วงการเพลง – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 31 Jul 2025 14:41:54 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 BTS vs. คำสาป K-Pop การกลับมาท้าทายกาลเวลาหลังหายไป 3 ปี กับบทพิสูจน์ครั้งใหญ่ในโลก K-Pop ที่เปลี่ยนไป และเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่รู้จักพวกเขาอีกต่อไป https://thestandard.co/bts-military-comeback-tour/ Thu, 31 Jul 2025 10:20:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1102257 bts-military-comeback-tour

หัวข้อในเนื้อหานี้ บังทัน เด็กกันกระสุน คำสาปของกาลเวลา […]

The post BTS vs. คำสาป K-Pop การกลับมาท้าทายกาลเวลาหลังหายไป 3 ปี กับบทพิสูจน์ครั้งใหญ่ในโลก K-Pop ที่เปลี่ยนไป และเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่รู้จักพวกเขาอีกต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
bts-military-comeback-tour

 

‘Cause I, I, I’m in the stars tonight’ 

 

ท่อนฮุคจากเพลงฮิต Dynamite ยังคงเป็นหมัดน็อกที่ปล่อยออกมาเมื่อไรก็ยังได้ผลต่อหัวใจของแฟนเพลงทั่วโลกเสมอ แม้ว่าเวลาจะผ่านมานานแล้วถึง 5 ปีนับจากที่บทเพลงนี้ได้ถูกปล่อยออกมาเป็นครั้งแรก

 

เช่นกันกับบทเพลงฮิตอีกหลายเพลงที่แฟนเพลงของวงบอยแบนด์เกาหลีผู้สร้างปรากฏการณ์อย่าง ‘BTS’ ที่ยังทุ้มอยู่ในใจของเหล่าผู้ภักดีต่อชายหนุ่มทั้ง 7 คนในนาม ‘ARMY’ ไม่เปลี่ยนไป

 

แต่ในความเป็นจริงแล้วช่วงเวลาเกือบ 3 ปีที่ผ่านมาสำหรับพวกเขาเป็นช่วงเวลาของความยากลำบาก เป็นบทพิสูจน์ของอะไรหลายอย่าง เมื่อเหล่าวงประกาศ ‘พักวง’ เป็นการชั่วคราวเนื่องจากสมาชิกในวงทุกคนต้องรับใช้ชาติ ทั้งๆที่มันเป็นช่วงเวลาที่พวกเขาไต่ระดับไปถึงดวงดาวได้สำเร็จแล้ว

 

จนเมื่อ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา SUGA สมาชิกคนสุดท้าย ได้ปลดประจำการอย่างเป็นทางการ อันเป็นสัญญาณของการกลับมาและคำสัญญาที่รอคอย

 

BTS กำลังจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง

 

“ทุกคนเรากลับมาแล้ว” Jimin หนึ่งในสมาชิกประกาศข่าว “เรากำลังวางแผนที่จะจัดทัวร์รอบโลกคู่ไปกับการทำอัลบั้มใหม่ เราจะกลับมาพบกับแฟนๆทั่วโลก ดังนั้นเราหวังว่าทุกคนจะตื่นเต้นกับเรื่องนี้เหมือนกับที่เราตื่นเต้นนะ”

 

เพียงแต่ในวันนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปจากวันนั้น ทุกอย่างจะยังเหมือนเดิมหรือไม่สำหรับพวกเขา? ไม่ใช่แค่ในฐานะของบอยแบนด์วงหนึ่ง แต่ในฐานะเสาหลักของวงการ K-Pop 

 

BTS รวมตัวครบ เตรียมคัมแบ็กทัวร์รอบโลก

 

บังทัน เด็กกันกระสุน

 

จุดเริ่มต้นของวง BTS ต้องบิดเข็มนาฬิกากลับไปในปี 2013 เมื่อวงบอยแบนด์หน้าใหม่จากค่าย Big Hit Entertainment ในชื่อ ‘Bangtan Sonyeondan’ ก่อนที่จะเปลี่ยนมาใช้ชื่อย่อสั้นๆว่า BTS ในปี 2017 ซึ่งเป็นปีที่พวกเขาเริ่มกระโจนสู่ตลาดในระดับโลก

 

เพียงแต่สำหรับแฟนๆที่ติดตามเด็กหนุ่มทั้ง 7 – Jung Kook, V, Jin, J-Hope, Jimin, RM, Suga – ผู้เปี่ยมด้วยพรสวรค์และความสามารถทั้งการร้องและการเต้น รวมถึงบทเพลงสร้างสรรค์ที่กล้าหยิบประเด็นต่างๆทางสังคมขึ้นมาถ่ายทอด พวกเขายังคงเป็น ‘บังทัน’ (แปลว่ากันกระสุน) สำหรับแฟนๆเสมอ

 

จากศิลปินวงเล็กๆในช่วงแรก จนเริ่มมีแฟนคลับในวงกว้าง BTS เริ่มมีชื่อเสียงในระดับโลกในปี 2018 หลังจากที่ปล่อยอัลบั้ม ‘Love Yourself: Tear’ ออกมา และได้รับการตอบรับอย่างดีจากแฟนๆทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา พวกเขากลายเป็นศิลปินเกาหลีวงแรกที่ไปถึง Billboard 200 chart ได้สำเร็จ ทั้งๆที่เพลงในอัลบั้มไม่ได้เป็นเพลงภาษาอังกฤษแต่อย่างใด

 

จุดนี้ทำให้ BTS เริ่มเป็นที่พูดถึงและจับตามองในวงการดนตรีโลกกระแสหลัก เพราะนี่อาจหมายถึงการเกิดขึ้นในระดับ ‘ปรากฏการณ์’ ที่น่าสนใจ

ดอกไม้ไฟกลางใจโลก

 

และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆเมื่อปี 2020 BTS ปล่อยซิงเกิลภาษาอังกฤษเพลงแรกของพวกเขาอย่าง ‘Dynamite’ ออกมาและกลายเป็นเพลงฮิตทั่วโลกในทันที ลูกระเบิดลูกนี้ไม่เพียงทำให้ BTS กลายเป็นศิลปินเกาหลีวงแรกที่ไปถึง Billboard Hot 100 chart 

 

BTS ยังกลายเป็นศิลปินจากเอเชียวงแรกนับตั้งแต่ Kyu Sakamoto ศิลปินชาวญี่ปุ่นพาบทเพลงจากตะวันออกขึ้นไปถึงอันดับ 1 ของชาร์ตได้สำเร็จ

 

ความสำเร็จนี้ทำให้ BTS เป็นวงเกาหลีวงแรกที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy ในปี 2021, ได้เป็นศิลปินเกาหลีวงแรกที่ได้เยี่ยมชม ‘ไวท์เฮาส์’ พร้อมถ่ายภาพร่วมกับโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯในขณะนั้นด้วยการทำท่า ‘มินิฮาร์ท’ 

 

บทเพลงทุกเพลงนับจากนั้นกลายเป็นเพลงฮิตหมด BTS ถูกมองว่าเป็นผู้จุดกระแส K Pop ในระดับโลกอย่างแท้จริง เป็นวงที่ยืนแถวหน้าของโลกอย่างสง่างาม

 

‘So watch me bring the fire and set the night alight’

 

แต่ทุกอย่างต้องถูกหยุดไว้ก่อน

 

คำสาปของกาลเวลา

 

18 เดือนคือระยะเวลาที่กฏหมายเกาหลีระบุว่าชายเกาหลีทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 18-28 ปีต้องเข้ารับราชการทหารในกรม เป็นการรับใช้ชาติโดยหน้าที่ ไม่มีใครเลี่ยงได้

 

ดังนั้นแม้วงจะอยู่ในจุดสูงสุด แต่สมาชิกทุกคนของ BTS ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเช่นกัน แม้ว่าในเดือนธันวาคม 2020 รัฐสภาเกาหลีใต้จะมีการผ่านร่างกฎหมายในการพิจารณาการชะลอเพื่อเข้ากรมทหารสำหรับบุคคลที่มีชื่อเสียงในด้านวัฒนธรรมและวงการบันเทิงจนถึงอายุ 30 ปี ที่เรียกกันว่า ‘กฎหมาย BTS’ ก็ตาม

 

มิถุนายน 2022 BTS ประกาศว่าพวกเขาจะขอพักวงเป็นการชั่วคราวเพื่อให้สมาชิกในวงทยอยเข้ากรม เริ่มจาก Jin พี่ใหญ่ในช่วงเดือนธันวาคมปีเดียวกัน ก่อนที่สมาชิกคนอื่นๆจะทยอยตามไป ซึ่งมีทั้งในส่วนของการเข้ากรม หรือการบริการสาธารณะ (เช่นรายของ SUGA) เป็นระยะเวลา 18 เดือน

 

สิ่งที่หลายคนจับตามองคือด้วยกฎหมายว่าด้วยการรับใช้ชาตินั้น มักจะส่งผลต่อศิลปินในวงการบันเทิง โดยเฉพาะในวงการ K-Pop ที่มักจะต้องพักงานในช่วงที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุด 

 

เรื่องนี้ไม่ต่างอะไรจากคำสาปของกาลเวลา

 

เมื่อกลับมาจะยังมีคนจดจำและยังรักสนับสนุนพวกเขาเหมือนเดิมไหม?

 

BTS รวมตัวครบ เตรียมคัมแบ็กทัวร์รอบโลก

 

กองทัพผู้ซื่อสัตย์

 

“ฉันคิดถึงพวกเขาเหลือเกิน” แฟนเพลงในระดับ Die-hard ของ BTS บอกถึงความรู้สึกหลังจากที่วงกำลังจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้งเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีครึ่ง

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ ARMY คนนี้ไม่ได้เป็นคนเกาหลี แต่เป็นหญิงสาวชาวบราซิล ที่เดินทางไกลข้ามโลกมาเพื่อร่วมงาน ‘BTS Festa’ งานปาร์ตี้ใหญ่ของคนรัก BTS ที่จะจัดขึ้นทุกปี โดยปีนี้จัดขึ้นที่เมืองโกยาง จังหวัดคยองกี ไม่ห่างจากกรุงโซล เมืองหลวงมากนัก

 

ในงานมีกิจกรรมมากมายให้ ARMY ได้เข้าร่วม หนึ่งในนั้นคือ ‘Voice zone’ ตู้โทรศัพท์เล็กๆที่ให้ทุกคนได้เข้าไปยกหูขึ้น และฟังข้อความเสียงที่เหล่าสมาชิกในวงฝากความคิดถึงผ่านคลื่นเสียงมาให้

 

รอบๆตู้โทรศัพท์นี้ดูคล้ายมีฝนตกตลอดเวลา เพราะมีน้ำตาของแฟนๆที่สะกดไว้ไม่ไหวเมื่อได้ยินข้อความที่ฝากมา

 

“มันเป็น 18 เดือนที่เหมือนตลอดไป” แฟนเพลงจากแดนไกลอีกคนบอก เธอคนนี้มาจากแอฟริกาใต้เลยทีเดียว ซึ่งแม้ว่าการเดินทางจะยากลำบากแค่ไหน ต้องใช้เงินมากเท่าไรแต่สำหรับ ARMY ผู้ภักดีแล้วมันเป็นสิ่งที่พวกเธอและพวกเขาทั้งหลายเต็มใจทำ

 

เพื่อบอกให้รู้ว่าต่อให้โลกจะเปลี่ยนแปลง แต่พวกเขายังไม่เคยเปลี่ยนไป

 

ความรู้สึกเหล่านี้คือกระจกสะท้อนให้เห็นถึงความรักและความภักดีของเหล่า ARMY ที่ยังคงเฝ้ารอคอยการกลับมาของวงอยู่เสมอ และไม่ใช่แค่แฟนเพลงในเกาหลี แต่เป็นแฟนๆทั่วโลกที่ยืนรอคอยอยู่ตรงนี้ตลอด 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา

 

ถ้าจะมีสักวงที่ทำลายคำสาปของกาลเวลาได้ BTS ก็น่าจะเป็นวงนั้น

 

Masterplan ความสำเร็จของ BTS

 

ความสำเร็จของ BTS ในระดับโลกไม่ได้มาจากแค่เรื่องของการรังสรรค์บทเพลงที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่มีเรื่องของการวางกลยุทธ์การตลาดอย่างแยบยลที่ทำให้สมาชิกทั้ง 7 ไม่ได้เป็นแค่ไอดอลหรือนักร้อง

 

แต่พวกเขาคือส่วนหนึ่งของกันและกันกับเหล่า ARMY ทุกคน

 

บนเวที BTS คือวงบอยแบนด์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถในการแสดง ทั้งการร้องด้วยเสียงอันทรงพลังและมีเสน่ห์ การเต้นบนเวทีที่ผ่านการซ้อม Choreography มาอย่างเข้มข้นทำให้ไลน์การเต้นของแต่ละคนสวยงาม และเมื่อรวมกัน 7 คนก็ยิ่งเป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมขึ้นไปอีก

 

นอกเวที BTS คือวงที่ใกล้ชิดกับแฟนๆอย่างมาก พวกเขาใช้โซเชียลมีเดียได้อย่างชาญฉลาดโดยมีทั้งแพลตฟอร์มของตัวเองอย่าง Weverse ที่แฟนๆต้องยอมควักเงินหากต้องการที่จะติดตามชีวิตเรื่องราวคอนเทนต์ต่างๆที่สมาชิกแต่ละคนจะเข้ามาโต้ตอบกับแฟนๆอย่างเป็นกันเอง 

 

ในเวลาเดียวกันพวกเขายังใช้ Free media อย่าง Instagram, X, YouTube เพื่อนำเสนอเรื่องราวต่างๆ

 

สิ่งเหล่านี้ได้นำมาสู่การเป็นชุมชนออนไลน์ (Community) ที่แข็งแกร่ง กลายเป็นกองกำลังที่เข้มแข็งที่พร้อมจะสนับสนุน BTS ไปตลอดทาง ไม่ว่าพวกเขาจะไปที่ไหนก็ตาม

 

BTS รวมตัวครบ เตรียมคัมแบ็กทัวร์รอบโลก

 

โลกของ K-Pop ที่เปลี่ยนไป

 

แต่ไม่ว่า BTS จะมีฐานแฟนเพลงที่เหนียวแน่นแค่ไหน สิ่งที่พวกเขาต้องเตรียมเผชิญคือความจริงที่ว่าโลกใบนี้ไม่เหมือนเก่าอีกแล้ว

 

โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม K-Pop

 

ถึงแม้ว่า Black Pink จะยังคงเป็น ‘หัวแถว’ ของวงการอีกวงในระหว่างที่ BTS หายหน้าไปแต่มีความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในเรื่องของพฤติกรรมของแฟนๆที่แตกต่างไปจากเดิม โดยเฉพาะในหมู่ของกลุ่มคนรุ่นใหม่

 

เพราะเมื่อไม่มีวงที่เป็นเสาหลักอย่าง BTS ซึ่งถือเป็นวง ‘รุ่นที่ 3’ เด็กรุ่นใหม่ที่เพิ่งเติบโตขึ้นมาจึงเลือกที่จะกระจายไปฟังเพลงจากศิลปินวงอื่นๆ ซึ่งเกิดขึ้นใหม่แทบทุกสัปดาห์ ในตลาดการแข่งขันที่รุนแรง

 

“คนรุ่นหนูจะตามวงในรุ่นที่ 4 มากกว่า” สาวน้อยวัย 13 ปีที่เป็นแฟนของวง IVE บอก “จะมีบางคนที่ยังชอบวงจากรุ่นที่ 3 อยู่ แต่สำหรับวัยรุ่นแล้ว BTS กลายเป็นวงของคนรุ่นก่อนมากกว่า มีศิลปินวงใหม่เดบิวต์ (เปิดตัว)​ มากมายในช่วงที่ BTS ไม่อยู่ และพวกเขาก็ได้รับความนิยมมากด้วย”

 

ฟังแบบนี้ดูเหมือนช่องว่างระหว่างกาลเวลาที่หายไปจะมีผลต่อพวกเขาอยู่บ้าง โดยเฉพาะในการตามหาแฟนเพลงกลุ่มใหม่

 

เพียงแต่สำหรับคนในวงการ K-Pop การกลับมาของ BTS คือความหวังครั้งสำคัญเลยทีเดียว

 

ความหวังทั้ง 7

 

ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อวงการอุตสาหกรรม K-Pop หลังการพักวงของ BTS คือการชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ

 

ระบบนิเวศของอุตสาหกรรมดนตรีของเกาหลีประกอบไปด้วยหลายอย่าง ซึ่งแม้บางอย่างจะยังคงทำรายได้อย่างเข้มแข็งโดยเฉพาะการจัดงานคอนเสิร์ตที่แฟนๆยังคงให้การสนับสนุนวงที่รักอย่างเต็มที่ แต่ในด้านของยอดการจำหน่ายอัลบั้มกลับลดลงอย่างน่าตกใจเมื่อมองย้อนกลับไปถึงช่วงพีคในปี 2023

 

มันเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่วงระดับเสาหลักอย่าง BTS และ Blackpink ไม่มีอัลบั้มใหม่ออกวางจำหน่ายพอดี ซึ่งคนในวงการดนตรีเกาหลีก็ยอมรับว่าการพักวของ BTS ทำให้คนในวงการได้รับผลกระทบตามไปด้วยโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

 

เรื่องนี้บวกกับกระแสข่าวอื้อฉาว ความขัดแย้งระหว่าง NewJeans วงเกิร์ลกรุ๊ปรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรงสุดๆแต่กลับมีปัญหากับต้นสังกัดถึงขั้นแตกหักมีการฟ้องร้องกันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย

 

ถึงช่วงที่ผ่านมาสมาชิกในวง BTS จะมีการทำผลงานโซโลกันบ้าง แต่ไม่มีอะไรดีไปกว่าการประกาศการกลับมาของ BTS ในครั้งนี้ซึ่งเป็นสิ่งที่คนในวงการ K-Pop รอคอยมาตลอด

 

“การกลับมาของพวกเขาจะทำให้คนกลับมาสนใจกับดนตรีของเกาหลีอีกครั้ง”

 

BTS รวมตัวครบ เตรียมคัมแบ็กทัวร์รอบโลก

 

Life goes on…

 

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมาสมาชิก BTS ได้ประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการว่าพวกเขาพร้อมแล้วที่จะกลับมา หลังจากที่สมาชิกทุกคนได้เสร็จสิ้นภารกิจรับใช้ชาติแล้ว

 

กำหนดการนัดหมายที่จะกลับมารวมตัวกันเพื่อทำผลงานอีกครั้งอยู่ในช่วงปลายเดือนนี้ โดยทุกคนจะกลับมาเริ่มต้นทำงานดนตรีกันอีกครั้ง และคาดหวังว่าอัลบั้มใหม่ที่ทุกคนรอคอยจะเสร็จสิ้นทันภายในปี 2026 ซึ่งจะเป็นอัลบั้มแรกนับตั้งแต่ปี 2020 

 

และแน่นอนว่าพวกเขาจะจัดเวิลด์ทัวร์เล่นคอนเสิร์ตทั่วโลก ซึ่งจะเป็นการทัวร์คอนเสิร์ตครั้งแรกนับตั้งแต่ ‘Permission to Dance on Stage tour’ ในปี 2022 

 

สิ่งที่ไม่มีใครรู้คือระหว่างทางของการกลับมาจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกหรือไม่ จะมีปัญหาและอุปสรรคใดต้องฝ่าฟันไปด้วยกันอีกไหม โดยไม่นับเรื่องของความท้าทายอื่นๆที่รอคอยอยู่ สิ่งที่เคยทำให้พวกเขาไปสู่ความสำเร็จได้ในวันวาน อาจจะพาไปไม่ถึงในวันนี้แล้วก็เป็นไปได้

 

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม การกลับมาของ BTS ในเวอร์ชั่น 2.0 ก็เป็นข่าวดีที่ทุกคนรอคอย

 

ที่เหลือจะเป็นอย่างไร ก็ให้เป็นเรื่องความเป็นไปของชีวิตแล้วกัน

 

Like an arrow in the blue sky

또 하루 더 날아가지

On my pillow, on my table

Yeah, life goes on like this again

 

อ้างอิง

The post BTS vs. คำสาป K-Pop การกลับมาท้าทายกาลเวลาหลังหายไป 3 ปี กับบทพิสูจน์ครั้งใหญ่ในโลก K-Pop ที่เปลี่ยนไป และเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่รู้จักพวกเขาอีกต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
88rising และ XOXO Entertainment ร่วมกันเปิดตัว Joint Venture เพื่อผลักดันศิลปินไทยสู่ระดับโลก https://thestandard.co/88rising-xoxo-thai-pop/ Fri, 11 Jul 2025 07:48:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1095426 88rising-xoxo-thai-pop

บริษัทดนตรีชื่อดังระดับโลก ที่เป็นที่รู้จักในด้านการสร้ […]

The post 88rising และ XOXO Entertainment ร่วมกันเปิดตัว Joint Venture เพื่อผลักดันศิลปินไทยสู่ระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
88rising-xoxo-thai-pop

บริษัทดนตรีชื่อดังระดับโลก ที่เป็นที่รู้จักในด้านการสร้างเสริมและสนับสนุนผลักดันศิลปินเอเชียสู่ระดับโลกอย่าง 88rising ได้ประกาศจับมือกับ XOXO Entertainment ค่ายเพลง T-Pop แถวหน้าจากประเทศไทย จัดตั้งบริษัทร่วมทุนที่มุ่งเน้นการผลักดันศิลปินไทยให้เป็นที่รู้จักและเติบโตในเวทีระดับโลก

 

88rising ร่วม XOXO ส่งศิลปินไทยสู่เวทีโลก

 

เรียกได้ว่าเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการเพลงไทย ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดย XOXO Entertainment มีศิลปิน T-Pop มากความสามารถในสังกัดมากมาย เช่น 4EVE, ATLAS, JustmineNika, WAII และ Knomjean เป็นต้น ซึ่งเกิร์ลกรุ๊ป 4EVE ยังได้เป็นศิลปิน T-Pop กลุ่มแรกที่เคยได้ร่วมงานกับ 88rising มาก่อนหน้านี้ทั้งในวิดีโอ A Christmas Special with 4EVE และในซิงเกิล BOYS LOVE GIRLS อีกด้วย

 

88rising ร่วม XOXO ส่งศิลปินไทยสู่เวทีโลก

 

สำหรับการเปิดตัวบริษัทร่วมทุนในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นหมุดหมายสำคัญในอุตสาหกรรมบันเทิงของไทยเท่านั้น แต่ยังถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของวงการเพลงโลก เพราะความร่วมมือของทั้ง 2 ค่ายในครั้งนี้ไม่จำกัดแค่การผลิตเพลง แต่ยังรวมถึงการพัฒนาศิลปิน การสนับสนุนด้านแพลตฟอร์ม และการบ่มเพาะไอเดียสร้างสรรค์ เพื่อช่วยให้ผู้ฟังทั่วโลกได้ค้นพบและเชื่อมโยงกับศิลปิน

 

โดย 88rising ยังได้อธิบายว่า พวกเขามีความเชื่อว่าประเทศไทยคือแหล่งรวมของศิลปินที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ ทั้งในด้านดนตรี การแสดง และเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของคนรุ่นใหม่ พวกเขามั่นใจว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยขยายขอบเขตความคิดสร้างสรรค์แบบไทยไปสู่เวทีโลกได้อย่างแท้จริง พร้อมสร้างความประทับใจแบบใหม่ที่มีความหมายกับผู้ฟังทั่วโลก

 

สำหรับทิศทางการเติบโตของเหล่าศิลปินและวงการเพลงไทย จะถูกขยายไปในรูปแบบไหน หรือจะมีผลงานใดออกมาให้ได้รับชมและรับฟังกันบ้าง แฟนๆ สามารถรอติดตามผลงานของการร่วมมือครั้งสำคัญนี้ได้ต่อไปในอนาคตอันใกล้

The post 88rising และ XOXO Entertainment ร่วมกันเปิดตัว Joint Venture เพื่อผลักดันศิลปินไทยสู่ระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลาดเพลง ใน สหรัฐฯ เติบโตขึ้นอย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับ 10 ปีที่แล้ว https://thestandard.co/us-music-market-growth-10-years/ Sun, 06 Apr 2025 03:43:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1061149

Music Watch รายงานว่า ในช่วงที่ผ่านมาตลาดเพลงในสหรัฐอเม […]

The post ตลาดเพลง ใน สหรัฐฯ เติบโตขึ้นอย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับ 10 ปีที่แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

Music Watch รายงานว่า ในช่วงที่ผ่านมาตลาดเพลงในสหรัฐอเมริกาเติบโตขึ้นอย่างมหาศาล เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2014 และอัตราเงินเฟ้อที่เปลี่ยนไป โดยชาวอเมริกันใช้จ่ายกับอุตสาหกรรมดนตรีมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการซื้ออัลบั้ม การดาวน์โหลดเพลง การไปคอนเสิร์ต ตลอดจนสินค้าต่างๆ ของศิลปิน

 

ในรายงานนี้ระบุว่า คนอเมริกันยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อเพลงมากขึ้นกว่า 50 ล้านคน เมื่อเทียบกับ 10 ปีก่อน ทั้งการซื้อแผ่นซีดี แผ่นเสียง ดิจิทัลดาวน์โหลด ตลอดจนการสมัครสตรีมมิ่งหรือการจ่ายเงินเพื่อวิทยุออนไลน์ 

 

หากคิดเป็นตัวเลข ในปี 2024 คนอเมริกันจ่ายเงินให้กับเพลงเฉลี่ยแล้วคนละ 112 ดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 10% เมื่อเทียบกับปี 2023 ที่พวกเขาใช้จ่ายกันคนละ 102 ดอลลาร์ และยิ่งเมื่อเทียบกับปี 2014 ที่พวกเขาจ่ายกันคนละ 80 ดอลลาร์ (เท่ากับ 91 ดอลลาร์เมื่อปรับตามอัตราเงินเฟ้อ) ก็คิดเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นกว่า 32% ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

 

ส่วนคอนเสิร์ตก็ถือว่ามีกระแสตอบรับที่ดีไม่แพ้กัน โดยพวกเขาใช้จ่ายเงินเพิ่มขึ้น 17% คิดเป็นมูลค่าเงิน 281 ดอลลาร์ และถึงแม้ว่าเงินเฟ้อจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้ แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลหลักทั้งหมด และคนก็เข้าชมการแสดงดนตรีสดมากขึ้น 56% จากเดิม 51% เมื่อเทียบกับปี 2023 และยอดขายสินค้าของศิลปินต่างๆ ก็เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเสื้อวง ที่มียอดขายสูงขึ้น 45%

 

อย่างไรก็ตาม รายได้จากดิจิทัลดาวน์โหลดลดลงเป็นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา โดยในปี 2015 รายได้จากการดาวน์โหลดเพลงมีมูลค่ากว่า 2.3 พันล้านดอลลาร์ แต่ในปี 2024 เหลือเพียง 329 ล้านดอลลาร์ เพราะผู้คนหันไปใช้งานแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่สะดวกสบายมากกว่า และการละเมิดลิขสิทธิ์ก็ยังคงมีอยู่ เพราะคนอเมริกันมากกว่า 14 ล้านคน ยอมรับว่าพวกเขาโหลดไฟล์เพลงที่ไม่ถูกลิขสิทธิ์

 

แต่ก็ยังคงมีผู้คนกว่า 56 ล้านคนฟังซีดีขณะขับรถ และ 48 ล้านคนก็ยังฟังเพลงที่ดาวน์โหลดมา แม้ยอดดาวน์โหลดนี้จะไม่สูงมากเท่าเมื่อก่อน ซึ่งทั้งหมดนี้ก็สะท้อนให้เห็นว่าคนอเมริกันมีความสนใจในอุตสาหกรรมดนตรีเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะด้วยวิธีการสนับสนุนศิลปินหรือการฟังเพลงในรูปแบบใดๆ ก็ตาม

 

ภาพ: Emma McIntyre / TAS24 / Getty Images for TAS Rights Management

อ้างอิง:

The post ตลาดเพลง ใน สหรัฐฯ เติบโตขึ้นอย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับ 10 ปีที่แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผลวิจัยเผยว่าเหล่านักช้อป Gen Z ต้องการได้ยินเพลงคริสต์มาสยุคโมเดิร์นในร้านค้ามากขึ้น https://thestandard.co/gen-z-modern-christmas-music-shopping/ Wed, 25 Dec 2024 04:15:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1023571 gen-z-modern-christmas-music-shopping"

ในช่วงเทศกาลวันหยุด เหล่าห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างก็ […]

The post ผลวิจัยเผยว่าเหล่านักช้อป Gen Z ต้องการได้ยินเพลงคริสต์มาสยุคโมเดิร์นในร้านค้ามากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
gen-z-modern-christmas-music-shopping"

ในช่วงเทศกาลวันหยุด เหล่าห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างก็เพิ่มความเฟสทีฟและบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองให้กับร้านด้วยการตกแต่งไฟคริสต์มาสและเปิดเพลงประจำเทศกาลคริสต์มาส โดยเฉพาะเหล่าบทเพลงคริสต์มาสฉบับคลาสสิกที่บางเพลงมีอายุมากกว่า 30 ปีแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันร้านค้าหลายแห่งต้องเริ่มเปลี่ยนเพลย์ลิสต์เพลงคริสต์มาสจากยุคคลาสสิกให้มีความร่วมสมัยมากขึ้นตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไปเพื่อเอาใจเหล่านักช้อป Gen Z โดยผู้เชี่ยวชาญด้านประสบการณ์ในร้านรีเทลอย่าง Mood Media เผยผลวิจัยใหม่ว่า เสียงที่ผู้คนได้ยินในร้านระหว่างช้อปปิ้งมีความสำคัญจริง อีกทั้งมู้ดของเพลงก็เป็นกุญแจสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกมีความสุขและเกิดความสบายใจเมื่อต้องจับจ่ายใช้เงิน 

 

ผลวิจัยพบว่า เหล่านักช้อปในอังกฤษกว่า 75% ถูกใจเพลงคริสต์มาสในร้าน ในขณะที่นักช้อปรุ่นใหม่ต้องการฟังเพลงแบบ ‘โมเดิร์นคลาสสิก’ ที่เปิดตัวหลังปี 2000 เป็นต้นไปมากกว่า ส่วนอีก 6% ของคนที่ไม่ค่อยชอบซื้อของเท่าไรมีความรู้สึกว่าเพลงแห่งช่วงเทศกาลทำให้พวกเขา ‘หงุดหงิดรำคาญใจ’ แต่ประเด็นที่สำคัญของร้านรวงคือการพบว่า นักช้อป 42% จะใช้เวลาอ้อยอิ่งอยู่ในร้านนานกว่าหากมีเพลงคริสต์มาสเปิดอยู่ ในขณะที่นักช้อป 52% ยอมรับว่า เสียงเพลงมีอิทธิพลต่อการเลือกซื้อของของพวกเขา

 

นอกจากนั้นยังมีนักช้อป 41% ที่เผยว่า การฟังเพลงคริสต์มาสในร้านทำให้พวกเขารู้สึกหวนคิดถึงอดีต และนักช้อป 21% เผยว่า พวกเขารู้สึกรีแล็กซ์เมื่อได้ยินเพลงแห่งช่วงเทศกาล โดยสำหรับความชอบในเพลงคริสต์มาสนั้น เหล่านักช้อป 52% ชอบเพลงคริสต์มาสคลาสสิกที่ผสมผสานกับเพลงใหม่บ้าง ในขณะที่นักช้อป 38% ชอบเพลงคริสต์มาสคลาสสิกดั้งเดิมล้วน และยังมีคนอีก 6% ที่ต้องการฟังเพลงคริสต์มาสยุคใหม่ เช่น Christmas Tree Farm ของ Taylor Swift, A Nonsense Christmas ของ Sabrina Carpenter และ Night Before Christmas ของ Sam Smith

 

ภาพ: Sabrina Carpenter

 

อ้างอิง: 

The post ผลวิจัยเผยว่าเหล่านักช้อป Gen Z ต้องการได้ยินเพลงคริสต์มาสยุคโมเดิร์นในร้านค้ามากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Stray Kids เป็นวงแรกในประวัติศาสตร์ที่มี 6 ผลงานเปิดตัวเป็นอันดับ 1 บน Billboard 200 https://thestandard.co/stray-kids-billboard-200-record/ Mon, 23 Dec 2024 03:48:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1022408 stray-kids-billboard-200-record

Stray Kids สร้างสถิติใหม่อันน่าทึ่งอีกครั้งบนชาร์ตเพลงร […]

The post Stray Kids เป็นวงแรกในประวัติศาสตร์ที่มี 6 ผลงานเปิดตัวเป็นอันดับ 1 บน Billboard 200 appeared first on THE STANDARD.

]]>
stray-kids-billboard-200-record

Stray Kids สร้างสถิติใหม่อันน่าทึ่งอีกครั้งบนชาร์ตเพลงระดับโลก ด้วยการเป็นศิลปินแรกที่มีอัลบั้มเปิดตัวเป็นอันดับ 1 บน Billboard 200 ในสหรัฐอเมริกาติดต่อกันถึง 6 อัลบั้ม ซึ่งยังไม่เคยมีศิลปินคนใดทำได้มาก่อนนับตั้งแต่มีการจัดชาร์ตมาตั้งแต่ปี 1956

 

ก่อนหน้านี้ Stray Kids เคยเปิดตัวเป็นอันดับ 1 ด้วยอัลบั้มต่างๆ ถึง 5 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็น ODDINARY และ MAXIDENT เมื่อปี 2022 ตามมาด้วย ROCK-STAR และ 5-STAR เมื่อปี 2023 และ ATE ในช่วงต้นปี 2024 ก่อนที่อัลบั้มใหม่อย่าง HOP จะกลายเป็นสถิติใหม่ครั้งที่ 6 ของพวกเขา

 

โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอัลบั้ม HOP มียอดขาย 187,000 ชุด แยกเป็นยอดขายอัลบั้ม 176,000 ชุด (ซึ่งทำให้อัลบั้มนี้เปิดตัวเป็นอันดับ 1 บนชาร์ตยอดขายอัลบั้มสูงสุด) ยอดสตรีมเทียบเท่าอัลบั้ม (SEA) อีก 10,000 ชุด และยอดขายแทร็กเทียบเท่าอัลบั้ม (TEA) อีก 1,000 ชุด

 

ทั้งนี้ ยอดขายอัลบั้มที่มากขึ้นมาจากการที่มีซีดีให้เลือก 7 แบบ ซึ่งทั้งหมดก็จะมีของสะสมที่แตกต่างกันไป เช่น โฟโต้การ์ด, โปสเตอร์, สติกเกอร์ หรือของสุ่มบางชิ้น โดยอัลบั้มก็จะจำหน่ายผ่านหลากหลายช่องทาง เช่น Barnes & Noble, Target, Walmart และเว็บสโตร์อย่างเป็นทางการของวง ซึ่งจากตัวเลขยอดขาย 176,000 ชุด ก็จะแบ่งเป็นยอดขายซีดี 171,000 ชุด และอัลบั้มดาวน์โหลดแบบดิจิทัลอีก 5,000 ชุด

 

ภาพ: JYP Entertainment / Penske Media via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post Stray Kids เป็นวงแรกในประวัติศาสตร์ที่มี 6 ผลงานเปิดตัวเป็นอันดับ 1 บน Billboard 200 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ROSÉ คอนเฟิร์มว่า BLACKPINK จะปล่อยอัลบั้มใหม่และทัวร์คอนเสิร์ตในปี 2025 https://thestandard.co/rose-blackpink-new-album-tour-2025/ Wed, 04 Dec 2024 07:49:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1015928 ROSÉ คอนเฟิร์มว่า BLACKPINK

แม้ว่าขณะนี้ 4 สาววง BLACKPINK ต่างกำลังสร้างปรากฏการณ์ […]

The post ROSÉ คอนเฟิร์มว่า BLACKPINK จะปล่อยอัลบั้มใหม่และทัวร์คอนเสิร์ตในปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ROSÉ คอนเฟิร์มว่า BLACKPINK

แม้ว่าขณะนี้ 4 สาววง BLACKPINK ต่างกำลังสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการเพลงระดับโลกในฐานะศิลปินเดี่ยว แต่ ROSÉ ได้ตอกย้ำถึงการเตรียมปล่อยอัลบั้มใหม่ของวง BLACKPINK และเผยถึงอนาคตการทำงานในฐานะศิลปินเดี่ยวของตัวเองด้วย

 

ROSÉ พูดคุยถึงการทำงานของตัวเองในรายการ Newsroom ของ JTBC ซึ่งขณะนี้เธอกำลังประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากกับซิงเกิล APT. ที่ได้ร่วมงานกับศิลปินระดับโลกอย่าง Bruno Mars และกำลังเตรียมตัวปล่อยอัลบั้มเดี่ยวชื่อ rosie ในวันที่ 6 ธันวาคมนี้ โดยเมื่อถูกถามถึงอนาคตของวง BLACKPINK นั้น ROSÉ ก็ให้คำตอบที่ทำให้เหล่า BLINK ชื่นใจว่า JENNIE, JISOO, ROSÉ และ LISA จะกลับมารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้าเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน เธอเผยว่า “เราวางแผนเอาไว้ว่าปีหน้าเราจะปล่อยอัลบั้มใหม่ แล้วก็ไปออกทัวร์คอนเสิร์ต”

 

นอกจากนั้น ROSÉ ยังเผยถึงมุมมองที่มีต่อการทำเพลงในขณะนี้ด้วยว่าเธอชอบแนวเพลงหลากหลาย ตั้งแต่เพลงเร็วสนุกสนานไปจนถึงเพลงช้า และ APT. ก็เป็นสไตล์เพลงที่เธอต้องการทำมาโดยตลอด ซึ่งแน่นอนว่านอกจากเพลงดังกล่าวจะมีเนื้อร้องและจังหวะที่ติดหูเป็นอย่างมาก อีกหนึ่งความพิเศษของเพลง APT. คือการร่วมงานกับ Bruno Mars โดยเธอเล่าถึงการทำงานร่วมกับเขาว่า

 

“อย่างแรกเลยคือมันเป็นเรื่องเหนือจริงมาก เขาเป็นกำลังใจที่วิเศษสุด และยังสร้างแรงบันดาลใจได้ดีมาก ตอนนั้นเสียงของฉันแหบอยู่นิดหน่อย ซึ่งเขาก็วิจารณ์ออกมาตรงๆ และชี้นำฉันด้วยแนวทางต่างๆ มันเป็นประสบการณ์ที่เหนือจริง เพราะฉันเป็นแฟนตัวยงของเขา และการที่ได้เขามาร้องเพลงพร้อมกับกำกับฉันแบบตัวต่อตัวแบบนี้จึงเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก ฉันทุ่มเททุกอย่างให้กับเพลงนี้ และตะเบ็งเสียงร้องออกมาอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาเพิ่มสีสันของเขาเข้าไปในเพลงเยอะมากเพื่อที่จะขยายให้โลกของดนตรีกว้างยิ่งขึ้นไปอีก”

 

ภาพ: Gotham / GC Images

 

อ้างอิง: JTBC

The post ROSÉ คอนเฟิร์มว่า BLACKPINK จะปล่อยอัลบั้มใหม่และทัวร์คอนเสิร์ตในปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถอดรหัสความสำเร็จจากยุค 90 สู่ T-Pop กับการก้าวกระโดดของวงการเพลงไทยบนเวทีโลก https://thestandard.co/wealth-in-depth-t-pop-global-rise-success/ Tue, 26 Nov 2024 03:04:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1012708

วันนี้วงการเพลง T-Pop เติบโตแบบก้าวกระโดด ฟังเสียงสะท้อ […]

The post ถอดรหัสความสำเร็จจากยุค 90 สู่ T-Pop กับการก้าวกระโดดของวงการเพลงไทยบนเวทีโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้วงการเพลง T-Pop เติบโตแบบก้าวกระโดด ฟังเสียงสะท้อนจากผู้บริหารค่ายเพลงว่า กว่าจะปลูกปั้นศิลปินให้มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับจากฐานแฟนคลับยากแค่ไหน พร้อมวาดฝันนำพา T-Pop ไทยออกไปโตต่างประเทศ

 

จริงๆ แล้วกระแส T-Pop ในไทยเริ่มแรงขึ้นในช่วง 2-3 ปีนี้ เริ่มมาจากความโด่งดัง ของวงไอดอล BNK48 จากนั้นก็ตามมาด้วย 4EVE, PiXXiE, Pretzelle และอีกหลายวง วันนี้ THE STANDARD WEALTH พาล้วงลึกเส้นทางความสำเร็จจากยุค 90 สู่ยุค T-Pop ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดพร้อมบุกเวทีโลก ฟังจากปากผู้บริหารค่ายเพลงที่ปลูกปั้นศิลปินมาแล้วมากมาย

 

ชลากรณ์ ปัญญาโฉม เจ้าของค่ายเพลง XOXO Entertainment ฉายภาพว่า อุตสาหกรรมเพลงไทย ถ้าย้อนไปในช่วงยุค 90 ถือเป็นยุคทองของวงการเพลงป๊อปไทย ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ดีมากๆ ของการขายเทป ศิลปินที่มีชื่อเสียงจะขายเทปได้ประมาณ ​5 แสน – 1 ล้านตลับ เฉลี่ยราคาตลับละ 80 บาท

 

 

จากนั้นเริ่มเข้าสู่ช่วงของ CD ปลายๆ ยุค 90 ค่ายเพลงและศิลปินเริ่มมาเหนื่อยกันในช่วง MP3 เนื่องจากปกติการโปรโมตเพลงจะค่อยๆ เปิดตัวทีละเพลง แต่พอมี MP3 เราอัด CD แจกกัน หนึ่งแผ่นมี 100 เพลง รายได้ของคนทำเพลงก็หายไปกว่า 80% 

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

แล้วมากระเตื้องขึ้นในช่วงปี 2005-2006 ยุคริงโทนเสียงรอสาย หลังจากนั้นอุตสาหกรรมก็เปลี่ยนรูปแบบไปเลย ถ้าเทียบกับก่อนปี 2000 รายได้ส่วนใหญ่ของค่ายเพลงมาจากการขายอัลบั้ม ก็เปลี่ยนมาเป็นแบบขายโชว์ ส่วนใหญ่ก็จะไปกับงานกลางคืนและงานเฟสติวัล แน่นอนว่าไม่ใช่ว่าทุกวงจะทำได้

 

เมื่อมาในปี 2015-2020 ดีขึ้นจากการมีแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเข้ามา ทำให้มีรายได้จากลิขสิทธิ์ เปิดโอกาสให้ศิลปินทำเพลงกันเองได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องอาศัยค่ายเพลง พอสตรีมมิ่งคึกคักขึ้น ค่ายเพลงและศิลปินอิสระมากขึ้น ตลาดก็โตขึ้นเพราะคนทำเพลงกันง่ายจากช่องทางของตัวเอง

 

เพียงแต่ว่าโดยสัดส่วนรายได้จากสตรีมมิ่งเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมดนตรี T-Pop ยังน้อยอยู่มาก อย่างวงที่เหมาะกับผับบาร์ เฟสติวัล ยังเน้นงานแบบนั้นเพื่อหารายได้หลักผสมสตรีมมิ่งไป แต่ศิลปินที่เน้นสตรีมมิ่งเป็นหลักก็จะเป็นอีกแบบ

 

เมื่อเจาะลึกมาดูในแง่ของภาพรวมอุตสาหกรรมโลก จะเห็นว่าค่ายเพลงทั้งในไทยและต่างประเทศเริ่มสะสมเพลงไว้จำนวนมาก และก็ไปเก็บรายได้จากสตรีมมิ่ง ในส่วนนี้จะเป็นแหล่งรายได้ในอนาคต เท่าที่เห็นอุตสาหกรรมเพลงในญี่ปุ่นและเกาหลียังแข็งแรงและทำได้ดี ยกตัวอย่างเราทำเพลง 1 เพลงในสตรีมมิ่ง ต้องได้ยอดวิวหลักล้านถึงได้เงิน 1-3 หมื่นบาท ซึ่งขึ้นอยู่กับศิลปินด้วย

 

ขณะที่เทปถ้าขาย 10 เพลง 3 แสนตลับ ก็ได้ 24 ล้านบาทแล้ว เห็นความแตกต่างชัดมาก ยิ่งในปัจจุบันต้นทุนในการทำเพลงแพงกว่าแต่ก่อนมากด้วย ดังนั้นศิลปินทุกวันนี้จึงพุ่งไปที่แฟนคลับ

 

ประเมินปี 2025 เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของอุตสาหกรรม T-Pop

 

ในแง่ภาพรวม T-Pop ปัจจุบันเป็นที่รู้จักแล้วไม่ว่าคนจะนิยามไว้แบบไหนก็ตาม และเป็นที่จับตามากโดยเฉพาะตลาดในประเทศเริ่มกลับมาคึกคักขึ้น หากสังเกตจะเห็นว่างานคอนเสิร์ตและเฟสติวัลมีเพิ่มขึ้น ดนตรีหลากหลาย และศิลปินมีจำนวนมากขึ้น มีฐานแฟนคลับแบ่งๆ กันไป และศิลปินในต่างประเทศอย่าง เกาหลี, ฝรั่ง, ญี่ปุ่น และจีน ก็อยากเข้ามา

 

ทั้งนี้ ประเมินว่าในปี 2025 เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญว่าค่ายเพลงจะไปนอกประเทศกันแบบแข็งแรงและต่อเนื่องกันได้หรือไม่ ในแง่โกลบอลมันต้องมีความต่อเนื่องของการทำให้คนทั้งโลกเห็นเพลงและศิลปิน T-Pop ไม่อย่างนั้นมันจะหายไป เพราะในแง่ของคุณภาพศิลปินไทยมีมากพอที่จะออกไปแข่งบนเวทีโลกได้แล้ว ก็จะมีปัญหาแค่สเกลของเม็ดเงินในการทำมิวสิกวิดีโอ แต่ในเรื่องการทำดนตรีความต่างแทบไม่มากแล้ว

 

เป็นโจทย์ใหญ่ของค่ายเพลงต้องบริหารจัดการดีๆ วางแผนว่าจะพาศิลปินไปโตทั้งในประเทศ และออกไปต่างประเทศได้อย่างไร ส่วนศิลปินก็ต้องออกแรงกันมากขึ้น เพราะดูรวมๆ แค่คอนเสิร์ตอย่างน้อยน่าจะมีแค่ครึ่งหนึ่งของเม็ดเงินที่ออกไปต่างประเทศ เราต้องทำให้คนในประเทศรักและต่างประเทศก็ต้องรักด้วย

 

จะปั้นศิลปินคนหนึ่งให้ดังได้ ไม่มีสูตรสำเร็จอะไรเลย

 

จริงๆ ต้องบอกว่าอุตสาหกรรม T-Pop ไม่มีสูตรสำเร็จ ความยากของศิลปินกลุ่มกับเดี่ยวต่างกัน ยกตัวอย่าง อิ้งค์ วรันธร ใช้เวลามากว่า 10 ปี ค่อยๆ ทำสะสมกันมาจนเริ่มได้รับการตอบรับจากฐานแฟนคลับ ลองนึกภาพการยืนอยู่คนเดียวแล้วต้องดึงคนดูจำนวนมากๆ ก็ท้าทายมาก

 

ส่วนศิลปินที่อยู่เป็นกลุ่มจะยากเรื่องจำนวน การบริหารจัดการยากขึ้น ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้น และในแง่ค่ายเพลงไทยตอนนี้ส่วนใหญ่จะรู้ว่าต้องบริหารจัดการศิลปินในค่าย และมองหาวิธีไปตลาดต่างประเทศ จะไปรูปแบบไหนได้บ้าง ให้เหมือนกับที่ศิลปินต่างประเทศมาบ้านเรา

 

เช่นเดียวกับค่ายเพลง XOXO Entertainment ถึงวันนี้ทำเพลงมา 3 ปีแล้ว ยังไม่ถือว่าใหญ่มาก ปัจจุบันมีศิลปิน 3-4 กลุ่ม และมีวงที่เป็นที่รู้จักมีชื่อเสียงมากๆ อยู่ 2 วง ในปีหน้าจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง เพราะเรามีแผนจะปลูกปั้นศิลปินเพิ่มขึ้น และพยายามทำให้ศิลปินมีงานและมีรายได้ที่ดี

 

ไทยต้องแก้โจทย์จำกัดโควตาการเข้ามาของศิลปินต่างชาติ

 

แถวๆ ประเทศใกล้เคียงไทยเปิดรับศิลปินต่างชาติมากขึ้น เพียงแต่ยังไปไม่ได้ไกลเหมือนที่เกาหลีทำกัน ทั้งนี้ เวลาศิลปินเกาหลีมาบ้านเรา ถ้าดูเม็ดเงินดีๆ กลุ่มคนดูจ่ายกันมากพอสมควร ซึ่งก็ยอมรับได้เพราะด้วยตัวศิลปินและโปรดักชันก็ถือว่าดี แต่จะให้จ่ายบ่อยๆ ก็คงไม่ได้ไหวขนาดนั้น

 

จริงๆ เป็นเรื่องที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของวงการ เนื่องจากประเทศไทยเราไม่มีระบบโควตาเหมือนประเทศอื่นๆ ที่จำกัดการจัดงานดนตรีและภาพยนตร์ โดยศิลปินจากต่างประเทศจะกำหนดไว้เลยว่าใน 1 ปีสามารถจัดคอนเสิร์ตได้กี่ครั้ง แม้ไม่ได้ห้ามสุดโต่งแต่มีเปอร์เซ็นต์คุมไว้

 

แต่ถ้าประเทศไทยมีการแก้โจทย์เรื่องนี้จะดีมาก เพราะปัจจุบันสถานที่จัดคอนเสิร์ตบ้านเราไม่ได้มีมากพอ เมื่อถูกจองโดยคอนเสิร์ตต่างชาติไปเกินครึ่ง ศิลปินไทยก็ไม่เหลือสถานที่จัดงานแล้ว 

 

สิ่งที่ตามมาคือราคาพื้นที่ก็จะปรับขึ้นตามความต้องการของตลาด ต้นทุนสูงขึ้น ก็กระทบผู้จัดในประเทศ ที่ผ่านมาวงการเพลงมีพูดคุยกันเรื่องนี้ แต่เราไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ สิ่งที่ทำได้คือต้องดูแลค่ายเพลงตัวเองให้ดี

 

ศิลปินยุค 90 มีความเป็นแรร์ไอเท็ม ทำแฟนคลับคลั่งไคล้กว่ายุคปัจจุบัน

 

หทัย ศราวุฒิไพบูลย์ Executive Vice President-Idol Label ผู้รับผิดชอบดูแลค่าย G’NEST และ YGMM ในเครือ GMM Music แสดงความเห็นกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ถ้าให้เทียบกระแสความดังของเพลง T-Pop ยุค 90 และในปัจจุบันต่างกัน แต่ก่อนยังไม่มีโซเชียลมีเดีย ศิลปินจะมีความเป็นแรร์ไอเท็ม ไม่ใช่ว่าเราจะพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน ต้องเฝ้าดูศิลปินเหล่านี้บนเวทีเท่านั้น ทำให้คุณค่าการรอคอยยิ่งทวีคูณมากขึ้น และทำให้คนกระหายอยากออกไปดูคอนเสิร์ตและอีเวนต์กัน

 

แต่ปัจจุบันช่องทางโซเชียลมีเดียหลากหลายขึ้น ทำให้เข้าถึงตัวศิลปินง่าย ด้วยการติดตามผ่านช่องทางโซเชียลของศิลปินที่ชื่นชอบ ที่ต่างกันอีกก็คือระบบการเทรนนิ่ง และการพัฒนาศิลปินปัจจุบันมีความเป็นสากลมากขึ้น 

 

 

หากย้อนกลับไปที่ผ่านมาในตลาดเมืองไทย ถ้าพูดถึงยุค 90 จะมีศิลปินเป็นวง และแนวทางของเทรนด์ สไตล์การเต้นยังเป็นแบบไทยคัลเจอร์อยู่ เต้นขยับตัว มีท่านิดหน่อย หลังยุคเริ่มมี Boy Group และ Girl Group แล้วการพัฒนาศิลปินยังไม่ได้มาตรฐานที่เป็นโกลบอลมากนัก แต่พอข้ามมาสู่ยุคการเข้าถึงโซเชียลมีเดีย Boy Group และ Girl Group เริ่มมีมาตรฐานกันแล้ว 

 

ยกตัวอย่างสิ่งที่ GRAMMY ทำ บริษัทมีระบบการเทรนด์ศิลปินเหมือนนักกีฬา เรามองว่านี่คืออาชีพ แล้วสิ่งที่เด็กฝึกต้องทำเวลาแสดงคือต้องขึ้นไปทั้งร้องและเต้นได้ ต้องฝึกควบคุมสติ เอ็นเตอร์เทนคนดูตั้งแต่ช่วงที่เริ่มแสดง ต้องซ้อมจนร่างกายจำได้ว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่ต้องทำในชีวิตประจำวันเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ และมันคือการเทรนสู่การเป็นศิลปินแบบมืออาชีพ

 

ปัจจุบันตลาด T-Pop ขยายตัวและมีฐานแฟนคลับเข้ามาสนับสนุนศิลปิน ที่เห็นส่วนใหญ่เป็นกลุ่มมัธยมศึกษาและมหาวิทยาลัยเป็นหลัก

 

เปิด Key Success ของ T-Pop

 

มองว่า T-Pop ไปได้ไกลกว่านี้อีกมาก เหมือนคลื่นที่กำลังขึ้น เราอยากเห็นทุกๆ งานคอนเสิร์ตที่เกิดขึ้นในไทยกลายเป็นคัลเจอร์ของศิลปินไทยไปเลย ทั้งหมดล้วนต้องมาจากการสนับสนุนของแฟนเพลง สปอนเซอร์ และหน่วยงานภาครัฐ สามารถทำให้เป็นระบบเดียวกันได้

 

ส่วน Key Success ที่ทำให้ T-Pop ประสบความสำเร็จหลักๆ เลยประกอบไปด้วย 1. ความสามารถพิเศษของศิลปิน 2. คุณภาพของงานส่วนโปรดักชัน และ 3. การฝึกเทรนนิ่ง จะทำให้ T-Pop สร้างความแตกต่างและแข็งแรงขึ้นมาได้ สิ่งสำคัญคือวินัย ถึงแม้จะเดบิวต์ไปแล้วแต่ยังต้องฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง

 

การบริหารค่ายเพลง ศิลปิน และเงินลงทุน ล้วนเป็นความท้าทาย

 

ถ้าพูดถึงการแข่งขันอาจไม่ใช่สิ่งที่ท้าทายเหมือนเดิมแล้ว แต่สิ่งที่ท้าทายมากเป็นเรื่องของการบริหารจัดการค่ายเพลงและศิลปินมากกว่า โฟกัสในสิ่งที่สามารถควบคุมได้และหาวิธีสร้างการเติบโต ทำให้ที่ผ่านมา GRAMMY เปิดโอกาสในการทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์เพื่อพัฒนาการทำงานให้เป็นสากลมากขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม GRAMMY จะเปิดออดิชันศิลปินใหม่ในทุกๆ ปี สุดท้ายแล้วสิ่งที่จะทำให้ T-Pop มีศักยภาพไปได้ไกลคือระบบการเทรนนิ่งซึ่งต้องใช้เวลานานมากและเม็ดเงินลงทุนสูง และการลงทุนกับการเทรนนิ่งไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เราลงไปจะได้กลับมา เพราะระหว่างทางอาจมีเด็กฝึกที่ไม่ผ่านด้วยเหตุผลต่างๆ ดังนั้นถ้าเราจะทำให้ T-Pop แข็งแรงได้จริงๆ ตลาดจะต้องได้รับการสนับสนุนจากหลายส่วน โดยเฉพาะภาครัฐต้องจัดอีเวนต์ใหญ่พาศิลปินออกไปโชว์ความสามารถให้คนทั้งโลกได้เห็น

 

อนาคต T-Pop จะโตอย่างแข็งแกร่งและพร้อมออกไปบนเวทีโลกได้แน่

 

โดม-จารุวัฒน์ เชี่ยวอร่าม ผู้บริหารค่ายเพลง LIT Entertainment กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า เมื่อ 4 ปีที่แล้วในตลาดแมสอาจยังนึกภาพไม่ออกว่าเพลง T-Pop หน้าตาเป็นอย่างไร และคนในวงการอย่างค่ายเพลงมองว่าจะทำให้คนรู้จักได้ต้องใช้เวลา จนถึงปัจจุบันไม่คาดคิดว่าอุตสาหกรรมเพลง T-Pop จะเฟื่องฟูและโตได้เร็วขนาดนี้

 

ปัจจัยส่วนใหญ่มาจากค่ายเพลงและศิลปินขยับตัวพร้อมกันทั้งตลาด กระแสจึงแรงขึ้นและก้าวกระโดดขึ้นมากๆ เพราะถ้าย้อนกลับไปในแง่ของการขายหรือโฆษณาต่างๆ ลูกค้าที่จะใช้จ่ายเงินในการซื้อตัวศิลปินหรือซื้อความเป็น T-Pop ต่างจากช่วงเริ่มต้นที่ยังเห็นไม่มากนัก

 

 

ก่อนหน้านี้อาจไม่เชื่อในความเป็นแบรนดิ้งของ T-Pop แต่ทุกวันนี้เหมือนทุกคนให้ความสนใจและเชื่อว่าจริงๆ แล้วศิลปิน T-Pop รุ่นใหม่ๆ ทำได้และเกิดเป็นเทรนด์ขึ้นมา แต่กว่าจะเติบโตขึ้นมาได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ว่าจะเป็นเพลงประเภทไหนก็ตาม หัวใจสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างสำเร็จได้คือคุณภาพของงาน ที่ทั้งตัวค่ายและศิลปินต้องทุ่มเทและพยายามพัฒนาตัวเอง หาเส้นทางใหม่ๆ ออกมาพิสูจน์ตัวตนอย่างต่อเนื่อง จากนั้นผลตอบรับที่ดีก็จะตามเอง

 

อย่างไรก็ดี อาจมีหลายปัจจัยที่ทำให้งานสำเร็จได้คือเรื่องของเม็ดเงินและเวลา กว่างานหนึ่งโปรเจกต์จะออกมาสมบูรณ์ได้มีองค์ประกอบหลายๆ อย่าง แต่สุดท้ายแล้วถ้าจะให้รู้สึกว่าสำเร็จแค่ไหน หรืออนาคตจะโตแค่ไหน ขึ้นอยู่ที่เราใส่ใจกับคุณภาพงานด้วย

 

ผู้บริหารค่ายเพลง LIT Entertainment กล่าวต่อว่า ความท้าทายในวงการเพลง T-Pop คือ ทุกค่ายเพลงพยายามงัด The Best ของตัวเองออกมา แปลว่าในแง่ของคนทำงานและศิลปินจะหยุดพัฒนาตัวเองไม่ได้ หรือเรียกง่ายๆ ว่าอย่าหยุดนิ่ง เพราะจะมีคนวิ่งแซงเราอยู่ตลอดเวลา

 

ส่วนในมุมของการปลูกปั้นศิลปินก็ค่อนข้างจะใช้เวลา ความยากและความง่ายก็จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความสามารถของศิลปิน ทั้งหมดต้องใช้ทั้งเงินลงทุนและเวลาจนกว่าจะได้ตามเกณฑ์มาตรฐานที่วางไว้ ในอนาคตเราคาดหวังว่า T-Pop จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และพร้อมที่จะเติบโตไปในระดับโลกได้แน่นอน

The post ถอดรหัสความสำเร็จจากยุค 90 สู่ T-Pop กับการก้าวกระโดดของวงการเพลงไทยบนเวทีโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Mariah Carey เผยว่า ถ้าหากมีโอกาสทำเพลงกับ Olivia Rodrigo ก็คงเป็นเรื่องสนุกดี https://thestandard.co/mariah-carey-olivia-rodrigo-collab/ Tue, 19 Nov 2024 12:00:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1010524

Mariah Carey ให้สัมภาษณ์กับ BuzzFeed ว่า เธออยากร่วมทำเ […]

The post Mariah Carey เผยว่า ถ้าหากมีโอกาสทำเพลงกับ Olivia Rodrigo ก็คงเป็นเรื่องสนุกดี appeared first on THE STANDARD.

]]>

Mariah Carey ให้สัมภาษณ์กับ BuzzFeed ว่า เธออยากร่วมทำเพลงกับศิลปินหญิงขวัญใจคนรุ่นใหม่อย่าง Olivia Rodrigo เพราะเธอคิดว่าคงจะเป็นประสบการณ์ที่สนุก และเธอก็เคยไปคอนเสิร์ต Olivia กับลูกสาวมาแล้วด้วย

 

เธอกล่าวว่า “คงจะสนุกดีนะ ถ้าได้คอลลาบอเรชันกับ Olivia Rodrigo ลูกสาวของฉันเป็นแฟนตัวยงของเธอเลย พวกเราไปคอนเสิร์ตของเธอมาด้วย ซึ่งสนุกมากๆ แต่ฉันก็รู้ว่าช่วงปีนี้เธอจะไม่ทำงานแล้ว ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ฉันได้ยินมา” 

 

ในช่วงเวลานี้ Mariah Carey ยังไม่ได้ปล่อยเพลงหรืออัลบั้มใหม่ออกมา โดยอัลบั้มเต็มล่าสุดของเธอคือ Caution เมื่อปี 2018 แต่เธอกำลังจะเปิดตัวอัลบั้ม Merry Christmas: 30th Anniversary Edition ในวันที่ 6 ธันวาคมนี้ ซึ่งอัลบั้มนี้จะเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของผลงานเพลงคริสต์มาสสุดอมตะของเธอ ผ่านแทร็กเพลงเวอร์ชันร้องสดจากโชว์ในสถานที่สำคัญต่างๆ ของการเฉลิมฉลองวันคริสต์มาส 

 

ทั้งนี้ เธอเพิ่งคอนเฟิร์มในคอนเสิร์ตที่แคลิฟอร์เนียเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า ช่วงนี้เธอกำลังเริ่มทำเพลงใหม่อยู่เช่นเดียวกัน

 

“ฉันกำลังทำเพลงใหม่อยู่ แล้วก็ตื่นเต้นกับสิ่งนี้มากเลย ตอนนี้ฉันแค่ต้องหาเวลาทำเพลงเพิ่มเท่านั้นแหละ” Mariah Carey กล่าว

 

ภาพ: Mariah Carey

 

อ้างอิง:

The post Mariah Carey เผยว่า ถ้าหากมีโอกาสทำเพลงกับ Olivia Rodrigo ก็คงเป็นเรื่องสนุกดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซฟบอย-เซฟเกิร์ลเศร้า ยี่ ชยปัญญ์ ประกาศยุติบทบาทสมาชิกวง Safeplanet https://thestandard.co/yee-chayapan-announcement-termination-safeplanet/ Wed, 24 Jul 2024 08:28:39 +0000 https://thestandard.co/?p=962275 ยี่ ชยปัญญ์ Safeplanet

วันนี้ (24 กรกฎาคม) ช่องทางโซเชียลมีเดียของวง Safeplane […]

The post เซฟบอย-เซฟเกิร์ลเศร้า ยี่ ชยปัญญ์ ประกาศยุติบทบาทสมาชิกวง Safeplanet appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยี่ ชยปัญญ์ Safeplanet

วันนี้ (24 กรกฎาคม) ช่องทางโซเชียลมีเดียของวง Safeplanet ประกาศยุติบทบาทการเป็นสมาชิกของ ยี่-ชยปัญญ์ จันทรานุสนธิ์ มือเบสของวง โดยจะยุติบทบาททั้งหมดอย่างเป็นทางการหลังสิ้นสุดเดือนกันยายนนี้

 

 

ยี่โพสต์ข้อความผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของวง โดยมีใจความบางส่วนดังนี้

 

“เป็นเวลาเกือบ 10 ปี ที่ผมได้อยู่ และเดินทางกับครอบครัวนี้ พอถึงจุดหนึ่งได้หยุดคิด และทบทวนตัวเอง ผมได้รู้สึกถึงพลังงานในการทำงานของตัวผมได้ลดลงไปจากที่เคยเป็น ผมจึงได้ตัดสินใจอย่างรอบคอบ และเป็นสิ่งที่ได้ปรึกษาภายในวงกันสามคนมาเป็นอย่างดีแล้วครับ โดยผมจะยุติบทบาทหลังจบเดือนกันยายน 2024 นี้ครับ เร็วๆ นี้ เราจะมีเพลงใหม่ และคอนเสิร์ตสุดท้ายของผมในวันที่ 28 กันยายนครับ

 

“ขอบคุณที่เคารพการตัดสินใจครั้งนี้ด้วยครับ ขอบคุณทีมงาน Safeplanet ทุกคนครับ

 

“ขอบคุณแฟนเพลงทุกคน Safeboys & Girls ที่คอย Support กันมาตลอด หลังจากนี้ถึงจะไม่ได้เป็นคนที่อยู่บนเวทีแล้ว ผมจะขอเป็นหนึ่งในพวกเราทุกคนที่คอย support ยานลำนี้ต่อไปครับ”

 

 

Safeplanet วงดนตรีแนวอินดี้ป๊อปขวัญใจแฟนเพลง เจ้าของผลงานเพลงฮิตมากมาย เช่น คำตอบ, กอดความเจ็บช้ำ, ข้างกาย และ สิ่งที่เธอฝากไว้ ซึ่งหลังสิ้นสุดการทำงานของยี่ในเดือนกันยายน วง Safeplanet ที่ประกอบไปด้วย เอ-ฐิติภัทร อรรถจินดา (ร้องนำและกีตาร์) และ ดอย-อภิวิชญ์ คำฟู (กลอง) จะยังคงดำเนินกิจกรรมในฐานะสมาชิกของวงต่อไป

 

อ้างอิง:

The post เซฟบอย-เซฟเกิร์ลเศร้า ยี่ ชยปัญญ์ ประกาศยุติบทบาทสมาชิกวง Safeplanet appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ฉันอยากลองทำงานสร้างสรรค์ในแบบอื่นๆ ด้วย” Adele เตรียมหยุดพักจากวงการเพลง https://thestandard.co/adele-taking-break-from-making-music/ Wed, 17 Jul 2024 07:44:02 +0000 https://thestandard.co/?p=959091 Adele วงการเพลง

ใครที่เป็นแฟนเพลงของศิลปินหญิงเสียงทรงพลังอย่าง Adele ค […]

The post “ฉันอยากลองทำงานสร้างสรรค์ในแบบอื่นๆ ด้วย” Adele เตรียมหยุดพักจากวงการเพลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Adele วงการเพลง

ใครที่เป็นแฟนเพลงของศิลปินหญิงเสียงทรงพลังอย่าง Adele คงจะพอเห็นว่าเธอไม่ได้ปล่อยอัลบั้มใหม่มาพักใหญ่แล้วนับตั้งแต่ปี 2021 เพราะเธอหันไปโฟกัสกับเรื่องชีวิตส่วนตัวด้วยอาการเจ็บป่วยที่เส้นเสียง ก่อนที่เธอจะมีอาการดีขึ้นและกลับมาจัดคอนเสิร์ตอย่างต่อเนื่องในลาสเวกัสตั้งแต่ปี 2022 แต่ไม่ว่าเธอจะกลับมาทำงานอย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วเธอเพิ่งออกมาเปิดใจว่าเธอต้องการหยุดพักจากวงการเพลง

 

Adele ให้สัมภาษณ์กับสื่อเยอรมนีอย่าง ZDF ว่า “ฉันยังไม่มีแพลนทำเพลงใหม่เลยแม้แต่นิดเดียว ฉันอยากจะพักยาวๆ ไปก่อนหลังจากนี้ และฉันอยากลองทำงานสร้างสรรค์ในแบบอื่นๆ ด้วย”

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอออกมาพูดถึงประเด็นนี้ เพราะก่อนหน้านี้เธอก็เคยบอกผู้ชมในคอนเสิร์ตว่าเธอน่าจะใช้เวลาทำอัลบั้มใหม่ไปอีกสักระยะและไม่ใช่เร็วๆ นี้ ทั้งยังเคยให้สัมภาษณ์กับ Hollywood Reporter ว่า “ฉันกังวลมากที่จะใช้เสียงจนหมดในคอนเสิร์ต มันต้องร้องเพลงเยอะมาก เพราะมันเป็นไลฟ์ทั้งหมด แล้วฉันก็ต้องพูดคุยเยอะมากจริงๆ”

 

อย่างไรก็ตาม เธอจะยังมีโชว์ที่ลาสเวกัสไปจนถึงช่วงปลายปีนี้ และในช่วงเดือนสิงหาคมนี้เธอจะไปจัดคอนเสิร์ตอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งเดือนที่เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ซึ่งทั้งหมดนี้ก็อาจเป็นโชว์ส่งท้ายก่อนที่เธอจะพักจากวงการเพลงไปพักใหญ่นั่นเอง

 

ภาพ: Allen Berezovsky / Getty Images

อ้างอิง:

The post “ฉันอยากลองทำงานสร้างสรรค์ในแบบอื่นๆ ด้วย” Adele เตรียมหยุดพักจากวงการเพลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
NewJeans ปฏิเสธมีส่วนร่วมในนิทรรศการ HYBE: WE BELIEVE IN MUSIC ที่ GRAMMY Museum https://thestandard.co/newjeans-decline-hybe-we-believe-in-music/ Tue, 16 Jul 2024 03:55:43 +0000 https://thestandard.co/?p=958447

ก่อนหน้านี้ได้เกิดข้อถกเถียงมากมายเมื่อมีการรายงานว่าวง […]

The post NewJeans ปฏิเสธมีส่วนร่วมในนิทรรศการ HYBE: WE BELIEVE IN MUSIC ที่ GRAMMY Museum appeared first on THE STANDARD.

]]>

ก่อนหน้านี้ได้เกิดข้อถกเถียงมากมายเมื่อมีการรายงานว่าวง NewJeans จะไม่มีส่วนร่วมกับงานนิทรรศการ HYBE: WE BELIEVE IN MUSIC ที่จะจัดขึ้น ณ GRAMMY Museum ในลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เนื่องจากงานดังกล่าวอาจไม่มีพื้นที่จัดแสดงเรื่องราวของ NewJeans อย่างเหมาะสม

 

ล่าสุดยังมีรายงานข่าวออกมาอีกว่าทาง GRAMMY Museum ได้ยื่นข้อเสนอในการจัดโซนของวง NewJeans เอาไว้ตรงศูนย์กลางที่โดดเด่นที่สุดในงานนิทรรศการแก่ต้นสังกัดอย่าง ADOR ไปแล้วตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยพิพิธภัณฑ์เสนอให้โซนวง NewJeans อยู่ในส่วนแรกสุดที่ผู้เข้าชมจะได้เห็นเมื่อเดินเข้าไปในงาน แต่การเจรจาก็ไม่เป็นผล เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นข้อเสนอที่ดี และ HYBE ก็ร่วมคุยกับ ADOR แล้ว แต่ตัวแทนของ ADOR ก็กล่าวว่า ในแผนงานไม่มีผนังสำหรับการแขวนสิ่งต่างๆ นิทรรศการและข้อมูลเบื้องต้นจาก HYBE ก็เป็นเพียงโครงคร่าวๆ ที่ไม่มีรายละเอียดชัดเจนและไม่มีบางทีมรวมอยู่ด้วย พวกเขาจึงตัดสินใจไม่เข้าร่วม ซึ่งไม่ได้เกิดจากการไม่ร่วมมือกับ HYBE เพียงแต่มันไม่มีพื้นที่จัดแสดงเรื่องของ NewJeans อย่างเหมาะสม

 

นอกจากนี้พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการค่อนข้างจำกัด ด้วยพื้นที่ 740 ตารางเมตร อ้างอิงตามเว็บไซต์พบว่าห้องจัดแสดงรองรับคนยืนได้เพียง 250 คน ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวไม่น่าจะเพียงพอต่อการจัดแสดงประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของค่าย K-Pop ชื่อดังอย่าง HYBE ได้ครบถ้วน และ ADOR ก็เข้าใจดีว่างานนี้จะต้องเน้นนำเสนอพื้นที่ของวงใหญ่อย่าง BTS หรือเรื่องราวของ บังชีฮยอก ผู้บริหารค่าย HYBE มากกว่า

 

เมื่อ ADOR ปฏิเสธให้ NewJeans มีส่วนร่วมกับนิทรรศการของบริษัทแม่ จึงเกิดข่าวลือในโลกออนไลน์โดยทันทีว่าขณะนี้เกิดความขัดแย้งขึ้นระหว่าง มินฮีจิน ซีอีโอแห่ง ADOR กับ HYBE ฝั่งอินเตอร์อยู่หรือไม่ อีกทั้งก่อนหน้านี้ NewJeans ยังไม่ได้ไปร่วมงาน 2024 weverse con festival เมื่อเดือนก่อน ซึ่งถึงแม้ว่า HYBE จะให้เหตุผลว่า NewJeans กำลังยุ่งกับการเตรียมตัวโปรโมตที่ต่างประเทศ แต่แฟนๆ ก็ตั้งข้อสงสัยว่าศิลปินคนอื่นยังสามารถจัดการตารางงานและมาร่วมงานได้ ทั้งที่พวกเขาก็งานยุ่งเช่นเดียวกับ NewJeans

 

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ผู้คนยังมีข้อกังขาอยู่ว่ามินฮีจินอาจไม่อยากร่วมมือกับบริษัทแม่อย่าง HYBE แต่ HYBE ก็ยังเผยว่าการที่ NewJeans ไม่ได้มีส่วนร่วมในนิทรรศการที่ GRAMMY Museum นั้นก็มาจากการตัดสินใจของต้นสังกัดนั่นเอง สำหรับงาน HYBE: WE BELIEVE IN MUSIC จะนำเสนอเรื่องราวประวัติศาสตร์ของบริษัทและเหล่าศิลปินชื่อดังของพวกเขา โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 2 สิงหาคม – 15 กันยายนนี้

 

ภาพ: NewJeans

อ้างอิง:

The post NewJeans ปฏิเสธมีส่วนร่วมในนิทรรศการ HYBE: WE BELIEVE IN MUSIC ที่ GRAMMY Museum appeared first on THE STANDARD.

]]>
Min Hee Jin กับ HYBE: ศึกแห่งศักดิ์ศรีและอำนาจในวงการ K-Pop ที่แม้เรื่องความขัดแย้งยังไม่จบ แต่ NewJeans ปังไม่หยุด https://thestandard.co/min-hee-jin-and-hybe/ Fri, 12 Jul 2024 10:39:11 +0000 https://thestandard.co/?p=957009

Min Hee Jin วัย 44 ปี ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ ADOR ค่ายเ […]

The post Min Hee Jin กับ HYBE: ศึกแห่งศักดิ์ศรีและอำนาจในวงการ K-Pop ที่แม้เรื่องความขัดแย้งยังไม่จบ แต่ NewJeans ปังไม่หยุด appeared first on THE STANDARD.

]]>

Min Hee Jin วัย 44 ปี ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ ADOR ค่ายเพลงย่อยของ HYBE ซึ่งเป็นบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้และเป็นผู้ปลุกปั้น BTS ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Nikkei Asia เกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างเธอกับ HYBE ที่ผ่านมา รวมถึงวิสัยทัศน์และความฝันของเธอในการสร้างสรรค์ผลงานเพลง K-Pop ที่มีคุณภาพ

 

Min Hee Jin เป็นโปรดิวเซอร์และนักธุรกิจที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในวงการ K-Pop ในปัจจุบัน เธอเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ NewJeans เกิร์ลกรุ๊ปที่กำลังมาแรง

 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา Min Hee Jin และ Bang Si Hyuk ประธานบริษัท HYBE ก็ตกเป็นข่าวใหญ่ เนื่องจากความขัดแย้งภายในที่คล้ายกับละครชีวิต ซึ่งเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน เงินทอง และการร้องเรียนต่อตำรวจ

 

เธอยืนยันว่ายังไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหา แต่การที่ HYBE ไม่เข้ามาก้าวก่ายการทำงานของ ADOR ก็ถือเป็นความคืบหน้าอย่างหนึ่ง โดย HYBE เป็นเอเจนซีความบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้เมื่อพิจารณาจากมูลค่าตลาดที่ได้ลงทุน 1.6 หมื่นล้านวอนในค่ายย่อยและถือหุ้น 80% ในนั้น ส่วน Min Hee Jin ถือหุ้น 18%

 

“ปัญหาเกิดจากบริษัทลูกที่มีเป้าหมายและวิสัยทัศน์ที่แตกต่างจากการตัดสินใจของบริษัทแม่” เธอกล่าว “ในฐานะตัวแทนของ ADOR ฉันได้หยิบยกประเด็นเกี่ยวกับความไม่สอดคล้องกันในระบบหลายค่ายเพลง และขอให้มีการแก้ไข เพื่อวิสัยทัศน์และสิทธิของ ADOR แต่ฉันไม่คิดว่าพวกเขาจะตอบสนองอย่างไม่มีเหตุผลและผิดกฎหมาย”

 

HYBE ปฏิเสธว่าการกระทำของพวกเขาไม่ผิดกฎหมาย Min Hee Jin กล่าวหาว่า บริษัทแม่ได้รวบรวมข้อความส่วนตัวของเธออย่างผิดกฎหมายและตรวจสอบพนักงานของเธอ

 

ความขัดแย้งระหว่าง Min Hee Jin กับ HYBE เริ่มปรากฏสู่สาธารณะเมื่อปลายเดือนเมษายน บริษัทแม่ได้เริ่มการตรวจสอบภายใน ADOR และยื่นเรื่องร้องเรียนต่อตำรวจ โดยกล่าวหาว่า Min Hee Jin วางแผนที่จะแยกตัวเป็นอิสระ

 

Min Hee Jin ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างรุนแรง และอ้างว่าบริษัทแม่กำลังแก้แค้นเธอที่ยื่นเรื่องร้องเรียนภายในว่า HYBE และค่ายเพลงอื่นคัดลอกแนวคิดของเธอสำหรับเกิร์ลกรุ๊ปใหม่ ILLIT

 

ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม Min Hee Jin ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งห้ามไม่ให้บริษัทแม่ปลดเธอออกจากตำแหน่งในการประชุมผู้ถือหุ้น และในเดือนพฤษภาคม ศาลในกรุงโซลตัดสินว่า แม้ว่า Min Hee Jin จะมองหาวิธีที่จะควบคุม ADOR อย่างเต็มที่ แต่เธอก็ไม่ได้ละเมิดความไว้วางใจ เพราะเธอไม่ได้ลงมือทำ

 

แม้จะมีข่าวลือเกี่ยวกับความขัดแย้ง แต่ความนิยมของ NewJeans ก็ไม่ได้ลดลงเลย

 

NewJeans เปิดตัวเมื่อ 2 ปีก่อน และสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ในวงการ K-Pop ด้วยภาพลักษณ์หญิงสาวที่ชวนให้นึกถึงยุค 90 และต้นยุค 2000 เพลงของพวกเขามีหลากหลายแนวและท่าเต้นก็ดูสนุกสนาน พวกเขาเป็นเหมือนลมหายใจใหม่ให้กับแฟนๆ ที่เหนื่อยล้ากับการใช้ Auto-Tune มากเกินไป และเกิร์ลกรุ๊ปที่อายุยังน้อยแต่พยายามนำเสนอตัวเองว่าโตเกินวัย

 

“ฉันมีความปรารถนาที่จะทำให้ผู้คนประหลาดใจอยู่เสมอ” Min Hee Jin กล่าว นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นในการแสดงแฟนมีตติ้งที่โตเกียว ซึ่งที่นั่ง 50,000 ที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของแฟนๆ ขณะที่ Hanni สมาชิก NewJeans ได้ขโมยหัวใจแฟนๆ ชาวญี่ปุ่นด้วยการคัฟเวอร์เพลง Aoi Sangoshou ของ Seiko Matsuda นักร้องในตำนาน ซึ่งเป็นเพลงที่เธอเลือกตามคำแนะนำของ Min Hee Jin

 

ซิงเกิลแรกของวงที่เปิดตัวในญี่ปุ่น Supernatural ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต ORICON เทียบเท่ากับอันดับท็อป 100 ของ Billboard เพียงไม่กี่วันหลังจากเปิดตัวเมื่อเดือนที่แล้ว

 

“ความฝันส่วนตัวของฉันคือการมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพของป๊อปคัลเจอร์” Min Hee Jin กล่าว พร้อมเสริมว่า เธอรู้สึกมีความรับผิดชอบ วิธีหนึ่งในการยกระดับ K-Pop คือการนำศิลปะที่ไม่ใช่กระแสหลักมาสู่ป๊อปคัลเจอร์

 

Min Hee Jin เป็นตำนานในวงการนี้ เธอเริ่มต้นจากการเป็นนักออกแบบกราฟิกที่ SM Entertainment ในปี 2002 ก่อนจะได้รับการยอมรับในฐานะผู้กำกับภาพของ Girls’ Generation, f(x) และ EXO ในช่วง 15 ปีที่ทำงานที่นั่น เธอเข้าร่วม HYBE เมื่อต้นปี 2019 ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แบรนด์ และก่อตั้ง ADOR อีก 2 ปีต่อมา

 

Min Hee Jin มีภาพลักษณ์ที่โดดเด่นในอุตสาหกรรมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ผู้ก่อตั้ง 4 บริษัทบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดล้วนเป็นผู้ชายที่มีพื้นฐานด้านดนตรี และ 3 คนจบการศึกษาจาก 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำของเกาหลีใต้

 

แม้ว่า Min Hee Jin จะยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ เพื่อแยกตัวออกไป แต่เธอก็อาจเผชิญกับความยากลำบากหากตัดสินใจทำเช่นนั้นหลังจากสัญญาของเธอสิ้นสุดลงในเดือนพฤศจิกายน 2026 เธออ้างว่าเธออยู่ภายใต้ ‘สัญญาทาส’

 

ตามคำตัดสินของศาล บริษัทแม่ต้องซื้อหุ้น 15% ของ ADOR จาก Min Hee Jin ในราคา 13 เท่าของกำไรจากการดำเนินงานเฉลี่ย หากเธอตัดสินใจขาย เธอยังต้องได้รับอนุญาตจากบริษัทแม่เพื่อขายหุ้นที่เหลืออีก 3% ของเธอ 

 

มีรายงานว่า เธอถูกผูกมัดด้วยข้อตกลงห้ามแข่งขันตราบเท่าที่เธอยังเป็นผู้ถือหุ้นของ ADOR ทาง HYBE กล่าวว่า Min Hee Jin สามารถเริ่มขายหุ้นของเธอได้ในเดือนพฤศจิกายน และเธอจะหลุดพ้นจากข้อตกลงห้ามแข่งขันหากเธอขายหุ้นทั้งหมดของเธอ โดย Min Hee Jin และบริษัทแม่เคยเจรจาเพื่อแก้ไขส่วนนั้นของสัญญาก่อนที่ข้อพิพาทจะทวีความรุนแรงขึ้น

 

สัญญาของ NewJeans มีแนวโน้มที่จะสิ้นสุดหลังจากสัญญาของ Min Hee Jin โดยสัญญาระหว่างศิลปินและบริษัทแม่ของพวกเขามักจะมีระยะเวลา 7 ปี

 

เมื่อถูกถามว่าความขัดแย้งนี้ได้เปิดเผยปัญหาในอุตสาหกรรม K-Pop หรือไม่ Min Hee Jin กล่าวว่า “สังคมหรือองค์กรใดๆ ย่อมมีปัญหาเก่าๆ ฉันไม่คิดว่าพวกเขาจะปกปิดได้หมด

 

“โดยส่วนตัวแล้ว นี่เป็นเหตุการณ์และกระบวนการที่แย่มาก” เธอกล่าว แต่เธอบอกว่า เธอและบริษัทแม่จะผ่านเรื่องนี้ไปได้ด้วยการเจรจาอย่างละมุนละม่อม”

 

ภาพ: Han Myung Gu / WireImage

อ้างอิง:

The post Min Hee Jin กับ HYBE: ศึกแห่งศักดิ์ศรีและอำนาจในวงการ K-Pop ที่แม้เรื่องความขัดแย้งยังไม่จบ แต่ NewJeans ปังไม่หยุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Billboard ยกให้อัลบั้ม Right Place, Wrong Person ของ RM วง BTS เป็นอัลบั้ม K-Pop ที่ดีที่สุดในครึ่งปีแรก https://thestandard.co/billboard-right-place-wrong-person-album-bts/ Thu, 11 Jul 2024 06:59:41 +0000 https://thestandard.co/?p=956338 Billboard K-Pop

แม้ปี 2024 จะเพิ่งผ่านไปแค่เพียงราวๆ 6 เดือน แต่ช่วงเวล […]

The post Billboard ยกให้อัลบั้ม Right Place, Wrong Person ของ RM วง BTS เป็นอัลบั้ม K-Pop ที่ดีที่สุดในครึ่งปีแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Billboard K-Pop

แม้ปี 2024 จะเพิ่งผ่านไปแค่เพียงราวๆ 6 เดือน แต่ช่วงเวลานี้ก็นับเป็นยุครุ่งเรืองของวงการเพลง K-Pop เพราะแฟนเพลงต่างก็ได้เห็นผลงานใหม่ๆ จากศิลปินหลายต่อหลายคน ทั้งจากเหล่าศิลปินผู้มีชื่อเสียงหรือหน้าใหม่ที่เพิ่งแจ้งเกิด ดังนั้นสำหรับช่วงครึ่งปีแรกนี้ เว็บไซต์ Billboard จึงประกาศอันดับอัลบั้มเพลง K-Pop ที่ยอดเยี่ยมที่สุดออกมาให้แฟนๆ ได้ชมกันแล้ว

 

และอันดับ 1 ของการจัดอันดับอัลบั้มยอดเยี่ยมที่สุดตกเป็นของศิลปินมากความสามารถอย่าง RM แห่งวง BTS โดยเขาคว้าอันดับแรกนี้ไปได้ด้วยอัลบั้ม Right Place, Wrong Person ซึ่งเป็นอัลบั้มเดี่ยวชุดที่ 2 ของเขาที่เพิ่งปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา

 

โดย Billboard ระบุว่า ผลงานเดี่ยวชุดนี้เป็นหนึ่งในผลงานที่ทะเยอทะยานที่สุดประจำปี 2024 เพราะอัลบั้มนี้เหมือนเป็นพื้นที่สำรวจตัวตนและอารมณ์อันหลากหลายของ RM ซึ่งตัวเขามีการทดลองทำดนตรี แบ่งปันความรู้สึกและความคิดต่างๆ อย่างตรงไปตรงมา ทั้งยังมีการผสมผสานวัฒนธรรม ภาษา หรือเสียงใหม่ๆ เข้าไปในงาน พร้อมกับร่วมงานกับศิลปินและโปรดิวเซอร์ที่หลากหลาย

 

ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า RM เป็นแรปเปอร์ที่อยากจะปลดปล่อยตัวเองและสร้างเอกลักษณ์ทางดนตรีผ่านการเขียนเนื้อหาที่เกี่ยวกับทุกแง่มุมในชีวิตของเขา ทั้งความโกรธ ความหวัง ความสับสน ความตื่นเต้น ความรัก ความเหงา ความคลั่งไคล้หลงใหล และอีกมากมายที่รวมไว้ในทุกๆ แทร็กจากอัลบั้มนี้ ดังนั้นด้วยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้จึงทำให้ Right Place, Wrong Person คว้าอันดับ 1 ไปครองได้ในที่สุด

 

ส่วนอันดับ 2 ตกเป็นของศิลปินน้ำเสียงทรงพลังอย่าง IU กับอัลบั้ม The Winning ที่ในอัลบั้มนี้เธอมีผลงานมิวสิกวิดีโอร่วมกันกับ V วง BTS และอันดับ 3 นั้นเป็นของวงเกิร์ลกรุ๊ปเจ้าของเพลงฮิตมากมายอย่างวง TWICE ที่พวกเธอมาพร้อมกับอัลบั้ม With YOU-th เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

ภาพ: BIGHIT MUSIC

อ้างอิง:

The post Billboard ยกให้อัลบั้ม Right Place, Wrong Person ของ RM วง BTS เป็นอัลบั้ม K-Pop ที่ดีที่สุดในครึ่งปีแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Katy Perry เตรียมปล่อยอัลบั้มใหม่ในรอบ 4 ปี ชื่อว่า ‘143’ 20 ก.ย. นี้ https://thestandard.co/katy-perry-release-new-album-in-4-years/ Thu, 11 Jul 2024 03:19:43 +0000 https://thestandard.co/?p=956243

งานนี้เรียกได้ว่าเป็นข่าวคราวที่แฟนเพลงรอคอยกันมาอย่างย […]

The post Katy Perry เตรียมปล่อยอัลบั้มใหม่ในรอบ 4 ปี ชื่อว่า ‘143’ 20 ก.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

งานนี้เรียกได้ว่าเป็นข่าวคราวที่แฟนเพลงรอคอยกันมาอย่างยาวนาน กับศิลปินป๊อปสตาร์ชื่อดังอย่าง Katy Perry ที่เธอหายหน้าหายตาไปจากการปล่อยสตูดิโออัลบั้มใหม่มากว่า 4 ปี นับตั้งแต่อัลบั้ม Smile เมื่อปี 2020 เพราะในครั้งนี้เธอประกาศการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งด้วยอัลบั้มที่มีชื่อว่า 143 พร้อมปล่อยในวันที่ 20 กันยายนที่กำลังจะถึงนี้

 

Katy Perry ระบุในประกาศเกี่ยวกับเพลงใหม่ของเธอว่า “ฉันตั้งใจที่จะสร้างอัลบั้มแนวป๊อปแดนซ์ที่มีทั้งความกล้า มีชีวิตชีวา และเปรียบเสมือนการเฉลิมฉลอง ฉันจะใช้ตัวเลข 143 เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อไปถึงความรักเป็นแรงบันดาลใจหลัก” โดยตัวเลข 143 นี้เป็นรหัสถึงคำว่า ‘ฉันรักคุณ’ ที่อ้างอิงมาจากข้อความที่ส่งผ่านเพจเจอร์ในช่วงยุคต้นทศวรรษ 1990

 

โปรเจกต์อัลบั้มนี้จะเปิดตัวด้วยซิงเกิลเพื่อนหญิงพลังหญิงอย่าง Woman’s World ที่จะมาพร้อมกับมิวสิกวิดีโอในวันที่ 12 กรกฎาคม เวลา 06.00 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้เธอได้ปล่อยตัวอย่างสั้นๆ ออกมาให้แฟนๆ ฟังกันแล้วด้วย ซึ่งก็ต้องมารอติดตามกันว่าผลงานเพลงใหม่ในครั้งนี้จะออกมาเป็นอย่างไร และ Woman’s World จะกลายเป็นอีกหนึ่งซิงเกิลฮิตให้สมกับฐานะป๊อปมิวสิกไอคอนของเธอหรือไม่

 

ภาพ: katyperry / Instagram

อ้างอิง: 

The post Katy Perry เตรียมปล่อยอัลบั้มใหม่ในรอบ 4 ปี ชื่อว่า ‘143’ 20 ก.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
PALMY และ Phum Viphurit เตรียมร่วมโชว์ 2024 Busan International Rock Festival https://thestandard.co/palmy-phum-viphurit-busan-international-rock-festival/ Tue, 09 Jul 2024 04:15:29 +0000 https://thestandard.co/?p=955271 PALMY Phum Viphurit

หลังจากเปิดไลน์อัพล็อตแรกกันไปไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ ล่ […]

The post PALMY และ Phum Viphurit เตรียมร่วมโชว์ 2024 Busan International Rock Festival appeared first on THE STANDARD.

]]>
PALMY Phum Viphurit

หลังจากเปิดไลน์อัพล็อตแรกกันไปไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ ล่าสุด 2024 Busan International Rock Festival ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคมนี้ ที่ Samnak Ecological Park เมืองปูซาน เกาหลีใต้ ก็ได้เปิดไลน์อัพล็อตที่ 2 ซึ่งมีชื่อของสองศิลปินไทยคือ ปาล์มมี่ และ ภูมิ วิภูริศ รวมอยู่ด้วย

 

โดยปาล์มมี่จะขึ้นแสดงในวันที่ 4 ตุลาคม ที่มี Kasabian วงร็อกสายเก๋าจากอังกฤษเป็นเฮดไลเนอร์ของวัน ในขณะที่ตารางโชว์ของภูมิ วิภูริศ จะเป็นวันที่ 5 ตุลาคม วันเดียวกันกับ Anne-Marie นักร้อง-นักแต่งเพลงที่ผลงานเพลงติดท็อปชาร์ตของอังกฤษทุกอัลบั้ม 

 

 

ทั้งปาล์มมี่และภูมิ วิภูริศ ถือเป็นตัวเลือกศิลปินที่เหมาะกับเทศกาลดนตรีครั้งนี้ เพราะสำหรับปาล์มมี่ที่ไม่จำเป็นต้องพูดถึงการพิสูจน์ฝีมือในเมืองไทยแล้ว นี่คือโอกาสที่แฟนเพลงต่างชาติจะได้สัมผัสกับความสามารถของเธอ ส่วนภูมิ วิภูริศ ก็เดินทางมาแล้วทั่วโลกด้วยผลงานเพลงของเขา และแสดงฝีมือมาแล้วในเทศกาลดนตรีใหญ่หลายงาน

 

นอกจากสองศิลปินไทยที่จะไปเป็นตัวแทนความสนุกบนเวทีนี้ ยังมีศิลปินอื่นๆ ที่น่าสนใจอย่าง ELLEGARDEN วงร็อกจากญี่ปุ่น, AKMU ศิลปินเกาหลีเจ้าของเพลงดังอย่าง Love Lee, Silica Gel วงอินดี้ร็อกจากเกาหลี และ Guckkasten วงร็อกเกาหลีที่น่าจะถูกใจคนฟังเพลงแนวไซคีเดลิก โดยไลน์อัพที่เปิดตัวมาแล้วทั้งหมดตอนนี้มีจำนวนมากกว่า 30 ศิลปิน

 

การเปิดตัวไลน์อัพล็อตนี้ยังมาพร้อมกับการเปิดขายบัตร Early Bird ที่มีให้เลือกตั้งแต่บัตร 1 Day Pass ราคา 89,100 วอน สำหรับวันที่ 4 ตุลาคม และ 99,000 วอน สำหรับวันที่ 5 ตุลาคม, 2 Day Pass ของวันที่ 4 และ 5 ตุลาคม ราคา 148,500 วอน, 2 Day Pass ของวันที่ 5 และ 6 ตุลาคม ราคา 158,400 วอน และ 3 Day Pass เข้าได้ทุกวันในราคา 208,800 วอน

 

Busan International Rock Festival เป็นเทศกาลดนตรีร็อกที่จัดมายาวนานที่สุดของเกาหลีนับตั้งแต่ปี 1999 ในชื่อของ Asian Rock Festival และเปลี่ยนเป็นชื่อปัจจุบันในปี 2000 โดยเริ่มจากการเป็นเทศกาลดนตรีที่เข้าชมฟรี ก่อนจะเริ่มขายบัตรในปี 2019

 

ความน่าสนใจของไลน์อัพเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เทศกาลดนตรีนี้มีผู้เข้าร่วมงานมากถึงประมาณ 1 แสนคนทุกปี เพราะผู้จัดงานวางโพสิชันให้เทศกาลนี้เป็นงานที่จะเชื่อมสัมพันธ์ของศิลปินทั่วโลก พร้อมนำเสนอศิลปินมากความสามารถของปูซานเอง ไลน์อัพของทุกปีจึงมีทั้งศิลปินดังในเกาหลี ศิลปินที่มาแรงในปูซาน และศิลปินตัวท็อปจากประเทศอื่นๆ ซึ่งมีดีกรีความร็อกหลายระดับและหลายแนว โดยศิลปินไทยส่วนหนึ่งที่เคยมาร่วมโชว์ในงานนี้ได้แก่ Paper Planes, Tilly Birds, Retrospect และ HYBS

 

ดูไลน์อัพของ 2024 Busan International Music Festival ที่อัปเดตล่าสุดและรายละเอียดการซื้อบัตรได้ที่ https://busanrockfestival.com/ticket-eng/

The post PALMY และ Phum Viphurit เตรียมร่วมโชว์ 2024 Busan International Rock Festival appeared first on THE STANDARD.

]]>
D Gerrard แสดงทัศนคติถึงการเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ผ่านรายการ Chairs to Share EP.46 https://thestandard.co/d-gerrard-chairs-to-share-ep-46/ Fri, 05 Jul 2024 09:58:33 +0000 https://thestandard.co/?p=954355

Chairs to Share EP.46 มีโอกาสต้อนรับและพูดคุยกับศิลปินส […]

The post D Gerrard แสดงทัศนคติถึงการเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ผ่านรายการ Chairs to Share EP.46 appeared first on THE STANDARD.

]]>

Chairs to Share EP.46 มีโอกาสต้อนรับและพูดคุยกับศิลปินสุดยูนีกคนหนึ่งแห่งวงการอย่าง D Gerrard หรือ บิ๊ก-ไบรอัน เจอร์ราร์ด อุกฤษ วิลลีย์ บรอด ดอนกาเบรียล ที่พาเราดำดิ่งไปในช่วงชีวิตของบิ๊ก ที่เจอกับฝนฟ้าคะนอง ทั้งโรคซึมเศร้า ไบโพลาร์ และการผจญภัยในเส้นทางดนตรีของเขาที่เริ่มจากบรอดเวย์ โดยช่วงหนึ่งบิ๊กยังได้เล่าถึงการเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นเพื่อให้โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้นเอาไว้ด้วย

 

“ทุกคนมี Bad Habit ของตัวเอง แต่ถ้าเราอยากไปอยู่ในโลกที่มันดีขึ้น เราต้องละทิ้งมันให้ได้ เราจะเปลี่ยนโลกได้เราต้องเปลี่ยนตัวเองก่อน ถ้าเราไม่เปลี่ยนตัวเอง ไม่เปลี่ยน Bad Habit ไม่ทุบอีโก้ โลกก็คงไม่ได้เปลี่ยนไปให้เรา”

 

D Gerrard (บิ๊ก-ไบรอัน เจอร์ราร์ด อุกฤษ วิลลีย์ บรอด ดอนกาเบรียล) เปิดใจถึงทัศนคติที่อยากให้สังคมโลกดีขึ้นผ่านรายการ Chairs to Share EP.46

 

รับชมรายการ Chairs to Share EP.46  ได้ที่ YouTube: THE STANDARD POP

The post D Gerrard แสดงทัศนคติถึงการเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ผ่านรายการ Chairs to Share EP.46 appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ฉันจะไม่กลับมาวงการเพลงอีกแล้ว!” Britney Spears ประกาศหลังมีข่าวลือว่าเธอกำลังทำอัลบั้มใหม่ https://thestandard.co/britney-spears-never-return-music-industry/ Thu, 04 Jan 2024 02:41:49 +0000 https://thestandard.co/?p=884161 Britney Spears

ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาก็เริ่มมีข่าวลือว่าทาง Britne […]

The post “ฉันจะไม่กลับมาวงการเพลงอีกแล้ว!” Britney Spears ประกาศหลังมีข่าวลือว่าเธอกำลังทำอัลบั้มใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Britney Spears

ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาก็เริ่มมีข่าวลือว่าทาง Britney Spears กำลังเตรียมปล่อยอัลบั้มใหม่ชุดที่ 10 ภายในปีนี้ โดยได้ Charli XCX และ Julia Michaels มาเริ่มเขียนเพลงให้ ซึ่งล่าสุดทาง Britney ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่าน Instagram ว่าไม่ใช่ความจริง และเธอจะไม่กลับมาวงการเพลงอีก

 

“เพื่อความโปร่งใส ข่าวที่ออกมาเกือบทั้งหมดเป็นขยะทั้งสิ้น! มีรายงานออกมาเยอะว่าฉันได้ให้คนแรนดอมมาเขียนเพลงให้สำหรับอัลบั้มใหม่…ฉันจะไม่กลับมาวงการเพลงอีกแล้ว!

 

“ตอนฉันเขียนเพลง ฉันเขียนเพื่อความสนุก หรือเขียนให้คนอื่นเท่านั้น สำหรับใครที่ได้อ่านหนังสือของฉันก็จะรู้ว่ามีหลายอย่างที่ไม่เคยรู้เกี่ยวกับฉันมาก่อน…ฉันเขียนกว่า 20 เพลงให้คนอื่นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา! ฉันเป็นนักเขียนเงา (Ghostwriter) และถ้าให้พูดตามตรงฉันชอบแบบนี้มากกว่า” Britney Spears ได้เขียนเป็นแคปชันใต้ภาพวาด Salome Bearing the Head of St. John the Baptist ของศิลปิน Guido Reni

 

นอกจากนี้ Britney Spears ยังเขียนว่าหนังสือชีวประวัติ The Woman in Me ของเธอถูกปล่อยโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเธอเป็นเรื่องไม่จริง

 

สำหรับผลงานเพลงล่าสุดของ Britney Spears คือเพลง Hold Me Closer ที่ร้องกับ Elton John เมื่อปี 2022 ส่วนอัลบั้มล่าสุดก็คือ Glory เมื่อปี 2016

 

ภาพ: Getty Images

อ้างอิง:

The post “ฉันจะไม่กลับมาวงการเพลงอีกแล้ว!” Britney Spears ประกาศหลังมีข่าวลือว่าเธอกำลังทำอัลบั้มใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจาะเทรนด์ตลาดเพลงโลกกับซีอีโอ Believe ดิสรัปเตอร์วงการเพลงดิจิทัล บริษัทผู้ยืนหยัดเคียงข้างศิลปินทุกระดับ [PR NEWS] https://thestandard.co/denis-ladegaillerie-believe/ Mon, 26 Jun 2023 07:25:43 +0000 https://thestandard.co/?p=807704 Denis Ladegaillerie

เจาะเทรนด์อุตสาหกรรมเพลงดิจิทัลทั่วโลกกับ Denis Ladegai […]

The post เจาะเทรนด์ตลาดเพลงโลกกับซีอีโอ Believe ดิสรัปเตอร์วงการเพลงดิจิทัล บริษัทผู้ยืนหยัดเคียงข้างศิลปินทุกระดับ [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Denis Ladegaillerie

เจาะเทรนด์อุตสาหกรรมเพลงดิจิทัลทั่วโลกกับ Denis Ladegaillerie ซีอีโอ Believe บริษัทเพลงดิจิทัลชั้นนำระดับโลก ผู้นำนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลของทีมมาให้บริการแก่ศิลปินและค่ายเพลงกว่า 1.3 ล้านคนทั่วโลก

 

Denis Ladegaillerie ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Believe บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการบริหารจัดการเพลงดิจิทัล เผย 3 เมกะเทรนด์ในอุตสาหกรรมเพลงโลก ได้แก่ 1. การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆ เช่น TikTok, YouTube และ Spotify, 2. กระแสนิยมศิลปินท้องถิ่น และ 3. การก้าวขึ้นมาเป็นตลาดเพลงอันดับหนึ่งของโลกและของเอเชียใน 10 ปีข้างหน้า แซงหน้าสหรัฐอเมริกาและยุโรป

 

โดย Ladegaillerie กล่าวว่า ตลาดเพลงทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเติบโตของแพลตฟอร์มสตรีมมิงและแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง TikTok, YouTube และ Spotify ซึ่งคาดว่าจะขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต 

 

โดยหนึ่งในตลาดที่มีการขยายตัวดีคือประเทศไทย ซึ่งจะเห็นได้ว่าในเดือนพฤษภาคม 2023 มีผู้สมัครรับบริการสตรีมมิงแบบชำระเงิน (Paid Subscribers) ถึง 3 ล้านคนแล้ว เมื่อเทียบกับ 3 ปีก่อนที่ไม่ถึง 1 ล้านคน

 

อีกหนึ่งเทรนด์ในอุตสาหกรรมเพลงโลกคือ ศิลปินท้องถิ่น (Local Artists) หลังจากบริการเพลงดิจิทัลและการเข้าถึงเพิ่มขึ้น ทำให้การบริโภคเพลงท้องถิ่นในตลาดเพิ่มขึ้น และยังทำให้ศิลปินไทยมีรายได้จากการสตรีมเพลงดิจิทัลเพิ่มขึ้นด้วย

 

นอกจากนี้ “Believe ยังคาดการณ์ว่า เอเชียกำลังจะกลายเป็นตลาดเพลงที่ใหญ่ที่สุดในโลกในอีก 10 ปีข้างหน้า นี่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อเทียบจากช่วงเวลาตลอด 50 ปีที่ผ่านมา เราเคยอยู่ในโลกที่ถูกครอบงำด้วยคอนเทนต์จากศิลปินฝั่งตะวันตก” Ladegaillerie กล่าว

 

Denis Ladegaillerie

Denis Ladegaillerie ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Believe 

 

Believe บริษัทเพลงผู้ยืนหยัดข้างศิลปินในโลกดิจิทัล

 

ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Believe กล่าวอีกว่า ภารกิจหลักของ Believe คือการพัฒนาศิลปินและค่ายเพลงในโลกดิจิทัล ในทุกช่วงจังหวะของอาชีพนี้ เริ่มตั้งแต่การทำงานดนตรีเป็นงานอดิเรก จนกระทั่งเป็นศิลปินชั้นนำในประเทศ

 

ดังนั้น Ladegaillerie มองว่า สิ่งที่ทำให้ Believe แตกต่างจากบริษัทเพลงอื่นๆ ในอุตสาหกรรมคือ การยืนหยัดเพื่อศิลปินท้องถิ่นในทุกประเทศที่ดำเนินธุรกิจ มีแผนการทำงานให้ศิลปินอย่างชัดเจน และมีทีมสนับสนุนในจุดที่ศิลปินต้องการ นอกจากนี้ อีกสิ่งที่ทำให้ Believe แตกต่างจากค่ายเพลง คือการให้ความสำคัญกับดิจิทัลเทคโนโลยี ‘อย่างมากเป็นพิเศษ’ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลของทีมงาน ต้องขอบคุณการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องและการเป็นพันธมิตรระยะยาวอย่างใกล้ชิดกับสตรีมมิงแพลตฟอร์มต่างๆ

 

“เมื่อเช้านี้ผมได้อ่านสโลแกนของ THE STANDARD ที่ว่า ‘STAND UP FOR THE PEOPLE’ ผมพูดได้เลยว่า Believe ก็ยืนอยู่ข้างกับศิลปินเช่นกัน เรายืนหยัดเพื่อศิลปินตลอดเส้นทางอาชีพของพวกเขา ดังนั้นสิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากบริษัทเพลงอื่นๆ คือการเลือกยืนหยัดเพื่อศิลปินทุกคน และยืนหยัดเพื่อการพัฒนาศิลปินในโลกดิจิทัลให้ดีขึ้น” Ladegaillerie กล่าว

 

ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Believe เปิดเผยอีกว่า “Believe กำลังลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ ในแพลตฟอร์มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น YouTube, Spotify, Apple Music และ TikTok เพื่อใช้ประโยชน์สูงสุดจากเครื่องมือบนแพลตฟอร์มเหล่านี้ สำหรับการพัฒนาศิลปินและค่ายเพลง เรารู้ดีกว่าใครในโลกว่าแพลตฟอร์มต่างๆ ทำงานอย่างไร

 

Denis Ladegaillerie

 

Believe ผู้นำด้านดิจิทัลและนวัตกรรม ที่มีวิสัยทัศน์ก้าวหน้าเกี่ยวกับ AI 

 

Ladegaillerie ระบุว่า ความเชี่ยวชาญด้านแพลตฟอร์มดิจิทัล และความร่วมมือของ Believe กับแพลตฟอร์มเหล่านั้น เป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ศิลปินเข้าถึงผู้ฟังมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ฟังเพลงรุ่นใหม่

 

“ย้อนกลับไปเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว ไม่มีใครควบคุมอัลกอริทึมของ TikTok เป็น และไม่มีใครสามารถใช้ TikTok เพื่อช่วยโปรโมตศิลปินได้ ผมขอยกตัวอย่างจากศิลปินบน TikTok สักร้อยคน อัลกอริทึมอาจเลือกศิลปินแค่คนเดียว แต่ตอนนี้การควบคุมอัลกอริทึมของ Believe แข็งแกร่งมาก หลังจากเราได้พูดคุยกับ TikTok อย่างต่อเนื่อง

 

“เมื่อ 3 ปีก่อนตลาดยังไม่มี TikTok แต่ตอนนี้ TikTok ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาศิลปินไปแล้ว มีหลายสิ่งที่ Believe สามารถทำได้ดีเพื่อโปรโมตศิลปินบนโลกดิจิทัล เช่น เรารู้ว่าเวลาที่ดีสุดในการโพสต์คอนเทนต์ลงแต่ละแพลตฟอร์มคือเวลาไหน เรารู้ว่าเนื้อหาประเภทใดที่เราควรโพสต์บน TikTok, YouTube หรือ Spotify ดังนั้นเราจึงช่วยศิลปินได้โดยใช้ความเชี่ยวชาญบนแพลตฟอร์ม

 

“มีคนจำนวนมากที่มองข้ามและไม่ได้ตระหนักรู้เรื่องเหล่านี้ พวกเขาอาจคิดว่าเพียงแค่โพสต์เพลงหรือคอนเทนต์บน TikTok หรือ YouTube แล้วคอนเทนต์จะกระจายเป็นไวรัลเหมือนไฟป่า โดยไม่ต้องทำอะไร จริงๆ แล้วความคิดนั้นผิด คุณจำเป็นต้องลงทุนทางการตลาด คุณต้องเล่าเรื่อง คุณต้องวางลำดับคอนเทนต์บนแพลตฟอร์ม ทั้งคอนเทนต์แบบสั้นและยาว ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จึงจำเป็นต้องใช้ความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ” Ladegaillerie กล่าว

 

นอกจากนี้ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Believe ยังระบุด้วยว่า บริษัทได้ให้ความสำคัญกับดิจิทัล และนวัตกรรมเป็นแกนหลัก ซึ่งรวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดังนั้น กลยุทธ์ AI ของ Believe จึงตั้งอยู่บนหลักการสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ ความยินยอม (Consent), การควบคุม (Control), การแบ่งปันคุณค่า (Value Sharing) และความโปร่งใส (Transparency) 

 

Denis Ladegaillerie

สิงโต นำโชค, YOUNGOHM, เรนิษรา, SARAN

 

Believe พร้อมสนับสนุนศิลปินไทย ‘ทุกคน’ ใน ‘ทุกจังหวะเส้นทางอาชีพ’ ในวงการเพลง

 

สมวลี ลิมป์รัชตามร Country Director, Believe ประเทศไทย ย้ำอีกว่า Believe มีบริการหลายระดับสำหรับศิลปินหน้าใหม่ ไปจนถึงศิลปินมืออาชีพ และมีความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลในการดูแลศิลปินไทย ท่ามกลางแนวโน้มของการเริ่มเปลี่ยนไปฟังเพลงผ่านบริการสตรีมมิงมากขึ้นเรื่อยๆ ของชาวไทย

 

“Believe มีบริการหลายระดับสำหรับความต้องการของศิลปินไทยแต่ละคน อย่างเช่น YOUNGOHM, URBOYTJ และ สิงโต นำโชค ซึ่งเป็นศิลปินที่มีทีมเป็นของพวกเขาเองอยู่แล้ว และประสบความสำเร็จแล้ว ดังนั้นบริการที่พวกเขาต้องการจาก Believe จึงเป็นบริการ Distribution เพื่อเป็นแพลตฟอร์มในการเผยแพร่เพลงไปยังบริการดิจิทัลสตรีมมิง ผ่านการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น และทีมที่มีส่วนร่วมน้อยลงในฝั่งของ Believe

 

“ขณะที่ศิลปินอย่าง เรนิษรา, SARAN และ Blackbeans พวกเขายังสดและใหม่มาก จึงต้องการการสนับสนุนอย่างมาก เช่น ความช่วยเหลือด้านการทำการตลาด ซึ่งไม่ใช่ ‘การทำการตลาด’ ในคำจำกัดความเก่าๆ แต่เป็นการตลาดแบบดิจิทัล ผ่านการช่วยศิลปิน ‘พัฒนาตัวตน’ บนแพลตฟอร์มสตรีมมิง ช่วยให้พวกเขาได้พัฒนาฐานแฟนคลับให้แข็งแกร่งและยั่งยืนมากขึ้นเรื่อยๆ บนแพลตฟอร์มสตรีมมิง

 

“เราขอยืนยันว่า โปรดิวเซอร์และศิลปินในประเทศไทยมีความคิดสร้างสรรค์มาก เราอยากให้พวกเขาสนใจเกี่ยวกับวิธีที่พวกเขาจะสามารถใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มสตรีมมิงปัจจุบันได้มากขึ้น รวมทั้งให้ความสนใจกับสิ่งที่เราเรียกว่า ‘การตลาดในนิยามใหม่’ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีต่างๆ อาทิ AI เราต้องการทำให้ศิลปินไทยมั่นใจได้ว่าจะได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสม เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าที่ช่วยพัฒนารายได้ให้กับศิลปินอย่างยั่งยืนต้องมาพร้อมกับทีมผู้เชี่ยวชาญที่พูดภาษาเดียวกันกับศิลปินได้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง ซึ่ง Believe ให้ความใส่ใจในการพัฒนา Local Team ของเรามาก ทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ” สมวลีกล่าว

 

Country Director, Believe ประเทศไทย ย้ำอีกว่า “อีกสิ่งสำคัญคือ Believe จะไม่เป็นผู้ครอบครองลิขสิทธิ์เพลง ดังนั้นศิลปินสามารถมีอิสระได้เต็มที่ และเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในผลงานของตนเองได้ ไม่ต้องยกให้คนอื่น นี่คือแนวทางหลักที่ Believe ใช้สนับสนุนศิลปิน”

 

Denis Ladegaillerie

Denis Ladegaillerie ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Believe, สมวลี ลิมป์รัชตามร Country Director, Believe ประเทศไทย

 

Believe กับภารกิจก้าวขึ้นเป็นบริษัทอันดับ 1 ด้านพัฒนาศิลปินที่ยั่งยืน

 

Ladegaillerie เปิดเผยถึงภารกิจของบริษัทในระยะข้างหน้าคือ การก้าวเป็นบริษัทที่ดีที่สุดสำหรับการพัฒนาศิลปินบนโลกดิจิทัล บนค่านิยมหลัก 4 ประการ ได้แก่ ความเคารพ (Respect), ความเชี่ยวชาญ (Expertise), ความเป็นธรรม (Fairness) และความโปร่งใส (Transparency)

 

“หนึ่งในสิ่งที่เราไม่ได้พูดถึงมากนักคือ การเป็นพันธมิตรที่ดีที่สุดสำหรับศิลปินและค่ายเพลง จากโครงสร้างอุตสาหกรรมดนตรีก่อนหน้านี้ ทำให้ศิลปินส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงตัวเอง แต่มุมมองของเราคือศิลปินควรเป็นเจ้าของเพลงของตัวเอง พร้อมๆ กับการหาพันธมิตรที่ช่วยสนับสนุนตัวศิลปินได้”

 

สุดท้าย Ladegaillerie กล่าวทิ้งท้ายว่า “Believe ยืนหยัดเพื่อศิลปินท้องถิ่น และเรายืนหยัดในความจริงที่ว่า เราต้องการทำให้ศิลปินเป็นอาชีพที่ยั่งยืนและเป็นที่นับถือ”

The post เจาะเทรนด์ตลาดเพลงโลกกับซีอีโอ Believe ดิสรัปเตอร์วงการเพลงดิจิทัล บริษัทผู้ยืนหยัดเคียงข้างศิลปินทุกระดับ [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ย้อน 20 ศิลปิน Grammy & RS ขวัญใจวัยรุ่นยุค 90 https://thestandard.co/20-artists-grammy-and-rs/ Wed, 22 Mar 2023 05:08:39 +0000 https://thestandard.co/?p=766635

เป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมากสำหรับเหล่าแฟนเพลงไทย […]

The post ย้อน 20 ศิลปิน Grammy & RS ขวัญใจวัยรุ่นยุค 90 appeared first on THE STANDARD.

]]>

เป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมากสำหรับเหล่าแฟนเพลงไทยในวันนี้ (21 มีนาคม) เมื่อมีข่าวคราวของการจับมือกันระหว่างสองค่ายเพลงยักษ์ใหญ่แห่งวงการเพลงไทยอย่าง Grammy และ RS เพื่อร่วมกันจัดคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์ในชื่อ Grammy RS Concerts 

 

ด้วยศิลปินทั้งชายและหญิง รวมถึงบอยกรุ๊ปและเกิร์ลกรุ๊ปของทั้งสองค่ายที่ได้สร้างสรรค์งานเพลงตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงยุค 90 อันเรียกได้ว่าเป็นยุคทองแห่งวงการเพลงไทย ที่สามารถดูได้จากทั้งความโด่งดังของเหล่าศิลปิน ยอดขายอัลบั้ม รวมไปถึงการยังไม่เข้ามามีอิทธิพลมากนักของแนวเพลงจากต่างประเทศ ทำให้ค่ายยักษ์ใหญ่แห่งวงการเพลงไทยทั้งสองต่างพากันสร้างและปลุกปั้นศิลปินในเครือของตัวเองออกมาโลดแล่นในวงการเพลงไทยด้วยผลงานที่มีคุณภาพมากมาย

 

THE STANDARD POP จึงขอถือโอกาสที่ Grammy และ RS กำลังจะร่วมกันจัดคอนเสิร์ต Grammy RS Concerts พาทุกคนไปย้อนชมเหล่าศิลปินผู้เป็นที่โจษจันจากทั้งสองค่ายในยุค 90 บางส่วน ที่พร้อมจะกลับมาคว้าไมค์เพื่อฟาดฟันกันอีกครั้งในปี 2023 นี้ให้แฟนๆ ได้อุ่นเครื่องรอไปพร้อมกัน

 

 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

The post ย้อน 20 ศิลปิน Grammy & RS ขวัญใจวัยรุ่นยุค 90 appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตาปรากฏการณ์ครั้งใหญ่! ความร่วมมือพิเศษของยักษ์ค่ายเพลง ‘Grammy x RS’ ที่แว่วๆ ว่าไม่ได้มีแค่การจัดคอนเสิร์ตร่วมกัน https://thestandard.co/follow-up-grammy-x-rs-concerts/ Tue, 21 Mar 2023 05:25:06 +0000 https://thestandard.co/?p=766062

ธุรกิจเพลงกลับมาคึกคักอีกรอบ หลังป๋าเต็ด-ยุทธนา บุญอ้อม […]

The post จับตาปรากฏการณ์ครั้งใหญ่! ความร่วมมือพิเศษของยักษ์ค่ายเพลง ‘Grammy x RS’ ที่แว่วๆ ว่าไม่ได้มีแค่การจัดคอนเสิร์ตร่วมกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ธุรกิจเพลงกลับมาคึกคักอีกรอบ หลังป๋าเต็ด-ยุทธนา บุญอ้อม โพสโลโก้ Grammy RS Concerts พร้อมข้อความ ‘ปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำ’ สร้างความฮือฮาในโซเซียลอย่างมาก หลายคนจับตาความร่วมมือพิเศษระหว่าง Grammy และ RS ที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ 

 

หากย้อนไปในอดีตธุรกิจเพลงเคยสร้างรายได้ให้กับวงการเพลงอย่างมาก แต่เมื่อถึงจังหวะที่ต้องถูกดิสรัปต์จากดิจิทัลแน่นอนว่ามีผลต่อช่องทางการเสพเพลงและพฤติกรรมผู้คนเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นการโฟกัสแค่เพียงธุรกิจเพลงอย่างเดียวคงไม่พอ

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

เช่นเดียวกับค่ายเพลงยักษ์ ‘Grammy และ RS’ ที่ผ่านมาจะเห็นว่าทั้งสองค่ายไม่ได้โฟกัสธุรกิจเพลงมากนัก และหันมาหารายได้จากธุรกิจใหม่ๆ โดย Grammy นั้นมีหลายธุรกิจ ทั้งสื่อ ภาพยนตร์ ดิจิทัล สถานีโทรทัศน์ คอนเสิร์ต และอีเวนต์ต่างๆ ส่วน RS ก็มีธุรกิจสื่อโทรทัศน์ และธุรกิจพาณิชย์ Multi Platform Commerce ที่กลายเป็นแหล่งทำรายได้ใหม่

 

แต่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาทั้งสองค่ายต่างออกมาเคลื่อนไหวในธุรกิจเพลงอย่างมากโดยเริ่มจาก RS ภายใต้การนำทัพของเฮียฮ้อ-สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ที่ประกาศกลับมาทำธุรกิจเพลงอีกครั้ง หลังจากลดความสำคัญไปเมื่อ 15 ปีก่อน

 

การกลับมาในครั้งนี้เฮียฮ้อบอกว่าจะมีทั้งรูปแบบการจับมือกับพาร์ตเนอร์นำศิลปินเก่ากลับมาทำเพลงใหม่ ผ่าน RS MUSIC ที่มีค่ายเพลง RSIAM, Kamikaze, Rose Sound และบริษัท โฟร์ท แอปเปิ้ล พร้อมปั้นศิลปินหน้าใหม่เพื่อเจาะทุกเจเนอเรชัน ซึ่งจะเห็นความชัดเจนในไตรมาส 1 ปีนี้

 

ขณะที่ ภาวิต จิตรกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม มิวสิค บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า ธุรกิจเพลงมีโอกาสเติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะอุตสาหกรรม T-Pop วันนี้ทั้งค่ายเล็กและใหญ่ผลิตผลงานเพลงออกมาอยู่เป็นระยะๆ 

 

ในปี 2566 GMM Music เตรียมผลิตเพลงใหม่เพิ่มเป็น 500 เพลง, 32 อัลบั้ม, 160 ซิงเกิล, 5,000 เพลย์ลิสต์ต่อปี ควบคู่กับการสร้างศิลปินหน้าใหม่ทุกแนวเพลง ทั้งป๊อป ร็อก และลูกทุ่ง เพื่อแจ้งเกิดในตลาด 

 

เรียกได้ว่าที่ผ่านมาทั้งสองค่ายเพลงนั้นเป็นคู่แข่งกันมาตลอด จนกระทั่งล่าสุด ป๋าเต็ด-ยุทธนา บุญอ้อม รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส หน่วยงาน Showbiz Senior Executive President-Show บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้โพสต์ภาพโลโก้ Grammy RS Concerts พร้อมข้อความผ่านเฟชบุ๊กส่วนตัวว่า  

 

“เป็นปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำ อยากบอกมานาน แต่ไม่ได้บอกสักที Concerts ที่จะหยุดทุก Concert โปรดสังเกตว่ามี S ท้าย Concert เตรียมเปลี่ยนแผนทุกแผนที่คุณเตรียมในปีนี้ และเตรียมซ้อมร้องเพลงแกรมมี่และอาร์เอสไว้ให้พร้อม”

 

ทำให้เกิดเสียงฮือฮาบนช่องทางออนไลน์อย่างมาก โดยรายละเอียดจะถูกแถลงข่าวในวันที่ 28 มีนาคม 2566 แต่เบื้องต้นแหล่งข่าวให้ข้อมูลมาว่าความร่วมมือพิเศษระหว่าง Grammy และ RS ที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ไม่ใช่แค่จัดคอนเสิร์ตร่วมกันเท่านั้น แต่จะเป็นการทำผลงานออกมาร่วมกันในหลากหลายรูปแบบ 

 

ต้องจับตาดูว่าโปรเจกต์ดังกล่าวจะออกมาในรูปแบบไหน แต่สามารถเรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแน่นอน

The post จับตาปรากฏการณ์ครั้งใหญ่! ความร่วมมือพิเศษของยักษ์ค่ายเพลง ‘Grammy x RS’ ที่แว่วๆ ว่าไม่ได้มีแค่การจัดคอนเสิร์ตร่วมกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>