ร้านอาหารอเมริกัน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ร้านอาหารอเมริกัน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 16 Oct 2024 14:41:12 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 อัปเดตเมนูใหม่ที่ทำให้ Mickey’s Diner เป็นร้านที่นั่งได้ตั้งแต่เช้าจนถึงมืด! https://thestandard.co/life/mickeys-diner/ Wed, 16 Oct 2024 14:41:12 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=996856 Mickey’s Diner

มาได้ทุกเวลาตั้งแต่ตื่นยันก่อนนอน   ถ้าคุณเป็นคนชอ […]

The post อัปเดตเมนูใหม่ที่ทำให้ Mickey’s Diner เป็นร้านที่นั่งได้ตั้งแต่เช้าจนถึงมืด! appeared first on THE STANDARD.

]]>
Mickey’s Diner

มาได้ทุกเวลาตั้งแต่ตื่นยันก่อนนอน

 

ถ้าคุณเป็นคนชอบกินข้าวผัดอเมริกัน คุณน่าจะพอคุ้นชื่อร้าน Mickey’s Diner มาบ้าง เขาเป็นร้านสไตล์ American Diner ซึ่งตั้งอยู่ที่ Gaysorn Amarin ดูจากภายนอกร้านนี้อาจจะเหมาะกับมากินเป็นมื้อเที่ยงอย่างเดียว แต่จริงๆ ตอนนี้เขาเพิ่มเมนูอาหารใหม่ที่สามารถมากินเป็นมื้อเช้าได้ และในช่วงเย็นใครเลิกงานแล้วไม่อยากไปไหน หรือหาที่นั่งชิลตอนเย็น กินข้าวไปจิบค็อกเทลไป ก็สามารถมาที่ร้านนี้ได้ เพราะเขาเพิ่มเมนูค็อกเทลหลายสไตล์เข้าไปด้วย

 

 

The Vibe

 

ร้านนี้ชัดเจนในสไตล์ของร้านมาตั้งแต่แรก ตกแต่งร้านให้เป็นแบบ Old-School American Diner ช่วงยุค 50-60 แต่ปรับนิดหน่อยเพื่อให้ดูโมเดิร์นมากขึ้น 

 

 

ร้านจะมี 2 โซน คือ โซนข้างในร้านที่ตกแต่งแบบร้าน American Diner เป็นที่นั่งแบบเหมาะกับการนั่งประมาณ 2-4 คนต่อโต๊ะ มีมุมที่เห็นครัวแบบเปิดด้วย แต่ถ้าชอบความชิลหรือมาช่วงเย็นแนะนำโซนนอกร้าน จะได้ความรู้สึกเหมือนเราได้นั่งกินในสวน

 

The Taste

 

เมนูอาหารของร้านหลักๆ จะเป็นแนว American Comfort Food และเป็นร้าน All Day Breakfast ด้วย ทำให้ตอนนี้ร้าน Mickey’s Diner ไม่ได้เป็นแค่ร้านที่น่ามานั่งกินมื้อเที่ยง แต่มานั่งกินได้ตั้งแต่เช้าเลย

 

 

เมนูที่ใครมาก็ต้องสั่งคือ AFR Fried Chicken Combo (340 บาท) เป็นเมนูที่รวมทั้งข้าวผัด, ไก่ทอด, เบคอน, ไข่ดาว และอีกหลายอย่างไว้ด้วยกัน ถ้าชอบกินของทอดแนะนำให้สั่ง Onion Rings (140 บาท) มากินคู่กันด้วย จะเข้ากันสุดๆ 

 

 

ส่วนเมนูที่บอกว่าเหมาะกับมากินเป็นอาหารเช้าก็มีตั้งแต่เมนูเบาๆ อย่าง Honey Ham with Apple Sauce (350 บาท) ที่มาพร้อมผักและมันบด, Mortadella Flatbread Sandwich (520 บาท) แต่ถ้าอยากได้เมนูที่ไม่หนักมากแนะนำ Salmon Benedict (350 บาท) ส่วนใครที่ชอบเมนูเส้นๆ ต้องเมนูพาสต้าอย่าง Linguine Bacon Pepper Flakes (200 บาท) เป็นพาสต้าผัดเบคอนพริกแห้งที่หอมมากๆ 

 

 

ส่วนช่วงเย็นทางร้านเพิ่มเมนูค็อกเทลเข้ามาใหม่ ทำให้ที่นี่สามารถนั่งชิลยาวๆ ได้เลย ซึ่งมีทั้งเมนูที่สดชื่นเหมาะกับอากาศร้อนๆ แบบบ้านเราอย่างเช่น Aviation (380 บาท) ที่มีส่วนผสมของ Malfy Limone, Violet Liqueur, Lavender และ Lemon หรือจะเป็นเมนู Penicillin (320 บาท) ที่มีส่วนผสมหลักเป็น Deacon Scotch Whisky, Lemon และ Honey

 

 

อย่างที่บอกว่าที่นี่เป็นร้านแนว American Diner เขาเลยมีเมนูค็อกเทลพิเศษที่มาในรูปแบบมิลก์เชกด้วย คือเมนู Real Rum & Raisins Milk Shake (390 บาท) หรือถ้าชอบแนวช็อกโกแลตหน่อยแนะนำ Real Irish Coffee Milkshake (360 บาท)

 

Good for

 

เรามองว่าที่นี่เหมาะกับการมากินกับเพื่อนประมาณ 2 คนขึ้นไป หรือจะพาเด็กๆ มาด้วยก็ได้ เพราะมีหลายเมนูที่เด็กๆ น่าจะชอบ เช่น ข้าวผัดอเมริกัน ซึ่งมานั่งได้ตั้งแต่เช้าจนถึงมื้อเย็น แถมยังสั่งค็อกเทลมานั่งจิบจนถึงดึกได้อีก ใครที่อยากได้ร้านนั่งชิล อาหารอร่อย หลบรถติดย่านราชประสงค์ ร้านนี้เป็นอีกตัวเลือกที่เหมาะสมสุดๆ

 

Mickey’s Diner at Gaysorn Amarin

Open: ทุกวัน เวลา 08.00-23.00 น.

Address: ชั้น GF, Gaysorn Amarin

Budget: 200-500 บาท

Facebook: Mickey’s Diner BKK

Map: https://maps.app.goo.gl/wZjMRW7jbF3VnKbY6?g_st=com.google.maps.preview.copy

 

The post อัปเดตเมนูใหม่ที่ทำให้ Mickey’s Diner เป็นร้านที่นั่งได้ตั้งแต่เช้าจนถึงมืด! appeared first on THE STANDARD.

]]>
Shake Lab & Sando สองสมาชิกใหม่ในบ้านหลังเล็ก Little Market https://thestandard.co/life/shake-lab-sando-little-market/ Sat, 28 Oct 2023 01:00:57 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=859640 Little Market

เราเพิ่งเคยแวะมาหา ‘Little Market’ ถึงหน้าบ้าน ไม่ยักรู […]

The post Shake Lab & Sando สองสมาชิกใหม่ในบ้านหลังเล็ก Little Market appeared first on THE STANDARD.

]]>
Little Market

เราเพิ่งเคยแวะมาหา ‘Little Market’ ถึงหน้าบ้าน ไม่ยักรู้ว่าที่นี่จะบรรยากาศจี๊ดจ๊าด ดูโฮมมี่น่านั่งกินเบอร์เกอร์กับมิลก์เชกขนาดนี้ และเผื่อว่าหลายคนยังไม่เคยรู้จัก Little Market เป็นร้านอาหารสไตล์อเมริกันที่เปิดมานานตั้งแต่สมัยร้านแรกอยู่ในย่านเจริญกรุง โด่งดังเรื่องสแมชเบอร์เกอร์มากๆ เพราะทำตามฉบับอเมริกันแท้ๆ แล้วยังมีมิลก์เชกกับของกินเล่นสไตล์อเมริกัน และคอมฟอร์ตฟู้ดอื่นๆ ให้สั่งอีก

 

แถมตอนนี้ร้านเพิ่มสมาชิกใหม่ในบ้านหลังเดียวกันเข้ามา คือ ‘Shake Lab’ ร้านมิลก์เชกกับสมูทตี้ที่ต่อยอดมาจาก Little Market อีกที และ ‘Sando’ ร้านแซนด์วิชสไตล์ญี่ปุ่นที่มีกลิ่นอายอเมริกันหน่อยๆ 

 

 

The Vibe

 

Little Market มี 2 สาขา ซึ่งสาขาแรกที่ย้ายมาจากเจริญกรุงก็คือที่นี่ อยู่ในซอยเย็นอากาศ เป็นร้านในห้องเล็กๆ อยู่ชั้นล่างของตัวบ้าน ด้านในมีที่นั่งพอสมควรสำหรับคนอยากแวะมากินร้อนๆ มากกว่าสั่งเดลิเวอรี เบาะที่นั่งสีสดทำเลียนแบบเบาะตุ๊กตุ๊ก เราว่าทำให้ร้านดูสนุกสไตล์ไทยๆ ผสมฝรั่งดี 

 

เราชอบเคาน์เตอร์สั่งอาหารด้วย เพราะดูเหมือนช่องสั่งอาหารตามร้านโฮมเมดในอเมริกาเลย แถมยังทำให้ร้านดูมีกิมมิกน่ารักๆ เป็นได้ทั้งจุด Grab & Go หรือร้านอาหารคอมฟอร์ตฟู้ดที่น่ามานั่งใช้เวลานานๆ

 

 

The Taste

 

แน่นอนว่าทุกคนสั่งอาหารมากินพร้อมกันได้ทั้ง 3 ร้าน ตั้งแต่เบอร์เกอร์และฟรายส์ของ Little Market แซนด์วิชและคัตสึด้งของ Sando มิลก์เชกและสมูทตี้ของ Shake Lab และเนื่องจากทุกร้านมีเจ้าของเดียวกัน เรื่องรสชาติและคุณภาพจึงไม่มีใครด้อยไปกว่าใคร

 

เมนูที่เราชอบและอยากให้ลอง เริ่มจากแซนด์วิช ‘Mushroom Sando (109 บาท)’ เห็ดนางรมชุบเกล็ดขนมปังทอด ราดซอสทงคัตสึ เห็ดกรอบๆ เข้ากับขนมปังนุ่มๆ และซอสรสเข้มสูตรของร้าน กินกับขนมปังก็ยังได้รสชัดเจน

 

และเพราะว่า Sando เป็นร้านคอนเซปต์ญี่ปุ่นจึงมีเมนูข้าวด้วย เช่น ‘Chicken Katsudon (179 บาท)’ ข้าวญี่ปุ่นท็อปไก่ชุบเกล็ดขนมปังทอดกับไข่ดาชิ ราดซอสเผ็ดสูตรของร้านเช่นกัน

 

แซนด์วิช Mushroom Sando Chicken Katsudon

 

มาถึงบ้านของ Little Market ก็ไม่ควรพลาดชิมเมนูซิกเนเจอร์อย่าง ‘Grilled Cheese (289 บาท)’ แซนด์วิชไส้ชีส 3 ชนิด กินร้อนๆ แล้วกรอบละมุน ‘Buffalo Wings (6 ชิ้น 269 บาท และ 12 ชิ้น 469 บาท)’ ไก่ทอดรสเผ็ดสไตล์อเมริกัน ร้านทำซอสบัฟฟาโลเองเช่นกัน

 

และ ‘Steak Burger (249 บาท)’ สแมชเบอร์เกอร์ที่ใช้เนื้อแองกัสส่วนเซอร์ลอยน์ ชิ้นนี้ประกบด้วยแพตตี้ 2 ชิ้น ราดซอสอเมริกัน เราชอบกระเทียมดองที่ขอยกให้เป็นอีกตัวละครเอก เพราะกัดไปแล้วทำให้มีรสชาติเปรี้ยวขึ้นมา เสริมให้เบอร์เกอร์กินแล้วไม่เลี่ยน รสชาติเนื้อเด่นชัดเจน แฟนคลับเบอร์เกอร์อย่างเราชอบมาก ส่วนบันของร้านจะเป็นขนมปังขาว เนื้อไม่นุ่มไม่แน่น

 

เครื่องดื่มของ Shake Lab มีให้เลือกทั้งสมูทตี้ และมิลก์เชกที่ใช้ไอศกรีมล้วนๆ ไม่ผสมน้ำแข็ง ร้านมีนมทางเลือกให้ด้วยเผื่อว่าใครแพ้นมวัว เมนูแนะนำคือ ‘Berry Blizz (189 บาท)’ เบอร์รีสมูทตี้ที่สดชื่นสะใจและไม่มีส่วนผสมของนม หรือ ‘Berry Banana (189 บาท)’ สมูทตี้สตรอว์เบอร์รีกล้วยเวอร์ชันวีแกน เพราะใช้นมโอ๊ตแทน

 

 

Good for

 

แม้ Little Market จะบอกว่าตัวเองเป็นร้านอาหารสไตล์คอมฟอร์ตฟู้ด เน้นเมนูฟาสต์ฟู้ดและของกินง่ายๆ แต่เราว่าเขาทำทุกอย่างได้รสชาติดี เป็นรสชาติที่กินบ่อยๆ ก็ไม่เบื่อ รวมถึง Sando และ Shake Lab ที่เป็นน้องใหม่ด้วย ถ้าหากวันไหนใครถามถึงเบอร์เกอร์และมิลก์เชก หรือร้านอาหารอเมริกันน่าชวนเพื่อนไปนั่งแฮงเอาต์ เราก็อยากแนะนำร้านนี้

 

โดยเมนูของทั้ง 3 ร้านจะแวะไปนั่งกินหรือสั่งเดลิเวอรีก็ได้ แต่เฉพาะสาขาเย็นอากาศเท่านั้นที่มีครบทุกอย่าง หากเป็นสาขาชิดลมจะมีเฉพาะ Little Market และ Shake Lab เท่านั้น

 

 

Little Market / Sando / Shake Lab

Open: สาขาเย็นอากาศ เปิดทุกวัน เวลา 9.00-21.00 น.

Address: ซอยเย็นอากาศ สาทร

Contact: Little Market

Budget: 300-800 บาท

Map:

 

 

The post Shake Lab & Sando สองสมาชิกใหม่ในบ้านหลังเล็ก Little Market appeared first on THE STANDARD.

]]>
Oriole ร้านอเมริกันไฟน์ไดนิ่งจากชิคาโก มาเสิร์ฟป๊อปอัพ 10-12 พ.ค. นี้ https://thestandard.co/life/oriole-american-fine-dining/ Sun, 30 Apr 2023 03:00:50 +0000 https://thestandard.co/?p=782586 Oriole

พูดถึงอาหารอเมริกันไฟน์ไดนิ่ง เราเองก็นึกภาพไม่ค่อยออกเ […]

The post Oriole ร้านอเมริกันไฟน์ไดนิ่งจากชิคาโก มาเสิร์ฟป๊อปอัพ 10-12 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Oriole

พูดถึงอาหารอเมริกันไฟน์ไดนิ่ง เราเองก็นึกภาพไม่ค่อยออกเหมือนกันว่าจะมีรสชาติแบบไหน ใช้วัตถุดิบอะไร เพราะแบบนี้ป๊อปอัพดินเนอร์ของ Oriole เลยน่าสนใจขึ้นมา เนื่องจากเป็นร้านอาหารอเมริกันไฟน์ไดนิ่งดีกรี 2 ดาวมิชลิน จากเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอย

 

Oriole เสิร์ฟอาหารอเมริกันร่วมสมัยอยู่ในย่าน West Loop ที่เต็มไปด้วยร้านกินดื่ม นำโดยเชฟเจ้าของ Noah Sandoval ที่ดูจากรางวัลแล้วฝีมือต้องไม่เบา เพราะเขานำดาวมิชลิน 2 ดวงมาประดับร้านได้ตั้งแต่เปิดในปี 2016 และล่าสุดพาร้านชนะรางวัล Restaurant of the year จากเวที Jean Banchet Awards

 

ส่วนตัวเชฟเองเคยมีชื่อเข้าชิงรางวัล James Beard Awards และเคยได้รางวัลเชฟหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากนิตยสาร Food & Wine ในปี 2017

 

เชฟ Sandoval แห่ง Oriole จะนำรสชาติและกลิ่นอายจากร้านอาหารของเขาในชิคาโกมาเสิร์ฟให้ทุกคนชิมเพียง 3 วัน (วันที่ 10-12 พฤษภาคมนี้) ผ่านเมนู 6 คอร์ส คู่มินิไวน์แพริ่ง ในราคา 6,000++ บาท โดยรับจำนวนจำกัดเพียง 30 ที่นั่งต่อคืน สอบถามหรือสำรองที่นั่งได้ที่ Signature Bangkok

 

Oriole ร้านอเมริกันไฟน์ไดนิ่งจากชิคาโก จะมาเสิร์ฟป๊อปอัพที่กรุงเทพฯ 10-12 พฤษภาคมนี้

 

พูดถึงอาหารอเมริกันไฟน์ไดนิ่ง เราเองก็นึกภาพไม่ค่อยออกเหมือนกันว่าจะมีรสชาติแบบไหน ใช้วัตถุดิบอะไร เพราะแบบนี้ป๊อปอัพดินเนอร์ของ Oriole เลยน่าสนใจขึ้นมา เนื่องจากเป็นร้านอาหารอเมริกันไฟน์ไดนิ่งดีกรี 2 ดาวมิชลิน จากเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอย

 

Oriole เสิร์ฟอาหารอเมริกันร่วมสมัยอยู่ในย่าน West Loop ที่เต็มไปด้วยร้านกินดื่ม นำโดยเชฟเจ้าของ Noah Sandoval ที่ดูจากรางวัลแล้วฝีมือต้องไม่เบา เพราะเขานำดาวมิชลิน 2 ดวงมาประดับร้านได้ตั้งแต่เปิดในปี 2016 และล่าสุดพาร้านชนะรางวัล Restaurant of the year จากเวที Jean Banchet Awards

 

ส่วนตัวเชฟเองเคยมีชื่อเข้าชิงรางวัล James Beard Awards และเคยได้รางวัลเชฟหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากนิตยสาร Food & Wine ในปี 2017

 

เชฟ Sandoval แห่ง Oriole จะนำรสชาติและกลิ่นอายจากร้านอาหารของเขาในชิคาโกมาเสิร์ฟให้ทุกคนชิมเพียง 3 วัน (วันที่ 10-12 พฤษภาคมนี้) ผ่านเมนู 6 คอร์ส คู่มินิไวน์แพริ่ง ในราคา 6,000++ บาท โดยรับจำนวนจำกัดเพียง 30 ที่นั่งต่อคืน

 

สอบถามหรือสำรองที่นั่งได้ที่

 

 

ภาพ: Oriole

The post Oriole ร้านอเมริกันไฟน์ไดนิ่งจากชิคาโก มาเสิร์ฟป๊อปอัพ 10-12 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
LIST: อัปเดต 28 Brunch ทั่วกรุงเทพฯ 2023 เริ่มต้นวันด้วยอาหารดีต่อใจ https://thestandard.co/life/28-brunch-bangkok-2023/ Sat, 18 Feb 2023 03:00:42 +0000 https://thestandard.co/?p=751810

เพราะทุกคนใช้ชีวิตเต็มที่มาทั้งสัปดาห์ วันนี้เราเลยอยาก […]

The post LIST: อัปเดต 28 Brunch ทั่วกรุงเทพฯ 2023 เริ่มต้นวันด้วยอาหารดีต่อใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เพราะทุกคนใช้ชีวิตเต็มที่มาทั้งสัปดาห์ วันนี้เราเลยอยากชวนออกไปนั่งกินอาหารดีๆ เป็นการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยกันสักมื้อ แล้วจะมีมื้อไหนเหมาะไปกว่ามื้อสายท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ ที่มาพร้อมอาหารกินง่ายอิ่มสบายท้อง รับรองหากใครได้ลองสักครั้งจะต้องรู้สึกมีความสุขต่อไปได้ทั้งวันแน่ๆ

 

ถ้าใครพร้อมออกไปนั่งกินบรันช์เป็นมื้อเช้ากับเราแล้ว มาลองดูกันดีกว่าว่าในปีนี้จะมีร้านไหนน่าตื่นเช้าไปนั่งกินอาหารดีต่อใจบ้าง!

 

1. Cilantro

 

Cilantro Ratchathewi

 

ร้านมื้อสายในโครงการ GalileOasis ย่านราชเทวี ที่มาพร้อมบรรยากาศลอฟต์สุดร่มรื่นมีชีวิตชีวา เพราะด้านในเป็นคอมมูนิตี้รวมร้านและคาเฟ่เจ๋งๆ ไว้มากมาย ถ้าแวะมากินมื้อเช้าแล้วจะเข้าไปนั่งร้านอื่นต่อเลยก็ยังได้

 

เมนูของที่นี่จะเน้นความเรียบง่าย แต่รสชาติดี แถมมีความแปลกใหม่และหลากหลาย ทั้ง พาสต้า สลัด แซนด์วิช ซุป ไปจนถึงหอยนางรมสดๆ เมนูที่ต้องลอง เช่น Carrot pancake with sunny side up and crispy bacon (210 บาท) แพนเค้กแครอตกับไข่ดาวและเบคอนกรอบๆ

 

เปิดทุกวัน (ปิดวันอังคาร) เวลา 10.00-20.00 น. เฉพาะวันจันทร์และพฤหัสบดี เปิดเวลา 08.30-18.00 น. อยู่ในโครงการ Galileo Oasis ซอยโรงเรียนกิ่งเพชร

 

2. Dalmatian

 

Dalmatian Siam

 

ร้านบรันช์สุดฮิตจากกรุงโซลที่มีเจ้าหมาลายจุดเป็นสัญลักษณ์ ตอนนี้ร้านบินมาเปิดสาขาแรกในประเทศไทยแล้วอยู่ที่สยาม มาพร้อมเมนูเดียวกับสาขาต้นฉบับ และเมนูใหม่พิเศษที่เสิร์ฟเฉพาะที่นี่เท่านั้น

 

อาหารเป็นสไตล์เกาหลีผสมตะวันตก แต่ละเมนูเสิร์ฟจานใหญ่เหมาะแบ่งกินด้วยกัน ซิกเนเจอร์ที่ห้ามพลาดคือ Dalmatian Breakfast (490 บาท) จานมื้อเช้าที่รวมขนมปัง ไข่ ไส้กรอก เบคอน อะโวคาโด และเห็ดผัดมาให้ อย่าลืมสั่ง Dalmatian Choco (150 บาท) มาลองด้วยนะ เป็นอีกเมนูถ่ายรูปน่ารักเลยละ

 

ปิดทุกวัน เวลา 11.00-00.00 น. (หลังช่วง Soft Opening เปิดเวลา 08.00-01.00 น.) อยู่สยามสแควร์ บล็อก I

 

3. Karo Coffee Roasters

 

Karo Coffee Roasters Phra Khanong

 

ร้านกาแฟและโรงคั่วในย่านปรีดี พนมยงค์ ที่นี่มาพร้อมเครื่องดื่มกาแฟสเปเชียลตี้ที่ไว้วางใจได้แน่นอน เพราะร้านส่งเมล็ดกาแฟให้หลายคาเฟ่ที่ทุกคนเคยไป แนะนำให้ลองสั่งกาแฟสักแก้วมาจิบคู่อาหารเช้าสไตล์ตะวันตก โดยแต่ละเมนูของที่นี่จัดเต็มทั้งปริมาณและความหอมมัน ครีมมี่กินอร่อย

 

เมนูแนะนำ เช่น Karo Breakfast Set (420 บาท) เสิร์ฟกาแฟดำมาพร้อมขนมปังกรอบๆ ไส้กรอกหมูทำเองชิ้นโต เบคอนชิ้นหนา ไข่คนนุ่มๆ และซอสมายองเนส รับรองกินหมดแล้วมีแรงต่อไปทั้งวัน

 

ปิดทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น. 

 

4. Sarnies

 

Sarnies Sukhumvit

 

อีกร้านอาหารมื้อสายจากสิงคโปร์ที่หลายคนรัก เพราะจะแวะไปเมื่อไรก็มีทั้งกาแฟ อาหาร และขนมให้เลือกละลานตา โดยสาขาล่าสุดที่ต้องแวะไปอยู่ในซอยสุขุมวิท 37 มาพร้อมบรรยากาศมินิมัลสไตล์ญี่ปุ่นที่เหมาะนั่งกินมื้อสายมากๆ 

 

เมนูที่อยากให้ลองคือ Miso Kombu Eggs Benedict (400 บาท) ไข่เบเนดิกต์เสิร์ฟคู่กับแซลมอนรมควันจากบ้านอาบุริและต้นหอมญี่ปุ่นผัด วางมาบนซาวโดวจ์มัฟฟินอังกฤษ ราดด้วยซอสสาหร่ายคอมบุมิโซะฮอลแลนเดส ปรุงรสปิดท้ายด้วยชิจิมิหรือพริกปรุงรสสไตล์ญี่ปุ่น ก่อนใส่วาซาบิเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติเผ็ดซ่า แต่ไม่ได้ฉุนจนขึ้นจมูกมากจนเกินไป คนที่ไม่คุ้นกับวาซาบิก็กินได้แบบสบายๆ

 

เปิดทุกวัน เวลา 07.00-22.30 น. อยู่ในซอยสุขุมวิท 37 และสาขาอื่นๆ ได้แก่ ซอยเจริญกรุง 42, ซอยเจริญกรุง 44 และซอยต้นสน

 

5. Fran’s

 

Fran’s Sathon

 

แม้จะเปิดมาได้สักพักใหญ่ๆ แต่ Fran’s ก็ยังคงเป็นร้านมื้อสายที่แน่นขนัด และต้องจองคิวล่วงหน้าถ้าคุณไม่อยากตื่นเช้า 8 โมงไปนั่งกินมื้อแรกตั้งแต่ร้านเปิด (ซึ่งมีโต๊ะว่างแน่นอน) ส่วนบรรยากาศมาในสไตล์กลาสเฮาส์ ห้อมล้อมด้วยต้นไม้สีเขียวร่มรื่น พร้อมเสิร์ฟอาหารเช้าสไตล์อเมริกันอย่างสเต๊ก พาสต้า หรือเบคอนชิ้นหนาๆ ให้กินแบบจุกๆ

 

เมนูที่ต้องสั่งทุกโต๊ะคือ Velvet Egg & Bacon (290 บาท) แซนด์วิชหน้าเปิดที่ใช้ขนมปังซาวโดวจ์ ท็อปด้วยไข่คน และเบคอนเคลือบซอสเมเปิ้ลชิ้นหนายั่วยวนใจ 

 

เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 08.00-18.00 น. อยู่ในซอยงามดูพลี (สาทรซอย 1)

 

6. Okonomi

 

Okonomi Sukhumvit & Embassy

 

ร้านอาหารเช้าสไตล์ญี่ปุ่น-อเมริกันที่มีบ้านเกิดอยู่ในนิวยอร์ก สาขาแรกในประเทศไทยอยู่ในซอยสุขุมวิท 38 มาพร้อมบรรยากาศสบายๆ สไตล์คาเฟ่ อาหารเช้าซิกเนเจอร์คือ Ichiju Sansai Breakfast เป็นสำรับอาหารญี่ปุ่นที่มีทั้งจานหลัก ข้าว และเครื่องเคียง นอกจากนี้ยังมีราเมน ซันโด ดงบุริ และโอนิกิริด้วย

 

บางเซ็ตเมนูจะเสิร์ฟถึง 11.00 น. เท่านั้น แต่มีเซ็ตที่เสิร์ฟตลอดวันให้สั่งเช่นกัน อาทิ Shoyu Koji Salmon (400 บาท) แซลมอนย่างโชยุโคจิ เสิร์ฟพร้อมผักเคลย่างราดซอสงาขาว โคร็อกเกะฟักทองผักโขม สลัดถั่วหวาน และข้าวญี่ปุ่นผสมธัญพืช

 

ปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. และสาขาใหม่ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เปิดทุกวัน เวลา 09.00-21.00 น.

 

7. Yellow Lane

 

Yellow Lane Ari

 

ร้านมื้อสายบรรยากาศดีในย่านอารีย์ เพราะมีทั้งที่นั่งในร่ม และกลางแจ้งที่ล้อมรอบด้วยต้นไม้ เหมาะกับมานั่งพักผ่อนสบายๆ ในวันหยุด ร้านมาพร้อมเมนูมื้อสายแบบเรียบง่าย มีทั้งแซนด์วิช สลัด สมูทตี้ รวมถึงเมนูวีแกนด้วย

 

เมนูที่แนะนำอย่างเช่น Strawberry Dream Bowl (280 บาท) สมูทตี้โบวล์ผลไม้เข้ากับอากาศบ้านเรา ท็อปมาด้วยผลไม้สด กราโนล่า และธัญพืช

 

เปิดทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น. อยู่ในซอยพหลโยธิน 5

 

8. Pridi

 

Pridi Ekkamai

 

คาเฟ่ในโรงคั่วที่มาพร้อมอาหารสไตล์นอร์ดิก ร้านนี้เป็นฝีมือของเชฟต้อยติ่ง-กานต์ตา สิทธิธรรม เปิดอยู่ในบ้านสีขาวพร้อมสวนหลังบ้าน ชวนรู้สึกโฮมมี่เมื่อมานั่งจิบกาแฟกินมื้อเช้ารสชาติดี

 

นอกจากกาแฟสเปเชียลตี้ที่ควรสั่งมาดื่ม ก็ต้องไม่พลาดเมนูอาหารที่แนะนำ เช่น Chicken Liver Pate (165 บาท) ตับไก่บดปาดกับขนมปังซาวโดวจ์ที่ขึ้นชื่อของร้าน หรือ Confit Chicken (285 บาท) ไก่กงฟีกินคู่กับแอปเปิ้ลคาราเมลไลซ์ ก็เข้ากันมากๆ 

 

ปิดทุกวัน (ปิดวันพฤหัสบดี) เวลา 08.30-17.30 น. 

 

9. Paper Plane Project

 

Paper Plane Project Thong Lor

 

คาเฟ่บนชั้น 40 ที่มาในบรรยากาศโคเวิร์กกิ้งสเปซ เปิดให้ทุกคนมานั่งจิบกาแฟ กินมื้อเช้า และยกงานมาทำพร้อมกันได้เลย อาหารจะเน้นเมนูกินง่ายแต่จัดเต็ม เพราะรู้ดีว่าทุกคนต้องการพลังงานในการทำงาน

 

เพราะฉะนั้นเมนูแนะนำก็คือ Paper Plane Brekkie (240 บาท) เป็นชุดอาหารจัดเต็มที่ประกอบด้วยไส้กรอกสมุนไพรย่าง เบคอน ไข่คน มะเขือเทศ และขนมปังซาวโดวจ์ ต้องสั่งมากินคู่กาแฟร้อนๆ รับรองสมองแล่นแน่นอน

 

ปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 น. 

 

10. Canteen.th

 

Canteen.th Sukhumvit 38

 

เพราะครอบครัวบนพื้นที่ของ H Dining ขยายใหญ่ขึ้น พวกเขาจึงเปลี่ยนชื่อคอมมูนิตี้ใหม่เป็น H Space ส่วนร้านอาหารมื้อเช้าถึงสายร้านเดิมที่หลายคนคุ้นเคย ก็เปลี่ยนมาใช้ชื่อว่า Canteen มาพร้อมเมนูเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยรายละเอียดเช่นเดิม

 

ที่นี่มีทั้งสมูทตี้โบวล์ แซนด์วิช โทสต์ สเต๊ก เบอร์เกอร์ พาสต้า หรือเมนูฟิวชันต่างๆ ที่เต็มไปด้วยความแปลกใหม่ทั้งหน้าตาและรสชาติ โดยเมนูแนะนำคือ Bibimbap (390 บาท) บิบิมบับเนื้อวัวหมัก กินคู่กับข้าวกล้อง ผัก และไข่ดองซีอิ๊วหวาน

 

ปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. 

 

11. Crackhouse

 

Crackhouse The Commons Thonglor & Saladaeng

 

ร้านอาหารเช้าสไตล์อเมริกันแบบ All Day Dining ที่เสิร์ฟเมนูไข่ๆ ให้เรากินแบบอิ่มท้อง เมนูจะเป็นประเภทแซนด์วิช เบอร์เกอร์ เบอร์ริโต้ หรือแพนเค้กนุ่มๆ กับไซรัปก็มี โดยร้านจะเปิดอยู่ในคอมมูนิตี้ The Commons ให้เราแวะมานั่งกินมื้อเช้าได้สบายๆ พร้อมมีอาหารอย่างอื่นให้เลือกอีก

 

มาร้านนี้ต้องลองเมนู Breakfast Burritos with Smoked Bacon (270 บาท) เบอร์ริโต้ชิ้นโตๆ อัดแน่นด้วยไข่ เบคอน และผัก รับรองกินชิ้นเดียวก็อิ่มไปจนมื้อหน้า

 

เปิดทุกวัน เวลา 08.00-22.30 น. ร้านมี 2 สาขา คือ The Commons Thong Lor และ The Commons Saladaeng

 

12. Larder

 

Larder Phrom Phong

 

ร้านมื้อสายสไตล์โปแลนด์ที่น่าสนใจตรงมีเมนูอาหารโปแลนด์จานเล็กๆ ให้สั่งมากินเล่นด้วยกันได้ แต่หากเมนูห้ามพลาดต้องเป็น Kanapki แซนด์วิชหน้าเปิดสไตล์โปแลนด์ที่ไม่เหมือนใคร เมนูแนะนำเช่น Soppressata Calabrese (270 บาท) แซนด์วิชขนมปังซาวโดวจ์ประกบซาลามีรสเผ็ดนิดๆ ก่อนราดซอสเพสโต้ให้แบบจุกๆ เต็มแผ่น 

 

แต่ถ้าใครอยากได้เบากว่านี้ก็ต้อง Tuna 3000 (250 บาท) ซาวโดวจ์ท็อปด้วยซอสทาร์ทาร์ ไข่ต้ม และทูน่าชิ้นสวย มาพร้อมชิปกรอบๆ ให้กินด้วยกัน

 

ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องโคลด์คัตและขนมปังซาวโดวจ์เนยแอนโชวีด้วย เพราะทุกอย่างร้านทำเองทุกขั้นตอน โดยขนมปังแผ่นละ 20 บาท และเนย 30 บาท

 

เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 08.00-17.00 น. อยู่ในซอยสุขุมวิท 39

 

13. Pimp My Salad

 

Pimp My Salad Sathon 8

 

ร้านมื้อสายในเครือ Sarnies ที่มีความสนุกคือ ทุกคนสามารถเลือกสร้างโบวล์ของตัวเองได้ ใครจะเน้นโปรตีนหรือผักแน่นแค่ไหนก็ได้ตามสบาย แต่ถ้าไม่มั่นใจ ร้านก็มีเมนูที่จัดไว้แล้วให้สั่งเช่นกัน โดยมีครบทั้ง หมู ไก่ เนื้อ แซลมอน ทูน่า และโปรตีนวีแกน

 

เมนูแนะนำคือ Cool Gai (280 บาท) ไก่หมักกะทิมะกรูด กินพร้อมลาบถั่วลูกไก่ เห็ดผัด แจ่วมาโย และข้าวกล้อง บอกก่อนเลยว่าแต่ละเมนูเสิร์ฟมาค่อนข้างใหญ่ รับรองกินแล้วอิ่มจนมื้อถัดไปแน่นอน แต่ถ้าใครยังกินไหวก็อย่าลืมลองของหวานด้วย เพราะ Acai bowl (300 บาท) กับ บราวนี (150 บาท) ของที่นี่ก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน

 

เปิดทุกวัน เวลา 08.00-22.00 น. อยู่ในซอยสาทร 8

 

14. Toby’s

 

Toby’s Ploen Chit

 

ร้านอาหารมื้อสายเจ้าโปรดตลอดกาลของใครหลายๆ คน เมนูของร้านนี้จะเป็นสไตล์ออสเตรเลีย แต่ไม่แปลกเกินไปสำหรับทุกคนแน่นอน เพราะยังเน้นความเรียบง่ายแต่มีรสชาติ แถมมีเมนูหลากหลายทั้ง ขนมปัง สลัด พาสต้า และกาแฟที่ดีไม่แพ้กัน

 

เมนูแนะนำของร้านคือ Breakfast Board (350 บาท) ประกอบด้วยไข่ 2 ฟอง แฮมรมควัน แซลมอน อะโวคาโด เบอร์รี ขนมปังซาวโดวจ์ และซัลซา หรืออีกเมนู Smashed Avocado (295 บาท) เป็นซัลซาอะโวคาโดบนขนมปังซาวโดวจ์ มาพร้อมไข่ มะเขือเทศ ผักโขม และโชริโซ

 

เปิดทุกวัน 09.00-17.00 น. โดยร้านมี 3 สาขา คือ ศาลาแดง สุขุมวิท 38 และเพลินจิต

 

15. Roast

 

Roast centralwOrld

 

ที่นี่เป็นอีกร้านประจำของคนชอบกินบรันช์ เพราะเสิร์ฟอาหารคอมฟอร์ตฟู้ดสไตล์ All Day Dining ที่เน้นการปรุงรสชาติและวัตถุดิบให้เข้าใจง่าย ไม่ปรุงแต่งเยอะ แถมมีครบทั้งของคาว ของหวาน และเครื่องดื่ม โดยทุกเมนูรังสรรค์ผ่านฝีมือของ Executive เชฟ Johnny Liu ผู้ดูแลอาหารของ Roast ทุกสาขา

 

เมนูแนะนำแน่นอนว่าเป็น Chicken & Waffles (320 บาท) ไก่ทอดบัตเตอร์มิลก์วางบนวาฟเฟิลนุ่มๆ กินพร้อมเนยผสมเครื่องเทศ หรือ Roast Breakfast (350 บาท) เสิร์ฟไข่ มะเขือเทศ เห็ด ซาวโดวจ์มันฝรั่งมาให้ พร้อมกับตัวเลือกแซลมอนรมควันหรือแพตตี้หมู

 

เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. โดยร้านมี 3 สาขา คือ The Commons Thong Lor (ปิด 20.30 น.), EmQuartier และ centralwOrld

 

16. Roots

 

Roots 111 Praditmanutham

 

ร้านกาแฟสเปเชียลตี้ที่ตั้งใจใช้เมล็ดกาแฟจากในท้องถิ่น ซึ่งนอกจากเมนูเครื่องดื่ม Roots ก็ยังมีเบเกอรีและอาหารเช้าสไตล์คอมฟอร์ตฟู้ดด้วย เผื่อว่าใครอยากกินมื้อเช้าให้อิ่มท้องคู่กับกาแฟดีๆ สักแก้ว

 

สาขาใหม่ล่าสุดเปิดอยู่ที่ถนนประดิษฐ์มนูธรรม มาพร้อมบรรยากาศอบอุ่นเงียบสงบ น่านั่งรับแสงแดดยามเช้า ส่วนเมนูต้องลองคือ Crezel (100 บาท) เพรทเซลจากแป้งครัวซองต์ และ Bacon Breakfast Burger (260 บาท) เบอร์เกอร์ชิ้นกำลังดี มาพร้อมไข่ดาวเยิ้มๆ กับเบคอนชิ้นหนา

 

เปิดทุกวัน เวลา 08.00 น. (เวลาปิดให้บริการแตกต่างไปตามสาขา) โดยปัจจุบันมีทั้งหมด 10 สาขา คือ ถนนประดิษฐ์มนูธรรม, สุขุมวิท 23, เซ็นทรัลเวิลด์, ประตูผี, เดอะคอมมอนส์ ทองหล่อ, เดอะคอมมอนส์ ศาลาแดง, อาคารภิรัชทาวเวอร์ฯ, ลาซาล, เอ็มควอเทียร์ และ ไบเทค บางนา

 

17. Kay’s

 

Kay’s Sathon

 

ร้านอาหารเช้าบรรยากาศสวยที่ตอนนี้ขยายสาขาใหม่อีกหนึ่งแห่ง อยู่ในย่านสาทร สาขานี้มาพร้อมความมินิมัล ร่มรื่นสไตล์กลาสเฮาส์ และเมนูพิเศษที่ไม่มีในสาขาอื่นๆ แถมยังพาสัตว์เลี้ยงมาได้ด้วยนะ ถ้าใครเคยไปนั่งกินอาหารเช้าสไตล์ Kay’s ที่สาขารางน้ำ, เซ็นทรัล เอ็มบาสซี และสุขุมวิท 49 แล้ว ต้องลองมาที่นี่ดู

 

ส่วนเมนูที่มีเฉพาะสาขานี้ก็คือ Kay’s Market Plate (390 บาท) เสิร์ฟมันหวานญี่ปุ่นคู่กับไข่ เบคอนหนาๆ และผัก Honey Berries French Toast (270 บาท) เฟรนช์โทสต์ซิกเนเจอร์ เสิร์ฟเบอร์รีคู่บราวน์ชูการ์ ครีมชีส และน้ำผึ้ง Oatmeal Pancake (210 บาท) แพนเค้กข้าวโอ๊ตสูตรพิเศษ กินคู่เนยซินนามอน

 

เปิดทุกวัน เวลา 06.30-17.30 น. อยู่ใกล้ BTS สุรศักดิ์ ถนนสาทร

 

18. Landhaus Bakery

 

Landhaus Bakery Ari

 

ร้านเบเกอรีสไตล์ออสเตรเลียใจกลางย่านอารีย์ที่รอให้ทุกคนแวะมานั่งกินมื้อสายด้วยกันในบรรยากาศอบอุ่นร่มรื่น โดยขนมปังที่เป็นพระเอกของร้านจะอบสดใหม่ทุกวัน มีให้เลือกละลานตา พร้อมกับเมนูอาหารเช้าที่แน่นอนว่ามีขนมปังควบคู่ทุกเมนู

 

เมนูน่าสนใจอย่างเช่น Cold Cut with Roast Beef (550 บาท) มื้อเช้าแบ่งกินด้วยกัน เป็นโคลด์คัตกับเนื้อเสิร์ฟคู่ขนมปังและสเปรด หรือเมนูกินคนเดียวง่ายๆ Scrambled Eggs with Bacon (185 บาท) ไข่คนเบคอนกับขนมปัง 2 แผ่น

 

เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 07.00-19.00 น. อยู่ในซอยพหลโยธิน 5

 

19. Laun

 

Laun Samsen 4

 

ร้านอาหารแห่งใหม่ในตึกวินเทจย่านสามเสน ที่นี่เป็นผลงานของสองพี่น้องเจ้าของร้านบ้านนวล ที่อยากเปิดร้านอาหารบรรยากาศสบายๆ ไม่ต้องจองก็แวะมากินได้ ซึ่งนั่นก็คือ Laun (ลอน)

 

อาหารที่เสิร์ฟเป็นรสชาติชวนนึกถึงวัยเด็ก เช่น สปาเกตตีซอสมันกุ้ง (350 บาท), ข้าวหมูตุ๋นและไข่ดาว (280 บาท), ข้าวไก่อบ (280 บาท) หรือ ข้าวหมูก้อนทอดไข่ดาว (200 บาท)

 

เปิดทุกวัน (ปิดวันอังคาร) เวลา 08.30-16.00 น.

 

20. Poonypoonycoffee

 

Poonypoonycoffee Sutthisan

 

ร้านกาแฟเล็กๆ โดยบาริสต้าที่เก็บประสบการณ์ชงกาแฟมาจากออสเตรเลีย เชื่อว่าเป็นอีกร้านที่หลายคนแวะมาบ่อยๆ อาจด้วยความเฟรนด์ลีของมือชง หรืออาจด้วยบรรยากาศของร้านก็ตามที 

 

ตอนนี้ร้านมีเมนูอาหารเช้าเพิ่มเข้ามาแล้ว แถมจัดหนักจัดเต็มน่ากินไม่หยอก รับรองสั่งมาคู่กับกาแฟดีๆ สักแก้วจะเป็นการเริ่มต้นมื้อแรกที่อิ่มไปจนมื้อหน้า เมนูน่ากินก็มี Salmon on Toast (190 บาท), Waffle Chicken (190 บาท) หรือ Poony Breakkie (220 บาท) 

 

เปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-18.00 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์​ เวลา 10.00-18.00 น. อยู่ในซอยสบายใจ ย่านสุทธิสาร

 

21. Kad Kokoa Cacao + Bistro

 

Kad Kokoa Cacao + Bistro Sukhumvit 31

 

ร้านอาหารมื้อสายโดยทีมคราฟต์ช็อกโกแลตแบรนด์ไทย Kad Kokoa ที่ตั้งใจนำโกโก้มาใช้เป็นส่วนผสมในทุกๆ เมนูที่เสิร์ฟ อาหารที่นี่เน้นความเรียบง่าย ชูรสชาติวัตถุดิบให้เด่น และแน่นอนว่ามีการนำโกโก้หลายส่วนมาใช้ได้อย่างน่าสนใจ

 

เช่น Salmon Gravlax Cream Cheese (180 บาท) แซลมอนหมักเสิร์ฟบนขนมปัง พร้อมครีมชีสผสมน้ำจากผลโกโก้

 

เปิดทุกวัน เวลา 08.00-22.00 น. อยู่ในซอยสุขุมวิท 31

 

22. Maison Bleue

 

Maison Bleue Phrom Phong

 

ร้านอาหารมื้อสายสไตล์ All Day Dining ในบ้านหลังสีฟ้า ที่เสิร์ฟเมนูกลิ่นอายฝรั่งเศสทั้งคาวหวานให้มานั่งใช้เวลาได้ทั้งวัน เมนูที่นี่เกิดจากเชฟขนมหวานจับมือกับเชฟของคาว อาหารแต่ละจานจึงผสมผสานเทคนิคทำขนมลงไป หรือได้แรงบันดาลใจมาจากขนมฝรั่งหลายชนิด

 

เช่น Smoked Salmon Mille-Feuille (345 บาท) ดัดแปลงมาจากมิลย์เฟย ทำใหม่ด้วยการจัดเลเยอร์สอดไส้ด้วยมูสแซลมอนรมควัน ท็อปแซลมอนรมควัน ไข่ปลาแซลมอน และกินคู่กับไข่คน 

 

เปิดทุกวัน เวลา 08.00-23.00 น. อยู่ในย่านพร้อมพงษ์ ซอยเมธีนิเวศม์ ด้านหลังเอ็มโพเรียม

 

23. Babyccino

 

Babyccino Ekkamai 12

 

คาเฟ่มื้อสายที่จริงจังทั้งอาหารมื้อแรกของวันและเครื่องดื่มกาแฟ ร้านมาพร้อมบรรยากาศร่มรื่นสไตล์กลาสเฮาส์ ให้ความรู้สึกโปร่งสบายเมื่อมานั่งใช้เวลา ส่วนเมนูอาหารจะเป็นสไตล์ตะวันตก และเมนูฟิวชันที่อยากให้ทุกคนมากินได้ทุกวัน แต่ละเมนูจึงเรียบง่าย กินสนุก หลากหลาย และอิ่มท้อง 

 

เช่น Kimchi Quinoa with Salmon (450 บาท) เมนูข้าวผัดกับกิมจิควินัวกับแซลมอนชิ้นโต รสชาติจัดจ้านกำลังดี กินแล้วถูกปากคนไทย

 

เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.30 น. อยู่ในซอยเอกมัย 12

 

24. Luka Bangkok

 

Luka Bangkok Chid Lom

 

ร้านมื้อสายที่หลายคนยกให้เป็นร้านประจำ เพราะนอกจากพาสัตว์เลี้ยงมานั่งเล่นด้วยกันได้ ก็ยังมาพร้อมบรรยากาศร่มรื่นในสวน และมื้อสายสไตล์ตะวันตกจับคู่กับกาแฟท้องถิ่น โดยร้านมี 2 สาขาที่เปิดบริการตอนนี้คือ สาทร และสิริเฮาส์

 

ส่วนเมนูที่ต้องลองคือ Luka Breakfast Burrito (330 บาท) เป็นตอร์ติญาเครื่องแน่น มีทั้งไข่ออร์แกนิก ชีส ไส้กรอก ควินัว อะโวคาโด และซัลซา

 

เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.

 

25. WH Cafe

 

WH Cafe Kamphaeng Phet 7 Rd.

 

ร้านอาหารมื้อสายโดยทีมเชฟจากร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งวังหิ่งห้อย ที่นี่เปิดอยู่บนพื้นที่เดียวกัน เพราะร้านเปลี่ยนโซนหนึ่งที่เคยใช้เสิร์ฟอาหารให้กลายเป็นสวนในร่มที่ดูเหมือนอยู่กลางแจ้ง พร้อมเสิร์ฟเมนูบรันช์ให้เรานั่งกินสบายๆ ท่ามกลางธรรมชาติ เมนูแนะนำก็คือ Cloudy Egg Benedict (420 บาท) เสิร์ฟไข่เบเนดิกต์นุ่มฟูมาบนซอสเซาเทิร์นและขนมปัง กินคู่กับไส้กรอก เบคอน ผักสลัด 

 

ปิดทุกวัน เวลา 08.00-16.00 น. 

 

26. Brunch Paradiso 

 

Brunch Paradiso Yen Akat

 

คาเฟ่มื้อสายในย่านเย็นอากาศที่พร้อมเสิร์ฟเมนูกินสนุกให้แวะมาได้ตลอดวัน อาหารจะมีทั้งจานบรันช์ที่เราคุ้นเคย คือรวมขนมปัง ไข่ ผัก และสลัดมาให้บนจานเดียว ไปจนถึงแซนด์วิชหน้าเปิด สลัด พาสต้า และของกินเล่นให้สั่งมาเติมความอิ่ม

 

เมนูน่าลอง เช่น Messy Egg (320 บาท) เสิร์ฟไข่คนและกุ้งย่างราดซอสฮอลแลนเดสมาบนขนมปังซาวโดวจ์ให้กินคู่กับผักสลัด

 

ปิดทุกวัน เวลา 07.00-16.00 น. 

 

27. F.I.X. & The Lazy Bunch

 

F.I.X. & The Lazy Bunch Sarasin

 

ร้านมื้อสายแห่งใหม่โดยทีมร้านกาแฟ F.I.X. Coffee ที่นี่เปิดอยู่บนถนนสารสิน มาพร้อมบรรยากาศสบายๆ กับมื้อสายที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเมนูในความทรงจำวัยเด็กของแต่ละครอบครัว ร้านนำมาเปลี่ยนให้เป็นอาหารจานใหญ่ที่เน้นความแปลกใหม่ กินง่าย เพราะอยากให้ทุกคนแวะมากินได้บ่อยๆ แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก

 

เมนูแนะนำเช่น Dirty Egg (320 บาท) จานนี้มีไข่ดาว มันฝรั่งทอด อะโวคาโด ชีส ไส้กรอกเป็ด กินคู่ซอสทรัฟเฟิล ซอสฮันนีมัสตาร์ด และเห็ดเกาหลี F.I.X. & The Lazy Bunch อยู่ใกล้สวนลุมพินี

 

ปิดทุกวัน เวลา 08.00-16.00 น. 

 

28. Breakfast Story

 

Breakfast Story Phloen Chit 

 

ร้านอาหารเช้าที่เปิดมานาน และเชื่อว่าทุกคนต้องรู้จัก ที่นี่เน้นเสิร์ฟเมนูเรียบง่ายแต่กินอิ่มสไตล์ตะวันตก โดยมีหลากหลายสไตล์ให้เลือก ทั้งขนมปัง แพนเค้ก แรป เบอร์เกอร์ และสลัด

 

มีเมนูแนะนำอย่างเช่น Breakfast Poutine (280 บาท) มันฝรั่งกับไข่ดาว 2 ฟอง มาพร้อมเบคอน ชีส และซอสเกรวี อย่าลืมคลุกเคล้าให้เข้ากันก่อนกิน หรือ Breakfast Story (300 บาท) เสิร์ฟแพนเค้ก 3 แผ่นมาให้พร้อมไข่ 2 ฟอง เบคอนที่เลือกความหนาได้ กินพร้อมมันฝรั่ง เนย และไซรัป

 

ปิดทุกวัน เวลา 07.00-16.00 น. โดยร้านมี 3 สาขาคือ เพลินจิต อโศก และพร้อมพงษ์

The post LIST: อัปเดต 28 Brunch ทั่วกรุงเทพฯ 2023 เริ่มต้นวันด้วยอาหารดีต่อใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Cardi B และ Offset เปิดตัวเมนูอาหาร McDonald’s ที่จะเริ่มขายวันวาเลนไทน์นี้ในอเมริกา https://thestandard.co/cardi-b-offset-launch-mcdonalds-menu/ Mon, 13 Feb 2023 08:27:57 +0000 https://thestandard.co/?p=749686

กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่โฆษณาคั่นในงาน Super Bowl จะ […]

The post Cardi B และ Offset เปิดตัวเมนูอาหาร McDonald’s ที่จะเริ่มขายวันวาเลนไทน์นี้ในอเมริกา appeared first on THE STANDARD.

]]>

กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่โฆษณาคั่นในงาน Super Bowl จะมาจากแบรนด์ยักษ์ใหญ่ ซึ่งสำหรับปีนี้ McDonald’s ก็ได้เปิดตัวมื้ออาหารพิเศษของคู่รักแรปเปอร์อย่าง Cardi B และ Offset ผ่านโฆษณาคั่นฉบับสั้นๆ โดยในโฆษณานั้น Cardi B ได้รับคำถามลองใจว่า เธอรู้หรือไม่ว่าเมนูโปรดที่สามีสั่งกลับบ้านเป็นประจำคือเมนูใด เธอให้คำตอบว่า “เบอร์เกอร์เนื้อพรีเมียมควอเตอร์พาวน์เดอร์ และเครื่องดื่ม Hi-C”

 

สำหรับเมนู McDonald’s ของ Cardi B และ Offset ก็มีทั้งชีสเบอร์เกอร์, ไส้กรอกบาร์บีคิว, เฟรนช์ฟรายส์ไซส์ใหญ่, พายแอปเปิ้ล และโค้กไซส์ใหญ่ โดยความพิเศษของเมนูดังกล่าวก็คือมันถูกดีไซน์มาเพื่อให้เหล่าลูกค้าได้แชร์มื้ออาหารด้วยกันอย่างอบอุ่น เพื่อต้อนรับวันวาเลนไทน์ที่กำลังจะมาถึงโดยเฉพาะ

 

หลังจากที่โฆษณาถูกเผยแพร่ที่งาน Super Bowl ไปแล้ว Cardi B ก็ได้ออกมาแสดงความตื่นเต้นผ่าน Twitter และคอนเฟิร์มว่ามื้ออาหารของเธอและสามีจะวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกในวันวาเลนไทน์ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งก่อนหน้านี้ McDonald’s ก็เคยจับมือกับ BTS และ Travis Scott ทำมื้ออาหารเมนูพิเศษรวมไปถึงจำหน่ายสินค้าที่ทำร่วมกับศิลปิน โดย BTS Meal สามารถทำให้ยอดขาย McDonald’s พุ่งสูงขึ้นถึง 250% เฉพาะในเกาหลีใต้ และยังทำให้ยอดขายในอเมริกาสูงขึ้น 12% ในขณะที่ Travis Scott ก็เคยทำให้ยอดขายในอเมริกาพุ่งสูงขึ้น 9% เช่นกัน

 

ภาพ: McDonald’s

 

อ้างอิง:

The post Cardi B และ Offset เปิดตัวเมนูอาหาร McDonald’s ที่จะเริ่มขายวันวาเลนไทน์นี้ในอเมริกา appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดแน่เดือนมีนาคมนี้! Shake Shack สาขาแรกในประเทศไทย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ https://thestandard.co/1st-shake-shack-in-thailand/ Thu, 02 Feb 2023 04:23:54 +0000 https://thestandard.co/?p=745156

ไม่ปล่อยให้รอนานไปกว่านี้ เพราะร้านเบอร์เกอร์ที่ทุกคนรอ […]

The post เปิดแน่เดือนมีนาคมนี้! Shake Shack สาขาแรกในประเทศไทย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ไม่ปล่อยให้รอนานไปกว่านี้ เพราะร้านเบอร์เกอร์ที่ทุกคนรอคอยมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ‘Shake Shack’ ประกาศแล้วว่าจะเปิดให้บริการสาขาแรกในประเทศไทย ภายในเดือนมีนาคมที่กำลังมาถึง พร้อมขึ้นกราฟิกสวยๆ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเมืองไทยให้ทุกคนแวะไปถ่ายรูปรอพลางๆ

 

ผลงานที่ทุกคนเห็นออกแบบโดย นาวิน ลาวัลย์ชัยกุล ศิลปินชาวไทย-อินเดีย ผู้เคยออกแบบงานกราฟิกบนรถเข็นฮอตด็อกให้ Shake Shack เมื่อประมาณ 22 ปีก่อน โดยงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงงานศิลปะ มีชื่อผลงานว่า ‘I Heart Taxi’ จัดแสดงอยู่ที่เมดิสันสแควร์พาร์ก ในมหานครนิวยอร์ก

 

 

แม้ตอนนี้จะยังไม่มีใครรู้ว่า Shake Shack สาขาแรกในประเทศไทยจะมาพร้อมการตกแต่งแบบไหน แต่เอาเป็นว่าระหว่างรอร้านเปิดอย่างเป็นทางการ ทุกคนรีบแวะไปถ่ายรูปกับบอร์ดกราฟิกสวยๆ รอกันไปก่อนนะ โดยร้านจะอยู่ที่ชั้น 1 เซ็นทรัลเวิลด์

 

แล้วค่อยตามไปต่อคิวลิ้มลองเบอร์เกอร์เจ้าดังจากนิวยอร์กได้ในเดือนหน้า!

The post เปิดแน่เดือนมีนาคมนี้! Shake Shack สาขาแรกในประเทศไทย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Let’s brunch! กินวาฟเฟิลแบบโมเดิร์นอเมริกัน จิบ Bloody Mary ใส่เบคอน ที่ Caper by Dan Bark https://thestandard.co/caper-by-dan-bark/ Mon, 21 Dec 2020 13:33:17 +0000 https://thestandard.co/?p=434206 Caper by Dan Bark

    คราวก่อนเราไป Cadence ครั้งนี้ถึงเวลาแวะม […]

The post Let’s brunch! กินวาฟเฟิลแบบโมเดิร์นอเมริกัน จิบ Bloody Mary ใส่เบคอน ที่ Caper by Dan Bark appeared first on THE STANDARD.

]]>
Caper by Dan Bark

 

Caper by Dan Bark

 

คราวก่อนเราไป Cadence ครั้งนี้ถึงเวลาแวะมาที่ร้านข้างๆ กันบ้าง Caper ซึ่งยังคงเป็นร้านของเชฟแดน บาร์ก คนเดิม ผู้อยู่เบื้องหลัง Upstairs Mikkeller จนกระทั่งย้ายทำเลใหม่และเปิด Cadence

 

Caper by Dan Bark

 

โทนร้านเน้นสีแดงและน้ำเงินเป็นหลัก ตัดด้วยสีทองและสีธรรมชาติของไม้ ให้บรรยากาศกึ่งย้อนยุคและมีความแคชวลเป็นกันเอง

Caper by Dan Bark

 

สิ่งแรกที่เจอเมื่อเดินเข้าร้านคือบาร์เล็กๆ ที่มีเบบี้มาร์ตินีและซิกเนเจอร์ค็อกเทลชวนนั่งจิบสักนิด ก่อนย้ายเข้าไปบรันช์หรือดินเนอร์

Caper by Dan Bark Caper by Dan Bark

ที่นั่งถูกจัดไว้อย่างเป็นสัดส่วน ทั้งโต๊ะเล็ก โต๊ะใหญ่ รวมถึงมุมโซฟาที่ด้านหลังเป็นวอลเปเปอร์สีสันสดใส แสดงภาพเกี่ยวกับเรื่องของเสียงดนตรี หรือหากใครที่ชอบดูเชฟทำอาหาร โต๊ะข้างครัวเปิดนี่แหละเหมาะสุด

 

Caper by Dan Bark

 

แม้เราจะคุ้นเคยกับเชฟจากสไตล์อาหารแบบไฟน์ไดนิ่ง แต่ที่นี่ เชฟอยากให้ทุกคนสนุกสนานและเป็นกันเองมากขึ้นกว่าเดิม จึงครีเอตเมนูที่สมดุลระหว่างคอมฟอร์ตฟู้ดกับไฟน์ไดนิ่ง มีกลิ่นอายโมเดิร์นอเมริกัน คงความเป็นคอร์สแบบหลวมๆ ไม่บังคับให้ต้องสั่งเทสติ้งเมนูหรือมีลำดับการรับประทานก่อนหลัง และเหมาะสำหรับการสั่งมาแชร์ด้วยกัน

 

ปกติแล้ว Caper จะเปิดเฉพาะช่วงเย็น แต่ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ 11.00-15.00 น. เสิร์ฟเป็นอาหารมื้อสาย ซึ่งเป็นคนละเมนูกับดินเนอร์ปกติ และสามารถสั่งได้เฉพาะช่วงเวลานี้เท่านั้น

 

Caper by Dan Bark

 

ระหว่างที่รอวาฟเฟิล Beet Salad & Duck Confit Croquette (380 บาท) ก็ยกออกมาเสิร์ฟ เมนูเรียกน้ำย่อยที่รวมเอาสลัดและของกินเล่นมาไว้ในจานเดียว บีตรูตสลัดกับคร็อกเก็ตเป็ดกงฟี รองฐานด้วยควินัวผัดโรเมสโกซอส โรยเม็ดมะม่วงหิมพานต์กับชีสนมแพะขูดฝอย

 

Caper by Dan Bark

 

คนชอบเอ้กเบเนดิกต์และความมันเยิ้มของไข่แดงต้องถูกใจสิ่งนี้ Eggs Benedict Waffle (370 บาท) จากเดิมที่รองฐานด้วยมัฟฟินก็เปลี่ยนเป็นวาฟเฟิล ส่วนซอสที่ราดบนไข่ เพิ่มรสชาติด้วยการผสม Aioli กับ Hollandaise ทำให้มีความมันและเค็มกว่าเบสซอสปกติที่รสจะค่อนมาทางเปรี้ยว จากนั้นโรยเบคอนกรอบ มะเขือเทศ และลูกเกดอบแห้ง เจาะไข่แดงแล้วกินให้ครบทุกอย่างในคำเดียว อร่อยชัวร์

 

Caper by Dan Bark

 

ต่อด้วย Cured Salmon Waffle (390 บาท) วาฟเฟิลหน้าแซลมอนรมควันที่ไม่ธรรมดา สีแดงฉ่ำของแซลมอนเกิดจากการนำไปหมักกับบีตรูต ทำให้แซลมอนมีความน่ากินยิ่งกว่าเดิม ตักครีมชีส เคเปอร์ ผักชีลาว กับหอมแดงดอง กินพร้อมสโมกแซลมอนวาฟเฟิล จานเดียวไม่พอแน่นอน

 

Caper by Dan Bark

 

ผ่านวาฟเฟิลไปสองจาน จนมาจานที่สาม แม้จะดูหน้าตาคุ้นๆ ตามประสาวาฟเฟิลกับไก่ทอดแบบที่เคยเห็นกันทั่วไป แต่ทว่ารสชาติไม่ธรรมดา Crispy Fried Chicken Waffle (390 บาท) จับคู่คาว-หวานระหว่างไก่ทอดกับวาฟเฟิล โดยมีเมเปิ้ลไซรัปกับฮอตซอสเป็นตัวประสานรสชาติ ลองราดซอสทีละชนิดแล้วชิมดูก่อน สำหรับเรา ราดซอสทั้งคู่แล้วกินพร้อมกันเลย อย่าลืมกินแตงกวาสลอว์ที่มาคู่กันด้วยล่ะ

Caper by Dan Bark

 

เรื่องรสชาติความหวาน-เค็ม อย่าให้มาเป็นตัวกำหนดว่าของหวานจำต้องหวานล้วนเสมอไป ดูอย่าง Banana Bread & Bacon (360 บาท) เชฟแดนตีความเค้กกล้วยหอมรูปแบบใหม่ เนื้อแน่นขึ้น มาแบบอุ่นกำลังดี จับคู่กับเบคอนและไอศกรีม ราดรัมเมเปิ้ลไซรัป กินทุกองค์ประกอบ ตักอย่างละนิดเข้าปาก ให้รสเค็มกับรสหวานตัดกันไปมา นี่แหละขนมที่กินแล้วสนุก แถมยังอร่อยไม่แพ้จานหลักทีเดียว

Caper by Dan Bark

 

อย่าไปแคร์ว่าพระอาทิตย์ยังไม่ตกดินแล้วดริงก์ไม่ได้ Chris Simon ผู้ครีเอตค็อกเทลให้กับทั้ง Cadence และ Caper แนะนำให้สั่ง Bloody Mary (380 บาท) อย่าเพิ่งกลัวเพราะว่าใส่มะเขือเทศ เพราะสูตรของที่นี่แจ่มกว่าต้นตำรับเสียอีก เบสเป็นวอดก้า น้ำมะเขือเทศ ผักและผลไม้สิบกว่าชนิด และเครื่องเทศสูตรลับ เชกจนเข้ากัน และให้รสเปรี้ยว หวาน เค็ม ครบครัน 

Caper by Dan Bark

 

จิบสลับกับกินผักดองเสียบไม้และเบคอนกรอบที่ปักในแก้ว แล้วจะรู้ว่าค็อกเทลรสอร่อยที่มากไปกว่าแค่เปรี้ยวหวาน หวานมัน หรือขมเข้มนั้นมีอยู่จริง

Caper by Dan Bark

 

What You Should Know:

  • ปกติทางร้านเปิดช่วงเย็น แต่บรันช์เมนูให้บริการเฉพาะช่วงเวลา 11.00-15.00 น. ทุกวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น
  • ร้านข้างกัน Cadence เสิร์ฟเทสติ้งเมนู 12 จาน อ่านรีวิวต่อที่ https://thestandard.co/cadence-chef-dan-bark-upstairs-at-mikkeller/

 

Caper 

Open: วันอังคาร-อาทิตย์ 17.00-00.00 น., บรันช์ เสิร์ฟทุกวันเสาร์-อาทิตย์ 11.00-15.00 น.

Address: 225 ซอยปรีดี พนมยงค์ 25

Budget: 500-1,000 บาท

Contact: 08 3783 4867

Website: www.facebook.com/caperbydanbark

 

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post Let’s brunch! กินวาฟเฟิลแบบโมเดิร์นอเมริกัน จิบ Bloody Mary ใส่เบคอน ที่ Caper by Dan Bark appeared first on THE STANDARD.

]]>