ร่างรัฐธรรมนูญ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ร่างรัฐธรรมนูญ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 04 Feb 2026 04:12:14 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เลือกตั้ง 2569 : ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย พีระพันธุ์ชูจุดยืนการเมืองสีขาว รื้อระบบพลังงานลดค่าไฟเหลือ 3.30 บาท พร้อมปฏิรูปการศึกษายกเลิกสอบเข้า https://thestandard.co/utnp-policy-reform-electricity-ed/ Wed, 04 Feb 2026 04:12:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1173517 พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวปราศรัยบนเวทีใหญ่ ประกาศนโยบายลดค่าไฟและปฏิรูปการศึกษา

วานนี้ (3 กุมภาพันธ์) พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จัดเว […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย พีระพันธุ์ชูจุดยืนการเมืองสีขาว รื้อระบบพลังงานลดค่าไฟเหลือ 3.30 บาท พร้อมปฏิรูปการศึกษายกเลิกสอบเข้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวปราศรัยบนเวทีใหญ่ ประกาศนโยบายลดค่าไฟและปฏิรูปการศึกษา

วานนี้ (3 กุมภาพันธ์) พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จัดเวทีปราศรัยใหญ่ภายใต้แคมเปญ ‘เลือกเบอร์ 6 เลือกกำหนดชีวิตเอง’ นำโดย พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยแกนนำพรรคคนสำคัญ เช่น ชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค, วิทยา แก้วภราดัย, อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค ตลอดจนผู้บริหารและผู้สมัคร สส. เข้าร่วมเวทีอย่างพร้อมเพรียง

 

พีระพันธุ์ได้ขึ้นเวทีประกาศจุดยืนทางการเมืองภายใต้แนวคิด ‘ชีวิตเรา เราเลือกเอง’ โดยเน้นย้ำให้ประชาชนไม่ตกเป็นเหยื่อของวาทกรรมยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ที่นักการเมืองบางกลุ่มนำมาใช้บีบบังคับ โดยชี้ว่าสุดท้ายผลประโยชน์มักตกอยู่กับนักการเมือง ขณะที่ชีวิตประชาชนยังคงเดิม พีระพันธุ์ยังได้เปรียบเทียบการเมืองที่แบ่งขั้วสีเสื้อว่าเป็นเพียงสีย้อมผ้า ที่สุดท้ายก็ถูกผสมกลมกลืนกันเพื่อผลประโยชน์

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

ในขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติยืนหยัดในความเป็นสีขาว ยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ และทำงานเคียงข้างกองทัพมาอย่างยาวนานโดยไม่ต้องฉวยโอกาสโหนกระแสในช่วงเลือกตั้ง โดยเฉพาะในประเด็นพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลและชายแดนกัมพูชา

 

ในด้านนโยบายเศรษฐกิจและปากท้อง พีระพันธุ์ย้ำจุดแข็งด้านนโยบายพลังงาน โดยระบุว่าพรรคเป็นผู้ริเริ่มการพูดถึงปัญหาโครงสร้างราคาพลังงานอย่างตรงไปตรงมา และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์จากการตรึงราคาก๊าซหุงต้มแม้ต้นทุนสูง ทั้งนี้ ได้ประกาศพันธกิจสำคัญหากได้รับเลือกตั้ง จะดำเนินการลดค่าไฟฟ้าให้เหลือ 3.30 บาทต่อหน่วย หรือลดลงอีก 50 สตางค์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนรวมกว่า 1.7 ล้านล้านบาทภายใน 4 ปี นอกจากนี้ ยังประกาศนโยบายปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ด้วยแนวคิด ‘อยากเรียนอะไร ต้องได้เรียน’ โดยเสนอให้ยกเลิกระบบการสอบเข้า เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและภาระค่ากวดวิชา เปิดโอกาสให้เยาวชนเรียนรู้ตามความสนใจและจบการศึกษาเมื่อมีความพร้อม

 

ด้านอรรถวิชช์ได้กล่าวเสริมถึงผลงานของพีระพันธุ์ในการเปลี่ยนกติกา โครงสร้างราคาพลังงาน จนสามารถลดค่าไฟจาก 4.70 บาท เหลือ 3.94 บาทได้สำเร็จในช่วงที่ผ่านมา ช่วยประชาชนประหยัดเงินกว่า 2.7 แสนล้านบาท พร้อมกันนี้ ได้แสดงจุดยืนคัดค้านการใช้งบประมาณกว่าหมื่นล้านบาทเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยมองว่าจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเสถียรภาพทางกฎหมาย แต่ควรใช้วิธีการแก้ไขรายมาตราตามความเหมาะสม นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการแก้ปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจ อาทิ ระบบเครดิตบูโรที่เป็นอุปสรรคและการผูกขาดในธุรกิจปุ๋ย

 

ขณะที่นราพัฒน์ได้นำเสนอนโยบายด้านการเกษตร โดยมุ่งแก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกรผ่านการลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะราคาปุ๋ยที่ตั้งเป้าลดให้เหลือไม่เกิน 500 บาท ด้วยการใช้ทรัพยากรโพแทสเซียมในประเทศและผลิตปุ๋ยยูเรียจากก๊าซธรรมชาติเอง สำหรับสินค้าข้าว เสนอเปลี่ยนโมเดลจากการขายข้าวเปลือกเป็นการแปรรูปข้าวสารจำหน่าย โดยรัฐสนับสนุนเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มการขาย ซึ่งจะช่วยดึงมูลค่าข้าวเปลือกกลับมาได้สูงถึง 15,000 บาทต่อตัน พร้อมทั้งผลักดันการใช้ Big Data และสนับสนุน Young Smart Farmer ให้ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรสมัยใหม่อย่างยั่งยืน

 

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวปราศรัยบนเวทีใหญ่ ประกาศนโยบายลดค่าไฟและปฏิรูปการศึกษา 1พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวปราศรัยบนเวทีใหญ่ ประกาศนโยบายลดค่าไฟและปฏิรูปการศึกษา 2พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวปราศรัยบนเวทีใหญ่ ประกาศนโยบายลดค่าไฟและปฏิรูปการศึกษา 3พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวปราศรัยบนเวทีใหญ่ ประกาศนโยบายลดค่าไฟและปฏิรูปการศึกษา 4
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย พีระพันธุ์ชูจุดยืนการเมืองสีขาว รื้อระบบพลังงานลดค่าไฟเหลือ 3.30 บาท พร้อมปฏิรูปการศึกษายกเลิกสอบเข้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : พรรคประชาชาติตั้งวันนอร์เป็นประธานกรรมการรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ https://thestandard.co/prachachat-party-appoints-wannor-referendum-chief/ Wed, 14 Jan 2026 04:03:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1165004 เลือกตั้ง 2569 : พรรคประชาชาติตั้ง วันนอร์ เป็นประธานกรรมการรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

พรรคประชาชาติ ได้มีคำสั่ง เรื่อง คณะกรรมการรณรงค์การออก […]

The post เลือกตั้ง 2569 : พรรคประชาชาติตั้งวันนอร์เป็นประธานกรรมการรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : พรรคประชาชาติตั้ง วันนอร์ เป็นประธานกรรมการรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

พรรคประชาชาติ ได้มีคำสั่ง เรื่อง คณะกรรมการรณรงค์การออกเสียงประชามติการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เนื้อหาระบุว่า สืบเนื่องจากการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมกับให้มีการลงประชามติว่าจะเห็นชอบหรือไม่กับการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในวันเดียวกัน กับวันที่มีการเลือกตั้งทั่วไปนั้น

 

อาศัยอำนาจตามข้อบังคับพรรคประชาชาติ ข้อ 8 (5) และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ ออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 มาตรา 17 จึงขอแต่งตั้งบุคคล ดังต่อไปนี้ เพื่อเป็นคณะกรรมการรณรงค์การออกเสียงประชามติว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ต่อประชาชน เพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจต่อไปเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ

 

1. วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรค เป็นประธานกรรมการ

 

2. ธงชาติ รัตนวิชา เป็นกรรมการ

 

3. พิสุทธิ์ อังจันทร์เพ็ญ เป็นกรรมการ

 

4. มังโสด หมะเต๊ะ เป็นกรรมการ

 

5. อับดุลเราะมัน มอลอ เป็นกรรมการ

 

6. ซีตีมาเรียม บินเยาะ เป็นกรรมการ

 

7. มูฮัมมัดซอเร มะยี เป็นกรรมการ

 

8. ต่วนอิสกันดาร์ ดาโต๊ะมูลียอ เป็นกรรมการและเลขานุการ

 

9. รอมือละห์ แซเยะ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

 

ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม 2569 เป็นต้นไป

The post เลือกตั้ง 2569 : พรรคประชาชาติตั้งวันนอร์เป็นประธานกรรมการรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐวุฒิขอถอนร่าง รธน. ไปปรับปรุง หลังรัฐสภามีมติคงเงื่อนไขเสียง สว. 1 ใน 3 https://thestandard.co/parliament-vote-senate-threshold/ Thu, 11 Dec 2025 15:08:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1153690

หลังลงมติขานชื่อราว 2 ชั่วโมง รัฐสภาเห็นชอบให้คงเงื่อนไ […]

The post ณัฐวุฒิขอถอนร่าง รธน. ไปปรับปรุง หลังรัฐสภามีมติคงเงื่อนไขเสียง สว. 1 ใน 3 appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังลงมติขานชื่อราว 2 ชั่วโมง รัฐสภาเห็นชอบให้คงเงื่อนไขเสียง สว. 1 ใน 3 ด้วยคะแนนเสียง 329:302 งดออกเสียง 2 เสียง ด้าน ‘ณัฐวุฒิ บัวประทุม’ ประกาศ ขอถอนร่างแก้ไข รธน. เพื่อนำไปปรับปรุงให้สอดคล้องกับมติที่ลงไป

The post ณัฐวุฒิขอถอนร่าง รธน. ไปปรับปรุง หลังรัฐสภามีมติคงเงื่อนไขเสียง สว. 1 ใน 3 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรอบเนื้อหาสำคัญร่างรัฐธรรมนูญใหม่ https://thestandard.co/new-draft-constitution-framework/ Thu, 11 Dec 2025 13:00:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1153671 กรอบเนื้อหาสำคัญร่างรัฐธรรมนูญใหม่

มติรัฐสภาวันนี้ (11 ธันวาคม) เห็นชอบกับการแก้ไขมาตรา 25 […]

The post กรอบเนื้อหาสำคัญร่างรัฐธรรมนูญใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรอบเนื้อหาสำคัญร่างรัฐธรรมนูญใหม่

มติรัฐสภาวันนี้ (11 ธันวาคม) เห็นชอบกับการแก้ไขมาตรา 256/26 ว่าด้วยเนื้อหาสำคัญในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญต้องเสนอให้รัฐสภาวินิจฉัย ซึ่งเป็นไปตามที่คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภาได้แก้ไข

 

กรอบเนื้อหาสำคัญร่างรัฐธรรมนูญใหม่ 1

The post กรอบเนื้อหาสำคัญร่างรัฐธรรมนูญใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กมธ. สัดส่วนเพื่อไทยเสนอฟื้น สสร. ใช้สูตรรัฐสภาเลือก กมธ. ร่างรัฐธรรมนูญ 25 ให้องค์กรวิชาชีพเสนอเพิ่ม 10 https://thestandard.co/new-constitution-drafting-formula/ Wed, 10 Dec 2025 06:34:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1153161 กมธ. สัดส่วนเพื่อไทยเสนอฟื้น สสร. ใช้สูตรรัฐสภาเลือก กมธ. ร่างรัฐธรรมนูญ 25 ให้องค์กรวิชาชีพเสนอเพิ่ม 10

วันนี้ (10 ธันวาคม) ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที […]

The post กมธ. สัดส่วนเพื่อไทยเสนอฟื้น สสร. ใช้สูตรรัฐสภาเลือก กมธ. ร่างรัฐธรรมนูญ 25 ให้องค์กรวิชาชีพเสนอเพิ่ม 10 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กมธ. สัดส่วนเพื่อไทยเสนอฟื้น สสร. ใช้สูตรรัฐสภาเลือก กมธ. ร่างรัฐธรรมนูญ 25 ให้องค์กรวิชาชีพเสนอเพิ่ม 10

วันนี้ (10 ธันวาคม) ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 สมัยวิสามัญ เป็นพิเศษ วาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช …. เมื่อพิจารณาถึงมาตรา 256/1 ว่าด้วยการกำหนดองค์กรที่จะทำหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

 

ชูศักดิ์ ศิรินิล สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการฯ ผู้สงวนความเห็น อภิปรายว่า กรรมาธิการฯ เสียงข้างมากกำหนดไว้ 2 องค์กร คือ คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ 35 ท่าน ซึ่งรัฐสภาคัดเลือกจากบัญชีรายชื่อ และคณะกรรมาธิการรับฟังความเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน 35 ท่าน ที่รัฐสภาคัดเลือก ทั้ง 2 คณะ

 

โดยคณะกรรมาธิการทั้ง 2 คณะนี้ เปลี่ยนแปลงจากเนื้อหาในร่างเดิมของ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการฯ โดยตัดการเลือกจากประชาชนโดยตรงออกทั้งหมด เราเห็นว่า การจะได้รัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตยจะเกิดปัญหา จึงขอสงวนความเห็นและแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256/1 เป็น 2 กลุ่ม

 

กลุ่มแรกคือ เราเห็นว่าควรมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ตามที่เราร่างไว้แต่เดิม เพราะเชื่อว่าจะมีผลดีมากกว่า โดยขอเพิ่ม สสร. ให้มีองค์ประกอบ 100 คน เลือกจากประชาชน 300 คนทั่วประเทศ และท้ายสุดให้รัฐสภาเลือก โดยต้องให้มี สสร. ตัวแทนจังหวัดอย่างน้อยจังหวัดละ 1 คน ทั้งนี้ เชื่อว่าวิธีการนี้ไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ใช่การให้ประชาชนเลือกผู้ร่างโดยตรง

 

ทั้งนี้ ยังเห็นว่าควรมี สสร. อีกส่วนที่มาจากการเลือกโดยคณะผู้เชี่ยวชาญทั้งหลาย องค์กรวิชาชีพต่างๆ รวมตัวกันแล้วเสนอชื่อมาให้รัฐสภาแต่งตั้งจำนวน 51 คน

 

ชูศักดิ์เห็นว่า การใช้สูตร 20 หยิบ 1 เพื่อเลือกกรรมาธิการฯ 35 คนนั้น ท้ายสุดจะนำไปสู่การที่ใครรวมเสียงข้างมากได้ ก็จะคัดเลือกกรรมาธิการฯ ได้ตามที่ตนเองต้องการ และจะทำให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่บิดเบี้ยวไป จึงเสนอให้ใน 35 คนนั้น ใช้สูตรใหม่ คือรัฐสภาเลือกเพียง 25 ท่าน และเสนอแต่งตั้งโดยผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายเพิ่มเติมอีก 10 ท่าน ให้รัฐสภาคัดเลือกอีก เพื่อถ่วงดุลให้กรรมาธิการฯ หลากหลายขึ้น สำหรับกรรมาธิการรับฟังความเห็นฯ ก็จะเสนอให้ใช้สูตร 25 บวก 10 เช่นกัน โดยอีก 10 คน จะเสนอมาจากองค์กรด้านการสื่อสารมวลชน และวารสารศาสตร์เช่นเดียวกัน

 

พรรคเพื่อไทยเสนอให้มี 3 องค์กรทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญ โดยไม่ตัดความยึดโยงต่อประชาชนออก และคิดว่าจะทำให้ผู้ร่างรัฐธรรมนูญหลากหลาย มีความเป็นกลาง ไม่ยึดโยงกับเสียงข้างมากหรือพรรคใดพรรคหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากพี่น้องประชาชนโดยแท้จริง

 

  • ย้ำควรฟื้น สสร. องค์กรกลาง ให้ยึดโยงประชาชน

 

ขณะที่ จาตุรนต์ ฉายแสง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมอภิปรายว่า พรรคเพื่อไทยได้สงวนคำแปรญัตติในส่วนขององค์กรในการจัดทำรัฐธรรมนูญ โดยเรื่องนี้อยู่ในร่างของพรรคเพื่อไทย แต่ในวาระที่ 1 ร่างของพรรคเพื่อไทยตกไป ตนเองตั้งคำถามว่าทำไมจึงต้องมี สสร. และการไม่มี จะส่งผลเสียอย่างไร ซึ่งเป็นประเด็นใหญ่ทางการเมืองตลอดมาหลาย 10 ปี การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จนได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ทำให้มีข้อหาว่าสมาชิกรัฐสภากำลังแก้เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ทั้งที่ความจริงแล้วการแก้ไขเป็นอำนาจของสมาชิกรัฐสภา แต่วัฒนธรรมการเมืองของประเทศไทย จะมีความรู้สึกอย่างนี้มาตลอด หลังการทำรัฐประหารปี 2557

 

จาตุรนต์กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราจึงเห็นว่าควรมี สสร. หากมีเฉพาะกรรมาธิการยกร่างมายกร่าง แล้วมารับฟังความเห็น และมาตัดสินใจเองในแต่ละมาตรานั้น จะเป็นการพิจารณาที่ไม่มีทางรับฟังความเห็นที่รอบด้าน และรอบคอบ ซึ่งคณะกรรมาธิการยกร่างนี้จะตรงมาที่รัฐสภา ดังนั้น จึงมีจุดอ่อนตรงที่ว่าไม่มีองค์กรตรงกลาง โดยถือว่ามีความสำคัญมาก

 

จาตุรนต์ กล่าวว่า การมี สสร. ถือว่ามีองค์กรคั่นกลาง ทำให้ผู้คนที่มาจากหลากหลาย และมีความเชื่อมโยงกับประชาชน เพราะเราเสนอว่าที่มาต้องมาจากประชาชน เราเชื่อว่าไม่มีอะไรที่ขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อ สสร. มีความเชื่อมโยงกับประชาชน และพิจารณาร่างที่คณะกรรมการยกร่างมา สสร. จะพิจารณาได้เต็มที่ และไม่มีข้อครหาว่ากำลังทำเพื่อตัวเองทำเพื่ออำนาจของสมาชิกรัฐสภา

 

ดังนั้น แนวความคิดนี้มีเหตุผลที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมการเมือง และทำให้โอกาสในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประสบผลสำเร็จได้มากกว่า เป็นที่ยอมรับของประชาชนได้มากกว่า การไม่มี สสร. เป็นความสูญเสียอย่างมาก อาจมีการเผชิญหน้ากับรัฐสภาเอง หรืออาจมีการเผชิญหน้ากับประชาชน ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าโครงสร้างดังกล่าวมีส่วนร่วมได้น้อย ร่างเอง ตัดสินเอง

 

จาตุรนต์ย้ำว่า การสงวนคำแปรญัตติของพรรคเพื่อไทย เรายังถือว่าที่มาขององค์กรที่สำคัญนี้ ควรจะต้องยึดโยงเชื่อมโยงกับประชาชน คำว่ารัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงได้ ในคำว่าวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้หมายความว่า จะให้ประชาชนร่วมเลือกร่วมแสดงความเห็นร่วมพิจารณาคัดเลือก หรือแม้แต่เลือกตั้งมา หากรัฐสภามาคัดกรองอีกครั้งหนึ่ง การตัดสินสุดท้าย ก็อยู่ที่รัฐสภาไม่ใช่การให้ประชาชนเป็นผู้เลือกโดยสมบูรณ์ เรายืนยันเรื่องนี้ ว่าต้องมี สสร. และต้องเชื่อมโยงกับประชาชน สุดท้ายให้ประชาชนเป็นคนตัดสินในการทำประชามติ

 

  • เสนอแบ่งที่มา กมธ. ยกร่าง ตามภูมิภาค-ความเชี่ยวชาญ ลดการครอบงำ

 

ต่อมา นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว สส. น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการฯ ผู้สงวนความเห็น อภิปรายว่า จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ห้ามมิให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง แต่พรรคเพื่อไทยเสนอให้เป็นการเลือกตั้งโดยอ้อม จึงไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยแน่นอน กรรมาธิการฯ ที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญ และกรรมาธิการรับฟังความเห็นฯ หากเป็นไปตามเสียงข้างมาก มีความสุ่มเสี่ยงจะถูกครอบงำชี้นำโดยรัฐสภาชุดต่อไปหลังการเลือกตั้ง

 

“ผู้ที่ครองเสียงข้างมากในสภาฯ ชุดที่ 27 และรัฐสภา บวกกับ สว. ที่มีอยู่ในปัจจุบัน นั่นแหละคือรัฐสภาชุดนั้น สามารถจะชี้นำครอบงำผู้จะมาเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญได้ แม้เราจะใช้สูตร 20 หยิบ 1 สุดท้ายก็เป็นไปตามเสียงข้างมาก และเสียงข้างมากทำ 2 อย่างในคราวเดียวกัน คือยกร่าง และเห็นชอบร่างเลยก่อนเสนอให้รัฐสภาพิจารณา เบ็ดเสร็จอยู่ในตัว 35 คน กำหนดประเทศได้” นพ. ชลน่านกล่าว

 

นพ. ชลน่านเสนอที่มาของกรรมาธิการฯ 35 คน แบ่งออกเป็นที่มาตามสัดส่วนภูมิภาค 20 คน แบ่งตามความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ เช่น ด้านกฎหมาย 5 คน ด้านรัฐศาสตร์ หรือรัฐประศาสนศาสตร์ 5 คน เคยมีประสบการณ์ทางการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดิน หรือการร่างรัฐธรรมนูญ 5 คน กำหนดคุณสมบัติไว้ให้มีผู้มาสมัคร และให้รัฐสภาคัดเลือก

 

นพ. ชลน่านเสนอด้วยว่า ในการเห็นชอบกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ 1 คน ต้องได้รับเสียงเห็นชอบจากรัฐสภา โดยเสียงต้องเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา โดยต้องมี สว. เห็นชอบด้วย ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 หรือ 40 คน และต้องมีเสียงเห็นชอบจากสมาชิกฝ่ายค้าน ไม่น้อยกว่า 20% เหมือนกับการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 256/1

The post กมธ. สัดส่วนเพื่อไทยเสนอฟื้น สสร. ใช้สูตรรัฐสภาเลือก กมธ. ร่างรัฐธรรมนูญ 25 ให้องค์กรวิชาชีพเสนอเพิ่ม 10 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภราดรเสนอให้รัฐสภาส่งคำถามประชามติให้ ครม. ดำเนินการหลังรัฐสภาพิจารณารัฐธรรมนูญวาระ 2 แล้วเสร็จ https://thestandard.co/paradorn-referendum-question-proposal/ Wed, 10 Dec 2025 04:37:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1153087 ภราดรเสนอให้รัฐสภาส่งคำถามประชามติให้ ครม. ดำเนินการหลังรัฐสภาพิจารณารัฐธรรมนูญวาระ 2 แล้วเสร็จ

วันนี้ (10 ธันวาคม) ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที […]

The post ภราดรเสนอให้รัฐสภาส่งคำถามประชามติให้ ครม. ดำเนินการหลังรัฐสภาพิจารณารัฐธรรมนูญวาระ 2 แล้วเสร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภราดรเสนอให้รัฐสภาส่งคำถามประชามติให้ ครม. ดำเนินการหลังรัฐสภาพิจารณารัฐธรรมนูญวาระ 2 แล้วเสร็จ

วันนี้ (10 ธันวาคม) ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 สมัยวิสามัญ เป็นพิเศษ วาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช …. ที่มี วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธานในที่ประชุม ได้แจ้งต่อที่ประชุม รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ. 2568

 

จากนั้นในช่วงการหารือ ภราดร ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า วันนี้จะมีการยื่นญัตติด่วนเพื่อให้รัฐสภามีมติยื่นไปที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับการทำประชามติครั้งที่ 1 เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลารอการลงมติในวาระที่ 3 ซึ่งหลังจากการพิจารณาวาระที่ 2 เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ขอให้เพื่อนสมาชิกร่วมกันพิจารณายตญัตด่วน เพื่อให้รัฐบาลได้ทำคำถามประชามติครั้งที่ 1 เสียก่อน

 

โดยหลังจากลงมติในวาระที่ 3 ในสิ้นเดือนนี้หรือต้นเดือนมกราคม 2569 ประธานรัฐสภาอาจจะให้สภาฯ พิจารณาเรื่องคำถาม เพื่อส่งให้รัฐบาลทำคำถามประชามติที่ 2 ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งสามารถทำได้ ตนเองได้มีการเสนอญัตติต่อรัฐสภาไว้แล้ว รอบรรจุระเบียบวาระ หากไม่ขัดข้องขอให้บรรจุระเบียบวาระและพิจารณาในญัตติด่วนหลังจากที่พิจารณาวาระที่ 2 เสร็จสิ้นในวันพรุ่งนี้ด้วย

 

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ข้อหารือของภราดรตรงกับข้อเรียกร้องของพรรคเพื่อไทยที่เรียกร้องให้สร้างหลักประกันให้กับสังคมไทยด้วยกัน ให้รัฐบาลส่งคำถามประชามติคำถามที่ 1 ไปยัง กกต.โดยทันทีเพื่อยืนยันว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่สะดุดติดขัดหรือเดินหน้า สุดท้ายในวันที่มีการเลือกตั้งจะต้องมีคำถามประชามติคำถามที่ 1 ถามประชาชนว่าต้องการให้มีร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ หากในวันที่มีการลงมติประชาชนเห็นชอบ สิ่งที่ประชาชนจะได้คือหลักประกันว่า หลังจากมีรัฐบาลชุดใหม่ มีสภาฯ ชุดใหม่แล้ว กระบวนการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องเกิดขึ้นเพราะมีประชามติของประชาชนเป็นหลังพิง

 

สำหรับข้อเสนอของภราดรให้มีการพิจารณาญัตติด่วนหลังจบวาระที่ 2 เพื่อส่งคำถามที่ 1 ไปยังรัฐบาล พรรคเพื่อไทยไม่ขัดข้อง แต่เป็นการทำงานที่เกินกว่าความจำเป็นหรือไม่ เพราะอำนาจของ ครม.มีอยู่แล้วในการส่งคำถามประชามติไม่ต้องมาถามสภาฯ สามารถส่งคำถามที่ 1 ควรจะมีร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ที่ กกต.ได้เลย

 

“การประชุม ครม. เมื่อวานนี้ (9 ธันวาคม) สามารถดำเนินการได้ แต่กลับไม่ดำเนินการ จะมาผลักภาระให้กับรัฐสภา ผมไม่ติดขัด แต่กฎหมายก็เปิดช่องอยู่แล้ว พ.ร.บ.ประชามติ ให้อำนาจกับ ครม.และรัฐสภา” จุลพันธ์กล่าว

 

ต่อมาภราดรกล่าวอีกว่า เรื่องการทำประชามติครั้งที่ 1 เห็นตรงกันกับจุลพันธ์ และนายกรัฐมนตรีว่า ครม. สามารถตั้งคำถามประชามติครั้งที่ 1 ได้เพียงแต่สอบถามไปยังกฤษฎีกา ซึ่งตอบกลับมายัง ครม.และจะมีหนังสือส่งตามมาให้ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ กฤษฎีกาในฐานะที่ปรึกษากฎหมายของรัฐบาลทักท้วงว่าอาจจะขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ แม้ว่ากฎหมายประชามติจะอนุญาตให้ ครม.ทำได้ แต่กฤษฎีกาทักท้วงว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามคำวินิจฉัยของศาลให้เริ่มต้นจากรัฐสภาก็ควรให้รัฐสภาเสนอคำถามต่อ ครม.เพื่อให้ดำเนินการต่อไป ครม.ต้องทำให้เกิดความรอบคอบถูกต้องตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และตามข้อเสนอแนะของกฤษฎีกา

The post ภราดรเสนอให้รัฐสภาส่งคำถามประชามติให้ ครม. ดำเนินการหลังรัฐสภาพิจารณารัฐธรรมนูญวาระ 2 แล้วเสร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ขัตติยา ชี้ กมธ.ตีตกข้อเสนอ ‘สสร.’ เพื่อไทยกังวลไม่ยึดโยงประชาชน https://thestandard.co/kattiya-pheu-thai-proposal-rejected/ Sun, 16 Nov 2025 05:56:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1143856 ขัตติยา ชี้ กมธ. ตีตกข้อเสนอ ‘สสร.’ เพื่อไทย กังวลไม่ยึดโยงประชาชน

วันนี้ (16 พฤศจิกายน) ขัตติยา สวัสดิผล รองเลขาธิการพรรค […]

The post ขัตติยา ชี้ กมธ.ตีตกข้อเสนอ ‘สสร.’ เพื่อไทยกังวลไม่ยึดโยงประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ขัตติยา ชี้ กมธ. ตีตกข้อเสนอ ‘สสร.’ เพื่อไทย กังวลไม่ยึดโยงประชาชน

วันนี้ (16 พฤศจิกายน) ขัตติยา สวัสดิผล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ แถลงความคืบหน้าการทำงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (แก้ไขเพิ่มเติม) โดยเปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมาธิการได้พิจารณาไปแล้วประมาณ 14 มาตรา จากทั้งหมดกว่า 30 มาตรา และในฐานะที่ดิฉันเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการ ขอรายงานความคืบหน้าว่า ขณะนี้กรรมาธิการได้พิจารณาไปแล้วประมาณ 14 มาตรา จากทั้งหมด 30 กว่ามาตราในร่าง

 

ขัตติยา แสดงความกังวลต่อมติของกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยในการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. (สภาร่างรัฐธรรมนูญ) เพื่อทำงานคู่กับกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งที่พรรคเพื่อไทยเห็นว่า สสร. เป็นกลไกที่ผูกพันกับประชาชนมากกว่า สะท้อนความหลากหลาย และสร้างการมีส่วนร่วมได้จริง

 

ขัตติยา กล่าวต่อว่า แม้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยจะตกไปตอนพิจารณาวาระ 1 ก็ตาม แต่เราก็เห็นว่า การมี สสร. นั้นมีข้อดีอยู่มาก เพราะเป็นรูปแบบการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ ‘เป็นที่ผูกพันกับประชาชน’ และสะท้อนความหลากหลายของสังคม พร้อมย้ำถึงความสำเร็จของ สสร. ปี 2540 ที่สร้างการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง และสร้างความน่าเชื่อถือในกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญ และสสร. ยังเป็นกลไกที่สาธารณชนคุ้นเคย และช่วยสร้างความเชื่อมั่นในความเป็นอิสระ ไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของสภาใด เป็นการลดข้อกังขาว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อคนกลุ่มใดโดยเฉพาะ

 

อย่างไรก็ดี ข้อเสนอนี้ไม่ผ่านความเห็นชอบในชั้น กมธ. โดย กมธ. เสียงข้างมากเลือกใช้กลไก ‘กมธ.ยกร่าง’ เพียงระดับเดียว มีสมาชิก 35 คน มาจากการเสนอชื่อแบบ ‘20 หยิบ 1’ (สมาชิก 20 คนเสนอชื่อได้ 1 คน) และตั้ง ‘กมธ.รับฟังความคิดเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญ’ อีก 35 คน ซึ่งคัดเลือกโดยรัฐสภาจากบัญชีรายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับการคัดเลือก

 

โดยพรรคเพื่อไทยยังมีความกังวลว่า โครงสร้างทั้งสองชุดไม่มีความยึดโยงกับประชาชนเหมือน สสร. ไม่สะท้อนความหลากหลายและการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องคุณสมบัติของกรรมาธิการ เพราะไม่ได้มีที่มาจากการเลือกตั้งทางอ้อมของประชาชนเหมือน สสร.

 

ขัตติยา กล่าวอีกว่าในสัปดาห์หน้า พรรคเพื่อไทยจะผลักดันให้ปรับที่มาของกรรมาธิการให้ยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงที่กลุ่มการเมืองอาจจัดตั้ง เพื่อควบคุมกระบวนการ เช่นกรณีฮั้ว ที่เพิ่งเกิดขึ้น

 

ส่วนประเด็นที่พรรคเพื่อไทยถูกกล่าวหาว่าจงใจถ่วงเวลากระบวนการแก้รัฐธรรมนูญ ขัตติยาปฏิเสธ พร้อมกล่าวว่า “ถือเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงเป็นอย่างมาก ไม่มีเหตุผลอะไรที่พรรคเพื่อไทยต้องถ่วงเวลา เพราะถ้าดูจากอดีต พรรคเพื่อไทยเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญปี 2560 ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งปี 2566 แล้ว สาเหตุของความล่าช้าอาจมาจาก พรรคการเมืองบางพรรคจงใจใช้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็น ‘ตัวประกัน’ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการไม่ให้มีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่

 

“หากย้อนประวัติศาสตร์การเมืองไทย ไม่มีพรรคใดได้รับผลกระทบจากกลไกที่ไม่เป็นประชาธิปไตยมากเท่าพรรคเพื่อไทย แต่เรายังคงต่อสู้และผลักดันรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ย่อท้อ” ขัตติยา กล่าว

 

รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทยยังคงเรียกร้องให้เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อให้กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญเดินหน้าได้ทันกำหนดก่อนการยุบสภาตามข้อตกลงบันทึกความเข้าใจร่วม (MOA : บันทึกความเข้าใจร่วมกัน) และให้สามารถจัดประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งทั่วไปได้ตามแผน

 

ขัตติยา ทิ้งท้ายว่า พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายจริงใจและจริงจังร่วมกันแก้ไขกติกาสำคัญของประเทศในโอกาสที่มาถึงในครั้งนี้ และขอเรียกร้องเพื่อนๆ สมาชิกรัฐสภาที่ประกาศว่า มีความมุ่งมั่นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญกว่าใคร ให้ความสำคัญและเรียกร้องความรับผิดชอบจากพรรคการเมืองบางพรรคและสมาชิกรัฐสภาที่เกี่ยวข้อง ในฐานะที่มีข้อตกลงร่วมกันว่าจะผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แลกกับความไว้วางใจโดยไปสนับสนุนคุณอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้สำเร็จ และอย่าให้ข้อตกลงนั้น กลายเป็นความสูญเปล่า และสร้างความผิดหวังให้ประชาชนไปมากกว่านี้

The post ขัตติยา ชี้ กมธ.ตีตกข้อเสนอ ‘สสร.’ เพื่อไทยกังวลไม่ยึดโยงประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุล​พันธ์​ จ่อหารือ​ผู้นำฝ่ายค้าน​ ปมยื่นซักฟอก​-​แก้รัฐธรรมนูญ มอง ปชน. ยังไม่ชัด​ หลัง​ศิริกัญญา​-​โรม-รักชนก​ เห็นต่าง https://thestandard.co/chulaphan-opposition-charter-split/ Mon, 10 Nov 2025 10:13:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1141726 จุลพันธ์ จ่อหารือผู้นำฝ่ายค้าน ปมยื่นซักฟอก-แก้รัฐธรรมนูญ มอง ปชน. ยังไม่ชัด หลัง ศิริกัญญา-โรม-รักชนก เห็นต่าง

วันนี้ (10 พฤศจิกายน) จุลพันธ์​ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเ […]

The post จุล​พันธ์​ จ่อหารือ​ผู้นำฝ่ายค้าน​ ปมยื่นซักฟอก​-​แก้รัฐธรรมนูญ มอง ปชน. ยังไม่ชัด​ หลัง​ศิริกัญญา​-​โรม-รักชนก​ เห็นต่าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุลพันธ์ จ่อหารือผู้นำฝ่ายค้าน ปมยื่นซักฟอก-แก้รัฐธรรมนูญ มอง ปชน. ยังไม่ชัด หลัง ศิริกัญญา-โรม-รักชนก เห็นต่าง

วันนี้ (10 พฤศจิกายน) จุลพันธ์​ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย​ กล่าวถึงกรณี​การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังจาก ศิริกัญญา​ ตันสกุล​ สส. บัญชีรายชื่อ ออกมาระบุว่า ปัญหาของรัฐบาลขณะนี้ยังไม่ร้ายแรงพอที่จะยื่นซักฟอกว่า ได้มีการนัดพูดคุยกัน อย่างไม่เป็นทางการ กับ ณัฐพงษ์​ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในเร็วๆ นี้ โดยจะมีการพูดคุยในหลายๆ เรื่องทั้งกรอบการร่างรัฐธรรมนูญ และการยื่นญัตติต่างๆ ว่างานสภาจะสามารถร่วมมือกันได้อย่างไร​

 

ส่วนที่ศิริกัญญาออกมาพูดในลักษณะเช่นนั้น ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร เนื่องจากสัญญาณความใกล้กัน ของพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทยมีมาสักพักแล้ว เพียงแต่หากมีการตั้งคำถามถึงรัฐบาลทำความเสียหายรุนแรงแล้วหรือไม่​ กระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากมีอะไรที่ทำให้เกิดข้อสงสัย หรือเสียหายกับประเทศ กระบวนการตรวจสอบของฝ่ายค้านก็คงหยุดไม่ได้

 

จุลพันธ์ยังกล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยมีเสียงเกินกว่า 100 เสียง ฉะนั้นจะต้องพิจารณากันภายในพรรคก่อน แต่หากจะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจจริงๆ ก็ต้องหารือร่วมกัน ว่าพรรคประชาชนนั้นคิดเห็นอย่างไร เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นเพียงความเห็นของศิริกัญญาคนเดียวเท่านั้น สวนทางกับที่ รังสิมันต์​ โรม สส.บัญชีรายชื่อ​ และ รักชนก​ ศรีนอก สส. กทม.​ ที่ออกมาตรวจสอบปัญหาต่างๆ ทั้งสแกมเมอร์ รวมถึงเรื่องต่างๆ และระบุว่าขณะนี้เกิดความเสียหายมากแล้ว

 

ขณะที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ์ โฆษกพรรคก็ออกมาระบุว่า จะยื่นซักฟอกรัฐบาลหากไม่มีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ​ จึงต้องรับฟังความเห็นให้รอบด้าน ดังนั้น จึงอยากให้พรรคประชาชนทำให้เกิดความชัดเจน ขอให้ลองคุยกันก่อน แล้วค่อยนำมาหารือในวันที่จะพบกันกับตน เพื่อทราบถึงทิศทางว่าพรรคประชาชนนั้นคิดอย่างไร

 

ขณะเดียวกัน จุลพันธ์​ยังกล่าวย้ำว่า เรื่องความเสียหาย​ กรณี ฮั้ว สว. และคดีเขากระโดง​ จะบอกว่าไม่เกิดความเสียหายกับประเทศก็ไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่าพรรคประชาชนนั้นเชื่อหรือไม่ ว่ามีความผิดปกติในการคัดเลือก สว.​ และการยึดครองพื้นที่เขากระโดง ซึ่งก็ต้องไปพิจารณาดูเอง

 

เมื่อถามว่า หากพรรคประชาชนเห็นสวนทางกัน​ พรรคเพื่อไทยจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยไม่ขอความเห็นจากพรรคประชาชนหรือไม่​ จุลพันธ์ยอมรับว่า ถูกต้อง​ เพราะไม่ได้ยึดติดอยู่ภายใต้ข้อจำกัดนั้น อย่างที่บอกเป็นพรรคฝ่ายค้าน และไม่ได้อยู่ในกระบวนการ MOA​ จึงไม่ได้มีข้อจำกัดในการเลือกนายกรัฐมนตรี การตัดสินใจจึงเป็นอิสระและต้องดูผลประโยชน์สูงสุด รวมถึงความพร้อมของข้อมูลที่มี และดูความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศว่าจะดำเนินการอย่างไร

The post จุล​พันธ์​ จ่อหารือ​ผู้นำฝ่ายค้าน​ ปมยื่นซักฟอก​-​แก้รัฐธรรมนูญ มอง ปชน. ยังไม่ชัด​ หลัง​ศิริกัญญา​-​โรม-รักชนก​ เห็นต่าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิสิษฐ์ชี้แจงปมองค์ประชุม กมธ. ล่ม สว. ไม่กล้าโหวต เหตุกังวลร่างรัฐธรรมนูญคลุมเครือ-ที่มา สสร. ขัดคำวินิจฉัยศาลฯ https://thestandard.co/pisit-clarified-the-issue/ Sat, 08 Nov 2025 07:05:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1141012 พิสิษฐ์ชี้แจงปมองค์ประชุม กมธ. ล่ม สว. ไม่กล้าโหวต เหตุกังวลร่างรัฐธรรมนูญคลุมเครือ-ที่มา สสร. ขัดคำวินิจฉัยศาลฯ

วันนี้ (8 พฤศจิกายน) พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา […]

The post พิสิษฐ์ชี้แจงปมองค์ประชุม กมธ. ล่ม สว. ไม่กล้าโหวต เหตุกังวลร่างรัฐธรรมนูญคลุมเครือ-ที่มา สสร. ขัดคำวินิจฉัยศาลฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิสิษฐ์ชี้แจงปมองค์ประชุม กมธ. ล่ม สว. ไม่กล้าโหวต เหตุกังวลร่างรัฐธรรมนูญคลุมเครือ-ที่มา สสร. ขัดคำวินิจฉัยศาลฯ

วันนี้ (8 พฤศจิกายน) พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ (แก้ไขเพิ่มเติม) รัฐสภา เปิดเผยว่า ประเด็นหลักที่ทางวุฒิสภากังวล คือ ที่มาของสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่จะต้องไม่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน เพื่อไม่ให้ขัดแย้งกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568

 

ส่วนกรณีที่องค์ประชุมล่มเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พิสิษฐ์อธิบายว่า เกิดจากความไม่ชัดเจนในที่ประชุมว่าจะใช้ร่างของ พริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นหลักหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นสำคัญว่า จะให้ สสร. มาจากการเลือกตั้งโดยตรง หรือให้ประชาชนสมัครแล้วรัฐสภาเลือก

 

เมื่อยังไม่มีความชัดเจน สว. หลายท่านจึงยังไม่กล้าโหวต และตนได้ขอให้พักการประชุมเพื่อหาข้อสรุป แต่ทางพรรคเพื่อไทยและเสียงส่วนใหญ่ต้องการให้โหวตเลย เมื่อประธานนับองค์ประชุม สมาชิกจึงไม่ครบ จึงต้องปิดการประชุมไป

 

พิสิษฐ์ยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาเตะถ่วงใดๆ ทั้งสิ้น สามารถไปดูบันทึกการประชุมได้ เราเข้าเกินครึ่งทุกครั้ง สิ่งที่เรากังวลคือต้องยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลัก ที่ สว. ไม่กล้าโหวต เพราะร่างของพริษฐ์มีความเชื่อมโยงกันหลายมาตรา ไม่สามารถอ่านแล้วเข้าใจได้ทันที ทำให้ สว. กังวล แต่ก็มั่นใจว่าในวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ ทางสภาจะให้ความร่วมมือแน่นอน

 

พิสิษฐ์ยังกล่าวถึงกรอบระยะเวลา กมธ. คาดว่าจะพิจารณาให้เสร็จภายในวันที่ 18-19 พฤศจิกายนนี้ เพื่อให้ทันเสนอเปิดประชุมวิสามัญในวันที่ 8-9 ธันวาคม และประชุมร่วมเพื่อโหวตวาระ 3 ให้ได้ในช่วงวันที่ 24-26 ธันวาคม ก่อนเทศกาลปีใหม่

 

“ทางประธานวุฒิสภา ท่านก็ขอความร่วมมือให้ทุกกรรมาธิการงดเดินทางไปต่างประเทศ เผื่อมีการเปิดประชุมร่วมเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ” พิสิษฐ์กล่าว

The post พิสิษฐ์ชี้แจงปมองค์ประชุม กมธ. ล่ม สว. ไม่กล้าโหวต เหตุกังวลร่างรัฐธรรมนูญคลุมเครือ-ที่มา สสร. ขัดคำวินิจฉัยศาลฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภราดรชี้ร่างรัฐธรรมนูญ ปชน. เปลี่ยนแปลงได้ รับกฎหมายประชามติประกาศใช้ช่วยสภามีเวลามากขึ้น มั่นใจนายกฯไม่ยุบสภาก่อน 31 ม.ค. 69 https://thestandard.co/paradorn-pm-wont-dissolve-before-31-jan/ Tue, 21 Oct 2025 07:25:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1133349 ภราดร ชี้ ร่างรัฐธรรมนูญ ปชน. เปลี่ยนแปลงได้ รับ กฎหมายประชามติ ประกาศใช้ ช่วย สภา มีเวลามากขึ้น มั่นใจ นายกฯ ไม่ยุบ สภา ก่อน 31 ม.ค. 69

วันนี้ (21 ตุลาคม) ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำน […]

The post ภราดรชี้ร่างรัฐธรรมนูญ ปชน. เปลี่ยนแปลงได้ รับกฎหมายประชามติประกาศใช้ช่วยสภามีเวลามากขึ้น มั่นใจนายกฯไม่ยุบสภาก่อน 31 ม.ค. 69 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภราดร ชี้ ร่างรัฐธรรมนูญ ปชน. เปลี่ยนแปลงได้ รับ กฎหมายประชามติ ประกาศใช้ ช่วย สภา มีเวลามากขึ้น มั่นใจ นายกฯ ไม่ยุบ สภา ก่อน 31 ม.ค. 69

วันนี้ (21 ตุลาคม) ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พ.ศ. … (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 156 มาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ใช้ร่างของพรรคประชาชนเป็นร่างหลัก ประกอบกับประธานคณะกรรมาธิการฯที่มาจากพรรคประชาชน เป็นห่วงว่าการแก้ไขจะสุ่มเสี่ยงขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่

 

ภราดรกล่าวว่า เมื่อสภามติให้ใช้ร่างของพรรคประชาชนเป็นหลักก็ต้องเป็นไปตามมติของสภา ส่วนจะผ่านสภาในวาระ 3 ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมาธิการฯ จะพิจารณาอย่างไร ตนเคยอภิปรายแล้วว่าทางรัฐสภามีข้อกังวลหลายส่วน แม้แต่ร่างของพรรคภูมิใจไทยเองรัฐสภาก็มีข้อกังวล แต่ประเด็นใดที่สมาชิกมีความกังวล เราก็จะไปแก้ไขในชั้นกรรมาธิการ

 

ขณะที่ ร่างของพรรคประชาชนที่สมาชิกรัฐสภาเป็นกังวล เช่น ประเด็นว่าขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ เกี่ยวกับการได้มาซึ่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จากการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคประชาชนบอกว่าการเลือกตั้งโดยตรง แต่การทำหน้าที่ไม่ใช่เป็นผู้ร่างเป็นเพียงที่ปรึกษาของผู้ยกร่างเท่านั้น

 

นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเรื่องที่ไม่มีการระบุไว้ ว่าห้ามให้ สสร. ที่กำลังจะจัดตั้งขึ้นแก้ไขในหมวด 1 และหมวด 2 นี่คือสองข้อกังวลหลักๆ ที่พรรคภูมิใจไทยจะแสดงความเห็นในชั้นกรรมาธิการว่า สองประเด็นนี้อาจเป็นอุปสรรคใหญ่ในการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ และจะทำให้ร่างผ่านหรือไม่ในวาระ 3 ดังนั้น กรรมาธิการต้องไปพิจารณาว่าหากมีสองเรื่องนี้ก็จะเป็นข้อกังวลได้

 

เมื่อถามว่า แม้ร่างของพรรคประชาชนจะเป็นร่างหลัก แต่สามารถแปรญัตติให้คลายความกังวลได้ใช่หรือไม่ ภราดรกล่าวว่า ทุกร่างมีการระบุว่าจะทำอะไร แต่เป็นเพียงหลักการกว้างๆว่าจะให้เพิ่มเติมหมวด 15/1

 

ส่วนมีปัจจัยอื่นที่จะทำให้รัฐธรรมนูญไม่แล้วเสร็จตาม MOA หรือไม่ ภราดรกล่าวว่านายกรัฐมนตรีระบุแล้วว่าจะยุบสภา 31 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นไทม์ไลน์เดิมที่ตั้งเอาไว้ และเลือกตั้งใหม่ภายใน 45 วัน ไม่เกิน 60 วัน ดังนั้น การเลือกตั้งจะมีขึ้นไม่วันที่ 22 มีนาคม 69 ก็เป็นวันที่ 29 มีนาคม 69 ซึ่งการทำประชามติต้องทำวันเดียวกับวันเลือกตั้ง

 

ดังนั้น การลงประชามติก็จะนับย้อนหลังว่าจะทำวันไหน และรัฐบาลต้องออกคำถามประชามติวันที่เท่าไหร่ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายประชามติฉบับใหม่ ซึ่งได้แก้ไขใหม่เป็น 60-150 วัน ร่นมาจากเดิม 90 วัน ทำให้เวลาของรัฐสภาเพิ่มขึ้นอีก 2-3 สัปดาห์ จึงเชื่อว่าจะทำงานได้ทัน อย่างไรก็ตาม กรอบของการทำประชามติถ้าเป็นแบบนี้ ตนค่อนข้างมั่นใจว่าในชั้นกรรมาธิการจะพิจารณาแล้วเสร็จภายในกำหนดได้

 

ส่วนคำถามประชามตินั้น มีการกำหนดไว้อยู่แล้วด้วยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และคิดว่าในส่วนของรัฐสภาไม่น่าจะมีปัญหา เพราะทุกส่วนเห็นพ้องกันว่าต้องเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

ส่วนการยุบสภา ภราดรกล่าวว่า ยุบสภาน่าจะไม่มี เพราะนายกรัฐมนตรีประกาศแล้วตามกำหนดเวลา 4 เดือน และนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้ส่งสัญญาณอะไร ท่านพูดถึงหากมีอุบัติเหตุเฉยๆ แต่ไทม์ไลน์เดิมคือ 31 มกราคม 2569

The post ภราดรชี้ร่างรัฐธรรมนูญ ปชน. เปลี่ยนแปลงได้ รับกฎหมายประชามติประกาศใช้ช่วยสภามีเวลามากขึ้น มั่นใจนายกฯไม่ยุบสภาก่อน 31 ม.ค. 69 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินชี้ยุบสภาเป็นอำนาจนายกฯ ‘ถ้าไปไม่ไหว’ พร้อมคืนอำนาจให้ประชาชน https://thestandard.co/anutin-on-pm-dissolution-power/ Mon, 20 Oct 2025 12:27:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1133088 อนุทิน ชี้ ยุบสภา เป็น อำนาจ นายกฯ ‘ถ้าไปไม่ไหว’ พร้อม คืน อำนาจ ให้ ประชาชน

วันนี้ (20 ตุลาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐ […]

The post อนุทินชี้ยุบสภาเป็นอำนาจนายกฯ ‘ถ้าไปไม่ไหว’ พร้อมคืนอำนาจให้ประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชี้ ยุบสภา เป็น อำนาจ นายกฯ ‘ถ้าไปไม่ไหว’ พร้อม คืน อำนาจ ให้ ประชาชน

วันนี้ (20 ตุลาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงโอกาสที่จะยุบสภาในช่วงต้นเดือนธันวาคม ว่า เรื่องยุบสภาเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี

 

“ผมต้องบอกคุณเหรอว่า จะยุบเมื่อไร มันเป็นอำนาจของผม ถ้าผมอยากจะหนีผมก็หนี ถ้าผมอยากอยู่ ผมก็อยู่ เพราะผมรู้ว่า วันสุดท้ายถึงวันไหน แต่ถ้าดูแล้วไม่ไหว ก็ยังเหลืออำนาจของความเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่” อนุทินกล่าว

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากชิงยุบสภาก่อนร่างรัฐธรรมนูญก็ยังไม่แล้วเสร็จ อนุทินกล่าวว่า ถ้าถึงวันนั้นให้ประชาชนตัดสิน พร้อมย้ำว่า อำนาจนายกรัฐมนตรียังมีอยู่ เพราะเกิดไปไม่ไหวจริงๆ ก็คืนอำนาจให้ประชาชน เป็นสิ่งที่ปฏิบัติทั่วไปในระบอบประชาธิปไตย

 

ส่วนจะทำให้พรรคประชาชนออกมาโวยหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ตนก็พยายามรักษาตามสัญญา MOA ที่เราลงนามไว้ ถ้ามีปัจจัยอื่นขึ้นมาก็ต้องช่วยกัน วันนี้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านวาระหนึ่งไปแล้ว ไปถึงการตั้งกรรมาธิการฯ แล้ว ถือว่า กระบวนการนับ 3 นับ 4 แล้ว และเมื่อถึงเวลาอันควรก็นำไปสู่กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

The post อนุทินชี้ยุบสภาเป็นอำนาจนายกฯ ‘ถ้าไปไม่ไหว’ พร้อมคืนอำนาจให้ประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ด่านต่อไปร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ ‘พรรคประชาชน’ เปิดชื่อกรรมาธิการวิสามัญ https://thestandard.co/charter-amendment-vote-pp-pt-principle/ Fri, 17 Oct 2025 13:44:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1132114

ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้มีมติรับหลักการร่างแก้ไขเพิ […]

The post ด่านต่อไปร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ ‘พรรคประชาชน’ เปิดชื่อกรรมาธิการวิสามัญ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้มีมติรับหลักการร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย ขณะที่ร่างของพรรคเพื่อไทยได้รับเสียงเห็นชอบจาก สว. ไม่ถึง 1 ใน 3 ของจำนวน สว. ทั้งหมด จึงถูกตีตก และที่ประชุมได้เห็นชอบให้ใช้ร่างของพรรคประชาชนเป็นร่างหลักในการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะส่งกลับมาให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ซึ่งจะมีการประชุมนัดแรกในวันนี้ (20 ตุลาคม)

 

สำหรับกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วยสมาชิกจากทั้ง 2 สภา คือทั้ง สส. และ สว. จำนวน 43 คน 

 

ในจำนวนนั้น สส. แบ่งออกเป็นสัดส่วนตามพรรคการเมืองจำนวน 31 คน ส่วน สว. แบ่งเป็นตัวแทนจาก กมธ. การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค 1 คน และอีก 11 คน มาจากการจับสลากเลือกตัวแทนกันภายในกรรมาธิการของวุฒิสภาทั้ง 35 คณะ

 


 

รัฐสภารับหลักการ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ วาระ 1 ร่างพรรคประชาชน ร่างพรรคภูมิใจไทย ร่างพรรคเพื่อไทย ตีตก ร่างหลักชั้นกรรมาธิการ

รัฐสภารับหลักการ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ วาระ 1 ร่างพรรคประชาชน ร่างพรรคภูมิใจไทย ร่างพรรคเพื่อไทย ตีตก ร่างหลักชั้นกรรมาธิการ

รัฐสภารับหลักการ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ วาระ 1 ร่างพรรคประชาชน ร่างพรรคภูมิใจไทย ร่างพรรคเพื่อไทย ตีตก ร่างหลักชั้นกรรมาธิการ

สว แก้รัฐธรรมนูญ

รัฐสภารับหลักการ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ วาระ 1 ร่างพรรคประชาชน ร่างพรรคภูมิใจไทย ร่างพรรคเพื่อไทย ตีตก ร่างหลักชั้นกรรมาธิการ

 

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย

The post ด่านต่อไปร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ ‘พรรคประชาชน’ เปิดชื่อกรรมาธิการวิสามัญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกส่งหนังสือด่วนถึง กกต. จ่อนำคณะถกประชามติรธน. และ ยกเลิก MOU สัปดาห์หน้า https://thestandard.co/pm-ec-discuss-mou-referendum/ Fri, 17 Oct 2025 07:52:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1131905 นายกส่งหนังสือด่วนถึง กกต. จ่อนำคณะถกประชามติ ยกเลิก MOU สัปดาห์หน้า

วันนี้ (17 ตุลาคม) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวท […]

The post นายกส่งหนังสือด่วนถึง กกต. จ่อนำคณะถกประชามติรธน. และ ยกเลิก MOU สัปดาห์หน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกส่งหนังสือด่วนถึง กกต. จ่อนำคณะถกประชามติ ยกเลิก MOU สัปดาห์หน้า

วันนี้ (17 ตุลาคม) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวทำเนียบรัฐบาลวันนี้ ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

 

ด้วยนายกรัฐมนตรีมีความประสงค์จะนำคณะเพื่อขอเข้าพบหารือแนวทางการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ และการยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและกัมพูชาว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก (MOU 43) และบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน (MOU 44) ในวันลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ในวันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2568 เวลา 09.00-11.00 น. ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

The post นายกส่งหนังสือด่วนถึง กกต. จ่อนำคณะถกประชามติรธน. และ ยกเลิก MOU สัปดาห์หน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
บวรศักดิ์ เผยข้อกังวลแก้รัฐธรรมนูญร่างประชาชน แตะหมวด 1-2 ชี้ให้รอดูสภาลงมติวาระ 3 ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ https://thestandard.co/bowornsak-concerns-court-constitutional-amendment/ Thu, 16 Oct 2025 06:43:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1131363 บวรศักดิ์ เผยข้อกังวลแก้รัฐธรรมนูญร่างประชาชน แตะหมวด 1-2 ชี้ให้รอดูสภาลงมติวาระ 3 ขัดคำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญ หรือไม่

วันนี้ (16 ตุลาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล บวรศักดิ์ อุวรรณโณ […]

The post บวรศักดิ์ เผยข้อกังวลแก้รัฐธรรมนูญร่างประชาชน แตะหมวด 1-2 ชี้ให้รอดูสภาลงมติวาระ 3 ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บวรศักดิ์ เผยข้อกังวลแก้รัฐธรรมนูญร่างประชาชน แตะหมวด 1-2 ชี้ให้รอดูสภาลงมติวาระ 3 ขัดคำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญ หรือไม่

วันนี้ (16 ตุลาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีข้อสังเกตหากรัฐบาลอยู่ไม่ครบ 4 เดือนจะกระทบกับไทม์ไลน์การแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า ไม่เกี่ยวกัน เป็นเรื่องของสภา แต่ถ้ามีการยื่นยุบสภาก่อน รัฐธรรมนูญถึงจะชะงัก แต่ถ้ารัฐธรรมนูญอยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) แล้วมีเหตุอื่น เปลี่ยนรัฐบาล สภาก็ดำเนินเรื่องไป แต่ถ้ายุบสภาก็จบ

 

แต่รัฐบาลใหม่ที่มาหลังจากการเลือกตั้ง สามารถขอให้สภาหยิบขึ้นมาพิจารณาได้ภายใน 60 วัน ส่วนพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติฉบับใหม่ที่นำขึ้นทูลเกล้าฯไปแล้ว ซึ่งจะครบ 90 วันในวันที่ 3 พ.ย.68 จะมีการโปรดเกล้าฯใด เราไปเดาไม่ได้ เป็นพระราชอำนาจ อย่าไปบังอาจเดาทีเดียว รู้แต่ว่าถ้าใช้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 ไทม์ไลน์ก็เร็วขึ้น แต่ถ้าใช้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติฉบับใหม่ และลงมาก่อนวันที่ 3 พฤศจิกายนไทม์ไลน์ก็เปลี่ยน รัฐสภาจะมีเวลามากขึ้นอีกเดือน

 

บวรศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องรัฐบาลสนับสนุนหรือไม่สนับสนุน หากจะถามเรื่องเนื้อหาการเมือง ให้ไปถามพรรคการเมือง หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) วุฒิสภา (สว.) รัฐบาลมีหน้าที่เดียวคือ เมื่อร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญผ่านรัฐสภาแล้ว รัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญบังคับให้รัฐบาลต้องไปขอประชามติว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ

 

คำถามแรกเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และคำถามที่สอง เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับรูปแบบ ขั้นตอนกระบวนการและหลักการพื้นฐานที่ปรากฏในร่างรัฐธรรมนูญที่ส่งมานี้หรือไม่ ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่เสร็จประชามติก็เหลือคำถามเดียว คือ เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ส่วนคำถามที่สอง จะทำได้ต่อเมื่อรัฐสภาเห็นชอบรัฐธรรมนูญแล้ว

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีครบ 90 วัน แล้วยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่า ด้วยการออกเสียงประชามติฉบับใหม่ลงมาจะเป็นอย่างไร บวรศักดิ์ กล่าวว่า ถ้า 90 วัน ไม่มีการพระราชทานลงมา เป็นเรื่องที่รัฐสภาต้องประชุมกันตามมาตรา 146 ของรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม อย่าไปตั้งสมมติอย่างนั้น รอความจริงก่อน และจากสถิติที่ผ่านมาส่วนใหญ่ล้วนโปรดเกล้าฯลงมาทั้งหมด เว้นแต่มีข้อขัดข้องทางเทคนิค เช่น ผิดพลาดทางถ้อยคำ

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่รัฐสภาเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนเป็นร่างหลัก สว. มีความกังวลว่า อาจจะเปิดโอกาสให้แก้หมวด 1 และหมวด 2 นั้น บวรศักดิ์ กล่าวว่า ต้องดูร่างที่รัฐสภาผ่านในวาระ 3 ส่วน วาระ 1 และ 2 ไม่สำคัญ เพราะกว่าจะถึงวาระ 3 จะแก้อะไรก็แก้ได้ หมวด 1 หมวด 2 ที่กังวลว่าจะขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ต้องดูร่างสุดท้ายที่สภาลงมติในวาระที่ 3

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีการไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ บวรศักดิ์ กล่าวว่า ถ้ามีการร้องศาลรัฐธรรมนูญ และอยู่ระหว่างการวินิจฉัย จะเอาเนื้อหารัฐธรรมนูญไปทำประชามติในวันที่ 29 มีนาคมไม่ได้ จะถามได้เพียงคำถามเดียวว่า เห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่ให้มีการเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) โดยตรงจากประชาชน จะทำอย่างไรให้ยึดโยงประชาชน บวรศักดิ์ กล่าวว่า มีหลายทาง ศาลบอกไม่ให้เลือกตั้งโดยตรง ก็ใช้เลือกตั้งโดยอ้อม ส่วนที่มีวิจารณ์ว่าศาลวินิจฉัยเกินคำขอนั้น การห้ามศาลตัดสินเกินคำขอนั้นใช้ในกฎหมายแพ่งและกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นเรื่องบุคคล แต่จะมาใช้ในกฎหมายไม่ได้ เพราะกฎหมายมหาชนคุ้มครองสิทธิสาธารณะ เป็นเรื่องปกติ ไม่ได้ผิดปกติแต่อย่างใด

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หาก MOA มีการเปลี่ยนแปลงจะกระทบกับไทม์ไลน์แก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ บวรศักดิ์ กล่าวว่า ถ้า MOA ไม่เปลี่ยน ซึ่งไม่แน่ เพราะเหตุการณ์ทางการเมืองทั้งหมดเราไม่รู้ สื่อก็รู้ว่าการเมืองมันเปลี่ยนทุกวัน ไม่ได้เปลี่ยนทุกเดือน แต่วันนี้ก็คืออย่างนี้ ยังไม่มีเหตุให้เปลี่ยน

The post บวรศักดิ์ เผยข้อกังวลแก้รัฐธรรมนูญร่างประชาชน แตะหมวด 1-2 ชี้ให้รอดูสภาลงมติวาระ 3 ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภาวุ่นหลังร่างแก้ไข รธน. ของภูมิใจไทย เฉือนชนะร่างของประชาชนเพียง 5 คะแนน ได้เป็นร่างหลัก จนมีการลงมติใหม่ด้วยการขานชื่อ https://thestandard.co/parliament-vote-constitution-amendment-recount/ Wed, 15 Oct 2025 11:32:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1131060 parliament-vote-constitution-amendment-recount

วันนี้ (15 ตุลาคม) สมาชิกรัฐสภาถกเถียงกันต่อเนื่อง ภายห […]

The post สภาวุ่นหลังร่างแก้ไข รธน. ของภูมิใจไทย เฉือนชนะร่างของประชาชนเพียง 5 คะแนน ได้เป็นร่างหลัก จนมีการลงมติใหม่ด้วยการขานชื่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
parliament-vote-constitution-amendment-recount

วันนี้ (15 ตุลาคม) สมาชิกรัฐสภาถกเถียงกันต่อเนื่อง ภายหลังผลการลงมติว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใดจะเป็นร่างหลักในการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ระหว่างร่างของพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากร่างของพรรคเพื่อไทยได้ตกไปในชั้นรับหลักการ แต่ผลลงมติออกมาว่า ร่างของพรรคภูมิใจไทยได้คะแนนมากกว่าร่างของพรรคประชาชนเพียง 5 คะแนน

 

โดยจอแสดงผลในห้องประชุมรัฐสภา ปรากฏเป็น 290 คะแนนเท่ากัน แต่เมื่อนับรวมผู้ลงมติด้วยวาจาแล้ว ร่างของพรรคภูมิใจไทยได้คะแนนเสียง 297 เสียง ขณะที่ร่างของพรรคประชาชนได้รับคะแนนเสียง 292 เสียง

 

หลังจากนั้นได้มีตัวแทนจากพรรคการเมือง และสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ลุกขึ้นมาเพื่อขอให้ประธานสภาฯ เปิดให้สมาชิกรัฐสภาลงมติอีกครั้ง ซึ่งในบางช่วงได้ยินเสียงร้องโห่ดังขึ้นในห้องประชุม ทำให้ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ประธานในที่ประชุม ระบุว่า อาจจะมีการเริ่มนับคะแนนใหม่ ซึ่งต้องเป็นการนับแบบขานชื่อ 

 

ต่อมา กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นถามว่า การนับคะแนนใหม่ ต้องเป็นเพียงการนำคะแนนที่ลงมติไปแล้วมานับใหม่ ไม่ใช่เป็นการลงมติใหม่อีกครั้ง และขอเสนอญัตติให้ไม่ต้องมีการนับคะแนนอีก

 

ขณะที่ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นเห็นด้วยกับการลงคะแนนใหม่ ระบุว่า เนื่องจากต้องการเห็นความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะคะแนนที่ลงในครั้งแรกห่างกันไม่มาก ทำให้ประธานในที่ประชุมได้เริ่มต้นลงคะแนนใหม่แบบขานชื่อทันที

 

ทั้งนี้ ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 58 ระบุว่า เมื่อมีการออกเสียงลงคะแนน ถ้าสมาชิกรัฐสภาร้องขอให้มีการนับใหม่ โดยมีผู้รับรองไม่น้อยกว่าสี่สิบคน ก็ให้มีการนับคะแนนเสียงใหม่ และให้เปลี่ยนวิธีการลงคะแนนเป็นวิธีลงคะแนนอย่างเปิดเผย เว้นแต่คะแนนเสียงมีความต่างกันเกินกว่า 30 คะแนน จะขอให้มีการนับคะแนน เสียงใหม่มิได้

 

สภาฯ เดือด! ลงมติเลือก ร่างแก้ รธน. สภาฯ เดือด! ลงมติเลือก ร่างแก้ รธน. สภาฯ เดือด! ลงมติเลือก ร่างแก้ รธน. สภาฯ เดือด! ลงมติเลือก ร่างแก้ รธน. สภาฯ เดือด! ลงมติเลือก ร่างแก้ รธน. สภาฯ เดือด! ลงมติเลือก ร่างแก้ รธน. สภาฯ เดือด! ลงมติเลือก ร่างแก้ รธน.

The post สภาวุ่นหลังร่างแก้ไข รธน. ของภูมิใจไทย เฉือนชนะร่างของประชาชนเพียง 5 คะแนน ได้เป็นร่างหลัก จนมีการลงมติใหม่ด้วยการขานชื่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุสรณ์เปรียบรัฐธรรมนูญ 60 เป็นมือถือรุ่นเก่าอัปเดต-ปลดล็อกไม่ได้ ย้ำไม่เอาร่างกล่องสุ่ม รับไปก่อนแก้ทีหลัง https://thestandard.co/anusorn-old-phone-constitution/ Wed, 15 Oct 2025 03:59:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1130648 อนุสรณ์ เปรียบ รัฐธรรมนูญ 60 เป็น มือถือรุ่นเก่า อัปเดต-ปลดล็อกไม่ได้ ย้ำ ไม่เอาร่าง กล่องสุ่ม รับไปก่อน แก้ทีหลัง

วันนี้ (15 ตุลาคม) ในการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่ […]

The post อนุสรณ์เปรียบรัฐธรรมนูญ 60 เป็นมือถือรุ่นเก่าอัปเดต-ปลดล็อกไม่ได้ ย้ำไม่เอาร่างกล่องสุ่ม รับไปก่อนแก้ทีหลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุสรณ์ เปรียบ รัฐธรรมนูญ 60 เป็น มือถือรุ่นเก่า อัปเดต-ปลดล็อกไม่ได้ ย้ำ ไม่เอาร่าง กล่องสุ่ม รับไปก่อน แก้ทีหลัง

วันนี้ (15 ตุลาคม) ในการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 เพื่อเปิดทางให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในวาระแรก

 

อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายพร้อมระบุว่า ถ้าจะนับจํานวนรัฐธรรมนูญ ตนมั่นใจว่าประเทศเราอยู่ในกลุ่มผู้นํา และมีรัฐธรรมนูญไม่น้อยไปกว่าประเทศใด บางครั้งในการจัดลําดับประเทศที่มีรัฐธรรมนูญจํานวนมาก ขึ้นสูงสุดเป็นอันดับ 5 ขยับลงมาก็ยังติดอันดับ 10

 

“เราไม่ขาดรัฐธรรมนูญ แต่เราขาดรัฐธรรมนูญที่ดี เราขาดรัฐธรรมนูญที่สร้างพื้นที่และกระบวนการที่มีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน เราขาดรัฐธรรมนูญที่ยึดโยงกับพี่น้องประชาชน”

 

อนุสรณ์ยังระบุด้วยว่า วันนี้ที่ตนออกมาพูดเรื่องรัฐธรรมนูญก็จะมีคนตั้งคําถาม ว่าให้เอาเวลาไปทําเรื่องอื่นก่อนดีหรือไม่ เพราะปัญหาประเทศชาติวิกฤต คําถามนี้เป็นสิ่งที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ตอบกันหลายครั้ง ว่าทุกปัญหาของประเทศและวิกฤตของชาติสามารถแก้ไขไปได้พร้อมๆ

 

ฉะนั้น ไม่จําเป็นว่าการแก้รัฐธรรมนูญ ระหว่างการบริหารประเทศ ซึ่งตนอยากตั้งหัวข้อการอภิปรายวันนี้ว่า ‘เพื่อไทยนักสู้ตัวจริง สู้เพื่อรัฐธรรมนูญของประชาชน สู้เพื่อคืนเกียรติยศศักดิ์ศรีให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ’ ซึ่งจะไม่มีรัฐธรรมนูญใดศักดิ์สิทธิ์ได้หากไม่ได้เขียนด้วยหัวใจของประชาชน และเมื่อไหร่ก็ตามที่เสียงของประชาชนเบารัฐธรรมนูญก็ไม่ต่างกับกระดาษ และหากเสียงของประชาชนดังขึ้นเมื่อไหร่ นั่นคือเวลาประกาศอิสรภาพของคนทั้งประเทศ

 

อนุสรณ์กล่าวอีกว่า เราไม่ได้แก้รัฐธรรมนูญเพื่อนักการเมือง หรือกลุ่มการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่แก้เพื่อพี่น้องประชาชนคนไทย นําอํานาจไปสู่มือเจ้าของที่แท้จริง ซึ่งรัฐธรรมนูญไม่ใช่ข้อตกลงของกลุ่มผู้มีอํานาจ แต่คือข้อตกลงของคนไทยที่จะอยู่ร่วมกัน

 

สิ่งที่ตนอภิปรายวันนี้ไม่ได้หมายความว่าการแก้รัฐธรรมนูญแล้วเศรษฐกิจจะดีขึ้น หรือปัญหาวิกฤตรอบด้านจะหมดไป แต่หากรัฐธรรมนูญดีจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเมือง และเมื่อการเมืองดีจะมีประชาธิปไตยที่ดี และหลายอย่างที่ดีจะตามมา

 

พร้อมยกตัวอย่างเพลง ‘เรือเล็กควรออกจากฝั่ง’ ของบอดี้สแลม ว่า แม้จะมีพายุแม้จะมีคลื่นลมแต่เราต้องออกจากฝั่ง เรืออาจจะโคลงไปบ้าง คลื่นลมอาจจะแรง แต่ถ้าเราอยากเห็นท้องทะเลแห่งประชาธิปไตยที่กว้างใหญ่ไพศาล เราต้องออกเดินทาง ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนมาแล้วแก้ยาก หรือเทียบกับสมาร์ทโฟนก็คงเป็นรุ่นเก่า มีการเขียนในบางช่วงเป็นลักษณะตัดแปะ และไม่สามารถอัป ios ได้ เหมือนมีคนล็อกเครื่องไว้ ดังนั้น สภาแห่งนี้ต้องช่วยกันปลดล็อก

 

อนุสรณ์ ยังระบุถึงคําพูดของ ศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ที่เคยระบุไว้ว่า ก่อนการทําประชามติประชาชนควรมีสิทธิ์รับรู้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะยืนอยู่บนหลักการอะไรและแก้แล้วจะดีกว่าเดิมอย่างไร ไม่ใช่สักแต่แก้ แต่รัฐธรรมนูญที่ดีต้องเขียนมาแล้วไม่ต้องแก้ หรือแก้ให้น้อยที่สุด รวมถึงยึดโยงกับประชาชนให้มากที่สุด

 

ทั้งนี้ ในการรณรงค์แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเราไม่สามารถเปิดเวทีสาธารณะให้ประชาชนได้ เหมือนเอากระดาษมาวาง แล้วมีปืนซ่อนอยู่ข้างหลัง เปรียบเหมือนกับให้รับร่างรัฐธรรมนูญไปก่อน เพื่อให้เกิดการเลือกตั้ง แล้วค่อยมาแก้ทีหลัง แต่สุดท้ายก็แก้ไม่ได้ เพราะถูกล็อกไว้ ดังนั้นวันนี้จึงต้องยึดโยงกับประชาชนให้มาก และบอกให้ชัดว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะดีกับประชาชนอย่างไร

 

อนุสรณ์ยังย้ำด้วยว่า “เราต้องไม่ปล่อยให้เกิดรัฐธรรมนูญกล่องสุ่ม คือรับไปก่อน สั่งซื้อไปก่อน พอเจนี่ส่งมาให้ ค่อยแกะดูว่าในกล่องสุ่มมีอะไร หรือเป็นรัฐธรรมนูญที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าข้างใน หรือไปเขียนเช็คเปล่าให้กับผู้ร่าง ดังนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องไม่ใช่แค่ประชามติ แต่ต้องเปิดเวทีเพื่อศึกษา สนทนา ไม่ใช่แค่การลงคะแนน แต่ต้องมีการเรียนรู้ร่วมกันของสังคม”

 

อนุสรณ์ยังกล่าวด้วยว่า พรรคเพื่อไทยเสนอแนวทาง ที่จับต้องได้จริง เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีอํานาจได้จริง จึงอยากเสนอโมเดล และ 5 เครื่องมือ จากประเทศที่ประสบความสําเร็จ ในการร่างรัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีส่วนร่วม ดังนี้

 

1. การจัดตั้งสภาพลเมือง ที่ผู้คนหลากหลายมาร่วมกันเสนอความคิดเสนอทางออก
2. การสร้างคณะผู้เชี่ยวชาญเพื่อสร้างข้อมูลที่เป็นกลาง ถูกต้อง ไม่บิดเบือน
3. แต่งตั้งประธานที่เป็นกลางเพื่อควบคุมการดําเนินการให้โปร่งใสและยุติธรรม
4. มีฝ่ายเลขานุการ สนับสนุนการดําเนินงานในทุกขั้นตอน
5. เปิดพื้นที่เรียนรู้ทั่วประเทศ

 

อนุสรณ์ยังระบุด้วยว่า อย่าให้รัฐธรรมนูญจํากัดเฉพาะหน่วยงานและองค์กรทางการเมือง แต่รัฐธรรมนูญต้องอยู่ในหัวใจของทุกคน การทําประชามติควรเป็นสนามแห่งความคิดไม่ใช่สนามแห่งทุนที่มีทุนมากกว่าแล้วจะมีเสียงมากกว่า เพราะในกระบวนการประชาธิปไตย ทุกสิ่งต้องมีน้ำหนักเท่ากัน ไม่ว่ากระเป๋าหนักหรือเบา ดังนั้นรัฐธรรมนูญรอบนี้จึงไม่ใช่การเขียนใหม่ แต่เป็นการเรียนรู้กระบวนการใหม่ร่วมกันของคนทั้งประเทศ ไม่จําเป็นต้องคิดเหมือนกัน แต่สามารถคุยกันได้ ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยเป็นนักสู้ตัวจริงและจะสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญของประชาชน เพื่อคืนศักดิ์ศรีให้กับพี่น้องประชาชน

 

“ประเทศที่ยิ่งใหญ่ไม่จําเป็นต้องมีผู้นําที่เก่ง ต้องมีรัฐบาลที่สุดยอด แต่ประเทศที่ยิ่งใหญ่และสําเร็จนั้น ต้องเปิดพื้นที่ให้ประชาชนกล้าออกเสียง และให้มีส่วนร่วมมากที่สุด รัฐธรรมนูญต้องยึดโยงกับประชาชน”

The post อนุสรณ์เปรียบรัฐธรรมนูญ 60 เป็นมือถือรุ่นเก่าอัปเดต-ปลดล็อกไม่ได้ ย้ำไม่เอาร่างกล่องสุ่ม รับไปก่อนแก้ทีหลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรวีร์ ชี้ร่างภูมิใจไทยถอดโมเดลปี 40 ทำได้จริง-ไม่เสี่ยง-ไม่ขัดแย้ง เบรกร่างเพื่อไทย-ปชน. หวั่นซับซ้อน ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ https://thestandard.co/krawi-backs-bhumjaithai-model/ Tue, 14 Oct 2025 04:45:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1130149 กรวีร์ ชี้ร่างภูมิใจไทยถอดโมเดลปี 40 ทำได้จริง-ไม่เสี่ยง-ไม่ขัดแย้ง เบรก ร่างเพื่อไทย-ปชน. หวั่นซับซ้อน ขัด คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

วันนี้ (14 ตุลาคม) ที่ประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาร่างรัฐธรร […]

The post กรวีร์ ชี้ร่างภูมิใจไทยถอดโมเดลปี 40 ทำได้จริง-ไม่เสี่ยง-ไม่ขัดแย้ง เบรกร่างเพื่อไทย-ปชน. หวั่นซับซ้อน ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรวีร์ ชี้ร่างภูมิใจไทยถอดโมเดลปี 40 ทำได้จริง-ไม่เสี่ยง-ไม่ขัดแย้ง เบรก ร่างเพื่อไทย-ปชน. หวั่นซับซ้อน ขัด คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

วันนี้ (14 ตุลาคม) ที่ประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 เพื่อเปิดทางให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในวาระแรก โดยจะมีการประชุมระหว่างวันที่ 14-15 ตุลาคม 2568

 

กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. จังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ระบุถึงหลักการและเหตุผลของร่างรัฐธรรมนูญพรรคภูมิใจไทย ที่เสนอโดย อนุทิน ชาญวีรกูล ว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 256 ได้กําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรวมถึงจํานวนสมาชิกสภาที่ให้ความเห็นชอบออกเสียงอย่างไม่เหมาะสมกับสัดส่วนกับสมาชิกสภาทั้งหมด จึงเป็นอุปสรรคในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้ทันต่อสถานการณ์ทั้งภายในประเทศและสถานการณ์โลก สมควรให้มีการแก้ไขมาตราดังกล่าว รวมถึงให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการจัดทํารัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้นจน และให้ความเห็นชอบ จึงสมควรเพิ่มหมวด 15/1 ไว้

 

กรวีร์ กล่าวอีกว่า 14 ตุลาคม ถือเป็นวันเริ่มต้นสร้างประวัติศาสตร์ทางประชาธิปไตย เพราะจะเป็นนิมิตหมายที่ดี และเป็นการปลดล็อกรัฐธรรมนูญที่เป็นผลพวงจากรัฐประหารที่ผ่านมา เชื่อว่าจะนําไปสู่ประชาธิปไตยที่ได้รับการยอมรับจากพี่น้องคนไทยทั่วประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาการแก้ไขรัฐธรรมนูญติดขัดในแง่ของกฎหมายและการตีความ วันนี้จึงมีความใกล้เคียงกับความสําเร็จ มีการเสนอร่างเข้ามาในที่ประชุมสภาถึง 3 ร่าง

 

ทั้งนี้ ในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยเป็นไปตาม MOA ที่ได้มีการตกลงร่วมกันระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน ที่สนับสนุนให้อนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นสิ่งที่เรารับปากและเป็นข้อตกลงที่เราให้คํามั่นสัญญาให้กับพรรคประชาชนและพี่น้องประชาชนเอาไว้ และพรรคภูมิใจไทยของเราเมื่อรับปากแล้วก็ต้องทํา

 

กรวีร์ยังย้ำจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยที่ผ่านมาที่บางคนระบุว่า พรรคภูมิใจไทยถ่วง ขัดขวาง ไม่อยากให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขอให้ดูว่า ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยเป็นผู้เสนอให้มีการแก้ไขมาตรา 256 เพื่อเปิดทางไปสู่การจัดตั้ง สสร. และการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แม้เราจะอยากเห็น สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนโดยตรง แต่ต้องเคารพคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุไว้ชัดเจน ว่ารัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง จึงต้องปรับร่างรัฐธรรมนูญให้สอดรับกับคําวินิจฉัย เพื่อไม่ทําให้เสียของ เสียเวลา และเสียเปล่า

 

รวมถึง สิ่งที่อยากเห็นคือสังคมยุติความขัดแย้ง ไม่ปรารถนาเห็นการแก้ไขบางหมวดแล้วนำไปสู่การกระทบจิตใจคนไทยทำให้เกิดความขัดแย้งใหม่ ภูมิใจไทยจึงยืนหยัดชัดเจนว่าจะไม่มีการแก้ไข หมวด 1 และหมวด 2 และ ยึดหลักเข้าใจง่าย ทําได้จริง และ ไม่ขัดต่อคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

 

กรวีร์ยังพูดถึงรายละเอียดสาระสําคัญของร่างพรรคภูมิใจไทย ในส่วนเพิ่มเติม 15/1 ว่า มีเพียง 23 มาตรา และได้นํารูปแบบมาจากร่างรัฐธรรมนูญในปี 2539 ซึ่งเป็นที่มาของรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดของประเทศไทย

 

“เราจะร่างกติกาใหม่ของประเทศ บนเงื่อนไขเวลาที่มีข้อจํากัดของสภาชุดนี้เพียงไม่กี่เดือน สิ่งที่เราเสนอต่อรัฐสภาชุดนี้จะทําได้จริง เพราะเคยทํามาแล้วในอดีตที่ผ่านมา”

 

ส่วนข้อกังวลในหลักการแก้ไขการร่างรัฐธรรมนูญ กรวีร์ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยขอฟังก่อนว่าร่างรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนนั้นเป็นอย่างไร รวมถึงรูปร่างหน้าตาของ สสร. ซึ่งเราไม่ติดขัดในหลักการเรา แต่วิธีการนั้นต่างกัน

 

กรวีร์ระบุอีกว่า เมื่ออ่านร่างของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน ทําให้เกิดคําถามว่า ซับซ้อนไปหรือไม่ ทําได้จริงหรือไม่ จะนําไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ของสังคมไทยหรือไม่ และเสี่ยงขัดต่อคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่

 

เพราะร่างรัฐธรรมนูญของทั้งสองพรรค มีความสุ่มเสี่ยง เนื่องจากมีการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ซึ่งอาจขัดต่อคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นการสุ่มเสี่ยงที่จะทําให้ใครบางคนนําไปยื่นตีความซึ่งทําให้เกิดการเสียเวลา เสียของ เสียความพยายามของเราทั้งหมด เป็นสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยไม่อยากให้เกิดขึ้น และทั้งสองร่างไม่ได้มีเขตกําหนดไว้ว่าห้ามมีการแก้ไขในหมวด 1 และหมวด 2 ของรัฐธรรมนูญ

 

กรวีร์ระบุว่า หากเรามีการตีความกฎหมายแบบศรีธนญชัยที่เข้าข้างตนเองเกินไป มีความสุ่มเสี่ยงที่จะทําให้ความพยายามของพวกเราในครั้งนี้ล้มเหลวอีกครั้ง ซึ่งตนไม่อยากให้เกิดขึ้นและเป็นเหตุผลที่พรรคภูมิใจไทยตกลงกันว่าเราอาจจะรับในหลักการ แต่อยากจะเห็นร่างของพรรคภูมิใจไทยเป็นร่างหลักในการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้

 

ทั้งนี้ อยากเห็นความร่วมมือของทุกฝ่ายไม่อยากให้มีการเพ้อฝัน อยากให้ทุกคนมองโลกในความเป็นจริง ซึ่งอาจจะขัดใจบ้าง แต่ถ้าเราเคารพกติกาในการเดินหน้าแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับ เชื่อว่าร่างของพรรคภูมิใจไทย จะเป็นกุญแจสําคัญที่เดินหน้าไปสู่ความฝันร่วมกันของพวกเราได้

The post กรวีร์ ชี้ร่างภูมิใจไทยถอดโมเดลปี 40 ทำได้จริง-ไม่เสี่ยง-ไม่ขัดแย้ง เบรกร่างเพื่อไทย-ปชน. หวั่นซับซ้อน ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชนินทร์หวั่น ร่างแก้ไขภูมิใจไทยอาจได้ สสร. จัดตั้ง ส่วนร่างพรรคประชาชนเสี่ยงถูกยื่นศาลตีความ เสนอรับของเพื่อไทยเป็นร่างหลัก https://thestandard.co/chanin-constitution-amendment-warning/ Sun, 12 Oct 2025 05:22:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1129541 ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ

วันนี้ (12 ตุลาคม) ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ชนินทร์ รุ่งธนเ […]

The post ชนินทร์หวั่น ร่างแก้ไขภูมิใจไทยอาจได้ สสร. จัดตั้ง ส่วนร่างพรรคประชาชนเสี่ยงถูกยื่นศาลตีความ เสนอรับของเพื่อไทยเป็นร่างหลัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ

วันนี้ (12 ตุลาคม) ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวถึงการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหมวด 15 ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 14 -15 ตุลาคมนี้ 

 

ชนินทร์ระบุว่า ขณะนี้มีร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่จะเข้าสู่การพิจารณาในรัฐสภาทั้งหมด 3 ร่างด้วยกัน คือร่างของพรรคเพื่อไทย ร่างของพรรคประชาชน และร่างของพรรคภูมิใจไทย โดยพรรคเพื่อไทยยืนยันว่า เพื่อให้กระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนี้ราบรื่นมากที่สุด เพื่อเปิดทางให้มีการตั้งสภาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ขึ้นมาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พรรคเพื่อไทยพร้อมลงมติรับหลักการในวาระ 1 ทุกฉบับ

 

“แม้ในหลักการจะไม่มีปัญหา แต่จุดยืนของพรรคเพื่อไทย เรามีข้อห่วงใยกับรายละเอียดในร่างของพรรคภูมิใจไทยอย่างมาก ในเรื่องที่มาของ สสร. ซึ่งมีจุดอ่อนเรื่องความยึดโยงกับพี่น้องประชาชน กล่าวคือผู้เสนอตัวเป็น สสร. สามารถเข้าสู่การเลือกของสมาชิกรัฐสภาได้เลย โดยไม่ผ่านกลไกการกลั่นกรองโดยประชาชนผ่านการเลือกตั้งทางตรงก่อน ซึ่งอาจนำไปสู่ ‘สสร.จัดตั้ง’ ที่ได้สิทธิ์เข้ามาร่างรัฐธรรมนูญผ่านกระบวนการฮั้วกัน โดยไม่สนใจคุณสมบัติและความเหมาะสมก็เป็นได้” 

 

ส่วนร่างของพรรคประชาชนนั้น ชนินทร์ชี้ว่า แม้ สสร. จะมีการปรับให้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว แต่โครงสร้างของสภาที่ปรึกษาการยกร่างฯ ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงนั้น อาจถูกผู้หวังขัดขวางกระบวนการหยิบยกไปยื่นร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ ซึ่งจะทำให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกยืดเวลาออกไปอีก 

 

ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจึงเห็นว่า ในการลงมติชั้นรับหลักการในวาระที่ 1 นี้ หากสมาชิกรัฐสภาลงมติรับหลักการทั้งสามร่าง พรรคเพื่อไทยจะเสนอขอให้ใช้ร่างของพรรคเพื่อไทยเป็นร่างหลักในการพิจารณาต่อในชั้นของกรรมาธิการ เพื่อให้ร่างที่จะได้ออกมามีความยึดโยงกับประชาชน และลดความเสี่ยงที่จะถูกยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความในอนาคต

 

ชนินทร์อธิบายถึงร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ในส่วนของการได้มาซึ่ง สสร. ซึ่งอาจจะมองได้ว่า เป็นร่างที่มาเจอกันตรงกลาง เนื่องจากออกแบบให้ สสร. มีจำนวนทั้งหมด 151 คน โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ 

 

  1. สสร. ที่ได้มาจากการเลือกตั้งทางอ้อม จากประชาชนและรัฐสภาจำนวน 100 คน โดยจำนวน สสร. ที่พึงมีในแต่ละจังหวัดจะคำนวณตามสัดส่วนประชากร ทั้งนี้ในขั้นตอนแรกจะเปิดให้ประชาชนเลือกตั้งผู้เสนอตัวเป็น สสร. ในทุกจังหวัดทั่วประเทศจำนวนสามเท่าของ สสร.ที่พึงมีในแต่ละจังหวัด รวมทั้งประเทศ 300 คน จากนั้น กกต. จะประกาศรับรองรายชื่อ ก่อนจะส่งรายชื่อมาให้รัฐสภาเลือกต่อไป 

 

ยกตัวอย่าง กทม. อาจจะมี สสร. ได้ 8 คน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็จะเลือกผู้เสนอตัวได้ 1 สิทธิ์ 1 คน และเมื่อนับคะแนนเสร็จ ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 24 คนแรก กกต. จะรับรองและส่งให้รัฐสภาทำการออกเสียงเลือกอีกครั้ง ซึ่งผู้ที่มีคะแนนเสียงจากการเลือกของสมาชิกรัฐสภา ลำดับที่ 1 ถึง 8 ก็จะเป็นผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็น สสร. กทม. โดยจะออกเสียงเลือกทีละจังหวัดจนได้ สสร. ครบทั้งหมด

 

  1. สสร. ที่รัฐสภาแต่งตั้งจากการเสนอชื่อของกลุ่มองค์กรวิชาชีพต่างๆ รวมทั้งหมด 51 คน ประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎร เสนอ 15 คน (ห้ามเป็น สส.), วุฒิสภา เสนอ 5 คน (ห้ามเป็น สว.), ศาลฎีกา เสนอ 1 คน (ห้ามเป็นผู้พิพากษาศาลฎีกา), ศาลปกครองสูงสุด เสนอ 1 คน (ห้ามเป็นผู้พิพากษาศาลปกครองสูงสุด), องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกรูปแบบ เสนอ 3 คน, ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยของรัฐ เสนอ 2 คน, คณบดีคณะนิติศาสตร์–รัฐศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยรัฐ เสนอ 2 คน. สมาคมวิชาชีพด้านกฎหมาย–รัฐศาสตร์–รัฐประศาสนศาสตร์ เสนอ 3 คน, สภานักศึกษา มหาวิทยาลัยรัฐทุกแห่ง เสนอ 2 คน, องค์กรเศรษฐกิจและภาคประชาชนหลัก 8 แห่ง เสนอรวม 8 คน (สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาเกษตรกรแห่งชาติ สภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สภาองค์กรของผู้บริโภค และมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย), สมาคมวิชาชีพสื่อมวลชน เสนอ 2 คน, แพทยสภาและสภาวิชาชีพด้านสุขภาพ เสนอ 1 คน, องค์กรสิทธิมนุษยชนและกฎหมาย (NGO) เสนอ 1 คน

 

พรรคเพื่อไทยเชื่อว่า ภายใต้ข้อจำกัดจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ห้ามให้ประชาชนเลือก สสร. โดยตรงนั้น แนวทางของพรรคเพื่อไทยนั้น จะเป็นแนวทางที่เป็นไปได้จริง ได้ สสร. ที่ยึดโยงกับประชาชน สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของทุกฝ่ายในทางการเมือง การฮั้วกันทำได้ยาก และไม่มีฝ่ายใดสามารถผูกขาดความเป็นเสียงข้างมากได้ 

 

“และหากดีล หรือ MOA ระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทยนั้น มีความศักดิ์สิทธิ์อยู่บ้าง เราก็คาดหวังว่า การนับหนึ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในครั้งนี้จะได้รับความเห็นชอบจาก สว. ด้วย และต้องไม่เปิดช่องเป็น สสร. ฮั้ว หรือ มวยล้มต้มคนเชียร์อย่างที่กังวลกัน” ชนินทร์ระบุ

The post ชนินทร์หวั่น ร่างแก้ไขภูมิใจไทยอาจได้ สสร. จัดตั้ง ส่วนร่างพรรคประชาชนเสี่ยงถูกยื่นศาลตีความ เสนอรับของเพื่อไทยเป็นร่างหลัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิใจไทยยื่นร่างแก้รัฐธรรมนูญ บ่ายวันนี้ เตรียมคุย ‘วันนอร์ – วิป 3 ฝ่าย’ หารือเคาะวันแถลงนโยบาย คาดไม่เกิน 25 ก.ย.ชัดเจน https://thestandard.co/bhumjaithai-constitutional-amendment-draft/ Wed, 24 Sep 2025 00:32:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1122093

วานนี้ (23 กันยายน) ที่พรรคภูมิใจไทย แนน บุณย์ธิดา สมชั […]

The post ภูมิใจไทยยื่นร่างแก้รัฐธรรมนูญ บ่ายวันนี้ เตรียมคุย ‘วันนอร์ – วิป 3 ฝ่าย’ หารือเคาะวันแถลงนโยบาย คาดไม่เกิน 25 ก.ย.ชัดเจน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (23 กันยายน) ที่พรรคภูมิใจไทย แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังการประชุมพรรคว่ามีการหารือถึงการยื่นเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น โดยช่วงบ่ายวันนี้ (24 กันยายน) พรรคภูมิใจไทย และผู้ที่ร่วมลงชื่อในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมด จะยื่นหนังสือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเนื้อหาคร่าวๆ จะเป็นประเด็นวิธีการสรรหาสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยจะแยกส่วนทั้งตัวส.ส.ร. และผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งวิธีคิดของพรรคภูมิใจไทยคำนึงจากประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ตีความไว้ด้วย

 

นอกจากนี้ ที่ประชุมพรรคยังหารือถึงการเตรียมความพร้อมของ สส.ในวันแถลงนโยบายรัฐบาล ซึ่งพรรคภูมิใจไทยได้พูดคุยกันเบื้องต้นแล้ว ส่วนวันแถลงนโยบายจะเป็นวันใด วันนี้ (24 กันยายน) จะมีการประสานไปยังประธานรัฐสภา วิปฝ่ายค้าน และวุฒิสภา เพื่อกำหนดกรอบการประชุมในเรื่องของวันแถลงนโยบาย ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลได้พูดคุยกัน และมีการเตรียมความพร้อมแล้วว่าจะประชุมอย่างไรประมาณไหน

 

แต่ขอย้ำว่าจะไม่มีคำที่เรียกว่าองครักษ์พิทักษ์อะไรทั้งสิ้น ทุกอย่างจะใช้ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาตามที่เห็นสมควรเท่านั้น โดยจะให้สมาชิกได้พูดคุยเรื่องนโยบายที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เตรียมไว้ อย่างไรก็ตาม ไม่เกินวันพุธหรือพฤหัสบดีนี้ น่าจะมีความชัดเจนเรื่องของวันแถลงนโยบาย

The post ภูมิใจไทยยื่นร่างแก้รัฐธรรมนูญ บ่ายวันนี้ เตรียมคุย ‘วันนอร์ – วิป 3 ฝ่าย’ หารือเคาะวันแถลงนโยบาย คาดไม่เกิน 25 ก.ย.ชัดเจน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เหตุใดที่ประชุมรัฐสภาจึงล่มเป็นครั้งแรกตั้งแต่ยังไม่เริ่มพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ https://thestandard.co/key-messages-parliament-session-collapse/ Thu, 13 Feb 2025 10:42:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1041505

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้ […]

The post เหตุใดที่ประชุมรัฐสภาจึงล่มเป็นครั้งแรกตั้งแต่ยังไม่เริ่มพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 3 ที่มีวาระสำคัญคือการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งเสนอโดยพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย มีสาระสำคัญที่การแก้ไขมาตรา 256 ว่าด้วยเงื่อนไขการแก้รัฐธรรมนูญ และเพิ่มหมวด 15/1 จัดทำฉบับใหม่ ที่ชื่อว่าเป็นฉบับของประชาชน ทั้ง 2 พรรคเห็นตรงกันในหลักการเบื้องต้น แต่มีบางรายละเอียดที่ต่างกัน

 

หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้สำเร็จจะมีผลให้อำนาจของ สว. ถูกตัดลงไป จากเดิมที่วาระการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องอาศัยเสียงเห็นชอบจาก สว. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของรัฐสภา ให้ใช้เสียงเห็นชอบจาก สส. เป็นหลัก นำมาสู่ความเห็นที่แตกต่างหลากหลาย

 

อย่างไรก็ตาม การประชุมร่วมกันของรัฐสภาหนนี้เป็นอันต้องสะดุดลงหลังดำเนินการประชุมไปได้เพียง 2 ชั่วโมงกว่า โดยยังไม่ได้เข้าสู่เนื้อหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ THE STANDARD เรียงลำดับข้อเท็จจริงและจุดยืนที่นำมาสู่ ‘ที่ประชุมรัฐสภาล่ม’ ครั้งแรกในรัฐบาลนี้

 

กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญเดินเท้ากว่า 2 กิโลเมตร พร้อมนำกล้วยหลายหวีมามอบให้ สว. เฝ้าติดตามการประชุมร่วมกันของรัฐสภาตั้งแต่ช่วงเช้า

กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญเดินเท้ากว่า 2 กิโลเมตร พร้อมนำกล้วยหลายหวีมามอบให้ สว. เฝ้าติดตามการประชุมร่วมกันของรัฐสภาตั้งแต่ช่วงเช้า

ภาพ: ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

 

ไม่ขอสังฆกรรมด้วย ปกป้องครอบครัวภูมิใจไทย

 

ตั้งแต่ช่วงเช้า พรรคภูมิใจไทยนำโดย แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรค และ ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค แถลงข่าวหลังขออนุญาตวอล์กเอาต์จากการประชุม โดยยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ต้องอยู่ในกรอบกฎหมายและกระบวนการที่ชอบธรรม ซึ่งการแก้ไขครั้งนี้อาจขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2564 พรรคจึงตัดสินใจไม่ขอมีส่วนร่วมในกระบวนการ

 

ไชยชนกเน้นว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้ขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายและไม่เกิดข้อสงสัย พร้อมย้ำว่า การตัดสินใจนี้เป็นจุดยืนของพรรคเอง ไม่เกี่ยวข้องกับความเห็นของพรรคร่วมรัฐบาล

 

“หากยังคลุมเครือ เราขอใช้เวลาให้มีช่องทางที่ชัดเจน ไม่ขัดกฎหมาย และไม่มีข้อสงสัยดีกว่า ไม่ใช่เรื่องที่จะช็อตคัตหรือทำให้ง่ายๆ ผมต้องปกป้องครอบครัวภูมิใจไทยเท่านั้นเอง”

 

ทั้งนี้ ไชยชนกระบุด้วยว่า เพียง 70 เสียงของพรรคภูมิใจไทยไม่ถึงกับทำให้กระบวนการเดินต่อไม่ได้

 

สส. ภูมิใจไทย ที่พร้อมใจกันใส่เสื้อสีน้ำเงินพากันลุกออกจากที่นั่ง หลัง ไชยชนก ชิดชอบ ขออนุญาตวอล์กเอาต์

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

สว. สีขาว เสนอยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความก่อน

 

เมื่อเริ่มการประชุมไม่นาน นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. นำโดยกลุ่ม สว. สีขาว หรือกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าเป็น สว. อิสระ เสนอญัตติด่วนขอให้รัฐสภาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 และการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ต้องทำประชามติก่อนหรือไม่

 

นพ.เปรมศักดิ์ ย้ำว่า กลุ่ม สว. สีขาว ไม่ได้คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ต้องการให้เป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง อยากให้ทุกขั้นตอนเข้าตามตรอกออกตามประตู เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง พร้อมโต้กลับ สว. สีน้ำเงิน ที่กดดันให้กลุ่มของตนเองถอนชื่อจากญัตติ

 

“การพยายามโยงพวกเราให้กับเข้ากับพรรคการเมืองเป็นการกระทำเก่าๆ เลิกทำเสียเถอะ ลูกไม้ทางการเมืองแบบนี้เด็กอนุบาลเขาก้าวตามทันแล้ว ใครคิดไม่ตรงกับตัวเองก็หาว่ามีเบื้องหลังอย่างนั้นอย่างนี้ คนที่กล่าวว่าการประชุมเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการกระทำที่อาจหมิ่นเหม่ สุ่มเสี่ยง นั่นแหละคือการกระทำที่น่าละอายมากกว่า เพราะเป็นการให้ข้อมูลที่ผิดต่อสาธารณชน” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

 

ขณะที่ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส. พรรคประชาธิปัตย์ สนับสนุนให้เลื่อนญัตติของ นพ.เปรมศักดิ์ ขึ้นมาพิจารณาก่อน โดยให้เหตุผลว่า เพื่อความชัดเจนว่าการแก้ไขมาตรา 256 และการตั้ง สสร. ต้องมีการทำประชามติก่อนหรือไม่ พร้อมยืนยันว่า พรรคไม่ได้ต้องการถ่วงเวลา แต่ต้องการให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นได้จริงโดยไม่เสียของและ “ไม่ไปตายตอนจบ”

 

นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ระหว่างเสนอญัตติด่วนขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญ

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมรัฐสภามีมติ 275 ต่อ 247 เสียง ไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนญัตติของ นพ.เปรมศักดิ์ ขึ้นมาพิจารณาก่อน ส่งผลให้การพิจารณาดำเนินไปตามระเบียบวาระเดิม คือการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย

 

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ควรเร่งรัดให้เสร็จก่อนการเลือกตั้งปี 2570 เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ

 

“การกำหนดกรอบเวลาแบบนั้นเป็นความคิดแบบเผด็จการ … หากกระบวนการไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง และทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญล้มเหลวในที่สุด” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

 

สว. สีน้ำเงิน ประกาศวอล์กเอาต์ ท้ายสุดที่ประชุมล่ม

 

จากนั้นปรากฏว่า พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. แจ้งต่อ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาว่า ไม่เห็นด้วยกับการประชุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในวันนี้ ก่อนจะขออนุญาตออกจากห้องประชุมทันที โดยมีกลุ่ม สว. สีน้ำเงินลุกออกจากห้องประชุม ไม่เว้นแต่ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ด้วย ขณะที่กลุ่ม สส. พรรคเพื่อไทย จากที่นั่งประชุมก็ลุกขึ้นมาจับกลุ่มหารือกลางห้องประชุมด้วยท่าทีเคร่งเครียด

 

ต่อมา นันทนา นันทวโรภาส สว. แสดงความเห็นว่า บรรยากาศที่ห้องประชุมสะท้อนภาพลักษณ์ของวุฒิสภาว่าเราทำอะไรกันอยู่ เมื่อโหวตลงมติแล้วเป็นเช่นไรทำไมไม่ยอมรับมตินั้น ทำไมจึงบอกว่าถ้าแพ้มติจะวอล์กเอาต์ นี่เป็นมติของสมาชิกรัฐสภา และก่อนลงมติก็อภิปรายอย่างกว้างขวาง จบสิ้นกระบวนความแล้ว เหตุใดผลไม่ถูกใจจึงวอล์กเอาต์

 

“ดิฉันมองว่าสิ่งนี้เป็นภาพลักษณ์ที่พินาศของรัฐสภาแห่งนี้ นี่คือสถานที่ที่เป็นที่รวมของผู้แทนปวงชน และทำไมเราอยู่ในระบอบประชาธิปไตยแต่ไม่ยอมรับกติกานี้ ทำไมไม่ให้เดินไปตามกระบวนการ เป็นไปอย่างศักดิ์สิทธิ์ตามที่ประธานรัฐสภาบรรจุด้วยมือของท่านเอง และทุกคนก็มาอภิปรายให้เหตุผลว่าแก้รัฐธรรมนูญไปทำไม” นันทนากล่าว

 

สส. จากหลากหลายพรรคพากันลุกออกจากห้องประชุม ภายหลังการนับองค์ประชุมมีผู้แสดงตนไม่ครบและไม่สามารถประชุมต่อไปได้

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

ท้ายที่สุดเมื่อมีสมาชิกเสนอให้นับองค์ประชุม มีผู้แสดงตนเพียง 204 คนจากสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด 692 คน มี สส. แสดงตน 172 คน และ สว. แสดงตนเพียง 32 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม ประธานรัฐสภาจึงปิดการประชุมทันทีในเวลา 12.03 น. ก่อนนัดให้มาประชุมอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (14 กุมภาพันธ์)

 

ผู้สื่อข่าวตรวจสอบผลการแสดงตนพบว่า พรรคเพื่อไทยแสดงตนเพียง 22 คน ส่วนพรรคภูมิใจไทย, พรรคกล้าธรรม, พรรครวมไทยสร้างชาติ, พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคพลังประชารัฐ ไม่แสดงตนทั้งพรรค

 

เพื่อไทยยอมเดินทางโค้ง เลี่ยงอุปสรรค

 

หลังที่ประชุมรัฐสภาล่ม พรรคประชาชนแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนทันที ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กล่าววิจารณ์ความรับผิดชอบของพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยว่า เซ็นเซอร์ตัวเอง ไม่แสดงตนเป็นองค์ประชุม ทำให้การประชุมล่ม ทั้งที่ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยเคยประกาศสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแสดงภาวะผู้นำในการควบคุมเสียงพรรคร่วมรัฐบาลให้เข้าร่วมประชุม

 

ณัฐพงษ์ยืนยันด้วยว่า การแก้ไขมาตรา 256 สามารถเดินหน้าได้ทันทีตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และไม่จำเป็นต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาอีก โดยเชื่อว่าหากเปิดโอกาสให้มีการอภิปรายก่อนจะเป็นผลดีต่อประชาชนมากกว่า พร้อมทั้งแสดงความกังวลว่า ความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาลอาจเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

สส. พรรคเพื่อไทย จับกลุ่มปรึกษากันระหว่างการประชุมแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

ต่อมาพรรคเพื่อไทยนำโดย สุทิน คลังแสง และ ชูศักดิ์ ศิรินิล แถลงข่าวทันทีเช่นกัน พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้เตะถ่วงการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ต้องการหาทางออกที่แน่นอน โดยเสนอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถเดินหน้าได้จริง

 

“สมาชิกบางท่านอาจมองว่าเรามีเจตนาอะไรแน่ เราจึงต้องบอกให้ชัดเจนในการผลักดันให้สำเร็จ ถ้าเดินทางตรงไม่ได้ก็ขอเดินทางโค้ง หากทางโค้งแล้วมันไม่สำเร็จก็ขอหยุดการเดินทางไว้ก่อนดีกว่า ดีกว่าเดินไปแล้วตกเหว” สุทินกล่าว

 

สุทินพยายามอธิบายต่อไปว่า หากเสนอพิจารณาแล้วถูกโหวตให้ตกไป ถ้าทำแบบนี้ก็รู้แล้วว่าความล้มเหลวรออยู่ เราจึงแสวงหาความเป็นไปได้ คือการให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างกฎหมายนี้ก่อน ซึ่งร่างยังคงอยู่ในสภาต่อไป หากคำวินิจฉัยเป็นคุณก็หมายความว่าเรามีโอกาสชนะเกินครึ่ง แต่ถ้าไม่เป็นคุณก็จะได้ชัดเจนสักทีว่ามันแก้ไม่ได้ เพราะตอนนี้สมาชิกหลายคนกังวลว่าต้องทำประชามติกี่รอบ หากพิจารณาแล้วจะถูกตัดสิทธิหรือไม่

 

“ทางดีที่สุดคือยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว ความหวังเรายังมี” สุทินกล่าว

 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พร้อม สส. พรรคประชาชน แถลงข่าวภายหลังที่ประชุมรัฐสภาล่ม

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

ทางแพร่งที่คลุมเครือของคำวินิจฉัย

 

ความคลุมเครือของกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มเข้าสู่จุดเปลี่ยน ภายหลังประธานรัฐสภาตัดสินใจบรรจุร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมรัฐสภา ตามข้อเสนอของคณะที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของประธานสภา ซึ่งได้รับข้อมูลใหม่จาก พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่มีความมั่นใจหลังเข้าหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญว่า การทำประชามติ 2 ครั้งเพียงพอ โดยไม่จำเป็นต้องทำประชามติก่อนบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุม

 

ประเด็นที่หลายฝ่ายยังคงกังวลคือ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้ชี้ชัดว่าจำเป็นต้องทำประชามติทั้งหมดกี่ครั้ง และก่อนหรือหลังบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระ ทำให้กังวลถึง ‘ความเสี่ยง’ ว่าหากเดินหน้าประชุมวาระแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต่อไปอาจส่งผลกระทบทางกฎหมายตามมาภายหลัง

 

สำหรับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564 ระบุว่า รัฐสภามีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่หากต้องการแก้ไขทั้งฉบับต้องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านกระบวนการที่ได้รับความเห็นชอบจากประชาชนก่อน โดยต้องมีการทำประชามติ เพื่อถามประชาชนว่าต้องการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ก่อนเริ่มยกร่างใหม่ และต้องทำประชามติอีกครั้งหลังร่างเสร็จ เพื่อให้ประชาชนให้ความเห็นชอบ

 

กลุ่มมวลชนที่ปักหลักรอหน้าอาคารรัฐสภาสาดสีและโยนกล้วย เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ภายหลังที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาล่ม

ภาพ: ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

The post เหตุใดที่ประชุมรัฐสภาจึงล่มเป็นครั้งแรกตั้งแต่ยังไม่เริ่มพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ appeared first on THE STANDARD.

]]>