ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ลดาวัลลิ์-วงศ์ศรีวงศ์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 03 Jul 2019 07:45:05 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ภูมิธรรมประกาศวางมือเลขาฯ เพื่อไทย กรรมการชุดเก่ายุติบทบาท หนุนทำงานนอกสภาฯ มีชื่อสมพงษ์ชิงหัวหน้า https://thestandard.co/phumtham-resignation-of-secretary-pheu-thai-party/ Wed, 03 Jul 2019 07:45:05 +0000 https://thestandard.co/?p=267777

ภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และลดาวัลลิ์ วงศ […]

The post ภูมิธรรมประกาศวางมือเลขาฯ เพื่อไทย กรรมการชุดเก่ายุติบทบาท หนุนทำงานนอกสภาฯ มีชื่อสมพงษ์ชิงหัวหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>

ภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรค แถลงข่าวหลังการประชุมกรรมการบริหารพรรคว่า พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเรียบร้อยแล้ว และภูมิธรรมได้ยื่นหนังสือลาออกต่อคณะกรรมการบริหารพรรคให้รับทราบ ทำให้กรรมการบริหารพรรคต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งชุด และจะยื่นหนังสือให้ กกต. ทราบหลังจากนี้ 

 

ขณะเดียวกันที่ประชุมมีมติให้ ปลอดประสพ สุรัสวดี ดำรงตำแหน่งเป็นรักษาการหัวหน้าพรรค และจะมีการจัดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี ครั้งที่ 1 ในวันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคมนี้ เวลา 10.00 น. โดยจะมีตัวแทนประจำจังหวัด ผู้แทนภาค ผู้แทนสาขา ส.ส. อดีต ส.ส. และอดีตรัฐมนตรี จำนวน 490 คน ร่วมประชุมเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ และหัวหน้าพรรคจะเลือกกรรมการบริหารพรรคอีกไม่เกิน 29 คน

 

ทั้งนี้ภูมิธรรมชี้แจงว่าแม้พรรคเพื่อไทยจะได้เสียงมากที่สุดจากการเลือกตั้ง แต่ไม่มี ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อเลย และกฎหมายกำหนดให้ผู้นำฝ่ายค้านต้องเป็น ส.ส. และหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านที่มีเสียงมากที่สุดเท่านั้น ซึ่งกลางเดือนกรกฎาคมนี้คาดว่าจะได้รายชื่อหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และโปรดเกล้าฯ รายชื่อผู้นำฝ่ายค้านพร้อมกับคณะรัฐมนตรี นอกจากนี้ภูมิธรรมยังยอมรับว่าในที่ประชุมมีการนำเสนอรายชื่อบุคคลจำนวนหนึ่งที่เหมาะสมเป็นหัวหน้าพรรคให้ที่ประชุมใหญ่ได้พิจารณา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส. จังหวัดเชียงใหม่ ตามกระแสข่าว

 

ภูมิธรรมยังกล่าวอีกว่าตนเป็นเลขาธิการพรรคมาตั้งแต่ต้น รวมถึงสมัยนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร และผ่านวิกฤตการณ์มาหลายครั้งหลายหน ตนได้ประคับประคองพรรคและดูแลมาจนผ่านพ้นวิกฤตการณ์ของการทำรัฐประหารจนประสบความสำเร็จ และได้รับการยอมรับจากพี่น้องประชาชนว่าเป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งอันดับหนึ่ง แต่ด้วยกติกาที่ไม่เป็นธรรมทำให้ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล ดังนั้นก่อนที่จะผ่านพ้นวาระนี้ไป 7 พรรคฝ่ายค้านจึงร่วมมือกันเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนถึงการแก้ไขกติกา โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญที่เป็นอุปสรรคสำคัญของประเทศ ซึ่งเป็นภารกิจที่ 7 พรรคฝ่ายค้านจะต้องทำงานร่วมกันต่อไป ทั้งวิปร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและการมีส่วนร่วมของประชาชนในสถาบันองค์กรต่างๆ นอกสภาฯ ตนถือว่าทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว จากนี้ไปคนรุ่นหลังต้องแบกรับภารกิจ พร้อมยืนยันว่าตนก็ไม่ได้ไปไหน ยังยึดมั่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตยเช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทย

 

เลขาธิการพรรคเพื่อไทยยอมรับว่าคราวนี้ตนปฏิเสธที่จะถูกเสนอชื่อเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคใหม่ เพื่อที่จะเปิดทางให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน ตนไม่รู้สึกใจหายหรือเสียใจ เพราะเชื่อว่าคนที่มีอุดมการณ์อยู่ตรงไหนก็ทำงานได้ ตนขอเป็นกำลังเสริมเพื่อให้พรรคกอบกู้เอาประชาธิปไตยมาสู่คนไทย และยืนยันไม่ย้ายพรรค ยังยึดมั่นในอุดมการณ์และเชื่อมั่นในพรรค ตนจะเป็นฝ่ายสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ทำงานให้พรรคเพื่อเป็นที่พึ่งของประชาชน

 

“ถ้าไม่มีอะไรที่เป็นปัญหาก็คิดว่าจะยังช่วยให้พรรคทำหน้าที่นี้ได้ อาจจะไปช่วยสนับสนุนผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ และจะได้มีเวลาคิดทบทวนประสบการณ์ทั้งหมดที่อยู่กับการเมืองของประเทศไทยมาใช้ประโยชน์”

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าในอนาคตจะมีพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยอื่นมาชวนไปอยู่ด้วยหรือไม่ ภูมิธรรมตอบว่ายังไม่อยากพูดถึงอนาคต แต่ถ้าพรรคใดมีอุดมการณ์ประชาธิปไตยเหมือนกันก็ทำงานร่วมกันได้

 

นอกจากนี้ยังปฏิเสธว่าการเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคครั้งนี้ไม่ใช่การรีแบรนด์พรรค เพราะส่วนตัวยังไม่คิดว่าพรรคเพื่อไทยเก่าหรือล้าสมัย แต่เป็นพรรคที่มีอุดมการณ์ยึดโยงกับประชาชน ตนเชื่อว่าประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำให้ประชาชนกินดีอยู่ดี อีกอย่างคือพรรคยังยึดโยงกับประชาชน คิดนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชน และพรรคยังเท่าทันการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งการปรับคณะกรรมการบริหารพรรคครั้งนี้ไม่ใช่การปรับเพื่อเข้าไปทำงานในสภาฯ อย่างเดียว แต่พรรคปรับตัวเองอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว ส่วนจำนวนกรรมการบริหารพรรคจะมีเท่าเดิมหรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ แต่ส่วนตัวมองว่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมา จำนวนกรรมการบริหารพรรค 29 คนเหมาะสมกับประสบการณ์ของพรรคที่ถูกโจมตีทางการเมือง โดนยุบพรรค และทำให้กรรมการบริหารพรรคโดนตัดสิทธิไปหลายร้อยคน 

 

ภูมิธรรมกล่าวทิ้งท้ายว่าการเมืองใหม่ควรจะเป็นการเมืองซึ่งใช้ตำแหน่งหน้าที่ที่มีอยู่ทำงาน ไม่ใช่ยึดมั่นแต่ผลประโยชน์ของตนมาแย่งชิงตำแหน่งของตัวเอง เพราะหากเป็นเช่นนั้น ประชาชนก็จะเสียศรัทธา มาวันนี้ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกอะไร แม้จะไม่มีตำแหน่งใดๆ แต่ยังเป็นคนการเมือง ยังสามารถทำงานการเมืองได้ ยังสามารถทำประโยชน์ให้กับสังคม และสามารถวิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่ไม่ถูกต้องได้

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ภูมิธรรมประกาศวางมือเลขาฯ เพื่อไทย กรรมการชุดเก่ายุติบทบาท หนุนทำงานนอกสภาฯ มีชื่อสมพงษ์ชิงหัวหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพื่อไทย ตั้งฉายา รธน. ฉบับปล่อยโกง หลังศุภชัยไม่บรรจุญัตติพรรคฝ่ายค้าน ให้สภาฯ ตั้ง กมธ. ศึกษาการสรรหา ส.ว. https://thestandard.co/pheu-thai-party-nicknamed-the-fraudulent-constitution/ Thu, 27 Jun 2019 06:12:00 +0000 https://thestandard.co/?p=265832

เช้าวันนี้ ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเ […]

The post เพื่อไทย ตั้งฉายา รธน. ฉบับปล่อยโกง หลังศุภชัยไม่บรรจุญัตติพรรคฝ่ายค้าน ให้สภาฯ ตั้ง กมธ. ศึกษาการสรรหา ส.ว. appeared first on THE STANDARD.

]]>

เช้าวันนี้ ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยกรณีศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ปฏิเสธการบรรจุระเบียบวาระญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา และสอบสวนหาข้อเท็จจริงการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา ที่พรรคฝ่ายค้านเสนอว่า พรรคฝ่ายค้านไม่ยอมรับการตัดสินใจเช่นนี้ จะอ้างว่าสภาฯ ไม่มีหน้าที่ตรวจสอบ คสช. ก็อ้างไม่ได้ เพราะสภาฯ ต้องการหาข้อเท็จจริง ว่ากรรมการสรรหา ส.ว. ที่พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานนั้น มีวิธีการสรรหา ส.ว. อย่างไร 

       

อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าไม่มีข้อยกเว้นที่ คสช. จะไม่ถูกสภาฯ และประชาชนตรวจสอบ เนื่องจาก คสช. คือผู้ใช้อำนาจรัฐ อันเป็นอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย ใช้เงินจากภาษีอากรของชาวบ้านเป็นค่าตอบแทนต่างๆ ซึ่งจะต้องใช้อำนาจรัฐอย่างถูกต้อง เป็นธรรม เปิดเผยได้ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม

 

ลดาวัลลิ์ กล่าวว่า หากชวน หลีกภัย ไม่ยอมบรรจุระเบียบวาระญัตตินี้ ให้ประธานสภาฯ ได้ตอบว่าสภาผู้แทนฯ ประชาชน และสื่อมวลชน จะหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ได้ทางช่องทางไหน รวมทั้งขอเรียกร้องไปยังคณะกรรมการร่าง รธน. ทุกคน โดยเฉพาะ มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่าง รธน. ขอให้รีบออกมาแถลงว่า รธน. มาตราไหน หมวดใด ที่เขียนยกเว้นไม่ให้สภาฯ หรือประชาชนตรวจสอบกรรมการสรรหา ส.ว.  

 

“มีชัยเคยให้ฉายา รธน. 2560 ด้วยความภูมิใจว่าเป็นฉบับปราบโกง ถึงตอนนี้น่าจะพิสูจน์ได้แล้วหรือไม่ว่าไม่ใช่ปราบโกง หากแต่เป็นฉบับปล่อยโกงมากกว่า ซึ่งหมายถึงการปล่อยให้การสรรหา ส.ว. เป็นไปเพื่อพวกพ้องญาติพี่น้อง คนใกล้ชิดของ คสช. โดยที่ไม่มีองค์กรใดมาตรวจสอบได้ แม้แต่สภาผู้แทนฯ ซึ่งประชาชนได้เลือกตัวแทน และคาดหวังว่าจะทำหน้าที่แทนพวกเขาได้ พรรคเพื่อไทยจะไม่ยอมให้เรื่องนี้ผ่านไปโดยไม่ทำอะไร จะไม่ปล่อยให้ คสช. และ ครม. พล.อ. ประยุทธ์ เป็นอภิสิทธิ์องค์กร มี พล.อ. ประยุทธ์ เป็นหัวหน้าที่อยู่นอกเหนือการตรวจสอบใดๆ ทั้งสิ้น”

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post เพื่อไทย ตั้งฉายา รธน. ฉบับปล่อยโกง หลังศุภชัยไม่บรรจุญัตติพรรคฝ่ายค้าน ให้สภาฯ ตั้ง กมธ. ศึกษาการสรรหา ส.ว. appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษกเพื่อไทยตั้งกระทู้ถามด่วนนอกสภาฯ ให้ พล.อ. ประยุทธ์ ตอบปมสรรหา ส.ว. ชี้เลือกนายกฯ เป็นโมฆะ https://thestandard.co/pheu-thai-party-ask-prayuth-recruiting-senators/ Tue, 18 Jun 2019 05:23:59 +0000 https://thestandard.co/?p=263229

ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จนถึงบั […]

The post โฆษกเพื่อไทยตั้งกระทู้ถามด่วนนอกสภาฯ ให้ พล.อ. ประยุทธ์ ตอบปมสรรหา ส.ว. ชี้เลือกนายกฯ เป็นโมฆะ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จนถึงบัดนี้ทาง คสช. ก็ยังไม่มีคำตอบเกี่ยวกับการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา จนทำให้สังคมมีความเคลือบแคลงสงสัยกับการปกปิดคำสั่งการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ประกอบกับขณะนี้ยังไม่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ จึงขอตั้งกระทู้ถามด่วนนอกสภาฯ กับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะที่เป็นหัวหน้า คสช. ซึ่งต้องเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้ว่า

 

1. ทำไมจึงไม่นำคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 1/2562 เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภามาเปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบ 

 

2. ทำไมไม่นำคำสั่งดังกล่าว ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย 

 

3. มีข้อแก้ตัวอย่างไรที่หลายฝ่ายพูดตรงกันว่า ส.ว. ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นโมฆะ และส่งผลให้การโหวตของ ส.ว. ให้ พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต้องโมฆะตามไปด้วย

 

ขณะนี้สังคมเกิดความสับสนมาก เนื่องจากมีทั้ง ‘คำสั่งหัวหน้า คสช.’ และ ‘คำสั่งคณะ คสช.’ ที่มีหมายเลขตรงกันคือ ที่ 1/2562 โดย ‘คำสั่ง คสช. ที่ 1/2562’ เป็นเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ถูกปกปิดเอาไว้อย่างมีเงื่อนงำและเป็นข้อพิรุธว่ามีการกระทำในสิ่งที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และน่าจะขัดต่อกฎหมายอาญา ซึ่งจะต้องมีโทษในฐานะที่หัวหน้า คสช. เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ

 

ส่วน ‘คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 1/2562’ เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยสิทธิบัตร และมาตรการด้านสิทธิบัตรเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งเกี่ยวกับ ‘กัญชา’ คำสั่งนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 28 มกราคม 2562 จึงเป็นเรื่องแปลกประหลาด ที่คำสั่งสรรหา ส.ว. ไม่กล้าเปิดเผย แต่เรื่องกัญชากล้าประกาศในราชกิจจานุเบกษา

         

จึงขอตั้งกระทู้ถามด่วนให้ พล.อ. ประยุทธ์ ตอบกับประชาชนโดยเร่งด่วน และหากยังนิ่งเฉยเหมือน ‘ตักน้ำรดหัวตอ’ ก็เท่ากับว่าเป็นพฤติการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ ในการที่จะปล่อยให้เป็นผู้นำบริหารประเทศชาติต่อไป

 

ฝากบอกไปถึงหัวหน้า คสช. ด้วยว่า พรรคเพื่อไทยและ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านจะไม่ยอมก้มหัวให้กับความฉ้อฉลในการสรรหา ส.ว. ภายใต้รัฐธรรมนูญที่ออกแบบมาให้ ส.ว. สรรหาเป็นเครื่องมือให้ พล.อ. ประยุทธ์ มาสืบทอดอำนาจเผด็จการ แล้วให้สมัครพรรคพวกและญาติพี่น้องมาเป็น ส.ว. กันเป็นทิวแถว

 

นอกจากนี้ลดาวัลลิ์ยังเรียกร้องให้ พล.อ. ประยุทธ์ รีบมายุติความวุ่นวายในการแย่งกันเป็นรัฐมนตรีการต่อรอง การกดดัน เพื่อให้ได้ตำแหน่งในการประชุม ครม. ของพรรคและกลุ่มต่างๆ ควรกระทำเป็นการภายใน โดย พล.อ. ประยุทธ์ ต้องลงมาจัดการ การปล่อยให้ข่าวอื้อฉาวครึกโครมอยู่ในหน้าสื่อทุกวันและตลอดเวลา ต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์แล้ว ไม่เพียงแต่กระทบต่อความรู้สึกของชาวบ้านว่าเมื่อไรปัญหาที่ทับถมมาเป็นเวลา 5 ปีจะได้รับการแก้ไขสักที ซึ่งคนกำลังด่าพรรคพลังประชารัฐ ยังกระทบมาถึงภาพลักษณ์ของสถาบันทางการเมืองที่ประชาชนอุตส่าห์ไปเลือก ส.ส. เข้ามาพรรคฝ่ายค้านก็กลายเป็นจำเลยทั้งๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแย่งชามข้าวด้วย

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post โฆษกเพื่อไทยตั้งกระทู้ถามด่วนนอกสภาฯ ให้ พล.อ. ประยุทธ์ ตอบปมสรรหา ส.ว. ชี้เลือกนายกฯ เป็นโมฆะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
7 พรรคการเมืองเรียกร้องเปิดชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ก่อนโหวตเลือกนายกฯ พรุ่งนี้ https://thestandard.co/7-political-parties-name-of-nomination-committee-senator/ Tue, 04 Jun 2019 06:55:22 +0000 https://thestandard.co/?p=258023

ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมตัวแทน 6 พร […]

The post 7 พรรคการเมืองเรียกร้องเปิดชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ก่อนโหวตเลือกนายกฯ พรุ่งนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมตัวแทน 6 พรรคการเมือง ประกอบด้วย พรรคพลังปวงชนไทย, พรรคอนาคตใหม่, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคเศรษฐกิจใหม่, พรรคประชาชาติ และพรรคเพื่อชาติ เดินทางมายื่นหนังสือที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้เปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการสรรหาและกระบวนการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ยื่นหนังสือเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการตอบกลับเป็นลายลักษณ์อักษร

 

ลดาวัลลิ์กล่าวว่าทั้งหมดมีข้อสงสัยในรายชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ที่เป็นคนคุ้นเคยของบุคคลใน คสช. จึงมีความกังวลว่ามีการปฏิบัติตามขั้นตอนที่เหมาะสมหรือไม่และเป็นที่สงสัยของประชน ซึ่งทั้ง 7 พรรคมองว่าไม่ควรปกปิดในเรื่องดังกล่าว และยังมีการตั้งข้อสังเกตถึงการทำหน้าที่ของ ส.ว. ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เนื่องจาก ส.ว. ทั้ง 250 คนที่มาจากการเลือกของ คสช. มีสิทธิในการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งทั้ง 7 พรรคยังรอคำตอบจาก คสช. จนกว่าจะได้นายกรัฐมนตรี

 

ลดาวัลลิ์กล่าวอีกว่าการเสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (5 มิ.ย.) จะมีการหารือร่วมกันตามมติของแต่ละพรรค โดยจะมีข้อสรุปในช่วงบ่ายวันนี้ พร้อมยืนยันว่าคะแนนโหวตของทั้ง 7 พรรคจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้ง 246 เสียง ขณะที่รายชื่อของนายกรัฐมนตรีที่ 7 พรรคจะเสนอมีทั้งตรงกับที่เป็นข่าวและตามมติของแต่ละพรรค

 

ส่วนจะนำเรื่องรายชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว ทั้งหมดเข้าอภิปรายในที่ประชุมสภาฯ พรุ่งนี้หรือไม่นั้น ลดาวัลลิ์ระบุว่า 7 พรรคการเมืองจะหารือถึงแนวทางในที่ประชุมวันนี้ ส่วนจะเป็นไปในทิศทางใดเพื่อให้มีความโปร่งใสก่อนเลือกนายกรัฐมนตรี อยากให้ประชาชนติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นการทำหน้าที่สำคัญของผู้แทน ส.ส. ทั้ง 500 คน ซึ่งจะได้เห็นว่าทั้ง 500 คนจะทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนหรือไม่

 

ลดาวัลลิ์ยังยอมรับว่ามีความกังวลในเรื่องของงูเห่าในสภา และขอให้ ส.ส. คำนึงถึงเกียรติของผู้แทนประชาชน เพราะเป็นเรื่องที่สังคมไม่สามารถยอมรับได้ แต่ส่วนตัวยังมั่นใจ ส.ส. ของ 7 พรรคที่ลงสัตยาบันไว้จะยึดมั่นในประชาธิปไตยและเห็นประชาชนสำคัญมากกว่าเงิน

 

 

 

The post 7 พรรคการเมืองเรียกร้องเปิดชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ก่อนโหวตเลือกนายกฯ พรุ่งนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
LGBT กับคำว่าครูในสังคมไทย ผ่านมุมมอง 5 พรรคการเมืองที่อาสามาเปลี่ยนแปลงประเทศ https://thestandard.co/thai-lgbt-teachers-in-5-political-parties-opinion/ https://thestandard.co/thai-lgbt-teachers-in-5-political-parties-opinion/#respond Tue, 22 Jan 2019 12:18:10 +0000 https://thestandard.co/?p=184328

    โลกโซเชียลในรอบ 2-3 วันที่ผ่านมามีประเด็น […]

The post LGBT กับคำว่าครูในสังคมไทย ผ่านมุมมอง 5 พรรคการเมืองที่อาสามาเปลี่ยนแปลงประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

 

โลกโซเชียลในรอบ 2-3 วันที่ผ่านมามีประเด็นร้อนแรงเกี่ยวกับกรณีการเลือกปฏิบัติเพราะเหตุแห่งเพศอีกครั้ง

 

เมื่อนิสิตคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาโพสต์ข้อความร้องเรียน ระบุว่าถูกอาจารย์พิเศษบังคับให้แต่งกายให้ตรงกับเพศกำเนิด รวมถึงได้พูดว่า “เป็นกะเทยก็ไม่ต่างอะไรกับคนบ้า แค่สังคมยอมรับมากกว่า การที่คณะครุศาสตร์ให้พวกกะเทยมาเรียนได้ก็บุญแล้ว คนที่ผิดปกติทางจิตเป็นครูไม่ได้หรอก” ตามที่สื่อหลายสำนักได้รายงานไปก่อนหน้านี้

 

กระทั่งเกิดเป็นกระแสตามมาอีกระลอก เมื่อคณะกรรมการนิสิตปริญญาบัณฑิต คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (USCE) ได้โพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถามให้สังคมร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า ‘เป็นเพศที่สาม เป็นครูได้หรือไม่’

 

ขณะที่บทความในเว็บไซต์ www.nisitreview.com ได้โพสต์เนื้อหาถึงพฤติกรรมการเหยียดเพศของอาจารย์ท่านหนึ่ง เนื้อหาบางตอนระบุว่า “เขาเป็นอาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ สอนวิชาจิตวิทยาพื้นฐานการศึกษาและวิชาจิตวิทยาสำหรับครู เป็นวิชาบังคับทั้งสองตัว ซึ่งนิสิตอย่างฉันที่ไม่ชอบ ไม่อยากเรียนกับอาจารย์คนนี้ แต่อยากเป็นครู ก็หลีกเลี่ยงวิชานี้ไม่ได้”

 

ประเด็นของการเหยียดผู้มีสถานะทางเพศหลากหลายในสังคมไทยและตกเป็นข่าว ยิ่งในสถาบันศึกษานั้น ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก นั่นหมายความว่าความคิดเหล่านี้ยังเป็นตะกอนตกหล่นในสังคมไทยอยู่มาก แล้วจะทำอย่างไรให้บุคคลมีความเท่าเทียมกันจริงในสังคมนี้ เมื่อโลกต่างก็เปิดรับ และแท้จริงแล้วนี่คือคุณค่าความเป็นมนุษย์ที่ไม่เกี่ยวกับเพศสภาพหรือเพศสภาวะแต่อย่างใด

 

THE STANDARD ชวนไปสำรวจมุมมองตัวแทนจาก 5 พรรคการเมืองที่อาสาเข้ามาทำงานให้กับประชาชน ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาต้องการเข้ามาพัฒนาและเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ถึงความรู้สึกและการขยับเรื่องทำนองนี้ในอนาคตว่าจะทำอย่างไรบ้าง

 

ชมพูนุท นาครทรรพ (กลาง), ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ (ขวา)

 

ครูต้องส่งเสริมเด็ก การกีดกันคือภาพใหญ่ทำลายสิทธิมนุษยชน

ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย

 

เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก กระทบจิตใจและความรู้สึก ไม่ว่าเด็กนักเรียนที่อายุน้อยหรือโตแล้ว

 

สิ่งที่ต้องเร่งทำทันทีโดยที่ไม่ต้องรอการผ่านกฎหมายหรือขั้นตอนทางเทคนิคคือทัศนคติของทุกคนในสังคมซึ่งสำคัญมาก ส่วนตัวมองว่ารัฐบาลปัจจุบันไม่ขยับเรื่องนี้เลย

 

และมองว่าไม่ว่าจะกลุ่ม LGBT หรือเพศไหนก็็ล้วนมีศักดิ์และสิทธิ์ที่เท่าเทียมกันหมด เขาเป็นพลเมืองของประเทศ เป็นสมาชิกของครอบครัว เป็นลูกศิษย์ของครู ไม่ใช่คนเลวร้าย แต่ล้วนมีคุณค่าและความเก่งอยู่ในตัว

 

เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะทัศนคติของครูที่แสดงออกถึงการกีดกันเด็ก แต่แท้จริงแล้วควรมองว่าเด็กเป็นเลิศด้านไหน ควรส่งเสริมให้เขาไปได้ดีในด้านนั้น

 

เมื่อมองภาพใหญ่ นี่คือการทำลายสิทธิมนุษยชนของคน พรรคเพื่อไทยยึดหลักนี้ ไม่ใช่แค่ครูอาจารย์ แต่หมายถึงทุกองค์กรไม่ว่ารัฐหรือเอกชน และยิ่งสถาบันการศึกษาที่ผลิตคนให้สังคมจะเลือกปฏิบัติแบบนี้ไม่ได้

 

พรรคเพื่อไทยกำลังประสานกับกลุ่ม LGBT เพื่อจัดทำเวิร์กช็อปเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ เพื่อนำเอานโยบายที่เราร่างไว้แล้วมาปรับรวมกับการรับฟังปัญหาจริงจากกลุ่ม LGBT ที่จะเชิญมาร่วมสะท้อนภาพให้เราฟัง

 

 

อย่าคิดแทนเด็ก โลกกว้างแต่บางคนแคบ

ชมพูนุท นาครทรรพ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์

 

ก่อนอื่นอยากจะสื่อสารเริ่มต้นด้วยการให้เลิกใช้คำว่าเพศที่สาม เพราะปัจจุบันไม่สามารถยันกันได้ว่าใครเป็นเพศที่หนึ่ง ที่สอง ที่สาม หรือที่สี่ แต่อยากให้เรียกว่าบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศจะถูกต้องกว่า

 

กับการที่เขาเรียนเพื่อไปเป็นครูหรืออาจารย์นั้นต้องดูที่พฤติกรรม หากเขาสามารถทำตัวได้เหมาะสมกับอาชีพที่เขาทำ ไม่ว่าอาชีพไหนก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรไปเลือกปฏิบัติ แต่ในสังคมไทยอาจมีเรื่องกาลเทศะเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่บ้าง

 

เราไม่สามารถไปบังคับให้นิสิตนักศึกษามาเป็นเกย์ เป็นเลสเบี้ยนได้ มันไม่ใช่พฤติกรรมเลียนแบบกันได้ หากตัวเขาและจิตสำนึกเขาไม่ใช่ เราก็ไม่ควรดูถูกเด็กหรือดูถูกเจเนอเรชันของเขาว่าเขาคิดไม่เป็น เขาคิด เขาเลือกทางของเขาได้

 

การที่ไปมองว่ามาเป็นครูแล้วยิ่งเป็นเพศทางเลือกก็เป็นเรื่องไม่เหมาะสม มันคือการไปคิดแทนเด็ก ควรจะต้องเปลี่ยนทัศนคติได้แล้ว ต้องเปิดกว้าง ประเทศอื่นมีนักการเมือง มีผู้นำประเทศเป็นเพศหลากหลายเยอะมาก แต่ไทยยังมาหยุดอยู่ที่ครู ไม่ควรเป็น LGBT ก็ไม่ต้องบอกแล้ว ให้สังคมตัดสินด้วยตัวเองดีกว่า

 

 

ครูไม่ใช่เรื่องเพศ แต่คือความรู้และความรักในการพัฒนาคน

ณหทัย ทิวไผ่งาม รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ

 

คนเป็นครูไม่ได้จำกัดอยู่ที่ว่าคุณจะต้องเป็นเพศไหน หรือเพศไหนเป็นได้ดีกว่ากัน เราควรวัดกันที่ความสามารถกับความรักที่จะเปลี่ยนชีวิตของเด็กให้ดีขึ้นจะดีกว่า เราใช้ความสามารถเป็นตัวชี้วัดมากกว่าใช้ต้นกำเนิดหรือประสบการณ์ชีวิตของเขาที่เป็นมา

 

ตราบใดที่เขามีความรู้และมีความรักที่จะพัฒนาชีวิตคนอีกคนหนึ่งให้ดีขึ้น เราควรเปิดกว้างให้กับบุคคลเหล่านี้ ซึ่งก็ต้องมีพฤติกรรมและประวัติความเป็นมาที่ดีเหมือนกับทุกคน มีคุณธรรมจริยธรรมในการชีวิตที่เป็นพื้นฐาน

 

วังวนที่เกิดขึ้นต้องกลับมาที่การมองคนให้เป็นคน มองสิทธิความเป็นคนที่เท่าเทียมกัน พรรคประชาชาติให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้มาก ไม่ได้นับว่าต้องเป็นเพศใด และความแตกต่างหลากหลายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่เรานำมาแบ่งปันเพื่อให้ความสามารถของคนทุกกลุ่มสามารถช่วยพัฒนาประเทศได้

 

การจะไปตัดสินว่าเขาเป็นเพศไหนแล้วทำให้เขาต้องเสียโอกาสกับเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

 

 

ขอเปิดกว้างและไม่กีดกัน ทุกคนมีโอกาสที่เท่าเทียม

เพชรชมพู กิจบูรณะ ในนามกลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรครวมพลังประชาชาติไทย

 

อยากให้สังคมเราเปิดกว้างมากขึ้นและทำความเข้าใจถึงความหลากหลายในทุกๆ ด้าน สิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะประชาชนคือการมีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรของรัฐให้ได้มากที่สุดโดยไม่มีการกีดกัน ไม่ว่าจะเป็นด้วยเรื่องเพศ อายุ ศาสนา หรือภูมิหลังทางเศรษฐกิจและสังคม

 

ทุกคนในสถานศึกษามีสิทธิ์อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ปราศจากการถูกคุกคามในทุกรูปแบบ อยากให้เรามาร่วมกันสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับคนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย

 

 

เมื่อครูมองนิสิตวิปริตห้ามเป็นครู นี่คือผลผลิตการศึกษาไทย

ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ สมาชิกพรรคอนาคตใหม่

 

จากการติดตามข่าวต้องบอกว่าฟังแล้วรู้สึกแย่มาก ทัศนคติต่อการเป็นครูนั้นต้องบอกว่าก็เป็นหนึ่งในอาชีพที่สุจริต และเมื่อบอกว่าอาชีพ ทุกคนก็ควรเป็นได้ เพราะล้วนต้องทำงานแลกกับค่าจ้างทั้งนั้น และทุกคนก็ล้วนแต่มีความเป็นตัวของตัวเองทั้งนั้น ไม่ได้แบ่งแยกแต่อย่างใด และไม่ว่าอาชีพไหนก็ตาม

 

ต้องยอมรับว่าสังคมไทยให้คุณค่ากับยูนิฟอร์มมากเกินไป ให้มากกว่าคุณค่าความเป็นคน ความเป็นมนุษย์ หรือความเป็นมืออาชีพ เราเคารพคนที่ยูนิฟอร์ม ไม่ได้เคารพที่ความเป็นคน นั่นเป็นการให้ความสำคัญที่ผิดจุด

 

สิ่งที่เกิดขึ้นถามว่าเป็นเรื่องน่าแปลกใจไหม ต้องบอกว่าไม่น่าแปลกใจ แต่นี่คือตัวอย่างของหลักสูตรการศึกษาของไทยที่ยังสอนว่าคนที่เป็นแบบนี้คือคนเบี่ยงเบนทางเพศ ในโรงเรียนก็ยังสอน คำถามคือเด็กที่เป็นแบบนี้จะรู้สึกอย่างไร ต้องเก็บกดหรือกดดันแค่ไหนที่ถูกเพื่อนมองว่าตัวเองเป็นคนผิดปกติ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่

 

ผลของการที่ถูกสอนมาแบบนี้ เราจึงได้ตัวอย่างของครูที่มีทัศนคติแบบที่เห็น คือแบ่งแยก กีดกัน ไม่เข้าใจ ยังมองว่าเพศหลากหลายเป็นเรื่องเวรกรรม เรื่องวิปริต นี่คือผลผลิตของสังคมไทย

 

ข่าวที่เกิดขึ้นคือภาพสะท้อนที่ชัดเจนของสังคมว่าไทยเราไปถึงแค่ไหน และต้องเร่งทำความเข้าใจกับเรื่องนี้ในสังคมอย่างมาก ซึ่งเป็นงานที่เราจะทำอย่างเต็มที่

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post LGBT กับคำว่าครูในสังคมไทย ผ่านมุมมอง 5 พรรคการเมืองที่อาสามาเปลี่ยนแปลงประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thai-lgbt-teachers-in-5-political-parties-opinion/feed/ 0
เพื่อไทยไม่สนห้ามใช้ภาพทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ขึ้นป้ายหาเสียง ชี้อยู่ในใจประชาชนแล้ว https://thestandard.co/dont-use-images-thaksin-yingluck-election-campaigns/ https://thestandard.co/dont-use-images-thaksin-yingluck-election-campaigns/#respond Sun, 16 Dec 2018 08:40:16 +0000 https://thestandard.co/?p=165617

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แสดงความเห็นก […]

The post เพื่อไทยไม่สนห้ามใช้ภาพทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ขึ้นป้ายหาเสียง ชี้อยู่ในใจประชาชนแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แสดงความเห็นกรณี กกต. ออกระเบียบกำหนดให้ใช้เฉพาะรูปผู้สมัคร ส.ส. เขตแต่ละเขต หัวหน้าพรรค และว่าที่นายกรัฐมนตรีตามที่พรรคการเมืองเสนอ ไม่สามารถใช้รูปบุคคลอื่นหรือผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อในการหาเสียงได้ ซึ่งจะส่งผลให้พรรคเพื่อไทยและพรรคไทยรักษาชาติไม่สามารถใช้ภาพของอดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หาเสียงได้ว่า

ผลงานที่อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ทำไว้อยู่ในใจคนไทยตลอด จะลบอย่างไรก็ไม่ออก ดังนั้นระเบียบของ กกต. ในเรื่องนี้จึงไม่ส่งผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทย และที่สำคัญทั้งสองท่านก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบริหารงานของพรรคอยู่แล้ว

“ทุกวันนี้กระแสความนิยมและเชื่อมั่นในผลงานของอดีตนายกฯ ทักษิณยิ่งเพิ่มมากขึ้น เพราะแม้รัฐบาล คสช. จะบริหารประเทศมานานถึง 4 ปีแล้ว แต่เศรษฐกิจก็ยังตกต่ำ ผู้คนอดอยากปากแห้ง หันไปทางไหนก็มีแต่ความทุกข์ ไม่เหมือนสมัยรัฐบาลของอดีตนายกฯ ทักษิณ หันไปทางไหนก็มีแต่คนยิ้ม มีความสุข เพราะเศรษฐกิจดี”

นางลดาวัลลิ์กล่าวอีกว่า อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้อดีตนายกฯ ทักษิณเป็นที่ชื่นชอบของคนไทย เพราะเป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ด้วยการให้ประชาชนในแต่ละหมู่บ้านเข้ามาทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการบริหารกองทุนหมู่บ้าน และในสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พรรคเพื่อไทยก็ได้มีการตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ เพื่อพัฒนาและยกระดับความรู้ความสามารถของสตรีไทยให้เทียบเท่ากับสตรีทั่วโลก  

“จากผลงานที่ดีและแปลกใหม่ด้านเศรษฐกิจและสังคมมากมายของทั้งสองอดีตนายกรัฐมนตรีจึงเป็นการยากที่ใครจะลบล้างได้ และการเป็นผู้ถูกกระทำก็จะได้รับความสงสารและเห็นใจจากประชาชนเพิ่มมากยิ่งขึ้น”

นางลดาวัลลิ์กล่าวในตอนท้ายว่า อยากขอร้องให้ กกต. เข้มงวดในเรื่องการใช้อำนาจรัฐหาเสียงหรือเอื้อประโยชน์ทางการเมืองให้พรรคใดพรรคหนึ่ง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงจะไม่มีอำนาจพิเศษมากดดันแทรกแซงจนทำให้ กกต. สูญเสียความเป็นกลางในการทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม กกต. ต้องอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิ์ของประชาชนและไม่ให้เกิดความสับสน ความผิดพลาดในการกาบัตรเลือกตั้ง ซึ่งควรใส่โลโก้พรรคและชื่อพรรคในบัตรเลือกตั้ง และทุกพรรคควรใช้เบอร์เดียวกันทั่วประเทศ

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post เพื่อไทยไม่สนห้ามใช้ภาพทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ขึ้นป้ายหาเสียง ชี้อยู่ในใจประชาชนแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/dont-use-images-thaksin-yingluck-election-campaigns/feed/ 0
โกงเงินกองทุนเสมาฯ แผลสดระบบราชการไทย และโอกาสเด็กยากไร้ที่ต้องสูญเสีย https://thestandard.co/sema-fund-corruption/ https://thestandard.co/sema-fund-corruption/#respond Tue, 27 Mar 2018 14:02:24 +0000 https://thestandard.co/?p=80236

หลังใช้เวลาประชุมเกือบ 4 ชั่วโมง เมื่อวานนี้ ที่ประชุมค […]

The post โกงเงินกองทุนเสมาฯ แผลสดระบบราชการไทย และโอกาสเด็กยากไร้ที่ต้องสูญเสีย appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังใช้เวลาประชุมเกือบ 4 ชั่วโมง เมื่อวานนี้ ที่ประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่มี นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน ได้มีมติเอกฉันท์ว่า นางรจนา สินที  ข้าราชการ ศธ. มีความผิดวินัยร้ายแรง ให้ลงโทษไล่ออกจากราชการ

 

สืบเนื่องจากกรณีที่เธอได้กระทำการทุจริตงบประมาณในโครงการใน ‘กองทุนเสมาพัฒนาชีวิต’ ของกระทรวงศึกษาธิการ

 

โดยตลอดช่วงเวลา 10 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2551-2561 พบว่า ได้ทำการทุจริตเงินงบประมาณในโครงการดังกล่าวเป็นจำนวนกว่า 88 ล้านบาท

 

ในขณะที่เงินจำนวนนี้จัดสรรไว้สำหรับให้เด็กหญิงยากไร้ เพื่อให้พวกเขามีทิศทางอนาคตด้วยการศึกษา

 

ท่ามกลางกระแสข่าวทุจริตที่ผุดขึ้นหลายเรื่องในเวลานี้ กรณี ‘โกงเงินนักเรียน’ เหมือนจะได้ตัวผู้กระทำผิดเร็วที่สุด กระทั่งนำมาซึ่งการสั่งลงโทษทางวินัยที่เด็ดขาด แต่ยังคงมีคำถามคาใจตามมาว่า ใช่ ‘รจนา สินที’ คนเดียวหรือที่กล้าทำเรื่องแบบนี้

 

จุดเริ่มต้นกองทุนเสมาฯ ก่อนพบต้นตอโกงเงินนักเรียน

ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ประเทศไทยมีปัญหาเชิงสังคม ในประเด็น ‘ตกเขียว’ ค่อนข้างหนัก เมื่อพ่อแม่บางส่วน ต้องการหลีกหนีจากปัญหาความยากจน ด้วยการยอมส่ง ‘ลูกสาว’ ไปหารายได้ ด้วยการค้าประเวณี ทำให้มีปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกหลายมิติ เช่น การค้ามนุษย์ การศึกษา โรคติดต่อทางเพศ เป็นต้น

 

สภาพความยากจนเหล่านี้ทำให้พวกเธอเลือกที่จะหันหลังให้การศึกษา เพราะไม่มีเงินที่จะเล่าเรียน บวกกับมายาคติความเชื่อที่ว่า ผู้หญิงไม่ต้องเรียนมาก หรือไม่ต้องเรียนหนังสือก็ได้ เนื่องจากท้ายที่สุดผู้ชายก็จะเป็นฝ่ายเลี้ยงดูพวกเธอเอง

 

(Facebook: Ladawan Wongsriwong)

 

ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เคยอธิบายถึงสภาพดังกล่าว พร้อมกับพยายามหาทางช่วยเหลือเด็กเหล่านั้น เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ และนำพวกเขากลับเข้าสู่ระบบการศึกษา โดยเริ่มต้นแนวคิดและลงมือทำมาตั้งแต่ปี 2536 ในจังหวัดพะเยา ก่อนที่จะนำเสนอรูปแบบดังกล่าวและสามารถผลักดันให้กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งกองทุนเสมาพัฒนาคุณภาพชีวิต ได้สำเร็จในปี 2542 ตามมติ ครม. ในสมัยรัฐบาลของนายชวน หลีกภัย

 

หลังรับทราบว่ามีการทุจริตในโครงการดังกล่าว ลดาวัลลิ์ได้โทรศัพท์ติดต่อผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดพะเยา พบว่าทางครูได้ติดต่อขอทุนจากกระทรวงศึกษาธิการ แต่ได้รับการตอบกลับในลักษณะว่า ‘กองทุนเสมาฯ ได้ปิดไปแล้ว’

 

(ดร.อาทร จันทวิมล)

 

ขณะที่ ดร.อาทร จันทวิมล อดีตรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ หนึ่งในผู้ผลักดันให้เกิดเป็นกองทุนเพื่อเด็กหญิงด้อยโอกาสทางการศึกษา ให้สัมภาษณ์ผ่านเดลินิวส์ว่า “ไม่คิดว่าจะมีใครกล้าทำขนาดนี้” เพราะรู้ทั้งรู้ว่ากองทุนนี้ตั้งขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์อะไร และตอนที่ตั้งกองทุนก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาบริหาร และพิจารณาอนุมัติเงินทุน โดยมีปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน มั่นใจว่ามาตรการวางไว้อย่างรัดกุมแล้ว แต่ก็ยังมีช่องให้ยักยอกทุจริตกันได้อีก

 

ขณะที่ครั้งหนึ่งองค์การอนามัยโลกได้ยกให้โครงการกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต เป็นตัวอย่างในการป้องกันเอดส์ หรือ Best Practice Innovation

 

กลิ่นโกงเหม็นโฉ่ เมื่อสอบเจอการยักยอก ด้วยฝีมือข้าราชการ

เมื่อตรวจสอบพบว่า โครงสร้างการบริหารจัดการของ ‘กองทุนเสมาพัฒนาชีวิต’ ได้มีการจัดตั้งในรูปแบบ คณะกรรมการกองทุน โดยมีปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน ซึ่งปัจจุบันมีหน่วยงานที่รับผิดชอบคือ สำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา ทำหน้าที่ดูแลเรื่องเอกสารเบิกเงินเหมือนกับเป็นฝ่ายธุรการ โดยทำการจัดสรรให้กับเด็กใน 4 กลุ่มคือโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์, โรงเรียนสมเด็จพระปิยมหาราช, วิทยาลัยพยาบาลพระบรมราชชนนี และราชประชานุเคราะห์

 

ขณะที่ช่องโหว่ที่เปิดให้มีการทุจริตเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตามข้อมูลที่พบในปัจจุบันว่า แต่เดิมนั้นสำนักส่งเสริมกิจการการศึกษาจะเป็นผู้ประสานงานผ่านเขตพื้นที่การศึกษาไปถึงโรงเรียน แต่ภายหลังเปลี่ยนหลักเกณฑ์ โดยให้สำนักงานเป็นหน่วยประสานกับโรงเรียนโดยตรง

 

สำหรับขั้นตอนการทุจริตในเงินงบประมาณกองทุนเสมาฯ ล่าสุดที่ตรวจสอบพบว่า มีเงินที่ไม่ถึงมือนักเรียนกลุ่มเป้าหมายหายไป 88 ล้านบาทนั้น ที่จริงแล้วเป็นปัญหาเรื้อรังมานานแล้วตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ได้ทำการทักท้วงการบริหารจัดการกองทุน ขณะที่การตรวจสอบทำได้เพียงการสุ่มตรวจและเฝ้าระวังเท่านั้น เนื่องจากไม่มีผู้ร้องเรียน กระทั่ง

 

5 มีนาคม 2561: สตง. ได้ตรวจพบความผิดปกติของโครงการ ในการโอนงบประมาณในปี 2559 ไปเข้าบัญชีของผู้รับรายหนึ่งที่ไม่ได้มีคุณสมบัติเป็นผู้รับทุน เมื่อตรวจสอบเพิ่มเติมผ่านธนาคารกรุงไทยพบว่า มีความผิดปกติเพิ่มเติมอีก 8 บัญชี

 

7 มีนาคม 2561: สตง. ส่งหนังสือถึงปลัดกระทรวงศึกษาธิการให้ตรวจสอบความผิดปกติในกองทุนดังกล่าว

 

8 มีนาคม 2561: กระทรวงศึกษาธิการจัดแถลงข่าวชี้แจงถึงกรณีพบการทุจริตในกองทุนเสมาฯ และมีการขยายผลสอบเพิ่มเติม ทำให้พบความผิดปกติในการยักยอกเงินกองทุนถึง 22 บัญชี

 

มีการตรวจสอบเส้นทางการโอนเงินของกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2551 ถึงเดือนมีนาคม 2561 พบมีการโอนเงินกองทุนไปเข้าบัญชีบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกว่า 87,993,372 บาท จากเงินกองทุนที่จัดสรรให้ 176,034,510 บาท โดยในปี 2561 นางรจนาแจ้งระบบโอนเงินกองทุนทั้งหมด 3,025,000 บาท

 

(ภาพ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน)

 

9 มีนาคม 2561: นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า มีการยักยอกโอนเงินเข้าบัญชีพรรคพวกและญาติพี่น้องของผู้กระทำผิดกว่า 88 ล้านบาท เฉพาะปี 2560 เป็นเงินกว่า 12 ล้านบาท โดยมีข้าราชการฝ่ายปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง 5 คน ในจำนวนนี้เป็นข้าราชการระดับ 8 และได้รับสารภาพแล้ว 1 คน โดยเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะทำเพียงคนเดียว และได้มีคำสั่งย้ายข้าราชการทั้ง 5 คนไปปฏิบัติหน้าที่ยังหน่วยงานอื่นแล้ว

 

 

ปรากฏข้อเท็จจริงในเวลาต่อมาว่า ข้าราชการระดับ 8 ของกระทรวงศึกษาธิการที่กระทำการทุจริตในเงินกองทุนคือ นางรจนา สินที ปัจจุบันอายุ 59 ปี จะเกษียณอายุราชการปี 2561 ตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ทำหน้าที่หัวหน้ากลุ่มโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำนักกิจการพิเศษ สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ประสานงานระหว่าง ศธ. กับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

 

โดยทำหน้าที่เป็น ผู้ช่วยเลขาคณะกรรมการกองทุนเสมาฯ ทำหน้าที่จัดทำรายงานการประชุม จัดทำบัญชีและเอกสารเด็กเพื่อเสนอเอกสารขออนุมัติทุน

 

และพบว่า นางรจนาได้นำบัญชีของญาติพี่น้อง ครอบครัวตน และสามี แทรกแซงแทนบัญชีเด็กที่ควรได้รับทุน จากนั้นจึงโอนกลับมาบัญชีของตนเอง

 

(ภาพ: www.kruthai.info)

 

14 มีนาคม 2561: ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมนิติกร นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต เอาผิดกับเจ้าของบัญชี 22 บัญชี ที่รับโอนเงินจากกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต รวม 88 ล้านบาท

 

(ประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ)

 

20 มีนาคม 2561: ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. มีมติให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน นางรจนา สินที ในกรณีการทุจริตดังกล่าว โดยพบว่าตลอด 10 ปี ตั้งแต่ปี 2551-2560 มีการจัดทำเอกสารยักยอกเงินกว่า 88 ล้านบาท แต่ก็ไม่ปักใจเชื่อว่าเธอทำเพียงคนเดียว จะมีการขยายผลสืบสวนต่อไป

 

(ประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ)

 

23 มีนาคม 2561: ป.ป.ท. พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จู่โจมค้นบ้านนางรจนา สินที เพื่อหาหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต

 

24 มีนาคม 2561: นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ ประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต เปิดเผยว่า มีตัวเลขเงินหายไปเพิ่มอีกประมาณ 30 ล้านบาท

 

26 มีนาคม 2561: คณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนสำนักงานปลัด ศธ. (อ.ก.พ.สป.) พิจารณาโทษวินัยร้ายแรงนางรจนา สินที โดยมีมติเอกฉันท์ให้ไล่ออกจากราชการ

 

27 มีนาคม 2561: ตรวจพบหนังสือที่ ป.ป.ท. ส่งมาให้ ศธ.ในปี 2557 มีการชี้เเจงกรณีวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีทางภาคเหนือร้องเรียนว่า สถาบันยังไม่ได้รับเงินจากกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตของปี 2554-2556 โดยพบว่าอดีตปลัด ศธ. สมัยนั้นได้สั่งการนางรจนา สินที ดำเนินการชี้แจงไปยัง ป.ป.ท. ภายใน 15 วัน แต่ขณะนี้ยังหาหนังสือที่ ศธ. ชี้แจงไปยัง ป.ป.ท. ไม่พบ

 

(ประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ)

 

โกงเงินนักเรียน บาดแผลและโอกาสที่พวกเขาต้องสูญเสีย

ความเสียหายที่เกิดจากการทุจริตครั้งนี้ ได้สร้างบาดแผลให้กับแวดวงข้าราชการอีกครั้ง เมื่อบุคคลในหน่วยงานที่กินภาษีประชาชนกลับมีพฤติกรรมโกงเงินประชาชนเสียเอง ซ้ำร้ายเงินจำนวนดังกล่าวคือเงินเพื่อโอกาสทางการศึกษาของผู้ยากไร้ และโอกาสที่พวกเขาควรจะได้รับกลับต้องถูกตัดทิ้งจากความโลภและเห็นแก่ได้ของคนในแวดวงการศึกษาเสียเอง ลองมาดูกันว่า ส่วนหนึ่งของข้อมูลที่ถูกเปิดเผยถึงโอกาสที่สูญเสียไปมีใครบ้าง

 

 1. กระทรวงสาธารณสุข พบว่ามีนักเรียนพยาบาลวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ที่รับทุนเสมาฯ รวมทั้งหมด 254 คน โดยมีผู้ที่ได้รับเงินทุนครบเต็มจำนวนเพียง 56 คน ค้างการจ่ายทุนทั้งหมด 198 คน เป็นนักศึกษาที่เรียนอยู่ 161 คน นักศึกษาที่จบแล้วแต่ยังได้รับทุนไม่ครบอีก 37 คน เงินทุนที่ค้างจ่ายรวม 5 ล้านบาท

 

 2. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สพฐ. รายงานว่า โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ มีครูและลูกจ้างชั่วคราว ได้รับเงินจากกองทุนฯ ทั้งหมด 53 คน ในโรงเรียน 41 แห่ง และจากข้อมูลพบว่าในปีงบประมาณ 2560 ลูกจ้างชั่วคราวส่วนใหญ่ได้รับเงินล่าช้า และลูกจ้างชั่วคราว 7 คน ใน 53 คน บางปีไม่มีการโอนเงิน

 

 3. นายณรงค์ ศิริเมือง ผู้อำนวยการโรงเรียนสมเด็จพระปิยมหาราชมณียเขต จังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบการโอนเงินกองทุนเสมาฯ พบว่า ได้รับการโอนเงิน 1 ครั้ง มีความล่าช้าทุกปี ไม่เคยอยู่ในรอบปีงบฯ ส่วนใหญ่จะส่งมาในช่วงเดือนกันยายน ช่วงเวลา 5 ปีที่ดำรงตำแหน่งเจอปัญหานี้มาตลอด 

 

 4. หญิงชาวม้ง นักเรียนพยาบาลศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยบรมราชชนนีแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ เปิดใจกับ PPTV ด้วยน้ำเสียงร่ำไห้ว่า ตั้งแต่ปี 2558 ติดต่อไปที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับคำชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่โอนผิดบัญชีไปทางวิทยาลัยภาคอีสาน ก่อนจะได้รับเงินคืนในอีก 2 ปีถัดมา แต่ล่าสุดปี 2560 ยังไม่ได้เงินทุนการศึกษาในส่วนนี้เลย พ่อแม่ต้องกู้หนี้นอกระบบส่งเธอเรียน

 

 5. ภาคเหนือ พบการถูกยักยอกเงินนักเรียนทุนมากที่สุด เป็นเด็กผู้หญิงที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลความเจริญเกือบ 50 คน

 

ข้าราชการโกงเอง กระทบความมั่นใจประชาชน และอนาคตความเชื่อมั่น

แม้จะมีการลงโทษไล่ออก นางรจนา สินที ข้าราชการ ศธ. ที่ได้ยอมรับสารภาพถึงความผิดนี้ แต่กระแสสังคมรวมทั้งหน่วยงานตรวจสอบที่รับผิดชอบยังไม่อาจปักใจเชื่อแน่ชัดว่า เธอจะกระทำการทุจริตในเรื่องนี้เพียงลำพัง ขณะที่ข้อมูล ณ ปัจจุบันพบว่า มีข้าราชการอีก 4 รายที่เกี่ยวข้อง และบุคคลที่เป็นเจ้าของบัญชีอีก 22 ราย

 

กระแสการทุจริตเงินงบประมาณโดยข้าราชการเองนั้น กระทบต่อความไว้เนื้อเชื่อใจของประชาชน ในฐานะเจ้าของเงินภาษี นอกจากกรณีโกงเงินนักเรียนในกองทุนเสมาฯ แล้ว ยังมีกรณีเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง ในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ได้ลุกลามไปในหลายจังหวัด มีการสั่งย้ายข้าราชการออกนอกพื้นที่สลับจังหวัด

 

(ภาพ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย)

 

ขณะที่ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้ตั้งข้อสังเกตผ่านการให้สัมภาษณ์กับไทยพีบีเอสว่า ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน โดยเฉพาะคนในภารรัฐ ภาคราชการที่กระทำเอง สะท้อนให้เห็นถึงการจัดการของภาครัฐและกลไกของระบบราชการทั้งหมด ที่ไม่ได้พยายามแก้ไขปัญหา แต่กลับสมคบกันและปล่อยให้มีการทุจริตเกิดขึ้น

 

“ผมคิดว่าสิ่งที่ประชาชนยังไม่มีความไว้วางใจรัฐบาล 100% ว่าเอาจริงกับปัญหาคอร์รัปชัน เป็นเพราะส่วนหนึ่งมีเรื่องใกล้ตัวของผู้มีอำนาจสูงสุด มีเหตุให้สงสัยในเรื่องของการทุจริต การไม่เปิดเผยทรัพย์สินต่างๆ เรื่องเหล่านี้ยังไม่ได้ดำเนินการอย่างจริงจัง ตรงนี้เองทำให้สังคมคาใจ”

 

ส่วนต้นตอของปัญหานั้น ดร.สมเกียรติมองว่า ต้องดูเป็นกรณี ว่ากรณีไหนเกิดขึ้นกับฝ่ายการเมืองแล้วสั่งข้าราชการทุจริตคอร์รัปชันให้ หรือเรื่องไหนที่ฝ่ายการเมืองไม่ได้จงใจ แต่อาจเกิดจากการดูแลที่ไม่ทั่วถึงจนทำให้มีช่องโหว่ให้ข้าราชการประจำไปทุจริตคอร์รัปชัน หรืออาจมีบางเรื่องในบางยุคสมัยที่ฝ่ายการเมืองกับข้าราชการจับมือกันหากินกับการทุจริตคอร์รัปชัน

 

สำหรับการแก้ไขต้องแก้ทั้งระบบ ผู้นำต้องสร้างระบบที่ดี และระบบที่ดีไม่ใช่การแก้กฎหมายหรือปรับกฎระเบียบต่างๆ เท่านั้น แต่ที่สำคัญต้องทำให้เป็นตัวอย่างจนเกิดวัฒนธรรมที่ดีขึ้นมา ส่วนตัวคิดว่าสิ่งนี้ยังขาดหายไปมากในสังคมไทย

 

สำหรับกรณีการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้เร่งดำเนินการตรวจสอบ โดยได้ส่งทีมมาร่วมตรวจสอบคู่ขนานไปด้วย พร้อมมีคำสั่งให้มีการยุบและตรวจสอบกองทุนที่มีซ้ำซ้อนกัน

 

กรณีไล่ออกนางรจนา สินที อาจเป็นเพียงดาบแรกเท่านั้น เนื่องจากเธอสารภาพจำนนต่อหลักฐานตรงหน้า ขณะที่กระบวนการทางกฎหมายนอกจากการลงโทษทางวินัยยังรออยู่อีก

 

แต่สิ่งที่สังคมต้องจับตาก็คือ มีใครเป็นตัวการร่วมกระทำทุจริตอีกหรือไม่ บทสรุปเรื่องนี้ยังต้องติดตามอีกยาว และแน่นอนว่าสังคมต้องร่วมกันตรวจสอบ ส่งเสียง และตั้งคำถาม ไม่ปล่อยให้เงียบ เพราะนั่นคือเงินภาษีที่หายไปเข้ากระเป๋าคนกลุ่มเดียว ซึ่งต้องแลกกับอนาคตและโอกาสของเด็กไทยที่ควรจะได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

 

อ้างอิง:

The post โกงเงินกองทุนเสมาฯ แผลสดระบบราชการไทย และโอกาสเด็กยากไร้ที่ต้องสูญเสีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/sema-fund-corruption/feed/ 0
อดีตรัฐมนตรีไทยจี้ กต. ประท้วง รมว.กต.อังกฤษ กล่าวหาไทยใช้เซ็กซ์ทัวร์ดึงนักท่องเที่ยว https://thestandard.co/boris-johnson-allege-sex-tourism-in-thailand/ https://thestandard.co/boris-johnson-allege-sex-tourism-in-thailand/#respond Mon, 19 Feb 2018 03:30:45 +0000 https://thestandard.co/?p=71407

จากกรณีคำพูดของ นายบอริส จอห์นสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวง […]

The post อดีตรัฐมนตรีไทยจี้ กต. ประท้วง รมว.กต.อังกฤษ กล่าวหาไทยใช้เซ็กซ์ทัวร์ดึงนักท่องเที่ยว appeared first on THE STANDARD.

]]>

จากกรณีคำพูดของ นายบอริส จอห์นสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ ที่กล่าวพาดพิงถึงประเทศไทยว่าใช้ธุรกิจค้าประเวณี หรือเซ็กซ์ทัวร์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษให้มาเที่ยวประเทศไทย

 

ความเคลื่อนไหวล่าสุดจาก นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน และประธานชมรมเสียงสตรีแห่งประเทศไทย ได้ออกมาเรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศของไทยประท้วงต่อท่าทีดังกล่าวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ โดยระบุว่า

 

รู้สึกผิดหวังต่อบทบาทของคนระดับรัฐมนตรีต่างประเทศอย่างนายบอริส จอห์นสัน ที่พูดเช่นนี้เพราะคำพูดของเขาทำลายชื่อเสียง เกียรติ และศักดิ์ศรีของประชาชนทั้งสองประเทศคือทั้งอังกฤษและประเทศไทย ตนเชื่อว่าชาวอังกฤษที่มาเที่ยวประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นคนดี มีจริยธรรม และมาเป็นครอบครัวเพื่อท่องเที่ยวในสถานที่อันงดงามที่มีอยู่ทั่วประเทศไทย มาชิมอาหารไทย มาชื่นชมวัฒนธรรมไทยที่มีความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ ขอยืนยันว่าประเทศไทยไม่มีนโยบายใช้การค้าประเวณี หรือเซ็กซ์ทัวร์ มาเป็นเครื่องมือดึงดูดนักท่องเที่ยวตามที่นายบอริสกล่าวถึงเลย ตรงกันข้าม ประเทศไทยได้เฝ้าระวังต่อปัญหาดังกล่าว ทั้งมีการป้องกันปัญหาที่ต้นเหตุและที่ปลายเหตุ ดังจะเห็นว่าประเทศไทยมีกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา เรียนก่อนผ่อนคืนทีหลัง มีโรงเรียนขยายโอกาสถึงชั้นมัธยมต้นครบทุกตำบลจนเด็กไทยเข้าสู่ระบบการศึกษาภาคบังคับตามเป้าหมายทุกปี  มีกองทุนหมู่บ้าน มีกองทุนชุมชน มีกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีให้สตรีไทยกู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อไปประกอบอาชีพ มีรายได้เลี้ยงตนเองอย่างสุจริต

      

“อยากจะเชิญนายบอริสมาเที่ยวประเทศไทยสักครั้ง จะได้หูตาสว่างมากขึ้นกว่านี้ จะได้ปรับทัศนคติต่อผู้หญิงไทยและประเทศไทยเสียใหม่ จะได้มีสติ ไม่พลาดพลั้งจนถูกสังคมประณามและขับไล่ให้ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนี้”

The post อดีตรัฐมนตรีไทยจี้ กต. ประท้วง รมว.กต.อังกฤษ กล่าวหาไทยใช้เซ็กซ์ทัวร์ดึงนักท่องเที่ยว appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/boris-johnson-allege-sex-tourism-in-thailand/feed/ 0