วิฑูรย์ เก่งงาน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/วิฑูรย์-เก่งงาน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 03 Apr 2026 13:33:15 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 ศาลอาญาให้ประกันตัว ‘สามารถ’ วงเงิน 1 ล้านบาท คดีฟอกเงินดิไอคอนฯ ชี้พฤติการณ์เปลี่ยน-คดีมูลฐานยังไม่ยุติ เตรียมปล่อยตัววันนี้ https://thestandard.co/samart-bail-money-laundering-the-icon/ Fri, 03 Apr 2026 13:33:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1194566 แฟ้มภาพ สามารถ เจนชัยจิตรวณิช ในคดีฟอกเงิน

วันนี้ (3 เมษายน) ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำ […]

The post ศาลอาญาให้ประกันตัว ‘สามารถ’ วงเงิน 1 ล้านบาท คดีฟอกเงินดิไอคอนฯ ชี้พฤติการณ์เปลี่ยน-คดีมูลฐานยังไม่ยุติ เตรียมปล่อยตัววันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แฟ้มภาพ สามารถ เจนชัยจิตรวณิช ในคดีฟอกเงิน

วันนี้ (3 เมษายน) ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่งไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ในคดีที่วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ สามารถ เจนชัยจิตรวณิช อดีตสมาชิกและรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (จำเลยที่ 1) ได้ยื่นคำร้องขอไต่สวนการประกันตัวในคดีความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5 (1), (3) มาตรา 9 และมาตรา 60 จากกรณีข้อกล่าวหาเรียกรับเงินจำนวน 2.5 ล้านบาท จากวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ ‘บอสพอล’ ประธานบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด

 

ก่อนหน้านี้ ศาลอาญาและศาลอุทธรณ์เคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวสามารถ เนื่องจากพิจารณาเห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง เกรงว่าจำเลยจะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานและอาจหลบหนี

 

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการพิจารณาไต่สวนคำร้องในวันนี้ ศาลอาญาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ที่ผ่านมาจำเลยถูกคุมขังมาโดยตลอด ประกอบกับการที่ศาลได้มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีนี้ออกไปชั่วคราวเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 เพื่อรอให้คดีอาญาหมายเลขดำที่ อทย 14/2568 ของศาลนี้ ซึ่งเป็นคดีความผิดมูลฐาน ดำเนินการสืบพยานจนเสร็จสิ้นและมีคำพิพากษาเสียก่อน

 

ทั้งนี้ ในคดีความผิดมูลฐานดังกล่าวนั้น ได้มีการกำหนดนัดสืบพยานนัดสุดท้ายในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ซึ่งกรณีนี้ทำให้ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าคดีความผิดมูลฐานจะเสร็จสิ้นและสามารถกำหนดวันนัดฟังคำพิพากษาได้เมื่อใด อันอาจส่งผลให้จำเลยที่ 1 ต้องถูกคุมขังต่อไปโดยไม่มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน

 

ดังนั้น แม้ศาลอาญาและศาลอุทธรณ์จะเคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 1 มาก่อน แต่จากแนวทางการไต่สวนพบว่าพฤติการณ์แห่งคดีมีเหตุเปลี่ยนแปลงไป ศาลจึงมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 1 ระหว่างการพิจารณาคดี โดยตีราคาประกันในวงเงิน 1 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามจำเลยที่ 1 เดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล และได้ดำเนินการส่งหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวดังกล่าว ส่งผลให้สามารถจะได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครในช่วงค่ำวันนี้ เวลาประมาณ 19.00 น. ขณะที่ความคืบหน้าของ วิลาวัลย์ มารดาของสามารถนั้น ได้รับการอนุญาตให้ประกันตัวไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยศาลตีราคาประกันที่ 5 แสนบาท

The post ศาลอาญาให้ประกันตัว ‘สามารถ’ วงเงิน 1 ล้านบาท คดีฟอกเงินดิไอคอนฯ ชี้พฤติการณ์เปลี่ยน-คดีมูลฐานยังไม่ยุติ เตรียมปล่อยตัววันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ชี้ประสานอินเตอร์โพลจับ เบน สมิธ เป็นหน้าที่ตำรวจ หลังทนายความแถลงไม่กลับไทย https://thestandard.co/pm-interpol-ben-smith-police/ Wed, 04 Mar 2026 05:31:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1184093 ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการประสานตำรวจสากลเพื่อจับ เบน สมิธ

วันนี้ (4 มีนาคม) เวลา 11.25 น. สำนักงานป้องกันและปราบป […]

The post นายกฯ ชี้ประสานอินเตอร์โพลจับ เบน สมิธ เป็นหน้าที่ตำรวจ หลังทนายความแถลงไม่กลับไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการประสานตำรวจสากลเพื่อจับ เบน สมิธ

วันนี้ (4 มีนาคม) เวลา 11.25 น. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เลขาธิการ ปปง. ได้รายงานว่า จะมีการตรวจสอบธุรกรรมนักการเมืองเพิ่มขึ้นหรือไม่ หลังตำรวจออกหมายจับ เบน สมิธ ว่า ดำเนินการทุกอย่างตามกฎหมาย

 

เมื่อถามว่า วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ เบน สมิธ ตั้งโต๊ะแถลงข่าว ระบุว่า เบน สมิธ จะไม่เดินทางกลับประเทศไทย จะต้องมีการประสานตำรวจสากลเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ตำรวจดำเนินการ

 

ขณะที่ เทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. กล่าวถึงกรณีเบน สมิธ จะไม่เดินทางกลับประเทศไทย จะส่งผลต่อการยึดทรัพย์หรือไม่ ว่า ไม่ส่งผล เราดำเนินการตามมาตรฐานอยู่แล้ว ซึ่งการดำเนินคดีก็อยู่ในศาลแพ่ง เป็นกระบวนการของ ปปง. ผ่านสำนักงานอัยการ ซึ่งเป็นสิทธิของฝ่าย เบน สมิธ ที่จะโต้แย้งกลับมา

 

เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะมีการยึดทรัพย์ เบน สมิธ เพิ่มหรือไม่ เทพสุ กล่าวว่า ขออนุญาตไม่ตอบ

 

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับการดำเนินคดีเกี่ยวกับการปราบปรามสแกมเมอร์และทุนเทาอย่างไรบ้าง เทพสุ กล่าวว่า ท่านให้กำลังใจในการขับเคลื่อนงาน ท่านเห็นงานเป็นรูปธรรม ในการปราบปรามสแกมเมอร์ ยาเสพติด และคดีมูลฐานต่าง ๆ ท่านเห็นผลงาน

 

เมื่อถามว่า ปปง. จะมีการยึดทรัพย์นักการเมืองคนอื่นที่ไม่ได้เป็นข่าวหรือไม่ เทพสุ กล่าวว่าขอไม่ตอบ

The post นายกฯ ชี้ประสานอินเตอร์โพลจับ เบน สมิธ เป็นหน้าที่ตำรวจ หลังทนายความแถลงไม่กลับไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายความของ เบน สมิธ เผย ลูกความยังไม่พร้อมกลับไทยมาสู้คดี เหตุไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรม ตั้งข้อสังเกตตำรวจทำคดีรวดเร็วผิดปกติ เชื่อพยายามทำคดีให้เชื่อมโยงกับการเมือง https://thestandard.co/ben-smith-not-ready-thailand/ Tue, 03 Mar 2026 09:56:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1183897 ภาพเบน สมิธ พร้อมข้อความพาดหัวข่าวว่ายังไม่พร้อมกลับไทยมาสู้คดี เหตุไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรม

วันนี้ (3 มีนาคม) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ เบน สมิธ […]

The post ทนายความของ เบน สมิธ เผย ลูกความยังไม่พร้อมกลับไทยมาสู้คดี เหตุไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรม ตั้งข้อสังเกตตำรวจทำคดีรวดเร็วผิดปกติ เชื่อพยายามทำคดีให้เชื่อมโยงกับการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเบน สมิธ พร้อมข้อความพาดหัวข่าวว่ายังไม่พร้อมกลับไทยมาสู้คดี เหตุไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรม

วันนี้ (3 มีนาคม) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ เบน สมิธ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจงกรณีตำรวจออกหมายจับ ‘เบน สมิธ’ โดยระบุว่า ข้อกล่าวหาที่ตำรวจ CIB ใช้ในการออกหมายจับ แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าสิ่งที่นักการเมืองหรือใครหลายคนออกมาพูดว่า เบน สมิธ เป็นนักฟอกเงินหรือสแกมเมอร์นั้น เป็นเรื่องเล่าที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อหวังใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองโจมตี ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ ธรรมนัส พรหมเผ่า

 

ข้อกล่าวหาที่ตำรวจตั้งเป็นเรื่องเกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่าง เบน สมิธ กับบริษัทในประเทศลาว จึงยืนยันได้ว่าสิ่งที่ อนุทิน ชาญวีรกูล เคยให้สัมภาษณ์ในรายการดังว่า เบน สมิธ เป็นเพียงนักธุรกิจหรือโบรกเกอร์ ไม่ใช่สแกมเมอร์นั้น สอดคล้องกับข้อเท็จจริง

 

ลักษณะข้อกล่าวหาชัดเจนว่าแตกต่างจากสิ่งที่ รังสิมันต์ โรม เคยอภิปรายในสภาในวันแถลงนโยบายรัฐบาล ที่กล่าวหาว่า เบน สมิธ เป็นเจ้าพ่อสแกมเมอร์ ซึ่งความเป็นจริงเป็นคนละเรื่องกับสิ่งที่ตำรวจออกหมายจับ กลายเป็นว่าข้อเท็จจริงในคดีนี้ไม่ใช่เรื่องสแกมเมอร์ ฉ้อโกงคนไทย หรือกระทำผิดกฎหมายตามที่มีการกล่าวอ้างตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

 

ภายหลังตำรวจออกหมายจับ รังสิมันต์ โรม ได้โพสต์เฟซบุ๊กพูดถึงคดีดังกล่าว พร้อมชื่นชมตำรวจ CIB และเรียกร้องให้ออกหมายแดง ในฐานะทนายความของ เบน สมิธ จึงอยากฝากถึง รังสิมันต์ โรม ว่า การออกหมายจับเมื่อวานเป็นเพียงคดีทางแพ่ง เรื่องที่อาจเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นของบริษัท การพยายามเชียร์ให้ออกหมายแดง ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าเป็นการประโคมข่าวเพื่อเข้าสู่เกมการเมืองหรือไม่ เพราะมองว่าการโพสต์ดังกล่าวเหมือนต้องการเบี่ยงเบนประเด็นจากคดีที่ รังสิมันต์ โรม ถูก เบน สมิธ ฟ้องฐานหมิ่นประมาทอยู่

 

วิฑูรย์ กล่าวว่า ในคดีเมื่อวานมีการแจ้งความมูลค่าความเสียหาย 991 ล้านบาท แต่มีการยึดทรัพย์สินของ เบน สมิธ กว่าหมื่นล้านบาท หากจะยึดตามความเสียหายจริงก็ควรยึด 991 ล้านบาท และคืนส่วนที่เกินมา เพราะสัดส่วนการยึดทรัพย์ไม่สอดคล้องกับมูลค่าคดี โดยคดีมูลฐานที่ส่ง ปปง. อยู่ที่ 991 ล้านบาท และส่วนใหญ่เป็นข้อพิพาททางแพ่งด้วยซ้ำ

 

สิ่งที่น่ากังวลคือ มีความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงจากเรื่องซื้อขายหุ้นปกติให้กลายเป็นคดีอาญา ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะต้องใช้ต่อสู้คดี แต่คดีของบริษัทลาวที่แจ้งกับ CIB มีข้อพิรุธหลัก 3 ประการ

 

1. ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อบริษัทผู้แจ้งความ

 

2. มีการแจ้งความตั้งแต่ปี 2567 แต่ในช่วงแรกหนังสือมอบอำนาจจากประเทศลาวไม่มีการรับรองลายมือชื่อ ต่อมาวันที่ 9 ก.พ. มีตำรวจ CIB ติดต่อไปยังบริษัทในลาวให้มาแจ้งความใหม่ และทำหนังสือมอบอำนาจอีกครั้ง จากนั้นวันที่ 12 ก.พ. มีการลงเลขคดีอาญา และวันที่ 26 ก.พ. ออกหมายจับ ซึ่งถือว่าใช้เวลารวดเร็วมาก จึงอยากให้มาตรฐานความรวดเร็วเป็นแบบเดียวกันทุกคดี

 

3. มีการอ้างว่าถูกโกงตั้งแต่ปี 2565 แต่มาแจ้งความปี 2567 ซึ่งคดีฉ้อโกงอาญาส่วนตัวมีอายุความร้องทุกข์ 3 เดือนนับแต่วันที่ทราบเรื่อง จึงตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใด CIB จึงรับแจ้งความ ทั้งที่อายุความอาจขาดไปแล้ว

 

วิฑูรย์ ระบุว่า คดีฉ้อโกงปกติธุระเคยเกิดกับทนายตั้ม และศาลแพ่งมีคำสั่งคืนทรัพย์สินแล้ว โดย เบน สมิธ เป็นรายที่สอง จึงมองว่ามีความผิดปกติและอาจมีแรงจูงใจทางการเมือง

 

กรณีที่หลายคนสงสัยว่าเหตุใด เบน สมิธ ไม่ไปชี้แจง วิฑูรย์ แสดงเอกสารยืนยันว่า เบน สมิธ เคยเข้าชี้แจงกับตำรวจ CIB เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 มีการลงรับเอกสารเรียบร้อย แต่ภายหลังกลับมีการออกหมายจับ อีกทั้งมีการยึดทรัพย์ก่อนคดีอาญา ทั้งที่โดยปกติควรเป็นคดีอาญาก่อน แล้วจึงขยายผลไปสู่คดีฟอกเงิน

 

วิฑูรย์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ เบน สมิธ ยังไม่มีแผนกลับไทยมาสู้คดี เนื่องจากกังวลเรื่องการประกันตัว โดยเฉพาะคดีที่อยู่ในความสนใจของสังคม หากจะกลับมาก็ควรได้รับสิทธิประกันตัวตามมาตรฐานสากล มิฉะนั้นต้องชั่งน้ำหนักความเสี่ยง อีกทั้งมองว่าคดีนี้มีแรงจูงใจทางการเมืองสูง และเมื่อเป็นบุคคลที่สังคมจับตา ศาลมักไม่อนุญาตให้ประกันตัว

 

ส่วนหลักฐานในการต่อสู้คดี ระบุว่า เอกสารที่ยื่นให้ตำรวจสอบสวนกลางครบถ้วนแล้ว จะยื่นเพิ่มเติมหรือไม่ต้องหารือกันอีกครั้ง

 

เมื่อถามว่า เบน สมิธ เคยคิดหรือไม่ว่าจะถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง วิฑูรย์ ตอบว่า นักธุรกิจรายใหญ่ในประเทศไทยย่อมรู้จักนักการเมือง และอาจถูกโยงเข้าสู่เกมการเมืองได้ในบางสถานการณ์ ส่วนปัจจุบัน เบน สมิธ อยู่ประเทศใดนั้น ตนเองขอไม่เปิดเผย

The post ทนายความของ เบน สมิธ เผย ลูกความยังไม่พร้อมกลับไทยมาสู้คดี เหตุไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรม ตั้งข้อสังเกตตำรวจทำคดีรวดเร็วผิดปกติ เชื่อพยายามทำคดีให้เชื่อมโยงกับการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
รังสิมันต์ โรม ขึ้นศาลสู้คดี ‘เบน สมิธ’ ฟ้องหมิ่นฯ 100 ล้าน ปมแฉสแกมเมอร์ ทนายโจทก์ตั้งคำถาม ทำไมต้องดึงลูก-ภรรยา เป็นพยานผิดมารยาท https://thestandard.co/rangsiman-rome-ben-smith-lawsuit/ Mon, 23 Feb 2026 05:43:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1180907 รังสิมันต์ โรม ระหว่างเดินทางเข้า ศาลอาญา เพื่อต่อสู้คดีหมิ่นประมาท

วันนี้ (23 กุมภาพันธ์) เวลา 09.00 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชด […]

The post รังสิมันต์ โรม ขึ้นศาลสู้คดี ‘เบน สมิธ’ ฟ้องหมิ่นฯ 100 ล้าน ปมแฉสแกมเมอร์ ทนายโจทก์ตั้งคำถาม ทำไมต้องดึงลูก-ภรรยา เป็นพยานผิดมารยาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
รังสิมันต์ โรม ระหว่างเดินทางเข้า ศาลอาญา เพื่อต่อสู้คดีหมิ่นประมาท

วันนี้ (23 กุมภาพันธ์) เวลา 09.00 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐาน ในคดีที่ เบน สมิธ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง รังสิมันต์ โรม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา พร้อมเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจำนวน 100 ล้านบาท จากกรณีที่รังสิมันต์อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร พาดพิงว่านายเบน สมิธ มีส่วนพัวพันกับขบวนการแก๊งสแกมเมอร์และฟอกเงิน

 

รังสิมันต์ เปิดเผยก่อนเข้าห้องพิจารณาคดีว่า ฝ่ายตนได้ยื่นบัญชีพยานบุคคลจำนวน 16 ปาก หนึ่งในนั้นคือตัวเบน สมิธ เอง ซึ่งเป็นสิทธิ์ของจำเลย เพื่อประโยชน์ในการซักถามข้อเท็จจริงโดยตรง ทั้งนี้ ในบัญชีพยานยังไม่มีรายชื่อนักการเมืองระดับแกนนำที่ถูกกล่าวอ้างว่าสนิทสนมกับโจทก์ แต่ยอมรับว่าอาจพิจารณาเพิ่มเติมในภายหลังได้

 

“ผมไม่หนักใจ เพราะเป็นการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา สุจริต ทั้งในสภาฯ และการให้สัมภาษณ์สื่อ การฟ้องร้องเช่นนี้ประชาชนย่อมมองออกว่ามีเจตนาอะไร ผมกังวลเพียงว่าจะสร้างบรรยากาศแห่งความกลัว ทำให้ไม่มีใครกล้าขุดคุ้ยปัญหาแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งสร้างความเสียหายมหาศาลต่อประเทศ” รังสิมันต์ กล่าว

 

ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองซึ่งถูกพาดพิงว่าเชื่อมโยงกับเบน สมิธ อาจต้องมาร่วมงานในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น รังสิมันต์ระบุว่า เป็นเรื่องปกติของกลไกรัฐสภา และพรรคประชาชนพร้อมเดินหน้าทำงานตามกรอบกฎหมายโดยไม่มีความหนักใจ

 

นอกจากนี้ รังสิมันต์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ ปปง. ส่งสำนวนคดียึดทรัพย์เครือข่ายเบน สมิธ ในคดี แตงไทย มูลค่า 12,123 ล้านบาท ให้อัยการสูงสุดพิจารณา โดยระบุว่า ตำรวจสอบสวนกลางควรเร่งขยายผลในคดี Huione pay ด้วย เพราะหากสืบเส้นทางการเงินสำเร็จ อาจนำไปสู่การยึดทรัพย์ได้สูงถึง 3.3 ล้านล้านบาท ซึ่งจะสามารถนำมาเยียวยาผู้เสียหายชาวไทยได้จำนวนมาก

 

ต่อมาเวลา 10.12 น. วิฑูรย์ เก่งงาน หนึ่งในทีมทนายความของเบน สมิธ (รับผิดชอบเฉพาะคดีฟอกเงินที่ถูก ปปง. อายัดทรัพย์) ให้สัมภาษณ์ถึงคดีหมิ่นประมาทว่า ฝั่งโจทก์เตรียมพยานบุคคล 5 ปาก ขณะที่ฝั่งจำเลยเบิกพยานถึง 16 ปาก

 

วิฑูรย์ แสดงความไม่พอใจเมื่อทราบว่าในบัญชีพยาน 16 ปากของรังสิมันต์ มีชื่อของ อดีตภรรยา, ภรรยาปัจจุบัน, ลูกชาย และลูกสาว ของเบน สมิธ รวมอยู่ด้วย

 

“เรื่องนี้ทางเราไม่โอเคอย่างมาก คดีนี้เป็นเรื่องระหว่างคุณรังสิมันต์กับเบน การดึงครอบครัวที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาเป็นพยานถือว่าผิดมารยาท คนเราทำสงครามรบกัน ไม่ควรดึงลูกเมียเขามาเกี่ยว ผมตั้งคำถามถึงจรรยาบรรณว่าต้องเล่นกันขนาดนี้เลยหรือ” วิฑูรย์ กล่าว

 

ทนายความกล่าวทิ้งท้ายว่า การอภิปรายของรังสิมันต์เป็นการกล่าวหาและใส่ร้ายนักธุรกิจที่เข้ามาลงทุนตามปกติ โดยจับแพะชนแกะเพื่อหวังผลทางการเมืองในการโจมตี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งอยู่ฝ่ายรัฐบาลในขณะนั้น ส่วนคดีฟอกเงินที่ถูก ปปง. อายัดทรัพย์ ตนพร้อมต่อสู้ตามพยานหลักฐานอย่างเต็มที่โดยไม่มีความกังวลใดๆ

The post รังสิมันต์ โรม ขึ้นศาลสู้คดี ‘เบน สมิธ’ ฟ้องหมิ่นฯ 100 ล้าน ปมแฉสแกมเมอร์ ทนายโจทก์ตั้งคำถาม ทำไมต้องดึงลูก-ภรรยา เป็นพยานผิดมารยาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายวิฑูรย์เผย จดหมายในเรือนจำเขียนตามทุกคำพูดของบอสพอล ส่วนสำคัญอยู่ที่ฉบับที่ 4-5 https://thestandard.co/boss-paul-prison-letters-revealed/ Wed, 11 Dec 2024 12:55:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1018530 บอสพอล

วันนี้ (11 ธันวาคม) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล- […]

The post ทนายวิฑูรย์เผย จดหมายในเรือนจำเขียนตามทุกคำพูดของบอสพอล ส่วนสำคัญอยู่ที่ฉบับที่ 4-5 appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอสพอล

วันนี้ (11 ธันวาคม) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ป เปิดเผยถึงเรื่องจดหมายที่ ‘บอสพอล’ เขียนจากในเรือนจำว่า วันนี้ตนเองได้บอกเล่ากับบอสพอลเกี่ยวกับกระแสที่ดีและไม่ดี

 

ซึ่งข้อความทั้งหมดเขียนจากคำพูดของ ‘บอสพอล’ ทุกคำและนำมาเรียบเรียงเพื่อให้แอดมินเฟซบุ๊กนำไปโพสต์ เบื้องต้นมีประมาณ 5 ฉบับ ซึ่งการเขียนข้อมูลต่างๆ ค่อนข้างยาก เพราะการที่บอสพอลติดคุกอยู่ด้านในนานสภาพจิตใจของทุกคนก็แย่ลง ส่วนเจตนาของจดหมายคือบอสพอลอยากสื่อสารว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะการประกันตัวถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะออกมาสู้คดีภายนอก ที่ผ่านมาก็มีให้เห็นว่าหลายคดีผู้ต้องหาถูกจำคุกแต่สุดท้ายศาลยกฟ้อง

 

วิฑูรย์กล่าวต่อว่า ส่วนเหตุที่บอสพอลระบุว่าไม่มีผู้เสียหายแม้แต่คนเดียวนั้น จากแหล่งข่าวที่ได้ข้อมูลมาจากไลน์กลุ่มที่อ้างว่าเป็นผู้เสียหาย ซึ่ง 70 เปอร์เซ็นต์คือคนที่เป็นสมาชิกขั้น 2,500 บาท อีกกลุ่มคือระดับ 25,000 บาท และระดับ 250,000 บาท ซึ่งบุคคลทั้งหมดได้รับสินค้าไปหมดแล้ว แต่มีบางส่วนที่ถูกโกงจากแม่ทีม ซึ่งนั่นไม่ใช่ความผิดของบริษัท สำหรับคดีนี้เหลือฝากขังอีก 2 ผัด ซึ่งตนไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่จะทำสำนวนคดีส่งฟ้องทันหรือไม่ แต่เชื่อว่าคงทันเพราะเป็นคดีใหญ่ หากส่งฟ้องไม่ทันเกิดปัญหาใหญ่แน่

 

โดยในวันนี้มีการประชุมกับเหล่าบอส ซึ่งทุกคนยังมีความหวังที่จะได้รับการประกันตัวแม้จะเลือนราง แต่ทุกคนยังมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ วิฑูรย์เปิดเผยด้วยว่า จดหมายที่เขียนจากคำพูดของ ‘บอสพอล’ จะเข้าสู่จุดไคลแมกซ์ (ช่วงสำคัญ) ในฉบับที่ 4 และ 5 แต่วันนี้ยังไม่มีการจดอะไรเพิ่มเติม เป็นเพียงการพูดคุยเรื่องต่อสู้คดีที่ใกล้จะส่งอัยการเร็วๆ นี้

The post ทนายวิฑูรย์เผย จดหมายในเรือนจำเขียนตามทุกคำพูดของบอสพอล ส่วนสำคัญอยู่ที่ฉบับที่ 4-5 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายวิฑูรย์เผย ส่งคำให้การบอสพอล-ดิไอคอนกรุ๊ปต่อ DSI ครบหมด ยืนยันไม่ใช่แชร์ลูกโซ่-ขายตรง ยกคำพิพากษาศาลฎีกาเทียบ https://thestandard.co/dsi-investigation-business-model-clarification-the-icon/ Tue, 03 Dec 2024 13:29:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1015644 ดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (3 ธันวาคม) ที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ […]

The post ทนายวิฑูรย์เผย ส่งคำให้การบอสพอล-ดิไอคอนกรุ๊ปต่อ DSI ครบหมด ยืนยันไม่ใช่แชร์ลูกโซ่-ขายตรง ยกคำพิพากษาศาลฎีกาเทียบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (3 ธันวาคม) ที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ป เปิดเผยหลังเข้าเยี่ยมบอสพอลว่า วันนี้ตนได้ยื่นคำให้การของบอสพอล และบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ในคดีพิเศษที่ 119/2567 กรณีการดำเนินคดีอาญากับบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด กับพวก หรือแชร์ลูกโซ่ดิไอคอนกรุ๊ป ให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เรียบร้อยแล้ว

 

เนื้อหาภายในจะเป็นรายละเอียดคำให้การข้อต่อสู้ต่อข้อกล่าวหาที่ถูก DSI แจ้งไว้ อาทิ พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 โดยให้การไปว่า Dealer Gets Dealer ในความหมายจริงคืออะไร เพราะที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปให้ความหมายไว้มองว่าเป็นเท็จและไม่ถูกต้อง เพราะไม่ได้หมายความว่าตัวแทนรายหนึ่งแนะนำตัวแทนใหม่เข้ามาแล้วจะได้ค่าตอบแทนเป็นรายเดือนทุกเดือน เดือนละ 10,000 บาท หรือคิดเป็นอัตรา 4% ต่อเดือน หรือหนึ่งปีคิดเป็นร้อยละ 48

 

วิฑูรย์กล่าวว่า ส่วนนี้เราให้การไปว่าไม่ใช่ความจริง แต่ความจริงเป็นการแนะนำให้ตัวแทนรายใหม่เข้ามาแล้วได้ค่าตอบแทนเหมือนกับเป็นค่านายหน้า เช่นได้ 10,000 บาท ในอัตราดีลเลอร์ 250,000 บาท ก็เท่ากับ 4% แต่เป็นการได้ครั้งเดียว ไม่ใช่ได้ทุกเดือนตามที่ สศค. ได้ให้การไว้ ซึ่งตรงนี้เป็นการให้การเท็จ เราได้ชี้แจงพร้อมเอกสารประกอบ ซึ่งเป็นเอกสารชุดเดียวกับที่ยื่นให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) จำนวนหนึ่งลัง ทั้งนี้ ตนมองว่าการที่ DSI รับฟังความเห็นของ สศค. เป็นการรับฟังโดยสุจริต หากพยานของ สศค. ไม่ให้การ DSI ก็คงแจ้งข้อกล่าวหาไม่ได้

 

วิฑูรย์กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นการแก้ข้อกล่าวหาเรื่องพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ให้การว่า บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ไม่ได้ขายสินค้า แต่หาสมาชิกเป็นหลัก และลักษณะเป็นการสร้างเครือข่ายนั้น เราให้การว่าไม่ได้เป็นการสร้างเครือข่าย โดยเรานำเอาคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่มีข้อเท็จจริงคล้ายกันกับเรามาเทียบเคียงเพื่อทำคำให้การต่อสู้ทางคดี

 

เรายืนยันว่าไม่ได้เป็นการทำธุรกิจเป็นเครือข่ายตามมาตรา 19 ของ พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 เพราะตามมาตราดังกล่าวระบุว่าจะต้องได้ค่าตอบแทนจากอัตราเครือข่ายที่เพิ่มมากขึ้น แต่ในความจริงได้เงินแค่ 10,000 บาท เป็นค่านายหน้า และคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีดังกล่าวที่นำมาเทียบเคียงในกรณีของดิไอคอนกรุ๊ป ทราบว่ามีการยกฟ้องเพราะฟังไม่ได้ว่าเป็นการสร้างเครือข่าย

 

วิฑูรย์เผยต่อว่า อีกข้อกล่าวหาที่เราทำคำชี้แจง คือการประกอบกิจการธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น เรามีหลักฐานอยู่แล้วว่า สคบ. วินิจฉัยว่าธุรกิจดิไอคอนกรุ๊ปเป็นตลาดแบบตรง เพราะเราเคยไปยื่นขอเป็นขายตรง แต่เขายืนยันว่ารูปแบบธุรกิจเป็นตลาดแบบตรง ซึ่งเป็นคำสั่งของ สคบ. ที่ 4/ 2565 ค่อนข้างชัดเจน เป็นเอกสารหลักฐานครบทุกอย่าง จึงนำเอาเอกสารทั้งหมดยื่นให้ DSI ทั้งนี้ ทราบว่าผู้ต้องหาบอสรายอื่นก็ยืนยันคำให้การคล้ายบอสพอล จึงยื่นแค่รายเดียว

 

กรณีการนำพยานของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด กว่า 2,000 รายเข้าให้ปากคำกับ DSI เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของบรรดาบอส วิฑูรย์กล่าวว่า ตอนแรกตนส่งบันทึกคำให้การของเหล่าพยานไปให้ DSI แล้วเกือบ 500 ราย วันนี้ส่งเพิ่มเติมอีกหลายร้อยราย และในช่วง 16.00 น. มีการส่งเพิ่มเติมอีกเพราะพึ่งได้เอกสารมา

 

ส่วนพยานที่มาให้ปากคำมีการปรับรูปแบบใหม่ โดย DSI ขอให้เป็นตัวแทน ตนจึงได้ส่งตัวแทนไปเป็นสายบอส บอสละ 5 คน ซึ่งในส่วนที่ตนรับผิดชอบอยู่ส่งไป 30 คน ส่วนบอสท่านอื่นที่มีทนายอยู่แล้วส่งกี่คนตนไม่ทราบ แต่ส่วนของตนมีการสอบปากคำไปแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (29 พฤศจิกายน) สอบไป 5 ราย วันจันทร์ที่ผ่านมา (2 ธันวาคม) สอบไป 12 ราย วันนี้สอบไปอีก 13 ราย รวมแล้วน่าจะประมาณหนึ่งพันราย

 

วิฑูรย์กล่าวถึงการยื่นประกันตัวบอสผู้ต้องหาว่า หลังจากที่มีการสรุปสำนวนของ DSI แปลว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานไม่ได้ ส่วนเรื่องหลบหนี ประเทศไทยมีศูนย์เฉพาะกิจเฝ้าระวังความปลอดภัยของประชาชน (ศูนย์ JSOC) ที่จะติดตามพฤติกรรมของคนที่ติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM) หากจะเคลื่อนไหวไปชายแดนหรือที่ใด กำไร EM จะระบุพิกัดว่าอยู่ตรงไหน

 

ส่วนหลักทรัพย์การยื่นขอประกันตัวชั่วคราวอาจมีมูลค่า 2 ล้านบาทตามที่กลุ่มบอสดาราเคยยื่นขอต่อศาล ทั้งนี้ ตนได้บอกบอสพอลแล้วว่า สามารถ เจนชัยจิตรวนิช เข้าไปในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แล้ว บอสพอลก็ถามว่าสามารถถูกดำเนินคดีอะไร ตนก็บอกว่าคดีร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินจากคดีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด แต่บอสพอลก็ไม่ได้แสดงอะไรเป็นพิเศษ ทั้งนี้ ยืนยันว่าบอสพอลไม่ได้เจอ ษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เพราะเรือนจำแยกไม่ให้เจอกัน

The post ทนายวิฑูรย์เผย ส่งคำให้การบอสพอล-ดิไอคอนกรุ๊ปต่อ DSI ครบหมด ยืนยันไม่ใช่แชร์ลูกโซ่-ขายตรง ยกคำพิพากษาศาลฎีกาเทียบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิฑูรย์เตรียมยื่น ป.ป.ช. เอาผิดเจ้าหน้าที่สำนักงานเศรษฐกิจฯ หลังพบให้ข้อมูลเท็จ-ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ https://thestandard.co/witoon-official-misconduct-false-information/ Thu, 28 Nov 2024 10:49:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1013944 วิฑูรย์

วันนี้ (28 พฤศจิกายน) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอ […]

The post วิฑูรย์เตรียมยื่น ป.ป.ช. เอาผิดเจ้าหน้าที่สำนักงานเศรษฐกิจฯ หลังพบให้ข้อมูลเท็จ-ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิฑูรย์

วันนี้ (28 พฤศจิกายน) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ป เดินทางเข้าเยี่ยมบอสพอลเพื่อปรึกษาแนวทางการต่อสู้คดี ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

 

โดยภายหลังการเข้าพบ วิฑูรย์เปิดเผยถึงการต่อสู้คดีเบื้องต้นและยืนยันว่า ในวันพรุ่งนี้ (29 พฤศจิกายน) จะเดินทางไปที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบและเอาผิดเจ้าหน้าที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลังที่ให้การเท็จในคดีและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

 

จากการให้ข้อมูลว่า ผลตอบแทนทางธุรกิจของตัวแทนจำหน่ายร้อยละ 4 ต่อเดือนเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ ถือว่าเป็นการให้การเท็จ และเตรียมยื่นหนังสื่อถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้ทราบข้อเท็จจริงภายในวันที่ 3 ธันวาคมนี้

 

ส่วนการนำพยานของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด เข้ามาเป็นพยานในคดี วิฑูรย์ กล่าวยืนยันว่า ไม่มีเจตนาประวิงเวลา แต่กระทำเพื่อใช้สิทธิในการต่อสู้คดี DSI ต้องฟังข้อมูลของทั้ง 2 ฝ่ายเพื่อมาประกอบในสำนวน

 

สำหรับกรณีที่ DSI ตั้งข้อพิรุธในเรื่องเอกสารยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อมูลการโอนเงินให้กับแม่ของสามารถ ซึ่งลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 วิฑูรย์ยืนยันว่า ตนเองเป็นคนนำเอกสารดังกล่าวมาให้บอสพอลเซ็นยืนยันจริง แต่เอกสารดังกล่าวตนเองไม่ได้เป็นคนจัดทำขึ้น และเป็นเพียงเอกสารที่ที่ปรึกษาสามารถนำมาให้เพื่อให้บอสพอลเซ็นยืนยันตามข้อเท็จจริงเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีความสำคัญต่อรูปคดี ไม่ใช่เอกสารสัญญากู้ยืมเงินแต่อย่างใด โดยเอกสารได้มีการเซ็นอย่างถูกต้อง และมีตราประทับของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

 

วิฑูรย์กล่าวต่อว่า หาก DSI พยายามกล่าวหาว่า ตนเองพยายามเข้าไปแทรกแซงหรือช่วยเหลือผู้ต้องหานั้น ควรพิจารณาตามพยานหลักฐาน และตั้งข้อสงสัยว่า DSI ไม่พอใจที่ตนเองพยายามต่อสู้คดีหรือไม่

The post วิฑูรย์เตรียมยื่น ป.ป.ช. เอาผิดเจ้าหน้าที่สำนักงานเศรษฐกิจฯ หลังพบให้ข้อมูลเท็จ-ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
DSI เตรียมยุติการสอบสวน 18 บอสดิไอคอนกรุ๊ป 3 ธ.ค. นี้ ทนายบอสพอลพ้อ เจอตัด 2,000 พยานฝั่งบริษัท ย้ำกลุ่มบอสยังกำลังใจดี ขอสู้เพื่ออิสรภาพ https://thestandard.co/dsi-to-end-investigation-18-icon-bosses/ Wed, 20 Nov 2024 11:25:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1010873

วันนี้ (20 พฤศจิกายน) บริเวณด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ […]

The post DSI เตรียมยุติการสอบสวน 18 บอสดิไอคอนกรุ๊ป 3 ธ.ค. นี้ ทนายบอสพอลพ้อ เจอตัด 2,000 พยานฝั่งบริษัท ย้ำกลุ่มบอสยังกำลังใจดี ขอสู้เพื่ออิสรภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (20 พฤศจิกายน) บริเวณด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้าสอบปากคำเพิ่มเติมกับผู้ต้องหาชาย 11 คนในคดีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ในความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 (แชร์ลูกโซ่) และความผิดตาม พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 

 

วิฑูรย์กล่าวว่า วันนี้ผู้ต้องหาให้ปากคำแบบปฏิเสธไปก่อน แล้วค่อยส่งหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในภายหลังแทน ตอนนี้สิ่งที่กังวลที่สุดคือ DSI จะยุติการสอบสวนในวันที่ 3 ธันวาคม เพื่อสรุปสำนวนส่งอัยการ แต่ DSI จะส่งสำนวนวันไหนตนเองยังไม่ทราบ ดังนั้นในส่วนของพยานที่บริษัทเตรียมไว้กว่า 2,000 คน เบื้องต้นจึงต้องเข้าให้ข้อมูลให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 3 ธันวาคม เช่นกัน 

 

โดย DSI ให้เอกสารร่างมา 1 ฉบับ เพื่อให้ตนเองนำไปให้บรรดาพยานกรอกรายละเอียด ถ้าถามว่าตนพอใจหรือไม่ ก็คงไม่พอใจ เพราะบันทึกที่ DSI ทำไว้ให้ค่อนข้างจำกัด ตนก็ต้องมานั่งปรับใหม่ให้มันเป็นกลาง คราวนี้ตัวแทนของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ที่ยังคงขายของได้อยู่นั้น DSI ก็อยากให้การในความเป็นจริงทั้งหมด เช่น พฤติการณ์ในคดี ตนเองมั่นใจว่าพยานกว่า 2,000 คนคงไม่ได้สอบปากคำเข้าสำนวนทุกคน พูดง่ายๆ คือ DSI พยายามตัดพยาน รวบรัดพยาน ซึ่งเราก็บอกว่ามันทำให้เราสู้คดีได้ไม่เต็มที่ มันไม่เป็นธรรมกับเรา

 

วิฑูรย์กล่าวอีกว่า กรณีที่เกิดขึ้นตนไม่โทษ DSI และเข้าใจ เพราะเกมนี้ DSI ไม่ใช่คนเริ่ม แต่คนเริ่มคือตำรวจสอบสวนกลางและตำรวจกองบังคับการปราบปรามที่มาจับ 18 บอสเข้าเรือนจำและคัดค้านการประกันตัว ทำให้กรอบระยะเวลาการสอบสวนแรกเริ่มเหลืออยู่ที่ 48 วัน แล้วพอ DSI รับโอนสำนวนไปทำและแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม จึงขยายออกไปได้เป็น 84 วัน แต่มันไม่เพียงพอสำหรับคดีที่มีความซับซ้อน กลายเป็นสิทธิการต่อสู้คดีของผู้ต้องหาตอนนี้แทบไม่มีเลย 

 

สำหรับพยานกว่า 2,000 คน ตนอยากให้ DSI สอบสวนเข้าสำนวนก่อนถึงวันที่ 3 ธันวาคม โดยเสนอ DSI ว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะพาพยานมาให้สอบสวนวันละ 200 คน ซึ่ง DSI บอกว่าให้ไปทำบันทึกมาก่อนว่าจะให้ DSI สอบประเด็นใดบ้าง ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้พยานแต่ละคนเขียนกลับมาทัน อุปสรรคเยอะจริงๆ แต่มั่นใจว่าภายใน 1-2 วัน เอกสารที่จะให้ตัวแทนแต่ละคนเขียนบันทึกข้อเท็จจริงส่งกลับมายืนยันความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา น่าจะได้ครบหรือได้มากที่สุด เพื่อส่งให้ DSI ก่อนล็อตแรก 

 

ทั้งนี้ ตนต้องเรียนว่าพยานทั้ง 2,000 คน แต่ละคนพูดไม่เหมือนกัน บางคนเป็นตัวแทนระดับหนึ่ง บางคนเป็นตัวแทนเฉพาะแค่การเปิดบิล 25,000 บาท บางคนเป็นตัวแทนขายสินค้า ขายปลีก ขายส่ง ขายออนไลน์ ทำให้มีความแตกต่างกันไป จึงมองว่า DSI ควรสอบให้ครบทุกคน เพราะในชั้นศาลจะไม่มีการตัดพยานอยู่แล้ว ดังนั้นตนก็จะทำให้เต็มที่ที่สุด

 

เมื่อถามว่าในสัปดาห์หน้า DSI อาจได้สอบพยานของดิไอคอนกรุ๊ป 100 คนแรกหรือไม่ และจะสอบทันหรือไม่ วิฑูรย์กล่าวว่า ไม่แน่ใจ เพราะ 1 คนก็ใช้เวลาสอบพอสมควร อาจต้องมีการคัดกรอง แล้วตนคงใช้ขั้นตอนร้องขอความเป็นธรรมในชั้นพนักงานอัยการแทน ทั้งนี้ ความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม แต่ความยุติธรรมที่ปิดปากผู้ต้องหาก็คือความไม่ยุติธรรมเช่นกัน พร้อมย้ำว่าคนที่เริ่มเกมนี้คือตำรวจ ไม่ใช่ DSI 

 

วิฑูรย์กล่าวว่า การจะขอความเป็นธรรมต่ออัยการ ตนไม่ได้ประวิงเวลา ตนเป็นทนายความก็ต้องเต็มที่ ต้องเอาพยานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา สิทธิการต่อสู้คดีที่เป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชนที่ควรมี แต่เรากลับกำลังไม่ได้รับสิทธินั้น และวันนี้บรรดา 11 บอสชายยังไม่ได้ให้ปากคำหรือชี้แจงเอกสารใดกับ DSI เนื่องจากเอกสารอยู่ภายนอกจำนวนมาก และภายในห้องสอบสวนของเรือนจำไม่ได้เอื้ออำนวยต่อการแสดงเอกสารใดให้พนักงานสอบสวนดู เพราะต้องแปะกระดาษผ่านกระจก

 

วิฑูรย์ย้ำว่า บรรดาผู้ต้องหาไม่เสียกำลังใจ เพราะอย่างไรเมื่อพนักงานสอบสวนส่งฟ้องต่ออัยการก็จะต้องไปสู้คดีในชั้นศาลอยู่ดี เพียงแค่รู้สึกไม่พอใจว่าไม่น่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้กับประเทศที่มีขื่อมีแป ส่วนสภาพจิตใจของบรรดาบอสไม่ได้แย่ ต้องกัดฟันสู้ จะมัวแต่จิตตกไม่ได้ และไม่ท้อ ต้องสู้เพื่ออิสรภาพของตัวเอง เพื่อครอบครัว เพื่อตัวแทน เพื่อคนในอุตสาหกรรมตลาดแบบตรง และเพื่อความเป็นธรรมของตัวเองด้วย

The post DSI เตรียมยุติการสอบสวน 18 บอสดิไอคอนกรุ๊ป 3 ธ.ค. นี้ ทนายบอสพอลพ้อ เจอตัด 2,000 พยานฝั่งบริษัท ย้ำกลุ่มบอสยังกำลังใจดี ขอสู้เพื่ออิสรภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายบอสพอลรับมอบอำนาจดำเนินคดี ‘กฤษอนงค์-ฟิล์ม’ จากปมคลิปเสียงเรียกรับเงิน 20 ล้านบาท https://thestandard.co/boss-paul-lawyer-files-case-against-kritanong-film/ Tue, 19 Nov 2024 07:37:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1010387

วันนี้ (19 พฤศจิกายน) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอ […]

The post ทนายบอสพอลรับมอบอำนาจดำเนินคดี ‘กฤษอนงค์-ฟิล์ม’ จากปมคลิปเสียงเรียกรับเงิน 20 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (19 พฤศจิกายน) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล กล่าวว่า วันนี้ทีมทนายนำหนังสือมอบอำนาจเข้าไปให้บอสพอลลงชื่อมอบอำนาจในการดำเนินคดีกับ พัช-กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ และ ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หลังปรากฏคลิปเสียงเรียกรับเงิน 20 ล้านบาท

 

วิฑูรย์กล่าวว่า บอสปัน-ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ปได้รับความเสียหาย ถึงแม้ว่าความผิดยังไม่สำเร็จแต่มีความพยายามในการกรรโชกทรัพย์ ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องหารือกับพนักงานสอบสวนว่าจะเข้าข่ายความผิดฐานพยายามกรรโชกทรัพย์หรือพยายามฉ้อโกง

 

ส่วนตัวมองว่าทั้งกฤษอนงค์และรัฐภูมิน่าจะเข้าข่ายข้อหาพยายามฉ้อโกงมากกว่ากรรโชกทรัพย์ เพราะคลิปเสียงมีเนื้อหาที่พยายามข่มขู่ให้จ่ายเงิน ซึ่งพฤติกรรมในคลิปมีการพยายามช่วยและจะให้โอนเงินเพื่อไปออกรายการโหนกระแส

 

วันนี้จะคุยรายละเอียดกับบอสพอลและเหล่าบอสชาย 11 คนให้เรียบร้อย รวมถึงพูดคุยเรื่องวันพรุ่งนี้ (20 พฤศจิกายน) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จะเดินทางมาสอบปากคำเพิ่มเติมหลังจากที่มีกำหนดการสอบสวน ส่วนตัวคาดว่าน่าจะเป็นพฤติการณ์ของคดีโดยละเอียด

 

วิฑูรย์กล่าวว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมาได้เดินทางไปยื่นประกันตัว บอสวิน-ธวิณทร์ภัส ภูพัฒนรินทร์ โดยแนบพยานหลักฐาน เอกสารใบรับรองแพทย์เกี่ยวกับอาการป่วยโรคมะเร็งระยะที่ 3 แต่ศาลยกคำร้องเหมือนกับเคสของ 3 บอสดารา เพราะกลัวจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน เนื่องจากมีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก

 

หลังจากนี้จะไม่ยื่นประกันตัวแล้ว เพราะขนาดบอสวินเป็นโรคมะเร็งยังไม่ได้รับการพิจารณา ดังนั้นจึงจะไปหารือกับทีมทนายเพื่อขอยื่นประกันตัวในช่วงเวลาการฝากขังผัดที่ 6 หรือ 7 ส่วนเหล่าบอสทั้ง 18 คน หลังจากทราบว่าบอสวินไม่ได้รับการประกันตัวก็ไม่มีท่าทีขวัญเสีย เพราะแต่ละคนเริ่มปรับตัวได้แล้ว แต่แค่อยากให้เพื่อนที่ป่วยหนักออกไปก่อน พร้อมกับยืนยันว่า ในที่สุดหากไม่ได้รับการประกันตัว บอสวินก็จะใช้แนวทางต่อสู้ตาม พ.ร.บ.ใหม่ของการคุมขังนักโทษ ด้วยการย้ายไปคุมขังที่โรงพยาบาลด้านนอก

 

กรณีที่กฤษอนงค์ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ วิฑูรย์กล่าวว่า ทั้ง 18 บอสทราบข่าวแล้วไม่มีท่าทีอะไร เชื่อว่าทางกรมราชทัณฑ์จะดำเนินการแยกตัวไปอยู่คนละแดนกับบอสต่างๆ แต่เวลาทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น อาบน้ำ กินข้าว ก็อาจจะต้องเจอกัน แต่เหล่าบอสไม่ได้อยากเจอ

The post ทนายบอสพอลรับมอบอำนาจดำเนินคดี ‘กฤษอนงค์-ฟิล์ม’ จากปมคลิปเสียงเรียกรับเงิน 20 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายบอสพอลเป็นตัวแทนเปิดมูลเหตุคดีดิไอคอนกรุ๊ป ยอมรับจ่ายเงินชดเชยก้อนแรกเพื่อเก็บเป็นความลับ เชื่อผู้เสียหายที่แจ้งความเป็นอุปทานหมู่ https://thestandard.co/the-icon-group-case-13112024/ Wed, 13 Nov 2024 12:59:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1008271 ทนายบอสพอล

วันนี้ (13 พฤศจิกายน) เมื่อเวลา 16.00 น. ที่เรือนจำพิเศ […]

The post ทนายบอสพอลเป็นตัวแทนเปิดมูลเหตุคดีดิไอคอนกรุ๊ป ยอมรับจ่ายเงินชดเชยก้อนแรกเพื่อเก็บเป็นความลับ เชื่อผู้เสียหายที่แจ้งความเป็นอุปทานหมู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายบอสพอล

วันนี้ (13 พฤศจิกายน) เมื่อเวลา 16.00 น. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ป ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลังเข้าเยี่ยมบอสพอลและบอสคนอื่นๆ เป็นเวลานานกว่า 5 ชั่วโมง 

 

วิฑูรย์กล่าวว่า วันนี้ตนเองได้คุยกับ 5 บอส รวมถึงได้คุยกับทนายความของ บอสกันต์ กันตถาวร ที่มาเยี่ยม รวมถึงวันนี้มีตำรวจเข้ามาสอบปากคำบอสพอลเพิ่มเติมในประเด็นกรรโชกทรัพย์ด้วย 

 

บอสพอลฝากบอกว่า คดีนี้ต้นเหตุเริ่มจากช่วงเดือนมิถุนายนจนถึงกรกฎาคมที่ผ่านมาที่เริ่มมีคนมาร้องเรียนผ่าน กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ เจ้าของเพจกฤษอนงค์ต้านโกง จากนั้นกฤษอนงค์เข้ามาพูดคุยกับบอสพอลว่ามีผู้เสียหายจำนวน 83 คน ความเสียหายมูลค่า 15 ล้านบาท หากตัวเธอรับทำเคสนี้จะมีการพาไปออกสื่อ ไปร้องหน่วยงานต่างๆ

 

ซึ่งตัวของบอสพอลในขณะนั้นไม่อยากมีเรื่องหรือทำให้เกิดความเสียหายกับบริษัทจึงยอมจ่ายเงินไปจำนวน 8.3 ล้านบาท แบ่งเป็นจ่ายให้ผู้เสียหายประมาณ 7 ล้านบาท และจ่ายค่าดำเนินการให้กฤษณ์อนงค์จำนวน 4.5 แสนบาท โดยโอนเงินเข้าบริษัทและจ่ายเป็นเงินสด เงินจำนวนดังกล่าวเป็นการจ่ายแลกกับขอให้เก็บรักษาความลับนี้ไว้ เพราะสิ่งที่บริษัทกลัวคือการไปแจ้งกับคนอื่นๆ แล้วจะมาเรียกร้องกับบริษัทอีก เพราะคนกลุ่มนี้อาจเป็นกลุ่มที่ได้ของไปแล้วไม่รู้ว่าขายไม่ได้หรือไม่ได้ขาย 

 

แต่หลังจากที่คนกลุ่มนี้ได้รับเงินปรากฏว่าไปปล่อยข่าวในเพจเฟซบุ๊กและเริ่มมีการโจมตีบริษัทดิไอคอนกรุ๊ปในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ว่าบริษัทเคยจ่ายเงินให้กับผู้เสียหายมาแล้ว ทำให้ผู้เสียหายคนอื่นๆ ไปร้องกับบริษัทของกฤษอนงค์และทนายความคนอื่นๆ ตามที่ปรากฏในสื่อช่วงนั้น และเหตุการณ์เริ่มบานปลาย เพราะบริษัทไม่ต้องการที่จะจ่ายเงินอีกแล้ว จึงทำให้ช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมมีผู้เสียหายไปร้องเรียนที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และเรื่องเริ่มเป็นกระแสจนเป็นประเด็นไปถึงรายการ โหนกระแส จนเป็นที่มาของคลิปเรียกเงิน 20 ล้านบาท

 

ส่วนวันที่ บอสปัน-ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร ไปหากฤษอนงค์ที่บริษัท วันนั้นมีเลขาไปด้วย 2 คน คือ คุณเนมและคุณใหม่ ซึ่งวันนั้นกฤษอนงค์โทรศัพท์ไปหา ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ช่วงประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 9 ต่อเนื่องวันที่ 10 ตุลาคม ว่าจะพาไปออกรายการ โหนกระแส ในวันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม และในคืนนั้นกฤษอนงค์บอกกับบอสปันว่าวันที่ 10 จะพาผู้เสียหายไปร้องที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อเปลี่ยนทิศทางคดี 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากบริษัทดิไอคอนกรุ๊ปไม่ได้มีความผิดจริง ทำไมจึงยอมจ่ายเงินจำนวนนี้ วิฑูรย์กล่าวว่า ก่อนที่จะมีการจ่ายเงินจำนวนนี้มีคลิปเสียงที่บอสพอลพูดคุยกับกฤษอนงค์ชัดเจนว่า ถ้าหากผิดจริงก็ให้ไปร้อง สคบ. เลย แต่อีกฝ่ายมีการแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่าจะพาผู้เสียหายไปร้องหน่วยงานรัฐ พร้อมกับจะเอาสื่อไปด้วย สุดท้ายจึงตัดสินใจยอมจ่ายเงินให้ เพราะไม่อยากให้บริษัทเสื่อมเสียชื่อเสียง และไม่อยากให้มีการร้องเรียนลักษณะแห่โลงศพรอบหน่วยงานรัฐ หรือเกิดการประท้วงเพื่อให้บริษัทเสื่อมเสียชื่อเสียง 

 

วิฑูรย์กล่าวต่อว่า ตนเองได้คุยกับบอสกันต์ผ่านทนายความว่ามีการติดต่อกับฟิล์มหรือไม่ บอสกันต์ปฏิเสธว่าฟิล์มไม่ได้ติดต่อมา มีแต่ติดต่อไปหาภรรยาบอสกันต์เพื่อให้กำลังใจเท่านั้น และบอสกันต์ก็ไม่เคยคิดที่จะไปออกรายการ โหนกระแส

 

บอสพอลยังฝากบอกอีกว่า ตอนนี้ข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏว่าเรา (ดิไอคอนกรุ๊ป) โกงอย่างไร เพราะผู้เสียหายส่วนมากจะเป็นจากการเชื่อและซื้อสินค้าเอามาขาย แต่ทุกครั้งที่สั่งซื้อคุณก็ได้สินค้าทุกครั้ง ส่วนเรื่องขายไม่ได้หรือคุณไม่ได้ขายก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง บอสพอลบอกว่าคดีนี้ควรจะเป็นคดีแพ่งมากกว่าคดีอาญา แต่ไม่เป็นไร สุดท้ายตำรวจออกหมายจับแล้ว 

 

บอสพอลกล่าวต่อว่า กฤษอนงค์เคยมีพฤติกรรมแบบนี้กับบริษัทอื่น ดิไอคอนกรุ๊ปไม่ใช่ที่แรกที่ถูกทำพฤติกรรมแบบนี้ใส่ เพราะฉะนั้นใครที่เคยโดนเหมือนกันขอให้ไปแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ 

 

วิฑูรย์กล่าวต่อว่า บอสพอลระบุอีกว่าก่อนที่จะโดนจับมีโอกาสพูดชี้แจง แต่ด้วยกระแสสังคมที่กดดันจึงพูดได้ไม่เต็มที่ แต่บอสคนอื่นไม่มีโอกาสได้พูดหรือชี้แจงในฝั่งของดิไอคอนกรุ๊ปเลย จึงอยากขอสังคมให้โอกาสและเปิดใจ เหล่าบอสก็พร้อมจะไปออกทุกรายการและชี้แจงให้สังคมเข้าใจ เพราะตอนนี้ในเกมของสื่อมวลชนทางเราแพ้ แต่ในเกมของกระบวนการยุติธรรมยังไม่สิ้นสุดเลยว่าเราแพ้หรือชนะ 

 

วิฑูรย์กล่าวว่า คดีของดิไอคอนกรุ๊ปเกิดจากกลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์แล้วมาเล่นงานบริษัท ส่วนที่มีผู้ต้องหาเข้าแจ้งความจำนวนมากส่วนหนึ่งก็มองว่าเป็นเพราะผู้เสียหายอุปทานหมู่ พอเห็นข่าวแล้วเห็นว่าตัวเองก็เคยซื้อของกับดิไอคอนกรุ๊ป ก็อาจเกิดข้อสงสัยและเข้าใจว่าตัวเองเป็นผู้เสียหาย อย่างเช่น สมาชิกทั้งหมดของดิไอคอนกรุ๊ปมีมากกว่า 300,000 คน แต่พบว่ายอดการแจ้งความมีประมาณกว่า 10,000 คน ยังไม่ถึง 2% ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดด้วยซ้ำ ส่วนที่คนสงสัยว่าหากหลักฐานไม่แน่นจริง ตำรวจก็คงไม่ออกหมายจับ ทนายวิฑูรย์มองว่า บางคดีถูกหมายจับไปแล้ว ท้ายที่สุดศาลก็ยกฟ้อง

 

ส่วนเรื่องการจ้างทำพีอาร์ได้สอบถามบอสพอลมาแล้ว ยืนยันว่าดิไอคอนกรุ๊ปมีการจ้างทำการตลาดรวมถึงทำโฆษณากับบริษัทอื่น ซึ่งไม่เคยจ้างงานกฤษอนงค์และฟิล์มอย่างแน่นอน โดยเรื่องคลิปเสียงหลังจากนี้ก็พร้อมจะดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม โดยจะดำเนินคดีกับทั้งสองคนในข้อหาพยายามฉ้อโกง 

 

สุดท้ายเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากนี้จะมีการแจ้งความดำเนินคดีใครเพิ่มเติมหรือไม่ วิฑูรย์กล่าวว่า แค่นี้ก็หัวหมุนไปหมดแล้ว เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า วันนี้บอสพอลทิ้งวลีเด็ดที่บอกว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอีกหรือไม่ ทนายวิฑูรย์บอกว่า วันนี้ไม่ได้พูดอะไรเป็นพิเศษ เพียงแค่แตะมือกันผ่านกระจกเท่านั้น

The post ทนายบอสพอลเป็นตัวแทนเปิดมูลเหตุคดีดิไอคอนกรุ๊ป ยอมรับจ่ายเงินชดเชยก้อนแรกเพื่อเก็บเป็นความลับ เชื่อผู้เสียหายที่แจ้งความเป็นอุปทานหมู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก ปปง. แจงข้อเท็จจริงปมยึด-อายัดทรัพย์สิน 18 บอสดิไอคอนกรุ๊ป DSI เตรียมเอกสารแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม แชร์ลูกโซ่-พ.ร.บ.ขายตรง เร็วๆ นี้ https://thestandard.co/amlo-seizure-18-boss-of-the-icon-group/ Thu, 07 Nov 2024 07:24:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1005788 โฆษก ปปง. แจงข้อเท็จจริงปมยึด-อายัดทรัพย์สิน 18 บอสดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (7 พฤศจิกายน) เวลา 11.00 น. ที่ห้องรับรองกรมสอบส […]

The post โฆษก ปปง. แจงข้อเท็จจริงปมยึด-อายัดทรัพย์สิน 18 บอสดิไอคอนกรุ๊ป DSI เตรียมเอกสารแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม แชร์ลูกโซ่-พ.ร.บ.ขายตรง เร็วๆ นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก ปปง. แจงข้อเท็จจริงปมยึด-อายัดทรัพย์สิน 18 บอสดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (7 พฤศจิกายน) เวลา 11.00 น. ที่ห้องรับรองกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และรักษาราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พร้อมด้วย วิทยา นีติธรรม ผู้อำนวยการกองกฎหมาย และในฐานะโฆษกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีพิเศษที่ 119/2567 กรณีการดำเนินคดีอาญากับบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด กับพวก

 

วิทยาเปิดเผยถึงความคืบหน้าการออกคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินในส่วนของ ปปง. ว่า ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้ต้องหารวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์ไปแล้วจำนวนรวม 320 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นพวกบัญชีเงินฝากที่เก็บเงินจากการซื้อขายหลักทรัพย์

 

ที่ผ่านมาเป็นการยึดและอายัดทรัพย์โดยอำนาจของเลขาธิการ ปปง. ที่เชื่อว่ามีเหตุในการถูกยักย้าย ถ่ายเท อาทิ การจะทำธุรกรรมถอนเงิน แต่ถ้าการยึดและอายัดทรัพย์ตามปกติจำเป็นต้องมีการรอสำนวนการสอบสวนทางคดีอาญาก่อน คาดว่าในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนเป็นลำดับ

 

ทั้งนี้ ตอนนี้ ปปง. จึงอยู่ระหว่างการประสานงานกับ DSI อย่างต่อเนื่อง เพราะการทำงานของ ปปง. ต้องคู่ขนานไปกับสำนวนคดีอาญาของพนักงานสอบสวน เพื่อให้เกิดความรอบคอบและนำไปต่อยอด โดยเฉพาะเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ ปปง. จึงต้องดูจากสำนวนเป็นหลักด้วย เนื่องจากใช้เป็นฐานในการดำเนินการตามกฎหมายของ ปปง.

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นอกเหนือจากผู้ต้องหา 18 ราย หากมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปถึงบุคคลอื่นด้วย ปปง. จะสามารถดำเนินการอายัดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบชั่วคราวได้หรือไม่ วิทยาอธิบายว่า ตามกฎหมายฟอกเงินเราติดตามยึดตัวทรัพย์สินหากเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด แม้ว่าคนที่รับโอนหรือครอบครองไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิดในคดีเราก็ตามไปอายัดได้ เพียงแต่ว่าการรับโอนของเขามันสุจริตหรือไม่

 

หากสุจริตและมีการเสียค่าตอบแทนก็อาจได้รับการคุ้มครอง แต่ถ้าเขารู้ว่ามันคือทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย ปปง. พร้อมย้ำว่า ปปง. มีการเฝ้าระวังการยักย้าย ถ่ายเท และแปลงสภาพของทรัพย์สินในคดีดิไอคอนกรุ๊ปมาตั้งแต่แรก หากมีเหตุน่าเชื่อเลขาธิการ ปปง. ก็จะใช้อำนาจยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราว

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ปปง. พบกระแสเงินในคดีดิไอคอนกรุ๊ปไหลออกนอกราชอาณาจักรบ้าง หรือถูกเปลี่ยนให้อยู่ในสกุลเงินคริปโตเคอร์เรนซีหรือไม่ วิทยากล่าวว่า ยังไม่มีข้อยุติในส่วนนี้ เพราะเรื่องมันเกิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.​ 2561-2563 แต่ตอนนี้ พ.ศ. 2567 การทำธุรกรรมทางการเงินถือเป็นเรื่องปกติ แต่การที่ ปปง. ใช้อำนาจก็ต้องมีพื้นฐานในคดีอาญาให้มันชัดเจนด้วย และกระบวนการในการตรวจสอบผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์ก็ยิ่งต้องใช้หลักฐานเยอะ เพราะบางครั้งบุคคลเหล่านี้ไม่ได้มาร่วมกระทำความผิด แต่เราต้องมีความชัดเจนว่าทรัพย์สินดังกล่าวมันตั้งต้นมาจากเรื่องนี้

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ปปง. จะติดตามยึดและอายัดทรัพย์สินได้เทียบเท่ากับมูลค่าความเสียหายหรือไม่ เพราะ ปปง. ยึดไปแล้ว 320 ล้านบาท แต่มวลรวมความเสียหายในปัจจุบันมีกว่า 1 พันล้านบาท วิทยาชี้แจงว่า ทรัพย์สินในคดีที่มีการยึดและอายัด นอกจาก ปปง. แล้ว ก็ยังมีตำรวจและ DSI ที่ยึดพวกอสังหาริมทรัพย์ไว้ จนท้ายที่สุดก็ต้องถูกส่งมาที่ ปปง.

 

โฆษก ปปง. ย้ำว่าจะพยายามทำเรื่องนี้ให้ดีที่สุด ไม่อยากบอกว่าจะได้ครบหรือไม่ เพราะเวลามันทิ้งช่วงมาหลายปี ทรัพย์มีการจำหน่าย จ่าย โอน และมันมีความยากในเรื่องการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ของ ปปง. เนื่องจากบางรายจ่ายเงิน 250,000 บาท ได้สินค้าไปเท่าไร หรือมีการขายจริงแล้วได้เงิน หรือนำไปบริจาค หรือนำไปให้สุนัขกิน หรือจะคิดค่าเสียหายกันอย่างไร จึงพยายามเคลียร์เรื่องทรัพย์สินให้นิ่งก่อน แล้วจึงจะขยับมาเรื่องคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายตามลำดับ

 

ทั้งนี้ การประกาศคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจะต้องเกิดขึ้นภายหลังจากที่ DSI สรุปสำนวนสั่งฟ้องต่ออัยการเท่านั้น เพราะกฎหมายของ ปปง. คือ ยึดทรัพย์ก่อนแล้วนำมาคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย ดังนั้นการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจึงต้องอาศัยหลักฐานในคดีอาญาของพนักงานสอบสวนว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นปีไหน แล้วใครมาเกี่ยวข้องสัมพันธ์ ซึ่งจะอยู่ในข่ายที่ ปปง. จะต้องเข้าไปดู สรุปคือการทำเรื่องทรัพย์สินของ ปปง. ต้องชัดเจน ไม่ใช่ไปฟอกขาวให้เขา แต่เราก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายด้วย

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องเงินทำบุญหรือเส้นทางเงินที่อ้างว่าเป็นเงินโอนสำหรับทำบุญ มีหลักการตรวจสอบหรือพิสูจน์อย่างไรบ้าง วิทยาอธิบายว่า เงินทำบุญนั้นวัดที่รับทำบุญสามารถต่อสู้เรื่องของความสุจริตตามธรรมจรรยา กล่าวคือ ตอนที่วัดรับโอนเงิน วัดรู้หรือไม่ว่าเงินนั้นเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด ถ้าไม่รู้คือจบ และตามศีลธรรมจรรยาปกติแล้ววัดรับบริจาคลักษณะแบบนี้ใช่หรือไม่ ทั้งหลักสิบบาท หลักร้อยบาท ล้านสิบล้านบาท และหลักร้อยล้านบาท เคยรับไหม ต้องดูประกอบหลายๆ อย่าง

 

ส่วนถ้าเงินโอนเข้าแล้วอ้างว่าเป็นเงินทำบุญ แต่เงินกลับถูกโอนออกไปอีกบัญชีทันทีนั้น อันนี้ก็ต้องไปดูข้อเท็จจริง แล้วแต่องค์ประกอบ ก็ต้องดูความสุจริตว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมาก่อนหรือไม่ รวมทั้งใบอนุโมทนาบุญก็ต้องดูประกอบเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว แต่เราต้องดูลึกมากกว่านั้นเพื่อพิสูจน์ความสุจริตของเขา

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ดินของ บอสกันต์ กันตถาวร ซึ่งเป็นที่ดินที่อยู่ติดกับวัดคีรีเขต (วัดทุ่งโป่ง) ทอดยาวไปถึงลำน้ำแม่ท่าช้าง ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ มีทั้งหมด 7 ไร่ 70 ตารางวา อยู่ในรายการทรัพย์สินของคณะกรรมการธุรกรรมที่จะต้องตรวจสอบหรือไม่นั้น วิทยากล่าวว่าอยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ดังนั้นเรื่องที่ดินเราไม่ค่อยห่วง แต่เพื่อความรอบคอบก็ต้องมีความชัดเจนเพียงพอว่ามันเป็นทรัพย์ที่เขาได้มาครอบครองในช่วงเวลาใด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับเขาด้วย

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สังคมสนใจห้วงไทม์ไลน์ พ.ศ. 2562-2564 ที่ธุรกิจดิไอคอนกรุ๊ปได้รับความนิยม มีความเป็นไปได้หรือไม่ว่ารายการทรัพย์สินต่างๆ ที่เหล่า 18 บอสได้มาครอบครองนั้นจะเป็นการได้มาด้วยเงินที่มาจากการทำธุรกิจดิไอคอนกรุ๊ป วิทยาชี้แจงว่า ปปง. มีความจำเป็นต้องรอดูสำนวนของพนักงานสอบสวนหรือคดีอาญาก่อนว่า พฤติการณ์การกระทำความผิดถูกขีดเส้นตั้งแต่ช่วงใด เพื่อให้เป็นขอบเขตในการดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินด้วย จึงต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานสักระยะ

 

นอกจากนี้วิทยากล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับการประชุมของคณะกรรมการธุรกรรมมีการประชุมในทุกเดือน แต่เราก็ไม่อยากกำหนดเวลาการทำงานของพนักงานสอบสวน เพราะพนักงานสอบสวนต้องมีความรอบคอบในการทำงาน ถ้าทันก็สามารถเสนอได้ อีกทั้งก็แล้วแต่ข้อเท็จจริงด้วย แต่ยืนยันว่าจะทำให้เร็ว เพราะมีผู้เสียหายจำนวนมากที่ยังรอความหวัง

 

ขณะที่ พ.ต.ต. ยุทธนา กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อที่จะเข้าไปแจ้ง 2 ข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหา ส่วนจะทันพรุ่งนี้ (8 พฤศจิกายน) หรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจเอกสารบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา หากพรุ่งนี้ทันก็จะดำเนินการเลย และจะต้องนัดพร้อมทนายความของผู้ต้องหาให้เรียบร้อยด้วย

 

อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ตนยังไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงานสอบสวน แต่ให้ความมั่นใจว่าในเร็วๆ นี้ ส่วนกรณีผู้ต้องหากลุ่มที่ 2 ตนต้องย้ำว่าตอนนี้เราเร่งดำเนินการกับกลุ่มแรกก่อน เพราะมันมีระยะเวลาควบคุม ซึ่งในฐานความผิดแรกที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งไว้คือฉ้อโกงประชาชนและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ สามารถฝากขังได้ 48 วัน แต่เมื่อ DSI จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมคือ พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 จะขยายเวลาควบคุมได้ถึง 84 วัน แต่หลักฐานเอกสารในสำนวนปัจจุบันนี้มีกว่า 2 แสนแผ่น พนักงานสอบสวนจึงต้องเรียบเรียงและรวบรวมเพื่อจะสรุปสำนวนคดีให้ทัน ทั้งนี้ ในกรณีผู้ต้องหากลุ่มที่ 2 ที่ DSI จะต้องขยายผลต่อนั้นก็จะยังอยู่ในระยะเวลา และย้ำว่าจะเร่งทำให้รวดเร็ว

 

ส่วนกรณีที่ วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล แจ้งว่า หาก DSI ไม่สอบปากคำพยานของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ให้ครบ 2,000 ปาก หรือพยายามจะตัดจำนวนพยานนั้น จะมีการขอความเป็นธรรมและอาจถึงขั้นดำเนินคดีมาตรา 157 ต่อพนักงานสอบสวนนั้น พ.ต.ต. ยุทธนา ชี้แจงว่า ตนแจ้งให้ทนายความไปจัดทำบัญชีรายชื่อพยาน ระบุความเกี่ยวข้องและประเด็นที่พยานทั้ง 2,000 รายประสงค์ให้ข้อมูล ซึ่งก็ต้องมาดูว่าเป็นประเด็นเดียวกันหรือซ้ำกันหรือไม่ พร้อมย้ำว่าทุกอย่างเป็นอำนาจและดุลพินิจของพนักงานสอบสวน หากพนักงานสอบสวนได้รับฟังประเด็นและการชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ แล้ว ก็ต้องให้พนักงานสอบสวนได้พิจารณาเท่าที่จำเป็น

The post โฆษก ปปง. แจงข้อเท็จจริงปมยึด-อายัดทรัพย์สิน 18 บอสดิไอคอนกรุ๊ป DSI เตรียมเอกสารแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม แชร์ลูกโซ่-พ.ร.บ.ขายตรง เร็วๆ นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายบอสพอลเชื่อ อีกไม่นานกลุ่มบอสถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเพื่อขยายเวลาคุมขัง ขออย่านำการเมืองมาโยงดิไอคอนกรุ๊ปทำให้เป็นองค์กรอาชญากรรม https://thestandard.co/boss-paul-lawyer-additional-charges-soon/ Thu, 31 Oct 2024 06:12:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1002138

วันนี้ (31 ตุลาคม) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-ว […]

The post ทนายบอสพอลเชื่อ อีกไม่นานกลุ่มบอสถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเพื่อขยายเวลาคุมขัง ขออย่านำการเมืองมาโยงดิไอคอนกรุ๊ปทำให้เป็นองค์กรอาชญากรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (31 ตุลาคม) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้ต้องหาในคดีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด เดินทางมายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อเข้าเยี่ยมและหารือเรื่องคดีความกับลูกความ

 

เมื่อถามถึงการเตรียมพยานประมาณ 2,000 คน เพื่อส่งให้การกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ว่าจะเป็นการประวิงเวลาคดีหรือไม่ วิฑูรย์ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกัน เพราะที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่เน้นสอบปากคำในฝั่งผู้เสียหายหรือผู้กล่าวหามากกว่าฝั่งดิไอคอนกรุ๊ป ซึ่งสอบปากคำเพียงแค่ผู้ต้องหา 18 คน และพนักงานในบริษัท ยังไม่มีการสอบปากคำผู้ร่วมทำธุรกิจ

 

ส่วนพยาน 2,000 กว่าคนนั้นใครจะให้ปากคำแบบไหนถือเป็นสิทธิส่วนตัวและเป็นเรื่องของพยานแต่ละบุคคล ส่วนตัวไม่แน่ใจเหมือนกันว่าการให้ปากคำของพยานฝั่งตนนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน ส่วน DSI จะสามารถรองรับการสอบปากคำพยานชุดนี้ได้หรือไม่ มองว่าถ้ารับไม่ได้ก็ต้องรับให้ได้ เพราะต้องให้โอกาสฝั่งตัวเองชี้แจงด้วย

 

กรณีมีการเปลี่ยนเจ้าภาพทำคดีจากตำรวจมาเป็น DSI วิฑูรย์กล่าวว่า เป็นเพียงการเปลี่ยนหน่วยงาน ถ้า DSI มองว่าไม่เข้าข่ายคดีแชร์ลูกโซ่ก็ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะไม่มีข้อหาเพิ่ม แต่ถ้าหากว่าเข้าข่ายคดีแชร์ลูกโซ่ก็พร้อมต่อสู้ โดยโค้ชและบอสทุกคนสามารถอธิบายได้ว่าระบบของดิไอคอนกรุ๊ปเป็นอย่างไร สามารถเปิดระบบให้ดูได้ ทั้งนี้ เชื่อว่า DSI จะเข้าเรือนจำไปแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องขัง 18 คนเร็วๆ นี้ เพื่อให้ผู้ต้องขังถูกคุมขังนานขึ้น

 

ส่วนกรณีที่โฆษกพรรคพลังประชารัฐแถลงข่าวว่ามีนักการเมืองพรรคเพื่อไทยเกี่ยวข้องกับดิไอคอนกรุ๊ป วิฑูรย์กล่าวยืนยันว่าไม่มีเรื่องดังกล่าว เป็นการโยนกันไปโยนกันมา และมีความพยายามที่จะทำให้เรื่องของดิไอคอนกรุ๊ปเป็นเรื่องทางการเมืองและเป็นองค์กรอาชญากรรม ซึ่งส่วนตัวนั้นไม่ชอบเลย

 

ประเด็นที่มีการกล่าวอ้างว่ามีบอส ก. สนิทสนมกับผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทย วิฑูรย์ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มี เพราะใหญ่สุดในบริษัทก็คือบอสพอล บอส ก. ก็มีแต่บอสกันต์ กันตถาวร แค่นั้น

 

วิฑูรย์กล่าวต่อว่า ทีมทนายความและผู้ต้องหามุ่งเน้นให้ความสำคัญกับเรื่องการต่อสู้คดีมากกว่าการฟ้องกลับบุคคลใด เพราะเป็นการทำงานแข่งกับเวลา เนื่องจากไม่ทราบว่าจะมีการเร่งปิดสำนวนคดีส่งฟ้องต่ออัยการเมื่อใด แต่ทราบว่าเวลาใกล้เข้ามาแล้ว

 

สำหรับกรณีที่มีรายงานข่าวว่าเมื่อวานนี้ (30 ตุลาคม) มีเจ้าหน้าที่ DSI เข้ามาสอบปากคำบอสพอลในเรือนจำนั้น ทนายความยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ DSI เดินทางมาจริง แต่เป็นการพูดคุยกับบอสพอลเพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับการจ่ายสินบน ไม่ใช่สอบปากคำในสำนวน ซึ่งบอสพอลให้ข้อมูลกับ DSI ว่าไม่มีการจ่ายสินบนในช่วงเวลาที่ผ่านมาแต่อย่างใด

The post ทนายบอสพอลเชื่อ อีกไม่นานกลุ่มบอสถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเพื่อขยายเวลาคุมขัง ขออย่านำการเมืองมาโยงดิไอคอนกรุ๊ปทำให้เป็นองค์กรอาชญากรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายบอสพอลเตรียมตัวแทนขายดิไอคอนกรุ๊ปกว่า 2,000 คนมาเป็นพยานในคดี เพื่อยืนยันไม่มีการฉ้อโกง แนะกลุ่มบอส “อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้” https://thestandard.co/the-icon-group-30102024/ Wed, 30 Oct 2024 12:40:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1001901 ดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (30 ตุลาคม) ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร วิฑูรย์ […]

The post ทนายบอสพอลเตรียมตัวแทนขายดิไอคอนกรุ๊ปกว่า 2,000 คนมาเป็นพยานในคดี เพื่อยืนยันไม่มีการฉ้อโกง แนะกลุ่มบอส “อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้” appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (30 ตุลาคม) ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้ต้องหาในคดีดิไอคอนกรุ๊ป เดินทางมาเยี่ยมบอสพอลในเรือนจำ พร้อมเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า หลังจากที่ทีมทนายความสามารถเข้าถึงระบบหลังบ้านของบริษัทได้แล้ว พบว่าปัจจุบันมีตัวแทนของบริษัทมากถึง 280,000 กว่าราย แต่เบื้องต้นทีมทนายความสามารถรวบรวมตัวแทนที่สมัครใจจะมาเป็นพยานให้กับฝั่งผู้ต้องหาได้แล้วกว่า 2,000 กว่าราย ซึ่งคนเหล่านี้คือตัวแทนที่สามารถทำยอดขายได้จริง และสามารถมายืนยันในคดีได้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นมาจากการขายของ ไม่ได้เกิดจากการฉ้อโกง

 

ทั้งนี้ พบว่าบรรดาตัวแทนขายที่เข้าแจ้งความก่อนหน้านี้จำนวน 9,200 กว่าคนนั้น ตนเองได้รับข้อมูลว่ามีทนายความสำนักหนึ่งจัดพิมพ์รูปแบบประเด็นมาให้บรรดาแม่ข่ายให้ปากคำกับตำรวจเป็นลักษณะเดียวกัน เพื่อกล่าวหาบริษัทและกลุ่มบอส เช่น บริษัทนี้มีลักษณะของการโฆษณาชวนเชื่อเกินความเป็นจริง ลักษณะสินค้าไม่ได้มาตรฐาน บังคับให้เปิดดีลเลอร์ บังคับให้ยิงโฆษณา รวมทั้งการที่บอสนำทรัพย์สินหรูมาเผยแพร่ในสื่อสาธารณะเพื่อเป็นโฆษณา ชักจูง ซึ่งประเด็นเหล่านี้เป็นการปรักปรำและชี้นำในการให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน

 

ตนจึงแนะนำว่า ผู้ใดก็ตามที่ให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนในลักษณะที่ได้มาจากทนายความสำนักดังกล่าว ขอให้ไปดำเนินการติดต่อพนักงานสอบสวนทุกท้องที่ เพื่อแก้ไขคำให้การ หรือจะถอนแจ้งความก็ได้ เพราะมิเช่นนั้นอาจจะเข้าข่ายความผิดฐานแจ้งความเท็จ โดยตนยืนยันว่า นี่ไม่ใช่การข่มขู่ แต่เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายและตนจะทำจริง

 

วิฑูรย์ยกฎีกาตัวอย่างในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6969/2555 ซึ่งตัดสินเอาไว้ว่า ในคดีฉ้อโกงนั้นผู้ที่ต้องรับผิดจะเป็นบรรดาแม่ข่ายหรือตัวแทนบริษัท เจ้าของบริษัทไม่ได้มีความผิดแต่อย่างใด และยืนยันว่า ดิไอคอนกรุ๊ปจำหน่ายสินค้าที่ได้มาตรฐานและไม่มีลักษณะเป็นแชร์ลูกโซ่แต่อย่างใด ตอนนี้เท่าที่ตนเองทราบพบว่ามีแม่ข่ายเตรียมถอนแจ้งความแล้วประมาณ 100 กว่าคน ทราบเหตุผลว่าพวกเขาเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคดีอาญา ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นเรื่องทางแพ่ง โดยตนก็เตรียมที่จะดึงกลุ่มคนเหล่านี้มาเป็นพยานเช่นเดียวกัน

 

ทั้งนี้ การเข้าเยี่ยมบอสพอลในวันนี้ทางเรือนจำยังไม่ได้แยกแดนผู้ต้องขังแต่อย่างใด โดยบอสพอลยังมีอาการปกติ ไม่ได้มีความเครียดหรือกังวลแต่อย่างใด และรู้สึกปลอดภัยกว่าอยู่ข้างนอก ส่วนที่ต้องมาเยี่ยมทุกวันนั้น เพื่อเป็นการพูดคุยแนวทางการต่อสู้คดี เนื่องจากตอนนี้ทนายความของผู้ต้องขังทุกคนได้รวมทีมเป็นทีมเดียวกันเรียบร้อยแล้ว

 

ซึ่งผู้ต้องขังทุกคนรวมทั้งบอสดารานั้นยังไม่แสดงความประสงค์ที่จะยื่นประกันตัวในช่วงนี้ เนื่องจากกระแสสังคมในตอนนี้ที่ติดลบ หากยื่นประกันไปคาดว่าศาลก็ไม่พิจารณาให้ประกันตัว

 

วิฑูรย์กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนให้คำแนะนำกับบอสพอลและบอสทุกคนที่อยู่ในเรือนจำว่า ตอนนี้ขอให้อดทน “อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้ แกล้งตายให้เป็น แล้วรอวันเอาคืน” ซึ่งผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่า จะเอาคืนใคร ทนายได้แต่ยิ้ม หัวเราะ และไม่ตอบคำถามดังกล่าว

The post ทนายบอสพอลเตรียมตัวแทนขายดิไอคอนกรุ๊ปกว่า 2,000 คนมาเป็นพยานในคดี เพื่อยืนยันไม่มีการฉ้อโกง แนะกลุ่มบอส “อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้” appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายความบอสพอลเตรียมยื่นชื่อ 5 บุคคล เปลี่ยนสถานะจากผู้เสียหายเป็นผู้ต้องหาร่วมกับกลุ่มบอสดิไอคอนกรุ๊ป เป็นเทคนิคตามกฎหมาย https://thestandard.co/boss-paul-lawyer-victims-suspects-the-icon/ Mon, 28 Oct 2024 06:45:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1000921 ทนายความ บอสพอล

วันนี้ (28 ตุลาคม) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ พอล-วรัต […]

The post ทนายความบอสพอลเตรียมยื่นชื่อ 5 บุคคล เปลี่ยนสถานะจากผู้เสียหายเป็นผู้ต้องหาร่วมกับกลุ่มบอสดิไอคอนกรุ๊ป เป็นเทคนิคตามกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายความ บอสพอล

วันนี้ (28 ตุลาคม) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ พอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล เปิดเผยหลังเข้าเยี่ยมวรัตน์พลภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครว่า วันนี้เป็นการเข้าไปรายงานสถานการณ์ให้ทราบว่าสำนวนทางคดีถูกโอนให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งทีมทนายและผู้ต้องขังก็ไม่ได้หนักใจอะไร เพราะเชื่อว่าเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษมีประสบการณ์ในการทำคดีประเภทนี้

 

ส่วนรายละเอียดการพูดคุยได้หารือร่วมกับวรัตน์พลเพื่อเตรียมทำหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษให้เปลี่ยนสถานะ เบื้องต้นมี ทินภัทร หรือ ฮัท, ชลธิชา หรือ ลูกตาล, ไกรภพ หรือ กบ ไมโคร, หนึ่งฟ้า และ อโณทัย รวม 5 คน จากสถานะผู้เสียหายมาเป็นผู้ต้องหาร่วมกัน

 

วิฑูรย์กล่าวต่อว่า สำหรับ 5 คนถือว่าเป็นแม่ข่ายที่มีลูกทีมมากกว่าร้อยคน และมีพฤติการณ์ชักชวนให้มาร่วมลงทุนเปิดบิลซื้อสินค้า 2.5 แสนบาท โดยที่ผู้ต้องขังทั้ง 18 คนไม่ทราบรายละเอียด และยืนยันว่าการทำหนังสือขอเปลี่ยนสถานะไม่ใช่การข่มขู่ แต่เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย ซึ่งทั้ง 5คนนี้จะต้องมาพิสูจน์ตัวเองในกระบวนการยุติธรรมอย่างเช่นที่ 18 คนกำลังทำอยู่

 

นอกจาก 5 คนที่จะถูกเปลี่ยนสถานะให้กลายเป็นผู้ต้องหาร่วมกันแล้ว ทีมทนายความอยู่ระหว่างคัดสำนวนคดีเตรียมดำเนินคดีกับบุคคลที่อ้างเป็นผู้เสียหายกว่า 2,000 คน ส่วนการยื่นประกันตัววรัตน์พลจะเริ่มดำเนินการในสัปดาห์นี้เพื่อขอออกมาต่อสู้ทางคดี ส่วนคนอื่นๆ ส่วนตัวไม่ทราบ

 

วิฑูรย์กล่าวต่อว่า ส่วน โค้ชแล็ป-จิระวัฒน์ แสงภักดี ได้ทำหนังสือแต่งตั้งให้ตัวเองเป็นทนายความประจำตัว หลังเกิดกรณีที่ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้าพบภายในเรือนจำพร้อมกับตำรวจสืบสวนโดยไม่ได้รับอนุญาต

The post ทนายความบอสพอลเตรียมยื่นชื่อ 5 บุคคล เปลี่ยนสถานะจากผู้เสียหายเป็นผู้ต้องหาร่วมกับกลุ่มบอสดิไอคอนกรุ๊ป เป็นเทคนิคตามกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายบอสพอลเผย มีแม่ทีมแฝงตัวแจ้งความเป็นผู้เสียหาย 2 พันคน ย้ำจะต้องรับผิดชอบด้วยกัน https://thestandard.co/pauls-lawyer-said-that-we-must-take-responsibility-together/ Fri, 25 Oct 2024 10:15:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1000131

วันนี้ (25 ตุลาคม) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-ว […]

The post ทนายบอสพอลเผย มีแม่ทีมแฝงตัวแจ้งความเป็นผู้เสียหาย 2 พันคน ย้ำจะต้องรับผิดชอบด้วยกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (25 ตุลาคม) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ป กล่าวภายหลังเข้าเยี่ยมบอสพอลในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

 

โดยวิฑูรย์ระบุว่า วันนี้พนักงานสอบสวนได้เข้าพบ โค้ชแล็ป-จิระวัฒน์ แสงภักดี เป็นการเอาผังแม่ทีมของธุรกิจไปให้ยืนยัน แต่โค้ชแล็ปไม่ได้ให้การใดๆ เนื่องจากไม่มีทนายความอยู่ด้วย

 

จากการที่ได้พูดคุยกับทนายความของบอสทุกคน มีการปรึกษากันว่าถ้าประกันตัวออกมา บอสทุกคนยินดีที่จะชี้แจงทุกรายการและยินดีตอบสื่อทุกสำนักถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่าดิไอคอนกรุ๊ปต้องเจอกับอะไรมาบ้าง โดยพูดคุยกับทีมทนายถึงแนวโน้มการประกันตัวแล้ว

 

วิฑูรย์กล่าวต่อว่า ตนเองรู้มาว่าในขณะนี้มีการแจ้งความเท็จจากแม่ทีมที่ใช้โอกาสนี้แสดงตัวว่าเป็นผู้เสียหาย คือบอกว่าตัวเองซื้อสินค้าไปสต็อกไว้และขายไม่ได้ รวมถึงมีการชักชวนคนอื่นเข้ามาอยู่ในทีม เพื่อซื้อสินค้าจากบริษัทให้ตัวเองได้ประโยชน์ ซึ่งในส่วนนี้แม่ทีมจะต้องรับผิดชอบด้วย จากการตรวจสอบที่มีผู้เสียหายมาแจ้งความประมาณ 8,000 คน มีแม่ทีมอยู่ในจำนวนดังกล่าวประมาณ 2,000 คน

 

นอกจากนั้นวันนี้ตนเองนำเอกสารมอบอำนาจไปให้ลูกความเซ็นมอบอำนาจ เพื่อดำเนินคดีกับเพจเฟซบุ๊กหนึ่งที่นำพยานเท็จมาให้การกับพนักงานสอบสวน โดยหลังจากนี้จะมีการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าว

The post ทนายบอสพอลเผย มีแม่ทีมแฝงตัวแจ้งความเป็นผู้เสียหาย 2 พันคน ย้ำจะต้องรับผิดชอบด้วยกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอสพอลสั่งทนายแจ้งความเอาผิด เอก สายไหมต้องรอด-ทนายชื่อดัง หลังเกิดกรณีพยานให้ข้อมูลเท็จ-เรียกรับเงิน 7 ล้านบาท https://thestandard.co/the-icon-group-25102024/ Fri, 25 Oct 2024 04:28:14 +0000 https://thestandard.co/?p=999930 ดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (25 ตุลาคม) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-ว […]

The post บอสพอลสั่งทนายแจ้งความเอาผิด เอก สายไหมต้องรอด-ทนายชื่อดัง หลังเกิดกรณีพยานให้ข้อมูลเท็จ-เรียกรับเงิน 7 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (25 ตุลาคม) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้ต้องหาในคดีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า จะเข้าพบบอสพอลเพื่อนำเอกสารให้ลูกความลงนามมอบอำนาจให้ตนเองไปดำเนินการตามความต้องการ

 

ซึ่งก็คือการตรวจสอบและพิจารณาดำเนินคดีกับ เอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมด้วยพยานเท็จที่อ้างว่าเป็นคนสนิทใกล้ชิดกับบอสพอล รวมถึงเผยแพร่ว่าบอสพอลเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลหรือคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งตำรวจออกมายืนยันแล้วว่าข้อมูลดังกล่าวจากบุคคลนี้เชื่อถือไม่ได้

 

และอีกส่วนคือการรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินคดีกับทนายความชื่อดังคนหนึ่ง เป็นหนึ่งในทนายที่ออกมาเคลื่อนไหวกันเป็นกลุ่ม เพราะก่อนหน้าที่บอสทั้งหมดจะถูกจับกุม ทนายคนดังกล่าวโทรศัพท์ไปหาบอสพอลเพื่อเจรจาต่อรองให้บอสพอลจ่ายเงิน 7 ล้านบาท เพื่อแลกกับการที่จะไม่นำผู้เสียหายกลุ่มนี้ไปดำเนินคดี

 

วิฑูรย์เผยอีกว่า ส่วนการยื่นขอประกันตัวชั่วคราวบอสพอลและอีก 10 บอสที่ดูแลอยู่นั้น จะยังไม่เกิดขึ้นภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้อย่างแน่นอน เพราะจะขอใช้เวลาพิจารณาเอกสารและพยานหลักฐานสำหรับการต่อสู้คดีนอกเหนือจากนี้

 

ส่วนกรณีที่ ทนายตั้ม-ษิทรา เบี้ยบังเกิด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กท้าทายให้ฝั่งตนเองเปิดคลิปเสียงสนทนา เรื่องที่อ้างว่ามีหนึ่งในทนายดรีมทีมรีดเงิน 7 ล้านบาท วิฑูรย์ระบุว่า การโพสต์เฟซบุ๊กเช่นนั้นของทนายตั้มถือเป็นเรื่องดี เพราะคลิปเสียงใช้ในชั้นศาลไม่ได้ แต่การโพสต์จะช่วยทำให้ตนตรวจสอบได้ว่าผู้เสียหายของทนายตั้มต้องการเรียกเงินถึง 7 ล้านบาทจริงหรือไม่ ดังนั้นอันดับแรกตนจะไปตรวจสอบกลุ่มผู้เสียหายที่ทนายตั้มกล่าวอ้างก่อนว่า เป็นกลุ่มเปราะบางประมาณ 30 รายจริงหรือไม่ และมีจำนวนมากพอสอดคล้องไปกับยอดเงิน 7 ล้านบาทจริงหรือ ซึ่งหากไม่ถึงก็แปลได้ว่าส่วนต่างในเงินก้อนนี้และทนายตั้มเอาไป

 

เมื่อถามถึงกรณีที่ทนายตั้มกล่าวว่า ฝั่งบอสพอลเป็นฝ่ายโทรศัพท์ไปหาทนายตั้มก่อนในวันที่ 15 ตุลาคม เพื่อเจรจาเรื่องเงิน 7 ล้านบาทให้ชดใช้แก่กลุ่มผู้เสียหายนั้น วิฑูรย์แจงว่า ทนายตั้มบันทึกภาพหน้าจอแค่กรณีของวันที่ 15 ตุลาคม แต่ของวันที่ 16-17 ตุลาคม ทนายตั้มไม่ได้บันทึกภาพหน้าจอ นอกจากนี้ตนทราบว่าทนายตั้มเป็นฝ่ายโทรศัพท์ไปหา บอสปีเตอร์-กลด เศรษฐนันท์ ก่อน จากนั้นบอสพอลจึงโทรศัพท์ไปหาทนายตั้ม แต่เหมือนเป็นการโทรศัพท์ไปมาระหว่างกัน ตนจึงไม่สามารถสรุปได้ว่าใครเป็นคนโทรศัพท์ไปก่อน จึงจะขอคุยรายละเอียดกับบอสพอลอีกที

 

ส่วนใครจะเป็นผู้กล่าวเสนอเรื่องเงิน 7 ล้านบาทก่อนนั้นตนก็ไม่ทราบเช่นเดียวกัน เพราะตนเข้ามารับหน้าที่เป็นทนายความให้บอสพอลก่อนวันที่ 15 ตุลาคมเพียงไม่กี่วัน แต่ทราบเบื้องต้นว่ามีการเจรจาเรื่องนี้จริง ทั้งนี้ เลขาส่วนตัวของบอสพอลได้บันทึกเสียงสนทนาการเจรจาเรื่องเงิน 7 ล้านบาทนี้ไว้ โดยเป็นการสนทนาระหว่างทนายตั้มและบอสพอล ซึ่งการจ่ายเงินยังไม่เกิดขึ้นเพราะบอสพอลถูกจับกุมก่อน

 

วิฑูรย์กล่าวต่อว่า ส่วนจะนำคลิปเสียงสนทนาเรื่องเจรจาเงิน 7 ล้านบาทไปมอบให้กับตำรวจหรือไม่นั้น ขอดูหลักฐานแวดล้อมทั้งหมดก่อน เพราะศาลไม่รับฟังเรื่องคลิปเสียง ส่วนการหารือกับบรรดาทนายความท่านอื่นๆ นั้น เนื่องด้วยตนคือทนายความที่ดูแลบอสกว่า 10 คน ทั้งฝั่งบอสหญิงและบอสชาย เช่น บอสปัน, บอสพอล, บอสหมอเอก, บอสสวย ฯลฯ จึงต้องคุยกันว่าจะวางแผนแนวทางการต่อสู้คดีกันอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ ทราบว่า ชูชาติ กันภัย ทนายความของ มิน-พีชญา วัฒนามนตรี และ แซม-ยุรนันท์ ภมรมนตรี ทั้ง 2 คนยังไม่มีความประสงค์จะยื่นประกันตัวชั่วคราวเหมือนกัน

The post บอสพอลสั่งทนายแจ้งความเอาผิด เอก สายไหมต้องรอด-ทนายชื่อดัง หลังเกิดกรณีพยานให้ข้อมูลเท็จ-เรียกรับเงิน 7 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ระบุ พยานจากสายไหมต้องรอดมั่วข้อมูล ทำเพื่อเรียกร้องความสนใจ กรณีคลิปตบทรัพย์บอสพอลมีประโยชน์ต่อรูปคดี https://thestandard.co/witnesses-from-sai-mai-must-survive-misinformed/ Tue, 22 Oct 2024 12:54:35 +0000 https://thestandard.co/?p=999059

วันนี้ (22 ตุลาคม) ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจ […]

The post พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ระบุ พยานจากสายไหมต้องรอดมั่วข้อมูล ทำเพื่อเรียกร้องความสนใจ กรณีคลิปตบทรัพย์บอสพอลมีประโยชน์ต่อรูปคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (22 ตุลาคม) ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ภายหลังจาก วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล เข้าพบ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อให้ข้อมูลหลักฐานขณะบอสพอลจ่ายเงินกับนักร้องเรียน และแจ้งความดำเนินคดีกับนักร้องเรียนทั้งหลาย 

 

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ เปิดเผยว่า ตนประสานข้อมูลจากบอสพอลตั้งแต่วันที่ถูกจับกุมแล้ว ซึ่งบอสพอลให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการให้ข้อมูลต่างๆ ที่มีกลุ่มบุคคลเข้ามาบีบบังคับ ขูดรีด หรือหาช่องว่างโอกาสต่างๆ มาทำให้บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด เดือดร้อน ซึ่งหลังจากนี้ทนายความในฐานะตัวแทนจะทยอยนำข้อมูลต่างๆ เข้ามาให้พนักงานสืบสวนสอบสวนดำเนินการต่อไป

 

เมื่อถามว่าจากการพิจารณาคลิปหลักฐานถือว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวว่า เรียกได้ว่ามีประโยชน์ต่อรูปคดีในเรื่องการสืบสวน โดยหลักฐานในวันนี้มีทั้งคลิปเสียง วิดีโอ และภาพนิ่ง โดยจะขยายผลไปถึงทุกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นนักร้องเรียนหรือเจ้าหน้าที่ โดยจะบังคับใช้กฎหมาย

 

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า คลิปที่ได้มามาจากความร่วมมือของหลายคนที่อยู่ในเหตุการณ์หลายช่วงเวลา ซึ่งตอนนี้คลิปมีจำนวนมาก จะต้องไล่ดูแต่ละคลิป โดยกลุ่มรีดทรัพย์ไม่รู้ตัวว่าบอสพอลบันทึกวิดีโอและเสียงไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ตนได้รับรายงานว่าโทรศัพท์อีกเครื่องของบอสพอลเปิดได้แล้ว แต่ไม่พบข้อมูลอะไร

 

และในส่วนที่มีนักร้องเรียนหญิงรวบรวมผู้เสียหายที่ขอเงินคืนจากบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด เนื่องจากขายของไม่ได้ ตรงนี้ตนไม่ขอไปยุ่งเกี่ยว เพราะเป็นการทำงานของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.)

 

ตำรวจจะทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง พร้อมดำเนินคดีกับทุกคน ส่วนข้อหาว่าเข้าข่ายอะไรบ้าง หากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐก็จะโดนเรื่องเรียกรับผลประโยชน์ แต่ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาก็จะโดนเรื่องกรรโชกทรัพย์ อย่างไรก็ตามจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

 

สำหรับที่มีบุคคลหนึ่งกล่าวอ้างว่า 1 ใน 18 บอส ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปเป็นเงินดิจิทัลหรือคริปโตเคอร์เรนซี ขอชี้แจงว่าบุคคลดังกล่าวที่มากับ เอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด มีการสอบสวนไปแล้ว 

 

บุคคลดังกล่าวสารภาพแล้วว่าข้อมูลมั่ว ไม่มีที่มา เป็นการอุปโลกน์ขึ้นมา โดยอ้างว่าถามจากเพื่อนและเสิร์ชหาทางเว็บไซต์โดยที่ไม่มีข้อเท็จจริง ทำให้เกิดความเสียหายต่อหลายองค์กรที่พาดพิงถึง ทั้งนี้ต้องพิจารณาและประชุมหารือว่าจะต้องดำเนินการทางกฎหมายถึงขั้นไหนอย่างไร ส่วนเอกภพจะโดนด้วยหรือไม่ก็ต้องพิจารณากันอีกครั้ง และคาดว่าที่บุคคลดังกล่าวออกมากระทำการเช่นนี้เพราะอยากเรียกร้องความสนใจ

 

“ขอบคุณผู้ที่มีจิตอาสาทุกคนที่เข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แต่ไม่อยากให้เข้ามาเพื่อหาแสง เพราะตอนนี้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางแสงมันจ้าไปหมด คนถึงเข้ามากัน จึงขอเตือนบางคน ข้อมูลต่างๆ ถ้าคิดว่าจะช่วยเหลือสังคมจะต้องแม่นกฎหมาย ต้องรู้ว่าการกระทำจะไม่หมิ่นเหม่ในข้อกฎหมาย หากเข้ามาแล้วสร้างความวุ่นวาย สร้างความไขว้เขว อันนี้ต้องว่ากัน” พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าว

The post พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ระบุ พยานจากสายไหมต้องรอดมั่วข้อมูล ทำเพื่อเรียกร้องความสนใจ กรณีคลิปตบทรัพย์บอสพอลมีประโยชน์ต่อรูปคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายความบอสพอล ดิไอคอนกรุ๊ป ส่งคลิปหลักฐานให้ตำรวจเอาผิดนักตบทรัพย์ ระบุ บอสเตรียมไว้เผื่อถูกหักหลัง https://thestandard.co/audio-clip-as-evidence-to-prosecute-extortionists/ Tue, 22 Oct 2024 12:30:59 +0000 https://thestandard.co/?p=999017

วันนี้ (22 ตุลาคม) เวลา 16.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบ […]

The post ทนายความบอสพอล ดิไอคอนกรุ๊ป ส่งคลิปหลักฐานให้ตำรวจเอาผิดนักตบทรัพย์ ระบุ บอสเตรียมไว้เผื่อถูกหักหลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (22 ตุลาคม) เวลา 16.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ป เดินทางมาส่งมอบคลิปเสียงหลักฐานนักร้องเรียนหญิงรายหนึ่งที่มีพฤติการณ์เรียกรับทรัพย์มากถึง 10 ล้านบาท ให้ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)

 

วิฑูรย์กล่าวว่า วันนี้นำคลิปเสียงจำนวนหลายคลิปที่เป็นหลักฐานในการเอาผิดกับนักร้องเรียนหญิง ก. ที่เรียกรับผลประโยชน์กับบอสพอลมูลค่า 10 ล้านบาท รวมความจุ 512 เมกะไบต์ มอบให้กับพนักงานสอบสวน บก.ปปป.

 

โดยตนเองเตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวในวันที่ 24 ตุลาคมนี้ ในข้อหากรรโชกทรัพย์และข้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ที่อัดคลิปเสียงดังกล่าวนั้นเป็นเลขาของบอสพอล ในวันที่เกิดเหตุเรียกรับผลประโยชน์ดังกล่าว ตัวของบอสพอลไม่ได้อยู่ด้วย แต่มีผู้บริหารบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด อยู่ 3 คน ส่วนตนเองทราบเรื่องดังกล่าวเมื่อ 1-2 วันที่ผ่านมา โดยบอสพอลแจ้งมาว่ายืนยันที่จะเอาผิดบุคคลดังกล่าว นักร้องเรียนหญิงรายนี้แบ่งเงินให้ผู้เสียหายบางส่วนจำนวน 1-2 แสนบาท

 

วิฑูรย์กล่าวว่า คลิปเสียงเหล่านี้อัปโหลดเข้าไปในระบบคลาวด์เรียบร้อยแล้ว หากเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง ทีมทนายความคนอื่นสามารถนำข้อมูลนี้มาให้ตำรวจได้อยู่ดี ส่วนคดีที่มีผู้เสียหายมาร้องเรียนเอาผิดกับบริษัทนั้นก็ต้องแยกเป็นคนละส่วนกัน

 

ทั้งนี้ ตนฝากไปยังนักร้องเรียนชายรายหนึ่งว่า ทางเรามีคลิปเสียงในการพูดคุย แอบอ้างว่าจะให้ไปออกรายการโทรทัศน์ โดยแอบอ้างว่าถ้าไม่อยากให้พาผู้เสียหายไปออกรายการจะต้องนำเงินมาจ่ายมากถึง 20 ล้านบาท ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดก่อนช่วงที่บอสพอลจะถูกจับกุมตัว ตอนนี้คลิปดังกล่าวอยู่กับบอสผู้หญิงอีกรายหนึ่ง ซึ่งจะต้องพูดคุยว่าจะนำออกมาได้อย่างไร

 

วิฑูรย์ยืนยันว่า การนำหลักฐานมายื่นให้ตำรวจในครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการลดโทษของบอสพอล เพราะตัวของบอสพอลเองยืนยันว่าทำธุรกิจด้วยความบริสุทธิ์ ทั้งนี้ ตนคิดว่านักร้องเรียนต่างๆ ถ้าคิดจะทำประโยชน์กับประชาชนจริงๆ ก็ไม่ควรรีดไถกันเช่นนี้

 

ส่วนเหตุผลที่บอสพอลบันทึกเสียงการสนทนาต่างๆ ไว้ เป็นการทำเพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่กลุ่มคนเหล่านี้อาจจะย้อนกลับมาหักหลังได้ในอนาคต

The post ทนายความบอสพอล ดิไอคอนกรุ๊ป ส่งคลิปหลักฐานให้ตำรวจเอาผิดนักตบทรัพย์ ระบุ บอสเตรียมไว้เผื่อถูกหักหลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายบอสพอลพร้อมฟ้องกลับ สคบ. หากเพิกถอนใบอนุญาต ‘ดิไอคอนกรุ๊ป’ ย้ำลูกความไม่กังวลถูกเพิ่มข้อหา มีหลักฐานนักร้องหญิงตบทรัพย์ 10 ล้าน https://thestandard.co/the-icon-group-license-dispute/ Mon, 21 Oct 2024 11:04:09 +0000 https://thestandard.co/?p=998584 ดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (21 ตุลาคม) ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร วิฑูรย์ […]

The post ทนายบอสพอลพร้อมฟ้องกลับ สคบ. หากเพิกถอนใบอนุญาต ‘ดิไอคอนกรุ๊ป’ ย้ำลูกความไม่กังวลถูกเพิ่มข้อหา มีหลักฐานนักร้องหญิงตบทรัพย์ 10 ล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (21 ตุลาคม) ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้บริหารบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าเยี่ยมกลุ่มผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ป ระบุว่า ตนเองยังไม่มีโอกาสได้เยี่ยมบอสพอลเนื่องด้วยติดปัญหาทางเอกสาร จึงได้เดินทางไปที่ทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อเยี่ยม บอสปัน-ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร

 

จุดประสงค์ที่ตนเองตั้งใจเข้าไปพบบอสพอลในวันนี้เพื่อหารือเรื่องงานของบริษัทและคดีความ แต่รายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยต่อสื่อมวลชนได้ ในวันนี้ตนเองได้ฝากให้ทนายความของ บอสปีเตอร์-กลด เศรษฐนันท์ เป็นธุระแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างตนเองกับบอสพอล ซึ่งขณะนี้ทนายความของทุกผู้ต้องหา รวมทั้งบอสดารา ผนึกรวมเป็นทีมเดียวกันแล้วเพื่อจะได้ประสานข้อมูลทางคดี

 

วิฑูรย์กล่าวต่อว่า เรื่องหลักขณะนี้นอกจากแนวทางต่อสู้ทางคดี ทีมทนายจะช่วยกันพิจารณาสภาพจิตใจของลูกความตนเองว่าเป็นอย่างไร อยู่ได้หรือไม่ ส่วนของบอสพอลยังแข็งแรงดี พูดคุยกับเพื่อนในกลุ่มตามปกติ ไม่น่ากังวล แต่ บอสวิน-ธวิณทร์ภัส ภูพัฒนรินทร์ น่าเป็นห่วงที่สุดในกลุ่ม เพราะป่วยเป็นโรคมะเร็ง ต้องได้รับการรักษา ทนายจึงต้องหาทางขอประกันตัวออกมาให้ได้ก่อน

 

ส่วนการฝากข้อความถึงคนในครอบครัว ทนายความแต่ละท่านจะนำข้อความของแต่ละคนไปพูดคุยกับแต่ละครอบครัวเอง กรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมจาก 2 ข้อหาหลักคือฉ้อโกงประชาชนและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ทางทนายได้ทำความเข้าใจกับลูกความตนเองไปแล้วว่าให้ต่อสู้ในส่วนข้อหาหลักให้จบ ถ้าข้อหาหลักผ่านไปได้ ข้อหาอื่นแม้จะมีโทษหนักกว่าก็จะผ่านไปได้เช่นกัน ทำให้ขณะนี้กลุ่มลูกความไม่ได้กังวลมากนัก ซึ่งทั้งหมดไม่ได้กำชับให้ทนายความทำอะไรเพิ่มเติมเป็นพิเศษนอกจากเตรียมพยานหลักฐานให้ดี

 

วิฑูรย์กล่าวยืนยันว่า ทางบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ขายสินค้าให้ลูกค้า มีหลักฐานว่ามีการซื้อขายจริง ส่งมอบสินค้าจริง มีเอกสารชัดเจน จากนี้ต้องแล้วแต่ดุลพินิจของศาลว่าจะมองอย่างไร ส่วนที่สังคมมองว่ามีการระดมชวนคนมาลงทุน ตนมองว่าเป็นการชวนให้คนเข้ามาเปิดบิลสินค้ามากกว่า

 

สำหรับมาตรการเยียวยาของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ได้เปิดให้ประชาชนเข้ามาลงทะเบียนเป็นผู้เสียหายได้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2567 จากนั้นจะปิดให้ลงทะเบียนเพื่อเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบว่าใครคือผู้เสียหายที่จะเยียวยาได้หรือไม่ได้ แต่ทั้งนี้ต้องเรียนว่าขณะนี้บัญชีของบริษัทถูกอายัดอยู่ แต่ทางบริษัทจะจัดเก็บข้อมูลนี้ไว้เพื่อให้ทราบว่าจะเยียวยาใครบ้าง

 

อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้ตำรวจยังไม่มีการประสานผ่านตนเองเข้ามาเพื่อที่จะขอคุยกับผู้ต้องหา ส่วนกรณีที่มีบุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นพยานรู้เห็นในเหตุการณ์ต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหวตามสื่อ ทางกลุ่มผู้ต้องหาไม่ได้มีความกังวล

 

วิฑูรย์กล่าวอีกว่า เรื่องคลิปเสียงระหว่างบอสพอลกับผู้ที่เรียกรับประโยชน์ที่ถูกยืนยันแล้วว่าเป็นคลิปจริงไม่ถือว่าเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อผู้ต้องหา

 

กรณีมีนักร้องเรียนเรียกรับเงิน (ตบทรัพย์) บอสพอลจำนวน 10 ล้านบาท บุคคลดังกล่าวคือนักร้องเรียนหญิง อักษรย่อ ‘ก.’ และกล่าวต่อว่า “รู้กันอยู่แล้ว ไปเช็กก็รู้ว่าใคร” ยอมรับว่าตนเองทราบรายละเอียดเรื่องนี้ดีแบบลึก พร้อมมีพยานบุคคลยืนยัน โดยบอสพอลจ่ายไป 10 ล้านบาทเป็นเงินก้อนเดียว และจ่ายอีกก้อนสุดท้าย 4 แสนบาทเป็นเงินสด

 

ช่วงที่มีการตบทรัพย์เกิดขึ้นระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม ในเงินก้อนสุดท้ายนี้นักร้องเรียนระบุว่าเป็นค่าดำเนินการเรื่องเอกสาร ค่าพรินต์งาน ค่าถ่ายเอกสาร ค่าเหนื่อย

 

สำหรับนักร้องเรียนหญิงอักษรย่อ ก. นี้ มีคนแนะนำ แต่ตนไม่ขอบอกว่าเป็นใคร ส่วนกรณีที่มาตบทรัพย์นั้น คนผู้นั้นอ้างว่าจะไปร้องการทำธุรกิจว่าเป็นลักษณะแชร์ลูกโซ่ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.)

 

เมื่อถามว่าแสดงว่าธุรกิจเรามีพฤติกรรมแบบนี้จริงหรือ ทนายความระบุว่า ไม่ใช่แบบนั้น แต่บางทีคนทำธุรกิจไม่ใช่คนแข็งแกร่ง อย่างลูกความตนเองบางรายเขาไม่อยากมีปัญหาเพราะอาจกระทบกับธุรกิจได้

 

ส่วนจะมีนักร้องเรียนคนอื่นนอกจากนักร้องเรียนหญิง ก. หรือไม่ วิฑูรย์หัวเราะ และกล่าวว่า เดี๋ยวมันจะลุกลาม ตนบอกไม่ได้ ก่อนย้ำว่าไม่ใช่นักการเมือง เพราะนักการเมืองไม่ค่อยยุ่ง ตนเองมีข้อมูลเพียงเท่านี้ ไม่รู้ว่ามีนักร้องเรียนท่านอื่นมาตบทรัพย์มากกว่า 10 ล้านบาทหรือไม่

 

เมื่อถามว่าถ้าระหว่างนี้หากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพิกถอนใบอนุญาตจะเป็นอะไรหรือไม่ วิฑูรย์ระบุว่า เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา บอสพอลยังให้การ สคบ. ไม่จบ แต่ทางตำรวจเข้ามาจับเสียก่อน ถ้าวันนี้ สคบ. ยกเลิกใบอนุญาตทำการตลาดตรงของบริษัท ตนจะฟ้องมาตรา 157 อย่างแน่นอน เพราะตามกฎหมายบอสพอลยังให้การไม่จบ ทางบริษัทต้องให้ปากคำเสร็จสิ้นก่อนถึงจะเริ่มพิจารณาเพิกถอนได้

The post ทนายบอสพอลพร้อมฟ้องกลับ สคบ. หากเพิกถอนใบอนุญาต ‘ดิไอคอนกรุ๊ป’ ย้ำลูกความไม่กังวลถูกเพิ่มข้อหา มีหลักฐานนักร้องหญิงตบทรัพย์ 10 ล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
คุมตัว ‘บอสพอล’ ดิไอคอนกรุ๊ป ส่งศาลฝากขัง ทนายความยืนยันวันนี้ไม่มีการยื่นประกันตัว https://thestandard.co/boss-paul-detained-no-bail/ Fri, 18 Oct 2024 03:48:22 +0000 https://thestandard.co/?p=997481

วันนี้ (18 ตุลาคม) เวลา 09.15 น. ที่กองบังคับการปราบปรา […]

The post คุมตัว ‘บอสพอล’ ดิไอคอนกรุ๊ป ส่งศาลฝากขัง ทนายความยืนยันวันนี้ไม่มีการยื่นประกันตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (18 ตุลาคม) เวลา 09.15 น. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ตำรวจคุมตัว บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้บริหารบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ออกจากตึกศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ขึ้นรถตำรวจไปส่งตัวฝากขังที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งทันทีที่ควบคุมตัวออกมาตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถทันที มีรถนำขบวน 1 คัน และปิดท้ายขบวน 1 คัน

 

ด้าน วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของวรัตน์พล เปิดเผยว่า วันนี้จะยังไม่มีการยื่นขอประกันตัวบอสพอล เนื่องจากเมื่อวานนี้ (17 สิงหาคม) เห็นคำสั่งศาลที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหาในคดีเดียวกันแล้ว ซึ่งศาลให้เหตุผลว่าคดีดังกล่าวกลุ่มผู้ต้องหามีลักษณะกระทำการเป็นขบวนการ หากอนุญาตให้ประกันตัวเกรงว่าจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน

 

สำหรับสาเหตุที่ต้องมีการควบคุมตัวบอสพอลไปฝากขังในวันนี้เนื่องจากการสอบปากคำของพนักงานสอบสวนไม่แล้วเสร็จ บอสพอลต้องการให้ปากคำเพิ่มเติมเพื่อยืนยันว่าบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด เปิดทำการถูกต้อง และผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องทั้งหมดบริสุทธิ์

 

โดยเมื่อวานนี้ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้เข้ามาสอบปากคำเกี่ยวกับกรณีปรากฏคลิปเสียงที่มีลักษณะเรียกรับผลประโยชน์ในสื่อโซเชียล ซึ่งวรัตน์พลให้ข้อมูลว่าคลิปเสียงดังกล่าวนั้นเป็นเสียงของตนเองจริง แต่ยืนยันว่าไม่เคยจ่ายสินบนให้หน่วยงานใดตามที่มีการถูกกล่าวอ้าง โดยในส่วนที่มีการพูดถึงเทวดานั้นยืนยันว่าเทวดาที่หมายถึงคือเทวดาจริงๆ ไม่ใช่เทวดาบนโลกมนุษย์

 

วิฑูรย์กล่าวถึงกรณีที่ เอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยข้อมูลว่า เคยมีคนใกล้ชิดของผู้บริหารระดับสูงของดิไอคอนกรุ๊ป แปลงทรัพย์สินที่มีเป็นสกุลเงินดิจิทัลเพื่อจ่ายสินบนนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากผลประกอบการของบริษัทมี 1 หมื่นล้านบาท หากจะนำไปจ่ายเป็นเงินสินบนทั้งหมดคงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

 

เบื้องต้นตรวจสอบแล้วพบว่าบุคคลที่เอกภพอ้างอิงถึงนั้นไม่ใช่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับดิไอคอนกรุ๊ปแต่อย่างใด โดยตนเองขอฝากถึงเอกภพว่าหากมีการนำเสนอข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงอาจถูกแจ้งข้อหาให้การเท็จได้

 

ทั้งนี้ วิฑูรย์ยังระบุว่า หากจะมีการยื่นขอประกันตัววรัตน์พลหลังจากนี้อาจจะต้องเพิ่มหลักทรัพย์จากที่ตั้งไว้ที่ 2 ล้านบาท แต่ต้องพิจารณาก่อนว่าจะใช้หลักทรัพย์เท่าใด

 

The post คุมตัว ‘บอสพอล’ ดิไอคอนกรุ๊ป ส่งศาลฝากขัง ทนายความยืนยันวันนี้ไม่มีการยื่นประกันตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>