ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงก/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 29 Sep 2022 23:05:19 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เตรียมตัวลงทะเบียน ‘คนละครึ่งเฟส 5’ รอบเก็บตก 3.09 ล้านสิทธิ วันที่ 23 กันยายน – 1 ตุลาคมนี้ https://thestandard.co/half-half-project-registration/ Thu, 22 Sep 2022 09:04:46 +0000 https://thestandard.co/?p=685144 คนละครึ่งเฟส 5

ทบทวนวิธีลงทะเบียนโครงการ ‘คนละครึ่งเฟส 5’ ก่อนเริ่มเปิ […]

The post เตรียมตัวลงทะเบียน ‘คนละครึ่งเฟส 5’ รอบเก็บตก 3.09 ล้านสิทธิ วันที่ 23 กันยายน – 1 ตุลาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนละครึ่งเฟส 5

ทบทวนวิธีลงทะเบียนโครงการ ‘คนละครึ่งเฟส 5’ ก่อนเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนชิงสิทธิระหว่างวันที่ 23 กันยายน – 1 ตุลาคมนี้ โดยรอบนี้เป็นรอบเก็บตกที่เปิดให้ทั้งรายเก่า-รายใหม่ลุ้นสิทธิจำนวน 3.09 ล้านสิทธิ 

 

คนละครึ่งเฟส 5 สิทธิคงเหลือ 3.09 ล้านสิทธิ หลังมีผู้ที่ลงทะเบียนแล้วไม่ได้ใช้สิทธิภายในวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา โดย พรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการคนละครึ่ง (โครงการฯ) ระยะที่ 5 มีสิทธิคงเหลือประมาณ 3.09 ล้านสิทธิ จากประชาชนกลุ่มที่ได้รับสิทธิแล้ว แต่ไม่ได้มีการใช้จ่ายครั้งแรกภายในระยะเวลาที่กำหนด 

 

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะนำสิทธิคงเหลือดังกล่าวมาเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรอบใหม่ โดยกระทรวงการคลังจะเปิดรับลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ รอบใหม่ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 23 กันยายน 2565 จนถึงวันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม 2565 ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือ www.คนละครึ่ง.com ระหว่างเวลา 06.00-22.00 น. 

 

THE STANDARD WEALTH รวบรวมวิธีลงทะเบียนและข้อมูลรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ก่อนวันลงทะเบียน และการยืนยันสิทธิในวันที่ 23 กันยายนนี้ สำหรับผู้ไม่เคยลงทะเบียนมาก่อนมาแนะนำดังนี้

 

สำหรับรายเก่า

ผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งตั้งแต่ระยะที่ 1-4 ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ โดยสามารถยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ผ่านแอปเป๋าตังตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2565 เป็นต้นไป ตามขั้นตอนดังนี้

 

  • เข้าแอปเป๋าตัง คลิก G-Wallet 
  • กดแถบแบนเนอร์โครงการคนละครึ่ง 
  • กดปุ่มยอมรับเงื่อนไขและการใช้สิทธิ
  • ระบบจะแสดงหน้าต่างเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ 

 

หากเข้าแอปเป๋าตังแล้วขึ้นข้อความว่า ไม่พบข้อมูลการลงทะเบียน หรือระบบกำลังดำเนินการตรวจสอบ ให้ท่านอัปเดตแอปอีกครั้งเพื่อให้แอปเป๋าตังเป็นเวอร์ชันล่าสุด แล้วรอตรวจสอบอีกครั้ง

 

สำหรับรายใหม่

สามารถลงทะเบียนได้ 2 ช่องทาง คือ เว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com และแอปเป๋าตัง

 

  1. ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ คนละครึ่ง.com
  • เข้าสู่เว็บไซต์ กดลงทะเบียน
  • กดยอมรับเงื่อนไขโครงการ
  • กรอกข้อมูลส่วนตัวให้แล้วเสร็จ
  • กรอกรหัส OTP เพื่อยืนยันการลงทะเบียน
  • ลงทะเบียนสำเร็จ

 

  1. ลงทะเบียนผ่านแอปเป๋าตัง
  • เข้าแอปเป๋าตัง และกดที่แบนเนอร์สิทธิคนละครึ่งเฟส 5
  • กดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขโครงการ
  • กรอกข้อมูลเพิ่มเติม ข้อมูลส่วนตัว
  • กรอก OTP เพื่อยืนยันการเข้าร่วมโครงการ
  • ยืนยันการเข้าร่วมโครงการสำเร็จ

 

ในส่วนของผู้สมัครรายใหม่ที่ได้รับการยืนยันสิทธิจากการลงทะเบียน จะต้องใช้สิทธิครั้งแรกผ่านแอปเป๋าตังภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ได้รับข้อความผ่านแอปหรือข้อความ (SMS) แจ้งยืนยันสิทธิในโครงการคนละครึ่งเฟส 5 โดยหากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวจะถูกตัดสิทธิในโครงการทันที

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนการใช้สิทธิครั้งแรก ผู้ได้รับสิทธิตามโครงการคนละครึ่งเฟส 5 จะต้องยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชนที่สาขาหรือตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ) ยกเว้นผู้ที่เคยยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชนกับธนาคารกรุงไทยฯ หรือผู้ที่มีแอป Krungthai NEXT ซึ่งผ่านการยืนยันตัวตนกับธนาคารกรุงไทยฯ แล้ว

 

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ

 

  • ประชาชนที่มีสัญชาติไทย
  • อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 15 สิงหาคม 2565 และไม่เป็นผู้ที่ได้รับสิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษเฟส 3
  • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในมาตรการ / โครงการอื่นๆ ของรัฐ
  • ไม่เป็นผู้ฝ่าฝืนเงื่อนไขของมาตรการ / โครงการอื่นๆ ของรัฐ หรือฝ่าฝืนมาตรการใดๆ ของรัฐเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด

 

อนึ่ง ประชาชนที่ลงทะเบียนและได้รับสิทธิจะได้รับวงเงินสนับสนุนค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป บริการนวด สปา ทำผม ทำเล็บ และบริการขนส่งสาธารณะ และสินค้าหรือบริการที่กระทรวงการคลังกำหนด ในอัตราร้อยละ 50 แต่ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 800 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการฯ เหมือนประชาชนที่ได้รับสิทธิทุกรายก่อนหน้านี้ ซึ่งจะสามารถใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม 2565 จนถึงวันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม 2565 ระหว่างเวลา 06.00-22.59 น.

 

หมายเหตุ การลงทะเบียน คนละครึ่งเฟส 5 รอบใหม่ ต้องลงทะเบียนภายในเวลา 22.00 น. ของวันที่ 1 ตุลาคม 2565 และต้องใช้จ่ายเงินครั้งแรกภายในวันที่ 16 ตุลาคม 2565

 

คนละครึ่งเฟส 5


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post เตรียมตัวลงทะเบียน ‘คนละครึ่งเฟส 5’ รอบเก็บตก 3.09 ล้านสิทธิ วันที่ 23 กันยายน – 1 ตุลาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลงทะเบียน คนละครึ่งเฟส 5 เต็มแล้ว! ย้ำต้องใช้จ่ายผ่านแอป ‘เป๋าตัง’ ครั้งแรกภายใน 14 ก.ย. ไม่งั้นถูกตัดสิทธิ์ https://thestandard.co/half-half-project-full/ Fri, 19 Aug 2022 06:40:27 +0000 https://thestandard.co/?p=669269 คนละครึ่งเฟส 5

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ลงทะเบียนโครงการ คนละครึ่งเฟส […]

The post ลงทะเบียน คนละครึ่งเฟส 5 เต็มแล้ว! ย้ำต้องใช้จ่ายผ่านแอป ‘เป๋าตัง’ ครั้งแรกภายใน 14 ก.ย. ไม่งั้นถูกตัดสิทธิ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนละครึ่งเฟส 5

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ลงทะเบียนโครงการ คนละครึ่งเฟส 5 เต็ม 2.3 แสนสิทธิ์แล้ว ตั้งแต่ช่วงเที่ยงของวันนี้ (19 สิงหาคม) หลังจากกระทรวงการคลังเปิดลงทะเบียนในวันนี้เป็นวันแรก ตั้งแต่เวลา 06.00 น.

 

วันที่ 19 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังจากกระทรวงการคลังเปิดลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง เฟส 5 ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com และแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง ตั้งแต่เวลา 06.00 น. วันนี้เป็นวันแรก ให้กับประชาชนที่ไม่เคยเข้าร่วมหรือไม่เคยใช้สิทธิ์คนละครึ่ง เฟส 4 จำนวน 2.3 แสนคน พบว่า ตั้งแต่ช่วง 12.00 น. มีผู้เข้ามาลงทะเบียนครบ 2.3 แสนคนแล้ว

 

สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนแล้วจะได้รับข้อความ (SMS) หรือข้อความผ่านแอป ‘เป๋าตัง’ แจ้งยืนยันสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เฟส 5 ก่อนวันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน 2565 โดยจะต้องเริ่มใช้จ่ายครั้งแรกผ่านแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ ภายในวันพุธที่ 14 กันยายน 2565 เวลา 22.59 น.

 

ขณะที่ผู้ที่เคยใช้สิทธิ์คนละครึ่ง เฟส 4 สามารถกดยืนยันรับสิทธิ์คนละครึ่ง เฟส 5 ได้ทุกวันตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2565 เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป โดยต้องใช้จ่ายครั้งแรกภายในวันที่ 14 กันยายน 2565 เวลา 22.59 น. เช่นกัน

 

ทั้งนี้ ประชาชนผู้ได้รับสิทธิ์โครงการคนละครึ่ง เฟส 5 จำนวนไม่เกิน 26.5 ล้านคน จะได้รับการสนับสนุนวงเงินค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป บริการนวด สปา ทำผม ทำเล็บ และบริการขนส่งสาธารณะ ตามที่กระทรวงการคลังกำหนดจากภาครัฐในอัตรา 50% ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 800 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2565


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post ลงทะเบียน คนละครึ่งเฟส 5 เต็มแล้ว! ย้ำต้องใช้จ่ายผ่านแอป ‘เป๋าตัง’ ครั้งแรกภายใน 14 ก.ย. ไม่งั้นถูกตัดสิทธิ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนแห่ลงทะเบียน คนละครึ่งเฟส 5 ทำแอป ‘เป๋าตัง’ ใช้งานไม่ได้ ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 เช้านี้ https://thestandard.co/paotang-crashes/ Fri, 19 Aug 2022 01:05:17 +0000 https://thestandard.co/?p=669094 คนละครึ่งเฟส5

แฮชแท็ก คนละครึ่งเฟส 5 พุ่งขึ้นติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ […]

The post คนแห่ลงทะเบียน คนละครึ่งเฟส 5 ทำแอป ‘เป๋าตัง’ ใช้งานไม่ได้ ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 เช้านี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนละครึ่งเฟส5

แฮชแท็ก คนละครึ่งเฟส 5 พุ่งขึ้นติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ในเช้าวันนี้ (19 สิงหาคม) หลังจากรัฐบาลเปิดให้ประชาชนทั่วไปที่ยังไม่เคยใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง เฟส 4 ลงทะเบียนคนละครึ่ง เฟส 5 ผ่านแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ หรือผ่าน www.คนละครึ่ง.com ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ที่ผ่านมา โดยมีผู้ที่เข้าไปลงทะเบียนไม่สามารถเข้าระบบได้ แอปหมุนค้างหลายนาที เปิด-ปิดใหม่แล้วยังไม่สามารถใช้งานได้

 

ทั้งนี้ ประชาชนผู้ได้รับสิทธิ์โครงการฯ ระยะที่ 5 จำนวนไม่เกิน 26.5 ล้านคน จะได้รับการสนับสนุนวงเงินค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป บริการนวด สปา ทำผม ทำเล็บ และบริการขนส่งสาธารณะ ตามที่กระทรวงการคลังกำหนดจากภาครัฐในอัตรา 50% ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 800 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2565

 

ล่าสุด ณ เวลา 06.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีจำนวนสิทธิ์คงเหลืออยู่เพียง 179,468 สิทธิ์เท่านั้น


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post คนแห่ลงทะเบียน คนละครึ่งเฟส 5 ทำแอป ‘เป๋าตัง’ ใช้งานไม่ได้ ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 เช้านี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ยิ่งใช้ยิ่งได้’ เปิดลงทะเบียน 21 มิ.ย. นี้ 4 ล้านสิทธิ์ คาดเงินเข้าสู่ระบบ 2.6 แสนล้านบาท https://thestandard.co/ying-chai-ying-dai-register-21st-june-2021/ Sat, 19 Jun 2021 04:53:37 +0000 https://thestandard.co/?p=502372 ยิ่งใช้ยิ่งได้ ลงทะเบียน

วันนี้ (19 มิถุนายน) อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนาย […]

The post ‘ยิ่งใช้ยิ่งได้’ เปิดลงทะเบียน 21 มิ.ย. นี้ 4 ล้านสิทธิ์ คาดเงินเข้าสู่ระบบ 2.6 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยิ่งใช้ยิ่งได้ ลงทะเบียน

วันนี้ (19 มิถุนายน) อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เชิญชวนผู้สนใจร่วมโครงการ ‘ยิ่งใช้ยิ่งได้’ ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนในวันจันทร์ที่ 21 มิถุนายนนี้เป็นวันแรก ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. ผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com หรือผ่าน G-Wallet บนแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ ทุกวันเป็นต้นไป จนกว่าจะครบ 4 ล้านสิทธิ์ เริ่มใช้จ่ายจริง 1 กรกฎาคมนี้  เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศผ่านผู้มีกำลังซื้อ ซึ่งหากเข้าร่วมเต็มจำนวน 4 ล้านคน ใช้จ่ายเต็มสิทธิ์ จะทำให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศ 2.4 แสนล้านบาท และเมื่อมีการนำ E-Voucher กลับมาใช้ ก็จะมีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพิ่มอีก 2.8 หมื่นล้านบาท รวมเป็น 2.68 แสนล้านบาท

 

ทั้งนี้ โครงการ ‘ยิ่งใช้ยิ่งได้’ เป็นการใช้จ่ายค่าสินค้าหรือบริการ เช่น ค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป ค่าบริการนวด สปา ทำผมทำเล็บ (ไม่รวมถึงสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ บัตรกำนัล (Gift Voucher) บัตรเงินสด (Gift Card) และสินค้าหรือบริการที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า) ผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ (G-Wallet) บนแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2564 กับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ติดตั้งแอปพลิเคชัน ‘ถุงเงิน’ ที่เข้าร่วมโครงการ โดยจะได้รับวงเงินสนับสนุนในรูปของบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ (E-Voucher) 

 

ทั้งนี้ วงเงินใช้จ่ายที่จะนำมาคำนวณสิทธิ์ E-Voucher ไม่เกิน 60,000 บาทต่อคน ยอดใช้จ่ายที่นำมาคำนวณสิทธิ์ต้องไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อวัน และจะได้รับสิทธิ์ E-Voucher สะสมสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคนตลอดระยะเวลาโครงการ โดยยอดใช้จ่ายจริงตั้งแต่ 1-40,000 บาทแรก ได้รับ E-Voucher ร้อยละ 10 ของยอดใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 4,000 บาทต่อคน และยอดใช้จ่ายจริงตั้งแต่ 40,001-60,000 บาท ได้รับ E-Voucher ร้อยละ 15 ของยอดใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ซึ่งสิทธิ์ E-Voucher จะคืนเป็นวงเงินใน G-Wallet ทุกวันที่ 7 ของเดือนถัดไป โดยสามารถใช้จ่ายด้วย E-Voucher ได้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม – 31 ธันวาคม 2564 ทั้งนี้ E-Voucher ‘โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้’ ไม่สามารถแลกเป็นเงินสดได้

 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังย้ำถึงคุณสมบัติของผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการว่า เป็นประชาชนสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือได้รับสิทธิ์โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ หรือไม่ใช้สิทธิ์โครงการคนละครึ่งระยะที่ 3 นอกจากนี้ยังมีโครงการ ‘คนละครึ่ง ระยะที่ 3’ ที่ยังสามารถลงทะเบียนได้ทุกวัน จนกว่าจะครบ 31 ล้านสิทธิ์ ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. ขณะเดียวกันอยากเชิญชวนผู้ที่ยังมีวงเงินสิทธิ์เหลือในโครงการ ‘เราชนะ’ วางแผนใช้จ่ายก่อนที่วงเงินสิทธิ์จะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ เพื่อให้ทุกท่านได้รับประโยชน์จากโครงการที่เข้าร่วมสูงสุดและเต็มประสิทธิภาพด้วย

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post ‘ยิ่งใช้ยิ่งได้’ เปิดลงทะเบียน 21 มิ.ย. นี้ 4 ล้านสิทธิ์ คาดเงินเข้าสู่ระบบ 2.6 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
LINE หมอพร้อมปิดปรับปรุงชั่วคราว ยังไม่แจ้งวันเปิดให้บริการอีกครั้ง https://thestandard.co/mohpromt-line-temporarily-closed-for-maintenance/ Mon, 03 May 2021 03:06:20 +0000 https://thestandard.co/?p=483334 LINE หมอพร้อมปิดปรับปรุงชั่วคราว ยังไม่แจ้งวันเปิดให้บริการอีกครั้ง

วันนี้ (3 พฤษภาคม) เฟซบุ๊ก ‘หมอพร้อม’ แจ้งปิดระบบลงทะเบ […]

The post LINE หมอพร้อมปิดปรับปรุงชั่วคราว ยังไม่แจ้งวันเปิดให้บริการอีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
LINE หมอพร้อมปิดปรับปรุงชั่วคราว ยังไม่แจ้งวันเปิดให้บริการอีกครั้ง

วันนี้ (3 พฤษภาคม) เฟซบุ๊ก ‘หมอพร้อม’ แจ้งปิดระบบลงทะเบียนรับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ผ่าน LINE หมอพร้อม เพื่อปรับปรุงระบบชั่วคราว และอัปเดตเวอร์ชัน LINE OA จาก 2.1 เป็น 2.2 ในวันที่ 3 พฤษภาคม เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป โดยยังไม่ได้แจ้งวันเวลาสำหรับการกลับมาเปิดให้บริการ

 

สำหรับ LINE หมอพร้อม กระทรวงสาธารณสุขได้เปิดให้กลุ่มเป้าหมายแรกที่จะรับการฉีดวัคซีนคือ กลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มผู้มีโรคประจำตัว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา และเริ่มรับการฉีดวีคซีนในเดือนมิถุนายนนี้

 

ก่อนหน้านี้ ในวันแรกของการเปิดลงทะเบียน ผู้ใช้ส่วนใหญ่พบปัญหาในการลงทะเบียน โดยบางส่วนก็โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย รวมถึงใช้แฮชแท็ก #หมอพร้อม ติดอันดับ 1 ใน 5 เทรนด์ฮิตของทวิเตอร์ ล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนรับการฉีดวัคซีนแล้ว 556,301 ราย

 

เวลา 10.08 น. เฟซบุ๊คหมอพร้อม แจ้งว่า ขณะนี้ LINE OA หมอพร้อม ได้ดำเนินการอัพเดทเวอร์ชั่น 2.2 เรียบร้อยแล้ว สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ หลังช่วงเช้าที่ผ่านมาได้แจ้งปิดปรับปรุงชั่วคราว

The post LINE หมอพร้อมปิดปรับปรุงชั่วคราว ยังไม่แจ้งวันเปิดให้บริการอีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สธ. เผยครึ่งวันแรกลงทะเบียน ‘หมอพร้อม’ เกือบ 2 แสนราย เผยโรงพยาบาลใน กทม. บางแห่งยังไม่เปิดระบบจองคิว https://thestandard.co/first-half-day-mohpromt-register/ Sat, 01 May 2021 10:14:18 +0000 https://thestandard.co/?p=483016 สธ. เผยครึ่งวันแรกลงทะเบียน ‘หมอพร้อม’ เกือบ 2 แสนราย เผยโรงพยาบาลใน กทม. บางแห่งยังไม่เปิดระบบจองคิว

วันนี้ (1 พฤษภาคม) ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.พงศธร พอกเพิ่ […]

The post สธ. เผยครึ่งวันแรกลงทะเบียน ‘หมอพร้อม’ เกือบ 2 แสนราย เผยโรงพยาบาลใน กทม. บางแห่งยังไม่เปิดระบบจองคิว appeared first on THE STANDARD.

]]>
สธ. เผยครึ่งวันแรกลงทะเบียน ‘หมอพร้อม’ เกือบ 2 แสนราย เผยโรงพยาบาลใน กทม. บางแห่งยังไม่เปิดระบบจองคิว

วันนี้ (1 พฤษภาคม) ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี ที่ปรึกษาระดับกระทรวง นายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ กระทรวงสาธารณสุข แถลงกรณีการใช้ LINE OA และแอปพลิเคชัน ‘หมอพร้อม’ เพื่อลงทะเบียนจองสิทธิ์ฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 วันนี้เป็นวันแรก สำหรับประชาชนทั่วไป ในกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่ม กลุ่มเป้าหมายจำนวน 16 ล้านคน 

 

สำหรับการเปิดให้จองในระบบตั้งแต่เวลา 09.00 น. จนถึงเวลาประมาณ 14.30 น. มีประชาชนจองรับวัคซีนผ่านหมอพร้อม จำนวน 199,194 ราย เป็นการจองผ่านช่องทางไลน์ 157,066 ราย ผ่านแอปพลิเคชัน 42,128 ราย สำหรับองค์ประกอบการจองคิวจะสำเร็จหรือไม่ แบ่งออกเป็น 3 อย่าง

 

1. ตัวช่องทาง ทั้งไลน์ ทั้งแอปพลิเคชัน

 

2. ต้องมีรายชื่ออยู่ในระบบ เพราะคัดกรองมาจากโรงพยาบาล

 

3. โรงพยาบาลปลายทางที่ไปฉีดต้องเปิดระบบจองคิว หรือเปิดระบบสล็อตให้ด้วย ดังนั้นการจองคิวจะสำเร็จหรือไม่อยู่ที่ 3 อย่างนี้

 

โดยเมื่อช่วงเช้าเวลา 08.00-09.00 น. มีโรงพยาบาลที่เปิดสล็อตการจองคิวในกรุงเทพมหานคร (กทม.)  จำนวน 24 โรงพยาบาลจาก 160 โรงพยาบาลที่เปิดระบบจองคิว ซึ่งได้ประสานไปยัง กทม. ขอให้เปิดเพิ่มขึ้น ปัจจุบันใน กทม. เปิดแล้ว 134 โรงพยาบาลที่สามารถจองคิวได้ ซึ่งเวลาเกือบ 12.00 น. ของวันนี้เริ่มจองได้มากขึ้น ส่วนโรงพยาบาลสนามในพื้นที่ กทม. ยังไม่เปิดระบบให้จองคิว เนื่องจากกลุ่มการฉีดกลุ่มนี้เป็นผู้สูงอายุ และผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง จึงขอให้ไปฉีดที่โรงพยาบาลจะดีกว่า

 

“สรุปคือ ปัจจุบันโรงพยาบาลที่เปิดให้จองใน กทม. มีประมาณ 80% แล้ว แต่ในส่วนโรงพยาบาลรัฐของกระทรวงสาธารณสุขได้เปิดทั่วประเทศแล้ว 100% โดยโรงพยาบาลเล็กๆ เปิดประมาณ 360 คนต่อวัน ส่วนโรงพยาบาลใหญ่ๆ เปิด 600 คนต่อวัน คิดง่ายๆ 1 คนใช้เวลาฉีด 1 นาที โดย 1 ชั่วโมงฉีด 60 คน จากการคำนวณระบบทั้งหมดจะมีเวลาฉีด 16 ล้านโดส 16 ล้านคนภายในเวลา 54 วัน” นพ.พงศธรกล่าว

 

นพ.พงศธรกล่าวต่อไปว่า สำหรับประชาชน 2 กลุ่มนี้ เปิดสล็อตทั้งหมด 20 ล้านสล็อต หมายความว่าไม่ต้องกลัวว่าจองไม่ได้ จะเหลือด้วยซ้ำ เพียงแต่วันนี้บางโรงพยาบาลยังไม่เปิด ซึ่งขอเวลาในการหารือว่าจะเปิดวันเสาร์-อาทิตย์หรือไม่

 

นพ.พงศธรย้ำด้วยว่า วัคซีนมีพอทุกคน ไม่ต้องกังวล การให้วัคซีนจำเป็นต้องเรียงลำดับความสำคัญ โดยกลุ่มที่ให้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 เป็นกลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 11.7 ล้านคน และกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มตั้งแต่อายุ 60 ปีลงมา มีประมาณ 4.3 ล้านคน รวมจำนวน 16 ล้านคน โดย 2 กลุ่มนี้เมื่อเปิดลงทะเบียนแล้ว จะเริ่มฉีดวันที่ 7 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป โดยทั้งหมดจะได้ฉีดวัคซีน AstraZeneca   

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post สธ. เผยครึ่งวันแรกลงทะเบียน ‘หมอพร้อม’ เกือบ 2 แสนราย เผยโรงพยาบาลใน กทม. บางแห่งยังไม่เปิดระบบจองคิว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศบค. ย้ำ ลงทะเบียน ‘หมอพร้อม’ ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เริ่ม 1 พ.ค. นี้ และทยอยลงทะเบียนได้เรื่อยๆ https://thestandard.co/mohpromt-register-for-covid-19-vaccination-start-1st-may/ Fri, 30 Apr 2021 07:01:48 +0000 https://thestandard.co/?p=482374 ศบค. ย้ำ ลงทะเบียน ‘หมอพร้อม’ ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เริ่ม 1 พ.ค. นี้ และทยอยลงทะเบียนได้เรื่อยๆ

วันนี้ (30 เมษายน) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริห […]

The post ศบค. ย้ำ ลงทะเบียน ‘หมอพร้อม’ ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เริ่ม 1 พ.ค. นี้ และทยอยลงทะเบียนได้เรื่อยๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศบค. ย้ำ ลงทะเบียน ‘หมอพร้อม’ ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เริ่ม 1 พ.ค. นี้ และทยอยลงทะเบียนได้เรื่อยๆ

วันนี้ (30 เมษายน) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศบค.) กล่าวถึงการลงทะเบียนฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 กับ ‘หมอพร้อม’ ในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ว่า นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ฝากประชาสัมพันธ์ว่าการลงทะเบียนมี 3 แนวทาง คือ

 

1. ผู้มีความประสงค์สามารถไปแจ้งในโรงพยาบาลที่เป็นเจ้าของไข้ได้ทันทีว่าต้องการฉีดวัคซีน ทางโรงพยาบาลจะขึ้นทะเบียนไว้ให้ เช่น ที่จังหวัดอุบลราชธานี ยโสธร

 

2. ถ้าผู้มีความประสงค์มีสุขภาพดี ไม่เคยเข้าโรงพยาบาล ให้ไปแจ้งที่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)

 

3. ผู้มีความประสงค์ลงทะเบียนกับ ‘หมอพร้อม’ ซึ่งเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก สามารถให้ลูกหลานช่วยลงทะเบียน จะได้ไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล และไม่ใช่ลงได้เฉพาะวันที่ 1 พฤษภาคมเพียงวันเดียวเท่านั้น ทยอยลงได้เรื่อยๆ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ จะมีการเปิดลงทะเบียนจองคิวฉีดวัคซีนโควิด-19 ใน 2 กลุ่ม คือ กลุ่ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง ได้แก่ 1. โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง 2. โรคหัวใจและหลอดเลือด 3. โรคไตวายเรื้อรัง 4. โรคหลอดเลือดสมอง 5. โรคอ้วน 6. โรคมะเร็ง 7. โรคเบาหวาน ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยง เพื่อลดอาการป่วยรุนแรง และลดอัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19

 

สำหรับรอบผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรังนี้ จะเข้ารับบริการฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายนเป็นต้นไป

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post ศบค. ย้ำ ลงทะเบียน ‘หมอพร้อม’ ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เริ่ม 1 พ.ค. นี้ และทยอยลงทะเบียนได้เรื่อยๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วันนี้เริ่มลงทะเบียน ‘ม.33 เรารักกัน’ กลุ่มทบทวนสิทธิ์-ไม่มีสมาร์ทโฟน https://thestandard.co/rao-ruk-gun-33-section-registeration-for-eligibility-review-and-no-smartphone-group/ Mon, 15 Mar 2021 02:50:17 +0000 https://thestandard.co/?p=464861 วันนี้เริ่มลงทะเบียน ‘ม.33 เรารักกัน’ กลุ่มทบทวนสิทธิ์-ไม่มีสมาร์ทโฟน

วันนี้ (15 มีนาคม) ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักน […]

The post วันนี้เริ่มลงทะเบียน ‘ม.33 เรารักกัน’ กลุ่มทบทวนสิทธิ์-ไม่มีสมาร์ทโฟน appeared first on THE STANDARD.

]]>
วันนี้เริ่มลงทะเบียน ‘ม.33 เรารักกัน’ กลุ่มทบทวนสิทธิ์-ไม่มีสมาร์ทโฟน

วันนี้ (15 มีนาคม) ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ ‘ม.33 เรารักกัน’ เยียวยาผู้ประกันตนตามมาตรา 33 วงเงินคนละ 4,000 บาท ที่เปิดให้ลงทะเบียนมาตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ – 7 มีนาคมที่ผ่านมา จะเปิดลงทะเบียนอีกครั้งสำหรับรอบขอทบทวนสิทธิ์ระหว่างวันที่ 15-28 มีนาคมนี้

 

โดยผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ไม่ผ่านการลงทะเบียนในรอบแรก สามารถลงทะเบียนได้ที่ www.ม33เรารักกัน.com ส่วนกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟนและไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน สามารถเดินทางไปลงทะเบียนได้ที่สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อรักษาสิทธิ์การได้รับเงินเยียวยาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 จากรัฐบาล

 

ไตรศุลีกล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศได้เตรียมความพร้อม การเปิดลงทะเบียนสำหรับกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟนและไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน โดยผู้มีสิทธิ์สามารถนำบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดไปขอลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ โดยผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33, สัญชาติไทย, มียอดเงินจากทุกบัญชีไม่เกิน 500,000 บาท (นับถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563) ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และไม่ได้รับสิทธิในโครงการเราชนะ

 

นอกจากนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2564 ได้เห็นชอบการขยายเวลาการยืนยันตัวตนเพื่อใช้งานผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง 

 

สำหรับโครงการ ม.33 เรารักกัน โดยกลุ่มที่ลงทะเบียนแล้วเสร็จระหว่างวันที่ 21 กุมภาพันธ์ – 7 มีนาคมที่ผ่านมา จากเดิมที่จะต้องกดใช้งานและยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังระหว่างวันที่ 15-21 มีนาคมนี้ สามารถขยายเวลาเป็นระหว่างวันที่ 15 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2564 

 

เช่นเดียวกับกลุ่มรอบทบทวนสิทธิ์ที่ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 15-28 มีนาคม จากเดิมที่จะต้องมีการยืนยันตัวตนระหว่างวันที่ 5-11 เมษายน ให้ขยายเป็นวันที่ 5 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2564 โดยทุกคนที่ได้มีการยืนยันตนตัวจะได้รับวงเงินคนละ 4,000 บาทตามมาตรการที่กำหนด

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post วันนี้เริ่มลงทะเบียน ‘ม.33 เรารักกัน’ กลุ่มทบทวนสิทธิ์-ไม่มีสมาร์ทโฟน appeared first on THE STANDARD.

]]>
คลังเปิดยอดคนไม่มีมือถือ ลงทะเบียน ‘เราชนะ’ 3 วัน ทะลุ 327,066 คน https://thestandard.co/rao-cha-na-registeration-people-without-mobile-phone/ Wed, 17 Feb 2021 11:51:01 +0000 https://thestandard.co/?p=455680 คลังเปิดยอดคนไม่มีมือถือ ลงทะเบียน ‘เราชนะ’ 3 วัน ทะลุ 327,066 คน

กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐ […]

The post คลังเปิดยอดคนไม่มีมือถือ ลงทะเบียน ‘เราชนะ’ 3 วัน ทะลุ 327,066 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
คลังเปิดยอดคนไม่มีมือถือ ลงทะเบียน ‘เราชนะ’ 3 วัน ทะลุ 327,066 คน

กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หลังการเปิดลงทะเบียนโครงการเราชนะ สำหรับประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เช่น ไม่มีสมาร์ทโฟน, คนที่ลงทะเบียนด้วยตนเองไม่สำเร็จเนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลไม่ถูกต้อง พบว่า วันที่ 15-17 กุมภาพันธ์ มียอดผู้ลงทะเบียนรวม 327,066 คน (ณ เวลา 15.30 น.) 

 

โดยจะขยายเวลาให้ลงทะเบียนเพื่อขอคัดกรองคุณสมบัติถึง 5 มีนาคม โดยไม่จำกัดจำนวนสิทธิ์ 

 

ทั้งนี้ การลงทะเบียนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ต้องไปลงทะเบียนด้วยตนเอง และต้องมีบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด (Smart Card) เพื่อลงทะเบียนที่สาขาหรือจุดบริการเคลื่อนที่ของธนาคารกรุงไทย (และเพื่อใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์) โดยไม่สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนได้ เพราะการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อยืนยันตัวตน 

 

ขณะที่กลุ่มประชาชนที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้น แต่ไม่สามารถขอรับสิทธิ์โครงการได้ เนื่องจากคุณสมบัติของผู้สมัครเข้าร่วมโครงการไม่เป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564 กรณีข้าราชการการเมือง, ข้าราชการ, พนักงานราชการ, พนักงาน, ลูกจ้าง และเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐที่รับค่าตอบแทนโดยตรงจากหน่วยงานของรัฐ และไม่มีลักษณะของงานที่เป็นอาสาสมัครหรือเป็นการจ้างรายวัน รวมถึงผู้รับบำนาญปกติ สามารถสละสิทธิ์ทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป 

 

ทั้งนี้ หากผู้ปฏิบัติงานในหน่วยของรัฐที่มีลักษณะงานเป็นอาสาสมัครหรือการจ้างรายวัน และได้รับค่าตอบแทนจากหน่วยงานของรัฐโดยตรง ผ่านเกณฑ์การคัดกรองของโครงการ สามารถยืนยันการใช้สิทธิ์ผ่านแถบ (Banner) ‘เราชนะ’ ที่ปรากฏในแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ ได้

 

ทั้งนี้ โครงการได้มีการโอนวงเงินสิทธิ์ให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (กลุ่มผู้ถือบัตรฯ) จำนวน 13.69 ล้านคน ไปแล้วจำนวน 2 ครั้ง โดยจากข้อมูลล่าสุด ( ณ 17 กุมภาพันธ์) กลุ่มผู้ถือบัตรฯ มียอดการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยไปแล้วกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท 

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post คลังเปิดยอดคนไม่มีมือถือ ลงทะเบียน ‘เราชนะ’ 3 วัน ทะลุ 327,066 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เสียงสะท้อนลงทะเบียน ‘เราชนะ’ วันแรก สำหรับผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน https://thestandard.co/rao-cha-na-register-first-day-for-those-without-smartphones/ Mon, 15 Feb 2021 13:30:12 +0000 https://thestandard.co/?p=454799 ชมคลิป: เสียงสะท้อนลงทะเบียน ‘เราชนะ’ วันแรก สำหรับผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน

วันนี้ (15 กุมภาพันธ์) คือวันแรกที่รัฐบาลเปิดให้ประชาชน […]

The post ชมคลิป: เสียงสะท้อนลงทะเบียน ‘เราชนะ’ วันแรก สำหรับผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เสียงสะท้อนลงทะเบียน ‘เราชนะ’ วันแรก สำหรับผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน

วันนี้ (15 กุมภาพันธ์) คือวันแรกที่รัฐบาลเปิดให้ประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ‘เราชนะ’ ผ่านธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งวันนี้ก็ปรากฏภาพประชาชนยืนรอต่อคิวในการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา

 

สำหรับธนาคารกรุงไทยบางสาขาก็ได้มีการจัดเตรียมสถานที่อำนวยความสะดวกในการลงทะเบียน แต่บางสาขาอาจมีพื้นที่คับแคบ ทำให้ประชาชนที่มารอคิวการลงทะเบียนต้องแออัด ยืนตากแดด หรือต้องรอบริเวณโดยรอบของธนาคาร

 

ตัดต่อ: วชิระ มากทรัพย์

The post ชมคลิป: เสียงสะท้อนลงทะเบียน ‘เราชนะ’ วันแรก สำหรับผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประมวลภาพประชาชนลงทะเบียน ‘เราชนะ’ สำหรับกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ที่ธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ https://thestandard.co/rao-cha-na-register-for-groups-without-smartphones/ Mon, 15 Feb 2021 09:10:32 +0000 https://thestandard.co/?p=454656 ประมวลภาพประชาชนลงทะเบียน ‘เราชนะ’ สำหรับกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ที่ธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ

วันนี้ (15 กุมภาพันธ์) วันแรกของการลงทะเบียนโครงการ ‘เร […]

The post ประมวลภาพประชาชนลงทะเบียน ‘เราชนะ’ สำหรับกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ที่ธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประมวลภาพประชาชนลงทะเบียน ‘เราชนะ’ สำหรับกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ที่ธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ

วันนี้ (15 กุมภาพันธ์) วันแรกของการลงทะเบียนโครงการ ‘เราชนะ’ เพื่อรับการเยียวยาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ สำหรับผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน โดยบรรยากาศที่ธนาคารกรุงไทยในหลายสาขาทั่วประเทศ มีประชาชนมาเข้าแถวรอคิวการลงทะเบียนตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา

 

ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาสิโรรส อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา มีประชาชนทยอยเดินทางเพื่อลงทะเบียนใช้สิทธิ์กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางธนาคารได้ใช้บริเวณลานจอดรถของธนาคารเป็นสถานที่ให้บริการ เพื่อลดความแออัดและลดความเสี่ยงของโควิด-19 รวมทั้งได้ขอความร่วมมือประชาชนให้สวมหน้ากากอนามัยและปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด

 

โดยผู้จัดการธนาคารกรุงไทย สาขาสิโรรส ระบุว่า วันนี้ภาพรวมตั้งแต่เช้ายังไม่พบปัญหา มีเพียงแค่บางคนลงทะเบียนในเว็บไซต์มาแล้วแต่ไม่มีสมาร์ทโฟน ทางเราก็บอกให้ไปยกเลิกก่อน ส่วนของผู้ป่วยติดเตียง ขณะนี้ยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนว่าจะครอบคลุมหรือไม่ แต่หากมีผู้ป่วยติดเตียง ทางเราก็จะทำการบันทึกข้อมูลไว้ โดยประชาชนที่จะมาลงทะเบียนยังสามารถที่จะทยอยมากันได้ ทางธนาคารกรุงไทยยินดีที่จะให้บริการ พร้อมทั้งมีธนาคารพันธมิตรที่มาร่วม และหากว่ามีประชาชนมาใช้บริการจำนวนมาก คาดว่าอาจจะมีการเปิดบริการวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย แต่ต้องประเมินดูอีกครั้ง

 

ขณะที่ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ได้กำหนดจุดรับลงทะเบียนบริเวณภายในห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองขอนแก่น ซึ่งพบว่า มีประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุจำนวนมาก มารอลงทะเบียนตั้งแต่เช้าก่อนเวลา 07.00 น. โดยทางเจ้าหน้าที่ได้กำหนดจัดคิวสำหรับการลงทะเบียนครั้งละ 90 คนเท่านั้น ท่ามกลางมาตรการควบคุมและป้องกันจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเข้มงวด โดยทุกคนจะต้องเข้ามาลงทะเบียนเพื่อเข้ารับการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายและล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ก่อนเข้ารับบริการ

 

ขณะที่บริเวณด้านในมีเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย สาขาขอนแก่น มาให้บริการรับลงทะเบียนจำนวน 20 คน เพื่อเช็กความถูกต้อง และลงทะเบียนผ่านเครื่องยืนยันตัวตน ซึ่งพบว่า แต่ละคนใช้เวลาในทำรายการครั้งละประมาณ 5-10 นาที

 

ด้าน สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ระบุว่า จังหวัดขอนแก่นมีจุดให้บริการพิเศษแบบ One Stop Service ของธนาคารกรุงไทย ในการรับลงทะเบียนโครงการเราชนะสำหรับประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟนจำนวน 16 จุด กระจายอยู่ครอบคลุมพื้นที่ 26 อำเภอ จึงขอให้ทุกคนทยอยกันมาลงทะเบียนตามระยะเวลาที่กำหนด ขณะที่บางคนที่อดใจรอไม่ไหวและเดินทางกลับไป ก็ขอให้มาลงทะเบียนได้ในวันหลัง เพื่อให้เข้าถึงการให้บริการของรัฐกันครบทุกคน

 

ทั้งนี้ รัฐบาลได้เปิดให้ลงทะเบียนโครงการเราชนะสำหรับผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน เพื่อให้ใช้จ่ายผ่านบัตรประชาชนได้ ตั้งแต่วันที่ 15-25 กุมภาพันธ์นี้ ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post ประมวลภาพประชาชนลงทะเบียน ‘เราชนะ’ สำหรับกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ที่ธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรุงไทยเผยยอด ‘เราชนะ’ เฉพาะครึ่งวันแรก (29 ม.ค.) มีคนลงทะเบียน 5 ล้านคน https://thestandard.co/ktb-rao-chana-first-half-day-5-million-register/ Fri, 29 Jan 2021 10:02:15 +0000 https://thestandard.co/?p=448833 กรุงไทยเผยยอด ‘เราชนะ’ เฉพาะครึ่งวันแรก (29 ม.ค.) มีคนลงทะเบียน 5 ล้านคน

ผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย  กล […]

The post กรุงไทยเผยยอด ‘เราชนะ’ เฉพาะครึ่งวันแรก (29 ม.ค.) มีคนลงทะเบียน 5 ล้านคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรุงไทยเผยยอด ‘เราชนะ’ เฉพาะครึ่งวันแรก (29 ม.ค.) มีคนลงทะเบียน 5 ล้านคน

ผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย  กล่าวว่า การเปิดรับลงทะเบียนโครงการเราชนะ วันแรกสำหรับประชาชนทั่วไป ผ่านเว็บไซต์ในวันที่ 29 มกราคม 2564 ตั้งแต่ 06.00-12.00 น. มียอดคนลงทะเบียนแล้ว  5 ล้านคน 

 

ทั้งนี้ประชาชนสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ในเวลา 06.00-23.00 น. จนถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 โดยไม่ได้จำกัดจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ และไม่มีการปิดรับลงทะเบียนก่อนกำหนด ดังนั้นสามารถลงทะเบียนได้ในระยะเวลาที่กำหนด และสามารถตรวจสอบสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป 

 

อย่างไรก็ตาม หากได้รับสิทธิ์ วงเงินจะเข้าในแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ สัปดาห์ละ 1,000 บาท จนครบวงเงิน 7,000 บาท และเริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 และสามารถสะสมใช้ได้ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ซึ่งการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์นั้น เป็นช่องทางสำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง โครงการเราเที่ยวด้วยกันเท่านั้น โดยซึ่งทั้งสองกลุ่มนี้ ไม่ต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการ

 

ทั้งนี้กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับวงเงินเยียวยาโดยอัตโนมัติ   ได้รับวงเงินเข้าบัตรเป็นรายสัปดาห์ จำนวนสัปดาห์ละ 675 บาท หรือ 700 บาท เริ่มเข้าวันแรก 5 กุมภาพันธ์ 2564 ส่วนกลุ่มที่ได้รับสิทธิ์โครงการคนละครึ่งและเราเที่ยวด้วยกัน ไม่ต้องลงทะเบียน แต่ต้องดำเนินการตรวจสอบสิทธิผ่าน www.เราชนะ.com และแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งจะเปิดให้ตรวจสอบสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป หากได้รับสิทธิ์วงเงินจะเข้าในแอปพลิเคชันเป๋าตัง สัปดาห์ละ 1,000 บาท เริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 สะสมใช้ได้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564  

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post กรุงไทยเผยยอด ‘เราชนะ’ เฉพาะครึ่งวันแรก (29 ม.ค.) มีคนลงทะเบียน 5 ล้านคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คาด โครงการ ‘คนละครึ่ง’ หนุนค้าปลีกไตรมาส 4 หดตัวลดลงเหลือ 7.2% https://thestandard.co/half-half-project-3000-baht/ Wed, 30 Sep 2020 08:07:32 +0000 https://thestandard.co/?p=402445 ตลาด จับจ่ายใช้สอย เดินตลาด ซื้อของ อุปโภค บริโภค newnormal

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่ามาตรการ ‘คนละครึ่ง’ ที่จะเริ่มใ […]

The post ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คาด โครงการ ‘คนละครึ่ง’ หนุนค้าปลีกไตรมาส 4 หดตัวลดลงเหลือ 7.2% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลาด จับจ่ายใช้สอย เดินตลาด ซื้อของ อุปโภค บริโภค newnormal

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่ามาตรการ ‘คนละครึ่ง’ ที่จะเริ่มในเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2563 ได้มีการกำหนดเงื่อนไขต่างๆ ซึ่งแตกต่างไปจากมาตรการก่อนหน้า โดยเฉพาะในเรื่องของการจำกัดวงเงินการใช้จ่ายต่อวันไม่เกินวันละ 150 บาท ส่งผลให้สินค้าที่ซื้อถูกจำกัดหรือมีมูลค่าไม่สูงนัก และส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ของใช้ส่วนตัว อาหาร และเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์

 

ซึ่งการกำหนดข้อจำกัดของเงื่อนไขดังกล่าวน่าจะเอื้อประโยชน์ให้กับร้านค้าปลีกรายย่อยมีโอกาสที่จะเพิ่มยอดขาย อย่างไรก็ตาม โอกาสดังกล่าวจะมากน้อยแค่ไหนยังต้องขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นจำนวนร้านค้าปลีกรายย่อยที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการและกระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงเวลาเปิด-ปิดกิจการที่สามารถอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง

ดังนั้นศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงคาดว่าผลจากมาตรการ ‘คนละครึ่ง’ น่าจะช่วยหนุนค้าปลีกในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 ได้ในระดับหนึ่ง และทำให้ยอดค้าปลีกหดตัวลดลงเล็กน้อยเหลือ 7.2% จากเดิมที่คาดไว้ว่าจะหดตัว 8.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งบรรดาผู้ประกอบการค้าปลีกอาจจะอาศัยช่วงเวลาดังกล่าวจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดควบคู่ไปด้วยเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดการใช้จ่ายมากขึ้น

  

จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563 เห็นชอบให้มีการใช้มาตรการ ‘คนละครึ่ง’ ที่จะเริ่มในเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2563 ซึ่งนอกจากจะกำหนดวงเงินคนละไม่เกิน 3,000 บาท (โดยรัฐจะจ่ายให้ 50% ของยอดใช้จ่าย ซึ่งไม่เกิน 3,000 บาท) เป็นจำนวน 10 ล้านคนแล้วนั้น ยังมีเงื่อนไขอื่นๆ ที่แตกต่างไปจากมาตรการกระตุ้นกำลังซื้ออื่นๆ ที่ออกมาก่อนหน้า เช่น ชิมช้อปใช้ คือมีการจำกัดวงเงินการใช้จ่ายต่อวัน ไม่เกินวันละ 150 บาท

  

ส่งผลให้สินค้าที่เข้าข่ายหรือตอบโจทย์วงเงินดังกล่าวมีมูลค่าที่ไม่สูงนัก และเน้นไปที่สินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ โดยเฉพาะของใช้ส่วนบุคคล อาหาร และเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ (ไม่รวมลอตเตอรี่ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ยาสูบ และการบริการ)

  

นอกจากนี้มาตรการดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะผู้ประกอบการค้าปลีกขนาดเล็ก เช่น ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก โชห่วย และแผงลอยเท่านั้น จึงน่าจะเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการค้าปลีกกลุ่มดังกล่าวมีโอกาสสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 และน่าจะเป็นโอกาสของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องต่างๆ เช่น ผู้ผลิตสินค้า เกษตรกร รวมถึงการจ้างงานของธุรกิจต่างๆ ในห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจค้าปลีกได้ในระดับหนึ่ง

  

จากที่ก่อนหน้านี้บรรดาผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจเกี่ยวเนื่องต้องเผชิญกับปัจจัยกดดันทางด้านกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ซบเซาต่อเนื่องจากวิกฤตโควิด-19 ที่ระบาดมาตั้งแต่ต้นปี บวกกับกำลังซื้อของคนในประเทศที่ยังคงอ่อนแรงต่อเนื่องจากปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจและการว่างงานที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งผลกระทบจากโควิด-19 ที่ยังคงระบาดรุนแรงในต่างประเทศ

 

อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าโอกาสในการเพิ่มยอดขายจากมาตรการดังกล่าวจะมากน้อยแค่ไหนยังต้องขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นจำนวนร้านค้าปลีกที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการและกระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงเวลาเปิด-ปิดของร้านค้าปลีกที่สามารถอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง ทั้งนี้จากการสำรวจการใช้จ่ายจากมาตรการ ‘คนละครึ่ง’ ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย (ในช่วงวันที่ 11-18 กันยายน 2563) พบว่าผู้บริโภคมีพฤติกรรมการใช้จ่ายที่น่าสนใจ ดังนี้

  

กว่า 64% ของผู้ตอบแบบสำรวจวางแผนที่จะใช้จ่ายเต็มวงเงิน (3,000 บาท) และที่เหลืออีก 36% วางแผนที่จะใช้จ่ายบางส่วน หรือไม่ถึง 3,000 บาท โดยสินค้าที่ซื้อส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าจำเป็นที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ของใช้ส่วนบุคคล (แชมพู สบู่ ยาสีฟัน) อาหาร และเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์

  

การใช้จ่ายของผู้บริโภคทั้ง 2 กลุ่ม พบว่าส่วนใหญ่กว่า 56% ของผู้ตอบแบบสำรวจยังคงใช้จ่ายใกล้เคียงหรือไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมมากนัก เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีมาตรการ เนื่องจากมีแผนที่จะใช้จ่ายอยู่แล้วในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ผลจากมาตรการถือเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้บริโภคได้

   

เนื่องจากรัฐช่วยออกค่าใช้จ่ายให้ครึ่งหนึ่ง จากเดิมที่ผู้บริโภคจะต้องจ่ายเอง 100% ซึ่งทำให้ผู้บริโภคมีเงินเหลือไปใช้ในการทำกิจกรรมอย่างอื่นหรือเก็บออมไว้ใช้จ่ายยามจำเป็นได้ ขณะที่ผู้บริโภคอีก 44% ของผู้ตอบแบบสำรวจมองว่าวางแผนจะใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ไม่มีมาตรการ โดยอาจวางแผนเลื่อนวันในการซื้อสินค้าให้ตรงกับช่วงที่ออกมาตรการ

  

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าผลจากมาตรการคนละครึ่งน่าจะช่วยหนุนค้าปลีกในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2563 ให้หดตัวลดลงเล็กน้อยเป็น 7.2% จากเดิมที่คาดว่าจะหดตัวถึง 8.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ดังกล่าวจะกระจายไปยังร้านค้าปลีกที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกดั้งเดิม เช่น ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก โชห่วย ร้านธงฟ้า

  

ซึ่งนอกจากการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้ว ร้านค้าเหล่านี้อาจจะต้องเตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องของสต๊อกสินค้า ความสดใหม่ และคุณภาพของสินค้า รวมถึงอาจจะอาศัยช่วงเวลาดังกล่าวจัดทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดการใช้จ่ายมากขึ้น ทั้งนี้แรงส่งจากมาตรการดังกล่าวน่าจะทำให้ภาพรวมของธุรกิจค้าปลีกทั้งปี 2563 หดตัวประมาณ 6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

 

เรียบเรียง: ชุติมา มุสิกะเจริญ 

ติดตามข่าวสารการลงทุนเพิ่มเติมได้ที่: www.efinancethai.com  

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คาด โครงการ ‘คนละครึ่ง’ หนุนค้าปลีกไตรมาส 4 หดตัวลดลงเหลือ 7.2% appeared first on THE STANDARD.

]]>