ฤดูฝน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ฤดูฝน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 10 Jun 2026 06:59:52 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 รัฐบาลเตรียมพร้อมรับฤดูฝนปี 69 สั่งบูรณาการทุกหน่วยงาน เฝ้าระวัง-แจ้งเตือน-ระบายน้ำ-ช่วยเหลือประชาชน https://thestandard.co/government-monsoon-measures-2569/ Wed, 10 Jun 2026 06:59:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1216773 ภาพกราฟิกสรุป 9 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2569 ของรัฐบาล

วันนี้ (10 มิถุนายน) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำน […]

The post รัฐบาลเตรียมพร้อมรับฤดูฝนปี 69 สั่งบูรณาการทุกหน่วยงาน เฝ้าระวัง-แจ้งเตือน-ระบายน้ำ-ช่วยเหลือประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกสรุป 9 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2569 ของรัฐบาล

วันนี้ (10 มิถุนายน) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีรับทราบมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 ตามที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เสนอ พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด และรายงานผลให้ กนช. ติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วม น้ำหลาก ดินถล่ม และฝนทิ้งช่วงที่อาจเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ

 

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 31 ตุลาคมของทุกปี (ยกเว้นภาคใต้ฝั่งตะวันออกซึ่งเริ่ม 1 กันยายน และสิ้นสุด 28 กุมภาพันธ์ของปีถัดไป) โดยรัฐบาลได้บูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานภายใต้ 9 มาตรการสำคัญ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อประชาชน ได้แก่

 

  • คาดการณ์ ชี้เป้า และแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า โดยเพิ่มประสิทธิภาพการพยากรณ์ฝนและสถานการณ์น้ำ จัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ดินถล่ม และฝนทิ้งช่วง พร้อมพัฒนาระบบเตือนภัยให้เข้าถึงประชาชนได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น
  • ทบทวนและปรับปรุงเกณฑ์บริหารจัดการน้ำทั้งระบบลุ่มน้ำ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤตล่วงหน้า
  • เตรียมความพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ อาคารชลศาสตร์ ระบบระบายน้ำ และบุคลากร ให้พร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งสำรวจ ซ่อมแซม และกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ
  • ตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยของคันกั้นน้ำ เขื่อน ทำนบ และพนังกั้นน้ำ พร้อมจัดทำแผนสำรองและแผนเผชิญเหตุกรณีเกิดความเสียหายหรือเกิดน้ำหลากฉับพลัน
  • เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำอย่างเป็นระบบ เร่งกำจัดผักตบชวา วัชพืชลอยน้ำ และขุดลอกทางระบายน้ำ เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญและพื้นที่เปราะบาง
  • จัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำก่อนเกิดภัย ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ จัดเตรียมศูนย์พักพิง พื้นที่อพยพ อุปกรณ์ยังชีพ รวมถึงดูแลกลุ่มเปราะบางและการเคลื่อนย้ายปศุสัตว์ในพื้นที่เสี่ยง
  • เร่งเก็บกักน้ำและพัฒนาแหล่งน้ำช่วงปลายฤดูฝน เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง โดยบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำผิวดิน และน้ำใต้ดินให้เต็มศักยภาพ
  • สร้างการรับรู้ความเสี่ยงและเสริมความเข้มแข็งเครือข่ายภาคประชาชน ให้มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และติดตามสถานการณ์น้ำ พร้อมเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องและชี้แจงข่าวเท็จอย่างทันท่วงที
  • ติดตาม ประเมินผล และปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติและคณะกรรมการลุ่มน้ำจะติดตาม วิเคราะห์ และสรุปผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตลอดฤดูฝน

 

ลลิดากล่าวอีกว่า มาตรการปี 2569 ได้รับการปรับปรุงจากปีที่ผ่านมา โดยเน้นการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่และการบริหารจัดการความเสี่ยงล่วงหน้ามากขึ้น ทั้งการเฝ้าระวังพื้นที่เปราะบาง เช่น โรงพยาบาล สถานดูแลผู้สูงอายุ ชุมชนเสี่ยงภัย การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน การจัดทำจุดเฝ้าระวังความเสี่ยงล่วงหน้า และการเตรียมแผนฟื้นฟูหลังเกิดภัยอย่างเป็นระบบ

 

ลลิดาย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำท่วมและฝนทิ้งช่วงที่ส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เศรษฐกิจ และภาคการเกษตร การเตรียมความพร้อมล่วงหน้า จะช่วยให้สามารถดูแลประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้มากที่สุด

The post รัฐบาลเตรียมพร้อมรับฤดูฝนปี 69 สั่งบูรณาการทุกหน่วยงาน เฝ้าระวัง-แจ้งเตือน-ระบายน้ำ-ช่วยเหลือประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Rain Sound: เสียงฝนไม่ได้แค่น่าฟัง แต่มันกำลังรีเซตสมองของคุณอยู่ https://thestandard.co/life/rain-sound-brain-reset/ Sun, 31 May 2026 09:02:39 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1213026 ผู้หญิงนั่งคนเดียวในห้องนอนที่แสงสลัว

มีบางอย่างเกิดขึ้นในสมองทุกครั้งที่ฝนเริ่มตก ไม่ใช่แค่ค […]

The post Rain Sound: เสียงฝนไม่ได้แค่น่าฟัง แต่มันกำลังรีเซตสมองของคุณอยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้หญิงนั่งคนเดียวในห้องนอนที่แสงสลัว

มีบางอย่างเกิดขึ้นในสมองทุกครั้งที่ฝนเริ่มตก ไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงทางระบบประสาทที่วัดได้จริง

 

เมื่อฝนตก เสียงของมวลน้ำที่กระทบพื้นจะทำหน้าที่เป็น Pink Noise ซึ่งเสียงความถี่ต่ำที่สม่ำเสมอนี้จะช่วยกระตุ้นการผลิตคลื่นสมอง Alpha (Alpha Wave) ซึ่งเชื่อมโยงกับสภาวะผ่อนคลายที่ยังคงตื่นตัวและเปิดรับความคิดสร้างสรรค์ แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ เสียงฝนยังส่งผลต่อ Theta Wave ด้วย คลื่นสมอง Theta ในช่วง 4-8 Hz นั้นมักปรากฏขึ้นระหว่างการทำสมาธิขั้นลึกและการหลับตื้น หลายคนรายงานว่ารู้สึกเหมือนลอยอยู่และสงบอย่างลึกซึ้งเมื่ออยู่ในสภาวะนี้

 

เหตุผลที่เสียงฝนทำงานได้ดีกว่าความเงียบก็เพราะ เสียงที่สม่ำเสมอและไม่มีข้อมูล (Information-free) อย่างเสียงฝนนั้น สมองสามารถคาดเดา (Predict) ได้ง่าย Cortex หรือเปลือกสมองส่วนการได้ยินจึงหยุดประมวลผลมันในฐานะสิ่งใหม่ และทำการคัดออก (Subtract) จากความรับรู้อย่างมีสติ ขณะเดียวกันก็ช่วยกรองเสียงรบกวนที่ไม่คาดเดาได้ภายนอกออกไปด้วย

 

ในห้องที่เงียบสนิท Default Mode Network (DMN) หรือวงจรประสาทที่เชื่อมโยงกับการคิดวนซ้ำในหัว มักจะเข้ามาครอบงำสมอง แต่เสียงพื้นหลังที่นุ่มนวลและสม่ำเสมอจะช่วยกระตุ้นวงจรการจดจ่อ (Attention Circuits) ได้พอดี เพียงพอที่จะปิดเสียงรบกวนภายในใจนั้น นักวิทยาศาสตร์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Just-Right Arousal Bump ไม่ใช่การกระตุ้นที่รุนแรง แต่เป็นแค่แรงผลักเบา ๆ ที่รักษาความตื่นตัวเอาไว้ในระดับที่เหมาะสม

 

งานวิจัยโดย Inlow และคณะ (Inlow et al.) ในหัวข้อ Alpha and theta oscillations in the brain during creative ideation and memory retrieval พบว่า คลื่นสมอง Theta มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อความคิดสร้างสรรค์และการจัดเก็บความทรงจำ การศึกษายังชี้ว่า คลื่น Theta จะเพิ่มสูงขึ้นก่อนที่มนุษย์จะดึงความทรงจำขึ้นมาได้อย่างถูกต้อง ซึ่งหมายความว่าการส่งเสริมคลื่น Theta ผ่านเสียงบำบัด อาจช่วยพัฒนาความสามารถในการจดจำและการเรียนรู้ได้จริง

 

ครั้งต่อไปที่คุณเปิดเพลย์ลิสต์เสียงฝนก่อนนอน ก่อนทำงาน หรือก่อนนั่งสมาธิ รู้ไว้เลยว่าคุณไม่ได้แค่เลือกบรรยากาศ แต่กำลังตั้งค่าสมองให้เข้าสู่โหมดที่พร้อมสร้างสรรค์ จดจำ และเยียวยาตัวเองอยู่

 

อ้างอิง

 

The post Rain Sound: เสียงฝนไม่ได้แค่น่าฟัง แต่มันกำลังรีเซตสมองของคุณอยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 คลี่คลาย กลับสู่เกณฑ์มาตรฐานทั่วประเทศ รับฤดูฝน https://thestandard.co/thailand-pm25-dust-clears/ Tue, 19 May 2026 09:19:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1208846 ภาพแสดงสภาพอากาศที่ปลอดโปร่งและท้องฟ้าสดใส หลังสถานการณ์ ฝุ่น PM2.5 คลี่คลาย

วันนี้ (19 พฤษภาคม) สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมม […]

The post สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 คลี่คลาย กลับสู่เกณฑ์มาตรฐานทั่วประเทศ รับฤดูฝน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแสดงสภาพอากาศที่ปลอดโปร่งและท้องฟ้าสดใส หลังสถานการณ์ ฝุ่น PM2.5 คลี่คลาย

วันนี้ (19 พฤษภาคม) สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยข้อมูลล่าสุดจากศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) เกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ของประเทศไทย โดยระบุว่า ภายหลังจากที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ปัจจัยดังกล่าวได้ส่งผลให้หลายพื้นที่ทั่วประเทศมีปริมาณฝนตกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ประกอบกับสภาพอุตุนิยมวิทยาในปัจจุบันมีความเปิดโล่งและเอื้อต่อการระบายอากาศได้ดีมากยิ่งขึ้น ทำให้สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในภาพรวมของประเทศมีแนวโน้มคลี่คลายลงอย่างชัดเจน และกลับเข้ามาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานในทุกพื้นที่

 

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวเพิ่มเติมว่า ย้อนกลับไปในช่วงต้นปี 2569 หลายพื้นที่ของประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤตมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคกลาง รวมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการสะสมตัวของฝุ่นละอองในพื้นที่ สภาพอากาศที่ปิดทึบ และปัญหาหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยทางฤดูกาลและการบูรณาการแก้ไขปัญหา ปัจจุบันพบว่าค่าฝุ่นละอองได้ลดลงและกลับมาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด โดยคุณภาพอากาศส่วนใหญ่อยู่ในระดับ ดีมาก ถึง ดี

 

ตลอดช่วงสถานการณ์วิกฤตที่ผ่านมา กรมควบคุมมลพิษได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 อย่างเข้มข้น ทั้งในด้านการติดตามตรวจสอบและประเมินสถานการณ์คุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ การยกระดับระบบแจ้งเตือนภัยสู่ประชาชนผ่านแพลตฟอร์มที่หลากหลายและเข้าถึงง่าย

 

อาทิ ระบบ Cell Broadcast, แอปพลิเคชัน LINE ALERT และช่องทาง Social Media ของ คพ. ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) ร่วมกับข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยา เพื่อสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกให้แก่หน่วยงานระดับพื้นที่ใช้ประกอบการบริหารจัดการและควบคุมการเผาในที่โล่ง

 

นอกจากนี้ ยังได้มีการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศภายใต้ ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) เพื่อเฝ้าระวังและลดผลกระทบจากปัญหาหมอกควันข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการให้การสนับสนุนด้านข้อมูลและยุทธวิธีแก่ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน (ส่วนหน้า ภาคเหนือ) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือมาอย่างต่อเนื่อง

 

สุรินทร์ ได้กล่าวย้ำว่า แม้สถานการณ์ฝุ่นละอองในภาพรวมจะคลี่คลายลงและเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว แต่ทางกรมควบคุมมลพิษจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยพี่น้องประชาชนยังคงสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร ตรวจสอบคุณภาพอากาศ และรับการแจ้งเตือนได้ผ่านทางแพลตฟอร์ม Social Media ของกรมควบคุมมลพิษ รวมถึงตรวจสอบข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้ทางเว็บไซต์ Air4Thai.pcd.go.th หรือผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai บนสมาร์ทโฟนได้ตลอด 24 ชั่วโมง

The post สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 คลี่คลาย กลับสู่เกณฑ์มาตรฐานทั่วประเทศ รับฤดูฝน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สทนช. ชี้ 15 เขื่อนขนาดใหญ่เสี่ยงน้ำล้นความจุ สั่งเร่งพร่องน้ำ ‘ภูมิพล-สิริกิติ์’ รับมือฝนเกินค่าเฉลี่ยและ 7 พายุ https://thestandard.co/bhumibol-sirikit-drain-for-storms/ Fri, 07 Nov 2025 09:58:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1140761 สทนช. ชี้ 15 เขื่อนขนาดใหญ่เสี่ยงน้ำล้นความจุ สั่งเร่งพร่องน้ำ ภูมิพล-สิริกิติ์ รับมือฝนเกินค่าเฉลี่ยและ 7 พายุ

วันนี้ (7 พฤศจิกายน) ไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำ […]

The post สทนช. ชี้ 15 เขื่อนขนาดใหญ่เสี่ยงน้ำล้นความจุ สั่งเร่งพร่องน้ำ ‘ภูมิพล-สิริกิติ์’ รับมือฝนเกินค่าเฉลี่ยและ 7 พายุ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สทนช. ชี้ 15 เขื่อนขนาดใหญ่เสี่ยงน้ำล้นความจุ สั่งเร่งพร่องน้ำ ภูมิพล-สิริกิติ์ รับมือฝนเกินค่าเฉลี่ยและ 7 พายุ

วันนี้ (7 พฤศจิกายน) ไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะโฆษก สทนช. เปิดเผยถึงการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนปี 2568 ว่า หน่วยงานภาครัฐได้ดำเนินการด้วยความรอบคอบ โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการป้องกันอุทกภัยและการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง

 

จากการคาดการณ์ล่วงหน้าของกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) ระบุว่า ปี 2568 จะมีปริมาณฝนมากกว่าค่าเฉลี่ย โดยจะตกเพิ่มขึ้นและมีความเสี่ยงสูงที่จะมีพายุหมุนเขตร้อนพัดเข้ามาในช่วงเดือนสิงหาคม – ตุลาคม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งได้ในหลายพื้นที่

 

สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประเมินว่า เขื่อนขนาดใหญ่จำนวน 15 แห่ง มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำล้นความจุเขื่อน โดยบางแห่งมีแนวโน้มเกิดน้ำล้นตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 ดังนั้นจึงจำเป็นต้องปรับแผนการระบายน้ำของเขื่อน เพื่อป้องกันสถานการณ์อุทกภัยให้ได้มากที่สุด

 

สทนช. ได้กำหนดเป้าหมายให้เขื่อนมีปริมาณน้ำประมาณ 80% ของความจุเก็บกัก ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งเป็นช่วงสิ้นสุดฤดูฝน เพื่อให้มีพื้นที่ว่างรองรับน้ำช่วงฝนตกหนัก ช่วยลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน ขณะเดียวกันก็ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อหาช่วงเวลาที่เหมาะสมในการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้อย่างเพียงพอ

 

สำหรับเขื่อนขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น เขื่อนภูมิพล และ เขื่อนสิริกิติ์ ถือเป็นตัวอย่างของการบริหารจัดการน้ำตามแนวทางดังกล่าว โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ได้มีการเร่งพร่องน้ำจากเขื่อนทั้ง 2 แห่ง ตามแผนการระบายน้ำเป็นรายเดือน:

  • เขื่อนภูมิพล: มีการระบายน้ำไปแล้วรวม 5,369 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)
  • เขื่อนสิริกิติ์: ระบายน้ำไปแล้วถึง 7,608 ล้าน ลบ.ม.

 

การดำเนินการดังกล่าวส่งผลให้ช่วงเวลาที่ผ่านมา ทั้งสองเขื่อนมีพื้นที่ว่างรองรับน้ำฝนจากพายุแต่ละลูกและช่วยหน่วงน้ำที่จะไหลไปเพิ่มในลำน้ำต่างๆ ได้เป็นจำนวนมากตลอดช่วงฤดูฝนนี้ แม้ว่าประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลจากพายุถึง 7 ลูก ก็ตาม

 

ในส่วนของสถานการณ์ พายุคัลแมกี ที่เคลื่อนตัวเข้าประเทศไทยในขณะนี้ สทนช. ได้ร่วมกับทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยได้มีการ ปรับเพิ่มการระบายน้ำที่เขื่อนภูมิพลแบบเป็นขั้นบันได จากเดิม 15 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน เป็นสูงสุดไม่เกิน 60 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน กรณีมีฝนตกหนักมาก แต่เบื้องต้นจะคงการระบายน้ำอยู่ที่อัตรา 40 – 45 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน

 

สทนช. ยืนยันว่ามวลน้ำที่ระบายจากเขื่อนภูมิพลจะไม่ทำให้ระดับน้ำสูงสุดในเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น เนื่องจากน้ำจากเขื่อนภูมิพลใช้เวลาประมาณ 8 วันจึงจะไหลถึงเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งระหว่างนั้น น้ำที่อยู่เหนือเขื่อนเจ้าพระยาในปัจจุบันจะค่อย ๆ ไหลลงสู่อ่าวไทยไปก่อนแล้ว

 

สำหรับ เขื่อนสิริกิติ์ ยังคงมีพื้นที่กักเก็บน้ำเพียงพอที่จะรองรับปริมาณน้ำหลากจากพื้นที่ด้านเหนือเขื่อนได้ จึงยังคงการระบายน้ำไว้ในอัตราปัจจุบัน คือ 9.91 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำ และลดระดับน้ำในลำน้ำให้สามารถระบายน้ำออกจากทุ่งบางระกำลงสู่แม่น้ำน่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

หน่วยงานจะมีการประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา และบูรณาการการบริหารจัดการน้ำร่วมกันในภาพรวมทุกกลุ่มน้ำ เพื่อให้ภาพรวมของทุกพื้นที่ทั่วประเทศผ่านพ้นสถานการณ์นี้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

 

อ้างอิง : https://www.facebook.com/share/1BVoufH4mj/

The post สทนช. ชี้ 15 เขื่อนขนาดใหญ่เสี่ยงน้ำล้นความจุ สั่งเร่งพร่องน้ำ ‘ภูมิพล-สิริกิติ์’ รับมือฝนเกินค่าเฉลี่ยและ 7 พายุ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลห่วงสุขภาพเด็ก แนะผู้ปกครองระวัง 5 โรคฮิตรับเปิดเทอมฤดูฝน https://thestandard.co/rainy-season-kids-disease-warning/ Sat, 17 May 2025 03:33:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1075226 ผู้ปกครองดูแลสุขภาพลูกหลาน ป้องกัน 5 โรคฮิตช่วงฤดูฝนก่อนเปิดเทอม

วันนี้ (17 พฤษภาคม) คารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายก […]

The post รัฐบาลห่วงสุขภาพเด็ก แนะผู้ปกครองระวัง 5 โรคฮิตรับเปิดเทอมฤดูฝน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ปกครองดูแลสุขภาพลูกหลาน ป้องกัน 5 โรคฮิตช่วงฤดูฝนก่อนเปิดเทอม

วันนี้ (17 พฤษภาคม) คารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความห่วงใยสุขภาพของเด็กนักเรียน โดยเฉพาะในช่วงใกล้เปิดภาคเรียนใหม่ ซึ่งมักตรงกับช่วงเริ่มต้นฤดูฝน ทำให้สภาพอากาศมีความชื้นสูง เอื้อต่อการเจริญเติบโตและแพร่กระจายของเชื้อโรค จึงขอแนะนำให้ผู้ปกครองเตรียมความพร้อมและดูแลสุขภาพบุตรหลานเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มักมีความเสี่ยงสูงต่อโรคระบาดที่มาพร้อมกับฤดูฝน ทั้งโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โรคติดต่อผ่านการสัมผัส และกลุ่มโรคที่มียุงเป็นพาหะ

 

คารม พลพรกลาง กล่าวว่า โรคที่พบได้บ่อยในช่วงนี้ ได้แก่

 

  1. โรคมือ เท้า ปาก: มักพบในเด็กเล็กวัยก่อนเข้าเรียนหรือต่ำกว่า 5 ปี ติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรง อาการเด่นคือมีไข้สูง มีแผลในปาก และมีผื่นที่มือและเท้า หากติดเชื้อสายพันธุ์รุนแรงอาจมีภาวะแทรกซ้อนทางสมอง กล้ามเนื้อ และหัวใจ
  2. โรคไข้หวัดใหญ่: มีความรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา เด็กจะมีไข้สูง ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลีย อาจมีอาการไอ น้ำมูก อาเจียน หรือท้องเสียร่วมด้วย หากไม่ได้รับการรักษา อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดบวมและสมองอักเสบ
  3. โรคปอดบวม: เป็นการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างที่อาจพัฒนามาจากไข้หวัดธรรมดา เด็กจะมีอาการไอและมีเสมหะมาก หายใจเร็วหรือหอบเหนื่อย เสียงหายใจผิดปกติ บางรายอาจมีริมฝีปากเขียวคล้ำ ซึ่งเป็นสัญญาณอาการรุนแรง
  4. โรคตาแดงจากไวรัส: แพร่กระจายได้ง่าย เด็กจะมีอาการตาแดง เคืองตา น้ำตาไหล และมีขี้ตามาก
  5. โรคไข้เลือดออก: มียุงลายเป็นพาหะ ระยะแรกเด็กจะมีไข้สูง ปวดเมื่อย มีจุดเลือดออกสีแดงตามร่างกาย ระยะที่ต้องระวังคือช่วงไข้ลด เพราะบางรายอาจเกิดภาวะช็อก และมีอาการเลือดออก เช่น เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน อาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือด

 

คารม กล่าวว่า รัฐบาลห่วงใยสุขภาพเด็ก แนะผู้ปกครองควรเสริมภูมิคุ้มกันให้บุตรหลานเพื่อป้องกันโรคระบาด โดยให้เด็กกินอาหารครบ 5 หมู่ รวมถึงผักผลไม้ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน และควรนอนหลับอย่างน้อย 8-10 ชั่วโมงต่อวัน นอกจากนี้ ควรฉีดวัคซีน เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก และมือเท้าปาก โดยเฉพาะช่วงเปิดเทอมนี้เวลาไปโรงเรียนหรือสถานที่ที่มีคนเยอะ

 

แนะนำให้บุตรหลานรักษาความสะอาด ใช้ช้อนกลาง ฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์หรือล้างมือบ่อย ๆ และสวมใส่หน้ากากอนามัย ถ้าหากพบอาการเจ็บป่วยหรืออาการผิดปกติที่น่าเป็นห่วงจะได้พาไปพบแพทย์ทันที เพื่อให้ลูกหลานของเราปลอดภัยมากขึ้นโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน

 

รองโฆษกฯ ย้ำว่า ผู้ปกครองจึงควรสังเกตอาการของบุตรหลานอย่างใกล้ชิด หากพบอาการผิดปกติหรืออาการที่เข้าข่ายโรคเหล่านี้ ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที

The post รัฐบาลห่วงสุขภาพเด็ก แนะผู้ปกครองระวัง 5 โรคฮิตรับเปิดเทอมฤดูฝน appeared first on THE STANDARD.

]]>
15 พ.ค. นี้ ไทยเข้าสู่ฤดูฝนเต็มรูปแบบ กรมอุตุฯ ขอให้เตรียมพร้อมรับมืออากาศที่แปรปรวน https://thestandard.co/thailand-rainy-season-starts-may-2025/ Wed, 14 May 2025 08:28:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1074206 thailand-rainy-season-starts-may-2025

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศอย่างเป็นทางการว่า ประเทศไทยจะเข้ […]

The post 15 พ.ค. นี้ ไทยเข้าสู่ฤดูฝนเต็มรูปแบบ กรมอุตุฯ ขอให้เตรียมพร้อมรับมืออากาศที่แปรปรวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
thailand-rainy-season-starts-may-2025

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศอย่างเป็นทางการว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนประจำปี 2568 ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคมนี้ โดย ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ภาพรวมปีนี้คาดว่าปริมาณฝนรวมจะสูงกว่าค่าเฉลี่ยประมาณร้อยละ 5 แต่จะน้อยกว่าปี 2567

ในช่วงต้นฤดูไปจนถึงกลางเดือนกรกฎาคม ประเทศไทยตอนบนจะมีปริมาณฝนมากกว่าค่าเฉลี่ย 5-10% ขณะที่ช่วงครึ่งหลังของฤดู (สิงหาคม-ตุลาคม) ปริมาณฝนจะใกล้เคียงค่าเฉลี่ยปกติ ยกเว้นภาคใต้ฝั่งตะวันออก ที่คาดว่าจะมีฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 10

 

กรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิด ‘ฝนทิ้งช่วง’ ระหว่างปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งซ้ำซาก จึงขอให้ประชาชนวางแผนการใช้น้ำอย่างรอบคอบ

 

สำหรับช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม จะเป็นช่วงที่ฝนตกชุกหนาแน่นที่สุด และมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก คาดว่าจะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยประมาณ 1-2 ลูก ส่วนใหญ่จะส่งผลกระทบต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ

 

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อฤดูฝนปีนี้คือปรากฏการณ์ ENSO ที่ขณะนี้อยู่ในสภาวะเป็นกลาง ทำให้การกระจายตัวของฝนดีขึ้นและปริมาณฝนโดยรวมสูงกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย

 

กรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือสภาพอากาศที่อาจแปรปรวนในช่วงฤดูฝนนี้

 

15 พ.ค. นี้ ไทยเข้าสู่ฤดูฝนเต็มรูปแบบ 15 พ.ค. นี้ ไทยเข้าสู่ฤดูฝนเต็มรูปแบบ 15 พ.ค. นี้ ไทยเข้าสู่ฤดูฝนเต็มรูปแบบ 15 พ.ค. นี้ ไทยเข้าสู่ฤดูฝนเต็มรูปแบบ 15 พ.ค. นี้ ไทยเข้าสู่ฤดูฝนเต็มรูปแบบ 15 พ.ค. นี้ ไทยเข้าสู่ฤดูฝนเต็มรูปแบบ 15 พ.ค. นี้ ไทยเข้าสู่ฤดูฝนเต็มรูปแบบ 15 พ.ค. นี้ ไทยเข้าสู่ฤดูฝนเต็มรูปแบบ 15 พ.ค. นี้ ไทยเข้าสู่ฤดูฝนเต็มรูปแบบ 15 พ.ค. นี้ ไทยเข้าสู่ฤดูฝนเต็มรูปแบบ 15 พ.ค. นี้ ไทยเข้าสู่ฤดูฝนเต็มรูปแบบ 15 พ.ค. นี้ ไทยเข้าสู่ฤดูฝนเต็มรูปแบบ

The post 15 พ.ค. นี้ ไทยเข้าสู่ฤดูฝนเต็มรูปแบบ กรมอุตุฯ ขอให้เตรียมพร้อมรับมืออากาศที่แปรปรวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศไทยเข้าสู่ ฤดูฝน 15 พ.ค. นี้ คาดปริมาณฝนรวมสูงกว่าค่าเฉลี่ย https://thestandard.co/thailand-rainy-season-may-15/ Tue, 13 May 2025 11:37:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1073869

วันนี้ (13 พฤษภาคม) ที่ศูนย์ปฏิบัติการพยากรณ์อากาศ กรมอ […]

The post กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศไทยเข้าสู่ ฤดูฝน 15 พ.ค. นี้ คาดปริมาณฝนรวมสูงกว่าค่าเฉลี่ย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (13 พฤษภาคม) ที่ศูนย์ปฏิบัติการพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยถึงการคาดการณ์การเข้าสู่ ฤดูฝน ของประเทศไทย โดยคาดว่าจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 

 

การประกาศเข้าสู่ฤดูฝนดังกล่าวเป็นไปตามเกณฑ์ทางอุตุนิยมวิทยาที่พิจารณาจาก 3 องค์ประกอบ ได้แก่ 

 

  1. ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกมากกว่าร้อยละ 60 ของพื้นที่และมีฝนตกต่อเนื่อง
  2. ลมชั้นบนที่ระดับความสูงประมาณ 1.5 กิโลเมตร เปลี่ยนทิศทางเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้ 
  3. ลมชั้นบนที่ระดับความสูงประมาณ 10 กิโลเมตร เปลี่ยนทิศเป็นลมฝ่ายตะวันออก

 

สำหรับภาพรวมปริมาณฝนในปี 2568 ดร.สุกันยาณี ระบุว่า ปริมาณฝนรวมทั้งปีคาดว่าจะมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติประมาณร้อยละ 5 โดยเฉพาะในช่วงต้นฤดูจนถึงเดือนกรกฎาคม ประเทศไทยตอนบนจะมีปริมาณฝนชุกมากกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 5-10 ขณะที่ช่วงครึ่งหลังของฤดู ตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงตุลาคม ปริมาณฝนโดยรวมจะใกล้เคียงค่าเฉลี่ยปกติ 

 

ยกเว้นภาคใต้ฝั่งตะวันออกที่คาดว่าจะมีปริมาณฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยประมาณร้อยละ 10

 

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยายังกล่าวถึงไทม์ไลน์สภาพอากาศที่น่าจับตา โดยในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคมอาจเกิดปรากฏการณ์ฝนทิ้งช่วงในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน ซึ่งมักส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรนอกเขตชลประทานที่ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าววางแผนการใช้น้ำอย่างเหมาะสม

 

ในทางกลับกัน ช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม เป็นช่วงที่คาดว่าจะมีฝนตกชุกหนาแน่นที่สุด และมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยมีปัจจัยเสี่ยงจากพายุหมุนเขตร้อนที่คาดว่าจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยประมาณ 1-2 ลูก โดยส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ

 

ดร.สุกันยาณี กล่าวเสริมว่า อิทธิพลจากปรากฏการณ์เอลนีโญ-ลานีญา (ENSO) ขณะนี้อยู่ในสภาวะเป็นกลาง และมีแนวโน้มจะคงอยู่ไปจนถึงช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน ซึ่งปัจจัยนี้ส่งผลดีต่อการกระจายตัวของฝน ทำให้ปริมาณฝนรวมใกล้เคียงหรือสูงกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อยตามที่คาดการณ์

 

กรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอเน้นย้ำให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามข่าวสารการพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่อาจแปรปรวนที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงวางแผนการบริหารจัดการน้ำและการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ประชาชนสามารถติดตามประกาศและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา www.tmd.go.th

The post กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศไทยเข้าสู่ ฤดูฝน 15 พ.ค. นี้ คาดปริมาณฝนรวมสูงกว่าค่าเฉลี่ย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ว่าฯ กทม. ลุยตรวจสถานการณ์ฝนถล่มกรุงวันแรงงาน ชมทีมงานพร้อมรับมือ-น้ำลดไว เหมือนทดสอบการรับมือฤดูฝน https://thestandard.co/bangkok-governor-inspects-heavy-rain-labor-day/ Thu, 01 May 2025 03:44:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1070091 ผู้ว่าฯ กทม.

วันนี้ (1 พฤษภาคม) ซึ่งตรงกับวันแรงงานแห่งชาติ เกิดฝนตก […]

The post ผู้ว่าฯ กทม. ลุยตรวจสถานการณ์ฝนถล่มกรุงวันแรงงาน ชมทีมงานพร้อมรับมือ-น้ำลดไว เหมือนทดสอบการรับมือฤดูฝน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ว่าฯ กทม.

วันนี้ (1 พฤษภาคม) ซึ่งตรงกับวันแรงงานแห่งชาติ เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางดึกในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้มีรายงานน้ำท่วมขังรอการระบายในหลายจุด อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ส่วนใหญ่คลี่คลายลงอย่างรวดเร็วในช่วงเช้า โดย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตั้งแต่เวลาประมาณ 05.30 น.

 

ผู้ว่าฯ กทม. ได้เดินทางไปตรวจสอบบริเวณถนนประชาสุข เขตดินแดง ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งวัดปริมาณฝนได้ราว 80 มิลลิเมตร ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในบริเวณดังกล่าว รวมถึงถนนประชาสงเคราะห์ และย่านสิงห์คอมเพล็กซ์ แต่เมื่อผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ พบว่าน้ำได้ลดระดับลงจนแห้งเกือบเป็นปกติแล้ว 

 

ชัชชาติกล่าวชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ กทม. ทั้งพนักงานกวาด (พี่กวาด) และเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ ที่ลงพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันตั้งแต่เช้ามืด “เช้านี้น่าดีใจที่ออกมาก็เจอแต่ทีม กทม. ทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเองว่าต้องเต็มที่ เราเองก็มาให้กำลังใจทีมงาน” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว 

 

พร้อมระบุว่าเจ้าหน้าที่กวาดได้เข้ามาช่วยเก็บขยะที่ถูกน้ำฝนชะออกมากองรวมกัน ก่อนที่รถเก็บขยะจะมาถึงจากนั้น ชัชชาติพร้อมด้วย อรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี ที่ปรึกษาฯ ได้เดินทางต่อไปยังศูนย์ป้องกันน้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ เพื่อติดตามภาพรวมสถานการณ์ฝนและน้ำท่วมขังทั่วกรุงเทพฯ โดยรับทราบข้อมูลว่า ปริมาณฝนสูงสุดวัดได้ 82.0 มม. ที่จุดวัดประตูระบายน้ำประชาร่วมใจ เขตมีนบุรี รองลงมาคือ สำนักงานเขตวัฒนา (76.5 มม.) และสำนักงานเขตคลองสามวา (71.0 มม.) จุดที่เกิดน้ำท่วมขังส่วนใหญ่สามารถระบายได้แห้งภายในเวลาไม่เกินครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง มีเพียงบางจุด เช่น ถนนประชาสุข ช่วงซอยอินทามาระ 45-53 ที่ใช้เวลาระบายน้ำเกือบ 2 ชั่วโมง

 

ผู้ว่าฯ กทม. สรุปว่า เหตุการณ์ฝนตกหนักครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบที่ดีสำหรับระบบการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า พร้อมกันนี้ได้กล่าวอวยพร “สุขสันต์วันแรงงาน” ให้กับประชาชนทุกคน

The post ผู้ว่าฯ กทม. ลุยตรวจสถานการณ์ฝนถล่มกรุงวันแรงงาน ชมทีมงานพร้อมรับมือ-น้ำลดไว เหมือนทดสอบการรับมือฤดูฝน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. พร้อมรับมือฤดูฝน เคลียร์ท่อน้ำ ขุดลอกคลอง เปิดทางน้ำไหล สำรวจจุดเสี่ยงท่วมซ้ำซาก ตั้งเป้าครบ 50 เขต ภายในพฤษภาคม 68 https://thestandard.co/bangkok-rain-preparation/ Thu, 13 Feb 2025 08:26:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1041408 bangkok-rain-preparation

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกร […]

The post กทม. พร้อมรับมือฤดูฝน เคลียร์ท่อน้ำ ขุดลอกคลอง เปิดทางน้ำไหล สำรวจจุดเสี่ยงท่วมซ้ำซาก ตั้งเป้าครบ 50 เขต ภายในพฤษภาคม 68 appeared first on THE STANDARD.

]]>
bangkok-rain-preparation

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตพระนคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 2/2568 โดยมีผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสำนัก และผู้อำนวยการเขต 50 เขต ร่วมประชุม 

 

ชัชชาติกล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญก่อนเข้าฤดูฝน ขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขต ต้องเร่งทำความสะอาดท่อระบายน้ำและขุดลอกคูคลอง ตนจะลงพื้นที่ตรวจทุกสัปดาห์ และนอกจากจะกำชับเรื่องการทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ขุดลอกคูคลองแล้ว ผู้อำนวยการเขตต้องรู้สถานการณ์ในพื้นที่เขตตนเอง ที่สำคัญต้องดูจุดเสี่ยงและจุดที่มีน้ำท่วมซ้ำซาก เช่น บางนานอก ถนนสรรพาวุธ เขตบางนา เขตดอนเมือง เขตพระโขนง ถนนศรีนครินทร์ เขตสวนหลวง เขตประเวศ เขตลาดกระบัง เป็นต้น 

 

นอกจากนี้ผู้ว่าฯ กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม สายสีม่วงใต้ ว่าการก่อสร้างไปตัดหรือกระทบกับท่อระบายน้ำหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนในพื้นที่ ให้จับปรับร้านค้าที่เทน้ำสกปรก คราบน้ำมัน ลงท่อระบายน้ำ ทำความสะอาดและดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยของทางเท้า

 

สำหรับแผนการล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำในปีงบประมาณ 2568 จากความยาวท่อระบายน้ำรวม 6,924 กม. (เพิ่มขึ้นจากปี 2567 108 กม.) มีแผนล้างท่อความยาว 3,803.6 กม. ปัจจุบันดำเนินการได้ 1,105.7 กม. คิดเป็น 29.10% (ข้อมูล ณ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568) ซึ่งการล้างท่อในกรุงเทพมหานคร ปี 2568 แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 

 

  1. ดำเนินการเองโดยสำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขต เป้าหมาย 1,138.9 กม. 
  2. จ้างราชทัณฑ์ เป้าหมาย 2,029.4 กม. 
  3. จ้างเอกชน เป้าหมาย 635.3 กม. ตั้งเป้าดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2568

 

สำหรับการดำเนินการขุดลอกคูคลองในปี 2568 มีแผนขุดลอกคลองความยาวรวม 263.31 กม. ผลการดำเนินงาน 43.20 กม. คิดเป็น 16% (ข้อมูล ณ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568) คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนพฤษภาคม 2568 ทั้งนี้ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต มีคลอง คู ลำราง ลำกระโดง จำนวนทั้งหมด 1,980 แห่ง

 

ในส่วนแผนการดำเนินงานเปิดทางน้ำไหลคูคลองปี 2568 ความยาวรวม 1,355.53 กม. ผลการดำเนินงาน 691.30 กม. คิดเป็น 51% (ข้อมูล ณ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568) คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนพฤษภาคม 2568 เช่นเดียวกัน

The post กทม. พร้อมรับมือฤดูฝน เคลียร์ท่อน้ำ ขุดลอกคลอง เปิดทางน้ำไหล สำรวจจุดเสี่ยงท่วมซ้ำซาก ตั้งเป้าครบ 50 เขต ภายในพฤษภาคม 68 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุริยะเผย เปิดเดินรถไฟสายเหนือตามปกติแล้วหลังน้ำลด กำชับอำนวยความสะดวกประชาชนช่วงฤดูฝนเต็มที่ https://thestandard.co/northern-thai-railway-resumes-post-flood-minister-pledges-support/ Sat, 28 Sep 2024 10:15:39 +0000 https://thestandard.co/?p=989175 รถไฟ

วันนี้ (28 กันยายน) สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมน […]

The post สุริยะเผย เปิดเดินรถไฟสายเหนือตามปกติแล้วหลังน้ำลด กำชับอำนวยความสะดวกประชาชนช่วงฤดูฝนเต็มที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รถไฟ

วันนี้ (28 กันยายน) สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตามที่ได้สั่งการให้การ รถไฟ แห่งประเทศไทย (รฟท.) ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมทั้งดูแลการเดินทางของผู้โดยสารอย่างใกล้ชิดนั้น ล่าสุดได้รับรายงานจาก รฟท. ว่าระดับน้ำบริเวณสถานี รถไฟ เชียงใหม่ลดลงแล้ว สามารถกลับมาเปิดให้บริการเดินรถเส้นทางสายเหนือแก่พี่น้องประชาชนได้ปกติอีกครั้งในช่วงเช้าของวันนี้

 

อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้ได้กำชับให้ รฟท. ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง และอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่และปลอดภัย โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงเผชิญน้ำท่วม ให้จัดเตรียมรถโดยสารเพื่อรองรับสำหรับขนถ่ายพี่น้องประชาชนให้เพียงพอ ตลอดจนให้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เครื่องจักรให้พร้อมปฏิบัติงานในเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที

 

ด้าน วีริศ อัมระปาล ผู้ว่าฯ รฟท. กล่าวว่า หลังจากที่ระดับน้ำในเขตย่านสถานีเชียงใหม่ลดลง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความปลอดภัยตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ทั้งภายในสถานีและเส้นทางรถไฟระหว่างสถานีสารภี-เชียงใหม่ พบว่าทางรถไฟไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุน้ำท่วม สามารถใช้งานได้ตามปกติ

 

ขณะเดียวกันได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งทำความสะอาด และจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสถานีให้พร้อมให้บริการ ทำให้ขณะนี้สถานีเชียงใหม่และขบวนรถไฟสายเหนือทุกขบวนพร้อมกลับมาให้บริการแก่พี่น้องประชาชนได้ 100% อีกครั้ง

 

สำหรับในช่วงที่เกิดน้ำท่วมและปิดสถานีเชียงใหม่เป็นการชั่วคราวนั้น รฟท. ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในการอำนวยความสะดวกการเดินทางให้พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างเต็มที่ โดยจัดรถโดยสารขนถ่ายจากสถานีลำปางและสถานีลำพูน ไปยังสถานีขนส่งอาเขต จังหวัดเชียงใหม่ อย่างปลอดภัยทุกคน เพื่อสร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้แก่ผู้ใช้บริการ

 

ทั้งนี้ ในช่วงฤดูฝนนี้ รฟท. ขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารที่ต้องการเดินทาง สามารถตรวจเช็กเส้นทางและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย’ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

The post สุริยะเผย เปิดเดินรถไฟสายเหนือตามปกติแล้วหลังน้ำลด กำชับอำนวยความสะดวกประชาชนช่วงฤดูฝนเต็มที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิกฤตน้ำท่วม: เราจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร – เจาะลึกมาตรการรับมือฤดูฝนและแนวทางแก้ไขวิกฤตน้ำท่วมจากกรมชลประทาน [PR NEWS] https://thestandard.co/how-to-solve-the-flooding-problem/ Mon, 23 Sep 2024 09:04:59 +0000 https://thestandard.co/?p=986606

“น้ำท่วมภาคเหนือรุนแรงขึ้นทุกปี กรมชลประทานต้องเผชิญกับ […]

The post วิกฤตน้ำท่วม: เราจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร – เจาะลึกมาตรการรับมือฤดูฝนและแนวทางแก้ไขวิกฤตน้ำท่วมจากกรมชลประทาน [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>

“น้ำท่วมภาคเหนือรุนแรงขึ้นทุกปี กรมชลประทานต้องเผชิญกับความท้าทายในการรับมือ”

 

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคเหนือของประเทศไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นวงกว้าง เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์และแนวทางการแก้ไขปัญหา วันนี้ THE STANDARD พาไปพูดคุยกับ นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน เจาะลึกสาเหตุของปัญหาน้ำท่วม มาตรการรับมือก่อนน้ำมา และแนวทางการแก้ไขวิกฤตน้ำท่วมทั้งระยะสั้นและระยะยาวของกรมชลประทาน

 

ภาพรวมของปัญหาน้ำท่วมภาคเหนือในปัจจุบัน

 

“ปีนี้ฝนตกย้ำที่เดิมในปริมาณที่มากกว่า 2-3 ปีที่แล้ว ทำให้เกิดอุทกภัยรุนแรงกว่าเดิม” 

 

 

รองฯ เดชเล่าถึงสถานการณ์น้ำท่วมภาคเหนือในปัจจุบัน ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากพายุยางิที่พัดผ่านประเทศเมียนมา ประกอบกับปริมาณฝนในประเทศไทยที่มากกว่าปกติตั้งแต่ช่วงเข้าสู่ฤดูฝน ทำให้ฝนตกหนักติดต่อกัน โดยปริมาณน้ำฝนเพิ่มสูงขึ้นจนล้นตลิ่งในลำน้ำนานาชาติ เช่น แม่น้ำสาย แม่น้ำกก และแม่น้ำโขง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือน ถนน สะพาน และอาคาร รวมไปถึงพื้นที่เกษตรกรรม อย่างกว้างขวาง และยิ่งทวีคูณความรุนแรงมากกว่าปีก่อนๆ

 

นอกจากนั้นยังมีอีกหนึ่งปัจจัย คือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว สภาวะโลกร้อนทำให้เกิดปรากฏการณ์ฝนตกหนักในระยะเวลาอันสั้น หรือที่เรียกว่า ‘ระเบิดฝน หรือ Rain Bomb’ ซึ่งถึงแม้จะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันแล้วหายไปอย่างรวดเร็ว เช่น จังหวัดน่าน เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้ทางกรมชลประทานจะคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม แต่การคาดการณ์ปริมาณน้ำฝนจาก Rain Bomb ยังคงซับซ้อนและมีความไม่แน่นอนสูง

 

สิ่งเหล่านี้ถือเป็นความท้าทายของกรมชลประทานที่ต้องเตรียมความพร้อม และปรับปรุงแผนงานในการรับมือกับน้ำท่วมจากฝนที่เทกระหน่ำที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

 

กรมชลประทาน ป้อมปราการรับมือน้ำท่วม

 

รองฯ เดชเปิดเผยว่า กรมชลประทานเร่งดำเนินมาตรการที่หลากหลายเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม หากพื้นที่ใดมีเครื่องมือก็จะสามารถเข้าไปจัดการผันน้ำได้อย่างรวดเร็วและทันเวลา แต่ในกรณีน้ำท่วมจังหวัดเชียงราย ซึ่งไม่มีเครื่องมือผันน้ำ จึงเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูเมื่อระดับน้ำลดลง โดยเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ลงสู่แม่น้ำให้เร็วที่สุด 

 

 

นอกจากนี้กรมชลประทานยังสร้างคันกั้นน้ำเพื่อควบคุมการเคลื่อนที่ของน้ำในพื้นที่ อีกทั้งยังติดตามและปรับปรุงมาตรการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

 

 

คาดการณ์-ปรับปรุง-เร่งแจ้งเตือนประชาชน แผนเตรียมพร้อมรับมือก่อนน้ำท่วม

 

เมื่อถามถึงแผนการเตรียมตัวรับมือในฤดูฝนก่อนเกิดน้ำท่วม รองฯ เดชเล่าให้ฟังเป็นลำดับขั้นว่า 

 

“เริ่มจากการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยง โดยกรมชลประทานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณฝนคาดการณ์ 3-6 เดือนล่วงหน้า และพัฒนาระบบพยากรณ์น้ำท่วมโดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์”

 

 

หลังจากนั้นจะระบุพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฝนทิ้งช่วง รวมทั้งวางแผนปรับปรุงแนวทางการบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำและอาคารควบคุมบังคับน้ำ นอกจากนี้ยังขุดลอกและกำจัดวัชพืชรวมถึงสิ่งกีดขวางในทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น 

 

ในส่วนของการแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมให้กับประชาชน รองฯ เดชแจ้งว่า “จะประสานงานไปยังหน่วยงานในพื้นที่และแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบล่วงหน้า 3 วัน แต่ในอนาคตควรพิจารณาการแจ้งเตือนผ่าน SMS เพื่อให้ประชาชนพร้อมรับมือกับน้ำท่วมได้อย่างทันท่วงที” 

 

ยิ่งไปกว่านั้นกรมชลประทานยังเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ โดยจัดเตรียมเครื่องจักร อุปกรณ์ อาคารชลศาสตร์​ และระบบโทรมาตร พร้อมจัดส่งบุคลากรประจำพื้นที่เสี่ยงและเตรียมศูนย์อพยพให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำหลากและฝนทิ้งช่วง

 

พัฒนาระบบการคาดการณ์-สร้างเส้นทางอ้อมน้ำ แผนรับมือระยะยาวต่ออุทกภัย

 

เพื่อเตรียมตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่คาดไม่ถึงในอนาคต รองฯ เดชเห็นว่า จำเป็นต้องพัฒนาระบบคาดการณ์ปริมาณน้ำให้มีความแม่นยำขึ้น เพื่อให้สามารถผันน้ำไปตามโครงสร้างที่มีอยู่เดิมอย่างเป็นระบบ 

 

โดยทางกรมชลประทานได้กำหนดมาตรการตรวจสอบและติดตามความมั่นคงของโครงสร้างเดิม เช่น คันกั้นน้ำ ทำนบและพนังกั้นน้ำ อยู่เสมอ เพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพการป้องกันน้ำท่วม

 

 

อย่างไรก็ตามหากปริมาณน้ำมีแนวโน้มที่ล้นเกินกว่าจะรับไหวจะเร่งพัฒนาและกักเก็บน้ำเพิ่มเติม รวมถึงพิจารณาสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมเพื่อรองรับปริมาณน้ำที่เพิ่มมากขึ้น และหาแนวทางการสร้างเส้นทางน้ำอ้อมจังหวัด เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมในจุดเดิมซ้ำอีก

 

‘การบูรณาการ’ กุญแจสำคัญในการป้องกันอุทกภัยอย่างยั่งยืน

 

รองฯ เดชย้ำว่า การป้องกันภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพจะต้องมี ‘การบูรณาการระดับภูมิภาค’ โดยอาศัยการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งในด้านการตรวจวัดปริมาณน้ำฝนและน้ำในลำน้ำ รวมถึงการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพระหว่างกันเพื่อให้รับมือกับสถานการณ์น้ำที่กำลังไหลเข้ามาได้อย่างทันเวลา

 

นอกจากนี้ยังคงต้องมุ่งเน้นการสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลในระดับจังหวัด รวมไปถึงการสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายภาคประชาชน โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนทุกภาคส่วน

 

 

รองฯ เดชกล่าวสรุปอย่างมีนัยสำคัญว่า “ปัญหาน้ำท่วมในภาคเหนือเป็นความท้าทายที่ซับซ้อนและต้องใช้เวลาในการแก้ไขอย่างรอบคอบ กรมชลประทานพยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหานี้ แต่ยังต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงภาคประชาชน เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากที่สุด”

The post วิกฤตน้ำท่วม: เราจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร – เจาะลึกมาตรการรับมือฤดูฝนและแนวทางแก้ไขวิกฤตน้ำท่วมจากกรมชลประทาน [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก กทม. เผย ระบบระบายน้ำฝั่งธนบุรีเตรียมพร้อมรับฤดูฝน จัดการน้ำท่วมได้เร็วขึ้นแม้ฝนตกหนักเกิน 60 มิลลิเมตร https://thestandard.co/bma-drainage-system-upgrade/ Mon, 05 Aug 2024 10:22:39 +0000 https://thestandard.co/?p=967511 ระบบระบายน้ำ

วันนี้ (5 สิงหาคม) เอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหา […]

The post โฆษก กทม. เผย ระบบระบายน้ำฝั่งธนบุรีเตรียมพร้อมรับฤดูฝน จัดการน้ำท่วมได้เร็วขึ้นแม้ฝนตกหนักเกิน 60 มิลลิเมตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ระบบระบายน้ำ

วันนี้ (5 สิงหาคม) เอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เมื่อคืนวันที่ 3-4 สิงหาคม 2567 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรี มีฝนตกหนักในปริมาณค่อนข้างมาก โดยตั้งแต่เวลา 19.45 น. ของวันที่ 3 สิงหาคม เรดาร์ตรวจพบฝนเล็กน้อยถึงปานกลางปกคลุมจังหวัดนครปฐม จังหวัดราชบุรี เคลื่อนตัวทางทิศตะวันออก เข้าปกคลุมพื้นที่เขตทวีวัฒนา หนองแขม ต่อมากลุ่มฝนขยายตัวปกคลุมพื้นที่ฝั่งธนบุรีทั้งหมด ฝั่งพระนครทั้งหมด และหยุดตกเมื่อเวลา 03.20 น. ของวันที่ 4 สิงหาคม 

 

จากเหตุการณ์ฝนตกดังกล่าว กทม. ได้ตรวจวัดปริมาณฝนตามจุดต่างๆ พบปริมาณฝนสูงสุดที่สถานีคลองดาวคะนอง เขตธนบุรี 79.5 มิลลิเมตร รองลงมาที่สถานีคลองบางจาก เขตบางแค 72 มิลลิเมตร สำนักงานเขตภาษีเจริญ 72 มิลลิเมตร สำนักงานเขตทวีวัฒนา 67 มิลลิเมตร และสถานีคลองสี่บาท เขตจอมทอง 62 มิลลิเมตร ตามลำดับ  

 

เอกวรัญญูกล่าวว่า จะพบว่าภาพรวมเชิงพื้นที่ฝนในคืนดังกล่าวในพื้นที่ฝั่งธนบุรีล้วนเกิน 60 มิลลิเมตรที่ลักษณะทางกายภาพจะรองรับการระบายน้ำได้ทัน ทำให้หลายพื้นที่เจอปัญหาน้ำท่วมขัง โดยมีรายงานน้ำท่วมขังในถนนสายหลัก จำนวน 4 รายการคือ ถนนเอกชัย ถนนเพชรเกษม หมู่บ้านเศรษฐกิจ และซอยเพชรเกษม 63   

 

นอกจากนี้ยังได้รับรายงานว่า มีกระแสไฟฟ้าดับที่กระทบต่อสถานีสูบน้ำหรือประตูระบายน้ำ จำนวน 1 รายการ คือสถานีสูบน้ำข้างธนาคารนครหลวงไทย เขตธนบุรี ไฟฟ้าดับ เวลา 20.40-20.50 น. 

 

อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ดังกล่าว กทม. เร่งสูบระบายน้ำออกไปได้อย่างรวดเร็วโดยสถานีสูบน้ำคลองพระยาราชมนตรี ซึ่งได้พร่องน้ำรอรับสถานการณ์ไว้ล่วงหน้า ด้วยการพร่องระดับน้ำก่อนฝนตก รักษาระดับน้ำไว้ -1.08 ม.รทก. ซึ่งพอฝนตกลงมาทำให้ระดับน้ำสูงขึ้น -0.84 ม.รทก. (น้ำขึ้นมา 20 เซนติเมตร) สามารถเร่งสูบออกได้ภายใน 30 นาที ซึ่งระดับน้ำก็อยู่ในระดับควบคุมที่ -1.10 ม.รทก.  

 

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในส่วนจุดบริเวณถนนเพชรเกษมนั้น แม้เกิดเหตุเครื่องสูบน้ำมีปัญหา เจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำก็ได้เร่งเข้าแก้ไขพร้อมกับนำรถสูบน้ำเคลื่อนที่ (รถ Mobile Unit) เข้าสนับสนุนเร่งช่วยสูบน้ำด้วย ทำให้สามารถระบายน้ำได้รวดเร็ว และสามารถบรรเทาความเดือดร้อนจากน้ำท่วมขัง

 

เอกวรัญญูกล่าวต่อว่า ประชาชนสามารถสอบถาม-แจ้งเหตุ-ขอความช่วยเหลือ หรือแจ้งปัญหาน้ำท่วมได้ที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2248 5115 (ตลอด 24 ชั่วโมง) ศูนย์เรื่องราวร้องทุกข์ สายด่วน กทม. โทร. 1555 และ Traffy Fondue ของ กทม. โดยพิมพ์รายละเอียดของปัญหาที่ต้องการแจ้ง พร้อมระบุข้อมูลเบื้องต้น เช่น ภาพถ่าย วันเวลา ตำแหน่งที่ตั้งบนแผนที่ จากนั้นระบบ AI จะวิเคราะห์ข้อมูลและส่งปัญหาไปยังผู้รับผิดชอบในพื้นที่โดยตรง 

 

นอกจากนี้ระบบจะดึงข้อมูลจากผู้ใช้ที่แจ้งสถานการณ์น้ำท่วมมาภายในรัศมี 500 เมตรในเวลา 6 ชั่วโมงก่อนหน้านั้นมาแสดงผล เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนการเดินทางล่วงหน้าก่อนออกจากสถานที่ต่างๆ และทันต่อสถานการณ์ ซึ่งนอกจากผู้ใช้จะแจ้งปัญหาหรือสถานการณ์น้ำท่วมต่อเจ้าหน้าที่แล้ว ยังเป็นการช่วยเตือนคนอื่นได้อีกด้วย

The post โฆษก กทม. เผย ระบบระบายน้ำฝั่งธนบุรีเตรียมพร้อมรับฤดูฝน จัดการน้ำท่วมได้เร็วขึ้นแม้ฝนตกหนักเกิน 60 มิลลิเมตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมื่อฤดูฝนนำพาความชื้นอันเป็นพาหะโรคภัยต่างๆ เราจะจัดการสมดุลความชื้นได้อย่างไร [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/lg-puricare-rainy-season/ Sat, 29 Jun 2024 05:00:57 +0000 https://thestandard.co/?p=951130 LG PuriCare

ฤดูฝนในประเทศไทย นอกจากจะสร้างความลำบากยามที่ตกลงมาให้ก […]

The post เมื่อฤดูฝนนำพาความชื้นอันเป็นพาหะโรคภัยต่างๆ เราจะจัดการสมดุลความชื้นได้อย่างไร [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
LG PuriCare

ฤดูฝนในประเทศไทย นอกจากจะสร้างความลำบากยามที่ตกลงมาให้กับคนบนท้องถนนแล้ว ฤดูฝนยังนำพาโรคทางเดินหายใจและภูมิแพ้ต่างๆ โดยมีสาเหตุจาก ‘ความชื้น’ ที่นำพาทั้งเชื้อไวรัส เชื้อรา แบคทีเรีย และกลิ่นอับชื้น มาสู่ตัวเรา

 

พญ.ศิวาพร ทรัพย์สพรั่ง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา เจ้าของแอ็กเคานต์ @wawa.allergy บน TikTok ได้ให้คำแนะนำถึงการควบคุมและจัดการสมดุลความชื้นในฤดูฝน เพื่อรักษาสุขภาพของเราให้ยั่งยืนทั้งตัวเราเองและคนในบ้าน

 

 

‘ความชื้น’ ทำให้เชื้อโรคเติบโตได้ดี

 

มาทำความเข้าใจกันง่ายๆ เลยก็คือ ‘ไอน้ำยิ่งมาก ความชื้นก็จะยิ่งสูงขึ้น’ ซึ่งระดับความชื้นสัมพัทธ์ปกติจะอยู่ที่ค่าเฉลี่ย 40-60% RH (Relative Humidity) ความชื้นในช่วงความชื้นสัมพัทธ์นี้ เราจะรู้สึกสบายตัว ไม่อึดอัด หรือเหนอะหนะตัว 

 

อย่างไรก็ตาม หากค่า RH พุ่งสูงไปมากกว่านี้ จะส่งผลดังนี้

 

  • อึดอัด ไม่สบายตัว ตัวเหนียวเหนอะหนะ
  • เกิดไอน้ำ ละอองน้ำ และคราบน้ำภายในบ้าน
  • ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านอาจเสียหายได้ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า กระเป๋าหนัง พรม 
  • เป็นแหล่งเจริญเติบโตของเชื้อโรค ส่งกลิ่นเหม็นอับภายในบ้าน

 

โดยเฉพาะเชื้อราและแบคทีเรียจะเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีความชื้น ผลเสียที่จะตามมาก็คือ กระตุ้นและนำพาโรคภัยของคนภายในบ้าน

 

ยกตัวอย่างจากเชื้อราที่สามารถสร้างสปอร์ได้ สปอร์จะกระตุ้นโรคภูมิแพ้และหอบหืด

 

สร้างสมดุลความชื้น สร้างสุขภาพที่ดี

 

ความชื้นไม่ใช่สิ่งที่ต้องกำจัด แต่คือสิ่งที่ต้องสร้างสมดุลให้กับมัน เพราะความชื้นที่มากเกินไปจะเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับตัวการของโรคภัยอย่างแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินหายใจ ทำให้คนที่แพ้สิ่งกระตุ้นเหล่านี้มีอาการภูมิแพ้กำเริบ หรือมีอาการคัดจมูก จาม น้ำมูกไหล หรือเป็นลมพิษได้    

 

ในทางกลับกัน หากความชื้นน้อยเกินไปก็ทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจแห้งลง ขนพัดโบกในจมูกทำงานได้ลดลง (Mucociliary Clearance) เกิดการระคายเคืองง่าย แสบจมูก เลือดกำเดาไหล เจ็บคอ คอแห้ง ไอ ติดเชื้อทางเดินหายใจง่ายขึ้น รวมถึงยังทำให้ตาแห้ง เคืองตา ผิวหนังแห้งหยาบกร้านและเกิดผื่นได้ง่าย

 

 

วิธีการจัดการกับความชื้นเพื่อสุขภาพที่ดี

 

ในฤดูฝนที่กระตุ้นโรคภัยหรือเป็นพาหะนำโรคต่างๆ มานั้น สิ่งที่เราทำได้ก็คือ 

 

  • กำจัดไรฝุ่นที่กระตุ้นภูมิแพ้
  • ทำความสะอาดห้องเป็นประจำ 
  • ระบายอากาศในห้องเพื่อไม่ให้ความชื้นสูงเกิน
  • รักษาความสะอาดของร่างกาย
  • ดื่มน้ำให้มากขึ้น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ

 

อีกหนึ่งทางเลือกคือ การสร้างการควบคุมสมดุลความชื้นด้วยตนเอง บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีนวัตกรรม ‘เครื่องลดความชื้น LG PuriCare™ ที่มาพร้อม ดูอัล อินเวอร์เตอร์ (Dual Inverter) ระบบคอมเพรสเซอร์ที่ทรงประสิทธิภาพ ทนทาน ประหยัดพลังงาน และลดเสียงรบกวนในขณะทำงาน 

 

PuriCare™ มาพร้อมระบบ Ionizer ที่ช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยหลักการทำงานที่ตัวเครื่องจะดูดความชื้นในอากาศกลั่นออกมาเป็นน้ำเก็บไว้ในแทงก์ภายในตัวเครื่อง หรือระบายออกทางท่อน้ำทิ้ง สามารถลดความชื้นได้ 19 ลิตรต่อวัน และยังสามารถลดความชื้นได้สูงสุด 30 ลิตรในวันที่ความชื้นสัมพัทธ์สูงถึง 80% เพื่อคืนสมดุลความชื้นในอากาศ พร้อมความรู้สึกสบายตัว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ช่วยให้คุณและคนในครอบครัวใช้ชีวิตได้สบายขึ้น หายใจสะดวก และลดโอกาสการก่อสารเกิดภูมิแพ้ที่เป็นอันตราย

The post เมื่อฤดูฝนนำพาความชื้นอันเป็นพาหะโรคภัยต่างๆ เราจะจัดการสมดุลความชื้นได้อย่างไร [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
20 คาเฟ่หลบฝนใกล้รถไฟฟ้า เตรียมหาที่กำบังฉุกเฉินรับฤดูฝน https://thestandard.co/life/20-rain-shelter-cafes/ Tue, 21 May 2024 03:00:46 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=935951 20 คาเฟ่ รถไฟฟ้า หลบฝน

ถึงเวลาเตรียมรับมือฤดูฝนที่หลายคนรอคอยแล้ว! หรือจะไม่ใช […]

The post 20 คาเฟ่หลบฝนใกล้รถไฟฟ้า เตรียมหาที่กำบังฉุกเฉินรับฤดูฝน appeared first on THE STANDARD.

]]>
20 คาเฟ่ รถไฟฟ้า หลบฝน

ถึงเวลาเตรียมรับมือฤดูฝนที่หลายคนรอคอยแล้ว! หรือจะไม่ใช่กันนะ… แต่เพราะว่าฝนตกทีไรอากาศร้อนอบอ้าวก็จะหายไปทุกที ทว่าในขณะเดียวกันพวกเราก็ต้องเปียกปอนกันไปด้วย แล้วไหนจะอาการรถติดบนท้องถนนที่สาหัสทุกครั้งอีก เพราะฉะนั้นบางทีการหาคาเฟ่นั่งพักจนกว่าท้องฟ้าจะสงบจึงฟังดูเข้าท่า

 

วันนี้เราจึงมี 20 คาเฟ่ใกล้สถานีรถไฟฟ้ามาให้ทุกคนปักหมุด เผื่อว่าวันไหนติดอยู่ใกล้สถานีไหน หรืออยากหาร้านนั่งสบายๆ ในวันที่ไม่อยากลุยฝน

 

แล้วถ้าใครมีร้านไหนแนะนำสำหรับคนที่ไม่อยากตัวเปียกอีกก็บอกกันมาได้นะ เพราะฤดูฝนปีนี้เราจะตัวแห้งกลับบ้านไปพร้อมๆ กัน!

 


 

 

1. Gimbocha

 

คาเฟ่น้ำชาแสนน่ารักและอบอุ่นในซอยเกษมสันต์ ด้านหลังหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร หรือ BACC แวะมาที่นี่ทุกคนจะได้นั่งปล่อยใจสบายๆ ท่ามกลางสายฝน จิบชาอุ่นๆ หอมๆ ที่ต้มจากใบชาคัดเกรดและชงถ้วยต่อถ้วย แต่ถ้าใครอยากจิบชาใสเย็นๆ ให้ชื่นใจ พร้อมกินของว่างรองท้อง ที่นี่ก็มีให้เหมือนกัน

 

Gimbocha

Open: เวลา 11.30-19.00 น. (ปิดทุกวันพฤหัสบดี)

Location: BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ หลัง BACC (เดิน 4 นาที)

Map: https://maps.app.goo.gl/K3B1U4qSjR1irgNk9

 

 

 


 

 

2. VIBRANT

 

เดินลงมาจากสถานีรถไฟฟ้าก็จะเจอทันที กับคาเฟ่สไตล์ปูนเปลือยริมถนนพหลโยธินที่มาพร้อมกาแฟสเปเชียลตี้และบรรยากาศดิบๆ เท่ๆ ให้เรานั่งฟังเสียงฝนตกด้านนอกได้ โดยที่นี่รีโนเวตมาจากอาคารพาณิชย์เก่า สถาปนิกตั้งใจโชว์โครงสร้างตึกทั้งหลัง และแต่ละชั้นมีทั้งโชว์รูม ออฟฟิศ หรือบาร์ชาลับๆ บนชั้น 4 ด้วย

 

VIBRANT

Open: เปิดทุกวัน เวลา 08.30-12.00 น.

Location: BTS สถานีพหลโยธิน 59 ทางออก 2 

Map: https://maps.app.goo.gl/ckVTGTkB6VjGByFo7?g_st=ic 

 

 

 


 

 

3. Bay

 

ถ้าใครติดฝนอยู่แถวอารีย์ เราแนะนำให้ลองแวะมาที่คาเฟ่มาดขรึมแห่งนี้ดู เพราะที่นี่ไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศ แต่ยังมาพร้อมกาแฟสเปเชียลตี้ที่คัดเมล็ดมาจากทั้งในและนอกประเทศด้วย แถมยังจะกลายเป็นบาร์มู้ดดีในช่วงเย็นอีก แบบนี้จะติดฝนดึกแค่ไหนก็ไม่หวั่น

 

Bay

Open: เปิดทุกวัน เวลา 10.00-18.00 น. (วันอังคาร-อาทิตย์ ปิดเวลา 00.00 น.)

Location: BTS สถานีอารีย์ ปากซอยอารีย์ 3 (เดิน 4 นาที)

Map: https://maps.app.goo.gl/Z1CVTEhm8g7TiPfz9?g_st=ic 

 

 

 


 

 

4. Toby’s Bangkok at noble PLAY

 

นอกจากเมนูอาหารที่ขึ้นชื่อ เรื่องเมนูกาแฟของ Toby’s Bangkok ก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าบรันช์จานโต แถมร้านยังอยู่ติดกับ BTS สถานีเพลินจิต แบบเดินลงมาก็เห็นปากประตูด้วย เอาเป็นว่าถ้าหากใครกลัวรอฝนจนหิว ร้านนี้ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดีที่คุณสามารถแวะหลบฝนและฝากท้องได้เลย

 

Toby’s Bangkok at noble PLAY 

Open: เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.

Location: BTS สถานีเพลินจิต

Map: https://maps.app.goo.gl/3kasUupf2cFnm1uD6?g_st=ic 

 

 

 


 

 

5. LOEWY COFFEE

 

คาเฟ่ไวบ์ดีสำหรับชาวสาทรที่อยากหาร้านนั่งทำงาน จิบกาแฟ ฟังเสียงฝนไปพลางๆ นอกจากสเปซที่สวยและถ่ายรูปได้ทุกมุม ร้านก็ยังมาพร้อมเมนูของว่างสไตล์ขนมและอาหาร รวมถึงมีเครื่องดื่มให้พร้อมทุกสไตล์ด้วย โดยที่นี่จะอยู่ในซอยถนนปั้น ระหว่าง BTS สถานีเซนต์หลุยส์และสถานีสุรศักดิ์เลย

 

LOEWY COFFEE

Open: ทุกวัน เวลา 07.00-17.00 น.

Location: BTS สถานีเซนต์หลุยส์หรือสถานีสุรศักดิ์ (เดิน 5 นาที และมีที่จอดรถ)

Map: https://maps.app.goo.gl/3dCeYzYUCzB9LGUg7 

 

 

 


 

 

6. Progress Cafe & Bar

 

คาเฟ่ในซอยอารีย์ 1 ที่มาพร้อมบรรยากาศชิลๆ เป็นกันเอง โดยร้านจะอยู่บนชั้น 2 และมาพร้อมเมนู Coffee Cocktail สำหรับคนอยากทำงานแต่ยังคิดไอเดียใหม่ๆ ไม่ออกสักที เพราะฉะนั้นให้ลองสั่งกาแฟเมนูพิเศษที่ร้านนี้ดู แต่ถ้าใครอยากดื่มกาแฟธรรมดาๆ พร้อมกับขนม ที่นี่ก็มีเช่นกัน 

 

Progress Cafe & Bar

Open: เวลา 09.00-17.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)

Location: BTS สถานีอารีย์ ซอยอารีย์ 1

Map: https://maps.app.goo.gl/mXEPaU9ujtJcwewX9?g_st=ic 

 

 

 


 

 

7. Factory Coffee

 

อีกร้านกาแฟสเปเชียลตี้ที่เปิดมานานและมีแฟนคลับมากมาย เพราะมีกาแฟน่าสนใจๆ ให้กลับไปลองตลอด ฉะนั้นหากใครเป็นคอกาแฟสเปเชียลตี้รีบแวะมาเลย ไม่ผิดหวังแน่นอน 

 

Factory Coffee

Open: ทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. 

Location: BTS สถานีพญาไท

Map: https://maps.app.goo.gl/v72Qf8PYDFQSTr1a9 

 

 

 


 

 

8. BONCI

 

คาเฟ่ประจำย่านสะพานควายที่เชื่อว่าบางคนมาบ่อยจนกลายเป็นร้านประจำไปแล้ว เพราะ BONCI ไม่ได้มีดีแค่ร้านสวย แต่กาแฟและขนมของเขายังเด็ดจนต้องกลับไปซ้ำบ่อยๆ แถมบรรยากาศร้านที่กว้าง โปร่งสบาย ยังชวนน่านั่งพักอีกต่างหาก ถ้าใครไม่พร้อมตัวเปียกกลับบ้านก็แวะนั่งเล่นที่นี่ได้นะ

 

BONCI

Open: เปิดทุกวัน เวลา 10.00-18.00น.

Location: BTS สถานีสะพานควาย

Map: https://maps.app.goo.gl/o72PSoRJcQ9hK1558 

 

 

 


 

 

9. Roots at Sathon

 

เรียกว่าร้านกาแฟที่เป็นคอมฟอร์ตโซนของใครหลายๆ คนก็คงไม่ผิด เพราะนี่คือร้านกาแฟสเปเชียลตี้อันโด่งดังและมีอยู่หลายสาขา ซึ่งแต่ละสาขาก็เสิร์ฟกาแฟคุณภาพดีอย่างจริงจัง แถมยังตั้งใจสนับสนุนเกษตรกรชาวไทยผู้ปลูกเมล็ดกาแฟอีกต่างหาก โดย Roots สาขาสาทร จะอยู่ด้านหน้าตึก BHIRAJ TOWER ข้างๆ ร้านอาหาร Ocken

 

Roots at Sathon

Open: ทุกวัน เวลา 07.00-19.00 น. 

Location: BTS สถานีสุรศักดิ์ (เดิน 2 นาที)

Map: https://maps.app.goo.gl/h8LZZmT4iGgU8Xfu9?g_st=ic 

 

 

 


 

 

10. GREEN & BEEN

 

แม้ยามฝนตกท้องฟ้าจะครึ้มไปบ้าง แต่เอาเป็นว่านี่คือคาเฟ่แสงสวยที่เหมาะกับการนั่งชมฟ้าชมฝนเป็นที่สุด โดยคาเฟ่เปิดอยู่ด้านในตึก One City Centre มาพร้อมเมนูเครื่องดื่มทั้งชาและกาแฟ และถ้าหากใครเป็นสายสเปเชียลตี้อยากจิบกาแฟสไตล์ Slow Bar ที่นี่ก็มีเช่นกัน

 

GREEN & BEEN

Open: ทุกวัน เวลา 07.00-19.00 น.

Location: BTS สถานีเพลินจิต ด้านในตึก One City Centre

Map: https://maps.app.goo.gl/hsN5MvifFfWxqLn48 

 

 

 


 

 

11. AROON cafe

 

คาเฟ่ริมถนนสุขุมวิทที่เหมาะกับคนตื่นเช้า และเหมาะกับคนที่อยากหาคาเฟ่นั่งหลบฝนในย่านพร้อมพงษ์ด้วย เราเชื่อว่าที่นี่เป็นอีกร้านประจำของใครหลายๆ คนในย่าน เนื่องจากร้านมาในบรรยากาศสบายๆ น่านั่งพัก พร้อมจิบกาแฟสเปเชียลตี้ที่จับคู่กับเบเกอรีแล้วลงตัวสุดๆ แบบนี้จะนั่งรอฝนนานแค่ไหนก็ไม่หม่น

 

AROON cafe

Open: ทุกวัน เวลา 07.30-17.30 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.30-18.30 น.)

Location: BTS สถานีพร้อมพงษ์ (เดิน 3 นาที)

Map: https://maps.app.goo.gl/HB3dwD7TKCbvBCvL9?g_st=ic 

 

 

 


 

 

12. Sarnies カフェ

 

แบรนด์ร้านกาแฟจากสิงคโปร์ที่ฮอตฮิตในประเทศไทยไม่เบา สำหรับสาขานี้จะเน้นเสิร์ฟกาแฟสเปเชียลตี้เช่นเดิม แต่เพิ่มเติมคือมีเมนูอาหารเช้าสไตล์คาเฟ่เพิ่มเข้ามาด้วย แถมยังเสิร์ฟไปจนถึงช่วงดึกเลย ถ้าวันไหนฝนตก รถติด และหิ้วท้องกลับบ้านไม่ไหว ให้แวะที่นี่ก่อน

 

Sarnies カフェ

Open: ทุกวัน เวลา 07.00-22.30 น.

Location: BTS สถานีพร้อมพงษ์ (เดิน 2 นาที)

Map: https://maps.app.goo.gl/uzxwynmTCyBy7K4MA?g_st=ic 

 

 

 


 

 

13. The Wood Land

 

คาเฟ่บรรยากาศโปร่งสบายที่ห้อมล้อมไปด้วยสนามหญ้าสีเขียว แต่อย่าเพิ่งตกใจว่าทำไมเราชวนไปนั่งตากฝนที่นี่ เพราะที่จริงแล้วร้านมีโซนในร่มให้นั่งเล่นพักผ่อนด้วย แถมยังมาพร้อมกระจกใสเต็มบานสไตล์กลาสเฮาส์ ถ้าใครชอบนั่งฟังเสียงฝนตกหรือชอบนั่งดูน้ำตกกระทบหน้าต่าง ลองพาตัวเองมานั่งปล่อยใจที่นี่ได้เลย

 

The Wood Land

Open: ทุกวัน เวลา 09.00-19.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 08.30-19.30 น.)

Location: BTS สถานีอ่อนนุช (เดิน 2 นาที) 

Map: https://maps.app.goo.gl/1uQS4bZGtQzLAByx5?g_st=ic 

 

 

 


 

 

14. Just A Drink (Maybe)

 

คาเฟ่ที่มาพร้อมเมนูกาแฟ ขนม และเบเกอรีสไตล์โฮมเมด โดยเฉพาะเมนูเบเกิลที่ไส้ล้นทะลักน่ากัดทุกคำ ถ้าใครอยู่ใกล้ๆ ย่านนี้ หรือวิ่งหนีฝนจนหิว ให้รีบแวะเข้าไปได้เลย โดยร้านจะเปิดอยู่ในซอยข้างๆ คิง เพาเวอร์ มหานคร ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้า

 

Just A Drink (Maybe)

Open: เวลา 09.00-17.00 น. (ปิดทุกวันอาทิตย์)

Location: BTS สถานีช่องนนทรี

Map: https://maps.app.goo.gl/dLK3nFadvsQ87xsZ7 

 

 

 


 

 

15. Rolling Roasters

 

คาเฟ่สุดเก๋ย่านเอกมัยที่จะเป็นบาร์ค็อกเทลหลัง 5 โมงเย็น เพราะฉะนั้นหากใครแวะมาช่วงเช้าจะได้พบกับเมนูเบรกฟาสต์จำพวกโทสต์และพาสต้า ส่วนช่วงกลางคืนที่นี่จะเสิร์ฟค็อกเทลซิกเนเจอร์กับของกินเล่น พร้อมเสียงดนตรีสนุกๆ จากดีเจ

 

Rolling Roasters

Open: ทุกวัน เวลา 07.00-17.30 น. และ 18.00-01.00 (บาร์ปิดทุกวันจันทร์)

Location: BTS สถานีเอกมัย (เดิน 5 นาที)

Map: https://maps.app.goo.gl/dbw1pW6noKZ3WZkp9?g_st=ic 

 

 

 


 

 

16. RISE COFFEE

 

ด้านในมหาทุน พลาซ่า มีร้านกาแฟสเปเชียลตี้แห่งนี้เปิดอยู่ แถมราคายังน่ารัก เพราะเมนูเบสิกไม่เกิน 100 บาทเท่านั้น มาพร้อมเมนูของว่างและกาแฟซิกเนเจอร์สไตล์ Progressive เผื่อว่าใครอยากดื่มอะไรที่มีสีสันเข้ากับฤดูฝน

 

RISE COFFEE

Open: ทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. 

Location: BTS สถานีเพลินจิต (เดิน 2 นาที)

Map: https://maps.app.goo.gl/9CkBHdUoh6XBHpXK7?g_st=ic 

 

 

 


 

 

17. Dolcetto Italian Café

 

คาเฟ่สไตล์อิตาลีที่จะพาทุกคนไปนั่งหลบฝนใต้ต้นเลมอน ร้านตกแต่งน่ารักสดใสจนหลายคนอดถ่ายรูปไม่ได้แน่นอน โดยเมนูอาหารจะเป็นสไตล์คาเฟ่ที่มีทั้งเครื่องดื่ม ขนม และอาหารเบาๆ ที่เหมาะจะแวะมานั่งกินรองท้องเป็นมื้อว่าง หรือใครจะสั่งค็อกเทลมาจิบรับอากาศเย็นๆ ตอนฝนตกก็ได้

 

Dolcetto Italian Café

Open: ทุกวัน เวลา 08.30-18.00 น.

Location: BTS สถานีชิดลม ด้านหลังเซ็นทรัล ชิดลม (เดิน 10 นาที)

Map: https://maps.app.goo.gl/YPCKZ1Ffe3p2JMss9?g_st=ic 

 

 

 


 

 

18. SUN.ABSS

 

คาเฟ่ชูโรสย่านอุดมสุขที่ราวกับพาเราวาร์ปไปประเทศเกาหลี เพราะร้านออกแบบน่ารักท้าทายแดดประเทศไทยไม่ไหว แต่ร้านก็มีโซนด้านในให้นั่งพักด้วยนะ เผื่อว่าถ้าใครถ่ายรูปจนพอใจแล้วอยากหลบร้อนหรือหลบฝนที่บางวันก็เทลงมาหลังแดดช่วงเย็นพอดี

 

SUN.ABSS

Open: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-16.00 น. / วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-17.00 น. (ปิดทุกวันพุธ)

Location: BTS สถานีอุดมสุข (เดิน 8 นาที)

Map: https://maps.app.goo.gl/pJ5tFhCCHkpCX2Vt7?g_st=ic 

 

 

 


 

 

19. Roots at Ratchathewi

 

อีกหนึ่งสาขาของ Roots ที่เพิ่งเปิดใหม่ล่าสุด โดยอยู่ใต้โรงแรมเอเชียและใกล้สถานีรถไฟฟ้าสุดๆ เลยด้วย ถ้าใครเป็นแฟนคลับกาแฟแบรนด์นี้อย่าลืมมาเช็กอิน อีกทั้งทุกสาขาของ Roots จะมีเมนูกาแฟพิเศษออกมาให้ลองชิมกันทุกเดือน เป็นเมนู Barista’s Choice ที่ให้บาริสต้าแต่ละสาขาแข่งกันรังสรรค์เมนูใหม่ๆ ถ้าอยากรู้ว่าตอนนี้เป็นเมนูอะไรต้องตามไปถึงที่

 

Roots at Ratchathewi

Open: ทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.

Location: BTS สถานีราชเทวี ฝั่งตรงข้าม COCO Walk

Map: https://maps.app.goo.gl/ZWhYorDJHtRui64CA?g_st=ic 

 

 

 


 

 

20. First Aid Kiss Cafe & Bar

 

คาเฟ่ที่ซ่อนอยู่บนร้านยาริมถนนซอยทองหล่อ แถมยังมีโซนเวิร์กช็อปทำเครื่องหอมเองด้วย และเมื่อทุกคนเดินผ่านชั้น 2 ที่โซนเป็นเครื่องสำอางและเทียนหอมขึ้นมา ก็จะได้พบกับอีกบรรยากาศที่เหมาะกับการนั่งปล่อยใจเป็นที่สุด เพราะร้านตกแต่งสวยกริบจนหันไปทางไหนก็ต้องถ่ายรูป แถมยังมีทั้งเมนูอาหารและเครื่องดื่มเผื่อว่าใครอยากแวะมาฝากท้องอีกด้วย

 

First Aid Kiss Cafe & Bar

Open: เวลา 10.00-19.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)

Location: BTS สถานีทองหล่อ (เดิน 3 นาที)

Map: https://maps.app.goo.gl/ypmev6hvW6Eb5BQV6?g_st=ic

 

 

 


 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

 

 

The post 20 คาเฟ่หลบฝนใกล้รถไฟฟ้า เตรียมหาที่กำบังฉุกเฉินรับฤดูฝน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติตรวจติดตามแผนระบายน้ำ กทม. กำชับปรับปรุง-ก่อสร้างให้พร้อมรับมือฤดูฝนที่จะมาถึง https://thestandard.co/chadchart-checks-bangkok-drainage-readiness-rainy-season/ Mon, 13 May 2024 12:25:55 +0000 https://thestandard.co/?p=932934 ชัชชาติ

วันนี้ (13 พฤษภาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุ […]

The post ชัชชาติตรวจติดตามแผนระบายน้ำ กทม. กำชับปรับปรุง-ก่อสร้างให้พร้อมรับมือฤดูฝนที่จะมาถึง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติ

วันนี้ (13 พฤษภาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ อรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจติดตามการก่อสร้างและการปรับปรุงงานระบายน้ำในจุดสำคัญต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง

 

ชัชชาติกล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการตรวจการบ้านก่อนจะเข้าฤดูฝนอย่างแท้จริง โดยจุดเสี่ยงน้ำท่วมในกรุงเทพมหานครแบ่งเป็นจุดเสี่ยงน้ำฝน 617 จุด และจุดเสี่ยงน้ำหนุนริมแม่น้ำ ซึ่งประกอบด้วยจุดฟันหลอและจุดน้ำซึม 120 จุด ดำเนินการแก้ไขแล้ว 289 จุด โดยจุดที่ยังทำไม่เสร็จ 100% ได้มีการเข้าไปบรรเทาเบื้องต้น เช่น การติดตั้งเครื่องสูบ เป็นต้น

 

ในจุดแรกที่คณะลงตรวจคือถนนศรีอยุธยา ที่บ่อสูบน้ำคูน้ำกองพันสารวัตรทหารที่ 11 ซึ่งเป็น 1 ใน 3 บ่อสูบแบบ Pipe Jacking คือระบบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของท่อระบายน้ำ ซึ่งถนนศรีอยุธยาถือว่าเป็นจุดที่มีน้ำท่วมมาก

 

โดยการดำเนินการระบบบ่อสูบมีความคืบหน้าไปแล้ว 90% และงานดันท่อเหลือในส่วนการเชื่อมบรรจบท่อที่สำคัญ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน

 

ชัชชาติกล่าวต่อว่า หากจุดนี้ดำเนินการเสร็จจะช่วยบรรเทาน้ำท่วมบริเวณถนนพระรามที่ 6 หน้ากระทรวงการต่างประเทศ, โรงพยาบาลสงฆ์, สถานีตำรวจนครบาล (สน.) พญาไท เป็นต้น โดยจากการลงตรวจหน้างานในวันนี้พบปัญหาที่ต้องแก้ไข เช่น มีขยะที่อาจเข้าไปติดในระบบ และงานในภาพรวมยังไม่เรียบร้อย 100% ต้องเร่งปรับปรุงแก้ไขต่อไป

 

ในจุดต่อไปที่ตรวจสอบคือคูน้ำวิภาวดี บริเวณคลองบางซื่อ (ขาออก) บริเวณนี้เป็นจุดที่แบ่งน้ำเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งไปดินแดง อีกส่วนไปลงที่คลองบางซื่อ ซึ่งต้องดูแลขุดลอกไม่ให้ขยะอุดตัน โดยบริเวณนี้เป็นพื้นที่ของกรมทางหลวง การดำเนินการต่างๆ กรุงเทพมหานครจะต้องเร่งประสานงานเพื่อให้การทำงานราบรื่นเป็นเนื้อเดียวกัน

 

จากนั้นคณะเดินทางไปคลองด่วน บริเวณสวนลุมไนท์บาซาร์ โดยชัชชาติระบุว่า ปีที่ผ่านมาบริเวณนี้เป็นจุดที่ท่วมหนักหน้าศาลอาญา เป็นเพราะว่าท่อมีจุดบล็อกอยู่ แต่ตอนนี้ กทม. ได้ทะลวงท่อแล้ว ซึ่งจะช่วยให้การระบายน้ำดีขึ้น

 

และปิดท้ายการสำรวจที่คลองน้ำแก้ว บริเวณวัดลาดพร้าว โดยบริเวณนี้ กทม. จะปรับดาดท้องคลองให้สามารถดึงน้ำได้เร็วขึ้น ช่วยให้ดูดน้ำจากย่านรัชดาไปยังลาดพร้าวและลงคลองบางซื่อ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าจะเสร็จภายในเดือนมิถุนายน

 

ชัชชาติกล่าวว่า การระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร หัวใจคือต้องระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และทำอย่างไรให้ระบายออกไปเร็วที่สุด ซึ่งต้องใช้ท่อและระบบต่างๆ ระบายน้ำลงคลองออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา แต่ในช่วงที่น้ำหนุน น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะสูงกว่าน้ำในคลอง จึงต้องมีประตูระบายน้ำกั้น เพื่อสูบน้ำจากคลองข้ามประตูออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

 

ซึ่งต่อมา กทม. มีโครงการเพิ่มเติมคืออุโมงค์ระบายน้ำที่นำน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรง แต่อาจมีข้อจำกัดคืออุโมงค์จะรับน้ำได้เป็นจุดๆ ต่างจากคลองที่รับน้ำได้ตลอดเส้นทาง เพราะฉะนั้นเราจึงต้องตรวจสอบทุกจุดให้เรียบร้อยและทำงานได้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อรับมือฤดูฝนที่จะมาถึงในปีนี้

The post ชัชชาติตรวจติดตามแผนระบายน้ำ กทม. กำชับปรับปรุง-ก่อสร้างให้พร้อมรับมือฤดูฝนที่จะมาถึง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุตุฯ แจ้ง วันนี้ฝนฟ้าคะนองหลายจังหวัด แต่กลางวันยังอากาศร้อน ชี้สัญญาณเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน หลัง 17 พ.ค. นี้ https://thestandard.co/weather-forecast-130524/ Mon, 13 May 2024 01:34:59 +0000 https://thestandard.co/?p=932630

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนฝนฟ้าคะนอง กลางวันอากาศร […]

The post กรมอุตุฯ แจ้ง วันนี้ฝนฟ้าคะนองหลายจังหวัด แต่กลางวันยังอากาศร้อน ชี้สัญญาณเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน หลัง 17 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนฝนฟ้าคะนอง กลางวันอากาศร้อน อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน

 

ในขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก พร้อมขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง กับลมกระโชกแรงในระยะนี้ไว้ด้วย

 

สำหรับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ ส่วนชาวเรือควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย 

 

ขณะที่ฝุ่นละอองในระยะนี้ ประเทศไทยมีการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันอยู่ในเกณฑ์น้อย เนื่องจากในบริเวณดังกล่าวมีฝนตกหลายพื้นที่ และการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

 

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ฝนสะสมรายวันทุกๆ 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึง 07.00 น. วันรุ่งขึ้น 10 วันล่วงหน้า ระหว่างวันที่ 12-21 พฤษภาคม 2567 จากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป (ECMWF) วิเคราะห์ตามผลของแบบจำลองฯ พบว่า ทั่วทุกภาคของไทยสภาพอากาศยังแปรปรวน เริ่มมีฝนและฝนฟ้าคะนองกระจายเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่สม่ำเสมอ ส่วนมากมาช่วงบ่ายถึงค่ำ ลมยังไม่แน่ทิศ อากาศยังร้อนทางด้านภาคเหนือ 

 

การเริ่มต้นฤดูฝนเริ่มมีสัญญาณหลังวันที่ 17 พฤษภาคม 2567 ลมเริ่มเปลี่ยนทิศเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้ (พัดจากทะเลอันดามัน) การกระจายของฝนเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งอันดามัน บางพื้นที่ก็เริ่มมีฝนตกแล้ว แต่บางพื้นที่ก็ยังรอฝน ฝนระยะนี้ยังตกไม่สม่ำเสมอ พี่น้องเกษตรกรต้องเตรียมการ ในระยะนี้ยังต้องระวังพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า 

 

ส่วนภาคใต้ยังมีฝนต่อเนื่องทั้ง 2 ฝั่ง หลังวันที่ 17 พฤษภาคม 2567 ภาคใต้ฝั่งอันดามันต้องระวังฝนตกหนักจากอิทธิพลของลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมและมีกำลังแรงขึ้น

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post กรมอุตุฯ แจ้ง วันนี้ฝนฟ้าคะนองหลายจังหวัด แต่กลางวันยังอากาศร้อน ชี้สัญญาณเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน หลัง 17 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปีนี้มาช้า! กรมอุตุฯ ออกประกาศ ‘ฤดูฝน’ ล่าช้ากว่าปกติ 2 สัปดาห์ https://thestandard.co/rainy-season-delayed-2-weeks-than-usual/ Sat, 27 Apr 2024 10:38:21 +0000 https://thestandard.co/?p=927462

วันนี้ (27 เมษายน) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทย […]

The post ปีนี้มาช้า! กรมอุตุฯ ออกประกาศ ‘ฤดูฝน’ ล่าช้ากว่าปกติ 2 สัปดาห์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (27 เมษายน) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยาเผยแพร่ประกาศการคาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูฝนของประเทศไทย พ.ศ. 2567 ว่าจะเริ่มประมาณสัปดาห์ที่ 4 ของเดือนพฤษภาคม 2567 ซึ่งจะช้ากว่าปกติ 1-2 สัปดาห์ และจะสิ้นสุดประมาณปลายเดือนตุลาคม 2567 

 

โดยปริมาณฝนรวมของทั้งประเทศในช่วงฤดูฝนปีนี้จะใกล้เคียงค่าเฉลี่ยปกติและใกล้เคียงกับปีที่แล้ว (ปีที่แล้วในช่วงฤดูฝนปริมาณฝนรวมมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติร้อยละ 1 ส่วนปริมาณฝนรวมทั้งปีน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติร้อยละ 6) 

 

โดยในช่วงครึ่งแรกของฤดูฝน (ตั้งแต่วันเริ่มต้นถึงเดือนกรกฎาคม) ปริมาณฝนรวมส่วนใหญ่จะใกล้เคียงค่าเฉลี่ยปกติ ส่วนในช่วงครึ่งหลังฤดูฝน (เดือนสิงหาคมถึงปลายเดือนตุลาคม) ปริมาณฝนรวมส่วนใหญ่จะมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติประมาณร้อยละ 5

 

อนึ่ง ในช่วงประมาณกลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม ปริมาณและการกระจายของฝนมีน้อย และส่งผลให้เกิดสภาวะฝนทิ้งช่วง ซึ่งจะทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำในด้านการเกษตรในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่แล้งซ้ำซากนอกเขตชลประทาน ประชาชนจึงควรใช้น้ำเพื่อประโยชน์สูงสุด

 

ส่วนในช่วงเดือนสิงหาคม กันยายน และตุลาคม เป็นช่วงที่มีฝนตกชุกหนาแน่นที่สุด และมีโอกาสสูงที่จะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนผ่านบริเวณประเทศไทย ซึ่งส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ และก่อให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก รวมทั้งน้ำล้นตลิ่งได้ในหลายพื้นที่

The post ปีนี้มาช้า! กรมอุตุฯ ออกประกาศ ‘ฤดูฝน’ ล่าช้ากว่าปกติ 2 สัปดาห์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
LIFE TIP: Stay Healthy in the Rainy Season นิสัยที่ช่วยให้แข็งแรงในฤดูฝน https://thestandard.co/life/life-tip-24072023/ Mon, 24 Jul 2023 01:37:52 +0000 https://thestandard.co/?p=821167

สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือฤดูกาล จะทำอย่างไรให้ยังสุขภา […]

The post LIFE TIP: Stay Healthy in the Rainy Season นิสัยที่ช่วยให้แข็งแรงในฤดูฝน appeared first on THE STANDARD.

]]>

สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือฤดูกาล จะทำอย่างไรให้ยังสุขภาพดีเมื่อฤดูฝนมาเยือน

 

การมาถึงของฤดูฝนนอกจากจะนำพาความชุ่มฉ่ำ ทำให้บรรยากาศโดยรอบเย็นสบายแล้ว แต่คนเมืองหลายคนอาจไม่ชอบ เพราะปริมาณฝนที่มากเกินไปมักทำให้น้ำท่วม รถติด นอกจากนั้นยังสามารถสร้างปัญหาสุขภาพต่างๆ ตามมาอีกมากมาย ตั้งแต่การติดเชื้อไวรัสไปจนถึงปัญหาเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันต่ำ THE STANDARD LIFE จึงแนะนำวิธีสร้างนิสัยบางอย่างเพื่อรักษาสุขภาพให้แข็งแรงในช่วงฤดูฝน

 


 

รักษาความสะอาด

 

ล้างมือเป็นประจำด้วยเจลล้างมือหรือน้ำยาฆ่าเชื้อที่ดี โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร เชื้อโรคจะหาทางเข้ามาได้ง่ายในสภาพอากาศชื้น และการรักษาสุขอนามัยจะช่วยให้คุณปลอดภัยจากการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส

 

ดื่มน้ำให้เพียงพอ

 

แม้ว่าสภาพอากาศที่เย็นและเปียกชื้นอาจทำให้คุณดื่มน้ำลดลง เพราะไม่รู้สึกกระหายน้ำเหมือนตอนหน้าร้อน แต่การรักษาระดับความชุ่มชื้นเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อและกระตุ้นการเผาผลาญของคุณ น้ำจะช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายและทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

เสริมภูมิคุ้มกันด้วยอาหาร

 

อาหารของคุณมีบทบาทสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันของคุณ ควรเน้นกินอาหารที่อุดมด้วยสารอาหาร เช่น ผลไม้ ผัก และเมล็ดธัญพืช เพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของคุณ อาหารบางชนิด เช่น กระเทียม ขิง และขมิ้น มีคุณสมบัติต้านจุลชีพตามธรรมชาติที่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดโรคได้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน

 

ออกกำลังกาย

 

แม้ว่าฝนอาจทำให้กิจกรรมกลางแจ้งไม่เอื้ออำนวย แต่การออกกำลังกายเป็นประจำยังเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ลองปรับมาเลือกออกกำลังกายในร่ม เช่น โยคะ พิลาทิส หรือแอโรบิก ซึ่งจะช่วยให้คุณกระฉับกระเฉงและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันไม่ให้คุณป่วยง่าย

 

รักษาสภาพแวดล้อมของคุณให้สะอาด

 

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าบ้านและที่ทำงานของคุณสะอาดและแห้ง สภาพแวดล้อมที่ชื้นเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคหลายชนิด หมั่นฆ่าเชื้อบนพื้นผิวที่มีการสัมผัสบ่อยๆ เช่น ลูกบิดประตู รีโมตคอนโทรล และสวิตช์ไฟ

 

ใช้ยากันยุง

 

ฤดูฝนมักมีโรคที่เกี่ยวข้องกับยุงเพิ่มขึ้น เช่น ไข้เลือดออก การใช้ยากันยุงและการรักษาสภาพแวดล้อมให้ปลอดจากน้ำขังสามารถช่วยป้องกันโรคเหล่านี้ได้

 

สวมชุดป้องกันฝน

 

ควรเตรียมเสื้อกันฝนติดตัวไปด้วยเสมอเมื่อต้องเผชิญกับฝนตกหนัก ให้สวมเสื้อกันฝน เพื่อปกป้องกันทั้งฝนและป้องกันผิวของคุณจากโรคติดต่อทางน้ำ หลีกเลี่ยงการสวมเสื้อผ้าและรองเท้าที่เปียกเป็นเวลานานเพื่อป้องกันการติดเชื้อรา

 

ภาพ: Shutterstock

The post LIFE TIP: Stay Healthy in the Rainy Season นิสัยที่ช่วยให้แข็งแรงในฤดูฝน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เตรียมความพร้อมแคคตัสของคุณในช่วงฤดูฝน https://thestandard.co/life/cactus-rainy-season/ Fri, 16 Jun 2023 11:10:01 +0000 https://thestandard.co/?p=804573 แคคตัส

ฝนเริ่มตกแล้ว ต้องดูแลน้องแคคตัสเป็นพิเศษ   เชื่อว […]

The post เตรียมความพร้อมแคคตัสของคุณในช่วงฤดูฝน appeared first on THE STANDARD.

]]>
แคคตัส

ฝนเริ่มตกแล้ว ต้องดูแลน้องแคคตัสเป็นพิเศษ

 

เชื่อว่าใครหลายๆ คนคงจะหลงเสน่ห์ความน่ารักของเจ้าแคคตัสกันไม่มากก็น้อย นี่คือต้นไม้ที่ดูแลง่าย ไม่ค่อยจุกจิก แถมไม่ต้องรดน้ำทุกวันด้วย แต่ฤดูฝนแบบนี้ ความชื้นคือสิ่งที่ต้องระวังมากๆ สำหรับแคคตัส เพราะโดยธรรมชาติแล้วพืชชนิดนี้เขาไม่ค่อยชอบความชื้นมาก ยิ่งใครที่ปลูกไว้ที่ระเบียงแล้วเจอฝนสาดบ่อยๆ ยิ่งต้องระวัง เพราะความชื้นอาจจะทำให้ติดเชื้อและเกิดโรคต่างๆ ตามมาได้

 

ใครที่รู้ตัวว่าปลูกไว้ที่ริมระเบียงแล้วโดนฝนสาดแน่ๆ ให้เว้นระยะการให้น้ำ และจุดที่สังเกตง่ายๆ ว่าตอนนี้ชื้นไปหรือไม่ ให้ดูที่ดินหรือวัสดุปลูก ส่วนวิธีเช็กว่าชื้นหรือไม่คือให้ลองใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มลงไปที่ดิน เพื่อดูว่ามีดินชื้นๆ ติดขึ้นมาไหม ถ้ายังชื้นอยู่ก็เว้นระยะการให้น้ำไปได้เลย

 

แต่ความจริงแล้วการป้องกันเรื่องความชื้นควรเริ่มตั้งแต่วัสดุปลูก เราแนะนำให้ผสมหินภูเขาไฟที่โปร่งๆ เพื่อช่วยเรื่องการระบายความชื้น และในช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่ไม่ควรจะเปลี่ยนกระถางมากที่สุด เพราะจะเสี่ยงต่อการเน่าได้

 

ใครที่เลี้ยงแคคตัสในช่วงนี้อาจจะต้องใส่ใจกับน้องสักนิดหนึ่ง และหวังว่าแคคตัสของทุกคนจะผ่านฤดูฝนไปอย่างปลอดภัย

 

ภาพ: gettyimage

The post เตรียมความพร้อมแคคตัสของคุณในช่วงฤดูฝน appeared first on THE STANDARD.

]]>
6 พฤติกรรมที่ทำให้ผิวหน้าพังช่วงหน้าฝน https://thestandard.co/life/6-cause-skin-damage-during-the-rainy-season/ Fri, 16 Jun 2023 06:19:42 +0000 https://thestandard.co/?p=804421 บำรุงผิวหน้า หน้าฝน

รู้หรือไม่ว่าสายฝน ท้องฟ้าที่อึมครึม และอากาศที่ดูอบอ้า […]

The post 6 พฤติกรรมที่ทำให้ผิวหน้าพังช่วงหน้าฝน appeared first on THE STANDARD.

]]>
บำรุงผิวหน้า หน้าฝน

รู้หรือไม่ว่าสายฝน ท้องฟ้าที่อึมครึม และอากาศที่ดูอบอ้าวอยู่ตลอดเวลาในช่วงนี้ นอกจากจะทำให้เราเสี่ยงต่อการป่วยง่ายขึ้นแล้ว ยังมีส่วนทำให้สภาพผิวของเราพังได้ด้วย ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ก็มักเกิดจากการใช้ชีวิตและการดูแลผิวที่ผิดวิธี แล้วพฤติกรรมแบบไหนที่ส่งผลให้ผิวหน้าพังในช่วงหน้าฝนได้บ้าง มาดูกัน

 

1. ไม่ทาครีมกันแดดเพราะเห็นว่าฟ้าครึ้ม

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าการที่ฟ้าหมองดูไร้แดด อากาศไม่ค่อยร้อนมากนั้น ทำให้เราละเลยการทาครีมกันแดดได้ แต่ความเป็นจริงแล้วเมฆสามารถกรองคลื่นรังสี UV ที่ทำลายผิวของเราโดยตรงได้น้อยกว่า 25% ด้วยซ้ำ

 

หน้าฝนนี้เราแนะนำให้เลือกใช้ครีมกันแดดที่เนื้อสัมผัสบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ เน้นชนิดที่เติมความชุ่มชื้นให้ผิวไปในตัว และมีคุณสมบัติปกป้องแบบ Broad Spectrum เพื่อปกป้องได้ทั้งรังสี UVA/UVB หากใครที่ใช้ชีวิตในที่ร่มตลอด เลือกใช้ชนิดที่มี SPF30 ก็เพียงพอ แต่ถ้าใครที่ใช้ชีวิตกลางแจ้งเป็นประจำ แนะนำเป็น SPF50 จะดีกว่า 

 

 

Ultra Violette Supreme Screen Hydrating Facial Skinscreen SPF50+ (1,350 บาท / 50 ml)

กันแดดเนื้อเกลี่ยง่ายดุจมอยส์เจอไรเซอร์ผสานส่วนผสมแอ็กทีฟอย่าง Pentavitin ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นยาวนานสูงสุด 72 ชั่วโมง 

 

 

Mesoestetic Mesoprotech Light Water Antiaging Veil SPF50+ (1,850 บาท / 50 ml) 

กันแดดเนื้อบางเบาให้ความสบายแก่ผิว พร้อมช่วยปกป้องผิวจากการเกิดริ้วรอย เหมาะสำหรับผิวปกติและผิวผสม

 

 

Fyne Hybrid Light Hydrating Sunscreen Broad Spectrum Spf 50 Pa+++ (1,290 บาท / 50 ml)

กันแดดสัญชาติไทยสูตรบางเบาผสานสารสกัดจากมะรุม พร้อมไฮยาลูรอนเพื่อเติมความชุ่มชื้น ไม่ทิ้งคราบขาว

 

2. ฝนโดนหน้าแล้วไม่ทำความสะอาดทันที

น้ำฝนใสๆ ที่ดูเหมือนไม่มีอะไรนั้น แท้จริงแล้วเต็มไปด้วยแบคทีเรียและสารพิษปนเปื้อนมากมาย หากใครปล่อยให้น้ำฝนโดนหน้าแล้วพบว่าสิวขึ้นในวันถัดไปก็ไม่ต้องแปลกใจ วิธีที่ดีที่สุดคือการล้างหน้าหลังจากโดนน้ำฝนให้เร็วที่สุด แต่หากไม่สะดวกหรือกลัวว่าเมกอัพจะเลอะ แนะนำให้ใช้ทิชชูชุบน้ำหรือทิชชูเปียกเช็ดผิวหน้าเบาๆ อย่าปล่อยให้น้ำฝนซึมไปกับผิวจนแห้งไปเอง

 

3. ไม่ล้างหน้าสองขั้นตอน

การล้างหน้าสองขั้นตอน (Double Cleansing) ถือเป็นสิ่งที่ควรทำในยุคนี้อยู่เสมอ ไม่เพียงแต่ช่วงหน้าฝนเท่านั้น ด้วยความที่เราต่างเผชิญกับเหงื่อ เชื้อโรค มลพิษฝุ่น PM2.5 มาตลอดวัน ยิ่งใครที่แต่งหน้าเป็นประจำยิ่งต้องทำ วิธีนี้จะช่วยให้ผิวสะอาดหมดจด และป้องกันการอุดตันของผิวอันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้ 

 

เทคนิคการเลือกคลีนซิ่งก็คือการเลือกชนิดที่เนื้อมีความหนัก ข้น หรือมัน เพื่อกำจัดคราบเมกอัพ กันแดด และสิ่งสกปรกในขั้นตอนแรก โดยสามารถเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำหรือล้างน้ำก็ได้ จากนั้นคลีนผิวรอบสองด้วยคลีนซิ่งที่เหมาะกับสภาพผิว เช่น สูตรเจลสำหรับผิวมัน สูตรน้ำนมสำหรับผิวแพ้ง่าย เป็นต้น ส่วนช่วงเช้าล้างหน้าขั้นตอนเดียวได้ตามปกติ 

 

 

L:A Bruket 276 Essential Cleansing Oil (1,390 บาท / 60 ml) 

คลีนซิ่งออยล์สูตรธรรมชาติจากแบรนด์สวีเดน ที่ช่วยละลายเมกอัพแม้ชนิดกันน้ำ พร้อมคงความชุ่มชื้นให้ผิว กลิ่นหอมอ่อนๆ ชวนผ่อนคลาย

 

 

Tatcha The Camellia Cleansing Oil (2,590 บาท / 150 ml) 

คลีนซิ่งออยล์สัญชาติญี่ปุ่นที่ช่วยละลายคราบสิ่งสกปรกต่างๆ ได้อย่างอ่อนโยน ผสานส่วนผสมจาก Japanese Luffa Fruit บวบญี่ปุ่นที่ทำความสะอาดผิวได้ล้ำลึก Japanese Wild Rose กุหลาบป่าที่ช่วยกระชับรูขุมขน และ Japanese Leopard Lily ที่ช่วยขจัดความมันส่วนเกิน 

 

 

Drunk Elephant Slaai™ Makeup-Melting Butter Cleanser (1,420 บาท / 110 g) 

บาล์มทำความสะอาดผิวสูตรคลีนที่ผสานสารสกัดจากผลไม้ที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และน้ำมันชนิดต่างๆ โดยตัวบาล์มจะเปลี่ยนเป็นน้ำนมเมื่อโดนน้ำ ไม่ทำให้ผิวแห้ง

 

4. นอนให้เพียงพอ ไม่มากหรือน้อยไป

บรรยากาศอึมครึมในหน้าฝนอาจทำให้ใครหลายคนรู้สึกไม่กระปรี้กระเปร่า เนือย และใช้เวลานอนมากกว่าเดิม การนอนมากเกินไปส่งผลให้สมองเฉื่อยชาและล้าได้ ยิ่งเจอกับสภาพอากาศในช่วงนี้ก็ยิ่งทำให้กลายเป็นคนไร้ชีวิตชีวาเข้าไปใหญ่ บางรายอาจเกิดภาวะซึมเศร้าได้เช่นกัน   

 

5. ดื่มบ่อยเพราะใจเปลี่ยว

การศึกษาจาก Hepatology พบว่า การที่อุณหภูมิหรือแสงแดดลดน้อยลงนั้นส่งผลให้เราดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้นได้ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าการดื่มแอลกอฮอล์จะยิ่งทำให้ร่างกายขาดน้ำ เมื่อผิวขาดน้ำจนแห้งก็จะทำให้ผิวดูร่วงโรยและแก่ไวกว่าเดิม

 

6. ใช้สกินแคร์เนื้อหนักเกินไป 

การออกไปเดินท่ามกลางสภาพอากาศที่อบอ้าวราวฝนจะตกเพียงไม่กี่นาทีก็สัมผัสได้ถึงความเหนียวเหนอะหนะที่ตัวแล้ว ผิวหน้าก็ไม่ต่างกัน ช่วงหน้าฝนแบบนี้เราแนะนำให้ใช้เป็นเซรั่มที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว หรือมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อบางเบาแทน เพื่อไม่ให้ผิวหน้ามันเยิ้มระหว่างวัน พร้อมลดปัญหาสิวอุดตันไปในตัว 

 

 

Philosophy Dose Of Wisdom™ Bouncy Skin Reactivating Serum (2,500 บาท / 30 ml) 

เซรั่มฟื้นบำรุงกู้ผิวให้กลับมากระชับ ยืดหยุ่น สุขภาพดี ชุ่มชื้นล้ำลึกด้วยส่วนผสมหลักอย่าง Grafted Vitamin C, Hyaluronic Acid และ Vitality Booster

 

 

Dermalogica Circular Hydration serum (2,600 บาท / 30 ml) 

เซรั่มเพื่อผิวขาดน้ำที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้ทันที พร้อมล็อกความชุ่มชื้นได้ยาวนานด้วยส่วนผสมเด่นอย่างสารสกัดจาก Algae และ Polyglutamic Acid 

 

 

Dr.Ceuracle Vegan Kombucha Tea Gel Cream (985 บาท / 75 g) ครีมเจลเนื้อบางเบาผสานสารสกัดจากคอมบูชาที่เลื่องชื่อในการสร้างความแข็งแรงให้ผิวด้วยโพรไบโอติก พร้อมด้วยวิตามินบี นอกจากจะเติมความชุ่มชื้นให้ผิวแล้ว ยังช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นด้วย

 

อ้างอิง:

The post 6 พฤติกรรมที่ทำให้ผิวหน้าพังช่วงหน้าฝน appeared first on THE STANDARD.

]]>