วิชานัน นิวาตจินดา Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/วิชานัน-นิวาตจินดา/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 05 Jul 2023 06:16:24 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ‘พาณิชย์’ เผยเงินเฟ้อ มิ.ย. เพิ่มขึ้น 0.23% เท่านั้น! ต่ำสุดในรอบ 22 เดือน หั่นประมาณการทั้งปีเหลือ 1-2% https://thestandard.co/moc-inflation-june-2566/ Wed, 05 Jul 2023 06:16:24 +0000 https://thestandard.co/?p=812589 กระทรวงพาณิชย์

กระทรวงพาณิชย์ เผยอัตราเงินเฟ้อประจำเดือนมิถุนายน 2566 […]

The post ‘พาณิชย์’ เผยเงินเฟ้อ มิ.ย. เพิ่มขึ้น 0.23% เท่านั้น! ต่ำสุดในรอบ 22 เดือน หั่นประมาณการทั้งปีเหลือ 1-2% appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระทรวงพาณิชย์

กระทรวงพาณิชย์ เผยอัตราเงินเฟ้อประจำเดือนมิถุนายน 2566 เพิ่มขึ้น 0.23% ต่ำสุดในรอบ 22 เดือน พร้อมปรับตัวเลขคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2566 อยู่ระหว่าง 1-2% (ค่ากลาง 1.5%) ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ

 

วันนี้ (5 กรกฎาคม) วิชานัน นิวาตจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคของไทย (CPI) ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดค่าครองชีพสำคัญ ประจำเดือนมิถุนายน 2566 เท่ากับ 107.83 ต่ำสุดในรอบ 22 เดือน โดยเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 0.23% (YoY) เท่านั้น นับเป็นการชะลอตัวต่อเนื่อง 6 เดือนติดต่อกัน 

 

โดยการชะลอตัวในเดือนนี้มีปัจจัยมาจาก 1. การชะลอตัวของราคาสินค้าในหมวดอาหาร โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มเนื้อสัตว์และเครื่องประกอบอาหารที่ราคาปรับลดลง และการลดลงของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง 2. ฐานราคาเดือนมิถุนายน 2565 ที่ใช้คำนวณเงินเฟ้ออยู่ระดับสูง 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


 

วิชานันกล่าวอีกว่า อัตราเงินเฟ้อของไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ (ข้อมูลล่าสุดเดือนพฤษภาคม 2566) อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อต่ำ และต่ำที่สุดในอาเซียนจาก 7 ประเทศที่ประกาศตัวเลขแล้ว (สปป.ลาว, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย และเวียดนาม) 

 

เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ดัชนีราคาผู้บริโภคในเดือนนี้สูงขึ้น 0.6% (MoM) ตามราคาสินค้าในหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ที่สูงขึ้นร้อยละ 1.05 อาทิ ค่ากระแสไฟฟ้าจากการสิ้นสุดมาตรการให้ส่วนลดค่าไฟฟ้า 150 บาทต่อครัวเรือน สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 500 หน่วย 

 

ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) เดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 1.32% (YoY) ชะลอตัวลงเล็กน้อยจากเพิ่มขึ้น 1.55% (YoY) ในเดือนพฤษภาคม 

 

แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปี 2566 

 

สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ กระทรวงพาณิชย์มองว่า มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ค่อนข้างต่ำ เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงยังมีแนวโน้มทรงตัว และเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ และอยู่ระดับต่ำเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมทั้งราคาอาหารบางชนิด โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ที่คาดว่าจะลดลงตามผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับฐานราคาในปีก่อนอยู่ในระดับค่อนข้างสูง

 

ขณะที่ราคาสินค้าบางชนิด โดยเฉพาะผักและผลไม้ ไข่และผลิตภัณฑ์นม และอาหารสำเร็จรูป มีแนวโน้มสูงขึ้นจากอิทธิพลของภัยแล้ง รวมทั้งเศรษฐกิจไทยยังคงมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งของโลก แนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกในหลายภูมิภาค และมาตรการรัฐต่างๆ รวมทั้งภัยแล้งที่อาจรุนแรงกว่าที่คาด ยังเป็นปัจจัยที่อาจทำให้เงินเฟ้อไม่เป็นไปตามที่คาดได้

 

ด้วยปัจจัยดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์จึงปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2566 จากเดิมอยู่ที่ระหว่าง 1.7-2.7% (ค่ากลาง 2.2%) ในเดือนเมษายน 2566 เป็นระหว่าง 1.0-2.0% (ค่ากลาง 1.5%) โดยหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จะมีการทบทวนอีกครั้ง

The post ‘พาณิชย์’ เผยเงินเฟ้อ มิ.ย. เพิ่มขึ้น 0.23% เท่านั้น! ต่ำสุดในรอบ 22 เดือน หั่นประมาณการทั้งปีเหลือ 1-2% appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘พาณิชย์’ หั่นคาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้เหลือ 2.2% หลังตัวเลขเดือน มี.ค. โตแค่ 2.83% ชะลอตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 แตะระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือน https://thestandard.co/moc-inflation-forecast/ Wed, 05 Apr 2023 06:07:57 +0000 https://thestandard.co/?p=773191 เงินเฟ้อ มีนาคม

กระทรวงพาณิชย์ เผยเงินเฟ้อเดือนมีนาคมขยายตัว 2.83% ชะลอ […]

The post ‘พาณิชย์’ หั่นคาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้เหลือ 2.2% หลังตัวเลขเดือน มี.ค. โตแค่ 2.83% ชะลอตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 แตะระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินเฟ้อ มีนาคม

กระทรวงพาณิชย์ เผยเงินเฟ้อเดือนมีนาคมขยายตัว 2.83% ชะลอตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือน เตือนเงินสะพัดช่วงเทศกาลเลือกตั้งอาจดันเงินเฟ้อเดือนเมษายนพุ่ง แต่ปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปีจาก 2.5% เหลือ 2.2% 

 

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าดัชนีราคาผู้บริโภคของไทยเดือนมีนาคม 2566 เท่ากับ 107.76 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเท่ากับ 104.79 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 2.83% (YoY) ชะลอตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และต่ำสุดในรอบ 15 เดือน ทำให้อยู่ในกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กำหนดไว้ 

 

สาเหตุสำคัญมาจากการลดลงของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และสินค้าอาหารที่ราคาชะลอตัวเกือบทุกกลุ่มสินค้า ทั้งไข่และผลิตภัณฑ์นม ผักและผลไม้ เครื่องประกอบอาหาร อาหารบริโภคในบ้านและนอกบ้าน นอกจากนี้ ฐานราคาที่ใช้คำนวณเงินเฟ้อในปี 2565 อยู่ระดับสูง มีส่วนทำให้เงินเฟ้อชะลอตัว สำหรับเฉลี่ยไตรมาสแรกของปี 2566 อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น 3.88%  

 

ทั้งนี้ เมื่อนำอัตราเงินเฟ้อของไทยไปเปรียบเทียบกับต่างประเทศ (ข้อมูลล่าสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2566) พบว่า เงินเฟ้อไทยต่ำเป็นอันดับที่ 20 จาก 134 เขตเศรษฐกิจที่มีการประกาศตัวเลข ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดีกว่าหลายเขตเศรษฐกิจ เช่น สหรัฐอเมริกา, อิตาลี, สหราชอาณาจักร, เม็กซิโก, อินเดีย และเกาหลีใต้ รวมถึงประเทศในอาเซียน ทั้ง สปป.ลาว, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย และเวียดนาม 

 

วิชานัน นิวาตจินดา รองผู้อำนวยการ สนค. เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น 2.83% (YoY) ในเดือนนี้ เป็นการสูงขึ้นในอัตราที่ชะลอตัว ตามราคาสินค้าทั้งในหมวดอาหาร และหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหาร โดยในเดือนที่ผ่านมาสินค้าในหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับสูงขึ้น 5.22% (YoY) ชะลอตัวต่อเนื่องจากเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ที่สูงขึ้น 5.74% 

 

สำหรับสินค้าที่ราคาสูงขึ้น ประกอบด้วย ผักและผลไม้ (มะนาว, กะหล่ำปลี, แตงกวา, แตงโม, ส้มเขียวหวาน และฝรั่ง) ตามปริมาณผลผลิตที่เข้าสู่ตลาดน้อย ไข่ไก่ เนื้อสุกร ไก่สด ราคาสูงขึ้นต่อเนื่องจากช่วงที่ผ่านมา แต่มีแนวโน้มชะลอตัว ข้าวสาร ตามโปรโมชัน ซีอิ๊ว น้ำพริกแกง กาแฟ/ชา (ร้อน/เย็น) และน้ำอัดลม เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่ยังสูงกว่าเดือนมีนาคม 2565 ประกอบกับความต้องการมีอย่างต่อเนื่องตามภาวะเศรษฐกิจ นอกจากนี้ อาหารสำเร็จรูป (กับข้าวสำเร็จรูป ข้าวราดแกง อาหารเช้า) ปรับขึ้นเล็กน้อย สำหรับสินค้าที่ราคาลดลง เช่น ผักคะน้า, ผักชี, ขึ้นฉ่าย, กล้วยหอม, ทุเรียน, น้ำมันพืช, มะพร้าว (ผลแห้ง/ขูด) และมะขามเปียก 

 

ด้านราคาสินค้าในหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้น 1.22% (YoY) ชะลอตัวต่อเนื่องจากเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ที่สูงขึ้น 2.47% โดยสินค้าที่ราคายังคงสูงขึ้นประกอบด้วย ค่าไฟฟ้า, ก๊าซหุงต้ม, ค่าโดยสารสาธารณะ (แท็กซี่ เรือ รถเมล์เล็ก/สองแถว เครื่องบิน), น้ำมันเชื้อเพลิงบางประเภท (น้ำมันดีเซล ก๊าซยานพาหนะ (LPG)), ค่าการศึกษา, ค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล และสิ่งที่เกี่ยวกับความสะอาด (สบู่ถูตัว, ยาสีฟัน, น้ำยาปรับผ้านุ่ม และผลิตภัณฑ์ซักผ้า) นอกจากนี้ ค่าบริการส่วนบุคคล (ค่าแต่งผมชาย/สตรี ค่าทำเล็บ) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 

 

อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าสำคัญหลายรายการราคาลดลง ซึ่งส่งผลให้ราคาสินค้าที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มในภาพรวมชะลอตัวค่อนข้างมาก เช่น น้ำมันเชื้อเพลิงในกลุ่มแก๊สโซฮอล์และเบนซิน, เครื่องใช้ไฟฟ้า (เครื่องรับโทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า), เสื้อผ้าบุรุษ, หน้ากากอนามัย, โฟมล้างหน้า, ที่เขียนคิ้ว ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม, ค่าสมาชิกเคเบิลทีวี, เครื่องรับโทรศัพท์มือถือ และค่าทัศนาจรในประเทศ 

 

ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานเมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก สูงขึ้น 1.75% (YoY) ชะลอตัวต่อเนื่องจากเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ที่สูงขึ้น 1.93% (YoY)

 

วิชานันกล่าวอีกว่า แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อไตรมาสที่ 2 ปี 2566 มีแนวโน้มชะลอตัว เนื่องจากราคาสินค้าสำคัญหลายรายการมีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงที่ส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อเงินเฟ้อ ประกอบกับฐานราคาปี 2565 อยู่ระดับสูง และมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐที่มีอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การส่งออกของไทยที่ชะลอตัว และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อาจจะส่งผลให้กำลังซื้อของภาคธุรกิจและประชาชนลดลง ซึ่งมีส่วนทำให้อัตราเงินเฟ้อชะลอตัว 

 

อย่างไรก็ตาม ค่าไฟฟ้าและก๊าซหุงต้มที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมทั้งการขาดแคลนแรงงาน ยังคงเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้นทุนอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ เศรษฐกิจของไทยที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเทศกาลสงกรานต์ วันหยุดยาว และการหาเสียงของพรรคการเมือง ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีมากขึ้น และจะส่งผลต่ออุปสงค์โดยรวม ราคาสินค้าและบริการตามลำดับ ซึ่งจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป 

 

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับตัวเลขคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2566 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน จากระหว่าง 2.0-3.0% (ค่ากลาง 2.5%) เป็นระหว่าง 1.7-2.7% (ค่ากลาง 2.2%) และหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจะมีการทบทวนอีกครั้ง

 

“ในภาพรวมเรามองว่าเงินเฟ้อกำลังอยู่ในช่วงขาลง และจะทยอยลดลงต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยเงินเฟ้อในไตรมาส 2 น่าจะอยู่ที่ 2% นิดๆ ยกเว้นเดือนเมษายนที่จะมีเงินไหลเข้าสู่ระบบมากขึ้นในช่วงเทศกาลเลือกตั้ง แต่ก็ยังไม่ถึง 3% อยู่ดี ส่วนช่วงครึ่งปีหลังเงินเฟ้อจะมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1% กว่าๆ ทำให้โดยรวมเรามองว่าเงินเฟ้อในปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 2.2%” วิชานันระบุ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

The post ‘พาณิชย์’ หั่นคาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้เหลือ 2.2% หลังตัวเลขเดือน มี.ค. โตแค่ 2.83% ชะลอตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 แตะระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘พาณิชย์’ เผยเงินเฟ้อเดือน ม.ค. ขยายตัว 5.02% ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือน คาดทั้งปีกลับเข้ากรอบเป้าหมายได้ที่ระดับ 2-3% https://thestandard.co/moc-reveals-inflation-expands/ Mon, 06 Feb 2023 05:02:47 +0000 https://thestandard.co/?p=746423 พาณิชย์เผยเงินเฟ้อขยายตัว

กระทรวงพาณิชย์เผยเงินเฟ้อเดือนมกราคมขยายตัว 5.02% ลดลงส […]

The post ‘พาณิชย์’ เผยเงินเฟ้อเดือน ม.ค. ขยายตัว 5.02% ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือน คาดทั้งปีกลับเข้ากรอบเป้าหมายได้ที่ระดับ 2-3% appeared first on THE STANDARD.

]]>
พาณิชย์เผยเงินเฟ้อขยายตัว

กระทรวงพาณิชย์เผยเงินเฟ้อเดือนมกราคมขยายตัว 5.02% ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือน ตามการชะลอตัวของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานและอาหาร ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 3.04% ต่ำลงเล็กน้อย โดยคาดว่าภาพรวมเงินเฟ้อทั้งปีจะอยู่ที่ 2-3%

 

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคของไทยเดือนมกราคม 2566 เท่ากับ 108.18 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเท่ากับ 103.01 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 5.02% (YoY) ชะลอตัวจากเดือนธันวาคม 2565 ที่สูงขึ้น 5.89% อยู่ระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือน ตามการชะลอตัวของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานและอาหาร ขณะที่อุปสงค์ในประเทศปรับตัวดีขึ้นจากภาคการท่องเที่ยว เทศกาลปีใหม่ และตรุษจีน ส่งผลให้การใช้จ่ายคึกคักกว่าปีที่ผ่านมา 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


เมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อต่างประเทศ (ข้อมูลล่าสุดเดือนธันวาคม 2565) พบว่า อัตราเงินเฟ้อของไทยอยู่ในระดับที่ดีกว่าหลายเขตเศรษฐกิจ เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร อิตาลี และเม็กซิโก รวมถึงประเทศในอาเซียน ลาว ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ โดยเงินเฟ้อไทยต่ำเป็นอันดับที่ 32 จาก 129 เขตเศรษฐกิจที่มีการประกาศตัวเลข ส่วนอัตราเงินเฟ้อไทยเฉลี่ยทั้งปี 2565 สูงขึ้น 6.08% (AoA) ต่ำเป็นอันดับที่ 33 จาก 129 เขตเศรษฐกิจที่มีการประกาศตัวเลข 

 

วิชานัน นิวาตจินดา รองผู้อำนวยการ สนค. ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในเดือนมกราคมเป็นผลมาจากราคาสินค้าในหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ที่ปรับสูงขึ้น 7.70% (YoY) (เดือนธันวาคม 2565 สูงขึ้น 8.87%) โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป (กับข้าวสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง/ข้าวกล่อง อาหารเช้า) ผักและผลไม้สด (ต้นหอม มะเขือ ผักบุ้ง แตงโม ส้มเขียวหวาน มะม่วง) ข้าวสาร และไข่ไก่ 

 

โดยสาเหตุสำคัญยังคงเป็นต้นทุนที่อยู่ระดับสูง และอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลและวันหยุดยาว ตามสถานการณ์เศรษฐกิจของไทยที่ปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ สำหรับสินค้าที่ราคาลดลง อาทิ เนื้อสุกร จากปริมาณที่มีเพียงพอต่อความต้องการ ผักสดและผลไม้บางชนิด (ขิง ถั่วฝักยาว พริกสด แครอต ทุเรียน) 

 

ขณะที่สินค้าในหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ราคาปรับสูงขึ้น 3.18% (YoY) (เดือนธันวาคม 2565 สูงขึ้น 3.87%) ตามราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นทุกประเภท ค่าไฟฟ้า และก๊าซหุงต้ม รวมทั้งค่าโดยสารสาธารณะ (รถเมล์เล็ก/รถสองแถว รถแท็กซี่ เครื่องบิน)

 

เช่นเดียวกับ วัสดุก่อสร้าง ค่าแรงช่าง ค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล (สบู่ถูตัว ยาสีฟัน ค่าแต่งผมชาย) สิ่งที่เกี่ยวกับทำความสะอาด (น้ำยาล้างจาน น้ำยาปรับผ้านุ่ม ผงซักฟอก) ที่มีราคาสูงขึ้น 

 

สำหรับสินค้าที่ปรับลดลง อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า (เครื่องรับโทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า) เสื้อและกางเกง ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว แป้งผัดหน้า ผ้าอ้อมสำเร็จรูป และค่าสมาชิกเคเบิลทีวี 

 

ด้านเงินเฟ้อพื้นฐาน เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก สูงขึ้น 3.04% (YoY) ชะลอตัวเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่สูงขึ้น 3.23% (YoY) ตามต้นทุนการผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูง 

 

ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคในเดือนนี้ เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สูงขึ้น 0.30% (MoM) ตามการสูงขึ้นของสินค้าในหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม 0.41% สาเหตุสำคัญมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้ค่าโดยสารสาธารณะปรับสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าสำคัญหลายรายการที่ราคาลดลง อาทิ สิ่งที่เกี่ยวกับทำความสะอาด (น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก) เสื้อผ้าบุรุษและสตรี ตู้เย็น และหม้อหุงข้าวไฟฟ้า 

 

ขณะที่หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 0.13% อาทิ ผลไม้สด (ส้มเขียวหวาน องุ่น มะม่วง) จากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาล และไข่ไก่ เนื่องจากปริมาณมีไม่มากนัก สำหรับสินค้าที่ราคาลดลง อาทิ ผักสด (ผักบุ้ง ผักชี ต้นหอม) เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวยทำให้ผลผลิตกลับเข้ามาสู่ภาวะปกติ ข้าวสารเจ้าและข้าวสารเหนียว เนื่องจากการจัดโปรโมชัน น้ำมันพืชปรับลดลงตามราคาปาล์มดิบ และซอสหอยนางรมปรับลดลงตามโปรโมชัน

 

สนค. ประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ว่าจะขยายตัวในอัตราที่ลดลง ปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อขยายตัวยังคงเป็นราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าไฟฟ้า และก๊าซหุงต้ม ที่ส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อเงินเฟ้อ และราคาสินค้าในกลุ่มอาหารที่ปรับสูงขึ้นตามต้นทุนการผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูง เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งค่าวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และค่าจ้างแรงงาน ประกอบกับอุปสงค์ในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นจากภาคการท่องเที่ยว และนโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ 

 

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัว ซึ่งจะทำให้ความต้องการบริโภคโดยรวมและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงชะลอตัว และเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจะส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าของไทยลดลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่กดดันให้อัตราเงินเฟ้อของไทยไม่สูงมากนัก

 

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2566 อยู่ระหว่าง 2.0-3.0 หรือมีค่ากลางที่ 2.5% ซึ่งเป็นอัตราที่สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจของไทย และหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จะมีการทบทวนอีกครั้ง

The post ‘พาณิชย์’ เผยเงินเฟ้อเดือน ม.ค. ขยายตัว 5.02% ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือน คาดทั้งปีกลับเข้ากรอบเป้าหมายได้ที่ระดับ 2-3% appeared first on THE STANDARD.

]]>
พาณิชย์เผยเงินเฟ้อ มิ.ย. 64 เพิ่มขึ้น 1.25% ผลจากราคาน้ำมัน-อาหารสด คาดทั้งปียังอยู่ในกรอบ 0.7-1.7% ด้านนักเศรษฐศาสตร์ชี้เงินเฟ้อที่ชะลอลงจากเดือนก่อนสะท้อนอุปสงค์ที่อ่อนแอ https://thestandard.co/commerce-reveals-june-inflation-rose/ Mon, 05 Jul 2021 05:51:10 +0000 https://thestandard.co/?p=508355 เงินเฟ้อ

กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อท […]

The post พาณิชย์เผยเงินเฟ้อ มิ.ย. 64 เพิ่มขึ้น 1.25% ผลจากราคาน้ำมัน-อาหารสด คาดทั้งปียังอยู่ในกรอบ 0.7-1.7% ด้านนักเศรษฐศาสตร์ชี้เงินเฟ้อที่ชะลอลงจากเดือนก่อนสะท้อนอุปสงค์ที่อ่อนแอ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินเฟ้อ

กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนมิถุนายน 2564 ปรับตัวสูงขึ้น 1.25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ชะลอตัวลงจาก 2.44% ในเดือนก่อนหน้า เป็นผลจากการสูงขึ้นของสินค้าในกลุ่มพลังงานที่ขยายตัว 8.95% และการสูงขึ้นของอาหารสดบางประเภท โดยเฉพาะเนื้อสุกร ไข่ไก่ ผลไม้สด และน้ำมันพืช

 

ขณะที่มาตรการลดค่าครองชีพของภาครัฐ โดยเฉพาะการลดค่าไฟฟ้าและน้ำประปาและการลดลงของอาหารสดบางประเภท โดยเฉพาะข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว และผักสด เป็นปัจจัยทอนที่ส่งผลให้เงินเฟ้อในเดือนนี้ชะลอตัว สำหรับสินค้าในหมวดอื่นๆ ยังเคลื่อนไหวในทิศทางปกติ สอดคล้องกับปริมาณผลผลิตและความต้องการในช่วงสถานการณ์ที่ยังมีการระบาดของโควิด 

 

ด้านเงินเฟ้อพื้นฐาน (เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออกแล้ว) ขยายตัวร้อยละ 0.52% จากปีก่อนหน้า และปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากเดือนก่อนที่ขยายตัว 0.49% ดัชนีราคาผู้บริโภคเมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2564 สูงขึ้น 0.38% (MoM) เฉลี่ยไตรมาส 2/64 สูงขึ้น 2.36% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สูงขึ้น 0.74% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเฉลี่ย 6 เดือน (มกราคม- มิถุนายน) ปี 2564 สูงขึ้น 0.89% (AoA)

 

วิชานัน นิวาตจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การขยายตัวของเงินเฟ้อในเดือนนี้ นอกจากปัจจัยด้านพลังงานและอาหารสดบางชนิดแล้ว ยังมีสัญญาณที่ชี้ว่าความต้องการสินค้าหลายชนิดเริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออกและนำเข้า เช่น ผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ สอดคล้องกับการปรับตัวดีขึ้นของเครื่องชี้วัดเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ดัชนีราคาผู้ผลิต มูลค่าการส่งออก อัตราการใช้กำลังการผลิต ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้า และยอดจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์และรถจักรยานยนต์ ขณะที่รายได้เกษตรกรก็ยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องตามราคาสินค้าเกษตรสำคัญหลายชนิด         

           

สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 สนค. ประเมินว่า จะยังคงได้รับอิทธิพลจากราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกมีสัญญาณฟื้นตัวในหลายประเทศ ส่งผลดีต่อการส่งออกและภาคการผลิตที่ต่อเนื่องกับการส่งออก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปียังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง 

 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โควิดในประเทศจะยังเป็นข้อจำกัดที่ชะลอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลต่อรายได้และการบริโภคโดยรวม ประกอบกับโอกาสที่ภาครัฐจะมีการใช้หรือขยายมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐอีกครั้ง โดยเฉพาะการลดค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา ทำให้อัตราการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อดังกล่าวจะเคลื่อนไหวในกรอบที่จำกัด และไม่เกินกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 1-3%

 

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับสมมติฐานการประมาณการเงินเฟ้อเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยราคาน้ำมันดิบดูไบจะเคลื่อนไหวในช่วง 60-70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยนจะเคลื่อนไหวในช่วง 30-32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (GDP) จะอยู่ที่ 1.5- 2.5% โดยคาดว่าเงินเฟ้อทั้งปี 2564 จะอยู่ในกรอบ 0.7-1.7% (ค่ากลางอยู่ที่ +1.2) ซึ่งเป็นอัตราที่น่าจะช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง 

 

นักเศรษฐศาสตร์ชี้ เงินเฟ้อที่ชะลอลงจากเดือนก่อนสะท้อนอุปสงค์ที่อ่อนแอ

 

อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจะปรับตัวสูงขึ้นไปในทิศทางเดียวกับประเทศอื่นๆ แต่หากดูในรายละเอียดแล้วจะเห็นความแตกต่าง โดยเฉพาะกิจกรรมทางเศรษฐกิจหรือ Demand Pull ที่ยังอ่อนแอ ซึ่งสะท้อนจากเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้า

 

อมรเทพกล่าวอีกว่า เงินเฟ้อที่ปรับเพิ่มขึ้นในประเทศอื่น เช่น สหรัฐฯ จะเป็นผลมาจากทั้ง Supply Push เช่น ราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น และ Demamd Pull เช่น การว่างงานที่ลดลง แต่ของไทยยังเป็นผลมาจากราคาพลังงานเป็นหลัก เพราะฝั่ง Demamd ยังอ่อนแอจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังไม่กลับมา และคาดว่าจะอยู่ในสภาวะเช่นนี้ไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะดีขึ้น ทำให้ทั้งปีไม่น่าจะเห็นเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นแรงหรือ High Inflation จนทำให้ทางการต้องใช้นโยบายการเงินแทรกแซง

 

“ตัวเลขเงินเฟ้อของไทยยังไม่สะท้อนภาพที่แท้จริง ซึ่งโดยปกติเมื่อเกิด Supply Push ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น ราคาสินค้าและบริการจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ทำให้ผู้ประกอบการยังไม่สามารถผลักภาระดังกล่าวไปให้ผู้บริโภคได้เต็มที่ ต้องยอมเฉือดเนื้อลด Margin ของกำไรลงมา อย่างไรก็ดี มองว่าเงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีหลังยังมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นอีกตามราคาพลังงาน โดยอยู่ในกรอบ 1.5-2%” อมรเทพกล่าว

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post พาณิชย์เผยเงินเฟ้อ มิ.ย. 64 เพิ่มขึ้น 1.25% ผลจากราคาน้ำมัน-อาหารสด คาดทั้งปียังอยู่ในกรอบ 0.7-1.7% ด้านนักเศรษฐศาสตร์ชี้เงินเฟ้อที่ชะลอลงจากเดือนก่อนสะท้อนอุปสงค์ที่อ่อนแอ appeared first on THE STANDARD.

]]>