ร้านเสื้อผ้า Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ร้านเสื้อผ้า/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 01 Jul 2026 07:05:16 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 นักวิเคราะห์เตือน ‘ยูนิโคล่’ โตเร็วแต่เสี่ยง หลังบริษัทมีแผนขยายร้าน 40 แห่งต่อปี ที่อาจเป็นดาบสองคม https://thestandard.co/uniqlo-expansion-risk/ Wed, 01 Jul 2026 07:05:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1225535 ภาพหน้าร้านยูนิโคล่ พร้อมข้อความเตือนการขยายสาขาที่อาจเป็นดาบสองคม

“หากย้อนไปในปี 2005 ทาดาชิ ยาไน ผู้ก่อตั้ง ยูนิโคล่ เคย […]

The post นักวิเคราะห์เตือน ‘ยูนิโคล่’ โตเร็วแต่เสี่ยง หลังบริษัทมีแผนขยายร้าน 40 แห่งต่อปี ที่อาจเป็นดาบสองคม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพหน้าร้านยูนิโคล่ พร้อมข้อความเตือนการขยายสาขาที่อาจเป็นดาบสองคม

“หากย้อนไปในปี 2005 ทาดาชิ ยาไน ผู้ก่อตั้ง ยูนิโคล่ เคยยอมรับว่าความเป็นไปได้ที่แบรนด์จะประสบความสำเร็จระดับโลกมีเพียง 0.5–1% เท่านั้น แต่ปัจจุบันผู้ก่อตั้งกลายเป็นหนึ่งในผู้มั่งคั่งที่สุดของญี่ปุ่น และยูนิโคล่กำลังขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วในยุโรปและอเมริกาเหนือ โดยยอดขายในสองภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่านับตั้งแต่ 2021” ยูกิฮิโระ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาของยูนิโคล่ กล่าว

 

ปัจจุบัน ยูนิโคล่มีสัดส่วนยอดขายกว่า 85% ของกลุ่มบริษัท ฟาสต์ รีเทลลิ่ง หากทำรายได้รวมตามคาดที่ 3.9 ล้านล้านเยน (ราว 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์) ในปีนี้ บริษัทจะเริ่มขยับเข้าไปใกล้กับ H&M และ ZARA ซึ่งเป็นผู้ค้าปลีกแฟชั่นรายใหญ่ที่สุดและพึ่งพาร้านค้าแบบออฟไลน์เป็นหลัก

 

เมื่อมาดูโมเดลธุรกิจของยูนิโคล่จะเน้นกลยุทธ์การขายสินค้าคุณภาพสูงในราคาย่อมเยา ซึ่งบริษัทเรียกว่า ‘LifeWear’ แตกต่างจากเทรนด์แฟชั่นที่ต้องปล่อยดีไซน์ใหม่อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งยูนิโคล่ออกแบบใหม่ราว 800 แบบต่อปี และเน้นการผลิตจำนวนมากต่อดีไซน์ ทำให้เกิดความได้เปรียบด้านต้นทุน รวมถึงยังร่วมมือกับซัพพลายเออร์ระยะยาว เช่น Toray ผู้พัฒนาวัสดุ Heattech, AIRism และ Ultra Light Down ทำให้ยูนิโคล่สามารถผลิตเสื้อผ้าวัสดุเทคนิคคุณภาพสูงในราคาที่สามารถเข้าถึงได้

 

นักวิเคราะห์มองว่า จุดแข็งของยูนิโคล่อยู่ที่ห่วงโซ่อุปทานที่เข้มงวด รวมถึงความเชี่ยวชาญด้านวัสดุ และการควบคุมคุณภาพ ซึ่งต่างจากคู่แข่งที่มุ่งผลิตสินค้าตามเทรนด์ที่เปลี่ยนเร็ว

 

ถึงอย่างนั้นอุปสรรคยังมีอยู่ ทั้งการแข่งขันจากแพลตฟอร์มออนไลน์ระดับโลกอย่าง Shein ที่ทำรายได้สูง โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งผู้เล่นต่างชาติหลายรายเคยล้มเหลว ขณะเดียวกัน การขยายสู่ยุโรปและอเมริกาเหนือให้สำเร็จต้องการการลงทุนขนาดใหญ่ทั้งด้านของหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ และไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะปัจจุบันยอดขายยูนิโคล่มาจากออนไลน์แค่ 15% เท่านั้นถ้าเทียบกับ ZARA 26% และ H&M 30%

 

ด้านแนวทางการขยายของยูนิโคล่มีเป้าหมายให้แต่ละภูมิภาคทั้งยุโรปและอเมริกาเหนือสร้างรายได้ราว 1 ล้านล้านเยน (ประมาณ 6.2 พันล้านดอลลาร์) ภายใน 5 ปี และบริษัทวางแผนเปิดร้านราว 40 แห่งต่อปีในทั้งสองภูมิภาค โดยจะขยายสู่เมืองระดับภูมิภาคควบคู่กับเจาะทำเลใหญ่ๆ โดยนักวิเคราะห์เตือนว่าการขยายเร็วในจำนวนมากอาจเป็นดาบสองคม หากการบริหารจัดการและการปรับผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับรสนิยมท้องถิ่นยังไม่ดีพอ

 

อีกด้านหนึ่ง ความภักดีของลูกค้าในยุโรปและอเมริกาเหนือเริ่มเพิ่มขึ้น สะท้อนจากอัตราลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำเพิ่มจาก 40% เป็น 60% ใน 4 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในยุโรปที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ทำให้ยูนิโคล่มองว่า หากได้ฐานความเชื่อถือในยุโรปแล้ว จะเปิดทางสู่ตลาดอื่นๆ เช่น ตะวันออกกลาง, ละตินอเมริกา และแอฟริกา ได้ในอนาคต

 

นอกจากนี้ ความท้าทายเชิงภาพลักษณ์และจริยธรรมก็มีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะข้อครหาว่าซัพพลายเชนของบริษัทอาจเกี่ยวข้องกับการใช้ฝ้ายจากมณฑลซินเจียง ซึ่งยูนิโคล่ปฏิเสธว่าใช้ในปี 2024 แต่ก็เผชิญแรงต้านจากผู้บริโภคในจีน ขณะเดียวกัน นักวิจารณ์เตือนว่าโมเดลสินค้าพื้นฐานอาจเผชิญปัญหาความน่าเบื่อ ทำให้โอกาสในการกระตุ้นการซื้อซ้ำในระยะยาวมีจำกัด

 

เรียกได้ว่าความสำเร็จระดับโลกของยูนิโคล่ยังผูกพันกับบุคลิกภาพของผู้ก่อตั้ง โดย จุนสึเกะ อุซามิ อดีตผู้บริหารยูนิโคล่ กล่าวว่า ‘ทาดาชิ ยาไน’ เคยเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูง โดยที่ไม่แจ้งล่วงหน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปรัชญา ‘without notice’ ที่เน้นการพัฒนาต่อเนื่อง และตั้งแต่ปี 1991 ยังประกาศว่าจะทำให้ยูนิโคล่เป็น ‘แมคโดนัลด์ของวงการเสื้อผ้า’ ด้วยเมนูจำกัดและห่วงโซ่อุปทานที่ตอบสนองรวดเร็ว

 

ถึงแม้ ทาดาชิ ยาไนจะเริ่มส่งต่อการบริหารให้ผู้บริหารรุ่นใหม่และมอบหน้าที่ประธานแก่ ไดสุเกะ สึคาโกชิ ในปี 2023 แต่เขายังไม่ได้ประกาศผู้สืบทอดที่ชัดเจน และการเปลี่ยนผ่านความเป็นผู้นำยังถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงในการกำหนดทิศทางระยะยาวของกลุ่ม

 

สุดท้ายแล้ว ผู้บริหารยูนิโคล่ย้ำว่าจะเดินหน้าพัฒนาสินค้าหลัก ขยายหมวดเครื่องแต่งกายเสริม เช่น แว่นกันแดด และผลักดันแบรนด์ GU ที่เจาะกลุ่มวัยรุ่น ในราคาย่อมเยา ซึ่งปัจจุบันแบรนด์นี้คิดเป็นประมาณ 11% ของยอดขายกลุ่ม

 

ขณะที่แหล่งข่าวใกล้ชิดกล่าวว่า การเติบโตหลังจากการขยายสู่ยุโรปและสหรัฐฯ อาจพาบริษัทไปสู่ไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ นอกเหนือจากเสื้อผ้า เช่น สกินแคร์หรือของใช้ในบ้าน แต่การจะท้าทายตำแหน่งผู้นำโลกของบริษัท Inditex ได้หรือไม่นั้น ขึ้นกับการบริหารจัดการการขยายธุรกิจ ตลอดจนคุณภาพผลิตภัณฑ์ และความต่อเนื่องของวิสัยทัศน์ที่เคยเป็นเอกลักษณ์ของผู้ก่อตั้ง

 

ภาพ: VTT Studio/shutterstock

 

อ้างอิง:

 

The post นักวิเคราะห์เตือน ‘ยูนิโคล่’ โตเร็วแต่เสี่ยง หลังบริษัทมีแผนขยายร้าน 40 แห่งต่อปี ที่อาจเป็นดาบสองคม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tory Burch เปิดร้านสาขาที่ 9 ในประเทศไทย ณ ICONSIAM https://thestandard.co/tory-burch-opens-9th-store-iconsiam/ Wed, 13 May 2026 10:33:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1206826 หน้าร้าน Tory Burch สาขาใหม่ที่ ICONSIAM ตกแต่งด้วยกระเบื้องเซรามิกสีเขียวอ่อน

Tory Burch เปิดร้านสาขาที่ 9 ในประเทศไทย ณ ICONSIAM โดย […]

The post Tory Burch เปิดร้านสาขาที่ 9 ในประเทศไทย ณ ICONSIAM appeared first on THE STANDARD.

]]>
หน้าร้าน Tory Burch สาขาใหม่ที่ ICONSIAM ตกแต่งด้วยกระเบื้องเซรามิกสีเขียวอ่อน

Tory Burch เปิดร้านสาขาที่ 9 ในประเทศไทย ณ ICONSIAM โดยร้านใหม่นำเสนอคอลเล็กชันของ Tory Burch อย่างครบครัน ทั้งรองเท้า กระเป๋า เสื้อผ้า ready-to-wear และแอกเซสซอรี

 

ด้านหน้าร้านโดดเด่นด้วยงานกระเบื้องเซรามิกแฮนด์คราฟต์ในเฉดสีเขียวอ่อน ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและร่วมสมัย พร้อม lightbox ที่นำเสนอภาพแคมเปญประจำฤดูกาล ภายในร้านสะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์ผ่านการผสมผสานของวัสดุ รูปทรง และพื้นผิวที่แตกต่างอย่างลงตัว โดยได้รับแรงบันดาลใจจากแฟล็กชิปสโตร์บน Rodeo Drive ลอสแอนเจลิส โดดเด่นด้วยเส้นโค้งที่ไหลลื่น และพื้นหินอ่อนลวดลายเฉพาะตัวซึ่งได้รับอิทธิพลจากผลงานของ Carlo Scarpa สถาปนิกชาวอิตาเลียนผู้มีเอกลักษณ์ด้านการผสมผสานงานสมัยใหม่เข้ากับวัสดุและงานฝีมืออย่างประณีต

 

เช่นเดียวกับทุกสาขาของ Tory Burch ภายในร้านตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งสไตล์แอนทีกและวินเทจที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน พร้อมแทรกกลิ่นอายของงานคราฟต์สไตล์ Moroccan ผ่านรายละเอียดของสิ่งทอที่ช่วยเพิ่มความอบอุ่นและมิติให้กับพื้นที่ อาทิ พรมสั่งทำพิเศษในเฉด tobacco และ moss มอบกลิ่นอายของบูติกแห่งแรกของแบรนด์ในย่าน Nolita นิวยอร์ก ขณะที่รายละเอียดภายในร้านยังสะท้อนงานฝีมือและศิลปะผ่านองค์ประกอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ egg chair บุผ้าลายดอกสีฟ้าและผ้าโมแฮร์สีน้ำตาล รวมถึงโซฟาทรง slipper ที่ออกแบบเฉพาะและหุ้มด้วยผ้าทอ tapestry jacquard ลวดลายสดใส ซึ่งออกแบบโดย Tory Burch และทีมดีไซน์ ready-to-wear ของแบรนด์

 

ภาพ: Tory Burch

The post Tory Burch เปิดร้านสาขาที่ 9 ในประเทศไทย ณ ICONSIAM appeared first on THE STANDARD.

]]>
4 HOURS LIFE with Aimee Morakot กับลิสต์ร้านโปรดที่ไม่เคยเอาต์ https://thestandard.co/life/4-hours-aimeemorakot-favorite-shops/ Tue, 23 Sep 2025 11:00:24 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1120759

4 ชั่วโมงกับลิสต์ร้านโปรดที่ไม่เคยเอาต์   หลายๆ คน […]

The post 4 HOURS LIFE with Aimee Morakot กับลิสต์ร้านโปรดที่ไม่เคยเอาต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

4 ชั่วโมงกับลิสต์ร้านโปรดที่ไม่เคยเอาต์

 

หลายๆ คนที่ชื่นชอบการช้อปปิ้งคงจะมีร้านลิสต์ร้านโปรดที่ไม่ว่าจะแวะเข้าไปเมื่อไหร่ก็รู้สึกไม่เคยเบื่อ แถมเสียเงินกับร้านเดิมอยู่ซ้ำๆ! เช่นเดียวกันกับคุณเอมมี่ มรกต ที่จะมีร้านประจำและแวะไปบ่อยๆ ซึ่งแต่ละร้านนี้ก็เป็นร้านที่บ่งบอกได้ถึงไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันที่เป็น Working Mom ทั้งเลี้ยงลูกไปด้วย ทำงานไปด้วย และยังต้องดูแลตัวเอง ลิสต์ร้านโปรดของคุณเอมมี่ในปัจจุบันจึงเป็นร้านที่มีสไตล์ที่เรียบมากขึ้น สุภาพมากขึ้น แมตช์ลุคง่ายๆ บางทีอาจจะต้องมีความสปอร์ต นิดๆ เพราะคุณเอมมี่ออกกำลังกายแทบทุกวัน

 

เอมมี่ มรกต

เอมมี่ มรกต

 

ในลิสต์ร้านประจำของคุณเอมมี่ประกอบไปด้วยร้านหลากหลายสไตล์ ทั้งแบรนด์เก่าแก่ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง, แบรนด์ดีไซน์สวยๆ ไม่ซ้ำใคร, แบรนด์ไทยที่ดูเรียบง่ายใส่ได้ทุกวันราคาน่ารัก หรือแม้กระทั่งแบรนด์ตัวเองที่ตั้งใจคัดสรรสินค้าเองกับมือทุกชิ้น

 

 

4 HOURS LIFE with ในครั้งนี้ เราอยากพาทุกคนไปเดินช้อปปิ้งในลิสต์ร้านประจำที่ไม่เคยเอาต์ของคุณเอมมี่ พร้อมทั้งพาไปสัมผัสกับดีลสุดพิเศษที่ทำร่วมกับบัตรเครดิตยูโอบีและเป็นสถานที่ที่ผู้ถือบัตรเครดิตยูโอบีชื่นชอบอีกด้วย

 

บัตรเครดิต: ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

 

เอมมี่ มรกต

 

CLUB21

 

เริ่มต้นกับร้านมัลติแบรนด์สโตร์ที่คัดสรรไอเท็มมาอย่างพิถีพิถัน อย่าง CLUB21 ร้านนี้มีสาขามากมาย ทั้งที่เกษร สยามดิสคัฟเวอรี่ เอ็มโพเรียม ไอคอนสยาม ฯลฯ คุณเอมมี่เล่าว่าครั้งแรกที่ได้มาช้อปปิ้งที่นี่ มาจากการแนะนำของคุณชมพู่ อารยา สำหรับคุณเอมมี่แล้ว ร้านนี้คือจุดหมายของคนเก๋ แฟชั่นนิสต้าตัวจริง สินค้าภายในร้านหลายชิ้นโดดเด่น มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร เรียกได้ว่า CLUB21 เป็นร้านที่เธอมักจะมองหาเวลาอยากได้ไอเท็มสำหรับออกงาน ที่ช่วยเสริมความมั่นใจ เพราะแต่ละดีไซน์เต็มไปด้วยรายละเอียดอันแตกต่าง บ่งบอกความเป็นตัวตนได้อย่างชัดเจน จึงช่วยเสริมความมั่นใจของเราได้

 

เอมมี่ มรกต

เอมมี่ มรกต

เอมมี่ มรกต

 

ไอเท็มแรกที่คุณเอมมี่ซื้อจาก CLUB21 เป็นเดรสที่คุณเอมมี่ตั้งใจจะใส่ออกงานประกาศรางวัลเมื่อหลายปีที่ผ่านมา เธอบอกว่าชุดนั้นเป็นชุดราตรีที่คัตติ้งดี ดูไม่เยอะจนเกินไป ทุกวันนี้ชุดนั้นก็ยังเก็บแขวนไว้อยู่ที่บ้านอย่างดี และตั้งใจว่านี่คือชุดที่รอจะมอบให้ลูกสะใภ้ในอนาคต

 

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.

Address: The Emporium 

Map: maps.app.goo.gl

 

เอมมี่ มรกต

 

และที่ร้าน CLUB21 ก็เป็นอีกร้านที่ลูกค้าบัตรยูโอบีชื่นชอบ เพราะหากคุณใช้บัตรเครดิตยูโอบีแลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 18% ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 68 – 28 ก.พ. 69 *เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนดจะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

 

เอมมี่ มรกต

 

Roger Vivier

 

แบรนด์นี้เป็นแบรนด์รองเท้าในความทรงจำของคุณเอมมี่ เธอรู้จักแบรนด์นี้ตั้งแต่ตอนที่อยู่ที่อังกฤษ แบรนด์นี้เป็นแบรนด์รองเท้าสัญชาติฝรั่งเศส ซึ่งสมัยที่คุณเอมมี่ใช้ชีวิตอยู่ที่อังกฤษเธอก็ได้มีโอกาสไปฝรั่งเศสอยู่บ่อยๆ และได้ผ่านหน้าร้าน Roger Vivier อยู่เป็นประจำ แต่ก็ยังไม่ได้ซื้อ เมื่อกลับมาอยู่ที่ไทย Roger Vivier ก็เดินทางมาเปิดหน้าร้านที่ไทยเช่นกัน คุณเอมมี่จึงได้มีโอกาสลองใส่รองเท้าแบรนด์นี้ดู และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเริ่มสะสมรองเท้า Roger Vivier

 

เอมมี่ มรกต

เอมมี่ มรกต

เอมมี่ มรกต

 

จุดเด่นของแบรนด์นี้คือวัสดุที่เขาเลือกใช้เป็นวัสดุที่ดี และดีไซน์ของแบรนด์นี้เขาทำมาให้สามารถใช้ได้ยาวไม่ตกยุค คุณเอมมี่บอกว่าเธอมักจะหยิบรองเท้าแบรนด์นี้มาใส่เมื่อต้องไปในที่ที่มีความสุภาพ ต้องแต่งตัวเรียบร้อยนิดนึง เพราะส่วนใหญ่รองเท้าของเขาจะเป็นแบบปิดนิ้วเท้า ใครกำลังหารองเท้าทรงสุภาพที่ลงทุนครั้งเดียวใส่ได้นาน แบรนด์นี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจเลย

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.

Address: The Emporium

Map: https://maps.app.goo.gl/zvFjxZZdvr6rHJq89?g_st=ipc

 

เอมมี่ มรกต

 

และที่ร้าน Roger Vivier ก็เป็นอีกหนึ่งร้านที่ลูกค้าบัตรยูโอบีชื่นชอบ เพราะหากคุณใช้บัตรเครดิตยูโอบีแลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 18% ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 68 – 28 ก.พ. 69 * เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนดจะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

 

เอมมี่ มรกต

 

THE AIMER SHOP

 

มาต่อกันที่ร้าน THE AIMER SHOP ร้านนี้กำลังเป็นกระแสมากๆ ในปัจจุบันด้วยสไตล์ของแบรนด์ที่เรียบง่ายแต่ใส่ได้ทุกวันทุกโอกาส ทำให้เราจะได้เห็นคนใส่แบรนด์นี้อยู่บ่อยๆ ซึ่งคุณเอมมี่ก็ชื่นชอบความเรียบง่าย แต่มีสไตล์ของแบรนด์นี้เช่นกัน โดยเธอบอกว่าหลงรักแบรนด์นี้มาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น เพราะชื่อแบรนด์และชื่อของคุณเอมมี่สะกดคล้ายๆ กัน และความหมายยังคล้ายกันอีกด้วย ซึ่งแปลว่าเป็นที่รักของทุกคนในภาษาฝรั่งเศส

 

เอมมี่ มรกต

เอมมี่ มรกต

 

และถ้าถามคุณเอมมี่ว่าชอบไอเทมไหนของแบรนด์นี้ คุณเอมมี่ก็ตอบว่า “จริงๆ แล้วมีเกือบทุกตัว” แต่ถ้าในปัจจุบันคุณเอมมี่จะชอบใส่กางเกงที่เอวเป็นยางยืด เพราะใส่ง่าย ใช้ได้หลากหลายโอกาส อีกหนึ่งไอเทมที่มักจะซื้ออยู่บ่อยๆ นั่นคือเสื้อเชิ้ต เพราะเป็นเสื้อที่มีความเซ็กซี่เล็กๆ สามารถแต่งได้ทั้งลุค Casual หรือถ้าอยากได้ลุคดู Formal ก็ย่อมได้ เป็นอีกไอเทมที่ใสโอกาสไหนก็ดูดี

Open: ทุกวัน เวลา 11.00-19.00 น.

Address: สุขุมวิท 31

Map: maps.app.goo.gl

 

เอมมี่ มรกต

 

LOULOU Bangkok

 

นี่คือร้านที่บ่งบอกไลฟ์สไตล์ของคุณเอมมี่ในช่วงนี้ได้ดีที่สุด เพราะเป็นร้านของคุณเอมมี่เอง โดยจุดเริ่มต้นเกิดจากการที่คุณเอมมี่มีลูกเลยสนใจสินค้าเด็กหลากหลายชนิด แต่ก็สงสัยว่า “ทำไมไม่มีแบรนด์นั้น ทำไมไม่มีแบรนด์นี้” แถมคุณเอมมี่ต้องการหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก จึงเกิดเป็นคอนเซปต์ร้านที่ว่า live life love หมายถึงทุกอย่างที่เราเลือกเหมือนเป็นการมอบความรักให้กับทุกชีวิต ทำให้ร้าน LOULOU Bangkok เป็นร้านขายสินค้าเด็กที่คัดสรรของคุณภาพ จากหลากหลายแหล่งและคุณอาจจะเจอกับบางแบรนด์ที่หายากในไทย

 

เอมมี่ มรกต

เอมมี่ มรกต

 

คุณพ่อคุณแม่คนไหนกำลังมองหาร้านขายสินค้าคุณภาพดีสำหรับเด็กแบบครบวงจรไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า ของเล่น หรือน้ำยาออร์แกนิกต่างๆ แนะนำให้ลองไปที่ร้าน LOULOU Bangkok คุณอาจจะได้เจอกับของใช้สำหรับเด็กที่ตามหามานาน

 

Open: ทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น.

Address: Thong Lo

Map: https://maps.app.goo.gl/Ro6Mwxph5YY5o9j2A?g_st=ipc

The post 4 HOURS LIFE with Aimee Morakot กับลิสต์ร้านโปรดที่ไม่เคยเอาต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Beneunder แบรนด์เสื้อผ้าไลฟ์สไตล์ป้องกัน UV เปิดสาขาแรกในไทยอย่างเป็นทางการ https://thestandard.co/life/beneunder-uv-protection/ Fri, 06 Jun 2025 12:21:52 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1082621 beneunder-uv-protection

แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชื่อดังจากจีนแผ่นดินใหญ่อย่าง Beneunder […]

The post Beneunder แบรนด์เสื้อผ้าไลฟ์สไตล์ป้องกัน UV เปิดสาขาแรกในไทยอย่างเป็นทางการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
beneunder-uv-protection

แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชื่อดังจากจีนแผ่นดินใหญ่อย่าง Beneunder ได้ปักหมุดเปิดสาขาแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว ณ ชั้น 2 โซน Beacon ศูนย์การค้า centralwOrld โดยมีเซเลบริตี้ชื่อดังอย่าง ฟอส จิรัชพงศ์, บี้ ธรรศภาคย์, โอม สาริศ และ เฟิร์ส ฉลองรัฐ มาร่วมงานเปิดตัวอย่างคึกคัก

 

ก่อนหน้านี้ THE STANDARD LIFE เคยนำเสนอคลิปพิเศษที่เราได้ไปบุกสำนักงานใหญ่ของแบรนด์ Beneunder ให้แฟนๆ ชาวไทยได้ทำความรู้จักกันไปแล้ว ซึ่งได้รับความนิยมสุดๆ สำหรับ Beneunder เป็นแบรนด์ที่โดดเด่นด้วยการผสานดีไซน์สมัยใหม่เข้ากับนวัตกรรมเทคโนโลยี เพื่อมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตนอกบ้านที่มั่นใจและสะดวกสบาย แบรนด์นี้นำเสนอไอเท็มเสื้อผ้าดีไซน์ล้ำสมัยที่มาพร้อมเทคโนโลยี AntiTech และคุณสมบัติป้องกันรังสี UPF ซึ่งตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพผิวและต้องการแต่งตัวอย่างมีสไตล์



ไอเท็มส่วนใหญ่ในร้านมีจุดเด่นอยู่ที่ความเบา สบาย สามารถป้องกันรังสี UV ได้อย่างยอดเยี่ยม แถมดีไซน์ยังถูกใจสายแฟสุดๆ เรามองว่าการเปิดสาขาแรกในไทยครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ Beneunder ในการขยายตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเลือกทำเลยุทธศาสตร์ใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์เสื้อผ้า Outdoor แห่งอนาคตอย่างใกล้ชิด ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและช้อปปิ้งได้แล้วที่ Beneunder สาขา centralwOrld ชั้น 2 โซน Beacon

 

Beneunder เปิดตัวสาขาแรกในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมนวัตกรรมกัน UV Beneunder เปิดตัวสาขาแรกในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมนวัตกรรมกัน UV Beneunder เปิดตัวสาขาแรกในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมนวัตกรรมกัน UV Beneunder เปิดตัวสาขาแรกในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมนวัตกรรมกัน UV Beneunder เปิดตัวสาขาแรกในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมนวัตกรรมกัน UV Beneunder เปิดตัวสาขาแรกในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมนวัตกรรมกัน UV Beneunder เปิดตัวสาขาแรกในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมนวัตกรรมกัน UV Beneunder เปิดตัวสาขาแรกในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมนวัตกรรมกัน UV Beneunder เปิดตัวสาขาแรกในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมนวัตกรรมกัน UV Beneunder เปิดตัวสาขาแรกในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมนวัตกรรมกัน UV

The post Beneunder แบรนด์เสื้อผ้าไลฟ์สไตล์ป้องกัน UV เปิดสาขาแรกในไทยอย่างเป็นทางการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
3 มุมมองต่อประกาศยกเลิกชุดลูกเสือ ‘นักเรียน-ผู้ปกครอง-เจ้าของร้านค้า’ https://thestandard.co/scout-uniform-cancellation-thailand/ Tue, 29 Apr 2025 10:28:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1069519 scout-uniform-cancellation-thailand

จากกรณีที่สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ (สลช.) ได้รายงานต่อที […]

The post 3 มุมมองต่อประกาศยกเลิกชุดลูกเสือ ‘นักเรียน-ผู้ปกครอง-เจ้าของร้านค้า’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
scout-uniform-cancellation-thailand

จากกรณีที่สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ (สลช.) ได้รายงานต่อที่ประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ถึงการเตรียมพิจารณาจัดทำประกาศยกเว้นเครื่องแบบและการแต่งกายลูกเสือของสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยคาดว่าจะประกาศอย่างเป็นทางการภายในเดือนเมษายนนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสภาพอากาศในบริบทของแต่ละพื้นที่

 

วันนี้ (29 เมษายน) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นบริเวณร้านจำหน่ายชุดนักเรียนย่านตลาดคลองเตย ซึ่งเป็นแหล่งรวมร้านค้าชุดนักเรียนขนาดใหญ่ โดยได้สอบถามความคิดเห็นจาก 3 ฝ่าย ได้แก่ นักเรียน ผู้ปกครอง และเจ้าของร้านจำหน่ายชุดนักเรียน เพื่อสะท้อนมุมมองต่อแนวทางการยกเว้นเครื่องแบบลูกเสือ

 

ในมุมมองของนักเรียนแสดงความเห็นว่า รู้สึกดีที่จะไม่ต้องใส่ชุดลูกเสือ เนื่องจากสวมใส่แล้วรู้สึกร้อนและไม่สบายตัว ด้านผู้ปกครองเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระและลดค่าใช้จ่ายในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

 

ขณะที่เจ้าของร้านจำหน่ายชุดนักเรียนแสดงความกังวลถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า ยอดขายชุดลูกเสือลดลงอย่างชัดเจน แม้จะมีผู้ปกครองบางส่วนที่ยังคงมาหาซื้ออยู่บ้างก็ตาม ทั้งนี้ ทางร้านค้าต่างเห็นว่าภาครัฐควรมีการประกาศแนวทางนี้ล่วงหน้าอย่างเพียงพอ ไม่ใช่ประกาศในช่วงใกล้เปิดภาคเรียนเช่นนี้ 

 

เนื่องจากทางร้านได้มีการสต็อกสินค้าชุดลูกเสือไว้ล่วงหน้าจำนวนมาก ซึ่งไม่สามารถคืนให้กับโรงงานผู้ผลิตได้ทัน นอกจากนี้ บางร้านต้องเร่งยกเลิกคำสั่งซื้อจากโรงงานอย่างกะทันหัน และยังมีความกังวลว่าหากผู้ปกครองที่ซื้อชุดลูกเสือไปก่อนหน้านี้แล้วต้องการนำมาเปลี่ยนคืนเป็นชุดนักเรียน ทางร้านจะต้องดำเนินการอย่างไรกับสินค้าที่รับคืนมา

 

ยกเลิกชุดลูกเสือ ยกเลิกชุดลูกเสือ ยกเลิกชุดลูกเสือ ยกเลิกชุดลูกเสือ ยกเลิกชุดลูกเสือ ยกเลิกชุดลูกเสือ ยกเลิกชุดลูกเสือ

The post 3 มุมมองต่อประกาศยกเลิกชุดลูกเสือ ‘นักเรียน-ผู้ปกครอง-เจ้าของร้านค้า’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
CELINE EMQUARTIER การกลับมาเปิดร้านสาขาล่าสุดกับพื้นที่กว่า 222 ตร.ม. https://thestandard.co/celine-emquartier-boutique/ Tue, 29 Apr 2025 09:35:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1069495 celine-emquartier-boutique

CELINE สาขา EmQuartier ถือว่าเป็นสาขาล่าสุดที่แบรนด์ทำก […]

The post CELINE EMQUARTIER การกลับมาเปิดร้านสาขาล่าสุดกับพื้นที่กว่า 222 ตร.ม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
celine-emquartier-boutique

CELINE สาขา EmQuartier ถือว่าเป็นสาขาล่าสุดที่แบรนด์ทำการปรับโฉมอัปเดตให้ทันกับสาขาอื่นๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และทั่วโลก ซึ่งร้านใหม่นี้มีขนาดใหญ่ขึ้นถึง 222 ตารางเมตร 

 

ภายในร้านที่ตกแต่งด้วยกระจกเงาสะท้อน แทรกด้วยวัสดุทองเหลือและเฟอร์นิเจอร์ไม้ CELINE ได้นำผลงานศิลปะของศิลปินฝั่งยุโรปมาจัดแสดงอยู่ทั่วมุมร้าน ทั้งรูปปั้นเซรามิกของ Caroline Achaintre, งานไม้ประดับผนังของ Fabrice Gygi และประติมากรรมอะลูมิเนียมของ Benjamin Lallier ที่จะวางอยู่ตามมุมและผนังร้าน ไปพร้อมๆ กับเสื้อผ้า กระเป๋า และรองเท้าของผู้ชายและผู้หญิง รวมไปถึงโซนสินค้าบิวตี้และไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่เทียนหอม น้ำหอม สบู่อาบน้ำ และของใช้ในบ้าน

 

ซึ่งนอกจากหน้าร้านบูติกแล้ว CELINE ยังมีป๊อปอัพอีกสองแห่งที่เปิดอยู่พร้อมกัน ทั้งที่ Central Embassy และ Central Phuket Floresta ที่ภูเก็ตอีกด้วย

 

CELINE EMQUARTIER CELINE EMQUARTIER CELINE EMQUARTIER CELINE EMQUARTIER CELINE EMQUARTIER CELINE EMQUARTIER CELINE EMQUARTIER

ภาพ: CELINE

The post CELINE EMQUARTIER การกลับมาเปิดร้านสาขาล่าสุดกับพื้นที่กว่า 222 ตร.ม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
4 HOURS LIFE with บู้ SLUR กับ 4 ชั่วโมงที่โคตรจะโปรดักทีฟ https://thestandard.co/life/4-hours-life-with-boo-slur/ Thu, 13 Feb 2025 05:31:59 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1041260

เป็น 4 ชั่วโมงที่โปรดักทีฟสุดๆ   ถ้ามีเวลาให้คุณ 4 […]

The post 4 HOURS LIFE with บู้ SLUR กับ 4 ชั่วโมงที่โคตรจะโปรดักทีฟ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เป็น 4 ชั่วโมงที่โปรดักทีฟสุดๆ

 

ถ้ามีเวลาให้คุณ 4 ชั่วโมง คุณจะใช้ไปกับอะไร? แต่สำหรับ บู้ SLUR เลือกใช้ไปกับแพสชันของตัวเองที่มองแล้วโปรดักทีฟสุดๆ หลังจากคุยกับบู้แล้วก็สัมผัสได้ทันทีว่าเขาเป็นตัวจริงในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะชอบด้านไหนก็ต้องไปให้สุด

 

แพสชันของบู้ในแต่ละวันเริ่มตั้งแต่การหันมาดูแลตัวเอง ตื่นเช้ามาวิ่งกับ Run Club เริ่มวิ่งมาไม่กี่เดือน ตอนนี้ก็ตื่นมาวิ่งแทบทุกเช้า หลังจากนั้นอาบน้ำเปลี่ยนชุดไปหาอะไรกินต่อ ซึ่งการกินของอร่อยก็เป็นอีกหนึ่งแพสชันที่บู้ชื่นชอบ ยิ่งร้านลับแนวสตรีทฟู้ดแบบที่ Google Maps ยังหาไม่เจอ บู้ยิ่งชอบ! นี่ยังไม่หมด เพราะยังมีอีกหลายกิจกรรม อีกหลายสถานที่ที่บู้สามารถไปได้

 

4 HOURS LIFE with ในครั้งนี้ เราเลยอยากพาทุกคนมาสัมผัสไลฟ์สไตล์สุดโปรดักทีฟที่เต็มไปด้วยแพสชันของ บู้ SLUR กัน

 

 

บู้บอกกับเราว่า กิจกรรมหลักๆ ในช่วงนี้ที่ทำบ่อยๆ คือการวิ่ง โดยจุดเริ่มต้นที่หันมาจริงจังในการวิ่งคือการไปวิ่งที่สวนเบญจกิติ ในช่วงแรกอาจจะไม่ได้จริงจังมาก วิ่งแค่ระยะ 4-5 กิโลเมตรต่อครั้ง แต่มีอยู่วันหนึ่งที่บู้ไปวิ่งที่สวนเบญจกิติตอนเช้าแล้วเจอกับเพื่อนเก่าที่มีน้ำหนัก 90-100 กิโลกรัมในอดีต แต่ในปัจจุบันเขาลีนมาก น้ำหนักเหลือแค่ 60-70 กิโลกรัม จนบู้ต้องถามว่า “เฮ้ย มึงทำอะไรวะ” ซึ่งก็ได้คำตอบว่าเขาวิ่งตอนเช้าทุกวัน วันละ 10 กิโลเมตร นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่บู้หันมาเริ่มจริงจังในการวิ่ง และถือว่าเป็นแรงบันดาลใจที่ดีสำหรับคนที่กำลังอยากเริ่มวิ่ง เพราะบู้เริ่มวิ่งมาแค่ 3 เดือน แต่ตอนนี้วิ่งวันละ 10 กิโลเมตรได้แล้ว และวิ่ง 5-6 วันต่อสัปดาห์!

 

 

สวนเบญจกิติ

 

สวนสาธารณะใจกลางเมือง ตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษกใกล้กับแยกอโศกมนตรี พื้นที่ภายในแบ่งออกเป็นหลายส่วน สามารถเข้าไปออกกำลังกายและทำกิจกรรมได้หลากหลาย เช่น ถีบเรือเป็ด, พายเรือ, ตีแบดมินตัน, เล่นบาสเกตบอล หรือปั่นจักรยาน และยังมีทางเดินลอยฟ้าให้เดินพักผ่อนได้อีกด้วย

 

 

บู้มองว่าสวนนี้เป็นเหมือนอัญมณีใจกลางเมือง เพราะบรรยากาศ สภาพแวดล้อมที่ดี รูทวิ่งน่าสนใจ ซึ่งมีทั้งที่ถนนและทางลอยฟ้า โดย 1 รอบของสวนเบญจกิติจะมีระยะทางราว 3 กิโลเมตร ซึ่งบู้และคลับวิ่งของเขาวิ่งวันละ 3 รอบโดยประมาณ ใครที่อยากจะลองวิ่งหรือกำลังหาคลับวิ่งลองมาที่สวนเบญจกิติได้ บู้ยืนยันว่า “ผมรู้สึกว่าแต่ละคนเอเนอร์จี้ดี แล้วก็เป็นคนที่มาเพราะรักสุขภาพจริงๆ”

 

Open: ทุกวัน เวลา 04.30-21.00 น.

Address: ถนนรัชดาภิเษก ใกล้กับแยกอโศกมนตรี

Map: maps.app.goo.gl

 

 

NiPCOFFEE

 

หลังจากที่บู้วิ่งเสร็จ กิจกรรมต่อมาคือหาอะไรกิน ซึ่งในย่านพระราม 4 มีคาเฟ่อยู่ร้านหนึ่งที่แทบทุกคลับวิ่งจะไปนั่งกัน นั่นคือ NiP Cafe ร้านกาแฟเล็กๆ ที่มีกาแฟคุณภาพดีหลากหลายชนิดที่ทางร้านคั่วเองอัดแน่นเต็มร้าน เหตุผลที่ต้องมีกาแฟเยอะขนาดนี้ เพราะทางร้านอยากให้ที่นี่เป็นเหมือนร้านที่คนมากินที่นี่ทุกวันได้ สั่งเมนูเดิมแล้วไม่รู้สึกเบื่อ เพราะสามารถเปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆ ได้ ซึ่งเมนูประจำของบู้คืออเมริกาโนที่เลือกเมล็ดเป็น Sherlyn Blend ภาพรวมจะเป็นกาแฟที่มีกลิ่น Floral กับ Fruity ผสมกัน

 

 

Open: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.30-17.00 น., วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-17.00 น.

Address: พระราม 4

Budget: เริ่มต้น 70 บาท

Facebook: NiPCOFFEE

Map: https://maps.app.goo.gl/

 

 

ถ้าใครที่เคยส่องไลฟ์สไตล์ของบู้ผ่านทางโซเชียลมีเดียอาจจะเคยเห็นผ่านตามาบ้างว่าบู้ชอบไปกินร้านสตรีทฟู้ดมาก ซึ่งเหตุผลที่บู้ชื่นชอบสตรีทฟู้ดเพราะมองว่า “สตรีทฟู้ดมันคือความจริงใจ” เป็นสิ่งที่อาจจะไม่ได้มีความแน่นอนและตายตัว เหมือนเป็นศิลปะทั้งการตกแต่งร้านและเมนูอาหาร ซึ่งความจริงใจนี้ดูได้จากการที่เจ้าของร้านมาทำให้เรากินโดยตรง นั่นจึงเป็นเสน่ห์ที่ทำให้บู้หลงใหลในการกินสตรีทฟู้ด

 

 

ก๋วยเตี๋ยวมุดรั้ว

 

ร้านสตรีทฟู้ดลับในย่านสุขุมวิท ร้านนี้บู้ให้ความเห็นว่าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเรือตัวท็อปในย่านสุขุมวิท ซึ่งใส่ใจในการปรุงชามต่อชาม ไม่ได้มีอัตราส่วนที่ตายตัวมาก แต่นั่นคือเสน่ห์ของร้านนี้ ต้องบอกว่าทางร้านเขาใส่ใจในทุกๆ องค์ประกอบของก๋วยเตี๋ยว ทั้งน้ำซุป, เส้น, เนื้อสัตว์ ยันกากหมู ทางร้านใช้วัตถุดิบที่ดีมากๆ เมื่อเทียบกับราคา และเส้นที่บู้มาแล้วสั่งบ่อยๆ คือเส้นหมี่และเส้นเล็ก บู้ยังแนะนำว่าใครที่ชอบกินก๋วยเตี๋ยวแห้งต้องไปลองร้านนี้ เพราะเข้มข้นมาก ใครอยากลองชิมแนะนำให้เช็กวันเปิด-ปิดทาง Facebook ของร้านได้

 

 

Open: เวลา 10.30-15.00 น. (เช็กวันเปิด-ปิดทาง Facebook ของร้าน)

Address: ซอยสุขุมวิท 54

Budget: ชามเล็ก ราคา 30 บาท, ชามใหญ่ ราคา 60 บาท

Facebook: ก๋วยเตี๋ยวเรือมุดรั้ว-เจ้าเก่ามิสเตอร์บราวน์แบร์

Map: https://maps.app.goo.gl/

 

เมื่อเราพูดถึงบู้ SLUR อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้คือของวินเทจ ซึ่งบู้เริ่มชอบของวินเทจโดยเฉพาะเสื้อผ้าตั้งแต่ตอนที่เริ่มโตขึ้นและมีแนวทางการแต่งตัวชัดขึ้น จึงรู้ตัวว่าชอบใส่เสื้อผ้าที่ไม่ได้เนี้ยบมาก มีรอยบ้าง เปื้อนบ้าง เพราะนั่นคือเสน่ห์ของเสื้อผ้าวินเทจ

 

 

บู้บอกว่า “เรารู้สึกว่าอะไรพวกนี้มันคือความสวยงามสำหรับเรา มันคือความ มันคือจริตของเรา เราเลยชอบใส่เสื้อผ้าเก่า ชอบใส่เสื้อผ้ามือสองมากกว่า”

 

 

Memoriesbrand

 

เมื่อมีโอกาสได้คุยกับบู้ทั้งที เราเลยอยากให้บู้แนะนำร้านของวินเทจที่ไปบ่อยหน่อย ซึ่งบู้แนะนำว่าร้าน Memoriesbrand เลย เป็นร้านวินเทจที่คัดของดีมาให้แล้ว บรรยากาศภายในร้านตกแต่งออกมาเหมือนกับเราอยู่ในร้านวินเทจดีๆ สักร้านที่ญี่ปุ่น ของในร้านค่อนข้างหลากหลาย มีทั้งเสื้อ กางเกง แจ็กเก็ต และตอนนี้ทางร้านมีเสื้อยืดวินเทจที่มีลายเกี่ยวกับการวิ่ง ซึ่งนี่แหละคือสิ่งที่ทำให้บู้เสียเงินในวันนี้

 

 

Open: วันศุกร์-จันทร์ เวลา 10.00-18.00 น.

Address: ซอยรัชดาภิเษก 10

Facebook: Memoriesbrand

Map: https://maps.app.goo.gl/

 

อย่างที่เรารู้ๆ กันว่าบู้ทำรายการแนวไลฟ์สไตล์สนุกๆ ชื่อมิชลุย ซึ่งหลายตอนพาไปตามล่าหาของวินเทจจากจุดต่างๆ ได้คุยกับตัวพ่อด้านของวินเทจทั้งที เราเลยอยากให้บู้ป้ายยาแหล่งหาของวินเทจสำหรับมือใหม่ว่าควรเริ่มจากที่ไหนดี

 

 

ตึกแดงวินเทจ จตุจักร

 

ที่แรกน่าจะเป็นที่ที่กำลังได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้คือตึกแดง ที่นี่รวมของวินเทจหลายหมวดหมู่ ทั้งเสื้อผ้า ของใช้ และของแต่งบ้าน ซึ่งสำหรับมือใหม่ที่นี่สะดวกมากๆ เพราะเขาค่อนข้างจะคัดของมาประมาณหนึ่งแล้ว และจะแต่งตัวแนวไหนที่นี่มีให้เลือกทั้งหมด

 

Open: วันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 10.00-20.00 น., วันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-22.00 น.

Address: MRT สถานีกำแพงเพชร

Map: https://maps.app.goo.gl/

 

ภาพ: ตลาดนัดจตุจักร Chatuchak Weekend Market jjweekendmarket / Facebook

 

ตลาดนัดจตุจักร

 

ถ้าเดินตึกแดงแล้วรู้สึกว่าเราพอมีความรู้ด้านของมือสองบ้างแล้ว ลองเดินมาฝั่งตรงข้ามบริเวณตลาดนัดจตุจักร สถานที่สุดคลาสสิกที่คนชอบของวินเทจต้องเคยไป เพราะมีของให้เลือกหลายหมวดหมู่และมีราคาตั้งแต่ถูกไปถึงแพง การไปจตุจักรยังเป็นการไปซื้อของมือสองที่ให้ความรู้สึกได้คุ้ยของอยู่

 

Open: วันพุธ-อาทิตย์ เวลา 07.00-18.00 น.

Address: MRT สวนจตุจักร

Map: https://maps.app.goo.gl/

 

ภาพ: ตลาดปัฐวิกรณ์ โครงการใหม่ / Facebook

 

ตลาดปัฐวิกรณ์

 

นับวันตลาดปัฐวิกรณ์ยิ่งได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการไปคุ้ยหาของวินเทจแล้วสนุกติดอันดับต้นๆ เพราะเขามีเสื้อผ้าหลากหลาย เสน่ห์ของการไปแหล่งมือสองที่เขาไม่ได้คัดของมาให้คือการคุ้ยหาของโดยที่เราไม่ได้คาดหวังว่าจะเจออะไร ซึ่งบางทีอาจจะได้เจอของที่เราต้องการในราคาที่ไม่คาดคิด!

 

Open: ทุกวัน เวลา 07.00-20.00 น.

Address: ถนนนวมินทร์

Map: https://maps.app.goo.gl

 

ภาพ: ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์, THE STANDARD, ตลาดนัดจตุจักร Chatuchak Weekend Market jjweekendmarket / Facebook, ตลาดปัฐวิกรณ์ โครงการใหม่ / Facebook

The post 4 HOURS LIFE with บู้ SLUR กับ 4 ชั่วโมงที่โคตรจะโปรดักทีฟ appeared first on THE STANDARD.

]]>
10 บทเรียนธุรกิจจาก Yuedpao แบรนด์เสื้อยืดพันล้าน https://thestandard.co/the_secret_sauce/yuedpao-brand-success/ Fri, 07 Feb 2025 01:00:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1036779 yuedpao-brand-success

หลายคนอาจรู้จัก Yuedpao ในฐานะแบรนด์เสื้อยืดธรรมดาราคาจ […]

The post 10 บทเรียนธุรกิจจาก Yuedpao แบรนด์เสื้อยืดพันล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
yuedpao-brand-success

หลายคนอาจรู้จัก Yuedpao ในฐานะแบรนด์เสื้อยืดธรรมดาราคาจับต้องได้เพียงแต่ 100 บาท แต่อันที่จริงแล้วนั้น Yuedpao ไม่ใช่แค่แบรนด์เสื้อยืดราคาถูกทั่วไป แต่เป็นตัวอย่างของธุรกิจที่เข้าใจตลาดและรู้จักสร้างมูลค่าให้กับสินค้า 

 

ด้วยแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง Yuedpao สามารถเปลี่ยนเสื้อยืดธรรมดาให้กลายเป็นสินค้าขายดีที่สร้างรายได้ระดับพันล้านบาทได้อย่างไร? นี่คือ 10 แนวคิดที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์นี้ ยืดเปล่า ยืดแต่ไม้ย้วย – YUEDPAO

 

 1. ค้นหาช่องว่างในตลาด

 

ก่อนเริ่มต้นธุรกิจ ทนงค์ศักดิ์ แซ่เอี้ยว ผู้ก่อตั้งแบรนด์นี้เป็นเพียงพ่อค้าขายเสื้อผ้าอยู่ในตลาดนัดจตุจักร แต่สังเกตเห็นว่าในตลาดมีเพียงสองตัวเลือกหลัก คือ เสื้อยืดราคาถูกจากตลาดนัดที่คุณภาพต่ำ กับแบรนด์ระดับโลกที่มีราคาสูง ไม่มีใครนำเสนอสินค้าคุณภาพดีในราคากลางๆ นี่จึงเป็นโอกาสและช่องว่างที่เขาจะใช้สร้างจุดขายที่แตกต่าง 

 

ในช่วงแรก ทนงค์ศักดิ์ทดลองนำเสื้อผ้าหลากหลายแบบมาขาย ไม่ว่าจะเป็นกางเกงบ็อกเซอร์ กางเกงขาสั้น หรือเสื้อยืดทั่วไป จนกระทั่งพบว่าเสื้อยืดเป็นสินค้าที่มีความต้องการสูง และเป็นสินค้าพื้นฐานที่คนทุกเพศทุกวัยสามารถซื้อได้บ่อยๆ ความเข้าใจตลาดนี้ช่วยให้แบรนด์สามารถกำหนดแนวทางธุรกิจได้ชัดเจนขึ้น

 

เมื่อเจอโอกาสแล้ว เขาจึงไม่ลังเลที่จะลงมือทำ พวกเขาไม่เพียงแต่เติมเต็มช่องว่างในตลาด แต่ยังสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำผ่านคุณค่าที่แตกต่างจากสินค้าอื่นๆ ในตลาด ซึ่งช่วยให้พวกเขาเติบโตได้อย่างมั่นคง

 

2. ตั้งราคาที่เข้าถึงง่าย แต่ยังคงคุณภาพ

 

ทนงค์ศักดิ์บอกว่าการตั้งราคาที่ 100 บาทไม่ใช่การตั้งแบบไม่มีเหตุผล แต่เป็นราคาที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่าย และการที่ Yuedpao จะสามารถรักษาคุณภาพไว้ได้นั้น ต้องเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพดีแต่บริหารต้นทุนให้ต่ำที่สุด และเน้นขายในปริมาณมากแทนการตั้งราคาสูงเพื่อให้ได้กำไรต่อชิ้นมากขึ้น

 

ราคานี้มาจากการวิจัยตลาดอย่างจริงจัง โดยทนงค์ศักดิ์สังเกตว่าลูกค้าส่วนใหญ่ในตลาดนัดมักจะซื้อสินค้าที่ราคาไม่สูงเกินไปและตัดสินใจซื้อได้ทันที การกำหนดราคาที่ 100 บาททำให้ลูกค้าไม่ต้องลังเล และสามารถซื้อได้ทีละหลายตัว ซึ่งช่วยให้แบรนด์สามารถทำยอดขายได้สูงขึ้น

 

แม้ว่าจะเป็นราคาที่ต่ำเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่น แต่ Yuedpao ไม่ลดคุณภาพของวัตถุดิบหรือกระบวนการผลิต พวกเขาเลือกใช้ผ้าที่มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น ผ้าไม่ย้วย ทนทาน และใส่สบาย ซึ่งทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำและแนะนำต่อให้กับผู้อื่นได้

 

3. สร้างแบรนด์ที่ลูกค้าจดจำได้

 

แบรนด์ที่แข็งแกร่งช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดในระยะยาว Yuedpao ไม่ได้ขายแค่เสื้อ แต่ขาย ‘คุณค่า’ ผ่านสโลแกน “ยังไงก็ไม่ย้วย” เพื่อเน้นคุณภาพของสินค้าให้ชัดเจน ลูกค้าจึงเชื่อมั่นและกลับมาซื้อซ้ำ

 

สโลแกนนี้ไม่ได้มาโดยบังเอิญ แต่เกิดจากการรับฟังเสียงของลูกค้า โดย Yuedpao พบว่าหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยของเสื้อยืดราคาถูกคือการเสียรูปทรงหลังจากซักไปไม่กี่ครั้ง แบรนด์จึงใช้ปัญหานี้เป็นจุดขาย และยืนยันคุณภาพสินค้าผ่านการทดสอบและการรีวิวจากลูกค้า

 

นอกจากนี้ Yuedpao ยังใช้แพ็กเกจจิ้งที่เรียบง่ายแต่โดดเด่น รวมถึงการออกแบบโลโก้และดีไซน์ที่ทันสมัยเพื่อสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ สิ่งเหล่านี้ทำให้ Yuedpao ไม่ใช่แค่เสื้อยืดธรรมดา แต่เป็นแบรนด์ที่มีเรื่องราวและคุณค่าชัดเจน

 

4. ใช้การตลาดที่ ‘เน้นสร้างประสบการณ์’

 

Yuedpao ใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางหลักในการทำตลาด ไม่ว่าจะเป็นการใช้วิดีโอรีวิวที่พิสูจน์ว่าเสื้อยืดทนจริง หรือการร่วมงานกับอินฟลูเอนเซอร์ที่ช่วยกระจายแบรนด์ไปสู่กลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ ยังมีแคมเปญการตลาดที่ดึงดูด เช่น การแจกเสื้อให้ลูกค้าทดลองใส่

 

จากการใช้การตลาดแบบเน้นประสบการณ์ลูกค้า Yuedpao จึงสามารถสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าใหม่และทำให้พวกเขากลับมาซื้อซ้ำ เมื่อผู้บริโภคเห็นว่าเสื้อยืดสามารถใช้งานได้ดีจริง คำบอกต่อจากลูกค้าเองก็กลายเป็นเครื่องมือการตลาดที่ทรงพลังที่สุดของแบรนด์

 

5. เน้นการขายแบบปริมาณมาก

 

แทนที่จะขายแพงและมีกำไรต่อชิ้นสูง Yuedpao เลือกใช้กลยุทธ์ขายในปริมาณมากเพื่อลดต้นทุนต่อหน่วย แนวคิดนี้คล้ายกับแบรนด์ระดับโลกที่เน้นการผลิตในปริมาณสูงและกระจายสินค้าออกไปให้ได้มากที่สุด

 

ในช่วงแรก ทนงค์ศักดิ์บอกว่าเขาเน้นขายผ่านช่องทางตลาดนัดและอีเวนต์เพื่อให้สินค้าเข้าถึงลูกค้าได้โดยตรง พวกเขาพบว่าการขายในปริมาณมากช่วยให้สามารถต่อรองราคากับโรงงานผลิตได้ดีขึ้น ลดต้นทุนต่อหน่วย และทำให้มีอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์มากขึ้น

 

ผลลัพธ์ของกลยุทธ์นี้คือ Yuedpao สามารถคงราคาขายที่ 100 บาทต่อชิ้นได้โดยที่ยังคงมีกำไร และยังทำให้ลูกค้าสามารถซื้อได้ทีละหลายตัวโดยไม่ลังเล

 

6. ลดต้นทุนโดยไม่ลดคุณภาพ

 

หนึ่งในความท้าทายของ Yuedpao คือการควบคุมต้นทุนให้ต่ำขณะที่ยังคงคุณภาพสินค้า พวกเขาทำได้โดยการผลิตเสื้อแบบเรียบง่าย ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และใช้วัสดุที่คงทนแต่ไม่แพง

 

Yuedpao ค้นพบว่าการเลือกใช้ผ้าสต็อกจากโรงงานที่มีคุณภาพดีแต่ไม่ได้ถูกใช้งาน (Deadstock) สามารถช่วยลดต้นทุนได้โดยไม่ต้องลดคุณภาพ พวกเขายังพัฒนาเทคนิคการตัดเย็บให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อลดของเสียในการผลิต

 

แนวคิดนี้ช่วยให้ Yuedpao สามารถรักษาคุณภาพสินค้าในขณะที่ยังคงต้นทุนที่แข่งขันได้ ทำให้แบรนด์สามารถเติบโตโดยไม่ต้องเพิ่มราคา

 

7. ใช้โมเดลธุรกิจที่ขยายตัวได้ง่าย

 

Yuedpao ไม่ได้เติบโตจากการขายปลีกเพียงอย่างเดียว แต่ใช้ระบบแฟรนไชส์เป็นเครื่องมือขยายธุรกิจ ระบบนี้ช่วยให้สามารถเปิดสาขาใหม่ได้โดยไม่ต้องใช้ทุนของตัวเองมากนัก และยังช่วยให้แบรนด์กระจายสินค้าได้รวดเร็วขึ้น

 

ผู้ที่สนใจแฟรนไชส์ Yuedpao สามารถเข้าร่วมได้โดยใช้เงินลงทุนที่ไม่สูงมากนัก แบรนด์ยังช่วยสนับสนุนเรื่องการตลาดและซัพพลายสินค้าให้กับแฟรนไชส์ซึ่งช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถดำเนินธุรกิจได้ง่ายขึ้น

 

ด้วยกลยุทธ์นี้ Yuedpao สามารถขยายเครือข่ายของตัวเองไปทั่วประเทศในระยะเวลาอันสั้น และสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้างขึ้น

 

8. ฟังเสียงลูกค้าและปรับตัวเร็ว

 

แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จต้องไม่หยุดนิ่ง Yuedpao ให้ความสำคัญกับฟีดแบ็กจากลูกค้าอย่างจริงจัง หากลูกค้ามีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการจัดส่งหรือคุณภาพสินค้า แบรนด์จะรีบปรับปรุงทันที

 

ตัวอย่างหนึ่งคือช่วงแรกของการขาย Yuedpao พบว่าลูกค้าหลายคนบ่นเรื่องการส่งสินค้าล่าช้า ทางแบรนด์จึงปรับปรุงกระบวนการโลจิสติกส์และเพิ่มระบบติดตามสินค้าเพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้ารวดเร็วขึ้น

 

ผลลัพธ์ของแนวคิดนี้คือ ลูกค้ารู้สึกมั่นใจในแบรนด์มากขึ้น และมีอัตราการซื้อซ้ำที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง

 

9. แตกไลน์สินค้าเมื่อถึงเวลา

 

แม้ว่าเสื้อยืด 100 บาทจะเป็นสินค้าหลัก แต่ Yuedpao ไม่หยุดอยู่แค่นั้น พวกเขาเริ่มขยายไลน์สินค้าไปยังเสื้อโปโลและเสื้อดีไซน์พิเศษ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าหลากหลายกลุ่มและเพิ่มรายได้

 

แนวคิดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบเร่งรีบ แต่เป็นการต่อยอดจากฐานลูกค้าที่มีอยู่เดิม โดยสังเกตว่าลูกค้าหลายคนต้องการสินค้าที่มีดีไซน์หรือคุณสมบัติเฉพาะ เช่น เสื้อโปโลสำหรับใส่ทำงาน หรือเสื้อยืดแบบพรีเมียมสำหรับลูกค้าที่ต้องการคุณภาพสูงขึ้น

 

ผลลัพธ์คือ Yuedpao สามารถขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น และสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการทำตลาดโดยไม่ต้องพึ่งพาแค่สินค้าหลักเพียงอย่างเดียว

 

10. ความมุ่งมั่นและความอดทนคือกุญแจสำคัญ

 

เส้นทางของ Yuedpao ไม่ได้ง่าย ผู้ก่อตั้งอย่างทนงค์ศักดิ์ต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากและความล้มเหลวมาก่อน แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จคือการเรียนรู้จากความผิดพลาด ปรับตัว และเดินหน้าต่อ

 

ในช่วงแรกของธุรกิจ มีหลายครั้งที่สินค้าขายไม่ออก หรือเกิดปัญหาด้านการผลิต แต่แทนที่จะยอมแพ้ Yuedpao ใช้โอกาสเหล่านี้ในการปรับปรุงสินค้าของตัวเองให้ดีขึ้น และเรียนรู้จากความผิดพลาด

 

บทเรียนสำคัญจากแนวคิดนี้คือ ไม่มีธุรกิจใดที่ประสบความสำเร็จโดยไม่มีอุปสรรค แต่ผู้ที่สามารถฝ่าฟันอุปสรรคและพัฒนาตัวเองได้ตลอดเวลา คือผู้ที่จะประสบความสำเร็จในระยะยาว

 

สรุปแล้ว Yuedpao เป็นตัวอย่างของธุรกิจที่เริ่มจากไอเดียเรียบง่าย แต่ใช้กลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการสร้างแบรนด์และขยายตลาด แนวคิดทั้ง 10 ข้อนี้ไม่เพียงใช้ได้กับธุรกิจแฟชั่นเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจอื่นๆ ที่ต้องการสร้างมูลค่าและความแตกต่างในตลาดที่มีการแข่งขันสูงได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

 

 

The post 10 บทเรียนธุรกิจจาก Yuedpao แบรนด์เสื้อยืดพันล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธาน SHEIN ยัน ‘เสื้อผ้าราคาถูก’ ยังอยู่ได้ แม้ Trump ขึ้นภาษีนำเข้าจากจีน แต่ต้อง ‘เท่าเทียม’ ทุกประเทศ https://thestandard.co/shein-cheap-clothes-trump-tariffs/ Sat, 25 Jan 2025 03:54:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1034344 shein-cheap-clothes-trump-tariffs

Donald Tang ประธานบริหาร SHEIN ออกมาให้ความมั่นใจว่าแบร […]

The post ประธาน SHEIN ยัน ‘เสื้อผ้าราคาถูก’ ยังอยู่ได้ แม้ Trump ขึ้นภาษีนำเข้าจากจีน แต่ต้อง ‘เท่าเทียม’ ทุกประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
shein-cheap-clothes-trump-tariffs

Donald Tang ประธานบริหาร SHEIN ออกมาให้ความมั่นใจว่าแบรนด์เสื้อผ้าราคาประหยัดของบริษัทจะยังคงรักษาระดับราคาที่จับต้องได้ แม้ Donald Trump จะเสนอขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน โดยมีเงื่อนไขว่าต้องใช้มาตรการ ‘เท่าเทียมกัน’ กับทุกประเทศ 

 

ในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC ที่งาน World Economic Forum ในเมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ Tang เน้นย้ำว่า “ราคาที่จับต้องได้เป็นจุดแข็งสำคัญ มันคือแพ็กเกจรวมที่ให้ความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป”

 

Trump เคยประกาศนโยบายหาเสียงว่าจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนสูงถึง 60% แต่ล่าสุดปรับลดเหลือ 10% ซึ่ง Tang ไม่ได้ตอบตรงๆ ว่าจะปรับขึ้นราคาสินค้าหรือไม่ แต่ชี้ว่าบริษัทยังสามารถแข่งขันได้ตราบใดที่จีนไม่ถูกเก็บภาษีสูงกว่าประเทศอื่น เนื่องจาก SHEIN มีฐานการผลิตหลักอยู่ในจีน การขึ้นภาษีนำเข้าจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต

 

ปัจจุบัน SHEIN สามารถหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าได้ผ่าน ‘ช่องโหว่’ กฎหมายการค้าที่เรียกว่า De Minimis ที่ยกเว้นภาษีพัสดุมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 27,000 บาท) ด้วยการส่งสินค้าตรงถึงผู้บริโภค โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวด และไม่ต้องจ่ายภาษีนำเข้าและค่าธรรมเนียมการดำเนินการ

 

อย่างไรก็ตาม รัฐบาล Joe Biden ออกกฎใหม่เพื่อปิดช่องโหว่นี้ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยมุ่งเป้าไปที่บริษัทอย่าง SHEIN และคู่แข่งอย่าง Temu ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นสาเหตุของการพุ่งสูงขึ้นของการส่งพัสดุแบบ De Minimis ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่ง Trump ก็แสดงท่าทีสนับสนุนนโยบายดังกล่าวในวันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง โดยสั่งการให้คณะรัฐมนตรีประเมินความสูญเสียรายได้จากภาษีนำเข้าที่เกิดจากการใช้ข้อยกเว้น De Minimis

 

แม้ SHEIN จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่บริษัทต้องยกเลิกแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ในสหรัฐฯ และหันไปจดทะเบียนที่ลอนดอนแทน เนื่องจากกระแสต่อต้านบริษัทที่มีต้นกำเนิดจากจีน 

 

เมื่อถูกถามถึงแผนการเข้าตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน Tang ปฏิเสธที่จะให้ความเห็น แต่อธิบายถึงเหตุผลที่บริษัทต้องการเป็นบริษัทมหาชน โดยระบุว่าการเป็นบริษัทมหาชนจะช่วยสร้าง ‘ความรับผิดชอบ’ ผ่านกลไกที่เป็นสากล และความไว้วางใจจากสาธารณะเป็นสิ่ง ‘สำคัญยิ่ง’ สำหรับการเติบโตในระยะยาว

 

ภาพ: Antonello Marangi / Shutterstock 

 

อ้างอิง:

The post ประธาน SHEIN ยัน ‘เสื้อผ้าราคาถูก’ ยังอยู่ได้ แม้ Trump ขึ้นภาษีนำเข้าจากจีน แต่ต้อง ‘เท่าเทียม’ ทุกประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
MoodActiv x Earthology แปลงขวดพลาสติกให้เป็นชุดออกกำลังกาย https://thestandard.co/life/better-earth-better-mood/ Wed, 09 Oct 2024 11:26:11 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=993925 MoodActiv x Earthology

“จริงๆ ทุกแบรนด์เกี่ยวข้องกับเรื่องรักษ์โลกได้ เพราะเรา […]

The post MoodActiv x Earthology แปลงขวดพลาสติกให้เป็นชุดออกกำลังกาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
MoodActiv x Earthology

“จริงๆ ทุกแบรนด์เกี่ยวข้องกับเรื่องรักษ์โลกได้ เพราะเราใช้ทรัพยากรของโลกกันทั้งนั้น แต่ว่าเราแค่อย่าใช้อย่างเดียว ต้องมีจุดริเริ่มด้วยว่าจะทำอย่างไรให้มันน่าอยู่มากขึ้น…ทำให้โลกของเรามันเบาขึ้น” – ดา-พิมพ์พรรณ ฉันทนารุ่งภักดิ์ MoodActiv Co-founder

 

 

เพราะเป็นคนชอบออกกำลังกาย ดา-พิมพ์พรรณ ฉันทนารุ่งภักดิ์ เจ้าของแบรนด์ MoodActiv จึงอยากหาชุดออกกำลังกายที่ทำได้หลายกิจกรรม ทั้งเข้ายิม โยคะ เดินป่า ปีนเขา หรือวิ่งจ๊อกกิ้งยามเช้า ที่สำคัญคือต้องยืดหยุ่นและเข้ากับสภาพอากาศเมืองไทย ใส่แล้วไม่ร้อนหรืออับชื้น ในเมื่อหาไม่ได้ เธอจึงตัดสินใจเปิดแบรนด์ชุดออกกำลังกายขึ้นมาเพื่อแก้ Pain Point ของตัวเอง แถมยังประสบความสำเร็จจนกลายเป็นแบรนด์ที่หลายคนชื่นชอบและได้รับความนิยมในหมู่คนชอบออกกำลังกายด้วย

 

เมื่อ MoodActiv เกิดขึ้นมาบวกกับความสนใจในสิ่งแวดล้อม คอลเล็กชัน Better EARTH Better MOOD เลยเกิดขึ้นตาม ด้วยการทำงานคอลแลบกับแบรนด์เสื้อผ้ารักษ์โลก Earthology Studio 

 

Eco-Curious EP.14 จึงพาคุณไปสำรวจคอลเล็กชันดังกล่าว พร้อมคุยกับ ‘ดา-พิมพ์พรรณ ฉันทนารุ่งภักดิ์’ เจ้าของแบรนด์ MoodActiv ตามไปดูคอลเล็กชัน Better EARTH Better MOOD ว่าชุดกีฬาที่ทำจากขยะจะน่าใส่และสวยงามแค่ไหนกัน 

 

ดูรายการเต็มต่อได้ที่: www.instagram.com/reel/DA43CM1P1x8 

 

 

What is MoodActiv?

MoodActiv คือแบรนด์เสื้อผ้ากีฬาสัญชาติไทยที่ ‘ดา-พิมพ์พรรณ ฉันทนารุ่งภักดิ์’ ก่อตั้งขึ้น เพราะอยากได้ชุดออกกำลังที่สีสันสดใส ใส่ได้ทุกวัน และสามารถทำกิจกรรมได้หลากหลาย ไม่ว่าจะใส่ออกวิ่ง เดินป่า เข้ายิม หรือถ้าวันไหนอยากใจสงบก็สามารถหยิบเอาชุดเดียวกันใส่ไปนั่งสมาธิ เล่นโยคะ ได้เช่นกัน 

 

“แบรนด์ MoodActiv เริ่มต้นจากดากับพี่สาวค่ะ เราคนแอ็กทีฟอยู่แล้วตั้งแต่ตอนเด็ก ชอบออกกำลังกาย…เรารู้สึกว่าในเมื่อเราชอบออกกำลังกายขนาดนั้น ทำไมเราไม่ทำอะไรที่เกี่ยวกับวงการออกกำลังกาย ประจวบเหมาะกับที่เรามีแพสชันเกี่ยวกับเรื่องแฟชั่นอยู่ เลยคิดว่าถ้าอย่างนั้นเราทำชุดออกกำลังกายขึ้นมาเลยดีกว่า

 

“แล้วชุดออกกำลังกายตอนนั้นยังไม่มีสีสันเท่าไร เป็นโทนสีดำ สีน้ำเงิน ดาใส่ทุกวันแล้วรู้สึกอึมครึม ไม่ Motivate เราเลย เลยคิดว่าทำไมชุดถึงมีสีสันไม่ได้นะ เราก็เลยทำออกมาเริ่มแรก 6 สี”

 

จากวันนั้นถึงวันนี้ MoodActiv มีชุดออกกำลังให้เลือกทั้งหมด 50 เฉด แถมยังออกคอลเล็กชันรักษ์โลกกับ Earthology Studio ทำคอลเล็กชันชุดออกกำลังกายที่ใช้เส้นใยผ้าจากขวดพลาสติก

 

 

How sustainable is it?

 

นอกจากผลิตเสื้อผ้าออกกำลังกายที่ใส่ได้ในทุกโอกาสเพื่อลดปริมาณชุดที่ต้องมีจำเพาะตามกิจกรรม ทางแบรนด์ยังออกชุดออกกำลังกายคอลเล็กชันพิเศษ ‘Better EARTH Better MOOD’ ที่ทาง MoodActiv จับมือกับ Earthology Studio ออกแบบชุดออกกำลังกายที่ทอขึ้นจากเส้นในพลาสติก สวมใส่ได้ทุกวันในหลายโอกาส โดยเสื้อ 1 ตัวทำมาจากขวดน้ำ PET ขนาด 600 มิลลิเมตร จำนวน 20 ขวด ส่วนกางเกงทำจากขวดพลาสติก 7 ขวด รวมทั้งสิ้น 27 ขวดสำหรับทั้งชุด 

 

 

ใครที่สนใจคอลเล็กชันรักษ์โลกของ MoodActiv สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่: https://linktr.ee/moodactiv 

 

The post MoodActiv x Earthology แปลงขวดพลาสติกให้เป็นชุดออกกำลังกาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
บริษัทแม่ UNIQLO เผยผลกำไรจากการดำเนินงานสูงขึ้น 29% ในไตรมาสล่าสุดของปีนี้ https://thestandard.co/fast-retailing-reveals-profits/ Fri, 12 Jul 2024 06:39:49 +0000 https://thestandard.co/?p=956867

Fast Retailing บริษัทแม่สัญชาติญี่ปุ่นเจ้าของแบรนด์ UNI […]

The post บริษัทแม่ UNIQLO เผยผลกำไรจากการดำเนินงานสูงขึ้น 29% ในไตรมาสล่าสุดของปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Fast Retailing บริษัทแม่สัญชาติญี่ปุ่นเจ้าของแบรนด์ UNIQLO เผยผลกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) ในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ที่สูงขึ้น 29% จากการจับจ่ายจากที่บ้านของเหล่าลูกค้า

 

ทางบริษัทรายงานว่า กำไรของพวกเขานั้นพุ่งไปถึง 894.81 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3.23 หมื่นล้านบาทภายในระยะเวลา 3 เดือน จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันนี้เมื่อปีก่อน บริษัทมีกำไรประมาณ 707.24 ล้านดอลลาร์ 

 

มีการคาดการณ์อีกว่า Fast Retailing จะมีผลกำไรตลอดทั้งปีเพิ่มขึ้นเป็น 2.98 พันล้านดอลลาร์ จาก 2.82 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งแน่นอนว่า UNIQLO ยังคงเป็นแบรนด์ชูโรงของบริษัท ด้วยการเป็นที่รู้จักของลูกค้าในด้านมาตรฐานคุณภาพของสินค้าและราคาที่จับต้องได้ นอกจากนั้นทาง Fast Retailing ยังได้รับประโยชน์จากการที่ค่าเงินเยนลดฮวบมากที่สุดในรอบ 38 ปี ที่ส่งให้ยอดขายในต่างประเทศมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

 

Fast Retailing ได้วางแผนสำหรับการเติบโตของธุรกิจในจีนแผ่นดินใหญ่ อเมริกาเหนือ และยุโรป รวมถึงใช้ประโยชน์จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคในช่วงหลังยุคโควิด โดยเฉพาะการให้คุณค่ากับสินค้าลักชัวรี ซึ่งขณะนี้ Fast Retaling มีร้านอยู่ที่จีนแผ่นดินใหญ่มากกว่า 900 แห่ง ทำให้ทาง Fast Retaling กลายเป็นบริษัทใหญ่สำหรับร้านค้าปลีกระดับโลกในพื้นที่เศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก

 

อย่างไรก็ตามรายได้และกำไรจากจีนแผ่นดินใหญ่ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมานั้นลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งปัจจัยหนึ่งมาจากที่ต้องเปรียบเทียบกันกับยอดขายมหาศาลจากปีก่อนหน้า และการที่ผู้บริโภคเริ่มช้อปปิ้งลดลงในช่วงที่ผ่านมา โดยในปีนี้หุ้นของ Fast Retaling มีมูลค่าสูงขึ้น 26% แล้ว

 

ภาพ: Mike Kemp/In Pictures via Getty Images 

อ้างอิง: 

The post บริษัทแม่ UNIQLO เผยผลกำไรจากการดำเนินงานสูงขึ้น 29% ในไตรมาสล่าสุดของปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คอลเล็กชันที่แมตช์กันง่ายของ UNIQLO มัดใจชาวยุโรปได้อยู่หมัด จนต้องเร่งเปิดร้านในยุโรปแทนจีน https://thestandard.co/uniqlo-is-liked-by-europeans/ Wed, 10 Jul 2024 06:39:32 +0000 https://thestandard.co/?p=955939

ตลาดจีนไม่หอมหวานแล้ว! UNIQLO แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นเดินเ […]

The post คอลเล็กชันที่แมตช์กันง่ายของ UNIQLO มัดใจชาวยุโรปได้อยู่หมัด จนต้องเร่งเปิดร้านในยุโรปแทนจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตลาดจีนไม่หอมหวานแล้ว! UNIQLO แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นเดินเกมใหม่ เดินหน้าเปิดร้านในยุโรปแทนจีนแผ่นดินใหญ่ ด้วยแนวคิดการออกแบบคอลเล็กชันที่แมตช์กันง่ายจนมัดใจชาวยุโรปได้อยู่หมัด ส่วนจีนไลฟ์สไตล์ลูกค้าเปลี่ยนจนต้องปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร

 

Nikkei Asia รายงานว่า ปัจจุบันธุรกิจของ UNIQLO ร้านค้าปลีกจำหน่ายเสื้อผ้าที่มีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่น เริ่มมีชื่อเสียงในตลาดยุโรปแล้ว เนื่องจากมีราคาที่เข้าถึงง่ายควบคู่ไปกับการปล่อยคอลเล็กชันใหม่ออกมาตามฤดูกาล ทั้งนี้ ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก หนึ่งในนั้นอาจเป็นเพราะการแข่งขันจากแบรนด์ฟาสต์แฟชั่นค่ายอื่นๆ อย่าง ZARA และ H&M ที่มีความรุนแรงและแต่ละค่ายก็มีสินค้าใหม่ออกมาให้เลือกอย่างหลากหลาย

 

ถึงวันนี้ Fast Retailing บริษัทแม่ของ UNIQLO ได้ปรับกลยุทธ์ใหม่ หันมาเร่งเปิดร้านในยุโรปแทนประเทศจีน โดยร้านที่เปิดจะเป็นร้านที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งในช่วงไตรมาส 2 ได้ทยอยเปิดในกรุงโรมของอิตาลี และเอดินบะระในสหราชอาณาจักรแล้ว จนทำให้สาขาในโซนยุโรปเพิ่มขึ้น 76 แห่ง จากปัจจุบันที่มีสาขาทั้งหมด 2,469 แห่งทั่วโลก

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

สำหรับทิศทางต่อจากนี้ UNIQLO วางแผนขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีก 10 แห่งในปีนี้ที่ลอนดอน, อิตาลี, ฝรั่งเศส และโปแลนด์ โดยทุกๆ ร้านจะเปิดตามศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และมีพื้นที่ขายประมาณ 1,300 ตารางเมตร

 

Takeshi Okazaki ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Fast Retailing กล่าวว่า เมื่อมาดูผลประกอบการในยุโรปปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนสิงหาคม 2023 บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 2,900 ล้านเยน และเมื่อเทียบกับรายได้ในญี่ปุ่นที่มีสาขา 800 แห่ง ทำรายได้อยู่ที่ 1,000 ล้านเยน ขณะที่ประเทศจีน รวมถึงฮ่องกงและไต้หวัน UNIQLO มีสาขาทั้งหมด 1,031 แห่ง ทำรายได้อยู่ที่ 601 ล้านเยน

 

เรียกได้ว่าตลาดยุโรปมีอัตราการเติบโตที่โดดเด่น สะท้อนจากช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณปัจจุบัน ที่เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน 2023 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ยอดขายในยุโรปเพิ่มขึ้นถึง 38.4%

 

ด้าน Jun Kawahara นักวิเคราะห์อาวุโสของ Daiwa Securities กล่าวว่า UNIQLO มีแนวคิดการออกแบบสินค้าที่มีคุณภาพสูง และเสื้อผ้าทุกคอลเล็กชันยังสามารถจับคู่ใส่แล้วเข้ากันได้ดี ที่สำคัญกลุ่มผู้บริโภคในยุโรปไม่ได้มอง UNIQLO เป็นฟาสต์แฟชั่น แต่มีห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และให้ความสำเร็จกับเทรนด์ความยั่งยืนในอุตสาหกรรมแฟชั่น จึงทำให้แบรนด์เป็นที่ยอมรับในตลาดยุโรปอย่างรวดเร็ว

 

สอดคล้องกับ Dana Dyusheyeva ในวัย 24 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในลอนดอน กล่าวว่า เสื้อชั้นในของ UNIQLO ออกแบบมาทนทาน รวมถึงแจ็กเก็ตขนเป็ดน้ำหนักเบาจนสามารถสวมใส่ได้ทั้งปี แต่ก็ยังมีหลายคนที่ยังเข้าไม่ถึง นั่นคือสิ่งที่บริษัทต้องทำต่อไปคือสร้างการจดจำแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

 

ขณะที่ตลาดจีน UNIQLO เริ่มน่าเป็นห่วง ในบางสาขามียอดขายต่อเดือนต่ำมากจนต้องเลือกปิดสาขาที่ไม่ทำยอดขายและกำไร สาเหตุส่วนใหญ่มาจากไลฟ์สไตล์ลูกค้าเปลี่ยนไป ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ แน่นอนว่าทำให้ต้องพิจารณาการเปิดร้านใหม่ๆ

 

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมแฟชั่นต้องทำงานกันอย่างหนัก ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันที่ดุเดือด ทั้งจากยักษ์ใหญ่ เริ่มตั้งแต่ ZARA และ H&M ยังไม่รวมถึงแบรนด์สินค้ารายเล็กๆ ที่ผุดขึ้นเหมือนดอกเห็ดด้วยเช่นกัน

 

อ้างอิง:

The post คอลเล็กชันที่แมตช์กันง่ายของ UNIQLO มัดใจชาวยุโรปได้อยู่หมัด จนต้องเร่งเปิดร้านในยุโรปแทนจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
GOLDEN GOOSE BANGKOK OPENING งานเปิดตัวสโตร์ใหม่และ Younique Caffè https://thestandard.co/golden-goose-bangkok-opening/ Fri, 17 May 2024 13:07:42 +0000 https://thestandard.co/?p=934943

Golden Goose เฉลิมฉลองการเปิดสโตร์แห่งแรกอย่างเป็นทางกา […]

The post GOLDEN GOOSE BANGKOK OPENING งานเปิดตัวสโตร์ใหม่และ Younique Caffè appeared first on THE STANDARD.

]]>

Golden Goose เฉลิมฉลองการเปิดสโตร์แห่งแรกอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ณ ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ โดยครอบคลุมสินค้ามากมาย ทั้งสนีกเกอร์, เสื้อผ้า Ready-to-Wear, เครื่องประดับ และกระเป๋า กว่า 200 ตารางเมตรของสโตร์เน้นไปยังพื้นที่สำหรับ Co-Creation ซึ่งเป็นบริการตกแต่งรายละเอียดเฉพาะบุคคลด้วยฝีมือของเหล่า Dream Makers ที่ช่วยให้ลูกค้าได้ถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบสุดยูนีกที่ไม่เหมือนใคร โดยภายในงานได้เหล่าคนดังมาร่วมฉลองด้วย อาทิ ออฟ จุมพล (@tumcial), ฟรีน สโรชา (@srchafreen), มินนี่ ภัณฑิรา (@mintira.q), จูเนียร์ ณัฐศิษฏ์ (@jr.joonior) รวมถึง มิวอ้อน (@muonsan) และ เออร์วิน (@erwin_pennors) จากวง ATLAS พร้อมทั้งเหล่าอินฟลูเอ็นเซอร์ชื่อดังจากหลายแขนงก็ได้มาร่วมงานนี้ด้วย

 

อีกหนึ่งความพิเศษคือการเปิดตัว Younique Caffè แห่งแรกของโลก เป็นการยกระดับการ Co-Creation แบบใหม่ ผ่านการนำเสนอเมนูจากอิตาลีดั้งเดิม อาทิ Tiramisù, Affogato และ Triple Shot Espresso ที่ลูกค้าสามารถ Co-Create แต่งเติมเมนูขนมหวานของตนเองได้ นอกจากนี้ลูกค้าที่สั่งเครื่องดื่มแบบ Takeaway สามารถ Co-Create โดยการเลือกไอคอนตามอารมณ์ปัจจุบันของตัวเองบน iPad จากนั้นเครื่องจะพิมพ์ข้อความแบบสุ่มลงบนปลอกสวมถ้วยกาแฟ Golden ซึ่งในอนาคต Golden Goose มีแผนที่จะขยายสาขา Younique Caffè ไปยังหนานจิง, เซี่ยเหมิน, โซล, ดัลลัส และนิวยอร์ก

 

The post GOLDEN GOOSE BANGKOK OPENING งานเปิดตัวสโตร์ใหม่และ Younique Caffè appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลยุทธ์เปิดตัวคอลเล็กชันใหม่ช่วยดัน ‘แม็คกรุ๊ป’ ทำกำไรงวด 9 เดือน ปีบัญชี 2567 เพิ่มขึ้น 9.8% ทุบสถิติสูงสุด https://thestandard.co/strategy-for-launching-new-collections-helps-push-mc-group/ Wed, 15 May 2024 04:47:27 +0000 https://thestandard.co/?p=933636

แม็คกรุ๊ปโชว์กำไรงวด 9 เดือน ปีบัญชี 2567 ทุบสถิติสูงสุ […]

The post กลยุทธ์เปิดตัวคอลเล็กชันใหม่ช่วยดัน ‘แม็คกรุ๊ป’ ทำกำไรงวด 9 เดือน ปีบัญชี 2567 เพิ่มขึ้น 9.8% ทุบสถิติสูงสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>

แม็คกรุ๊ปโชว์กำไรงวด 9 เดือน ปีบัญชี 2567 ทุบสถิติสูงสุดเพิ่มขึ้น 9.8% ผลพวงเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว พร้อมกับเปิดตัวคอลเล็กชันใหม่ควบคู่กับรุกขยายสาขากวาดลูกค้าทุกพื้นที่

 

“แม้เศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัวตามที่คาดการณ์ แถมยังกังวลเรื่องสงคราม ตลอดจนปัญหาภัยแล้ง ทำให้ผู้บริโภคไม่มั่นใจต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่เมื่อรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้น เช่น โครงการปรับลดค่าไฟ ลดราคาน้ำมันดีเซล การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวหลังจากการเปิดประเทศ รวมไปถึงการเปิดฟรีวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวชาวจีน คาซัคสถาน อินเดีย และไต้หวัน ช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ดีขึ้น ช่วยสนับสนุนยอดขายของบริษัท” เจมส์ ริชาร์ด อมตวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC กล่าว

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

พร้อมกล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาบริษัทเดินหน้าตามกลยุทธ์ที่วางไว้ เริ่มตั้งแต่การจับมือกับพันธมิตร เปิดตัวคอลเล็กชันใหม่ๆ ควบคู่กับลงทุนขยายสาขา จนทำให้ปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 129 แห่ง พร้อมโฟกัสช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างครอบคลุม และสิ่งที่ทำมาตลอดคือควบคุมค่าใช้จ่ายแบบ 360 องศา

 

จากกลยุทธ์ทั้งหมดทำให้ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน ปีบัญชี 2567 (1 กรกฎาคม 2566 – 31 มีนาคม 2567) บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้า 3,178 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 346 ล้านบาท หรือคิดเป็น 12.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

ส่วนกำไรสุทธิ 577 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 525 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 17.9% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังอยู่ในระดับ 64.1% ทั้งกำไรและรายได้ทำสถิติการเติบโตสูงสุด

 

ขณะที่ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 ปีบัญชี 2567 (1 มกราคม – 31 มีนาคม 2567) บริษัทมีกำไรสุทธิ 165 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 163 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 16.4% โดยบริษัทมีรายได้จากการขายสินค้ารวม 995 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38 ล้านบาท หรือคิดเป็น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

ทั้งนี้ในไตรมาส 3 มีสัดส่วนรายได้จากช่องทางร้านค้าปลีกของตนเอง (Free-standing Shop) ซึ่งเป็นช่องทางหลัก ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 70% ถือว่าเพิ่มขึ้น เพราะจากเดิมอยู่ที่ 65% ส่วนช่องทางร้านค้าออนไลน์ (e-Commerce) มีสัดส่วน รายได้ 9% และช่องทางขายผ่านห้างสรรพสินค้า (Department Store) มีสัดส่วนรายได้ 19%

The post กลยุทธ์เปิดตัวคอลเล็กชันใหม่ช่วยดัน ‘แม็คกรุ๊ป’ ทำกำไรงวด 9 เดือน ปีบัญชี 2567 เพิ่มขึ้น 9.8% ทุบสถิติสูงสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำรายได้เติบโตในอเมริกา-ยุโรปคือเป้าหมายใหญ่ของ GU แบรนด์น้อง UNIQLO ที่มั่นใจคุณภาพสินค้า-ราคาถูก ดึงวัยรุ่นเข้าร้าน https://thestandard.co/america-europe-are-gus-big-targets/ Tue, 27 Feb 2024 06:27:09 +0000 https://thestandard.co/?p=904674

นับเป็นความพยายามของแบรนด์ GU แบรนด์น้องของ UNIQLO ที่อ […]

The post ทำรายได้เติบโตในอเมริกา-ยุโรปคือเป้าหมายใหญ่ของ GU แบรนด์น้อง UNIQLO ที่มั่นใจคุณภาพสินค้า-ราคาถูก ดึงวัยรุ่นเข้าร้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>

นับเป็นความพยายามของแบรนด์ GU แบรนด์น้องของ UNIQLO ที่อยากเติบโตนอกบ้านเกิด เดินหน้าเปิดร้านป๊อปอัพสโตร์บุกตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป มั่นใจคุณภาพสินค้า-ราคาถูก จะดึงลูกค้าวัยรุ่นเข้าร้าน พร้อมช่วยดันยอดขายเติบโตถึง 6.6 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี

 

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า Fast Retailing ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของทั้ง UNIQLO และ GU ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นทำตลาดในเอเชีย ได้วางแผนเป้าหมายต่อจากนี้ต้องการขยายการเติบโตไปในตลาดค้าปลีกใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ ด้วยการขยายสาขาภายใต้แบรนด์ GU ไปเจาะตลาดอเมริกาและยุโรป โดยหวังเจาะกลุ่มวัยรุ่นเป็นหลัก และบริษัทตั้งเป้าถึงการขยายตลาดจะช่วยผลักดันยอดขายราว 6.6 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

“ปัจจุบันแบรนด์ GU มีอัตราการเติบโตในญี่ปุ่นอย่างมาก เห็นได้จากการทำกำไรเพิ่มขึ้น 2 เท่าต่อปี แต่จุดอ่อนของแบรนด์คือยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในประเทศอื่นมากนัก แต่จากนี้เรามั่นใจว่าแบรนด์ GU จะประสบความสำเร็จในตลาดยุโรปแน่นอน ด้วยที่มาของตัวอักษรระหว่าง G และ U ซึ่งออกเสียงเหมือนกับคำว่า Jiyu ในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งมีความหมายว่าเสรีภาพ บวกกับจุดแข็งของสินค้าแบรนด์ GU มีราคาถูกกว่าแบรนด์ UNIQLO แต่ก็มีศักยภาพเช่นเดียวกัน” Takeshi Okazaki ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน Fast Retailing กล่าว 

 

แต่การทำตลาดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะกระบวนการผลิต บริษัทพยายามพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายในแต่ละประเทศที่แตกต่างกันออกไป แต่ยังคงคอนเซปต์เดิมที่มีสินค้าทั้งผู้ชายและผู้หญิง มีราคาเข้าถึงง่าย โดยหากย้อนไปในปี 2022 แบรนด์ GU ได้ทดลองตลาดด้วยการเปิดร้านป๊อปอัพสโตร์แห่งแรกในนิวยอร์กไปแล้ว พบว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยลูกค้าส่วนใหญ่อายุประมาณ 10-30 ปี

 

ขณะเดียวกัน Fast Retailing ยังเตรียมเปิดร้าน UNIQLO เพิ่มอีก 20 สาขาในอเมริกาเหนือ และ 10 สาขาในยุโรป เพื่อเพิ่มรายได้และกำไร ซึ่งปัจจุบัน UNIQLO มีส่วนแบ่งการตลาดเพียง 0.5% ในอเมริกาและยุโรป จึงมีโอกาสขยายการเติบโตได้อีกมาก 

 

เรียกได้ว่าเป็นการพยายามขยายตลาดนอกญี่ปุ่นอย่างจริงจัง เพราะตลาดญี่ปุ่นเริ่มชะลอตัวจากจำนวนประชากรและกำลังซื้อที่ลดลง แน่นอนว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นที่พอใจของนักลงทุนอย่างมาก 

 

เช่นเดียวกับตลาดจีน ปัจจุบัน UNIQLO มีประมาณ 900 สาขา แม้เศรษฐกิจในจีนยังอยู่ในภาวะที่ยากลำบาก บริษัทก็ยังต้องทำตลาดเหมือนเดิม แต่บริษัทจะไม่ลงทุนเปิดร้านเพิ่ม แต่จะไปเน้นลงทุนที่คุณภาพของสินค้าแทน

 

ด้านฝั่งของคู่แข่งแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นอย่าง H&M ตามด้วย ZARA และ Gap ก็เริ่มขยายตลาดไปยังอเมริกาและยุโรปเช่นกัน เรียกได้ว่าการแข่งขันในตลาดแฟชั่นจะยิ่งดุเดือดมากขึ้น 

 

อ้างอิง:

The post ทำรายได้เติบโตในอเมริกา-ยุโรปคือเป้าหมายใหญ่ของ GU แบรนด์น้อง UNIQLO ที่มั่นใจคุณภาพสินค้า-ราคาถูก ดึงวัยรุ่นเข้าร้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
AMI เปิดร้านสาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย ณ ห้าง EMPORIUM https://thestandard.co/ami-1st-store-in-southeast-asia-and-thailand/ Fri, 05 Jan 2024 08:07:00 +0000 https://thestandard.co/?p=884587

เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เริ่มมาเปิดตลาดในเอเชียตะวันออกเฉี […]

The post AMI เปิดร้านสาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย ณ ห้าง EMPORIUM appeared first on THE STANDARD.

]]>

เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เริ่มมาเปิดตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับ AMI ของดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง Alexandre Mattiussi โดยได้เลือกกรุงเทพฯ เป็นสถานที่เปิดร้านแรกของแบรนด์ในภูมิภาค ณ ศูนย์การค้า EMPORIUM

 

สำหรับร้านแห่งใหม่นี้จะมีทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าของผู้หญิงและผู้ชาย ผ่านการนำเข้าของ PP Group บริษัทนำเข้าสินค้าลักชัวรี เช่น Longchamp, Maison Kitsune และ Tory Burch โดยร้านจะถูกตกแต่งด้วยวัสดุไม้ ทองเหลือง เซรามิก และกระจกเงา ซึ่งจะสอดคล้องกับสาขาใหญ่ที่มีกว่า 50 สาขา

 

สำหรับ AMI ก่อตั้งและออกแบบโดย Alexandre Mattiussi ในปี 2011 ที่ปารีส สองปีต่อมาเขาได้พาแบรนด์คว้ารางวัลแฟชั่น ANDAM ในปี 2013 ซึ่งชื่อ AMI เป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่าเพื่อนที่จะสะท้อนออกมาผ่านสินค้าและแคมเปญต่างๆ ของแบรนด์ นอกจากนี้ยังเป็นตัวย่อของชื่อผู้ก่อตั้งอีกด้วย

 

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา AMI ถือว่าเติบโตขึ้นอย่างมาก ซึ่งหลายคนก็น่าจะเคยเห็นโลโก้รูปหัวใจที่มีตัว A อยู่ข้างล่างบนหน้าอกเสื้อหรือกระเป๋า โดยเว็บไซต์​ Fashion Network รายงานยอดขายในปี 2019 ก่อนช่วงโควิดอยู่ที่ปีละ 35 ล้านยูโร และกระโดดขึ้นมาที่ 230 ล้านยูโร ในปี 2022 จากการเปิดสาขาใหญ่ในนิวยอร์กเมื่อปี 2021 บวกกับการบุกตลาดเอเชีย ทั้งเกาหลีใต้และจีน โดย Nicolas Santi-Weil ซึ่งเป็น CEO ของ AMI กล่าวว่าตั้งเป้าให้ถึง 300 ล้านยูโร ในปี 2023

 

ภาพ: AMI

อ้างอิง:

The post AMI เปิดร้านสาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย ณ ห้าง EMPORIUM appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซีอีโอ GU ย้ำ จากนี้จะเริ่มขยายร้านไปเจาะตลาดใหม่ โดยเฉพาะนิวยอร์กที่เตรียมเปิดป๊อปอัพสโตร์ขนาดใหญ่ หวังให้แบรนด์เป็นที่รู้จักทั่วโลก https://thestandard.co/gu-will-begin-expanding-its-stores/ Tue, 05 Dec 2023 05:04:18 +0000 https://thestandard.co/?p=873602

เป็นไปตามแผนที่วางไว้ GU แบรนด์น้องของ UNIQLO เตรียมเปิ […]

The post ซีอีโอ GU ย้ำ จากนี้จะเริ่มขยายร้านไปเจาะตลาดใหม่ โดยเฉพาะนิวยอร์กที่เตรียมเปิดป๊อปอัพสโตร์ขนาดใหญ่ หวังให้แบรนด์เป็นที่รู้จักทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>

เป็นไปตามแผนที่วางไว้ GU แบรนด์น้องของ UNIQLO เตรียมเปิดป๊อปอัพสโตร์ถาวรที่นิวยอร์กเร็วๆ นี้ พร้อมเปิดรับสมัครนักออกแบบแฟชั่น ซีอีโอย้ำ จะทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักทั่วโลก และมั่นใจว่าตลาดยุโรปจะมียอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า

 

Nikkei Asia รายงานว่า การเปิดป๊อปอัพสโตร์ถาวรที่นิวยอร์กนับว่าเป็นครั้งแรกที่ GU จะขยายการเติบโตไปนอกตลาดเอเชีย เบื้องต้นยังไม่ได้ระบุว่าจะเปิดในช่วงไหน แต่รูปแบบป๊อปอัพสโตร์จะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ ภายในร้านจะมีทั้งเสื้อผ้าและเครื่องประดับสำหรับทั้งชายและหญิง

 

Osamu Yunoki ซีอีโอ GU กล่าวว่า ปัจจุบันจำนวนประชากรของญี่ปุ่นเริ่มลดลง จากนี้เราจะเริ่มให้ความสำคัญกับการขยายตลาดไปในต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะนิวยอร์ก จีน และตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทมีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้น 2 เท่า หรืออยู่ที่ 4 พันล้านดอลลาร์ภายใน 5 ปี 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ยิ่งไปกว่านั้น GU ได้ส่งผู้บริหารประมาณ 10 คนไปศึกษาตลาด เพื่อนำเทรนด์มาปรับใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ดึงดูดมากขึ้น พร้อมกับเปิดรับสมัครนักออกแบบเสื้อผ้าในนิวยอร์กด้วยเช่นกัน

 

ส่วนช่องทางอีคอมเมิร์ซ บริษัทเตรียมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์เพื่อรองรับพฤติกรรมของคนจีน ฮ่องกง และไต้หวัน ที่นิยมสั่งสินค้าออนไลน์กันมากขึ้น โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มยอดขายจากช่องทางดังกล่าวให้ได้ 30% จากปัจจุบันยอดขายยังอยู่ที่ 12% เท่านั้น

 

สำหรับปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนสิงหาคม ภาพรวมของ GU ที่อยู่ภายใต้การบริหารของ Fast Retailing มียอดขายเพิ่มขึ้น 20% โดยความสำเร็จของแบรนด์เป็นเสื้อผ้าแฟชั่นที่ตามเทรนด์และมีราคาเข้าถึงง่ายถ้าเทียบกับแบรนด์อื่นๆในตลาด จนมีกลุ่มลูกค้าที่ให้การตอบรับเป็นอย่างดี 

 

ปัจจุบัน GU มีร้านค้าในญี่ปุ่นทั้งหมด 463 สาขา และมีสาขาในไต้หวัน ฮ่องกง และจีน อีก 36 สาขา แน่นอนว่ายอดขาย 90% มาจากตลาดบ้านเกิดอย่างญี่ปุ่น และยอดขายทั้งหมดของ GU คิดเป็นประมาณ 10% ของรายได้ Fast Retailing บริษัทแม่ ถ้าเทียบกับ UNIQLO ก็ยังถือว่าน้อยมากๆ 

 

อ้างอิง:

The post ซีอีโอ GU ย้ำ จากนี้จะเริ่มขยายร้านไปเจาะตลาดใหม่ โดยเฉพาะนิวยอร์กที่เตรียมเปิดป๊อปอัพสโตร์ขนาดใหญ่ หวังให้แบรนด์เป็นที่รู้จักทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปรากฏการณ์ ‘ใช้เงินแล้วรวยขึ้น’ ของ Amancio Ortega ผู้ก่อตั้ง ZARA วัย 86 ปี ผู้สร้างอาณาจักรฟาสต์แฟชั่นที่ไม่ธรรมดาจนมีทรัพย์สินเกือบ 2 ล้านล้านบาท https://thestandard.co/amancio-ortega-phenomenon-of-spend-money/ Thu, 12 Oct 2023 12:12:24 +0000 https://thestandard.co/?p=854112 Amancio Ortega

จุดเริ่มต้นของ Amancio Ortega คือบ้านเกิดทางตะวันตกเฉีย […]

The post ปรากฏการณ์ ‘ใช้เงินแล้วรวยขึ้น’ ของ Amancio Ortega ผู้ก่อตั้ง ZARA วัย 86 ปี ผู้สร้างอาณาจักรฟาสต์แฟชั่นที่ไม่ธรรมดาจนมีทรัพย์สินเกือบ 2 ล้านล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Amancio Ortega

จุดเริ่มต้นของ Amancio Ortega คือบ้านเกิดทางตะวันตกเฉียงเหนือของสเปน ทารกสุดรักของคุณพ่อผู้เป็นพนักงานรถไฟและคุณแม่ที่เป็นแม่บ้านนั้นลืมตาดูโลกในปี 1936 ก่อนจะเติบใหญ่และลงมือเริ่มผลิตเสื้อผ้าในช่วงต้นทศวรรษ 1960 ร่วมกับพี่น้องและ Rosalia Mera ภรรยา

 

กำเนิดของ ZARA คือปี 1975 เวลานั้น Amancio และ Mera เปิดร้าน ZARA แห่งแรกในตัวเมือง La Coruna ประเทศสเปน ตอนแรก Amancio ตั้งใจจะตั้งชื่อร้านว่า Zorba ตามชื่อภาพยนตร์เรื่อง Zorba the Greek แต่เมื่อพบว่าบาร์ในแถบเดียวกันใช้ชื่อ Zorba ไปแล้ว ชื่อ ZARA จึงถูกเลือกขึ้นมาใช้แทน

 

การสร้างอาณาจักรแฟชั่นเริ่มในปี 1985 หนุ่มใหญ่ Amancio มีอายุ 49 ปีในวันที่รวม ZARA เข้ากับบริษัทโฮลดิ้งชื่อ Inditex และขึ้นเป็นผู้ค้าปลีกเสื้อผ้ารายใหญ่ที่สุดของโลก

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

โดย Inditex นั้นเป็นเจ้าของแบรนด์ฟาสต์แฟชั่นมากมาย ตั้งแต่ ZARA, PULL&BEAR, BERSHKA, Massimo Dutti, Stradivarius, OYSHO, Uterqüe และ ZARA HOME

 

ZARA shop

 

เมื่อ Amancio และ Mera แยกทางกันในช่วงกลางทศวรรษ 1980 ตัว Mera ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 2 ของบริษัทจนกระทั่งถึงแก่กรรมในปี 2013

 

ลูกสาวของทั้งคู่ Sandra Ortega Mera กลายเป็นผู้สืบทอดความมั่งคั่งของแม่ และรับ 5% ของหุ้นใน Inditex

Amancio แต่งงานกับ Flora Perez ภรรยาคนที่ 2 ในปี 2001 มีพยานรัก 2 คน หนึ่งในนั้นคือ Marta Ortega ซึ่งรับหน้าที่จัดการด้านงานขายของ ZARA ในปัจจุบัน โดย Marta มีตำแหน่งเป็นประธานบริษัท Inditex ต่อจาก Pablo Isla ที่นั่งเก้าอี้เป็นประธานบริหารตั้งแต่ปี 2011-2022 ถือเป็นการส่งไม้ผลัดกลับเข้าตระกูลหลังจาก Amancio ได้ก้าวลงจากตำแหน่งในเวลานั้น

 

การลาตำแหน่งไม่ได้แปลว่าวางมือ Amancio ยังคงลงทุนจนเป็นส่วนสำคัญที่เพิ่มความมั่งคั่งให้พุ่งทะยานไปถึงระดับ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำสถิติเป็นบุคคลที่ร่ำรวยอันดับ 23 ของโลก ความน่าสนใจคือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ผ่านทาง Pontegadea นั้นคึกคักโดดเด่นมาก

 

ทำให้ Amancio เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ในสเปน สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร รวมถึงตึกระฟ้าอันโด่งดังอย่าง Torre Picasso ในกรุงมาดริด (ราคา 536 ล้านดอลลาร์ ปี 2011) และหอคอย Cepsa (มูลค่า 551 ล้านดอลลาร์ ปี 2016)

 

สร้างอาณาจักรแล้วไม่อยู่นิ่ง

 

การเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรกของ Inditex ในปี 2001 ทำให้ Amancio Ortega ได้รับเงินปันผลมากกว่า 9 พันล้านยูโร หรือประมาณ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ มีรายงานว่าเงินสดส่วนใหญ่ของ Amancio ถูกนำไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หลากรูปแบบผ่านบริษัท Pontegadea

 

มีรายงานว่า Amancio ซื้ออาคารสำนักงานในย่านเมย์แฟร์อันมั่งคั่งในลอนดอน ซึ่งอยู่ติดกับ Hyde Park และอสังหาริมทรัพย์บนถนนช้อปปิ้งชั้นนำของลอนดอนอย่างถนนอ็อกซ์ฟอร์ด

 

london large neo-Baroque building

 

อีกย่านที่ Amancio สนใจคือสหรัฐอเมริกา โดยมีการซื้อ Epic Residences and Hotel ซึ่งเป็นตึกระฟ้าหรูหราสูง 54 ชั้นในไมอามี และในปี 2015 เจ้าพ่อ ZARA ตัดสินใจจ่ายเงิน 370 ล้านดอลลาร์ สำหรับอสังหาริมทรัพย์ในย่านหรูหราริมหาดทั้งช่วงตึก (บล็อก) ในไมอามีบีช

 

การจับจ่ายในปี 2015 นั้นไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านี้ เพราะ Amancio ซื้ออาคารเก่าแก่ E. V. Haughwout Building ในย่านโซโหของนิวยอร์กซิตี้ มูลค่า 145 ล้านดอลลาร์ จากนั้นได้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในนิวยอร์กอีกแห่งในปี 2016 คราวนี้เป็นโรงแรม 70 Park Avenue ใน Murray Hill ในราคา 67.6 ล้านดอลลาร์

 

ในปี 2019 มหาเศรษฐีอย่าง Amancio ทุ่มเงินลุยลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อย่างสนุกสนาน โดยซื้อโรงแรมใจกลางเมืองชิคาโกด้วยมูลค่า 72.5 ล้านดอลลาร์ รวมถึงอาคารใจกลางกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และอาคารสำนักงาน 2 แห่งในซีแอตเทิลที่ Amazon เช่ามาด้วยมูลค่ารวมกัน 1.1 พันล้านดอลลาร์

 

ล่าสุดในเดือนสิงหาคม 2022 อาคารอพาร์ตเมนต์สูง 45 ชั้นในชิคาโกถูก Amancio ซื้อไปในราคา 232 ล้านดอลลาร์ อาคารนี้มีห้องสตูดิโอหลายขนาด ทั้ง 1, 2 และ 3 ห้องนอน จำนวน 492 ห้อง พร้อมด้วยศูนย์ออกกำลังกาย สตูดิโอโยคะ สวนสุนัข และสปาสำหรับสัตว์เลี้ยง

 

Amancio ยังเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยด้วย รายงานระบุว่า Amancio และภรรยาอาศัยอยู่ในเมือง La Coruna ประเทศสเปน ใกล้กับท่าเรือสำคัญของมหาสมุทรแอตแลนติก โดยมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ Amancio เป็นเจ้าของฟาร์ม Pazo de Dodro และที่ดินใกล้กับ La Coruna ซึ่งที่ดินแห่งนี้เป็นสถานที่จัดงานแต่งงานครั้งแรกของลูกสาว (Marta) แต่ก็ไม่ชัดเจนว่า Amancio ยังคงเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนั้นอยู่หรือไม่

 

เก็บเฉพาะบางไอเท็ม

 

Amancio เคยเป็นเจ้าของซูเปอร์ยอชต์ชื่อ Drizzle มูลค่า 84 ล้านดอลลาร์ แต่มีรายงานว่า Amancio ได้ขายออกไปในปี 2022 จุดนี้บางรายงานระบุว่า Amancio แทบไม่ได้ออกไปเที่ยวพักผ่อนเลย เพราะไม่เคยมีประวัติใช้วันหยุดพักผ่อน จนกระทั่งมีการลาครั้งแรกในปี 2001 หลังจากการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรกของ Inditex

 

ZARA tag



Amancio ขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่ทำอะไรหลายอย่างต่างจากที่ผู้บริหารมักทำกัน รายงานในช่วงปี 2012 ย้ำว่า Amancio ไม่สนใจนั่งในสำนักงานของตัวเอง แต่เลือกไปคลุกตัวรวมกับนักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าที่สำนักงานใหญ่ของ ZARA ในขณะที่อีกรายงานหนึ่งระบุว่า Amancio มักจะรับประทานอาหารกลางวันกับพนักงานในโรงอาหารของบริษัททุกวัน

 

ในช่วงปี 2012 เป็นช่วงที่โลกสนใจไลฟ์สไตล์ของ Amancio โดยมีรายงานว่า Amancio เลือกขับรถซีดานหรู Audi A8 พร้อมกับวิเคราะห์ว่า Amancio มักอยู่ในเครื่องแต่งกายเรียบง่าย ซึ่งประกอบด้วยเสื้อเชิ้ตและกางเกงสแล็ก รวมทั้งโดยปกติแล้วจะไม่สวมเสื้อผ้าจากบริษัทของตัวเอง

 

ในเวลาว่าง หลายคนพบกับ Amancio ในงานขี่ม้า โดย Amancio ได้สร้างศูนย์ขี่ม้าใกล้กับ La Coruna ขณะที่ลูกสาวอย่าง Marta นั้นเป็นตัวเต็งในการแข่งขันกระโดดม้าที่สเปน

 

Amancio ก่อตั้งมูลนิธิ Amancio Ortega ในปี 2001 เป็นองค์กรการกุศลที่มุ่งเน้นด้านการศึกษาและสวัสดิการสังคม ในปี 2017 มูลนิธิได้บริจาคเงิน 344 ล้านดอลลาร์ให้กับโรงพยาบาลของรัฐในสเปน เพื่อจัดหาเทคโนโลยีล่าสุดในการตรวจคัดกรองและการรักษามะเร็งเต้านม

 

Amancio บริจาคเงินประมาณ 68 ล้านดอลลาร์ในปี 2020 เพื่อช่วยต่อสู้กับโควิด ซึ่งรวมถึงการซื้อเครื่องช่วยหายใจ หน้ากากอนามัย และชุดตรวจโควิดสำหรับระบบสุขภาพของสเปน

 

แม้จะดำเนินกิจการร้านค้าปลีกแฟชั่นรายใหญ่มาเป็นเวลา 4 ทศวรรษ แต่ Amancio มีความเป็นส่วนตัวสูงมาก ไม่มีรูปถ่ายของ Amancio ออกสู่สาธารณะจนกระทั่งปี 1999 และในปี 2012 สำนักข่าว Bloomberg ตั้งข้อสังเกตว่า Amancio เคยให้สัมภาษณ์กับนักข่าวเพียง 3 คนเท่านั้น

 

ขณะที่พนักงาน ZARA คนหนึ่งที่ทำงานร่วมกับ Amancio บอกกับสำนักข่าว The Economist เมื่อปี 2016 ว่า “เรื่องจริงของ Amancio Ortega นั้นยังไม่ได้รับการบอกเล่าเลย”

 

ไม่แน่ชีวิตของ Amancio Ortega อาจจะมีแง่มุมโลดโผนอื่นซ่อนไว้อีก เหมือนกับความไม่ธรรมดาของแนวทางจับจ่ายใช้สอยด้วยเงินหลายล้านของผู้ก่อตั้ง ZARA คนนี้

 

ภาพ: fotopress / Getty Images

อ้างอิง:

The post ปรากฏการณ์ ‘ใช้เงินแล้วรวยขึ้น’ ของ Amancio Ortega ผู้ก่อตั้ง ZARA วัย 86 ปี ผู้สร้างอาณาจักรฟาสต์แฟชั่นที่ไม่ธรรมดาจนมีทรัพย์สินเกือบ 2 ล้านล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
EXCLUSIVE: ย้อนประวัติศาสตร์ของ ‘UNIQLO centralwOrld’ จากสาขาแรกในไทยเมื่อ 12 ปีที่แล้ว สู่การปรับปรุงใหม่ให้มี RE.UNIQLO STUDIO บริการซ่อมเสื้อผ้าให้นำกลับมาใช้ใหม่ และวางขาย Gift Card ด้วย https://thestandard.co/uniqlo-centralworld-history/ Tue, 03 Oct 2023 03:46:14 +0000 https://thestandard.co/?p=849768 UNIQLO centralwOrld

มีใครเคยไป ‘UNIQLO centralwOrld’ กันแล้วบ้าง ยกมือขึ้นม […]

The post EXCLUSIVE: ย้อนประวัติศาสตร์ของ ‘UNIQLO centralwOrld’ จากสาขาแรกในไทยเมื่อ 12 ปีที่แล้ว สู่การปรับปรุงใหม่ให้มี RE.UNIQLO STUDIO บริการซ่อมเสื้อผ้าให้นำกลับมาใช้ใหม่ และวางขาย Gift Card ด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNIQLO centralwOrld

มีใครเคยไป ‘UNIQLO centralwOrld’ กันแล้วบ้าง ยกมือขึ้นมาหน่อย!

 

หลายคนคงตื่นตาตื่นใจกับพื้นที่อันกว้างขวาง เต็มไปด้วยเสื้อผ้าแทบจะทุกแบบ แต่บางคนอาจจะไม่รู้ว่าที่ UNIQLO centralwOrld ถือเป็นสาขาแรกในประเทศไทยที่เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อ 12 ปีที่แล้ว

 

หลังจากปิดปรับปรุงไปนานกว่า 6 เดือน สาขาแห่งนี้ได้กลับมาเปิดอีกครั้งเมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา พร้อมกับบริการใหม่ๆ ที่เปิดเป็นครั้งแรกในไทย เช่น RE.UNIQLO STUDIO บริการซ่อมเสื้อผ้าให้นำกลับมาใช้ใหม่ และวางขาย Gift Card 

 

ทำไมต้องเป็น UNIQLO centralwOrld เราจะชวนไปย้อนประวัติศาสตร์กับสาขาที่แม้ไม่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น Flagship Store แต่ก็ได้รับความสำคัญไม่แพ้กัน ผ่านการพูดคุยกับ ‘โยชิทาเกะ วากากุวะ’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้สัมภาษณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ THE STANDARD WEALTH ซึ่งเป็นสื่อไทยแห่งแรกที่ได้พูดคุยอย่างเป็นทางการหลังเข้ามารับตำแหน่งได้ 3 ปีกว่าๆ แล้ว 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

12 ปีกับการขยายไป 65 จังหวัด 

 

แม่ทัพ UNIQLO เริ่มการพูดคุยกับเราในบรรยากาศสบายๆ ในสำนักงานใหญ่ UNIQLO ประจำประเทศไทย ด้วยการบอกเล่าผ่านล่ามแปลภาษาญี่ปุ่นว่า UNIQLO ขยายมาไทยเมื่อปี 2554 โดยเปิดสาขาแรกที่ centralwOrld เพราะถือเป็นแลนด์มาร์กที่ทุกคนรู้จักกัน

 

Timeline UNIQLO ประเทศไทย

 

หลังจากนั้นในเดือนเมษายน 2556 ได้ขยายไปเปิดแห่งแรกในต่างจังหวัดที่พัทยา ก่อนเดือนตุลาคม 2566 จะขึ้นเหนือไปเปิดที่เชียงใหม่ ถัดมาก็เปิดสาขาแรกในภาคใต้ที่ภูเก็ต และภาคอีสานที่อุดรธานีเมื่อเดือนมีนาคม 2559

 

เดือนมีนาคม 2561 เปิดโรดไซด์สาขาแรกในประเทศไทยและอาเซียน ณ สาขาพัฒนาการ ก่อนที่เดือนมีนาคม 2563 จะตั้ง ‘ญาญ่า อุรัสยา’ เป็นพรีเซนเตอร์คนแรกในไทย

 

ผ่านมา 12 ปี UNIQLO ขยายไป 65 สาขาใน 25 จังหวัด รวมร้านค้าออนไลน์ พร้อมกับตั้งเป้าที่จะเติบโตในระดับ 2 ดิจิไปจนถึงปี 2573

 

“ความสำเร็จในไทยมาจากปรัชญา LifeWear ซึ่งเต็มไปด้วยความเรียบง่ายแต่คุณภาพสูง ซึ่งนี่ถือเป็นเรื่องที่ท้าทาย เพราะยิ่งเสื้อผ้าเรียบง่ายเท่าไร ยิ่งต้องใส่ใจคุณภาพมากขึ้นเท่านั้น”

 

โยชิทาเกะ วากากุวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด

 

ใหญ่สุดในไทย แต่ยังไม่ได้เป็น Flagship Store

 

สำหรับ UNIQLO centralwOrld จะตั้งอยู่ที่ชั้น 3 รวมพื้นที่มากกว่า 3,370 ตารางเมตร ซึ่งจะเป็นสาขาที่มีสินค้าครบทุกไลน์อัพของ UNIQLO

 

หากใครเคยไป UNIQLO Ginza ที่ตั้งอยู่ในย่านหรูอย่างกินซ่า ใจกลางกรุงโตเกียว ตั้งอย่างโดดเด่นด้วยพื้นที่ 12 ชั้น ซึ่งเมื่อเทียบกับ UNIQLO centralwOrld พื้นที่จะไม่ต่างกันนัก แต่สิ่งที่ต่างคือสาขาแรกของไทยยังไม่ได้เป็น Flagship Store

 

เพราะการจะเป็น Flagship Store ได้นั้นมาพร้อมกับปัจจัยหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องมีพื้นที่ Display ที่คนทั่วไปสามารถเห็นได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเดินเข้ามาในร้าน ซึ่ง UNIQLO centralwOrld ยังติดที่เรื่องนี้

 

 

แต่ถึงอย่างนั้น “UNIQLO centralwOrld สำคัญกับเรามาก และเป็นสาขาที่แตกต่างจากสาขาอื่นๆ ในโลก เพราะน้อยมากที่จะได้พื้นที่กว้างแต่อยู่ในชั้นเดียวกันแบบนี้ และเป็นสาขาที่ทำยอดขายในลำดับต้นๆ มาโดยตลอด”

 

ครั้งแรกของ RE.UNIQLO STUDIO บริการซ่อมเสื้อผ้าให้นำกลับมาใช้ใหม่

 

อย่างที่รู้กันว่าเรากำลังเข้าสู่ยุคแห่งการตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเสื้อผ้าแฟชั่นเองก็ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างผลกระทบด้านความยั่งยืนเป็นอย่างมาก

 

มูลนิธิ Ellen MacArthur องค์กรชั้นนำในสหราชอาณาจักร เปิดเผยสถิติที่น่าตกใจว่า เสื้อผ้าจำนวน 92 ล้านตันถูกฝังกลบทุกปี ส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้าจากแบรนด์ฟาสต์แฟชั่น ก่อให้เกิดแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมที่ต้องออกมาริเริ่มแนวปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

เช่นเดียวกับ UNIQLO ที่ได้เปิด ‘RE.UNIQLO STUDIO’ บริการใหม่ครั้งแรกในไทย โดยเป็นประเทศที่ 14 ของโลก และเป็นประเทศที่ 3 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อจากสิงคโปร์ และมาเลเซีย 

 

RE.UNIQLO STUDIO

 

โครงการภายใต้ RE.UNIQLO จะช่วยต่ออายุให้กับเสื้อผ้า UNIQLO ให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ผ่านการซ่อมแซมหรือเติมแต่งสไตล์รักษ์โลก โดยนำเทคนิคการตัดเย็บด้วยมือแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า Sashiko มาให้บริการด้วยเช่นกัน

 

Gift Card มาแล้ว!

 

อีกเรื่องที่มาพร้อมกับ UNIQLO centralwOrld โฉมใหม่คือ UNIQLO Gift Card บัตรของขวัญที่มาพร้อมคอลเล็กชันพิเศษร่วมกับศิลปินไทย เช่น Sahred Toy, YOON PHANNAPAST, BHBH และ JARB เลือกมอบบัตรของขวัญได้ 2 มูลค่า คือ 1,000 บาท และ 2,000 บาท 

 

โดยปัจจุบัน บัตรของขวัญสามารถใช้ได้เฉพาะร้าน UNIQLO ทุกสาขาในกรุงเทพฯ ปทุมธานี สมุทรสาคร และนนทบุรี และตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566 เป็นต้นไปจะสามารถใช้ได้ที่ร้าน UNIQLO ทุกสาขาในประเทศไทย และบัตรของขวัญไม่สามารถใช้ได้ที่ออนไลน์สโตร์

 

UNIQLO Gift Card แบบต่าง ๆ

 

โยชิทาเกะอธิบายว่า การเปิดขาย Gift Card มาจากการเชื่อมั่นในสินค้าที่มีคุณภาพ ซึ่งสามารถมอบเป็นของขวัญให้กับคนอื่นได้ 

 

“แต่การจะซื้อเสื้อผ้าให้คนอื่นเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร เพราะไม่รู้ว่าไซส์อะไร หรือชอบเสื้อแบบไหน ดังนั้น Gift Card จึงเหมาะสมกว่า ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ดึงลูกค้าใหม่ๆ ให้เข้ามาหาเรา”

 

จัดแสดง Global Brand Ambassador ที่ล้วนแล้วแต่เป็น ‘นักกีฬา’

 

ใน UNIQLO centralwOrld มีส่วนจัดแสดงเพื่อแนะนำ Global Brand Ambassador ของ UNIQLO พร้อมไอเท็มไลฟ์แวร์ โดยจัดแสดง Roger Federer Collection by JW ANDERSON 

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ Global Brand Ambassador ของ UNIQLO ทั้ง 6 คนล้วนแล้วแต่เป็น ‘นักกีฬา’ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น อายุมุ ฮิราโนะ (Ayumu Hirano) นักกีฬาสโนว์บอร์ด, โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ (Roger Federer), เค นิชิโคริ (Kei Nishikori), ชินโกะ คุนิเอดะ (Shingo Kunieda), กอร์ดอน รีด (Gordon Reid) ทั้ง 4 คนเป็นนักเทนนิส และ อดัม สก็อตต์ (Adam Scott) ผู้เป็นโปรกอล์ฟ

 

ภายในร้าน UNIQLO centralwOrld

 

“ที่เป็นนักกีฬาเพราะเรามองว่ากีฬาเป็นสิ่งที่ไม่มีกำแพงกั้น ไม่ว่าจะเป็นภาษา หรือวัฒนธรรม ตลอดจนสภาพเศรษฐกิจต่างๆ อีกทั้งการที่นักกีฬาสวมใส่เสื้อผ้าของ UNIQLO ก็เป็นการสะท้อนถึงการสวมใส่ได้ในทุกกิจกรรม แม้กระทั่งกีฬาที่ต้องเคลื่อนไหวมากๆ”

 

Self-Checkout ที่ตอนแรกไม่คิดว่าจะมีคนใช้

 

สำหรับใครที่ไปเยือน UNIQLO ที่ญี่ปุ่น น่าจะเคยเห็นเครื่อง Self-Checkout หรือการชำระเงินด้วยตัวเอง ซึ่งแม้จะไม่สามารถจ่ายเองได้เพราะเราทำ Tax Refund จึงต้องจ่ายกับพนักงาน แต่ที่นี่จะมีการใช้อย่างเป็นทางการด้วย

 

แม่ทัพ UNIQLO ย้ำว่า Self-Checkout ไม่ได้เกิดขึ้นมาเพราะต้องการลดพนักงาน แต่อยากให้พนักงานสามารถไปช่วยเหลือลูกค้าในเรื่องอื่นๆ มากกว่า เพราะมีลูกค้าจำนวนมากที่หาเสื้อผ้าไม่เจอ เมื่อไม่ต้องเป็นแคชเชียร์แล้วก็สามารถไปช่วยลูกค้าได้

 

จริงๆ แล้ว Self-Checkout ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ UNIQLO ในไทย แต่มีการทดลองใช้มาสักระยะแล้ว และผลที่ได้ก็เซอร์ไพรส์พอสมควร

 

พื้นที่ Self-Checkout ร้าน UNIQLO centralwOrld

 

“ตอนแรกเราคิดว่าลูกค้าคนไทยอาจจะไม่ไปใช้งาน แต่ลูกค้ากว่า 50% ใช้ Self-Checkout ทำให้ระยะเวลาที่รอคิดเงินน้อยลง” โยชิทาเกะกล่าวพร้อมเสริมว่า Self-Checkout จะขยายไปทุกสาขาหรือไม่นั้นคงตอบไม่ได้ แต่เบื้องต้นจะขยายไปยังสาขาใหญ่ๆ ก่อน

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเรื่องราวบางส่วนเท่านั้นสำหรับการปรับปรุง UNIQLO สาขาแรกในไทย ส่วนของจริงจะเป็นอย่างไรคงต้องไปหาประสบการณ์ด้วยตัวเอง

 

THE STANDARD WEALTH ทิ้งท้ายการพูดคุยที่กินเวลาไปกว่า 1 ชั่วโมงด้วยคำถามที่ลูกค้าหลายคนคงสงสัยกับราคาที่ปรับขึ้นมาของ UNIQLO ซึ่งบางชิ้นเพิ่มขึ้นมามากถึง 500 บาท

 

“เราคิดอยู่เสมอว่าต้องตั้งราคาที่ลูกค้าสามารถซื้อหาได้ง่าย แต่ตอนนี้ยังมีความจำเป็นจริงๆ ที่ต้องปรับขึ้นราคาเพราะต้นทุนที่สูงขึ้น แต่เราจะมีการสำรวจทุกๆ ครึ่งปีเพื่อทำให้ราคาและคุณค่าของสินค้าสมดุลกัน แต่ที่แน่ๆ เราชื่อว่า UNIQLO เป็นหนึ่งในท็อปแบรนด์ที่ตั้งราคาได้สมดุลที่สุดแล้ว” โยชิทาเกะกล่าว

 

หน้าร้าน UNIQLO centralwOrld

The post EXCLUSIVE: ย้อนประวัติศาสตร์ของ ‘UNIQLO centralwOrld’ จากสาขาแรกในไทยเมื่อ 12 ปีที่แล้ว สู่การปรับปรุงใหม่ให้มี RE.UNIQLO STUDIO บริการซ่อมเสื้อผ้าให้นำกลับมาใช้ใหม่ และวางขาย Gift Card ด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
AMI เตรียมเปิดร้านแรกในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กรุงเทพฯ เดือนมกราคม 2024 https://thestandard.co/ami-prepares-to-open-a-store-in-bangkok/ Tue, 19 Sep 2023 11:07:07 +0000 https://thestandard.co/?p=843520 AMI

กรุงเทพฯ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเมืองสำคัญของโลกที่ได้เห็นธุ […]

The post AMI เตรียมเปิดร้านแรกในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กรุงเทพฯ เดือนมกราคม 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
AMI

กรุงเทพฯ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเมืองสำคัญของโลกที่ได้เห็นธุรกิจลักชัวรีเติบโตอย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเชิงยอดขายหรือบทบาทของศิลปินดารา ที่กลายเป็นเรื่องคุ้นชินไปแล้วที่เราจะเห็นพวกเขาและเธอไปนั่งฟรอนต์โรว์ในช่วงแฟชั่นวีคและเซ็นสัญญาเป็นแอมบาสเดอร์ โดยล่าสุดเพื่อตอกย้ำสิ่งนี้ ทางแบรนด์ AMI ก็เตรียมมาเปิดร้านแรกในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กรุงเทพฯ ช่วงเดือนมกราคมปี 2024 

 

AMI เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2011 โดยดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศส Alexandre Mattiussi ที่เขาได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวของกรุงปารีสอยู่เสมอกับการรังสรรค์ไอเท็มที่ตอบโจทย์สไตล์คนเมือง กับดีไซน์ที่แคชวลแต่เรียบหรู พร้อมกับโลโก้หัวใจและอักษรตัว A ที่หลายคนน่าจะรู้จักกันดี ซึ่งในปี 2021 ทาง Sequoia Capital บริษัทลงทุนจากประเทศจีนก็ได้ซื้อหุ้นในแบรนด์และช่วยขยายกิจการ ซึ่งทุกวันนี้ AMI ก็มีจุดขายกว่า 350 ที่ทั่วโลก พร้อมเปิดร้านของตัวเองในเมืองใหญ่ ทั้งโซล นิวยอร์ก ลอนดอน ลอสแอนเจลิส และปักกิ่ง เป็นต้น 

 

นอกเหนือจากนี้ ทาง AMI ยังได้นักแสดงแคนาดาเชื้อสายเกาหลีจากภาพยนตร์เรื่อง Parasite อย่าง Choi Woo Shik เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ด้วย บวกกับที่แฟชั่นโชว์ช่วงปารีสแฟชั่นวีคทุกซีซันก็มีดารามากมายมาชมโชว์ ไม่ว่าจะเป็น Naomi Campbell, Chloe Bailey, Noah Schnapp, Manu Rios, Joe Locke, Tom Daley และ Carla Bruni

 

การมาเปิดร้าน AMI ในครั้งนี้ได้ทางบริษัท PP Group อยู่เบื้องหลัง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้นำเข้าหลากหลายแบรนด์ เช่น Off-White, Tory Burch, Maison Kitsuné, Longchamp และล่าสุดคือ Gentle Monster โดยเหตุผลหลักที่ทางผู้บริหารของ PP Group อย่าง สุวดี พึ่งบุญพระ และ โอฬาร ปุ้ยพันธวงศ์ ตัดสินใจเลือก AMI ก็เพราะเล็งเห็นโอกาสของกลุ่ม Designer Brands ที่ทางผู้ก่อตั้งยังคงดำรงตำแหน่งเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ภายใต้แบรนด์ชื่อตัวเอง ซึ่งได้เติบโตอย่างมากในฝั่งโซนตะวันออกและสามารถตีตื้นเหล่าซูเปอร์ลักชัวรียักษ์ใหญ่ที่เราคุ้นเคยกันดี

The post AMI เตรียมเปิดร้านแรกในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กรุงเทพฯ เดือนมกราคม 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>