ร่างกฎหมาย Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ร่างกฎหมาย/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 15 May 2026 13:10:20 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ร่างกฎหมายค้างท่อ ฉบับไหน ‘ได้ไปต่อ’ หรือ ‘ถูกปล่อยตก’ รัฐบาลอธิบายว่าอย่างไร https://thestandard.co/government-explains-pending-bills-fate/ Fri, 15 May 2026 11:05:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1207656 ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงร่างกฎหมายค้างท่อ

เปิดเหตุผลที่รัฐบาลยืนยันร่างกฎหมายค้างท่อ 34 ฉบับ ให้ร […]

The post ร่างกฎหมายค้างท่อ ฉบับไหน ‘ได้ไปต่อ’ หรือ ‘ถูกปล่อยตก’ รัฐบาลอธิบายว่าอย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงร่างกฎหมายค้างท่อ

เปิดเหตุผลที่รัฐบาลยืนยันร่างกฎหมายค้างท่อ 34 ฉบับ ให้รัฐสภากลับมาพิจารณาต่อ และปล่อยกฎหมายฉบับที่เหลือให้ตกไป จากคำชี้แจงของ ภราดร ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชี้แจงต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันนี้ (15 พฤษภาคม)

 ภราดรหยิบยกประเด็นจากที่สมาชิกรัฐสภาได้สอบถามและแสดงความเห็น ก่อนชี้แจงในภาพรวมว่า ร่างกฎหมายทั้งทั้ง 34 ฉบับนี้ ไม่ได้ยืนยันผ่านมติ ครม. ครั้งเดียว แต่แบ่งเป็นครั้งแรกยืนยัน 31 ฉบับในวันที่ 5 พฤษภาคม มีกฎหมายของ ครม. 21 ฉบับ ของ สส. 10 ฉบับ โดยไม่มีกฎหมายจากภาคประชาชน และครั้งที่สองยืนยันอีก 3 ฉบับ ในวันที่ 12 พฤษภาคม มีกฎหมายของ สส. 2 ฉบับ และกฎหมายของภาคประชาชน 1 ฉบ้บ

 

เขาบอกว่า เจตนารมณ์ของการยืนยัน 2 ครั้ง คือต้องการเว้นช่วงเวลา 1 สัปดาห์ ให้ผู้ประสงค์จะยืนยันร่างของตนเองต่อ ครม. เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญกับฝ่ายนิติบัญญัติ การยืนยันกฎหมายผ่านกระบวนการคิด และรับฟังอย่างรอบด้าน

 

ภราดรกล่าวด้วยว่า ส่วนมากแล้วตามธรรมเนียมปฏิบัติในอดีต ครม. จะยืนยันเฉพาะร่างกฎหมายที่เสนอโดย ครม. เป็นส่วนใหญ่ มีบ้างที่ยืนยันร่างกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิกรัฐสภา แต่ต้องเป็นร่างที่มีฉบับของ ครม. ประกบด้วย แต่รัฐบาลนี้ได้ให้ความสำคัญกับร่างกฎหมายของทุกฝ่ายอย่างถี่ถ้วน ไม่แต่เพียงให้ความสำคัญเฉพาะร่างกฎหมายของ ครม. เท่านั้น

 

“ถ้าไม่จริงใจและไม่ใส่ใจ รัฐบาลทำได้ง่ายๆ 2 ทาง คือ ยืนยันมาทั้งหมด 100 กว่าฉบับ เอาใจสมาชิกรัฐสภาที่เสนอเข้ามา อีกทางคือไม่ยืนยันเลยแม้แต่ฉบับเดียว ซึ่งที่ผ่านมาก็มีหลายรัฐบาลที่ดำเนินการแบบนั้น” ภราดรกล่าว

 

สำหรับเหตุผลของร่างกฎหมายบางฉบับที่มีการพูดถึงกันมาก เขาชี้แจงเหตุผลเบื้องต้นไว้ ดังนี้

 

1. ไม่ยืนยัน: กฎหมายจากภาคประชาชน 6 ฉบับ

 

ภราดรชี้แจงสาเหตุที่รัฐบาลไม่ยืนยันกฎหมายจากภาคประชาชน เนื่องจากมีเพียง 1 ร่าง ที่แสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนมายังรัฐบาลว่าร่างกฎหมายนี้มีความสำคัญ ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าวคือ ร่าง พ.ร.บ. ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. ….

 

ที่ สารี อ๋องสมหวัง กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 21,111 คน เป็นผู้เสนอ

 

“พวกผมไม่อาจจะทราบได้ว่าร่างกฎหมายที่เหลือ เจตจำนงของประชาชนที่เข้าชื่อเสนอกฎหมายกันนั้น ยังมีเจตจำนงเดิมในการจะเสนอกฎหมายหรือไม่ ไม่สามารถตัดสินใจแทนได้ จึงไม่ได้ยืนยัน” ภราดรกล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ภราดรระบุว่า ยังมีช่องทางตาม พ.ร.บ. เข้าชื่อเสนอกฎหมายฯ ให้ภาคประชาชนยืนยันกลับมาได้ภายใน 120 วัน ซึ่งยังเหลือเวลาอีก 60 วัน ให้ภาคประชาชนได้ทบทวนว่าจะยืนยันกฎหมายกลับมาหรือไม่

 

2. ร่างกฎหมายที่เสนอโดย สส. 51 ฉบับ

 

ภราดรชี้แจงว่า ครม. ยืนยันมา 12 ฉบับ และไม่ได้ยืนยัน 51 ฉบับ เพราะเห็นว่าสมาชิกรัฐสภามีการเปลี่ยนหน้าตาหลังการเลือกตั้ง บางร่างสมาชิกผู้เสนอไม่ได้อยู่ในสภาฯ แห่งนี้แล้ว ซึ่งยังมีช่องทางเสนอร่างกฎหมายเข้ามาพิจารณาอีกได้ จึงเป็นการหยิบยื่นโอกาสให้สมาชิกได้ทบทวนว่าจะหยิบร่างกฎหมายใดที่ค้างอยู่ขึ้นมาพิจารณาต่อ

 

3. ไม่ยืนยัน: ร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

 

ภราดรชี้แจงว่า ครม. ไม่ได้ยืนยัน 2 ร่าง แต่ไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับพี่น้องแรงงาน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานชี้แจงเหตุผลว่า ทั้ง 2 ร่างได้รับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน รวมถึงผู้ว่าจ้างฯ สภาอุตสาหกรรมได้ส่งหนังสือถึงรัฐมนตรีร้องเรียนถึงวิกฤตพลังงานที่กระทบโดยตรงจากผู้ประกอบการ เพื่อให้ทบทวนว่าจะหาทางออกอย่างไรให้ได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย

 

4. ไม่ยืนยัน: ร่างกฎหมาย PRTR (พ.ร.บ. รายงานการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม)

 

ร่างกฎหมายนี้มีการพูดคุยกันมาก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เตรียมร่างกฎหมายไว้ คือร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ซึ่งเชื่อได้ว่า ไม่นานเนื้อหาสาระในร่าง PRTR จะมาปรากฏอยู่ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ซึ่งเป็นร่มที่ใหญ่กว่า และจะนำเสนอสู่การพิจารณาของสภาฯ ในอีกไม่นาน

 

5. ไม่ยืนยัน: ร่างกฎหมายนิรโทษผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการขีดเส้นแบ่งของป่าธรรมชาติกับพื้นที่อยู่อาศัยใหม่

 

จากการหารือ มองว่าการออกกฎหมายใหม่เพื่อไปลบล้างกฎหมายอื่น ถูกจำกัดไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ที่กำหนดให้มีกฎหมายแต่เพียงจำเป็นเท่านั้น โดยสารัตถะเห็นว่า มีกฎหมายอื่นที่บังคับใช้แทนกันได้ เช่น พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 64, พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 121, พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 16, พ.ร.บ. คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 10 (7)

 

6. ไม่ยืนยัน: ร่างกฎหมาย อสม.

 

เป็นร่างที่เสนอโดย ครม. 1 ฉบับ และ ครม. ไม่ยืนยัน โดยชี้แจงว่า สารัตถะของกฎหมายนี้คือการเขียนเรื่องค่าตอบแทนของ อสม. ในกฎหมายอย่างชัดเจน ย้อนกลับไปค่าตอบแทน อสม. เกิดขึ้นในสมัย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี และครั้งสุดท้ายขยับเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 บาท ในยุคที่ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญ และยังไม่ตัดทิ้งไป แต่ข้อกังวลคือในร่างกฎหมายระบุไว้ถึง อสม. ที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป จึงอาจมีปัญหาหากยืนยันกฎหมายไป ว่า อสม. ที่มีอายุเกิน 60 ปี ได้รับผลกระทบ ซึ่งในจำนวนนี้มีมากถึง 70-80%

 

7. ไม่ยืนยัน: ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

ภราดรยืนยันว่า รัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยมีความจริงใจและมีเจตจำนงชัดเจนต่อการแก้รัฐธรรมนูญโดยเปิดช่องให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ตนเองได้หารือกับอนุทินและ ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยว่า วันที่ 19 พฤษภาคมนี้ จะหารือในที่ประชุมพรรคภูมิใจไทย หากไม่มีเหตุขัดข้องจะให้ สส.ทั้ง 190 คน ยื่นเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อรัฐสภาต่อไป เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนตามผลประชามติ 21.6 ล้านเสียง

 

รัฐบาลเห็นว่า เรื่องนี้ควรที่จะเริ่มต้นที่รัฐสภา อีกทั้งปฏิเสธไม่ได้ว่ารัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ เป็นร่างที่มีปัญหาและนำไปสู่การยุบสภาเมื่อครั้งที่แล้ว เพราะมีประเด็นเรื่องของอำนาจ สว. แม้ตนเองมีเจตจำนงที่อยากจะเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าไปได้ เพราะมีบางอย่างที่ไม่เห็นด้วยในชั้นกรรมาธิการ แต่ก็อะลุ่มอล่วย เพราะอยากให้เดินหน้าไปสู่การลงมติในวาระ 3 และให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านไปได้

 

“วันนั้นถ้ามีการรับหลักการ แล้วใช้ร่างของพรรคภูมิใจไทยเป็นร่างหลัก ปัญหาอาจจะไม่เกิดก็ได้ เพราะในร่างของพรรคภูมิใจไทยเขียนเอาไว้ว่าให้ สว. ยืนยันลงมติในวาระ 3 ที่จำนวน 1 ใน 5 ของจำนวน สว. ทั้งหมด แม้ว่าจะไม่เป็นไปตามที่ สว. ต้องการคือ 1 ใน 3 แต่อย่างน้อยก็ยังคงอำนาจให้เขาไว้

 

“การที่จะขอความร่วมมือจากเพื่อน ขอความร่วมมือจากใคร เราตัดมือเขาทิ้งไม่ได้ ก็ต้องอะลุ่มอล่วยกัน ต้องเจรจาพูดคุยกัน ไม่เช่นนั้นท่านทำอะไรไม่มีทางสำเร็จ ถ้าเอาเจตจำนงของตัวเองเป็นที่ตั้งโดยไม่ฟังเพื่อนคนอื่นเลย” ภราดรกล่าว

The post ร่างกฎหมายค้างท่อ ฉบับไหน ‘ได้ไปต่อ’ หรือ ‘ถูกปล่อยตก’ รัฐบาลอธิบายว่าอย่างไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. ไฟเขียว ดันร่าง 3 กฎหมาย เดินหน้าต่อในสภา ล็อตสุดท้าย https://thestandard.co/cabinet-approves-3-laws-parliament/ Tue, 12 May 2026 08:06:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1206311 ภาพโลโก้ข่าว

วันนี้ (12 พฤษภาคม) รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรั […]

The post ครม. ไฟเขียว ดันร่าง 3 กฎหมาย เดินหน้าต่อในสภา ล็อตสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพโลโก้ข่าว

วันนี้ (12 พฤษภาคม) รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติพิจารณาเห็นชอบร้องขอต่อรัฐสภาให้พิจารณาร่างกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาสู่ที่ประชุมรัฐสภาไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการรับรองในสมัยรัฐสภาชุดที่แล้ว ตามมาตรา 147 ของรัฐธรรมนูญ อีก 3 ฉบับ ประกอบด้วย

 

  • ร่าง พ.ร.บ. ความรับผิดเพื่อความชำรุด บกพร่องของสินค้า พ.ศ. …. (สารี อ๋องสมหวัง กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 21,111 คน เป็นผู้เสนอ)
  • ร่าง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครู

 

และบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….

 

  • ร่าง พ.ร.บ. สภาครูและบุคลากรทางการ ศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. (สมาชิกสภาผู้ แทนราษฎรเป็นผู้เสนอ)

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ครม. ได้พิจารณาเห็นชอบส่งต่อร่างกฎหมายเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา 31 ฉบับ และ 24 ฉบับ อาทิ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย เมื่อรวมกับการพิจารณาในวันนี้ 3 ฉบับ ทำให้มีกฎหมายที่ผ่านกลับเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภาทั้งสิ้น 58 ฉบับ จากทั้งหมด 106 ฉบับ โดยพบว่ามีกฎหมายสําคัญที่ไม่ได้ไปต่อ คือ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560, ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ภาคประชาชน, ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน

 

ทั้งนี้ เพื่อให้กฎหมายได้ไปต่อรัฐบาลจะต้องนํากฎหมายกลับเข้ามาพิจารณาใหม่ ภายในวันที่ 12 พฤษภาคม ตาม มาตรา 147 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ระบุไว้ว่า เมื่อมีการยุบสภาร่างกฎหมายที่รัฐสภายังไม่ได้ให้ความเห็นชอบหรือที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว แต่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วย หรือเมื่อ 90 วันแล้วไม่ได้พระราชทานคืนมา ถือว่าร่างนั้นเป็นอันตกไป แต่คณะรัฐมนตรีต้องร้องขอภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่เรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรก

 

อย่างไรก็ตาม จะครบกําหนด 60 วัน กรอบเวลาดังกล่าว ในการพิจารณาของรัฐบาลอนุทิน 2 ภายในวันที่ 13 พฤษภาคม 2569

The post ครม. ไฟเขียว ดันร่าง 3 กฎหมาย เดินหน้าต่อในสภา ล็อตสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
พริษฐ์พูดแทน 10 สส. จะทำงานอย่างเต็มที่-สู้ยิบตา จนถึงวินาทีหยุดปฏิบัติหน้าที่ หากศาลมีคำสั่ง https://thestandard.co/parit-10-mps-fight-duty-court/ Wed, 01 Apr 2026 04:44:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1193549 พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน แถลงข่าวถึงจุดยืนการทำงานของ สส. 10 คน กรณีคดี 44 อดีต สส.

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ย้ำจุด […]

The post พริษฐ์พูดแทน 10 สส. จะทำงานอย่างเต็มที่-สู้ยิบตา จนถึงวินาทีหยุดปฏิบัติหน้าที่ หากศาลมีคำสั่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน แถลงข่าวถึงจุดยืนการทำงานของ สส. 10 คน กรณีคดี 44 อดีต สส.

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ย้ำจุดยืนของพรรคต่อกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมยื่นฟ้องคดี 44 อดีต สส. พรรคก้าวไกล ต่อศาลฎีกา

 

พริษฐ์ประกาศในวันนี้ (1 เมษายน) ที่อาคารรัฐสภาว่า พรรคประชาชนพร้อม “สู้ยิบตา” ในทุกขั้นตอนเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ผ่านกระบวนการทางกฎหมายและสร้างความเข้าใจต่อสังคม พร้อมชี้ให้เห็นถึงอันตรายเชิงโครงสร้างว่า สิ่งที่น่ากังวลที่สุดจากคดีนี้ไม่ใช่อนาคตหรือจุดจบของพรรคประชาชน แต่คืออนาคตของระบบการเมืองและประชาธิปไตยไทย หากสมาชิกรัฐสภาต้องหวาดระแวงในการทำหน้าที่นิติบัญญัติ

 

พริษฐ์ได้อธิบายถึงขั้นตอนทางกฎหมายที่กำลังจะเกิดขึ้นว่า หาก ป.ป.ช. ยื่นเรื่องไปยังศาลฎีกาและศาลประทับรับฟ้อง ตามหลักการแล้วศาลจะมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ในประเด็นนี้ นพ. วาโย อัศวรุ่งเรือง สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคฝ่ายกฎหมาย ซึ่งเป็นแกนหลักรับผิดชอบคดี ได้เตรียมคำร้องและข้อต่อสู้ทางกฎหมายไว้อย่างรัดกุม เพื่อคัดค้านไม่ให้ศาลมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างการพิจารณาคดี

 

“แต่อย่างไรก็ตาม ขอพูดแทนเพื่อน สส. ทั้ง 10 คน ที่ปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎรอยู่ ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เข้ามาทำหน้าที่ในสภาชุดที่ 27 ทุกคนจะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ จนถึงวินาทีที่มีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ หากจะมี” พริษฐ์กล่าว

 

พริษฐ์เน้นย้ำถึงหลักการสำคัญที่ควรยึดถือร่วมกันในสังคมประชาธิปไตยว่า การเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เป็นเอกสิทธิ์และหน้าที่ที่ สส. ทุกคน ทุกพรรคการเมือง และทุกยุคสมัยพึงกระทำได้ หากมีเนื้อหาสาระที่ฝ่ายใดไม่เห็นด้วย กลไกของรัฐสภาก็เปิดพื้นที่ให้ถกเถียงหรือใช้พื้นที่นอกสภาพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นที่แตกต่างได้

 

ท้ายที่สุด หากเสียงส่วนใหญ่ในสภาไม่เห็นด้วย ร่างกฎหมายนั้นก็จะตกไปตามกระบวนการ หรือหากมีข้อโต้แย้งเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ก็มีขั้นตอนให้ยื่นตีความได้

 

“ต้องย้ำว่าการเสนอกฎหมายโดย สส. ไม่ควรจะนำไปสู่การตัดสิทธิทางการเมือง หากเรายอมรับในหลักการนี้ สิ่งที่น่ากังวลคือในวันข้างหน้า อนาคตของประเทศเรา เราจะมีสภาผู้แทนราษฎรแบบไหน ที่ต้องมีความกังวลใจเรื่องการทำหน้าที่ในการเสนอร่างกฎหมายเข้าสภา” พริษฐ์ตั้งข้อสังเกต

 

พริษฐ์ยืนยันด้วยว่า หากเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับอดีต สส. หรือ สส. จากพรรคการเมืองอื่น พรรคประชาชนก็จะยังคงยึดมั่นและออกมาปกป้องหลักการนี้เช่นเดียวกัน

 

โฆษกพรรคประชาชนยังคงยืนกรานว่า ไม่ว่าสังคมจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาของร่างกฎหมาย การทำหน้าที่นิติบัญญัติไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการกระทำความผิดและไม่ควรนำไปสู่การถูกตัดสิทธิทางการเมือง

 

ต่อข้อซักถามเรื่องการเตรียมแผนสำรองและการเรียกประชุมพรรคเพื่อกำหนดทิศทาง พริษฐ์ขอให้ทุกฝ่ายอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า 44 สส. จะถูกตัดสิทธิ เพราะปัจจุบันยังไม่มีการตัดสิทธิใดๆ ทั้งสิ้น พรรคขอเดินหน้าไปทีละขั้นตอน โดยขณะนี้อยู่ในช่วงลุ้นว่าหากศาลรับคำร้อง จะมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ แม้ศาลจะมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่เห็นด้วยกับคำร้องของพรรค ก็ไม่ได้หมายความว่าคดีถึงที่สุดว่า 44 สส. มีความผิด แต่ยังต้องเข้าสู่กระบวนการต่อสู้ในชั้นศาลซึ่งต้องใช้ระยะเวลาอีกพอสมควร

 

พริษฐ์ย้ำว่า หากมีผู้กังวลเกี่ยวกับอนาคตของพรรค พรรคประชาชนมีมาตรการรองรับและแผนสำรองเตรียมพร้อมไว้สำหรับทุกฉากทัศน์อย่างรัดกุมแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคเคยสื่อสารให้ประชาชนรับทราบมาโดยตลอด โดยเฉพาะคำสัมภาษณ์ของ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน หลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา ส่วนการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคที่จะเกิดขึ้น เป็นเพียงวาระปกติที่จัดขึ้นทุกปีเพื่อหารือแนวทางการขับเคลื่อนงานทางการเมืองกับสมาชิกพรรค

 

โดยปัจจุบันพรรคประชาชนมีจุดยืนชัดเจนในการเป็นแกนนำพรรคฝ่ายค้าน สำหรับการพิจารณาวาระพิเศษอื่นๆ นั้น จะต้องรอความชัดเจนจากคำสั่งของศาลฎีกาก่อน

 

“ขอใช้พื้นที่นี้ย้ำอีกรอบว่า สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่อนาคตพรรค แต่คืออนาคตของประเทศ ณ เวลานี้อยากใช้พื้นที่สื่อสารเรื่องนี้เป็นหลัก” พริษฐ์ทิ้งท้าย

The post พริษฐ์พูดแทน 10 สส. จะทำงานอย่างเต็มที่-สู้ยิบตา จนถึงวินาทีหยุดปฏิบัติหน้าที่ หากศาลมีคำสั่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพื่อไทยยื่นร่างกฎหมาย 10 ฉบับให้สภาฯ หวังทำให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี รับมือสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป https://thestandard.co/pheu-thai-submits-10-laws/ Wed, 25 Mar 2026 12:14:16 +0000 https://thestandard.co/pheu-thai-submits-10-laws/ แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ยื่นร่างกฎหมาย 10 ฉบับต่อ เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ตัวแทนสภาฯ

วันนี้ (25 มีนาคม) พรรคเพื่อไทย นำโดย จุลพันธ์ อมรวิวัฒ […]

The post เพื่อไทยยื่นร่างกฎหมาย 10 ฉบับให้สภาฯ หวังทำให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี รับมือสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ยื่นร่างกฎหมาย 10 ฉบับต่อ เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ตัวแทนสภาฯ

วันนี้ (25 มีนาคม) พรรคเพื่อไทย นำโดย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ, ชูศักดิ์ ศิรินิล สส.แบบบัญชีรายชื่อ และ สส. พรรคเพื่อไทย แถลงยื่นร่างกฎหมายชุดแรก เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ โดยมี เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เป็นตัวแทนรับหนังสือ

 

ศ.ดร.ยศชนันกล่าวว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องเกี่ยวกับพลังงาน ซึ่งได้มีการพูดคุยและเสนอญัตติรวมถึงการอภิปราย และขณะนี้การอภิปรายกำลังดำเนินการอยู่ ทั้งนี้ประเทศไทยกว้างใหญ่และปัญหาของประชาชนทุกกลุ่มมีความจำเป็นต้องช่วยเหลือขนานกันไป และตามที่เคยสัญญากับประชาชนว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะยื่นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับปากท้องของประชาชนทั้งในด้านความปลอดภัยการดูแลในเชิงสังคมเศรษฐกิจ วันนี้เราได้ยื่นร่างพ.ร.บ.ให้กับรองประธานสภาผู้แทนราษฎรไปถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อบรรจุวาระ

 

สำหรับในสัปดาห์นี้มีทั้งหมด 10 ร่างกฎหมาย ที่เราได้ทำเรียบร้อยแล้ว ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ. การส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรม, ร่าง พ.ร.บ. โรงแรมและสถานที่พักที่เป็นโรงแรม, ร่าง พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม, ร่าง พ.ร.บ.ภาพยนตร์, ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์, ร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, ร่าง พ.ร.บ. ขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล, ร่าง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม, ร่าง พ.ร.บ. การฌาปนกิจสงเคราะห์ และร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว

 

สำหรับในสัปดาห์หน้าจะตามมาอีก 6 ร่างกฎหมาย ทั้งเรื่องการศึกษา พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ, พ.ร.บ. การเข้าถึงบริการอย่างเท่าเทียม และ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวกับในกลุ่มแรงงาน ซึ่งจะเป็นส่วนที่เราพยายามบริหารจัดการความเดือดร้อนของประชาชน ให้เข้าสู่การพิจารณากฎหมายต่างๆ พร้อมยอมรับว่าการพิจารณาอาจไม่เร็ว แต่เราพร้อมดำเนินการเสนอกันไป เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชนทันที นอกเหนือจาก 47 ร่างกฎหมายที่เราพยายามเตรียม ระหว่างนี้อาจมีความจำเป็นในกฎหมายต่างๆ เพิ่มเติม

 

ศ.ดร.ยศชนันย้ำว่า เรื่องนี้จะพยายามทำให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีครึ่ง – 2 ปี และในวันนี้บรรยากาศการประชุมมีการเพิ่มเติมวันประชุมขึ้นมาหากมีวาระเร่งด่วน

 

ส่วนกฎหมายของพรรคเพื่อไทยที่เสนอไปจะเปลี่ยนประเทศไทยไปอย่างไรบ้าง ศ.ดร.ยศชนันกล่าวว่า ร่างกฎหมายนี้เป็นการร่างเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ในบริบทที่เปลี่ยนไป และขณะนี้เรามีปัญหาเยอะ ทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ ประชาธิปไตย ความเท่าเทียม สังคม ทั้งหมดนี้เป็นประเด็นหลักสำคัญ รวมถึงรายได้ที่เกิดขึ้นจากธุรกิจต่างๆ ใหม่ๆ ซึ่งมีหลาย พ.ร.บ. ที่ปัจจุบันยังไม่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจที่ทำให้เราต้องทำเรื่องนี้อย่างเด่นชัด รวมถึงปัญหาทางสังคมจากการเข้ามาของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงก็มีความจำเป็นที่ต้องดูแลอย่างทั่วถึง การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทยก็เป็นประเด็นหลักที่เราต้องดูแล การท่องเที่ยวทำให้เมืองปลอดภัย การศึกษา ที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์โลก และสภาพเศรษฐกิจ

The post เพื่อไทยยื่นร่างกฎหมาย 10 ฉบับให้สภาฯ หวังทำให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี รับมือสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : สส. เขต เพื่อไทยพร้อมหน้ารายงานตัว ยศชนันย้ำความพร้อมรับใช้ประชาชน https://thestandard.co/pheu-thai-yotchanan-mps-report/ Fri, 27 Feb 2026 05:01:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1182317 ยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ นำ สส. พรรคเพื่อไทย รายงานตัวที่รัฐสภา

วันนี้ (27 กุมภาพันธ์) ที่อาคารรัฐสภา ยศชนัน วงษ์สวัสดิ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : สส. เขต เพื่อไทยพร้อมหน้ารายงานตัว ยศชนันย้ำความพร้อมรับใช้ประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ นำ สส. พรรคเพื่อไทย รายงานตัวที่รัฐสภา

วันนี้ (27 กุมภาพันธ์) ที่อาคารรัฐสภา ยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ ว่าที่ สส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ได้นำทีม สส. แบบแบ่งเขตของพรรค เดินทางมารายงานตัวอย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อแสดงถึงความพร้อมในการเริ่มต้นทำงานรับใช้ประชาชนและประเทศชาติ สำหรับผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อของพรรคกว่า 10 คนนั้น คาดว่าจะเดินทางมารายงานตัวพร้อมกันในวันศุกร์ที่ 6 มีนาคมนี้

 

นอกจากนี้ ยศชนันระบุว่า จะกลับไปร่วมประชุมกับฝ่ายกฎหมายของพรรค โดยพรรคเพื่อไทยได้เตรียมร่างกฎหมายไว้ประมาณ 20 ฉบับ ซึ่งพร้อมจะให้ สส. เป็นตัวแทนยื่นเสนอเข้าสู่สภาทันทีที่มีการเปิดประชุม เพื่อแสดงถึงความพร้อมในการทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

สำหรับประเด็นการร่วมรัฐบาลและการแบ่งโควตารัฐมนตรีนั้น ยศชนันยืนยันว่ายังไม่มีการพูดคุยเพิ่มเติมตั้งแต่การเดินทางไปเยือนพรรคภูมิใจไทยในครั้งก่อน และขณะนี้พรรคจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องภายในก่อน พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่ารายชื่อแกนนำพรรคเพื่อไทยถูกพรรคภูมิใจไทยตีกลับ โดยระบุว่าไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น และพรรคเพื่อไทยพร้อมทำงานในทุกรูปแบบ

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการจัดสรรกระทรวงต่างๆ เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือกระทรวงแรงงาน ยศชนันยืนยันว่าไม่มีกระทรวงใดเป็น “เผือกร้อน” หรือถูกแบ่งเกรด A, B, C เพราะทุกกระทรวงล้วนมีความสำคัญต่อประเทศชาติทั้งสิ้น ส่วนกรณีที่สังคมเรียกร้องให้มีคนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นรัฐมนตรีนั้น พรรคได้นำทุกเรื่องมาหารือกันโดยประเมินจากปัญหาของประเทศและกระแสโลก เพื่อจัดวางบุคลากรให้เหมาะสมและสามารถทำงานร่วมกับทุกคนเพื่อผลักดันประเทศไปข้างหน้าได้

 

สำหรับโอกาสที่ตนเองจะไปนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) หรือไม่นั้น ยศชนันเพียงระบุว่า หากมีความแน่ชัดจะแจ้งให้ทราบ และขณะนี้ได้เตรียมการบ้านไว้สำหรับทุกกระทรวงแล้ว ในด้านนโยบายนั้น ทุกพรรคจะต้องนำนโยบายมาเชื่อมโยงและพูดคุยกันเมื่อสถานการณ์มีความชัดเจน

 

ยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ นำ สส. พรรคเพื่อไทย รายงานตัวที่รัฐสภา 1ยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ นำ สส. พรรคเพื่อไทย รายงานตัวที่รัฐสภา 2ยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ นำ สส. พรรคเพื่อไทย รายงานตัวที่รัฐสภา 3ยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ นำ สส. พรรคเพื่อไทย รายงานตัวที่รัฐสภา 4ยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ นำ สส. พรรคเพื่อไทย รายงานตัวที่รัฐสภา 5ยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ นำ สส. พรรคเพื่อไทย รายงานตัวที่รัฐสภา 6ยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ นำ สส. พรรคเพื่อไทย รายงานตัวที่รัฐสภา 7ยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ นำ สส. พรรคเพื่อไทย รายงานตัวที่รัฐสภา 8ยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ นำ สส. พรรคเพื่อไทย รายงานตัวที่รัฐสภา 9ยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ นำ สส. พรรคเพื่อไทย รายงานตัวที่รัฐสภา 10ยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ นำ สส. พรรคเพื่อไทย รายงานตัวที่รัฐสภา 11ยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ นำ สส. พรรคเพื่อไทย รายงานตัวที่รัฐสภา 12ยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ นำ สส. พรรคเพื่อไทย รายงานตัวที่รัฐสภา 13ยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ นำ สส. พรรคเพื่อไทย รายงานตัวที่รัฐสภา 14ยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ นำ สส. พรรคเพื่อไทย รายงานตัวที่รัฐสภา 15
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : สส. เขต เพื่อไทยพร้อมหน้ารายงานตัว ยศชนันย้ำความพร้อมรับใช้ประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชาติไทยพัฒนาย้ำ ไม่ได้ยุบพรรค-ล่มสลาย แจงย้ายซบภูมิใจไทยเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดพรรคเล็ก https://thestandard.co/chart-thai-join-bjt-small-party-limits/ Sun, 23 Nov 2025 09:10:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1146470 ชาติไทยพัฒนาย้ำ ไม่ได้ยุบพรรค-ล่มสลาย แจงย้ายซบ ภูมิใจไทย เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดพรรคเล็ก

วันนี้ (23 พฤศจิกายน) นิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพ […]

The post ชาติไทยพัฒนาย้ำ ไม่ได้ยุบพรรค-ล่มสลาย แจงย้ายซบภูมิใจไทยเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดพรรคเล็ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชาติไทยพัฒนาย้ำ ไม่ได้ยุบพรรค-ล่มสลาย แจงย้ายซบ ภูมิใจไทย เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดพรรคเล็ก

วันนี้ (23 พฤศจิกายน) นิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้แถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและทิศทางในอนาคตของพรรคชาติไทยพัฒนา โดยย้ำว่า ปรากฏการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่การยุบพรรค หรือ การล่มสลายของพรรคชาติไทยพัฒนา แต่เป็นการ ‘ปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่’ เพื่อสร้างผลประโยชน์สูงสุดให้กับพี่น้องประชาชน

 

นิกรยืนยันว่า พรรคชาติไทยพัฒนาจะยังคงดำรงสถานะความเป็นพรรคการเมืองและสถาบันทางการเมืองสืบต่อไป โดยทางพรรคเตรียมเสนอชื่อ กัญจนา ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรค ให้หวนกลับมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา อีกครั้ง เพื่อทำหน้าที่เป็นเสาหลักในการรักษาบ้านหลังเดิม ที่ บรรหาร ศิลปอาชา และสมาชิกอาวุโสในอดีตได้สร้างไว้ ให้ยังคงเป็นที่พึ่งทางใจของสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาและประชาชนทั่วไปที่ยังศรัทธาอยู่

 

นิกรชี้แจงว่า เหตุผลและความจำเป็นสำคัญที่คณะ สส. ต้องตัดสินใจไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย โดยจำแนกเป็นประเด็นหลัก 4 ประการ ดังนี้

 

1. การก้าวข้ามข้อจำกัดของพรรคขนาดเล็ก ที่ผ่านมาการดำเนินงานในฐานะพรรคขนาดเล็กถึงขนาดกลางต้องเผชิญกับอุปสรรคเชิงโครงสร้างมหาศาล โดยเฉพาะกติกาการเลือกตั้งและการคำนวณคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ (บัญชีรายชื่อ) ที่ทำให้พรรคเสียเปรียบ และยากที่จะรวบรวมเสียงให้ได้จำนวน สส. ที่มากพอจะเป็นพลังหลักในการเปลี่ยนแปลงและแก้ไขปัญหาของประเทศ

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านนิติบัญญัติ เพราะการที่รัฐธรรมนูญยังกำหนดให้การเสนอญัตติเสนอร่างกฎหมายเพื่อประชาชนในนามพรรคต้องมี สส. ไม่น้อยกว่า 20 คนลงนาม ซึ่งที่ผ่านมาพรรคมีจำนวนไม่ถึง ทำให้ไม่สามารถเสนอกฎหมายใดๆ ได้เอง ต้องคอยขอเสียงจากพรรคอื่นในการเสนอกฏหมาย

 

2. อุปสรรคทางด้านการทำหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาปากท้องและความเดือดร้อนของประชาชน ปัญหาที่สำคัญที่สุดของคนทำงานทางการเมืองคือ การเห็นประชาชนเดือดร้อน แต่ไร้อำนาจจะช่วยเหลือ และยิ่งไปกว่านั้น ในยามวิกฤตที่พี่น้องประชาชนประสบภัยพิบัติ น้ำท่วม หรือราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ เสียงของพรรคเล็กมักไม่ดังพอที่จะเร่งรัดมาตรการเยียวยาหรือจัดงบประมาณเข้าแก้ไขได้อย่างทันท่วงที การไปร่วมกับพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรคใหญ่ จึงเป็นการเพิ่มโอกาสในการแก้ปัญหาให้ชาวบ้านได้จริงได้ทันการณ์เป็นรูปธรรม

 

3. อุดมการณ์ร่วมในการปกป้องสถาบันหลักของชาติ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจเลือกพรรคภูมิใจไทยคือ จุดยืนที่ตรงกันกับพรรคชาติไทยพัฒนาอย่างแน่วแน่ในการเทิดทูนและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ การผนึกกำลังกันครั้งนี้ จะทำให้กำแพงแห่งความจงรักภักดีมีความเข้มแข็งและเป็นปึกแผ่นมากยิ่งขึ้น เพื่อธำรงไว้ซึ่งศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ

 

4. การร่วมสร้างภารกิจประวัติศาสตร์ คือ รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน อดีตหัวหน้าพรรค บรรหาร ศิลปอาชา เคยสร้างตำนาน ‘รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540’ ซึ่งเป็นฉบับที่มาจากประชาชนมากที่สุด

 

การย้ายไปร่วมงานครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญคือการขอการสนับสนุนจากพรรคภูมิใจไทยที่มีฐานเสียงในสภาจำนวนมาก เพื่อร่วมกันผลักดันให้เกิดรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนฉบับใหม่ให้สำเร็จ ซึ่งพรรคชาติไทยพัฒนาไม่สามารถทำภารกิจนี้ให้สำเร็จได้โดยลำพังอย่างแน่นอน

 

นิกรระบุว่า การไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย เปรียบเสมือนการกลับไปพบปะคนกันเอง เพราะในพรรคภูมิใจไทยเต็มไปด้วยอดีตสมาชิกพรรคชาติไทยดั้งเดิมหลายท่าน ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขและทำงานการเมืองเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ความสัมพันธ์แบบ ‘รู้มือ รู้ใจ’ นี้ จะทำให้การเชื่อมต่อนโยบาย และการทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาปรับตัว

 

“วันนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ เราตัดสินใจให้ขุนพลของพรรคออกไปสู่สมรภูมิที่ใหญ่ขึ้น เพื่อให้มีเครื่องมือทางการเมืองครบมือ ในการทำงานรับใช้ประชาชน ในขณะที่เรายังคงรักษา ‘ค่ายเดิม’ หรือพรรคชาติไทยพัฒนาไว้ด้วยความรักและศรัทธา ภายใต้การนำของ กัญจนา ศิลปอาชา ซึ่งได้รับการตอบยืนยันมาแล้ว ขอให้มั่นใจว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ในบริบทใด จิตวิญญาณความเป็นพรรคชาติไทยดั้งเดิม และความตั้งใจจริงในการพัฒนาประเทศจะยังคงเข้มข้น และดำรงอยู่เพื่อสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา และพี่น้องคนไทยตลอดไป” นิกรกล่าว

The post ชาติไทยพัฒนาย้ำ ไม่ได้ยุบพรรค-ล่มสลาย แจงย้ายซบภูมิใจไทยเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดพรรคเล็ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาคเอกชนเบรก 3 พ.ร.บ.ใหม่ แรงงาน-อากาศ-โรงงาน ไล่นักลงทุนต่างชาติ หวั่นฉุดขีดความสามารถแข่งขัน SMEs แบกต้นทุนอ่วม https://thestandard.co/private-sector-rejects-three-laws/ Thu, 06 Nov 2025 00:36:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1140089 ภาคเอกชนเบรก 3 พ.ร.บ.ใหม่ แรงงาน-อากาศ-โรงงาน ไล่นักลงทุนต่างชาติ หวั่นฉุดขีดความสามารถแข่งขัน SMEs แบกต้นทุนอ่วม

ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ไม่เห็น […]

The post ภาคเอกชนเบรก 3 พ.ร.บ.ใหม่ แรงงาน-อากาศ-โรงงาน ไล่นักลงทุนต่างชาติ หวั่นฉุดขีดความสามารถแข่งขัน SMEs แบกต้นทุนอ่วม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาคเอกชนเบรก 3 พ.ร.บ.ใหม่ แรงงาน-อากาศ-โรงงาน ไล่นักลงทุนต่างชาติ หวั่นฉุดขีดความสามารถแข่งขัน SMEs แบกต้นทุนอ่วม

ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ไม่เห็นด้วยและมีความกังวลกับร่างกฎหมายที่ขาดการประเมินผลกระทบกฎหมาย (Regulatory Impact Assessment: RIA) อย่างรอบด้านและเป็นระบบ โดยเฉพาะร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด และร่างพระราชบัญญัติโรงงาน ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่จะต้องเผชิญกับภาระต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากข้อกำหนดทางกฎหมายใหม่

 

นอกจากนี้ ยังห่วงว่า ร่างพ.ร.บ. 3 ฉบับนี้จะยังบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติและลดความน่าสนใจของประเทศไทยในการดึงดูดการลงทุนใหม่

 

ดังนั้น กกร. จึงเห็นว่าการจัดทำกฎหมายที่มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้างต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ โปร่งใส เปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยตรง พร้อมจัดทำการประเมินผลกระทบกฎหมาย (RIA) ที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อให้กฎหมายมีความสมดุลระหว่างการคุ้มครองและการรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

 

ที่ประชุม กกร. มีมติสนับสนุนแนวทางดำเนินงานของภาครัฐในการจัดทำร่างพระราชบัญญัติยกระดับการบริหารงานภาครัฐให้มีความทันสมัย พ.ศ. .. เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดระบบราชการให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและตอบสนองความต้องการประชาชนได้ทันเวลา พร้อมทั้ง สนับสนุนการขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. …. (ร่างฯ พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯฉบับใหม่) ให้มีผลใช้บังคับ รวมไปถึง สนับสนุนแนวทางปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการประกอบธุรกิจ (Regulatory Guillotine) เพื่อยกระดับการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจและการให้บริการประชาชนไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย

 

โดย กกร. จะดำเนินการร่วมกับรองนายกรัฐมนตรี ศาสตราจารย์กิตติคุณ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

 

กังวล ร่าง พ.ร.บ. แรงงาน กระทบทั้งลูกจ้างและนายจ้าง

 

ทั้งนี้ กกร. ไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ที่อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาในสภาฯ โดยย้ำว่าอาจส่งผลกระทบต่อทั้งนายจ้างและลูกจ้าง พร้อมยืนยันว่าได้มีหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร กรรมาธิการ และพรรคการเมืองทุกพรรคแล้ว หลังร่างกฎหมายผ่านวาระ 1 และกำลังเข้าสู่วาระ 2

 

ด้าน พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ชี้ว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ใช่กฎหมายของรัฐบาลหรือกระทรวง แต่เป็นข้อเสนอจากพรรคการเมือง ซึ่งหลายประเด็นไม่สอดคล้องกับกฎหมายแรงงานที่ใช้ในต่างประเทศและมาตรฐานทั่วไป อีกทั้งการประเมินผลกระทบยังไม่ครอบคลุม

 

นอกจากนี้ ​พจน์ยังระบุอีกด้วยว่า หลายข้อกำหนดไม่สามารถทำได้จริงในภาคปฏิบัติ เช่น เงื่อนไขการทำงาน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ที่อาจทำให้ลูกจ้างดำรงชีพได้ยาก พร้อมย้ำว่าการประกาศร่างกฎหมายบนเว็บไซต์ให้ผู้เกี่ยวข้องติดตามเองไม่เพียงพอ เนื่องจากเป็นกฎหมายมหาชนที่กระทบเศรษฐกิจในวงกว้าง จึงควรเข้าหาผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

 

ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด เห็นชอบหลักการ แต่ขอปรับรายละเอียดภาคปฏิบัติ

 

กกร. ระบุว่าเห็นด้วยกับหลักการเรื่องอากาศสะอาด และย้ำถึงความจำเป็นต้องร่วมมือกัน แต่ได้รับการร้องเรียนจำนวนมาก โดยเฉพาะจากภาคเกษตร ซึ่งจะต้องเผชิญความยากลำบากหากไม่มีการปรับรายละเอียด กกร. จึงขอให้พิจารณารายละเอียดให้รอบคอบ และเปิดรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

 

ร่าง พ.ร.บ. โรงงาน ค้านต่อใบอนุญาตทุก 2 ปี และเพิ่มโทษอาญา

 

สำหรับประเด็นร่าง พ.ร.บ. โรงงาน กกร. ระบุว่า ได้หารือจนปรับถ้อยคำจาก ‘อุตสาหกรรมอันตราย’ เป็น ‘สินค้าควบคุมพิเศษ/โรงงานควบคุมพิเศษ’ เพื่อลดผลกระทบด้านภาพลักษณ์ในภาษาอังกฤษ

 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นการต่อใบอนุญาตโรงงานทุก 2 ปี นั้น กกร. มองว่าระยะเวลาสั้นเกินไปเมื่อเทียบกับปกติที่ 10 ปี และการเพิ่มโทษอาญาอาจกระทบขวัญและกำลังใจของนักลงทุนได้ ซึ่งไม่ตรงกับจุดประสงค์ Ease of Doing Business

 

เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การเพิ่มน้ำหนักอย่างนี้ทำให้ขวัญและกำลังใจนักลงทุนไทยและต่างชาติเสียไป แถมไม่ตรงกับจุดประสงค์ Ease of Doing Business ฉะนั้น เราคัดค้าน และขอให้ทบทวนใหม่”

 

เตรียมแถลงใหญ่สัปดาห์หน้า

 

ทั้งนี้ พจน์ เผยว่า กกร. เตรียมจัดแถลงข่าวใหญ่ในวันพุธหน้า โดยจะมีการเชิญสมาคมผู้ประกอบการและตัวแทนลูกจ้างทั่วประเทศ มาร่วมแสดงจุดยืนต่อร่างกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากกังวลว่าหากเดินหน้าตามเดิมจะกระทบการจ้างงานและขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

 

“เพราะถ้าขืนออกกฎหมายมาตามนั้น รับรองการจ้างงานจะหายไปเยอะเลย ขีดความสามารถในการแข่งขันไทยจบ นักลงทุนต่างชาติจะชะงักคิดใหม่ ทบทวนกันทันทีเลย” พจน์ กล่าว

The post ภาคเอกชนเบรก 3 พ.ร.บ.ใหม่ แรงงาน-อากาศ-โรงงาน ไล่นักลงทุนต่างชาติ หวั่นฉุดขีดความสามารถแข่งขัน SMEs แบกต้นทุนอ่วม appeared first on THE STANDARD.

]]>
วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมาย “Big, Beautiful Bill” ของทรัมป์ คืออะไร มีอะไรที่สำคัญบ้างในนั้น และจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป? https://thestandard.co/big-beautiful-bill/ Wed, 02 Jul 2025 08:12:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1091938 big-beautiful-bill

วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติผ่านร่างกฎหมายภาษีและการใช้จ่ายขนาดม […]

The post วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมาย “Big, Beautiful Bill” ของทรัมป์ คืออะไร มีอะไรที่สำคัญบ้างในนั้น และจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป? appeared first on THE STANDARD.

]]>
big-beautiful-bill

วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติผ่านร่างกฎหมายภาษีและการใช้จ่ายขนาดมหึมาของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ หรือที่เขาเรียกว่า “Big, Beautiful Bill” เมื่อวันอังคาร (1 กรกฎาคม) ที่ผ่านมา หลังจากการอ่าน ถกเถียง และลงมติในชุดแก้ไขต่อเนื่องเกือบ 48 ชั่วโมง

 

ร่างกฎหมายนี้ยังต้องเผชิญเส้นทางที่ท้าทายในการผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ก่อนจะกลายเป็นกฎหมายฉบับสมบูรณ์ โดยเนื้อหาในร่างฉบับนี้รวมถึงการตัดลดงบประมาณในโครงการสุขภาพและโภชนาการยอดนิยม ขณะเดียวกันก็ให้การลดภาษีรวมกว่า 4.5 ล้านล้านดอลลาร์

 

“Big, Beautiful Bill” คืออะไร?

 

นี่คือร่างกฎหมายชุดใหญ่ที่รวมหลายมาตรการเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งการลดภาษี, เพิ่มงบประมาณในด้านกลาโหมและความมั่นคงชายแดน, และการตัดงบสวัสดิการสังคม

 

เป้าหมายหลักของร่างนี้ คือการขยายเวลาการลดภาษีตามนโยบายเดิมของทรัมป์ในปี 2017 ซึ่งมีกำหนดสิ้นสุดในปลายปี 2025 โดยร่างนี้จะทำให้การลดภาษีส่วนใหญ่มีผลถาวร พร้อมเพิ่มงบประมาณให้กับนโยบายด้านความมั่นคงชายแดน กองทัพ และโครงการพลังงานบางประเภท

 

เพื่อชดเชยงบประมาณบางส่วน รัฐบาลจะตัดลดงบด้านสุขภาพและอาหารสำหรับผู้มีรายได้น้อย

 

ตามการประเมินของสำนักงานงบประมาณรัฐสภา (CBO) ร่างกฎหมายนี้จะทำให้หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอีก 3.3 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วง 10 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่หนี้รวมของรัฐบาลอยู่ที่ราว 36.2 ล้านล้านดอลลาร์

 

อะไรอยู่ในร่างกฎหมายนี้บ้าง?

 

ลดภาษี

 

ทรัมป์เคยลงนามในกฎหมาย Tax Cuts and Jobs Act เมื่อปี 2017 ที่ให้การลดหย่อนภาษีและเพิ่มการหักลดหย่อนมาตรฐาน โดยเน้นผลประโยชน์ต่อกลุ่มรายได้สูงเป็นหลัก ร่างใหม่นี้จะขยายผลการลดภาษีให้เป็นถาวร และเพิ่มการลดหย่อนเพิ่มเติมตามที่ทรัมป์หาเสียงไว้

 

หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญ คือการปรับเพิ่มเพดานการหักภาษีท้องถิ่น (State and Local Taxes – SALT deduction) จาก 10,000 ดอลลาร์ เป็น 40,000 ดอลลาร์ เป็นเวลา 5 ปี

 

นอกจากนี้ ผู้เสียภาษียังสามารถหักรายได้จากทิป, ค่าล่วงเวลา, และดอกเบี้ยจากเงินกู้เพื่อซื้อรถยนต์ที่ผลิตในสหรัฐฯ ได้ รวมแล้ว มูลค่าการลดภาษีอยู่ที่ประมาณ 4.5 ล้านล้านดอลลาร์

 

เครดิตภาษีเด็ก (Child Tax Credit)

 

หากร่างนี้ไม่ผ่าน เครดิตภาษีบุตรต่อคนต่อปีจะลดลงจาก 2,000 ดอลลาร์ เหลือ 1,000 ดอลลาร์ในปี 2026 แต่หากผ่าน ร่างนี้จะเพิ่มเครดิตเป็น 2,200 ดอลลาร์ ต่อคนต่อปี

 

ความมั่นคงชายแดน

 

ร่างกฎหมายจัดสรรงบประมาณกว่า 350,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับนโยบายความมั่นคงของทรัมป์ โดยประกอบด้วย

 

  • งบ 46,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับสร้างกำแพงชายแดนสหรัฐฯ–เม็กซิโก
  • งบ 45,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเพิ่มจำนวนเตียงในศูนย์กักตัวผู้อพยพ
  • งบเพิ่มเติมสำหรับการจ้างเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ICE) เพิ่มอีก 10,000 คน ภายในปี 2029 เพื่อรองรับแผนการเนรเทศครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

 

ตัดงบ Medicaid และ SNAP

 

เพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายในด้านอื่น พรรครีพับลิกันเสนอให้ตัดงบ Medicaid และโครงการอาหาร SNAP โดยระบุว่า ต้องการปรับเป้าโครงการให้มุ่งช่วยกลุ่มเปราะบางจริง ๆ เช่น หญิงตั้งครรภ์, เด็ก, และผู้พิการ รวมถึงป้องกันการใช้สิทธิเกินจริง

 

อย่างไรก็ตาม ตามข้อมูลของ CBO หากร่างนี้กลายเป็นกฎหมาย จะมีชาวอเมริกันราว 11.8 ล้านคน ไม่มีประกันสุขภาพ ภายในปี 2034

 

ลดสิทธิประโยชน์พลังงานสะอาด

 

ร่างนี้ยังเสนอให้ลดหรือยกเลิกแรงจูงใจด้านภาษีที่เคยผลักดันภายใต้กฎหมาย Inflation Reduction Act ของประธานาธิบดีไบเดน โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะหมดอายุเร็วขึ้นในเดือนกันยายนปีนี้ แทนที่จะสิ้นสุดในปี 2032

 

ใครได้ประโยชน์มากที่สุด?

 

จากข้อมูลของ Budget Lab มหาวิทยาลัยเยล ระบุว่า กลุ่มผู้มีรายได้สูงจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากร่างนี้ ในขณะที่กลุ่มรายได้น้อยจะได้รับผลกระทบด้านลบ

  • กลุ่มรายได้น้อยที่สุด รายได้จะลดลงเฉลี่ย 2.5% เนื่องจากถูกตัดสวัสดิการ
  • กลุ่มรายได้สูง รายได้จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2.2%

 

ใครโหวตให้ร่างนี้ผ่าน?

 

สมาชิกวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกันส่วนใหญ่ลงมติเห็นชอบ และสามารถผ่านร่างนี้ด้วยคะแนน 51 ต่อ 50 โดยเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี เป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด

 

ทรัมป์ตั้งเป้าให้ร่างกฎหมายนี้ผ่านสภาคองเกรสทั้งหมดให้ทันภายในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้ แต่เขาก็ยอมรับว่า “เป็นเรื่องยากมาก” ที่จะสำเร็จตามเส้นตายดังกล่าว เนื่องจากยังต้องรอการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎร

 

พรรครีพับลิกันต่างชื่นชมว่าเป็น “ชัยชนะครั้งสำคัญ” ส่วนทรัมป์กล่าวว่า “เป็นข่าวที่ไพเราะที่สุดที่เคยได้ยิน” 

 

ขณะที่พรรคเดโมแครตวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดย ส.ว. ชัค ชูเมอร์ กล่าวในสภาว่า “วันนี้จะตามหลอกหลอนพรรครีพับลิกันไปอีกนาน” และ “พวกเขาเปื้อนรอยอัปยศให้กับวุฒิสภาแห่งนี้”

 

องค์กรหอการค้าสหรัฐฯ และอีกกว่า 145 องค์กรสนับสนุนร่างนี้ โดยชี้ว่าจะส่งเสริมการลงทุนและการจ้างงาน แต่ในอีกด้าน กลุ่มด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเตือนว่า ร่างนี้จะทำให้ผู้คนจำนวนมากตกหล่นจากระบบ และเพิ่มค่าใช้จ่ายฉุกเฉินที่รัฐต้องแบกรับ

 

ทั้งนี้ นักข่าวจากวอชิงตันของ Al Jazeera รายงานจากผลสำรวจความเห็นล่าสุดที่พบว่าการสนับสนุนร่างนี้ลดลง “เดิมทีทรัมป์ได้รับการสนับสนุนมากกว่า 50% แต่ตอนนี้ลดลงต่ำกว่านั้น เพราะประชาชนเริ่มเห็นว่า ร่างนี้อาจตัดสิทธิสวัสดิการที่เขาเคยให้คำมั่นว่าจะปกป้องไว้” 

 

แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อ?

 

ขั้นตอนต่อไปคือการเข้าสู่คณะกรรมาธิการกฎของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะพิจารณาว่าจะจัดการอภิปรายในชั้นสภาอย่างไร หากผ่านขั้นตอนนี้ ร่างกฎหมายจะเข้าสู่การอภิปรายและลงมติในที่ประชุมสภาเต็มรูปแบบ อาจเร็วที่สุดในวันพุธนี้

 

หากสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบกับฉบับที่วุฒิสภาแก้ไข ร่างจะถูกส่งตรงให้ทรัมป์ลงนามเป็นกฎหมาย แต่หากไม่เห็นชอบ ก็อาจส่งกลับวุฒิสภา หรือจัดตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างสองสภาเพื่อหาข้อสรุปที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับร่วมกัน

 

ภาพ: Evelyn Hockstein /  REUTERS 

 

อ้างอิง:

The post วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมาย “Big, Beautiful Bill” ของทรัมป์ คืออะไร มีอะไรที่สำคัญบ้างในนั้น และจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป? appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับฟังความเห็นร่าง พ.ร.บ.แก้ไข ป.วิ.อาญา หลายฝ่ายห่วงเพิ่มขั้นตอน ทำคดีล่าช้า ไม่เป็นธรรม https://thestandard.co/police-seek-feedback-on-criminal-procedure-bill/ Fri, 27 Jun 2025 01:39:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1089783

วานนี้ (26 มิถุนายน) ที่ศูนย์ฝึกตำรวจภูธรภาค 6 จังหวัดน […]

The post สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับฟังความเห็นร่าง พ.ร.บ.แก้ไข ป.วิ.อาญา หลายฝ่ายห่วงเพิ่มขั้นตอน ทำคดีล่าช้า ไม่เป็นธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (26 มิถุนายน) ที่ศูนย์ฝึกตำรวจภูธรภาค 6 จังหวัดนครสวรรค์ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รับผิดชอบงานด้านกฎหมายและคดี) ร่วมกันเปิดเวทีเสวนาทางวิชาการในหัวข้อ ‘การคุ้มครองสิทธิของประชาชน บนเส้นทางการสืบสวนสอบสวนตาม ป.วิ.อาญา’

 

เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมต่อ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ร่างของ สส. พรรคประชาชน) โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางตอนบน

 

การเสวนาครั้งนี้เป็นเวทีสุดท้ายจากทั้งหมด 4 ครั้งที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ ก่อนหน้านี้มีการจัดเสวนาในภาคกลาง (นครปฐม), ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ขอนแก่น) และภาคใต้ (ภูเก็ต) โดยมีเป้าหมายเพื่อรวบรวมความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายให้รอบด้านและครอบคลุมทุกภูมิภาค

 

ภายในงานมีผู้เข้าร่วมกว่า 300 คน ประกอบด้วยตัวแทนจากหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ภาคประชาชน นักศึกษาในจังหวัดนครสวรรค์และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงพนักงานสอบสวนและข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 5 และ ภาค 6 นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมอภิปราย อาทิ เปรมศักดิ์ ศรีนวล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครสวรรค์, พล.ต.ท. ดำรงค์ เพ็ชรพงศ์ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิ ตร., ดร.ชำนาญ ชาดิษฐ์ กรรมการอำนวยการ สำนักงานธนานุเคราะห์, ผศ.เครือวัลย์ อินทรสุข ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์, โสฬส วัฒนศิลป์ กต.ตร.จังหวัดนครสวรรค์ และ พ.ต.อ. ดร.เทิดสยาม บุญยะเสนา ผู้กำกับการ (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5

 

ข้อกังวลสำคัญจากเวทีเสวนา

 

ร่างแก้ไข ป.วิ.อาญา มีสาระสำคัญคือ การให้อำนาจอัยการกำกับดูแลงานสืบสวนสอบสวน เช่น การกำหนดให้พนักงานสอบสวนแจ้งพนักงานอัยการทันทีที่พบเหตุ หรือต้องให้พนักงานอัยการให้ความเห็นชอบก่อนออกหมายเรียกหรือขอศาลออกหมายจับ รวมถึงให้อำนาจพนักงานอัยการเข้ามาดูแลการสอบสวนในคดีสำคัญหรือคดีที่มีการร้องขอความเป็นธรรม

 

อย่างไรก็ตาม ในเวทีเสวนาหลายฝ่ายได้แสดงความกังวลว่า ขั้นตอนที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลให้กระบวนการสอบสวนล่าช้าลง เนื่องจากการปฏิบัติงานที่ซ้ำซ้อนระหว่างพนักงานสอบสวน อัยการ และศาล จะกระทบต่อประชาชนผู้เสียหาย ทำให้การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างล่าช้า ซึ่งเข้าข่ายหลักการที่ว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม (Justice delayed is justice denied)

 

มีการยกตัวอย่างสถานการณ์ในพื้นที่ภาคเหนือ ที่การสืบสวนสอบสวนคดียาเสพติดตามแนวชายแดนจำเป็นต้องรวดเร็วและคล่องตัว หากนำขั้นตอนตามร่างกฎหมายมาใช้ อาจไม่เหมาะสมและเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ยังมีการหารือถึง งบประมาณของรัฐที่อาจต้องจัดสรรเพิ่มเติม ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานอัยการ เพื่อรองรับภาระงานที่เพิ่มขึ้นจากร่างกฎหมายนี้ ทั้งในด้านบุคลากร ทรัพยากร และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

 

ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งที่ถูกแลกเปลี่ยนคือ ความเหมาะสมในการแก้ไขกฎหมายแม่บทอย่าง ป.วิ.อาญา เพื่อแก้ไขปัญหาที่เป็นเพียงข้อบกพร่องส่วนบุคคลในงานสอบสวนบางส่วน หลายความเห็นชี้ว่าปัญหาดังกล่าวสามารถแก้ไขได้ตรงจุดและรวดเร็วกว่าผ่านกลไกการประสานงานของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม หรือการแก้ไขระเบียบและคำสั่งที่เกี่ยวข้อง โดยไม่จำเป็นต้องกระทบหลักการของระบบกฎหมายอาญาแบบกล่าวหาของประเทศไทย

 

ยิ่งไปกว่านั้น ร่าง ป.วิ.อาญา ฉบับแก้ไข ยังถูกมองว่าเน้นการคุ้มครองสิทธิผู้ต้องหาค่อนข้างมาก แต่โดยหลักการแล้ว กระบวนการยุติธรรมควรมีความสมดุลระหว่างสิทธิของผู้เสียหายและผู้ต้องหา รวมถึงต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมอาชญากรรม (Due Process) ตามหลักอาชญาวิทยา

 

หากร่างกฎหมายมุ่งแก้ไขเพียงบางประเด็น อาจทำให้เกิดความไม่สมดุลและขัดแย้งกับมาตราอื่นๆ ที่ไม่ได้แก้ไขไปพร้อมกัน ซึ่งอาจนำไปสู่ความไม่ชัดเจนในการปฏิบัติ และท้ายที่สุดจะส่งผลกระทบให้เกิดความล่าช้าในการสอบสวนโดยไม่จำเป็น และเป็นผลเสียต่อประชาชนผู้เสียหายในที่สุด

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะรวบรวมผลการเสวนาจากทั้ง 4 ภูมิภาค จัดทำเป็นรายงานทางวิชาการ 4 ฉบับ เพื่อเป็นข้อมูลและความเห็นประกอบการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงเผยแพร่ให้ผู้สนใจได้ศึกษาต่อไป

The post สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับฟังความเห็นร่าง พ.ร.บ.แก้ไข ป.วิ.อาญา หลายฝ่ายห่วงเพิ่มขั้นตอน ทำคดีล่าช้า ไม่เป็นธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครั้งแรกของไทย! ‘กระทรวงดีอีและ ETDA’ เปิด (ร่าง) หลักการกฎหมาย AI เน้นคุมความเสี่ยงสูง ดันมาตรฐานใหม่ ใช้ AI ไม่ละเมิดสิทธิ-รับผิดชอบ https://thestandard.co/thailands-first-ai-law-draft-high-risk/ Fri, 06 Jun 2025 04:26:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1082318

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยสำนักงานพ […]

The post ครั้งแรกของไทย! ‘กระทรวงดีอีและ ETDA’ เปิด (ร่าง) หลักการกฎหมาย AI เน้นคุมความเสี่ยงสูง ดันมาตรฐานใหม่ ใช้ AI ไม่ละเมิดสิทธิ-รับผิดชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA เดินหน้าผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้าน AI Governance เปิดเวทีรับฟังความเห็นต่อ ‘(ร่าง) หลักการของกฎหมายว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์’ ฉบับแรกของประเทศ เน้นการกำกับดูแลการใช้งาน AI ที่มี ‘ความเสี่ยงสูง’ ดันมาตรฐานใช้ AI อย่างมีจริยธรรม ไม่ละเมิดสิทธิและมีความรับผิดชอบ พร้อมตั้งเป้าสร้างกรอบกฎหมายที่สมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิประชาชนกับการส่งเสริมนวัตกรรมอย่างยั่งยืน

 

ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวเนื่องในโอกาสเป็นประธานในเวที Hearing (ร่าง) หลักการกฎหมายเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยระบุว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถือเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งในด้านประสิทธิภาพการดำเนินงานและการยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในยุคที่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยประเด็นเรื่องความพร้อมของประเทศในการพัฒนาและประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI Readiness) และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI Adoption) ถือเป็นประเด็นสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยจากการเป็นผู้ตาม ไปสู่การใช้ AI เพื่อยกระดับชีวิต เศรษฐกิจ และบริการของประเทศอย่างเต็มศักยภาพ

 

และปัจจัยสำคัญที่ผลักดันเรื่องเหล่านี้คือ ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance)ซึ่งวันนี้ประเทศไทยเผชิญกับโจทย์สำคัญว่าเราจะสร้างจุดสมดุลอย่างไรระหว่างการวางกรอบกำกับดูแล เพื่อคุ้มครองสังคมและผู้บริโภคที่จะต้องไม่สร้างอุปสรรคต่อการพัฒนานวัตกรรมและเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งประเด็น AI Governance ต้องอาศัยการพิจารณาอย่างลึกซึ้งและรอบด้าน

 

ประเด็นดังกล่าวจึงจะได้รับการหยิบยกขึ้นหารืออย่างจริงจังอีกครั้งในเวทีนานาชาติ The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนมิถุนายนนี้ โดยมีเป้าหมายในการร่วมกำหนดแนวทางความร่วมมือในระดับภูมิภาคและระดับโลกด้านจริยธรรมและธรรมาภิบาล AI

 

นอกจากนี้สิ่งที่เราต้องพัฒนาควบคู่กัน คือความพร้อมด้านบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐาน โดยประเทศไทยได้มีการกำหนดเป้าหมายในการพัฒนาบุคลากรด้าน AI ในแต่ละระดับไว้อย่างชัดเจน ครอบคลุมทั้งด้านเทคนิค จริยธรรม และการประยุกต์ใช้ในภาคส่วนต่างๆ ขณะที่ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนา ระบบแบ่งปันข้อมูล (data sharing) และการออกแบบระบบที่คำนึงถึง อธิปไตยทางดิจิทัล (Digital Sovereignty) เพื่อสร้างความสมดุลระหว่าง ความเป็นเจ้าของข้อมูล (data ownership) การเปิดใช้แหล่งข้อมูลแบบเปิด (open source) และการควบคุมดูแลการไหลเวียนข้อมูลในระบบภายในประเทศอย่างมั่นคงและปลอดภัย และความพร้อมทั้งสามมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านธรรมาภิบาล บุคลากร หรือโครงสร้างพื้นฐาน จะต้องถูกผลักดันไปสู่การประยุกต์ใช้จริงในภาคส่วนสำคัญของประเทศ เช่น การเกษตร การแพทย์ การท่องเที่ยว และการบริหารภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงประโยชน์จาก AI ได้อย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

 

ดังนั้น กระทรวงดีอี โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA จึงได้เร่งเดินหน้าจัดทำ ‘(ร่าง) หลักการของกฎหมายว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์’ เพื่อเป็นกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจน โปร่งใส และสอดคล้องกับสถานการณ์เทคโนโลยีในปัจจุบัน โดยเฉพาะการใช้งาน AI ที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิ เสรีภาพ หรือความปลอดภัยของประชาชน ภายใต้เป้าหมายใหญ่คือ การสร้างสมดุล ระหว่าง ‘การส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรม’ และ ‘การปกป้องประโยชน์สาธารณะ’ โดยจะเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับหน่วยงานรัฐและภาคเอกชนในการออกแบบแนวปฏิบัติ หรือมาตรการควบคุมที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของ AI ในแต่ละบริบท ตลอดจนรองรับแนวทางการกำกับดูแลในหลายระดับ ทั้ง Soft Law และ Hard Law ให้เกิดขึ้นอย่างยืดหยุ่น แต่ยังคงยึดมั่นในหลักความรับผิดชอบ โปร่งใส และเคารพสิทธิมนุษยชนตามหลักสากล

 

ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ที่ปรึกษาอาวุโสสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA กล่าวต่อว่า ปัจจุบันการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับ AI ในประเทศไทยยังอยู่ในรูปแบบ Soft Law หรือแนวทางปฏิบัติ (Guideline) แต่เนื่องจาก AI มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด และมีความซับซ้อนมากขึ้น จึงอาจทำให้แนวปฏิบัติอาจมีช่องโหว่และไม่สามารถกำกับการใช้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร โดยเฉพาะในประเด็นที่สำคัญ เช่น เรื่องความโปร่งใสในการทำงานของ AI การรับผิดชอบต่อความเสียหายอันเกิดจาก AI หรือการละเว้นความรับผิดชอบในกรณีที่เกิดความผิดพลาดจาก AI ที่นอกเหนือความคาดหมาย

 

ทั้งนี้ ETDA จึงได้มีการศึกษาหลักการสากลอย่างเข้มข้น รวมถึงประชุมเพื่อหาทิศทางร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ หรือศูนย์ AIGC by ETDA ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเทคโนโลยี AI หน่วยงานรัฐที่มีบทบาทการกำกับ-ดูแลในภาคส่วนต่างๆ รวมไปถึงตัวแทนจากภาคธุรกิจ สู่การพัฒนาและจัดทำร่างหลักเกณฑ์กฎหมายและข้อบังคับให้เกิดการลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากใช้ AI

 

โดยพบว่า การวางแนวทางสำหรับธรรมาภิบาล AI นั้นไม่ได้ถูกจำกัดเฉพาะในรูปแบบกฎหมาย แต่สามารถทำได้ในหลายระดับไม่ว่าจะเป็นระดับ Guideline หรือ Best Practice ระดับ Soft Law และระดับ Hard Law โดยความเข้มข้นของการกำกับ-ดูแลก็ควรจะต้องพิจารณาให้เหมาะสมในแต่ละประเด็นที่แตกต่างกัน และต้องคำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยีไปพร้อมกันด้วย

 

สำหรับการออกแบบร่างกฎหมายปัญญาประดิษฐ์ มีจุดที่จะต้องพิจารณา 3 เรื่องสำคัญ คือ

 

1. การปลดล็อกในประเด็นทางกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาหรือประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์

 

2. การส่งเสริมที่ควรกำหนดไว้เพื่อสร้างความชัดเจนในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ อาทิ การให้ทุน การลดภาษี การสร้างแรงจูงใจ

 

3. การคุ้มครองหรือเรื่องธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ โดยประเด็นหลักที่ได้จากการศึกษาการบังคับใช้กฎหมาย AI ในต่างประเทศทำให้ทราบว่าการวางแนวทางสำหรับธรรมาภิบาล AI นั้นไม่ได้ถูกจำกัดเฉพาะในรูปแบบกฎหมาย แต่สามารถทำได้ในหลายระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับ Guideline หรือ Best Practice ระดับ Soft Law และระดับ Hard Law

 

โดยความเข้มข้นของการกำกับ-ดูแลก็ควรจะต้องพิจารณาให้เหมาะสมในแต่ละประเด็นที่แตกต่างกัน และต้องคำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยีไปพร้อมกันด้วย ซึ่งการออกกฎหมายที่ครอบคลุมความเสี่ยงในทุกเรื่อง ทุกระดับความเสี่ยงแบบ One Size Fit All อาจจะไม่ใช่แนวทางการกำกับ-ดูแล AI ที่เหมาะกับประเทศไทยนัก เพราะโจทย์สำคัญของเราคือ การกำกับและ ดูแล AI โดยไม่ขัดขวางการพัฒนาเทคโนโลยี

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับ ‘(ร่าง) หลักการกฎหมายเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)’ จะมีเนื้อหาที่ครอบคลุมทั้ง การวางหลักการพื้นฐานที่สำคัญแก่ระบบกฎหมาย, มาตรการส่งเสริมในทางกฎหมายที่จำเป็น เช่น Text and Data Mining, Regulatory Sandbox กำหนดแนวทางกำกับความเสี่ยงจาก AI โดยเฉพาะการใช้งานในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง (High-Risk AI), การส่งเสริมการใช้งาน AI อย่างรับผิดชอบ ผ่านกลไกการกำกับดูแลที่เหมาะสมในแต่ละบริบท, การกำหนดบทบาทของหน่วยงานกำกับเฉพาะด้าน ให้สามารถออกมาตรการควบคุมหรือส่งเสริม AI ได้อย่างยืดหยุ่นและทันต่อการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการกำหนดองค์กรสนับสนุนการทำงานของกฎหมายฉบับนี้ เป็นต้น

 

ดร.ศักดิ์ ยังเน้นว่า ร่างกฎหมายนี้ไม่ใช่เพียงเครื่องมือทางกฎหมาย แต่คือการสร้าง ‘สมดุล’ ระหว่างการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อประโยชน์ของสังคม กับการคุ้มครองความปลอดภัย สิทธิ และศักดิ์ศรีของมนุษย์ในยุคดิจิทัล และเพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของ AI ไทย

 

ประชาชนสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นต่อ ‘(ร่าง) หลักการของกฎหมายว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์’ ผ่านระบบกลางทางกฎหมายได้ที่ http://bit.ly/4kBjBTU ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 9 มิถุนายน 2568 และสามารถติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับร่างกฎหมายปัญญาประดิษฐ์ของไทยได้บนทุกช่องทางของ ETDA Thailand

 

ภาพ: ismagilov / Getty Images

The post ครั้งแรกของไทย! ‘กระทรวงดีอีและ ETDA’ เปิด (ร่าง) หลักการกฎหมาย AI เน้นคุมความเสี่ยงสูง ดันมาตรฐานใหม่ ใช้ AI ไม่ละเมิดสิทธิ-รับผิดชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เสรีโซลาร์กำลังมา ร่าง กม.พลังงานแสงอาทิตย์ เปิดทางประชาชนผลิตไฟใช้เองง่ายขึ้น ต้นทุนลด-แข่งขันสูง-ประชาชนได้ประโยชน์ https://thestandard.co/new-solar-law-and-freedom/ Thu, 29 May 2025 00:30:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1079716

วานนี้ (28 พฤษภาคม) อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ประธานที่ปรึก […]

The post เสรีโซลาร์กำลังมา ร่าง กม.พลังงานแสงอาทิตย์ เปิดทางประชาชนผลิตไฟใช้เองง่ายขึ้น ต้นทุนลด-แข่งขันสูง-ประชาชนได้ประโยชน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (28 พฤษภาคม) อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเปิดเผยความคืบหน้าร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เตรียมเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2568 ก่อนเข้าสภาปลายปีนี้ โดยชี้ว่าแนวทางใหม่นี้จะส่งผลให้ต้นทุนของประชาชนลดลง ขณะที่บริษัทติดตั้งโซลาร์ต้องปรับตัวครั้งใหญ่

 

“บริษัทติดโซลาร์จะเก็บเงินลูกค้าได้น้อยลง เพราะการเปิด เสรีโซลาร์ จะทำให้ประชาชนมีทางเลือก เกิดการแข่งขันทางการค้า หาซื้อง่าย อุปกรณ์และบริการติดตั้งจะถูกลงมาก แต่ผมเชื่อว่าปริมาณคนติดโซลาร์จะเพิ่มขึ้นมากขึ้นเช่นกัน บริษัทต้องปรับตัวครั้งสำคัญ” อรรถวิชช์ระบุ

 

สาระสำคัญของร่างกฎหมายนี้คือการ ‘ปลดล็อก’ อุปสรรคเดิม โดยเปลี่ยนจากระบบ ‘ขออนุญาต’ หลายขั้นตอน มาเป็นเพียง ‘การแจ้ง’ ต่อรัฐเท่านั้น เพื่อให้รัฐสามารถรับรู้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าจริง ลดความจำเป็นในการผลิตสำรองไฟฟ้า และส่งผลต่อการลดค่าไฟในภาพรวม

 

ในด้านมาตรฐานอุปกรณ์และการติดตั้ง รัฐจะกำหนดให้ใช้ ‘ประกาศกระทรวง’ ซึ่งมีผลบังคับใช้ทั่วไป ไม่ใช่ระบบการอนุญาตเฉพาะราย พร้อมเทียบมาตรฐานจากการไฟฟ้า โดยตัดข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อประชาชน

 

“เราไม่ได้ยอมให้รัฐไปยืนบังแดดประชาชนอีกต่อไป” อรรวิชช์ระบุ พร้อมติดแฮชแท็ก #ห้ามรัฐยืนบังแดดประชาชน

 

ร่างพระราชบัญญัตินี้นับเป็นก้าวสำคัญสู่การกระจายอำนาจการผลิตไฟฟ้าสู่มือประชาชน และอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างพลังงานในประเทศไทย

The post เสรีโซลาร์กำลังมา ร่าง กม.พลังงานแสงอาทิตย์ เปิดทางประชาชนผลิตไฟใช้เองง่ายขึ้น ต้นทุนลด-แข่งขันสูง-ประชาชนได้ประโยชน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินเปิดเบื้องหลังนายกฯ คุย 6 หัวหน้าพรรคร่วม เลื่อนกฎหมาย Entertainment Complex https://thestandard.co/anutin-ent-complex-postponement/ Tue, 08 Apr 2025 10:40:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1061883

วันนี้ (8 เมษายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล รอง […]

The post อนุทินเปิดเบื้องหลังนายกฯ คุย 6 หัวหน้าพรรคร่วม เลื่อนกฎหมาย Entertainment Complex appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (8 เมษายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวภายหลังนายกรัฐมนตรีแถลงเลื่อนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment complex) ออกไปก่อนว่า เป็นการหารือของ 6 หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล โดยมีมติเอกฉันท์เห็นตรงกันว่า มีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่า ซึ่งตนคิดว่านายกรัฐมนตรีมีเป้าหมายในใจว่า รัฐบาลต้องรับฟังทุกฝ่ายไม่ใช่แค่คนที่เห็นไปในแนวทางเดียวกันเท่านั้น 

 

อนุทินกล่าวต่อว่า การเลื่อนร่างพระราชบัญญัติสถานบันเทิงครบวงจรครั้งนี้ มีเหตุและมีผล ไม่ใช่เพราะแค่คนออกมาต่อต้าน แต่ช่วงที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านคณะรัฐมนตรีเข้าสู่รัฐสภานั้น ยังไม่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งสัปดาห์ต่อมาฝ่ายค้านก็จะเสนอญัตติด่วนเพื่อดูแลผู้ที่สูญเสียจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งตนเชื่อว่าจะสามารถดูแลเรื่องนี้ได้จึงปล่อยให้ร่างพระราชบัญญัติสถานบันเทิงครบวงจรเข้ารัฐสภาไป 

 

แต่สัปดาห์นี้มีเรื่องของกำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกาอีก ซึ่งหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ หากเราไม่เลื่อนร่างพระราชบัญญัติสถานบันเทิงครบวงจรออกไปจะทำให้ถูกมองว่า รัฐบาลไม่เห็นความสำคัญของเศรษฐกิจ

 

อนุทินกล่าวตอบว่า นอกจากนี้ ยังมีคำคัดค้านของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) มีสภาร่างรัฐธรรมนูญไทย ปี 2550 รวมถึงแพทย์ และจุฬาราชมนตรีอีก นายกรัฐมนตรีได้มีการถามกลับว่า หรือว่ารัฐบาลยังสื่อสารได้ไม่ดีพอ จาก Entertainment complex เป็นหลัก คาสิโนเป็นรอง แต่ไปมาดันกลับกัน 

 

ส่วนญัตติในวันพรุ่งนี้จะเป็นการหารือเรื่องสหรัฐอเมริกาขึ้นภาษีไทยหรือไม่นั้น อนุทินกล่าวว่า เป็นอำนาจของ สส. ฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านที่จะเลื่อนญัตติดังกล่าวนี้ขึ้นมา ซึ่งตนทราบว่ามีการเตรียมการเรื่องนี้อยู่ ส่วนร่างพระราชบัญญัติสถาบันบันเทิงครบวงจรนี้ตอนนี้ยังค้างอยู่ที่กระบวนการของรัฐสภา แต่เนื่องจากสภาจะปิดสมัยประชุมในวันที่ 10 เมษายนนี้ และโดยปกติแล้วในวันพฤหัสบดีจะไม่มีการพิจารณากฎหมาย ก็ยังถือว่าร่างนี้ยังอยู่ในคิว ที่จะพิจารณาต่อในสมัยหน้า หากยังมีคนที่คัดค้านและไม่เข้าใจ ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลหรือกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นเจ้าของนโยบายจะต้องเป็นผู้ชี้แจง 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่รัฐบาลจะตัดคาสิโนออก อนุทินกล่าวว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ใช่กฎหมายของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งขณะนี้เรื่องได้ผ่านคณะรัฐมนตรีไปแล้ว หากจะปรับปรุงใหม่ก็ต้องกลับเข้าสู่การพิจารณาของครม.อีกครั้ง 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติสถานบันเทิงครบวงจร อนุทินถามกลับว่า ร่างดังกฎหมายนี้ผ่านคณะรัฐมนตรีไปแล้วหรือยัง ร่างดังกล่าวผ่านคณะดนตรีไปแล้วหรือยัง และผ่านหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยไปแล้วหรือยัง หัวหน้าพรรคก็นั่งอยู่ในคณะรัฐมนตรี ดังนั้นก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการทุกคนต้องเห็นพ้องต้องกันทั้งหมด 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เรื่องดังกล่าวนี้ส่งผลต่อร่างกฎหมายพนันออนไลน์หรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ขณะนี้มีคณะกรรมการร่างกฎหมายดูอยู่ แต่สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยเร่งเสนอในช่วงนี้ เพื่อลดความกังวลของประชาชน คือบทลงโทษของการพนันที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งก่อนหน้านี้หากจะมีการเปิดบ่อนการพนัน กฎหมายนั้นบัญญัติให้มีการจับและปรับ แต่ครั้งนี้จะแก้ไขให้มีการจำคุกอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี

The post อนุทินเปิดเบื้องหลังนายกฯ คุย 6 หัวหน้าพรรคร่วม เลื่อนกฎหมาย Entertainment Complex appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เจาะร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร มีจุดอ่อนอะไรบ้าง | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-19022025-2/ Wed, 19 Feb 2025 10:06:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1043807

เจาะร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Com […]

The post ชมคลิป: เจาะร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร มีจุดอ่อนอะไรบ้าง | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

เจาะร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Complex มีจุดอ่อนอะไรบ้าง พูดคุยกับ นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สส. นนทบุรี พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex)

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: เจาะร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร มีจุดอ่อนอะไรบ้าง | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
วาโยชวนประชาชนและนักวิชาการแสดงความเห็นต่อร่างกฎหมายควบคุมงานวิจัย หวั่นพากลับยุคมืด https://thestandard.co/wayo-research-bill-controversy/ Thu, 31 Oct 2024 13:06:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1002296 วาโย อัศวรุ่งเรือง

วันนี้ (31 ตุลาคม) วาโย อัศวรุ่งเรือง สส. แบบบัญชีรายชื […]

The post วาโยชวนประชาชนและนักวิชาการแสดงความเห็นต่อร่างกฎหมายควบคุมงานวิจัย หวั่นพากลับยุคมืด appeared first on THE STANDARD.

]]>
วาโย อัศวรุ่งเรือง

วันนี้ (31 ตุลาคม) วาโย อัศวรุ่งเรือง สส. แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ว่าด้วยหลักเกณฑ์การวิจัยและข้อกำหนดจริยธรรมการวิจัย ซึ่งมีปัญหากับหลักศาสนา, วัฒนธรรม, จารีตประเพณี หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ที่ยกร่างโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และเคยเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบและให้ผ่านเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาต่อไป

 

วาโยระบุว่า ร่าง พ.ร.ฎ. ดังกล่าวมีเนื้อหาที่สร้างความกังวลอย่างกว้างขวางในหมู่นักวิชาการและนักวิจัยของประเทศไทย ทำให้ ครม. ต้องถอยภายใน 1 สัปดาห์ต่อมา โดยเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2567 ครม. มีมติให้ย้อนร่างฯ กลับไปยัง วช. เพื่อรับฟังความคิดเห็นใหม่อย่างรอบด้าน

 

วาโยกล่าวว่า จากนั้นวันที่ 19 กันยายน 2567 ที่ประชุม กมธ.อว. ซึ่งตนเองเป็นประธาน จึงเชิญหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาหารือและเห็นตรงกันว่า วช. ควรจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน โดยต้องประสานงานกับเครือข่ายภาคีนักวิจัยและนักวิชาการทั้งหลาย รวมถึงสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ เพื่อประชุมหารือ วิเคราะห์ และสังเคราะห์แนวทางยกร่างกฎหมาย โดยเสนอให้แจ้งมายัง กมธ.อว. เพื่อเข้าร่วมสังเกตการณ์

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2567 วช. กลับนำร่างฯ เดิม ชื่อไฟล์เดิม และเนื้อหาเดิม อัปโหลดเข้าสู่ระบบกลางทางกฎหมายเพื่อรับฟังความคิดเห็นอีกครั้ง โดยไม่ปรากฏว่ามีการดำเนินการตามที่พูดคุยหารือกัน จนถึงวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เปิดรับฟังความคิดเห็น จึงอยากเชิญชวนให้ประชาชนทั้งหลายโดยเฉพาะผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งนักวิชาการและนักวิจัย เข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็นกับร่างกฎหมายดังกล่าวภายในคืนนี้

 

“ร่างกฎหมายนี้ยังมีปัญหาอยู่หลายประเด็น แต่โดยหลักการแล้วเป็นการทำหมันหรือ ‘ควบคุม’ ไม่ใช่ ‘ส่งเสริม’ ให้เกิดการวิจัยตามเจตนารมณ์ของกฎหมายแม่ คือ พ.ร.บ.การส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม จึงมีความเสี่ยงเป็นการย้อนกลับไปสู่ยุคมืดที่งานวิจัยถูกอ้างว่าขัดหลักศาสนาต่างๆ รวมทั้งถูกกีดกัน นักวิทยาศาสตร์ที่ทำการวิจัยถูกตีตราบาป และทำให้ไม่เกิดความก้าวหน้าในทางวิทยาศาสตร์หรือนวัตกรรม” วาโยกล่าว

 

วาโยกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังเห็นว่าบทกำหนดโทษนั้นรุนแรงเกินไป โดยเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงการวิจัย ทั้งที่กฎหมายดังกล่าวควรเป็นเพียงแนวทางให้นักวิจัยปฏิบัติ เพื่อไม่ให้งานวิจัยของตนเองถูกตีตราว่าขัดหลักศาสนาหรือความเชื่อ จึงจะสมเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการส่งเสริมให้เกิดการวิจัยในแขนงต่างๆ อย่างกว้างขวาง นอกจากจะเห็นว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ขัดเจตนารมณ์ของกฎหมายแม่แล้ว ยังอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญซึ่งรับรองสิทธิและเสรีภาพในทางวิชาการไว้อีกด้วย

The post วาโยชวนประชาชนและนักวิชาการแสดงความเห็นต่อร่างกฎหมายควบคุมงานวิจัย หวั่นพากลับยุคมืด appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตาสภาพิจารณาร่างกฎหมายประชามติ เปิดทางแก้รัฐธรรมนูญ https://thestandard.co/referendum-bill-debate-parliament/ Wed, 21 Aug 2024 06:14:47 +0000 https://thestandard.co/?p=973480

วันนี้ (21 สิงหาคม) ที่รัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ค […]

The post จับตาสภาพิจารณาร่างกฎหมายประชามติ เปิดทางแก้รัฐธรรมนูญ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (21 สิงหาคม) ที่รัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 16 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) ที่มี พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานรัฐสภาคนที่ 2 นั่งเป็นประธาน เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่มี วุฒิสาร ตันไชย เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาแล้วเสร็จรายมาตรา 

 

ทั้งนี้ สาระของการแก้ไขเนื้อหา คณะกรรมาธิการมีการแก้ไขเนื้อหา 7 มาตรา จากร่าง พ.ร.บ. ฉบับหลักที่เสนอ 9 มาตรา และมีเพิ่มขึ้นใหม่ 3 มาตรา คือ

 

  1. การกำหนดเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาการทำประชามติที่เป็นวันเดียวกับการเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไป หรือการเลือกตั้งท้องถิ่นเนื่องจากครบวาระ ต้องไม่เร็วกว่า 60 วัน และไม่ช้ากว่า 150 วัน นับจากวันที่รับแจ้งจากประธานรัฐสภา

 

  1. กรณีที่ประชาชน 50,000 ชื่อจะยื่นเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้พิจารณาทำประชามติ ได้เพิ่มรายละเอียดให้สามารถทำผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้

 

  1. เกณฑ์การผ่านประชามติที่กำหนดให้ใช้เกณฑ์เสียงข้างมากของผู้มาออกเสียง คณะกรรมาธิการได้เพิ่มหลักเกณฑ์คือ นอกจากจะได้เสียงข้างมากของผู้มาออกเสียงแล้ว ต้องเป็นคะแนนที่สูงกว่าคะแนนที่ไม่แสดงความคิดเห็น (งดออกเสียง) ในเรื่องที่ทำประชามตินั้น ในเกณฑ์การผ่านประชามติตาม พ.ร.บ.ประชามติ พ.ศ. 2561 กำหนดให้ใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้น คือ ต้องมีผู้มาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียง และเสียงเห็นชอบต้องเป็นกึ่งหนึ่งของผู้ที่มาใช้สิทธิ

 

ทั้งนี้ ในส่วนของมาตราที่คณะกรรมาธิการเพิ่มใหม่นั้นพบความน่าสนใจคือ การกำหนดรายละเอียดให้เผยแพร่และจัดทำข้อมูลนำเสนอต่อประชาชนก่อนการออกเสียงประชามติ ที่ต้องมุ่งหมายให้ประชาชนเข้าใจในรายละเอียดที่ถูกต้อง ไม่ชี้นำว่าให้ออกเสียงเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ

 

ทั้งนี้ ตลอดการประชุมมีคณะกรรมาธิการหลายคนสงวนความคิดเห็นและร่วมกันอภิปรายต่อร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เช่น กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย, ภราดร ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย, ขัตติยา สวัสดิผล สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, จุลพงศ์ อยู่เกษ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และ ทศพร เสรีรักษ์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย

 

The post จับตาสภาพิจารณาร่างกฎหมายประชามติ เปิดทางแก้รัฐธรรมนูญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภาเสียงข้างมาก ‘รับหลักการ’ 4 ร่างกฎหมาย อว. เพื่อพัฒนาความเป็นเลิศมหาวิทยาลัยไทย https://thestandard.co/accepts-the-principles-of-the-4-draft-hesi-laws/ Wed, 03 Jul 2024 09:45:18 +0000 https://thestandard.co/?p=953497

วันนี้ (3 กรกฎาคม) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร […]

The post สภาเสียงข้างมาก ‘รับหลักการ’ 4 ร่างกฎหมาย อว. เพื่อพัฒนาความเป็นเลิศมหาวิทยาลัยไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (3 กรกฎาคม) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 2 ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา จำนวน 4 ฉบับ ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้นำเสนอ ประกอบด้วย

 

  1. ร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….
  2. ร่างพระราชบัญญัติการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….
  3. ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. 
  4. ร่างพระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …

 

ซึ่งการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา จำนวน 4 ฉบับ มี ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นตัวแทนคณะรัฐมนตรี ลุกขึ้นชี้แจงหลักการและเหตุผลเพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการสร้างความเป็นเลิศในทางการอุดมศึกษา และมี สส. ทั้งสองฝั่งร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็น ตั้งข้อสังเกต และลงมติรายฉบับ

 

ท้ายที่สุด ที่ประชุมได้ลงมติเสียงข้างมาก ‘รับหลักการ’ ร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ พร้อมทั้งเสนอชื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อร่วมพิจารณา โดยกำหนดเวลาในการแปรญัตติใน 15 วัน

 

The post สภาเสียงข้างมาก ‘รับหลักการ’ 4 ร่างกฎหมาย อว. เพื่อพัฒนาความเป็นเลิศมหาวิทยาลัยไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชาติแรกในภูมิภาคอาเซียน สว. ลงมติประวัติศาสตร์ ‘เห็นชอบร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมแล้ว’ https://thestandard.co/first-asean-marriage-equality-bill/ Tue, 18 Jun 2024 08:57:29 +0000 https://thestandard.co/?p=946609

วันนี้ (18 มิถุนายน) ที่ประชุมวุฒิสภา พล.อ. สิงห์ศึก สิ […]

The post ชาติแรกในภูมิภาคอาเซียน สว. ลงมติประวัติศาสตร์ ‘เห็นชอบร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมแล้ว’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (18 มิถุนายน) ที่ประชุมวุฒิสภา พล.อ. สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 เป็นประธานในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ) เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม ในวาระ 2 และวาระ 3 ภายหลังจากกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมของวุฒิสภาพิจารณาเสร็จแล้ว

 

วัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ เป็นผู้ชี้แจงการพิจารณาร่างกฎหมายในชั้นกรรมาธิการว่า ก่อนที่จะพิจารณาร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมแล้วเสร็จ ที่ประชุมได้นัดประชุมทั้งสิ้นจำนวน 12 ครั้ง โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณากฎหมายดังกล่าวอย่างละเอียดและรอบคอบ

 

โดยการรับฟังข้อมูลและเอกสารประกอบการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ตารางเปรียบเทียบร่างกฎหมาย พิจารณาดูจากกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ หน้าที่ และสถานะของสามี ภรรยา และรับฟังความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ คณะกรรมการไม่มีการแก้ไข และไม่มีกรรมการสงวนความเห็น แต่มีข้อสังเกตที่สำคัญมาก เช่น ร่างกฎหมายมีเนื้อหาส่วนใหญ่ที่มุ่งเน้นในเรื่องของการหมั้นและการสมรส แต่ไม่ ครอบคลุมเรื่องการสร้างครอบครัว และเรื่องการอุปการะเลี้ยงดูเด็กที่เป็นบุตรของผู้มีความหลากหลายทางเพศ

 

จากนั้นเป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเป็นรายมาตรา เช่น การกำหนดให้กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ภายใน 120 วัน ซึ่ง พล.ต.ท. ศานิตย์ มหถาวร สมาชิกวุฒิสภา ไม่เห็นด้วยและขอแปรญัตติ ได้อภิปรายว่า มีการโต้เถียงกันมาตลอด ตนจึงตั้งคำถามว่าเหตุใดถึงประกาศไม่ให้มีผลบังคับใช้ในวันถัดไปหลังจากประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา

 

ขณะที่ จิตรพรต พัฒนสิน กรรมาธิการ ชี้แจงว่า การกำหนดวันบังคับใช้ของกฎหมายในบางบริบทขึ้นอยู่กับกฎหมายรองรับ และการเตรียมการของหน่วยงานราชการส่วนต่างๆ เพื่อรองรับการบังคับใช้ของกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติ เช่น การจดทะเบียนครอบครัวมีกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง จึงได้มีการปรับแก้จากให้บังคับใช้หลังประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเป็นเวลา 120 วัน

 

ทั้งนี้ สว. ส่วนใหญ่ต่างเห็นชอบกับคณะกรรมาธิการ โดยมีสมาชิกอภิปราย 1-2 คนในแต่ละมาตรา ซึ่งหนึ่งในคนที่เป็นที่สังเกตคือ พล.อ. วรพงษ์ สง่าเนตร เป็น สว. ที่ขอสงวนคำแปรญัตติแทบทุกมาตรา โดยพยายามเปลี่ยนนิยามของคำ เช่น คำว่าคู่สมรส เปลี่ยนเป็นสามีภรรยาหรือคู่สมรส และคำว่าบุคคลเปลี่ยนเป็นชายและหญิงหรือผู้หมั้น

 

พล.อ. วรพงษ์ กล่าวย้ำว่า ตนไม่เห็นด้วยกับวิธีการและหลักการในการแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้ การเอาคำว่าสามีภรรยา เพศชายหรือเพศหญิงออกไป และใช้คำอื่นมาแทน เช่น คู่สมรสหรือคู่หมั้น ซึ่งไม่ได้ระบุเพศที่ชัดเจน โดยอ้างว่าเพื่อให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม การแก้ไขแบบนี้ตนถือว่าเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันครอบครัวอย่างรุนแรงที่สุด เพราะสถาบันครอบครัวเป็นสถาบันที่สำคัญของสังคมไทย และอยู่ในสภาพที่เปราะบาง การดำเนินการดังกล่าวจะทำให้สถาบันครอบครัวพังทลายลงเร็วขึ้น

 

พล.อ. วรพงษ์ กล่าวต่อว่า การแก้ไขในส่วนนี้จะบานปลายต่อไปอีก เพราะฉะนั้นต้องคิดให้ดีว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร ตนจึงบอกว่าการแก้กฎหมายแบบนี้ไม่ได้เป็นการยกระดับ LGBTQIA+ ขึ้นมาให้เท่าเทียมกับเพศชายหรือเพศหญิง แต่เป็นการกดเพศชายและเพศหญิงลงไปให้เข้ากับ LGBTQIA+ จะทำให้ภาพเบลอ ไม่ชัด และอาจก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมต่อมา

 

ท้ายที่สุดที่ประชุมที่สภามีมติเห็นชอบต่อร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉบับที่ .. พ.ศ. …. หรือร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมในวาระที่ 3 ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 130 เสียง ไม่เห็นด้วย 4 เสียง งดออกเสียง 18 เสียง โดยประเทศไทยจะถือเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียนที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียม และเป็นประเทศที่ 38 ของโลก

 

The post ชาติแรกในภูมิภาคอาเซียน สว. ลงมติประวัติศาสตร์ ‘เห็นชอบร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมแล้ว’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
6 พ.ค. วันสุดท้ายเปิดให้แสดงความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.รับรองเพศฯ ส่วน พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมฯ อยู่ในชั้น กมธ. วุฒิสภา ตั้งเป้าดันสู่วาระ 2-3 ก.ค. นี้ https://thestandard.co/gender-act-draft-may-6/ Mon, 06 May 2024 03:48:23 +0000 https://thestandard.co/?p=930287 ร่าง พ.ร.บ.รับรองเพศฯ และ สมรสเท่าเทียม

วันนี้ (6 พฤษภาคม) รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษก […]

The post 6 พ.ค. วันสุดท้ายเปิดให้แสดงความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.รับรองเพศฯ ส่วน พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมฯ อยู่ในชั้น กมธ. วุฒิสภา ตั้งเป้าดันสู่วาระ 2-3 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ร่าง พ.ร.บ.รับรองเพศฯ และ สมรสเท่าเทียม

วันนี้ (6 พฤษภาคม) รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี เชิญชวนประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติการรับรองเพศ คำนำหน้านาม และการคุ้มครองบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ พ.ศ. …. โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน และจะสิ้นสุดในวันนี้

 

เนื่องด้วยพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 มาตรา 5 วรรค 3 กำหนดให้ก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับ หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง และวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ

 

รวมทั้งเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์นั้นแก่ประชาชน และนำผลนั้นมาประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายทุกขั้นตอน และมาตรา 13 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบกลาง และจะใช้วิธีการอย่างหนึ่งหรือหลายวิธีด้วยก็ได้

 

ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายดังกล่าว กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ภายใต้การดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงประกาศการรับฟังความคิดเห็นร่างพระบัญญัติการรับรองเพศฯ ได้แก่ ประชาชนทั่วไป เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง ผู้เชี่ยวชาญ นักกฎหมาย นักวิชาการ และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม โดยสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านระบบกลางทางกฎหมาย https://www.law.go.th, ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ https://www.m-society.co.th หรือระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว http://www.dwf.go.th ระหว่างวันที่ 18 เมษายน – 6 พฤษภาคม 2567 เพื่อให้กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวได้รวบรวมความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวประกอบการวิเคราะห์ผลกระทบและการจัดทำร่างกฎหมายต่อไป

 

รัดเกล้ากล่าวต่อว่า อยากเชิญชวนประชาชนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย เข้ามาแสดงความคิดเห็น เพื่อที่หน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบดูแลสามารถนำผลไปดำเนินการเสริมหรือเพิ่มเติมต่อร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวให้มีความครอบคลุม ครบถ้วน สามารถสร้างประโยชน์และความเท่าเทียมต่อประชาชนทุกคนได้จริง

 

ในส่วนความคืบหน้าในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมฯ ที่ตอนนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของชั้นกรรมาธิการของวุฒิสภา การพิจารณายังคงเป็นไปอย่างเข้มข้นและถี่ถ้วน คาดว่ายังต้องใช้เวลาอีกถึง 2 สัปดาห์กว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ โดยตั้งเป้าให้เข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ 2 และ 3 ในการประชุมวุฒิสภาต้นเดือนกรกฎาคมนี้

The post 6 พ.ค. วันสุดท้ายเปิดให้แสดงความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.รับรองเพศฯ ส่วน พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมฯ อยู่ในชั้น กมธ. วุฒิสภา ตั้งเป้าดันสู่วาระ 2-3 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุรเชษฐ์ขอนายกฯ แจงเหตุผลให้ชัด ปัดตกร่าง พ.ร.บ.ถนน ของก้าวไกลเพราะอะไร ชี้ต้องมีกฎหมายใหม่แก้โครงสร้าง https://thestandard.co/surachet-move-forward-road-bill/ Wed, 17 Apr 2024 12:00:54 +0000 https://thestandard.co/?p=923757 พ.ร.บ.ถนน

วันนี้ (17 เมษายน) ที่อาคารอนาคตใหม่ สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ […]

The post สุรเชษฐ์ขอนายกฯ แจงเหตุผลให้ชัด ปัดตกร่าง พ.ร.บ.ถนน ของก้าวไกลเพราะอะไร ชี้ต้องมีกฎหมายใหม่แก้โครงสร้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พ.ร.บ.ถนน

วันนี้ (17 เมษายน) ที่อาคารอนาคตใหม่ สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล แถลงข่าวจับตานโยบาย (Policy Watch) กรณีที่นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจพิจารณาร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน ไม่รับรองร่าง ‘พ.ร.บ.ถนน’ ที่พรรคก้าวไกลได้ยื่นเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร และผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นแล้ว

 

สุรเชษฐ์ระบุว่า แม้การไม่รับรองของนายกรัฐมนตรีจะไม่ผิดรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ชอบธรรมที่ไม่ให้เหตุผลในการปัดตก เพราะตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย นายกฯ ควรปล่อยให้ร่างกฎหมายนี้เข้าไปในสภาเพื่อถกเถียงกันด้วยเหตุด้วยผล ตนจึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีออกมาชี้แจงเหตุผลในการปัดตกให้ชัดเจน เพราะนี่คือเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี

 

สุรเชษฐ์กล่าวต่อไปว่า พ.ร.บ.ถนน เป็นการยกเลิก พ.ร.บ.เดิมที่แตกย่อยออกเป็น 7 ฉบับ แล้วยกร่างใหม่ให้เหลือเพียง 1 ฉบับ จำนวน 125 มาตรา โดยเป็นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่ไม่ใช่แค่การปะผุปัญหา ได้แก่ การจัดลำดับชั้นของถนน (Road Hierarchy) การจัดสรรอำนาจและงบประมาณระหว่างส่วนกลาง คือกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การพัฒนาเมืองที่ไม่ใช่แค่การสร้างถนน การนำกองทุนมอเตอร์เวย์มาบริหารอย่างโปร่งใส และการยกระดับความปลอดภัยทางถนน

 

สุรเชษฐ์ยังได้ยก 3 ตัวอย่างปัญหาที่เกิดขึ้นจากกฎหมายปัจจุบัน ได้แก่

 

  1. รัฐราชการรวมศูนย์ ที่ส่วนกลางมีงบประมาณมหาศาลแต่ดูแลถนนไม่ไหวจนต้องมีสองศูนย์ คือกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ทั้งที่ประเทศมีโครงสร้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่แล้ว แต่กลับไม่นำงบประมาณไปลงกับท้องถิ่น กลายเป็นระบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา ดึงงบประมาณไปลงในพื้นที่ของตัวเองให้ได้มากที่สุด แล้วไปหากินกับโครงการต่างๆ จนผลงานออกมาไม่ได้มาตรฐาน

 

  1. ด้วยความที่งบประมาณส่วนใหญ่อยู่ที่ส่วนกลาง จึงเกิดการหาทางสร้างถนนไปเรื่อยๆ แต่ท้องถิ่นกลับไม่มีงบประมาณพอแม้แต่จะซ่อมถนนที่มีอยู่ของตัวเอง ท้องถิ่นได้งบประมาณในการดูแลถนนต่ำกว่าส่วนกลางถึง 6 เท่า แสดงให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำอย่างชัดเจน ซึ่ง พ.ร.บ.ถนน จะจัดแจงเรื่องนี้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงงบประมาณไปที่ท้องถิ่นมากขึ้น

 

  1. จากการที่ส่วนกลางหาทางสร้างถนนไปเรื่อยๆ แต่ไม่ได้สร้างแบบถูกหลักวิชาการ จึงไม่มีสิ่งที่เรียกว่าลำดับชั้นของถนน (Road Hierarchy) ซึ่งสำคัญมาก ปัจจุบันประเทศไทยปล่อยให้เมืองโตไปตามยถากรรมแค่ 200 เมตรข้างถนนใหญ่ แต่ไม่มีการจัดลำดับชั้นว่าถนนใดเป็นถนนหลัก ถนนใดเป็นถนนรอง จึงนำมาซึ่งสารพันปัญหา เช่น อุบัติเหตุและการจราจรติดขัด

 

นอกจากนี้ พ.ร.บ. 7 ฉบับเดิมยังแบ่งประเภทถนนตามหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่ได้แบ่งตามการใช้งาน ซึ่งขัดกับหลักวิชาการในการกำหนดนิยามและลำดับชั้นของถนน มีความทับซ้อนระหว่างภารกิจของหลายหน่วยงาน ทำให้เกิดการกระจุกตัวของอำนาจและงบประมาณไว้ที่ส่วนกลาง แต่ถนนในท้องถิ่นกลับไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร

 

ดังนั้นร่าง พ.ร.บ.ถนน ของพรรคก้าวไกลจะไปแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบใน 6 ประเด็นหลัก ได้แก่

 

  1. การกำหนดให้มี ‘คณะกรรมการนโยบายถนน’ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน มีหน้าที่และอำนาจหลักในการกำหนดนโยบายและแผนพัฒนาโครงข่ายถนนทั่วประเทศ วิเคราะห์และกำหนดทิศทางการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนของงบประมาณระหว่างการสร้างถนนเพิ่มกับการซ่อมถนนเดิมที่มีอยู่ และสัดส่วนของงบประมาณในการจัดสรรระหว่างส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่น ตลอดจนจัดทำข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตั้งงบประมาณในรอบปีถัดๆ ไป พิจารณาและให้ความเห็นชอบมาตรฐานและลักษณะของถนนและงานทาง อัตราความเร็วของยานพาหนะ เสนออัตราค่าผ่านทางร่วมและค่าบริการ เป็นต้น

 

  1. การกำหนดประเภทถนนใหม่ ซึ่งแบ่งตามหลักวิชาการสากล แต่ปรับให้สอดคล้องกับบริบทของไทยโดยยึดหลักกระจายอำนาจ โดยแบ่งถนนออกเป็น 5 ประเภท คือ ทางหลวงพิเศษ, ทางหลวงสายหลัก, ทางหลวงสายรอง, ถนนท้องถิ่นสายหลัก และถนนท้องถิ่นสายรอง

 

  1. การจัดระบบกองทุนค่าผ่านทาง เพื่อยกระดับการจัดการเงินค่าผ่านทางให้มีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น ทุกวันนี้มีการจัดเก็บเงินค่าผ่านทางอยู่แล้วตามระเบียบกรมทางหลวงว่าด้วยเงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง พ.ศ. 2549 หรือกองทุนมอเตอร์เวย์ อย่างไรก็ตาม นี่เป็นกฎหมายเก่าที่ไม่ได้มีความโปร่งใสและไม่มีการเปิดช่องให้ตรวจสอบได้มากพอ จึงต้องมีการยกระดับให้เทียบเท่ากับกองทุนอื่นๆ ในประเทศไทย

 

  1. การยุบเลิกกรมทางหลวงชนบท เพื่อให้เกิดการกระจายอำนาจและงบประมาณปีละราว 5 หมื่นล้านบาทไปสู่ท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงให้เกิดการถ่ายโอนภารกิจและบุคลากรไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในกรอบระยะเวลาที่กำหนด

 

  1. การจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์บนถนน ซึ่งจะนำผู้เชี่ยวชาญมาสอบสวนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น กำหนดหลักเกณฑ์ และเสนอแนะมาตรการเชิงป้องกัน

 

  1. การกำหนดอัตราความเร็วอย่างเป็นระบบ มีหลักการรองรับ และให้มีนิยามไว้อย่างชัดเจนตามลำดับชั้นของถนนในระบบใหม่

 

สุรเชษฐ์กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ตนและพรรคก้าวไกลเรียกร้องคือขอให้นายกรัฐมนตรีที่ปัดตกร่าง พ.ร.บ.ถนน โดยไม่ให้เหตุผล อย่างน้อยควรตอบให้ได้ว่า พ.ร.บ.เดิมดีกว่าร่าง พ.ร.บ.ใหม่อย่างไร หรือเพียงเพราะเป็นร่างของพรรคก้าวไกล

 

นอกจากนี้รัฐบาลควรคิดแก้ปัญหาถนนของไทยทั้งระบบในเชิงโครงสร้างได้แล้ว มิใช่เพียงปะผุปัญหาแล้วหากินกับโครงการไปวันๆ อย่าเอากระทรวงคมนาคมไปเป็นคลังแสงให้พรรคการเมือง แต่ควรกระจายอำนาจและเม็ดเงินสู่ท้องถิ่นอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม โดยพรรคก้าวไกลพร้อมถกเถียงและลงรายละเอียดในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างไปด้วยกัน

 

“ถ้าตรงไหนยังไม่ดีพอ ตรงไหนมากไปหรือน้อยไป กระบวนการในสภาปกติพอรับหลักการวาระหนึ่งก็ต้องเข้าวาระสอง ต้องดูในรายละเอียดกัน มีตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่จะมาแก้รายละเอียด ทำได้หมด แต่การปัดตกแบบไร้เหตุผลโดยไม่มาพูดกันแบบนี้ไม่ได้ ท่านต้องให้เหตุผลมา และก้าวไกลเราพร้อมที่จะถกเถียงในเนื้อหาสาระอย่างสร้างสรรค์ว่าอะไรดีกับประเทศนี้” สุรเชษฐ์กล่าว

The post สุรเชษฐ์ขอนายกฯ แจงเหตุผลให้ชัด ปัดตกร่าง พ.ร.บ.ถนน ของก้าวไกลเพราะอะไร ชี้ต้องมีกฎหมายใหม่แก้โครงสร้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดรายละเอียดร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม หลังผ่านชั้นกรรมาธิการฯ https://thestandard.co/same-sex-marriage-bill-info/ Tue, 12 Mar 2024 05:45:27 +0000 https://thestandard.co/?p=910005 ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม

หลังสภารับหลักการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลก […]

The post เปิดรายละเอียดร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม หลังผ่านชั้นกรรมาธิการฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม

หลังสภารับหลักการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือที่รู้จักกันในนามของกฎหมายสมรสเท่าเทียมทั้ง 4 ฉบับ เมื่อ 21 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีความหลากหลายทางเพศสามารถสมรสได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย 

 

ล่าสุดการพิจารณาในวาระ 2 รายมาตราในชั้นกรรมาธิการฯ ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว และคาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาในวาระ 2 และ 3 ในช่วงต้นเดือนเมษายน

 

THE STANDARD เปิดรายละเอียดร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมหลังผ่านชั้นกรรมาธิการฯ

 

ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม

 

ภาพประกอบ: ธิดามาศ เขียวเหลือ

The post เปิดรายละเอียดร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม หลังผ่านชั้นกรรมาธิการฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>