ละครทีวี Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ละครทีวี/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 26 Nov 2021 10:46:56 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 จากสูญถึงสิบ ถอดรหัสสูตรลับ 50 ปี โรซ่า เชื่อมรสชาติความสุขของครอบครัว [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/roza-50th-anniversary/ Fri, 26 Nov 2021 04:50:19 +0000 https://thestandard.co/?p=564463 Roza

“จากสูญถึงสิบ คือซีรีส์ที่โรซ่าเป็นผู้สนับสนุน แต่ไม่เค […]

The post จากสูญถึงสิบ ถอดรหัสสูตรลับ 50 ปี โรซ่า เชื่อมรสชาติความสุขของครอบครัว [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Roza

จากสูญถึงสิบ คือซีรีส์ที่โรซ่าเป็นผู้สนับสนุน แต่ไม่เคยได้รับบรีฟเรื่องจุดแข็งของสินค้า โลโก้ขนาดเท่าไร ต้องเห็นขวดโรซ่ากี่ฉาก ในฐานะคนทำนี่เป็นซีรีส์ที่เราอยากทำมาก แต่ไม่มีแบรนด์ไหนสนใจ” 

 

“หรือต้องบอกว่าไม่มีใครกล้าทำแบบนี้ดีกว่า (หัวเราะ)”  

 

จากสูญถึงสิบ คือซีรีส์ความยาว 4 ตอน ที่โรซ่า และทีวี ธันเดอร์ จับมือเป็นพาร์ตเนอร์ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานขับเคลื่อนสังคมผ่านเรื่องราวบนโต๊ะอาหาร บนพื้นฐานความเชื่อ ‘ถ้าครอบครัวแข็งแรง สังคมก็แข็งแรง’ ผ่าน Brand Attitude ของโรซ่าที่ว่า ‘เชื่อมรสชาติความสุขของครอบครัว’ 

 

THE STANDARD มีโอกาสพูดคุยกับ สุวิทย์ วังพัฒนมงคล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮคิวผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด และ จารุพร กำธรนพคุณ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการผลิต บริษัท ทีวี ธันเดอร์ จำกัด (มหาชน) เพื่อถอดรหัส ‘สูตรรสชาติ’ แห่งความสุข แล้วชวนทุกคนไปรับชมเรื่องราวและความสัมพันธ์ในครอบครัวที่แสนธรรมดา แต่มีจุดร่วมที่ทุกคนสัมผัสได้ 

 

และลองเล่นเกมสนุกๆ ช่วยกันนับว่าตั้งแต่ต้นจนจบ เราจะมองเห็นขวดโรซ่าอยู่บนโต๊ะอาหารกี่ครั้ง!

 

Roza

 

50 ปี โรซ่า มากกว่าการเฉลิมฉลอง คือการทบทวนตัวเอง 

สุวิทย์: โรซ่าเป็นแบรนด์หนึ่งที่ผ่านการต่อสู้ล้มลุกคลุกคลานมา 50 ปี แต่เราคุยกันว่าเรื่องพวกนี้เอาไว้คุยกันในบริษัท เล่าให้พนักงานฟังให้เขาภูมิใจว่าอยู่ในบริษัทที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและเราจะเดินต่อไปด้วยกัน ที่สำคัญกว่านั้นคือการกลับมาทบทวนตัวเองว่าเราจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร 

 

ก่อนหน้านี้เราทำแคมเปญ Product Attribute มาเยอะ ตั้งแต่บอกว่าเป็นเจ้าแรกที่ปลูกมะเขือเทศในเมืองไทย, พัฒนาซอสมะเขือเทศที่เทยากมาเป็นใส่ขวดบีบได้ปลอดภัย, เป็นเจ้าแรกที่ทำปลากระป๋องแบบมีฝาเปิดได้, เป็นเจ้าแรกที่เอาผักกาดดองมาใส่ในซองฉีกกินได้เลย เราพัฒนาผลิตภัณฑ์มากมายในช่วง 50 ปี แต่ถามว่าพอไหม ผมบอกได้เลยว่าไม่พอ 

 

เรื่องหนึ่งที่เราต้องเริ่มทำจริงๆ คือการพูดถึงแอตติจูดของแบรนด์ หรือสิ่งที่เราจะยืนหยัดเพื่อสิ่งนี้ตลอดไป ซึ่งผมพูดกับพนักงานเสมอว่า จะทำอาหารอะไรให้คนกิน เราต้องภูมิใจที่จะกินมันก่อน ทุกบาททุกสตางค์ที่ผู้บริโภคจ่ายต้องคุ้มค่ากับสิ่งที่เขาได้รับ เราเลยนึกถึงคำว่า Family Food เราจะเข้าไปอยู่ในมื้ออาหารของครอบครัว เวลาเดินไปในบ้านต้องมีโรซ่าอยู่ในนั้น 

 

คำถามต่อมาคือ เราจะเข้าไปในบ้านเขาทำไม เราเข้าไปเพราะเชื่อว่าเราสามารถเชื่อมรสชาติความสุขครอบครัวเขาได้ เราเข้าไปในบ้านเพื่อทำให้เขามีความสุข ซึ่งความสุขเกิดขึ้นบนโต๊ะอาหาร 

 

Roza

 

เราทำงานวิจัยร่วมกับกรมสุขภาพจิต พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า การกินอาหารร่วมกันในบ้านคือกิจกรรมที่แต่ละคนทำร่วมกันมากที่สุดถึง 95.67% คิดเป็นค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 24.62 ครั้งต่อเดือน มันมีข้อมูลที่ซัพพอร์ตความเชื่อของเราว่า เมื่อไรที่ครอบครัวแข็งแรง สังคมก็จะแข็งแรงตามไปด้วย 

 

พอเอาทุกอย่างมารวมกัน บวกกับผมเป็นหนึ่งคนที่ชอบดูซีรีส์แล้วเชื่อเหมือนหลายคนว่าทีมงานคนไทยมีคุณภาพสามารถสร้างผลงานดีๆ ที่ทำให้สังคมแข็งแรงออกมาได้ แล้วให้โรซ่าเป็นพลเมืองเล็กๆ ที่ทำประโยชน์ให้กับสังคมได้บ้าง แม้ว่าจะเป็นจุดเล็กๆ ก็ยังดี ก็เลยเกิดเป็นซีรีส์เรื่องนี้ขึ้นมา

 

จารุพร: ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพจะคล้ายๆ ยุคเรเนสซองส์ (ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14) ที่พ่อค้า คหบดี เศรษฐี ฯลฯ เป็นคนเข้ามาสนับสนุนให้งานศิลปะงอกเงย วันนี้ถึงจุดที่แบรนด์ลงทุนกับเรา ช่วยกันสร้างซีรีส์ต้นทุนเกินสิบล้าน เพื่อสร้างซีรีส์ที่ถ้าเราเอาไปเสนอตามปกติจะไม่มีคนตอบรับ

 

สิ่งที่คุณสุวิทย์และแบรนด์โรซ่าทำตลอดการทำงานคือ ไม่เคยบรีฟเรื่องคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ ไม่เคยบอกว่าต้องเห็นขวดบนโต๊ะอาหารกี่ฉาก โลโก้ควรขนาดเท่าไร ทุกวันนี้ยังไม่ได้ส่งไฟล์โลโก้มาให้เลยด้วยซ้ำ (หัวเราะ) ไม่มีบอกว่าสูตรเด็ดคืออะไร ดีกว่าแบรนด์อื่นอย่างไร พูดแค่เรื่องเดียวคือความเชื่อและทัศนคติของแบรนด์ มันเป็นกลยุทธ์การทำซีรีส์ที่เลยจุดนั้นไปแล้ว ซึ่งเราอยากทำแบบนี้มาก แต่ไม่มีแบรนด์ไหนสนใจ

 

สุวิทย์: “หรือต้องบอกว่าไม่มีใครกล้าทำแบบนี้ดีกว่า (หัวเราะ)” ผมรู้สึกสนใจซีรีส์เรื่องนี้ ตรงที่มันไม่ใช่การสนับสนุนของแบรนด์ที่เรียกว่า Product Tie-in แต่มองว่าเป็นงานแบบ Attitude Tie-in ที่อยากให้คนรู้จักตัวตนของแบรนด์จริงๆ ไม่ใช่แค่ตัวสินค้า

 

Roza

 

Contemporary Drama เรื่องเล่าที่จับใจและเชื่อมโยงชีวิตผู้คน 

จารุพร: มีประเด็นที่ทีวี ธันเดอร์ อยากพัฒนามากๆ คือ Contemporary Drama การพูดถึงมิติต่างๆ ในสังคมตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เมื่อบริบทเมืองเปลี่ยนไป ความเป็นซีรีส์ก็ควรเปลี่ยนไปเหมือนกัน แล้วเราก็คิดกันอยู่เสมอว่าทำไมซีรีส์ไทยทำอย่างอื่นไม่ได้ ทำไมบางเรื่องรีเมกแล้วรีเมกอีก ทั้งที่มีประเด็นให้เล่าเยอะมากๆ 

 

โดยเฉพาะเรื่องครอบครัวที่มีมิติเยอะมาก แต่เรามักจะพูดอยู่แค่ 2 ฝั่ง คือดีมากๆ ครอบครัวอบอุ่น กับฝั่งที่ครอบครัวต้องแตกหัก ชีวิตรันทดมากๆ ซึ่งบางครั้งมันอาจจะไม่สัมพันธ์กับชีวิตคนดู เพราะคนดูก็ไม่ได้มีประสบการณ์ร่วมแบบนั้นเสมอไป ทำไมไม่ลองทำซีรีส์ครอบครัวที่มีปัญหาประมาณหนึ่ง มีชีวิตประมาณหนึ่ง ที่เราสามารถพบเจอได้ทั่วไป ให้คนดูรู้สึกว่านี่ล่ะคือสิ่งที่ตัวฉันเจอเหมือนกัน 

 

Roza

 

จากสูญถึงสิบ เลยเลือกเล่าเรื่องครอบครัวพ่อเลี้ยงเดี่ยว นำเสนอเรื่องความสมบูรณ์แบบที่ไม่สมบูรณ์แบบ เราใช้คำว่า Imperfectly Perfect ที่เล่าเรื่องคนธรรมดา ครอบครัวกลางๆ ไม่ต้องเป็นฮีโร่ ไม่ต้องเพอร์เฟกต์หรือล้มเหลวแตกหัก แต่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ 

 

เหมือนที่คุณสุวิทย์บอกว่าอยากให้โรซ่ามีประโยชน์กับสังคม นี่คือความพยายามให้สังคมมีคอนเทนต์ที่ดี หวังว่ามันจะสัมผัสหัวใจผู้คน สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างให้เขามีกำลังใจ มีความหวัง มีทางเลือก รู้สึกว่า เฮ้ย ชีวิตมันก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น เราสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ ไปจนถึงความรู้สึกว่า ดูแล้วมันเติมเต็มจิตใจ ฉันอยากเป็นคนดี หนังหรือซีรีส์มันมีพลังชี้นำคนได้ขนาดนั้น เหมือนที่เราเห็นตัวอย่างจากซีรีส์เกาหลีหลายๆ เรื่อง 

 

Roza

 

จากสูญถึงสิบ, เท็น, แปลน, โรซ่า ‘มีของ แต่ถ่อมตน’

จารุพร: ซีรีส์เรื่องนี้เลยเล่าผ่านตัวละคร เท็น (แปลน-รัฐวิทย์ กิจวรลักษณ์) เด็กมัธยมธรรมดาที่แม่เสียชีวิตเลยต้องอยู่กับพ่อ ชอบเตะฟุตบอล มีความฝันเหมือนเด็กทั่วไป แล้ววันหนึ่งพ่อก็ตาย ยืนงงอยู่ในดงพวงหรีดได้สักพัก ชีวิตก็ต้องเดินต่อไปข้างหน้า โดยไปอยู่กับครอบครัวเพื่อนสนิทของพ่อ 3 คน

 

แน่นอนว่าเท็นรู้สึกเสียใจที่พ่อตาย แต่ไม่ได้รู้สึกเศร้าขนาดนั้น แล้วเท็นไม่ได้ทำให้ชีวิตมีปัญหา แล้วเป็นเท็นนี่ล่ะที่ไปเปิดบทสนทนาในแต่ละบ้านให้เห็นทางออกของการแก้ปัญหา ซึ่งนั่นคือสิ่งที่พ่อสอนมาทั้งหมด ซึ่งพ่อก็เป็นคนธรรมดานะ ไม่ใช่ฮีโร่เลย ไปงานโรงเรียนก็สาย แต่สิ่งที่คนธรรมดาคนนี้มีคือเขาคุยกับลูกอยู่ตลอด 

 

สิ่งที่เกิดขึ้นกับเท็นกำลังส่งข้อความบอกคนดูว่า เราทำอะไร หรือใช้ชีวิตกับลูกอย่างไรในวันที่ยังมีชีวิตอยู่ ลูกอยู่ได้ไหมถ้าวันหนึ่งเราจากไป ซึ่งเท็นอยู่ได้ อยู่ได้ดีด้วย

 

Roza

Roza

 

สุวิทย์: บุคลิกของเท็นกับโรซ่าแมตช์กันมากๆ เพราะอย่างที่บอกว่าโจทย์ของเราคือ เชื่อมรสชาติความสุขของครอบครัว ซึ่งความสุขของเท็นคือ เข้าไปอยู่ในบ้านแล้วช่วยแก้ปัญหา ความสุขของโรซ่าอยู่บนโต๊ะอาหาร ไปอยู่บ้านไหนก็อยากทำให้บ้านนั้นมีความสุข 

 

ความคล้ายกันอีกอย่าง คือ ช่วงที่พ่อตายเท็นก็เหมือนกลับไปอยู่ที่จุด ‘สูญ’ โรซ่าก็เคยล้มละลาย นั่นก็ ‘สูญ’ จริงๆ แต่เราก้าวขึ้นมาได้เพราะอะไร เพราะทัศนคติที่ว่าเราสามารถทำได้ ซึ่งเท็นมีความเชื่อตรงนี้สูงมาก ซึ่งเขาได้สิ่งนี้มาจากพ่อ มาจากครอบครัวที่ไม่ได้เพอร์เฟกต์ แต่ความไม่เพอร์เฟกต์มันเป็นต้นทุนที่ปลูกฝังให้เด็กต่อยอดในอนาคต ให้เขาเติบโตมาพร้อมกับทัศนคติที่แข็งแรง ดำรงชีวิตอยู่ในครอบครัว อยู่ในสังคมแบบมีความสุขได้ 

 

อีกเรื่องที่สำคัญคือ บุคลิกของเท็น และนักแสดงอย่างแปลนที่มารับบท ผมใช้คำว่า มีของ แต่ถ่อมตน ซึ่งเป็น Brand Personality ของโรซ่าเหมือนกัน เราบอกได้ว่าเรามีของ เพราะไม่อย่างนั้นเราไม่สามารถอยู่ได้ถึง 50 ปี ซึ่งของของเราคือความชำนาญในการสร้างผลิตภัณฑ์อาหารที่ตอบโจทย์ความต้องการของครัวเรือนไทย ขณะเดียวกันเราก็อ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งตรงกับบุคลิกของเท็นมากๆ ผมยังคุยกับทีวี ธันเดอร์ อยู่เลยว่า ถ้าสร้างซีรีส์ภาคต่อ เท็นก็ต้องยังต้องเป็นแกนกลาง แล้วนักแสดงก็ต้องเป็นแปลนเหมือนเดิม 

 

Roza

Roza

 

นานแค่ไหนแล้วนะ ที่เราไม่ได้ล้อมวงกินข้าวด้วยกัน? 

จารุพร: เวลาพูดถึงความสำเร็จของชิ้นงาน ส่วนหนึ่งมาจากฟีดแบ็กและเอนเกจเมนต์ในโซเชียลมีเดีย จากสูญถึงสิบ ติดเทรนด์ Twitter อันดับท็อป 3 ตั้งแต่ปล่อยตัวอย่างซีรีส์ ซึ่งจริงอยู่ว่าเรามีแปลนที่มีฐานแฟนคลับติดตามอยู่ แต่หลังจากซีรีส์ออนแอร์ไป 2 อีพี มีฟีดแบ็กที่ไม่ได้พูดถึงแค่นักแสดง แต่พูดถึงเมสเสจของซีรีส์ที่เราอยากจะสื่อ ซึ่งทั้งหมดมันแทบจะตรงกับวัตถุประสงค์ของซีรีส์ที่เราตั้งใจเอาไว้ทั้งหมดเลย 

 

ตั้งแต่เรื่องบนโต๊ะอาหารที่ทำให้บางคนนึกขึ้นมาได้ว่า นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้ทำอาหารกินเอง นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้นั่งล้อมวงกินข้าวกับที่บ้าน บางคนบอกว่าดูแล้วอยากกินเฟรนช์ฟรายส์ สงสัยครั้งหน้าต้องเตรียมอาหารเอาไว้ด้วย เพราะดูไปหิวไป (หัวเราะ) บางคนน้ำตาซึมตอนได้เห็นฉากกินข้าวบนโต๊ะอาหารก็มี

 

ไปจนถึงเรื่องความรู้สึกที่บอกว่าดูเรื่องนี้แล้วช่วยปลดล็อกความรู้สึกหลายๆ อย่างกับครอบครัว บางคนบอกว่าเรื่องนี้อาจทำให้เข้มแข็งขึ้นจากสิ่งต่างๆ ที่เจอ บางคนมาแชร์ว่าถึงครอบครัวเราไม่อบอุ่นแต่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน 

 

Roza

 

บางคนได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กับเท็นว่า ถึงจะเป็นผู้สูญเสีย แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้เราล้มเหลว หรือทำให้คนรอบข้างได้พลังลบ บางคนเชื่อว่าแต่ละคนมีปัญหาของตัวเอง แต่เพราะเท็นคือครอบครัว ทุกคนเลยอยากดูแลให้เด็กคนนี้เติบโตมาอย่างดีที่สุด 

 

รวมถึงบางคนที่บอกว่า ต้องขอบคุณที่ผลิตซีรีส์เรื่องนี้ขึ้นมาให้ได้ดู ทั้งที่ปกติเขาไม่ดูละครไทย แต่อยากติดตามเรื่องนี้ต่อไป เป็นเสียงสะท้อนว่าเขาสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของคนทำงาน และสะท้อนกลับไปที่แบรนด์โรซ่าที่เป็นผู้สนับสนุน

 

เพราะฉะนั้นที่คุณสุวิทย์บอกว่า โรซ่าเชื่อมความสุขของครอบครัว จริงๆ มันไม่ได้เชื่อมแค่เอาขวดมาวางบนโต๊ะแล้วกินข้าวร่วมกัน แต่เป็นการที่วันนี้โรซ่ามาสร้างซีรีส์เรื่องหนึ่ง แล้วมันช่วยฮีลใจผู้คน อันนี้ล่ะที่เชื่อมความสุขของคนจริงๆ แล้วผลทั้งหมดมันจะกลับไปที่ตัวสินค้าและแบรนด์โดยไม่ต้องสงสัยเลย

 

Roza

 

สุวิทย์: ในแง่การชี้วัดความสำเร็จ ผมอยากให้ซีรีส์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จมากๆ ไม่ใช่เพราะคนจะได้ซื้อโรซ่าเยอะขึ้น แต่ผมคิดว่ามันจะสร้าง New Normal ในสังคมไทยขึ้นมาว่า ถ้าโรซ่าที่เป็นแบรนด์ขนาดกลางๆ ลุกขึ้นมาทำอะไรแบบนี้ แล้วซีรีส์ได้รับคำชื่นชม มีคนกล่าวขานถึงมากๆ 

 

มันยังมีประเด็นอีกมากมายในสังคมที่เราเอามาผลิตเป็นซีรีส์น้ำดี คนดูฟีลกู๊ด ให้ความรู้สึกที่ดีต่อสังคม ผมคิดว่ามีผลิตภัณฑ์อีกหลายอย่าง มีแบรนด์เก่งๆ อีกจำนวนมาก ที่ถ้ามาทำซีรีส์แบบนี้ แล้วทำให้สังคมโดยรวมน่าอยู่ขึ้น ทุกคนแคร์สังคมมากขึ้น ผู้ผลิตก็จะมีงบประมาณสร้างผลงานที่มีคุณภาพออกมาตอบโจทย์ตรงนี้เยอะขึ้นด้วย 

 

รับชมตัวอย่างซีรีส์ จากสูญถึงสิบ ได้ที่

 

The post จากสูญถึงสิบ ถอดรหัสสูตรลับ 50 ปี โรซ่า เชื่อมรสชาติความสุขของครอบครัว [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
25 ละครทีวีไทยล็อตใหม่ 2564 ที่น่าจับตามอง https://thestandard.co/25-thai-dramas-for-2021/ Wed, 20 Jan 2021 08:14:58 +0000 https://thestandard.co/?p=445258 25 ละครทีวีไทยล็อตใหม่ 2564 ที่น่าจับตามอง

แม้จะเปิดตัวผังละครปี 2564 มาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา แต่ […]

The post 25 ละครทีวีไทยล็อตใหม่ 2564 ที่น่าจับตามอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
25 ละครทีวีไทยล็อตใหม่ 2564 ที่น่าจับตามอง

แม้จะเปิดตัวผังละครปี 2564 มาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา แต่เพราะการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ เลยทำให้หลายช่องเลือกเอาละครเก่ามารีรันเพื่อหยั่งเชิงดูสถานการณ์ไปก่อน กว่าที่ละครใหม่จะทยอยลงจอก็ล่วงมาถึงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคมเข้าไปแล้ว ซึ่งเมื่อดูจากรายชื่อแต่ละเรื่องยังคงเป็นละครฟอร์มกลางๆ เหมือนยังกล้าๆ กลัวๆ ต่อสถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอน ซึ่งคาดว่ากว่าจะได้ดูละครเด็ดๆ แซ่บๆ ของปีนี้ก็น่าจะต้องผ่านช่วงควอเตอร์ 2 ของปีไปก่อน ส่วนจะมีเรื่องไหนน่าสนใจบ้าง ไปดูกัน 

  

ช่อง 7 รีเมกละครปัง 

ภาพจากละครเรื่อง คู่แค้นแสนรัก และ แม่เบี้ย
เครดิตภาพ ช่อง 7

 

ลิสต์รายชื่อละครเรื่องเด่นของช่อง 7 ปีนี้เรายกให้พาเหรดละครรีเมกเรื่องดังในอดีต ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตา, พริกกับเกลือ, วงเวียนหัวใจ, เผาขน, ทางเสือผ่าน ฯลฯ แต่ที่เลือกให้เป็นละครน่าดูขอยกให้ คู่แค้นแสนรัก จากค่ายโพลีพลัสที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วเมื่อปี 2554 ในเวอร์ชันของอั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ กับชาคริต แย้มนาม ส่วนเวอร์ชันใหม่ได้คู่จิ้นระดับแม่เหล็กอย่าง มุกดา นรินทร์รักษ์ และไมค์-ภัทรเดช สงวนความดี มารับบทนำ โดยปีนี้มุกดายังมีละครโรแมนติกคอเมดี้อีกเรื่องที่คาดว่าจะกวาดเรตติ้งไม่แพ้ ผู้บ่าวอินดี้ ยาหยีอินเตอร์ กับ เขยบ้านไร่ สะใภ้ไฮโซ แสดงคู่กับ เข้ม-หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล คู่จิ้นที่แฟนๆ ลุ้นให้เป็นคู่จริง 

 

ภาพจากละครเรื่อง เขยบ้านไร่ สะใภ้ไฮโซ และ หมอลำซัมเมอร์  

 

ส่วนคอละครสายแซ่บเตรียมตัวพบกับ แม่เบี้ย เวอร์ชันใหม่ ของผู้จัด เอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร หลังจากส่งภาพฟิตติ้งมายั่วน้ำลายตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว กับการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของนาว-ทิสานาฏ ศรศึก นอกจากดาราระดับแม่เหล็กของทางช่องจะมีผลงานให้ชมกัน ปีนี้ยังเป็นปีที่ช่อง 7 หันมาปั้นนักแสดงหน้าใหม่ขึ้นมาทดแทนคลื่นลูกเก่าที่ทยอยหมดสัญญาไปก่อนหน้านี้ หนึ่งในนั้นก็คืออดีตผู้เข้าแข่งขัน The Face Thailand ซีซัน 3 สกาย-มาเรีย เฮิร์ชเลอร์ ที่จะมารับบทแอนนี่ใน หมอลำซัมเมอร์ ละครเรื่องดังที่เคยสร้างชื่อให้ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต เมื่อปี 2546 มาแล้ว ต้องรอดูกันว่าสกายจะร้องหมอลำได้ม่วนคักๆ สูสีกับเวอร์ชันเก่าหรือเปล่า    

 

ช่อง 3 ฮัมเพลงรอ 

 

ภาพจากละครเรื่อง ดวงตาที่ 3 และ มายาเสน่หา 

ครดิตภาพ ช่อง 3

 

ลิสต์รายชื่อละคร 14 เรื่องในช่วงครึ่งปีแรกจากช่อง 3 ค่อนข้างเรื่อยๆ มาเรียงๆ ที่ดูน่าตื่นเต้นเราขอยกให้ละครโรแมนติกคอเมดี้สืบสวนสอบสวนเรื่อง ดวงตาที่ 3 ของผู้จัดหน่อย-บุษกร วงศ์พัวพันธ์ กับการประกบคู่กันครั้งแรกของเจมส์ มาร์ และมิว-นิษฐา จิรยั่งยืน ตอนนี้กำลังเร่งถ่ายทำ คาดว่าคงได้ดูกันอีกไม่นานนี้ ส่วนอีกเรื่องคือการพลิกมารับบทร้ายครั้งแรกของคิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส ใน สองเสน่หา ผลงานรีเมกจากละครช่องมากสีกับบทฝาแฝดสองคาแรกเตอร์ ดูจากทีเซอร์ที่ปล่อยออกมาแล้วคิดว่างานนี้คิมสอบผ่าน 

 

และเรื่องสุดท้ายที่ต้องจับตาก็คือ มายาเสน่หา ละครดราม่าชีวิตครอบครัว ได้ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิกร และ เคน-ภูภูมิ พงศ์ภาณุภาค มาแสดงคู่กัน เติมขิงเติมข่าให้เผ็ดร้อนขึ้นไปอีกด้วยนักแสดงรุ่นใหญ่ แอน-สิเรียม ภักดีดำรงค์ฤทธิ์ และแหม่ม-คัทลียา กระจ่างเนตร เรื่องนี้ วาววา-ณิชชา โชคประจักษ์ชัด จะกลับมาร้ายอีกครั้งหลังจากทำได้ดีใน ร้อยเล่ห์มารยา 

 

สำหรับช่อง 3  เรากลับรอโผละครช่วงครึ่งปีหลังที่คาดว่าน่าจะมีหมัดเด็ดเป็นโปรเจกต์ละครฟอร์มดีให้ได้ดูกัน ไม่ว่าจะเป็น มนต์รักหนองผักกะแยง ผลงานเรื่องแรกของโบว์-เมลดา สุศรีกับช่อง 3, กะรัตรัก การกลับมาแสดงละครครั้งแรกในรอบ 5 ปีของแอน ทองประสม, คือเธอ ละครแอ็กชันดราม่า การประกบคู่กันครั้งแรกของญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ และมาริโอ้ เมาเร่อ 

 

 

 

 

ช่อง one31 สร้างสีสันใหม่ด้วยนักแสดงอิสระ

 

ภาพจากละครเรื่อง วันทอง

 

ปีนี้สีสันของช่อง one31 คือการร่วมงานกับนักแสดงอิสระในละครฟอร์มใหญ่ ซึ่งเราคิดว่าเป็นการแก้เลี่ยนที่ดีทีเดียว เริ่มตั้งแต่การร่วมงานครั้งแรกกับช่อง one31 ของกรีน-อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล ใน แก้วลืมคอน ละครพีเรียดดราม่าที่น่าจะทวงตำแหน่งนางเอกสายอินเนอร์ให้กับกรีนได้อีกครั้ง นอกจากนี้กรีนยังมี กระเช้าสีดา ละครจากเชนจ์ 2561 ที่ต้องฟาดฟันกับนุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี ร่วมด้วยปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล และก๊อต-จิรายุ ตันตระกูล ที่รับงานละครในฐานะนักแสดงอิสระเป็นครั้งแรก 

 

ส่วน เล่ห์ลวง จะเป็นการกลับมาแสดงละครอีกครั้งของปุ๊กลุก-ฝนทิพย์ วัชรตระกูล ประกบคู่กับเชียร์-ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ หลังจากอยู่อย่างเหงาๆ ที่ PPTV มาหลายปี นอกจากนี้ช่อง one31 ยังมีหมัดเด็ดเป็นละครฟอร์มยักษ์อย่าง วันทอง ที่ดัดแปลงจากเรื่องขุนช้าง ขุนแผน นำมาตีความใหม่ในมุมมองของวันทองผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงสองใจ และ สิเน่หาสาหรี่ สร้างจากนวนิยายหนึ่งในซีรีส์ผีผ้าอันโด่งดังของนักเขียนพงศกร 

 

ภาพจาก สิเน่หาสาหรี่ 

 

ก็ต้องมาดูกันว่า สิเน่หาสาหรี่ จะประสบความสำเร็จตามรอย สาปภูษา และ รอยไหม หรือจะสร้างบทเรียนราคาแพงอย่าง กี่เพ้า และ กลกิโมโน เตรียมลุ้นกันอีกไม่นานเกินรอ 

 

https://www.youtube.com/watch?v=ZWmg-ztVFkY

  

ช่อง 8 แซ่บเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือดาราเบอร์ใหญ่ 

 

ภาพจากละครเรื่อง เรยา 

เครดิตภาพช่อง 8

 

ตอนแรกว่าจะปักธงให้ เรยา เป็นละครฟอร์มใหญ่ที่มาชุบชูหัวใจแฟนละครตั้งแต่ต้นปี แต่ก็มีอันต้องเลื่อนออกไปเพราะโควิด-19 (แผนเดิมออนแอร์ 11 มกราคม) อย่างไรก็ดีเรายังรอ เพราะ 1. นี่จะเป็นละครโทรทัศน์เรื่องสุดท้ายของพลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ และ 2. เราอยากรู้จุดจบของตัวละครเรยา หนึ่งในตัวละครที่แซ่บที่สุดในยุคสมัยของเรา และช่อง 8 ยังเสิร์ฟความแซ่บไม่ยั้งกับละครชื่อแรง ร่าน 2021 (ชื่อเดิมร่านดอกงิ้ว) การร่วมงานครั้งแรกกับช่อง 8 ของยุ้ย-จีรนันท์ มะโนแจ่ม 

 

ภาพจากละครเรื่อง บ่วงใบบุญ และ ศีรษะมาร   

 

รวมถึง Biggest Comeback ในรอบ 8 ปีของจอย-ศิริลักษณ์ ผ่องโชค กับบทหญิงใบ้ผู้อาภัพใน บ่วงใบบุญ ร่วมด้วยกวาง-กมลชนก เขมะโยธิน ที่จะกลับมาเล่นร้ายสุดขั้วอีกครั้ง หลังจากเคยประสบความสำเร็จใน บ่วงเล่ห์เสน่หา เมื่อหลายปีก่อน และปีนี้เรายังจะได้เห็นการกลับมาของ ‘ปี๋’ ผีสาวหัวขาด จากละครผีไซไฟเรื่อง ศีรษะมาร นำแสดงโดยหยาด-หยาดทิพย์ ราชปาล ผู้เคยรับบทปี๋ตอนเด็กในเวอร์ชันก่อนมาแล้ว ปิดท้ายด้วยละครพีเรียดฟอร์มยักษ์ เล่ห์ลุนตยา สร้างจากอีกหนึ่งนวนิยายในซีรีส์ผีผ้า โดยได้วาววา-ณิชชา โชคประจักษ์ชัดมาร่วมงานกับช่อง 8 เป็นครั้งแรกในฐานะนักแสดงอิสระ 

 

https://www.youtube.com/watch?v=fxnjcSveS_I

 

Gmm TV ขวัญใจวัยรุ่น 

 

ภาพจากละครเรื่อง MAMA GOGO แม่มาคุม หนุ่มบาร์ร้อน

เครดิตภาพ GMM TV

 

ผู้ผลิตคอนเทนต์ขวัญใจวัยรุ่น เปิดตัวด้วยซีรีส์วายที่ก้าวข้ามรั้วโรงเรียนมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงมากขึ้นกับ นิทานพันดาว ว่าด้วยเรื่องราวความรักที่ก้าวข้ามเพศสภาพของครูอาสากับเจ้าหน้าที่อุทยาน ถือเป็นซีรีส์ฟอร์มใหญ่รับต้นปีของค่ายนี้เลยทีเดียว และเรายังรอดู Mama gogo แม่มาคุม…หนุ่มบาร์ร้อน เรื่องราวของอดีตนักร้องตกอับในยุค 90 จับผลัดจับผลูได้รับมรดกเป็นบาร์อะโกโก้ชาย 

 

ภาพจากละครเรื่อง 55:15 NEVER TOO LATE

เครดิตภาพ GMM TV

 

รวมทั้งการมาพบกันของนักแสดงรุ่นใหญ่กับนักแสดงขวัญใจวัยรุ่นใน 55:15 NEVER TOO LATE ว่าด้วยเรื่องการการย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตที่เคยผิดพลาดของตัวเอง 

 

ส่วนที่ใจจดใจจ่อรอดูก็ต้องเป็นโปรเจกต์ทีมชาติ อย่าง F4 Thailand ซึ่งดูจากรายชื่อนักแสดงและทีเซอร์ที่ตัดออกมาแล้ว น่าจะสร้างกระแสระดับเอเชียได้ไม่ยาก 

 

 

 

 

 

CHANGE2561 รสจัดเร้าใจ 

 

ภาพจากละครเรื่อง ตะวันตกดิน 

เครดิตภาพ CHANGE2561

 

ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้ผลิตคอนเทนต์ที่เนื้อหอมที่สุดเจ้าหนึ่งในตลาด ปีนี้เราจึงได้ชมละครของ CHANGE2561 หลายช่องทาง ซึ่งส่วนใหญ่สร้างจากบทประพันธ์ของกฤษณา อโศกสิน ไม่ว่าจะเป็น กระเช้าสีดา ทางช่อง one31 ตะวันตกดิน และ เพลงบินใบงิ้ว ที่ช่องอมรินทร์ทีวี รวมทั้งโปรเจกต์รีเมกละครเรื่อง เมียหลวง ซึ่งแว่วว่าจะคว้าตัวตั๊ก-บงกช เบญจรงคกุล มารับบท ดร.วิกานดา และพิม-พิมประภา ตั้งประภาพร มารับบทอรอินทร์ เป็นการชิมลางบทร้ายครั้งแรกหลังหมดสัญญากับช่อง 7 

 

และที่ผู้เขียนอยากดูสุดๆ คือผลงานละครเรื่องแรกของ CHANGE2561 กับช่อง 3 ในเรื่อง รากแก้ว บทประพันธ์ที่เล่าเรื่องราวชีวิตของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องการหนีจากผู้มีพระคุณที่เป็นเลสเบี้ยนและใช้เธอเป็นเครื่องระบายอารมณ์ โดยเรื่องนี้เคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี 2530 ในชื่อ พิศวาส นำแสดงโดยเพ็ญพักต์ ศิริกุล และอรพรรณ พานทอง (วัชรพล) ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องราวที่ใหม่มากในยุคนั้น 

ส่วนในเวอร์ชันละครลือกันว่าได้เก้า-สุภัสสรา ธนชาติ มารับบทเด็กสาวผู้น่าสงสาร และคริส หอวังในบทผู้มีพระคุณ ซึ่งแม้มาสร้างในยุคนี้ก็ยังถือว่าล่อแหลมเอามากๆ อย่างไรก็ดี ละครแนวนี้เป็นแนวถนัดของค่าย CHANGE2561 อยู่แล้ว ก็ต้องดูกันต่อไปว่าจะมีโอกาสได้ชมกันในปีนี้หรือเปล่า

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post 25 ละครทีวีไทยล็อตใหม่ 2564 ที่น่าจับตามอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาทิตย์อัสดง 4 เรื่องราวสุดสยองของ 4 ตัวละครที่จะมาเปิดโปงด้านมืดของจิตใจมนุษย์ให้เราได้ชมทาง WeTV https://thestandard.co/wetv-after-dark-the-series/ Mon, 26 Oct 2020 08:16:38 +0000 https://thestandard.co/?p=412486 อาทิตย์อัสดง 4 เรื่องราวสุดสยองของ 4 ตัวละครที่จะมาเปิดโปงด้านมืดของจิตใจมนุษย์ให้เราได้ชมทาง WeTV

อีกหนึ่งซีรีส์ไทยคุณภาพที่น่าจับตา สำหรับ อาทิตย์อัสดง […]

The post อาทิตย์อัสดง 4 เรื่องราวสุดสยองของ 4 ตัวละครที่จะมาเปิดโปงด้านมืดของจิตใจมนุษย์ให้เราได้ชมทาง WeTV appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาทิตย์อัสดง 4 เรื่องราวสุดสยองของ 4 ตัวละครที่จะมาเปิดโปงด้านมืดของจิตใจมนุษย์ให้เราได้ชมทาง WeTV

อีกหนึ่งซีรีส์ไทยคุณภาพที่น่าจับตา สำหรับ อาทิตย์อัสดง (After Dark The Series) ออริจินัลซีรีส์จาก WeTV ที่ประกอบไปด้วย 4 เรื่องราวสุดสยองที่จะมาสะท้อนด้านมืดของจิตใจมนุษย์ให้เห็นกันแบบชัดๆ 

 

ซีรีส์ถูกแบ่งเรื่องราวออกเป็น 4 เส้นเรื่องที่เชื่อมโยงถึงกันได้แก่ ‘เชื้อหลอนออนไลน์’ บอกเล่าเรื่องราวของ พิงค์ (สกุล-กัญญาภัค พงษ์ศักดิ์) นักวิจัยสาวที่ทำงานในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เธอใช้แอปฯ หาคู่และได้พบกับ คิว (ณ-ณภัทร วิกัยรุ่งโรจน์) ชายหนุ่มหน้าตาดี แต่หลังจากที่ทั้งคู่มีความสัมพันธ์กัน พิงค์พบว่าตัวเองตั้งครรภ์ประหลาด พร้อมกับวิญญาณเด็กที่คอยตามมาหลอกหลอนอยู่ตลอดเวลา

 

‘เพลงสวดศพแห่งผู้เยาว์วัย’ เรื่องราวของ ลดา (พิกเล็ท-ชาราฎา อิมราพร) พยาบาลสาวที่ได้รับจ้างด้วยเงินก้อนโตให้ดูแลหม่อมเจ้าศรีสอางค์ (เม้าท์ซี่-จันทร์สม กุลเทิดทูน) หญิงสูงวัยที่อยู่ในสภาพผู้ป่วยติดเตียงและมีพฤติกรรมผิดแปลก ระหว่างทำงาน ลดาได้แอบพาแม่ของตัวเองมาอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ด้วยอย่างลับๆ แต่แล้วสิ่งผิดปกติก็เกิดขึ้น เมื่อแม่ของเธอค่อยๆ อ่อนแอลงเรื่อยๆ ในขณะที่หม่อมเจ้าศรีสอางค์กลับแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ 

 

‘ช่องส่องตาย’ เล่าเรื่องของ ออฟ (เบนจามิน โจเซฟ วาร์นี) และ โบ๊ท (กรีน พงศธร ผดุงเกียรติวงศ์) ยูทูเบอร์และเน็ตไอดอลที่รวมตัวกันทำรายการลี้ลับในชื่อ ‘อาทิตย์อัสดง’ โดยมีผู้สนับสนุนปริศนาอยู่เบื้องหลัง และนำพาพวกเขาไปพบกับจุดจบสุดสยอง

 

‘รูมรณะ’ โฟกัสไปที่ ชัย (นัท-ณัฏฐ์ กิจจริต) หนุ่มหล่อคารมดีที่ชอบหลอกผู้หญิงมานอนด้วยเพื่อแอบถ่ายคลิปเกมไว้และนำไปขายต่อ จนวันหนึ่งเขาได้พบกับ ดาว (เจน-รมิดา จีรนรภัทร) สาวลึกลับน่าค้นหา ชัยจึงพยายามเข้าหาเพื่อถ่ายคลิป ก่อนที่เขาจะได้ค้นพบความจริงอันน่าสยดสยองของดาว

 

การันตีความสยองโดย โขม-ก้องเกียรติ โขมศิริ ผู้กำกับเจ้าของผลงานอย่าง ลองของ (2548) มานั่งแท่นโปรดิวเซอร์ พร้อมด้วยสองผู้กำกับมากฝีมืออย่าง นุชี่-อนุชา บุญยวรรธนะ ผู้กำกับเจ้าของรางวัลสุพรรณหงส์ในสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมจาก มะลิลา (2561) และ อู๋-ชยันต์ เล้ายอดตระกูล 

 

สามารถติดตามซีรีส์ อาทิตย์อัสดง ได้ทุกวันเสาร์ เวลา 20.00 น. ผ่านทาง WeTV เท่านั้น

 

สามารถรับชมตัวอย่างซีรีส์ได้ผ่านทาง

 

 

สามารถรับชมอีพีที่ 1-3 ได้ผ่านทาง

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post อาทิตย์อัสดง 4 เรื่องราวสุดสยองของ 4 ตัวละครที่จะมาเปิดโปงด้านมืดของจิตใจมนุษย์ให้เราได้ชมทาง WeTV appeared first on THE STANDARD.

]]>
มนต์รักหนองผักกะแยง เผยภาพแรกของ โบว์ เมลดา และ ณเดชน์ สวมแตะหนีบรับบทเกษตรกรอินทรีย์ https://thestandard.co/maylada-susri-and-nadech-kugimiya-first-drama-together-picture-unveil/ Fri, 14 Aug 2020 09:10:41 +0000 https://thestandard.co/?p=388563

มนต์รักหนองผักกะแยง ละครโรแมนติกคอเมดี้เรื่องใหม่ของช่อ […]

The post มนต์รักหนองผักกะแยง เผยภาพแรกของ โบว์ เมลดา และ ณเดชน์ สวมแตะหนีบรับบทเกษตรกรอินทรีย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

มนต์รักหนองผักกะแยง ละครโรแมนติกคอเมดี้เรื่องใหม่ของช่อง 3 ได้เริ่มต้นถ่ายทำไปบางส่วนแล้ว และวันนี้ได้ฤกษ์ปล่อยภาพฟิตติ้งที่เผยให้เห็นพระ-นางเคมีใหม่หนีบแตะลุยสวนทั้ง ณเดชน์ คูกิมิยะ และโบว์-เมลดา สุศรี ที่เริ่มต้นผลงานแรกในฐานะนักแสดงสังกัดช่องนี้

 

ละครโรแมนติกคอเมดี้เรื่องใหม่ล่าสุดของช่อง 3 ภายใต้การดูแลของ Do Entertainment ของผู้จัด แดง-ธัญญา โสภณ ที่ชื่อว่า ‘มนต์รักหนองผักกะแยง’ ได้ปล่อยภาพฟิตติ้งของพวกเขาออกมา เผยให้เห็นแคสต์หลักที่จะมาร่วมลุยสวน ลุยท้องนา กับละครที่ว่าด้วยเรื่องของอาชีพเกษตรกรอินทรีย์ ทั้งนี้ได้นักแสดงแถวหน้าของช่องอย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ ที่ปรากฏตัวใน Everyday Look แบบที่เขาชื่นชอบ กับเสื้อผ้าสบายๆ และรองเท้าแตะหนีบ เหมือนที่แฟนคลับมักจะเห็นเขาในที่สาธารณะ โดยในเรื่องนี้เขาจะต้องมารับบทเป็น ‘ธร’ หรือ ‘บักเขียว’ ชายผู้อยากจะหลีกหนีจากชุมชนและบรรยากาศเดิมๆ ของท้องถิ่นตัวเอง

 

ส่วนทางด้านฝ่ายหญิงได้ โบว์-เมลดา สุศรี มารับบทนำ ซึ่งเป็นผลงานแรกของเธอหลังจากย้ายเข้าสู่ช่อง 3 และเป็นจังหวะที่น่าสนใจเมื่อเธอได้ประกบคู่กับนักแสดงแถวหน้าในทันที โดยในเรื่องนี้เธอจะมารับบทเป็น ‘ชมพู่’ สาวสวยประจำหมู่บ้านหนองผักกะแยง

 

เรื่องราวของละครยังไม่เปิดเผยอะไรออกมามากนัก ซึ่งเป็นเรื่องที่ว่าด้วยการร่วมกันทำภารกิจเกษตรอินทรีย์ 7 ด่านของพระ-นาง และพวกเขาต้องร่วมมือฝ่าฟันไปให้ได้เพื่อก้าวสู่การเป็นตัวแทนเกษตรกรอินทรีย์ของหมู่บ้านหนองผักกะแยง โดยคาดว่าอาจจะเป็นละครที่ใช้ภาษาอีสานเกือบทั้งเรื่อง 

 

นอกจากพระ-นางเคมีใหม่แล้ว ละครเรื่องนี้ยังได้นักแสดงมาร่วมจออีกคับคั่งทั้ง น้ำฝน-สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ, น้อย โพธิ์งาม, แดนนี่-สรพล ลูเซียโน่, เต๋า-ภูศิลป์ วารินรักษ์, ยิ่งยง ยอดบัวงาม, เปรี้ยว-อนุสรา วันทองทักษ์, เปิ้ล-ชไมพร สิทธิวรนันท์ และบอส-ณัชพงศ์พล สุดดี

 

มนต์รักหนองผักกะแยง เริ่มต้นถ่ายทำไปแล้วบางส่วน และคาดว่าจะออกอากาศให้ชมทางช่อง 3 เร็วๆ นี้ ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่นี่ (รอลิงก์เว็บ)

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post มนต์รักหนองผักกะแยง เผยภาพแรกของ โบว์ เมลดา และ ณเดชน์ สวมแตะหนีบรับบทเกษตรกรอินทรีย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘คุณหมีปาฏิหาริย์’ ละครวายหมัดแรกของช่อง 3 ส่ง อิน สาริน ประกบจ๊อบ ธัชพล https://thestandard.co/first-y-drama-from-channel-3/ Thu, 09 Jul 2020 06:40:04 +0000 https://thestandard.co/?p=378589

คุณหมีปาฏิหาริย์ เตรียมเป็นหมัดแรกของช่อง 3 ที่จะลุยตลา […]

The post ‘คุณหมีปาฏิหาริย์’ ละครวายหมัดแรกของช่อง 3 ส่ง อิน สาริน ประกบจ๊อบ ธัชพล appeared first on THE STANDARD.

]]>

คุณหมีปาฏิหาริย์ เตรียมเป็นหมัดแรกของช่อง 3 ที่จะลุยตลาดละคร/ซีรีส์วาย ที่กำลังสร้างเม็ดเงินจำนวนมากให้แก่อุตสาหกรรมบันเทิงไทย และกับช่องละครที่อยู่มาอย่างยาวนาน นี่คืออีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองที่สุดครั้งหนึ่งของวงการโทรทัศน์ไทยก็ว่าได้ ที่ช่องใหญ่เช่นนี้เริ่มปรับตัวและสร้างรสชาติใหม่ๆ บนจอช่องตัวเองกันแล้ว

 

ป้าแจ๋ว-ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์ เพิ่งจะโพสต์ภาพการฟิตติ้งละครเรื่องใหม่ที่ชื่อ คุณหมีปาฏิหาริย์ ออกมาในวันนี้ (9 กรกฎาคม) โดยเป็นภาพของ 2 นักแสดงนำของเรื่องอย่าง อิน-สาริน รณเกียรติ และ จ๊อบ-ธัชพล กู้วงศ์บัณฑิต ที่จะมารับบท ‘ณัฐ’ และ ‘เต้าหู้’ 

 

ถือเป็นละครที่มีตัวละครนำเป็น LGBTQ ครั้งแรกบนจอช่อง 3 ซึ่งตัวละครนี้มาจากบทประพันธ์ชื่อเดียวกันของปราปต์ ที่ว่าด้วยเรื่องเหนือจริงระหว่างณัฐ เด็กหนุ่มคนหนึ่งผู้เป็นเจ้าของ เต้าหู้ ตุ๊กตาหมีสีขาวตัวใหญ่ที่จู่ๆ วันหนึ่งมันก็กลายร่างมาเป็นมนุษย์ไร้ความทรงจำ และต้องลุกขึ้นมาตามหาความลับบางอย่างเกี่ยวกับครอบครัวของณัฐ มีความน่าสนุกในแบบฉบับของปราปต์

 

ทางด้านนักแสดงนำ 2 คนนี้ก็เป็นนักแสดงเลือดใหม่ของช่อง 3 ทั้งคู่ อิน-สาริน รณเกียรติ ที่มีผลงานอย่าง ฟากฟ้าคีรีดาว มาก่อนหน้านี้ และ จ๊อบ-ธัชพล กู้วงศ์บัณฑิต ที่เคยขึ้นแท่นนักแสดงนำมาแล้วในละครระบำเมฆ ซึ่งจากเสน่ห์ทางการแสดงของทั้งคู่แล้ว ก็พบว่านี่อาจจะเป็นเคมีที่น่าสนใจในการเริ่มต้นส่งละครวายลงตลาดของช่อง 3 และผู้ชมจะให้การตอบรับที่ไม่ยากเลย

 

อีกความกล้าของช่อง 3 คือการเลือกบทประพันธ์นี้ขึ้นมาทำเป็นละคร เพราะสิ่งที่เราต้องจับตาดูคือการตีความเรื่องราวและการนำเสนอ ที่เราเองก็คาดหวังว่ามันจะไม่ใช่เป็นเพียงซีรีส์หรือละครวายที่ทำขึ้นมาเพื่อเอาใจตลาด แต่ด้วยบทประพันธ์ที่ค่อนข้างเข้มข้นในมิติต่างๆ ทั้งบริบทสังคม การเมือง หรือแม้แต่การยอมรับประเด็น LGBTQ ของคนในครอบครัวก็ตาม ซึ่งด้วยวัตถุดิบเหล่านี้จากบทประพันธ์ อาจทำให้คุณหมีปาฏิหาริย์เป็นละครที่ผู้ชมจะชอบเรื่องหนึ่งได้ และนอกจากนี้นี่ยังเป็นก้าวใหม่ของช่อง 3 เองที่พร้อมจะเปิดตลาดงานบันเทิงของพวกเขาให้กว้างขึ้น ร่วมสมัยมากขึ้น

 

คุณหมีปาฏิหาริย์ เป็นบทประพันธ์ของปราปต์ ลำดับที่ 3 ที่ถูกนำมาสร้างเป็นละครถัดจาก กาหลมหรทึก ทางช่อง one31 และ ดวงแบบนี้ไม่มีจู๋ ทางช่อง 3 ที่เตรียมฉายปลายเดือนนี้ และสำหรับคุณหมีปาฏิหาริย์นี้จะได้ป้าแจ๋ว-ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์ และทีมถนัดละครมาดูแลโปรเจกต์นี้ ซึ่งเราคงจะได้รับชมกันเร็วๆ นี้

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ‘คุณหมีปาฏิหาริย์’ ละครวายหมัดแรกของช่อง 3 ส่ง อิน สาริน ประกบจ๊อบ ธัชพล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ทำไมนางร้ายละครไทยถึงทาปากแดง? | โลกคือละคร EP.1 https://thestandard.co/the-standard-originals-ep1/ Fri, 15 May 2020 11:00:59 +0000 https://thestandard.co/?p=363872

คุณเคยสงสัยไหมนะว่าทำไมนางร้ายในละครไทยถึงมักจะมาพร้อมก […]

The post ชมคลิป: ทำไมนางร้ายละครไทยถึงทาปากแดง? | โลกคือละคร EP.1 appeared first on THE STANDARD.

]]>

คุณเคยสงสัยไหมนะว่าทำไมนางร้ายในละครไทยถึงมักจะมาพร้อมกับสีแดง? สีแดงที่หมายถึงความแซ่บ เผ็ด ซี้ด ของเหล่าตัวละครหญิงที่เรารัก นางอิจฉาผู้ที่มักจะสร้างปัญหา สร้างจุดเปลี่ยน หรือเป็นตัวแปรสำคัญในละครหลายๆ เรื่อง ด้วยความฉูดฉาดเหล่านั้นมันก็กลายเป็นภาพจำหนึ่งที่เกิดขึ้นในจอละครไทย และมากกว่าความร้อนแรงของสีแดง นี่คือเรื่องราวที่เราอยากให้คุณรู้ และชวนคุณไปคิดกันว่า ปากแดงแรงๆ ของตัวร้ายในละครไทยกำลังบอกอะไรแก่ผู้ชมอยู่? 

 

‘โลกคือละคร’ รายการใหม่จาก THE STANDARD ORIGINALS ที่อยากชวนคุณมาสำรวจโลกของละครไทยที่เราเติบโตกันมาว่าโลกมายาใบนี้กำลังซ่อนอะไรไว้ให้เราได้รู้

The post ชมคลิป: ทำไมนางร้ายละครไทยถึงทาปากแดง? | โลกคือละคร EP.1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ขอความร่วมมือกองถ่ายภาพยนตร์, ละคร ฯลฯ หยุดการถ่ายทำตั้งแต่วันที่ 18-31 มี.ค. นี้ https://thestandard.co/thai-film-directors-association-ask-for-film-set-cooperation/ Wed, 18 Mar 2020 08:40:41 +0000 https://thestandard.co/?p=343206

หลังจากรัฐบาลประกาศมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-1 […]

The post สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ขอความร่วมมือกองถ่ายภาพยนตร์, ละคร ฯลฯ หยุดการถ่ายทำตั้งแต่วันที่ 18-31 มี.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากรัฐบาลประกาศมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้สถานศึกษา สถานบันเทิง โรงภาพยนตร์ ฯลฯ ต้องปิดตัวชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 18-31 มีนาคม รวมถึงงดเว้นกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มและมีความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ

 

จากมาตรการดังกล่าว ทำให้สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ได้ประกาศขอความร่วมมือจากกองถ่ายทำทุกกองที่กำลังอยู่ในช่วงถ่ายทำ ณ ขณะนี้ โดยมีใจความสำคัญว่า

 

การถ่ายทำภาพยนตร์, ละคร, ซีรีส์, โฆษณา ที่มีทีมงานในกองถ่ายเป็นจำนวนมาก จึงอาจเป็นแหล่งแพร่ระบาดของเชื้อได้

 

เพื่อป้องกันตนเองและผู้อื่นตามนโยบายและมาตรการควบคุมการระบาดของรัฐบาล สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย จึงขอความร่วมมือให้ทุกกองที่กำลังถ่ายทำภาพยนตร์, ละคร, ซีรีส์, โฆษณา ในขณะนี้หยุดพักการถ่ายทำ เป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 18-31 มีนาคม 2563

 

โดยหากสถานการณ์โควิด-19 มีท่าทีว่าจะดีขึ้น ทางสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทยจะรวบรวมข้อมูลและประชุมหาข้อสรุป เพื่อหามาตรการป้องกันการแพร่ระบาดระหว่างการถ่ายทำต่อไป

 

ก่อนหน้านี้ทางสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทยได้ประกาศเลื่อนงานประกาศรางวัลสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 4 เมษายนนี้ออกไปอย่างไม่มีกำหนด รวมถึงการประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลในสาขาต่างๆ ออกไปเป็นวันที่ 4 เมษายน ซึ่งตรงกับวันหนังไทย

 

ในขณะเดียวกันสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังระบาดไปทั่วโลกในตอนนี้ ก็ส่งผลกระทบให้กองถ่ายทำภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ และซีรีส์ชื่อดังหลายเรื่องอย่าง The Batman, The Witcher Season 2, Stranger Things 4, Shang-Chi and the Legend of the Ten Rings ฯลฯ ถูกเลื่อนการถ่ายทำออกไปอย่างไม่มีกำหนดเช่นกัน

 

THE STANDARD POP ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้เหล่าทีมงานเบื้องหลังผู้สรรค์สร้างความสนุกสนานให้กับผู้ชมชาวไทย ผ่านพ้นสถานการณ์โควิด-19 ในครั้งนี้ไปได้ด้วยดี 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ขอความร่วมมือกองถ่ายภาพยนตร์, ละคร ฯลฯ หยุดการถ่ายทำตั้งแต่วันที่ 18-31 มี.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทุ่งเสน่หา จากจุฬามณี ผู้เขียน ‘กรงกรรม’ เตรียมดราม่าลั่นทุ่งต้นปีหน้า https://thestandard.co/ch3-drama/ Sat, 07 Dec 2019 09:48:31 +0000 https://thestandard.co/?p=310503 ทุ่งเสน่หา

ต้องยอมรับว่าจุฬามณีคือหนึ่งในนักเขียนที่บทประพันธ์ของเ […]

The post ทุ่งเสน่หา จากจุฬามณี ผู้เขียน ‘กรงกรรม’ เตรียมดราม่าลั่นทุ่งต้นปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทุ่งเสน่หา

ต้องยอมรับว่าจุฬามณีคือหนึ่งในนักเขียนที่บทประพันธ์ของเขาถูกนำมาดัดแปลงและมีผลตอบรับจากผู้ชมที่ดีมากๆ แทบทุกเรื่อง ตั้งแต่ ชิงชัง, สุดแค้นแสนรัก หรือ กรงกรรม ที่สร้างปรากฏการณ์ยอดเยี่ยมไว้เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และในปี 2563 ช่อง 3 เตรียมส่งละครเรื่องใหม่ที่อยู่ในจักรวาลจังหวัดนครสวรรค์ออกมาสู่ผู้ชมในชื่อ ‘ทุ่งเสน่หา’

 

ทุ่งเสน่หา คือบทประพันธ์ของจุฬามณี ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2558 ซึ่งแน่นอนว่าพื้นหลังของเรื่องนี้จะยังคงอยู่ในจังหวัดนครสวรรค์ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผู้เขียน โดยในเรื่องนี้จะเป็นการจำกัดพื้นที่ลงไปที่บ้านหนองน้ำผึ้ง อำเภอลาดยาว สำรวจวิถีชีวิตของตัวละครในช่วงปี 2515 ที่เริ่มผลัดเปลี่ยนจากท้องนากลายมาเป็นสังคมเมืองย่อมๆ ว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ที่ไม่รู้ว่าจะสมหวังหรือไม่สมหวังของ ไพฑูรย์ (รับบทโดย ท็อป-จรณ โสรัตน์) และยุพิณ (รับบทโดย เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ) ที่ต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคความรักที่ถูกขัดขวางโดยฐานะทางสังคมและคนเป็นแม่อย่าง สำเภา (รับบทโดย หน่อย-บุษกร วงศ์พัวพันธ์) 

 

บทที่โดดเด่นที่สุดคงหนีไม่พ้น ‘สำเภา’ ที่จะมีลักษณะในอีหรอบเดียวกับแม่อย่างอีแย้มใน สุดแค้นแสนรัก และแม่ย้อยใน กรงกรรม ผู้ซึ่งคอยเจ้ากี้เจ้าการชีวิตของลูกๆ ซึ่งบทนี้ตกเป็นของ หน่อย-บุษกร วงศ์พัวพันธ์ ที่ห่างหายจากการแสดงไปกว่า 10 ปี หลังจากมุ่งทำงานเป็นผู้จัดละครอยู่เบื้องหลัง โดยเธอต้องมารับบทเป็นหญิงม่าย และต้องตกที่นั่งของการเป็นแม่ผัวที่ไม่ยอมรับลูกสะใภ้เช่นเดียวกับตัวละครหญิงในจักรวาลนี้ แต่มีเหตุและผลที่แตกต่างกันไป ซึ่งหากละครออกมาน่าสนใจ ตัวละครนี้ก็เตรียมตัวกลายเป็นหนึ่งในทำเนียบตัวละครแห่งปี 2563 ล่วงหน้าได้เลย

 

อีกบทที่น่าจับตามองก็คือบทบาทของ ‘ยุพิณ’ ที่ได้นักแสดงคนเก่งอย่าง เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ มารับบทดังกล่าว ซึ่งเธอเองก็เคยโลดแล่นในจักรวาลของจุฬามณีมาแล้วในละครเรื่อง ชิงชัง เมื่อปี 2552 และที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษคือบทดังกล่าวนั้นต้องใช้ความสามารถทางการแสดงที่หลากหลาย และปมของตัวละครที่ยากจน มีปัญหาทางครอบครัว น่าจะทำให้เต้ยได้แสดงศักยภาพทางการแสดงของเธอออกมา ถึงแม้ว่าจะได้รับคำวิจารณ์หลังจากเปิดตัวนักแสดงออกมาว่าเธอน่ารักเกินความเป็นสาวชาวบ้านไปเสียหน่อย แต่เราเชื่อฝีมือของเธอว่าจะพาผู้ชมให้เชื่อในตัวละครของเธอได้

 

เมื่อละครเรื่องนี้ออกอากาศ สิ่งที่ต้องจับตามองอีกเรื่องคือกระแสและเรตติ้งที่อาจจะตามมาได้ไม่ยาก ด้วยทีมนักแสดงที่ค่อนข้างแข็งแรงและเรื่องราวที่ถูกใจผู้ชมได้ไม่ยาก ละครเรื่องนี้อาจจะตามรอยความสำเร็จของ ชิงชัง, สุดแค้นแสนรัก และ กรงกรรม ไปได้ง่ายๆ ในช่วงเวลาที่ช่อง 3 เองก็กำลังเงียบเหงาด้วยละครที่กระแสไม่สู้ดีและเรตติ้งที่น้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งเราต้องรอชมฟีดแบ็กกันต่อไป ส่วนนักแสดงคนอื่นๆ เองก็น่าสนใจไม่แพ้กันทั้ง บอม-ธนิน มนูญศิลป์ รวมถึงสองสาวจาก กรงกรรม ทั้ง ‘วรรณา’ พาย-รินรดา แก้วบัวสาย และ ‘บุญปลูก’ น้ำฟ้า-ธัญญภัสร์ ภัทรธีรชัยเจริญ ที่มาร่วมสร้างจักรวาลใหม่ของจุฬามณีในครั้งนี้อีกด้วย

 

ทุ่งเสน่หา กำกับโดย คิง-สมจริง ศรีสุภาพ และมีแผนออกอากาศในช่วงต้นปีหน้าทางช่อง 3HD

 

ภาพ: Instagram @toeyjarinporn

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์ 

The post ทุ่งเสน่หา จากจุฬามณี ผู้เขียน ‘กรงกรรม’ เตรียมดราม่าลั่นทุ่งต้นปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
บังเกิดเกล้า ละครสะท้อนปัญหาครอบครัวสุดแรง เตรียมรีเมกลงจออมรินทร์ทีวีปีหน้า https://thestandard.co/change2561-drama-remakes/ Wed, 04 Dec 2019 09:16:34 +0000 https://thestandard.co/?p=309569 บังเกิดเกล้า

แค่เปิดชื่อโปรเจกต์มาก็นับว่าน่าตื่นเต้นมากๆ แล้ว สำหรั […]

The post บังเกิดเกล้า ละครสะท้อนปัญหาครอบครัวสุดแรง เตรียมรีเมกลงจออมรินทร์ทีวีปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
บังเกิดเกล้า

แค่เปิดชื่อโปรเจกต์มาก็นับว่าน่าตื่นเต้นมากๆ แล้ว สำหรับละครใหม่จากบ้าน CHANGE2561 ที่ลุยสนามรบการเป็น Content Provider อย่างเต็มตัวและค่อนข้างประสบความสำเร็จอย่างมาก กับการป้อนละครให้ช่องอมรินทร์ทีวี 34 ในปีนี้ถึง 2 เรื่อง ทั้ง สามีสีทอง และ รองเท้านารี ที่ผู้ชมในโลกออนไลน์และดูสดนั้นสูงไม่ยิ่งหย่อนกันเลย และปี 2563 ค่ายนี้ก็เตรียมเซอร์ไพรส์แรงๆ กับการหยิบบทประพันธ์ชั้นครูมารีเมกกับเรื่อง ‘บังเกิดเกล้า

 

บังเกิดเกล้า คือบทประพันธ์ของ แมน สุปิติ ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2537 โดย แมน สุปิติ เป็นนามปากกาของ นพคุณ จิตตะยโศธร นักเขียนและบรรณาธิการรางวัลนราธิปปี 2552 ผู้ล่วงลับ โดยเธอเติบโตมาจากการเป็นนักเขียนรุ่นแรกๆ ที่ตีพิมพ์บทประพันธ์ลงนิตยสาร สกุลไทย ก่อนที่บทประพันธ์นี้จะถูกนำมาดัดแปลงเป็นละครออกฉายครั้งแรกในปี 2541 ทางช่อง 3 

 

เนื้อหาว่าด้วยเรื่องราวของสองสามีภรรยาที่รับบทโดย นก-สินจัย เปล่งพานิช และ แซม-ยุรนันท์ ภมรมนตรี กับชีวิตคู่ที่ระหองระแหง และคำว่า ‘บังเกิดเกล้า’ ที่เป็นชื่อเรื่องที่ตั้งคำถามกับคนเป็นพ่อเป็นแม่ว่า พวกเขาจะต้องใช้ชีวิตหรือเป็นตัวอย่างแบบไหนให้ครอบครัวของเขาในฐานะ ‘พ่อแม่บังเกิดเกล้า’ และภาพจำของเรื่องที่สินจัยรับบทเป็นสาวหัวสมัยใหม่ ทำงานศิลปะ แต่งตัวฉูดฉาด ก็ทำให้ละครดูน่าสนใจอย่างมากในตอนนั้น

 

บังเกิดเกล้า

 

บังเกิดเกล้า ถือว่าเป็นละครที่ชะล้างบทบาททางสังคมของเพศได้อย่างน่าสนใจตามบริบทเวลาและสังคมที่เกิดขึ้นในเรื่อง ที่ฝ่ายหญิงมีบทบาทเป็นผู้นำครอบครัว หัวสมัยใหม่ ไม่ยอมคน ทั้งยังเป็นการลดบทบาทและอำนาจทางเพศของฝ่ายชายจนเกิดการตั้งคำถามกับสังคมภาคใหญ่ว่า แท้จริงแล้วเพศทุกเพศควรเท่าเทียมกันหรือเปล่า จนละครเรื่องนี้ได้รับรางวัลละครสะท้อนสังคมยอดเยี่ยม รางวัลเมขลาในปีที่ออกฉายอีกด้วย ซึ่งต้องยกเครดิตความยอดเยี่ยมนี้ให้กับผู้จัดอย่าง ดา-หทัยรัตน์ อมตวณิชย์ และผู้กำกับ ตู่-นพพล โกมารชุน

 

ถึงแม้เมื่อ 22 ปีก่อนละครเรื่องนี้จะสร้างความฮือฮาในเรื่องการเป็นละครที่ดูสมจริง ด่ากันไฟแลบ และการแสดงที่ถึงพริกถึงขิง ทั้งยังไม่ประนีประนอมกับตัวละครใดๆ ในช่วงท้ายเรื่องที่ต่างมีจุดจบแบบไม่เอาใจคนดูเท่าไร รวมถึงฉากประเภทการใช้ความรุนแรงที่ค่อนข้างชัดเจน เช่น ผัวต่อยหน้าเมียซึ่งๆ หน้า หรือเมียเอาหมวกกันน็อกฟาดหัวเมียน้อย ล้วนเป็นภาพจำหากพูดถึงละครเรื่องนี้ แต่หากมองในบริบทสังคมปัจจุบัน กลายเป็นว่าเราอาจจะคาดหวังให้ละครเรื่องนี้ใช้ความละเอียดลออกับบทที่อาจไม่ต้องใช้ความรุนแรงจนเกินไป หรือคาดหวังให้แก่นของการตั้งคำถามกับสังคมในเรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสถาบันครอบครัวนั้นออกมาชัดเจน ก็น่าจะเหมาะเจาะจะเป็นละครที่น่าสนใจอีกเรื่อง รวมถึงหากได้นักแสดงรุ่นใหญ่มาแสดงแสนยานุภาพทางการแสดงกันก็น่าจะยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่

 

บังเกิดเกล้า

 

บังเกิดเกล้า เวอร์ชันใหม่จะอยู่ภายใต้การกำกับของ กู่-เอกสิทธิ์ ตระกูลเกษมสุข ผู้กำกับคู่ขวัญค่าย CHANGE2561 ที่ปีที่ผ่านมาเขามีผลงานระดับปรากฏการณ์อย่าง ใบไม้ที่ปลิดปลิว ออกฉายไป ส่วนทางฟากนักแสดงยังไม่มีการประกาศออกมาแต่อย่างใดว่าใครจะมารับบทไหนบ้าง มีแผนจะออกอากาศในช่วงครึ่งปีหลังทางช่องอมรินทร์ทีวี 34

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post บังเกิดเกล้า ละครสะท้อนปัญหาครอบครัวสุดแรง เตรียมรีเมกลงจออมรินทร์ทีวีปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
จั๊กจั่น อคัมย์สิริ เตรียมกินจุ๊บจิ๊บใน ‘สะใภ้ไร้ศักดินา’ เวอร์ชันใหม่ https://thestandard.co/sapai-rai-sakdina-remake/ Wed, 27 Nov 2019 08:06:26 +0000 https://thestandard.co/?p=307740 สะใภ้ไร้ศักดินา

หนึ่งในละครของปี 2563 ที่เพียงได้ยินชื่อละคร ก็ได้ยินเส […]

The post จั๊กจั่น อคัมย์สิริ เตรียมกินจุ๊บจิ๊บใน ‘สะใภ้ไร้ศักดินา’ เวอร์ชันใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สะใภ้ไร้ศักดินา

หนึ่งในละครของปี 2563 ที่เพียงได้ยินชื่อละคร ก็ได้ยินเสียงของเพลงยอดฮิตลอยเข้าหูตามมา สำหรับ ‘สะใภ้ไร้ศักดินา’ ซึ่งจะถูกนำมารีเมกอีกครั้งทางช่อง 8 หลังจากเคยสร้างปรากฏการณ์ ‘โดเรมี’ กันมาทั่วบ้านทั่วเมือง และส่งให้เป็นผลงานที่น่าจดจำที่สุดของนักแสดงสาว เบนซ์-พรชิตา ณ สงขลา ไปโดยปริยาย 

 

โดยเวอร์ชันใหม่นี้จะได้ จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ สุวรรณศุข ที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะเมนเทอร์จาก The Face Men Thailand ซีซันล่าสุดมารับบท ‘ปลิวลม’ สาวล่าฝันผู้มีดนตรีในหัวใจ

 

สะใภ้ไร้ศักดินา เป็นบทประพันธ์ของ เพ็ญศิริ ตีพิมพ์เมื่อปี พ.ศ. 2544 โดยถูกนำมาดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 ในปีเดียวกัน เล่าเรื่องราวของ ‘ปลิวลม’ สาวน้อยจากบ้านนาแกลบที่มีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักร้อง แต่กลับต้องโดนกีดกันจากแม่ของเธอที่เคยมีความหลังฝังใจกับอาชีพนักร้องคาเฟ่ที่เคยโดนหลอกให้เจ็บช้ำใจ ก่อนที่ปลิวลมจะหนีออกจากบ้านไปทำตามความฝันและกลายเป็นนักร้องขวัญใจมหาชนในที่สุด ค้นพบอุปสรรคในชีวิตมากมาย ซึ่งพล็อตแบบนี้ก็กลายเป็นพล็อตยอดฮิตของละครเพลงลูกทุ่งอีกหลายเรื่องในเวลาต่อมา

 

ในตอนนั้นหลังจากละครออกฉาย แน่นอนว่าละครเรื่องนี้กลายเป็นฟีเวอร์ย่อมๆ ที่ทุกๆ คนต่างต้องสามารถร้องเพลง ‘โดเรมี’ ที่เป็นเพลงหลักของเรื่อง หรือเพลง ‘กินจุ๊บจิ๊บ’ ได้อย่างคล่องปาก ส่งให้ทั้งละคร เพลง และนักแสดงขึ้นแท่นเป็นปรากฏการณ์หนึ่งที่น่าจดจำของวงการโทรทัศน์ไทย โดยเฉพาะอัลบั้มเพลงประกอบที่สามารถสร้างยอดขายได้กว่า 2 ล้านก๊อบปี้! ก่อนที่ 10 ปีให้หลัง ช่อง 3 เองก็พยายามจะต่อยอดความสำเร็จของละครเรื่องดังกล่าวด้วยภาคต่อ ‘สะใภ้(ไม่)ไร้ศักดินา’ ที่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร และในปี 2563 ตำนานการกินจุ๊บจิ๊บจะกลับมาเขย่าจออีกครั้งโดยช่อง 8

 

สะใภ้ไร้ศักดินา เวอร์ชันใหม่นี้เป็นทีของทางช่อง 8 ที่จะมานำเสนอเรื่องราวความสนุกดังกล่าว โดยได้นักแสดงสาว จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ สุวรรณศุข มารับบท ‘ปลิวลม’ ซึ่งเธอเองเคยแสดงละครเพลงลูกทุ่งเช่นนี้มาแล้วเมื่อครั้งเธอไปร่วมงานกับบ้านเอ็กแซ็กท์ในเรื่อง ผู้พิทักษ์รักเธอ เมื่อปี พ.ศ. 2549 ออกอากาศทางช่อง 5 ในบท ‘ลูกโซ่ จิราภา’ ซึ่งเธอเองก็ได้กล่าวกับสื่อในวันฟิตติ้งชุดว่า เธอเองก็ต้องไปเรียนร้องเพลงเพิ่ม และหัดพูดภาษาอีสานอีกด้วยสำหรับการแสดงในละครเรื่องนี้

 

คำถามหลักๆ ที่เกิดขึ้นตอนนี้คือ หากภาพจำของละครเรื่อง สะใภ้ไร้ศักดินา คือเพลงประกอบที่โด่งดังมากๆ ทั้ง โดเรมี, กินจุ๊บจิ๊บ หรือ ฝนตกแดดออก ซึ่งในตอนนั้นละครเองก็ได้ทีมแกรมมี่โกลด์เป็นผู้มาดูแลเรื่องเพลงทั้งหมดให้ แต่ในละครเวอร์ชันใหม่นี้กลับกลายเป็นว่าทางช่อง 8 เป็นผู้ได้บทประพันธ์ไปผลิต ซึ่งอาจจะต้องมีการขอลิขสิทธิ์เพลงข้ามค่าย หากพวกเขายังต้องการเพลงเดิมที่เป็นภาพจำของละครเรื่องนี้มาใช้ ซึ่งก็อย่างที่รู้ๆ กันว่าบ้านอโศกและบ้านลาดพร้าวนั้นเป็นคู่แข่งทางการค้ากันมาแต่ไหนแต่ไร แล้วจะเป็นไปได้หรือที่แกรมมี่โกลด์จะยอมขายลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมดให้ไปใช้ในละครเวอร์ชันใหม่นี้

 

ถ้าหากช่อง 8 สามารถจัดการเรื่องเพลงและลิขสิทธิ์ได้ทั้งหมด เราอาจจะได้เห็นปรากฏการณ์ใหม่ย่อมๆ ของวงการบันเทิงไทยแน่นอนที่อดีตค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ แกรมมี่-อาร์เอส จะได้แบ่งปันงานดีๆ แก่กัน แต่ถ้าหากต้องจัดการสร้างเพลงและภาพจำใหม่ๆ ขึ้นมาก็ถือว่าเป็นงานช้างสำหรับช่อง 8 เหมือนกันที่เราจะต้องรอชมกันเมื่อละครออนแอร์

 

นอกจากสองนักแสดงนำอย่าง จั๊กจั่น อคัมย์สิริ และ ไนกี้ นิธิดล แล้ว ยังมีนักแสดงมาร่วมจออีกเพียบ ทั้ง ดวงตา ตุงคะมณี, เอ-อนันต์ บุนนาค, เอ-ไชยา มิตรชัย, ฝน ธนสุนทร, แอ้ว-อำภา ภูษิต และหนึ่งชื่อที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์เราคือการมาร่วมงานกับช่อง 8 ของ ส้มเช้ง-บุญญาวัลย์ พงษ์สุวรรณ หรือ ส้มเช้ง สามช่า ที่ไม่ค่อยจะได้ร่วมงานกับช่องอื่นๆ นอกจากบ้านเวิร์คพอยท์เท่าไรนัก

 

สะใภ้ไร้ศักดินา เป็นหนึ่งในละครปี 2020 ของช่อง 8 ที่น่าจับตามอง โดยระหว่างนี้ซ้อมร้องเพลงไปก่อนนะ กินจุ๊บจิ๊บ กินจุ๊บจิ๊บ กินจุ๊บกินจิ๊บ กินจุ๊บจิ๊บ (ตือ ดือ ดื่อ ดือ ดึ่ง) 

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post จั๊กจั่น อคัมย์สิริ เตรียมกินจุ๊บจิ๊บใน ‘สะใภ้ไร้ศักดินา’ เวอร์ชันใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มธุรสโลกันตร์ คว้าเรตติ้งกรุงเทพฯ สูงสุด ปรากฏการณ์ใหม่ของละครช่อง 7HD https://thestandard.co/mathuroslokan-rating/ Mon, 04 Nov 2019 06:50:53 +0000 https://thestandard.co/?p=300706 มธุรสโลกันต์

พี่เสือผาและเพชรน้ำผึ้ง สองตัวละครที่ครองใจผู้ชมจากละคร […]

The post มธุรสโลกันตร์ คว้าเรตติ้งกรุงเทพฯ สูงสุด ปรากฏการณ์ใหม่ของละครช่อง 7HD appeared first on THE STANDARD.

]]>
มธุรสโลกันต์

พี่เสือผาและเพชรน้ำผึ้ง สองตัวละครที่ครองใจผู้ชมจากละครเรื่อง มธุรสโลกันตร์ เพิ่งจะลาจอไปเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (1 พฤศจิกายน) และก้าวขึ้นเป็นละครที่ทำเรตติ้งสูงมากๆ เรื่องหนึ่งของปีนี้ ที่ไม่ได้สูงแค่ตัวเลข แต่หมายถึงกระแสในโลกออนไลน์เองก็ฮอตไม่แพ้กัน เป็นข้อพิสูจน์ที่น่าสนใจว่า ช่อง 7HD กำลังลุยตลาดละครรสชาติที่แตกต่าง เพื่อสร้างฐานผู้ชมใหม่ๆ ให้แข็งแรงขึ้น

 

11.1 คือตัวเลขเรตติ้งตอนอวสานของ มธุรสโลกันตร์ ซึ่งเป็นตัวเลขเฉลี่ยรวมทั้งประเทศ และความน่าสนใจที่อยู่ในตัวเลขนี้คือ เรตติ้งในกรุงเทพฯ เองที่สูงถึง 8.4 ซึ่งสูงมากๆ กลายเป็นละครที่ทำเรตติ้งในเขตกรุงเทพฯ สูงที่สุดในช่อง 7HD ของปีนี้ เป็นข้อพิสูจน์ที่ค่อนข้างชัดเจนว่า ละครเรื่องนี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาให้สามารถจับกลุ่มตลาดทั้งนอกเมืองและในเมืองได้อย่างน่าสนใจ และถูกจริตผู้ชมส่วนใหญ่มากๆ โดยเฉพาะเรื่องราวที่ยืนพื้นด้วยเรื่องแอ็กชัน แต่ยังให้น้ำหนักของความสัมพันธ์ของตัวละครหลักอย่างมาก ผู้ชมจึงคล้อยตามไปกับเรื่องโรแมนติกดราม่าที่เติมเข้ามาอย่างพอเหมาะพอควรได้อย่างไม่ตะขิดตะขวง

 

นอกจากนี้ตัวเลขเรตติ้งออนไลน์ที่ถูกเก็บโดย Nielsen เองก็น่าสนใจ เพราะ มธุรสโลกันตร์ มีตัวเลขผู้ชมตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมากว่า 18 ล้านครั้ง จากจำนวนผู้ชมที่ไม่ซ้ำ (Unique Audience) 1.1 ล้านคน ผ่านทางช่องทางเว็บไซต์ Bugaboo ทำให้ตัวเลขของการชมย้อนหลังทางออนไลน์พุ่งสูงไปที่ 232 ล้านครั้งแล้ว รวมถึงยังติดเทรนด์ทวิตเตอร์ทั้งไทยและโลกเมื่อออกอากาศสดด้วย

 

สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับในละครเรื่องนี้คือ โปรดักชันที่ยอดเยี่ยมและผิดแผกไปจากที่ผู้ชมเคยชมมา โดยเฉพาะหากใครที่ยังยึดติดว่าละครช่อง 7HD ต้องภาพไม่สวย ไฟสว่างๆ เรื่องนี้ต้องบอกว่า เขาพัฒนามาไกลมากๆ (และจริงๆ ก็ทำได้หลายๆ เรื่องแล้ว) หากปลดอคติเรื่องช่องในใจออก ละครเรื่องนี้อาจถูกใจคุณได้ไม่ยาก รวมถึงเสน่ห์ทางการแสดงของสองนักแสดงนำทั้ง ไมค์-ภัทรเดช สงวนความดี และ มุก-มุกดา นรินทร์รักษ์ ก็ทำได้ออกมาอย่างน่าชื่นชม

 

มธุรสโลกันตร์ อยู่ภายใต้การดูแลของค่ายพอดีคำ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ของ ธงชัย ประสงค์สันติ ที่สร้างผลงานเยี่ยมๆ ที่ได้ทั้งกระแสและกล่องให้ช่อง 7 มาแล้วมากมาย รวมถึง สองนรี ที่เพิ่งจบไปหมาดๆ ด้วย

 

ภาพ: Ch7 Drama Society

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post มธุรสโลกันตร์ คว้าเรตติ้งกรุงเทพฯ สูงสุด ปรากฏการณ์ใหม่ของละครช่อง 7HD appeared first on THE STANDARD.

]]>
สามีสีทอง ความสำเร็จก้าวแรกที่น่าสนใจของละครจากอมรินทร์ทีวี https://thestandard.co/the-husbands/ Tue, 15 Oct 2019 11:10:47 +0000 https://thestandard.co/?p=295566 สามีสีทอง

และในที่สุด 3 สาวรุ่นใหญ่ทั้ง มาดาม-เภา-ทองพัน และต่างไ […]

The post สามีสีทอง ความสำเร็จก้าวแรกที่น่าสนใจของละครจากอมรินทร์ทีวี appeared first on THE STANDARD.

]]>
สามีสีทอง

และในที่สุด 3 สาวรุ่นใหญ่ทั้ง มาดาม-เภา-ทองพัน และต่างได้มีชีวิตในแบบที่ตัวเองเลือกเองสักที ปิดฉากละคร ‘สามีสีทอง’ ทางช่องอมรินทร์ทีวี 34 ลงในแบบที่แฟนๆ ชื่นชม ทั้งยังเป็นการสร้างปรากฏการณ์ย่อมๆ ให้เกิดกับวงการโทรทัศน์ไทย และนับว่าเป็นการบุกตลาดละครเป็นครั้งแรกของช่อง หลังจากที่ก่อนหน้านี้พวกเขาได้ปั้นให้รายการ ‘ทุบโต๊ะข่าว’ กลายเป็นรายการข่าวที่มีฐานแฟนสูงระดับหนึ่งได้ในเวลาไม่กี่ปี

 

สามีสีทอง เพิ่งจะลาจอไปหมาดๆ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (13 ตุลาคม) โดยสามารถทำเรตติ้งได้ถึง 1.7 ซึ่งนับเป็นนิมิตหมายที่ดีของช่องที่สามารถปั้นให้ละครเรื่องนี้มีผู้ชมติดตามได้ ไม่ใช่เพียงแค่ทางโทรทัศน์ แต่ยังหมายถึงการใช้เครื่องมือโซเชียลมีเดียของทั้งทางช่องเอง หรือทางค่ายละคร CHANGE2561 ก็ด้วย ที่จะมอบคัตซีนเด็ดๆ ให้ผู้ชมได้ดูแบบทันท่วงทีที่ละครจบลง รวมถึงการวางผังละครที่แทบจะไม่มีคู่แข่งไหนน่ากลัวเลยในเวลาวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 22.00 น. ที่ละครช่องใหญ่ก็ใกล้จะจบเวลาออนแอร์ การเข้าช่วงชิงผู้ชมในช่วงเวลานี้ก็นับว่าชาญฉลาดมากๆ

 

ถึงแม้ สามีสีทอง จะเล่าเรื่องตามแบบฉบับละครที่ว่าด้วยชีวิตผัวๆ เมียๆ สามีมีเมียน้อย สามีเจ้าชู้ ภรรยาขี้หึง ปัญหาครอบครัวต่างๆ ที่ดูจะสะท้อนภาพความสัมพันธ์ของผู้คนที่เราอาจเคยได้เจอในชีวิตประจำวัน แต่สิ่งที่ทำให้ สามีสีทอง น่าสนใจกว่านั้น คือการให้น้ำหนักของตัวละครทุกตัวได้อย่างน่าสนใจ พาผู้ชมไปสำรวจความคิด ทัศนคติ และเหตุผลของการกระทำของแต่ละตัวละครอย่างเข้มข้น จึงทำให้ละครนั้นดูมีเลือดมีเนื้อขึ้นมา ถึงแม้บางสถานการณ์ในเรื่องจะไม่นำพาให้เราเชื่อมากนักว่ามันจะเกิดขึ้นจริงๆ

 

เราอยากปรบมือให้กับตัวละครคู่รักคู่กัดอย่าง เภา (รับบทโดย นุสบา ปุณณกันต์) และเจียก (รับบทโดย ศรราม เทพพิทักษ์) ที่นอกจากการแสดงของทั้งคู่แล้ว ความสัมพันธ์ของคู่นี้ยังเป็นภาพสะท้อนของการต่อสู้เชิงอำนาจทางเพศที่ชัดเจนที่สุด และพยายามจะกระแทกกรอบของสังคมที่ว่าด้วยชายเป็นใหญ่ หญิงเป็นช้างเท้าหลังให้แตกเป็นเสี่ยงๆ แต่ขณะเดียวกันละครเองก็ยังนำเสนอให้ เจิด มีภาพจำและชุดความคิดที่ถูกปลูกฝังขึ้นสมองที่ว่า ผู้ชายจะต้องเป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นคนทำงาน เป็นใหญ่ในบ้าน และเป็นสามีที่ดี กลายเป็นความกดดันให้เขาสร้าง Negative Thinking ขึ้นมา ที่หากมานั่งดูกันอย่างละเอียดๆ อีกที ผู้ชมอาจจะสนุกกับละครเรื่องนี้มากกว่าเดิมก็เป็นได้

 

นอกจากนี้การแสดงของ เข็ม-ลภัสรดา ช่วยเกื้อ ในบท ทองพัน และน็อต-วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ ในบท ‘หลวง’ เองก็น่าชื่นชม เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า ละครที่ถูกใจผู้ชมอาจไม่จำเป็นจะต้องมีนักแสดงสดใหม่หรือมีผลงานอยู่ในกระแสปัจจุบัน ก็สามารถตรึงผู้ชมให้อยู่กับเรื่องราวได้

 

ผลตอบรับของละครเรื่องนี้ นอกเหนือจากจะเป็นตัวเลขเรตติ้งที่น่าสนใจในการแย่งชิงเรตติ้งไพรม์ไทม์ในวันหยุดสุดสัปดาห์แล้ว ตัวเลขทางด้านผู้ชมออนไลน์ก็อยู่ในจำนวนที่สูงมาก อย่างเช่นในเอพิโสดสุดท้ายที่ฉายไป พบว่าตอนนี้มีผู้ชมเข้าชมแล้วกว่า 3.2 ล้านครั้งในเวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา! และตัวเลขผู้ชมทาง YouTube ของละครเรื่องนี้ก็อยู่ในระดับเดียวกันมาตั้งแต่ในเอพิโสดแรกๆ ที่ราว 3 ล้านครั้งขึ้นไป เรียกว่าเป็นการสร้างฐานผู้ชมที่ค่อนข่างเหนียวแน่นทีเดียว

 

อีกส่วนที่เราต้องชื่นชมคือการเปิดตลาดทำหน้าที่เป็น Content Provider ของพี่ฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา และค่าย CHANGE2561 ที่เดินหน้าไปป้อนละครให้กับช่องต่างๆ และล้วนสร้างกระแสที่น่าสนใจให้กับวงการโทรทัศน์ ตั้งแต่ ใบไม้ที่ปลิดปลิว ทางช่องวัน 31 รวมถึง สามีสีทอง เองก็ด้วย ความแข็งแรงของค่ายนี้ที่เราพอมองเห็นคือการผลิตละครในแบบที่มีลายเซ็นชัดเจน และพวกเขารู้ว่าผู้ชมที่อยู่ในกลุ่มตลาดของเขา ‘ต้องการอะไร’ และเขาทำมันออกมาได้ครบรส ถูกปากผู้ชมจริงๆ ดูได้จากยอดผู้ชมในคัตซีนที่นำมาอัปโหลดดูสิ

 

หลังจาก สามีสีทอง ค่าย CHANGE2561 ยังจะผลิตละครป้อนช่องอมรินทร์ทีวีอีกหนึ่งเรื่องนั่นคือ ‘รองเท้านารี’ หยิบยกเอาบทประพันธ์ของดาริส ที่ว่าด้วยตัวละครหลักเป็นผู้หญิง 4 คน 4 สไตล์ โดยอุปมาอุปไมยการเลือกคู่ครองของพวกเธอผ่านรองเท้า 4 คู่ เพื่อหาคู่ที่เหมาะสมที่สุด และ 4 สาวที่ว่าจะรับบทโดย โฟร์ ศกลรัตน์, แก้ว จริญญา, ยิปโซ อริย์กันตา และโฟกัส จีระกุล โดยจะออกอากาศตอนแรกวันที่ 19 ตุลาคมนี้ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 22.00 น. และเราต้องมาจับตากันดูว่าอมรินทร์ทีวีจะสามารถเก็บเกี่ยว และสร้างความแข็งแรงในเรื่องละครของตัวเองได้หรือไม่

 

ภาพ: Amarin TV

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post สามีสีทอง ความสำเร็จก้าวแรกที่น่าสนใจของละครจากอมรินทร์ทีวี appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมาก ปริญ-เก้า สุภัสสรา ย้อนวัยใส่ชุดนักเรียนในละครใหม่ ‘ตราบฟ้ามีตะวัน’ https://thestandard.co/new-tv-drama-trab-fah-mee-tawan/ Mon, 07 Oct 2019 12:03:20 +0000 https://thestandard.co/?p=293471 ตราบฟ้ามีตะวัน

ทยอยปล่อยของกันมาเรื่อยๆ ทุกช่องทีวี สำหรับโปรเจกต์ใหม่ […]

The post หมาก ปริญ-เก้า สุภัสสรา ย้อนวัยใส่ชุดนักเรียนในละครใหม่ ‘ตราบฟ้ามีตะวัน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตราบฟ้ามีตะวัน

ทยอยปล่อยของกันมาเรื่อยๆ ทุกช่องทีวี สำหรับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่พวกเราจะได้ชมในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า และถึงทีที่สองพระ-นางจะได้โคจรมาเจอกันสักที ทั้ง หมาก ปริญ และเก้า สุภัสสรา ที่เคยเฉียดกันไปมาอยู่บ้างในละคร คมแฝก และครั้งนี้เขาและเธอจะมาเป็นคู่กัดคู่แค้นในละครโรแมนติกดราม่าเรื่องใหม่ ‘ตราบฟ้ามีตะวัน’ ของช่อง 3HD

 

ตราบฟ้ามีตะวัน คือบทประพันธ์ของ อุณหภูมิปกติ เล่าเรื่องราวของสาวที่ชื่อว่า ‘วันฟ้าใหม่’ (รับบทโดย เก้า สุภัสสรา) ที่มีเหตุต้องเข้ามาอยู่ในบ้านของ อาทิตย์ (รับบทโดย หมาก ปริญ) หลังจากสูญเสียครอบครัวทั้งหมด ก่อนจะมีเหตุให้ต้องเกลียดกันด้วยพฤติกรรมของวันฟ้าใหม่ และเธอเกือบจะทำให้อาทิตย์ต้องเสียชีวิตในช่วงต้นเรื่อง 

 

โดยในบทประพันธ์เรื่องนี้จะพาไปสำรวจช่วงชีวิตแบบ Coming of Age ของนางเอก ที่จะต้องกลับเนื้อกลับตัวมาเผชิญหน้ากับความผิดที่ทำไว้หลังจากต้องถูกเนรเทศไปเรียนต่างประเทศถึง 4 ปี

 

ตราบฟ้ามีตะวัน

 

ความน่าสนใจคือการได้เห็น เก้า-สุภัสสรา ธนชาต ยืนโดดเด่นในฐานะนางเอกเดี่ยวๆ สักที หลังจากเซ็นสัญญากับช่อง 3 มาราว 3 ปี ที่ดูเหมือนว่าจะยังไม่มีบทอะไรที่ทำให้เธอโดดเด่น และโชว์ศักยภาพด้านการแสดงขึ้นมาได้ เหมือนครั้งที่เธอเคยร่วมงานกับบ้านนาดาวฯ ผู้เคยส่งให้สไปรท์กลายเป็นสาวแซ่บสายมั่นในความทรงจำของทุกคนจากซีรีส์ Hormones วัยว้าวุ่น ทั้งสามซีซัน, Stay ซากะ..ฉันจะคิดถึงเธอ หรือภาพยนตร์ไทย ฝากไว้..ในกายเธอ (2559) กับค่าย GTH 

 

ก่อนหน้านี้เธอเองก็เพิ่งจะรับบทนำในเรื่อง ‘เขาวานให้หนูเป็นสายลับ’ เวอร์ชันรีเมกที่เธอประกบคู่กับพระเอก เกรท วรินทร ก็ยังไม่มีวี่แววว่าเราจะได้ชมกันเร็วๆ นี้ จึงดูเหมือนว่าผลงานของเธอไม่ได้ต่อเนื่องอย่างที่แฟนๆ รอคอยเท่าไรนัก และกับผลงานเรื่องนี้ดูฟอร์มแล้วน่าจะเข้าทรงและส่งเสริมการแสดงของเธอให้น่าสนใจได้

 

ส่วนทางด้าน หมาก ปริญ ปีนี้เราจะได้ชมเขาในเรื่อง อกเกือบหักแอบรักคุณสามี ที่ประกบคู่กับ มิว นิษฐา หรือเปล่าก็ยังไม่แน่ใจ ด้วยการวางผังละครที่ต้องปรับใหม่เกือบทั้งหมดของช่อง 3 ในช่วงที่ผ่านมา แต่เราเองก็ยังจะได้ชมการแสดงของเขาในเดือนพฤศจิกายนนี้กับภาพยนตร์ จอมขมังเวทย์ 2020 ที่น่าจะเป็นผลงานทางการแสดงที่น่าสนใจที่สุดครั้งหนึ่งของเขา

 

ตราบฟ้ามีตะวัน อยู่ภายใต้การดูแลของผู้จัด ก้อง ปิยะ และชุดาภา จันทเขตต์ ที่เคยฝากผลงานอย่าง ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง ให้กลายเป็นละครที่เรตติ้งสูงที่สุดในช่วงต้นปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีทัพนักแสดงที่มาเสริมความเข้มข้นทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น หลิงหลิง ศิริลักษณ์, แหม่ม-จินตหรา สุขพัฒน์, ดุ๊ก ภาณุเดช เป็นต้น รอชมกันในปี 2563 อันใกล้นี้

 

ตราบฟ้ามีตะวัน

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post หมาก ปริญ-เก้า สุภัสสรา ย้อนวัยใส่ชุดนักเรียนในละครใหม่ ‘ตราบฟ้ามีตะวัน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นุ่น วรนุช หวนคืนจอช่อง 7 ในรอบ 8 ปี กับตัวอย่างแรกของ เพลิงเสน่หา https://thestandard.co/pheing-saneha-noon-woranuch/ Mon, 30 Sep 2019 09:40:53 +0000 https://thestandard.co/?p=291564 นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี

หลังจากผันตัวไปเป็นนักแสดงอิสระอยู่ 8 ปี นุ่น-วรนุช ภิร […]

The post นุ่น วรนุช หวนคืนจอช่อง 7 ในรอบ 8 ปี กับตัวอย่างแรกของ เพลิงเสน่หา appeared first on THE STANDARD.

]]>
นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี

หลังจากผันตัวไปเป็นนักแสดงอิสระอยู่ 8 ปี นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี หวนคืนสู่จอช่อง 7 อีกครั้งในละครเรื่องใหม่ของค่ายดาราวิดีโอที่พร้อมส่งบทเธอได้วาดลีลาการแสดงแบบพีกๆ ให้ผู้ชมได้ติดตามกันอีกครั้งใน ‘เพลิงเสน่หา’ 

 

นุ่น วรนุช นับเป็นผู้หญิงมหัศจรรย์ของวงการคนหนึ่งที่ไม่ว่าจะเดินทางไปร่วมงานกับช่องไหน ก็สามารถฝากทั้งฝีมือและเรตติ้งในระดับปรากฏการณ์ได้เสมอในช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมานี้ ตั้งแต่ปรากฏการณ์อีลำยองใน ทองเนื้อเก้า ทางช่อง 3 ที่กวาดเรตติ้งยุคก่อนดิจิทัลทีวีไปถึง 21.4 หรือการสร้างปรากฏการณ์คุณอุบลใน พิษสวาท ทางช่องวัน 31 ก็เรียกว่าเป็นละครแห่งปีเมื่อครั้งออกฉาย

 

นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี

 

นุ่น วรนุช จะเวียนกลับมาที่หน้าจอช่อง 7 อีกครั้งกับละครเรื่อง เพลิงเสน่หา ที่กำลังจะลงจอเร็วๆ นี้ เป็นการกลับมาทำงานกับดาราวิดีโอในรอบ 10 ปี นับจากละคร กุหลาบเหนือเมฆ ที่เธอฟาดฟันประกบ อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ เมื่อปี 2552 และแน่นอนว่าละครแบบดาราวิดีโอเมื่อ 10 ปีที่แล้วเป็นอย่างไร ทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นอย่างนั้น กับภาพสว่างๆ แสงโอเวอร์ๆ ที่แทบจะเป็นลายเซ็นสำคัญของละครค่ายนี้จริงๆ

 

เพลิงเสน่หา เป็นเรื่องราวของคุณเทียนหยดฟ้า ที่วรนุชจะรับบทเป็นหญิงสาวสูงศักดิ์ผู้เพียบพร้อม อ่อนต่อโลก ก่อนจะพบว่าคนรักอย่าง ขุนสัก (รับบทโดย เคลลี่ ธนะพัฒน์) มีสัมพันธ์กับสาวชาวบ้านอยู่แล้ว และเธอจะตกเป็นฝ่ายผู้ถูกกระทำตั้งแต่ต้นเรื่อง ก่อนที่เธอจะหวนกลับมาแก้แค้นกลุ่มคนที่ทำร้ายเธอด้วยมนต์เสน่ห์บางอย่าง

 

ละครเรื่องนี้ได้ อัจฉรียา มานั่งเขียนบทโทรทัศน์ ผลงานที่ผ่านๆ มาของเธอก็อย่าง ดาวเปื้อนดิน, แรมพิศวาส, คมพยาบาท และระบำดวงดาว รับประกันความถึงพริกถึงขิงของเรื่องราว ส่วนผู้กำกับได้ เพ็ญลักษณ์ อุดมสิน ผู้กำกับมากฝีมือของค่ายดาราวิดีโอ จากสายโลหิต และบ้านทรายทอง เวอร์ชันล่าสุดมานั่งควบคุม ทั้งนี้ยังได้ทีมนักแสดงมาช่วยเสริมความสนุกทั้ง เคลลี่ ธนะพัฒน์ และ โสภิตนภา ชุ่มภาณี ร่วมรับบทนำ

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post นุ่น วรนุช หวนคืนจอช่อง 7 ในรอบ 8 ปี กับตัวอย่างแรกของ เพลิงเสน่หา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำไม ‘สองนรี’ ถึงเป็นละครสายแข็งที่สุดในชั่วโมงนี้ https://thestandard.co/songnaree-thai-drama/ Wed, 25 Sep 2019 10:55:23 +0000 https://thestandard.co/?p=290253 สองนรี

สองนรี คือบทประพันธ์ของ พัดชา ที่เคยนำมาดัดแปลงเป็นละคร […]

The post ทำไม ‘สองนรี’ ถึงเป็นละครสายแข็งที่สุดในชั่วโมงนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สองนรี

สองนรี คือบทประพันธ์ของ พัดชา ที่เคยนำมาดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์แล้ว 1 ครั้งถ้วนเมื่อ 22 ปีก่อน เนื้อหาว่าด้วยพี่น้องฝาแฝดที่ถูกแยกกันเลี้ยง และแน่นอนว่าตามสูตรแล้วต้องมีคนหนึ่งเป็นคนดีและอีกคนเป็นคนไม่ดี ละเลงสีขาวดำชัดเจนแบบละครไทย 

 

โดยเวอร์ชันนี้เป็นการนำเรื่องมาปัดฝุ่นใหม่ สอดแทรกประเด็นอาการป่วยทางจิตของตัวละครเข้าไปให้เข้มข้นขึ้นเพื่อเสริมความแข็งแรงของการกระทำที่ตัวละครในเรื่องดำเนินอยู่ แต่ก็มีความผิดพลาดเรื่องบทไปบ้างในช่วงแรกๆ ที่เกี่ยวโยงกับประเด็นทางสังคมอย่างเรื่องการทำแท้งที่ดูไม่สมเหตุสมผลเท่าไรกับโลกยุคนี้

 

สิ่งที่ทำให้ สองนรี เป็นละครสายแข็ง นอกเหนือจากเรตติ้งที่ทะยานสูง เหตุผลแรกอาจเป็นเพราะสูตรความสนุกแบบละครไทย ที่มีตัวละครนำหญิงเป็นฝาแฝด ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องชี้วัดหนึ่งว่านักแสดงเหล่านี้จะสามารถตีบทที่แตกต่างออกมาได้อย่างไร และผู้ชมจะอยากติดตามต่อหรือไม่ 

 

ทำให้เราย้อนนึกไปถึง แอน ทองประสม ใน สองนรี เวอร์ชันแรก รวมถึง แรงเงา เวอร์ชันแรกที่แสดงได้สาแก่ใจมากๆ, ยุ้ย-จีรนันท์ มะโนแจ่ม ใน ผักบุ้งกับกุ้งนาง, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ใน แรงเงา รีเมก, วิว วรรณรท ใน สุดสายป่าน หรือล่าสุดอย่าง ญาญ่า อุรัสยา ใน กลิ่นกาสะลอง ที่เรียกกระแสผู้ชมไปได้พอสมควร 

 

ซึ่งใน สองนรี เราพบว่า มิน-พีชญา วัฒนามนตรี ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี นอกจากนี้ยังรวมไปถึงเนื้อหาที่รุนแรงในช่วงแรกๆ ของเรื่องที่เล่าถึงอาการป่วยของแฝดพี่ ทำเอาผู้ชมต่างเซอร์ไพรส์ในความแรงของบทที่เธอรับ รวมถึงบทในตอนก่อนหน้าที่เธอปะทะกับแม่ของเธออย่าง ตั๊ก-มยุรา เศวตศิลา ก็รุนแรงจนต้องร้องซี้ดแบบออกเสียง!

 

สองนรี เวอร์ชันหมอชิตนี้คือผลงานของค่ายพอดีคำ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ภายใต้การกำกับดูแลของ ธงชัย ประสงค์สันติ ที่ต้องยอมรับว่างานสร้างของค่ายนี้เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ สองนรี เวอร์ชันนี้แข็งแรงมากพอจะทำให้ผู้ชมชื่นชอบ 

 

ถึงแม้เราจะเห็นบ้านหรูสังคมไฮโซในโลเคชันเดิมๆ ที่ใช้กันจนช้ำ แต่ด้วยความสนุกของละครก็นำพาให้เรื่องราวโดดเด่นขึ้นมาได้ นับเป็นผลงานอีกเรื่องของค่ายพอดีคำที่น่าสนใจเทียบเคียงกับผลงานท็อปฟอร์มขึ้นหิ้งเรื่องก่อนๆ ทั้ง เพื่อนแพง (2558) ที่ส่งให้ เวียร์ ศุกลวัฒน์ และปุ๊กลุก ฝนทิพย์ ก้าวขึ้นเป็นนักแสดงขายฝีมืออย่างเต็มตัว หรือ ขมิ้นกับปูน (2559) ที่พา กรีน อัษฎาพร ให้กลายมาเป็นนักแสดงเจ้าบทบาทคนหนึ่งของวงการ

 

ใน สองนรี 2019 ถือเป็นการกลับมาร่วมงานอีกครั้งของ มิน พีชญา กับค่ายพอดีคำในรอบ 7 ปี หลังจากเคยประสบความสำเร็จมาแล้วจากละครเรื่อง หยกเลือดมังกร (2555) ที่ปลุกปั้นพีชญาให้เข้าชิงรางวัลนักแสดงนำหญิงจากเวทีนาฏราชในปีนั้น และปีหน้าเธออาจได้ขึ้นแท่นเข้าชิงอีกครั้ง ฟาดฟันกับ เบลล่า ราณี จาก กรงกรรม ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก จาก ใบไม้ที่ปลิดปลิว อย่างแน่นอน

 

ทางด้านเรตติ้งเองก็นับว่าทำได้ดีตามมาตรฐานช่อง 7 สี ที่ปีนี้ก็มีละครหลากรสมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลบภาพจำของการเป็นช่องที่มีละครบู๊ ละครชาวบ้านเท่านั้น

 

ความน่าสนใจคือ การเริ่มหันมาทำละครที่จะบุกตลาดคนเมืองมากขึ้น เพราะเราเชื่อว่าเรตติ้งในต่างจังหวัดของช่อง 7 นั้นเป็นความแข็งแรงที่สุดของช่องแล้ว และถ้าหากสามารถทำเรตติ้งในเขตกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ได้ดีขึ้น ช่องใหญ่อื่นๆ คงได้ร้อนๆ หนาวๆ กันแน่ๆ 

 

ซึ่ง สองนรี เองก็ทะยานเรตติ้งในกรุงเทพฯ ไปสูงถึง 5.8 ในตอนล่าสุด เรตติ้งรวมทั่วประเทศที่ 7.4 รวมถึงยอดผู้ชมสดในออนไลน์ก็สูงเกินกว่าหนึ่งแสนครั้ง พาให้ละครช่องอื่นเหงาหงอยไปตามกัน โดยเฉพาะคู่แข่งคนสำคัญอย่าง ลิขิตรักข้ามดวงดาว ที่เรตติ้งตกลงอย่างน่าขนลุก

 

สองนรี ออกออากาศทุกวันจันทร์และอังคาร เวลา 20.20 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 HD

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ทำไม ‘สองนรี’ ถึงเป็นละครสายแข็งที่สุดในชั่วโมงนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตั๊ก บงกช หวนคืนจอช่อง 3 ในรอบ 15 ปีกับละคร ‘ลายกินรี’ กำกับโดย อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ https://thestandard.co/lai-kinnaree/ Fri, 20 Sep 2019 11:40:26 +0000 https://thestandard.co/?p=289056 ลายกินรี

ถ้า กรงกรรม คือละครเขย่าจอที่สุดของช่อง 3 เมื่อต้นปีที่ […]

The post ตั๊ก บงกช หวนคืนจอช่อง 3 ในรอบ 15 ปีกับละคร ‘ลายกินรี’ กำกับโดย อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลายกินรี

ถ้า กรงกรรม คือละครเขย่าจอที่สุดของช่อง 3 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ปีหน้าฟ้าใหม่เราอาจจะเห็นปรากฏการณ์นี้อีกครั้งจากละครของค่ายแอคอาร์ต ที่ขึ้นชื่อเรื่องความประณีตของโปรดักชันและเข้มข้นกับบทอย่างมาก และ ลายกินรี คือละครเรื่องต่อไปที่จะได้ชมจากค่ายนี้ โดยเป็นการหยิบเอาวรรณกรรมพีเรียดสืบสวนสอบสวนมาดัดแปลงเป็นละคร

 

ลายกินรี คือนิยายจากผู้แต่งอย่าง พงศกร หรือนายแพทย์พงศกร จินดาวัฒนะ ที่ใส่เอาความชอบส่วนตัวในเรื่องผ้าลงไปในวรรณกรรมของเขาทุกๆ เรื่อง และถูกหยิบขึ้นมาดัดแปลงเป็นละครเรื่อยๆ ตั้งแต่ กี่เพ้า, สาปภูษา, กลกิโมโน, ลูกไม้ลายสนธยา และละครเรื่องนี้คือการหยิบเอานิยายที่ตีพิมพ์ในปี 2560 มาขึ้นจอ โดยเป็นเรื่องราวที่ย้อนไปในยุคกรุงศรีอยุธยา สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมและการสืบสวนสอบสวนระหว่างชาวบ้านและฝรั่งอั้งม้อที่เข้ามามีบทบาทในกรุงศรีอยุธยาช่วงนั้น โดยตัวละครหลักที่ต้องมาตามสืบเรื่องราวประหนึ่งโคนันคือ แม่หญิงพุดซ้อน รับบทโดย ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ มาแสดงกับคู่ขวัญของเธอ ณเดชน์ คูกิมิยะ ร่วมด้วยนักแสดงสมทบมากมายทั้ง นิว-ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต, เดียร์น่า ฟลีโป, ก๊อต-จิรายุ ตันตระกูล และเดวิด อัศวนนท์

 

หนึ่งความน่าสนใจในละครเรื่องนี้คือการจีบหนึ่งในนักแสดงสาวคนเก่งของวงการบันเทิงไทยอย่าง ตั๊ก-บงกช เบญจรงคกุล ให้กลับมาเล่นละครอีกครั้งในรอบ 8 ปี นับจากการไปปรากฏตัวในละครเรื่อง สาวน้อย เมื่อปี 2554 และเป็นการหวนสู่จอช่อง 3 อีกครั้งในรอบ 15 ปี นับแต่ละครเรื่อง รักแผลงฤทธิ์  ประกบ นก-ฉัตรชัย เปล่งพานิช บทบาทที่เธอได้รับก็เป็นบทบาทสำคัญอย่าง เจ้าจอมกินรี เจ้าของผ้าที่มีเงื่อนงำให้พวกเราต้องไปร่วมค้นหาคำตอบกัน และเหนือสิ่งอื่นใด เราคิดถึงการแสดงสุดจัดจ้านของเธออย่างมาก

 

ลายกินรี อยู่ภายใต้การดูแลของค่ายแอคอาร์ต โดย อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ที่ตอนนี้สุขภาพของเขากลับมาเข้าที่เข้าทางจนพร้อมลุยงานอีกครั้ง และยังนั่งแท่นผู้กำกับเองอีกด้วย โดย ลายกินรี มีแผนจะออกอากาศในปี 2563 ทางช่อง 3 ที่คิดว่าจะเป็นอีกหมัดเด็ดที่น่าจะฮุกคนดูได้

 

ลายกินรี

ลายกินรี

 

ภาพ: Act Art Generation 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ตั๊ก บงกช หวนคืนจอช่อง 3 ในรอบ 15 ปีกับละคร ‘ลายกินรี’ กำกับโดย อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เขามาจากนอกโลก ส่วนเธอคือซุป’ตาร์ก๋ากั่น ลิขิตรักข้ามดวงดาว เตรียมลงจอคืนนี้! https://thestandard.co/you-who-came-from-the-stars-thai-version/ Tue, 17 Sep 2019 11:30:01 +0000 https://thestandard.co/?p=287928 You Who Came from the Stars

ขึ้นชื่อว่าเป็นละครฟอร์มใหญ่เรื่องหนึ่งที่ได้รับความสนใ […]

The post เขามาจากนอกโลก ส่วนเธอคือซุป’ตาร์ก๋ากั่น ลิขิตรักข้ามดวงดาว เตรียมลงจอคืนนี้! appeared first on THE STANDARD.

]]>
You Who Came from the Stars

ขึ้นชื่อว่าเป็นละครฟอร์มใหญ่เรื่องหนึ่งที่ได้รับความสนใจมาตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์ กับซีรีส์ลิขสิทธิ์แท้จากเกาหลี You Who Came from the Stars หรือในชื่อไทย ‘ลิขิตรักข้ามดวงดาว’ ที่เตรียมจะออกอากาศตอนแรกให้ได้ชมกันสักทีในคืนนี้ (17 ก.ย) หลังจากที่ผ่านมามีเรื่องราวว้าวุ่นเกิดขึ้นมากมายในระหว่างที่โปรเจกต์กำลังดำเนินงาน ตั้งแต่การเปลี่ยนตัวผู้กำกับ การคัดเลือกนักแสดง รวมไปถึงข่าวใหญ่ของนักแสดงนำที่หลายฝ่ายยังกังวลว่าอาจจะส่งผลต่อเรตติ้งของละคร 

 

ลิขิตรักข้ามดวงดาว เป็นละครแนวโรแมนติก-คอเมดี้ที่เติมแต่งเรื่องแฟนตาซีเข้ามา ว่าด้วยเรื่องของ อชิระ (รับบทโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ) สิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดนอกโลกที่พลัดหลงมาอาศัยอยู่บนโลกตั้งแต่ 400 ปีก่อน ต่อมาเขาได้มาเจอกับซูเปอร์สตาร์ก๋ากั่นอย่าง ฟ้ารดา (รับบทโดย ภีรนีย์ คงไทย) ที่อาศัยอยู่ข้างห้องของเขา จนเกิดเป็นความรักสุดชุลมุนเกินจริงที่น่าติดตาม 

 

ที่สำคัญ การที่ช่อง 3 ยอมทุ่มทุนซื้อลิขสิทธิ์ซีรีส์เรื่องนี้เข้ามาดัดแปลงเป็นเวอร์ชันไทยนั้นถือเป็นก้าวใหม่ วิธีคิดใหม่ ที่กล้าจะลองนำเสนอเรื่องราวใหม่ๆ ไม่ได้ใช้แต่สูตรปรุงละครเดิมๆ ที่นำเนื้อหามาจากนิยายไทยหรือรีเมกจากละครเก่า ในสถานการณ์ที่การต่อสู้ด้านคอนเทนต์ซีรีส์และละครกำลังกลายเป็นพื้นที่ที่หลายช่อง หลายแพลตฟอร์มกำลังต่อสู้เพื่อช่วงชิงฐานคนดูกันอย่างดุเดือด

 

สิ่งหนึ่งที่เราเชื่อเหลือเกินคือการรับบท ฟ้ารดา ของนางเอกอย่าง แมท ภีรนีย์ ที่เธอมักจะถอดบทบาทตัวเองในการเล่นบทคอเมดี้ได้อย่างน่าสนใจ อย่างครั้งที่เธอทำได้ในบท ลูกจัน จากเรื่อง รักนี้…เจ้จัดให้ (2557) รวมไปถึงคาแรกเตอร์นางเอกของเรื่องที่ต้องมีทั้งความโก๊ะ ความเวอร์ จริตใหญ่ๆ ซึ่งเธอก็เคยรับบทนางเอกร้ายๆ ที่ฟาดฟันถึงพริกถึงขิงมาแล้วอย่างบท ลีลา จาก ไฟล้างไฟ (2558) และหากเธอทำบทนี้ได้อย่างถึงเครื่องทั้งร้าย ทั้งตลก เรามั่นใจว่าเธอจะสามารถยืนโดดเด่นในช่วงประกาศรางวัลทางการแสดงในปีหน้าได้อย่างแน่นอน ด้านพระเอกอย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ ที่ห่างหายจากจอละครไปเกือบ 2 ปีเต็ม แต่ปีที่แล้วเขาเองก็มีภาพยนตร์ นาคี 2 ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ซึ่งเราไม่ห่วงในเรื่องการแสดงของเขาเลย

 

ขณะเดียวกัน อุปสรรคใหญ่ยิ่งและเป็นอีกก้าวท้าทายของละครเรื่องนี้ซึ่งจะต้องข้ามผ่านไปให้ได้คือการเอาชนะกับ ‘โมเมนต์ข่าวแรงๆ’ ของนางเอกสาวที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นปีจนทำให้ชื่อเสียงของเธอติดลบไปในช่วงหนึ่ง ผลกระทบที่ตามมาคือการที่ละครเรื่องล่าสุดของเธออย่าง บ่วงนฤมิต ละครดองข้ามปีที่เพิ่งได้ออกอากาศเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมามีเรตติ้งเฉลี่ยเพียง 1.7 เท่านั้นตลอดระยะเวลาการฉาย ขณะเดียวกันถ้าเปิดใจกว้างให้กับเธอแล้วมองให้ลึกถึงเนื้อหา เรื่องราวในละครที่ไม่ดึงดูดผู้ชมก็มีส่วนทำให้เรตติ้งละครต่ำเตี้ยด้วยเช่นกัน

 

ส่วน ณ ตอนนี้เราต้องมาลุ้นกันอีกครั้งว่าที่สุดแล้ว ลิขิตรักข้ามดวงดาว จะสามารถพาเรตติ้งไปได้ไกลถึงดาวดวงไหน เพราะละครเรื่องก่อนหน้าอย่าง ด้ายแดง ก็ทำเรตติ้งได้ไม่น่าพอใจนัก

 

ลิขิตรักข้ามดวงดาว เวอร์ชันไทยนี้อยู่ภายใต้การดูแลของ บรอดคาสต์ ไทย เทเลวิชัน โดยใช้ทุนสร้างมากกว่า 50 ล้านบาท ได้มือเขียนบทอย่าง สุธิสา วงษ์อยู่ (กำไลมาศ, เลื่อมสลับลาย, แอบรักออนไลน์) มาเขียนบทให้ ส่วนทางผู้กำกับก็ได้ ภวัต พนังคศิริ ที่เคยฝากผลงานสุดพีกไว้อย่างภาพยนตร์เรื่อง นาคปรก และละคร บุพเพสันนิวาส มานั่งเก้าอี้กำกับ ซึ่งมีการเปลี่ยนตัวผู้กำกับจากเดิมคือ พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ หลังจากถ่ายทำไปแล้วประมาณ 20% โดยไม่ทราบสาเหตุ

 

ลิขิตรักข้ามดวงดาว ยังมีนักแสดงสมทบมากมายทั้ง กมลเนตร เรืองศรี, มาสุ จรรยางค์ดีกุล, พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ, มนตรี เจนอักษร ฯลฯ ลงจอทุกวันจันทร์-อังคาร โดยจะเริ่มออกอากาศคืนนี้ (17 ก.ย.) เป็นตอนแรก ซึ่งจะออกหัวหรือออกก้อย เราต้องมารอฟังฟีดแบ็กของผู้ชมกันดู

 

ภาพ: Ch3 Thailand

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post เขามาจากนอกโลก ส่วนเธอคือซุป’ตาร์ก๋ากั่น ลิขิตรักข้ามดวงดาว เตรียมลงจอคืนนี้! appeared first on THE STANDARD.

]]>
3 สิงหาคม 2560 – ย้อนรอย 2 ปี ละคร เพลิงบุญ: เรื่องราวเพื่อนรักเพื่อนร้ายที่กลายเป็นกระแสเขย่าโซเชียล https://thestandard.co/poponthisday03082560/ Sat, 03 Aug 2019 09:28:31 +0000 https://thestandard.co/?p=277449 ละคร เพลิงบุญ

ถ้าจะพูดถึงเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดในวงการละครไทย ใจเริงก […]

The post 3 สิงหาคม 2560 – ย้อนรอย 2 ปี ละคร เพลิงบุญ: เรื่องราวเพื่อนรักเพื่อนร้ายที่กลายเป็นกระแสเขย่าโซเชียล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ละคร เพลิงบุญ

ถ้าจะพูดถึงเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดในวงการละครไทย ใจเริงกับพิมาลาจาก เพลิงบุญ ต้องเป็นคู่หูตัวท็อปในลิสต์อย่างแน่นอน ด้วยความเผ็ดร้อนของเรื่องราวสะท้อนปัญหาความสัมพันธ์ชายหญิงในสังคมไทยที่อัดแน่นไปด้วยความดราม่า และซีนอารมณ์ที่พาผู้ชมทั่วประเทศอินไปตามๆ กัน บวกกับการแสดงอันยอดเยี่ยมของทีมนักแสดงแถวหน้า โดยเฉพาะ เจนี่ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร ที่เข้าถึงบทบาทจนคนดูต้องร้องตามกันด้วยอินเนอร์แรงว่า “เพื่อนก็ชั่ว…ผัวก็เลว!!” 

 

เพลิงบุญ ดัดแปลงมาจากบทประพันธ์ของ กฤษณา อโศกสิน เคยถูกสร้างเป็นละครมาแล้วในปี 2539 นำแสดงโดย ฉัตรชัย เปล่งพานิช ในบท ฤกษ์, แอน ทองประสม ในบท พิมาลา และบุษกร วงศ์พัวพันธ์ ในบท ใจเริง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในบทบาทที่โด่งดังที่สุดของเธอ สำหรับเวอร์ชันล่าสุดออกอากาศตอนแรกเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2560 ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 กำกับโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์ นำแสดงโดย ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ ในบท ฤกษ์, เบลล่า-ราณี แคมเปน ในบท พิมาลา และเจนี่ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร ในบท ใจเริง 

 

ละครเล่าเรื่องราวของพิมาลาและใจเริง สองสาวเพื่อนสนิทที่แตกต่างกันสุดขั้วทั้งนิสัย บุคลิก รวมไปถึงฐานะทางบ้าน โดยเริงเป็นสาวสวยมั่นใจผู้มาจากครอบครัวนักการเมืองชื่อดังที่ตามใจเธอตั้งแต่ยังเด็ก ตรงข้ามกับพิมาลาซึ่งถูกเลี้ยงดูมาอย่างเข้มงวดโดยคุณแม่เพียงคนเดียว เธอจึงเป็นคนเรียบร้อย ไม่กล้าแสดงออก และมีเพื่อนไม่เยอะ สิ่งนี้ทำให้พิมาลารู้สึกผูกพันกับใจเริงอย่างมาก แม้หลายคนจะมองว่าใจเริงคบกับเธอเพียงเพื่อให้รู้สึกเหนือกว่า แต่ทั้งคู่ก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาตลอด จนกระทั่งได้พบกับฤกษ์ หนุ่มหล่อที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเธอ 

 

เพลิงบุญ กลายเป็นปรากฏการณ์ความฮิตถล่มทลายด้วยกระแสตอบรับดีเยี่ยม โดยเฉพาะในโลกโซเชียลมีเดีย ซึ่ง #เพลิงบุญ ได้กลายเป็นเทรนด์อันดับ 1 บนทวิตเตอร์ทุกสัปดาห์หลังละครออกอากาศทางโทรทัศน์ นอกจากนี้คลิปเข้าบทระหว่างเจนี่และป้องกับประโยคติดปากว่า “ที่เริงซื้อเพราะว่ามันถอดง่ายน่ะค่ะ” ยังกลายเป็นวิดีโอที่มีผู้เข้าชมมากถึง 68 ล้านวิวบนยูทูบ

The post 3 สิงหาคม 2560 – ย้อนรอย 2 ปี ละคร เพลิงบุญ: เรื่องราวเพื่อนรักเพื่อนร้ายที่กลายเป็นกระแสเขย่าโซเชียล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถอด 4 คาแรกเตอร์ใน ‘กลิ่นกาสะลอง’ ญาญ่าแสดงเป็นใคร ทำไมคนชมกันทั่วบ้านทั่วเมือง https://thestandard.co/klinkasalong-urassaya-characters/ Fri, 05 Jul 2019 02:47:37 +0000 https://thestandard.co/?p=268234 กลิ่นกาสะลอง

กลิ่นกาสะลอง ละครดราม่าพีเรียดคั้นอารมณ์เรื่องราวปมความ […]

The post ถอด 4 คาแรกเตอร์ใน ‘กลิ่นกาสะลอง’ ญาญ่าแสดงเป็นใคร ทำไมคนชมกันทั่วบ้านทั่วเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลิ่นกาสะลอง

กลิ่นกาสะลอง ละครดราม่าพีเรียดคั้นอารมณ์เรื่องราวปมความรัก ความแค้น และอิจฉาริษยาข้ามภพ กำลังเป็นกระแสร้อนแรงจนต้องติดแท็ก #กลิ่นกาสะลอง กันแบบเรียลไทม์บนทวิตเตอร์ทุกสัปดาห์ที่ออกอากาศ 

 

ที่น่าสนใจคือ นักแสดงสาว ญาญ่า อุรัสยา นอกจากจะต้องฝึกพูดภาษาเหนือแล้วยังรับแสดงถึง 4 บทบาทที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นบทสาวกาสะลองหวานอ่อนโยน, บทซ้องปีบสาวขี้วีนโมโหร้าย, พริมพี่สาวมั่นสมัยใหม่ และผีกาสะลอง บทหลอนวิญญาณแค้น แม้จะรับบทหนักทั้งหมด 4 บท แต่เธอก็สามารถถ่ายทอดอารมณ์และแยกความเป็นตัวละครนั้นๆ ออกมาได้อย่างชัดเจน จนคนดูเชื่อว่าเธอแสดงเป็นคนละคนจริงๆ

 

THE STANDARD POP ได้รวบรวม 4 คาแรกเตอร์ท้าทายฝีมือการแสดงครั้งล่าสุดไว้ตรงนี้ เผื่อใครยังไม่มีเวลาตามดูละครที่กำลังเป็นกระแส ขณะเดียวกันเราก็ทำไว้เพื่อให้แฟนๆ ละครได้มาร่วมแชร์คอมเมนต์ แชร์ภาพ แชร์ GIF ว่าใครชอบซีนใด คาแรกเตอร์ไหนที่สุด 

 

กลิ่นกาสะลอง

 

ซ้องปีบ 

แฝดน้องสาว ช่างพูด ช่างเจรจา กล้าแสดงออก เธอคือลูกสาวคนโปรด เป็นที่เชิดหน้าชูตาของพ่อ ฉะนั้นซ้องปีบเลยติดนิสัยเอาแต่ใจมาตั้งแต่เด็ก อยากได้อะไรก็ต้องได้ 

 

นอกจากจะมีปมในใจมาตั้งแต่เด็กเพราะคิดว่าแม่รักแฝดพี่มากกว่า ซ้องปีบยังมีปมเรื่องชายที่เธอหลงรัก ที่กลับไปชอบพอกับแฝดพี่ของตัวเอง และทำให้เธอมีแต่ความอิจฉาริษยา ความโกรธแค้น คอยแต่จะรังแกพี่สาวของเธออยู่ร่ำไป

 

กลิ่นกาสะลอง

 

กาสะลอง 

แฝดพี่สาวผู้อ่อนโยน จิตใจดี เธอพูดน้อยและติดไปทางขี้กลัว แถมยังบอบบางป่วยง่าย ทำให้แม่ต้องคอยดูแลประคบประหงมอย่างใกล้ชิดมาตั้งแต่เด็ก

 

แม้หน้าตาจะเหมือนกัน คลอดออกมาจากท้องแม่เดียวกัน แต่เพราะความนิ่มนวล บอบบาง ทำให้พ่อผู้ให้กำเนิดทั้งรักทั้งชัง เพราะเป็นลูกคนโตแต่กลับไม่เป็นที่เชิดหน้าชูตาของครอบครัว ผสมโรงกับการใส่ไฟ พริก ขิง ข่า เครื่องแกงจนเผ็ดร้อนจากปากแฝดน้อง ยิ่งทำให้เธอถูกพ่อดุด่าลงโทษอยู่ตลอดร่ำไป 

 

กลิ่นกาสะลอง

 

ผีกาสะลอง

เพราะโชคชะตานำพามาแต่เรื่องร้าย เนื่องจากความแค้นก่อนตายที่เธอถูกซ้องปีบขังไว้ในยุ้งฉางจนเสียชีวิต เธอจึงกลายเป็นวิญญาณร้ายที่อัดแน่นไปด้วยความแค้นข้ามภพข้ามชาติ กระทั่งผู้ชายคนรักและน้องสาวตัวดีกลับมาเกิดใหม่ เธอจึงสวมรอยเป็นพิมพ์พิศา ไปใช้ชีวิตอยู่กับหมอทรัพย์ 

 

กลิ่นกาสะลอง

 

พิมพ์พิศา หรือพริมพี่

เธอคือชีวิตในภพชาติใหม่ของซ้องปีบ แพทย์สาวสมัยใหม่ที่มั่นใจในตัวเองคนนี้กำลังอยู่ในช่วงระหองระแหงกับคู่หมั้นอย่างคุณหมอทินกฤต (เจมส์ มาร์) และความสัมพันธ์ที่จะเรียกว่า ‘รัก’ ได้ไม่เต็มปาก ก็เป็นเพราะทินกฤตรู้สึกว่าตนเองกำลังเฝ้ารอใครสักคนอยู่… 

 

ล่าสุดละคร กลิ่นกาสะลอง ได้เดินทางมาถึงตอนที่ 8 แล้ว บอกเลยว่าเรื่องราวกำลังเข้มข้นถึงเครื่องขึ้นเรื่อยๆ ใครเป็นแฟนเดี๋ยวเราติดตามไปพร้อมกัน ส่วนใครยังไม่ว่างรีบเคลียร์งานแล้วรีบตามให้ทัน แล้ววันจันทร์-อังคารหน้าเจอกันที่หน้าจอช่อง 3 

 

ภาพ: ช่อง 3

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า 

อ้างอิง:

The post ถอด 4 คาแรกเตอร์ใน ‘กลิ่นกาสะลอง’ ญาญ่าแสดงเป็นใคร ทำไมคนชมกันทั่วบ้านทั่วเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
7 พฤษภาคม 2551 ‘สวรรค์เบี่ยง’ ออกอากาศตอนสุดท้าย ละครตบ-จูบยอดฮิต ที่ทำคนดูลุ้นสุดชีวิตไปกับความรักสุดดราม่าของคาวีและนาริน https://thestandard.co/pop-on-this-day-7-may-2551/ Mon, 06 May 2019 23:00:41 +0000 https://thestandard.co/?p=243969 สวรรค์เบี่ยง

จะพูดถึงละครไทยสไตล์ตูบ-จูบเรื่องแรกๆ ที่นึกถึง คงหนีไม […]

The post 7 พฤษภาคม 2551 ‘สวรรค์เบี่ยง’ ออกอากาศตอนสุดท้าย ละครตบ-จูบยอดฮิต ที่ทำคนดูลุ้นสุดชีวิตไปกับความรักสุดดราม่าของคาวีและนาริน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สวรรค์เบี่ยง

จะพูดถึงละครไทยสไตล์ตูบ-จูบเรื่องแรกๆ ที่นึกถึง คงหนีไม่พ้น สวรรค์เบี่ยง เพราะถือเป็นละครไทยระดับคลาสสิก ที่ไม่ว่าจะเอามารีเมกกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ก็ยังได้รับความนิยมแบบถล่มทลาย อย่างในเวอร์ชันล่าสุดเมื่อปี 2551 ก็สามารถทำเรตติ้งเฉลี่ยทั้งเรื่องได้สูงถึง 14.6 โดยเฉพาะในตอนอวสาน ซึ่งออกอากาศเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2551 ที่ได้สร้างปรากฏการณ์คนโล่งถนนร้าง เพราะทุกสายตาต่างจับจ้องและรอคอยกับบทสรุปของละครเรื่องนี้ จนทำให้มีเรตติ้งสูงถึง 21.1

 

สวรรค์เบี่ยง ดัดแปลงมาจากบทประพันธ์ของ กฤษณา อโศกสิน เจ้าของวรรณกรรมยอดนิยมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เมียหลวง, เพลิงบุญ, หลงไฟ, เวียงแว่นฟ้า ฯลฯ โดยเริ่มแรกถูกดัดแปลงไปสร้างเป็นภาพยนตร์ใน พ.ศ. 2513 นำแสดงโดยดาราคู่ขวัญแห่งยุคอย่าง มิตร ชัยบัญชา และ เพชรา เชาวราษฎร์ ก่อนจะถูกนำไปสร้างเป็นละครอีกถึง 5 ครั้ง ใน พ.ศ. 2514, 2519, 2531, 2541 และเวอร์ชันล่าสุด พ.ศ. 2551

 

สวรรค์เบี่ยง เวอร์ชันล่าสุด ออกอากาศเมื่อวันที่ 21 มีนาคม – 7 พฤษภาคม 2551 ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 กำกับละครโดย อำไพพร จิตต์ไม่งง นำแสดงโดย เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ ในบท คาวี และ แอน ทองประสม ในบท นาริน เสริมทัพด้วย ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์, หลุยส์ สก็อต, เจนสุดา ปานโต, นิธิชัย ยศอมรสุนทร โชติรส แก้วพินิจ และ ดิลก ทองวัฒนา

 

ละครเล่าเรื่องราวของคาวีและนาริน สองหนุ่มสาวผู้ไม่ถูกกันเลยตั้งแต่เริ่มแรก เนื่องจากคาวีเคยทำให้ลีลา (พี่สาวของนาริน) ต้องอับอาย โดยการประจานว่า ลีลาเป็นผู้หญิงที่จ้องแต่จะจับผู้ชายรวยๆ แต่งงานเพื่อยกฐานะทางสังคม นารินจึงต้องออกตัวปกป้องพี่สาว และเอาคืนคาวีอย่างแสบสัน จนคาวีโกรธแค้นมาก กระทั่งเกิดเหตุร้ายบางอย่าง ที่ทำให้ลีลาต้องเข้าไปพัวพันกับคิด (พ่อของคาวี) จนสุดท้ายทั้งคู่ก็ตกหลุมรักและแต่งงานกัน เป็นเหตุให้นารินจำต้องย้ายบ้านตามพี่สาวเข้าไปอยู่ในบ้านของคิด ร่วมชายคาเดียวกับคาวี สงครามฝีปากระหว่างพระนางทั้งสองจึงเริ่มขึ้น ก่อนจะพัฒนากลายเป็นความรู้สึกบางอย่าง

The post 7 พฤษภาคม 2551 ‘สวรรค์เบี่ยง’ ออกอากาศตอนสุดท้าย ละครตบ-จูบยอดฮิต ที่ทำคนดูลุ้นสุดชีวิตไปกับความรักสุดดราม่าของคาวีและนาริน appeared first on THE STANDARD.

]]>