วัคซีนทางเลือก Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/วัคซีนทางเลือก/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 23 Sep 2021 08:11:00 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 วัคซีนทางเลือกเพื่อกอบกู้ซากมนุษย์ดนตรีจากวิกฤตโควิด-19 https://thestandard.co/alternative-vaccines-and-musician/ Tue, 24 Aug 2021 12:37:02 +0000 https://thestandard.co/?p=528666 alternative vaccines and musician

จะเกริ่นยาวไปก็เท่านั้น เพราะทุกคนทราบดีว่าผลกระทบจากภั […]

The post วัคซีนทางเลือกเพื่อกอบกู้ซากมนุษย์ดนตรีจากวิกฤตโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
alternative vaccines and musician

จะเกริ่นยาวไปก็เท่านั้น เพราะทุกคนทราบดีว่าผลกระทบจากภัยพิบัติระลอกที่สามนี้ ทำให้กลุ่มอาชีพดนตรีสูญสิ้นไปในพริบตา หลังจากเพิ่งล้มลุกคลุกคลานไปยังไม่ทันได้ตั้งไข่จากสองระลอกที่แล้ว สิ่งที่มองเห็นชัดได้ด้วยตาเปล่าคือ กลุ่มศิลปินนักดนตรีและดีเจที่งานสะบั้นกลางอากาศ ตั้งแต่สเกลงานอีเวนต์หน้าห้างไปจนถึงงานเทศกาลดนตรี ต่างก็ลำบากลำบนเศร้าปนแค้นกันเต็มหน้าโซเชียลมีเดีย

 

เมื่อมนุษย์ดนตรีกำลังจะสูญพันธุ์โดยปราศจากการอนุรักษ์ สิ่งเดียวที่พอจะช่วยให้สืบพงษ์ต่อพันธุ์ได้คือการ ‘ช่วยตัวเอง’ สองมือต้องถือให้มั่นและแข็งขัน เพื่อสร้างความชูชันให้กลับมาสู่ประสาทสัมผัสทางหู และยังสอดคล้องกับมาตรการ Social Distancing อีกด้วย ล้างมือให้สะอาดแล้วมาเริ่มอภิปรายกันเลยดีกว่า

 

alternative vaccines and musician

 

Active Income vs. Passive Income

ศัพท์เทคนิคนิดๆ หน่อยๆ อันนี้จั่วหัวไว้เพียงเพื่อให้บทความนี้ดูโปรขึ้นมานิดหนึ่ง ไม่ได้มีนัยสำคัญอะไรมาก สำหรับใครที่ยังไม่กระจ่างว่ามันคืออะไร ขออธิบายโดยย่อว่า Active Income คือ รายได้ประจำที่ทำแล้วได้สตางค์เลย เป็นรายได้หลักของมนุษย์ดนตรีทุกฝ่าย โชว์เสร็จ รับเงิน กลับบ้าน นอน ถ้าเป็นครูสอนดนตรีก็เก็บค่าคอร์สก่อน แล้วเริ่มสอนจนครบจำนวนชั่วโมงเป็นอันจบงาน

 

ส่วน Passive Income คือรายได้แบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ ปล่อยให้สินทรัพย์มันสร้างดอกผลเอง โดยต้องอาศัยวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการสักหน่อย เช่น ดอกเบี้ยเงินฝาก การลงทุนรูปแบบต่างๆ และการปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ แต่ให้ตายเถอะ แทบจะไม่มีส่วนไหนตรงจริตกับธรรมชาติของคนดนตรีเอาเสียเลย นอกจากค่าลิขสิทธิ์ดนตรีที่ผู้มีรายได้ในส่วนนี้ก็คือนักประพันธ์เพลง หรือศิลปินที่แต่งเพลงเองเท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมไปทุกหน่วยในวงการ

 

ดังนั้นจึงกล่าวแบบประมาณๆ ได้ว่า มนุษย์ดนตรีในบ้านเราเกือบทั้งหมดพึ่งพิงรายได้จาก Active Income เกิน 90 เปอร์เซ็นต์บวกๆ แน่ๆ และเป็นรายได้จาก Hard Skill ล้วนๆ ไม่ว่าจะเป็น ดีด สี ตี เป่า, มิกซ์เสียง, ตัดต่อเสียง ฯลฯ ซึ่งเมื่อสมัยที่โลกยังไม่แตกก็ยังดีๆ กันอยู่ แต่พอมาเจอเหตุการณ์โรคระบาดระดับโลกที่โคจรมาบรรจบกับความทุศีลระดับชาติที่กลิ่นคละคลุ้งไปไกลกว่าทุเรียนสุกระดับสิบ ทำให้ดวงเมืองภาคคีตศิลป์ครานี้ต้องผจญกับความเสียหายหนักหน่วงติด Top 5 ไม่แพ้วงการอื่นๆ เลยทีเดียว เมื่อ Active Income ขาดผึง ความตึงจึงมาเยือน

 

Worst Case Scenario: มองไปเลยว่าโลกนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ไม่ได้ให้มองโลกในแง่ร้าย แต่มองโลกตามความเป็นจริง กิจกรรมทางดนตรีในรูปแบบปกติน่าจะหายไปอย่างน้อยเป็นปีๆ แน่นอน เพราะฉะนั้นการอดออม เฝ้ารอ เฝ้าคอย จึงไม่ใช่ทางเลือกที่จะดำรงเผ่าพันธุ์เอาไว้ได้ กอปรกับยุคน้ำแข็งที่ยาวนานขนาดนี้ กลไกของอุตสาหกรรมดนตรีทั้งหมดย่อมต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน ถึงแม้จะเข้าสู่ยุคที่ปลอดเชื้อและเมื่อถึงวันที่แผ่นดินสูงขึ้น การกลายพันธุ์ของมนุษย์ดนตรีจึงต้องเร่งเกิดขึ้น ยิ่งมี Mutant เยอะขึ้น โอกาสที่จะสร้างทีม X-Men เพื่อกอบกู้โลก ยิ่งมากขึ้น

 

การทำอย่างอื่น ‘ไปก่อน’ อาจไม่ใช่คำตอบสำหรับสถานการณ์ที่ยืดเยื้อและไม่รู้จะจบลงเมื่อไร บางคนถึงขั้นทำอย่างอื่น ‘ไปเลย’ เพราะในเมื่อสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน แต่อาจลืมนึกไปว่าทักษะที่มีอาจนำมาใช้ในรูปแบบอื่นได้และไปได้คล่องแคล่วกว่าการสร้างทักษะใหม่ที่ขัดกับหัวใจศิลปินเหลือทน

 

อาชีพเสริมแบบจำเป็น เช่น ทำอาหาร ขนม และเครื่องดื่มเดลิเวอรี อาจช่วยเติมกระเป๋า แต่ไม่ได้เติมหัวใจ ส่วนการสอนดนตรีก็ยังคงวนอยู่ในการหารายได้จากกระเป๋าคนดนตรีด้วยกัน ซึ่งกำลังขาดรายได้อยู่เหมือนกัน จึงควรตั้งกลุ่มเป้าหมายใหม่เป็นกลุ่มที่เล่นดนตรีเป็นงานอดิเรกและ Beginner เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากสายอาชีพอื่นที่ได้รับผลกระทบไม่มากเท่าคนดนตรี และยังพอมีรายได้และเวลาเหลือในช่วงนี้

 

แต่อย่างไรก็ตาม ทักษะในการเล่นดนตรี กับ ทักษะในการสอนดนตรี เป็นทักษะคนละแบบ นักดนตรีที่เล่นเก่งที่สุดอาจไม่ใช่ครูที่ถ่ายทอดวิชาได้ดีที่สุดก็ได้ เป็นข้อคำนึงที่สำคัญที่สุดข้อหนึ่งของการเทิร์นครู

 

ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็น Active Income ที่มาเติมก้นถุงได้ทันที แต่มันมีทางเลือกแค่นี้เองเหรอ? และที่ว่ามาทั้งหมดทุกคนก็คิดได้และทำกันไปแล้ว แต่ก็ยังคงลุ่มๆ ดอนๆ เพราะอุปทานมีมากกว่าอุปสงค์ น่าสิ้นหวังไหม?

 

แต่ดูกรพี่น้อง เส้นขอบฟ้านั้นอยู่ไกลแค่ไหนขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์แห่งปัจเจก หากเราเฝ้ามองแต่โอกาสในโลกที่สามที่เรายืนอยู่ และในอนาคตอันใกล้ที่จะตกชั้นเป็นโลกที่สี่ เราเองก็จะตกชั้นลงไปตามผืนดินที่เรายืน แต่ถ้าเปลี่ยนมุมมองเสียใหม่ว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ที่เหล่านั้นล้วนเป็นสถาน ที่สมมติ และในทางกลับกัน โลกออนไลน์กลับกลายเป็นสถานที่จริงอันไร้พรมแดน ด้วยแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตติดๆ ดับๆ เดือนละไม่ถึง 1,000 บาท เราก็สามารถขยายเส้นขอบฟ้าในการหารายได้ไปไกลกว่าที่ตาเห็น ซึ่งจริงๆ แล้วมันทำได้ตั้งแต่ก่อนยุคโควิดแล้ว แต่นี่เหมือนจะเป็นสถานการณ์ที่ทำให้ทางเลือกนี้ดูโดดเด่นขึ้นมามากขึ้น โดยเฉพาะในขณะนี้ที่หลายๆ ประเทศที่พัฒนาแล้วเขาผ่านวิกฤตไปได้จนถึงขั้นเริ่มต้นลงมือฟื้นฟูภาคเศรษฐกิจกันแล้ว

 

โก-อิน-เตอร์

ไม่ต้องทำวีซ่า ไม่ต้องต่ออายุพาสปอร์ต เพราะเราจะโกอินเตอร์จากในห้องเรานี่แหละ พื้นที่ขนาด 9 ตารางเมตรนี้จะเป็นที่ทำกินระดับโลกของเรา โดยมีเครื่องแบบทำงานเป็นชุดนอน น่าสนไหม?

 

ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มมากมายในการหางานที่ถนัดทางออนไลน์ ไม่จำกัดเฉพาะภายในประเทศเท่านั้น และด้วยอาชีพดนตรีบ้านเราก็แทบจะไม่ได้ใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มในการหางาน แต่ทั่วโลกมีการใช้แพลตฟอร์มเหล่านี้กันอย่างแพร่หลาย และยังมีแพลตฟอร์มที่ทำไว้สำหรับการจ้างงานดนตรีโดยเฉพาะอีกด้วย ทั้งงานหาคนและคนหางาน ขยายน่านฟ้าในการทำงานไปได้ไกลโข โอกาสในการสะดุ้งฝีมือก็มีมากขึ้น

 

แต่ก่อนจะเริ่มอ่านต่อจากนี้ไป เราขอแนะนำให้มองคุณค่าของตัวเองให้สูงเข้าไว้ ตัดความคิดที่ว่า ‘มันเป็นไปไม่ได้’ ออกไป ในเมื่อเรายังไม่ได้ทดลอง มันเป็นแค่ความกลัวการออกนอก Comfort Zone ของตนเองตามประสามนุษย์เท่านั้น แต่ในเมื่อที่ที่เราเคยเรียกว่าเป็น Comfort Zone ณ วันนี้มันไม่มีรายได้และไม่มีการเยียวยาล่ะ เราอาจจะต้องแบ่งเวลาจากความเกรี้ยวกราดรายวันสักนิด มาหาทางช่วยเหลือตัวเองแบบใหม่สักหน่อย จะได้ลดความพารานอยด์ลงไปได้บ้าง

 

Active Income vs. Passive Income ศัพท์เทคนิคนิดๆ หน่อยๆ อันนี้จั่วหัวไว้เพียงเพื่อให้บทความนี้ดูโปรขึ้นมานิดหนึ่ง ไม่ได้มีนัยสำคัญอะไรมาก สำหรับใครที่ยังไม่กระจ่างว่ามันคืออะไร ขออธิบายโดยย่อว่า Active Income คือ รายได้ประจำที่ทำแล้วได้สตางค์เลย เป็นรายได้หลักของมนุษย์ดนตรีทุกฝ่าย โชว์เสร็จ รับเงิน กลับบ้าน นอน ถ้าเป็นครูสอนดนตรีก็เก็บค่าคอร์สก่อน แล้วเริ่มสอนจนครบจำนวนชั่วโมงเป็นอันจบงาน  ส่วน Passive Income คือรายได้แบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ ปล่อยให้สินทรัพย์มันสร้างดอกผลเอง โดยต้องอาศัยวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการสักหน่อย เช่น ดอกเบี้ยเงินฝาก การลงทุนรูปแบบต่างๆ และการปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ แต่ให้ตายเถอะ แทบจะไม่มีส่วนไหนตรงจริตกับธรรมชาติของคนดนตรีเอาเสียเลย นอกจากค่าลิขสิทธิ์ดนตรีที่ผู้มีรายได้ในส่วนนี้ก็คือนักประพันธ์เพลง หรือศิลปินที่แต่งเพลงเองเท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมไปทุกหน่วยในวงการ  ดังนั้นจึงกล่าวแบบประมาณๆ ได้ว่า มนุษย์ดนตรีในบ้านเราเกือบทั้งหมดพึ่งพิงรายได้จาก Active Income เกิน 90 เปอร์เซ็นต์บวกๆ แน่ๆ และเป็นรายได้จาก Hard Skill ล้วนๆ ไม่ว่าจะเป็น ดีด สี ตี เป่า, มิกซ์เสียง, ตัดต่อเสียง ฯลฯ ซึ่งเมื่อสมัยที่โลกยังไม่แตกก็ยังดีๆ กันอยู่ แต่พอมาเจอเหตุการณ์โรคระบาดระดับโลกที่โคจรมาบรรจบกับความทุศีลระดับชาติที่กลิ่นคละคลุ้งไปไกลกว่าทุเรียนสุกระดับสิบ ทำให้ดวงเมืองภาคคีตศิลป์ครานี้ต้องผจญกับความเสียหายหนักหน่วงติด Top 5 ไม่แพ้วงการอื่นๆ เลยทีเดียว เมื่อ Active Income ขาดผึง ความตึงจึงมาเยือน  Worst Case Scenario: มองไปเลยว่าโลกนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ไม่ได้ให้มองโลกในแง่ร้าย แต่มองโลกตามความเป็นจริง กิจกรรมทางดนตรีในรูปแบบปกติน่าจะหายไปอย่างน้อยเป็นปีๆ แน่นอน เพราะฉะนั้นการอดออม เฝ้ารอ เฝ้าคอย จึงไม่ใช่ทางเลือกที่จะดำรงเผ่าพันธุ์เอาไว้ได้ กอปรกับยุคน้ำแข็งที่ยาวนานขนาดนี้ กลไกของอุตสาหกรรมดนตรีทั้งหมดย่อมต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน ถึงแม้จะเข้าสู่ยุคที่ปลอดเชื้อและเมื่อถึงวันที่แผ่นดินสูงขึ้น การกลายพันธุ์ของมนุษย์ดนตรีจึงต้องเร่งเกิดขึ้น ยิ่งมี Mutant เยอะขึ้น โอกาสที่จะสร้างทีม X-Men เพื่อกอบกู้โลก ยิ่งมากขึ้น  การทำอย่างอื่น ‘ไปก่อน’ อาจไม่ใช่คำตอบสำหรับสถานการณ์ที่ยืดเยื้อและไม่รู้จะจบลงเมื่อไร บางคนถึงขั้นทำอย่างอื่น ‘ไปเลย’ เพราะในเมื่อสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน แต่อาจลืมนึกไปว่าทักษะที่มีอาจนำมาใช้ในรูปแบบอื่นได้และไปได้คล่องแคล่วกว่าการสร้างทักษะใหม่ที่ขัดกับหัวใจศิลปินเหลือทน  อาชีพเสริมแบบจำเป็น เช่น ทำอาหาร ขนม และเครื่องดื่มเดลิเวอรี อาจช่วยเติมกระเป๋า แต่ไม่ได้เติมหัวใจ ส่วนการสอนดนตรีก็ยังคงวนอยู่ในการหารายได้จากกระเป๋าคนดนตรีด้วยกัน ซึ่งกำลังขาดรายได้อยู่เหมือนกัน จึงควรตั้งกลุ่มเป้าหมายใหม่เป็นกลุ่มที่เล่นดนตรีเป็นงานอดิเรกและ Beginner เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากสายอาชีพอื่นที่ได้รับผลกระทบไม่มากเท่าคนดนตรี และยังพอมีรายได้และเวลาเหลือในช่วงนี้  แต่อย่างไรก็ตาม ทักษะในการเล่นดนตรี กับ ทักษะในการสอนดนตรี เป็นทักษะคนละแบบ นักดนตรีที่เล่นเก่งที่สุดอาจไม่ใช่ครูที่ถ่ายทอดวิชาได้ดีที่สุดก็ได้ เป็นข้อคำนึงที่สำคัญที่สุดข้อหนึ่งของการเทิร์นครู  ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็น Active Income ที่มาเติมก้นถุงได้ทันที แต่มันมีทางเลือกแค่นี้เองเหรอ? และที่ว่ามาทั้งหมดทุกคนก็คิดได้และทำกันไปแล้ว แต่ก็ยังคงลุ่มๆ ดอนๆ เพราะอุปทานมีมากกว่าอุปสงค์ น่าสิ้นหวังไหม?  แต่ดูกรพี่น้อง เส้นขอบฟ้านั้นอยู่ไกลแค่ไหนขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์แห่งปัจเจก หากเราเฝ้ามองแต่โอกาสในโลกที่สามที่เรายืนอยู่ และในอนาคตอันใกล้ที่จะตกชั้นเป็นโลกที่สี่ เราเองก็จะตกชั้นลงไปตามผืนดินที่เรายืน แต่ถ้าเปลี่ยนมุมมองเสียใหม่ว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ที่เหล่านั้นล้วนเป็นสถาน ที่สมมติ และในทางกลับกัน โลกออนไลน์กลับกลายเป็นสถานที่จริงอันไร้พรมแดน ด้วยแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตติดๆ ดับๆ เดือนละไม่ถึง 1,000 บาท เราก็สามารถขยายเส้นขอบฟ้าในการหารายได้ไปไกลกว่าที่ตาเห็น ซึ่งจริงๆ แล้วมันทำได้ตั้งแต่ก่อนยุคโควิดแล้ว แต่นี่เหมือนจะเป็นสถานการณ์ที่ทำให้ทางเลือกนี้ดูโดดเด่นขึ้นมามากขึ้น โดยเฉพาะในขณะนี้ที่หลายๆ ประเทศที่พัฒนาแล้วเขาผ่านวิกฤตไปได้จนถึงขั้นเริ่มต้นลงมือฟื้นฟูภาคเศรษฐกิจกันแล้ว  โก-อิน-เตอร์ ไม่ต้องทำวีซ่า ไม่ต้องต่ออายุพาสปอร์ต เพราะเราจะโกอินเตอร์จากในห้องเรานี่แหละ พื้นที่ขนาด 9 ตารางเมตรนี้จะเป็นที่ทำกินระดับโลกของเรา โดยมีเครื่องแบบทำงานเป็นชุดนอน น่าสนไหม?  ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มมากมายในการหางานที่ถนัดทางออนไลน์ ไม่จำกัดเฉพาะภายในประเทศเท่านั้น และด้วยอาชีพดนตรีบ้านเราก็แทบจะไม่ได้ใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มในการหางาน แต่ทั่วโลกมีการใช้แพลตฟอร์มเหล่านี้กันอย่างแพร่หลาย และยังมีแพลตฟอร์มที่ทำไว้สำหรับการจ้างงานดนตรีโดยเฉพาะอีกด้วย ทั้งงานหาคนและคนหางาน ขยายน่านฟ้าในการทำงานไปได้ไกลโข โอกาสในการสะดุ้งฝีมือก็มีมากขึ้น  แต่ก่อนจะเริ่มอ่านต่อจากนี้ไป เราขอแนะนำให้มองคุณค่าของตัวเองให้สูงเข้าไว้ ตัดความคิดที่ว่า ‘มันเป็นไปไม่ได้’ ออกไป ในเมื่อเรายังไม่ได้ทดลอง มันเป็นแค่ความกลัวการออกนอก Comfort Zone ของตนเองตามประสามนุษย์เท่านั้น แต่ในเมื่อที่ที่เราเคยเรียกว่าเป็น Comfort Zone ณ วันนี้มันไม่มีรายได้และไม่มีการเยียวยาล่ะ เราอาจจะต้องแบ่งเวลาจากความเกรี้ยวกราดรายวันสักนิด มาหาทางช่วยเหลือตัวเองแบบใหม่สักหน่อย จะได้ลดความพารานอยด์ลงไปได้บ้าง

 

ตัวอย่างรูปแบบแพลตฟอร์มที่มีลุ้นในการสร้าง Active และ Passive Income ด้วยงานดนตรี

 

  1. เดชงานหาคน คนหางาน ข้ามขอบฟ้า 

เป็นระยะเวลาราวๆ 10 ปีมาแล้วในต่างประเทศ ที่มีการก่อตั้งแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เป็นศูนย์รวมงานหาคนและคนหางานขนาดใหญ่สำหรับมนุษย์ดนตรี ในทุกขั้นตอนของโปรดักชันเพลง ตั้งแต่โปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง นักร้อง นักดนตรี ซาวด์เอ็นจิเนียร์ นักอีดิตเสียง โดยเราสามารถลงทะเบียนและเขียนโปรไฟล์เท่ๆ พร้อมพอร์ตโฟลิโอตัวอย่างงานแปะลงไปในนั้นได้ เราก็สามารถกลายสภาพไปเป็นนักดนตรีตู้กระจกที่รอให้ลูกค้าทุกระดับเข้ามาส่อง เขาจะถูกใจน้องเบอร์ไหนก็สามารถเรียกขึ้นงานได้ทันที โดยธุรกรรมการส่งงาน จัดซื้อ จัดจ้าง และการชำระค่าบริการทั้งหมดจะถูกจัดการผ่านแพลตฟอร์มเหล่านั้นเป็นตัวกลาง ดังนั้นจึงไม่มีการโกง กด โก่ง เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

 

เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนดนตรีสัญชาติไทยที่จะได้รับงานบันทึกเสียงเครื่องดนตรีที่เราถนัด หรือหมวดหมู่งานมิกซ์และมาสเตอริ่งสำหรับซาวด์เอ็นจิเนียร์ก็มีพื้นที่ให้มากอยู่ และเรายังสามารถสร้างกิมมิกให้กับตัวเองได้ด้วยสำหรับผู้ที่มีความ สามารถในการเล่นดนตรีไทย เพราะสมัยนี้การนำเครื่องดนตรีพื้นเมืองมาใส่ในเพลงป๊อปสากลเป็นที่นิยมขึ้นมาก และเครื่องดนตรีไทยเราก็มีมากมาย และมีสุ้มเสียงที่มีเอกลักษณ์ไม่แพ้เครื่องดนตรีอินเดียที่มีการนำมาใช้ในเพลงป๊อปตั้งแต่สมัย The Beatles แล้ว

 

แพลตฟอร์มเหล่านี้ที่แนะนำให้แวะไปสำรวจก็มีอย่างเช่น soundbetter.com อันนี้เขาเจาะจงเป็นแพลตฟอร์มสำหรับงานดนตรีโดยเฉพาะ มีพื้นที่ให้ลงโปรไฟล์และตัวอย่างผลงานที่ดูง่าย และมีพื้นที่ให้แสดงรายละเอียดเยอะ ตอบโจทย์คนดนตรีเป็นอย่างยิ่ง ให้ความรู้สึกราวกับเป็น Airbnb แห่งโลกดนตรี แนะนำอันนี้มากๆ เพราะมีมือโปรระดับโลกเป็นสมาชิกอยู่เยอะ ซึ่งจากประสบการณ์ตรงที่สัมผัสได้คือ คนดนตรีในบ้านเราหลายคนนั้นมีฝีมือเทียบชั้นระดับสากลได้จริงๆ ดังนั้นที่นี่อาจเป็นก้าวต่อไปสำหรับพวกเขาเลยก็ได้ ในเมื่อเมืองไทยมันแคบไปและยังอยู่ในจังหวะที่ไม่มีงานจ้าง ก็พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสขยายน่านฟ้าของสายอาชีพด้วยวิธีนี้ไปเสียเลย

 

ตัวอย่างรูปแบบแพลตฟอร์มที่มีลุ้นในการสร้าง Active และ Passive Income ด้วยงานดนตรี  1. เดชงานหาคน คนหางาน ข้ามขอบฟ้า  เป็นระยะเวลาราวๆ 10 ปีมาแล้วในต่างประเทศ ที่มีการก่อตั้งแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เป็นศูนย์รวมงานหาคนและคนหางานขนาดใหญ่สำหรับมนุษย์ดนตรี ในทุกขั้นตอนของโปรดักชันเพลง ตั้งแต่โปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง นักร้อง นักดนตรี ซาวด์เอ็นจิเนียร์ นักอีดิตเสียง โดยเราสามารถลงทะเบียนและเขียนโปรไฟล์เท่ๆ พร้อมพอร์ตโฟลิโอตัวอย่างงานแปะลงไปในนั้นได้ เราก็สามารถกลายสภาพไปเป็นนักดนตรีตู้กระจกที่รอให้ลูกค้าทุกระดับเข้ามาส่อง เขาจะถูกใจน้องเบอร์ไหนก็สามารถเรียกขึ้นงานได้ทันที โดยธุรกรรมการส่งงาน จัดซื้อ จัดจ้าง และการชำระค่าบริการทั้งหมดจะถูกจัดการผ่านแพลตฟอร์มเหล่านั้นเป็นตัวกลาง ดังนั้นจึงไม่มีการโกง กด โก่ง เกิดขึ้นอย่างแน่นอน  เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนดนตรีสัญชาติไทยที่จะได้รับงานบันทึกเสียงเครื่องดนตรีที่เราถนัด หรือหมวดหมู่งานมิกซ์และมาสเตอริ่งสำหรับซาวด์เอ็นจิเนียร์ก็มีพื้นที่ให้มากอยู่ และเรายังสามารถสร้างกิมมิกให้กับตัวเองได้ด้วยสำหรับผู้ที่มีความ สามารถในการเล่นดนตรีไทย เพราะสมัยนี้การนำเครื่องดนตรีพื้นเมืองมาใส่ในเพลงป๊อปสากลเป็นที่นิยมขึ้นมาก และเครื่องดนตรีไทยเราก็มีมากมาย และมีสุ้มเสียงที่มีเอกลักษณ์ไม่แพ้เครื่องดนตรีอินเดียที่มีการนำมาใช้ในเพลงป๊อปตั้งแต่สมัย The Beatles แล้ว  แพลตฟอร์มเหล่านี้ที่แนะนำให้แวะไปสำรวจก็มีอย่างเช่น soundbetter.com อันนี้เขาเจาะจงเป็นแพลตฟอร์มสำหรับงานดนตรีโดยเฉพาะ มีพื้นที่ให้ลงโปรไฟล์และตัวอย่างผลงานที่ดูง่าย และมีพื้นที่ให้แสดงรายละเอียดเยอะ ตอบโจทย์คนดนตรีเป็นอย่างยิ่ง ให้ความรู้สึกราวกับเป็น Airbnb แห่งโลกดนตรี แนะนำอันนี้มากๆ เพราะมีมือโปรระดับโลกเป็นสมาชิกอยู่เยอะ ซึ่งจากประสบการณ์ตรงที่สัมผัสได้คือ คนดนตรีในบ้านเราหลายคนนั้นมีฝีมือเทียบชั้นระดับสากลได้จริงๆ ดังนั้นที่นี่อาจเป็นก้าวต่อไปสำหรับพวกเขาเลยก็ได้ ในเมื่อเมืองไทยมันแคบไปและยังอยู่ในจังหวะที่ไม่มีงานจ้าง ก็พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสขยายน่านฟ้าของสายอาชีพด้วยวิธีนี้ไปเสียเลย

 

fiverr.com เป็นอีกแพลตฟอร์มที่มีหมวดหมู่งานทุกประเภทครอบจักรวาล และงานด้านดนตรีและงานด้านเสียงก็เป็นอีกหมวดหมู่ที่คึกคักบนแพลตฟอร์มนี้ ถึงแม้จะดูไม่โปรเฟสชันนอลเทียบเท่า Soundbetter แต่ก็นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ทดลองไปก็ไม่เสียหายอะไร หากใครยังไม่มั่นใจในตัวเองนัก ก็ลอง Fiverr ดูก่อนก็ได้ เพราะมีกลุ่มนักดนตรีและคนทำเสียงระดับ Semi-Pro อยู่เยอะในเรตราคาที่ย่อมเยาลงมา และนี่ก็เป็นหนึ่งใน Active Income ในโลกออนไลน์ที่คนดนตรีบ้านเราสามารถเข้าถึงได้

 

ข้อคำนึงมีเพียงหนึ่งเดียวคือ นี่คือการเอาตนเองไปวางบนแผงเดียวกับตลาดโลก ซึ่งตัวเลือกมีมากมาย โดยไม่มีระบบอุปถัมภ์ เพื่อนฉัน พี่ข้า น้องอั๊วใดๆ ทั้งสิ้น ทุกคนคือคนแปลกหน้าที่มาร่วมงานกันด้วยเงื่อนไขของฝีมือล้วนๆ และอาจต้องขยัน อดทน สะสมเครดิตสักหน่อยในระยะแรก เพราะผู้รับจ้างในแพลตฟอร์มนี้มีหลายคนเลยทีเดียวที่มีเครดิตในการร่วมงานกับศิลปินระดับโลกมาก่อน แต่ก็หวังจะโกอินเตอร์ หนทางอาจไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไปถ้าใจมุ่งมั่นหรือไฟลนก้นกระเป๋าสตางค์ ลองเข้าไปส่องๆ กันดูได้ ไม่เสียหายอะไร แต่อย่าไปลงเรตตัดราคาเขาแบบทุเรศๆ เหมือนที่เราชอบทำกันเองในประเทศ มันจะสร้างความเสียหายให้กับชื่อเสียงของประเทศ และเรื่องพรรค์นั้นประเทศเรามีหน่วยงานระดับชาติคอยขยันทำให้เราเอือมระอาทุกวันอยู่แล้ว

 

 

  1. Sync Music 

คำนี้เป็นชื่อเรียกเหมารวมสำหรับดนตรีประกอบโน่นประกอบนี่ เพราะในทุกสื่อนั้นมี ดนตรีประกอบเข้ามาเกี่ยวข้องแทบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์, ซีรีส์, สารคดี, วิดีโอเกม, Trailer ภาพยนตร์, โฆษณา และคอนเทนต์ออนไลน์ต่างๆ เรียกว่ามีหลายสเกลให้เลือกสรรว่าเราจะไปโปรทางไหนดี ซึ่งในบ้านเรานั้น งานประเภทนี้เกือบทั้งหมดเป็นการว่าจ้างผ่านเอเจนซีจากลูกค้าแบบจำเพาะเจาะจง ผู้ที่ได้งานไปก็จะเป็นบริษัทรับทำเสียงและเพลงประกอบ หรือที่เราเรียกกันว่า Post Production Studio แต่ทว่าในประเทศตะวันตก มีความนิยมในการว่าจ้างประกวดงานแบบออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งไม่สำคัญว่าผู้ประพันธ์เพลงจะมาจากซอกหลืบไหนของโลก ขอเพียงผลงานถูกต้องตามโจทย์ ถูกใจลูกค้าเป็นพอ ไม่ต้องนัดประชุมพูดโน้มน้าวขายงาน ผลงานของเราก็สามารถถูกเลือกมาใช้จริงได้และจ่ายในเรตเงินดอลลาร์ที่มีความเป็นสากล และแน่นอน… มูลค่าไม่จิ๊บจ๊อยเหมือนบ้านเรา ที่โดยมากงานที่ตกถึงมือฟรีแลนซ์มักเป็นงานงบน้อย สเกลเล็ก ส่วนงานโฆษณาใหญ่ๆ ที่ใช้ดาราดังเป็นพรีเซนเตอร์ ก็จะถูกบริษัททำเพลงโฆษณารับต่อจากเอเจนซีไปทำตามธรรมเนียมปฏิบัติดั้งเดิมมากว่าครึ่งศตวรรษแล้ว บวกกับในสถานการณ์แบบนี้ งานในประเทศก็คงหาได้ยากพอกันทั้งสายฟรีแลนซ์หรือสังกัดบริษัท เพราะฉะนั้นนี่เป็นอีกความเป็นไปได้ที่เราขอนำเสนอ

 

แพลตฟอร์มที่บริการ Sync Music ส่วนใหญ่จะมีความครบวงจรและมี Tutorial คอยช่วยเหลือมือใหม่ที่อยากเริ่มต้นหารายได้จากการทำเพลงประกอบ และยังมีคอนเน็กชันที่แน่นหนา ที่สามารถนำเพลงที่เราแต่งไปร่วมประกวดงานในระดับโลก เราอาจได้มีผลงานเพลงไปปรากฏใน Netflix, HBO, Trailer ภาพยนตร์ต่างประเทศ, โฆษณาสินค้าแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Starbucks, BMW, Unilever และอีกมากมายที่ลำพังตัวเราเองไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยตัวเอง ทางแพลตฟอร์มเป็นผู้จัดการให้หมด โดยที่เรามีหน้าที่แค่ทำเพลง ไม่ต้องคุยกับผู้กำกับสุดติสท์ ไม่ต้องสื่อสารผ่าน AE สาวสวยตัวหอมฟุ้งแต่สื่อสารภาษาคนไม่รู้เรื่อง และไม่ต้องคอยเอาใจลูกค้าที่ไม่รู้ความต้องการของตัวเองจนต้องแก้งานกันไปเรื่อยเปื่อย และส่วนเรื่องรายได้ก็ไม่ใช่ว่าได้รอบเดียวจบ ทางแพลตฟอร์มยังมีการจัดเก็บเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งที่ได้จากการออกอากาศให้เราอีกด้วย กล่าวคือทุกครั้งที่มีการออนแอร์สื่อ หรือโฆษณาที่มีเพลงของเราอยู่ในนั้น ไม่ว่าจะเป็นที่ใดๆ ในโลก เราก็จะได้รับเงินส่วนแบ่งไปด้วย นี่คือกติกาสากลของประเทศที่เจริญแล้ว

 

แต่อย่างไรก็ตาม มูลค่าของงานและคอนเน็กชันอันมหาศาลของแพลตฟอร์มเหล่านี้ การสมัครสมาชิกจึงต้องมีค่าธรรมเนียมรายเดือน ตีเป็นเงินไทยได้ประมาณบวกลบ 1,xxx บาท เพื่อเข้าถึงบริการของเขา จะคุ้มหรือไม่คุ้มก็คงต้องขึ้นอยู่กับวิจารณญาณ 

 

ส่วนรายได้ที่สามารถหาได้จากที่นี่คือ มันจะมีการประกวดงานอยู่เรื่อยๆ แจ้งมาทางอีเมลของสมาชิก โดยมีโจทย์จากลูกค้าจริง นำไปใช้งานจริง อธิบายแนวเพลงที่อยากได้อย่างละเอียด พร้อมด้วยเพลงเรเฟอเรนซ์, กำหนดเวลาส่งงาน ซึ่งมีตั้งแต่งานด่วน 1 สัปดาห์ไปจนถึงงานปั้นหม้อที่ให้เวลาเป็นเดือน และบอกราคาค่าจ้างกันตรงนั้นเลย ซึ่งก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะงานระดับอินเตอร์เท่าที่เห็นมาจากแหล่งนี้ งบมีตั้งแต่ 5,xxx-1xx,xxx ดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว ลองคูณ 30 เข้าไปสิ จะได้ตัวเลขเป็นเงินไทยคร่าวๆ 

 

ถึงแม้จะเป็นการแข่งขันกับนักแต่งเพลงทั่วโลก แต่ถ้าเพลงของเราถูกเลือกนำมาใช้ก็อาจจะมีรายได้ตู้มแรก 300,000 บาทไปเลย แต่ถ้าไม่ถูกเลือก เราก็ได้ศูนย์บาท… แต่อย่าเพิ่งเสียกำลังใจไป เพราะเพลงทุกเพลงที่แต่งขึ้นมาแล้วมันมีที่ให้ลงอีกมากมาย ซึ่งจะอธิบายในข้อต่อไปถ้าคุณไม่ขี้เกียจอ่านเสียก่อน

 

ตัวอย่างแพลตฟอร์ม Sync Music ที่เป็นชิ้นเป็นอันมีดังนี้

 

synccommunity.thinkific.com, musicgateway.com, tunecore.com, bigsyncmusic.com, cdbaby.com บางเว็บไซต์เขาตั้งตัวเป็นสังคมดนตรีออนไลน์ เพราะฉะนั้นมันจะมีหมวดหมู่ยิบย่อยลงไปอีก ทั้งเรื่องของการพัฒนาทักษะ การเพิ่มคอนเน็กชันในสังคมดนตรีระดับโลกโดยเน้นไปที่ Music Licensing หรือเพลงประกอบโน่นประกอบนี่ ถึงจะดูยิ่งใหญ่แต่ก็ไม่น่ากลัว เพราะในแพลตฟอร์มนี้มีตั้งแต่หมวด Training ให้เราเกิดความเข้าใจในระบบและกติกาการซื้อขายเพลงที่เป็นสากล ไม่รู้สึกเงอะๆ งะๆ พร้อมไปผจญโลกกว้าง

 

เนื่องด้วยในบ้านเราไม่ได้มีกติกาอันเป็นสากล โดยเฉพาะในวงการซื้อขายเพลงประกอบสื่อต่างๆ ซึ่งองค์ความรู้ส่วนนี้แหละ ถ้าเรายิ่งรู้เยอะและสามารถค่อยๆ นำมาปรับใช้และต่อรองให้บ้านเรามีกฎกติกาที่ใกล้เคียงความเป็นสากลมากขึ้นเรื่อยๆ ได้ มูลค่าของบทเพลงและผลประโยชน์ของผู้ประพันธ์ก็จะคุ้มค่าและสมเหตุสมผลขึ้นในที่สุดสักวันหนึ่ง

 

alternative vaccines and musician

 

  1. ปั่นๆ ปั้นๆ เพลงลงบนแผง Library Music 

บางที่ก็เรียกว่า Stock Music ซึ่งเป็นที่นิยมในวงการ Post Production ทั้งในบ้านเราและในต่างประเทศ รูปแบบแพลตฟอร์มนี้เป็นเหมือนร้านสะดวกซื้อเพลงออนไลน์เพื่อนำไปประกอบคอนเทนต์ต่างๆ แต่คราวนี้เป็นการเลือกช้อปปิ้งเพลงสำเร็จรูปที่มีอยู่บนหน้าร้านอยู่แล้ว และเป็นไปตามเงื่อนไขข้อกำหนดของการใช้เพลงอย่างถูกต้องตามลิขสิทธิ์แบบไม่ต้องยุ่งยากทั้งทางฝั่งผู้ซื้อและผู้ประพันธ์ เพราะแพลตฟอร์มทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้ทั้งหมด ซึ่งเงื่อนไขต่างๆ สามารถศึกษาได้บนเว็บไซต์ของแพลตฟอร์ม ซึ่งส่วนใหญ่จะมีรูปแบบใกล้เคียงกัน มีแตกต่างกันบ้างในรายละเอียด ราคา และโปรโมชันของแต่ละเจ้าก็ใกล้เคียงกันราวกับแพ็กเกจโทรศัพท์มือถือที่ค่ายต่างๆ ออกมาแข่งขันกัน


 

แพลตฟอร์มนี้เป็นศูนย์รวมเพลงให้ลูกค้ามาเลือกใช้ ไม่ใช่งานจำเพาะเจาะจงเหมือนในข้อ 2 เพราะฉะนั้นนักดนตรีหรือนักแต่งเพลงสามารถผลิตเพลงออกมาได้เรื่อยๆ เลย ยิ่งมีเพลงอยู่บนหน้าร้านเยอะ โอกาสที่จะถูกมองเห็นและถูกเลือกมาใช้ก็จะเยอะตาม

 

งานส่วนใหญ่เป็นลักษณะแบบ Mass Production เพลงที่ทำเน้น Mood & Tone ที่สามารถจัดหมวดหมู่ได้ชัดเจน เพื่อเป็นการง่ายต่อผู้ซื้อในการใช้คีย์เวิร์ดในเสิร์ชเอนจินหาเพลงบนแพลตฟอร์มนั้นๆ หากใครสนใจสามารถเข้าไปหาฟังเพลงตัวอย่างที่อยู่ในหน้าเว็บไซต์ของเขาได้ ซึ่งฟังดูแล้วเพลงส่วนใหญ่มีโครงสร้างที่ไม่ยากเลย และมีเป็นเพลงแบบวนลูปไปมา มีท่อนที่ใช้เครื่องดนตรีน้อย ไล่ไปถึงกลาง จนไปถึงมากเต็มที่ในเพลงเดียวกัน เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถนำไปตัดต่อให้เหมาะกับช่วงอารมณ์ของคอนเทนต์ของตนได้ และมาตรฐานคุณภาพของเพลงอยู่ที่ระดับไม่ยาก มือใหม่อาจเริ่มต้นเสริมความมั่นใจในการออกสู่โลกกว้างด้วยการแต่งเพลงลงแพลตฟอร์มนี้ก่อนก็ได้

 


และสืบเนื่องจากข้อ 2 หากเราทำเพลงเข้าร่วมประกวดแล้วไม่ได้ถูกเลือกนำไปใช้ เรายังสามารถเอาเพลงเหล่านั้นมาวางขายบนแพลตฟอร์มประเภทที่ 3 นี้ก็ได้ สิ่งที่ทำไปแล้วยังไงก็ไม่เสียเปล่า แต่รายได้จากแหล่งนี้อาจไม่มากเท่า เพราะกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ผลิตคอนเทนต์ที่ใช้งบน้อยกว่า แต่คนกลุ่มนี้มีจำนวนเยอะกว่ากลุ่มนายทุนใหญ่อยู่หลายเท่าตัว อย่างไรก็ตาม หากเราทำไปเรื่อยๆ จนมีแคตตาล็อกเพลงของตัวเองจำนวนมากพอระดับ 100 เพลงขึ้นไป และทำต่อเนื่องไปเรื่อยๆ เท่ากับว่าเราจะมีโอกาสสร้าง Passive Income ได้ยาวๆ เลย จนเมื่อวิกฤตโควิดหมดไป เพลงของเราก็ยังคงมีอยู่ให้เลือกใช้ และยังคงสร้างรายได้ให้เราได้เรื่อยๆ แบบยาวๆ ถึงแม้ในอนาคตเราอาจจะเลิกผลิตเพลงเพิ่มแล้ว แต่เมื่อมีคนมาซื้อเพลงเก่าของเรา เราก็ยังคงได้รายได้จากส่วนนี้อยู่เช่นเดิม

 

ฟังดูแล้วเหมือนว่าเราอาจต้องขยันปั่นเพลงให้ได้จำนวนเยอะหน่อยในระยะแรก แต่มันไม่ยากอย่างที่คิดหากได้ลองฟังเพลงที่มีอยู่ในแพลตฟอร์มนี้ ที่ส่วนใหญ่เป็นเพลงบรรเลงง่ายๆ ใช้เวลาในการผลิตไม่เยอะ แต่หากเราทำเพลงที่มีคุณภาพโดดเด่นออกมาจากกลุ่มนั้น โอกาสที่จะถูกนำมาใช้ก็จะมากไปด้วย

 

ขอฝากวาร์ปแพลตฟอร์มประเภทนี้ให้เข้าไปศึกษากัน มันไม่ยากเกินฝีมือเราๆ ท่านๆ แน่นอน ลองดูสิ ตามนี้เลย premiumbeat.com, audiojungle.net, epidemicsound.com, pond5.com เหล่านี้คือตัวหลักๆ ของแพลตฟอร์มประเภทนี้ จริงๆ ยังมีอีกเยอะ ลองเข้าไปศึกษาเงื่อนไขของแต่ละแพลตฟอร์มดูว่าอันไหนถูกจริตกับเราที่สุด ก็สามารถสมัครเข้าไปลองฝีมือได้เลย 

 

เหล่านี้คืออีกทางเลือกในการหารายได้ของคนดนตรีในสภาวะล็อกดาวน์เช่นนี้ จะชอบหรือไม่ ใช่หรือเปล่า ก็ขอให้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาส่วนบุคคล แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ เราต้องคอยกล่อมเกลาจิตใจตนเองให้คอยให้คุณค่ากับความพยายามและความสามารถของตนให้มากๆ จิตใจที่แข็งแรงเป็นวัตถุดิบตั้งต้นอันแรกที่จะทำให้เรามีเรี่ยวแรงต่อยอดและเกิดปัญญาในการหาทางแก้ไขปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ 

 

กำลังใจมีอยู่ในตัวเราเองถ้าเราพยายามสร้างมัน ขอให้คนดนตรีทุกท่านอยู่รอดกันพร้อมหน้าพร้อมตาต่อไปจนถึงวันที่เราจะผงาดง้ำค้ำโลกาอีกครั้ง อันนี้ขอถือวิสาสะเขียนจากมุมมองของเพื่อนร่วมอาชีพที่ยืนอยู่บนผืนดินเดียวกันและประสบปัญหาเดียวกันกับทุกคน ไม่ใช่สาส์นที่ฝากกินรีส่งร่อนลงมาจากหอคอยงาช้างกลางทุ่งลาเวนเดอร์ที่บานสะพรั่งด้วยปุ๋ยชั้นดีจากซากศพชนชั้นรากหญ้า-ชั้นกลางแต่อย่างใด

 

อ้างอิง:

The post วัคซีนทางเลือกเพื่อกอบกู้ซากมนุษย์ดนตรีจากวิกฤตโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องรายการซื้อขายหุ้น ‘หมอบุญ’ พบ 7 เดือนควักเงินกว่า 345 ล้านบาท เก็บ THG เข้าพอร์ต ด้าน ก.ล.ต. สั่งงดให้สัมภาษณ์ หวั่นเข้าข่ายปั่นหุ้น https://thestandard.co/dr-boon-thg-stock-trading/ Fri, 16 Jul 2021 07:38:04 +0000 https://thestandard.co/?p=513453 THG

จากกระแสข่าวที่ร้อนแรง กรณี บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป […]

The post ส่องรายการซื้อขายหุ้น ‘หมอบุญ’ พบ 7 เดือนควักเงินกว่า 345 ล้านบาท เก็บ THG เข้าพอร์ต ด้าน ก.ล.ต. สั่งงดให้สัมภาษณ์ หวั่นเข้าข่ายปั่นหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
THG

จากกระแสข่าวที่ร้อนแรง กรณี บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป หรือ THG ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ตัวแทนนำเข้าและจำหน่ายวัคซีนทางเลือก BioNTech ชนิด mRNA ทำให้หุ้น THG ได้รับความสนใจจากนักลงทุนจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงสัปดาห์นี้ที่กระแสข่าวหนาหู ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 

 

THE STANDARD WEALTH ได้สำรวจข้อมูลแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของผู้บริหาร (แบบ 59) จากสำนักงาน ก.ล.ต. ในรายการซื้อ/ขายหลักทรัพย์ บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป หรือ THG ของนายแพทย์ บุญ วนาสิน ประธานกรรมการบริษัท โดยพบว่า นพ.บุญ​ มีรายการซื้อหุ้น THG อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีจนปัจจุบัน

 

เฉพาะครึ่งปีแรกปี 2564 มีรายการซื้อหุ้น THG รวมจำนวน 12,841,305 หุ้น ราคาอยู่ในช่วง 23-27 บาทต่อหุ้น รวมเป็นมูลค่าซื้อ 316,868,215 บาท

 

ขณะที่เดือนกรกฎาคม 2564 มีรายการซื้อหุ้น THG รวมจำนวน 950,000 หุ้น ช่วงราคา 29-29.5 บาทต่อหุ้น รวมมูลค่าซื้อ 27,711,750 บาท 

 

ทั้งนี้หากรวมตั้งแต่ต้นปีจนปัจุจุบัน (15 กรกฎาคม) นพ.บุญ ได้เข้าซื้อหุ้น THG รวมจำนวนทั้งสิ้น 13,791,305 หุ้น คิดเป็นมูลค่าซื้อ 344,579,965 บาท

 

ขณะที่ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น THG ตั้งแต่ต้นปีจนปัจจุบัน (15 กรกฎาคม) พบว่าราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 22.33% โดยต้นปี ราคาซื้อขายอยูที่ 25.75 บาท ส่วนเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ราคาหุ้นอยู่ที่ 31.50 บาท เพิ่มขึ้น 5.75 บาท หรือคิดเป็น 22.33% 

 

หากดูเฉพาะเดือนกรกฎาคม 2564 ราคาหุ้น THG ปรับตัวเพิ่มขึ้น 12.5% จากราคาต้นเดือนที่ 28 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 31.50 บาทเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 3.5 บาท 

 

ทั้งนี้กระแสความสนใจของนักลงทุนได้พุ่งไปที่ราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้น และการทำรายการเข้าซื้อหุ้นของ นพ.บุญ ในช่วงเวลาที่มีกระแสข่าวเรื่องการเจรจาเข้าซื้อวัคซีนทางเลือก​ 

 

โดยล่าสุด นพ.บุญ กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และ​ตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้สั่งห้ามไม่ให้พูดอะไร เพราะเกรงว่าจะเข้าข่ายการปั่นหุ้นได้ ดังนั้นความคืบหน้าต่างๆ ของดีลการซื้อวัคซีนอยากให้สอบถามกับทีมทนายตัวแทนในการเจรจา มีเอกสารทุกอย่าง 40 หน้าจะสามารถตอบแทนได้หมด

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The post ส่องรายการซื้อขายหุ้น ‘หมอบุญ’ พบ 7 เดือนควักเงินกว่า 345 ล้านบาท เก็บ THG เข้าพอร์ต ด้าน ก.ล.ต. สั่งงดให้สัมภาษณ์ หวั่นเข้าข่ายปั่นหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘หมอบุญ’ ย้ำเซ็นซื้อวัคซีนทางเลือก ‘2 ยี่ห้อ’ เย็นวันนี้ ส่งมอบเร็วสุดภายในเดือน ก.ค. เผยดีลนานแล้ว แต่เพิ่งหาหน่วยงานภาครัฐเป็นตัวกลางเจรจาได้ ขณะราคาหุ้น THG พุ่ง 12% https://thestandard.co/dr-boon-signed-to-buy-alternative-vaccines-2-brands/ Thu, 15 Jul 2021 05:58:16 +0000 https://thestandard.co/?p=512900 บุญ วนาสิน

นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป […]

The post ‘หมอบุญ’ ย้ำเซ็นซื้อวัคซีนทางเลือก ‘2 ยี่ห้อ’ เย็นวันนี้ ส่งมอบเร็วสุดภายในเดือน ก.ค. เผยดีลนานแล้ว แต่เพิ่งหาหน่วยงานภาครัฐเป็นตัวกลางเจรจาได้ ขณะราคาหุ้น THG พุ่ง 12% appeared first on THE STANDARD.

]]>
บุญ วนาสิน

นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป หรือ THG กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า การเซ็นสัญญาซื้อขายวัคซีนทางเลือก ‘BioNTech ชนิด mRNA และ Novavax’ กับทางผู้ผลิตวัคซีนน่าจะเกิดขึ้นในช่วงเย็นวันนี้ (15 กรกฎาคม) จากนั้นจะจัดเตรียมเอกสารสำคัญที่จำเป็น ส่งมอบให้กับตัวแทนผู้นำเข้า ดังนั้นในลำดับถัดไปตัวแทนผู้นำเข้าและจำหน่ายจะเป็นผู้ประกาศเรื่องการสั่งซื้อและนำเข้าวัคซีนทางเลือกในครั้งนี้

 

“เย็นนี้จึงจะมีการลงนามและเซ็นสัญญาเกิดขึ้น เพราะต้องรอให้ชาติตะวันตกเขาเป็นเวลาเช้าก่อน จากนั้นก็เอาสัญญาซื้อขายและเอกสารสำคัญๆ ให้กับตัวแทนผู้นำเข้า และเขาจะเป็นคนประกาศ ซึ่งในเอกสารและสัญญาก็จะมีการเปิดเผยชื่อหน่วยงานภาครัฐที่เราร่วมมือด้วย และชื่อตัวแทนนำเข้าครั้งนี้” 

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลต่อราคาหุ้นของ THG ซึ่งเช้าวันนี้ (15 กรกฎาคม) ปรับตัวขึ้นร้อนแรง ล่าสุด คลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 33.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.75 บาท หรือ 12.61% ระหว่างวันในช่วงการซื้อขายภาคเช้าปรับขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 34.50 บาท

 

ก่อนหน้านี้ THG ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างโรงพยาบาล หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรที่เกี่ยวข้องไปแล้ว โดยอิางจาก MOU เบื้องต้น THG คาดว่าจะได้รับวัคซีนทางเลือก 2 ชนิดดังกล่าวจากตัวแทนจำหน่ายจำนวน 20 ล้านโดส ราคานำเข้าวัคซีนต่อโดสที่รวมต้นทุนค่าจัดเก็บและค่าขนส่งแล้วอยู่ที่ประมาณ 900 บาทต่อโดส แต่ยังต้องมีค่าภาษีอีกส่วนหนึ่ง

 

นอกจากนี้คาดว่าทางตัวแทนจำหน่ายจะสามารถส่งมอบวัคซีนทั้ง 2 ยี่ห้อให้กับทางโรงพยาบาลล็อตแรก 20 ล้านโดส อย่างเร็วที่สุดในช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคมหรือต้นเดือนสิงหาคม 2564 แบ่งเป็นวัคซีนจาก BioNTech 10 ล้านโดส และ Novavax 10 ล้านโดส จากจำนวนทั้งหมดที่ทางโรงพยาบาลธนบุรีเจรจาไว้ 40 ล้านโดส โดย THG จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อและนำเข้าวัคซีนทั้งหมด

 

“ดีลของ BioNTech เคยเจรจรามานานแล้วกับผู้ผลิตที่เยอรมนี แต่ว่าก็ต้องยุติไปราวเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เนื่องจากโรงพยาบาลเอกชนไม่สามารถซื้อและนำเข้าวัคซีนเองได้ และตอนนั้นก็ไม่มีหน่วยงานภาครัฐมาเป็นตัวกลางให้ แต่ตอนนี้เราร่วมกับทางหน่วยงานภาครัฐ ทำให้สามารถไปเจรจาเพื่อสั่งซื้อและนำเข้าได้อีกครั้งในเวลาที่รวดเร็วขึ้น”

 

ทั้งนี้วัคซีนจาก BioNTech ที่เยอรมนีนั้น แม้จะเป็นชนิดใกล้เคียงกันกับ Pfizer ที่รัฐบาลไทยเจรจาไว้เพื่อนำเข้า แต่ตัวนิติบุคคลต่างกัน โดย THG เจรจากับ BioNTech ที่เยอรมนี ส่วนที่รัฐบาลไทยประสานงานอยู่นั้นเป็น Pfizer ที่สหรัฐอเมริกา 

 

นพ.บุญ กล่าวเพิ่มว่า ในส่วนของการนำเข้าวัคซีน Novavax ซึ่งจะสั่งซื้อเข้ามา 20 ล้านโดสนั้น คาดว่าจะยังต้องรอการพิจารณาอนุมัติจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) ก่อน และหลังจากนั้นจะสามารถเซ็นสัญญาสั่งซื้อเข้ามาได้ น่าจะเป็นช่วงต้นปี 2565 โดยที่วัคซีน Novavax เป็นวัคซีนพัฒนาด้วยเทคโนโลยี Subunit หรือหนามแหลมของไวรัส ซึ่งมองว่าเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถช่วยป้องกันไวรัสกลายพันธุ์ได้

 

“สาเหตุที่ดีล BioNTech ชนิด mRNA เข้ามา เพราะเป็นวัคซีนที่สามารถพัฒนาสูตรใหม่ได้เร็ว ใช้เวลาราว 3 เดือน และราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับวัคซีนเชื้อตายซึ่งใช้เวลาพัฒนาราว 6-9 เดือน ตอนนี้การกลายพันธุ์ของไวรัสเป็นเรื่องที่ต้องรับมืออย่างเร่งด่วน ด้วยวิธีการที่รวดเร็วและวัคซีนที่มีประสิทธิภาพพอ”

The post ‘หมอบุญ’ ย้ำเซ็นซื้อวัคซีนทางเลือก ‘2 ยี่ห้อ’ เย็นวันนี้ ส่งมอบเร็วสุดภายในเดือน ก.ค. เผยดีลนานแล้ว แต่เพิ่งหาหน่วยงานภาครัฐเป็นตัวกลางเจรจาได้ ขณะราคาหุ้น THG พุ่ง 12% appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ขอเชื่อมั่นวัคซีน 3 ยี่ห้อที่ไทยเลือกใช้ ชี้ WHO ให้การรับรอง ใช้กันแพร่หลายทั่วโลก https://thestandard.co/prayut-believe-in-3-vaccine-brands-that-thailand-has-chosen/ Thu, 15 Jul 2021 05:43:49 +0000 https://thestandard.co/?p=512888 ประยุทธ์ จันทร์โอชา

วันนี้ (15 กรกฎาคม) อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายก […]

The post นายกฯ ขอเชื่อมั่นวัคซีน 3 ยี่ห้อที่ไทยเลือกใช้ ชี้ WHO ให้การรับรอง ใช้กันแพร่หลายทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประยุทธ์ จันทร์โอชา

วันนี้ (15 กรกฎาคม) อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าวัคซีนที่รัฐบาลเร่งจัดหาให้เป็นวัคซีนหลักและวัคซีนทางเลือกเพื่อให้บริการฉีดวัคซีนให้กับทุกคนที่อยู่ในประเทศทั้ง 3 ยี่ห้อในขณะนี้เป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ โดยที่ AstraZeneca และ Sinovac ซึ่งเป็นวัคซีนหลัก และ Sinopharm ซึ่งเป็นวัคซีนทางเลือกนั้นได้ขึ้นทะเบียนกับองค์การอนามัยโลก (WHO) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และได้รับการยืนยันทางการแพทย์และนักระบาดวิทยาว่ามีประสิทธิภาพสามารถลดอัตราการเสียชีวิตและอัตราการเกิดอาการรุนแรงของผู้ติดเชื้อ ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ได้มีแผนการนำเข้าวัคซีนต่างเทคโนโลยี อาทิ วัคซีน Pfizer และวัคซีน Moderna ซึ่งเป็นเทคโนโลยี mRNA และวัคซีน Johnson & Johnson ซึ่งเป็นเทคโนโลยี Viral Vector Vaccine เช่นเดียวกับ AstraZeneca ขณะที่ Sinovac และ Sinopharm เป็น Inactivated Vaccine เพื่อให้ความมั่นใจว่าทุกคนที่อยู่ประเทศไทยจะได้รับการฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และสามารถลดภาวะเจ็บป่วยรุนแรง

 

ทั้งนี้ WHO ได้ขึ้นทะเบียนวัคซีน AstraZeneca เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์​ 2564, วัคซีน Sinopharm เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2564 ขณะที่วัคซีนทั้ง 3 ยี่ห้อ อย. ได้อนุมัติเพื่อให้สามารถใช้ในภาวะฉุกเฉิน โดย AstraZeneca เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2564, Sinovac เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 และ Sinopharm วันที่ 28 พฤษภาคม 2564 

 

“วัคซีนที่ไทยนำเข้ามาใช้ทั้ง 3 ยี่ห้อมีการใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดย AstraZeneca มีการใช้แล้วใน 118 ประเทศทั่วโลกขณะที่ Sinovac ใช้ใน 37 ประเทศ และ Sinopharm มีการใช้ใน 56 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้องค์กรพันธมิตรเพื่อวัคซีน (The Vaccine Alliance หรือ Gavi) ซึ่งเป็นกลุ่มความร่วมมือระหว่างองค์กรรัฐและเอกชน ซึ่งมีทั้ง WHO และ UNICEF ร่วมเป็นสมาชิก มีแผนการจัดส่งวัคซีนกว่า 110 ล้านโดส จาก Sinopharm จำนวน 60 ล้านโดส และ Sinovac ประมาณ 50 ล้าน ภายในปีนี้ เพื่อสนับสนุน COVAX ในการแจกจ่ายให้กับประเทศยากจนทั่วโลก ซึ่งถือเป็นความร่วมมือกันในระดับนานาชาติเพื่อควบคุมการระบาดของโควิด เพราะทุกประเทศรวมทั้งท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญและเห็นสอดคล้องว่า วัคซีนยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการรับมือกับระบาดไปอีกอย่างน้อยใน 1-2 ปีข้างหน้า” อนุชากล่าว

The post นายกฯ ขอเชื่อมั่นวัคซีน 3 ยี่ห้อที่ไทยเลือกใช้ ชี้ WHO ให้การรับรอง ใช้กันแพร่หลายทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาคมโรงพยาบาลเอกชน เร่งสำรวจความต้องการ ‘วัคซีนทางเลือก’ เพิ่ม เตรียมสั่งล็อตใหม่รองรับโควิดกลายพันธุ์ https://thestandard.co/private-hospital-association-explore-needs-alternative-vaccine/ Wed, 14 Jul 2021 09:45:12 +0000 https://thestandard.co/?p=512579 บางกอก เชน ฮอสปิทอล

นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร […]

The post สมาคมโรงพยาบาลเอกชน เร่งสำรวจความต้องการ ‘วัคซีนทางเลือก’ เพิ่ม เตรียมสั่งล็อตใหม่รองรับโควิดกลายพันธุ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บางกอก เชน ฮอสปิทอล

นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บมจ.บางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH) ผู้บริหารกลุ่มเครือโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ในฐานะนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า สมาคมอยู่ระหว่างประสานงานกับโรงพยาบาลเอกชนทุกแห่ง เพื่อสำรวจความต้องการของประชาชนหรือลูกค้าของแต่ละโรงพยาบาลเองว่ายังมีความต้องการวัคซีนทางเลือก Moderna อีกเท่าไร เพื่อที่สมาคมจะประสานงานกับหน่วยงานทางการเพื่อจองซื้อเพิ่มเติม

 

สำหรับวัคซีนล็อตใหม่ที่จะจองซื้อ จะเป็นวัคซีคสูตรใหม่ที่สามารถรองรับการกลายพันธุ์ของเชื้อโควิดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์อัลฟา เบตา และเดลตา โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการสำรวจราว 10 วัน 

 

นพ.เฉลิม กล่าวด้วยว่า ในส่วนของวัคซีน Moderna ล็อตแรกที่กลุ่มโรงพยาบาลจองซื้อไปก่อนหน้านี้ ทางกลุ่มด้มาทั้งหมด 1 ล้านโดส ซึ่งยอมรับว่าไม่เพียงพอกับจำนวนที่ลูกค้าจองเข้ามา ทำให้กลุ่มโรงพยาบาลต้องปิดรับจองไปเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา 

 

“ล็อตแรกที่เราเปิดให้จอง เงินที่ประชาชนจองเข้ามา เราจะเอาไปจ่ายให้องค์การเภสัชกรรม ซึ่งถือเป็นตัวแทนของรัฐบาลที่จะไปจ่ายต่อให้กับ ซิลลิค ฟาร์มา เจ้าของวัคซีน Moderna จากนั้นวัคซีนจะมีการทยอยส่งมา กว่าจะมาถึงไทยคงเดือนตุลาคม เราจะเริ่มฉีดให้เลย กว่าจะฉีดครบคงเดือนมกราคมปีหน้า แต่เราบอกลูกค้าว่าอาจจะดีเลย์ได้ถึงเดือนมีนาคม”

 

ทั้งนี้ วัคซีนทางเลือก  Moderna ทางองค์การเภสัชกรรมจะขายให้กับโรงพยาบาลเอกชนในราคาเข็มละ 1,100 บาท เมื่อรวมกับค่าบริการต่างๆ แล้ว ราคาวัคซีนต่อเข็มที่โรงพยาบาลเอกชนให้บริการฉีดจะอยู่ที่ 1,650 บาท

 

“เราสำรวจความต้องการของฐานลูกค้ามาแล้วในรอบก่อน พบว่ามีความต้องการเข้ามามากถึง 5 ล้านราย แต่รอบนั้นเราได้มาเพียง 1 ล้านโดส ดังนั้นถ้าเราสั่งล็อตใหม่เข้ามาก็เชื่อว่าลูกค้ายังมีความต้องการสูงอยู่”

 

ส่วนประเด็นเรื่องการตรวจหาเชื้อโควิดนั้น ปัจจุบันกลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ยังเปิดให้บริการรับตรวจหาเชื้ออยู่ รวมทั้งยังรับดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิดเข้าเป็นผู้ป่วยในด้วย ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของสำนักงานหลักประกันแห่งชาติ (สปสช.) 

 

โดยในไตรมาส 1/64 ที่ผ่านมามีจำนวนการตรวจ 1.28 แสนราย และเพิ่มเป็น 5.8 แสนรายในช่วงไตรมาส 2 ขณะที่ไตรมาส 3 นี้คาดว่าการตรวจจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากเป็น 7.5-9 แสนราย เพราะปัจจุบันการติดเชื้อส่วนใหญ่อยู่ในระดับชุมชน เป็นการใกล้ชิด สัมผัส และรับเชื้อจากคนในครอบครัว 

 

สำหรับกรณีที่ภาครัฐเปิดให้ประชาชนสามารถสามารถตรวจหาเชื้อได้เอง (Rapid Test) เชื่อว่าจะทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัย แต่ก็ถือเป็นเรื่องดีเพราะจะทำให้สามารถแยกผู้ติดเชื้ออกมาได้เร็ว ป้องกันการแพร่ระบาดเพิ่มเติม

 

“นโยบายจากนี้เมื่อให้ประชาชนทำ Rapid Test ได้ ตัวเลขการติดเชื้อน่าจะสูงขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี จะได้มีความชัดเจนและแยกผู้ติดเชื้อออกมาได้ ซึ่งเบื้องต้นจะเป็นลักษณะ Home Isoration ให้หมอที่อยู่ในคลินิกใกล้บ้านให้คำปรึกษา แต่ในบางครอบครัวไม่สามารถทำได้ อาจจะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสนาม หรือถ้ามีการประสานงานส่งต่อมาที่เรา เราก็พร้อม เพราะเรายังมีเตียงที่จะรองรับได้อีกมาก”

 

นพ.เฉลิม กล่าวว่า สิ้นไตรมาส 2 ที่ผ่านมา BCH มีโรงพยาบาลที่ให้บริการทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดภายใต้การบริหารรวม 14 แห่ง แบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล รองรับคนไข้เงินสดระดับบนและคนไข้ต่างชาติ 2. กลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รองรับคนไข้เงินสดระดับกลาง-บน 3. กลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รองรับคนไข้เงินสดระดับกลาง และคนไข้โครงการประกันสังคม 4. กลุ่มโรงพยาบาลการุญเวช รองรับคนไข้กลุ่มโครงการประกันสังคม และมี 1 โพลีคลินิก โดยในวันที่ 19 สิงหาคม 2564 BCH จะมีการเปิดให้บริหารโรงพยาบาลแห่งใหม่ คือ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ เวียงจันทน์

 

นอกจากนี้ BCH ยังจับมือกับผู้ประกอบการโรงแรมจำนวน 27 แห่ง มีจำนวนเตียง ราว 9,500 เตียงเพื่อใช้เป็นโรงพยาบาลสนามภาคเอกชน หรือ Hospitel เพื่อใช้รองรับการกักตัวผู้ป่วยติดเชื้อโควิดด้วย

 

สำหรับทิศทางของกลุ่ม BCH ในอนาคต นพ.เฉลิม ระบุว่า จะเน้นการเติบโตใน 2 ลักษณะคือ การเติบโตด้วยตัวเอง โดยปัจจุบันมีที่ดินหลายแปลงในพื้นที่ต่างจังหวัด เช่น ชลบุรี และจังหวัดอื่นๆ ที่สามารถนำมาพัฒนาได้ รวมถึงจะหันมามองหาการซื้อกิจการมากขึ้น โดยยังมุ่งการให้บริการในลักษณะโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในพื้นที่มากกว่า 10 ไร่ เพราะถือเป็นธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการ 

 

“โรงพยาบาลที่เราเปิดมามีกำไรทุกแห่ง แม้แต่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ปราจีนบุรี ที่เพิ่งเปิดเมื่อเดือนมกราคมปีนี้ ผมถือว่าปีนี้เป็นปีมหัศจรรย์ของเรา เราน่าจะทำนิวไฮในทุกๆ ด้าน ทะลุทุกเป้าหมายที่เราตั้งไว้ และดีที่สุดนับจากวันที่เราเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มาตั้งแต่ปี 2547”

 

The post สมาคมโรงพยาบาลเอกชน เร่งสำรวจความต้องการ ‘วัคซีนทางเลือก’ เพิ่ม เตรียมสั่งล็อตใหม่รองรับโควิดกลายพันธุ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘หมอบุญ’ ลั่นถูกฟ้องนับเป็นเรื่องดี รอ อภ. ชี้แจงในศาล เพื่อสาธารณชนได้รับทราบ ส่วนความคืบหน้าวัคซีนทางเลือกอีก 2 ชนิด ขั้นตอนผ่านไปแล้ว 80% https://thestandard.co/doctor-boon-be-sued/ Wed, 14 Jul 2021 08:37:29 +0000 https://thestandard.co/?p=512531 หมอบุญ

เรียกได้ว่าเป็นประเด็นร้อนแรงและได้รับความสนใจอย่างมากใ […]

The post ‘หมอบุญ’ ลั่นถูกฟ้องนับเป็นเรื่องดี รอ อภ. ชี้แจงในศาล เพื่อสาธารณชนได้รับทราบ ส่วนความคืบหน้าวัคซีนทางเลือกอีก 2 ชนิด ขั้นตอนผ่านไปแล้ว 80% appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมอบุญ

เรียกได้ว่าเป็นประเด็นร้อนแรงและได้รับความสนใจอย่างมากในโซเชียลมีเดีย จนกระทั่งมี #saveหมอบุญ ขึ้นในเทรนด์ Twitter ประเทศไทย เหตุเกิดจากองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ออกแถลงการณ์ เรื่องแจ้งความเอาผิด ‘ลอย-หมอบุญ’ หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เป็นเหตุให้องค์การเภสัชกรรมได้รับความเสียหาย กรณีเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จการจัดซื้อวัคซีน Moderna

 

นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป หรือ THG กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า หากเกิดการฟ้องร้องขึ้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะได้นำเอกสารในการสั่งซื้อวัคซีนแต่ละชนิดรวมถึงราคาสั่งซื้อที่ อภ. เป็นผู้ดำเนินการมาชี้แจงต่อศาล และเปิดเผยให้สาธารณชนรับรู้โดยทั่วกันได้

 

“ที่ผ่านมาที่ได้ให้ข้อมูลเรื่องราคาวัคซีน Moderna ก็เป็นราคาที่รับรู้กันทั่วโลกว่าเขาขายเท่าไร และเราก็แจกแจงในส่วนของค่าขนส่ง ค่าภาษีนำเข้าต่างๆ เพื่อให้ประชาชนที่เป็นผู้จ่ายเงินได้รู้ว่ามันมีต้นทุนอะไรบ้าง โดยในส่วนของโรงพยาบาลเอกชนเอง เชื่อว่าไม่มีใครต้องการหากำไรจากวัคซีนทางเลือกทั้งนั้น” 

 

ทั้งนี้ การฟ้องร้องดังกล่าวเป็นการฟ้องร้องตัวบุคคล ไม่เกี่ยวกับองค์กรแต่อย่างใด

 

นพ.บุญ กล่างถึงความคืบหน้า กรณี THG ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการนำเข้าวัคซีนทางเลือกเพิ่ม 2 ชนิด คือ BioNTech ของเยอรมนี ชนิด mRNA ตัวเดียวกับ Pfizer และ Novavax ของสหรัฐฯ ว่า การดำเนินการขั้นตอนต่างๆ ผ่านไปแล้ว 80% เชื่อว่าจะสามารถนำเข้าวัคซีนทางเลือกดังกล่าวได้ตามแผน และกรณีที่มีการฟ้องร้องตัวบุคคล (นพ.บุญ) จะไม่มีผลต่อดีลการนำเข้าวัคซีนทางเลือกแน่นอน

 

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อหน่วยงานภาครัฐที่ประสานความร่วมมือกับ THG 

 

“ส่วนตัวก็อยากนำเข้าให้เร็วที่สุด เพราะเวลานี้ประเทศไทยต้องการวัคซีนมาปูพรมฉีด เพื่อบรรเทาสถานการณ์การติดเชื้อและการเสียชีวิต และต้องเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพในการลดการแพร่ระบาด ในจำนวนที่มากพอด้วย” 

 

นอกจากนี้ Facebook ของ Thonburi Healthcare Group โพสต์ข้อความล่าสุดในวันนี้ว่า บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป ขอเรียนชี้แจงว่า วัคซีนทางเลือก Moderna ที่บริษัทได้รับจัดสรรจากสมาคมโรงพยาบาลเอกชนยังมีผลคงเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง และบริษัทกำลังดำเนินการตามขั้นตอนขององค์การเภสัชกรรม

 

อนึ่ง เมื่อเช้าวันนี้ (14 กรกฎาคม) กองประชาสัมพันธ์ องค์การเภสัชกรรม ออกแถลงการณ์แจ้งความเอาผิด ‘ลอย-หมอบุญ’ หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เป็นเหตุให้องค์การเภสัชกรรมได้รับความเสียหาย กรณีเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จการจัดซื้อวัคซีน Moderna ระบุว่า องค์การเภสัชกรรมได้มอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่กองกฎหมาย องค์การเภสัชกรรม ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลพญาไท เพื่อดำเนินการเอาผิดต่อ ลอย ชุนพงษ์ทอง และ นพ.บุญ วนาสิน ในข้อหา หมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา อันเป็นเหตุให้องค์การเภสัชกรรมได้รับความเสียหาย เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2564

 

การดำเนินการตามกฎหมายครั้งนี้ สืบเนื่องจากลอย และ นพ.บุญ ได้นำข้อมูลซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดซื้อวัคซีน Moderna โดยกล่าวหาองค์การเภสัชกรรม ในฐานะผู้แทนภาครัฐที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ในการประสานงานจัดซื้อจัดหาวัคซีน Moderna ให้แก่สมาคมโรงพยาบาลเอกชนว่า ดำเนินภารกิจนี้โดยมุ่งแสวงหาผลกำไรสูงสุดจากประชาชน ซึ่งเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและเกิดความเสียหายต่อองค์การเภสัชกรรม จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย

 

องค์การเภสัชกรรมขอยืนยันว่าได้ปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายในการเป็นหน่วยงานภาครัฐที่เป็นตัวแทนจัดซื้อจัดหาวัคซีนทางเลือก Moderna เพื่อให้ประชาชนได้มีวัคซีนทางเลือกเพิ่มขึ้น โดยมิได้มุ่งแสวงหาผลกำไร และนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด องค์การเภสัชกรรมได้มุ่งมั่น ทุ่มเท ดำเนินการในทุกภารกิจทั้งด้านยา วัคซีน เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ในการป้องกันต่างๆ เพื่อสนับสนุนระบบสาธารณสุขไทยอย่างเข้มแข็งมาโดยตลอด

The post ‘หมอบุญ’ ลั่นถูกฟ้องนับเป็นเรื่องดี รอ อภ. ชี้แจงในศาล เพื่อสาธารณชนได้รับทราบ ส่วนความคืบหน้าวัคซีนทางเลือกอีก 2 ชนิด ขั้นตอนผ่านไปแล้ว 80% appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘THG’ เตรียมปิดดีลนำเข้าวัคซีนทางเลือก ‘BioNTech ชนิด mRNA และ Novavax’ ในอีก 2 วัน จากนั้นจะเปิดให้แสดงความสนใจ https://thestandard.co/thg-prepare-to-close-deals-for-importing-alternative-vaccines/ Tue, 13 Jul 2021 06:30:25 +0000 https://thestandard.co/?p=512038 เครือโรงพยาบาลธนบุรี

กลุ่มเครือโรงพยาบาลธนบุรี ยังคงเร่งเดินหน้าเจรจานำเข้าว […]

The post ‘THG’ เตรียมปิดดีลนำเข้าวัคซีนทางเลือก ‘BioNTech ชนิด mRNA และ Novavax’ ในอีก 2 วัน จากนั้นจะเปิดให้แสดงความสนใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เครือโรงพยาบาลธนบุรี

กลุ่มเครือโรงพยาบาลธนบุรี ยังคงเร่งเดินหน้าเจรจานำเข้าวัคซีนทางเลือกชนิดอื่นๆ ซึ่งล่าสุด ได้หารือกับหน่วยงานภาครัฐที่จะสามารถเป็นตัวกลางในการนำเข้าวัคซีนทางเลือกเพิ่ม 2 ชนิด คือ BioNTech ของเยอรมนี ชนิด mRNA ตัวเดียวกับ Pfizer และ Novavax ของสหรัฐฯ เพื่อมาให้บริการกับประชาชนและลูกค้าของเครือโรงพยาบาลธนบุรี เบื้องต้นคาดว่าจะนำเข้าในสิ้นเดือนนี้ 

 

โดย นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป หรือ THG กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ล่าสุดได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างโรงพยาบาล หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรที่เกี่ยวข้องไปแล้ว จากนี้จะเป็นขั้นตอนดำเนินการด้านเอกสาร และการประสานงานกับหน่วยงานรัฐของไทยและหน่วยงานรัฐของสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงสถานทูตสหรัฐฯ ในไทยและกระทรวงที่เกี่ยวข้องด้วย 

 

ทั้งนี้คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 วัน จึงจะดำเนินการด้านเอกสารแล้วเสร็จ และสามารถเปิดเผยรายละเอียด เช่นรายชื่อตัวแทนจำหน่ายวัคซีนทั้ง 2 ชนิด และถัดไปก็จะเป็นการเปิดให้ประชาชนและภาคเอกชนแสดงความสนใจเข้ามา

 

โดยโรงพยาบาลคาดว่าจะได้รับวัคซีนทางเลือก 2 ชนิดดังกล่าวจากตัวแทนจำหน่ายจำนวน 20 ล้านโดส ราคานำเข้าวัคซีนต่อโดสที่รวมต้นทุนค่าจัดเก็บ และค่าขนส่งแล้วอยู่ที่ประมาณ 900 บาทต่อโดส แต่ยังต้องมีค่าภาษีอีกส่วนหนึ่ง

 

นพ.บุญกล่าวว่า หากทางหน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจเป็นตัวกลางในการนำเข้าวัคซีนได้ตกลงร่วมกับทางโรงพยาบาลธนบุรี คาดว่าทางตัวแทนจำหน่ายจะสามารถส่งมอบวัคซีนทั้ง 2 ยี่ห้อให้กับทางโรงพยาบาลล็อตแรก 20 ล้านโดสอย่างเร็วที่สุดในช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคม หรือต้นเดือนสิงหาคม 2564 

 

แบ่งเป็นวัคซีนจาก BioNTech 10 ล้านโดส และ Novavax 10 ล้านโดส จากจำนวนทั้งหมดที่ทางโรงพยาบาลธนบุรีเจรจาไว้ 40 ล้านโดส โดยโรงพยาบาลธนบุรีจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อและนำเข้าวัคซีนทั้งหมด

 

ในส่วนของการขึ้นทะเบียนรับรองจาก อย. นั้น คาดว่าทั้ง 2 ชนิดจะได้รับการขึ้นทะเบียนรับรองได้เร็วๆ นี้ เนื่องจาก BioNTech ของเยอรมนี ชนิด mRNA นั้น เป็นชนิดที่ใกล้เคียงกับ Pfizer ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนรับรองไปเมื่อเร็วๆ นี้ ส่วน Novavax แม้ว่าจะยังไม่ผ่าน FDA ในอเมริกา ส่วนตัวคิดว่าน่าจะผ่าน FDA ในเร็วๆ นี้ และ อย. ไทยก็น่าจะขึ้นทะเบียนรับรองให้

 

“ทางโรงพยาบาลเชื่อมั่นว่าการที่มีวัคซีนทางเลือกเข้ามามากขึ้นจะทำให้สามารถช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับประชาชน และทำให้ประเทศไทยสามารถควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดโควิดได้อย่างเร็วที่สุด” นพ.บุญกล่าว

The post ‘THG’ เตรียมปิดดีลนำเข้าวัคซีนทางเลือก ‘BioNTech ชนิด mRNA และ Novavax’ ในอีก 2 วัน จากนั้นจะเปิดให้แสดงความสนใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘สรรพากร’ ย้ำชัด ‘วัคซีนทางเลือก’ ประชาชนไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม https://thestandard.co/rd-reiterate-alternative-vaccine-does-not-pay-vat/ Sun, 11 Jul 2021 11:18:34 +0000 https://thestandard.co/?p=511241 วัคซีนทางเลือก

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ตาม […]

The post ‘สรรพากร’ ย้ำชัด ‘วัคซีนทางเลือก’ ประชาชนไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
วัคซีนทางเลือก

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ตามที่มีกระแสข่าวว่า ประชาชนต้องแบกรับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากที่โรงพยาบาลเอกชนเรียกเก็บนั้น กรณีนี้ถือเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดกับสาธารณชน 

 

โดยตามกฎหมายกำหนดไว้ในมาตรา 81(1)(ญ) แห่งประมวลรัษฎากร การให้บริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้นโรงพยาบาลเอกชนจึงได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม โรงพยาบาลเอกชนจึงไม่สามารถเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากวัคซีนทางเลือกที่ให้บริการแก่ประชาชนได้ 

 

สำหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อมีภาษีซื้อที่เกิดจากต้นทุนการซื้อสามารถนำมาขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ตามปกติ ซึ่งกรมสรรพากรจะรีบดำเนินการคืนให้โดยรวดเร็ว 

 

ส่วนภาษีเงินได้นิติบุคคลของโรงพยาบาลเอกชน หากโรงพยาบาลเอกชนมีกำไรจากการประกอบการ ก็เป็นหน้าที่ปกติของผู้ประกอบการโรงพยาบาลเอกชนที่จะต้องเสียภาษีเงินได้จากกำไรเช่นเดียวกับผู้ประกอบการอื่นๆ

The post ‘สรรพากร’ ย้ำชัด ‘วัคซีนทางเลือก’ ประชาชนไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลเร่งจัดหาวัคซีนโควิดทั้งทางหลัก-ทางเลือก ตามแผนให้ได้ 150 ล้านโดสในกลางปี 2565 https://thestandard.co/gov-procure-mainstream-and-alternative-coronavirus-vaccines-within-mid-of-2022/ Sat, 10 Jul 2021 07:53:06 +0000 https://thestandard.co/?p=510941 วัคซีนโควิด

วันนี้ (10 กรกฎาคม) อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายก […]

The post รัฐบาลเร่งจัดหาวัคซีนโควิดทั้งทางหลัก-ทางเลือก ตามแผนให้ได้ 150 ล้านโดสในกลางปี 2565 appeared first on THE STANDARD.

]]>
วัคซีนโควิด

วันนี้ (10 กรกฎาคม) อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า แนวทางในการจัดหาวัคซีนของประเทศไทยนั้นยังเป็นไปตามกรอบแผนการจัดหาวัคซีนโควิด จำนวน 150 ล้านโดสภายในกลางปี 2565 เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงวัคซีนอย่างทั่วถึง โดยมติ ครม. ที่ผ่านมาได้เร่งรัดให้มีการจัดหาวัคซีนทั้งวัคซีนหลักและวัคซีนทางเลือก โดยเน้นการจัดหาวัคซีนที่มีการใช้เทคโนโลยีที่หลากหลายด้วย เพื่อรองรับสถานการณ์การกลายพันธุ์ของเชื้อโควิดที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้งทั่วโลก

 

อนุชากล่าวว่า จากข้อมูลล่าสุดขณะนี้ ประเทศไทยมีการจัดหาและดำเนินการเจรจาวัคซีนหลักไปแล้วมากกว่า 105.5 ล้านโดส และมีแผนการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิดเพื่อให้สามารถจัดหาวัคซีนที่เป็นวัคซีนหลักให้แก่ประชาชนให้ครบ 150 ล้านโดส ภายในไม่เกินกลางปี 2565 โดยวัคซีนหลักนั้นจะเป็นวัคซีนที่รัฐบาลจัดหาและประชาชนสามารถเข้าถึงได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งวัคซีนหลักในปัจจุบันประกอบไปด้วย AstraZeneca, Sinovac, Pfizer และ Johnson & Johnson 

 

ส่วนวัคซีนทางเลือกนั้นเอกชนเป็นผู้จัดหา โดยองค์การเภสัชกรรมเป็นตัวกลางในการทำสัญญากับผู้ผลิต เนื่องจาก ณ ขณะนี้ ผู้ผลิตมีเจตจำนงชัดเจนว่าในภาวะที่มีการระบาดในปัจจุบัน ผู้ผลิตจะดำเนินการส่งมอบวัคซีนโควิดผ่านหน่วยงานรัฐบาลในแต่ละประเทศเท่านั้น เนื่องจากวัคซีนที่ใช้อยู่เป็นการใช้ในภาวะฉุกเฉิน โดยได้มีการเจรจากับผู้ผลิตเพื่อเตรียมนำวัคซีนเข้ามาอย่างน้อย 10 ล้านโดส ซึ่งวัคซีนทางเลือกในปัจจุบัน ประกอบด้วย Sinopharm และ Moderna ซึ่งเป็นวัคซีนทางเลือกที่ประชาชนต้องเสียค่าใช้จ่ายให้ทางเอกชน ทั้งนี้วัคซีน Sinopharm เป็นวัคซีนทางเลือกที่ได้เริ่มฉีดให้กับประชาชนแล้ว ซึ่งราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ฉีดให้แก่ประชาชนไปแล้วกว่า 2 ล้านโดส

 

“การจัดหาวัคซีนหลักโดยรัฐบาลนั้นรัฐบาลจะเป็นผู้ดำเนินการเพื่อให้บริการฉีดวัคซีนแก่ประชาชนโดยประชาชนไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนวัคซีนทางเลือกนั้นเป็นการเปิดช่องทางเลือกให้แก่ประชาชนเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการและความสมัครใจของตนเอง โดยมีค่าใช้จ่ายตามที่เอกชนกำหนด ตามนโยบายของรัฐบาลในการจัดหาวัคซีนให้มากที่สุดและฉีดให้ประชาชนให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ยอดสะสมการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 9 กรกฎาคม 2564 รวมทั้งสิ้น 12,403,255 โดส แบ่งเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 9,156,006 ราย และผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 3,247,248 ราย นอกจากนี้การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มียอดสะสมเกือบ 4 ล้านโดสแล้ว แบ่งเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 2,196,456 ราย และผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มจำนวน 895,830 ราย” อนุชากล่าว

The post รัฐบาลเร่งจัดหาวัคซีนโควิดทั้งทางหลัก-ทางเลือก ตามแผนให้ได้ 150 ล้านโดสในกลางปี 2565 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เสรีพิศุทธ์ค้านหาวัคซีนเข็ม 3 ให้ ส.ส.-ส.ว. ชี้ประชาชนต้องมาก่อน สิระบอกให้เอาเงินเดือนไปจองทางเลือกฉีดเอง https://thestandard.co/sereepisuth-opposes-the-3rd-dose-vaccine-for-mps-and-senators/ Wed, 07 Jul 2021 05:16:05 +0000 https://thestandard.co/?p=509425 วัคซีนเข็ม 3

วันนี้ (7 กรกฎาคม) พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส สมาชิก […]

The post เสรีพิศุทธ์ค้านหาวัคซีนเข็ม 3 ให้ ส.ส.-ส.ว. ชี้ประชาชนต้องมาก่อน สิระบอกให้เอาเงินเดือนไปจองทางเลือกฉีดเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
วัคซีนเข็ม 3

วันนี้ (7 กรกฎาคม) พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย แถลงข่าวถึงกรณีที่วิป 3 ฝ่ายเสนอแนะให้จัดหาวัคซีนเข็มที่ 3 ให้กับ ส.ส. และ ส.ว. รวมถึงบุคลากรในวงงานรัฐสภา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคระบาดในรัฐสภาว่า ส่วนตัวคัดค้านเรื่องนี้ เพราะหากมองในมิติของผู้บริหาร ประชาชนทั้งประเทศต้องมาก่อน เพราะตอนนี้ประชาชนอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับวัคซีนแม้แต่เข็มเดียว ดังนั้นการที่ ส.ส. และ ส.ว. จะได้รับเข็มที่ 3 ดูเหมือนเป็นการเห็นแก่ตัวจนเกินไป 

 

นอกจากนั้น พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ยังกล่าวว่า ในต่างประเทศผู้นำประเทศจะไม่ยอมฉีดวัคซีนก่อนประชาชนเด็ดขาด แต่สำหรับประเทศไทย ผู้นำนั้นฉีดก่อน ปล่อยให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการได้รับการจัดสรรวัคซีน เช่นจังหวัดบุรีรัมย์เส้นใหญ่ก็ได้ไปก่อน ดังนั้นต้องขอฝาก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เร่งฉีดวัคซีนให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ 

 

ทั้งนี้มองว่าประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำอยู่เสมอ ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องวัคซีน แทนที่จะให้ผู้สูงอายุได้รับวัคซีนก่อน กลับเป็นผู้ที่มีเส้นสายได้วัคซีนก่อน ใครเส้นใหญ่มีเส้นสายได้ฉีดวัคซีนก่อน ดังนั้นจะทำอะไรก็แล้วแต่ต้องนึกถึงประชาชนเป็นสำคัญ

 

ด้าน สิระ เจนจาคะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ แถลงข่าวถึงกรณีที่วิป 3 ฝ่ายมีข้อเสนอแนะในการจัดหาวัคซีนเข็มที่ 3 ให้ ส.ส. ว่า ส่วนตัวเห็นว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีเงินเดือนแสนกว่าบาท หากท่านจะฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ขอให้ท่านนำเงินเดือนของตนเองไปจองสิทธิ์ในการฉีดวัคซีน เนื่องจากวัคซีนทางเลือกขณะนี้ก็มีแล้ว เช่นตนขณะนี้ก็ได้จองวัคซีนเข็มที่ 3 แล้ว ดังนั้นเรื่องนี้จึงจำเป็นจะต้องเสียสละให้กับประชาชนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเข็มแรก งบประมาณเข็มที่ 3 ที่จะนำมาฉีดให้ ส.ส. ควรนำมาฉีดให้ประชาชนก่อน 

 

ดังนั้นส่วนตัวเห็นว่าวัคซีนเข็มที่ 3 ที่จะฉีดให้สมาชิกรัฐสภาเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม จึงขอความร่วมมือให้ประชาชนร่วมกันสะท้อนไปยังรัฐบาล ให้ร่วมกันหาวิธีบริหารจัดการเรื่องวัคซีนทางเลือกให้มีวิธีบริหารจัดการให้เร็วที่สุด ให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิ์และเข้าถึงวัคซีน เพื่อให้ประชาชนพิจารณาว่าวัคซีนชนิดไหนเหมาะสมกับตน 

 

สำหรับกระแสที่ต้องการให้ฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ให้กับบุคลากรทางการแพทย์นั้น ตนเห็นด้วย เพราะเป็นบุคคลากรด่านหน้าที่เสี่ยงมากที่สุด อีกทั้งมีข่าวว่าไม่ได้รับเบี้ยเลี้ยง ค่าล่วงเวลา ซึ่งเรื่องนี้ตนจะติดตามให้ถึงที่สุด และต้องเรียกร้องให้มีการเร่งจ่ายให้เร็วที่สุด 

 

นอกจากนี้สิระยังกล่าวถึงกรณีที่ ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งต่อผู้ใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐ ถึงกรณีที่ตนกล่าวพาดพิง อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ถึงกรณีการบริหารจัดการวัคซีนที่ล่าช้า ว่าหากท่านศุภชัยข้องใจกับตนเป็นการส่วนตัว ท่านมาคุยกับผม ไม่ควรไปคุยผู้ใหญ่เลย มาคุยกับผมว่าท่านข้องใจอะไรกับผม เราก็โตๆ กันแล้ว อย่าคุยกับผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่มีเรื่องบริหารประเทศและบริหารพรรคเยอะไปหมด อยากรู้เรื่องของผมให้มาคุยกับผม

 

พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ

The post เสรีพิศุทธ์ค้านหาวัคซีนเข็ม 3 ให้ ส.ส.-ส.ว. ชี้ประชาชนต้องมาก่อน สิระบอกให้เอาเงินเดือนไปจองทางเลือกฉีดเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินแจงปมวัคซีนทางเลือกล่าช้า รอผู้ผลิตคุยกับเอกชน ย้ำ อภ. เป็นแค่ผู้อำนวยความสะดวกเท่านั้น https://thestandard.co/anutin-explain-the-case-of-delayed-alternative-vaccines/ Mon, 05 Jul 2021 02:58:30 +0000 https://thestandard.co/?p=508299 วัคซีนทางเลือก

วานนี้ (4 กรกฎาคม) ที่โรงพยาบาลบุษราคัม อิมแพ็ค อารีน่า […]

The post อนุทินแจงปมวัคซีนทางเลือกล่าช้า รอผู้ผลิตคุยกับเอกชน ย้ำ อภ. เป็นแค่ผู้อำนวยความสะดวกเท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
วัคซีนทางเลือก

วานนี้ (4 กรกฎาคม) ที่โรงพยาบาลบุษราคัม อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีความล่าช้าในการจัดหาวัคซีนทางเลือก ระบุว่า 

 

ข้อเท็จจริงคือผู้ผลิตวัคซีนยังขายวัคซีนให้รัฐบาลเท่านั้น แต่เมื่อภาคเอกชนต้องการเข้ามาจัดหาเอง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี จึงได้ตั้งคณะกรรมการวัคซีนทางเลือกขึ้นมาหาช่องทางให้ โดยมีกระทรวงสาธารณสุขคอยสนับสนุน 

 

อนุทิรระบุว่า สิ่งที่ได้ทำไปแล้วคือการขึ้นทะเบียนวัคซีนทางเลือก และการอำนวยความสะดวกในการจัดหา มีองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ กรณีที่ผู้ผลิตและเอกชนตกลงกันแล้วเรื่องวัคซีนทางเลือก เป็นเรื่องของเอกชนกับผู้ผลิต ส่วน อภ. เป็นเพียงสะพานเชื่อม ดังนั้น ผู้จะซื้อต้องตกลงกับผู้จะขายให้ได้แล้วนำเงินที่ได้รับจองวัคซีนมาให้ อภ. เปิดออร์เดอร์สั่งซื้อวัคซีน L/C แต่ไม่ใช่การซื้อมาขายต่อ หน้าที่ของเราคือการอำนวยความสะดวกให้

 

“มาตอนนี้ไม่ทราบว่าผู้ซื้อและผู้ขาย ฝ่ายเอกชน ฝ่ายผู้ผลิต ตกลงกันอย่างไร แต่ภาครัฐพร้อมอำนวยความสะดวกให้ ตามเงื่อนไขของ อภ. ตนไม่สามารถไปสั่งได้ เพราะ อภ. เป็นรัฐวิสาหกิจ ไม่ใช่กรมเภสัชกรรม รับนโยบายได้ แต่ต้องถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง”

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post อนุทินแจงปมวัคซีนทางเลือกล่าช้า รอผู้ผลิตคุยกับเอกชน ย้ำ อภ. เป็นแค่ผู้อำนวยความสะดวกเท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: คุยสด หมอบุญ รพ.ธนบุรี เปิดปมทวงสัญญา Moderna-Pfizer | THE STANDARD NOW https://thestandard.co/thestandardnow020764/ Fri, 02 Jul 2021 14:00:13 +0000 https://thestandard.co/?p=510776 สัญญา Moderna-Pfizer

คุยสด หมอบุญ รพ.ธนบุรี เปิดปมทวงสัญญา Moderna-Pfizer “ […]

The post ชมคลิป: คุยสด หมอบุญ รพ.ธนบุรี เปิดปมทวงสัญญา Moderna-Pfizer | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
สัญญา Moderna-Pfizer

คุยสด หมอบุญ รพ.ธนบุรี เปิดปมทวงสัญญา Moderna-Pfizer “

 

โทรไปทั้งทูตสหรัฐฯ, Pfizer, Moderna ว่าคุณเห็นประเทศไทยเป็นอย่างไร เราเป็นเพื่อนที่ดีกับคุณมาตลอด ในขณะเดียวกัน ทำไมคุณให้เราน้อยและช้ากว่าประเทศอื่นค่อนข้างเยอะ เขาตอบว่าทางเราไม่เซ็นสัญญา ถ้าเซ็นแล้วเขานับ 1 นี่คือจุดสำคัญ”

 

ข้อความอันร้อนแรงของ นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป หลังออกมาเปิดปมทวงสัญญาวัคซีนทางเลือก Moderna และ Pfizer ผ่านรายการข่าว ‘เรื่องเล่าเช้านี้’ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 2 กรกฎาคม และจุดประเด็นการจัดหาวัคซีนทางเลือก mRNA ที่อยู่ในกระแสอยู่แล้วให้คุโชนขึ้นอีกครั้ง โดยปรากฏการตอบโต้จากทั้งบุคคลระดับรัฐมนตรีและหน่วยงานรัฐที่รับหน้าที่ดูแลเรื่องวัคซีนโดยตรง ว่าไม่ได้เป็นตามที่นายแพทย์บุญ ผู้กว้างขวางในวงการการแพทย์ กล่าวอ้าง

 

พบกับสัมภาษณ์สด นพ.บุญ วนาสิน ในรายการ THE STANDARD NOW กับ อ๊อฟ-ชัยนนท์ หาญคีรีรัตน์ วันที่ 2 กรกฎาคม เวลา 20.00 น. ชมสดทาง Facebook Live และ YouTube Live ของ THE STANDARD ห้ามพลาด

The post ชมคลิป: คุยสด หมอบุญ รพ.ธนบุรี เปิดปมทวงสัญญา Moderna-Pfizer | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ จี้รัฐบาล ควรพยายามจัดหาวัคซีนให้เพียงพอ เปิดทางวัคซีนทางเลือก บริหารจัดการอย่างเป็นระบบ https://thestandard.co/rcpt-urged-gov-to-provide-enough-vaccines-and-open-alternative-vaccines/ Tue, 29 Jun 2021 03:27:41 +0000 https://thestandard.co/?p=506146 ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์

วันนี้ (29 มิถุนายน) ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย […]

The post ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ จี้รัฐบาล ควรพยายามจัดหาวัคซีนให้เพียงพอ เปิดทางวัคซีนทางเลือก บริหารจัดการอย่างเป็นระบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์

วันนี้ (29 มิถุนายน) ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ออกประกาศเรื่อง วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ฉบับที่ 2 โดยมีใจความว่า ตามที่ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยได้แถลงจุดยืน (Position Statement) เรื่องวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ฉบับที่ 1 ไปแล้วเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2564 เพื่อสนับสนุนให้ทุกท่านรับวัคซีนโควิดโดยเร็วที่สุดนั้น 

 

จากสถานการณ์การระบาดที่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น การเกิดการระบาดของเชื้อกลายพันธุ์เข้ามาในประเทศ รวมทั้งข้อมูลเรื่องประสิทธิภาพและประสิทธิผลของวัคซีนโควิดชนิดต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น กรรมการบริหารราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย จึงมีมติแถลงจุดยืน (Position Statement) เรื่องวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ฉบับที่ 2 ดังนี้

 

1. รัฐบาลควรใช้ความพยายามอย่างสูงสุดในการจัดหาวัคซีนโควิดให้มีใช้อย่างเพียงพอทั้งปริมาณและคุณภาพ เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่โดยเร็ว และควรให้ความสำคัญกับความเสี่ยงของการเกิดการระบาดของเชื้อกลายพันธุ์ซึ่งมีอัตราการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และทำให้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของวัคซีนลดลง โดยเร่งจัดหาวัคซีนโควิดที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อเชื้อกลายพันธุ์มาใช้ เพื่อให้ครอบคลุมทั้งผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน และเพื่อฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กับผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วแต่อาจยังไม่ครอบคลุมเชื้อกลายพันธุ์ โดยมุ่งเน้นกลุ่มที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเป็นอันดับแรก

 

2. รัฐบาลควรใช้ความพยายามอย่างสูงสุดและเร็วที่สุด ในการนำเข้าวัคซีนทางเลือกทุกชนิดที่ได้รับการอนุมัติโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยปรับกฎระเบียบและระบบราชการที่ทำให้เกิดความล่าช้า รวมถึงสนับสนุนการวิจัยวัคซีนและผลิตวัคซีนภายในประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้รับโอกาสและทางเลือกในการเข้าถึงวัคซีนโควิดเพิ่มขึ้น

 

3. รัฐบาลควรบริหารจัดการกระจายวัคซีนโควิดให้ดีขึ้นอย่างเป็นระบบ มีความชัดเจนและโปร่งใส ให้ความสำคัญกับหลักการทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยไม่อยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมืองหรือผลประโยชน์ใดๆ รวมทั้งต้องสื่อสารทำความเข้าใจเรื่องวัคซีนโควิด โดยเฉพาะเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นหลังการได้รับวัคซีนโควิดอย่างเปิดเผยและรวดเร็ว

 

4. ประชาชนควรเข้ารับวัคซีนโดยเร็วที่สุด ทั้งที่รัฐบาลจัดหามาให้และวัคซีนทางเลือก โดยยังต้องให้ความสำคัญของมาตรการการป้องกันโรค ได้แก่ งดเว้นกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่ม การเว้นระยะห่าง ล้างมือ ใส่หน้ากากอนามัย อย่างเคร่งครัดถึงแม้ได้รับวัคซีนโควิดครบแล้ว เพราะวัคซีนทุกชนิดป้องกันการเกิดโควิดได้ระดับหนึ่งเท่านั้น แต่ป้องกันอาการเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้ดี

 

5. สมาชิกราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ทุกคนควรเข้ารับวัคซีนเมื่อมีโอกาสได้รับการฉีดเร็วที่สุด เพื่อลดการเจ็บป่วย ลดการกักตัว ลดการนำเชื้อไปสู่ผู้ป่วยและผู้ร่วมงาน ลดการระบาดภายในสถานพยาบาล รวมทั้งเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับแพทย์สาขาอื่นๆ บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนในการยอมรับวัคซีนโควิด

 

พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ

The post ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ จี้รัฐบาล ควรพยายามจัดหาวัคซีนให้เพียงพอ เปิดทางวัคซีนทางเลือก บริหารจัดการอย่างเป็นระบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก Sputnik Light วัคซีนทางเลือกของรัสเซียสำหรับชาวต่างชาติ https://thestandard.co/sputnik-light/ Fri, 25 Jun 2021 09:33:29 +0000 https://thestandard.co/?p=504846 Sputnik Light

เป็นที่ทราบกันดีว่า วัคซีน Sputnik Light เป็นวัคซีนล่าส […]

The post รู้จัก Sputnik Light วัคซีนทางเลือกของรัสเซียสำหรับชาวต่างชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sputnik Light

เป็นที่ทราบกันดีว่า วัคซีน Sputnik Light เป็นวัคซีนล่าสุดลำดับที่ 4 ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการในรัสเซียเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ต้อนรับวันเฉลิมฉลองแห่งชัยชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้นในวันที่ 9 พฤษภาคมของทุกปี แต่ขณะนั้นทางการรัสเซียเองก็ยังไม่ได้แจกแจงอย่างละเอียดว่าวัคซีนชนิดฉีดเพียงโดสเดียวนี้จะนำมาใช้กับคนกลุ่มใด ที่ไหน อย่างไร เพียงแต่ระบุไว้ว่าผลิตออกมาสำหรับตลาดต่างประเทศ

 

ในขณะเดียวกันคนไทยจำนวนหนึ่งก็มีความสนใจที่จะเดินทางไปรับวัคซีนทางเลือกในต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงจุดหมายปลายทางอย่างรัสเซียเองก็มีหลายคนให้ความสนใจไม่น้อย เดิมทีนั้นการเดินทางไปมาระหว่างไทยกับรัสเซียง่ายกว่าการเดินทางไปสหรัฐอเมริกา เพราะระหว่างไทย-รัสเซียเคยมีข้อตกลงร่วมกันที่จะงดเว้นการตรวจลงตราหรือไม่ต้องขอวีซ่า แต่นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020 เป็นต้นมา รัฐบาลรัสเซียได้ออก ‘กฤษฎีกาหมายเลข 635-r ว่าด้วยการประกันความมั่นคงของรัฐในการปกป้องการสาธารณสุขและการแพร่กระจายของการติดเชื้อไวรัสโคโรนาชนิดใหม่’ อันเป็นเครื่องมือในการจำกัดการเดินทางของชาวต่างชาติเข้ารัสเซีย โดยรัสเซียได้กำหนดลำดับความสำคัญสำหรับเกณฑ์การออกวีซ่าให้แก่ชาวต่างชาติจากประเทศกลุ่มต่างๆ และประเภทวีซ่าต่างๆ เช่น กรณีคนสัญชาติไทยจะออกวีซ่าให้ได้เฉพาะเป็นคู่สมรสหรือเป็นผู้ทำงานอยู่ในรัสเซีย (หากสนใจสามารถไปศึกษารายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ เพิ่มเติม)

 

โดยภาพรวม กฤษฎีกาดังกล่าวเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับการเดินทางเข้ารัสเซียในหมู่ชาวต่างชาติ ถึงแม้รัสเซียจะประกาศนโยบาย Mass Vaccination แบบเสียค่าใช้จ่ายให้กับพลเมืองรัสเซีย รวมไปถึงชาวต่างชาติที่มีประกันสังคม (ที่ผูกกับ Work Permit) แต่ชาวต่างชาติทั่วๆ ไปก็ยัง ‘ไม่สามารถ’ เดินทางเข้ารัสเซียเพื่อไปเข้ารับวัคซีนอย่างที่กระทำกันอย่างเสรีในสหรัฐฯ ขณะนี้

 

ถึงวันนี้ทุกอย่างเริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ได้แถลงต่อที่ประชุม ณ Saint Petersburg International Economic Forum เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาว่า รัสเซียเตรียมพร้อมสำหรับการจัดการฉีด ‘วัคซีนทางเลือก’ (หรือบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แบบเสียเงิน) และได้มอบหมายนโยบายให้คณะรัฐบาลไปเตรียมความพร้อมสำหรับนโยบายดังกล่าว

 

ล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรัสเซีย มิคาอิล มูราชโก (Mikhail Murashko) ประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยกำหนดเกณฑ์อย่างชัดเจนเกี่ยวกับวัคซีนรัสเซียทั้ง 4 ชนิดที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการว่า สำหรับชาวต่างชาติจะได้รับ Sputnik Light ส่วนวัคซีนหลักอย่าง Sputnik V จะสงวนไว้ใช้เป็นการภายในก่อน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายท้องถิ่นของกรุงมอสโกที่ประกาศความพร้อมในการจัดตั้งจุดฉีดวัคซีนสำหรับชาวต่างชาติและแรงงานอพยพด้วย Sputnik Light ตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป

 

ในขณะเดียวกันอาจเป็นเพราะวัคซีนหลักอย่าง Sputnik V เริ่มขาดแคลนในหลาย ๆ ภูมิภาคของประเทศในภาวะที่อัตราการติดเชื้อต่อวันเริ่มกลับมาพุ่งสูงด้วยเช่นกันตามคำกล่าวของนายดมิทรี เปสคอฟ (Dmitry Peskov) โฆษกสำนักประธานาธิบดี Sputnik Light ที่ต้นทุนทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการผลิตน้อยกว่าจึงเป็นอีกทางเลือกที่ปฏิเสธไม่ได้

 

ทางฝ่ายภาคการท่องเที่ยวรัสเซียเองก็ประกาศว่า มีความพร้อมในการจัดทัวร์วัคซีนแล้ว จากการประเมินของ อเล็กซานเดอร์ ปาเลียคอฟ (Alexander Polyakov) ผู้อำนวยการด้านการปฏิบัติการของอินทัวริสต์ (Intourist) บริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ของรัฐบาลนับตั้งแต่ยุคสหภาพโซเวียตระบุว่า ค่าใช้จ่ายต่อคนสำหรับการจัดแพ็กเกจทัวร์วัคซีนเริ่มต้นที่ 650 ยูโร ขึ้นอยู่กับรายละเอียดโปรแกรมการให้บริการ (แน่นอนว่าเป็นตัวเลขรายได้ที่มีศักยภาพสำหรับรัฐบาลรัสเซียเองด้วย) เพียงแต่รอแนวทางเชิงเทคนิคที่ชัดเจนจากภาครัฐว่านักท่องเที่ยวเหล่านี้จะต้องขอวีซ่าประเภทไหน อย่างไร อาจจะเป็นการออกวีซ่าเฉพาะสำหรับการฉีดวัคซีน หรือเป็นวีซ่าทางการรักษาพยาบาล หรือเป็นวีซ่าท่องเที่ยวแบบปกติ ซึ่งคงต้องติดตามการอัปเดตจากทางฝั่งกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียต่อไป

 

ทั้งหมดนี้หมายความว่า อีกไม่นานเกินรอเราคงจะได้เห็นการจัดแคมเปญบินเข้ารัสเซียเพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 หน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาลรัสเซียคงจะมีการออกนโยบายกำหนดระเบียบการต่างๆ เพื่อให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามารับวัคซีนได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม เพียงแต่ว่าวัคซีนที่ได้จะเป็น Sputnik Light แบบฉีดโดสเดียว ซึ่งอาจไม่ใช่ Sputnik V อย่างที่หลายคนคาดหวังไว้

 

หลายคนที่เพิ่งเคยติดตามอาจจะสงสัยว่า Sputnik Light คืออะไร ต่างจาก Sputnik V อย่างไร?

 

สำหรับวัคซีน Sputnik Light เป็นวัคซีนป้องกันโควิด-19 แบบใช้เพียงโดสเดียว ผลิตโดยใช้เทคโนโลยี Adenovirus เช่นเดียวกับ Sputnik V และตัวเชื้อประกอบก็ผลิตอยู่บนฐานเดียวกับตัวเวกเตอร์ rAd26 ในวัคซีนโดสแรกของ Sputnik V โดยผลการทดลองจากการระดมฉีดอาสาสมัครในรัสเซียตั้งแต่เดือนธันวาคม 2020 ถึงเดือนเมษายน 2021 ชี้ว่าประสิทธิภาพอยู่ที่ 79.4% ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงกว่าวัคซีนชนิดอื่นๆ ที่ต้องฉีดสองโดส ที่น่าสนใจที่สุดคือมีการประกาศพัฒนาวัคซีนชนิดนี้ให้เป็นลักษณะวัคซีนแบบพ่นจมูก (Nasal Use) โดยจะมีการทดลองช่วงปลายปี 2021 ถึงต้นปี 2022 และน่าจะขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการได้ภายในปี 2022

 

จากงานวิจัยในเฟสหนึ่งและเฟสสองมีผลลัพธ์ชี้ชัดดังนี้

 

1. การสร้างภูมิคุ้มกันด้วย Sputnik Light ทำให้ร่างกายสามารถผลิตแอนติบอดี lgG ที่จำเพาะต่อแอนติเจน (Production of Antigen-Specific lgC Antibodies) ใน 96.9% ของผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วในวันที่ 28 นับจากวันฉีดวัคซีน

 

2. แอนติบอดีต้านไวรัสจะผลิตขึ้นในวันที่ 28 หลังจากการสร้างภูมิคุ้มกันแล้วใน 91.67% ของผู้ที่ได้รับวัคซีน

 

3. การตอบสนองของภูมิคุ้มกันระดับเซลล์ต่อ SARS-CoV-2 ของ S-Protein เกิดขึ้นใน 100% ของการฉีดวัคซีนในวันที่ 10

 

4. การสร้างภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีน Sputnik Light ของผู้ที่มีภูมิคุ้มกันโรค SARS-CoV-2 ก่อนแล้ว ช่วยเพิ่มระดับของแอนติบอดี IgG ที่จำเพาะต่อแอนติเจนได้มากกว่า 40 ครั้ง ใน 100% ของผู้ที่ฉีดวัคซีนในวันที่ 10

 

5. อาการไม่พึงประสงค์ที่ร้ายแรงจากการสร้างภูมิคุ้มกันไม่ปรากฏขึ้นแต่อย่างใด

 

Sputnik Light อาจจะกลายมาเป็นวัคซีนหลักเคียงคู่กับ Sputnik V เนื่องจากต้นทุน ทั้งค่าใช้จ่ายในการผลิต เวลา และค่าใช้จ่ายทางบุคลากรทางการแพทย์ผู้ให้บริการฉีดวัคซีนจะลดลง เนื่องจากใช้การฉีดเพียงหนึ่งโดสเท่านั้น สังเกตได้จากการขยายเกณฑ์การใช้ Sputnik Light กับกลุ่มคนต่างๆ เช่น กลุ่มที่ถึงกำหนดเวลาที่ต้องรับวัคซีนซ้ำ (Revaccination) กลุ่มนักเรียน นักศึกษา กลุ่มชาวต่างชาติและแรงงานข้ามชาติ โดยวัคซีน Sputnik Light ได้รับการจดทะเบียน (แบบฉุกเฉิน) แล้วในหลายประเทศ เช่น เบลารุส มองโกเลีย อาร์เจนตินา ปาเลสไตน์ นิการากัว อังโกลา และคองโก

 

จากนโยบายการส่งเสริมการฉีดวัคซีนให้ชาวต่างชาติด้วย Sputnik Light โจทย์สำคัญคือ รัฐบาลรัสเซียต้องทำทุกวิถีทางผลักดันให้ Sputnik Light ได้รับการจดทะเบียนในองค์การอนามัยโลก (WHO) รวมไปถึงผลงานวิจัยจะต้องได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ระดับโลกที่ได้รับการยอมรับกันอย่างกว้างขวาง (อาทิ Lancet ในกรณีของ Sputnik V) จึงจะทำให้นโยบายดังกล่าวของรัสเซียสัมฤทธิ์ผล

 

ตัวอย่างที่ดีคือ Sputnik V ที่ถึงแม้รัฐบาลรัสเซียจะประกาศรับรองตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2020 แต่กว่าทั่วโลกจะเริ่มยอมรับก็ตั้งแต่หลังกุมภาพันธ์ 2021 เป็นต้นมา หลังจากที่ผลงานวิจัย Sputnik V ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ Lancet ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกและตามมาด้วยการทยอยการรับรองวัคซีน Sputnik V ในกว่า 65 ประเทศ แต่จนแล้วจนรอด ปัจจุบัน WHO ก็ยังไม่รับรอง (จุดนี้เองอาจจะตีความได้ว่าบทบาทของรัสเซียใน WHO ยังมีไม่มากพอเมื่อเทียบกับชาติตะวันตกหรือจีน ดูได้จาก Sinovac ที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่า โดยเปรียบเทียบกับวัคซีนหลายชนิดและยังไม่มีผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ระดับโลกกลับได้รับการรับรองโดย WHO แล้ว)

 

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในหมู่ชาวต่างชาติที่สนใจและกำลังจะตัดสินใจเดินทางเข้ารัสเซียเพื่อรับวัคซีนโควิด-19 ซึ่งร้อยทั้งร้อยก็คงหวังที่จะได้ฉีด Sputnik V ที่หลายฝ่ายให้ความน่าเชื่อถือ ถึงแม้ว่า Sputnik Light จะผลิตด้วยเทคโนโลยีแบบเดียวกัน มีที่มาจากสถาบันกามาเลยาเหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงคือวัคซีนอีกตัวที่แยกต่างหาก ที่ไม่ว่าอย่างไรก็ยังต้องได้รับการพิสูจน์ ไม่ว่าจะจาก WHO หรือในวารสารทางการแพทย์ที่เป็นที่ยอมรับ จึงจะสามารถดึงดูดให้ชาวต่างชาติตัดสินใจบินมารัสเซียเพื่อรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 พร้อมๆ กับการท่องเที่ยวในรัสเซีย

 

ในทางกลับกัน ถ้าหากผลการทดลอง Sputnik Light ภายในประเทศดีขนาดไหน แต่ถ้ายังไม่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติในเร็ววัน นโยบายดังกล่าวของรัสเซียอาจไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่คาดหวังไว้ เพราะเชื่อได้เลยว่าชาวต่างชาติที่ต้องการบินมาฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่รัสเซียต่างคาดหวังเป็น Sputnik V ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งนั้น ดังนั้น Sputnik Light จึงต้องได้รับการพิสูจน์ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้างตามแบบ Sputnik V นโยบายนี้จึงจะสำเร็จได้

 

ภาพ: Vovidzha / Shutterstock

พิสูจน์อักษร: นัฐฐา สอนกลิ่น

อ้างอิง:

The post รู้จัก Sputnik Light วัคซีนทางเลือกของรัสเซียสำหรับชาวต่างชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วัคซีนเข็มสาม – คำถามเรื่อง Moderna – เตียงผู้ป่วยเต็ม: วิกฤตซ้อนวิกฤตในวันที่โควิด-19 ระบาดหนัก https://thestandard.co/3rd-vaccines-moderna-questions-full-patient-beds-crisis-in-crisis/ Wed, 23 Jun 2021 13:48:10 +0000 https://thestandard.co/?p=504000 วัคซีนเข็มที่ 3

ภายหลังจากมีรายงานการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 มากที่สุดเ […]

The post วัคซีนเข็มสาม – คำถามเรื่อง Moderna – เตียงผู้ป่วยเต็ม: วิกฤตซ้อนวิกฤตในวันที่โควิด-19 ระบาดหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
วัคซีนเข็มที่ 3

ภายหลังจากมีรายงานการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในประเทศไทยที่ 51 ราย มีผู้ป่วยผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,174 ราย แยกเป็นทั่วไป 3,138 ราย และจากเรือนจำหรือที่ต้องขัง 36 ราย หากนับรวมตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนจะพบว่ามีผู้ป่วยสะสม 199,676 ราย รวมถึงข่าวการกลับมาติดเชื้อไวรัสอีกครั้งของบุคลากรทางการแพทย์หลังฉีดวัคซีน Sinovac จนครบสองเข็มไปแล้ว

 

ท่ามกลางวิกฤตรุมเร้า หลายคำถามผุดขึ้นมาในสังคมทั้งประสิทธิภาพของวัคซีนที่มี ตลอดจนทิศทางการจัดการดูแลผู้ป่วยของประเทศที่ดูจะเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตและยังไร้ทางออก 

 

  • วัคซีน Moderna และ สรยุทธ สุทัศนะจินดา

หนึ่งในคนที่ตั้งคำถามต่อวัคซีนอย่างตรงไปตรงมามากที่สุดจนกลายเป็นกระแสไปทั่วเมืองคือกรณีที่ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศข่าวที่ตั้งคำถามถึงการนำเข้าวัคซีนทางเลือก หรือวัคซีนที่ประชาชนจ่ายเงินเอง โดยก่อนหน้านี้ประเทศไทยนำเข้าวัคซีนหลักสองยี่ห้อคือ Sinovac กับ AstraZeneca ซึ่งปรากฏว่ามีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนทั้งประเทศ มิหนำซ้ำประสิทธิภาพของวัคซีน  Sinovac ก็ยังเป็นที่กังขาอย่างมากเนื่องจากมีผลข้างเคียงรุนแรง เช่น ทำให้แขนขาอ่อนเพลียหรือหมดสติ และอาจสร้างภูมิคุ้มกันไม่ได้ ดังที่ปรากฏเหตุการณ์ในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์จำนวนมากที่กลับมาติดไวรัสอีกหนหลังฉีดจนครบสองเข็มไปแล้ว ทำให้ประชาชนหลายคนเรียกร้องวัคซีนทางเลือกที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก เช่น Moderna, Pfizer ที่ต้องรอให้โรงพยาบาลเอกชนนำเข้ามาจัดจำหน่าย

 

อย่างไรก็ดี โรงพยาบาลเอกชนไม่สามารถนำเข้าวัคซีนทางเลือกเองได้เนื่องจากตัววัคซีนถูกผลิตขึ้นมาในภาวะเร่งด่วนของสากลโลก และแม้จะได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลกแล้วแต่ก็มีโอกาสจะเกิดผลข้างเคียงต่างๆ ทำให้ผู้ผลิตจำเป็นต้องติดต่อกับรัฐของแต่ละประเทศให้เป็นผู้นำเข้าไปจัดจำหน่ายและรับผิดชอบต่อประชาชนด้วยตัวของรัฐเอง ดังนั้นกรณีของประเทศไทย วัคซีนต่างๆ ทั้งวัคซีนหลักและวัคซีนทางเลือกจึงต้องผ่านองค์การเภสัชกรรม (อภ.) และขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งจนถึงปัจจุบันมีวัคซีน 5 ยี่ห้อที่ทาง อย. อนุมัติแล้วได้แก่ Sinovac, AstraZeneca, Moderna, Sinopharm และ Johnson & Johnson

 

Moderna กลายเป็นวัคซีนที่หลายคนจับจ้องอย่างมากเนื่องจากมีการวัดผลแล้วพบว่ามีประสิทธิภาพว่าป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้ถึง 94% และลดความรุนแรงของโรคได้ 100% หมายความว่าหากฉีด Moderna แล้ว นอกจากโอกาสแพร่เชื้อหรือรับเชื้อจะน้อยลงมากๆ ก็ยังทำให้ร่างกายเรียนรู้จะรับมือกับเชื้อโรค ไม่ป่วยจนเสียชีวิต ทำให้ Moderna กลายเป็นวัคซีนที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายๆ ประเทศ และโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งก็ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปลงทะเบียนเพื่อแสดงเจตจำนงในการฉีดวัคซีนทางเลือกยี่ห้อ Moderna นี้

 

และทั้งที่เป็นวัคซีนที่ผ่านการอนุมัติจาก อย. แล้ว แต่กลับพบว่ามีความล่าช้าในการจัดส่ง ทำให้ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศข่าวตั้งคำถามว่า “สถานการณ์บ้านเมืองมาถึงขนาดนี้ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าวัคซีนทางเลือก ‘Moderna’ สมาคมโรงพยาบาลเอกชนสั่งจองไปที่ ‘องค์การเภสัชกรรม’ นานแล้ว 10 ล้านโดส ได้รับคำบอกเล่าจากโรงพยาบาลเอกชนแค่ว่า คาดการณ์จะเข้ามาตุลาคมนี้ ‘องค์การเภสัชกรรม’ เป็นองค์กรเดียวที่สั่งซื้อได้เพราะเขาขายให้รัฐ หรือตัวแทนรัฐเท่านั้น กฎหมายก็เปิดทางแล้ว พร้อมราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ อย. ก็รับรอง Moderna ไปนานแล้ว หลายคนไม่เข้าใจว่า ‘องค์การเภสัชกรรม’ ทำอะไรอยู่ กราบเลยครับ”

 

การออกมาตั้งคำถามของสรยุทธ ได้จุดประเด็นความจริงใจของภาครัฐในการจัดหาวัคซีนมาให้ประชาชนอย่างมาก เพราะจนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลานานหลายเดือนแล้วที่ประเทศไทยเข้าสู่ภาวะการระบาดจากระลอกที่สาม แต่กลับยังไม่มีการเยียวยาหรือดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง ดังนั้น ทางออกหนึ่งอย่างการจัดหาซื้อวัคซีนทางเลือกด้วยตัวเองโดยไม่ต้องรอรัฐบาลจัดหาให้จึงเป็นอีกทางที่หลายคนเฝ้ารอคอย แต่กลับยังมาไม่ถึงสักที ทำให้หลายคนตั้งคำถามต่อประสิทธิภาพการทำงานและความจริงใจของรัฐบาลชุดนี้

 

  • Sinovac 3 เข็ม (?) และกระแส #หยุดซื้อซิโนแวค

ขณะที่ นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัวที่มีใจความว่า วัคซีนที่มีการกระตุ้นภูมิต้านทานได้น้อยกว่า อาจต้องใช้การฉีดเข็มที่สามเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย และบอกว่า “จำเป็นต้องฉีดเข็มที่สามถึงจะได้ภูมิคุ้มกันระดับน้องๆ Pfizer” ทำให้ประชาชนหลายคนตั้งคำถามว่า เหตุใดรัฐไทยจึงไม่เลือกสั่งซื้อ Pfizer เข้ามาตั้งแต่แรก ทั้งยังไม่มีการเปิดดีลหรือเปิดสัญญาการซื้อขายวัคซีน Sinovac อย่างเป็นทางการ ทำให้หลายคนตั้งคำถามต่อความโปร่งใสของรัฐในภาวะวิกฤตเช่นนี้ โดยมีผู้เทียบเคียงสมการว่า วัคซีน Moderna นั้นมีประสิทธิภาพถึง 94.5% และต้องฉีดสองโดส คิดเป็นเงินโดสละ 757-1,120 บาท ส่วนวัคซีน Sinovac มีประสิทธิภาพ 50.4% ต้องฉีดสองโดส คิดเป็นเงินโดสละ 944 บาท

 

ล่าสุดเพจ Drama-addict โพสต์ว่า “โพสต์เปิดผนึกถึงนายก หยุดซื้อ Sinovac ได้แล้ว แล้วซื้อ Pfizer, Moderna, AZ, JJ มาเยอะๆ ทำไม่ได้ก็ยุบสภาลาออกไป” และมีผู้เข้าไปแสดงความเห็นด้วยจำนวนมาก หลายคนแสดงความต้องการอยากฉีดวัคซีนทางเลือกที่มีประสิทธิภาพและได้รับการรับรองอย่างกว้างขวางในสากลโลก และอีกหลายคนระบุว่า รอคิวฉีดวัคซีนหลักอย่าง Sinovac หรือ AstraZeneca มาหลายสัปดาห์แล้วแต่ยังไม่ได้คิวฉีดสักที ถึงอย่างไรก็ต้องออกจากบ้านไปทำงานเลี้ยงตัว จึงอยากได้วัคซีนทางเลือกที่อาจได้คิวฉีดเร็วขึ้น หรือมีทางเลือกในการจัดการชีวิตมากกว่านี้

 

ขณะที่ในทวิตเตอร์ ผุดแฮชแท็ก #หยุดซื้อซิโนแวค เพื่อสะท้อนไปถึงรัฐบาลว่าประชาชนต้องการวัคซีนอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้

 

  • โลกโซเชียลเผยวิกฤต ‘เตียงเต็ม’

ด้านเพจ ‘หมอแล็บแพนด้า’ หรือ ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์ ระบุว่าเวลานี้มีผู้ติดโควิด-19 ทักมาขอความช่วยเหลือให้หาเตียงเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ยังเป็นผู้ป่วยที่นอนอยู่บ้านเนื่องจากโรงพยาบาลไม่มีเตียงรองรับมากพอ 

 

“อินบ๊อกซ์แตกมากครับ คนไม่ได้เตียงและนอนรอที่บ้านเพียบเลย จะวิกฤตแล้วนะผมว่า”

 

ขณะที่เพจ เส้นด้าย – Zendai ที่มีบริการรถรับส่งเคสผู้ป่วยติดโควิด-19 หรือความเสี่ยงสูงต่อการติดโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายก็ระบุว่า

 

“อยากให้ทุกคนที่รอเตียงอดทนอีกนิด ตอนนี้เตียงผู้ป่วยสีเหลืองเต็มเอี๊ยด ถ้าอาการเริ่มไม่ดี (หายใจไม่ออก แน่นหน้าอก) กด 1669 เบอร์เดียวเท่านั้น อย่ารอเรา ย้ำอีกครั้งเส้นด้ายไม่ใช่บริการฉุกเฉิน เราขอโทษที่ทำได้เท่านี้จริงๆ” และ

 

“ตอนนี้ เตียงของ #บ้านเส้นด้าย เหลืออยู่เฉพาะผู้ป่วยสีเขียวเท่านั้น กำหนดเวลาการหาเตียง หากท่านกรอก Google Forms มาก่อน 18.00 น. จะได้รับการติดต่อกลับภายในวันถัดไป อดทนหน่อยทุกคน เป็นกำลังใจให้นะ”

 

ขณะที่เพจ ‘บันทึกเรื่องน่ารู้ by Dr.Adune’ โพสต์ในวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า ผู้ป่วยหนักกำลังจะล้นเตียงในกรุงเทพฯ เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยใหม่ไม่ลดลง มีคลัสเตอร์มากขึ้นเรื่อยๆ และตัวไวรัสก็กลายพันธุ์ดุร้ายกว่าเดิม ทำให้มีผู้ป่วยหนักเพิ่มขึ้นจาก 1,000 รายเป็น 1,500 ราย และวัคซีนที่ฉีดในตอนนี้ก็น้อยมาก ช่วยไม่ได้ “แถมผู้ป่วยหนักระลอกใหม่นี้มีสัดส่วนที่สูงซึ่งเป็นผู้สูงอายุและมีโรคเรื้อรัง และมีหลายรายที่สืบสาวหาต้นตอการรับเชื้อไม่ได้ชัดเจน ซึ่งหมายถึงเชื้อได้ระบาดซึมลึกเข้าไปในชุมชนทั่วไปแล้ว ไม่ได้อยู่แต่ในกลุ่มก้อนทั้งใหม่และเก่าที่โผล่ขึ้นมามากมายเป็นดอกเห็ดจนจดจำกันไม่หวาดไม่ไหว” และว่า “เช้าวันนี้ (เมื่อวาน) เตียงโดยรวม ของ กทม. ที่จัดไว้ 2,760 เตียง ใช้ไป 2,784 เตียง (โดยการต้องเสริมเตียงในหลายโรงพยาบาล)”

 

โดยล่าสุดทางเพจได้อัปเดตเพิ่มเติมว่า ปัญหาเรื่องเตียงไม่พอสำหรับคนไข้หนักนั้นยังมีอยู่ โดยผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มคนที่เจอเอง ไม่ได้มาจากการที่รัฐตรวจเชิงรุกนั้นมีจำนวนมาก สะท้อนว่ามีผู้ป่วยในชุมชนซึ่งอาจแพร่เชื้อไปให้ผู้อื่นแล้ว และเป็นไปได้ว่าในอีก 4-7 วันข้างหน้าจะมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างแน่นอน

 

ทั้งนี้ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ระบุว่าเวลานี้มีผู้รักษาตัวอยู่ 37,018 คน รักษาในโรงพยาบาล 11,366 คน โรงพยาบาลสนาม 25,652 คน อาการหนัก 1,526 คน ใช้เครื่องช่วยหายใจ 433 คน และรับว่าเวลานี้โรงพยาบาลรัฐแน่นไปด้วยผู้ป่วยหนักแล้ว เตียงเอกชนก็ไม่เพียงพอ และเล็งล็อกดาวน์เฉพาะจุด เช่น แคมป์ โรงงาน ที่อาจเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้ง่าย เป็นต้น

 

  • หรือเข็มที่สาม อาจต้องเป็นวัคซีนอื่นๆ

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เสนอแนะผ่านการโพสต์ข้อความบนเพจเฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha ว่า เริ่มเห็นปัญหาภูมิขึ้นน้อยถึงน้อยมากมาก ทำให้คิดว่าประเทศไทยอาจต้องการเพิ่มการฉีดวัคซีนเข็มที่สาม โดยเลือกใช้ยี่ห้อ Pfizer และ Moderna เตรียมรับมือกับโควิด-19 ที่กลายพันธุ์ ว่าอาจต้องมีการฉีดวัคซีนที่มีตอนนี้ไปก่อน ใครที่ได้ฉีด Sinovac เตรียมตัวฉีดเข็มที่สามได้เลย โดยอาจเป็นยี่ห้อ Pfizer หรือ Moderna จะเหมาะสมกว่า เนื่องจากสายพันธุ์เบตาซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่นั้น Pfizer สองเข็มสามารถกันการติดเชื้อได้ 72-75%ต์ ขณะที่สายพันธุ์เดลตา Pfizer กันการติดเชื้อได้ 79-96%

 

โดย ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ได้โพสต์ด้วยว่า “ขนาดไวรัสบ้านๆ ขณะนี้ ห้องผู้ป่วยอาการหนักไอซียูอัตคัดขาดแคลนกันไปทั่ว ชนิดยี่ห้อที่ใช้ยังคงสร้างเกราะป้องกันการติดเชื้อ และป้องกันอาการได้ไม่ดีนักกับวายร้ายใหม่เมื่อเทียบกับสายพันธุ์เก่าแบบบ้านๆ ที่มี” และ “เป็นเหตุผลที่ในที่สุดต้องเตรียมเข็มที่สามที่ไม่ใช่ยี่ห้อเดิมที่มีอยู่”

 

ทั้งหมดนี้เป็นความเคลื่อนไหวเรื่องการแจกจ่ายวัคซีนอย่างทั่วถึง ท่ามกลางสถานการณ์ที่เริ่มรุนแรงและหนักข้อขึ้นทุกที ทำให้น่าจับตาว่ารัฐบาลไทยจะมีท่าทีอย่างไรในการจัดการต่อจากนี้ เพื่อเยียวยาประชาชนและประเทศให้พ้นจากวิกฤตนี้โดยไวที่สุด

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post วัคซีนเข็มสาม – คำถามเรื่อง Moderna – เตียงผู้ป่วยเต็ม: วิกฤตซ้อนวิกฤตในวันที่โควิด-19 ระบาดหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
วัคซีนตัวเลือก Sinopharm 1 ล้านโดสแรก ถึงประเทศไทยแล้ว ส่งตรวจคุณภาพ ก่อนกระจายไปยังองค์กรสั่งจอง https://thestandard.co/sinopharm-vaccine-has-arrived-in-thailand/ Sun, 20 Jun 2021 07:25:01 +0000 https://thestandard.co/?p=502570 วัคซีนตัวเลือก Sinopharm

ภายหลังจากที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ปิดระบบลงทะเบียนจองว […]

The post วัคซีนตัวเลือก Sinopharm 1 ล้านโดสแรก ถึงประเทศไทยแล้ว ส่งตรวจคุณภาพ ก่อนกระจายไปยังองค์กรสั่งจอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
วัคซีนตัวเลือก Sinopharm

ภายหลังจากที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ปิดระบบลงทะเบียนจองวัคซีนตัวเลือก Sinopharm จำนวน 1 ล้านโดส เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (20 มิถุนายน) วัคซีน Sinopharm ล็อตแรกจำนวนทั้งหมด 1 ล้านโดส ขนส่งด้วยเครื่องบินขนส่งสินค้าจากเมืองปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 2 เที่ยวบิน แบ่งเที่ยวบินละ 5 แสนโดส เที่ยวแรก TG674-675 ถึงไทยเวลา 09.03 น. และเที่ยวบิน TG8668-TG8669 ถึงไทยเวลา 10.04 น. ณ เขตปลอดอากรและคลังสินค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 

 

จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้นำวัคซีน Sinopharm ลำเลียงเข้าตู้ควบคุมอุณหภูมิบรรจุวัคซีน ขึ้นรถขนส่งจำนวน 12 คัน ไปจัดเก็บยังคลังวัคซีน บริษัท ไบโอจีนีเทค จำกัด เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณภาพ 2 วัน ก่อนจะกระจายจัดส่งสู่โรงพยาบาลที่องค์กรได้รับจัดสรรวัคซีน เลือกให้เป็นสถานที่บริการฉีดวัคซีนตัวเลือก Sinopharm ทั่วประเทศในวันที่ 23-24 มิถุนายน และวัคซีน 1 ล้านโดสนี้ จะเริ่มฉีดวัคซีน Sinopharm เป็นเข็มแรกทั้งหมดตามที่ได้จัดสรรไว้ ไม่มีการสำรองไว้เข็มที่ 2  

 

เริ่มฉีดเข็มแรกวันที่ 25 มิถุนายน และในเดือนหน้าจะเข้ามาแต่ยังไม่มีการระบุวัน ต้องดูสถานการณ์ของจีนในการแพร่ระบาดระลอกใหม่ ที่อาจจะส่งผลต่อการตัดสินใจส่งออกวัคซีนของรัฐบาลจีน 

 

สำหรับการจัดสรรวัคซีน Sinopharm ในระยะที่ 1 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้เปิดให้องค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ ยื่นความประสงค์รับวัคซีนตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน และปิดรับลงทะเบียนในวันที่ 18 มิถุนายน รวมมียอดลงทะเบียน 10,070 องค์กร ประมาณ 4,873,659 คน ซึ่งเบื้องต้นราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ประกาศรายชื่อองค์กรที่ผ่านการตรวจสอบระยะที่ 1 ครั้งที่ 1 ทั้งสิ้น 5,199 องค์กร 476,682 คน จากนี้จะทยอยตรวจสอบและประกาศรายชื่อเพิ่มเติม ก่อนที่จะเปิดลงทะเบียนระยะที่ 2 สำหรับประชาชนและบุคคลทั่วไป

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post วัคซีนตัวเลือก Sinopharm 1 ล้านโดสแรก ถึงประเทศไทยแล้ว ส่งตรวจคุณภาพ ก่อนกระจายไปยังองค์กรสั่งจอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักวิเคราะห์มองกลุ่ม โรงพยาบาล กำไรเติบโตแกร่ง อานิสงส์วัคซีนทางเลือก-บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 https://thestandard.co/hospital-stocks/ Thu, 03 Jun 2021 13:54:19 +0000 https://thestandard.co/?p=496180 หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล

สำรวจมุมมองนักวิเคราะห์ต่อกลุ่มโรงพยาบาล พบว่ามีมุมมองเ […]

The post นักวิเคราะห์มองกลุ่ม โรงพยาบาล กำไรเติบโตแกร่ง อานิสงส์วัคซีนทางเลือก-บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล

สำรวจมุมมองนักวิเคราะห์ต่อกลุ่มโรงพยาบาล พบว่ามีมุมมองเป็นบวกต่อผลการดำเนินงานในปี 2564 จากปัจจัยสนับสนุนจาก 1. วัคซีนทางเลือกจะทำให้โรงพยาบาลขนาดใหญ่รับอานิสงส์จากการเป็นตัวแทนนำเข้าวัคซีนทางเลือก และ 2. การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 ที่แพร่ระบาดอย่างหนักทำให้โรงพยาบาลขนาดเล็กมีอัตราการเข้าใช้บริการเพิ่มจากการเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19

 

ถกล บรรจงรักษ์ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า มีมุมมองเป็นบวกต่อกลุ่มโรงพยาบาลทั้งกลุ่ม เชื่อว่าผลประกอบการทั้งปี 2564 จะมีการเติบโตได้ดี เช่นเดียวกับในระยะสั้นที่แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/64 ก็จะดีกว่าทั้ง QoQ และ YoY 

 

กลุ่มโรงพยาบาลขนาดใหญ่มีความน่าสนใจตรงที่เป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ได้รับโควต้ากระจายวัคซีนทางเลือกมาฉีดให้กับประชาชน ซึ่งแม้จะเป็นรายได้เพียงครั้งเดียวแต่ก็ทำให้เกิดการเข้ารับบริการที่เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน โดยหุ้นที่น่าสนใจประกอบด้วย BCH, VIBHA และ THG

 

ขณะที่โรงพยาบาลขนาดเล็กจะได้รับอานิสงส์จากการเข้าใช้บริการของประชาชนในท้องที่ ซึ่งแม้จะไม่ได้รับโควต้ากระจายวัคซีนทางเลือก แต่ก็มีบริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เข้ามาเสริมอยู่ตลอด โดยจากการเข้ารับฟังข้อมูลจากผู้บริหาร พบว่าส่วนมากแล้วอัตราการให้บริการ (Utilization Rate) ของโรงพยาบาลขนาดเล็กเพิ่มขึ้นในช่วงการแพร่ระบาด โดยเฉพาะระลอก 3 โดยหุ้นโรงพยาบาลขนาดเล็กที่น่าสนใจ ประกอบด้วย IMH และ EKH

 

“โดยรวมเรายังคง Overweight หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลทั้งกลุ่ม เนื่องจากเชื่อว่าผลประกอบการจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และไตรมาส 2 นี้ก็น่าจะได้เห็นการเติบโตที่โดดเด่น ปัจจัยหลักๆ มาจากการเข้ารับบริการเพิ่มขึ้นท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาด ขณะเดียวกันในระยะยาวเมื่อสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้แล้วและกลับสู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจปกติ กลุ่มโรงพยาบาลก็จะได้รับอานิสงส์จากการเปิดประเทศอีกครั้ง” 

 

ฝ่ายวิจัย บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง​(ประเทศไทย) เผยแพร่บทวิเคราะห์ ระบุว่า ปัจจัยเรื่องวัคซีนทางเลือกเป็นรายการครั้งเดียวสำหรับโรงพยาบาลเอกชน โดยทางสมาคมโรงพยาบาลเอกชนแห่งประเทศไทยคาดว่าจะมีวัคซีนทางเลือกทั้งหมด 5-10 ล้านโดส และแต่ละโดสอาจมีราคาอยู่ที่ 1,500 บาท และส่วนต่างอาจอยู่ที่ 30% 

 

ฝ่ายวิจัยสันนิษฐานว่า 10% ของประชาชนจะเลือกฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลเอกชน (10 ล้านโดสจาก 100 โดส ทั้งหมดจะฉีดภายในสิ้นปี 2564) และเชื่อว่าประเด็นนี้จะเพิ่มผลกำไรให้ BCH ได้มากที่สุด 13% ในปี 2564 ตามด้วย BDMS 11%, CHG 6% และ BH 5% 

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการฉีดวัคซีนเอกชนเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ไม่ส่งผลอย่างมีนัยยะต่อราคาเป้าหมาย หรือคิดเป็นอัปไซด์น้อยกว่า 1% 

 

ฝ่ายวิจัยลดคำแนะนำ BCH เป็นขาย (จากถือ) และ CHG เป็นถือ โดยราคาหุ้นของโรงพยาบาลประกันสังคมที่โดดเด่นทั้ง 2 แห่ง พุ่งขึ้น 53.1% และ 45.1%YTD ตามลำดับ จากรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ในครึ่งแรกของปี2564 และการฉีดวัคซีนโดยโรงพยาบาลเอกชนที่จะเกิดขึ้นในไตรมาส 3 หรือ 4/64 ทว่ายังมีความไม่แน่นอนสูงเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนโดยโรงพยาบาลเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่วัคซีนมีมากพอ 

 

โดยมองว่าหากเลื่อนไปเป็นไตรมาส 4/64 ความต้องการการฉีดวัคซีนอาจน้อยกว่าในไตรมาส 3 เนื่องจากผู้ป่วยจำนวนมากจะเลือกฉีดวัคซีนฟรี 

 

นอกจากนี้ ยังชอบ BH และ BDMS ที่ราคายังขึ้นไม่มาก เพราะเชื่อว่าจะได้รับอานิสงส์จากการเปิดประเทศที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยต่างชาติกลับมาได้ โดยผู้ป่วยต่างประเทศของ BH คิดเป็น 67% ของรายได้ และ BDMS สัดส่วน 30%

 

ขณะที่ฝ่ายวิจัย บล.เคจีไอ ยังคงมองบวกกับแนวโน้มผลประกอบการของ BCH ในไตรมาส 2/64 ซึ่งสอดคลองกับมุมมองของทางบริษัท ในการประชุมนักวิเคราะห์รอบนี้ที่ผู้บริหารมองบวกกับแนวโน้มผลการดำเนินงานโดยรวมในไตรมาส 2/64 ซึ่งจะถูกขับเคลื่อนโดยการระบาดระลอก 3 ของโควิด-19 ที่เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน โดยยอดผู้ติดเชื้อยังคงอยู่ในระดับสูง (>2,000 รายต่อวัน) 

 

โดย BCH คาดว่าอุปสงค์การตรวจโควิด-19 จะแข็งแกร่งอยู่ที่ประมาณ 500,000 ราย จาก 128,800 รายใน 1Q21 นอกจากน้ีจำนวนผู้ที่มาใช้บริการ ASQ และ AHQ ก็มีจำนวนสูงถึง 2,200 รายต่อวัน ซึ่งต้องพักอยู่ในโรงพยาบาลไม่ต่ำกว่า 14 วัน

 

ขณะเดียวกันวัคซีนทางเลือกสําหรับโควิด-19 เป็นโอกาสสร้างการเติบโตได้ในระยะยาว โดยผู้บริหารเปิดเผยว่าโรงพยาบาลเอกชนยังคงเดินหน้าจัดหาวัคซีนทางเลือกต่อไป โดยแบรนด์แรกที่จะนำเข้ามาในประเทศไทยคือ Moderna ซึ่งผ่านการอนุมัติของ อย. ประเทศไทยแล้ว และคาดว่าจะเริ่มนำมาฉีดได้อย่างเร็วที่สุดในไตรมาส 3/64 

 

นอกจากนี้โรงพยาบาลเอกชนยังได้รับอนุญาตให้สามารถฉีดวัคซีนให้กับองค์กรที่มีพนักงานไม่น้อยกว่า 500 คน (บริษัท, หน่วยงานภาครัฐ หรือกิจการที่ทำงานในอาคารเดียวกัน) ที่ยื่นเรื่องขอมาที่โรงพยาบาล 

 

พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ

The post นักวิเคราะห์มองกลุ่ม โรงพยาบาล กำไรเติบโตแกร่ง อานิสงส์วัคซีนทางเลือก-บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘รพ.เอกชน’ เดินหน้าเจรจาวัคซีนทางเลือก หวังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหมู่เร็วขึ้น ย้ำควรต้องมีเข็มที่ 3 ลุ้น Moderna ส่งมอบได้ก่อนตุลาคม https://thestandard.co/private-hospitals-continue-negotiating-alternative-vaccines/ Wed, 02 Jun 2021 13:54:03 +0000 https://thestandard.co/?p=495937 วัคซีน Moderna

นายแพทย์เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการ บมจ.บางกอก เชน ฮ […]

The post ‘รพ.เอกชน’ เดินหน้าเจรจาวัคซีนทางเลือก หวังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหมู่เร็วขึ้น ย้ำควรต้องมีเข็มที่ 3 ลุ้น Moderna ส่งมอบได้ก่อนตุลาคม appeared first on THE STANDARD.

]]>
วัคซีน Moderna

นายแพทย์เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการ บมจ.บางกอก เชน ฮอสปิทอล หรือ BCH และนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กล่าวว่า ความคืบหน้าเรื่องการนำเข้าวัคซีนทางเลือก Moderna ขณะนี้บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนนำเข้าในไทย ได้หารือกับองค์การเภสัชกรรมแล้วเพื่อชี้แจงต้นทุนราคาวัคซีนและค่าขนส่ง ซึ่งตามกรอบที่กำหนดไว้ ตัวแทนนำเข้าจะทยอยนำเข้าวัคซีน Moderna ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป  

 

ทั้งนี้ สมาคมโรงพยาบาลเอกชนได้เจรจากับตัวแทนฯ Moderna อย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถนำเข้าวัคซีนได้เร็วกว่าเดือนตุลาคม ซึ่งอาจจะมีโอกาสเป็นไปได้เพราะขณะนี้ปริมาณวัคซีน Moderna ที่สหรัฐอเมริกามีอยู่ค่อนข้างมาก โดยจำนวนวัคซีนที่จะส่งมาไทยเบื้องต้นคือ 5 ล้านโดส แต่ก็มีโอกาสได้รับมากกว่านั้น

 

นอกจากนี้ สมาคมโรงพยาบาลเอกชนยังคงดำเนินการหาวัคซีนทางเลือกยี่ห้ออื่นๆ เพื่อนำเข้าสู่ประเทศไทย เนื่องจากโรคระบาดนี้มีการกลายพันธ์ุอย่างต่อเนื่อง ขณะที่วัคซีนที่ฉีดให้กับประชาชนในปัจจุบันจะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อสายพันธ์ุใหม่ๆ ได้ ดังนั้นทุกคนจึงต้องรับวัคซีนเข็มที่ 3 หรือเรียกว่าเข็มกระตุ้นเพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์ใหม่ จึงจะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ที่แท้จริง 

 

“ทางสมาคมโรงพยาบาลเอกชนศึกษาวัคซีนทางเลือกอยู่ตลอด ซึ่งนอกเหนือจากวัคซีน 5 ยี่ห้อที่รัฐบาลเป็นผู้ติดต่อ ประกอบด้วย Sinovac, AstraZeneca, Pfizer, Sputnik V และ Johnson & Johnson แล้ว ก็ยังมี Sinopharm, Novavax ที่เป็นวัคซีนประเภทโปรตีนเบส ซึ่งสมาคมฯ ก็ศึกษา เพราะเราเชื่อว่าทุกคนต้องได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 และทางรัฐบาลเองก็ยังไม่ได้มีแผนรองรับตรงนี้ ดังนั้นประเทศไทยจึงควรมีวัคซีนทางเลือกที่หลากหลาย” 

 

นายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป หรือ THG กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ที่เครือ THG ได้ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับวัคซีนทางเลือกเพื่อสำรวจความสนใจ ซึ่งเมื่อทราบความต้องการโดยประมาณแล้วก็คาดว่าจะเริ่มการฉีดวัคซีนทางเลือกให้กับผู้สนใจได้ภายในเดือนตุลาคมนี้ โดยปัจจุบัน THG ได้ดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อจะนำวัคซีนทางเลือกเข้ามาได้เร็วขึ้น คาดว่าจะเป็นภายในเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมนี้

 

ทั้งนี้ เพื่อช่วยเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd Immunity) ในประเทศไทย THG ได้หารือกับหน่วยงานรัฐและเจรจากับล็อบบี้ยิสต์ที่สหรัฐอเมริกาให้ส่งมอบวัคซีนมาที่ไทยก่อน 2 ล้านโดส แบ่งเป็นส่งมอบเดือนมิถุนายน 1 ล้านโดส และเดือนกรกฎาคม 1 ล้านโดส หากผลการเจรจาสำเร็จก็จะสามารถเริ่มฉีดวัคซีนให้กับผู้สนใจได้เร็วขึ้น 

 

“วัคซีนของ Moderna มีผู้แสดงความสนใจตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนที่เป็นคู่ค้ากับเครือ THG เช่น บริษัทประกันต่างๆ ส่วนการสำรวจความสนใจครั้งนี้ก็เพื่อการกระจายวัคซีนไปในโรงพยาบาลในเครือ THG ได้อย่างเหมาะสม”

 

สำหรับราคานั้น เบื้องต้นกำหนดไว้ไม่เกิน 2,000 บาทต่อเข็ม ประกอบด้วยต้นทุนค่าวัคซีนและภาษีนำเข้าและภาษีอื่นๆ ค่าประกันวัคซีน ค่าบริการทางการแพทย์ 300-500 บาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการตรวจค่าแอนติบอดี โดยเครือ THG ได้ประสานการตรวจค่าแอนติบอดีไว้กับทางศิริราชและศูนย์ตรวจฯ ในเครือ 

 

“ราคาค่าฉีดวัคซีนอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะตอนนี้กำลังหารือและออกแบบกับคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการตรวจค่าแอนติบอดีของผู้ที่รับวัคซีนว่าควรตรวจกี่ครั้ง และเมื่อไรบ้าง แต่โดยรวมแล้วราคาต่อเข็มจะไม่เกิน 2,000 บาท” 

 

ชัยสิทธิ์ วิริยะเมตตากุล ประธานกรรมการบริหาร บมจ.โรงพยาบาลวิภาวดี หรือ VIBHA กล่าวว่า ความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนทางเลือกให้กับผู้แสดงความสนใจรับวัคซีนทางเลือก Moderna กับทางเครือ VIBHA ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอรายละเอียดการกำหนดราคาวัคซีนจากทางองค์การเภสัชกรรม และคาดว่าน่าจะเริ่มแจ้งผู้ที่แสดงความสนใจเข้ามาก่อนหน้าให้มารับการฉีดวัคซีนในเดือนตุลาคมเป็นอย่างช้า

 

โดยตั้งแต่เปิดให้ประชาชนแสดงความสนใจเข้ารับวัคซีนทางเลือกกับเครือ VIBHA มีผู้แสดงความสนใจมาราว 50,000 คน ซึ่งเมื่อได้ความชัดเจนต่างๆ แล้ว ทางโรงพยาบาลจะติดต่อกับผู้แสดงความต้องการอีกครั้ง ทั้งเรื่องวัน เวลา สถานที่ และราคาค่ารับวัคซีนและบริการทางการแพทย์ 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ‘รพ.เอกชน’ เดินหน้าเจรจาวัคซีนทางเลือก หวังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหมู่เร็วขึ้น ย้ำควรต้องมีเข็มที่ 3 ลุ้น Moderna ส่งมอบได้ก่อนตุลาคม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ปทุมฯ สะดุด ท้องถิ่นส่อแท้ง ‘Sinopharm’ | THE STANDARD NOW https://thestandard.co/thestandardnow010664/ Tue, 01 Jun 2021 14:48:49 +0000 https://thestandard.co/?p=495502 the stanard now

คุยกับ พล.ต.ท. คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่ […]

The post ชมคลิป: ปทุมฯ สะดุด ท้องถิ่นส่อแท้ง ‘Sinopharm’ | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
the stanard now

คุยกับ พล.ต.ท. คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ภายหลังแผนนำร่อง ‘Sinopharm’ ถูกติดเบรกซ้ำ หลังราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ย้ำชัดว่ายังไม่ได้มีการพูดคุยในเรื่องวัคซีนทางเลือกกับท้องถิ่นใดๆ จากนี้ก้าวต่อไปของเทศบาลท้องถิ่นจะเป็นอย่างไร

 

ในรายการ THE STANDARD NOW สรุปทุกเรื่องราวที่ต้องรู้วันนี้กับ อ๊อฟ-ชัยนนท์ หาญคีรีรัตน์ วันที่ 1 มิถุนายน เวลา 19.30 น. ชมสดทาง Facebook Live และ YouTube Live ของ THE STANDARD

The post ชมคลิป: ปทุมฯ สะดุด ท้องถิ่นส่อแท้ง ‘Sinopharm’ | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
เครือ CP ย้ำจุดยืน สนับสนุนเอกชนซื้อวัคซีนทางเลือก Sinopharm, Pfizer, Moderna และอื่นๆ เพื่อจัดฉีดให้กับพนักงานและครอบครัว ช่วยแบ่งเบาภาระภาครัฐ https://thestandard.co/cp-supporting-the-private-buying-of-alternative-vaccines/ Mon, 31 May 2021 10:48:33 +0000 https://thestandard.co/?p=494957 เครือเจริญโภคภัณฑ์

เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ เครือ CP ได้ออกแถลงการณ์ถึงการย […]

The post เครือ CP ย้ำจุดยืน สนับสนุนเอกชนซื้อวัคซีนทางเลือก Sinopharm, Pfizer, Moderna และอื่นๆ เพื่อจัดฉีดให้กับพนักงานและครอบครัว ช่วยแบ่งเบาภาระภาครัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เครือเจริญโภคภัณฑ์

เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ เครือ CP ได้ออกแถลงการณ์ถึงการย้ำจุดยืนที่สนับสนุนเอกชนให้ซื้อวัคซีนทางเลือก ไม่ว่าจะเป็น Sinopharm, Pfizer, Moderna และอื่นๆ เพื่อจัดฉีดให้กับพนักงานและครอบครัว โดยมองว่าจะเป็นการเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระภาครัฐ

 

ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ความชัดเจนของการนำเข้าวัคซีนทางเลือกมีมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากวัคซีน Moderna ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และล่าสุด ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แถลงความคืบหน้าเตรียมนำเข้าวัคซีนทางเลือกของ Sinopharm จากสาธารณรัฐประชาชนจีน 

 

ทิศทางดังกล่าวทำให้เห็นโอกาสในการนำเข้าวัคซีนทางเลือก ซึ่งเครือเจริญโภคภัณฑ์เห็นด้วยและสนับสนุนแนวทางดังกล่าว โดยถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเปิดโอกาสให้มีวัคซีนทางเลือก และเป็นโมเดลที่ดีที่มีหน่วยงานเป็นตัวแทนภาครัฐจัดซื้อวัคซีนทางเลือก เพื่อให้ภาคเอกชนที่มีกำลังซื้อเข้ามาดีลและดำเนินการตามข้อกำหนด 

 

“ขณะนี้วัคซีนโควิด-19 ยังเป็นการใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งการขยายวิธีการนำเข้าวัคซีนชนิดอื่นในลักษณะนี้จะเพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าถึงวัคซีนที่หลากหลายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และทำให้การกระจายวัคซีนวัคซีนของประเทศไทยมีความยืดหยุ่นกว่าการมีวัคซีนหลักเพียง 2 ชนิดคือ AstraZeneca และ Sinovac เท่านั้น”

 

ปัจจุบันจากสถานการณ์ความต้องการวัคซีนทั่วโลกที่มากขึ้น วัคซีนทางเลือกคือคำตอบที่จะช่วยให้โลกนี้ผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 โดยจะเห็นได้ว่าวัคซีน Sinopharm ซึ่งต้องฉีด 2 โดส ได้รับการอนุมัติใช้แล้วใน 42 ประเทศทั่วโลก โดยมีการใช้มากเป็นอันดับ 4 รองจากวัคซีน AstraZeneca ที่ใช้ใน 166 ประเทศ วัคซีน Sinovac ที่ใช้ใน 25 ประเทศ วัคซีน Pfizer-BioNTech ที่ใช้ใน 94 ประเทศ และวัคซีน Moderna ที่ใช้ใน 46 ประเทศ ซึ่งการเข้าถึงวัคซีนได้อย่างรวดเร็วและหลากหลายถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก 

 

“เครือเจริญโภคภัณฑ์มองว่า Sinopharm, Pfizer, Moderna และวัคซีนทางเลือกอื่นๆ ควรมีการเร่งเจรจานำเข้า โดยยึดจากโมเดลที่ทำสำเร็จแล้ว เพื่อให้สามารถเพิ่มปริมาณนำเข้าอย่างรวดเร็ว ตอบสนองความต้องการวัคซีนในประเทศ” 

 

ศุภชัย กล่าวอีกว่า เอกชนยินดีใช้ทุนทรัพย์ของตนเอง เพื่อนำไปจัดฉีดให้แก่บุคลากร พนักงาน ครอบครัวพนักงาน หรือกลุ่มคนขององค์กร โดยไม่มีการเก็บเงินกับผู้รับวัคซีนแต่อย่างใด และไม่มีการนำไปจำหน่ายต่อ คาดว่าจะทำให้การเข้าถึงวัคซีนมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และถือเป็นการลดภาระงบประมาณภาครัฐอีกด้วย

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post เครือ CP ย้ำจุดยืน สนับสนุนเอกชนซื้อวัคซีนทางเลือก Sinopharm, Pfizer, Moderna และอื่นๆ เพื่อจัดฉีดให้กับพนักงานและครอบครัว ช่วยแบ่งเบาภาระภาครัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>