งศาลไปแล้ว แต่ลักษณะจะคล้ายหุ้นสตาร์คคือ รอในเรื่องการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย ใครที่มีความเสียหายก็เตรียมข้อมูลมาแจ้งกับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ ปปง. ส่งให้ศาล เพื่อให้สามารถนำเงินที่ ปปง. อายัดไว้มาชดใช้คืนให้กับผู้เสียหายได้ 

 

DSI จ่อสรุปสำนวนคดีหุ้น STARK สิ้นเดือนพฤศจิกายน

 

ด้าน พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กล่าวว่า ความคืบหน้าการดำเนินคดีทางอาญารายคดี ชนินทร์ เย็นสุดใจ กรณีทุจริตตกแต่งบัญชีบริษัท สตาร์คฯ ว่า การดำเนินคดีนั้น ทางอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้เร่งรัดให้สอบสวนต่อเนื่อง ภายหลังจากที่ ก.ล.ต. ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อบริษัท สตาร์คฯ และกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม รวมถึงกลุ่มบริษัทลูกข่ายต่างๆ ซึ่งการสอบปากคำนั้น คณะพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบปากคำแล้วทั้งสิ้น 160 ราย และได้รวบรวมพยานหลักฐานขยายผล และสามารถแจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาแล้ว 11 ราย แบ่งเป็นบุคคลธรรมดา 6 ราย และนิติบุคคลอีก 5 ราย และได้ออกหมายจับผู้ต้องหาอีก 1 ราย ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ระหว่างหลบหนีอยู่ที่ต่างประเทศ ทั้งนี้ คาดว่าจะสรุปสำนวนได้ภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้

 

นอกจากนี้ พ.ต.ต. ยุทธนา ย้ำว่า ผู้เสียหายไม่ต้องเป็นกังวลในส่วนของผู้ต้องหาที่ยังพักอาศัยอยู่ภายในประเทศไทย เพราะในหมายจับได้มีการกำหนดเงื่อนไขห้ามผู้ต้องหาเดินทางออกนอกราชอาณาจักร นอกจากนี้ คณะพนักงานสอบสวนยังได้มีการแจ้งข้อหาร่วมกันฟอกเงินสำหรับผู้ต้องหาที่มีพฤติการณ์รับ-โอน หรือเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน ซึ่งมีอัตราโทษจำคุก 10 ปี

 

ต่อคำถามที่ว่า DSI รู้ที่อยู่ของชนินทร์หรือไม่ พ.ต.ต. ยุทธนา ยืนยันว่าทราบ แต่ขอไม่เปิดเผยข้อมูล 

 

วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ ปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมต่อสู้คดี 

 

สำหรับการเข้าให้ปากคำของทายาทสีชื่อดัง หรือ วนรัชต์ ตั้งคารวคุณ ซึ่งตกเป็นหนึ่งในผู้ต้องหา คณะพนักงานสอบสวนยังไม่ได้มีการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของเจ้าตัว อีกทั้งตลอดการเข้าพบพนักงานสอบสวนทั้ง 2 ครั้ง เจ้าตัวยังคงให้การปฏิเสธพร้อมยื่นหนังสือแก้ข้อกล่าวหา และพร้อมต่อสู้คดี 

 

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดภายในสำนวนนั้นไม่สามารถเปิดเผยได้ ต้องขอดำเนินการพิสูจน์ตรวจสอบก่อนว่ามีส่วนรู้เห็นต่อการทุจริตที่เกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด และต้องดูว่าการขายหุ้นที่เกิดขึ้นนั้น ผู้ต้องหาได้ประโยชน์จากการตกแต่งบัญชีด้วยหรือไม่ ซึ่งจะยึดตามหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. 

 

ส่วนขั้นตอนถัดไปคือการดำเนินการกับกลุ่มผู้รับรองการทำบัญชีหรือรับรองงบของบริษัท โดยที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนได้มีการออกหมายเรียกพยานไปถึง 2 ครั้งแก่บุคคล 1 ราย ซึ่งเป็นพนักงานในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่มีหน้าที่ตรวจสอบบัญชีของบริษัท สตาร์คฯ โดยเจ้าตัวได้มีการเลื่อนหมายเรียกเพราะอ้างอาการเจ็บป่วย ซึ่งมีใบรับรองแพทย์ประกอบมาให้ หากมีการเข้าพบพนักงานสอบสวนก็จะสอบถามในกรณีว่ามีความบกพร่องต่อการตรวจสอบบัญชีของบริษัท หรือได้ทำตามมาตรฐานของนักตรวจสอบบัญชีหรือไม่

 

“เรื่องดำเนินการกับผู้รับรองงบ หากสอบสวนแล้วพบว่ามีความผิดก็ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ตอนนี้ออกหมายเรียกไป 1 คน และส่วนตัวประเมินว่าเป็นเรื่องของการทำหน้าที่ส่วนบุคคลมากกว่า ไม่น่าจะมีการขยายผลไปสู่บริษัทที่เป็นต้นสังกัดของผู้รับรองงบแต่อย่างใด” 

 

กลุ่มผู้ถือหุ้นกู้เตรียมฟ้องแพ่งแบบกลุ่ม

 

ทางด้านกลุ่มรวมพลังหุ้นกู้สตาร์คเตรียมดำเนินคดีแพ่งแบบกลุ่ม (Class Action) เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายรายให้ชดใช้ต่อประชาชนผู้เสียหายกว่า 4 พันราย โดยจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ 

 

โดยตัวแทนกลุ่มได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ประเด็นที่กลุ่มรวมพลังหุ้นกู้สตาร์คมีความกังวลและต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวชี้แจงข้อมูลเพิ่มคือ ส่วนที่เกี่ยวกับผู้บริหาร STARK ที่เป็นผู้ต้องหาและไม่ได้อยู่ในประเทศแล้ว ปปง. มีแนวทางจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง​ และการติดตามทรัพย์สินที่ถูกถ่ายโอนไปยังต่างประเทศแล้วจะดำเนินการอย่างไร

The post คืบหน้าคดี STARK ฉ้อโกงประชาชน ปปง. อายัดทรัพย์มูลค่า 349 ล้านบาท กลุ่มผู้ถือหุ้นกู้เตรียมฟ้องแพ่งแบบกลุ่ม เยียวยาผู้เสียหาย 4 พันราย appeared first on THE STANDARD.

]]>