วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/วัดอรุณราชวรารามราชวรม/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 28 Mar 2026 02:18:41 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 กทม. สานต่อ Earth Hour ชวนปิดไฟ 1 ชั่วโมง ลดใช้พลังงาน มุ่งเป้าลดคาร์บอนและแก้ปัญหาโลกร้อนอย่างยั่งยืน https://thestandard.co/bangkok-earth-hour-reduce-carbon/ Sat, 28 Mar 2026 02:15:23 +0000 https://thestandard.co/bangkok-earth-hour-reduce-carbon/ ภาพกิจกรรม Earth Hour ในกรุงเทพมหานคร แสดงการปิดไฟเชิงสัญลักษณ์

วันนี้ (28 มีนาคม) พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่ […]

The post กทม. สานต่อ Earth Hour ชวนปิดไฟ 1 ชั่วโมง ลดใช้พลังงาน มุ่งเป้าลดคาร์บอนและแก้ปัญหาโลกร้อนอย่างยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกิจกรรม Earth Hour ในกรุงเทพมหานคร แสดงการปิดไฟเชิงสัญลักษณ์

วันนี้ (28 มีนาคม) พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร เชิญชวนประชาชนและทุกภาคส่วน ร่วมแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ในกิจกรรม 60+ Earth Hour 2026 : ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน โดยมุ่งเน้นการลดใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความยั่งยืนและบรรเทาภาวะโลกร้อนไปพร้อมกับผู้คนอีกหลายล้านคนจาก 7,000 เมือง ใน 190 ประเทศทั่วโลก

 

กรุงเทพมหานครได้ร่วมกับองค์การ WWF ประเทศไทย และภาคีเครือข่าย รณรงค์กิจกรรมปิดไฟ 1 ชั่วโมงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2551 โดยตลอดระยะเวลา 18 ปีที่ผ่านมา การรวมพลังดังกล่าวสามารถลดการใช้พลังงานได้มากถึง 22,617 เมกะวัตต์ และลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 12,330 ตัน

 

เฉพาะในปี 2568 ที่ผ่านมา ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่กรุงเทพฯ สามารถลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ 134 เมกะวัตต์ (เมื่อเทียบกับการใช้ไฟฟ้าในวันเสาร์ก่อนหน้า) ซึ่งช่วยลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 58.6 ตัน หรือเทียบเท่ากับการลดเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ ถึง 485 เที่ยวบิน การงดใช้รถยนต์ดีเซลระยะทาง 351,600 กิโลเมตร หรือเทียบเท่ากับการปิดไฟบ้านเรือนถึง 263,700 ครัวเรือน

 

สำหรับกิจกรรมในปี 2569 นี้ กรุงเทพมหานครกำหนดจัดขึ้นใน วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 ระหว่างเวลา 20.30 – 21.30 น. โดยขอความร่วมมือจากองค์กรภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป ร่วมกันปิดไฟประดับ อาคาร ตึกสูง ป้ายโฆษณา และไฟในบ้านเรือนที่ไม่จำเป็น พร้อมทั้งถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าและลดการใช้เครื่องปรับอากาศเป็นเวลา 1 ชั่วโมง

 

นอกจากนี้ กทม. จะทำการปิดไฟเชิงสัญลักษณ์ใน 3 สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ได้แก่:

 

 

รวมถึงสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต จะร่วมกับภาคีเครือข่ายและเจ้าของอาคารในพื้นที่ ปิดไฟเชิงสัญลักษณ์บริเวณอาคารและถนนสายหลักด้วยเช่นกัน

 

พรพรหม ย้ำเตือนว่า การรณรงค์ปิดไฟ 1 ชั่วโมง ไม่ใช่แค่การแสดงพลังของคนกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่เป็นการรวมพลังของประเทศไทยเพื่อประหยัดพลังงาน งบประมาณ และรักษาสิ่งแวดล้อม

 

“หากเราทุกคนร่วมมือกันทำอย่างต่อเนื่องในทุกที่ทุกเวลา จนกลายเป็นกิจวัตรในชีวิตประจำวัน สิ่งนี้จะช่วยผลักดันให้เกิดการลดใช้พลังงานอย่างยั่งยืน และนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายในการลดภาวะโลกร้อนได้อย่างแท้จริง”

 

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ และแชร์ภาพการมีส่วนร่วมผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย พร้อมติดแฮชแท็ก #20ปีEarthHour, #BiggestHourForEarth และ #EarthHour2026 เพื่อแสดงจุดยืนร่วมกัน

The post กทม. สานต่อ Earth Hour ชวนปิดไฟ 1 ชั่วโมง ลดใช้พลังงาน มุ่งเป้าลดคาร์บอนและแก้ปัญหาโลกร้อนอย่างยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพเรือเปิดการฝึกครูฝีพาย เตรียมจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เฉลิมพระเกียรติฯ ปี 2569 https://thestandard.co/royal-thai-navy-barge-procession-training-2026/ Tue, 10 Mar 2026 05:30:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1186165 พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ เป็นประธานเปิดการฝึกครูฝีพายเรือพระราชพิธี เพื่อเตรียมจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ปี 2569

วันนี้ (10 มีนาคม) พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บั […]

The post กองทัพเรือเปิดการฝึกครูฝีพาย เตรียมจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เฉลิมพระเกียรติฯ ปี 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ เป็นประธานเปิดการฝึกครูฝีพายเรือพระราชพิธี เพื่อเตรียมจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ปี 2569

วันนี้ (10 มีนาคม) พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกครูฝึกฝีพายเรือพระราชพิธี (นายเรือและนายท้าย) ณ แผนกเรือราชพิธี กองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

 

การฝึกครูฝึกฝีพายในครั้งนี้ นับเป็นปฐมบทและขั้นตอนสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ประจำปีพุทธศักราช 2569 ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

 

สำหรับกำลังพลที่เข้ารับการฝึก ล้วนเป็นบุคลากรจากหน่วยรับเรือพระราชพิธีทั้ง 35 หน่วย ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นนายเรือและนายท้ายประจำเรือพระราชพิธีทั้ง 52 ลำ รวมจำนวนทั้งสิ้น 162 นาย ประกอบด้วย ผู้ทำหน้าที่นายเรือพระราชพิธี 58 นาย และผู้ทำหน้าที่นายท้ายเรือพระราชพิธี 104 นาย

 

โดยผู้เข้ารับการฝึกจะได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ ทั้งรูปแบบการพายและวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้องตามแบบแผนประเพณี ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นการฝึก บุคลากรเหล่านี้จะกลับไปทำหน้าที่เป็นครูฝึกฝีพายเรือพระราชพิธี ให้แก่กำลังพลประจำเรือในสังกัดของตนต่อไป โดยขั้นตอนการฝึกจะเริ่มจากการฝึกพายบนเขียง (การฝึกพายบนบก) การฝึกพายเรือในน้ำเพื่อสร้างทักษะการบังคับเรือ ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการฝึกซ้อมปรับรูปกระบวนเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างเต็มรูปแบบ

 

ในส่วนแผนการปฏิบัติงานภาพรวมของกองทัพเรือนั้น ครอบคลุมการเตรียมความพร้อมในทุกมิติ ได้แก่ การเตรียมกำลังพล การซักซ้อมฝีพาย การบูรณะซ่อมแซมเรือพระราชพิธี และการเตรียมท่าเทียบเรือ โดยการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ จะประกอบด้วยเรือพระราชพิธีจำนวนทั้งสิ้น 52 ลำ จัดรูปกระบวนเป็น 5 ริ้ว ความยาวรวม 1,200 เมตร กว้าง 90 เมตร และใช้กำลังพลฝีพายประจำเรือรวมทั้งสิ้น 2,200 นาย โดยขบวนเรือพระราชพิธีแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้

 

1. เรือริ้วสายกลาง (จำนวน 10 ลำ)

 

  • เรือพระที่นั่งทรง (1 ลำ): เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์
  • เรือพระที่นั่งทรงสำรอง (2 ลำ): เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์
  • เรือทรงผ้าไตร (1 ลำ): เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช
  • เรือกลอง (2 ลำ): เรือแตงโม (เรือกลองใน สำหรับผู้บัญชาการขบวนเรือ) และเรืออีเหลือง (เรือกลองนอก สำหรับรองผู้บัญชาการขบวนเรือ)
  • เรือตำรวจ (3 ลำ): เรือตำรวจ 1-3 ทำหน้าที่องครักษ์
  • เรือแซง (1 ลำ): เรือแซง 7 ทำหน้าที่อารักขา

 

2. เรือริ้วสายใน (จำนวน 2 ริ้ว ริ้วละ 7 ลำ รวม 14 ลำ)

 

  • เรือประตูหน้า (2 ลำ): เรือทองขวานฟ้า และเรือทองบ้าบิ่น (เรือนำริ้วขบวน)
  • เรือพิฆาต (2 ลำ): เรือเสือทะยานชล และเรือเสือคำรณสินธุ์
  • เรือรูปสัตว์ (8 ลำ): เรืออสุรวายุภักษ์, เรืออสุรปักษี, เรือกระบี่ราญรอนราพณ์, เรือกระบี่ปราบเมืองมาร, เรือพาลีรั้งทวีป, เรือสุครีพครองเมือง, เรือครุฑเหินเห็จ และเรือครุฑเตร็จไตรจักร
  • เรือคู่ชัก (2 ลำ): เรือเอกไชยเหินหาว และเรือเอกไชยหลาวทอง

 

3. เรือริ้วสายนอก (จำนวน 2 ริ้ว ริ้วละ 14 ลำ รวม 28 ลำ)

 

  • เรือดั้ง (22 ลำ): เรือดั้ง 1-22 ทำหน้าที่ป้องกันหน้าขบวนเรือ
  • เรือแซง (6 ลำ): เรือแซง 1-6 ทำหน้าที่อารักขา

 

พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ เป็นประธานเปิดการฝึกครูฝีพายเรือพระราชพิธี เพื่อเตรียมจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ปี 2569 1พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ เป็นประธานเปิดการฝึกครูฝีพายเรือพระราชพิธี เพื่อเตรียมจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ปี 2569 2พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ เป็นประธานเปิดการฝึกครูฝีพายเรือพระราชพิธี เพื่อเตรียมจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ปี 2569 3พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ เป็นประธานเปิดการฝึกครูฝีพายเรือพระราชพิธี เพื่อเตรียมจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ปี 2569 4พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ เป็นประธานเปิดการฝึกครูฝีพายเรือพระราชพิธี เพื่อเตรียมจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ปี 2569 5พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ เป็นประธานเปิดการฝึกครูฝีพายเรือพระราชพิธี เพื่อเตรียมจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ปี 2569 6

The post กองทัพเรือเปิดการฝึกครูฝีพาย เตรียมจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เฉลิมพระเกียรติฯ ปี 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Soft Power ที่จับต้องได้! ‘ลิซ่า’ เอฟเฟกต์ดัน ทะเลบัวแดง นักท่องเที่ยวต่างชาติพุ่งเกือบ 50% คาดทั้งฤดูกาลทะลุ 1.2 แสนคน https://thestandard.co/lisa-effect-red-lotus-sea-tourism/ Wed, 04 Feb 2026 10:51:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1173744 ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ในชุดไทยถ่ายภาพกับวัดอรุณราชวรารามฯ ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador

เมื่อ 28 มกราคมที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ทท […]

The post Soft Power ที่จับต้องได้! ‘ลิซ่า’ เอฟเฟกต์ดัน ทะเลบัวแดง นักท่องเที่ยวต่างชาติพุ่งเกือบ 50% คาดทั้งฤดูกาลทะลุ 1.2 แสนคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ในชุดไทยถ่ายภาพกับวัดอรุณราชวรารามฯ ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador

เมื่อ 28 มกราคมที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัว ‘ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล’ ซึ่งเป็นนักร้อง, นักแสดง, นักเต้น และแรปเปอร์ชาวไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลกในฐานะ Amazing Thailand Ambassador อย่างเป็นทางการ ภายใต้แคมเปญ ‘Feel All the Feelings’

 

การเปิดตัว Amazing Thailand Ambassador ในครั้งนี้ จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร แลนด์มาร์กสำคัญทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่เป็นที่รู้จักทั่วโลก สะท้อนภาพลักษณ์ของประเทศไทย พร้อมตอกย้ำเสน่ห์อันโดดเด่นของไทยที่ผสานความวิจิตรประณีตแบบดั้งเดิมเข้ากับพลังแห่งการสร้างสรรค์อย่างร่วมสมัยได้อย่างงดงามและลงตัว

 

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า ททท. เชื่อว่าการถ่ายทอดเรื่องราวความงดงามของประเทศไทยผ่านมุมมองของ ‘ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล’ จะเปิดประสบการณ์การรับรู้ใหม่ให้กับผู้คนได้เห็นประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวชั้นนำคุณภาพสูง ที่มีความลึกซึ้งมากกว่าความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยว แต่เต็มไปด้วย ‘คุณค่า’ ที่ซ่อนอยู่ในทุกประสบการณ์ และ ‘ความหมาย’ ที่เกิดขึ้นจากการเดินทางในทุกช่วงเวลา

 

“หลังจากที่เราได้เริ่มประชาสัมพันธ์ภาพแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ออกไป ไม่ว่าจะเป็น วัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ หรือ ทะเลบัวแดง พบว่ากระแสตอบรับจากทั้งประชาชนชาวไทยและ ลิลลี่ (ชื่อแฟนคลับของลิซ่า) ทั่วโลกนั้นดีเยี่ยมมาก สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่ยอดการมีส่วนร่วม หรือการแชร์เรื่องราวในโลกออนไลน์เท่านั้น แต่ก่อให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวจริงในพื้นที่” ผู้ว่าการ ททท. กล่าว

 

จากข้อมูลสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวจากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเรือประมงและนำเที่ยวทะเลบัวแดง ท่าเรือบ้านเดียม อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 – 25 มกราคม 2569 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าชมจำนวนทั้งหมด 50,306 คน เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย 26,019 คน คิดเป็นร้อยละ 51.73

 

และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 24,287 คน คิดเป็นร้อยละ 48.27 อาทิ ประเทศจีน, ลาว, เยอรมัน และ ญี่ปุ่น เป็นต้น ซึ่งโดยปกติแล้วทะเลบัวแดงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นกลุ่มหลัก แต่ในฤดูกาลนี้พบว่าสัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเกือบเทียบเท่านักท่องเที่ยวชาวไทย สะท้อนให้เห็นถึงกระแสความนิยมจากตลาดต่างประเทศที่ขยายตัวมากขึ้นอย่างชัดเจนจากปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น

 

ถ่ายภาพ ทะเลบัวแดง ตามรอย ลิซ่า

 

นอกจากนี้อีกหนึ่งไฮไลต์ในการเที่ยวตามรอยลิซ่าในครั้งนี้ คือ ความตั้งใจของนักท่องเที่ยวในการถ่ายภาพตามลิซ่า โดยการเลือกใช้บริการเรือสำหรับนั่งถ่ายภาพความสวยงามของทะเลบัวแดง จากการรายงานในพื้นที่ พบว่า วันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 มีเรือใหญ่ให้บริการ 254 เที่ยว เรือเล็ก 70 เที่ยว รวมจำนวนนักท่องเที่ยว 1,664 คน สร้างรายได้จากการบริการเรือชมทะเลบัวแดง จำนวน 148,000 บาท

 

ในส่วนวันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2569 มีเรือใหญ่ให้บริการ 457 เที่ยว เรือเล็ก 97 เที่ยว รวมจำนวนนักท่องเที่ยวรวม 2,937 คน สร้างรายได้จากการบริการเรือชมทะเลบัวแดง จำนวน 257,600 บาท รวม 2 วัน เกิดรายได้จากการบริการเรือชมทะเลบัวแดงสูงถึง 405,600 บาท

 

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลบัวแดงในปี 2569 (เดือนพฤศจิกายน 2568 – กุมภาพันธ์ 2569) จะมีนักท่องเที่ยวมาเยือนไม่ต่ำกว่า 120,000 คน

 

“ในบทบาทของการเป็น Amazing Thailand Ambassador น้องลิซ่าถือเป็นผู้ทรงอิทธิพลทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ เปรียบเสมือนบุคลากรทรงคุณค่าที่สามารถเชื่อมโยงวัฒนธรรมความทันสมัยเข้ากับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่หลากหลาย น้องทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทยในการบอกเล่าเรื่องราวผ่านกิริยา ทัศนคติ และเสน่ห์ของความเป็นไทย ได้อย่างงดงาม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของเราในการยกระดับภาพลักษณ์ประเทศสู่การเป็น Quality Premium Destination หรือจุดหมายปลายทางที่มีคุณภาพระดับพรีเมียมอย่างสมบูรณ์แบบ”

 

ผู้ว่าการ ททท. ระบุว่า สำหรับเป้าหมายทางเศรษฐกิจนั้นให้ความสำคัญกับ ‘มูลค่ารายได้’ เป็นหัวใจหลัก โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 3 ล้านล้านบาท

 

อย่างไรก็ตาม ด้วยฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่งของลิซ่าทั่วโลก เราคาดการณ์ว่าอาจมีส่วนช่วยผลักดันจำนวนนักท่องเที่ยวให้สูงถึง 35-36.7 ล้านคน รวมถึงปรับสัดส่วนนักท่องเที่ยวระยะใกล้และระยะไกลให้มีความสมดุลมากขึ้น นอกจากนี้ อิทธิพลของลิซ่ายังช่วยต่อยอดโอกาสไปสู่นักลงทุนและวงการอื่น ๆ เช่น วงการกีฬา ซึ่งจะสร้างประโยชน์ให้กับภาคการท่องเที่ยวไทยในหลายมิติ

The post Soft Power ที่จับต้องได้! ‘ลิซ่า’ เอฟเฟกต์ดัน ทะเลบัวแดง นักท่องเที่ยวต่างชาติพุ่งเกือบ 50% คาดทั้งฤดูกาลทะลุ 1.2 แสนคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
LISA ใส่เครื่องประดับ BVLGARI และชุดของกูตูร์ของ Balmain ที่งานเปิดตัวแคมเปญ Amazing Thailand https://thestandard.co/lisa-bulgari-balmain-amazing-thailand/ Thu, 29 Jan 2026 06:01:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1171005 LISA สวมชุดกูตูร์ Balmain และเครื่องประดับ BVLGARI ที่งาน Amazing Thailand Exclusive Night ณ วัดอรุณราชวราราม

LISA ปรากฏตัวที่งาน Amazing Thailand Exclusive Night เป […]

The post LISA ใส่เครื่องประดับ BVLGARI และชุดของกูตูร์ของ Balmain ที่งานเปิดตัวแคมเปญ Amazing Thailand appeared first on THE STANDARD.

]]>
LISA สวมชุดกูตูร์ Balmain และเครื่องประดับ BVLGARI ที่งาน Amazing Thailand Exclusive Night ณ วัดอรุณราชวราราม

LISA ปรากฏตัวที่งาน Amazing Thailand Exclusive Night เปิดตัวโฆษณาแคมเปญ Feel all the Feelings ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador ที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารในชุดกูตูร์สั่งตัดพิเศษจาก Balmain และเครื่องประดับจาก BVLGARI เช่นเคย

 

เริ่มที่ตัวชุดไทยกันก่อน ชุดนี้ได้แรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพระพันปีหลวง จากชุดโอต์กูตูร์ที่ชื่อว่า Nuit à Londres หรือ Night in London คอลเล็กชัน Spring/Summer ปี 1960 โดยมีการปรับเปลี่ยนเป็นผ้าไหมไทยและผ้าคลุมยาว

 

ส่วนเครื่องประดับเข้าชุดของ BVLGARI ที่เธอเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลก ประกอบไปด้วยสร้อยคอไฮจิวเวลรีรูปดอกไม้ชื่อว่า Fiorever ทำจากพิงก์โกลด์ 18k และประดับแซฟไฟร์สีชมพู 14 เม็ด คู่กับต่างหู Serpenti ประดับโกเมนแมนดาริน และแหวน Serpenti Seduttori หัวงูฝังเพชร

 

สำหรับตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ Feel All The Feelings เป็นการโปรโมตการท่องเที่ยวไทย ความรู้สึกที่ว่า “ทุกลมหายใจถูกโอบล้อมไปด้วยความสงบ ทุกการลิ้มลองเต็มไปด้วยรสชาติที่กลมกล่อม ทุกที่ที่สัมผัสงดงามเกินกว่าที่มองเห็น” โดยมี LISA กับแลนด์สเคปและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น ทะเลบัวแดง จังหวัดอุดรธานี ทุ่งนาสะปัน จังหวัดน่าน น้ำตกทีลอซู จังหวัดตาก และอีกมากมาย

 

ภาพ: Mark Kawin

The post LISA ใส่เครื่องประดับ BVLGARI และชุดของกูตูร์ของ Balmain ที่งานเปิดตัวแคมเปญ Amazing Thailand appeared first on THE STANDARD.

]]>
LISA ร่วมกับ ททท. ส่งภาพยนตร์โฆษณา Feel All The Feelings เผยความงามของประเทศไทย https://thestandard.co/lisa-tat-thailand-tourism-commercial/ Wed, 28 Jan 2026 14:15:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1170819 LISA ศิลปินระดับโลกในภาพยนตร์โฆษณา Feel All The Feelings ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับภาพยนตร์โฆษณาจากความร่วมมือของ การ […]

The post LISA ร่วมกับ ททท. ส่งภาพยนตร์โฆษณา Feel All The Feelings เผยความงามของประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
LISA ศิลปินระดับโลกในภาพยนตร์โฆษณา Feel All The Feelings ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับภาพยนตร์โฆษณาจากความร่วมมือของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ LISA ศิลปินระดับโลกผู้ถูกเปิดตัวให้เป็น Amazing Thailand Ambassador ซึ่งก่อนหน้านี้มีการปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์โฆษณา Feel All The Feelings ไปเมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา และล่าสุดวันนี้ (28 มกราคม 2026) ภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ก็ปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการ ที่งาน Amazing Thailand Ambassador Exclusive Night ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

 

โดยภาพยนตร์โฆษณาในครั้งนี้ มีคอนเซปต์เกี่ยวกับ Feel All The Feelings ส่งความรู้สึกและมุมมองต่อสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยผ่าน Amazing Thailand Ambassador อย่าง LISA ที่นิยามประเทศไทยผ่านความรู้สึกที่ว่า “ทุกลมหายใจ ถูกโอบล้อมไปด้วยความสงบ ทุกการลิ้มลองเต็มไปด้วยรสชาติที่กลมกล่อม ทุกที่ที่สัมผัสงดงามเกินกว่าที่มองเห็น” พร้อมถ่ายทอดสถานที่ท่องเที่ยวระดับ Unseen ของไทยที่เต็มไปด้วยคุณภาพในทุกเส้นทาง

 

เรียกว่าเป็นการส่งผ่านมุมมองของสถานที่ท่องเที่ยวไทย ที่ทั่วโลกอาจไม่เคยเห็นมาก่อน ดั่งภาพคอนเซปต์ที่ปล่อยออกมาก่อนหน้า ด้วยความสง่างามตระการตาของวัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ ดำดิ่งกลับสู่เรื่องราวของอดีตที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ด้วยความงดงาม ลึกลับ และเสน่ห์อย่างมีมนต์ขลังที่ยากจะละสายตา

 

รวมถึงความสงบของ ทะเลบัวแดง จังหวัดอุดรธานี ที่จะพาทุกคนสัมผัสผืนน้ำสีชมพู ที่เต็มไปด้วยดอกบัวบานสะพรั่งในแสงแรกของวัน ให้ความรู้สึกเหมือนได้พักผ่อนอย่างแท้จริง

 

นอกจากภาพยนตร์โฆษณาในครั้งนี้ จะพาผู้ชมสัมผัสความสวยงามตามสถานที่ต่างๆ ของประเทศไทยแล้ว ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวเอกลักษณ์ความเป็นไทย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร หรือวัฒนธรรมประเพณี ทั้งยังมีการปรากฏตัวของ วิน เมธวิน, กลัฟ คณาวุฒิ และบลู พงศ์ทิวัตถ์ ร่วมเฟรมกับสาว LISA ในภาพยนตร์โฆษณาในครั้งนี้อีกด้วย

 

เรียกว่าการร่วมงานกับ LISA ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเป็นแคมเปญโปรโมต แต่ยังเป็นการนำเสนอประเทศไทย ผ่านมุมมองของศิลปินระดับโลก และด้วยความตั้งใจที่จะนำเสนอความเป็นไทยตลอดมาของ LISA จะทำให้ภาพยนตร์โฆษณาในครั้งนี้สร้างอิทธิพลให้กับการท่องเที่ยวในประเทศไทย ทั้งต่อคนในประเทศและต่างประเทศอย่างแน่นอน

 

ภาพ: Amazing Thailand / YouTube

 

อ้างอิง: https://youtu.be/wDMv1KujSGc?si=SCfRA042R_Z22x70

The post LISA ร่วมกับ ททท. ส่งภาพยนตร์โฆษณา Feel All The Feelings เผยความงามของประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยซวนเซ นักท่องเที่ยวจีนหายวูบ 30% ท่ามกลางปัญหาเรื้อรังเรื่อง ‘แก๊งต้มตุ๋น’ และความขัดแย้งกัมพูชา https://thestandard.co/thai-tourism-decline-chinese-scams-cambodia/ Wed, 21 Jan 2026 02:01:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1167554 อุตสาหกรรมท่องเที่ยว

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยกำลังเผชิญกับมรสุมลูกใหญ่ […]

The post อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยซวนเซ นักท่องเที่ยวจีนหายวูบ 30% ท่ามกลางปัญหาเรื้อรังเรื่อง ‘แก๊งต้มตุ๋น’ และความขัดแย้งกัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
อุตสาหกรรมท่องเที่ยว

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยกำลังเผชิญกับมรสุมลูกใหญ่ หลังจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับตัวลดลงในปี 2025 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ร่วงลงถึง 30% ท่ามกลางปัญหาเรื้อรังเรื่อง ‘แก๊งต้มตุ๋น’ และสถานการณ์ความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา

 

บรรยากาศบนท้องถนนย่านวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารในกรุงเทพฯ ซึ่งตามปกติจะเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาถ่ายรูปในชุดไทย กลับเงียบเหงาจนแทบร้างผู้คนในช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี (14 ม.ค.) ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนในระดับผู้ประกอบการรายย่อย

 

เจ้าของร้านเช่าชุดไทยรายหนึ่งกล่าวด้วยความกังวลกับ Nikkei Asiaว่า “เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดเมื่อ 2 ปีครึ่งที่แล้ว จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงไปประมาณ 60% เราลดราคาลงแล้วเพราะไม่มีลูกค้า แต่ก็ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้”

 

ขณะที่เจ้าของร้านน้ำผลไม้ในละแวกเดียวกันเปิดเผยว่า ยอดขายตกลงไปราว 40% จากปีที่แล้ว และสถานการณ์กำลังเข้าขั้นวิกฤต “ถ้าสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ต่อไปอีก 3 หรือ 6 เดือน ร้านนี้คงอยู่ไม่ได้ ผมอยากให้รัฐบาลทำให้เห็นว่าที่นี่เป็นประเทศที่ปลอดภัย”

 

ผลกระทบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ร้านค้าขนาดเล็ก แต่ยังลามไปถึงผลประกอบการของบริษัทขนาดยักษ์ โดยบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ซึ่งบริหารสนามบินหลัก 6 แห่ง รายงานกำไรสุทธิสำหรับปีสิ้นสุดเดือนกันยายนลดลง 6% เหลือ 1.81 หมื่นล้านบาท

 

แม้ธุรกิจการบินจะเติบโตขึ้นจากการเพิ่มจำนวนเที่ยวบิน แต่รายได้จากค่าธรรมเนียมสิทธิการดำเนินงานร้านค้าปลอดภาษีและธุรกิจอื่นๆ กลับลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากการหายไปของนักท่องเที่ยวจีน ในขณะที่รายได้รวมของบริษัทขยับขึ้นเพียง 1% อยู่ที่ 6.85 หมื่นล้านบาท

 

ด้านการบินไทย รายได้ร่วงลง 23% เมื่อเทียบรายปี เหลือ 4.44 หมื่นล้านบาท และกำไรสุทธิดิ่งลงถึง 65% เหลือเพียง 4.4 พันล้านบาท ในไตรมาสเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน เนื่องจากการลดลงของผู้โดยสารและรายได้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนเอเชีย เอวิเอชั่น ผู้บริหารไทยแอร์เอเชีย พลิกขาดทุน 875 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไรสุทธิ 3.44 พันล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

นอกจากปัญหาเรื่องภาพลักษณ์ความปลอดภัย ปัจจัยลบอื่นๆ ที่ฉุดรั้งการท่องเที่ยวซึ่งคิดเป็น 20% ของ GDP ไทย ได้แก่ เงินบาทที่แข็งค่า, ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาที่มีความรุนแรง และเหตุน้ำท่วมในภาคใต้

 

ยูจิ คาโตะ หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการจากสถาบันวิจัยโนมูระ ประเทศไทย ให้ความเห็นว่า “การลดลงนี้มากกว่าที่คาดไว้ ประเทศไทยพึ่งพาการท่องเที่ยวมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสิ่งนี้จะกระทบต่อความน่าเชื่อถือทางเครดิตและกำลังซื้อของกลุ่มผู้มีรายได้น้อย”

 

ธุรกิจโรงแรมเองก็เจ็บหนักไม่แพ้กัน ดิ เอราวัณ กรุ๊ป ซึ่งเน้นตลาดระดับกลาง รายงานกำไรสุทธิลด 54% เหลือเพียง 57 ล้านบาท ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ส่วนเครือใหญ่อย่าง ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ก็มีรายได้ลด 1% ในไตรมาสเดียวกัน

 

ผู้ประกอบการต่างเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอด มีรายงานว่าไทยแอร์เอเชียได้ลดเที่ยวบินไป-กลับจีนในตารางบินฤดูหนาวปี 2025-26 และหันไปเพิ่มเที่ยวบินอินเดียแทน ส่วนเอราวัณ กรุ๊ป วางแผนขยายธุรกิจโรงแรมราคาประหยัดในต่างประเทศภายในปี 2030 โดยมุ่งเน้นไปที่ญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ พร้อมตั้งเป้าดึงลูกค้าจากยุโรป, อินเดีย และตะวันออกกลาง เพื่อลดการพึ่งพาตลาดไทย

 

แม้รัฐบาลไทยจะตั้งเป้าเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้อีก 10% เป็น 36.7 ล้านคน แต่ผลสำรวจของสมาคมโรงแรมไทยพบว่า ผู้ประกอบการโรงแรมราวครึ่งหนึ่งคาดการณ์ว่ายอดนักท่องเที่ยวปี 2026 จะทรงตัวอยู่ที่ระดับเดียวกับปีที่แล้วคือ 33 ล้านคน

 

อย่างไรก็ตาม คาโตะมองว่าแม้แนวโน้มตัวเลขนักท่องเที่ยวจะยังเป็นขาขึ้นในปีนี้ แต่ไทยจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ระยะยาว “เพื่อให้ไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง (ซึ่งเป็นจุดที่รูปแบบการเติบโตด้วยแรงงานราคาถูกมาถึงทางตัน) ประเทศควรผนวกการท่องเที่ยวเข้ากับภาคส่วนอื่นๆ เช่น การดูแลสุขภาพและความบันเทิง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว”

ภาพ: ฐานิส สุดโต / THE STANDARD

 

อ้างอิง:

 

The post อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยซวนเซ นักท่องเที่ยวจีนหายวูบ 30% ท่ามกลางปัญหาเรื้อรังเรื่อง ‘แก๊งต้มตุ๋น’ และความขัดแย้งกัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจท่องเที่ยวจัดระเบียบ ‘ช่างภาพวัดอรุณฯ’ หลังโซเชียลเปิดพฤติกรรมกีดกันนักท่องเที่ยว เร่งถก 3 ฝ่ายวางมาตรการคุมเข้ม https://thestandard.co/tourist-police-wat-arun-regulation/ Mon, 05 Jan 2026 11:10:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1161640 ตำรวจท่องเที่ยวจัดระเบียบ ‘ช่างภาพ วัดอรุณฯ’ หลังโซเชียลเปิดพฤติกรรมกีดกันนักท่องเที่ยว เร่งถก 3 ฝ่ายวางมาตรการคุมเข้ม

จากกรณีที่มีประเด็นข้อร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่า […]

The post ตำรวจท่องเที่ยวจัดระเบียบ ‘ช่างภาพวัดอรุณฯ’ หลังโซเชียลเปิดพฤติกรรมกีดกันนักท่องเที่ยว เร่งถก 3 ฝ่ายวางมาตรการคุมเข้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจท่องเที่ยวจัดระเบียบ ‘ช่างภาพ วัดอรุณฯ’ หลังโซเชียลเปิดพฤติกรรมกีดกันนักท่องเที่ยว เร่งถก 3 ฝ่ายวางมาตรการคุมเข้ม

จากกรณีที่มีประเด็นข้อร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง เกี่ยวกับพฤติกรรมของกลุ่มช่างภาพเจ้าถิ่น บริเวณวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ที่มีลักษณะปิดกั้นและกีดกันนักท่องเที่ยวรายอื่นออกจากพื้นที่สาธารณะ เพื่อเอื้อประโยชน์ในการถ่ายภาพให้กับลูกค้าผู้ว่าจ้างของตนเอง จนสร้างความไม่พอใจแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

 

วันนี้ (5 มกราคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ได้ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศโดยรอบวัดอรุณฯ พบว่ายังคงมีกลุ่มช่างภาพให้บริการนักท่องเที่ยวตามปกติ แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปคือมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งจากสถานีตำรวจนครบาลในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เดินตระเวนสำรวจความเรียบร้อยอย่างเข้มงวด

 

พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) ได้สั่งการเร่งด่วนให้หน่วยงานในสังกัดตรวจสอบข้อเท็จจริงและระงับเหตุไม่ให้สถานการณ์บานปลาย โดยมอบหมายให้ กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 (กก.1 บก.ทท.1) นำโดยผู้กำกับการ 1 บก.ทท.1 พร้อมด้วย พ.ต.ท.ณัฐพล คนหลัก รอง ผกก.1 บก.ทท.1, พ.ต.ท.นิมิตร จรรยาลักษณ์ สวญ.ส.ทท.3 กก.1 บก.ทท.1, ว่าที่ พ.ต.ต.ภูมิ มั่นเมือง สว.กก.1 บก.ทท.1 และกำลังพลที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เพื่อบูรณาการการทำงานทันที

 

โดยในวันเดียวกันนี้ ได้มีการจัดการประชุมหารือร่วมกัน 3 ฝ่าย ประกอบด้วย คณะกรรมการบริหารจัดการวัด, ผู้ประกอบการ/กลุ่มช่างภาพในระบบ, และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อวางแนวทางการให้บริการที่เหมาะสมและเป็นระเบียบที่สุด

 

ด้าน ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ว่า การปฏิบัติการครั้งนี้ได้เข้าหารือกับตัวแทนวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่กระทบต่อความปลอดภัยและความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว โดยเน้นย้ำการจัดระเบียบพื้นที่ถ่ายภาพและการทำงานของกลุ่มช่างภาพให้เป็นระบบ มีความโปร่งใส และให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

 

พร้อมกันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการประชาสัมพันธ์และขอความร่วมมือไปยังตัวแทนช่างภาพภายในวัดอรุณฯ ให้ช่วยกันอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวด้วยความสุภาพ เป็นมิตร และไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญ เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวและฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนแลนด์มาร์คสำคัญของไทย

 

ตำรวจท่องเที่ยวจัดระเบียบ ‘ช่างภาพ วัดอรุณฯ’ หลังโซเชียลเปิดพฤติกรรมกีดกันนักท่องเที่ยว เร่งถก 3 ฝ่ายวางมาตรการคุมเข้ม 1ตำรวจท่องเที่ยวจัดระเบียบ ‘ช่างภาพ วัดอรุณฯ’ หลังโซเชียลเปิดพฤติกรรมกีดกันนักท่องเที่ยว เร่งถก 3 ฝ่ายวางมาตรการคุมเข้ม 3ตำรวจท่องเที่ยวจัดระเบียบ ‘ช่างภาพ วัดอรุณฯ’ หลังโซเชียลเปิดพฤติกรรมกีดกันนักท่องเที่ยว เร่งถก 3 ฝ่ายวางมาตรการคุมเข้ม 4ตำรวจท่องเที่ยวจัดระเบียบ ‘ช่างภาพ วัดอรุณฯ’ หลังโซเชียลเปิดพฤติกรรมกีดกันนักท่องเที่ยว เร่งถก 3 ฝ่ายวางมาตรการคุมเข้ม 5ตำรวจท่องเที่ยวจัดระเบียบ ‘ช่างภาพ วัดอรุณฯ’ หลังโซเชียลเปิดพฤติกรรมกีดกันนักท่องเที่ยว เร่งถก 3 ฝ่ายวางมาตรการคุมเข้ม 6ตำรวจท่องเที่ยวจัดระเบียบ ‘ช่างภาพ วัดอรุณฯ’ หลังโซเชียลเปิดพฤติกรรมกีดกันนักท่องเที่ยว เร่งถก 3 ฝ่ายวางมาตรการคุมเข้ม 7ตำรวจท่องเที่ยวจัดระเบียบ ‘ช่างภาพ วัดอรุณฯ’ หลังโซเชียลเปิดพฤติกรรมกีดกันนักท่องเที่ยว เร่งถก 3 ฝ่ายวางมาตรการคุมเข้ม 8ตำรวจท่องเที่ยวจัดระเบียบ ‘ช่างภาพ วัดอรุณฯ’ หลังโซเชียลเปิดพฤติกรรมกีดกันนักท่องเที่ยว เร่งถก 3 ฝ่ายวางมาตรการคุมเข้ม 9ตำรวจท่องเที่ยวจัดระเบียบ ‘ช่างภาพ วัดอรุณฯ’ หลังโซเชียลเปิดพฤติกรรมกีดกันนักท่องเที่ยว เร่งถก 3 ฝ่ายวางมาตรการคุมเข้ม 10ตำรวจท่องเที่ยวจัดระเบียบ ‘ช่างภาพ วัดอรุณฯ’ หลังโซเชียลเปิดพฤติกรรมกีดกันนักท่องเที่ยว เร่งถก 3 ฝ่ายวางมาตรการคุมเข้ม 11ตำรวจท่องเที่ยวจัดระเบียบ ‘ช่างภาพ วัดอรุณฯ’ หลังโซเชียลเปิดพฤติกรรมกีดกันนักท่องเที่ยว เร่งถก 3 ฝ่ายวางมาตรการคุมเข้ม 12

The post ตำรวจท่องเที่ยวจัดระเบียบ ‘ช่างภาพวัดอรุณฯ’ หลังโซเชียลเปิดพฤติกรรมกีดกันนักท่องเที่ยว เร่งถก 3 ฝ่ายวางมาตรการคุมเข้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุดาวรรณยินดี ครม. ไฟเขียว ส่งชื่อ วัดอรุณฯ ขึ้นบัญชีเบื้องต้นมรดกโลก เดินหน้าเสนอเอกสารต่อศูนย์มรดกโลกภายใน เม.ย. นี้ https://thestandard.co/wat-arun-unesco-nomination/ Tue, 08 Apr 2025 10:49:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1061906

วันนี้ (8 เมษายน) สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่ากา […]

The post สุดาวรรณยินดี ครม. ไฟเขียว ส่งชื่อ วัดอรุณฯ ขึ้นบัญชีเบื้องต้นมรดกโลก เดินหน้าเสนอเอกสารต่อศูนย์มรดกโลกภายใน เม.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (8 เมษายน) สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวภายหลังร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กล่าวว่า ตามที่ประชุม ครม. ได้มีมติเห็นชอบให้ส่งเอกสารขอบรรจุรายชื่อ ‘แหล่งพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม อัตลักษณ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์’ ในบัญชีชั่วคราวของมรดกโลก (Tentative List) ซึ่งเป็นตัวแทนของสถาปัตยกรรมในพุทธศาสนาประเภทพระปรางค์ที่มีความโดดเด่นที่สุด เป็นอัตลักษณ์หนึ่งเดียวของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย 

 

คุณสมบัติที่เลือกนำเสนอตรงตามเกณฑ์มรดกโลกข้อที่ 1 และข้อที่ 2 คือ เป็นผลงานสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมชิ้นเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากพระปรางค์ในศิลปะอยุธยาและพัฒนามาเป็นลักษณะเฉพาะของพระปรางค์ที่มีเพียงหนึ่งเดียวในสมัยรัตนโกสินทร์

 

“ขั้นตอนต่อจากนี้จะมีการส่งเอกสารขอบรรจุรายชื่อในบัญชีชั่วคราวในนามของประเทศไทยไปยังศูนย์มรดกโลก ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ภายในเดือนเมษายนนี้ เพื่อนำเสนอเข้าสู่วาระการประชุมและมีการรับรองการบรรจุรายชื่อแหล่งพระปรางค์วัดอรุณฯ ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ที่จะมีขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมปีนี้“ สุดาวรรณกล่าว

 

สุดาวรรณกล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรมได้มอบหมายกรมศิลปากรประสานและให้คำปรึกษาแนะนำวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ในการเตรียมความพร้อม เมื่อมีการรับรองการบรรจุรายชื่อในบัญชีชั่วคราวของมรดกโลก โดยจะมีการศึกษาด้านโบราณคดีที่บริเวณพระปรางค์วัดอรุณฯ เพื่อตรวจสอบเทคนิควิธีการก่อสร้างพระปรางค์และความมั่นคงแข็งแรงของพระปรางค์ ควบคุมดูแลการอนุรักษ์โบราณสถานต่าง ๆ ภายในวัดให้อยู่ในสภาพที่ดีและสงวนรักษาความเป็นของแท้ดั้งเดิมและความครบถ้วนสมบูรณ์ตามหลักการอนุรักษ์สากล ปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์และการใช้พื้นที่ภายในวัดตามผังแม่บทวัดอรุณฯ และแผนบริหารจัดการพื้นที่ภายในวัดอรุณฯ 

 

นอกจากนี้จะมุ่งเน้นให้มีการเก็บข้อมูลการศึกษาตามกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนในการนำเสนอพระปรางค์วัดอรุณฯ เป็นมรดกโลก ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะนำมาใช้ประกอบการจัดทำเอกสารขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก (Nomination Dossier) 

 

ขั้นตอนการดำเนินงานหลังจากที่ได้รับการบรรจุรายชื่อในบัญชีเบื้องต้นครบ 1 ปี วัดอรุณราชวรารามฯ จะต้องส่งเอกสารขอรับการประเมินขั้นต้น (Preliminary Assessment) ไปยังศูนย์มรดกโลก ภายในวันที่ 15 กันยายน 2569 หรือของทุกปี ซึ่งศูนย์มรดกโลกจะแจ้งผลการประเมินเบื้องต้นให้ทราบในวันที่ 1 ตุลาคมของปีถัดไป เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบในการนำเสนอเอกสารขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกฉบับสมบูรณ์ (Nomination Dossier) ซึ่งต้องส่งถึงศูนย์มรดกโลกภายใน 5 ปี หลังจากได้รับผลการประเมินขั้นต้น กระทรวงวัฒนธรรมจึงได้เร่งให้มีการเตรียมความพร้อมของวัดอรุณราชวรารามฯ ในการนำเสนอและตรวจประเมินแหล่งเพื่อขอประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลกตามลำดับ 

 

“อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมาได้มอบหมายให้กรมศิลปากรส่งผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณสถานและวิศวกรรมโครงสร้างสำรวจองค์พระปรางค์วัดอรุณฯ อย่างละเอียด” สุดาวรรณกล่าว

The post สุดาวรรณยินดี ครม. ไฟเขียว ส่งชื่อ วัดอรุณฯ ขึ้นบัญชีเบื้องต้นมรดกโลก เดินหน้าเสนอเอกสารต่อศูนย์มรดกโลกภายใน เม.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ห่มสไบถ่ายรูปคู่พระปรางค์วัดอรุณ เสน่ห์แบบไทยสนองชาวจีน https://thestandard.co/chinese-tourists-wat-arun/ Thu, 20 Mar 2025 08:01:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1054253

วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดอรุณ เป็นหนึ่งในส […]

The post ห่มสไบถ่ายรูปคู่พระปรางค์วัดอรุณ เสน่ห์แบบไทยสนองชาวจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดอรุณ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของกรุงเทพมหานคร ด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงามและบรรยากาศที่สะท้อนวัฒนธรรมไทยอย่างชัดเจน ทำให้วัดแห่งนี้กลายเป็นหมุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวจีน ที่ไม่เพียงมาเยี่ยมชมความงามของวัดแต่ยังนิยมเช่าชุดไทยเพื่อถ่ายภาพเป็นที่ระลึกด้วย

 

กิจกรรมยอดฮิตนี้ทำให้ธุรกิจเช่าชุดไทยเติบโตอย่างรวดเร็วและกลายเป็นอีกหนึ่งโอกาสทางธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการไทย ซึ่งความนิยมนี้มาจากกระแสของละครและภาพยนตร์ไทยที่ได้รับความนิยมในประเทศจีน

 

รวมถึงการโปรโมตผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น WeChat, Douyin (TikTok จีน) และ Xiaohongshu ที่นักท่องเที่ยวจีนมักแชร์ประสบการณ์การแต่งชุดไทยถ่ายรูปในสถานที่สวยงาม ทำให้เกิดการบอกต่อแบบปากต่อปากและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาลองสัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวเอง

 

กลยุทธ์เช่าชุดไทยสนองชาวจีน

 

การเลือกชุดและเครื่องประดับ

 

ชุดไทยที่ให้เช่ามักจะเป็นชุดไทยจักรี ไทยประยุกต์ หรือชุดไทยแบบโบราณที่มีสีสันสดใส ปักลวดลายอย่างประณีต พร้อมเครื่องประดับครบชุด เช่น สไบ ปิ่นปักผม และเครื่องประดับศีรษะ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนได้ย้อนยุคไปสมัยรัตนโกสินทร์

 

แพ็กเกจถ่ายภาพครบวงจร

 

ผู้ประกอบการบางรายให้บริการเช่าชุดพร้อมแพ็กเกจถ่ายภาพมืออาชีพ โดยมีช่างภาพที่เชี่ยวชาญคอยแนะนำมุมถ่ายรูป พร้อมบริการแต่งหน้าทำผมแบบไทยโบราณเพื่อให้ได้ลุคที่สมบูรณ์แบบ

 

การตลาดผ่านออนไลน์และโซเชียลมีเดีย

 

การที่นักท่องเที่ยวจีนแชร์ประสบการณ์ผ่านโปรแกรมโซเชียล WeChat, Xiaohongshu และ Douyin ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้กระแสใส่ชุดไทยเที่ยวยิ่งเป็นที่นิยม เนื่องจากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนมักจะค้นหาข้อมูลก่อนเดินทาง รวมทั้งติดตามการรีวิวจากอินฟลูเอ็นเซอร์จีนที่เคยมาท่องเที่ยว ข้อมูลในสื่อโซเชียลเหล่านี้จึงเป็นแหล่งกระจายข่าวสำคัญ

 

พนักงานที่สื่อสารภาษาจีนได้

 

การมีพนักงานที่สามารถพูดภาษาจีนกลางได้จะช่วยให้การให้บริการราบรื่นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำประเภทชุด การให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ถ่ายรูป หรือแม้แต่การเจรจาเรื่องราคาและแพ็กเกจต่างๆ

 

ธุรกิจเช่าชุดไทยที่วัดอรุณถือเป็นตัวอย่างการนำเสนอวัฒนธรรมไทยในเชิงพาณิชย์ที่ประสบความสำเร็จ การเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของกลุ่มลูกค้าหลักอย่างนักท่องเที่ยวจีน รวมถึงการใช้กลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสม ช่วยให้ธุรกิจนี้เติบโตต่อไปได้อย่างมั่นคง และกลายเป็นหนึ่งในจุดเด่นของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในประเทศไทย

 

The post ห่มสไบถ่ายรูปคู่พระปรางค์วัดอรุณ เสน่ห์แบบไทยสนองชาวจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
แสงอาทิตย์อัสดงก่อนลับขอบฟ้า บนยอดพระปรางค์วัดอรุณฯ https://thestandard.co/wat-arun-sunset-2/ Mon, 10 Feb 2025 13:20:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1040488 wat-arun-sunset

วันนี้ (10 กุมภาพันธ์) เมื่อเวลา 17.30 น. ช่างภาพทีมข่า […]

The post แสงอาทิตย์อัสดงก่อนลับขอบฟ้า บนยอดพระปรางค์วัดอรุณฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
wat-arun-sunset

วันนี้ (10 กุมภาพันธ์) เมื่อเวลา 17.30 น. ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่ลานใกล้เคียงกับวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ร่วมบันทึกภาพความสวยงามก่อนตะวันจะลับขอบฟ้าที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์จะตกลงบนยอดพระปรางค์

 

ทั้งนี้ ที่บริเวณจุดดังกล่าวยังคงเป็นมุมมหาชน และเป็นจุดยอดนิยมของบรรดานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงคนรักมาถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกดินเสมอมา 

 

แสงอาทิตย์อัสดง วัดอรุณฯ แสงอาทิตย์อัสดง วัดอรุณฯ แสงอาทิตย์อัสดง วัดอรุณฯ แสงอาทิตย์อัสดง วัดอรุณฯ แสงอาทิตย์อัสดง วัดอรุณฯ แสงอาทิตย์อัสดง วัดอรุณฯ แสงอาทิตย์อัสดง วัดอรุณฯ แสงอาทิตย์อัสดง วัดอรุณฯ

The post แสงอาทิตย์อัสดงก่อนลับขอบฟ้า บนยอดพระปรางค์วัดอรุณฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักท่องเที่ยวแห่ใส่ชุดไทยถ่ายภาพคู่พระปรางค์วัดอรุณฯ ฉลองปีใหม่ https://thestandard.co/tourists-wear-thai-costumes-wat-arun/ Sun, 29 Dec 2024 11:17:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1025487

วันนี้ (29 ธันวาคม) ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD เก็บภาพ […]

The post นักท่องเที่ยวแห่ใส่ชุดไทยถ่ายภาพคู่พระปรางค์วัดอรุณฯ ฉลองปีใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (29 ธันวาคม) ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD เก็บภาพบรรยากาศนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติใน ‘ชุดไทย’ เก็บภาพที่ระลึก ‘ชุดไทยกับพระปรางค์วัดอรุณฯ’ ซึ่งเป็นพระปรางค์สถาปัตยกรรมไทย โบราณสถานสำคัญของประเทศไทย ที่มีอายุการสร้างยาวนานมากว่า 200 ปี สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่บริเวณหน้าวัดทางด้านทิศใต้หลังโบสถ์น้อยและวิหารน้อยริมแม่น้ำเจ้าพระยา

 

สำหรับวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง) วัดเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา แลนด์มาร์กที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ยังคงเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเสมอมา และเป็นการตอกย้ำกรุงเทพฯ อันดับ 1 เมืองจุดหมายท่องเที่ยวดีที่สุดแห่งเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2024 จากการจัดอันดับของ ‘DestinAsian’ นิตยสารการท่องเที่ยวแบบลักชัวรีชื่อดังในเอเชียแปซิฟิก

 

ปัจจุบันวัดอรุณฯ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. โดยคนไทยไม่เสียค่าเข้าชม และชาวต่างชาติเสียค่าเข้าชม 200 บาท

 

The post นักท่องเที่ยวแห่ใส่ชุดไทยถ่ายภาพคู่พระปรางค์วัดอรุณฯ ฉลองปีใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ในหลวง-พระราชินี ประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร https://thestandard.co/thai-king-queen-royal-barge-wat-arun/ Sun, 27 Oct 2024 12:21:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1000744 ในหลวง-พระราชินี

วันนี้ (27 ตุลาคม) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ […]

The post ในหลวง-พระราชินี ประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ในหลวง-พระราชินี

วันนี้ (27 ตุลาคม) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังท่าวาสุกรี เพื่อประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร โดยเสด็จในการนี้ด้วย

 

ครั้นเสด็จพระราชดำเนินถึงท่าวาสุกรี กองทหารเกียรติยศถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี, วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา และ ชนากานต์ ธีรเวชพลกุล ประธานศาลฎีกา เฝ้าฯ รับเสด็จ

 

จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ไปยังสะพานฉนวนประจำท่าเทียบเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ องคมนตรีและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เฝ้าฯ รับเสด็จ 

 

ต่อจากนั้นพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พล.ร.อ. จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะผู้บัญชาการขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลพระกรุณารายงานจำนวนเรือและกำลังพล เสร็จแล้ว เวลา 15.20 น. เสด็จฯ ไปประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ กองทหารเกียรติยศถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี

 

ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จประทับเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์

 

นายเรือตีกรับ ฝีพายถวายบังคม พล.ร.ท. สมบัติ จูถนอม ผู้ควบคุมเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ กราบบังคมทูลพระกรุณารายงานจำนวนฝีพายประจำเรือพระที่นั่ง ว่าที่ น.อ. คมสันต์ ศรีหลง นายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ กราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเคลื่อนขบวนพยุหยาตราทางชลมารค จากนั้น พล.อ.อ. สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เลขาธิการพระราชวัง รับพระบรมราชโองการ แจ้งนายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ให้ยาตราขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

 

ต่อมาเวลา 15.22 น. เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เคลื่อนออกจากท่าวาสุกรีเพื่อเข้าริ้วขบวนยาตราขบวนไปยังท่าฉนวนน้ำ หน้าพระอุโบสถวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ขณะนั้นกองทหารเกียรติยศถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงมาร์ชธงไชยเฉลิมพล ชาวพนักงานประโคมกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ และกลองชนะประจำเรือพระราชพิธีประโคมขึ้นพร้อมกัน จากนั้นขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเคลื่อนจากท่าวาสุกรีตามชลวิถีท้องน้ำเจ้าพระยาไปยังท่าวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร 

 

ตลอดเส้นทางเสด็จฯ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคไปตามลำน้ำเจ้าพระยา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทอดพระเนตรพสกนิกรที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จตลอดเส้นทาง เมื่อเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เคลื่อนผ่านจุดใด พสกนิกร ณ จุดนั้นก็ต่างพร้อมโบกธงปลิวไสว เปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้อง พร้อมยกโทรศัพท์มือถือขึ้นบันทึกภาพและวิดีโอ ต่างปลาบปลื้มปีติที่ได้มาเฝ้าฯ รับเสด็จในครั้งนี้

 

จากนั้นเวลา 16.08 น. เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชเทียบสะพานฉนวนน้ำ หน้าพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญผ้าพระกฐินจากบุษบกเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชไปรอทูลเกล้าฯ ถวายในพระอุโบสถ

 

ต่อมาเวลา 16.12 น. เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เข้าเทียบท่าฉนวนน้ำ หน้าพระอุโบสถวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ขึ้นท่าฉนวนน้ำ หน้าพระอุโบสถวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร พล.ร.อ. จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ซึ่งเป็นผู้บัญชาการขบวนพยุหยาตราทางชลมารค กราบบังคมทูลพระกรุณารายงาน พล.อ. สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม และ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เฝ้าฯ รับเสด็จที่บริเวณปลายฉนวนน้ำ

 

เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์เทียบ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จขึ้นสะพานฉนวนน้ำหน้าวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

 

 

 

 

 


THE STANDARD ขอบคุณการสนับสนุนอุปกรณ์ถ่ายภาพจากบริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด Canon Imaging Thailand

The post ในหลวง-พระราชินี ประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดฉาก Bangkok Art Biennale 2024 ภายใต้แนวคิด ‘รักษา กายา’ ชวนชม 200 งานศิลปะ 11 แลนด์มาร์กทั่วกรุง https://thestandard.co/bangkok-art-biennale-2024/ Sat, 26 Oct 2024 02:38:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1000311

วันนี้ (25 ตุลาคม) ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD พาผู้อ่า […]

The post เปิดฉาก Bangkok Art Biennale 2024 ภายใต้แนวคิด ‘รักษา กายา’ ชวนชม 200 งานศิลปะ 11 แลนด์มาร์กทั่วกรุง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (25 ตุลาคม) ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD พาผู้อ่านและผู้ติดตามร่วมสัมผัสเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ‘Bangkok Art Biennale 2024’ เปิดฉากความอลังการอีกครั้งภายใต้แนวคิดใหม่ ‘รักษา กายา’ (Nurture Gaia) ที่มุ่งเน้นที่จะถ่ายทอดความหมายที่แตกต่างของธรรมชาติ การเลี้ยงดู ความเป็นผู้หญิง และการครุ่นคิดเกี่ยวกับนิเวศวิทยา การเมือง หรืออำนาจเหนือธรรมชาติต่างๆ ผ่านผลงานศิลปะร่วมสมัยจากทั่วโลกด้วยสื่อศิลปะที่หลากหลาย เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงสภาพปัจจุบัน กระตุ้นให้ฉุกคิด รวมทั้งมองหาวิธีใหม่ในการจัดการกับประเด็นปัญหาของอนาคตด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม

 

Bangkok Art Biennale 2024 จัดแสดงศิลปะร่วมสมัยกว่า 200 ผลงาน และจัดแสดงศิลปะตามสถานที่สำคัญใจกลางกรุงเทพมหานครจำนวน 11 แห่ง ประกอบด้วย

 

  1. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร 
  2. วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
  3. วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร
  4. วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร
  5. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
  6. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป (หอศิลป์เจ้าฟ้า)
  7. หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)
  8. มิวเซียมสยาม
  9. วัน แบงค็อก
  10. ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
  11. ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับประชาชนที่สนใจร่วมชมศิลปะ สามารถชมได้ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2567 – 25 กุมภาพันธ์ 2568 

 

Ravinder Reddy ผลงาน The Head/Devi ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

 

Abraham Poincheval ผลงาน Walk on Clouds ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 

ดอกบัวที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

 

Gimhongsok ผลงาน Solitude of Silences ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

 

Choi Jeong Hwa ผลงาน Golden Girl (Sketch) ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

 

Agnes Arellano ผลงาน Kali ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป (หอศิลป์เจ้าฟ้า)

 

Chiara Camoni ผลงาน Sisters (Flame and Foam) ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

 

ผลงานศิลปะที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

 

ผลงานศิลปะที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

 

ผลงานศิลปะที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

 

Choi Jeong Hwa ผลงาน Breathing Flower ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

 

Aleksandar Timotic ผลงาน Are you hungry? ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

 

ผลงานศิลปะที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

 

Moe Satt ผลงาน Body Inside T-shirt ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

 

George Bolster ผลงาน The Impermanence of Protection: Big Bend National Park ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

 

Aideen Barry ผลงาน ᖃᐅᔨᒪᔭᐅᔪᓐᓃᖅᑐᑦ / SEACHMALLTACT / OBLIVION ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป (หอศิลป์เจ้าฟ้า)

 

Pokchat Worasub ผลงาน We Saw the Giant Snake Coming Closer to the Forest ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป (หอศิลป์เจ้าฟ้า)

 

Ravinder Reddy ผลงาน Parvati ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

 

ผลงานศิลปะที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

 

Nakrob Moonmanas ผลงานสีทันดรสันดาป (Fish, Fire, Fallout) ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

 

Bounpaul Phothyzan ผลงาน Story from Plateau ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 

ผลงานศิลปะที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 

Adel Abdessemed ผลงาน Telle mère tel fils ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 

ELMGREEN & DRAGSET ผลงาน Still Life ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 

Priyageetha Dia ผลงาน Spectre System ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 

Jessica Segall ผลงาน (un)common intimacy ที่วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร

 

Bagus Pandega & Kei Imazu ผลงาน Mapping the Land Body Stories of its Past ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

 

Lello Esposito ผลงาน Good Like Gaia ที่วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร

The post เปิดฉาก Bangkok Art Biennale 2024 ภายใต้แนวคิด ‘รักษา กายา’ ชวนชม 200 งานศิลปะ 11 แลนด์มาร์กทั่วกรุง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซ้อมใหญ่เสมือนจริงครั้งแรกขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ผบ.ทร. ตรวจการด้วยตัวเอง https://thestandard.co/royal-barge-procession-rehearsal/ Tue, 15 Oct 2024 10:54:12 +0000 https://thestandard.co/?p=996169 ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

วันนี้ (15 ตุลาคม) เวลา 09.30 น. พล.ร.อ. จิรพล ว่องวิทย […]

The post ซ้อมใหญ่เสมือนจริงครั้งแรกขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ผบ.ทร. ตรวจการด้วยตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

วันนี้ (15 ตุลาคม) เวลา 09.30 น. พล.ร.อ. จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เดินทางตรวจการเตรียมความพร้อมซ้อมใหญ่ครั้งแรกของการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร โดยมี พล.ร.อ. วิจิตร ตันประภา ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี (ประธาน คตร.) ร่วมคณะ

 

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือและคณะได้เดินทางตรวจความพร้อมของเรือพระราชพิธีที่อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ก่อนเดินทางไปดูการจัดเตรียมสถานที่บริเวณห้องชมวัง อาคารราชนาวิกสภา พื้นที่หอประชุมกองทัพเรือ และวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

 

จากนั้นเวลา 14.30 น. พล.ร.อ. จิรพล ได้เข้าร่วมการฝึกซ้อมใหญ่ของการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ ท่าวาสุกรี ซึ่งการฝึกซ้อมใหญ่ครั้งแรกในวันนี้เป็นการปฏิบัติเสมือนจริง ตามเวลาในวันพระราชพิธีจริง คือเวลา 15.00 น.

 

ขบวนเรือพระราชพิธีได้เคลื่อนออกจากท่าวาสุกรี ซึ่งเป็นจุดตั้งขบวน บริเวณธนาคารแห่งประเทศไทย มุ่งหน้าไปทางพระบรมมหาราชวัง สิ้นสุดที่ท่าวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ระยะทาง 3.9 กิโลเมตร ซึ่งขบวนเรือพระราชพิธีมีจำนวนเรือทั้งสิ้น 52 ลำ

 

ในจำนวนนี้มีเรือพระที่นั่ง 4 ลำ คือ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เป็นเรืออัญเชิญผ้าพระกฐินประดิษฐานเหนือบุษบก, เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือที่ประทับ, เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นเรือที่ประทับของพระบรมวงศ์ และเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เป็นเรือพระที่นั่งสำรอง

 

การซ้อมใหญ่เสมือนจริงในวันนี้ใช้เรือพระราชพิธีจำนวนทั้งสิ้น 52 ลำ ความยาว 1,280 เมตร กว้าง 90 เมตร โดยใช้กำลังพลประจำเรือในขบวนเรือพระราชพิธีจำนวนทั้งสิ้น 2,399 นาย การฝึกซ้อมขบวนเรือพระราชพิธีเป็นการจัดรูปขบวนตามรูปแบบโบราณราชประเพณีทุกประการ โดยการซ้อมใหญ่จะมีขึ้นอีก 1 ครั้ง ในวันที่ 22 ตุลาคม 2567 เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของกำลังพลฝีพายและทุกภาคส่วน รวมถึงเพื่อให้การจัดงานในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สง่างาม และสมพระเกียรติ

 

สำหรับการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร กำหนดขึ้นในวันที่ 27 ตุลาคม 2567

 

 

The post ซ้อมใหญ่เสมือนจริงครั้งแรกขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ผบ.ทร. ตรวจการด้วยตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ตรวจความพร้อมจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในแม่น้ำเจ้าพระยา ครั้งที่ 7 https://thestandard.co/paethongtarn-inspects-the-readiness-of-the-royal-barge-procession/ Thu, 19 Sep 2024 10:41:10 +0000 https://thestandard.co/?p=985539

วันนี้ (19 กันยายน) ที่โรงเรือพระราชพิธี ท่าวาสุกรี แพท […]

The post นายกฯ ตรวจความพร้อมจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในแม่น้ำเจ้าพระยา ครั้งที่ 7 appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (19 กันยายน) ที่โรงเรือพระราชพิธี ท่าวาสุกรี แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตรวจขั้นตอนการปฏิบัติและความพร้อมของการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร โดยมี พล.ร.อ. อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ และ พล.ร.ท. วิจิตร ตันประภา รองเสนาธิการทหารเรือ ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปขั้นตอนและการเตรียมความพร้อมของขบวนพยุหยาตราทางชลมารค รวมถึงการดำเนินการของหน่วยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 

 

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้นั่งรถยนต์ส่วนตัวเดินทางจากท่าวาสุกรีไปยังวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เพื่อรับชมขั้นตอนการปฏิบัติในการรับเสด็จและการซ้อมเป็นรูปขบวนเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา ครั้งที่ 7

 

ทั้งนี้ที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร นายกรัฐมนตรีได้สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 จากนั้นทำความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

 

ก่อนเข้าไปกราบนมัสการพระพรหมวัชรเมธี เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ภายในพระอุโบสถ โดยเจ้าอาวาสได้ให้กำลังใจและขอให้นายกรัฐมนตรีทำหน้าที่อย่างเต็มที่และประสบความสำเร็จ

 

 

The post นายกฯ ตรวจความพร้อมจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในแม่น้ำเจ้าพระยา ครั้งที่ 7 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bangkok Art Biennale 2024 เทศกาลศิลปะที่จัด 2 ปีครั้ง กลับมาแล้ว เริ่ม 24 ต.ค นี้ ที่ 9 แลนด์มาร์ก https://thestandard.co/life/bangkok-art-biennale-2024/ Fri, 26 Jul 2024 05:17:17 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=963177 Bangkok Art Biennale 2024

เตรียมลากเพื่อนลากแฟนไปเดินเที่ยวทั่วกรุง เพราะเทศกาลศิ […]

The post Bangkok Art Biennale 2024 เทศกาลศิลปะที่จัด 2 ปีครั้ง กลับมาแล้ว เริ่ม 24 ต.ค นี้ ที่ 9 แลนด์มาร์ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bangkok Art Biennale 2024

เตรียมลากเพื่อนลากแฟนไปเดินเที่ยวทั่วกรุง เพราะเทศกาลศิลปะครั้งใหญ่ซึ่งจัดทุก 2 ปีเท่านั้นอย่าง Bangkok Art Biennale หรือเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ กลับมาแล้วในปีนี้ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคมเป็นต้นไป

 

#BangkokArtBiennale ปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 มาในธีม ‘Nurture Gaia’ (รักษา กายา) พร้อมทั้งประกาศรายชื่อศิลปินชุดแรก 45 คน ซึ่งมีทั้งศิลปินชาวไทย ฝรั่งเศส ฟิลิปปินส์ ไอร์แลนด์ นอร์เวย์ เบลเยียม อิตาลี อังกฤษ อเมริกัน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น โดยผู้จัดงานจะประกาศรายชื่อศิลปินเพิ่มเติมอีกเร็วๆ นี้

 

ส่วนสถานที่จัดแสดงทั้ง 9 แห่ง มีโลเคชันทั้งในเมืองและริมน้ำ ได้แก่

 

  • วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดอรุณ)
  • วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)
  • วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร (วัดประยูร)
  • หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)
  • มิวเซียมสยาม
  • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป
  • พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
  • วัน แบงค็อก
  • ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

 

ถ้าใครชอบงานศิลปะ เราบอกเลยว่านี่คืออีกเทศกาลที่ไม่ควรพลาด เพราะทุกปีจะมีชิ้นงานที่โดดเด่นเป็นไฮไลต์ให้ตามอยู่ทั่วทุกมุมเมือง แถมเราเชื่อว่าทุกคนจะได้แรงบันดาลใจกลับไปล้นๆ อีกเช่นเดิม

 

#BAB2024 จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2567 – 25 กุมภาพันธ์ 2568 สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ BkkArtBiennale 

The post Bangkok Art Biennale 2024 เทศกาลศิลปะที่จัด 2 ปีครั้ง กลับมาแล้ว เริ่ม 24 ต.ค นี้ ที่ 9 แลนด์มาร์ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัญเชิญเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ลงน้ำ เพื่อเตรียมการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค https://thestandard.co/the-suphannahong-royal-barge-procession/ Fri, 05 Jul 2024 09:44:39 +0000 https://thestandard.co/?p=954345

วันนี้ (4 กรกฎาคม) เวลา 19.00 น. กองทัพเรือได้จัดให้มีก […]

The post อัญเชิญเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ลงน้ำ เพื่อเตรียมการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (4 กรกฎาคม) เวลา 19.00 น. กองทัพเรือได้จัดให้มีการอัญเชิญเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ลงน้ำ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี เพื่อเตรียมการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ในวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2567

 

เมื่อเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ถูกอัญเชิญลงจากคาน นายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ พร้อมกำลังพลประจำเรือ ได้ประกอบพิธีจุดธูปเทียนไหว้แม่ย่านางเรือ และถวายบังคมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นจึงเคลื่อนเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์จากคลองบางกอกน้อยออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา มุ่งหน้าสู่อู่ทหารเรือธนบุรี ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ในเส้นทางสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา (สถานีรถไฟบางกอกน้อยเดิม) โรงพยาบาลศิริราช ท่ามหาราช ท่าช้าง วัดระฆังโฆสิตาราม ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงเข้าจอดยังอู่หมายเลข 1 อู่ทหารเรือธนบุรี 

 

ทั้งนี้ การอัญเชิญเรือพระที่นั่งลงน้ำในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ประกอบด้วย เรือพระที่นั่งจำนวน 4 ลำ คือ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ โดยจะอัญเชิญลงน้ำและเข้าจอด ณ อู่หมายเลข 1 อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ระหว่างวันที่ 4-7 กรกฎาคม 2567 วันละ 1 ลำ ตามลำดับ

 

สำหรับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อเรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์ ทราบได้จากบทเห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศไชยเชษฐ์สุริยวงศ์หรือเจ้าฟ้ากุ้ง ที่ทรงประพันธ์ไว้ว่า “สุวรรณหงส์ทรงพู่ห้อย งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์ เพียงหงส์ทรงพรหมินทร์ ลินลาศเลื่อนเตือนตาชม” 

 

สำหรับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ลำปัจจุบันนี้ เป็นเรือสร้างใหม่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่แล้วเสร็จในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีพลเรือตรีพระยาราชสงคราม (กร หงสกุล) เป็นนาวาสถาปนิกผู้ต่อเรือสุพรรณหงส์ โดยจัดให้มีการประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2454 โขนหัวเรือจำหลักเป็นรูปหงส์ ลงรักปิดทองประดับกระจก มีพู่จามรีห้อย ปลายพู่เป็นแก้วผลึก ภายนอกทาสีดำ ท้องเรือภายในทาสีแดง ตอนกลางลำเรือทอดบัลลังก์กัญญาหรือบุษบกไว้สำหรับเป็นที่ประทับ 

 

เรือมีความยาวตลอดลำ 44.90 เมตร กว้าง 7.17 เมตร ลึก 0.94 เมตร ใช้กำลังพลรวม จำนวน 71 นาย แยกเป็นกำลังพลประจำเรือ 64 นาย ประกอบด้วย นายเรือ 2 นาย นายท้าย 2 นาย ฝีพาย 50 นาย คนถือธงท้าย 1 นาย พลสัญญาณ 1 นาย คนขานยาว 1 นาย คนถือฉัตร 7 นาย และเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง จำนวน 7 นาย

 

ในวันที่ 4 มิถุนายน 2535 องค์การเรือโลกแห่งสหราชอาณาจักรได้พิจารณามอบรางวัลเรือโลกแก่เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ โดยคณะกรรมการองค์การ World Ship Trust เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเหรียญรางวัลเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เหรียญรางวัลมรดกทางทะเลขององค์การเรือโลก ประจำปี 2535 (The World Ship Trust Heritage Award ‘Suphannahong Royal Barge’) จากนั้นพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานเหรียญรางวัลดังกล่าวแก่อธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบดูแลรักษาเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์

 

ทั้งนี้ ในวันที่ 28-29 กรกฎาคม 2567 กองทัพเรือได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญเรือพระที่นั่ง จำนวน 3 ลำ ประกอบด้วย เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช จัดแสดงแบบผูกทุ่น ประกอบกาพย์เห่เรือเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยจัดการแสดงแบบผูกทุ่น ประกอบกาพย์เห่เรือฯ วันละ 2 รอบ

 

ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 จัดการแสดงเวลา 15.00 น. และ 20.00 น. ในส่วนของวันที่ 29 กรกฎาคม 2567 จัดการแสดงเวลา 17.00 น. และ 20.00 น. พร้อมทั้งจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ณ บริเวณท่าราชวรดิฐ

 

ในส่วนของการฝึกซ้อมฝีพายเรือพระราชพิธี จะเริ่มซ้อมย่อยเป็นรูปขบวนเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาจำนวน 10 ครั้ง ดังนี้

 

  • ครั้งที่ 1 ในวันที่ 1 สิงหาคม 2567
  • ครั้งที่ 2 ในวันที่ 8 สิงหาคม 2567
  • ครั้งที่ 3 ในวันที่ 15 สิงหาคม 2567
  • ครั้งที่ 4 ในวันที่ 22 สิงหาคม 2567
  • ครั้งที่ 5 ในวันที่ 3 กันยายน 2567
  • ครั้งที่ 6 ในวันที่ 12 กันยายน 2567
  • ครั้งที่ 7 ในวันที่ 19 กันยายน 2567
  • ครั้งที่ 8 ในวันที่ 26 กันยายน 2567
  • ครั้งที่ 9 ในวันที่ 1 ตุลาคม 2567
  • ครั้งที่ 10 ในวันที่ 10 ตุลาคม 2567

 

จากนั้นจะเป็นการซ้อมใหญ่ จำนวน 2 ครั้ง ในวันที่ 15 และ 22 ตุลาคม และซ้อมเก็บความเรียบร้อยในวันที่ 24 ตุลาคม โดยประชาชนที่มีความสนใจรับชมการฝึกซ้อมฝีพายและความงดงามของขบวนเรือพระราชพิธีที่นับว่าเป็นหนึ่งเดียวในโลก สามารถรับชมได้ตลอด 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานพระราม 8 จนถึงวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

 

พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 จะมีขึ้นในวันที่ 27 ตุลาคม 2567 ซึ่งกองทัพเรือได้รับมอบหมายจากรัฐบาลในการเตรียมการ ทั้งการฝึกซ้อมกำลังพลฝีพาย การซ่อมบำรุงเรือ การจัดเตรียมบทเห่เรือ รวมถึงการเตรียมความพร้อมในส่วนอื่นๆ เพื่อให้การจัดงานในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สง่างาม และสมพระเกียรติสูงสุด

 

 

The post อัญเชิญเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ลงน้ำ เพื่อเตรียมการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ตรวจเยี่ยมฝึกซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค สั่งเพิ่มความปลอดภัย-บรรจุการชมพิธีในตารางโปรโมตการท่องเที่ยว https://thestandard.co/prime-minister-grand-royal-barge-procession/ Thu, 13 Jun 2024 08:11:25 +0000 https://thestandard.co/?p=944780 ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

วันนี้ (13 มิถุนายน) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ตรวจติด […]

The post นายกฯ ตรวจเยี่ยมฝึกซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค สั่งเพิ่มความปลอดภัย-บรรจุการชมพิธีในตารางโปรโมตการท่องเที่ยว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

วันนี้ (13 มิถุนายน) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ตรวจติดตามความก้าวหน้าการจัด ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2567 และความก้าวหน้าในการประดับตกแต่งเรือพระที่นั่งและเรือรูปสัตว์ โดยมี พล.ร.อ. อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ, พนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร, พล.ร.ท. วิจิตร ตันประภา รองเสนาธิการทหารเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

 

เศรษฐากล่าวภายหลังรับฟังบรรยายสรุปว่า ขอให้เพิ่มในเรื่องความปลอดภัยทุกด้าน เพราะความปลอดภัยเรียกว่าเป็นปัจจัยพื้นฐาน นอกจากนี้ในฐานะที่ตนมาจากภาคเอกชนในอดีต ได้ดูพระราชพิธีอันสมพระเกียรตินี้มาโดยตลอด และรู้สึกภาคภูมิใจ เห็นถึงความสวยงามอลังการ ถือเป็นเรื่องที่ดีงามอย่างยิ่ง 

 

ขอขอบคุณอธิบดีกรมศิลปากรด้วย ที่พยายามตอบรับให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในเรื่องของการท่องเที่ยว พร้อมสั่งการให้ประสานกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้ช่วยบรรจุการชมขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารคเข้าไปในตารางการโปรโมต

 

เศรษฐากล่าวอีกว่า หากมีการเก็บภาพระหว่างที่ดำเนินการพัฒนาเรื่องเหล่านี้ ซึ่งเป็นเบื้องหลังที่เราซ่อมแซมหรือการจัดงานใหญ่ในครั้งนี้เอาไปประกอบกับในวันงาน จะดูยิ่งใหญ่อลังการมาก และเหมาะสมที่จะเก็บภาพไว้ใช้โปรโมตเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งประเทศไทยมีประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม ยืนยันไม่มีชาติใดในโลกนี้มี จึงฝากสำนักนายกรัฐมนตรีช่วยบริหารจัดการตรงนี้ด้วย 

 

ให้กำลังใจฝีพาย 867 นาย

 

จากนั้นเศรษฐาตรวจติดตามการซ่อมแซมการประดับตกแต่งเรือพระที่นั่ง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พร้อมกล่าวว่า ขอชื่นชมและมีความภาคภูมิใจ ปลื้มปีติ และยินดีที่ได้มีส่วนร่วมในพระราชพิธีสำคัญครั้งนี้ ทั้งยังได้สอบถามถึงงบประมาณว่าเพียงพอหรือไม่ 

 

ก่อนจะเดินทางไปยังบ่อพักเรือ แผนกเรือราชพิธี เพื่อตรวจเยี่ยมการฝึกซ้อมและการสาธิตการพายประกอบการเห่เรือพระราชพิธีของกำลังพลฝีพายเรือพระราชพิธี พร้อมให้กำลังใจกำลังพลฝีพาย จำนวน 867 นาย 

 

เศรษฐากล่าวมอบโอวาทว่า พระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินด้วยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคมีความสำคัญ และหน้าที่ที่ทุกท่านได้รับผิดชอบเป็นการร่วมแสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอให้กำลังพลทุกคนภาคภูมิใจและตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้การจัดพระราชพิธีฯ เป็นไปได้อย่างสมพระเกียรติสูงสุด

 

ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคตุลาคมนี้ 

 

สำหรับการดำเนินการในส่วนของกรมศิลปากรจะเป็นการตกแต่งรายละเอียด เช่น วาดลวดลาย ติดกระจกเกรียบกระจกสีทำจากแร่ดีบุก ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 30 มิถุนายน 2567 ก่อนจะอัญเชิญเรือพระที่นั่งลงน้ำ เพื่อเตรียมการในส่วนของการฝึกซ้อมฝีพาย 

 

นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 27-29 กรกฎาคม 2567 กองทัพเรือได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต อัญเชิญเรือพระที่นั่ง จำนวน 3 ลำ ประกอบด้วย เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช จัดแสดงแบบผูกทุ่น ประกอบกาพย์เห่เรือเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 พร้อมทั้งจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ณ บริเวณท่าราชวรดิฐ ถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

 

ในส่วนการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ใช้เรือพระราชพิธี จำนวนทั้งสิ้น 52 ลำ จัดขบวนเป็น 5 ริ้ว ความยาว 1,200 เมตร กว้าง 90 เมตร โดยใช้กำลังพลประจำเรือในขบวนเรือพระราชพิธี รวมทั้งสิ้น 2,200 นาย และงานพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร กำหนดจัดให้มีขึ้นในวันที่ 27 ตุลาคม 2567

 

 

The post นายกฯ ตรวจเยี่ยมฝึกซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค สั่งเพิ่มความปลอดภัย-บรรจุการชมพิธีในตารางโปรโมตการท่องเที่ยว appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรุงเทพฯ No.1 จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวแห่งเอเชีย-แปซิฟิก https://thestandard.co/bangkok-tops-asia-pacific-travel-destinations/ Fri, 29 Mar 2024 12:49:29 +0000 https://thestandard.co/?p=917205 กรุงเทพฯ

วันนี้ (29 มีนาคม) ทีมช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที […]

The post กรุงเทพฯ No.1 จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวแห่งเอเชีย-แปซิฟิก appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรุงเทพฯ

วันนี้ (29 มีนาคม) ทีมช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจย่านการค้าและย่านท่องเที่ยวยอดนิยมในกรุงเทพมหานคร ทั้งวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เขตบางกอกใหญ่, ท่าเตียน เขตพระนคร และถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ พบว่ามีนักท่องเที่ยวจากหลากหลายชาติเดิน กิน ช้อปกันอย่างเพลิดเพลิน ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัดถึง 35.6 องศาเซลเซียสในตอนกลางวัน

 

แต่ถึงอากาศจะร้อนขนาดไหน นักท่องเที่ยวก็ยังคงเพลิดเพลินกับแต่ละสถานที่และกิจกรรม สมกับที่ ‘กรุงเทพมหานคร’ เป็นเมืองอันดับ 1 ที่ดีที่สุดในหมวดหมู่เมืองจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวในเอเชีย-แปซิฟิก ปี 2024 จากการจัดอันดับโดยนิตยสารท่องเที่ยว DestinAsian 

 

วัดอรุณฯ วัดโบราณแลนด์มาร์กเช่าชุดไทยถ่ายภาพ

 

วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 2 เป็นส่วนหนึ่งของโบราณสถานในเขตกรุงเทพมหานคร มีพระพุทธรูปสำคัญคือ พระพุทธชัมภูนุทมหาบุรุษลักขณาอสีตยานุบพิตร พระแจ้ง และพระพุทธนฤมิตร

 

กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือต่างชาตินิยมคือการเช่าชุดไทยถ่ายภาพคู่กับมุมต่างๆ ของพระปรางค์ที่สวยงามโดดเด่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา 

 

ท่าเตียน ชุมชนเก่าแก่มุมถ่ายรูปสุดอาร์ต

 

ชุมชนท่าเตียนถือว่าเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีความสำคัญของเขตพระนครและเกาะรัตนโกสินทร์ที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ในอดีตเป็นตลาดใหญ่ในกรุงเทพฯ ค้าขายส่งออกอาหารทะเล ได้แก่ ปลาแดดเดียว อาหารทะเลแห้ง

 

กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมทำคือการเดินถ่ายรูปตามอาคารบ้านเรือนและริมทางเดินติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา หรือนั่งจิบกาแฟตามคาเฟ่ที่เปิดให้บริการในหลากหลายสไตล์

 

ถนนเยาวราช ย่านสตรีทฟูดส์ชั้นนำ ครบครันคาว-หวาน

 

หากนึกถึงสตรีทฟูดส์ที่นิยมที่สุดในประเทศไทย หลายคนต้องนึกถึงถนนเยาวราชแห่งนี้แน่นอน เพราะตั้งแต่เที่ยงวันถึงเที่ยงคืนนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนเข้ามาจะได้เพลิดเพลินกับของอร่อยมากมายทั้งคาวและหวาน ที่ตั้งเรียงรายให้เลือกสรรตลอดสองฝั่งถนน

 

นอกจากนี้ ในเทศกาลตรุษจีนของแต่ละปี ถนนเส้นนี้นับเป็นสัญลักษณ์ของการเฉลิมฉลองประเพณียิ่งใหญ่ของคนไทยเชื้อสายจีนอีกด้วย

 

The post กรุงเทพฯ No.1 จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวแห่งเอเชีย-แปซิฟิก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เวียนเทียนวันมาฆบูชา ณ วัดอรุณฯ https://thestandard.co/wat-arun-makha-bucha-day-candlelight-procession/ Sun, 25 Feb 2024 02:32:48 +0000 https://thestandard.co/?p=904043 เวียนเทียนวันมาฆบูชา

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) ช่างภาพ THE STANDARD เดินทางไปยั […]

The post เวียนเทียนวันมาฆบูชา ณ วัดอรุณฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เวียนเทียนวันมาฆบูชา

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) ช่างภาพ THE STANDARD เดินทางไปยังวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เนื่องใน ‘วันมาฆบูชา’ ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 พบว่า พุทธศาสนิกชนต่างทยอยเดินทางมาเวียนเทียนรอบพระปรางค์วัดอรุณฯ สถาปัตยกรรมที่สวยงามกันอย่างเนืองแน่น 

 

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ในการเวียนเทียนพุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่แทบจะไม่จุดธูประหว่างเวียนเทียน โดยบางส่วนรอให้เวียนครบ 3 รอบแล้วจึงมาจุดธูปเทียนอีกครั้งในจุดที่ทางวัดกำหนดไว้ ซึ่งทันทีที่ทำพิธีเสร็จ เจ้าหน้าที่ของวัดจะรวบรวมธูปและดับทันที เพื่อไม่ให้เกิดควันที่เป็นสาเหตุของฝุ่น PM2.5 

 

The post เวียนเทียนวันมาฆบูชา ณ วัดอรุณฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>