ลิขสิทธิ์เพลง Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ลิขสิทธิ์เพลง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 27 Feb 2026 01:13:28 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เมื่อ ‘ลิขสิทธิ์เพลง’ กลายเป็นอุปสรรคที่ใหญ่กว่าท่ากระโดดในการแข่งขันไอซ์สเกต https://thestandard.co/music-copyright-ice-skating-olympics/ Fri, 27 Feb 2026 01:00:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1182174 นักกีฬาไอซ์สเกตกำลังแสดงท่าทางบนลานน้ำแข็ง โดยมีสัญลักษณ์โน้ตดนตรีล้อมรอบ สื่อถึงปัญหาลิขสิทธิ์เพลง

ฟิกเกอร์สเกตเป็นหนึ่งในกีฬาที่เป็นไฮไลต์สำคัญในมหกรรมกา […]

The post เมื่อ ‘ลิขสิทธิ์เพลง’ กลายเป็นอุปสรรคที่ใหญ่กว่าท่ากระโดดในการแข่งขันไอซ์สเกต appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักกีฬาไอซ์สเกตกำลังแสดงท่าทางบนลานน้ำแข็ง โดยมีสัญลักษณ์โน้ตดนตรีล้อมรอบ สื่อถึงปัญหาลิขสิทธิ์เพลง

ฟิกเกอร์สเกตเป็นหนึ่งในกีฬาที่เป็นไฮไลต์สำคัญในมหกรรมการกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ด้วยเสน่ห์ที่ผสมผสานทั้งความท้าทายด้านสรีระ ท่วงท่าการเล่นที่สง่างาม แฟชั่นที่โดดเด่น ตลอดจนพลังความแข็งแกร่งของนักกีฬาที่มักจะทำให้ผู้ชมทึ่งได้เสมอ

 

แต่เบื้องหลังความสมบูรณ์แบบของโชว์จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากปราศจากองค์ประกอบเสียงดนตรีอันแสนไพเราะที่มาช่วยสร้างอารมณ์อันน่าตื่นเต้นให้กับผู้ชมพร้อมกับเติมเต็มเรื่องราวให้กับโชว์ของนักกีฬา

 

ซึ่งสำหรับงานโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2026 ก็มีโชว์ที่น่าประทับใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นท่วงท่าที่พลิ้วไหวแต่ทรงพลังในโชว์เพลง Nelle Tue Mani จากหนัง Gladiator ของคู่หู ‘ริคุริว’ จากญี่ปุ่น หรือคู่หูชาวฝรั่งเศสที่เลือกเพลงแฟชั่นสุดไอคอนิกอย่างเพลง VOGUE ของ Madonna มาแข่งขัน ไปจนถึงความจัดจ้านในเพลง That’s Life ของ Lady Gaga เวอร์ชัน Amber Glenn

 

ในขณะที่โชว์ของเจ้าหญิงแห่งลานน้ำแข็งคนใหม่ Alysa Liu ก็ปลุกกระแสให้เพลง Promise ของ Laufey และ MacArthur Park ของ Donna Summer กลับมาฮิตอีกครั้งด้วยยอดสตรีมถล่มทลาย ส่วนเพลง Stateside ของ PinkPantheress และ Zara Larsson ก็เพิ่งทะยานขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต US Spotify Chart อีกด้วย

 

ทว่าภายใต้ความไวรัลและการแสดงที่ยอดเยี่ยมกลับมีคลื่นใต้น้ำลูกใหญ่ที่นักกีฬาต้องเผชิญ นั่นก็คือคำว่า ‘ลิขสิทธิ์เพลง’ ที่ทำให้นักกีฬาหลายคนต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการเปลี่ยนเพลงกะทันหันในช่วงท้าย หรือต้องดิ้นรนเจรจากับเจ้าของเพลงให้พวกเขาอนุญาตก่อนลงสนามเพียงไม่กี่วัน

 

เหล่านักกีฬาต้องเลือกเพลงแบบไหนมาแสดง พวกเขาต้องจัดการกับปัญหาลิขสิทธิ์เพลงอย่างไร และทำไมตัวโน้ตเพียงไม่กี่ตัวถึงกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจชี้ชะตาความฝันในการคว้าเหรียญรางวัลของพวกเขาได้?

 

THE STANDARD POP จึงอยากชวนคุณมาหาคำตอบ พร้อมสำรวจเบื้องหลังการชิงชัยที่ไม่ได้มีแค่ลีลาท่ายาก แต่คือการพิชิตกฎระเบียบของโลกดนตรีไปพร้อมกันผ่านบทความนี้

 

นักกีฬาไอซ์สเกตกำลังแสดงท่าทางบนลานน้ำแข็ง โดยมีสัญลักษณ์โน้ตดนตรีล้อมรอบ สื่อถึงปัญหาลิขสิทธิ์เพลง 1

 

นักกีฬาไอซ์สเกตเลือกเพลงมาแข่งอย่างไร?

 

ในช่วงแรกของการแข่งขันกีฬาฟิกเกอร์สเกต สหภาพสเกตระหว่างประเทศ (ISU) อนุญาตให้นักกีฬาใช้แค่เพลงคลาสสิกที่เป็นสมบัติสาธารณะ (Public Domain) เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาลิขสิทธิ์ จนกระทั่งในปี 2014 พวกเขาเปลี่ยนกฎให้นักกีฬาสามารถใช้เพลงที่มีเนื้อร้องได้เป็นครั้งแรก เพื่อให้กีฬามีความโมเดิร์นเข้าถึงง่าย ดึงดูดผู้ชมรุ่นใหม่ และเพื่อให้นักกีฬาสามารถครีเอตโชว์ได้อย่างสร้างสรรค์

 

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นักกีฬาก็ใช้เพลงอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมหรือเป็นเพลงที่พวกเขาชื่นชอบ แต่ถ้าพวกเขายังเลือกใช้เพลงคลาสสิก นักกีฬาก็มักจะเลือกใช้เพลงที่มีจังหวะเร็ว-ช้า-เร็ว เพื่อให้เล่นท่ายากในช่วงแรกสำหรับการเรียกคะแนนจากกรรมการและไฮป์คนดู ก่อนจะมีจังหวะช้าให้ร่างกายได้พักเก็บแรง และใช้ท่ายากด้วยจังหวะเร็วในตอนท้ายเพื่อเรียกคะแนนพิเศษเป็นการปิดโชว์

 

BBC Sport ยังเคยทำสกู๊ปถามนักกีฬาไอซ์สเกตว่าโดยปกติแล้วพวกเขาจะเลือกเพลงแบบไหนมาแสดง ซึ่งนักกีฬาบางคนก็ให้ความเห็นว่าชอบเพลงที่มีเรื่องราวให้ถ่ายทอดอารมณ์และท่าทาง แต่อีกคนก็ชอบเพลงที่ทำให้รู้สึกมั่นใจว่าจะกระโดดได้อย่างสวยงามและมั่นคง ในขณะที่อีกกลุ่มก็ชอบการสเกตด้วยเพลงประกอบหนังด้วยเหมือนกัน

 

ส่วนฝั่งอเมริกา นักสเกตหลายคนให้ความเห็นหลากหลายแบบ เช่น เพลงที่ทำให้ได้เป็นตัวของตัวเอง เพลงที่เหมาะกับตัวตนของพวกเขา เพลงที่ฟังได้ซ้ำๆ ไม่เบื่อ (เพราะต้องซ้อมซ้ำๆ) หรือเพลงที่ทำให้อยากขยับตัวเต้น ไปจนถึงเพลงที่พวกเขาคิดว่าน่าจะทำให้ตัวเองโดดเด่นที่สุดบนลานน้ำแข็งที่รายล้อมไปด้วยผู้ชม

 

 

แล้วพวกเขาจัดการเรื่องลิขสิทธิ์อย่างไร?

 

ไม่ว่านักกีฬาจะเลือกเพลงอะไรมาใช้ ISU จะขอให้ทีมงานและนักกีฬาจัดการเรื่องลิขสิทธิ์ให้เรียบร้อยก่อน ไม่ว่าจะด้วยการติดต่อไปยังศิลปิน ค่ายเพลง หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะการถ่ายทอดสดจะถูกเผยแพร่ในช่องทางต่างๆ ทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีกฎหมายเรื่องลิขสิทธิ์แตกต่างกันไป ดังนั้นพวกเขาจึงต้องจัดการกับประเด็นนี้ให้จบก่อนที่จะเริ่มซ้อมและแข่งขัน

 

ในปี 2016 จึงมีการก่อตั้งแพลตฟอร์ม ClicknClear ที่ให้ความช่วยเหลือนักกีฬาเรื่องการใช้เพลง โดยพวกเขาจะร่วมงานกับค่ายเพลงอย่าง Universal Music, Warner Music, Sony Music และอีกมากมาย

 

แต่สุดท้ายนักกีฬาบางคนยังคงต้องเผชิญหน้ากับปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์หรือการขอใช้เพลงอยู่ดี เพราะบางเพลงที่พวกเขาอยากใช้ไม่ได้อยู่ในเครือเหล่านี้ หรืออาจมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายการซื้อลิขสิทธิ์ ตลอดจนปัญหาอื่นๆ ที่อยู่เหนือการควบคุม แม้ว่าพวกเขาจะทำตามกระบวนการต่างๆ แล้วก็ตาม

 

อย่างในปี 2022 วงดนตรีเจ้าของเพลง House of the Rising Sun ก็เคยฟ้องนักกีฬาอเมริกันในการแข่งขันโอลิมปิกที่ปักกิ่ง เพราะพวกเขาใช้เพลงในโชว์โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่โชคดีที่คดีนี้สามารถไกล่เกลี่ยกันลงตัวนอกศาล เรื่องนี้จึงจบลงได้ด้วยดี

 

เรียกได้ว่าการทำท่ากระโดดแล้วหมุนตัวแลนดิ้งบนพื้นน้ำแข็งให้สวยก็ยากแล้ว แต่การขอลิขสิทธิ์เพลงเพื่อให้ได้โชว์อย่างเป็นอิสระนั้นก็ยากไม่แพ้กัน

 

นักกีฬาไอซ์สเกตกำลังแสดงท่าทางบนลานน้ำแข็ง โดยมีสัญลักษณ์โน้ตดนตรีล้อมรอบ สื่อถึงปัญหาลิขสิทธิ์เพลง 2

 

เมื่อความฝันที่ยิ่งใหญ่ของนักกีฬาถูกสั่นคลอนด้วยเรื่องลิขสิทธิ์

 

Milan Cortina 2026 ที่เพิ่งจบลงไปนั้นเกิดปัญหาใหญ่ เพราะนักกีฬาไอซ์สเกตหลายคนต่างประสบปัญหาการใช้เพลงในโชว์ อย่างนักกีฬาเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก Alysa Liu เดิมทีแล้วเธอมีความตั้งใจจะใช้เพลง Bloody Mary ของ Lady Gaga เวอร์ชันออเคสตราที่แฟนเพลงเคยทำไว้ใน YouTube เมื่อหลายปีก่อนในรอบ Free Skating แต่สุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นเพลง MacArthur Park ของ Donna Summer เพราะทีมงานของเธอจะไม่ยอมเสี่ยงกับปัญหาลิขสิทธิ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

 

นักแข่งคนอื่นๆ ก็ประสบปัญหาหลายอย่าง เช่น Tomàs-Llorenç Guarino Sabaté กลายเป็นข่าวใหญ่ก่อนเริ่มงาน เพราะเขาใช้โซเชียลมีเดียเรียกร้องให้ Universal Studios อนุญาตให้เขาใช้เพลง Minions ซึ่งโชคดีที่เขาได้รับอนุญาตให้ใช้เพลงนี้ในนาทีสุดท้าย แต่ก็ยังมาพร้อมกับเงื่อนไขว่าเขาต้องใช้แค่ที่งานโอลิมปิกเท่านั้น เขาจึงสามารถแสดงด้วยเพลงนี้ต่อไปได้

 

โค้ชของเขาถึงกับกล่าวถึงสถานการณ์อันน่ากังวลใจนี้ว่า “ลองจินตนาการดูว่าคุณซ้อมท่าเดิมทุกวันเพื่อความฝันที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต แล้วจู่ๆ คุณก็ทำมันไม่ได้อีกต่อไปสิ”

 

บางคนก็จำใจต้องเปลี่ยนเพลงก่อนโชว์ เช่น นักกีฬารัสเซีย Petr Gumennik ต้องเปลี่ยนเพลงรอบ Short Program เพราะเขาไม่สามารถใช้เพลงจากหนัง Perfume: The Story of Murderer ซึ่งนั่นก็ถือเป็นเรื่องเสี่ยงมากสำหรับการโชว์ครั้งใหญ่ที่พวกเขาซ้อมมาเป็นเดือน

 

ส่วนทีมเบลเยียม Loena Hendrickx ก็ขอให้นักกีฬาเปลี่ยนมาใช้เพลงของ Celine Dion หลังจากทีมกังวลว่าเพลงของ Deadpool 2 จะติดปัญหาลิขสิทธิ์ และทีมสเกตของเช็กก็เปลี่ยนไปใช้เพลง AI ด้วยเช่นกัน

 

ส่วนนักกีฬาไอซ์สเกตชาวอเมริกัน Amber Glenn ก็ถูกเจ้าของเพลงตำหนิบนโซเชียลมีเดียว่าเธอใช้เพลงโดยไม่ขอก่อน แม้ว่าสุดท้ายพวกเขาจะเคลียร์กันได้หลังบ้าน แต่ปัญหาเหล่านี้ก็ชวนให้ผู้คนคิดว่าการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนที่ลอสแอนเจลิสในปี 2028 จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะอเมริกาอาจมีค่าปรับเรื่องลิขสิทธิ์แพงกว่ายุโรป และมีกีฬาอีกหลายชนิดต้องอาศัยเพลงในการโชว์เช่นกัน

 

 

นักกีฬาไอซ์สเกตกำลังแสดงท่าทางบนลานน้ำแข็ง โดยมีสัญลักษณ์โน้ตดนตรีล้อมรอบ สื่อถึงปัญหาลิขสิทธิ์เพลง 3

 

พลังของไอซ์สเกตที่ปลุกกระแสให้เพลงกลับมาฮิต

 

ปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์เป็นสิ่งที่โอลิมปิกและ ISU ต้องหาทางแก้ไขหรือพยายามร่วมงานกับพาร์ตเนอร์ด้านดนตรีเพื่อให้เหล่านักกีฬาสามารถสร้างสรรค์โชว์ได้อย่างเต็มที่ เพราะว่านี่คือสถานการณ์ Win-Win ที่นักกีฬาจะได้เพลงมาแข่งอย่างเป็นอิสระมากขึ้น ส่วนตัวศิลปินเจ้าของเพลงก็ได้รับประโยชน์จากการเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

 

โดย Billboard เพิ่งรายงานว่าเพลง Promise ของ Laufey มียอดสตรีมเพิ่มขึ้น 67% หลังจาก Alysa Liu นำมาแสดงในช่วง Short Program และ MacArthur Park ของ Donna Summer ในช่วงโชว์ Free Skating ก็ทำให้ยอดสตรีมเพลงสูงขึ้นอย่างเป็นประวัติการณ์ถึง 976% จนศิลปินเจ้าของเพลง Laufey และนักแต่งเพลงต้นฉบับ MacArthur Park ยังกล่าวขอบคุณที่เธอทำให้เพลงกลับมามีชีวิตอีกครั้งในปีนี้

 

เพลง Stateside ของ PinkPantheress และ Zara Larsson ที่เธอใช้ในรอบ Exhibition Gala ก็ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต US Spotify Chart และอันดับ 3 บน Spotify Global Chart ด้วยยอดสตรีมมิ่งเพิ่มขึ้นต่อวันถึง 4.946 ล้านครั้ง (ข้อมูลวันที่ 26 กุมภาพันธ์)

 

เพลงในโชว์ของนักกีฬาคนอื่นๆ ก็พลอยได้รับอานิสงส์เรื่องความนิยมตามไปด้วย เช่น เพลง Fear ที่นักสเกตชาย Ilia Malinin เอามาแสดงก็ทำยอดสตรีมเพิ่มขึ้น 38% เมื่อเทียบกับอาทิตย์ก่อน และ Last Dance ของ Donna Summer ก็มีสตรีมเพิ่มขึ้นหลังจากที่ Mone Chiba นักสเกตชาวญี่ปุ่นหยิบมาใช้เช่นกัน

 

กล่าวได้ว่าโชว์บนลานน้ำแข็งของเหล่านักกีฬาไม่อาจสมบูรณ์แบบ หากปราศจากเสียงเพลงที่คอยปลุกเร้าอารมณ์ความตื่นเต้นของผู้ชม ดังนั้นการหาจุดสมดุลที่ลงตัวระหว่างกฎหมายกับการสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เหล่านักกีฬาสามารถสร้างโชว์อย่างเต็มประสิทธิภาพ และผลงานเพลงของศิลปินก็จะสามารถเติบโตโลดแล่นได้อย่างงดงามเช่นกัน

 

ภาพ: Getty Images

 

อ้างอิง:

The post เมื่อ ‘ลิขสิทธิ์เพลง’ กลายเป็นอุปสรรคที่ใหญ่กว่าท่ากระโดดในการแข่งขันไอซ์สเกต appeared first on THE STANDARD.

]]>
Britney Spears ขายลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมดให้กับบริษัท Primary Wave https://thestandard.co/britney-spears-music-rights-primary-wave/ Wed, 11 Feb 2026 09:42:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1177415 ภาพ บริทนีย์ สเปียร์ส ศิลปินหญิงที่เพิ่งขายลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมดของเธอให้กับบริษัท Primary Wave

Rolling Stone รายงานว่าป๊อปไอคอนอย่าง Britney Spears ตั […]

The post Britney Spears ขายลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมดให้กับบริษัท Primary Wave appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ บริทนีย์ สเปียร์ส ศิลปินหญิงที่เพิ่งขายลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมดของเธอให้กับบริษัท Primary Wave

Rolling Stone รายงานว่าป๊อปไอคอนอย่าง Britney Spears ตัดสินใจขายลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมดให้กับบริษัท Primary Wave โดยเพลงที่อยู่ในแคตตาล็อกนี้ก็รวมไปถึงเพลงฮิตหลายซิงเกิล อาทิ …Baby One More Time, Oops!… I Did It Again, I’m a Slave 4 U และ Lucky ซึ่งข่าวนี้ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวใกล้ชิดตัวศิลปินเรียบร้อยแล้วเช่นกัน

 

ข่าวคราวการขายลิขสิทธิ์เพลงนี้เริ่มต้นจากการที่สื่อ TMZ รายงานออกมาก่อน ซึ่งพวกเขาเผยว่าเธอเซ็นสัญญาปิดดีลไปตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคมปีที่แล้ว และแม้ว่าจะไม่มีการเปิดเผยมูลค่าดีลเพลงชุดใหญ่นี้ แต่แหล่งข่าวระบุว่าดีลของเธอมีมูลค่าสูงใกล้เคียงกับดีล 200 ล้านดอลลาร์ของ Justin Bieber ที่เขาเคยขายลิขสิทธิ์เพลงให้กับ Hipgnosis Songs Capital เมื่อปี 2023

 

ทั้งนี้ Primary Wave เป็นบริษัทที่ขึ้นชื่อเรื่องการกว้านซื้อลิขสิทธิ์เพลงของศิลปินระดับโลกมาไว้ในมือ ก่อนหน้านี้พวกเขาก็เคยดีลกับกองมรดกของศิลปินในตำนานมาแล้วหลายคน เช่น Whitney Houston, Bob Marley และ Prince ในขณะเดียวกัน เมื่อปี 2020 พวกเขาก็เพิ่งซื้อลิขสิทธิ์เพลงของ Stevie Nicks แห่งวง Fleetwood Mac อีกด้วย ซึ่งการขายแคตตาล็อกเพลงทั้งหมดนี้จะทำให้ศิลปินได้รับเงินก้อนใหญ่ครั้งเดียว ทั้งยังไม่ต้องจัดการเรื่องลิขสิทธิ์ยิบย่อยที่ต้องใช้เวลาและทรัพยากรในการจัดการหลายอย่าง แต่ศิลปินก็จะเสียในส่วนของรายได้จากการสตรีมมิ่งและการใช้เพลงในเชิงพาณิชย์อย่างการประกอบภาพยนตร์หรือโฆษณานั่นเอง

 

ภาพ: Frank Micelotta/Getty Images

 

อ้างอิง:

The post Britney Spears ขายลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมดให้กับบริษัท Primary Wave appeared first on THE STANDARD.

]]>
Taylor Swift ทำรายได้สูงถึง 135 ล้านดอลลาร์จากอัลบั้ม The Life of a Showgirl ในช่วงสัปดาห์แรก https://thestandard.co/taylor-swift-the-life-of-a-showgirl-135m/ Tue, 28 Oct 2025 07:05:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1136497 Taylor Swift ทำรายได้สูงถึง 135 ล้านดอลลาร์จากอัลบั้ม The Life of a Showgirl ในช่วงสัปดาห์แรก

Billboard เปิดเผยรายงานการประเมินรายได้ที่ Taylor Swift […]

The post Taylor Swift ทำรายได้สูงถึง 135 ล้านดอลลาร์จากอัลบั้ม The Life of a Showgirl ในช่วงสัปดาห์แรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Taylor Swift ทำรายได้สูงถึง 135 ล้านดอลลาร์จากอัลบั้ม The Life of a Showgirl ในช่วงสัปดาห์แรก

Billboard เปิดเผยรายงานการประเมินรายได้ที่ Taylor Swift ทำได้ในช่วงสัปดาห์แรกหลังจากปล่อยอัลบั้ม The Life of a Showgirl โดยพวกเขากล่าวถึงการคำนวณยอดขาย ปัจจัยที่ทำให้อัลบั้มของเธอทำเงินได้สูง ตลอดจนภาพรวมของรายได้เมื่อเทียบกับอัลบั้มก่อน

 

สื่อดนตรีชื่อดังรายนี้ประเมินว่า เธอสามารถทำรายได้จากการปล่อยอัลบั้มนี้ในสัปดาห์แรกราวๆ 135 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก โดยตัวเลข 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐนั้นมาจากในสหรัฐอเมริกาเพียงอย่างเดียว

 

ยอดขายอัลบั้มในสหรัฐสัปดาห์แรกเปิดตัวที่ 4.002 ล้านยูนิต (รวมยอดขายทั้งอัลบั้มจริงและการสตรีมมิ่งเทียบเท่า) ซึ่งถือเป็นอัลบั้มแรกในยุคปัจจุบันที่ขายได้ทะลุ 4 ล้านยูนิต และแม้ว่าจะไม่ใช่ยอดขายทั่วโลก แต่ Billboard ก็ย้ำว่า อัลบั้มนี้มียอดสตรีมทั่วโลกถึง 1.4 พันล้านครั้ง และแคมเปญการตลาดของทีมศิลปินหรือค่าย Republic Records ก็ยังทรงพลังจนสามารถขับเคลื่อนยอดขายได้เช่นกัน

 

โดยกลยุทธ์การขายอัลบั้มนี้เป็นปัจจัยสำคัญของการทำเงิน โดยอัลบั้มนี้มีทั้งหมด 38 เวอร์ชัน ทั้งซีดี ไวนิล เทปคาสเซ็ตต์ แผ่นลิมิเต็ดที่มาพร้อมของสะสมหรือแทร็กพิเศษ ซึ่งกระตุ้นให้แฟนๆ ซื้อสะสม และยอดขายราวๆ 65% ก็มาจากเว็บไซต์สโตร์โดยตรงของเธอ (2.6 ล้านหน่วย) ซึ่งการขายในเว็บไซต์นี้ก็เป็นราคาปลีกเต็มที่สูงกว่าราคาส่งให้ร้านค้าทั่วไป ดังนั้นจึงทำให้เธอได้กำไรต่อแผ่นมากกว่าศิลปินทั่วไปอย่างน้อย 25% และเธอก็ยังทำกำไรได้จากสินค้าธีม Showgirl ที่ขายในเว็บไซต์กว่า 30 ชิ้น เช่น เสื้อฮู้ด คาร์ดิแกน กางเกง เสื้อยืด เป็นต้น

 

ในขณะเดียวกัน แฟนๆ ก็เลือกฟังเพลงผ่านช่องทางที่ต้องจ่ายเงินฟังเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นรายได้ต่อการสตรีมแต่ละครั้งก็จะสูงกว่ามาตรฐานอัลบั้มเพลงทั่วไป และยิ่งเธอเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมด ส่วนแบ่งรายได้ของเธอก็จะสูงถึง 70-90% หลังหักค่าดำเนินการต่างๆ แล้ว

 

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงการประเมินรายได้จาก Billboard เท่านั้น และแม้ว่ายอดเปิดตัวอัลบั้ม The Life of a Showgirl จะสร้างสถิติใหม่มากมาย แต่โดยรวมแล้วยังไม่สูงเท่าอัลบั้มก่อนหน้านี้ เพราะจากการเก็บข้อมูลที่สิ้นสุดในวันอาทิตย์ 16 ตุลาคม 2025 ยอดรวมทั้งหมดอยู่ที่ 11.23 ล้านยูนิต แต่เมื่อเทียบกับปี 2023-2024 ที่มีการทัวร์คอนเสิร์ตและอัลบั้ม The Tortured Poets Department มาช่วยหนุนยอดขาย เธอก็เคยทำสถิติกับอัลบั้มต่างๆ ไว้แล้วที่ 15 ล้านยูนิต (2024) และ 12.3 ล้านยูนิต (2023)

 

ภาพ: Mert Alas, Marcus Piggott & TAS Rights Management

 

อ้างอิง:

The post Taylor Swift ทำรายได้สูงถึง 135 ล้านดอลลาร์จากอัลบั้ม The Life of a Showgirl ในช่วงสัปดาห์แรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Taylor Swift ส่งแม่และพี่ชายให้ไปเจรจาซื้อมาสเตอร์เพลงทั้ง 6 อัลบั้มแรกของเธอคืนมา https://thestandard.co/taylor-swift-6-master-recordings/ Mon, 18 Aug 2025 01:00:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1108315

Taylor Swift ให้สัมภาษณ์ในรายการพอดแคสต์ New Heights ขอ […]

The post Taylor Swift ส่งแม่และพี่ชายให้ไปเจรจาซื้อมาสเตอร์เพลงทั้ง 6 อัลบั้มแรกของเธอคืนมา appeared first on THE STANDARD.

]]>

Taylor Swift ให้สัมภาษณ์ในรายการพอดแคสต์ New Heights ของคนรักอย่าง Travis Kelce ซึ่งเธอก็พูดคุยถึงหลายๆ ประเด็นที่ไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน รวมทั้งประเด็นเรื่องมาสเตอร์เพลงของตัวเองที่เธอเพิ่งได้คืนมาเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาด้วย

 

Taylor Swift เล่าว่าเธอส่งแม่และน้องชาย ผู้เป็นทั้งครอบครัวและหุ้นส่วนในการทำงานไปเจรจาซื้อมาสเตอร์เพลงทั้ง 6 อัลบั้มแรกคืนมาจากค่ายเพลง Shamrock Capital เพราะเธอเชื่อว่า ค่ายจะรู้สึกเข้าใจเรื่องราวชีวิตของเธอได้ดีกว่าส่งทนายหรือคนอื่นไป เพราะการเป็นเจ้าของเพลงก็เป็นเรื่องส่วนตัวที่สำคัญกับเธอมาก และเธอก็เก็บเงินมาตั้งแต่เป็นวัยรุ่นเพื่อซื้อเพลงของตัวเองคืนมาด้วย

 

“ฉันตั้งใจเก็บเงินมาตั้งแต่วัยรุ่นเพื่อซื้อเพลงของฉันคืนมา” Taylor Swift กล่าว

 

ในขณะเดียวกัน การที่เธออัดเสียงเพลงใหม่ในอัลบั้มเก่าๆ ก็เป็นสิ่งเดียวที่เธอคิดว่า คงเป็นสิ่งเดียวที่ใกล้เคียงที่สุดที่เธอจะสามารถเป็นเจ้าของเพลงของตัวเองได้ แต่เมื่อมีความสำเร็จจาก The Eras Tour เธอและทีมงานจึงคิดว่า คงเป็นเวลาที่เหมาะสมแล้วที่เธอจะได้เป็นเจ้าของเพลงอย่างสมบูรณ์

 

“สำหรับฉันแล้ว นี่ไม่ใช่การอยากเป็นเจ้าของทรัพย์สินเพราะผลตอบแทน หรือเงินปันผลที่จะได้ในอนาคต ฉันอยากได้มันคืนมา เพราะสิ่งเหล่านี้คือไดอารีที่เขียนด้วยลายมือของฉันเองตลอดทั้งชีวิต นี่เป็นเพลงที่ฉันเขียนจากทุกช่วงชีวิต มันเป็นทั้งรูปถ่ายของฉัน มิวสิกวิดีโอของฉัน และส่วนมากแล้วก็เป็นสิ่งที่ฉันลงทุนเอง ทั้งอาร์ตเวิร์ก และทุกๆ อย่างที่เคยทำก็ล้วนอยู่ในแคตตาล็อกนี้ทั้งหมด”

 

เธอยังเล่าว่า ในช่วงที่คุณแม่ไปเจรจากับค่าย ใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่โชคดีที่ทางค่ายเปิดใจรับฟัง แม้ว่าพวกเขาอาจจะยังไม่ได้ตัดสินใจในเวลานั้น และเธอเองก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว แต่ 2-3 เดือนหลังจากงาน Super Bowl จบลง แม่ก็โทรมาบอกเธอว่า ‘ลูกได้เพลงของลูกคืนแล้วนะ’

 

อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเปิดเผยว่า อัลบั้มและงานภาพประกอบต่างๆ ของเธอทั้งหมดมีราคาเท่าใด แต่ก็มีรายงานว่าจำนวนเงินอาจถึง หลักร้อยล้านดอลลาร์ขึ้นไป

 

ภาพ: Gardiner Anderson/Bauer-Griffin/GC Images

 

อ้างอิง:

The post Taylor Swift ส่งแม่และพี่ชายให้ไปเจรจาซื้อมาสเตอร์เพลงทั้ง 6 อัลบั้มแรกของเธอคืนมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tyla โดนฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์เพลง Water https://thestandard.co/tyla-sued-copyright-water-song/ Thu, 31 Jul 2025 04:09:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1102012 Tyla

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา Tyla นักร้องสาวชาวแอฟริกาใต้ได้ […]

The post Tyla โดนฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์เพลง Water appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tyla

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา Tyla นักร้องสาวชาวแอฟริกาใต้ได้ฤกษ์ปล่อยเพลงใหม่อย่าง DYNAMITE ที่ฟีเจอริงกับ Wizkid และเพลง MR. MADIA จากอีพีอัลบั้ม WWP แต่ในวันเดียวกันนั้นเอง เธอก็โดนฟ้องร้องเรื่องการโกงลิขสิทธิ์เพลง Water ซิงเกิลยอดฮิตจากปี 2023 อันเป็นผลงานแจ้งเกิดของตัวเองด้วย

 

นักแต่งเพลงนาม Olmo Zucca และ Jackson LoMastro ยื่นฟ้องร้องต่อ Tyla, นักแต่งเพลงชาวอังกฤษ Sammy SoSo และค่ายเพลง Sony Music Entertainment เกี่ยวกับเรื่องการโกงค่าลิขสิทธิ์เพลง Water ที่พวกเขาอ้างว่ามีส่วนร่วมในการทำงาน โดยที่จริงแล้วทั้งสองดำเนินการยื่นฟ้องร้องครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาแต่ก็ยอมความโดยสมัครใจ ก่อนที่จะยื่นฟ้องร้องใหม่อีกครั้งในวันที่ 24 กรกฎาคม พร้อมด้วยทีมกฎหมายชุดใหม่

 

Zucca และ Lomastro กล่าวว่าพวกเขาทำงานบันทึกเสียงหลากหลายเพลงร่วมกับ Soso และโปรดิวเซอร์ Rayo ที่ลอสแอนเจลิสในเดือนมีนาคม ปี 2023 และผลงานเหล่านั้นก็ถูกนำไปใช้ในเพลง Water เวอร์ชันไฟนอลในท้ายที่สุด แต่ชื่อของทั้งสองกลับปรากฏอยู่ในเครดิตเพลงในฐานะ Co-Writers ไม่ใช่โปรดิวเซอร์ตามหน้าที่ของพวกเขา เพราะทาง SoSo ตั้งใจตัดพวกเขาออกจากความสำเร็จนี้ด้วยการทำสัญญาโดยตรงกับ Tyla เพื่อที่จะถือเครดิตด้านโปรดักชันของเพลง Water แต่เพียงผู้เดียว นอกจากนั้น SoSo ยังมอบส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์เพลงให้กับทั้งสอง 10% ในขณะที่ตัวเองได้รับไป 15% 

 

ในเอกสารการฟ้องร้องเผยด้วยว่าฝ่าย Zucca กับ LoMastro พยายามเจรจาทำข้อตกลงกับ SoSo มาเป็นเวลาหลายเดือนแต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือแต่อย่างใด และขณะนี้พวกเขาก็ต้องการได้รับเครดิตเป็นโปรดิวเซอร์ของเพลง Water พร้อมได้ส่วนแบ่ง 12.5% ทั้งย้อนหลังและในอนาคต รวมไปถึงค่าจ้างการเป็นโปรดิวเซอร์ ทั้งสองอ้างว่า เพลง Water สร้างรายได้ไปแล้วมากกว่า 10 ล้านดอลลาร์ แล้วก็ไม่เป็นที่น่าแปลกใจถ้าหากเพลงนี้จะสามารถกวาดรายได้ถึง 50 ล้านดอลลาร์เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ถ้าหากเปรียบเทียบกับเพลงดังเพลงอื่นที่ผ่านมาในอุตสาหกรรมดนตรี

 

ภาพ: Tyla

อ้างอิง:

 

The post Tyla โดนฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์เพลง Water appeared first on THE STANDARD.

]]>
Taylor Swift ซื้อลิขสิทธิ์มาสเตอร์เพลง 6 อัลบั้มชุดแรกของเธอกลับคืนมาหมดแล้ว https://thestandard.co/taylor-swift-first-6-album-masters/ Sat, 31 May 2025 02:43:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1080555

นับเป็นข่าวดีที่ชาว Swifties รอบโลกต่างรอมาหลายปี หลังท […]

The post Taylor Swift ซื้อลิขสิทธิ์มาสเตอร์เพลง 6 อัลบั้มชุดแรกของเธอกลับคืนมาหมดแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

นับเป็นข่าวดีที่ชาว Swifties รอบโลกต่างรอมาหลายปี หลังทาง Taylor Swift ออกมายืนยันผ่านจดหมายบนเว็บไซต์ตัวเองว่า เธอซื้อลิขสิทธิ์มาสเตอร์เพลงของ 6 อัลบั้มชุดแรกของเธอจากบริษัท Shamrock Holdings เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

โดย Taylor Swift เผยว่า นอกเหนือจากการเป็นเจ้าของมาสเตอร์เพลงของ 6 อัลบั้มแรก ทั้ง Taylor Swift, Fearless, Speak Now, Red, 1989 และ Reputation เธอก็จะเป็นเจ้าของทุกผลงานมิวสิกวิดีโอ ภาพยนตร์คอนเสิร์ต และภาพถ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในช่วง 6 อัลบั้มนี้

 

แต่สำหรับแฟนๆ ที่สงสัยเรื่องอัลบั้ม Taylor Swift (Taylor’s Version) และ Reputation (Taylor’s Version) ที่อัดใหม่แต่ยังไม่ได้ปล่อย ทางเจ้าตัวก็เขียนในจดหมายว่า สำหรับ Reputation (Taylor’s Version) เธอยังไม่ได้อัดเสร็จแม้แต่ 1 ส่วน 4 เพราะอัลบั้มนี้มีเรื่องราวที่ส่งผลต่อจิตใจเธออย่างมาก ด้วยบริบทของเนื้อหาตอนที่เธอปล่อยออกมาครั้งแรกเมื่อปี 2017 ส่วนอัลบั้ม Taylor Swift (Taylor’s Version) เธอบอกว่าอัดเสร็จเรียบร้อยและค่อนข้างพอใจกับผลลัพธ์ แต่เธอก็ยังไม่รู้จะปล่อยออกมาตอนไหน

 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2019 เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นหลังจากที่ Big Machine Records ขายลิขสิทธิ์มาสเตอร์เพลงของ 6 อัลบั้มชุดแรกของ Taylor Swift ให้กับบริษัทของ Scooter Braun ชื่อ Ithaca Holdings LLC โดยไม่มีการปรึกษาหรือเปิดโอกาสให้เจ้าตัวได้ซื้อลิขสิทธิ์ผลงานตัวเอง โดยต่อมา Ithaca Holdings LLC ก็ขายลิขสิทธิ์ไปยังบริษัท Shamrock Holdings ต่อ จึงทำให้ Taylor Swift ตัดสินใจที่จะอัดอัลบั้มทั้ง 6 ชุดแรกใหม่เพื่อจะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์มาสเตอร์เหล่านี้ ซึ่งเธอก็ปล่อย 4 จาก 6 อัลบั้ม Fearless (Taylor’s Version), Red (Taylor’s Version), Speak Now (Taylor’s Version) และ 1989 (Taylor’s Version) ที่ล้วนประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล และเปิดตัวยอดขายสัปดาห์แรกสูงกว่าอัลบั้มดั้งเดิมด้วยซ้ำ

 

ภาพ: Taylor Swift

The post Taylor Swift ซื้อลิขสิทธิ์มาสเตอร์เพลง 6 อัลบั้มชุดแรกของเธอกลับคืนมาหมดแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Mariah Carey ชนะคดีลิขสิทธิ์เพลง All I Want For Christmas Is You https://thestandard.co/mariah-carey-copyright-win/ Fri, 21 Mar 2025 06:43:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1054636 mariah-carey-copyright-win

หลังจากที่ Mariah Carey โดนศิลปินคันทรีป๊อปอย่าง Andy S […]

The post Mariah Carey ชนะคดีลิขสิทธิ์เพลง All I Want For Christmas Is You appeared first on THE STANDARD.

]]>
mariah-carey-copyright-win

หลังจากที่ Mariah Carey โดนศิลปินคันทรีป๊อปอย่าง Andy Stone จากวง Vince Vance & the Valiants ฟ้องร้องข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์จากเพลงคริสต์มาสยอดฮิตอย่าง All I Want For Christmas Is You ล่าสุดศาลก็ได้ตัดสินให้ Mariah Carey เป็นฝ่ายชนะคดีและพ้นข้อกล่าวหาทั้งหมดแล้ว

 

Andy Stone ฟ้องร้อง Mariah Carey ครั้งแรกตั้งแต่ช่วงกลางปี 2022 และทำการยื่นฟ้องเธออีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน 2023 โดยกล่าวหาว่า Mariah Carey ลอกเลียนแบบเพลงที่มีชื่อเดียวกันกับเพลงของเขาอย่าง All I Want For Christmas Is You ที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 1983 ซึ่งนับว่าเป็นการเปิดตัวก่อนเพลง All I Want For Christmas Is You ของ Mariah Carey เป็นเวลา 5 ปี พร้อมกับกล่าวหาว่าเธอนำสไตล์และเอกลักษณ์ที่ได้รับความนิยมของเขาไปใช้แสวงหาประโยชน์ให้กับตัวเอง และเรียกค่าเสียหายจากเธออย่างต่ำ 20 ล้านดอลลาร์ หรือราว 677.2 ล้านบาท

 

ทีมกฎหมายของ Andy Stone เคยพูดถึงการฟ้องร้อง Mariah Carey ในกรณีเพลง All I Want For Christmas Is You ว่า “ถ้าคุณลองฟัง 2 เพลงนี้ดีๆ คุณจะเห็นได้ว่ามันมีคำที่เหมือนกันอยู่ประมาณ 50% และยังเรียบเรียงเกือบจะเหมือนกันทั้งหมดด้วย ผมคิดว่ามันค่อนข้างชัดเจนมากนะ”

 

ล่าสุดผู้พิพากษาตัดสินแล้วว่าฝั่ง Andy Stone ไม่มีหลักฐานที่พิสูจน์ว่า 2 เพลงนี้ ‘มีความเหมือนกันอย่างเห็นได้ชัด’ โดยอ้างอิงถึงผู้เชี่ยวชาญที่มาให้การในคดีนี้ที่เผยว่า Mariah Carey ไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยการลอกเลียนแบบเพลงของ Andy Stone แต่อย่างใด แต่ All I Want For Christmas Is You ทั้ง 2 เพลงต่างก็เป็นเพลงคริสต์มาสทั่วๆ ไป เช่นเดียวกับเพลงแห่งช่วงคริสต์มาสอื่นที่มีเนื้อหาและการใช้คำที่ใกล้เคียงกัน นอกจากนั้นผู้พิพากษายังเผยด้วยว่า Andy Stone กับทนายของเขาควรได้รับการลงโทษฐานยื่นคำร้องในข้อโต้แย้งที่มีความหละหลวม อีกทั้งยังมีความคลุมเครือที่ไม่อาจเข้าใจได้ ทั้งในเรื่องของการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการนำเสนอข้อสรุปทั้งหมด การใช้ความคิดเห็นส่วนตัวเป็นศูนย์กลาง และการนำเสนอหลักฐานที่ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้พิพากษายังตัดสินให้ฝั่งของ Andy Stone รับผิดชอบค่าใช้จ่ายสำหรับการดำเนินการทางกฎหมายของ Mariah Carey ในคดีนี้ด้วย

 

ภาพ: Kevin Mazur / WireImage for MC

 

อ้างอิง:

The post Mariah Carey ชนะคดีลิขสิทธิ์เพลง All I Want For Christmas Is You appeared first on THE STANDARD.

]]>
Celine Dion ออกมาเตือนแฟนๆ เกี่ยวกับการแชร์เพลงที่ถูกดัดแปลงให้เป็นเสียงเธอด้วย AI https://thestandard.co/celine-dion-ai-music-warning/ Mon, 10 Mar 2025 09:12:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1050531

Celine Dion โพสต์แถลงการณ์ผ่านทาง Instagram ของเธอเกี่ย […]

The post Celine Dion ออกมาเตือนแฟนๆ เกี่ยวกับการแชร์เพลงที่ถูกดัดแปลงให้เป็นเสียงเธอด้วย AI appeared first on THE STANDARD.

]]>

Celine Dion โพสต์แถลงการณ์ผ่านทาง Instagram ของเธอเกี่ยวกับปัญหาที่มีคนทำเพลงจาก AI แล้วปลอมแปลงเสียงจนดูเหมือนกับว่าเพลงนั้นเป็นเพลงที่ปล่อยออกมาจากต้นสังกัดของเธออย่างเป็นทางการ ซึ่งตัวแทนของเธอออกมายืนยันว่าเพลงเหล่านี้ไม่ใช่เพลงที่แท้จริงจากอัลบั้มใดๆ ของเธอ และอยากให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหานี้ด้วยเช่นกัน

 

ในโพสต์ Instagram นี้ระบุว่า “เราทราบมาว่ามีเพลงที่ไม่ได้รับอนุญาตซึ่งดัดแปลงมาจาก AI โดยใช้ชื่อ ความคล้ายคลึง และเสียงดนตรีจากการแสดงของ Celine Dion และเพลงเหล่านี้ก็กำลังเผยแพร่อยู่ในโลกออนไลน์และแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆ มากมาย โปรดทราบว่าเพลงเหล่านี้เป็นของปลอมและไม่ได้รับอนุญาตใดๆ จากเรา และนั่นก็ไม่ใช่เพลงที่มาจากผลงานเพลงอย่างเป็นทางการของเธอเช่นกัน” 

 

แม้จะไม่ได้มีการระบุชื่อว่าเป็นเพลงอะไร แต่ในช่วงที่ผ่านมานี้มีคนดัดแปลงเสียงของเธอด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อมาใช้ในเพลง Heal Me Lord ซึ่งเพลงนี้ก็มียอดเข้าชมบน YouTube มากกว่า 1 ล้านครั้งเลยทีเดียว

 

Celine Dion เป็นหนึ่งในศิลปินที่ออกมาพูดถึงประเด็นเรื่องการใช้ AI ในอุตสาหกรรมดนตรี เพราะการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้พวกเขาควบคุมเรื่องลิขสิทธิ์ของผลงานตัวเองได้ยาก ทั้งยังเป็นการแสวงหาผลประโยชน์จากผลงานของผู้อื่น และวงการดนตรีก็อาจสูญเสียความคิดสร้างสรรค์ในการทำผลงานเพลง 

 

และในขณะนี้ก็มีศิลปินหลายคนในประเทศอังกฤษกำลังออกมาเรียกร้องให้รัฐเห็นความสำคัญของปัญหานี้ อย่างเช่น Brian May วง Queen ก็ออกมาวิจารณ์รัฐบาลอังกฤษที่กำลังจะอนุญาตให้ผู้พัฒนา AI นำข้อมูลต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตไปช่วยปรับโมเดลของ AI ว่าสิ่งเหล่านี้แทบไม่แตกต่างจากการโจรกรรมข้อมูล 

 

ส่วนศิลปินระดับตำนานอย่าง Paul McCartney ก็กล่าวว่า AI จะลอกเลียนแบบศิลปินและทำให้วงการเพลงไม่มีความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน และ Jimmy Page แห่งวง Led Zeppelin ก็ย้ำว่า AI เป็นเทคโนโลยีที่นำข้อมูลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต และผู้พัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้ก็สร้างผลประโยชน์ให้กับตัวเองผ่านผลงานของผู้อื่นด้วย

 

ภาพ: Bruce Bennett / Getty Images

อ้างอิง:

The post Celine Dion ออกมาเตือนแฟนๆ เกี่ยวกับการแชร์เพลงที่ถูกดัดแปลงให้เป็นเสียงเธอด้วย AI appeared first on THE STANDARD.

]]>
GMM MUSIC ออกแถลงการณ์กรณีลิขสิทธิ์เพลง เน้นย้ำไม่ปิดกั้นความประสงค์ของคู่สัญญา https://thestandard.co/gmm-music-statement-song-copyrights/ Thu, 23 Jan 2025 11:19:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1033653 GMM MUSIC

บริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค จำกัด (มหาชน) ในเครือของบริษัท […]

The post GMM MUSIC ออกแถลงการณ์กรณีลิขสิทธิ์เพลง เน้นย้ำไม่ปิดกั้นความประสงค์ของคู่สัญญา appeared first on THE STANDARD.

]]>
GMM MUSIC

บริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค จำกัด (มหาชน) ในเครือของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) (GMM) ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีลิขสิทธิ์เพลง เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดและป้องกันความสับสนของสาธารณชนเกี่ยวกับประเด็นลิขสิทธิ์เพลงในช่วงเวลาที่ผ่านมา

 

 

“บริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทในเครือของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) (GMM) ขอชี้แจงถึงข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

 

“1. ประเด็นเรื่องการจัดทำสัญญาลิขสิทธิ์เพลง ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา การทำสัญญาลิขสิทธิ์เพลงระหว่าง GMM กับผู้สร้างสรรค์ทุกราย GMM ดำเนินการโดยเคารพเจตนารมณ์ของคู่สัญญาเป็นหลัก เปิดโอกาสให้คู่สัญญาทุกฝ่ายได้พิจารณาและไตร่ตรองเงื่อนไขข้อตกลงก่อนการลงนามในสัญญาทุกครั้ง ซึ่งเป็นไปตามหลักปฏิบัติตามแนวทางธุรกิจในระดับสากลที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมเพลง โดย GMM ได้แนบรายละเอียด เพื่อเป็นการแจกแจงที่มาของส่วนแบ่งรายได้เป็นรายเดือนจากการใช้ลิขสิทธิ์เพลงที่ GMM จัดเก็บให้ผู้สร้างสรรค์ทราบตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นจากการนำเพลงไปผลิตในรูปแบบดิจิทัล (Digital) ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ หรือในรูปแบบสินค้าสำเร็จรูป (Physical) เช่น MP3 หรือ Boxset ต่างๆ รวมถึงแผ่นเสียง (Vinyl) ซึ่ง GMM ได้ดำเนินการจ่ายส่วนแบ่งรายได้คืนให้แก่ผู้สร้างสรรค์จากทุกช่องทาง

 

“2. ประเด็นเรื่องผู้มีสิทธิรับค่าตอบแทนและส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาลิขสิทธิ์เพลง GMM ในกรณีที่ GMM ได้เข้าทำสัญญากับบริษัทของศิลปิน ซึ่งมีฐานะเป็นนิติบุคคล การจัดสรรผลตอบแทนดังกล่าวจาก GMM จะเป็นไปตามโครงสร้างการถือหุ้นของนิติบุคคลได้โดยตรง ส่วนในกรณีที่คู่สัญญาของ GMM เป็นบุคคลธรรมดา ก็จะเป็นมรดกตกทอดไปยังทายาทของบุคคลนั้น หรือมอบให้บุคคลอื่นใดเป็นผู้รับผลประโยชน์ได้โดยตรงเช่นกัน หากคู่สัญญามีเจตนารมณ์ดังกล่าว คู่สัญญาสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองโดยเสรี

 

“จึงเรียนมาเพื่อทราบถึงความตั้งใจดีของ GMM ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลงานเพลงและอุตสาหกรรมเพลงไทย”

The post GMM MUSIC ออกแถลงการณ์กรณีลิขสิทธิ์เพลง เน้นย้ำไม่ปิดกั้นความประสงค์ของคู่สัญญา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ROSÉ เซ็นสัญญากับ Warner Chappell Music เพื่อดูแลลิขสิทธิ์เพลง https://thestandard.co/rose-warner-chappell-music/ Tue, 26 Nov 2024 11:13:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1013071

ROSÉ จับมือกับ Warner Chappell Music บริษัทที่อยู่ภายใต […]

The post ROSÉ เซ็นสัญญากับ Warner Chappell Music เพื่อดูแลลิขสิทธิ์เพลง appeared first on THE STANDARD.

]]>

ROSÉ จับมือกับ Warner Chappell Music บริษัทที่อยู่ภายใต้การดูแลของ Warner Music Group เพื่อดูแลลิขสิทธิ์ในผลงานเพลงของเธอ โดยบริษัทจะมีหน้าที่ดูแลสิทธิ์ในการผลิตซ้ำดนตรีเพื่อจำหน่ายหรือเผยแพร่ ซึ่งศิลปินที่เคยเซ็นสัญญากับบริษัทหรือให้ดูแลลิขสิทธิ์เพลงก็มีทั้ง Madonna, David Bowie, Dua Lipa, Amy Allen, Benson Boone, Teddy Swims และอีกมากมาย

 

ROSÉ กล่าวถึงความรู้สึกที่ร่วมเซ็นสัญญาครั้งนี้ว่า “ฉันตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมทีมกับ Warner Chappell Music คงจะมีเรื่องราวเกิดขึ้นอีกมากมาย และฉันรอไม่ไหวที่จะได้แชร์ให้ทุกคนเห็น มันจะต้องเป็นการเดินทางที่ยอดเยี่ยมแน่นอน”

 

ในขณะที่ Ryan Press ประธานของ Warner Chappell Music ในฝั่งอเมริกาเหนือกล่าวต้อนรับเธอว่า “ROSÉ คู่ควรกับช่วงเวลานี้ และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เราได้ต้อนรับเธอเข้าสู่ครอบครัว Warner Chappell Music ซึ่งในขณะที่เธอทำลายสถิติในวงการเพลงครั้งแล้วครั้งเล่า เธอก็เป็นคนกำหนดสไตล์ของ K-Pop และปูทางให้กับยุคสมัยของการสร้างสรรค์ข้ามวัฒนธรรม ซึ่งเราและพาร์ตเนอร์อย่าง Atlantic Records ก็ร่วมสนับสนุนวิสัยทัศน์ที่โดดเด่นของ ROSÉ พร้อมกับร่วมสำรวจโอกาสในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ สำหรับเพลงของเธอ และเหนือสิ่งอื่นใด พวกเรารอแทบไม่ไหวแล้วที่จะได้เห็นว่าเพลงของเธอจะนำพาเราไปสู่ที่ไหนต่อไป”

 

เร็วๆ นี้ ROSÉ กำลังจะปล่อยอัลบั้มเต็มของเธอในฐานะศิลปินเดี่ยวเป็นครั้งแรกภายใต้ชื่ออัลบั้มว่า rosie ซึ่งเพลงแรกจากอัลบั้มที่เธอปล่อยมาก็คือ APT. กับ Bruno Mars ซึ่งเขาก็เป็นศิลปินที่เซ็นสัญญากับ Warner Chappell Music ก่อนจะตามมาด้วยซิงเกิลล่าสุดกับเพลง number one girl และเมื่อวานนี้ (25 พฤศจิกายน) เธอเพิ่งปล่อยรายชื่อเพลงอื่นๆ ในอัลบั้มออกมา ได้แก่ 3am, two years, toxic till the end, drinks or coffee, gameboy, stay a little longer, not the same, call it the end, too bad for us และ dance all night

 

ภาพ: roses_are_rosie / Instagram

อ้างอิง:

The post ROSÉ เซ็นสัญญากับ Warner Chappell Music เพื่อดูแลลิขสิทธิ์เพลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Miley Cyrus ปฏิเสธว่าเพลง Flowers ลอกเลียนแบบเพลง When I Was Your Man ของ Bruno Mars https://thestandard.co/miley-cyrus-plagiarism-allegations/ Tue, 26 Nov 2024 07:23:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1012873

ย้อนไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา Tempo Music Investment […]

The post Miley Cyrus ปฏิเสธว่าเพลง Flowers ลอกเลียนแบบเพลง When I Was Your Man ของ Bruno Mars appeared first on THE STANDARD.

]]>

ย้อนไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา Tempo Music Investment บริษัทที่อ้างว่าเป็นเจ้าของร่วมลิขสิทธิ์เพลง When I Was Your Man ของ Bruno Mars ยื่นฟ้อง Miley Cyrus โดยกล่าวหาว่าเพลง Flowers ละเมิดลิขสิทธิ์เพลงของ Bruno Mars ทั้งการลอกเลียนแบบเมโลดี้ ฮาร์โมนี่ คอร์ดเพลงต่างๆ และเนื้อเพลงบางท่อน

 

จนกระทั่งวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทีมกฎหมายตัวแทนของ Miley Cyrus จึงออกมาปฏิเสธว่าเธอไม่ได้ลอกเลียนแบบ และยื่นคำร้องต่อศาลให้ยกฟ้องกรณีนี้ โดยพวกเขาอธิบายว่า Tempo Music Investment ไม่มีสิทธิ์ฟ้องร้อง เพราะพวกเขาซื้อลิขสิทธิ์เพลงส่วนหนึ่งจาก Philip Lawrence นักแต่งเพลง When I Was Your Man ซึ่งเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของเพลงทั้งหมด ดังนั้นมีแค่เจ้าของลิขสิทธิ์โดยตรงเท่านั้นที่สามารถฟ้องร้องได้

 

ทั้งนี้ Bruno Mars ศิลปินเจ้าของเพลงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟ้องร้องครั้งนี้ แต่บุคคลอื่นๆ ที่ไม่ใช่ Miley Cyrus อย่างเช่นนักแต่งเพลง Flowers รวมทั้งบริษัทจัดจำหน่ายอย่าง Sony Music Publishing และ Apple ถูกระบุไว้ในฐานะจำเลยของคดี เนื่องจากพวกเขามีส่วนร่วมในการทำเพลงและจัดจำหน่ายเพลง

 

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมจากทางตัวแทนของ Miley Cyrus และ Tempo Music Investment ดังนั้นจึงต้องมารอติดตามว่าคดีการฟ้องร้องนี้จะจบลงอย่างไร

 

ภาพ: Miley Cyrus

อ้างอิง:

The post Miley Cyrus ปฏิเสธว่าเพลง Flowers ลอกเลียนแบบเพลง When I Was Your Man ของ Bruno Mars appeared first on THE STANDARD.

]]>
Ed Sheeran ชนะคดีลิขสิทธิ์เพลง Thinking Out Loud หลังถูกกล่าวหาว่าเลียนแบบเพลงของ Marvin Gaye https://thestandard.co/ed-sheeran-thinking-out-loud-copyright/ Tue, 05 Nov 2024 10:05:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1004717

ศาลสหรัฐฯ มีคำตัดสินเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า […]

The post Ed Sheeran ชนะคดีลิขสิทธิ์เพลง Thinking Out Loud หลังถูกกล่าวหาว่าเลียนแบบเพลงของ Marvin Gaye appeared first on THE STANDARD.

]]>

ศาลสหรัฐฯ มีคำตัดสินเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า เพลง Thinking Out Loud ของ Ed Sheeran ไม่ได้ลอกเลียนแบบเพลง Let’s Get It On ของ Marvin Gaye หลังจากบริษัท Structured Asset Sales (SAS) ที่มีส่วนร่วมในการถือหุ้นลิขสิทธิ์เพลงของ Marvin Gaye ยื่นฟ้องว่า Ed Sheeran ลอกเลียนแบบคอร์ดและจังหวะต่างๆ ในเพลง Let’s Get It On

 

ย้อนกลับไปเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Ed Sheeran เพิ่งชนะคดีเพลง Thinking Out Loud ไปแล้วครั้งหนึ่ง โดยครั้งแรกเขาถูกฟ้องจากลูกสาวของ Ed Townsend ที่เขาเคยเป็นนักแต่งเพลงร่วมกับ Marvin Gaye เมื่อปี 1973 แต่ในครั้งนี้เป็นการฟ้องร้องครั้งใหม่ที่มาจากบริษัท Structured Asset Sales (SAS)

 

อย่างไรก็ตาม จากคำตัดสินครั้งนี้ศาลสหรัฐฯ เผยว่า Thinking Out Loud ไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ของ Marvin Gaye แต่เพลงนี้แค่มีองค์ประกอบทางดนตรีพื้นฐานร่วมกันเท่านั้น ซึ่งผลงานเพลงที่มีชื่อเสียงหลายๆ เพลงก็จะมีความคล้ายคลึงกับเพลงก่อนหน้าบ้างอยู่แล้ว ดังนั้นแม้ว่าคอร์ดหรือจังหวะบางอย่างที่คล้ายกันอาจสร้างเสียงและความรู้สึกที่เหมือนกัน แต่นั่นก็ยังไม่ใช่เหตุผลเพียงพอสำหรับการฟ้องร้องละเมิดลิขสิทธิ์

 

นอกจากนี้ ศาลยังกล่าวว่านักแต่งเพลงคนใดคนหนึ่งไม่สามารถอ้างความเป็นเจ้าขององค์ประกอบทางดนตรีที่คล้ายคลึงกันนี้ได้ และการปกป้ององค์ประกอบพื้นฐานดังกล่าวมากเกินไปก็อาจเป็นการปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ของศิลปิน และทำลายจุดประสงค์ของกฎหมายลิขสิทธิ์ด้วยเช่นกัน

 

ภาพ: Getty Images

อ้างอิง:

The post Ed Sheeran ชนะคดีลิขสิทธิ์เพลง Thinking Out Loud หลังถูกกล่าวหาว่าเลียนแบบเพลงของ Marvin Gaye appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำรวจความคิด ‘ปัญหาลิขสิทธิ์เพลงไทย’ จากเวที Chairs to Share Exclusive Talk x GeneLab https://thestandard.co/chairs-to-share-exclusive-talk-x-genelab-2/ Wed, 09 Oct 2024 10:11:29 +0000 https://thestandard.co/?p=993866 ลิขสิทธิ์เพลง

ผ่านไปแล้วกับกิจกรรม Chairs to Share Exclusive Talk x G […]

The post สำรวจความคิด ‘ปัญหาลิขสิทธิ์เพลงไทย’ จากเวที Chairs to Share Exclusive Talk x GeneLab appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลิขสิทธิ์เพลง

ผ่านไปแล้วกับกิจกรรม Chairs to Share Exclusive Talk x GeneLab กับการร่วมมือกันของค่ายเพลง GeneLab และรายการ Chairs to Share จาก THE STANDARD POP ที่ชวน โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ, ก้อ-ณฐพล ศรีจอมขวัญ, เต-เตธนันท์ วงศ์ปรีชาโชค และ บิลลี่-ณัฐดนัย ชูชาติ มานั่งคุยกันถึงเนื้อถึงหนังในหัวข้อ ‘ตลกร้ายลิขสิทธิ์เพลงไทย’ ที่หยิบเอาข้อมูลน่าสนใจและประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับปัญหา ‘ลิขสิทธิ์เพลงในอุตสาหกรรมดนตรีไทย’ มาพูดกันบนเวทีในฐานะคนดนตรี พร้อมด้วยความรู้ที่อัดแน่น ควบคู่ไปกับความเพลิดเพลินของการแลกเปลี่ยนมุมมองความคิดของเหล่าศิลปินในวงการเพลงไทยกันอย่างเข้มข้น

 

THE STANDARD POP ไม่พลาดที่จะเก็บเกร็ดความรู้พร้อมคำพูดดีๆ ของเหล่าศิลปินทั้ง 4 คนมาฝากแฟนๆ ทุกคนด้วยเช่นกัน

 

 

The post สำรวจความคิด ‘ปัญหาลิขสิทธิ์เพลงไทย’ จากเวที Chairs to Share Exclusive Talk x GeneLab appeared first on THE STANDARD.

]]>
Queen อยู่ในขั้นตอนขายแคตตาล็อกเพลงให้ Sony Music ในราคากว่า 4.65 หมื่นล้านบาท https://thestandard.co/queen-catalog-sony-music-1b-pound/ Thu, 20 Jun 2024 08:50:49 +0000 https://thestandard.co/?p=947594

มีรายงานว่า Sony Music กำลังอยู่ในขั้นตอนการซื้อแคตตาล็ […]

The post Queen อยู่ในขั้นตอนขายแคตตาล็อกเพลงให้ Sony Music ในราคากว่า 4.65 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

มีรายงานว่า Sony Music กำลังอยู่ในขั้นตอนการซื้อแคตตาล็อกเพลงของวง Queen ในราคาที่สูงถึง 1.27 พันล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 4.65 หมื่นล้านบาท

 

แหล่งข่าวคอนเฟิร์มกับสื่อ Variety ถึงการที่ Sony Music ซื้อแคตตาล็อกเพลงของวง Queen รวมไปถึงสิทธิในการขายของที่ระลึกต่างๆ และโอกาสทำธุรกิจในวันข้างหน้า โดยราคาการซื้อขายนี้ไม่ได้ครอบคลุมถึงรายได้จากการแสดงคอนเสิร์ตของวง Queen เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งขณะนี้สมาชิกจากวงออริจินัลอย่าง Brian May และ Roger Taylor ก็ยังคงเดินสายแสดงคอนเสิร์ตกับนักร้อง Adam Lambert อยู่เรื่อยมา

 

ราคาขายแคตตาล็อกเพลงวง Queen ที่สูงถึง 1.27 พันล้านดอลลาร์ นับเป็นราคาที่สูงที่สุดในการซื้อขายคอลเล็กชันลิขสิทธิ์เพลงเท่าที่เคยมีมา โดยมีการรายงานว่ามีบริษัทอื่นที่ร่วมประมูลแคตตาล็อกเพลงของวง Queen ด้วย แต่พวกเขาก็ยอมแพ้ไปที่ราคา 900 ล้านดอลลาร์ในที่สุด ซึ่งก่อนหน้านี้ในปี 2021 ทาง Sony Music ก็ได้ซื้อแคตตาล็อกเพลงของ Bruce Springsteen ไปในราคา 500 ล้านดอลลาร์ ก่อนที่จะเข้าซื้อแคตตาล็อกเพลงของทั้งหมดของ Bob Dylan ในปีถัดมา และยังซื้อแคตตาล็อกเพลงของ Michael Jackson ทั้งหมด 50% ในราคากว่า 600 ล้านดอลลาร์อีกด้วย

 

สำหรับแคตตาล็อกเพลงวง Queen ที่ Sony Music กำลังซื้อไปนั้น เต็มไปด้วยเพลงฮิตมากมาย ทั้ง Bohemian Rhapsody, Another One Bites the Dust, Radio Ga Ga, 39, Somebody To Love และ You’re My Best Friend รวมไปถึงเพลงปลุกใจอย่าง We Will Rock You และ We Are the Champion ซึ่งเพลงเหล่านี้ได้กลับมาฮิตติดกระแสอีกครั้งตั้งแต่ที่ภาพยนตร์เกี่ยวกับวง Queen โดยเฉพาะ Freddie Mercury อย่าง Bohemian Rhapsody ออกฉายในปี 2018 และประสบความสำเร็จอย่างสูง 

 

ภาพ: David Tan/Shinko Music/Getty Images

อ้างอิง:

The post Queen อยู่ในขั้นตอนขายแคตตาล็อกเพลงให้ Sony Music ในราคากว่า 4.65 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Taylor Swift vs. Scooter Braun: Bad Blood สารคดีการต่อสู้ด้านลิขสิทธิ์เพลงเตรียมฉายมิถุนายนนี้ https://thestandard.co/taylor-swift-vs-scooter-braun-bad-blood/ Thu, 09 May 2024 12:59:05 +0000 https://thestandard.co/?p=931675

นับเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่น่าติดตาม เมื่อเรื่องราวดราม่ […]

The post Taylor Swift vs. Scooter Braun: Bad Blood สารคดีการต่อสู้ด้านลิขสิทธิ์เพลงเตรียมฉายมิถุนายนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

นับเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่น่าติดตาม เมื่อเรื่องราวดราม่าการซื้อขายลิขสิทธิ์เพลงระหว่าง Taylor Swift กับ Scooter Braun ได้ถูกนำมาสร้างเป็นซีรีส์สารคดี และจะฉายผ่าน Discovery+ ของอังกฤษและไอร์แลนด์ในเดือนมิถุนายนนี้

 

สารคดีซีรีส์เรื่อง Taylor Swift vs. Scooter Braun: Bad Blood จะประกอบไปด้วย 2 เอพิโสด โดยเล่าเรื่องราวดราม่าระหว่าง Taylor Swift กับ Scooter Braun ที่เกิดขึ้นจากการที่ Scooter Braun เข้าซื้อบริษัทผู้เป็นเจ้าของ 6 อัลบั้มแรกของ Taylor Swift ก่อนที่จะขายลิขสิทธิ์เพลงของ Taylor Swift ทั้งหมดให้กับ Shamrock Holdings ในราคากว่า 1.14 หมื่นล้านบาท โดยที่ Taylor Swift เผยว่าเธอไม่ได้รับรู้ถึงการซื้อขายลิขสิทธิ์เพลงของตัวเองเลย ป๊อปสตาร์คนดังเลยตัดสินใจทำอัลบั้ม Re-Record ผลงานชุดเก่าของตัวเองทั้งหมด 6 ชุด

 

มีการรายงานว่านอกจากสารคดีซีรีส์จะพูดถึงประเด็นเรื่องกฎหมายด้านลิขสิทธิ์เพลงอย่างเข้มข้นแล้ว Taylor Swift vs. Scooter Braun: Bad Blood ยังมีการพาผู้ชมไปสำรวจข้อพิพาทระหว่างทั้งสองในแง่มุมเรื่องเพศที่มีไดนามิกต่อเรื่องนี้โดยตรง รวมไปถึงคัลเจอร์แฟนด้อมในอุตสาหกรรมเพลง โดยมีเหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย นักข่าว และแหล่งข่าววงในของทั้ง 2 ฝ่ายมาร่วมแสดงความคิดเห็นในสารคดีซีรีส์ ซึ่ง Warner Bros. Discovery ได้พูดถึงสารคดีซีรีส์เรื่องนี้ว่า

 

“2 เอพิโสดในสารคดีซีรีส์เรื่องนี้จะพาผู้ชมไปพิจารณาข้อพิพาทจากทั้ง 2 ฝั่ง ฝ่ายหนึ่งคือ Taylor Swift ที่การซื้อขายลิขสิทธิ์เพลงของเธอเกิดขึ้นโดยไม่มีใครเข้ามาปรึกษาเธอก่อน จนทำให้เธอถูกปิดกั้นจากการมีโอกาสได้ซื้อลิขสิทธิ์เพลงของตัวเอง ส่วนอีกด้านก็คือข้อกล่าวหาจาก Scooter Braun ที่บอกว่า Taylor Swift ปฏิเสธที่จะตกลงเจรจาด้วย แต่เธอกลับทำให้เรื่องราวเหล่านี้ออกสู่สาธารณะด้วยการทำให้แฟนๆ ของเธอต่อต้านและโจมตีเขาแทน”

 

Taylor Swift vs. Scooter Braun: Bad Blood เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ ‘vs.’ ของ Warner Bros. Discovery โดยก่อนหน้านี้ทางสตูดิโอได้มีการผลิตสารคดี Johnny vs. Amber ที่ว่าด้วยเรื่องราวการไต่สวนคดีหมิ่นประมาทบนชั้นศาลของทั้งคู่มาแล้ว นอกจากนั้นยังมีสารคดี Kim vs. Kanye: The Divorce ที่เกี่ยวกับการแยกทางอันฉาวโฉ่ของ Kim Kardashian และ Kanye West อีกด้วย

 

ภาพ: Getty Images

อ้างอิง:

The post Taylor Swift vs. Scooter Braun: Bad Blood สารคดีการต่อสู้ด้านลิขสิทธิ์เพลงเตรียมฉายมิถุนายนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ค่ายเพลงไทยเริ่มเคลื่อนไหว หลัง Universal Music Group เตรียมถอดเพลงบน TikTok ออกจากแพลตฟอร์ม https://thestandard.co/thai-record-labels-umg-tiktok/ Thu, 01 Feb 2024 13:14:22 +0000 https://thestandard.co/?p=895004

หลังมีแถลงการณ์จาก Universal Music Group ถึงการหารือเรื […]

The post ค่ายเพลงไทยเริ่มเคลื่อนไหว หลัง Universal Music Group เตรียมถอดเพลงบน TikTok ออกจากแพลตฟอร์ม appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังมีแถลงการณ์จาก Universal Music Group ถึงการหารือเรื่องการต่ออายุสัญญากับ TikTok อย่างไม่ลงตัวกัน และทาง Universal Music Group ก็ได้สิ้นสุดสัญญากับทางแพลตฟอร์ม TikTok ลงอย่างสมบูรณ์ โดยเพลงของศิลปินมากมายจะไม่สามารถใช้งานบนแพลตฟอร์ม TikTok ได้อีก ในวันนี้ (1 กุมภาพันธ์) ค่ายเพลงในประเทศไทยหลากหลายค่ายที่ขึ้นลิขสิทธิ์กับ Universal Music Group ก็ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว รวมถึงการถูกระงับใช้แผ่นเสียงบนแพลตฟอร์ม TikTok

 

ค่ายเพลงในประเทศไทยอย่าง PP Krit Entertainment, Billkin Entertainment และ SONRAY MUSIC ได้ออกมาประกาศถึงการหยุดพักการให้บริการเพลงของศิลปินในสังกัดบนแพลตฟอร์ม TikTok โดยคลิปทั้งหมดที่เคยได้เผยแพร่ไปก่อนหน้านี้โดยใช้แผ่นเสียงของเพลงจากศิลปินในสังกัดจะถูกลบเสียงออกไปทันที ซึ่งแต่ละค่ายต่างๆ แจ้งให้แฟนๆ ได้รอติดตามการแก้ไขปัญหาของประเด็นดังกล่าว และจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งในภายหลัง

 

 

แฟนๆ ยังคงสามารถติดตามและรับฟังผลงานของเหล่าศิลปินที่ขึ้นลิขสิทธิ์เพลงอยู่ภายใต้ Universal Music Group ได้ต่อไปบนแพลตฟอร์มอื่นๆ ตามปกติ โดยจะต้องติดตามความเคลื่อนไหวของการใช้แผ่นเสียงในแพลตฟอร์ม TikTok ต่อไปในอนาคต

 

อ้างอิง:

The post ค่ายเพลงไทยเริ่มเคลื่อนไหว หลัง Universal Music Group เตรียมถอดเพลงบน TikTok ออกจากแพลตฟอร์ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Universal Music Group เตรียมเอาเพลงบน TikTok ออกหมด หลังไม่สามารถทำข้อตกลงใหม่ร่วมกันได้ https://thestandard.co/umg-to-remove-songs-on-tiktok/ Wed, 31 Jan 2024 09:26:52 +0000 https://thestandard.co/?p=894380

Universal Music Group (UMG) เผยว่าทางบริษัทไม่สามารถบรร […]

The post Universal Music Group เตรียมเอาเพลงบน TikTok ออกหมด หลังไม่สามารถทำข้อตกลงใหม่ร่วมกันได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Universal Music Group (UMG) เผยว่าทางบริษัทไม่สามารถบรรลุการทำข้อตกลงใหม่กับแพลตฟอร์ม TikTok ได้ โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องค่าตอบแทนศิลปินและปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI พร้อมกับกล่าวหาว่า TikTok กลั่นแกล้งรังแกให้ UMG ได้สัญญาใหม่ที่มีผลตอบแทนน้อยกว่าสัญญาฉบับที่แล้ว และด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทางบริษัทเพลงยักษ์ใหญ่จึงจะไม่ต่อสัญญากับแพลตฟอร์มดังกล่าว

 

UMG ออกแถลงการณ์ก่อนถึงวันหมดอายุสัญญาฉบับล่าสุดกับ TikTok นั่นคือวันที่ 31 มกราคมนี้ว่า “ทางบริษัทไม่เห็นด้วยในข้อตกลงฉบับใหม่ และเนื่องด้วยโอกาสที่สัญญาฉบับเก่าจะถึงวันหมดอายุ ทั้ง Universal Music Group รวมไปถึง Universal Music Publishing Group จะยุติการมอบสิทธิการใช้งานให้กับ TikTok และ TikTok Music ด้วย”

 

การยุติการมอบสิทธิการใช้งานลิขสิทธิ์ของ UMG อาจส่งผลเสียเป็นอย่างมากให้กับ TikTok อันเป็นแบรนด์ของบริษัท ByteDance จากประเทศจีน เนื่องจากศิลปินในบริษัทนี้ก็มีทั้ง Taylor Swift, Bad Bunny, Billie Eilish, The Weeknd, Drake, SZA, Kendrick Lamar, Harry Styles, Ariana Grande, Justin Bieber, Adele, U2, Elton John, Coldplay, Post Malone, Alicia Keys, Rosalía, Pearl Jam ไปจนถึง Bob Dylan แต่ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่ามีศิลปินมากมายที่พึ่งพา TikTok ในการตีตลาดเพลงในยุคใหม่นี้

 

ซึ่งทาง TikTok ก็มีการตอบโต้ UMG ด้วยการออกแถลงการณ์ว่า “เป็นเรื่องเศร้าและน่าผิดหวังที่ Universal Music Group ให้ความโลภของตัวเองมาอยู่เหนือผลประโยชน์ของศิลปินและนักแต่งเพลงของพวกเขา ถึงแม้ว่า Universal จะพยายามทำให้ผู้คนเข้าใจผิดด้วยวาทศิลป์มากมาย แต่ความจริงก็คือพวกเขาเลือกที่จะแยกทางกับแพลตฟอร์มสนับสนุนที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดด้วยผู้ใช้มากกว่า 1 พันล้านบัญชี ที่ทำหน้าที่ทั้งโปรโมตฟรี และค้นพบหนทางสำหรับพรสวรรค์ของพวกเขา

 

“TikTok สามารถทำข้อตกลงแบบ ‘Artist-First’ กับทุกสังกัดและสำนักพิมพ์ได้สำเร็จเรื่อยมา ดังนั้นจึงเป็นที่ชัดเจนว่าวิถีปฏิบัติแบบเห็นแก่ได้ของ Universal นั้น ไม่ใช่การมองเรื่องผลประโยชน์ของศิลปิน นักเขียนเพลง และแฟนเพลงแต่อย่างใด”

 

ภาพ: Buda Mendes / TAS23 / Getty Images for TAS Rights Management

อ้างอิง:

The post Universal Music Group เตรียมเอาเพลงบน TikTok ออกหมด หลังไม่สามารถทำข้อตกลงใหม่ร่วมกันได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Katy Perry ขายลิขสิทธิ์เพลงและอัลบั้มของเธอให้บริษัท Litmus Music ในราคากว่า 8 พันล้านบาท https://thestandard.co/katy-perry-sells-song-and-album-rights/ Tue, 19 Sep 2023 08:37:14 +0000 https://thestandard.co/?p=843422 Katy Perry

The Carlyle Group ได้ออกมาประกาศว่า Katy Perry ขายลิขสิ […]

The post Katy Perry ขายลิขสิทธิ์เพลงและอัลบั้มของเธอให้บริษัท Litmus Music ในราคากว่า 8 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Katy Perry

The Carlyle Group ได้ออกมาประกาศว่า Katy Perry ขายลิขสิทธิ์เพลงและอัลบั้มของเธอที่ออกระหว่างปี 2008-2020 (One of the Boys, Teenage Dream, Prism, Witness และ Smile) ให้กับ Litmus Music ไปในราคา 225 ล้านดอลลาร์ หรือราว 8 พันล้านบาท โดยผลงานต้นฉบับ (Masters) ของอัลบั้มจะยังคงเป็นของ Universal Music Group ตามข้อตกลงระหว่างเธอและบริษัท

 

Litmus Music เป็นบริษัทที่มุ่งเน้นไปทางการรับและจัดการลิขสิทธิ์เพลง ซึ่งได้เปิดตัวไปเมื่อฤดูร้อนปีที่ผ่านมา โดยมี Keith Urban เป็นศิลปินคนแรกที่ขายแคตตาล็อกให้ ต่อด้วย Benny Blanco โปรดิวเซอร์เพลงป๊อปชื่อดังที่ได้ขายลิขสิทธิ์ให้กับ Litmus Music ไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

 

นอกจากนี้ Dan McCarroll ผู้ร่วมก่อตั้งและดำรงตำแหน่ง Chief Creative Officer ของ Litmus Music ยังได้กล่าวว่า “Katy Perry เป็นนักสร้างสรรค์ที่มีวิสัยทัศน์ ซึ่งได้สร้างผลกระทบครั้งยิ่งใหญ่ให้แก่วงการเพลง โทรทัศน์ ภาพยนตร์ และการกุศล ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ร่วมงานกับเธออีกครั้ง อีกทั้งยังได้ช่วย Litmus Music จัดการบทเพลงอันน่าทึ่งของเธอ”

 

ผลงานเพลงฮิตของ Katy Perry นั้นมีมากมาย และเธอสามารถนำพามันขึ้นอันดับ 1 บน Billboard Hot 100 ได้หลายแทร็ก ไม่ว่าจะเป็น I Kissed A Girl, California Gurls, Firework, E.T., Last Friday Night (T.G.I.F.), Part Of Me, Roar และ Dark Horse โดยปัจจุบัน Katy Perry กำลังเตรียมพร้อมที่จะปิดการแสดงคอนเสิร์ต Play ที่ลาสเวกัส 4 พฤศจิกายนนี้

 

ภาพ: Getty Images

อ้างอิง:

The post Katy Perry ขายลิขสิทธิ์เพลงและอัลบั้มของเธอให้บริษัท Litmus Music ในราคากว่า 8 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
RS ดึง Universal Music ค่ายเพลงระดับโลกที่ควักเงิน 1,600 ล้านบาทร่วมบริหารลิขสิทธิ์เพลง พร้อมบุกหนักตลาดเพลงไทย-ต่างประเทศ https://thestandard.co/rs-music-joint-venture-universal-music-group/ Mon, 03 Jul 2023 04:24:37 +0000 https://thestandard.co/?p=811023

สร้างปรากฏการณ์ใหม่ไม่หยุดสำหรับ RS Music ธุรกิจในเครือ […]

The post RS ดึง Universal Music ค่ายเพลงระดับโลกที่ควักเงิน 1,600 ล้านบาทร่วมบริหารลิขสิทธิ์เพลง พร้อมบุกหนักตลาดเพลงไทย-ต่างประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>

สร้างปรากฏการณ์ใหม่ไม่หยุดสำหรับ RS Music ธุรกิจในเครือ RS Group ล่าสุดได้ปิดดีลใหญ่ด้วยการจับมือ Universal Music Group ค่ายเพลงอันดับหนึ่งของโลก จัดตั้งกิจการร่วมค้า (Joint Venture) ร่วมบริหารลิขสิทธิ์เพลง พร้อมดัน RS Music เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2567

 

“สำหรับดีลในครั้งนี้เราได้รับเงินลงทุนจาก Universal Music Group ประมาณ 1,600 ล้านบาท เพื่อร่วมกันตั้งกิจการร่วมค้า โดย Universal Music Group จะมีสัดส่วนการถือหุ้นที่ 70% ขณะที่ RS Music จะถือหุ้นในสัดส่วน 30% ซึ่งกิจการร่วมค้าที่จัดตั้งขึ้นนี้จะมีสิทธิ์ในการบริหารจัดการสิทธิ์ของแคตตาล็อกเพลงกว่า 10,000 เพลง รวมถึงคอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็น มิวสิกวิดีโอ เนื้อเพลงและบทประพันธ์ รูปภาพและภาพถ่ายต่างๆ รวมถึงสิทธิภายใต้สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ” สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าว

 

สำหรับความร่วมมือกับ Universal Music จะช่วยขยายรายได้จากช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญ เมื่อรวมกับรายได้จากการจัดกิจกรรมและคอนเสิร์ต การสร้างแคมเปญการตลาดกับลูกค้า และการบริหารศิลปิน คาดว่าจะช่วยผลักดันให้รายได้ของ RS Music เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ในปีนี้ที่ 700 ล้านบาท

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ยิ่งไปกว่านั้นจุดแข็งของ Universal Music ซึ่งเป็นบริษัทดนตรีรายใหญ่อันดับหนึ่งของโลกและเป็นผู้นำในตลาดเพลง จะทำให้สามารถเข้าถึงคอนเทนต์ด้านดนตรีได้อย่างหลากหลายมากขึ้น

 

จากนี้เตรียมเปิดโอกาสทำโปรเจกต์ใหม่ๆ ทั้งกับพาร์ตเนอร์คู่ค้า ทั้งที่ทำงานร่วมกันอยู่แล้วและคู่ค้าอื่นๆ เพื่อต่อยอดการทำ Music Marketing รวมถึงการจับมือกับศิลปินอิสระหรือจากค่ายต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสในการทำเพลงร่วมกับศิลปินชื่อดังของไทยและต่างประเทศ ซึ่งเป็นการส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจเพลงให้ครบวงจรและสร้างรายได้จากหลากหลายช่องทาง ที่สำคัญจะช่วยผลักดัน Soft Power ของไทยได้เช่นกัน

 

ทั้งหมดนี้ถือว่าสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ RS Music ที่ได้กลับมารุกธุรกิจเพลงอีกครั้ง เริ่มจากการสร้างผลงานเพลงใหม่ๆ จากศิลปินที่มีชื่อเสียงของเราภายใต้โปรเจกต์ RS Homecoming และศิลปินรุ่นใหม่จากโปรเจกต์ RS Newcomers ตั้งเป้าสร้างศิลปินใหม่ออกสู่ตลาดเพลงไทยและต่อยอดไปยังต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าเพลงใหม่ๆ ที่ออกมาในปี 2566 จะสร้างความคึกคักให้แฟนเพลง RS และสร้างรายได้เพิ่มขึ้น  

 

โดยเป็นไปตามทิศทางในการนำธุรกิจเพลงภายใต้ RS Music เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2567 โดยจะมีการประกาศแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisor) ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ด้วย

The post RS ดึง Universal Music ค่ายเพลงระดับโลกที่ควักเงิน 1,600 ล้านบาทร่วมบริหารลิขสิทธิ์เพลง พร้อมบุกหนักตลาดเพลงไทย-ต่างประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ค่ายเพลงรายใหญ่ 17 แห่งร่วมกันฟ้อง Twitter ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ ‘หลายแสนครั้ง’ เรียกค่าเสียหายกว่า 8,700 ล้านบาท https://thestandard.co/17-music-companies-sue-twitter/ Thu, 15 Jun 2023 07:17:45 +0000 https://thestandard.co/?p=803867 Twitter

บรรดาค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ได้ยื่นฟ้อง Twitter ฐานละเมิดลิขส […]

The post ค่ายเพลงรายใหญ่ 17 แห่งร่วมกันฟ้อง Twitter ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ ‘หลายแสนครั้ง’ เรียกค่าเสียหายกว่า 8,700 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Twitter

บรรดาค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ได้ยื่นฟ้อง Twitter ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ โดยให้เหตุผลว่า Twitter ได้รับประโยชน์จากการใช้เพลงภายในแพลตฟอร์มของตน โดยไม่ได้จ่ายค่าตอบแทนที่เพียงพอแก่ศิลปินที่สร้างเพลงเหล่านี้

 

ต้นตอเกิดจากผู้ใช้ Twitter แชร์วิดีโอบนแพลตฟอร์มที่มีเพลงยอดนิยมเป็นประจำ ซึ่งมีตั้งแต่ตัวอย่างเพลงในพื้นหลังของวิดีโอส่วนตัวไปจนถึงแทร็กแบบเต็มที่มาพร้อมกับเนื้อหาอื่นๆ

 

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่เหมือนกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ เช่น YouTube ของ Google, Facebook และ Instagram, Snap และ TikTok โดยทาง Twitter ยังไม่ได้สร้างระบบการอนุญาตเพื่อดูแลและควบคุมการใช้เพลงที่มีลิขสิทธิ์ในบริการของตน ขณะที่แพลตฟอร์มอื่นๆ ดังที่ยกตัวอย่างได้ทำข้อตกลงในการจ่ายเงินให้ศิลปินเมื่อเพลงของพวกเขาถูกใช้ในวิดีโอที่ผู้ใช้สร้างขึ้น

 

สมาคมผู้เผยแพร่เพลงแห่งชาติ (NMPA) ในนามของค่ายเพลง 17 แห่ง ได้เรียกร้องค่าเสียหายกว่า 250 ล้านดอลลาร์ หรือราว 8,700 ล้านบาท ซึ่งอ้างว่ามาจากการละเมิดลิขสิทธิ์หลายแสนครั้ง และครอบคลุมเพลงต่างๆ ประมาณ 1,700 เพลง

 

David Israelite ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ NMPA แสดงความไม่พอใจต่อท่าทีของ Twitter ในเรื่องนี้ เขากล่าวว่า “Twitter ยืนหยัดอยู่เพียงลำพังในฐานะแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ใหญ่ที่สุดที่ปฏิเสธการให้สิทธิ์เพลงหลายล้านเพลงในบริการของตนโดยสิ้นเชิง” คดีนี้ไม่เพียงเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ของเพลงแต่ละเพลงเท่านั้น แต่ยังพยายามปกป้องสิทธิ์ของคนดังในวงการเพลงหลายคน

 

คดีนี้ยังเน้นย้ำถึงความล้มเหลวของ Twitter ในการสนับสนุนกฎหมายลิขสิทธิ์ โดย NMPA อ้างว่า Twitter ดำเนินการล่าช้าเมื่อผู้ถือสิทธิ์เรียกร้องให้ลบเนื้อหาที่ละเมิดออก และแพลตฟอร์มมักจะล้มเหลวในการลบวิดีโอเหล่านี้

 

การฟ้องนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ Linda Yaccarino เข้ามารับตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ของ Twitter เธอได้รับมอบหมายให้รักษาเสถียรภาพของธุรกิจโฆษณาของ Twitter ในขณะที่ต้องรับมือกับความยุ่งเหยิงของคดีความนี้ในวันแรกที่เธอดำรงตำแหน่ง ความท้าทายใหม่นี้อาจมีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานและกลยุทธ์ของ Twitter ในอนาคต

 

อ้างอิง:

The post ค่ายเพลงรายใหญ่ 17 แห่งร่วมกันฟ้อง Twitter ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ ‘หลายแสนครั้ง’ เรียกค่าเสียหายกว่า 8,700 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>