วันสตรีสากล Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/วันสตรีสากล/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 02 May 2026 11:16:33 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) “บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด” ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติสตรีนักบริหารดีเด่น เนื่องในวันสตรีสากลประจำปี 2569 รางวัลที่ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการบริหารงานด้วยหัวใจ เพื่อส่งต่อรสชาติไทยที่ได้รับความไว้วางใจในระดับสากล https://thestandard.co/maepranom-ceo-women-leader-award/ Thu, 02 Apr 2026 07:18:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1193468 นางศิริพร แดงสุภา CEO บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด กำลังรับรางวัลสตรีนักบริหารดีเด่น

  วันที่ 6 มีนาคม 2569 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมน […]

The post ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) “บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด” ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติสตรีนักบริหารดีเด่น เนื่องในวันสตรีสากลประจำปี 2569 รางวัลที่ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการบริหารงานด้วยหัวใจ เพื่อส่งต่อรสชาติไทยที่ได้รับความไว้วางใจในระดับสากล appeared first on THE STANDARD.

]]>
นางศิริพร แดงสุภา CEO บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด กำลังรับรางวัลสตรีนักบริหารดีเด่น

นางศิริพร แดงสุภา CEO บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด กำลังรับรางวัลสตรีนักบริหารดีเด่น 1นางศิริพร แดงสุภา CEO บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด กำลังรับรางวัลสตรีนักบริหารดีเด่น 2

 

วันที่ 6 มีนาคม 2569 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล สตรีทำงานดีเด่น ประจำปี 2569 ซึ่งจัดโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล เพื่อเชิดชูสตรีผู้มีผลงานโดดเด่นทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยพลังสตรี” โดยในปีนี้ นางศิริพร แดงสุภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด ได้รับรางวัล “สตรีนักบริหารดีเด่น สาขาผู้บริหารภาคเอกชน (กิจการขนาดกลาง)”

 

นางศิริพร แดงสุภา CEO บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด กำลังรับรางวัลสตรีนักบริหารดีเด่น 3นางศิริพร แดงสุภา CEO บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด กำลังรับรางวัลสตรีนักบริหารดีเด่น 4นางศิริพร แดงสุภา CEO บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด กำลังรับรางวัลสตรีนักบริหารดีเด่น 5

 

นางศิริพรฯ กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับ คุณภาพและความสะอาดในทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ไปจนถึงกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ตราแม่ประนอมมีคุณภาพและความสะอาด พร้อมยึดมั่นนโยบาย ไม่ใส่สี ไม่ใส่ผงชูรส และไม่ใส่วัตถุกันเสีย ซึ่งเป็นแนวทางที่บริษัทดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่า 60 ปี โดยบริษัทฯ ยังดำเนินธุรกิจภายใต้แนวทางของกระทรวงแรงงาน พร้อมส่งเสริมสิทธิแรงงาน และให้ความสำคัญกับบุคลากรในองค์กร ภายใต้แนวคิด “พนักงานคือสมาชิกในครอบครัว” ซึ่งสืบทอดจากคุณศิริชัย และคุณแม่ประนอม แดงสุภา ผู้ก่อตั้งกิจการ ที่วางรากฐานให้ทุกคนทำงานร่วมกันด้วยความเข้าใจและความผูกพัน การได้รับรางวัลครั้งนี้จึงไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จของผู้บริหาร แต่ยังเป็นความภาคภูมิใจของพนักงานทุกคน และเป็นกำลังใจสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารไทยให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่ดียิ่งขึ้นต่อไป

 

นางศิริพร แดงสุภา CEO บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด กำลังรับรางวัลสตรีนักบริหารดีเด่น 6นางศิริพร แดงสุภา CEO บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด กำลังรับรางวัลสตรีนักบริหารดีเด่น 7

 

หลักสำคัญในการบริหารงานที่ทำให้ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ได้แก่

 

1. การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล ยกระดับมาตรฐานสู่สากล

 

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ควบคู่กับคุณภาพและความรับผิดชอบต่อสังคม โดยได้รับการรับรอง มาตรฐานแรงงานไทย (มรท. 8001-2563) รวมถึงมาตรฐานต่างๆ เช่น SMETA SEDEX, GHP, HACCP, ISO 9001, BRC, FSSC 22000, HALAL, HALAL Indonesia และ Green Industry อีกทั้งยังมีนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนและการป้องกันการคุกคามทางเพศ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและเท่าเทียม

 

2. ดูแลพนักงานดุจครอบครัว ภายใต้แนวคิด Happy Workplace

 

บริษัทฯ เชื่อว่าความสุขของพนักงานคือพื้นฐานของคุณภาพสินค้าและการเติบโตอย่างยั่งยืน จึงนำแนวคิด Happy 8 มาใช้ในการดูแลพนักงาน พร้อมดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิดองค์กรสีเขียว เพื่อลดการใช้พลังงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

 

นางศิริพร แดงสุภา CEO บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด กำลังรับรางวัลสตรีนักบริหารดีเด่น 8นางศิริพร แดงสุภา CEO บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด กำลังรับรางวัลสตรีนักบริหารดีเด่น 9

 

คุณแม่ประนอม แดงสุภา ในฐานะผู้ก่อตั้งได้กล่าวชื่นชมนางศิริพรฯ ด้วยความภูมิใจว่า

 

“ดิฉันภูมิใจที่ลูกตั้งใจสานต่อธุรกิจของครอบครัว ทำให้เติบโต มีลูกค้าทั้งในและต่างประเทศมากมาย การที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ ถือว่าเป็นรางวัลสำหรับครอบครัวของเราทุกๆ คน ซึ่งดิฉันเชื่อมั่นว่า ลูกจะสามารถนำพาบริษัทฯ เติบโตไปได้อีกยาวไกล”

The post ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) “บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด” ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติสตรีนักบริหารดีเด่น เนื่องในวันสตรีสากลประจำปี 2569 รางวัลที่ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการบริหารงานด้วยหัวใจ เพื่อส่งต่อรสชาติไทยที่ได้รับความไว้วางใจในระดับสากล appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP PULSE: สำรวจปรากฏการณ์ ‘พลังหญิง’ ที่กำลังขับเคลื่อนโลกดนตรียุคใหม่ https://thestandard.co/women-power-music-new-era/ Sun, 08 Mar 2026 10:00:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1185430 ภาพประกอบแสดงศิลปินหญิงระดับโลกและไทยที่กำลังขับเคลื่อนวงการดนตรี

หลายปีที่ผ่านมานี้ พื้นที่ของวงการดนตรีเปลี่ยนไปอย่างเห […]

The post POP PULSE: สำรวจปรากฏการณ์ ‘พลังหญิง’ ที่กำลังขับเคลื่อนโลกดนตรียุคใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแสดงศิลปินหญิงระดับโลกและไทยที่กำลังขับเคลื่อนวงการดนตรี

หลายปีที่ผ่านมานี้ พื้นที่ของวงการดนตรีเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เมื่อศิลปินหญิงไม่ได้ทำแค่เพียงการสร้างสรรค์ผลงานเพลง แต่พวกเธอคือคนรันวงการและสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ ให้กับโลกดนตรี ในขณะเดียวกัน พวกเธอก็ทำให้โลกรู้ว่าอุตสาหกรรมดนตรีที่สมบูรณ์แบบนั้นขาดเสียงของพวกเธอไม่ได้

 

ไม่ว่าจะเป็น Sabrina Carpenter ที่แจ้งเกิดอย่างก้าวกระโดดกับ Short n’ Sweet ขณะที่บางคนกลับมาทวงบัลลังก์อย่างสมศักดิ์ศรีจนเกิดเป็นปรากฏการณ์ในโลกป๊อปคัลเจอร์ ทั้งความแสบซ่าแบบฉบับ Brat Summer จาก Charli XCX หรือไวรัลเพลงของ Zara Larsson ที่กลับมาฮิตติดเทรนด์จนเธอสามารถกระแสครั้งใหม่ให้ตัวเองได้สำเร็จ

 

Taylor Swift ก็สร้างตำนานบทใหม่ด้วย The Life of a Showgirl และป๊อปไอคอนอย่าง Lady Gaga ที่คัมแบ็กพร้อมกับอัลบั้ม Mayhem ก็ยังคงพิสูจน์ให้เห็นว่าพลังของพวกเธอยังคงเข้มข้นและทรงพลังไม่เคยเปลี่ยน

 

นอกเหนือไปจากศิลปินหญิงที่คุ้นหน้ากันดีอยู่แล้ว ดาวดวงใหม่ก็ปรากฏขึ้นเพื่อเติมเต็มสีสันให้วงการ ไม่ว่าจะเป็น Chappell Roan กับสไตล์เพลงและแฟชั่นที่จัดจ้านเฉพาะตัว RAYE ที่นำพากลิ่นอายวินเทจและความเป็นแจ๊ส-ป๊อปให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ส่วน Laufey ก็ทำให้คนรุ่นใหม่ตกหลุมรักเพลงแจ๊ส และเจ้าของรางวัล Grammy สาขา Best New Artist คนล่าสุดอย่าง Olivia Dean ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเสน่ห์และเสียงร้องของเธอคว้าหัวใจแฟนเพลงไปได้แบบทั้งใจ

 

เช่นเดียวกับ ROSÉ ที่สร้างตำนานครั้งสำคัญในฐานะศิลปินเดี่ยวเคป๊อปที่มีชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy และกลายเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจที่พิสูจน์ให้เห็นว่าพลังหญิงในอุตสาหกรรมดนตรีโลกนั้นแข็งแกร่งกว่าที่เคย

 

แม้แต่ในบ้านเรา แรปเปอร์ตัวจี๊ด MILLI หรือเกิร์ลกรุ๊ป 4EVE ก็พิสูจน์ตัวเองด้วยการเปิดตัวในวงการดนตรีระดับสากลอย่างเต็มภาคภูมิ ส่วนเทรนด์ฮิตในปีนี้ยังมีความหลากหลาย โดยเฉพาะกระแสเพลงลูกทุ่งและความเป็นไทย เพราะคงไม่มีใครไม่เคยได้ยินเพลง ‘แก้บน’ ของ ก้านตอง ทุ่งเงิน ที่กลายเป็นไวรัลไปทั่ว หรือเทรนด์เพลง BANGKOK CITY ของ KT KRATAE ที่สร้างปรากฏการณ์สวมใส่ชุดไทยประยุกต์ทั่วประเทศ

 

ตลอดปีที่ผ่านมา ศิลปินหญิงทั่วโลกต่างมุ่งมั่นแผ้วถางเส้นทางของตัวเอง จนไม่มีช่วงเวลาไหนจะเหมาะสมไปกว่าตอนนี้ที่จะประกาศว่า พวกเธอพร้อมแล้วที่จะสวมมงกุฎและเฉิดฉายอย่างเจิดจรัส และเนื่องในโอกาสวันสตรีสากล THE STANDARD POP จึงอยากชวนแฟนเพลงมาสำรวจปรากฏการณ์ที่พวกเธอกำลังสร้างในหน้าประวัติศาสตร์ดนตรีโลก พร้อมแล้วมาอ่านกันได้เลย

 

Chappell Roan & Sabrina Carpenter / Instagram

 

เมื่อผู้หญิงกลับมาครองบัลลังก์ในโลกดนตรีป๊อป

 

เว็บไซต์รวบรวมข้อมูลดนตรี Luminate Data เคยเปิดเผยรายงานในช่วงวันสตรีสากลเมื่อปี 2025 ที่ระบุว่า ผู้ฟังในสหรัฐอเมริกาฟังเพลงของศิลปินป๊อปหญิงเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม 4 เท่าในช่วงระยะเวลาปี 2020-2024 ซึ่งความสำเร็จเหล่านี้ไม่ได้มาแค่จากผลงานเพลงของศิลปินเบอร์ใหญ่อย่าง Taylor Swift เท่านั้น แต่ยังมีแรงส่งจากป๊อปไอคอนขวัญใจคนรุ่นใหม่อย่าง Chappell Roan และ Sabrina Carpenter อีกด้วย

 

ไม่เพียงเท่านั้น นับตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา ศิลปินที่ครองรางวัล GRAMMY ก็เป็นผู้หญิงมาโดยตลอด ไล่เรียงตั้งแต่ Billie Eilish, Megan Thee Stallion, Olivia Rodrigo, Samara Joy, Victoria Monét, Chappell Roan และในปีล่าสุดก็ตกเป็นของนักร้องหญิงผู้ครบเครื่องเรื่องเสียงและสไตล์อย่าง Olivia Dean 

 

ในทางเดียวกัน ศิลปินหญิงมากหน้าหลายตาปรากฏอยู่ทั้งบนชาร์ตเพลงหรือโซเชียลมีเดียยุคนี้กันอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็นนักร้องสายโวคัลคลาสสิกอย่าง RAYE, แดนซ์ควีนอย่าง Addison Rae และ Tate McRae, เกิร์ลกรุ๊ปมาแรงแบบ KATSEYE รวมทั้งฟรอนต์เกิร์ลสุดเท่อย่าง María Zardoya แห่งวง The Marias 

 

สิ่งที่น่าสนใจอีกหนึ่งอย่างก็คือในรายงานระบุข้อมูลรายปีของ Luminate Data เปิดเผยว่าเพลงที่ติด Global Top 10 ของเพลงยอดนิยมระดับโลกประจำปี 2025 นั้นเป็นเพลงของศิลปินหญิง (หรือผู้หญิงมีส่วนร่วมในการร้อง) ถึง 6 เพลง อาทิ Die With A Smile ของ Lady Gaga และ Bruno Mars, Golden จาก HUNTR/X, APT. ของ ROSÉ และ Bruno Mars, BIRDS OF A FEATHER ของ Billie Eilish, luther ของ SZA และ Kendrick Lamar รวมทั้ง That’s So True จาก Gracie Abrams ในขณะที่ผลงานยอดนิยมและขายดีที่สุดแห่งปีก็เป็นของ Taylor Swift กับอัลบั้ม The Life of a Showgirl ซึ่งทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่านี่คือยุคทองของเหล่าศิลปินหญิงอย่างแท้จริง

 

Olivia

 

โลกทั้งใบหมุนไปตามเหล่า Pop Girls

 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเทรนด์ป๊อปคัลเจอร์ตลอดปีที่ผ่านมา ถูกขับเคลื่อนด้วยพลังของเหล่าสาวๆ ในวงการเพลงป๊อปอย่างแท้จริง เริ่มต้นจากปรากฏการณ์ Brat Summer ของ Charli XCX ที่ปลุกกระแสให้ชาว Gen Z ลุกขึ้นมาแต่งตัวด้วยลุคสุดมั่นและกล้าที่จะท้าทายกฎเกณฑ์เดิมๆ ของสังคม

 

หรือจะเป็นไวรัล ‘มีมปลาโลมา’ ในเพลง Symphony ที่ส่งผลให้เพลงฮิตในอดีตของ Zara Larsson กลับมาแมสอีกครั้งอย่างเหลือเชื่อในปี 2026 จนเธอถือโอกาสรีแบรนด์ตัวเองใหม่ในลุค Malibu Barbie ที่เน้นเสื้อผ้าสีสันสดใสปนระยิบระยับแบบไม่เกรงใจใครจนกลายเป็นเทรนด์แฟชั่นที่ฮอตติดลมบนสุดๆ ขณะที่เพลงในตำนานอย่าง Lush Life ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระแส 2016 is back ที่พาทุกคนย้อนวันวานกลับไปหาความสนุกในยุคนั้นอีกครั้ง

 

หรือถ้าหากใครมีโอกาสได้ไปคอนเสิร์ตของ Gracie Abrams และเป็นแฟนเพลงของ Laufey ก็จะเห็นแฟชั่นผูกโบว์หรือเสื้อผ้าสไตล์ Coquette เพราะศิลปินหญิงทั้งสองคนนี้มักจะผูกโบว์หรือสวมใส่เสื้อผ้าที่มีความเฟมินีนอ่อนหวานเหมือนกับเสียงดนตรีของพวกเธอ ดังนั้นก็เป็นเรื่องน่าสนใจว่าเร็วๆ นี้จะมีใครกันที่มาสร้างเทรนด์ใหม่ในโลกป๊อปคัลเจอร์ ไม่แน่ว่าอาจจะเป็น PinkPantheress ที่ตอกย้ำความเป็น Y2K, Lola Young กับแฟชั่นแนวขบถและดูทรงพลัง หรืออาจจะกลับไปยุค 60 อีกครั้งกับ Sienna Spiro ก็เป็นได้

 

Zara Larsson / X

Zara Larsson / X 

 

เสียงที่ไม่ได้มีแค่เพื่อร้องเพลง แต่มีเพื่อเปลี่ยนแปลง

 

Olivia Dean เคยให้สัมภาษณ์กับ NME เมื่อปี 2021 ในเซสชันวันสตรีสากล Girls To The Front ว่า การเป็นผู้หญิงในวงการนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะอุตสาหกรรมดนตรีเป็นพื้นที่ของคลับชายล้วน​​ (Boys Club) โดยช่วงแรกที่เธอเล่นคอนเสิร์ต เธอเคยถูกทีมงานผู้ชายคุกคามแต่ตอนนั้นยังไม่กล้าโต้ตอบ แต่วันนี้เธอเติบโตขึ้นและเธอเรียนรู้ที่จะปฏิเสธเพื่อปกป้องตัวเองได้แล้ว ซึ่งการยืนหยัดเพื่อตัวเองเช่นนี้ก็ทำให้เธอเลือกเขียนเพลงที่สนับสนุนพลังหญิงในมุมมองที่นุ่มนวลแต่ยังแข็งแกร่งและรักตัวเองเช่นกัน

 

ส่วนศิลปินหญิงอย่าง RAYE กลายเป็นสัญลักษณ์ของศิลปินที่กล้าจะสู้เพื่อตัวเอง เพราะเธอประสบความสำเร็จหลังจากออกจากค่ายเดิมที่เคยเอาเปรียบ และปัจจุบันนี้เธอยังคงต่อสู้เพื่อสิทธิของนักแต่งเพลงในเรื่องค่าตอบแทนที่เป็นธรรมและโปร่งใส เช่นเดียวกันกับ Chappell Roan ที่เธอเรียกร้องให้ค่ายเพลงยุคนี้สนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ในสังกัดที่กำลังสร้างเส้นทางดนตรีของพวกเขาเอง ควบคู่ไปกับการผลักดันและขับเคลื่อนสิทธิของ LGBTQIA+ 

 

นักร้องเจ้าของเพลงฮิต Folded อย่าง Kehlani ก็ยังคงพูดถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมทางเพศมาโดยตลอด สิ่งเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่ตอกย้ำอย่างชัดเจนว่าเสียงของศิลปินหญิงเหล่านี้มีคุณค่า เพราะพวกเธอไม่ได้มีเสียงแค่เพื่อร้องเพลงให้ไพเราะจับใจ แต่ยังใช้เสียงสร้างพลังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและทำให้คนรุ่นหลังไม่ต้องเจออะไรแบบที่พวกเธอเคยเจออีก

 

RAYE & Laufey / Instagram

RAYE & Laufey / Instagram

 

พลังของศิลปินหญิงเอเชียบนเวทีโลก

 

สำหรับปีที่ผ่านมาต้องบอกว่าศิลปินเอเชียสามารถปักหมุดบนแผนที่ฝั่งตะวันตกได้อย่างยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะกับเพลง Golden จากแอนิเมชัน KPop Demon Hunters ที่กลายเป็นเพลงฮิตไวรัลไปทั่วโลก พร้อมคว้ารางวัล Grammy สาขา Best Song Written for Visual Media และแจ้งเกิดให้กับ 3 สาว EJAE, Audrey Nuna และ Rei Ami ตลอดจนกระแสความนิยมเพลง Strategy ของ TWICE ที่เป็นส่วนหนึ่งในเพลงประกอบแอนิเมชันเรื่องนี้ด้วย

 

ศิลปินหญิงขวัญใจแฟนๆ อย่าง ROSÉ ก็สร้างตำนานเป็นศิลปินเดี่ยวจากวงการเคป๊อปที่เข้าชิง Grammy ซึ่งแม้เธอจะพลาดรางวัลไปอย่างน่าเสียดาย แต่ก็เป็นที่ประจักษ์ว่าใครๆ ก็ร้องเพลง APT. ได้ทั่วบ้านทั่วเมือง และอัลบั้ม rosie ที่เปรียบเป็นสมุดบันทึกเรื่องราวความรู้สึกของเธอก็จับใจผู้ฟังไปทั่วโลกเช่นเดียวกัน

 

ภาพประกอบแสดงศิลปินหญิงระดับโลกและไทยที่กำลังขับเคลื่อนวงการดนตรี 5

 

ไม่ใช่แค่เพียงศิลปินเคป๊อปเท่านั้นที่แจ้งเกิด แต่ศิลปินจากฝั่งญี่ปุ่นก็เปิดศักราชของพวกเธอเองเช่นกัน โดยในปีที่ผ่านมา XG ยังคงเป็นที่พูดถึงมาโดยตลอด ทั้งในเรื่องดนตรี งานอาร์ต รวมทั้งแฟชั่นอันโฉบเฉี่ยวไม่ซ้ำใคร ส่วนอัลบั้มเต็มชุดแรกอย่าง The Core ก็เปิดตัวในชาร์ต Billboard 200 ไปอย่างสวยงามเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดย Chartmetric ระบุว่าในเดือนนั้นพวกเธอมีผู้ฟังรายเดือนบน Spotify เพิ่มขึ้นอีก 234,590 คน ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้น 2,129.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ

 

ในทางเดียวกัน​ Billboard ก็เคยรายงานเมื่อปี 2025 ว่าศิลปินหญิงน้ำเสียงทรงพลังผู้ลึกลับอย่าง Ado ก็ยังสร้างยอดสตรีมมิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ และแม้ว่าจะไม่เคยมีใครเห็นหน้าของเธอ แต่เวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ต Hibana ก็กลายเป็นหนึ่งในทัวร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศิลปินญี่ปุ่นเช่นกัน

 

XG / X

XG / X

 

ปรากฏการณ์สำคัญจากศิลปินชาวไทย

 

ย้อนกลับมาชมปรากฏการณ์ในบ้านเรากันบ้าง โดยในช่วงปีที่ผ่านมา ศิลปินหญิงจากวงการทีป๊อปหลายคนเริ่มสร้างสปอตไลต์ในวงการดนตรีระดับสากลได้อย่างงดงาม อย่างแรปเปอร์สาวดาวรุ่งอย่าง MILLI ก็ประเดิมเทศกาลดนตรี Coachella มาก่อนใคร ทั้งยังปรากฏตัวในเทศกาลดนตรีระดับโลกอยู่บ่อยๆ และล่าสุดนี้เธอมีผลงานคอลแลบกับศิลปินเอเชียหลายคน ไม่ว่าจะเป็นแรปเปอร์ชาวจีนอย่าง โจวเจิ้นหนาน ในเพลง BBB ทำเพลงกับวงเกิร์ลกรุ๊ปญี่ปุ่น ATARASHIII GAKKO! กับซิงเกิล ARMSTRONG รวมทั้งไปร่วมรายการ Show Me The Money ที่เกาหลีใต้ด้วย

 

เพื่อนร่วมค่าย YUPP Entertainment อีก 2 คนอย่าง GALCHANIE ก็มีเพลงแมสมากมาย ทั้งผลงานเพลงของเธอเองอย่าง Baby Tee ที่ทำให้สาวๆ ใส่เสื้อเบบี้ทีกันถ้วนหน้า รวมทั้งเพลงที่เธอแต่งให้ศิลปินทีป๊อปคนอื่นๆ ก็ฮอตฮิตอีกหลายเพลง ขณะที่ศิลปินสายดีว่าอย่าง Flower.far ก็ปรากฏตัวในรายการเพลง Sing! Asia ที่ประเทศจีน ทั้งยังเป็นไฮไลต์เด่นในเทศกาลดนตรี Bangkok Music City และคงไม่ต้องบอกว่าเพลง SORRY ของ 3 สาว DREAMGALS นั้นแมสขนาดไหนในปีที่ผ่านมา

 

PIMMA - PiXXiE & MILLI / YUPP Entertainment

PIMMA – PiXXiE & MILLI / YUPP Entertainment

 

ฝั่งเกิร์ลกรุ๊ปทีป๊อปก็สร้างปรากฏการณ์อย่างต่อเนื่อง เช่น PiXXiE ที่เพิ่งปิดฉากคอนเสิร์ตของพวกเธอที่อิมแพ็ค อารีน่า พร้อมกับฐานแฟนเพลงมหาศาล ส่วนวง VIIS ก็เป็นไวรัลไปทั่วโลกจากการคัฟเวอร์เพลง เจ็บนิด…นิด และในปีที่ผ่านมาวง 4EVE เพิ่งสร้างตำนานด้วยการไปแสดงคอนเสิร์ตที่โตเกียวโดม ไปโชว์ในอีกหลายประเทศ รวมทั้งมีผลงานเพลงร่วมกับค่ายเพลงผลักดันศิลปินสายเลือดเอเชีย 88Rising อีกหลายซิงเกิล แถมในปีนี้พวกเธอก็จะมีอีกหลายๆ โปรเจกต์ให้แฟนๆ ติดตามกันด้วย

 

และฝั่งดนตรีอินดี้นั้นมีวงดูโอ้ที่ครองใจแฟนเพลงมาโดยตลอดอย่าง LANDOKMAI ที่เสียงหวานๆ ของอูปิมและเสียงกีตาร์อันนุ่มนวลของแอนท์ยังคงฮีลใจผู้ฟังเสมอ เพราะเพลงของพวกเธอเป็นเสียงสะท้อนอารมณ์และความอ่อนไหวในใจของผู้หญิงได้อย่างละเมียดละไมเช่นเดียวกัน

 

 

อีกหนึ่งมูฟเมนต์สุดทรงพลังที่ต้องหยิบยกมาพูดถึงคือความรักในวัฒนธรรมไทยของคนรุ่นใหม่ เพราะไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้เราได้เห็นผู้คนมากมายฟังเพลงลูกทุ่งของ ก้านตอง ทุ่งเงิน กันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเพลง จื่อบ่ กุหลาบ หรือแก้บน ที่ฮิตไปทุกแพลตฟอร์ม ส่วนเทรนด์ Bangkok City ของ KT KRATAE ก็พาเหล่าวัยรุ่นหันมาแต่งตัวใส่ชุดไทยประยุกต์อย่างล้นหลาม เรียกได้ว่าเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

 

ทั้งหมดนี้เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งจากความสำเร็จของศิลปินหญิงในไทยและทั่วโลกเท่านั้น แต่เราเชื่อว่าปีนี้และถัดไปหลังจากนี้ พวกเธอจะสามารถก้าวต่อไปบนเส้นทางดนตรีได้อย่างแข็งแกร่งในแบบของตัวเอง และดนตรีที่สร้างสรรค์ขึ้นจากฝีมือของพวกเธอก็จะเฉิดฉายได้ในโลกดนตรีระดับสากลเช่นกัน

 

อ้างอิง:

The post POP PULSE: สำรวจปรากฏการณ์ ‘พลังหญิง’ ที่กำลังขับเคลื่อนโลกดนตรียุคใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชยิกาเพื่อไทยพร้อมสานต่อนโยบายสตรีจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์-แพทองธาร เพื่อผู้หญิงและทุกเพศสภาพ https://thestandard.co/chayika-pheu-thai-women-policy/ Sun, 08 Mar 2026 04:04:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1185519 ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ แถลงนโยบายสานต่อเพื่อผู้หญิงและทุกเพศสภาพของพรรคเพื่อไทย

วันนี้ (8 มีนาคม) ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ อดีตที่ปรึกษาของร […]

The post ชยิกาเพื่อไทยพร้อมสานต่อนโยบายสตรีจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์-แพทองธาร เพื่อผู้หญิงและทุกเพศสภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ แถลงนโยบายสานต่อเพื่อผู้หญิงและทุกเพศสภาพของพรรคเพื่อไทย

วันนี้ (8 มีนาคม) ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ อดีตที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความสำคัญของวันสตรีสากล และนโยบายสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้หญิงของพรรคเพื่อไทยว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้เห็นความก้าวหน้าของผู้หญิงในหลายด้าน ทั้งโอกาสทางการศึกษา รายได้ สิทธิ และการรวมตัวของเครือข่ายผู้หญิงที่เข้มแข็งมากขึ้น

 

ขณะเดียวกัน โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และความขัดแย้ง ก็ทำให้ปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงและทุกเพศสภาพเปลี่ยนรูปแบบไปเช่นกัน แต่ประเทศไทย ก็มีนโยบายสำคัญที่ช่วยสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้หญิงอย่างเป็นรูปธรรม และนโยบายเหล่านี้ก็เกิดขึ้นจากการทำงานอย่างมุ่งมั่นและต่อเนื่องของรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย

 

ทั้ง “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี” ที่ริเริ่มโดย “รัฐบาลยิ่งลักษณ์” เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของผู้หญิง ด้วยความเชื่อว่า หากผู้หญิงยังไม่สามารถยืนบนลำแข้งของตัวเองได้ ก็ยากที่จะต่อยอดไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านอื่น ๆ กองทุนนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างโอกาส สร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้ผู้หญิงทั่วประเทศ ด้วยงบกองทุนหมุนเวียน จังหวัดละ 100 ล้าน 77 จังหวัด จนมีเครือข่ายกองทุนสตรีฯมากกว่า 14 ล้านคน

 

ถึงวันนี้นโยบายดังกล่าวก็ยังได้รับการสานต่อโดย “รัฐบาลแพทองธาร” ด้วยงบประมาณกองทุนหมุนเวียน 1,500 ล้านบาท พร้อมต่อยอดไปสู่การสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้ผู้หญิงรุ่นใหม่ อย่างโครงการ “Empower Young Women” ที่เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาหญิงได้เรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการ ได้คิดโมเดลธุรกิจ ลงมือทำ และได้เห็นศักยภาพของตัวเองในฐานะพลังสำคัญของเศรษฐกิจและสังคมไทย จึงขอบคุณกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ที่ยังดำเนินนโยบายดีๆ ต่อเนื่องเพื่อผู้หญิง

 

นอกจากนั้น ใน “รัฐบาลยิ่งลักษณ์” ยังได้ริเริ่มแนวคิด “One Stop Crisis Center” หรือ OSCC ที่บูรณาการความช่วยเหลือผู้ถูกกระทำความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และผู้สูงอายุ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การคุ้มครองผู้หญิงต้องไม่ใช่เพียงหลักการที่พูด แต่ต้องเป็นระบบที่เข้าถึงได้จริง ทันท่วงที และเท่าทันกับความรุนแรงในรูปแบบใหม่ๆ

 

ชยิกายังระบุว่า นี่เป็นเพียง 2 นโยบายตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมเพื่อผู้หญิง และเชื่อว่า ภารกิจเพื่อผู้หญิงและทุกเพศสภาพยังไม่จบ เพราะยังมีปัญหาความเหลื่อมล้ำอีกหลายด้านที่ต้องช่วยกันแก้ไข ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย และระบบคุ้มครองที่ต้องทำงานได้จริง

 

ชยิกากล่าวว่า ในฐานะแม่คนหนึ่ง อยากเห็นสังคมที่เปิดโอกาส มีความปลอดภัย และมีความเป็นธรรมมากกว่านี้สำหรับลูกสาวและคนรุ่นต่อไป และในฐานะคนทำงานการเมืองผู้หญิง รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันนโยบายเพื่อผู้หญิงมาตลอด เพราะตนเชื่อเสมอว่า เมื่อผู้หญิงคนหนึ่งได้รับโอกาส โอกาสนั้น จะไม่หยุดอยู่แค่คนคนเดียว แต่จะส่งต่อเป็นพลังใจ เป็นความเข้มแข็ง และเป็นความหวังไปถึงผู้หญิงอีกหลายคน ครอบครัวอีกหลายครอบครัว และสังคมโดยรวม

 

“ดีใจที่เห็นผู้นำและผู้บริหารพรรคเพื่อไทย พร้อมสานต่อภารกิจนี้อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ผู้หญิงและทุกเพศสภาพได้มีโอกาส เติบโตอย่างมั่นคง ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย และได้รับการเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม” ชยิการะบุ

The post ชยิกาเพื่อไทยพร้อมสานต่อนโยบายสตรีจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์-แพทองธาร เพื่อผู้หญิงและทุกเพศสภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคประชาชนแถลงการณ์วันสตรีสากล ชูความเสมอภาคทางเพศ มุ่งหน้าผลักดันกฎหมาย คุ้มครองสิทธิทุกมิติ https://thestandard.co/people-party-women-rights/ Sun, 08 Mar 2026 03:59:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1185516 ภาพการแถลงการณ์ของพรรคประชาชนเนื่องในวันสตรีสากล เน้นย้ำการผลักดันความเสมอภาคทางเพศและสิทธิสตรี

วันนี้ (8 มีนาคม) เนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคม ของทุกปี […]

The post พรรคประชาชนแถลงการณ์วันสตรีสากล ชูความเสมอภาคทางเพศ มุ่งหน้าผลักดันกฎหมาย คุ้มครองสิทธิทุกมิติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพการแถลงการณ์ของพรรคประชาชนเนื่องในวันสตรีสากล เน้นย้ำการผลักดันความเสมอภาคทางเพศและสิทธิสตรี

วันนี้ (8 มีนาคม) เนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคม ของทุกปี พรรคประชาชนได้ออกแถลงการณ์ โดยระบุว่า เพื่อย้ำเตือนถึงการต่อสู้เพื่อสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของผู้หญิงทั่วโลก พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการสร้างสังคมที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยปราศจากข้อจำกัดด้านเพศสภาพ อัตลักษณ์ทางเพศ หรือบทบาททางสังคมที่สืบทอดมาอย่างไม่เป็นธรรม

 

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พรรคประชาชนให้ความสำคัญกับการผลักดันนโยบายและกฎหมายด้านความเสมอภาคทางเพศมาอย่างต่อเนื่อง โดยในสภาชุดที่ 26 ประสบความสำเร็จในการร่วมผลักดันกฎหมายสำคัญหลายฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม ที่คืนสิทธิ์ให้ทุกคู่รักจดทะเบียนสมรสได้อย่างเท่าเทียม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ที่เพิ่มสิทธิลาคลอดจาก 98 วันเป็น 120 วันซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี และ การแก้ไขกฎหมายอาญา ที่มีการปรับนิยามความผิดเกี่ยวกับเพศให้ครอบคลุม พร้อมเพิ่มความคุ้มครองผู้เสียหายในคดีคุกคามทางเพศ เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี

 

สำหรับก้าวต่อไป พรรคประชาชนยืนยันที่จะเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายที่เคยนำเสนอต่อประชาชนในช่วงเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง ทั้ง พ.ร.บ. ขจัดการเลือกปฏิบัติ เพื่อเป็นหลักประกันไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมกับประชาชนคนใด รวมถึงการปรับปรุง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

ในขณะเดียวกัน พรรคยังมีเป้าหมายในการส่งเสริมให้มีตัวแทนผู้หญิงและผู้มีความหลากหลายทางเพศในเวทีการเมืองอย่างแท้จริง โดยกลไกของคณะทำงานเพื่อความเสมอภาคทางเพศในพรรคประชาชน (คสพป.) จะเดินหน้าพัฒนาพรรคให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยทางการเมืองสำหรับทุกคน ผ่านการปรับปรุงระบบรับเรื่องร้องเรียนการคุกคามทางเพศให้มีความเป็นมิตรและคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ร้องเรียน ตลอดจนทบทวนกระบวนการคัดเลือกผู้สมัคร โดยเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามามีส่วนร่วมตัดสินใจในข้อร้องเรียนด้านการคุกคามทางเพศให้มากขึ้น

 

พรรคประชาชนเน้นย้ำในตอนท้ายว่า ความเสมอภาคทางเพศไม่ใช่เพียงประเด็นเฉพาะของผู้หญิง แต่เป็นรากฐานสำคัญของระบอบประชาธิปไตยที่เคารพความเท่าเทียม วันสตรีสากลจึงไม่ควรเป็นเพียงวันแห่งการเฉลิมฉลอง แต่เป็นหมุดหมายสำคัญในการเดินหน้าสร้างการเปลี่ยนแปลง

 

ทั้งนี้ ยืนยันว่าการผลักดันความเสมอภาคทางเพศจะยังคงเป็นเป้าหมายหลักของพรรค ทั้งในด้านนโยบาย การทำงานผ่านระบบรัฐสภา และการพัฒนาวัฒนธรรมทางการเมืองที่เคารพศักดิ์ศรีและสิทธิของทุกคนอย่างแท้จริง

The post พรรคประชาชนแถลงการณ์วันสตรีสากล ชูความเสมอภาคทางเพศ มุ่งหน้าผลักดันกฎหมาย คุ้มครองสิทธิทุกมิติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คุยกับ ‘กานติมา เลอเลิศยุติธรรม’ หญิงแกร่งแห่ง AIS บนเส้นทางสร้างความเท่าเทียมด้วยพลังดิจิทัล [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/kantima-lertlertyuttitham-ais-digital/ Sun, 08 Mar 2026 02:00:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1185143 ภาพ กานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กร AIS

แม้โลกวันนี้จะเปิดกว้างมากขึ้นต่อประเด็นความเท่าเทียม แ […]

The post คุยกับ ‘กานติมา เลอเลิศยุติธรรม’ หญิงแกร่งแห่ง AIS บนเส้นทางสร้างความเท่าเทียมด้วยพลังดิจิทัล [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ กานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กร AIS

แม้โลกวันนี้จะเปิดกว้างมากขึ้นต่อประเด็นความเท่าเทียม แต่เมื่อพูดถึงการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำขององค์กรขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและดิจิทัล เส้นทางของผู้หญิงก็ยังไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป

 

หนึ่งในผู้บริหารหญิงที่ก้าวผ่านเส้นทางนั้นมาได้ คือ กานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรโทรคมนาคมไทยให้ก้าวสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เปิดโอกาสให้ผู้คนสามารถเข้าถึงความรู้และทักษะได้อย่างเท่าเทียม

 

เนื่องในโอกาส 8 มีนาคม วันสตรีสากล (International Women’s Day) วันที่ทั่วโลกระลึกถึงการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมและสิทธิของผู้หญิง THE STANDARD WEALTH ชวนพาไปสำรวจเส้นทางการทำงาน แนวคิด และบทบาทของกานติมา ในฐานะผู้นำหญิงแกร่งที่ใช้ตำแหน่งและพลังขององค์กรขนาดใหญ่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย

 

ภาพ กานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กร AIS 1

กานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)

 

เมื่อผู้นำไม่ได้อยู่แค่ ‘ทัพหน้า’ แต่ต้องสร้าง ‘ทัพหลัง’ ที่แข็งแรง

 

จากประสบการณ์กว่า 30 ปีในโลกธุรกิจ ทั้งภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจ กานติมาได้เห็นการเติบโตขององค์กรจากหลายมุมมอง สิ่งที่เธอได้เรียนรู้เป็นอย่างแรก คือ การทำให้ทุกคนในองค์กรเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน โดยให้ความสำคัญกับ ‘คน’ ทุกตำแหน่งอย่างเท่าเทียม

 

“การดูแลคน คือ การลงทุนเพื่อความสำเร็จของธุรกิจที่ดีที่สุด”

 

เธอมองว่าความสำเร็จที่ลูกค้าสัมผัสไม่ได้เกิดขึ้นจากหน้างานเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องมี ‘ทัพหลัง’ ช่วยสร้างรากฐานองค์กรให้มั่นคง ไม่ว่าจะเป็น HR, Business Process, Risk, Legal, Sustainability, AIS Academy ไปจนถึง Communication & Branding ซึ่งต้องทำงานประสานกันภายใต้แนวคิด “ศักยภาพของคน + ดิจิทัล + ระบบการทำงาน” เมื่อคนพร้อม และระบบแข็งแรง สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงประสิทธิภาพในการทำงาน แต่คือความเร็ว คุณภาพ และความเชื่อมั่นที่ลูกค้าสามารถรับรู้ได้จริง

 

ความแตกต่าง คือ พลังขององค์กร

 

แนวคิดที่ให้ความสำคัญกับ ‘คน’ ของกานติมา ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างระบบการทำงานที่แข็งแรง แต่ยังสะท้อนออกมาผ่านวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดพื้นที่ให้ความหลากหลายสามารถเติบโตได้อย่างแท้จริง 

ในฐานะผู้นำหญิง เธอให้ความสำคัญกับการสร้าง ‘Inclusive Culture’ ภายใน AIS เพื่อให้พนักงานทุกคนรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร โดยเชื่อว่า “ความแตกต่าง ทำให้เราเติบโตอย่างสวยงาม” แนวคิดนี้ถูกถ่ายทอดผ่านวัฒนธรรมองค์กรที่เรียกว่า FIT FUN FAIR ซึ่งมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ให้ความสำคัญกับทั้งศักยภาพของคน สุขภาวะในการทำงาน และความเท่าเทียมของโอกาส โดยเฉพาะคำว่า FAIR ที่สะท้อนความเชื่อว่า ทุกคนควรได้รับโอกาสในการเติบโตอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศ อายุ ความเชื่อ หรือวิถีชีวิต

 

ภาพ กานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กร AIS 2

 

ในเชิงนโยบาย AIS ยังเป็นหนึ่งในองค์กรไทยที่ประกาศสนับสนุนกฎหมายสมรสเท่าเทียม พร้อมออกสวัสดิการที่เปิดกว้าง เช่น การสนับสนุนค่าใช้จ่ายงานแต่งงานสำหรับพนักงานทุกเพศ รวมถึงสิทธิการลาสำหรับการเปลี่ยนเพศสภาพ ขณะเดียวกัน ยังเปิดโอกาสให้ผู้พิการสามารถเข้ามาทำงานในองค์กร โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงาน เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

ขยายโอกาสการเรียนรู้ สู่คนไทยทั้งประเทศ

 

อีกหนึ่งผลงานที่โดดเด่นของกานติมา คือ การก่อตั้ง AIS Academy ซึ่งพลิกโฉมระบบการฝึกอบรมแบบดั้งเดิมให้กลายเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้เปิดกว้างสำหรับทุกคน เธอเชื่อว่าเทคโนโลยีต้องถูกใช้เพื่อลดข้อจำกัดในการเข้าถึงการศึกษา ไม่ใช่สร้างกำแพงให้สูงขึ้น

 

AIS Academy จึงร่วมพัฒนาหลักสูตรกับสถาบันการศึกษาชั้นนำระดับโลกอย่าง MIT, Harvard Business School, Manchester University และ Stanford University เพื่อให้พนักงาน AIS กว่า 13,000 คน สามารถเข้าถึงองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง

 

ภาพ กานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กร AIS 3ภาพ กานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กร AIS 4

 

นอกจากนั้นยังขยายไปสู่สังคมในวงกว้าง ผ่านโครงการ Academy for Thais ที่เปิดโอกาสให้คนไทยทุกคนเข้าถึงเนื้อหาการเรียนรู้คุณภาพระดับโลกโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ภายใต้แนวคิด ‘ภารกิจคิดเผื่อ’ อันเรียบง่ายแต่ทรงพลัง พร้อมต่อยอดสู่โครงการอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น โครงการ AIS ReadDi ห้องสมุดดิจิทัลที่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงหนังสือและสื่อการเรียนรู้ได้อย่างทั่วถึง โครงการอุ่นใจอาสาพัฒนาชีพ ที่ส่งพนักงาน AIS ลงพื้นที่เพื่อถ่ายทอดความรู้ด้านดิจิทัลให้กับชุมชน รวมถึง JUMP THAILAND HACKATHON เวทีที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่พัฒนานวัตกรรมต้นแบบเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

 

ภาพ กานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กร AIS 5ภาพ กานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กร AIS 6

 

People & Culture Prime Award บทพิสูจน์ความสำเร็จ

 

ความพยายามในการสร้างความเท่าเทียมทั้งภายในองค์กรและสังคม ทำให้ AIS คว้ารางวัล Corporate of the Year 2026 สาขา People & Culture Prime Award จาก The People Awards 2026 รางวัลที่มอบให้แก่องค์กรที่ยืนเคียงข้างผู้คน สร้างคุณค่า และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม

 

ภาพ กานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กร AIS 7

 

กานติมา ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังความภาคภูมิใจครั้งนี้ ได้กล่าวไว้อย่างทรงพลังว่า

“สำหรับเอไอเอส ‘คน’ ไม่ใช่แค่ทรัพยากรขององค์กร แต่คือพลังตั้งต้นของทุกความเปลี่ยนแปลง เราเชื่อว่าความก้าวหน้าที่แท้จริง ทั้งในองค์กรและประเทศ เกิดขึ้นได้ เมื่อคนได้รับโอกาส ได้รับการพัฒนา และรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า”

 

เธอยังเสริมอีกว่า ภารกิจของ AIS จะไม่หยุดอยู่แค่การเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคม แต่ต้องยกระดับบทบาทสู่การเป็น Intelligent Infrastructure ที่ไม่เพียงเชื่อมต่อเทคโนโลยี แต่เชื่อมต่อ ‘โอกาส’ ให้ผู้คนได้พัฒนาตนเองและสร้างอนาคตของตัวเอง เพราะเมื่อคนแข็งแรง สังคมก็แข็งแรง 

 

บทเรียนจากผู้นำที่เชื่อในพลังของ ‘ความเท่าเทียม’

 

ท้ายที่สุด เส้นทางการทำงานของกานติมา แสดงให้เห็นว่า การบ่มเพาะวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลายและความเท่าเทียม ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดเชิงนามธรรม หากแต่เป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตทางธุรกิจ เมื่อผู้คนรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า ได้รับโอกาสในการพัฒนา และสามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กร พลังของบุคลากรก็จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้องค์กรก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

และนี่อาจเป็นบทเรียนสำคัญจากผู้นำหญิงคนนี้ ว่าในโลกธุรกิจยุคดิจิทัล เทคโนโลยีอาจเป็นเครื่องมือสำคัญ แต่หัวใจของการเติบโตที่แท้จริงยังคงเริ่มต้นจาก ‘คน’

The post คุยกับ ‘กานติมา เลอเลิศยุติธรรม’ หญิงแกร่งแห่ง AIS บนเส้นทางสร้างความเท่าเทียมด้วยพลังดิจิทัล [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Laura และ Hannah รับโล่เกียรติยศจากโค้ง ‘In Her Corner’ ที่ Albert Park https://thestandard.co/laura-hannah-f1-albert-park-honor/ Sat, 07 Mar 2026 07:43:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1185382 ลอรา มูลเลอร์ และ ฮันนาห์ ชมิทซ์ รับโล่เกียรติยศที่สนาม Albert Park

ลอรา มูลเลอร์ และ ฮันนาห์ ชมิทซ์ ได้รับมอบโล่เกียรติยศพ […]

The post Laura และ Hannah รับโล่เกียรติยศจากโค้ง ‘In Her Corner’ ที่ Albert Park appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลอรา มูลเลอร์ และ ฮันนาห์ ชมิทซ์ รับโล่เกียรติยศที่สนาม Albert Park

ลอรา มูลเลอร์ และ ฮันนาห์ ชมิทซ์ ได้รับมอบโล่เกียรติยศพิเศษที่สนาม Albert Park Circuit เมืองเมลเบิร์น หลังจากก่อนหน้านี้มีการประกาศเปลี่ยนชื่อโค้งที่ 6 ของสนามเป็น “In Her Corner” เพื่อเฉลิมฉลองวันสตรีสากล (International Women’s Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 8 มีนาคม

 

โค้งดังกล่าวถูกตั้งชื่อเพื่อยกย่องทั้งสองคนที่มีบทบาทสำคัญในวงการ F1 โดยมูลเลอร์เป็นเรซเอนจิเนียร์ของทีม Haas ขณะที่ชมิทซ์ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การแข่งขันของทีม Red Bull

 

สำหรับมูลเลอร์ เธอกลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่ทำหน้าที่เรซเอนจิเนียร์แบบเต็มเวลาใน F1 เมื่อปี 2025 โดยเธอทำหน้าที่เป็นตัวกลางสำคัญระหว่างนักขับ เอสเตบัน โอคอน กับทีม

 

ขณะที่ชมิทซ์เป็นหนึ่งในผู้วางกลยุทธ์สำคัญของ Red Bull และมีส่วนช่วยพาทีมประสบความสำเร็จอย่างมากในฤดูกาล 2022 และ 2023

 

โดยปกติแล้วแต่ละโค้งในสนาม F1 มักถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่นักขับหรือบุคคลสำคัญในวงการ แต่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่โค้งในสนามแข่งถูกตั้งชื่อตามผู้หญิง

 

โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Engineers Australia และ Australian Grand Prix Corporation เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะผู้หญิง ให้เข้าสู่อาชีพด้านวิศวกรรมมากขึ้น

 

ลอรา มูลเลอร์ และ ฮันนาห์ ชมิทซ์ รับโล่เกียรติยศที่สนาม Albert Park 1ลอรา มูลเลอร์ และ ฮันนาห์ ชมิทซ์ รับโล่เกียรติยศที่สนาม Albert Park 2

The post Laura และ Hannah รับโล่เกียรติยศจากโค้ง ‘In Her Corner’ ที่ Albert Park appeared first on THE STANDARD.

]]>
เฮอร์ชีย์ ฉลองวันสตรีสากลด้วยไอเดียใจฟูชูแคมเปญ ‘Love for Every Bar’ ให้เฮอร์ชีส์แทนความในใจ [Advertorial] https://thestandard.co/life/hersheys-love-every-bar/ Fri, 06 Mar 2026 07:00:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1184891 ภาพช็อกโกแลตแท่งเฮอร์ชีย์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันพร้อมสัญลักษณ์แคมเปญ ‘Love for Every Bar’ ที่เกี่ยวข้องกับวันสตรีสากลและการใช้เทคโนโลยี AI/AR

‘ช็อกโกแลต’ เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์มนุษย์มานับพัน […]

The post เฮอร์ชีย์ ฉลองวันสตรีสากลด้วยไอเดียใจฟูชูแคมเปญ ‘Love for Every Bar’ ให้เฮอร์ชีส์แทนความในใจ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพช็อกโกแลตแท่งเฮอร์ชีย์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันพร้อมสัญลักษณ์แคมเปญ ‘Love for Every Bar’ ที่เกี่ยวข้องกับวันสตรีสากลและการใช้เทคโนโลยี AI/AR

‘ช็อกโกแลต’ เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์มนุษย์มานับพันปี ตั้งแต่อารยธรรมโบราณ จากของขวัญแต่งงานของราชวงษ์ในฐานะสัญลักษณ์ของความหรูหรา ความมั่งคั่ง และอำนาจ สู่สัญลักษณ์ของความรัก ความเคารพ ความใกล้ชิด และคำขอบคุณของผู้คนทั่วโลก

 

ที่ญี่ปุ่น การให้ช็อกโกแลตเพื่อแสดงความเคารพและขอบคุณถือเป็นที่ปฎิบัติกันเป็นวัฒนธรรม ที่เริ่มทำกันมาตั้งแต่ยุค 1980 เรียกว่า กิริช็อกโก (Giri-choco) หรือช็อกโกแลตแห่งพันธะหน้าที่ ซึ่งผู้หญิงจะมอบให้ผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน รุ่นพี่ รุ่นน้อง หัวหน้า เพื่อนที่โรงเรียน แม้แต่ลูกค้า ในทางกลับกันถ้าผู้ชายเป็นฝ่ายมอบให้ผู้หญิงจะเรียกว่า เกียะคุช็อกโก (Gyaku-choco) เพื่อแสดงความขอบคุณสำหรับการดูแลและให้ความเคารพในความสัมพันธ์ทางธุรกิจ

 

และยังมีธรรมเนียมการให้ช็อกโกแลตแทนการบอกรักในรูปแบบอื่นๆ ด้วย เช่น โทะโมช็อกโก (Tomo -choco) ช็อกโกแลตที่มอบให้กันระหว่างเพื่อนกับเพื่อน หรือ จิบุนช็อกโก (Jibun choco) ช็อกโกแลตให้เพื่อขอบคุณตัวเอง

 

ภาพช็อกโกแลตแท่งเฮอร์ชีย์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันพร้อมสัญลักษณ์แคมเปญ ‘Love for Every Bar’ ที่เกี่ยวข้องกับวันสตรีสากลและการใช้เทคโนโลยี AI/AR 1

 

ส่งความรักที่จริงใจให้ทุกคน ได้ทุกวัน

 

ถึงแม้ประเทศไทยจะไม่มีธรรมเนียมปฏิบัติเช่นนั้น แต่มีแบรนด์หนึ่งที่สามารถผูกโยงการเฉลิมฉลองและการยกย่องผู้หญิงกับการมอบ ‘ช็อกโกแลต’ ได้อย่างน่าทึ่ง นั่นก็คือ Hershey’s (เฮอร์ชีส์)

 

นับตั้งแต่ปี 2566 ที่เฮอร์ชีย์คิกออฟแคมเปญ ‘HerShe’ ในประเทศไทย และอีก 3 ประเทศในอาเซียน ได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ เพื่อยกย่องและชื่นชมผู้หญิงที่สร้างแรงบันดาลใจจากทุกสาขาอาชีพ ผ่านการเปิดตัวช็อกโกแลตบาร์อันเป็นอัตลักษณ์ของเฮอร์ชีส์ในแพ็กเกจลิมิเต็ดเอดิชัน เพื่อเป็นตัวแทนสัญลักษณ์ของการให้เกียรติและแสดงความรู้สึกขอบคุณต่อสตรีทั้งหลายที่สร้างแรงบันดาลใจ และมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน

 

จนถึงวันนี้ เฮอร์ชีย์ ยังคงทำหน้าที่สร้างแรงบันดาลใจที่ทรงพลังและเติมพลังบวกให้กับสังคมและชุมชนได้เป็นอย่างดีเสมอมา ตามความตั้งใจของแบรนด์ที่ต้องการเดินหน้าสนับสนุนแคมเปญ HerShe เนื่องใน ‘วันสตรีสากล’ (International Women’s Day) ที่เกิดขึ้นในวันที่ 8 มีนาคมของทุกปี

 

เริ่มจากการสร้างแรงบันดาลใจผ่านเรื่องราวของเหล่าชีโร่ ผู้หญิงธรรมดาที่ทำสิ่งไม่ธรรมดาให้สังคมและเป็นพลังใจให้คนอีกมากมาย ด้วยการเชิดชูชีโร่ 4 ท่าน จาก 4 ประเทศ ตีแผ่เรื่องราวของชีโร่ผ่านแพ็คเกจลิมิเต็ดเอดิชันในแคมเปญปี 2566

 

ตอกย้ำพลังความดีที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนของเหล่าชีโร่ พร้อมปลุกพลังการเฉลิมฉลองให้กับชีโร่ทั้งในตัวเรา และชีโร่ที่อยู่รอบตัวเราอีกครั้งในแคมเปญปี 2567 สนับสนุนและชื่นชมเหล่าชีโร่จาก 4 ประเทศในอาเซียน ด้วยแพ็กเกจลิมิเต็ดเอดิชันอีกครั้ง

 

ก่อนที่จะขยายพลังใจไปยังผู้หญิงทุกคนภายใต้ธีม ‘Celebrate HerShe’ ชื่นชมเธอผู้เป็นแรงบันดาลใจ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบุคคลมีชื่อเสียง เซเลบ หรือคนดัง แต่พวกเธอคือคนรอบตัวเรา ซึ่งความรัก ความเมตตา และการสนับสนุนที่เธอมอบให้นั้น ควรค่าแก่การได้รับคำชื่นชม ในแคมเปญปี 2568

 

ปี 2569 เฮอร์ชีย์ ประเทศไทย ต่อยอดความสำเร็จ ‘Celebrate #HerSHE’ และ ‘She Inspires’ แคมเปญเนื่องใน ‘วันสตรีสากล’ ที่เคยได้รับรางวัลในระดับนานาชาติ ผ่านแคมเปญล่าสุด ‘Love for Every Bar’ ชวนทุกคนส่งต่อความรัก แรงบันดาลใจ และพลังบวกให้กับผู้หญิงและคนสำคัญรอบตัวในวันสตรีสากล และในทุกๆวัน

 

แต่บางครั้งการพูดความรู้สึกที่อยู่ในใจอาจไม่ใช่เรื่องง่าย เฮอร์ชีส์ จึงยกระดับ Hershey’s Limited Edition พลิกโฉมช็อกโกแลตแท่งคลาสสิคให้กลายเป็นผืนผ้าแคนวาสดิจิทัล นำเทคโนโลยีอินเทอร์แอคทีฟที่ช่วยเปลี่ยนถ้อยคำแห่งกำลังใจให้กลายเป็นข้อความเฉพาะบุคคลที่มีความหมาย เพื่อส่งต่อให้คนที่คุณรัก และเก็บไว้เป็นความทรงจำตลอดไป

 

ภาพช็อกโกแลตแท่งเฮอร์ชีย์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันพร้อมสัญลักษณ์แคมเปญ ‘Love for Every Bar’ ที่เกี่ยวข้องกับวันสตรีสากลและการใช้เทคโนโลยี AI/AR 2

 

‘Say It Your Way with Hershey’s’ ให้เฮอร์ชีส์แทนความในใจ

 

แคมเปญ ‘Love for Every Bar’ สะท้อนแนวคิดการให้ของขวัญในยุคใหม่ ที่ผสานความสุขจากช็อกโกแลตเข้ากับพลังของเทคโนโลยีดิจิทัล เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้บอกเล่าเรื่องราวของผู้หญิงที่มีความหมายในชีวิต ผ่านถ้อยคำที่จริงใจและเป็นตัวของตัวเอง เฮอร์ชีส์ขอชวนทุกคนถ่ายทอด ‘ความหวานจากใจ’ ในแบบของตัวเอง เพราะพลังของคำพูดที่จริงใจ สามารถอยู่ในความทรงจำได้นานกว่าความหวานของช็อกโกแลต

 

เพียงสแกน QR Code บนแพ็กเกจรุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน เพื่อเข้าไปที่แพลตฟอร์ม https://celebratehershe.com/th แล้วไปสนุกกับ 2 ฟีเจอร์สุดล้ำที่ออกแบบมาเพื่อส่งต่อความรู้สึกดีๆ ได้แก่

 

  • เปลี่ยนรูปถ่ายเป็นการ์ดการ์ตูนสุดคิวท์ด้วย AI: อัปโหลดรูปตัวเองแล้วให้ AI แปลงโฉมเป็นคาแรกเตอร์การ์ตูนน่ารักๆ พร้อมใส่ข้อความส่วนตัวให้ตัวการ์ตูนพูดแทนใจ แล้วสามารถมอบเฮอร์ชีส์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น เพื่อสแกน QR code เปิดดูการ์ดสุดจริงใจ จะดาวน์โหลดเก็บไว้เป็นที่ระลึกก็ได้
  • เซอร์ไพรส์ด้วยข้อความ AR สุดว้าว: เติมความหวานด้วยเทคโนโลยี Augmented Reality (AR) แค่เลือกข้อความโดนใจ แล้วให้ผู้รับสแกน Hershey’s Limited Edition ความพิเศษก็จะปรากฏขึ้นมาแบบเสมือนจริง บอกเลยว่าโมเมนต์นี้ประทับใจจนต้องกดแชร์

 

ความรู้สึกดีๆ ส่งต่อได้ไม่สิ้นสุด

 

สำหรับแฟนๆ เฮอร์ชีย์ เตรียมปักหมุดฉลองวันสตรีสากล 8 มีนาคมนี้ ชวนทุกคนมาสร้างโมเมนต์สุดพิเศษที่ Siam Square One รับ Hershey Limited Edition และของรางวัลอีกมากมายในงาน! พร้อมสัมผัสประสบการณ์สุดล้ำกับการสร้าง AI Cartoon Character ในแบบของคุณเอง

 

ไฮไลต์ที่ห้ามพลาด เพราะคาแรกเตอร์และข้อความที่คุณสร้าง จะไปปรากฏบนจอยักษ์ใจกลางสยามสแควร์ เป็นการเชื่อมต่อโลกจริงและโลกดิจิทัลที่น่าจดจำ

 

นอกจากกิจกรรมออฟไลน์ Hershey Thailand ยังชวนร่วมสนุกผ่านกิจกรรม Lucky Draw บน Facebook และ Instagram ไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2569 เพียงซื้อช็อกโกแลตเฮอร์ชีส์ หรือแชร์ E-Card ที่คุณสร้าง ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากเฮอร์ชีส์

 

ติดตามรายละเอียดการร่วมกิจกรรมและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ทาง ผ่าน https://www.facebook.com/HersheysThailand และ https://www.instagram.com/hersheysth/

 

อ้างอิง:

The post เฮอร์ชีย์ ฉลองวันสตรีสากลด้วยไอเดียใจฟูชูแคมเปญ ‘Love for Every Bar’ ให้เฮอร์ชีส์แทนความในใจ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ต้อนรับวันสตรีสากล! The CrestHaus จัดใหญ่ ดึงสุดยอดผู้นำหญิงเอเชีย ร่วมแชร์กลยุทธ์ ‘Write Your Next Chapter’ https://thestandard.co/empowerher-asia-leadership-forum/ Fri, 20 Feb 2026 07:02:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1180359 ผู้บริหารหญิงชั้นนำและผู้เข้าร่วมงานในเวที EmpowerHER Asia Leadership Forum จัดโดย The CrestHaus ต้อนรับวันสตรีสากล

‘The CrestHaus’ เปิดเวทีเสวนารวมสุดยอดผู้นำหญิงแห่งเอเช […]

The post ต้อนรับวันสตรีสากล! The CrestHaus จัดใหญ่ ดึงสุดยอดผู้นำหญิงเอเชีย ร่วมแชร์กลยุทธ์ ‘Write Your Next Chapter’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้บริหารหญิงชั้นนำและผู้เข้าร่วมงานในเวที EmpowerHER Asia Leadership Forum จัดโดย The CrestHaus ต้อนรับวันสตรีสากล

‘The CrestHaus’ เปิดเวทีเสวนารวมสุดยอดผู้นำหญิงแห่งเอเชีย ต้อนรับวันสตรีสากล ‘EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026…Write Your Next Chapter’ ร่วมผลักดัน เสริมสร้างทักษะและศักยภาพพลังหญิง สู่บทบาทการเป็นผู้นำครบทุกด้าน

 

ต้อนรับวันสตรีสากล 2569 The CrestHaus ขอเชิญทุกท่านร่วมเปิดประสบการณ์กับสุดยอดเวทีเสวนาเพื่อผู้นำหญิงครั้งยิ่งใหญ่ในเอเชีย เวทีรวมผู้หญิงเก่งแนวหน้าระดับบอร์ดและผู้บริหารองค์กร จากองค์กรระดับชาติและเอเชีย ไว้มากที่สุด ในงานเสวนา ‘EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026’ ภายใต้แนวคิด ‘Write Your Next Chapter’ สนับสนุนให้คุณ ‘กล้าเขียนอนาคตการเป็นผู้นำในแบบฉบับของตัวเอง’ งานเสวนาที่พร้อมผลักดันให้ผู้หญิงก้าวข้ามขีดจำกัด กล้าคิดกล้าทำ และมีจุดยืนที่ชัดเจนด้วยการออกแบบกรอบความคิดใหม่ๆ ผ่านการแบ่งปันองค์ความรู้ในเชิงกลยุทธ์ที่หลากหลาย จากผู้นำหญิงระดับบอร์ดและ C-Suite ที่ประสบความสำเร็จจากหลายองค์กร เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำที่สามารถกำหนดทิศทางในอนาคตทั้งระดับองค์กรและสังคม วันที่ 5 มีนาคม 2569 นี้ ณ โรงแรม อวานี สุขุมวิท กรุงเทพฯ

 

สำหรับงานเสวนาในครั้งนี้จัดขึ้นโดย The CrestHaus แพลตฟอร์มและพื้นที่เพื่อการพัฒนาภาวะผู้นำแบบองค์รวมสำหรับผู้หญิงที่ต้องการยกระดับศักยภาพของตนเองให้ครอบคลุมครบทุกด้าน ภายใต้การบริหารจัดการของ คุณสุภาณี อนุวงศ์วรเวทย์ ผู้ร่วมก่อตั้ง และ ประธานบริหาร The CrestHaus ร่วมด้วย คุณแชนนอน กัลยาณมิตร ผู้ร่วมก่อตั้ง และ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด The CrestHaus และงานนี้ยังได้รับการสนับสนุนจาก Cartier Women’s Initiative (CWI), บริษัท ไอบีเอ็ม ดิจิตอล ทาเล้นท์ ฟอร์ บิสสิเนส จำกัด (IBMDT), บริษัท เฮอร์เบิร์ธ สมิธ ฟรีฮิลส์ เครเมอร์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน สแทชอเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทจัดหางาน โรเบิร์ต วอลเทอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ ไมเนอร์ โฮเทลส์

 

สำหรับเวทีเสวนาในงานนี้ผู้จัดงานได้จัดสรรหัวข้อการเสวนา แบ่งออกเป็น 3 หมวดได้แก่ INSPIRE การจุดประกายวิสัยทัศน์ให้คุณกล้าคิดกล้าทำและกำหนดบทใหม่ตามเป้าหมายชีวิต, EQUIP เสริมสร้างทักษะความเป็นผู้นำที่พร้อมรับโลกยุค AI และ UPLIFT การให้คำปรึกษา และความร่วมมือ เพื่อเติบโตร่วมกันผ่านพลังของชุมชน ทั้งนี้เพื่อให้เวทีการเสวนามีเนื้อหาครอบคลุมทักษะต่างๆ ครบทุกด้าน ผ่านประสบการณ์จากผู้นำหญิงระดับบอร์ดและ C-Suite ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งภายในงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารองค์กรระดับแนวหน้าของไทยมาร่วมแชร์องค์ความรู้ผ่านหัวข้อการเสวนาต่างๆ ได้แก่

 

  • ‘The Power of the Rewrite: Reinventing Leadership with Purpose’ มุ่งสำรวจความหมายของภาวะผู้นำสมัยใหม่ ที่พร้อมออกแบบ ‘บท’ ใหม่ เพื่อก้าวสู่ภาวะผู้นำที่ตอบโจทย์โลกยุคปัจจุบัน โดยตัวแทนจาก UN WOMEN คุณ Sara D’anzeo, UN Women Sustainable Finance Consultant
  • Our Voices, Our Power: Women Shaping Thailand’s Future Through Strategic Presence on Boards’ ถ่ายทอดพลังของผู้บริหารหญิงระดับบอร์ดและผู้เชี่ยวชาญด้านบรรษัทภิบาลกับบทบาทของพันธมิตร และการสร้างอิทธิพลเชิงกลยุทธ์ โดย คุณกอบกาญน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย และบริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด, คุณมณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ กรรมการอิสระ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมด้วย คุณกุลเวช เจนวัฒนวิทย์ กรรมการผู้อำนวยการ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)
  • ‘Chapters of Change: Rewriting Tomorrow Leading AI Through a Human‑Centric Future in a Geopolitical and Economic Shift’ วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงสำหรับการเป็นผู้นำยุค AI ที่เชื่อมมุมมองในการบริหาร เทคโนโลยี ธุรกิจ และมนุษย์ ไว้ด้วยกัน ซึ่งการเสวนานี้ได้นำบทเรียนระดับโลกจากเวที World Economic Forum (Davos) & Global Leader และ Best Practice จากองค์กรระดับโลกมาถ่ายทอดองค์ความรู้ โดย คุณปิยดา ตันไสว, Data and AI Portfolio Lead, บริษัท ไอบีเอ็ม ดิจิตอล ทาเล้นท์ ฟอร์ บิสสิเนส จำกัด (IBMDT), คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ, ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด ร่วมด้วย คุณเอียน ดิ ทูลลิโอ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท ไมเนอร์โฮเทลส์ จำกัด
  • ‘Leading the Next Chapter: Lessons from the C‑Suite’ การถ่ายทอดมุมมองเชิงกลยุทธ์และบทเรียนภาวะผู้นำจากประสบการณ์จริง โดยผู้บริหารหญิงระดับ C-Suite คุณมุกดา ไพรัชเวทย์, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทโอสถสภา จำกัด (มหาชน) และ คุณกันยารัตน์ โชคอุ่นกิจ, ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์และการเงิน, บจก.เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมด้วย คุณนลนภัทร ไพบูลย์​, พันธมิตรองค์กร บริษัท เฮอร์เบิร์ธ สมิธ ฟรีฮิลส์ เครเมอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
  • ‘Special Dialogue: A Meaningful Path in Building a Sustainable Impact Business’ เวทีเสวนาที่จัดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของ Cartier Women’s Initiative โดยมี คุณเชอรี่ เข็มอัปสร สิริสุขะ มาถ่ายทอดเรื่องราวการสะท้อนบทบาทสำคัญของเครือข่ายความร่วมมือที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในสังคมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
  • ‘Reset & Rise: A Guided Meditation for Goal Manifestation and Healing’ เวิร์กชอปที่มุ่งเน้นการสร้างสมาธิปรับสมดุลความคิด เพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวเดินสู่บทบาทผู้นำในอนาคต โดย คุณนาตาลี เกลโบวา, นางงามจักรวาลปี 2548 และประธานบริษัท Natalie Glebova Inc.
  • ‘My Wealth, My Decision, My Way: Empowering Women Through Personal Finance’ เรียนรู้กลยุทธ์การวางแผนด้านการเงิน เพื่อให้ผู้นำหญิงสามารถกำหนดทิศทาง และบริหารความมั่งคั่งได้อย่างมั่นใจ นำโดย คุณ Stephanie Leung ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของกลุ่มบริษัท, บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน สแทชอเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด และ คุณศิรัถยา อิศรภักดี พิธีกรด้านเศรษฐกิจการเงินจาก The Standard Wealth ร่วมด้วย คุณ Lyn Kok, ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มูลา-เอกซ์ โฮลดิ้ง (ไทยแลนด์)

 

‘Her Story: The Chapter that change everything’ การถ่ายทอดประสบการณ์สำคัญบนเส้นทางและบทบาทการเป็นผู้นำหญิงในองค์กรระดับโลก โดย คุณกนกกมล เลาหบูรณะกิจ, กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด และคุณชลกร อภิชาติธรรม, ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ธุรกิจอาหารและขนมขบเคี้ยว เป๊ปซี่โค ภูมิภาคอินโดจีน

 

พร้อมด้วยบทสรุปองค์ความรู้ตลอดทั้งวันเพื่อปรับวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นให้เป็นแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจน และการวางบทบาทของเส้นทางการเป็นผู้นำหญิงอย่างเป็นรูปธรรม ในหัวข้อ ‘Write It Bold: Strategic Positioning for the Next Chapter of Your Leadership’ โดยผู้บริหารจาก The CrestHaus

The post ต้อนรับวันสตรีสากล! The CrestHaus จัดใหญ่ ดึงสุดยอดผู้นำหญิงเอเชีย ร่วมแชร์กลยุทธ์ ‘Write Your Next Chapter’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทองธารนำทีมตัวแทนผู้หญิงเพื่อไทยขึ้นเวที UNESCAP ในวันสตรีสากล ผลักดันบทบาทผู้หญิงในสนามการเมือง-พัฒนานโยบายช่วยหญิงไทย https://thestandard.co/paetongtarn-unescap-international-women-day/ Fri, 08 Mar 2024 06:20:34 +0000 https://thestandard.co/?p=908722 แพทองธาร ชินวัตร นำทีมขึ้นเวที UNESCAP ใน วันสตรีสากล

วันนี้ (8 มีนาคม) เนื่องในวันสตรีสากล แพทองธาร ชินวัตร […]

The post แพทองธารนำทีมตัวแทนผู้หญิงเพื่อไทยขึ้นเวที UNESCAP ในวันสตรีสากล ผลักดันบทบาทผู้หญิงในสนามการเมือง-พัฒนานโยบายช่วยหญิงไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทองธาร ชินวัตร นำทีมขึ้นเวที UNESCAP ใน วันสตรีสากล

วันนี้ (8 มีนาคม) เนื่องในวันสตรีสากล แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ร่วมเวทีแสดงวิสัยทัศน์เนื่องในวันสตรีสากล ณ UNESCAP องค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย พร้อมด้วยตัวแทนผู้หญิงจากพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็น พวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, จิราพร สินธุไพร สส. ร้อยเอ็ด และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, สรัสนันท์ อรรณนพพร สส. ขอนแก่น และกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย และ ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

 

แพทองธารกล่าวว่า การปรากฏตัวบนเวที UNESCAP นี้ ถือเป็นการส่งเสียงจาก ‘ผู้นำหญิง’ ในสนามการเมือง นำทัพพรรคเพื่อไทยทั้งการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ปัจจุบันคือหัวหน้าพรรคเพื่อไทย สถาบันการเมืองที่ถูกมองว่าเป็นพื้นที่ของผู้ชาย

 

แพทองธารกล่าวต่อว่า ผู้หญิงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ เรามีผู้นำหญิงมากมายทั้งในภาครัฐและเอกชน อย่างไรก็ตาม แม้ผู้หญิงจะมีบทบาทในการขับเคลื่อนประเทศและประเทศไทยเคยมีนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิงมาแล้ว แต่การผลักดันผู้หญิงให้เข้ามามีส่วนร่วมในแวดวงการเมืองยังเป็นเรื่องสำคัญของไทย ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาอัตราส่วนของ สส.หญิง มีจำนวนเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานของสภาทั่วโลก โดยพรรคเพื่อไทยถือเป็นพรรคการเมืองที่มีสัดส่วนนักการเมืองผู้หญิงมากที่สุดในประเทศไทย

 

แพทองธารกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาการทำงานของพรรคเพื่อไทยเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงได้มีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนวิธีคิดที่สังคมมีต่อผู้หญิง ให้โอกาสผู้หญิง และผลักดันนโยบายเพื่อลดอุปสรรคทางเพศ และพรรคเพื่อไทยไม่ได้ผลักดันเพียงเพศใดเพศหนึ่ง แต่คำนึงถึงความสามารถ ความเป็นไปได้ และความพร้อมของบุคลากรเป็นหลัก โดยไม่ได้มีข้อจำกัดทางเพศ 

 

นอกจากนี้แพทองธารยังกล่าวถึงแนวทางนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่พร้อมสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพของผู้หญิงไทย เช่น นโยบายฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก การส่งเสริมและพัฒนาการคุ้มครองสวัสดิภาพเพื่อปกป้องและเยียวยาเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว นโยบายหนึ่งครอบครัวหนึ่งศักยภาพซอฟต์พาวเวอร์ และกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี รวมทั้งต้องผลักดันเพื่อลดช่องว่างระหว่างเพศ รวมถึงการขยายวันลาคลอด สิทธิในการเข้าถึงผ้าอนามัย สวัสดิการเด็กแรกเกิด และประเด็นอื่นๆ ที่ต้องต่อสู้กับค่านิยมและมายาคติในสังคม โดยอาศัยเวลาและความเชื่อมั่นจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้

 

“พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาล เราเชื่อว่าเศรษฐกิจที่ดี ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ทำให้ทุกเพศ ทุกคน เข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ จะเป็นการแก้ปัญหาเรื่องความเท่าเทียมในระยะยาวได้มากที่สุดค่ะ เพราะการเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจเป็นอำนาจที่สำคัญที่สุด” แพทองธารกล่าว

The post แพทองธารนำทีมตัวแทนผู้หญิงเพื่อไทยขึ้นเวที UNESCAP ในวันสตรีสากล ผลักดันบทบาทผู้หญิงในสนามการเมือง-พัฒนานโยบายช่วยหญิงไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ยื่นหนังสือถึง รบ. เนื่องในวันสตรีสากล เรียกร้องเพิ่มวันลาคลอด-สวัสดิการแรงงานสตรี https://thestandard.co/serc-filed-request-maternity-leave-womens-labor-welfare/ Fri, 08 Mar 2024 05:36:07 +0000 https://thestandard.co/?p=908675 สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์

วันนี้ (8 มีนาคม) สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สร […]

The post สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ยื่นหนังสือถึง รบ. เนื่องในวันสตรีสากล เรียกร้องเพิ่มวันลาคลอด-สวัสดิการแรงงานสตรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์

วันนี้ (8 มีนาคม) สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) เดินขบวนเนื่องในวันสตรีสากล มายังถึงบริเวณหน้าสหประชาชาติ (UN) จากเดิมที่มีแผนจะไปยื่นข้อเรียกร้องบริเวณทำเนียบรัฐบาลประตู 5 เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการปิดกั้นพื้นที่ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนที่ปราศรัยมาเป็นบริเวณจุดนี้แทน 

 

โดยทางเครือข่ายได้ยื่นข้อเรียกร้องทั้งหมด 11 ข้อ ภายใต้คำขวัญ ต่อต้านทุนนิยมเสรี กดขี่แรงงานหญิง

แบ่งเป็นข้อเรียกร้องเดิม 8 ข้อ เช่น การขยายวันลาคลอด 180 วัน, การเพิ่มสิทธิสวัสดิการแรงงานสตรี, การขอให้รัฐบาลรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่เกี่ยวกับแรงงานสตรี, กำหนดมาตรการละเมิดสิทธิแรงงาน, ให้เงินอุดหนุนเด็กถ้วนหน้าตั้งแต่ 0-6 ปี เดือนละ 3,000 บาท, การจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำที่เหมาะสม และการให้คนที่รับงานไปทำที่บ้านเข้าถึงสิทธิการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33

 

ส่วนข้อเรียกร้องใหม่ 3 ข้อคือ ให้รัฐบาลรองรับร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด เพื่อสุขภาพแบบบูรณาการฉบับประชาชน, รับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 115 เรื่องความปลอดภัยและสุขอนามัยในการทำงาน พ.ศ. 2524 และอนุญาตให้แรงงานข้ามชาติสามารถทำเอกสารขึ้นทะเบียนรอบใหม่ และให้มีการคุ้มครองกลุ่มผู้ลี้ภัยทางการเมือง พร้อมให้มีการทบทวนการเรียกเก็บภาษีกับแรงงานข้ามชาติ




ขณะที่กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง พร้อมเครือข่ายสตรี นัดรวมตัวยื่นหนังสือ เนื่องในวันสตรีสากล เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลปกป้องคุ้มครองไม่ให้ผู้หญิง เด็ก บุคคลในครอบครัว และบุคคลหลากหลายทางเพศ ถูกกระทำรุนแรงหรือปฏิบัติไม่เป็นธรรม 6 ข้อ ประกอบด้วย

 

  1. ให้รัฐบาลต้องรับประกันสิทธิลาคลอด 180 วัน โดยได้รับค่าจ้างตลอดการลา และจัดวันหยุดให้คู่ชีวิตทุกเพศลาเพื่อเลี้ยงลูกได้อย่างน้อย 30 วัน รวมถึงจัดให้มีสวัสดิการแม่และเด็กอย่างเหมาะสมถ้วนหน้า

 

  1. รัฐบาลและกระทรวงแรงงานต้องทำหน้าที่เป็นหลักประกันสิทธิแรงงานของแรงงานหญิงและแรงงานทุกเพศ ด้วยการกำกับดูแลอย่างเข้มงวดให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

 

  1. ยกเลิกนโยบาย กฎหมาย ธรรมเนียม ที่เลือกปฏิบัติต่อสตรีและผู้มีความหลากหลายทางเพศ เช่น การตรวจครรภ์ก่อนเข้าทำงาน, การตีตราผู้ต้องการยุติการตั้งครรภ์เป็นคนบาปหรืออาชญากร และการตีตราผู้ขายบริการทางเพศ 

 

  1. รัฐบาลต้องจัดความสำคัญให้ปัญหาการคุกคาม-ล่วงละเมิดทางเพศ ความรุนแรงในครอบครัว ความเกลียดชังต่อผู้หญิงและผู้มีความหลากหลายทางเพศ และความรุนแรงด้วยเหตุแห่งอื่นๆ เป็นวาระการทำงานสำคัญที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนทันที

 

  1. รัฐบาลและนายจ้างต้องเพิ่มสิทธิลาเมื่อมีประจำเดือน อย่างน้อยเดือนละ 2 วัน และเพิ่มวันลารับบริการอนามัยเจริญพันธุ์ทุกประเภท เช่น การยุติการตั้งครรภ์ การคุมกำเนิด การตรวจครรภ์ การฝากครรภ์ และการข้ามเพศ

 

  1. รัฐบาลและนายจ้างต้องอุดหนุนงบประมาณการแจกจ่ายผ้าอนามัยฟรี ขยายบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยและบริการอนามัยเจริญพันธุ์อื่นๆ และจัดให้มีห้องน้ำสาธารณะที่ถูกสุขลักษณะสำหรับแรงงานสตรีและแรงงานทุกเพศที่ทำงานบนท้องถนน 

 

ทั้งนี้เรียกร้องให้รัฐบาลประกาศให้การยุติความรุนแรงทางเพศ เพศสภาพ เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายตามหลักสิทธิพื้นฐานมนุษยชน



วันลาคลอดไม่เพียงพอ-ผิดหวังถูกกันไม่ให้เข้าใกล้ทำเนียบ

 

ด้าน ติมาพร เจริญสุข ตัวแทนกลุ่มสหภาพแรงงานสตรี ระบุว่าก่อนหน้านี้ พ.ร.บ.เรื่องลาคลอดถูกบรรจุเข้าไปในสภาแล้ว ให้กลุ่มแรงงานมีความหวัง ไม่ได้คาดหวังที่จะได้วันหยุดถึง 180 วัน แต่ขอให้เป็นจุดเริ่มต้น ที่ไม่ใช่แค่ 98 วัน เพราะไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงดูบุตร

 

ขณะที่ ชนฐิตา ไกรศรีกุล ตัวแทนกลุ่มฯ เราตระหนักในเรื่องของคำจำกัดความที่กว้างขึ้น ของคำว่า วันสตรี จึงรวมข้อเรียกร้องของทั้งกลุ่มสตรีและของผู้มีความหลากหลายทางเพศไว้ด้วยกัน ทั้งนี้ยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังที่ถูกกันไว้ไม่ให้เข้าใกล้ทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากมีการประสานงานมาอย่างถูกต้อง ซึ่งที่จริงแล้วข้อเรียกร้องในวันนี้เป็นสิทธิที่กลุ่มแรงงานสตรีควรจะได้ แต่ท่าทีการรับมือของเจ้าหน้าที่เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น

 

‘ยิ่งลักษณ์’ ปลุกสตรีเชื่อมั่นในคุณค่า-ศักยภาพตัวเอง อย่ายอมให้ใครมาลดทอนคุณค่า

 

ขณะที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กเนื่องในวันสตรีสากล ระบุว่า ข้อมูลตัวเลขของ UNODC และ สสส. ที่ระบุว่า จำนวนผู้หญิงไทยถูกคนในครอบครัวใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกาย จิตใจ และทางเพศ  87.4% ไม่เคยขอความช่วยเหลือ 

 

ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขรายงานจำนวนเคสผู้หญิงที่ถูกกระทำรุนแรงสูงถึง 30,000 เคสต่อปี นี่คือปัญหาที่ยังไม่หมด และต้องได้รับการแก้ไข เพราะสิทธิสตรีคือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน เราทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน ทุกคนคือคนเท่ากัน ดังนั้น ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง ดิฉันรู้ถึงบทบาทหน้าที่ที่แตกต่างกันของผู้หญิง บางคนเป็นแม่ บางคนเป็นลูกสาว เป็นพี่สาว เป็นน้องสาว แต่ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหน ‘สิทธิ’ ที่ควรได้รับต้องแตกต่างกัน

 

เนื่องในวันสตรีสากล ขอให้ผู้หญิงทุกคนเชื่อมั่นในคุณค่าและศักยภาพของตัวเราเอง และขอส่งกำลังใจให้ทุกคนกล้าลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อคืนศักดิ์ศรีให้ตัวเองในทุกกรณี และเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะช่วยเหลือให้ผู้หญิงที่กล้ายืนหยัดได้มีหนทางในการช่วยเหลือตัวเองต่อไปได้อย่างมีศักดิ์ศรี

 

สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์

The post สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ยื่นหนังสือถึง รบ. เนื่องในวันสตรีสากล เรียกร้องเพิ่มวันลาคลอด-สวัสดิการแรงงานสตรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ชื่นชมใบหน้ากับร่างกายที่เธอมี” Selena Gomez เผยว่าอยากบอกอะไรกับตัวเองในวัยเด็ก https://thestandard.co/selena-gomez-tell-her-younger-self/ Thu, 16 Mar 2023 01:06:26 +0000 https://thestandard.co/?p=763646 Selena Gomez

Selena Gomez ออกมาผลักดันให้ผู้คนรักตัวเองกันมากๆ อีกคร […]

The post “ชื่นชมใบหน้ากับร่างกายที่เธอมี” Selena Gomez เผยว่าอยากบอกอะไรกับตัวเองในวัยเด็ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Selena Gomez

Selena Gomez ออกมาผลักดันให้ผู้คนรักตัวเองกันมากๆ อีกครั้ง โดยครั้งนี้เธอกล่าวผ่านวิดีโอ Instagram ที่โพสต์โดยแอ็กเคานต์แบรนด์เครื่องสำอางของตัวเองอย่าง Rare Beauty เนื่องในวันสตรีสากลเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ถ้าหากทำได้เธอจะกลับไปบอกกับตัวเองตอนที่อายุน้อยกว่านี้ให้รักตัวเอง แม้ว่าเธอจะแตกต่างจากคนอื่นก็ตาม

 

“สิ่งที่ฉันหวังว่าจะบอกตัวเองตอนเด็กกว่านี้ได้คือ รักและชื่นชมใบหน้ากับร่างกายที่เธอมี มันอาจจะไม่ได้ดูเหมือนกับคนอื่น แต่เธอก็คือเธอ จงภูมิใจกับมัน”

 

นอกจากนั้น Selena Gomez ยังโพสต์ภาพวัยเด็กของเธอผ่าน Instagram ของตัวเอง และเขียนข้อความถึงตัวเองในวัยเด็กด้วยเช่นกันว่า “ถึงตัวฉันที่เด็กกว่านี้ โปรดอย่ากลัวเลยที่จะขอความช่วยเหลือ วันนี้เป็นวันสตรีโลก และฉันอยากให้เราทุกคนใจดีกับตัวเองหน่อย” พร้อมกับเชิญชวนให้เหล่าฟอลโลเวอร์ 396 ล้านคนเขียนข้อความถึงตัวเองในวัยเด็กผ่านแฮชแท็ก #rarereminder

 

ช่วงเวลาที่ผ่านมา Selena Gomez ถูกโยงเข้ากับเรื่องดราม่ากับ Hailey Bieber และพี่น้องตระกูล Jenner อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากที่ประกาศหยุดใช้โซเชียลมีเดียไปไม่นานมานี้ เธอก็ตอบคอมเมนต์ที่แสดงความเป็นห่วงเธอผ่าน TikTok ว่า “ได้โปรดใจดีต่อผู้อื่น และตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพจิตของผู้อื่นด้วยนะคะ ฉันรู้สึกหนักใจมาโดยตลอด และฉันแค่อยากให้ทุกคนได้สิ่งที่ดีค่ะ ด้วยรัก”

 

ภาพ: Daniele Venturelli / WireImage 

อ้างอิง: 

The post “ชื่นชมใบหน้ากับร่างกายที่เธอมี” Selena Gomez เผยว่าอยากบอกอะไรกับตัวเองในวัยเด็ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ญี่ปุ่นให้คำมั่นจะทำงานให้หนักขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมทางเพศ https://thestandard.co/kishida-to-solve-gender-inequality/ Thu, 09 Mar 2023 07:23:19 +0000 https://thestandard.co/?p=760544

ฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ให้คำมั่นว่าตนจะทำงา […]

The post นายกฯ ญี่ปุ่นให้คำมั่นจะทำงานให้หนักขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมทางเพศ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ให้คำมั่นว่าตนจะทำงานให้หนักยิ่งขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมทางเพศ ซึ่งรวมถึงการลดช่องว่างของรายได้ระหว่างเพศชายและเพศหญิงในสังคมญี่ปุ่น เนื่องในวันสตรีสากล (8 มีนาคม) ประจำปี 2023

 

โดยญี่ปุ่นมีช่องว่างของรายได้ระหว่างเพศชายและหญิงกว้างที่สุดในบรรดากลุ่มประเทศ G7 และจากข้อมูลเชิงสถิติในปี 2020 พบว่า ผู้หญิงชาวญี่ปุ่นมีรายได้อยู่ที่ราว 75% ของรายได้ผู้ชาย เมื่อทำงานเต็มเวลาเท่ากัน

 

แม้ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นแต่ละชุดแต่ละสมัยจะมีความพยายามในการจัดการกับปัญหาความไม่เท่าเทียมทางเพศอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ญี่ปุ่นก็ยังติดอันดับ 116 จาก 146 ประเทศทั่วโลก จากรายงานด้านความเท่าเทียมทางเพศ โดย World Economic Forum เมื่อปี 2022 ที่ผ่านมา อีกทั้งยังติดอันดับ 104 จาก 190 ประเทศในรายงานด้านโอกาสทางเศรษฐกิจของผู้หญิง โดยธนาคารโลก (World Bank) เมื่อปีที่แล้วเช่นเดียวกัน

 

คิชิดะระบุว่า การแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมทางเพศถือเป็นสิ่งจำเป็นในสังคมญี่ปุ่น เขาในฐานะผู้นำรัฐบาลชุดปัจจุบันจะเดินหน้าลดช่องว่างและความแตกต่างของรายได้ รวมถึงเปิดพื้นที่ให้กับผู้หญิงและผลักดันการปรับแก้ไขตัวบทกฎหมายที่สนับสนุนความเป็นธรรมทางเพศมากยิ่งขึ้น

 

โดยในปี 2022 ที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้การนำของคิชิดะได้กำหนดให้บริษัทหรือองค์กรใดที่มีสมาชิกตั้งแต่ 301 รายขึ้นไป จำเป็นต้องเปิดเผยความแตกต่างของรายได้ระหว่างเพศชายและเพศหญิงให้ผู้คนรับรู้ อีกทั้งมีความพยายามในการปรับแก้กฎหมายอาญาว่าด้วยการข่มขืนและล่วงละเมิดทางเพศอีกด้วย

 

ทางด้านศูนย์วิจัย Tokyo Shoko Research เผยว่า ขณะนี้ญี่ปุ่นมีผู้หญิงที่อยู่ในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงน้อยกว่า 1% ของบริษัททั้งหมดที่อยู่ในตลาดหุ้น Tokyo Stock Exchange แม้ว่าสัดส่วนของผู้นำหญิงในตำแหน่งระดับล่างจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็ตาม

 

ขณะที่สมาชิกสภานิติบัญญัติ 465 ราย มีสมาชิกที่เป็นผู้หญิงเพียง 45 ราย ซึ่งคิดเป็นราว 10% ของสมาชิกทั้งหมดเท่านั้น ขณะที่มีสมาชิกสภาสูงเป็นผู้หญิง 64 ราย จาก 248 ราย หรือคิดเป็นราว 1 ใน 4 ของสมาชิกทั้งหมด โดยหลายฝ่ายคาดหวังว่าสัดส่วนสมาชิกระหว่างเพศชายและเพศหญิงเหล่านี้จะขยับขึ้นมาใกล้เคียงกันมากยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้

 

แฟ้มภาพ: Yoshikazu Tsuno / AFP

 

อ้างอิง:

The post นายกฯ ญี่ปุ่นให้คำมั่นจะทำงานให้หนักขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมทางเพศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้หญิงทั่วทุกมุมโลกร่วมแสดงพลังเนื่องใน ‘วันสตรีสากล 2023’ https://thestandard.co/internation-women-day-around-the-world/ Wed, 08 Mar 2023 10:35:31 +0000 https://thestandard.co/?p=760104

ภาพบรรยากาศบางส่วนที่เกิดขึ้นในประเทศต่างๆ จากทั่วทุกมุ […]

The post ผู้หญิงทั่วทุกมุมโลกร่วมแสดงพลังเนื่องใน ‘วันสตรีสากล 2023’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ภาพบรรยากาศบางส่วนที่เกิดขึ้นในประเทศต่างๆ จากทั่วทุกมุมโลก หลังผู้หญิงจำนวนมากออกมาร่วมกันแสดงพลังและเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานที่พวกเขาพึงได้รับเนื่องในวันสตรีสากล (Internation Women’s Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 8 มีนาคมของทุกปี ทั้งยังใช้โอกาสนี้ผลักดันประเด็นด้านความเท่าเทียมทางเพศ รวมถึงต่อต้านการใช้ความรุนแรงต่อสตรีและเด็กในทุกรูปแบบอีกด้วย

 

โดยองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้กำหนดให้วันที่ 8 มีนาคมของทุกปี เป็นวันสตรีสากลอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ปี 1977 ที่ผ่านมา ซึ่งในปีนี้สนับสนุนประเด็นด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อความเท่าเทียมทางเพศตามธีม ‘DigitALL: Innovation and technology for gender equality’

 

#InternationalWomensDay #IWD2023

 

มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

ภาพ: Jam Sta Rosa / AFP

 

อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์

ภาพ: Ana Fernandez / SOPA Images / LightRocket via Getty Images

 

เปียงยาง ประเทศเกาหลีเหนือ

ภาพ: Kim Won Jin / AFP

 

มาดริด ประเทศสเปน

ภาพ: Marcos del Mazo / LightRocket via Getty Images

 

ละฮอร์ ประเทศปากีสถาน

ภาพ: Arif Ali / AFP

 

จังหวัดเอสซาอุยรา ประเทศโมร็อกโก

ภาพ: Fadel  Senna / AFP

 

กรุงเทพฯ ประเทศไทย

ภาพ: Lilian Suwanrumpha / AFP

The post ผู้หญิงทั่วทุกมุมโลกร่วมแสดงพลังเนื่องใน ‘วันสตรีสากล 2023’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก้าวไกลเปิดนโยบายเท่าเทียมทางเพศ ใช้คำนำหน้าตามความสมัครใจ ผ้าอนามัยแจกฟรีในโรงเรียน สานต่อสมรสเท่าเทียม https://thestandard.co/kaoklai-policy-gender-equality/ Wed, 08 Mar 2023 08:52:59 +0000 https://thestandard.co/?p=760042 นโยบายเท่าเทียมทางเพศ

วันนี้ (8 มีนาคม) พรรคก้าวไกลร่วมกับศูนย์นโยบายเพื่ออนา […]

The post ก้าวไกลเปิดนโยบายเท่าเทียมทางเพศ ใช้คำนำหน้าตามความสมัครใจ ผ้าอนามัยแจกฟรีในโรงเรียน สานต่อสมรสเท่าเทียม appeared first on THE STANDARD.

]]>
นโยบายเท่าเทียมทางเพศ

วันนี้ (8 มีนาคม) พรรคก้าวไกลร่วมกับศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต (Think Forward Center) จัดกิจกรรม ‘กาก้าวไกล เพศไหนก็คนเท่ากัน’ เนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคมของทุกปี โดยปีนี้เครือข่าย International Women’s Day ได้กำหนดรูปแบบการจัดงานที่มีชื่อว่าการโอบรับอย่างเท่าเทียม (Embrace Equity)

 

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวเปิดตัวนโยบายเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ ยืนยันพร้อมสานต่อภารกิจของพรรคอนาคตใหม่ในการสร้างประเทศไทยที่ ‘คนไทยเท่าเทียมกัน ประเทศไทยเท่าทันโลก’ โดย 10 นโยบายเพื่อความเท่าเทียมทางเพศของพรรคก้าวไกล ซึ่งเรียงตามช่วงอายุของคนคนหนึ่งตั้งแต่เกิดจนแก่ ประกอบด้วย

 

1. ผ้าอนามัยไม่เก็บ VAT แจกฟรีในโรงเรียน: ด้วยการยกเลิกการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในสินค้าหมวดหมู่ผ้าอนามัยและของใช้สิ้นเปลืองสำหรับวัยเจริญพันธุ์ และแจกผ้าอนามัยฟรีในสถานศึกษาและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนผ้าอนามัยและความจนประจำเดือน (Period Poverty) โดยเฉพาะสำหรับผู้มีประจำเดือนในวัย 10-25 ปี

 

2. ปฏิรูปการสอนเพศศึกษา ส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศ: ด้วยการออกแบบหลักสูตรใหม่ให้การสอนเรื่องเพศศึกษา (Sex Education) ให้ความสำคัญกับค่านิยมต่างๆ เช่น ความเข้าใจเรื่องความยินยอม (Consent) ความหลากหลายทางเพศ และสอนเรื่องทางกายภาพอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เยาวชนเข้าใจความสำคัญของการป้องกันการตั้งครรภ์โดยไม่ประสงค์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

 

3. ตำรวจหญิงทุกสถานี: ด้วยการเพิ่มจำนวนตำรวจหญิง เพื่อให้อย่างน้อยมีเพียงพอต่อการมีพนักงานสอบสวนหญิงประจำทุกสถานีตำรวจ เช่น เพิ่มจำนวนรับให้สูงขึ้น เปิดรับจากบุคคลภายนอกมากขึ้น พิจารณากลับมาเปิดรับนักเรียนนายร้อยหญิง เนื่องจากสถิติของกระทรวงยุติธรรมพบว่า ไม่ต่ำกว่า 75% ของผู้หญิงไทยที่เคยถูกคุกคามทางเพศ เลือกที่จะไม่แจ้งความ เหตุผลส่วนหนึ่งคือความไม่สบายใจ เพราะผู้เสียหายสะดวกใจกับพนักงานสอบสวนที่เป็นผู้หญิงมากกว่า 
 
นอกจากนี้ต้องออกแบบกระบวนการอบรมและประเมินตำรวจทุกคนไม่ว่าเพศใดที่รับผิดชอบคดีคุกคามทางเพศ ให้สามารถดำเนินการด้วยวิธีการและบรรยากาศที่เข้าใจถึงความละเอียดอ่อนของคดี และสนับสนุนให้เหยื่อรู้สึกปลอดภัยในการให้ข้อมูลในกระบวนการยุติธรรมด้วย

 

4. ปรับปรุงกฎหมายต่อต้านความรุนแรงทางเพศ: ด้วยการแก้ประมวลกฎหมายอาญาและกฎ ก.พ. เพื่อกำหนดนิยามใหม่ของการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ การกระทำอนาจาร และการกระทำชำเราเสียใหม่ เพื่ออุดช่องว่างของกฎหมายให้ครอบคลุมปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมมากขึ้น

 

5. สมรสเท่าเทียม-คู่รักทุกเพศแต่งงานกันได้: ด้วยการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัว โดยเปลี่ยนคำในตัวบทกฎหมายจากคำนามที่ระบุเพศ เช่น ชาย-หญิง และสามี-ภรรยา เป็นคำนามไม่ระบุเพศ เช่น บุคคล หรือคู่สมรส เพื่อให้คนทุกเพศสามารถหมั้นและสมรสกันได้ และมีสิทธิในฐานะคู่หมั้นหรือคู่สมรสโดยเสมอหน้ากันทุกประการ

 

6. รับรองทุกเพศสภาพ-คำนำหน้าตามความสมัครใจ: ด้วยการปรับโครงสร้างรัฐและกฎหมายให้รับรองทุกเพศสภาพ เพื่อเป็นรากฐานในการออกแบบนโยบายในทุกมิติ คุ้มครองสิทธิการรับรองทางกฎหมายผ่านการกำหนดมาตรการรับรองสถานะความเป็นบุคคลให้ตรงกับเจตจำนงในเพศสภาพของบุคคลนั้น โดยไม่ต้องผ่านการรับรองหรือกระบวนการทางการแพทย์ และคุ้มครองสิทธิของประชาชนในการใช้คำนำหน้านามตามความสมัครใจ ซึ่งรวมถึงสิทธิในการเปลี่ยนคำนำหน้านามให้ตรงกับเพศสภาพ สิทธิในการเลือกคำนำหน้านามที่เป็นกลางทางเพศ (เช่น นาม) สิทธิในการเลือกไม่ใส่คำนำหน้านาม (ระบุเพียงชื่อและนามสกุล) ตลอดจนออกกฎหมายที่ขจัดการเลือกปฏิบัติในสังคม เพื่อให้ทุกๆ เพศมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน

 

7. ยุติการตั้งครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ รับยาฟรีทุก รพ.สต.: ด้วยการคุ้มครองสิทธิในการยุติการตั้งครรภ์สำหรับบุคคลที่มีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ให้สามารถรับยายุติการตั้งครรภ์ได้ที่ รพ.สต. ทุกแห่งทั่วประเทศ มีการให้คำปรึกษาหลังจากการยุติการตั้งครรภ์ฟรี เพื่อตรวจสอบและฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้หญิงที่เข้ารับการยุติการตั้งครรภ์

 

8. สิทธิลาคลอด 180 วัน พ่อแม่แบ่งกันได้: ด้วยการขยายสิทธิลาคลอดจากปัจจุบัน (98 วัน) เพิ่มเป็น 180 วัน ซึ่งสอดคล้องกับหลักสากลขององค์การอนามัยโลกและกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ ที่กำหนดให้บุตรควรได้รับนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกหลังคลอด โดยพ่อแม่สามารถแบ่งวันลาได้ตามความสะดวก หรือใช้ร่วมกัน เช่น แม่ลา 5 เดือน พ่อใช้อีก 1 เดือน เพื่อช่วยแบ่งเบาการทำหน้าที่และร่วมกันดูแลลูกในช่วง 1 เดือนแรก

 

9. ศูนย์เลี้ยงเด็กใกล้บ้าน ห้องปั๊มนมในที่ทำงาน: ด้วยการเพิ่มงบประมาณให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นำไปบริหารจัดการเกี่ยวกับการดูแลเด็กเล็กในรูปแบบที่เหมาะสมกับพื้นที่ของตน เช่น การเพิ่มมาตรฐานศูนย์ให้เหมาะกับเด็กเล็ก การเพิ่มสัดส่วนผู้เลี้ยงดูเด็กต่อจำนวนเด็กเล็ก การอุดหนุนสถานเลี้ยงดูเด็กของเอกชน รวมถึงใช้กลไกของ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน กำหนดให้อาคารสำนักงานและสถานประกอบการขนาดใหญ่จำเป็นต้องจัดให้มีสถานที่เลี้ยงดูเด็กเล็กและสิ่งที่เกี่ยวข้อง (เช่น ห้องปั๊มนม) ภายในหรือใกล้อาคารสำนักงานหรือสถานประกอบการ เพื่อความสะดวกต่อการดูแลบุตรของพ่อแม่

 

10. ตรวจมะเร็งฟรี ไม่ต้องรอหมอสั่ง ในแพ็กเกจตรวจสุขภาพประจำปีฟรีของพรรคก้าวไกล: ตรวจคัดกรองฟรี 5 มะเร็งที่พบบ่อยในหญิงไทย ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งตับ มะเร็งปอด และมะเร็งปากมดลูก สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง โดยให้บรรจุในแพ็กเกจตรวจสุขภาพ รวดเร็วขึ้นเพราะไม่ต้องรอหมอสั่ง
 
ปัจจุบันผู้หญิงสามารถตรวจมะเร็งปากมดลูกได้เท่านั้นที่ไม่ต้องรอหมอสั่ง แต่คนใช้สิทธิยังน้อย ซึ่งพรรคก้าวไกลจะเพิ่มสิทธิตรวจสุขภาพประจำปีของประชาชนให้ครอบคลุมขึ้นและมีแรงจูงใจเป็นค่าเดินทาง ติดตามรายละเอียดได้ในการเปิดนโยบายสุขภาพเร็วๆ นี้

 

จากนั้น พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า และอดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ปาฐกถาพิเศษ ‘จากอนาคตใหม่สู่ก้าวไกล กับการสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ’ ความตอนหนึ่งว่า ภารกิจหลักเมื่อครั้งเป็นพรรคอนาคตใหม่มีเป้าหมายเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ ‘คนไทยเท่าเทียมกัน ประเทศไทยเท่าทันโลก’

 

แต่ความฝันที่เรียบง่ายนี้ของพรรคอนาคตใหม่กลับยังไม่เกิดขึ้นจริง ตลอดระยะเวลา 4 ปีเราผ่านวันแรกในสภาที่ความพยายามผลักดันให้ผู้หญิงเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนแรก แต่กลับถูกหัวเราะเยาะ บอกทุกอย่างเป็นไปตามโควตาของพรรคการเมือง เราผ่านวันที่ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ผู้แทนราษฎร ถูกเรียกว่า ‘นายธัญญ์วาริน’ และถูกผู้แทนราษฎรคนอื่นโห่ใส่ เพียงเพราะทาลิปสติกสีแดงและใส่กระโปรง เราผ่านวันที่ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมไม่สามารถผ่านวาระสภาทันสมัยประชุม แม้จะเป็นวาระหลักที่ประชาชนทั้งประเทศเรียกร้องก็ตาม ทั้งหมดนี้ตอกย้ำว่า ภารกิจของอนาคตใหม่ยังไม่แล้วเสร็จ และเป็นสิ่งที่พรรคก้าวไกลต้องทำต่อให้สำเร็จ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

 

“เราเฝ้ารอวันที่ผู้แทนราษฎร ไม่ว่าเพศใด ความเชื่อแบบใด ปฏิบัติต่อทุกคนเท่ากัน และได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน วันที่ไม่ได้มีแค่ผู้หญิงที่จะพูดเรื่องสิทธิของผู้หญิงหรือสิทธิความหลากหลายทางเพศ แต่ผู้แทนราษฎรต้องมีความตระหนักและพูดเรื่องนี้ได้ทุกคน ในฐานะสิทธิพื้นฐานของประเทศนี้ ไม่ใช่แค่ของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง” พรรณิการ์กล่าว

The post ก้าวไกลเปิดนโยบายเท่าเทียมทางเพศ ใช้คำนำหน้าตามความสมัครใจ ผ้าอนามัยแจกฟรีในโรงเรียน สานต่อสมรสเท่าเทียม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ม็อบแรงงานลุยทำเนียบ ทวงสิทธิแรงงานสตรีในวันสตรีสากล 2566 https://thestandard.co/labor-mob-go-government-house/ Wed, 08 Mar 2023 07:53:08 +0000 https://thestandard.co/?p=760020

วันนี้ (8 มีนาคม) กลุ่มเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน […]

The post ม็อบแรงงานลุยทำเนียบ ทวงสิทธิแรงงานสตรีในวันสตรีสากล 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (8 มีนาคม) กลุ่มเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชนรวมตัวกันบริเวณด้านหน้าทำเนียบรัฐบาลเนื่องในวันสตรีสากล โดยมีข้อเรียกร้องเพื่อทวงสิทธิแรงงาน สิทธิทางสังคม และสิทธิทางการเมือง 

 

สำหรับตัวอย่างข้อเรียกร้องในวันนี้ เช่น 

 

  • ยกเลิก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี 
  • คืนสิทธิให้พนักงานค้าบริการทางเพศ หรือ Sex Worker 
  • ขยายสิทธิลาคลอดโดยได้รับค่าตอบแทนเป็น 180 วัน
  • แก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 287 ลดค่าครองชีพ แรงงาน และประชาชนหญิง ด้วยการจัดสวัสดิการผ้าอนามัยฟรี 
  • จัดให้มีสวัสดิการประชาชนตามช่วงอายุ ได้แก่ 0-6 ปี และ 60 ปีขึ้นไป รายละ 3,000 บาทต่อเดือน 
  • ขยายสถานบริการรัฐที่ให้ยุติการตั้งครรภ์ปลอดภัยและฟรีสำหรับผู้ท้องไม่พร้อม 
  • รับรองสิทธิสมรสเท่าเทียมทุกเพศ 
  • คืนสิทธิการประกันตัวให้นักสู้ทางการเมืองทุกคน

 

ทั้งนี้ บรรยากาศโดยรอบมีการตรึงกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ รวมถึงกองร้อยน้ำหวานที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม

 

The post ม็อบแรงงานลุยทำเนียบ ทวงสิทธิแรงงานสตรีในวันสตรีสากล 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพื่อไทยเปิดนโยบายเพื่อผู้หญิงในวันสตรีสากล สานต่อกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกฟรีทุกคน https://thestandard.co/pheuthai-policy-for-women/ Wed, 08 Mar 2023 04:59:42 +0000 https://thestandard.co/?p=759938 นโยบายเพื่อผู้หญิง

วันนี้ (8 มีนาคม) แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้ […]

The post เพื่อไทยเปิดนโยบายเพื่อผู้หญิงในวันสตรีสากล สานต่อกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกฟรีทุกคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นโยบายเพื่อผู้หญิง

วันนี้ (8 มีนาคม) แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรค แถลงข่าวนโยบายเพื่อผู้หญิงเนื่องในวันสตรีสากล ภายใต้ธีม ‘DigitALL: Innovation and technology for gender equality นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ’ โดยผู้เข้าร่วมสวมเสื้อ Embrace Equity โอบกอดความเสมอภาค เพื่อแสดงจุดยืนความเสมอภาคทางเพศของพรรคเพื่อไทย

 

แพทองธารกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเล็งเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีที่จะเป็นตัวช่วยสำคัญ ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสต่างๆ และจะเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความเท่าเทียมทางเพศ โดยมีการเปิดนโยบาย 2 อย่างที่จะสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศอย่างทั่วถึง

 

นโยบายแรกคือ ‘การยกระดับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีด้วยเทคโนโลยี’ ให้ผู้หญิงทุกคนเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจและการพัฒนาทักษะ ซึ่งเดิมที ‘กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี’ คือหนึ่งในความสำเร็จของการสร้างความเท่าเทียมทางเพศให้เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทยโดย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีกรอบความรับผิดชอบ 3 ด้าน ได้แก่ การสร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน, การพัฒนาทักษะอาชีพ และการดูแลปกป้องสิทธิสตรี ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ และผู้สูงอายุ เพื่อดูแลประชากรหญิงครอบคลุมทุกมิติ

 

แพทองธารระบุว่า ในปัจจุบันการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการหญิงยังเป็นปัญหา จากข้อมูลธนาคารโลกระบุว่า ในประเทศกำลังพัฒนา ผู้ประกอบการหญิงมีจำนวนเพียง 30% และมีถึง 70% ที่ไม่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากสถาบันการเงิน โดยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจในภาคค้าปลีกซึ่งเติบโตน้อย กำไรน้อย และยังขาดเทคโนโลยี 

 

พรรคเพื่อไทยจึงมีนโยบายต่อยอดความสำเร็จของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ผ่านการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาศักยภาพกองทุน โดยเทคโนโลยีจะเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุนทั้งจากภาครัฐและเอกชน ทำให้เกิดการสร้างคน สร้างเครือข่าย เชื่อมตลาดในประเทศและต่างประเทศ เพิ่มศักยภาพการเข้าถึงนวัตกรรม และเพิ่มการปกป้องสิทธิต่างๆ เพื่อผู้หญิงทุกคนได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม และสามารถยืนหยัดด้วยตัวเองอย่างภาคภูมิ

 

นโยบายที่ 2 คือ ‘การฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกฟรีสำหรับผู้หญิงทุกคน’ เนื่องจากสาเหตุการเสียชีวิตของหญิงไทยเกิดจากมะเร็งปากมดลูกเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งเต้านม ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้เห็นถึงความสำคัญของสุขภาวะในเพศหญิง และมีแนวทางลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูก ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันให้กับผู้หญิงทุกคนที่ยังไม่ติดเชื้อ HPV โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

 

แพทองธารยังกล่าวถึงความเท่าเทียมทางเพศในประเทศไทยที่มีแนวโน้มดีขึ้น จากการเคยมีนายกรัฐมนตรีหญิง มีผู้หญิงอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง และในภาคการเมืองผู้หญิงก็มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยการเลือกตั้งที่ใกล้จะถึงนี้ พรรคเพื่อไทยมีสัดส่วนผู้สมัคร ส.ส. หญิง 20% มากกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อนที่มี 15% โดยไม่ได้มีการจำกัดเพศในการคัดเลือกผู้สมัคร แต่มาจากความเหมาะสมเป็นหลัก

 

“พรรคเพื่อไทยยึดหลักความเสมอภาคทางเพศ (Gender Equity) เราจะทำให้เพศไม่ใช่อุปสรรคในการใช้ชีวิต เรายืนหยัดที่จะทำให้ทุกคนสามารถสานฝัน ทำในสิ่งที่ทุกคนต้องการ ไม่ว่าคุณจะเป็นเพศไหน ทุกคนสามารถเป็นทุกสิ่งที่คุณต้องการได้” แพทองธารกล่าวในที่สุด

The post เพื่อไทยเปิดนโยบายเพื่อผู้หญิงในวันสตรีสากล สานต่อกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกฟรีทุกคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
บทบาทของสตรีที่แอสตร้าเซนเนก้า กับความกล้าที่จะทลายกรอบความคิดเดิมๆ https://thestandard.co/lady-role-at-astrazeneca/ Wed, 09 Mar 2022 08:50:59 +0000 https://thestandard.co/?p=603732 บทบาทของสตรีที่แอสตร้าเซนเนก้า กับความกล้าที่จะทลายกรอบความคิดเดิมๆ

สร้างสภาพแวดล้อมที่ปราศจากอคติ  เจมส์ ทีก ประธานบร […]

The post บทบาทของสตรีที่แอสตร้าเซนเนก้า กับความกล้าที่จะทลายกรอบความคิดเดิมๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บทบาทของสตรีที่แอสตร้าเซนเนก้า กับความกล้าที่จะทลายกรอบความคิดเดิมๆ

สร้างสภาพแวดล้อมที่ปราศจากอคติ 

เจมส์ ทีก ประธานบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความเสมอภาคเป็นสิ่งที่แอสตร้าเซนเนก้าให้ความสำคัญมาโดยตลอด เราเชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นเพศอะไร พนักงานทุกคนมีโอกาสในการเติบโตในองค์กรเท่ากัน เราอยากให้พนักงานสามารถแสดงศักยภาพของพวกเขาออกมาได้อย่างเต็มที่ จึงมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ปราศจากการมีอคติในสถานที่ทำงาน และการมอบโอกาสแก่ทุกคนให้สามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจขององค์กร ที่แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย เรามีพนักงานผู้หญิงกว่า 71.6% และสมาชิกกว่า 50% ของทีมบริหารแอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย นั้นเป็นผู้หญิง” 

 

ส่วนในทวีปเอเชียก็มีสัดส่วนของพนักงานหญิงในระดับที่สูงเช่นกัน “ในปี 2564 แอสตร้าเซนเนก้ามีสัดส่วนพนักงานหญิงในทวีปเอเชีย ไม่รวมประเทศอินเดีย สูงถึง 57% และระดับผู้จัดการอาวุโสขึ้นไปเป็นพนักงานผู้หญิงถึง 53% นอกจากนี้อัตราการเข้างานของพนักงานใหม่ที่เป็นผู้หญิงก็มีสัดส่วนสูงถึง 62% ขณะที่อัตราส่วนของพนักงานผู้หญิงที่ได้เลื่อนตำแหน่งนั้นมีสูงถึง 64% และในระดับโกลบอลนั้น แอสตร้าเซนเนก้าตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2568 สัดส่วนของผู้บริหารแอสตร้าเซนเนก้าตั้งแต่ระดับกลางขึ้นไปทั้งชายและหญิงจะต้องเท่าเทียมกันอีกด้วย” 

 

การผลักดันศักยภาพของสตรีทั้งในปัจจุบันและอนาคต 

ในปี 2564 แอสตร้าเซนเนก้า คือ 1 ใน 325 บริษัทชั้นนำระดับโลกที่มีผลงานโดดเด่นด้านการสนับสนุนให้เกิดความเสมอภาคทางเพศ จากรายงาน LP Gender-Equality Index 2021 ของสำนักข่าว Bloomberg และยังได้รับการจัดอันดับโดยวารสาร Hampton-Alexander Review ว่าเป็นบริษัทยาใน The Financial Times Stock Exchange 100 หรือ FTSE 100 ที่ให้ความสำคัญกับบทบาทของผู้บริหารหญิงมากที่สุด 

 

 

ภญ.ณัฐพร สุนทรสัจ ผู้จัดการหน่วยธุรกิจกลุ่มยามะเร็ง ผู้ที่ทำงานกับแอสตร้าเซนเนก้ามากว่า 2 ทศวรรษ เผยว่า “ดิฉันได้เห็นบทบาทของผู้หญิงที่เปิดกว้างมาก มีการพัฒนาและส่งเสริมความรู้ใหม่ๆ ให้กับบุคลากรทางการแพทย์และวงการยาในประเทศไทย ตลอดการทำงานกว่า 20 ปีกับแอสตร้าเซนเนก้า ดิฉันได้เห็นการพัฒนายากลุ่มใหม่ๆ มีประสิทธิภาพดีขึ้นเรื่อยๆ เช่น ยารักษาโรคมะเร็ง เป็นต้น ซึ่งเมื่อก่อนยาเหล่านี้มีน้อยมาก เราได้เห็นว่าสิ่งที่เรามุ่งมั่นพัฒนานั้นเป็นประโยชน์ และสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

 

 

“ความท้าทายอย่างแรกคือการทำงานในวงการยาและการดูแลสุขภาพในปัจจุบัน ก็คือการทำงานที่มีความแตกต่างกันทางความคิด แต่ท่ามกลางความแตกต่างนั้นมีส่วนช่วยให้เกิดการพัฒนาในทิศทางที่ดีขึ้น เช่น การพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพ การมุ่งเน้นให้คนไทยสามารถเข้าถึงยาและนวัตกรรมด้านสุขภาพได้มากขึ้น เป็นต้น และการที่พนักงานจะสามารถคิดหาวิธีที่ดีที่สุดเพื่อตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพและช่วยให้คนไข้ได้รับการรักษาอย่างทั่วถึงทุกกลุ่ม ทุกเพศ และทุกวัย และเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องโดยเสมอภาคกัน ก็คือการให้โอกาสเปิดกว้างทางความคิด มุ่งเน้นให้เกิดความเสมอภาค และให้ความสำคัญกับความก้าวหน้าของผู้หญิงในที่ทำงานในสัดส่วนที่เท่าเทียมกับเพศชาย เพราะเมื่อบทบาทของผู้หญิงในวงการนี้มีความเท่าเทียมกัน ก็จะกระตุ้นให้เกิดความแตกต่างทางความคิดและอิสระในการทำงาน ทำให้เกิดแรงจูงใจในการทำงาน เช่นถึงฉันจะเป็นผู้หญิง ฉันก็ทำได้ จึงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเต็มที่” ภญ.กฤตยา จงธนะวณิช ผู้จัดการด้านราคาและการเข้าถึงตลาดกล่าว

 

 

ขณะที่ พญ.อรสิริ ปิติสุทธิธรรม ผู้จัดการฝ่ายการแพทย์ กล่าวเสริมว่า “สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจเข้ามาทำงานที่แอสตร้าเซนเนก้าก็เพราะว่าอยากที่จะใช้วิทยาศาสตร์และองค์ความรู้ที่มีสร้างประโยชน์ให้กับคนหมู่มาก และการที่แอสตร้าเซนเนก้ามีจุดยืนที่ชัดเจนในการนำวิทยาศาสตร์มาต่อยอดและพัฒนาการรักษาผู้ป่วย เปิดโอกาสให้เรามองเห็นความเป็นไปได้มากมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คน ดิฉันมีโอกาสทำงานกับคนที่มีความสามารถทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก โดยไม่มีการปิดกั้นทางความคิด การเปิดกว้างให้พนักงานทุกคนสามารถนำเสนอสิ่งที่ตนเองคิดออกมาอย่างเสมอภาคนั้น ทำให้เรามีพลังที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นอยู่เสมอ”

 

การสนับสนุนสิทธิของเด็กผู้หญิง 

นอกจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรที่มีการเปิดกว้างทางความคิด แอสตร้าเซนเนก้ายังได้ให้ความสำคัญในการสนับสนุนความเสมอภาคระหว่างเพศและสิทธิของเด็กผู้หญิงในสังคม ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในอนาคต ผ่านโครงการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีในเด็กและเยาวชน หรือ Young Health Programme (YHP) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างแอสตร้าเซนเนก้า และองค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล โดยในปีล่าสุดได้จัดกิจกรรม #GirlsTakeOver เพื่อรณรงค์ด้านการยอมรับความแตกต่างในสังคมและสร้างความตื่นตัวเรื่องความท้าทายต่างๆ ที่เด็กผู้หญิงในประเทศไทยกำลังเผชิญ โดยเหล่าผู้บริหารของแอสตร้าเซนเนก้าได้เปิดโอกาสให้เด็กผู้หญิงในกรุงเทพมหานครและสมุทรปราการได้ลองสวมบทบาทผู้บริหารขององค์กรเป็นเวลา 1 วัน ภายใต้ธีมผู้นำหญิงในแวดวงวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม เทคโนโลยี และการพัฒนา (Leading Women in Science, Innovation, Technology and Development) เพื่อมอบประสบการณ์ แลกเปลี่ยนมุมมอง พร้อมพัฒนาศักยภาพของเด็กผู้หญิง เพื่อให้มีแนวทางในการก้าวไปเป็นผู้บริหารหญิง และสร้างความเสมอภาคระหว่างเพศในสังคมต่อไป

The post บทบาทของสตรีที่แอสตร้าเซนเนก้า กับความกล้าที่จะทลายกรอบความคิดเดิมๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ต้อนรับวันสตรีสากลกับนิทรรศการ ‘นิทรรศกี เพื่อผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า’ https://thestandard.co/pheu-thai-party-free-sanitary-napkins-for-all-exhibition/ Tue, 08 Mar 2022 13:39:15 +0000 https://thestandard.co/?p=603430 นิทรรศกี เพื่อผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า

เนื่องในวันที่ 8 มีนาคมของทุกปีเป็นวันสตรีสากล (Interna […]

The post ต้อนรับวันสตรีสากลกับนิทรรศการ ‘นิทรรศกี เพื่อผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิทรรศกี เพื่อผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า

เนื่องในวันที่ 8 มีนาคมของทุกปีเป็นวันสตรีสากล (International Women’s Day) THE STANDARD POP อยากชวนคุณไปชมนิทรรศการใหม่ที่ตั้งใจเปิดตัวในวันนี้โดยเฉพาะ

 

‘นิทรรศกี เพื่อผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า’ ไม่ใช่แค่นิทรรศการศิลปะ แต่เป็นกิจกรรมเพื่อเผยแพร่การศึกษานโยบายผ้าอนามัยฟรีที่พรรคเพื่อไทยต้องการผลักดัน โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-31 มีนาคม 2565 ณ ร้านกาแฟ Think Lab พรรคเพื่อไทย 

 

ความน่าสนใจคือเรื่องราวมากมายที่อยู่ในงานที่นำเสนอผ่านงานศิลปะและข้อมูลต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ โดยการเดินทางเริ่มต้นขึ้นเบื้องหลังม่านแดงชมพู หรือ ‘ประตูกี’ ที่จำลองมาจากอวัยวะเพศหญิง จากนั้นเข้าสู่ห้องที่แสดงเนื้อหาส่วนที่เป็น Fact เกี่ยวกับผู้มีประจำเดือน เช่น ‘ตลอดชีวิตของผู้มีประจำเดือนต้องจ่ายเงินค่าผ้าอนามัยเป็นจำนวน 192,000 บาท’ พร้อมด้วยข้อมูลที่ทางพรรคเพื่อไทยได้ศึกษาเกี่ยวความเป็นไปได้ และวิธีการที่จะลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงผ้าอนามัย ไปสู่การแจกผ้าอนามัยฟรีแก่ผู้มีประจำเดือน 

 

ความน่าสนใจคืองานนี้ได้ 3 ศิลปินหญิงที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจนมาร่วมจัดแสดงงาน ได้แก่ Juli Baker and Summer, Prim Issaree และ Pyra ที่ภายในห้องจะประกอบไปด้วย ภาพถ่าย งานอินสตอลเลชัน ผ้า และคลิปวิดีโอที่พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องประจำเดือนเพื่อลดอคติที่มีต่อผู้มีประจำเดือน 

 

นอกเหนือจากนิทรรศการที่จัดแสดงแล้วยังมีงานเสวนาที่วางตารางทุกวันอังคารตลอดทั้งเดือนมีนาคมนี้ ประเดิมด้วยเสวนาว่าด้วยสวัสดิการผ้าอนามัยคือสิทธิมนุษยชน (8 มีนาคม) โดยได้ผู้ร่วมเสวนาอย่าง ขัตติยา สวัสดิผล (อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย), จิตติมา ภาณุเตชะ (ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ), โชติรส นาคสุทธิ์ (นักเขียน, เจ้าของเพจ ‘เจ้าแม่’ และโฮสต์รายการ ‘Sex is More’) และ วรางทิพย์ สัจจทิพวรรณ (ผู้ก่อตั้งแบรนด์ผ้าอนามัย Ira Concept และผู้รณรงค์เพื่อขจัด Period Shaming) ดำเนินรายการโดย ชานันท์ ยอดหงษ์ (ผู้รับผิดชอบนโยบายด้านอัตลักษณ์และความหลากหลาย พรรคเพื่อไทย) 

 

สำหรับสัปดาห์ถัดไปงานเสวนาที่จะเกิดขึ้น ได้แก่ เสวนาหัวข้อ เป็นพ่อแม่ด้วย ทำงานด้วย มันเหนื่อยมากเลยนะ? (15 มีนาคม) และเสวนา จากวัยรุ่นเดือนตุลาฯ ถึงวัยรุ่นยุคประยุทธ์ จันทร์โอชา บทบาทผู้หญิงในฐานะนักต่อสู้ (22 มีนาคม) โดยสามารถฟังได้ที่ Think Lab หรือ Live ผ่าน Facebook: พรรคเพื่อไทย 

 

THE STANDARD POP เก็บภาพมาฝาก หากใครสนใจสามารถไปชมกันได้ระหว่างวันที่ 8-31 มีนาคม 2565 ณ ร้านกาแฟ Think Lab พรรคเพื่อไทย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/pheuthaiparty 

 

นิทรรศกี เพื่อผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า นิทรรศกี เพื่อผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า นิทรรศกี เพื่อผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า นิทรรศกี เพื่อผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า นิทรรศกี เพื่อผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า นิทรรศกี เพื่อผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า นิทรรศกี เพื่อผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า นิทรรศกี เพื่อผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า นิทรรศกี เพื่อผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า นิทรรศกี เพื่อผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า นิทรรศกี เพื่อผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า นิทรรศกี เพื่อผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า นิทรรศกี เพื่อผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า

The post ต้อนรับวันสตรีสากลกับนิทรรศการ ‘นิทรรศกี เพื่อผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วงเสวนาเนื่องในวันสตรีสากล แนะสื่อเลิกผลิตคอนเทนต์ด้อยค่า-คุกคามผู้หญิง ยกกรณี ‘แตงโม’ ไม่ควรชี้นำ-ลดความดราม่า https://thestandard.co/international-womens-day-advice-media-stop-bullying-woman/ Tue, 08 Mar 2022 09:19:03 +0000 https://thestandard.co/?p=603199 วงเสวนาเนื่องในวันสตรีสากล แนะสื่อเลิกผลิตคอนเทนต์ด้อยค่า-คุกคามผู้หญิง ยกกรณี ‘แตงโม’ ไม่ควรชี้นำ-ลดความดราม่า

เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล 8 มีนาคมของทุกปี ทั่วโลกจะมีกา […]

The post วงเสวนาเนื่องในวันสตรีสากล แนะสื่อเลิกผลิตคอนเทนต์ด้อยค่า-คุกคามผู้หญิง ยกกรณี ‘แตงโม’ ไม่ควรชี้นำ-ลดความดราม่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
วงเสวนาเนื่องในวันสตรีสากล แนะสื่อเลิกผลิตคอนเทนต์ด้อยค่า-คุกคามผู้หญิง ยกกรณี ‘แตงโม’ ไม่ควรชี้นำ-ลดความดราม่า

เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล 8 มีนาคมของทุกปี ทั่วโลกจะมีการรณรงค์ประเด็นที่น่าสนใจของผู้หญิง สำหรับในประเทศไทย ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ เมื่อวานนี้ (7 มีนาคม) มูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ (มสส.) ร่วมกับมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และมูลนิธิเด็ก เยาวชนและครอบครัว ได้ร่วมกันจัดเสวนาร่วมกับสื่อมวลชน ระดมความคิดเห็นเรื่อง ‘มองสื่อไทย…สร้างสรรค์หรือด้อยค่าสตรี’ ในสถานการณ์ที่ข่าวของดาราดัง แตงโม-ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางน้ำ กำลังมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง 

 

โดย จะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวถึงความคิดเรื่องชายเป็นใหญ่ในสื่อต่างๆ ระบุว่า จากการทำงานและสังเกตการณ์ของมูลนิธิที่ผ่านมา สื่อมีทั้งสร้างสรรค์และด้อยค่าผู้หญิง หรือฉากไม่เหมาะสมในละครลดน้อยลงเพราะหน่วยงานอย่างคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำกับดูแลมากขึ้น แต่ด้านการด้อยค่าไม่ใช่แค่เรื่องแตะเนื้อต้องตัวอย่างเดียว เพราะยังคงมีคำพูดของนักแสดงที่เห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ มองผู้หญิงด้อยกว่าตัวเอง 

 

นอกจากนี้ รายการวาไรตี้ รายการตลก ยังมีประเด็นที่ชอบด้อยค่าภรรยาตัวเอง นำมาล้อเลียน มีการพูดสองแง่สองง่ามกับผู้หญิง และมีหลายครั้งที่พิธีกรตลกแตะเนื้อต้องตัวแขกรับเชิญที่เป็นผู้หญิง เมื่อไม่มีการโวยวายก็มองว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา ซึ่งไม่ถูกต้อง ขณะที่ถ้าเป็นการรายงานข่าวเรื่องผู้หญิงถูกคุมคามทางเพศ มักจะรายงานแค่ปรากฏการณ์เรื่องนิสัยใจคอ พฤติกรรมของผู้หญิง แต่ไม่ให้ความสำคัญกับการทำข่าวสืบสวนหาสาเหตุของปัญหา โดยเฉพาะความคิดเรื่องชายเป็นใหญ่

 

ด้าน วิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ สื่อมวลชนอาวุโส ผู้ดำเนินรายการวิทยุคลื่น เอฟเอ็ม 96.5 อสมท. และอดีตกรรมการสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงของสื่อไทยต่อการส่งเสริมความเท่าเทียมว่า เรื่องนี้ต้องแยกเป็น 2 ประเด็น คือ ประเด็นแรก การส่งเสริมความเท่าเทียมในองค์กรวิชาชีพสื่อและองค์กรสื่อ ตั้งแต่ตั้งสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยเมื่อปี 2489-2542 มีนายกสมาคมที่เป็นผู้หญิงแค่ 3 คน จาก 22 คน เมื่อรวมกันเป็นสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยตั้งแต่ปี 2543 จนถึงปัจจุบัน มีนายกสมาคมที่เป็นผู้หญิง 2 คน จาก 11 คน ยิ่งไปดูลึกถึงตำแหน่งบรรณาธิการบริหารสื่อหลักๆ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย ดังนั้นสื่อคงต้องคิดถึงการเพิ่มบทบาทผู้หญิงให้มากขึ้น แต่น่าสนใจคือสื่อออนไลน์ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนว่าสัดส่วนของผู้หญิงที่เป็นบรรณาธิการบริหารนั้นครึ่งต่อครึ่ง เช่นสื่ออย่าง The Reporters, The Bangkok Insight และ The Momentum เป็นต้น 

 

ส่วนประเด็นที่สอง คือ เรื่องบทบาทสื่อต่อการส่งเสริมความเท่าเทียมของหญิง-ชายนั้น ในอดีตต้องยอมรับความจริงว่าการเสนอข่าวเกี่ยวกับผู้หญิงจะเน้นเรื่องเหตุการณ์ความรุนแรงทางเพศในเชิงของปรากฏการณ์เป็นหลัก ส่วนคอลัมน์หรือรายการในเชิงความคิดสร้างสรรค์อาจจะมีน้อย หรือไม่ก็เน้นไปที่ความสวยความงามหรือข่าวสังคมชั้นสูง แต่เราก็เห็นความเปลี่ยนแปลงในสื่อหลายสื่อในปัจจุบัน เช่น ไทยรัฐออนไลน์ หรือแนวหน้า เริ่มมีคอลัมนิสต์ผู้หญิงอยู่หลายส่วน ขณะที่เนื้อหาที่นำเสนอก็เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น เช่น การสื่อสารเตือนภัยที่จะเกิดขึ้นกับผู้หญิง, ดนตรีต้านการล่วงละเมิด, สอน 3 ท่ามวยไทยเบสิกที่ผู้หญิงควรฝึกไว้ป้องกันตัว

 

ขณะที่ ณัฐกร เวียงอินทร์ Content Editor ของ The People กล่าวว่า ในหลายปีที่ผ่านมา นอกจากการให้ความสำคัญกับเรื่องบทบาทผู้หญิงแล้ว ปัจจุบันสื่อไทยมีความสนใจพูดถึงเรื่องราวความหลากหลายทางเพศสภาพมากขึ้น มีความตื่นตัวในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก เราเห็นความเคลื่อนไหวของกลุ่มสตรีนิยม กลุ่ม LGBTQ+ และอีกหลายกลุ่มความเคลื่อนไหวมากมาย ทำให้เราตระหนักถึงสิทธิความเท่าเทียมคนผู้คนในแต่ละเพศ การเคลื่อนไหวเช่นนี้ในส่วนหนึ่งจึงเหมือนกับทางฝั่งประชาชนออนไลน์ผู้ใช้สื่อก็มีบทบาทในการให้ข้อมูลให้ความรู้กับสื่อ เพื่อให้การทำงานของสื่อมีความระมัดระวังในการนำเสนอข่าวสาร ไปจนถึงทัศนคติที่มีต่อการนำเสนอเนื้อหาข่าวสารนั้นๆ ในทางที่เหมาะสมเช่นกัน

 

ด้าน ดร.ชเนตตี ทินนาม อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงสื่อไทยจะส่งเสริมบทบาทผู้หญิงอย่างไร โดยระบุว่า ทางออกของสื่อไทยในการนำเสนอประเด็นผู้หญิง สื่อต้องทำงานกับโลกภายในของตัวเอง ใช้หัวใจในการทำงานสื่อ มองให้เห็นถึงความทุกข์ของผู้หญิง ซึ่งแตกต่างจากปัญหาอื่นของสังคม เพราะความทุกข์ของผู้หญิงถูกระบบโครงสร้างสังคมทำให้กลายเป็นเรื่องปกติ สื่อต้องใช้ความเป็นธรรม นำความเป็นกลาง ความเป็นธรรม จะทำให้เรามองเห็นผู้หญิงในฐานะที่เป็นมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรี ไม่ลดคุณค่าของผู้หญิงให้เหลือแค่ร่างกาย หากยึดหลักความเป็นธรรมแล้ว การรายงานเรื่องของผู้หญิงจะไม่จบเพียงแค่เหตุการณ์ที่เป็นโศกนาฏกรรมบนยอดภูเขาน้ำแข็ง แต่ต้องขุดให้ลึกไปจนถึงฐานรากของปัญหาในระดับโครงสร้างสังคมวัฒนธรรมที่เป็นต้นเหตุของความรุนแรงต่อผู้หญิง

 

ขณะเดียวกันในวงเสวนายังได้พูดถึงบทบาทของสื่อมวลชนกับการเสนอข่าวการเสียชีวิตของดารานักแสดงหญิงชื่อดัง แตงโม-ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ โดย ดร.ชเนตตี กล่าวว่า สื่อต้องยกระดับข่าวนี้ให้เป็นมากกว่าข่าวอาชญากรรม ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว โดยเพิ่มเติมมุมมองการคุ้มครองสิทธิของผู้สูญเสียชีวิต และชี้ให้เห็นถึงผลกระทบที่ต้องแก้ไขในระดับโครงสร้างสังคม เพื่อให้บทเรียนเรื่องความรุนแรงต่อผู้หญิงไม่กลับมาเกิดซ้ำสอง 

 

เช่นเดียวกับจะเด็จที่ให้ความเห็นสอดคล้องกันว่า สื่อควรจะเคารพความเป็นส่วนตัวของผู้เสียหายและคนที่เกี่ยวข้อง ลดความเป็นดราม่าที่เน้นเรตติ้งคนดูลง เน้นเจาะลึกไปยังต้นตอปัญหา และตั้งคำถามกับสังคมเรื่องของความปลอดภัยของการเดินทาง ภัยของผู้หญิง ทำอย่างไรไม่ให้ถูกคุกคาม การดื่มแอลกอฮอล์บนเรือผิดหรือไม่ 

 

ขณะที่วิเชษฐ์กล่าวว่า สื่อต้องให้เกียรติคนที่เสียชีวิต เพราะคนตายพูดไม่ได้ และต้องนำเสนอข้อเท็จจริงให้มากกว่าความรู้สึก ที่สำคัญจะต้องไม่ตั้งตนเป็นผู้ชี้นำทิศทางหรือกระแสสังคม เรื่องนี้ควรขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และเห็นด้วยว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับมาตรการหรือกฎหมายจะต้องหาทางป้องกันปัญหาที่กล่าวมาในทุกมิติด้วย 

The post วงเสวนาเนื่องในวันสตรีสากล แนะสื่อเลิกผลิตคอนเทนต์ด้อยค่า-คุกคามผู้หญิง ยกกรณี ‘แตงโม’ ไม่ควรชี้นำ-ลดความดราม่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
8 ข้อเรียกร้องเพื่อคุ้มครองสิทธิสตรี 8 มีนาคม วันสตรีสากล https://thestandard.co/international-womens-day-8-requests/ Tue, 08 Mar 2022 06:42:47 +0000 https://thestandard.co/?p=603047 8 ข้อเรียกร้องเพื่อคุ้มครองสิทธิสตรี 8 มีนาคม วันสตรีสากล

วันนี้ (8 มีนาคม) สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สร […]

The post 8 ข้อเรียกร้องเพื่อคุ้มครองสิทธิสตรี 8 มีนาคม วันสตรีสากล appeared first on THE STANDARD.

]]>
8 ข้อเรียกร้องเพื่อคุ้มครองสิทธิสตรี 8 มีนาคม วันสตรีสากล

วันนี้ (8 มีนาคม) สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ร่วมจัดกิจกรรมในงานวันสตรีสากล ประจำปี 2565 โดยเคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อยื่นหนังสือถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี​​ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เรียกร้องให้มีการคุ้มครองสิทธิของสตรี​ 

 

นอกจากนี้ กลุ่มผู้จัดกิจกรรมยังได้อ่านแถลงการณ์ 8 ข้อ ดังนี้

 

  1. รัฐต้องรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 183 ว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิความเป็นมารดา

 

  1. รัฐต้องกำหนดให้ผู้หญิงมีสิทธิลาคลอดได้ 180 วัน และให้ผู้ชายลาไปดูแลภรรยาคลอดบุตรได้ 30 วัน โดยได้รับค่าจ้าง 100%

 

  1. รัฐต้องรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 190 ว่าด้วยการขจัดความรุนแรง และการล่วงละเมิดในโลกแห่งการทำงาน

 

  1. รัฐต้องรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 189 ว่าด้วยงานที่มีคุณค่าสำหรับลูกจ้างทำงานบ้าน และอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 177 ว่าด้วยงานที่รับไปทำที่บ้านเพื่อให้แรงงานได้รับการคุ้มครองอย่างเคร่งครัดและเป็นธรรม

 

  1. รัฐต้องกำหนดมาตรการเพื่อขจัดการละเมิดสิทธิแรงงานทุกรูปแบบ รวมถึงหามาตรการปกป้อง คุ้มครอง และเยียวยา เพื่อสร้างความมั่นคงในการทำงานและเข้าถึงสิทธิสวัสดิการอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม

 

  1. รัฐต้องให้เงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้า 0-6 ปี เดือนละ 600 บาท

 

  1. รัฐต้องกำหนดสัดส่วนผู้หญิงและเพศสภาพในการตัดสินใจของคณะกรรมการทุกมิติ ทุกระดับ อย่างน้อย 1 ใน 3

 

  1. รัฐต้องกำหนดให้วันที่ 8 มีนาคมของทุกปีเป็นวันหยุดตามประเพณี

 

The post 8 ข้อเรียกร้องเพื่อคุ้มครองสิทธิสตรี 8 มีนาคม วันสตรีสากล appeared first on THE STANDARD.

]]>