วันชี้ชะตายิ่งลักษณ์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/วันชี้ชะตายิ่งลักษณ์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 31 Jul 2018 13:00:47 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ยึดทรัพย์ ยิ่งลักษณ์ เรื่องเก่าเล่าใหม่ บ้านแม้ถูกยึด แต่สามี-บุตร ขออยู่ต่อได้ https://thestandard.co/yingluck-was-seize-property/ https://thestandard.co/yingluck-was-seize-property/#respond Thu, 01 Feb 2018 11:31:01 +0000 https://thestandard.co/?p=66840

หลังการไม่ปรากฏตัวของอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัต […]

The post ยึดทรัพย์ ยิ่งลักษณ์ เรื่องเก่าเล่าใหม่ บ้านแม้ถูกยึด แต่สามี-บุตร ขออยู่ต่อได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังการไม่ปรากฏตัวของอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีเพิกเฉยปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2560

 

การตามหาตัวเธอก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการต่อไป เช่นเดียวกับกระบวนการยึดทรัพย์ค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว

 

ซึ่งดูเหมือนทั้ง 2 กรณีก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ มากนัก

 

ข่าวยึดทรัพย์ยิ่งลักษณ์กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง หลังศาลปกครองมีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับคดีในคดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2561

 

สื่อบางสำนักมีการพาดหัวข่าว ‘ยึดบ้านยิ่งลักษณ์’ ซึ่งสร้างความแตกตื่นพอสมควร แต่จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า นี่อาจเป็นข้อมูลเก่าที่ถูกทำให้เป็นประเด็นใหม่

 

 

ทนายความเผย ยิ่งลักษณ์ถูกยึดทรัพย์ไปตั้งแต่กลางปี 2560

นพดล หลาวทอง ทนายความของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เปิดเผยกับ THE STANDARD ว่า เตรียมยื่นคำขอทุเลาการบังคับคดีอีกครั้ง เนื่องจากกฎหมายเปิดโอกาสให้สามารถยื่นคำขอทุเลาการบังคับคดีได้เรื่อยๆ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมข้อมูลเพื่อยื่นขอทุเลาการยึดทรัพย์ ซึ่งถือเป็นการยื่นครั้งที่ 3 แล้ว พร้อมยืนยันว่าที่ผ่านมาอดีตนายกฯ ไม่เคยมีพฤติการณ์ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินใดๆ

 

ทนายความบอกด้วยว่า ตามข้อเท็จจริงมีการยึดทรัพย์อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ไว้ตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2560 ประกอบด้วย บ้าน-ที่ดิน ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด, คอนโดมิเนียมห้องชุด และอายัดบัญชีเงินฝากประมาณ 12-13 บัญชี รวมประมาณ 30 รายการ

 

เป็นเหตุให้ทีมทนายความยื่นคำขอทุเลาการบังคับคดีให้ยึดทรัพย์เป็นครั้งที่ 2 จนล่าสุดศาลปกครองมีคำสั่งยกคำขอทุเลาไปเมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา จึงทำให้กรมบังคับคดีสามารถเดินหน้ายึดทรัพย์ และสืบหาทรัพย์สินของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์อื่นๆ ต่อไปได้

 

ทนายความเปิดเผยด้วยว่า มติตุลาการศาลปกครองที่สั่งยกคำขอทุเลาคือ 5 ต่อ 2 ดังนั้น เป็นหน้าที่ของทีมทนายที่ต้องหาเหตุผลและข้อมูลเพิ่มเติมในการยื่นคำขอทุเลาครั้งต่อไปเพื่อโน้มน้าวให้ตุลาการศาลปกครองอีกอย่างน้อย 2 ท่าน เห็นคล้อยตามเหตุผลของฝ่ายอดีตนายก

 

สำหรับเหตุผลหลักที่ทีมทนายความยื่นต่อศาลปกครองที่ผ่านมา คือเห็นว่าคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ยังไม่มีคำพิพากษาออกมา ดังนั้นจึงถือว่าคดียังไม่ถึงที่สุด และเมื่อเทียบกับคดีอื่นทั่วไปที่ผ่านมา หากศาลยังพิจารณาพิพากษาไม่ถึงที่สุดก็จะไม่มีการอายัด-ยึดทรัพย์ใดๆ

 

 

แม้บ้านยิ่งลักษณ์ถูกยึด แต่สามี-บุตร ขออยู่ต่อได้

1 กุมภาพันธ์ 2561 ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการอายัดทรัพย์สินของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า สาเหตุที่ยึดบ้านพักของยิ่งลักษณ์ ภายในโยธินพัฒนา 3 เพราะเจ้าหน้าที่พิจารณาจากเอกสารสิทธิ ส.ค.1 ที่มีชื่อของนางสาวยิ่งลักษณ์เป็นเจ้าของ และแม้จะเป็นสินสมรสก็สามารถดำเนินการได้

 

วิษณุยอมรับว่า ตามคำสั่ง ม.44 เจ้าหน้าที่สามารถยึดและขายทอดตลาดได้ แต่เชื่อว่าเจ้าหน้าที่พิจารณาดีแล้ว ว่าทรัพย์สินใดควรจะดำเนินการอย่างไร เพราะบางกรณีไม่ควรขาย เนื่องจากอาจเกิดปัญหาตามมา จากการขอทุเลาการบังคับคดีหรือการพิพากษาคดีในอนาคต

 

ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตามสมควร ไม่ถึงขั้นเอาเป็นเอาตาย เพราะอย่างน้อยการอายัดหรือยึดไว้ก็มีประโยชน์ คือเจ้าของไม่สามารถนำไปขายได้

 

 

อย่างไรก็ตามแม้มีการอายัดบ้านไว้ แต่สามีและบุตรยังอาศัยต่อได้ โดยจะต้องขออนุญาต ซึ่งผู้ขอจะต้องรู้สถานะตนเอง และไม่สามารถตกแต่งดัดแปลง หรือรื้อถอนบ้านได้

 

ส่วนการตรวจสอบทรัพย์สินพบการยักย้ายถ่ายเทหรือไม่นั้น ตนตอบไม่ได้ แต่ผู้เป็นเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่ชี้ช่องให้กรมบังคับคดีย่อมรู้ดีว่ามีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินหรือไม่และมีจำนวนกี่รายการ

 

สำหรับบ้านพักซอยโยธินพัฒนา 3 เป็นบ้านพัก 2 ชั้น พร้อมสนามฟุตบอล ตั้งอยู่ที่ซอยนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ มูลค่าล่าสุดที่แจ้งไว้กับ ป.ป.ช. คือ 110,000,000 บาท

 

มหากาพย์ตามยึดทรัพย์ยิ่งลักษณ์ งัด ม.44 กรุยทาง

ย้อนไปเมื่อ 13 กันยายน 2559 หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวฯ ออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 56/2559 มอบอำนาจให้กรมบังคับคดียึดทรัพย์จากความเสียหายการทุจริตซื้อข้าว ตามที่คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง ได้เคาะตัวเลขให้ยิ่งลักษณ์ชดใช้เงิน 35,717 ล้านบาท

 

ขณะที่สาระสำคัญของคำสั่งตาม ม.44 ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์คือการคุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิดใดๆ ทั้งสิ้น ในการดำเนินการยึดทรัพย์อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์

 

จากนั้นมีข้อมูลว่า กรมบังคับคดีได้เริ่มต้นกระบวนการยึดทรัพย์ยิ่งลักษณ์ ด้วยการอายัดบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพจำนวน 7 บัญชี จากทั้งหมด 12 บัญชีที่กระทรวงการคลังส่งข้อมูลมาให้

 

 

ยื่นขอทุเลายึดทรัพย์ครั้งที่ 1 พร้อมฟ้องประยุทธ์

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2559 ยิ่งลักษณ์ได้ยื่นฟ้อง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกับพวกรวม 4 คนต่อศาลปกครองกลาง ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่งที่กระทรวงการคลัง เรียกให้ยิ่งลักษณ์ชดใช้เงิน 35,717 ล้านบาท พร้อมกับขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้ตามคำสั่งดังกล่าวหรือระงับคำสั่งให้ชดใช้เงินดังกล่าวไว้จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา

 

แต่แล้วศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าวของยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2560

 

ยื่นขอทุเลายึดทรัพย์ครั้งที่ 2 ศาลชี้ว่ามีมูลยักย้ายทรัพย์สิน

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2560 อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ได้ยื่นขอทุเลาการยึดทรัพย์อีกครั้ง แต่ศาลปกครองก็ยกคำขอทุเลาอีกครั้ง พร้อมระบุด้วยว่า มีพฤติการณ์เชื่อได้ว่ามีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน

 

โดยศาลระบุว่า บัญชีเงินฝากทั้ง 16 บัญชีที่ยิ่งลักษณ์ยื่นต่อ ป.ป.ช. เมื่อพ้นจากตำแหน่งครบ 1 ปี มีจำนวนกว่า 24 ล้านบาท แต่เมื่อเจ้าหน้าที่อายัด พบว่ามีเงินเหลือในบัญชีประมาณ 1 ล้านบาท ซึ่งยิ่งลักษณ์ไม่ชี้แจงประเด็นนี้ต่อศาล จึงเชื่อได้ว่ามีพฤติการณ์ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินจริง

 

ส่วนกรณีที่ยิ่งลักษณ์อ้างว่าได้มีการใช้มาตรการบังคับทางปกครองในการยึดอายัดทรัพย์สินบางรายการไปแล้ว ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย ยากแก่การเยียวยาภายหลังนั้น ศาลเห็นว่ากระทรวงการคลังมีศักยภาพในการชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นในภายหลัง หากศาลมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งพิพาทแล้ว

 

 

สำหรับทรัพย์สินของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ตามบัญชีแสดงทรัพย์สิน-หนี้สินของ ป.ป.ช. ที่เคยยื่นไว้เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2559 หลังยิ่งลักษณ์พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบ 1 ปี

 

ยิ่งลักษณ์มีทรัพย์สินรวม 612,379,231.93 บาท หนี้สินรวม 33,070,803 บาท โดยกู้จากทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และพี่ชาย รวมมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 579,308,428.93 บาท

 

รายการทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. อาทิ เงินสดของยิ่งลักษณ์ จำนวน 14,298,120 บาท คู่สมรส (ไม่ได้จดทะเบียน) 4,000,000 บาท

 

เงินฝาก 16 บัญชีของยิ่งลักษณ์ 24,908,420.28 บาท คู่สมรส 5,847,160.87 บาท และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 138,381.66 บาท

 

ยานพาหนะรวมมูลค่า 21,990,000 บาท สิทธิและสัมปทานของยิ่งลักษณ์ 569,189.32 บาท คู่สมรส 1,707,734.39 บาท บุตรยังไม่บรรลุนิติภาวะ 1,397,413.52 บาท ทรัพย์สินอื่นๆ ทั้งนาฬิกาหรูและกระเป๋าแบรนด์เนมรวม 45,690,000 บาท

 

รวมถึงรายการที่ดินจำนวน 14 แปลง รายการโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 33 รายการ รวมจำนวนเงิน 162,368,182.40 บาท

 

Photo: AFP

The post ยึดทรัพย์ ยิ่งลักษณ์ เรื่องเก่าเล่าใหม่ บ้านแม้ถูกยึด แต่สามี-บุตร ขออยู่ต่อได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/yingluck-was-seize-property/feed/ 0
วันพิพากษาที่ไร้เงายิ่งลักษณ์ ชินวัตร https://thestandard.co/yingluck-failed-appear-in-court/ https://thestandard.co/yingluck-failed-appear-in-court/#respond Tue, 29 Aug 2017 03:54:27 +0000 https://thestandard.co/?p=23034

The post วันพิพากษาที่ไร้เงายิ่งลักษณ์ ชินวัตร appeared first on THE STANDARD.

]]>

The post วันพิพากษาที่ไร้เงายิ่งลักษณ์ ชินวัตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/yingluck-failed-appear-in-court/feed/ 0
เช็กสถานะ ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ ขอลี้ภัยไปไหนได้บ้าง https://thestandard.co/yingluck-political-asylum/ https://thestandard.co/yingluck-political-asylum/#respond Mon, 28 Aug 2017 12:25:38 +0000 https://thestandard.co/?p=22885

     หลังการไม่ปรากฏตัวของ ‘ยิ่งลักษณ์ ช […]

The post เช็กสถานะ ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ ขอลี้ภัยไปไหนได้บ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>

     หลังการไม่ปรากฏตัวของ ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในวันนัดอ่านคำพิพากษาคดีละเลยปล่อยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา

     คำถามที่ว่า “ยิ่งลักษณ์ อยู่ที่ไหน?”

     ยังไม่มีคำตอบอย่างเป็นทางการ มีแต่คำตอบที่อ้างจากแหล่งข่าวคนใกล้ชิดมาอีกที

     เอเอฟพี (AFP) สำนักข่าวดังระดับโลก อ้างแหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาล ระบุว่า ทักษิณ ชินวัตร พี่ชายเตรียมแผนการให้น้องสาวหลบหนีมานานแล้ว เพราะเขายอมไม่ได้ที่จะเห็นน้องสาวของเขาต้องติดคุกแม้เพียงวันเดียว

     ขณะเดียวกันเป้าหมายปลายทางสุดท้ายของยิ่งลักษณ์ไม่ใช่ดูไบ แต่เป็นการขอสถานะผู้ลี้ภัยในอังกฤษ ประเทศที่เป็นรัฐภาคีอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย พ.ศ. 2492 มีกว่า 147 ประเทศ ในอาเซียนมีทั้งกัมพูชาและฟิลิปปินส์ ส่วนไทยก็เข้าร่วมภาคีนี้ ขณะที่ประเทศยุโรปก็มีทั้งสหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, เบลเยียม, สวีเดน, สวิตเซอแลนด์, สหรัฐอเมริกา และแคนาดา เป็นต้น (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.unhcr.or.th/sites/default/files/3c0f495f4.pdf )

     การลี้ภัยไปอยู่อังกฤษมีความเป็นไปได้ไม่น้อย เนื่องจากทักษิณมีบ้านพักในกรุงลอนดอน มูลค่า 264 ล้านบาท (มูลค่าตามที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. สมัยเป็นนายกฯ) ขณะที่การฉลองวันคล้ายวันเกิดของนายทักษิณ 2 ปีล่าสุด ก็จัดงานเบิร์ธเดย์ที่ประเทศอังกฤษ

การไม่ได้ฟังคำพิพากษา หรือ การหนีคดี ไม่ผิดเงื่อนไขการขอลี้ภัย จากประสบการณ์การทำงานกับผู้ลี้ภัยที่มาลี้ภัยในไทย ยังไม่ต้องถึงขั้นไปขึ้นศาล แค่ถูกออกหมายจับก็หนีมาขอสถานะผู้ลี้ภัยได้แล้ว ถ้าพิสูจน์ได้ว่ากระบวนการยุติธรรมของประเทศต้นทางไม่น่าเชื่อถือ

ทางเข้าบ้านพักส่วนตัวของนายทักษิณ ชินวัตร ที่ประเทศอังกฤษ 

 

     และหากย้อนไปหลังการรัฐประหารรัฐบาลทักษิณ โดยคมช. เมื่อปี 2549 อังกฤษก็เป็นประเทศที่นายทักษิณ ไปพำนักอยู่ถึง 1 ปี 5 เดือน ก่อนจะกลับเมืองไทยมามอบตัวในคดีที่ดินรัชดา และหนีไปอีกครั้งหลังศาลให้ประกันตัว โดยอ้างว่าจะไปร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ประเทศจีน

 

การขอลี้ภัยต้องทำอย่างไร?

     อนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย พ.ศ. 2492 (Convention relating to the Status of Refugees) ให้คำนิยาม และความหมายของสถานภาพผู้ลี้ภัยว่า

     ผู้ลี้ภัย หมายถึง บุคคลที่จำเป็นต้องทิ้งประเทศบ้านเกิดของตนเอง เนื่องจากความหวาดกลัวการถูกประหัตประหารหรือได้รับการคุกคามต่อชีวิตเนื่องจากสาเหตุข้อหนึ่งข้อใด เช่น เชื้อชาติ ศาสนา สัญชาติ สมาชิกภาพในกลุ่มทางสังคม สมาชิกภาพในกลุ่มความคิดทางการเมือง

 

Photo: PORNCHAI KITTIWONGSAKUL/AFP

 

     นักกฎหมายที่ทำงานช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในประเทศไทย อธิบายเพิ่มเติมให้ THE STANDARD ฟังว่า ใครก็ตามในโลกนี้สามารถยื่นคำขอเป็นผู้ลี้ภัยได้ทั้งหมด เพราะการยื่นคำขอเป็นสิทธิพื้นฐาน แต่การที่ UN จะให้สถานะ ‘ผู้ลี้ภัย’ กับใครนั้นมีเงื่อนไขกำหนดไว้ตามอนุสัญญาฯ

 

เงื่อนไขการขอลี้ภัย

  • ต้องอยู่นอกประเทศตัวเอง จะขอลี้ภัยในประเทศตัวเองไม่ได้
  • รัฐบาลประเทศต้นทางไม่สามารถคุ้มครองบุคคลคนนั้นได้
  • บุคคลนั้นอยู่ที่ใดที่หนึ่งของประเทศตัวเองไม่ได้

 

     ขณะที่ ‘การลี้ภัย’ คำว่า ‘ภัย’ ในที่นี้คือ การถูกประหัตประหารหรือได้รับการคุกคามต่อชีวิต ซึ่งมีที่มา 5 อย่าง ได้แก่

     1) เชื้อชาติ เช่น เป็นชนกลุ่มน้อย

     2) สัญชาติ

     3) ศาสนา

     4) ความเห็นทางการเมือง

     5) กลุ่มเฉพาะทางสังคม ซึ่งจะนิยามกว้างหน่อย อาจจะเป็นอะไรก็ได้ที่ส่งผลกระทบถึงการใช้ชีวิต เช่น บางคนเป็นโรคเจ็บป่วยร้ายแรง แล้วประเทศต้นทางเห็นว่าเป็นโรคน่ารังเกียจสมควรตาย ก็สามารถใช้เงื่อนไขนี้ขอลี้ภัยได้เหมือนกัน

 

     การพิจารณา ‘ขอลี้ภัย’ ต้องพิจารณาครบองค์ประกอบทั้งหมด คือ อยู่นอกประเทศ รัฐบาลคุ้มครองไม่ได้ อยู่ที่ใดที่หนึ่งในประเทศตัวเองไม่ได้ และเข้านิยามคำว่า ‘ภัย’ หนึ่งใน 5 ข้อข้างต้น โดยจะเข้าอันใดอันหนึ่งหรือหลายอันก็ได้ ซึ่งถ้าพิสูจน์ได้ว่าไม่สามารถกลับประเทศต้นทางได้ เพราะยังมีภัยต่อเนื่องอยู่ก็จะได้สถานะผู้ลี้ภัย

     “แม้ว่าแต่ละประเทศจะมีกระบวนการพิจารณาสถานะผู้ลี้ภัยที่ต่างกัน ถ้าเป็นประเทศที่อยู่ในภาคีอนุสัญญา รัฐบาลประเทศนั้นๆ จะเป็นผู้พิจารณาเอง แต่เงื่อนไขหรือหลักเกณฑ์การพิจารณาจะใช้เหมือนกันทั่วโลก” นักกฎหมายกล่าว

 

‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ เข้าข่าย ‘ผู้ลี้ภัย’ หรือไม่?

     ในความเห็นของนักกฎหมายที่ทำงานด้านการลี้ภัยโดยตรงมองว่า กรณีอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ น่าจะเข้าข่ายขอลี้ภัยได้ โดยใช้เงื่อนไขความเห็นทางการเมือง และอาจใช้เงื่อนไขกลุ่มเฉพาะทางสังคม ในฐานะเป็นน้องสาวของทักษิณ ชินวัตร ในการยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัย

     “การไม่ได้ฟังคำพิพากษา หรือ การหนีคดี ไม่ผิดเงื่อนไขการขอลี้ภัย จากประสบการณ์การทำงานกับผู้ลี้ภัยที่มาลี้ภัยในไทย ยังไม่ต้องถึงขั้นไปขึ้นศาล แค่ถูกออกหมายจับก็หนีมาขอสถานะผู้ลี้ภัยได้แล้ว ถ้าพิสูจน์ได้ว่ากระบวนการยุติธรรมของประเทศต้นทางไม่น่าเชื่อถือนักกฎหมายยืนยัน

 

 

กว่าจะได้สถานะ ‘ผู้ลี้ภัย’ ไม่ง่ายอย่างที่คิด

     จักรภพ เพ็ญแข หนึ่งในผู้ลี้ภัยการเมือง เคยอธิบายขั้นตอนการขอลี้ภัยการเมืองไว้ว่า มีทั้งทางตรงและทางอ้อม

     กลุ่มลี้ภัยการเมืองทางตรง คือเข้ามายื่นเรื่องขอวีซ่าลี้ภัยทางการเมืองทันที (Asylum Visa) ซึ่งวีซ่าประเภทนี้ รัฐบาลของประเทศที่จะยื่นขอ จะต้องทำการพิสูจน์ทั้งหลักฐาน การสัมภาษณ์เจาะลึก เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนว่า หากบุคคลที่ยื่นขอเดินทางกลับประเทศตัวเองแล้วจะไม่ปลอดภัยถึงขั้นต้องเสียชีวิต ติดคุก หรือถูกทำร้ายหรือไม่

     ขณะเดียวกัน บุคคลที่ยื่นขอจะต้องไม่เกี่ยวข้องหรือเกี่ยวพันกับการใช้ความรุนแรง เป็นสมาชิกของกลุ่มองค์กรที่ใช้ความรุนแรง มีคดีอาชญากรรมติดตัว หากพิสูจน์ตรวจสอบด้วยพยานหลักฐานที่ชัดเจนแล้วก็ได้รับอนุมัติในเวลาเพียงไม่นาน

     ส่วน กลุ่มลี้ภัยการเมืองทางอ้อม ก็อาจจะหอบเงินเข้ามาทำธุรกิจ ลงทุนในจำนวนเงินที่รัฐบาลประเทศนั้นๆ กำหนด หรืออาจจะมาเป็นโรบินฮู้ดไปก่อน แล้วค่อยๆ หาช่องทางเพื่อที่จะอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายต่อไป

 

 

     จากนี้ยิ่งลักษณ์จะไปอยู่ที่ไหน ใช้ชีวิตอย่างไร คงไม่ใช่แค่คนที่รักเธอเท่านั้นที่สนใจ ฝ่ายตรงข้ามกับเธอก็คงอยากรู้เรื่องนี้ไม่แพ้กัน แต่จนถึงเวลานี้ยังไม่มีคำตอบยืนยันอย่างเป็นทางการจากอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์โดยตรง

     แต่คนในพรรคเพื่อไทยหลายคนเห็นตรงกันว่า อดีตนายกฯ หญิงจะแสดงท่าทีอย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้

 

 

Photo: PORNCHAI KITTIWONGSAKUL, MAX NASH/AFP

The post เช็กสถานะ ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ ขอลี้ภัยไปไหนได้บ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/yingluck-political-asylum/feed/ 0
มองโจทย์การเมืองไทยในวันที่ไร้สมการ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร https://thestandard.co/thai-politics-without-yingluck/ https://thestandard.co/thai-politics-without-yingluck/#respond Sat, 26 Aug 2017 12:54:18 +0000 https://thestandard.co/?p=22685

     ถึงนาทีนี้ เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ยิ่ […]

The post มองโจทย์การเมืองไทยในวันที่ไร้สมการ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ถึงนาทีนี้ เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เลือกที่จะไม่เผชิญหน้าต่อสู้ในคดีจำนำข้าว ผิดกับที่เคยลั่นวาจาไว้ว่า “จะไม่หนีไปไหน ถ้าหนีคงไปแต่แรกแล้ว”

     แม้จะยังไม่มีคำยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่หลายคนฟันธงไปแล้วว่า ยิ่งลักษณ์กำลังเลือกเดินตามรอยพี่ชาย ทักษิณ ชินวัตร หลบหายไปจากหน้าฉากการเมืองไทย และลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศเป็นการถาวร

     นอกจากคำถามหนาหูที่ว่า ‘ยิ่งลักษณ์หายไปไหน?’ ยังมีคำถามชวนคิดถึงอนาคตการเมืองไทยในวันที่ตระกูลชินวัตรถูกถอดออกจากสมการแห่งอำนาจ จะมีทิศทางต่อไปอย่างไร

     THE STANDARD ชวน อธึกกิต แสวงสุข หรือ ใบตองแห้ง คอลัมนิสต์การเมือง และ ผศ. วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มาร่วมวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโฉมหน้าการเมืองไทยนับจากนี้

 

ยิ่งลักษณ์ ‘อยู่’ หรือ ‘ไป’ ความต่างของพลังทางการเมือง

     แม้ที่ผ่านมา คสช. จะคุมเข้มการเคลื่อนไหวทางการเมืองของนักการเมืองต่างๆ และยังไม่ ‘ปลดล็อก’ ให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้ตามปกติ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ที่ผ่านมาความเคลื่อนไหวเล็กๆ ของอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยถูกจับตามองจากสังคมมาโดยตลอด สังเกตจากพื้นที่ข่าวที่ปรากฏภาพยิ่งลักษณ์เดินทางไปทำกิจกรรมต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง แม้จะเป็นการเดินสายทำบุญและพบปะประชาชนแบบประปราย แต่ในทางการเมืองแล้ว ภาพเหล่านี้มี ‘มูลค่า’ ในแง่ของความนิยม

     ผศ. วันวิชิตมองว่า เมื่อยิ่งลักษณ์เลือกทาง ‘หนี’ นั่นเท่ากับว่า ‘มูลค่า’ ที่เคยสั่งสมมากำลังจะถูกลดทอนลงตามพื้นที่ข่าวที่หายไป

     “ภาพกิจกรรมของคุณยิ่งลักษณ์ที่ผ่านมา ทุกสัปดาห์จะต้องเป็นข่าว เช่น ถ่ายภาพกับชาวบ้าน ซื้อของ หรือทำบุญ ซึ่งหลังจากนี้พื้นที่ข่าวจะหายไป และเชื่อว่าต่อจากนี้คุณยิ่งลักษณ์จะต้องเก็บตัวเงียบชั่วคราว เพราะถึงตอนนี้เริ่มมีการตั้งคำถามจากฝ่ายเดียวกัน โดยเฉพาะแฟนคลับที่มาให้กำลังใจถึงทางเลือกของคุณยิ่งลักษณ์ เพราะเป็นเรื่องที่กระทบต่อความรู้สึกของกองเชียร์ค่อนข้างมาก

     “ยิ่งก่อนหน้านี้เธอเคยปวารณาตนว่าจะขอสู้จนวินาทีสุดท้าย และจะขึ้นศาล ซึ่งต่างจากคุณทักษิณที่ไม่เคยแสดงตัวในเรื่องนี้ นั่นเท่ากับว่าคำพูดของเธอกำลังมัดตัวเอง เป็นการพิพากษาตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อเป็นอย่างนั้น เท่ากับว่าทุกอย่างที่ก่อร่างและสั่งสมมาโดยตลอดก่อนหน้านี้กำลังถูกลดคุณค่าในตัวมันเอง

     “เมื่อคุณยิ่งลักษณ์เลือกที่จะพิพากษาตัวเองในการเดินตามรอยพี่ชาย เท่ากับว่าตอนนี้มีชนัก 2 อันของการหนีคดีความ ซึ่งตรงนี้ฝ่ายตรงข้ามหรือคนที่อยู่ตรงกลางจะเริ่มไม่ยอมรับมากขึ้น”

     นอกจากนี้ ผศ. วันวิชิตยังมองว่า ก่อนหน้านี้ ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยเคยทำหน้าที่เป็นเหมือนธงนำ ซึ่งดึงเอาแนวร่วมของกลุ่มคนที่มีผลประโยชน์ร่วมกันในแง่ของการต่อสู้กับรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่หลังจากนี้กลุ่มก้อนความคิดนี้จะไร้ธงนำอีกต่อไป

     “การไม่อยู่ของคุณยิ่งลักษณ์จะทำให้การต่อสู้ที่เคยอ้างอิงกับคุณยิ่งลักษณ์ลดทอนพลังลงไป พูดง่ายๆ ว่าข้ออ้างในการเคลื่อนไหวทางการเมืองมันลดลง เหมือนที่คุณทักษิณเคยโดนคดี ทำให้มีชนักติดตัว แต่หากคุณยิ่งลักษณ์อยู่เพื่อต่อสู้คดี แน่นอนว่าคุณค่าในตัวเธอจะมีมูลค่าในการเคลื่อนไหวทางการเมืองได้อย่างต่อเนื่อง เพราะคนภายนอกที่สนับสนุนเป็นเครือข่ายของเธอจะนำประเด็นนี้ไปต่อยอดว่า คุณยิ่งลักษณ์เป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในระบอบการเมืองที่ไม่ปกติ แม้เธอจะต่อสู้จนติดคุก และอาจจะไม่มีสิทธิ์ลงเลือกตั้ง แต่องคาพยพที่เหลืออยู่ข้างหลังสามารถใช้ประเด็นนี้ต่อสู้เรียกร้องในการเลือกตั้งได้สบายๆ”

 

ชินวัตรเพลี่ยงพล้ำ หรือแค่หลบเลี่ยงการเผชิญหน้า

     มองต่างมุมจากใบตองแห้ง ที่วิเคราะห์ว่าการ ‘หลบหน้า’ ไปจากการเมืองไทยในเวลานี้ของยิ่งลักษณ์ไม่ได้ลดทอนความนิยมที่เคยมีต่อมวลชนแต่อย่างใด

     “ในมุมหนึ่ง เหมือนตระกูลชินวัตร และพรรคเพื่อไทยกำลังเพลี่ยงพล้ำทางการเมือง แต่ในแง่ของมวลชนเอง เขาก็ไม่ได้รู้สึกผิดหวังอะไรขนาดนั้น เพราะถ้าคำตัดสินออกมาว่าคุณยิ่งลักษณ์ผิด ติดคุก มวลชนอาจจะคิดว่าให้ไปเสียดีกว่า ดังนั้นในแง่ความผูกพันระหว่างเขากับมวลชนมันไม่ได้เสียหายอะไร อาจจะมีคนกลางๆ ที่วิพากษ์วิจารณ์อยู่บ้าง แต่ในความเป็นจริงคงไม่มีใครคิดว่า ถ้าคุณยิ่งลักษณ์อยู่ยอมรับคำตัดสินแล้วจะเป็นชนวนให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เหมือนกรณีของ ออง ซาน ซูจี หรือ เนลสัน แมนเดลา มันคงเป็นไปไม่ได้ และคงไม่ถูกที่จะไปเรียกร้องกับคุณยิ่งลักษณ์แบบนั้น เพราะเขาก็แค่เป็นเขา

     “อีกมุมก็คือมันคงไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรในสังคม คนที่เกลียดชังก็ยังคงเกลียดชัง คนที่สะใจก็คงสะใจ คนที่เสียใจก็เสียใจ มันก็คนกลุ่มเดิมๆ ไม่ว่าจะหนี ไม่ว่าจะติดคุก”

     อธึกกิตมองข้ามช็อตไปถึงการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยมองว่าทางเลือกของยิ่งลักษณ์ที่ตามรอยพี่ชายคือความพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับผู้กุมอำนาจในปัจจุบัน เพราะการชนแบบตรงๆ อาจ ‘ได้’ ไม่คุ้ม ‘เสีย’

     “มองในระยะยาว ผมคิดว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นลักษณะที่ตระกูลชินวัตรพยายามจะถอยตัวเองออกจากการเมือง สมมติมีการเลือกตั้งครั้งหน้าแล้วคุณยิ่งลักษณ์อยู่ อุณหภูมิการเมืองตอนเลือกตั้งคงจะเดือด เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นจุดรวมศูนย์ของคนที่ต่อสู้กับ คสช. ดังนั้นนี่อาจเป็นความพยายามในการหลบเลี่ยงการเผชิญหน้า

     “ถ้าเราคิดภาพว่าคุณยิ่งลักษณ์ไป แล้วพรรคเพื่อไทยเอาคุณหญิงสุดารัตน์มาเป็นหัวหน้าพรรค มันจะเกิดการยอมถอยไปโดยธรรมชาติ ส่วนอำนาจที่ปกครองประเทศต่อจากนี้ก็จะอยู่ไปได้ยาวหน่อย ผมคิดว่ามันเป็นการประนีประนอมกันส่วนหนึ่ง ในเมื่อเขาคิดทางเลือกแบบนี้แล้ว มันก็น่าจะเป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับเขา ถ้าคุณยิ่งลักษณ์อยู่แล้วต้องไปชนกันในการเลือกตั้ง เขาอาจจะคิดว่าได้ไม่คุ้มเสีย เราต้องคิดในแง่ที่ว่าคุณทักษิณเป็นนักธุรกิจ ไม่ใช่นักประชาธิปไตย ถ้ามองมุมนี้ก็จะเข้าใจทางเลือกนี้มากขึ้น”

 

อนาคตพรรคเพื่อไทยในวันไร้เงาชินวัตร

     คงต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา การมีอยู่ของพรรคเพื่อไทยเป็นการมีอยู่แบบยึดโยงกับตัวบุคคลค่อนข้างมาก สโลแกนหาเสียง ‘ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ’ คือหนึ่งในหลักฐานที่สะท้อนเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน ดังนั้นเมื่อขาดผู้สืบทอดอำนาจที่มาจากตระกูลชินวัตร นับจากนี้โฉมหน้าของพรรคเพื่อไทยอาจเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

     อธึกกิตมองว่า เรื่องที่จะเปลี่ยนแปลงไปมากที่สุดคือภาพลักษณ์ที่ยึดโยงกับทักษิณ

     “ในแง่อนาคตทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย ผมมองว่าพลังทางการเมืองก็จะลดลงไปหน่อย เชื่อว่าเขาจะถอยตัวเองออกไปจากการเป็นธงนำในการต่อต้านรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ขณะเดียวกันพรรคก็ต้องพยายามสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคุณทักษิณมากนัก ซึ่งผมคิดว่าเขาคงไม่เปลี่ยนเป็นพรรคประชาธิปไตย แล้วเอาคุณจาตุรนต์มาเป็นหัวหน้าพรรค ก็คงจะเป็นคุณหญิงสุดารัตน์นั่นแหละ เพราะฉะนั้นพรรคเพื่อไทยก็จะอยู่ในสภาพที่ประนีประนอมค่อนข้างมาก ไม่ดวลให้ตัวเองเจ็บมากนัก และรอจังหวะยาวๆ ในอนาคต”

     ด้านผศ. วันวิชิตมองว่า การไม่อยู่ของยิ่งลักษณ์ที่เป็นตัวแทนของตระกูลชินวัตร อาจส่งผลให้พรรคเพื่อไทยถึงขั้นแตกตัวกลายไปเป็นพรรคการเมืองใหม่จากกลุ่มก้อนที่ไม่อาจผสานเป็นเนื้อเดียวกันได้

     “อย่าลืมว่าสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่รวมตัวกันได้เพราะเชื่อมั่นในบุคคลตระกูลชินวัตร และพลังทุนในการสนับสนุน นโยบายที่ใช้หาเสียงตั้งแต่พรรคไทยรักไทยในปี 2554 จนถึงพรรคเพื่อไทย ล้วนมาจากแนวคิดของคุณทักษิณ แต่เมื่อตัวบุคคลเปลี่ยนไป ยุทธศาสตร์ของพรรคก็ต้องเปลี่ยน เพราะแกนนำแต่ละก๊วน แต่ละกลุ่ม อย่างเช่น กลุ่มคุณหญิงสุดารัตน์ กลุ่มคุณเฉลิม กลุ่มคุณภูมิธรรม แต่เดิมก็ไม่ได้กลมเกลียวกันอยู่แล้ว เมื่อคุณยิ่งลักษณ์ไม่อยู่ เท่ากับเป็นการเปิดพื้นที่ให้ก๊วนทางการเมืองไปแสวงหาพันธมิตรใหม่ หรืออาจจะตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมาด้วยซ้ำ เพียงแต่ตอนนี้ยังเคลื่อนไหวไม่ได้จนกว่า คสช. จะอนุญาตเท่านั้นเอง”

 

เสี้ยนหนามทางการเมืองที่หมดไปกลับกลายเป็นโจทย์ข้อใหญ่ของ คสช.

     เมื่อการเมืองไทยขาดตัวละครสำคัญนามสกุลชินวัตรไปอีกคน ทั้งอธึกกิต และผศ. วันวิชิต ต่างมองว่า หลังจากนี้รัฐบาล คสช. จะสามารถบริหารประเทศได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น แต่หากมองอีกมุม เท่ากับว่านับจากนี้รัฐบาลจะไม่สามารถกล่าวโทษกลุ่มอำนาจเก่าขั้วตรงข้ามได้อีกต่อไป

     ใบตองแห้งอธิบายว่า “ความเป็นจริงพรรคเพื่อไทยก็ไม่ใช่เสี้ยนหนามตัวสำคัญเท่าไร แค่เป็นเป้าสำหรับคนที่เกลียดชังมากกว่า แต่กระแสที่ไม่ค่อยพอใจ คสช. ต่อให้ไม่มียิ่งลักษณ์แล้ว กระแสนั้นก็ยังอยู่ ดังนั้นต้องดูต่อไปว่าการเมืองในระยะยาว ผู้มีอำนาจจะจัดการกับสังคมที่เหลืออยู่อย่างไรโดยไม่มีสมการยิ่งลักษณ์-ทักษิณในโจทย์การเมืองอีกต่อไป ต้องวัดกันว่าจะอยู่อย่างไรกับยุทธศาสตร์ชาติ การมี ส.ว. แต่งตั้ง และนายกฯ คนนอก

     “โดยเฉพาะกับคนที่เรียกร้องประชาธิปไตย คุณจะอยู่แบบนี้ มันจะเป็นไปได้หรือ แล้วไหนจะปัญหาเศรษฐกิจอีก ก็ต้องรับหน้ากันต่อไป เพราะตอนนี้พรรคการเมืองที่เป็นธงนำในการต่อสู้กับ คสช. ได้หายไปแล้ว หลังจากนี้จะเป็นของจริงแล้วว่ามันเป็นความรับผิดชอบในการบริหารประเทศของคุณเอง”

     ด้านผศ. วันวิชิตคิดว่า การหายไปของยิ่งลักษณ์จากเกมกระดานทางการเมือง ถือเป็นการเปิดทางให้รัฐบาล คสช. บริหารบ้านเมืองได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น เพราะบทบาทของปฏิปักษ์อย่างพรรคเพื่อไทยจะลดน้อยลง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีโจทย์ข้อใหญ่รออยู่

     “ผมคิดว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองหลังจากนี้คงจะนิ่งไปสักพัก ทำให้ คสช. บริหารบ้านเมืองได้อย่างสะดวกคล่องตัวมากขึ้น แต่การเคลื่อนไหวจะไปปรากฏในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก เป็นการเปิดพื้นที่ใหม่ในการสัประยุทธ์ ซึ่งตรงนี้ คสช. จะต้องเข้าไปควบคุมดูแล ซึ่งอาจจะไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อน

     “ที่สำคัญคือหลังจากนี้ คสช. จะไม่มีสิทธิ์มาอ้างว่าบรรยากาศการเมืองวุ่นวายเพราะฝ่ายขั้วการเมืองเก่ามาก่อกวนอีกต่อไปแล้ว ต่อจากนี้คุณต้องทดสอบความสามารถที่แท้จริงของตัวเอง ประเด็นต่อไปคือเมื่อการเมืองสงบ คนก็จะเริ่มตั้งคำถามแล้วว่าเมื่อไรจะเกิดการเลือกตั้ง คงต้องดูว่า คสช. จะรับมือกับความท้าทายเหล่านี้อย่างไร”

     หากการเมืองไทยเป็นเหมือนหนังสักเรื่อง เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่น่าจะอยากกดปุ่ม fast forward เพื่อจะได้รีบดูตอนจบไวๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปนับจากนี้ น่าเสียดายที่ในชีวิตจริงไม่มีปุ่มที่ว่า ดังนั้นไม่ว่ายิ่งลักษณ์จะอยู่หรือไป คนไทยก็ยังต้องเฝ้าดูหนังเรื่องนี้ต่อไปด้วยใจระทึก ถ้าไม่มีใครลุกหนีไปไหนเสียก่อน

 

Photo: Jewel SAMAD, LILIAN SUWANRUMPHA/AFP

The post มองโจทย์การเมืองไทยในวันที่ไร้สมการ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thai-politics-without-yingluck/feed/ 0
ยิ่งลักษณ์ หนีไปไหน? หรือเธอเลือกที่จะ ‘หนี’ ตลอดชีวิต https://thestandard.co/yingluck-escape-plan/ https://thestandard.co/yingluck-escape-plan/#respond Fri, 25 Aug 2017 12:25:32 +0000 https://thestandard.co/?p=22553

     นาทีนี้หลายคนฟันธงแล้วว่า ยิ่งลักษณ […]

The post ยิ่งลักษณ์ หนีไปไหน? หรือเธอเลือกที่จะ ‘หนี’ ตลอดชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>

     นาทีนี้หลายคนฟันธงแล้วว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (น่าจะ) หนีไปแล้ว

     หลังจาก ‘ไร้เงา’ ของเธอมาฟังคำพิพากษาคดีโครงการรับจำนำข้าวตามนัดหมายของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวันนี้ (25 ส.ค.)

     แม้ทนายจำเลยจะยื่นคำร้องว่า ยิ่งลักษณ์มาไม่ได้ เพราะน้ำในหูไม่เท่ากัน และปวดหัวรุนแรง เดินทางมาไม่ได้ จึงขอเลื่อนฟังคำพิพากษา

     แต่ศาลใคร่ครวญแล้วเห็นว่า ‘ไร้น้ำหนัก’ จึงออกหมายจับและริบเงินประกัน 30 ล้าน

     น้ำหนักของคำร้องยิ่งเบาหวิวขึ้นไปอีก เมื่อสื่อมวลชนถามทนายว่า จำเลยรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลไหน? กลับตอบว่า “ไม่ทราบ”

     พอจี้ถามว่ายังอยู่เมืองไทยหรือเปล่า? ก็บอกว่า “ไม่รู้”

 

 

     ด้าน กรุงเทพธุรกิจ  รายงานว่า ยิ่งลักษณ์นั่งเครื่องบินส่วนตัวหนีไปตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม หรือเมื่อวาน โดยมีจุดหมายที่สิงคโปร์ และมีข้อมูลว่า ‘พี่ชาย’ ทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางมาสิงคโปร์เช่นกัน

 

     “ครั้งโดนเขารังแก ร้องงอแงร้องไห้

     พี่คนนี้ยังคอยคุ้มครองคุ้มภัย น้องเอยอย่ากลัวใครเขา…”

 

     คนยุค 80s บางคนเทียบข่าวร้อนนี้กับเพลง พี่ชายที่แสนดี ที่ขับร้องโดย อุ้ย-รวิวรรณ จินดา

 

     “สองพี่น้อง เดินไป น้องตามพี่ชาย จับมือจูงน้องไป…”

 

     ถึงนาทีนี้ยังไม่มีเบาะแสหรือใครที่รู้ว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หายไปไหน? พี่ชายเธอมารอรับที่สิงคโปร์จริงหรือไม่?

 

 

     แต่ที่แน่ๆ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คืออดีตนายกรัฐมนตรีที่เวลานี้มีรายชื่อเข้าแฟ้ม ‘นักการเมืองหนีคดี’ เป็นคนที่ 4 ต่อจาก วัฒนา อัศวเหม, ประชา มาลีนนท์ และ ทักษิณ ชินวัตร -พี่ชายของเธอ

     ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอต่างจากนักการเมือง 3 คนก่อนหน้านี้คือ คดีของเธอจะไร้อายุความ (ถ้าเธอยังคงหลบหนี)

     และเธออาจเป็นนักการเมืองคนแรกที่ต้องหนีคดี (เพราะ พ.ร.ป. ฉบับนี้) ไปตลอดชีวิต

 

กฎหมาย ‘หลบหนี = ไม่นับอายุความ’ ที่ สนช. คลอดตั้งแต่ 13 ก.ค. หวัง ‘เชือด’ ยิ่งลักษณ์?

     ย้อนกลับไปวันที่ 13 กรกฎาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเอกฉันท์ 176 เสียง (งดออกเสียง 3 เสียง) ผ่าน ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

     สาระสำคัญของ พ.ร.ป. ฉบับนี้คือ

     มาตรา 24/1 ที่มีใจความว่า ถ้าผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีระหว่างถูกดำเนินคดี หรือระหว่างการพิจารณาคดีของศาล จะไม่นับระยะเวลาที่หลบหนีเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ

     เท่ากับว่าการนับอายุความจะถูก ‘แช่แข็ง’ และนักการเมืองที่คิดจะหนีคดีต้องหนีไปตลอดชีวิต

     และ มาตรา 26 และ 27 ที่ระบุให้ ศาลพิจารณาคดี ‘ลับหลัง’ กรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่มาศาล หรือไม่มาตามนัดโดยไม่มีเหตุแก้ตัวอันควร ซึ่งต่างจากอดีตที่ผ่านมา

 

 

     ก่อนหน้านี้หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า สนช. ออก พ.ร.ป. ฉบับนี้เพื่อหวังเชือด ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

     แต่คนใน สนช. ระบุว่า อย่าเล็งผลกฎหมายที่ตัวบุคคล แต่คือการบังคับใช้อย่างเท่าเทียมกันทุกคน

     “เราจะทำอย่างไรกับคนที่หลบหนีและจงใจไม่อยู่ภายใต้กระบวนการยุติธรรม จึงเป็นเรื่องที่กฎหมายต้องสร้างความเท่าเทียมและเป็นธรรมอย่างแท้จริง” อุดม รัฐอมฤต หนึ่งในกรรมาธิการวิสามัญฯ ร่างฯ (www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9600000071351, 13 ก.ค. 60)

     “หลักการพิจารณาต่อหน้าจำเลยจึงใช้กับคนทั่วไป แต่ใช้ไม่ได้กับผู้มีอิทธิพล” ภัทรศักดิ์ วรรณแสง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างฯ (www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9600000071351, 13 ก.ค. 60)

     “ใครมีคดีความแบบนี้ ไม่ว่าไปหลบอยู่ที่ไหนก็ต้องถูกดำเนินคดี ถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องไม่ใช่หรือ” พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (naewna.com/view/breakingnews/281032, 17 ก.ค. 60)

     ขณะที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยืนยันมาตลอดว่า ‘ไม่คิดหนี’ และ ‘จะต่อสู้โครงการรับจำนำข้าวอย่างถึงที่สุด’ กลับเลือกจบเรื่องนี้สไตล์เรื่องสั้น ‘หักมุม’ ด้วยการหนีหายในวันพิพากษา

     และเหลือทิ้งไว้เพียง ‘ปริศนา’ ให้คนขบคิด-ตีความคำตอบกันเอาเอง

 

คนไทยออก ‘ค้นหา’ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

     อยากรู้ว่าช่วงนี้คนไทยสนใจเรื่องอะไร Google Trends คือเครื่องมือหนึ่งที่พอจะใช้บ่งชี้ได้

     THE STANDARD ลองเทียบดัชนีคำค้นที่คนใช้ค้นหาในช่วงวันที่ผ่านมา โดยเทียบระหว่าง 3 สาวสุดฮอตในตอนนี้ ได้แก่

  • ยิ่งลักษณ์
  • เจนี่
  • วุ้นเส้น

 

     จากกราฟ ‘ดัชนีความสนใจ’ จะพบว่า ก่อนหน้านี้ (ย้อนหลังไป 7 วัน) แม้จะเป็นสัปดาห์สุดท้ายก่อนดีเดย์คดีจำนำข้าว แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจ ยิ่งลักษณ์ มากเท่ากับอดีตคู่ซี้ดารา เจนี่ และ วุ้นเส้น

 

     จนกระทั่งวันนี้ (25 ส.ค.) เวลา 9.00 น. ใกล้ถึงกำหนดเวลาเดินทางมาศาล ได้เกิด ‘จุดตัด’ ของดัชนีความสนใจ คำว่า ยิ่งลักษณ์ ได้แซงหน้าอดีตคู่ซี้ดารา

     ก่อนจะพุ่งสูงอย่างรวดเร็วในเวลา 9.32 น. และขึ้นสู่จุดสูงสุด เวลา 10.20 น. หลังมีข่าวออกมาว่า ยิ่งลักษณ์ไม่มาฟังคำพิพากษา และคาดว่าน่าจะหนีคดี

     การออกค้นหา ยิ่งลักษณ์ ของประชาชนคนใช้อินเทอร์เน็ตในวันนี้ อย่างมากคงได้เห็นแค่ ‘อดีต’ ของเธอในข่าวร้อน

     ส่วน ‘ปัจจุบัน’ เธออยู่ที่ไหน ยากจะมีใครหยั่งรู้

 

ยิ่งลักษณ์, Where’re You?

     แม้จะมีข่าวลือว่ายิ่งลักษณ์นั่งเครื่องบินส่วนตัวหนีไปสิงคโปร์ เพื่อพบกับ ทักษิณ ชินวัตร

     แต่ก็ไม่มีใครกล้ายืนยันและไร้หลักฐานที่มีน้ำหนัก

     “เธออยู่ไหน?” จึงเป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องการตัวเธอมากกว่าใคร

     ทว่าคำตอบนี้ยังคงซ่อนตัวอยู่ในเงาของอนาคต บางทีการย้อนกลับไปมอง ‘อดีต’ อาจช่วยให้เราเดาคำตอบและตอบคำถามนี้ได้ดีขึ้น ไม่ต่างจากการนั่งทำข้อสอบเอ็นฯ ย้อนหลัง 5 ปี เพื่อเดาแนวทางข้อสอบของปีนี้

     ก่อนหน้า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคยมีนักการเมืองที่หลบหนีคดีทั้งหมด 3 คน

  1. วัฒนา อัศวเหม อดีต รมช. มหาดไทย

     คดี: ทุจริตโครงการบำบัดนำ้เสีย คลองด่าน

     คำพิพากษา: ลงโทษจำคุก 10 ปี

     หนี: พ.ศ. 2551 มีข่าวว่าเดินทางหลบหนีออกนอกประเทศผ่านด่านกัมพูชา

 

  1. ประชา มาลีนนท์ อดีต รมช. มหาดไทย

     คดี: ทุจริตจัดซื้อเรือ-รถดับเพลิง กทม.

     คำพิพากษา: ลงโทษจำคุก 12 ปี

     หนี: พ.ศ. 2556 คาดว่าหนีไปอยู่สหรัฐฯ หรือยุโรป

 

  1. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

     คดี: ทุจริตซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษก

     คำพิพากษา: ลงโทษจำคุก 2 ปี

     คดีค้างศาล: 5 คดี + 6 หมายจับ (ดูรายละเอียดคดี www.bbc.com/thai/thailand-40713442)

     หนี: พ.ศ. 2551 อ้างว่าได้รับเชิญไปร่วมพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิก ปี 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 8 สิงหาคม โดยมี พลเอกยุทธศักดิ์ ศศิประภา เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงอยู่เบื้องหลัง ก่อนจะบินต่อไปและไม่หวนกลับเมืองไทยอีกเลย

 

 

     ขณะที่กรณีของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร วันนี้มีสื่อหลายสำนักต่างคาดการณ์ไปต่างๆ นานา

     ก. หนีไปทางกัมพูชา ก่อนไปสิงคโปร์ อ้างว่ามีคนเห็นที่สิงคโปร์ วันที่ 23 สิงหาคม เวลา 3 ทุ่ม ก่อนจะเดินทางต่อไปดูไบเมื่อคืนวาน (24 ส.ค.), มติชน

     ข. หนีผ่านช่องทางธรรมชาติชายแดนไทย-กัมพูชา แล้วขึ้นเครื่องที่สนามบินโปเชนตง กรุงพนมเปญ เพื่อบินไปสิงคโปร์, ข่าวสด

     ค. นั่งเครื่องบินส่วนตัวหนีเมื่อวาน (24 ส.ค.) มีจุดหมายที่สิงคโปร์ โดยมี ทักษิณ ชินวัตร มารอรับ, กรุงเทพธุรกิจ

     ง. คาดว่ายังอยู่เมืองไทย, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ยังไม่พบประวัติเดินทางออกนอกประเทศ ถ้าใช้เครื่องบินส่วนตัวต้องมีประวัติบันทึก และคิดว่ายิ่งลักษณ์ไม่น่าจะเดินทางออกทางชายแดนไทย-กัมพูชา)

 

 

     ถามว่า ‘ตัวเลือก’ ใดมีความเป็นไปได้มากที่สุด เมื่อพิจารณาจากบทความ เปิดเส้นทางหนี เจ้าพ่อ-นักการเมืองไทย ที่เผยแพร่เมื่อ พ.ศ. 2552 (kapook.com อ้างอิงที่มาจาก ไทยโพสต์) พบว่า การหนีผ่าน กัมพูชา มีความเป็นไปได้มากที่สุด เนื่องจาก…

  • มีด่านเถื่อนหลายด่าน (แค่จ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ก็ฉลุย)
  • สามารถหนีได้ทั้งทาง ‘บก’ และทาง ‘น้ำ’
  • ถ้าหนีทางน้ำจะมีเรือมารอรับ แล้วพาไปส่งโรงแรมหรูในเครือข่าย

 

     ทั้งนี้ถ้าเป็นนักการเมืองสาย ‘ทักษิณ’ แหล่งข่าวนายทหารที่เคยปฏิบัติงานในศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) อ้างว่า ถ้าจะหนีเข้ากัมพูชาง่ายนิดเดียว แค่ใช้ ‘เกาะช้าง’ เป็นฐาน (เนื่องจากรีสอร์ตใหญ่ๆ บนเกาะช้างเป็นของทักษิณที่สวมชื่อคนอื่นเป็นเจ้าของ) แล้วนั่งสปีดโบ๊ตไม่นานก็เข้าเขตกัมพูชา

     “ออกนอกประเทศนั้นง่ายแสนง่าย แต่ปัญหาที่ต้องคิดก่อนไปก็คือ จะไปไหนต่อ” ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ (อ้างอิง: เปิดเส้นทางหนี เจ้าพ่อ-นักการเมืองไทย)

 

 

     แต่ระดับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คำถามว่า ‘หนีแล้วจะไปไหนต่อ?’ คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเธอ

     “ผมเคยอยากกลับ หากผมได้กลับบ้าน แน่นอน ผมจะกลับ แต่หากไม่สามารถกลับได้ ผมโอเค เพราะผมอยู่ได้ทุกประเทศ”

     คำพูดของ ทักษิณ ชินวัตร ใน พ.ศ. 2559 และข้อมูลการจัดงานวันเกิด 4 ปีล่าสุด (พ.ศ. 2557-2560) ใน 3 ประเทศคือ ฝรั่งเศส (2557), ดูไบ (2558), อังกฤษ (2559-2560) น่าจะเป็นคำตอบว่า ถ้าน้องสาวคิดจะหนี การหาที่พำนักคงเป็นเรื่อง ‘ไม่มีปัญหา’

 

ข้อจำกัดที่หายไปในวัน ‘ไร้เงา’ ยิ่งลักษณ์

     “เรามีข้อจำกัดที่เหมือนกัน คือน้องไปได้ทุกที่ในประเทศไทย ยกเว้นต่างประเทศ พี่ชายก็เดินทางไปได้ทุกประเทศ ยกเว้นประเทศไทย อยากจะบอกว่าความรู้สึกนั้นมันทรมานมากค่ะ…”

     ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พูดประโยคนี้ในคลิป เพลงของเธอ ที่ร้องอวยพรและมอบให้เป็นของขวัญวันเกิดพี่ชาย -ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

 

https://www.youtube.com/watch?v=W5ashq1P6co&feature=youtu.be

 

     คงไม่มีใครคาดคิดว่า 25 สิงหาคม พ.ศ. 2560 ‘ข้อจำกัด’ ที่เคยมีเหมือนกันจะเปลี่ยนไป

     เพราะวันนี้ข้อจำกัดนั้นได้ทาบทับเป็นเนื้อเดียวกัน

     ย่ิงลักษณ์ ชินวัตร จะ ‘เดินทางไปได้ทุกประเทศ ยกเว้นประเทศไทย’ เหมือนกับพี่ชายของเธอ

     ส่วนความรู้สึกทรมานที่เธอเคยมีจะทุเลาหรือรุนแรงมากขึ้น

     คงไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้ดีเท่า ‘เธอ’

     เพราะการหนีคดีใน พ.ศ. นี้ ไม่ใช่การหนีเพื่อรอให้คดีหมดอายุความอีกต่อไป

     แต่ถ้าคิดจะหนี ต้องหนีไปตลอดชีวิต

 

 

อ้างอิง:

The post ยิ่งลักษณ์ หนีไปไหน? หรือเธอเลือกที่จะ ‘หนี’ ตลอดชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/yingluck-escape-plan/feed/ 0
วินาทีไร้อิสรภาพ ‘บุญทรง’ ติดคุกคดีระบายข้าวจีทูจี 42 ปี https://thestandard.co/boonsong-jailed-42-years/ https://thestandard.co/boonsong-jailed-42-years/#respond Fri, 25 Aug 2017 10:43:48 +0000 https://thestandard.co/?p=22485

        ช่างภาพ THE STANDARD จ […]

The post วินาทีไร้อิสรภาพ ‘บุญทรง’ ติดคุกคดีระบายข้าวจีทูจี 42 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

        ช่างภาพ THE STANDARD จับภาพวินาทีสำคัญที่ ‘บุญทรง เตริยาภิรมย์’ และ ‘ภูมิ สาระผล’ สองนักการเมืองและจำเลยคนอื่นๆ ที่ถูกศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุกในคดีทุจริตระบายข้าวจีทูจี ขึ้นรถเรือนจำเพื่อรับโทษตามที่ศาลได้ตัดสินคดี

     โดยศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาให้ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รับโทษสั่งจำคุก 42 ปี ขณะที่นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ จำคุก 36 ปี, นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ จำคุก 40 ปี, นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ จำคุก 32 ปี, นายอัครพงศ์ ทีปวัชระ อดีตผู้อำนวยการสำนักการค้าข้าวต่างประเทศ จำคุก 24 ปี และนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือ ‘เสี่ยเปี๋ยง’ จำคุก 48 ปี และให้ร่วมกับบ.สยามอินดิก้า จำกัด และนายนิมล รักดี ชดใช้ค่าเสียหาย 16,912,128,273 บาท พร้อมดอกเบี้ย

 

The post วินาทีไร้อิสรภาพ ‘บุญทรง’ ติดคุกคดีระบายข้าวจีทูจี 42 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/boonsong-jailed-42-years/feed/ 0
เบื้องลึกแผนสับขาหลอก ‘ยิ่งลักษณ์’ ตอนแรกบอกมาแน่ แต่สุดท้ายไร้เงา https://thestandard.co/yingluck-plan-to-disappear/ https://thestandard.co/yingluck-plan-to-disappear/#respond Fri, 25 Aug 2017 08:24:24 +0000 https://thestandard.co/?p=22451

       “จะไม่หนีไปไหน ถ้าต้องการหนี […]

The post เบื้องลึกแผนสับขาหลอก ‘ยิ่งลักษณ์’ ตอนแรกบอกมาแน่ แต่สุดท้ายไร้เงา appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

     “จะไม่หนีไปไหน ถ้าต้องการหนี ดิฉันคงหนีไปแต่แรกแล้ว จะไปขึ้นศาลทำไม และที่ผ่านมาได้พยายามอยู่เงียบๆ มานานเกือบ 2 ปี ปล่อยให้รัฐบาลบริหารประเทศ แต่บางครั้งจำเป็นต้องออกมาพูด เพราะเราเกรงว่าประชาชนจะเข้าใจอะไรคลาดเคลื่อน”

     นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ The Straits Times ในสิงคโปร์ ฉบับวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559

 

 

‘ยิ่งลักษณ์’ ไร้วี่แววหลบหนีจนนาทีสุดท้าย

     แทบไม่มีใครคาดคิดว่าอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์จะหนี

     ตลอด 2 ปี 4 เดือนที่ผ่านมา อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์เดินขึ้น-ลงศาลกว่า 26 นัด พร้อมให้สัมภาษณ์ยืนยันความบริสุทธิ์ ท่ามกลางมวลชนที่คอยมาส่งใจให้เธอทุกครั้งที่มาศาล

     แล้ววันชี้ชะตาก็มาถึง 25 สิงหาคม 2560 ทุกสายตาจับจ้องที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อศาลฎีกาฯ นัดฟังคำพิพากษา เวลา 9.00 น. มวลชนที่สนับสนุนเธอฝ่ามาตรการกีดกันต่างๆ เดินทางมาปักหลักรอหน้าศาลกันคึกคัก

     รวมถึงแกนนำ นปช. อดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทย ไปจนถึงพี่น้องตระกูลชินวัตร ทั้ง มณฑาทิพย์ โกวิทเจริญกุล หรือเดิมชื่อ เยาวมาลย์ ชินวัตร และ พายัพ ชินวัตร  พี่สาวและพี่ชาย ต่างมากันพร้อมหน้า

     ประกอบกับรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย ที่รายงานความเคลื่อนไหวการเดินทางมาศาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ตั้งแต่เดินทางออกจากบ้าน เมื่อมาถึงจะพบปะกับมวลชนที่รออยู่นอกศาลก่อน บรรยากาศทั้งหมดชวนให้มั่นใจว่ายิ่งลักษณ์มาตามนัดแน่นอน

 

 

มวลชนเฮเก้อ รถแวนสีดำ ทะเบียน 1111?

     ช่วงประมาณ 8.30 น. ปรากฏรถแวนสีดำติดฟิล์มทึบ ทะเบียนสวย วจ 1111 กรุงเทพมหานคร ทั้งมวลชนและสื่อฯ ล้วนเข้าใจว่าอดีตนายกฯ หญิงมาถึงแล้ว

     มวลชนตะโกนเชียร์ พยายามเบียดเสียดเข้าไปประชิด หวังใกล้ชิดกับนักการเมืองในดวงใจ ความชุลมุนเกิดขึ้นก่อนรถแวนคันนั้นขับรถวนกลับไปอย่างน่าประหลาด

 

 

     จนล่วงเลยเวลานัด 9.00 น. เริ่มมีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยว่า นางสาวยิ่งลักษณ์อาจจะมาช่วงบ่าย เพราะศาลจะอ่านคำพิพากษาคดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ G2G ของ นายบุญทรง เตริยาภิรมณ์ อดีต รมว. พาณิชย์ก่อน

     บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไป แกนนำและอดีต ส.ส. ของพรรคเพื่อไทยที่เคยยืนเรียงเต็มถนนเริ่มหาย ไม่ปรากฏตัว

 

นักข่าวตะลึง ศาลแจ้งออกหมายจับยิ่งลักษณ์

     ทันใดนั้นผู้สื่อข่าวที่เข้าไปนั่งฟังในห้องพิจารณาคดีทุกสำนักต่างตกตะลึง ก่อนจะตั้งสติวิ่งหน้าตั้งออกจากห้องพิจารณามารายงานว่า

     เมื่อเลยเวลานัด 9.00 น. ศาลออกนั่งบัลลังก์แจ้งว่า “ทนายจำเลยแจ้งว่าป่วยด้วยโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน มีอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง ไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ ขอเลื่อนฟังคำพิพากษา”

     ศาลพิเคราะห์แล้วไม่เชื่อว่าจำเลยป่วยจริงถึงขนาดมาศาลไม่ได้ มีเหตุเชื่อว่าจำเลยหลบหนี จึงให้ออกหมายจับและปรับเงินประกันเต็มตามสัญญาจำนวน 30 ล้านบาท

 

 

ยิ่งลักษณ์อยู่ที่ไหน Where’s Yingluck?

     “Where ’s Yingluck?” สำนักข่าวต่างประเทศถามอดีตรัฐมนตรีบุญทรงซ้ำๆ หลังข้อมูลยืนยันชัดว่านางสาวยิ่งลักษณ์ไม่มาศาลและถูกออกหมายจับ แต่อดีตรัฐมนตรีบุญทรงไม่ตอบคำถามใดๆ บอกแค่เพียงว่ารู้เท่ากัน

     มติชน รายงานว่า นางสาวยิ่งลักษณ์เดินทางไปทางประเทศกัมพูชา ก่อนไปประเทศสิงคโปร์ โดยมีคนเห็นที่ประเทศสิงคโปร์ วันที่ 23 สิงหาคม เวลา 21.00 น. ก่อนเดินทางต่อไปยังสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือดูไบ เมื่อคืนวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา

     ขณะที่ ข่าวสด รายงานว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ได้เดินทางออกจากประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติทางชายแดนไทย-กัมพูชา ก่อนเดินทางไปขึ้นเครื่องบินที่ท่าอากาศยานนานาชาติพนมเปญ หรือสนามบินโปเชนตง ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากใจกลางกรุงพนมเปญไปทางตะวันตก 7 กิโลเมตร ก่อนบินตรงไปประเทศสิงคโปร์

     ด้าน พลตำรวจโทณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่พบประวัติการเดินทางออกนอกประเทศของนางสาวยิ่งลักษณ์ ทั้งนี้อดีตนายกฯ หญิงไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ตามคำสั่งศาลตั้งแต่วันที่19 พฤษภาคม 2558 หากจะเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวก็ต้องมีประวัติบันทึก แต่หากออกนอกประเทศผ่านทางพรมแดนธรรมชาติจะไม่สามารถตรวจสอบได้ แต่เชื่อว่าไม่น่าเป็นไปได้ที่นางสาวยิ่งลักษณ์จะเดินทางออกในช่องทางนี้

 

 

ทนายยิ่งลักษณ์ เผยขั้นตอนทางกฎหมายหลังจากนี้

     นรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ บอกกับ THE STANDARD ว่า ส่วนตัวไม่ทราบมาก่อนว่าลูกความป่วย ไม่สามารถมาศาลได้ และไม่ทราบว่าลูกความไปไหนอย่างไร

     ขั้นตอนจากนี้ก็ต้องดำเนินไปตามกฎหมาย การออกหมายจับนั้นหมายความว่า ถ้าพบเห็น ตำรวจสามารถจับกุมได้ทันที ส่วนวันที่ 27 กันยายนนี้ที่ศาลนัดอ่านคำพิพากษาอีกครั้งนั้น หากนางสาวยิ่งลักษณ์ไม่มาอีก ศาลสามารถอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยได้

 

 

     25 สิงหาคม สื่อหลายสำนักเรียกวันนี้ว่า ‘วันชี้ชะตายิ่งลักษณ์’ แม้เรายังไม่ทราบผลพิพากษาของศาลในวันนี้ แต่การไม่ปรากฏตัวของเธอน่าจะให้คำตอบชัดแล้วว่า ‘ชะตากรรม’ ของเธอต่อจากนี้จะเป็นเช่นไร

 

The post เบื้องลึกแผนสับขาหลอก ‘ยิ่งลักษณ์’ ตอนแรกบอกมาแน่ แต่สุดท้ายไร้เงา appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/yingluck-plan-to-disappear/feed/ 0
#Yingluck สื่อทั่วโลกตีข่าวศาลออกหมายจับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลังไม่มาฟังคำพิพากษา! https://thestandard.co/yingluck-appearing-foreign-media/ https://thestandard.co/yingluck-appearing-foreign-media/#respond Fri, 25 Aug 2017 07:01:41 +0000 https://thestandard.co/?p=22436

     หลังจากที่นางสาวยิ่งลักษณ์ไม่ได้มาฟ […]

The post #Yingluck สื่อทั่วโลกตีข่าวศาลออกหมายจับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลังไม่มาฟังคำพิพากษา! appeared first on THE STANDARD.

]]>

     หลังจากที่นางสาวยิ่งลักษณ์ไม่ได้มาฟังคำพิพากษาคดีโครงการรับจำนำข้าวตามนัดหมายของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในวันนี้ โดยให้เหตุผลว่ามีอาการป่วยจากโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน แต่กลับไม่มีหลักฐานมาแสดงยืนยัน ส่งผลให้ศาลฯ ออกหมายจับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และสั่งยึดเงินประกัน 30 ล้านบาท พร้อมกับได้เลื่อนนัดคำพิพากษาไปเป็นวันที่ 27 กันยายน เวลา 9.00 น.

     สำนักข่าวทั่วโลกต่างพากันรายงานข่าวดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าสาธารณชนทั่วโลกกำลังจับตามองการตัดสินคดีจำนำข้าวในขณะนี้ ขณะที่แฮชแท็ก #จํานําข้าว ติดอันดับหนึ่งในโลกทวิตเตอร์ของวันนี้

     สำนักข่าว CNN พาดหัวข่าวว่า อดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกศาลออกหมายจับแล้ว พร้อมรายงานสถานการณ์ที่ศาล เริ่มจากกรณีนายนรวิทย์ หล้าแหล่ง ทนายความอดีตนายกยิ่งลักษณ์ ชี้แจงต่อศาลว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีอาการป่วยและไม่สามารถเดินทางมาฟังคำพิพากษาคดีโครงการรับจำนำข้าวได้ และให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่า ตนไม่ทราบว่าอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ยังอยู่ในประเทศไทยหรือออกจากประเทศไปแล้ว นอกจากนี้ CNN ยังรายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับบรรยากาศของมวลชนที่มารอฟังคำตัดสินการเข้าดำรงตำแหน่งของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ก่อนถูกแบนจากตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี หลังการรัฐประหารในปี 2557 และรายละเอียดโดยสังเขปเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว

     ล่าสุด CNN ได้รายงานความคิดเห็นเพิ่มเติม (เวลา 5.02 น. ตามเวลามาตรฐานสากล GMT) ของ รศ. ดร. ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันศึกษาความมั่นคงและนานาชาติ (ISIS) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อกรณีดังกล่าว โดย รศ. ดร. ฐิตินันท์ ระบุว่า การไม่ปรากฏตัวของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถือว่าสร้างความประหลาดใจให้กับมวลชนอย่างมาก

     “ตอนนี้คุณยิ่งลักษณ์กำลังคิดจะหนี การเลื่อนนัดคำพิพากษาของศาลฯ จะเปิดช่องว่างให้เธอบินหลบหนีออกไปได้ ถ้าตอนนี้เธอยังไม่หลบหนีไปนะครับ” รศ. ดร. ฐิตินันท์ กล่าว พร้อมชี้ว่าการตัดสินใจไม่มาฟังคำตัดสินในวันนี้นับว่า ‘เข้าทาง’ รัฐบาลทหาร

     “ถ้ามองจากสถานการณ์ดังกล่าว พวกเขา (รัฐบาล) ไม่ได้ต้องการจะจำคุกเธอ แต่การไม่มาปรากฏตัวจะทำให้เธอตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก และทำให้รัฐบาลทหารไม่มีทางเลือก”

 

     ด้าน Al Jazeera พาดหัวข่าวเช่นเดียวกันว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกออกหมายจับหลังไม่มาฟังคำพิพากษา โดยยกแถลงการณ์ของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มารายงานประกอบว่า “ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ไม่เชื่อว่าจำเลยเจ็บป่วยจนถึงขนาดมาศาลไม่ได้ พฤติการณ์มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยหลบหนี”

     สำนักข่าวยังรายงานว่า คำตัดสินศาลที่ถูกเลื่อนออกไปอาจจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ความตึงเครียดของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการแบ่งขั้วอำนาจทางการเมืองของสังคมไทย โดยกลุ่มผู้สนับสนุนสองพี่น้องตระกูลชินวัตรต่างมองว่า นี่คือเกมประหัตประหารทางการเมืองที่ไม่เป็นธรรม ก่อนปิดท้ายว่า รัฐบาลทหารเองก็ต้องการรักษาเสถียรภาพของตนเองต่อไป แม้ว่าจะมีการเลือกตั้งรัฐบาลในอนาคต โดยผ่านรัฐธรรมนูญใหม่ที่มีผลประกาศใช้เมื่อต้นปีที่ผ่านมาแล้วก็ตาม

     ทางฝั่ง Bloomberg พาดหัวว่า ศาลไทย ออกหมายจับอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ หลังไม่เดินทางมาศาล โดยเริ่มจากการปูเส้นทางคดีรับจำนำข้าวของอดีตนายกฯ พร้อมทั้งรายงานสถานการณ์ที่ประชาชนต่างมาชุมนุมกันเพื่อให้กำลังอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์เป็นจำนวนมาก

     พอล แชมเบอร์ส ผู้อำนวยการฝ่ายงานวิจัยของสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ จังหวัดเชียงใหม่ ให้ความเห็นว่า “คำตัดสินว่าอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์จะมีหรือไม่มีความผิดจะส่งผลให้เกิดความไม่พอใจในสังคมการเมืองของไทย ประเทศไทยจะยังคงแบ่งข้างต่อไป นับตั้งแต่พี่ชายของเธอลงสมัครเลือกตั้งนายกฯ เมื่อ 16 ปีก่อน”

     ทั้งนี้ ฟลอเรียน เรโนลด์ ผู้ประสานงานภูมิภาคของโครงการ Robert Bosch Foundation’s Lectureship in Asia scholarship ประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ว่า “ถ้าหากศาลตัดสินว่าอดีตนายกฯ ไม่มีความผิด มันอาจผลักดันให้พรรคเพื่อไทยกลับมาลงสมัครและชนะการเลือกตั้งอีกครั้ง ในขณะที่ความนิยมในรัฐบาลทหารชุดปัจจุบันอาจลดลง”

     หลังจากที่ศาลออกหมายจับอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ หลังไม่เดินทางมารับฟังคำตัดสินของศาลในวันนี้ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นและค่าเงินบาทของไทยเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ดัชนีหุ้น SET ของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2% ในปีนี้

     ภาพรวมของดัชนีหุ้นไทยของตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 2% ปีนี้ สะท้อนถึงความด้อยของตลาดไทยในเอเชีย อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นไทยน่าจะเริ่มฟื้นตัวได้จากกระแสเงินทุนจากต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในไทย ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นในปี 2017

     ทางด้านสำนักข่าว AFP พาดหัวข่าวไปในทิศทางเดียวกันกับสำนักข่าวต่างประเทศอื่นๆ โดยระบุว่า อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ไม่เดินทางเข้ารับฟังคำตัดสิน ศาลออกหมายจับแล้ว

     พร้อมกันนี้ยังรายงานสถานการณ์บริเวณศาลของกลุ่มพี่น้องประชาชนที่มาคอยให้กำลังใจอดีตนายกฯ อย่างล้นหลาม หลังจากที่นางสาวยิ่งลักษณ์ไม่ปรากฏตัวและยื่นเรื่องต่อศาลว่าตนมีอาการป่วย จึงเดินทางเพื่อมารับฟังคำตัดสินในวันนี้ไม่ได้

     กลุ่มผู้สนับสนุนยังคงเชื่อว่านางสาวยิ่งลักษณ์ไม่มีความผิด และเธอตกเป็น ‘เหยื่อ’ ของเกมการเมืองในครั้งนี้

     ซึ่งเมื่อช่วงวานนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ก็ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กของตนเองเพื่อร้องขอไม่ให้กลุ่มผู้สนับสนุนเธอออกมาชุมนุมกันในวันนี้ และให้ระมัดระวังตัวจากกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีต่อประเทศชาติและกลุ่มคนที่สนับสนุนเธอ

 

     ทางด้านสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง The New York Times ให้ความเห็นต่อการไม่เดินทางมาศาลของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ว่า แม้ว่าวันนี้เธอจะไม่เดินทางเข้ารับฟังคำตัดสินของศาลโดยอ้างปัญหาสุขภาพ แต่เธอก็ยังคงแตกต่างจากพี่ชายของเธอ อดีตนายกฯ ทักษิณ ที่ปัจจุบันลี้ภัยทางการเมืองไปอาศัยอยู่ต่างประเทศ และหลบหนีการจับกุม เนื่องจากนางสาวยิ่งลักษณ์ยังคงอยู่ภายในประเทศ และเธอยืนยันที่จะต่อสู้กับทุกข้อกล่าวหาที่เธอได้รับ แม้ว่าความหวังที่เธอจะชนะจะน้อยนิดก็ตาม

     กลุ่มผู้สนับสนุนนางสาวยิ่งลักษณ์แสดงความเห็น ภายหลังจากที่เธอไม่ปรากฏตัวเพื่อเข้ารับฟังคำตัดสินของศาลเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า อาจมีความเป็นไปได้ที่เธอกำลังพยายามจะเดินทางหลบหนีออกนอกประเทศเหมือนกับพี่ชายของเธอ

     อดีตนักการธนาคาร หนึ่งในกลุ่มผู้สนับสนุนที่เดินทางมาให้กำลังใจอดีตนายกฯ ในวันนี้กล่าวว่า “ผมคิดว่ามีความเป็นไปได้ 50% ที่เธอจะหนี และอีก 50% ที่เธอจะเดินทางมาต่อสู้ ผมเชื่อว่าเธอต่อสู้อย่างหนักในประเด็นนี้มาโดยตลอด และเธอจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ”

     ถึงแม้ว่านางสาวยิ่งลักษณ์จะถูกตัดสินว่า ไม่มีความผิดในกรณีรับจำนำข้าว แต่มีความเป็นไปได้ที่เธออาจจะได้รับข้อกล่าวหาในประเด็นอื่นๆอีกมาก โดยเฉพาะในกรณีความผิดปกติทางการเงินและการบริหารงานที่ผิดพลาด

     ทั้งนี้นางสาวยิ่งลักษณ์ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2554 ถึงแม้ว่าเธอจะถือว่าเป็นมือใหม่ในแวดวงการเมือง แต่เธอก็กลายเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะประชาชนทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่ที่เธอสัญญาว่าจะทำให้ประชาชน เกษตรกร และชาวนาลืมตาอ้าปากได้ด้วยเงินสนับสนุนจากทางรัฐบาลที่เธอจัดสรรให้

 

อ้างอิง:

The post #Yingluck สื่อทั่วโลกตีข่าวศาลออกหมายจับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลังไม่มาฟังคำพิพากษา! appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/yingluck-appearing-foreign-media/feed/ 0
ยิ่งลักษณ์อยู่ไหน? สำรวจความเคลื่อนไหวก่อนหายตัววันพิพากษาคดี https://thestandard.co/yingluck-disappear/ https://thestandard.co/yingluck-disappear/#respond Fri, 25 Aug 2017 06:38:03 +0000 https://thestandard.co/?p=22372

     ถึงนาทีนี้ยังไม่มีใครตอบได้ว่า นางส […]

The post ยิ่งลักษณ์อยู่ไหน? สำรวจความเคลื่อนไหวก่อนหายตัววันพิพากษาคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ถึงนาทีนี้ยังไม่มีใครตอบได้ว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อยู่ที่ไหนกันแน่

     หลังตกเป็นจำเลยฐานกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการในคดีจำนำข้าว ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้นัดอ่านคำพิพากษาในวันนี้ แต่นางสาวยิ่งลักษณ์กลับไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ โดยให้ทนายยื่นคำร้องต่อศาลว่าป่วยด้วยโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

     แม้แต่ นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของนางสาวยิ่งลักษณ์เองก็ยังตอบกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่ทราบว่าลูกความของตนเองพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลไหน และไม่ทราบด้วยว่ายังอยู่ในประเทศไทยหรือไม่

     โดยก่อนหน้าวันตัดสินคดี ผู้สื่อข่าวหลายสำนักรายงานตรงกันว่า บ้านของนางสาวยิ่งลักษณ์ที่ซอยโยธินพัฒนา 3 เขตลาดพร้าว ได้ปิดเงียบ เนื่องจากเจ้าของบ้านเก็บตัวเงียบ และไม่มีกิจกรรมนอกบ้านที่ไหน ขณะที่ เด็กชายศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือ น้องไปป์ บุตรชายของนางสาวยิ่งลักษณ์ได้เดินทางไปโรงเรียนตามปกติ จนถึงช่วงเช้าของวันพิพากษา รั้วบ้านก็ยังคงปิดเงียบอยู่เช่นเคย

     ขณะที่ความเคลื่อนไหวล่าสุดในเฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra ได้มีการโพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยแสดงความเป็นห่วงมวลชนที่จะมาให้กำลังใจที่ศาล และร้องขอทุกคนให้ไม่ต้องเดินทางมาศาลในวันพิพากษา เนื่องจากหวั่นว่าจะเกิดความวุ่นวายจากมือที่สาม

 

 

     นอกจากนั้นในวันที่ 23 สิงหาคม เฟซบุ๊กดังกล่าวได้มีการโพสต์ภาพนางสาวยิ่งลักษณ์ทำบุญตักบาตร พร้อมข้อความว่า “เช้านี้ทำบุญตักบาตรที่บ้าน เอาบุญมาฝากทุกท่านนะคะ”

 

 

     ขณะที่วันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม มีการโพสต์ภาพในอัลบั้มชื่อ ‘ทำบุญขอพรพระ จ. ปทุมธานี’ พร้อมข้อความ “วันนี้ถือโอกาสมาทำบุญขอพรพระและปล่อยปลาที่ จ. ปทุมธานีค่ะ”

 

 

     ย้อนกลับไปในวันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม มีการโพสต์ภาพคู่กับ ‘น้องไปป์’ ลูกชาย พร้อมแคปชัน “หลังจากเดินตลาดก็เลยพาน้องไปป์มาทานอาหารต่อค่ะ”

 

 

     ส่วนวันจันทร์ที่ 14 สิงหาคม โพสต์ภาพในอัลบั้ม ‘นำดอกไม้จันทน์ถวายวัดเพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ’

 

 

     วันที่ 12 สิงหาคม โพสต์ภาพลงนามถวายพระพร 12 สิงหาคม 2560 ณ ห้องแดง ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมแต่งกายชุดข้าราชการสีขาวเต็มยศ

 

 

     ปิดท้ายด้วยวันที่ 1 สิงหาคม ที่มีการโพสต์ภาพในอัลบั้ม ‘แถลงปิดคดีด้วยวาจา 1 ส.ค. 60’ ขอบคุณประชาชนที่มาให้กำลังใจในการแถลงปิดคดีด้วยวาจาที่ศาลฎีกาฯ พร้อมระบุว่า “ดิฉันได้ทำอย่างดีที่สุดแล้วในการแถลงปิดคดีอย่างหมดใจ ขอบคุณจากใจอีกครั้งค่ะ” นับเป็นครั้งสุดท้ายที่นางสาวยิ่งลักษณ์เดินทางมาศาลฎีกาฯ

     ก่อนหน้านี้ กรุงเทพธุรกิจ รายงานว่า ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา นางสาวยิ่งลักษณ์เดินทางไปทำบุญอย่างน้อย 14 วัดใน 3 ภาค เช่น วัดมังกรกมลาวาส กทม., วัดไชโยวรวิหาร จ. อ่างทอง, วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จ. พิษณุโลก, วัดป่าคำชะโนด จ. อุดรธานี, วัดพระธาตุจอมศีล จ. พะเยา, วัดโรงธรรมสามัคคี จ. เชียงใหม่, วัดท่าซุง จ. อุทัยธานี เป็นต้น

     ถึงขณะนี้ มีเสียงร่ำลือว่านางสาวยิ่งลักษณ์ได้เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว แต่ยังไม่มีคำยืนยันอย่างชัดเจนที่สามารถเชื่อถือได้แต่อย่างใด

     คงต้องติดตามดูว่า ครั้งต่อไปที่เธอปรากฏตัวอีกครั้งจะเป็นที่ไหน

The post ยิ่งลักษณ์อยู่ไหน? สำรวจความเคลื่อนไหวก่อนหายตัววันพิพากษาคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/yingluck-disappear/feed/ 0
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยันยังไม่พบ ‘ยิ่งลักษณ์’ ออกนอกประเทศ https://thestandard.co/yingluck-not-appearing-at-immigration/ https://thestandard.co/yingluck-not-appearing-at-immigration/#respond Fri, 25 Aug 2017 05:08:48 +0000 https://thestandard.co/?p=22352

       พลตำรวจโทณัฐธร เพราะสุนทร ผู […]

The post สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยันยังไม่พบ ‘ยิ่งลักษณ์’ ออกนอกประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

     พลตำรวจโทณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่พบประวัติการเดินทางออกนอกประเทศของนางสาวยิ่งลักษณ์ ผ่านทางด่านตรวจคนเข้าเมืองใดๆ ไม่ว่าจะเป็นที่สนามบินทั่วประเทศ หรือด่านตรวจคนเข้าเมืองตามแนวชายแดน เพราะตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 ภายหลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดคดีโครงการรับจำนำข้าว ก็ส่งเรื่องไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลก็มีคำสั่งห้ามไม่ให้นางสาวยิ่งลักษณ์เดินทางออกนอกประเทศระหว่างปล่อยตัวชั่วคราวจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

     หากนางสาวยิ่งลักษณ์จะเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว ก็ต้องมีประวัติบันทึกของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แต่หากออกนอกประเทศผ่านทางพรมแดนธรรมชาติ ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะไม่สามารถตรวจสอบได้ แต่เชื่อว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ที่นางสาวยิ่งลักษณ์จะเดินทางออกทางช่องทางนี้
     ทั้งนี้จากบันทึกการเดินทางเข้า-ออกประเทศ พบว่านางสาวยิ่งลักษณ์ เดินทางออกนอกประเทศครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2557 เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น และกลับเข้ามาในประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 จากนั้นก็ไม่พบการเดินทางเข้า-ออกประเทศอีกเลย
     นอกจากนี้พลตำรวจโทณัฐธร ยังชี้แจงว่ากรณีนี้แตกต่างจากกรณีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ ‘บอส ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง’ เพราะกรณีของนายวรยุทธเดินทางออกนอกประเทศก่อนที่ศาลจะอนุมัติหมายจับ ทำให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไม่มีอำนาจในการกักตัว

 

Photo: SONNY TUMBELAKA/AFP

The post สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยันยังไม่พบ ‘ยิ่งลักษณ์’ ออกนอกประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/yingluck-not-appearing-at-immigration/feed/ 0
นักกฎหมายชี้หากยิ่งลักษณ์ป่วยจริงต้องตามตัวเจอ ย้ำสังคมต้องให้ความเป็นธรรม https://thestandard.co/yingluck-sick-effect/ https://thestandard.co/yingluck-sick-effect/#respond Fri, 25 Aug 2017 04:35:42 +0000 https://thestandard.co/?p=22344

     นับเป็นเหตุการณ์พลิกความคาดหมาย เมื […]

The post นักกฎหมายชี้หากยิ่งลักษณ์ป่วยจริงต้องตามตัวเจอ ย้ำสังคมต้องให้ความเป็นธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>

     นับเป็นเหตุการณ์พลิกความคาดหมาย เมื่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และจำเลยในคดีจำนำข้าวได้ให้ทนายยื่นคำร้องต่อศาลว่าป่วยด้วยโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน มีอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง และไม่สามารถเดินทางมาฟังคำพิพากษาที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งการทางการเมืองได้

     ต่อกรณีนี้ THE STANDARD สอบถามความคิดเห็นไปยัง รศ.ดร. เจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการด้านกฎหมาย คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ซึ่ง รศ.ดร. เจษฎ์ ระบุว่าส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้คงต้องมองอย่างเป็นกลาง และให้ความเป็นธรรมกับอดีตนายกฯ ว่าอาจจะป่วยจริง แต่ถึงอย่างนั้นคงต้องจับตาดูสถานการณ์หลังจากนี้ด้วย

     “หลังจากนี้คงต้องดูกันว่าที่ว่าป่วยจริงเธอป่วยอยู่ที่ไหน ถ้าป่วยอยู่ที่บ้านแปลว่าไปตามที่บ้านต้องเจอ ถ้าป่วยอยู่โรงพยาบาลก็ต้องมีโรงพยาบาลสักแห่งในประเทศนี้ที่เธอรักษาตัวอยู่ หรือถ้าป่วยอยู่ ณ สถานที่หนึ่งสถานที่ใดไปตามก็ต้องเจอ ถ้าเป็นกรณีแบบนี้ ในเมื่อออกหมายจับแล้วก็ต้องดำเนินการตามหมายจับ ถ้าหากว่าป่วยจริงก็ต้องมีเหตุที่เธอจะต้องได้รับการประกันตัว

     “แต่หากบอกว่าป่วย แต่หาตัวไม่เจอ คราวนี้ก็ต้องกลายเป็นว่าหนี ซึ่งก็คงต้องตามตัว และแจ้งไปที่สนามบินทุกแห่ง ด่านทุกด่านที่จะสามารถออกจากประเทศนี้ไปได้ สมมติว่าตามจับตัวได้ ทีนี้ก็ต้องดูว่าเมื่อเกิดกรณีแบบนี้ขึ้นสมควรให้ประกันตัวหรือไม่ ซึ่งก็ต้องติดตามดูกันต่อไป”

     นอกจากนี้ รศ.ดร. เจษฎ์ ยังให้มุมมองว่าในคดีทั่วๆ ไป หากจำเลยดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาและเปิดเผย ควรจะแจ้งต่อศาลว่าป่วยอยู่ที่ไหน ป่วยด้วยโรคอะไร และอาการป่วยนั้นหนักหนาสาหัสถึงขนาดไม่สามารถเดินทางมาศาลได้จริงๆ ซึ่งส่วนใหญ่ต้องให้ทนายความหรือผู้รับมอบอำนาจถือใบรับรองจากแพทย์ผู้ทำการรักษามายื่นต่อศาล เพื่อให้มีความชัดเจนว่าป่วยจริงๆ แต่หากในภาวะฉุกเฉินที่ไม่สามารถดำเนินการได้ทัน เช่น ศาลนัดตอนบ่าย แต่เกิดป่วยตอนเช้า กรณีแบบนี้อาจให้ตัวแทนมายื่นใบรับรองแพทย์ในภายหลังได้

     “ลองคิดดูว่าถ้าเราเป็นคุณยิ่งลักษณ์ซึ่งมีโอกาสจะถูกจำคุก แม้ว่ามีโอกาสจะอุทธรณ์ แต่อุทธรณ์แล้วก็อาจไม่เป็นผล เขาก็อาจจะรู้สึกหวาดกลัวได้ ยิ่งถ้ามีโรคประจำตัวอย่างน้ำในหูไม่เท่ากัน หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทจริงๆ ก็สามารถประสาทเสียล้มหมอนนอนเสื่อภายใน 5 นาที 10 นาทีจริงๆ นะครับ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมองในแง่นี้ด้วย”

     รศ.ดร. เจษฎ์ ทิ้งท้ายว่า “มันอาจจะเป็นแท็กติกก็ได้ หรืออาจจะเป็นจริงก็ได้ ถ้าจะใช้แท็กติกจริงๆ ก็ใช้ได้หลายวิธี วิธีนี้อาจจะเป็นทางเลือกหนึ่งเท่านั้นเอง”

     ทั้งนี้เบื้องต้นศาลได้ออกหมายจับนางสาวยิ่งลักษณ์ และริบเงินประกันตัว 30 ล้านบาท เนื่องจากพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ไม่เชื่อว่าจำเลยเจ็บป่วยจนถึงขนาดมาศาลไม่ได้ และพฤติการณ์มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยหลบหนี ดังนั้นจึงให้เลื่อนไปฟังคำพิพากษาในวันที่ 27 กันยายน 2560 เวลา 9.00 น.

 

     ด้านสำนักข่าววอยซ์ทีวี รายงานว่าคำให้สัมภาษณ์ของนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของนางสาวยิ่งลักษณ์ที่ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่า นางสาวยิ่งลักษณ์พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งไหน และไม่ทราบด้วยว่ายังอยู่ในประเทศไทยหรือไม่

     เมื่อถามถึงกรณีที่มีการออกหมายจับแล้วนางสาวยิ่งลักษณ์ถูกจับกุมก่อนวันที่ 27 กันยายนนั้น นายนรวิชญ์ปฏิเสธจะให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ โดยย้ำว่ายังไม่ทราบในกระบวนการ ส่วนกระบวนการติดตามจับกุมตัวนางสาวยิ่งลักษณ์ให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่

     โดยก่อนหน้านี้มีหลายกรณีที่บุคคลในแวดวงการเมืองอ้างว่าป่วย และไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ อาทิ สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จำเลยในคดีบุกทำเนียบรัฐบาล ปี 2551 ที่อ้างว่าป่วย แต่ศาลไม่เชื่อ และสั่งให้ออกหมายจับ

     หรือกรณีของนายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทย ที่ตกเป็นจำเลยในคดีหมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเบิกความในฐานะพยานจำเลยปากแรก กลับให้ทนายความยื่นต่อศาลว่าไม่สามารถมาศาลได้ เนื่องจากป่วย มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน พร้อมแนบเอกสารใบรับรองแพทย์​

     เช่นเดียวกับกรณีของนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง อดีตแกนนำ นปช. ที่เป็นจำเลยในคดีหมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์ แต่ไม่สามารถเดินทางมาฟังคำพิพากษาได้ จึงให้ทนายความยื่นคำร้องขอเลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาออกไปก่อน เนื่องจากปวดท้อง รักษาอาการที่โรงพยาบาล

     นับจากนี้คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่า คดีของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะจบลงอย่างไร เช่นเดียวกับกองเชียร์ประชาชนจำนวนมากที่เดินทางมาให้กำลังใจอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ต่างต้องผิดหวังไปตามๆ กัน ที่วันนี้ไร้เงานายกรัฐมนตรีในดวงใจ

 

อ้างอิง:

The post นักกฎหมายชี้หากยิ่งลักษณ์ป่วยจริงต้องตามตัวเจอ ย้ำสังคมต้องให้ความเป็นธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/yingluck-sick-effect/feed/ 0
ด่วน! ศาลออกหมายจับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่มาฟังคำพิพากษา! https://thestandard.co/yingluck-dont-come-for-rice-subsidy-scheme-judgement/ https://thestandard.co/yingluck-dont-come-for-rice-subsidy-scheme-judgement/#respond Fri, 25 Aug 2017 03:32:21 +0000 https://thestandard.co/?p=22310

       ตามที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผ […]

The post ด่วน! ศาลออกหมายจับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่มาฟังคำพิพากษา! appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

     ตามที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้นัด นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาฟังคำพิพากษาในคดีโครงการรับจำนำข้าวในวันนี้นั้น ปรากฏว่านางสาวยิ่งลักษณ์ไม่ได้มายังศาลตามนัดหมาย 

 

     ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง อ่านรายงานกระบวนพิจารณาให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาคดีจำนำข้าวของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เนื่องจากจำเลยยื่นต่อศาลว่าป่วย น้ำในหูไม่เท่ากัน ศาลพิเคราะห์แล้วไม่เชื่อว่าเจ็บป่วยจริง ให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาเป็นวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2560 เวลา 09:00 น. โดยให้ออกหมายจับนำตัวนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และสั่งยึดเงินประกัน 30 ล้านบาท

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The post ด่วน! ศาลออกหมายจับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่มาฟังคำพิพากษา! appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/yingluck-dont-come-for-rice-subsidy-scheme-judgement/feed/ 0