ร่มธรรม ขำนุรักษ์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ร่มธรรม-ขำนุรักษ์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 23 Aug 2024 06:51:07 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 วันนอร์เผย ยังไม่ชัดเลือกรองประธานสภาวันไหน ด้านภราดรอุบพร้อมรับตำแหน่ง รอมติที่ประชุม https://thestandard.co/when-the-deputy-speaker-will-be-elected/ Fri, 23 Aug 2024 06:51:07 +0000 https://thestandard.co/?p=974457

วันนี้ (23 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา วันมูหะมัดนอร์ มะทา […]

The post วันนอร์เผย ยังไม่ชัดเลือกรองประธานสภาวันไหน ด้านภราดรอุบพร้อมรับตำแหน่ง รอมติที่ประชุม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (23 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ประชุมร่วมกับตัวแทนวิป 3 ฝ่าย โดยมี วิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส. พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล

 

ส่วนตัวแทนจากวิปฝ่ายค้านมี ณัฐวุฒิ บัวประทุม, พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน และ ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส. พรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่ตัวแทนจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) คือ มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โดยใช้เวลาหารือประมาณ 50 นาที

 

ภายหลังการประชุม วันมูหะมัดนอร์เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้ตกลงร่วมกันเกี่ยวกับการประชุมร่วมรัฐสภาครั้งแรกของสภาชุดนี้ในวันที่ 29 สิงหาคม เพื่อพิจารณากรอบความร่วมมือของสหภาพยุโรปกับราชอาณาจักรไทย ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาเพียงครึ่งวัน ช่วงบ่ายจะเป็นการประชุมสภาปกติ

 

นอกจากนั้นจะมีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาอีกครั้งในวันที่ 25 กันยายน เพื่อพิจารณาวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญ​ของฝ่ายค้าน ซึ่งมีอยู่ 3 ฉบับ รวมทั้งวาระเกี่ยวกับที่ ครม. กำลังจะเสนอเข้ามา คือกฎหมายว่าด้วยการปราบปรามยาเสพติด

 

สำหรับวันเลือกตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 1 นั้น วันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกันโดยให้วิปทั้ง 2 ฝ่ายไปตกลงความพร้อมและเสนอเวลามาที่สภา เพราะสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร​พร้อมที่จะเลือกให้เสร็จโดยเร็วอยู่แล้ว เพื่อที่จะนำเสนอโปรดเกล้าฯ ต่อไป ส่วนจะเป็นวันใดนั้น วิปรัฐบาลจะต้องไปหารือกันก่อน แล้วจะเสนอกลับมาโดยเร็วที่สุด ซึ่งจะเป็นวันที่ 29 กันยายนในช่วงบ่าย ทันหรือไม่นั้นยังไม่แน่

 

วันมูหะมัดนอร์ยอมรับว่าการเลือกรองประธานสภาอาจจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการแถลงนโยบายของรัฐบาลก็ได้ แต่ตำแหน่งรองประธานสภาเมื่อเลือกเสร็จแล้วจะต้องส่งไปให้รัฐบาล เพราะรัฐบาลเป็นผู้เสนอเพื่อรับสนองพระบรมราชโองการในการโปรดเกล้าฯ

 

ด้านมนพรกล่าวว่า ในส่วนของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จะเข้าสู่สภาวาระที่ 2 และ 3 ในวันที่ 3-5 กันยายน จากนั้นจะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาในวันที่ 9-10 กันยายน ส่วนเรื่องการแถลงนโยบายของรัฐบาลที่ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องแถลงต่อรัฐสภานั้น เนื่องจากในช่วงนี้สำนักงานเลขาธิการ ครม. กำลังตรวจสอบคุณสมบัติอย่างรอบคอบ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ครม. ใหม่ได้ จึงคาดว่าน่าจะเป็นช่วงวันที่ 16 กันยายนเป็นต้นไป

 

ภราดรอุบตอบพร้อมนั่งรองประธานสภา

 

ขณะที่วิสุทธิ์ได้จับมือพา ภราดร ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นแคนดิเดตรองประธานสภาคนที่ 1 ของพรรคภูมิใจไทย ออกมาจากห้องประชุมวิป

 

ภราดรกล่าวว่า ตามที่ได้หารือกัน อาจจะต้องพูดคุยกันในวิปรัฐบาลอีกครั้ง เพื่อหาเวลาที่เหมาะสมในการเลือกรองประธานสภาว่าจะเป็นช่วงไหน ในเบื้องต้นอาจจะเป็นวันพฤหัสบดี เพราะในวันพุธเพราะมีวาระกฎหมายค่อนข้างมาก

 

ด้านวิสุทธิ์ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ว่า เหตุใดจึงต้องรอแต่งตั้ง ครม. ไม่เสนอวันบรรจุวาระการเลือกรองประธานสภาคนที่ 1 ไปเลย ทั้งที่มีแคนดิเดตแล้วว่า จะต้องเลือกในวันพฤหัสบดี ส่วนจะเป็นสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้ายังไม่แน่นอน

 

ส่วนที่มีข้อสังเกตว่ามีการเจรจาตำแหน่งรองประธานสภาไปพร้อมกับการจัดตั้ง ครม. นั้น วิสุทธิ์ยอมรับว่าปฏิเสธไม่ได้ว่าแต่ละตำแหน่ง แม้กระทั่ง ครม. ก็มาจากพรรคการเมืองจริง และทราบมาว่าในการเจรจาของผู้ใหญ่ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยได้จบไปแล้ว เป็นไปตามที่ทุกฝ่ายคาดหวัง

 

ส่วนจะเป็นวันพฤหัสบดีไหนเป็นอีกเรื่อง และภราดรก็บอกตนว่าท่านใจเย็นได้ ฝนตกแล้วอากาศดี ใจเย็นๆ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นหรือเปลี่ยนแปลงไปจากนี้

 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ภราดรน่าจะมีความพร้อมรับตำแหน่งรองประธานสภาแล้วหรือไม่ ภราดรยิ้ม ก่อนตอบว่าต้องรอให้สภามีมติออกมาเป็นทางการก่อน ขณะที่วิสุทธิ์พูดแทรกขึ้นอย่างติดตลกว่า “เขาพร้อมมาตั้งนานแล้ว”

The post วันนอร์เผย ยังไม่ชัดเลือกรองประธานสภาวันไหน ด้านภราดรอุบพร้อมรับตำแหน่ง รอมติที่ประชุม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ร่มธรรมเห็นใจและเสียดายก้าวไกล ย้ำ ประชาธิปัตย์ร่วมงานต่อในฐานะฝ่ายค้าน https://thestandard.co/romtham-sympathizes-with-mfp/ Thu, 08 Aug 2024 04:10:37 +0000 https://thestandard.co/?p=968855

วันนี้ (8 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส. […]

The post ร่มธรรมเห็นใจและเสียดายก้าวไกล ย้ำ ประชาธิปัตย์ร่วมงานต่อในฐานะฝ่ายค้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (8 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส. พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวแสดงความเห็นใจต่อพรรคก้าวไกลหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค ในฐานะที่เป็นเพื่อน สส. เพื่อนร่วมงาน และพรรคฝ่ายค้าน

 

ร่มธรรมระบุว่า ที่ผ่านมาพรรคก้าวไกลและพรรคประชาธิปัตย์ทำงานในฐานะฝ่ายค้านร่วมกันด้วยดีมาตลอด และเห็นถึงความสามารถและความตั้งใจของเพื่อน สส.

 

“รู้สึกเห็นใจ เสียดาย และเป็นกำลังใจให้สมาชิกอดีตพรรคก้าวไกลในการทำงานการเมืองร่วมกันต่อไป” ร่มธรรมกล่าว

 

สำหรับการทำงานร่วมกันในอนาคต ในฐานะวิปฝ่ายค้าน ตอนนี้รอความชัดเจนของสมาชิกอดีตพรรคก้าวไกลที่จะไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ในวันที่ 9 สิงหาคม จากนั้นจะมีการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านขึ้นมาใหม่ แล้วฝ่ายค้านจะมีการพูดคุยอย่างเป็นทางการ ตอนนี้ให้เวลากับอดีตพรรคก้าวไกลที่จะใช้เวลาดำเนินการเรื่องภายในพรรค และในสัปดาห์หน้าฝ่ายค้านจะยังมีการประชุมปกติ

 

ทั้งนี้ ร่มธรรมยังเชื่อว่าประสิทธิภาพของฝ่ายค้านจะแข็งแรงขึ้น ไม่ได้เป็นห่วงเรื่องกระแสซื้อตัวนักการเมืองพรรคที่ถูกยุบ แต่ได้ปฏิเสธแสดงความเห็นเกี่ยวกับผู้ที่จะมาเป็นผู้นำฝ่ายค้านคนใหม่ ที่คาดการณ์ว่าจะเป็น ศิริกัญญา ตันสกุล ที่จะเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ โดยกล่าวย้ำว่าต้องรอความชัดเจนของพรรคใหม่

 

อย่างไรก็ตาม ร่มธรรมเชื่อว่าพรรคจะเลือกคนที่มีประสิทธิภาพ มีความสามารถในการนำพาประเทศ และแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในการทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้าน ในขณะนี้ยังยืนหยัดทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นศิริกัญญาหรือใครก็ตาม

 

ส่วนการทำงานของฝ่ายค้าน ร่มธรรมเผยว่า หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ย้ำกับพรรคให้ สส. ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายรัฐบาล จะใช้กลไกที่มี ซึ่งขณะนี้ทุกฝ่ายทำงานอย่างเต็มที่

The post ร่มธรรมเห็นใจและเสียดายก้าวไกล ย้ำ ประชาธิปัตย์ร่วมงานต่อในฐานะฝ่ายค้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถกงบปี 68 วันสุดท้าย พรรคฝ่ายค้านพร้อมโหวตคว่ำไม่รับหลักการ เหตุเทงบดันเพียงนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต https://thestandard.co/budget-act-2568-last-day/ Fri, 21 Jun 2024 05:53:21 +0000 https://thestandard.co/?p=947957

วันนี้ (21 มิถุนายน) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎ […]

The post ถกงบปี 68 วันสุดท้าย พรรคฝ่ายค้านพร้อมโหวตคว่ำไม่รับหลักการ เหตุเทงบดันเพียงนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (21 มิถุนายน) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 วงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท ในวาระแรก วันสุดท้าย เหลือเวลาในการอภิปรายประมาณ​ 15 ชั่วโมง โดยจะเน้นไปที่ 4 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, สำนักนายกรัฐมนตรี, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงมหาดไทย คาดว่าการพิจารณาจะแล้วเสร็จในเวลา 22.00 น. 

 

ฝ่ายค้านแถลงคว่ำร่างงบปี 2568 

 

ขณะที่พรรคฝ่ายค้าน นำโดย ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้าน และตัวแทนจากพรรคก้าวไกล พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเป็นธรรม พรรคไทยก้าวหน้า และพรรคใหม่ แถลงถึงแนวทางการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

 

โดยปกรณ์วุฒิระบุว่า ทุกพรรคเห็นตรงกันว่าการจัดสรรงบประมาณปี 2568 ไม่ตอบสนองการจัดสรรในอนาคตที่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายของพรรคหลักที่พยายามเบียดบังงบประมาณเรือธงอื่นๆ โดยไม่สนใจว่าจะเบียดบังงบประมาณส่วนอื่น พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงมีมติไม่รับร่างงบประมาณปี 2568 

 

ด้าน ศิริกัญญา ตันสกุล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ระบุว่า มี 3 เหตุผลที่ไม่รับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 คือ

 

  1. เรากำลังจัดงบประมาณประเทศที่เสี่ยงกับการคลัง และประเทศจะไม่สามารถต่อสู้กับความท้าทายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งปีนี้เราขาดดุลงบประมาณสูงสุด และอาจสูงสุดเท่าที่เคยมีมา ทำให้ไม่สามารถรองรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันในอนาคตได้ เพียงเพื่อจะทำให้โครงการเรือธงดิจิทัลวอลเล็ตโครงการเดียวเดินหน้าได้

 

  1. มีความพยายามทำโครงการนี้มากจนละเลยโครงการอื่น เช่น IGNITE THAILAND, ซอฟต์พาวเวอร์ และการช่วยเหลือ SMEs ทำให้งบไม่เพียงพอ 

 

  1. โลกมีความท้าทายใหม่ๆ เกิดขึ้น ประเทศเราจำเป็นต้องเตรียมตัวตั้งรับ เช่น ปัญหาโลกเดือดและการค้าโลก

 

ขณะที่ ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส. พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า เราเห็นเหมือนกันว่างบประมาณปีนี้พยายามกู้เงินทำนโยบายเรือธง และไม่ใช้งบประมาณปี 2568 เพียงอย่างเดียว แต่ยังใช้งบประมาณปี 2567 และกู้เงินจาก ธ.ก.ส. จำนวนรวมกัน 5 แสนล้านบาท ที่ถือเป็นค่าเสียโอกาส สามารถนำไปทำนโยบายอื่นได้ และรัฐบาลไม่รับฟังคำท้วงติงจากหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทำให้มองได้ว่ารัฐบาลเมินปัญหาของประเทศ เช่น ปัญหาปากท้อง ปัญหาด้านการศึกษา ปัญหายาเสพติด ปัญหาสังคม และปัญหาสิ่งแวดล้อมที่จัดสรรงบประมาณเพียงน้อยนิด ทั้งนี้ ยืนยันว่าเราจะลงมติคัดค้านร่าง พ.ร.บ. นี้ เพื่อหยุดหนี้ก้อนโตที่ประชาชนจะตายผ่อนส่ง

 

เมื่อถามว่า หากมีการโหวตสวนมติพรรคฝ่ายค้านขึ้นมาจะมีมาตรการอย่างไร ปกรณ์วุฒิกล่าวว่า แต่ละพรรคจะต้องควบคุมเสียง สส. ในพรรคของตนเอง แต่ขณะนี้ทุกพรรคมีมติตรงกันคือไม่รับหลักการ แต่ละพรรคจะมีมาตรการลงโทษ สส. ที่โหวตสวน ซึ่งวิปฝ่ายค้านต้องพิจารณาเรื่องต่างๆ ในอนาคตหากมีการโหวตสวนและไม่สามารถควบคุมเสียงในพรรคได้ ทั้งนี้ เชื่อว่าในส่วนของพรรคก้าวไกลจะไม่มีคนโหวตสวนมติอย่างแน่นอน

 

ปกรณ์วุฒิยังกล่าวถึงบรรยากาศการอภิปรายร่างงบประมาณปี 2568 ใน 2 วันที่ผ่านมาว่า การอภิปรายครั้งนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ราบรื่น เน้นเนื้อหาจริงๆ ไม่มีการประท้วง เป็นที่น่าพอใจ 

 

ส่วนการหยุดการก่อหนี้ก้อนโตจากนโยบายเรือธงจะส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยหรือไม่ ศิริกัญญากล่าวว่า ก็เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย หากต้องการยับยั้งจะต้องรอกฎหมายผ่านวาระที่ 3 ไปก่อน และต้องแก้ไขหลังจากนั้น หากยังดื้อดึงที่จะทำต่อ เราต้องรอให้เกิดการกระทำก่อนถึงจะไปร้องต่อศาล เพราะตอนนี้การกระทำยังไม่เกิด 

 

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2567 รัฐบาลอ้างว่าเพิ่งเข้ามาทำงาน จึงยังไม่สามารถแก้ไขปรับปรุงงบประมาณได้ พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงออมมือในการตรวจสอบ แต่ครั้งนี้รัฐบาลเข้ามาได้เกือบหนึ่งปี จึงไม่มีเหตุผลอ้างใดๆ ยืนยันว่าเราจะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อให้งบประมาณ 2568 คุ้มค่าทุกบาท และบรรลุเป้าหมายอย่างมากที่สุด 

 

“ชื่นชม สส. เพื่อไทย เตรียมการมาเป็นอย่างดี มีข้อมูลที่ค่อนข้างหนักแน่น แต่น่าเสียดายที่ข้อมูลที่หนักแน่นนั้นไม่สามารถเป็นเหตุเป็นผลกับการจัดงบประมาณที่เกิดขึ้นได้ เหมือนบอกเหตุผลอีกอย่างแต่งบประมาณจัดทำอีกอย่าง แต่เข้าใจว่า สส. เพิ่งมาเห็นงบประมาณในภายหลัง จึงอยากเสนอแนะว่า ในโอกาสหน้าขอให้เข้าร่วมกระบวนการจัดทำงบประมาณเพื่อให้ขับเคลื่อนนโยบายตามที่ตนเองได้เสนอต่อที่ประชุมสภา เพื่อให้เกิดขึ้นได้จริงในปีงบประมาณถัดๆ ไป” ศิริกัญญากล่าว

 

วิปรัฐบาลชมฝ่ายค้าน อภิปรายงบปี 2568 สร้างสรรค์ 

 

ด้าน วิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ระบุว่า เป็นเรื่องปกติของการลงมติในวาระแรกที่ฝ่ายรัฐบาลจะรับหลักการและฝ่ายค้านจะไม่รับหลักการ ทุกครั้งก็เป็นแบบนี้ ในอดีตอาจมีบ้างที่งดออกเสียง ถือว่าไม่มีอะไรน่ากังวล เมื่อตั้งกรรมาธิการวิสามัญ 72 คนแล้ว กรรมาธิการก็มีหน้าที่ตรวจสอบอีกหลายเดือน และยังมีการแปรญัตติที่ฝ่ายค้านสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบงบประมาณของรัฐบาลได้

 

“อย่างที่ท่านสุทินแซวท่านวิโรจน์ว่าทำไมไม่ชมผมบ้าง ผมว่าเป็นความสวยงาม แล้ววันนี้ก็หวังว่าบรรยากาศในการประชุมงบประมาณ วาระแรก ในวันสุดท้าย น่าจะเลิกก่อนเที่ยงคืน หวังว่าทั้งวันจะมีบรรยากาศเหมือนเมื่อวาน ผมได้รับคำชมจากประชาชนที่ติดตาม ก็พอใจการทำหน้าที่ของทางฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์ รัฐบาลก็ตอบได้ดี” วิสุทธิ์กล่าว

 

นายก​ฯ​ เชื่อ​ กระแสฝ่ายค้านคว่ำงบปี 2568 เป็นเรื่องการเมือง

 

ขณะที่ เศรษฐา​ ทวี​สิน​ นายก​รัฐมนตรี​ กล่าวถึง​การอภิปรายงบประมาณ​ปี​ 2568 หลังฝ่ายค้านเตรียมขู่คว่ำร่างว่า ตนมองว่าเป็นเรื่องของการเมือง เวทีสภาถือเป็นเวทีที่ให้ทุกฝ่ายมานำเสนอ มีข้อท้วงติง แต่ตนอยากให้คิดถึงประโยชน์ของประชาชน ทั้งนี้ เชื่อว่าเรามี 314 เสียงเหนียวแน่น คงไม่มีปัญหาอะไร

 

ส่วนกระแสข่าวที่จะมีการปรับพรรคพลังประชารัฐออกจากพรรคร่วมรัฐบาล​ จะกระทบกับการลงมติในครั้งนี้หรือไม่ เศรษฐา​ระบุว่า ตนไม่เคยคุยว่าจะปรับอะไรเลย ไม่เคยพูดอะไรเลย กระแสข่าวที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากตน​ แต่ถ้าอยู่ 4 ปีแล้วไม่ปรับ ครม. เลยก็คงเป็นไปไม่ได้ อย่าไปคาดเดา มันมีเรื่องสำคัญอีกเยอะแยะ และกระแสข่าวไม่ได้มาจากตน ซึ่งคนที่จรดปากกาคือตน ขอให้ดูปัญหาของบ้านเมืองเป็นหลัก พร้อมขอเล่นการเมืองให้น้อยลง

 

ตั้ง กมธ. 72 คน ศึกษางบประมาณปี 2568

 

ทั้งนี้ เมื่อที่ประชุมลงมติรับหลักการในวาระแรก จะเข้าสู่การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษา จำนวน 72 คน โดยแบ่งสัดส่วนออกเป็นคณะรัฐมนตรี 18 คน สส. 54 คน แยกเป็นสัดส่วนพรรคการเมือง พรรครัฐบาล 34 คน ฝ่ายค้าน 20 คน ตามสัดส่วนของ สส. ในสภา

 

 

The post ถกงบปี 68 วันสุดท้าย พรรคฝ่ายค้านพร้อมโหวตคว่ำไม่รับหลักการ เหตุเทงบดันเพียงนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ตั้งใจกู้, สอดไส้, เมินสังคม สิ่งแวดล้อม’ ประชาธิปัตย์ตั้งประเด็นอภิปรายงบปี 68 https://thestandard.co/democrat-party-2568-budget/ Mon, 17 Jun 2024 12:35:34 +0000 https://thestandard.co/?p=946227

วันนี้ (17 มิถุนายน) ที่อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช พรรคป […]

The post ‘ตั้งใจกู้, สอดไส้, เมินสังคม สิ่งแวดล้อม’ ประชาธิปัตย์ตั้งประเด็นอภิปรายงบปี 68 appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (17 มิถุนายน) ที่อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช พรรคประชาธิปัตย์ ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส. จังหวัดพัทลุง ในฐานะรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลการประชุม สส. ซึ่งมีวาระที่สำคัญคือ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ระหว่างวันที่ 19-21 มิถุนายน นำโดย ประมวล พงศ์ถาวราเดช ประธาน สส. พรรคประชาธิปัตย์ ได้เชิญสำนักงบประมาณของรัฐสภา (PBO) มาให้ข้อมูลกับ สส. ผู้ช่วย สส. และเจ้าหน้าที่พรรคประชาธิปัตย์ 

 

ทั้งนี้ พรรคได้ตั้งข้อสังเกตไว้ 3 ประเด็น 

 

ประเด็นแรก งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 เป็นงบประมาณที่ตั้งใจกู้หนี้ ซึ่งเป็นการตั้งงบประมาณแบบขาดดุล และก่อหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยงบประมาณปี 2568 ได้ตั้งไว้ 3.75 ล้านล้านบาท ขาดดุล 8 แสนกว่าล้านบาท 

 

ประเด็นที่สอง งบกลางเพิ่มขึ้น ทั้งที่พรรคเพื่อไทยในสมัยที่เป็นฝ่ายค้านเคยอภิปรายไว้ว่า งบกลางเป็นงบที่ไม่มีความโปร่งใส อาจนำไปสู่การทุจริต ขณะที่งบกลางของปีนี้ได้มีรายการใหม่เพิ่มขึ้นคือ รายการกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นจำนวนแสนกว่าล้านบาท ถือเป็นความพยายามของรัฐบาลที่จะนำงบประมาณปี 2568 บางส่วนไปทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ต

 

“เราเองไม่มีปัญหาถึงแนวทางการจัดทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ต แต่เรามีปัญหาในเชิงที่มาของรายได้ที่รัฐบาลเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอดเวลา โดยในช่วงหาเสียงก็บอกว่าจะเอามาจากการบริหารงบประมาณแผ่นดิน แต่ไปๆ มาๆ ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่าจะต้องกู้ โดยเอาเงินมาจากงบปี 2567 ปี 2568 และงบ ธ.ก.ส. บางส่วน รวมแล้วก็ต้องกู้เป็น 5 แสนกว่าล้านบาท สร้างหนี้สาธารณะให้ประเทศมากมาย หลายๆ หน่วยงานก็สะท้อนว่าโครงการนี้อาจไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง นี่คือค่าเสียโอกาสของประเทศที่เราต้องเอาเงินจำนวนนี้ไปทำโครงการอื่นๆ” ร่มธรรมกล่าว 

 

ประเด็นที่สาม งบประมาณปี 2568 ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ หมายความว่าเป็นการจัดงบประมาณที่ไม่สามารถแก้ไขความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความท้าทายของประเทศได้ในมิติอื่นๆ แม้แต่น้อย

 

“รัฐบาลนี้ล้มเหลวเรื่องเศรษฐกิจ โครงการเดียวที่เป็นเรือธงก็อาจไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ แต่ประเด็นด้านสังคมอื่นๆ รัฐบาลก็ไม่ได้ให้ความสำคัญเลย ซึ่งสะท้อนออกมาในนโยบายปี 2568 ที่เห็นได้ชัดว่างบประมาณด้านสังคมและอื่นๆ น้อยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งที่ปัญหาใหญ่ระดับประเทศและระดับโลกที่มีทั้งปัญหามลพิษทางอากาศ ภัยแล้ง สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงที่จะเลวร้ายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ก็ยังมีปัญหามิจฉาชีพ ปัญหายาเสพติด ปัญหาค่าครองชีพสูง ราคาสินค้าเกษตรผันผวน” ร่มธรรมกล่าว 

 

ร่มธรรมยังระบุอีกว่า เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เน้นย้ำให้ สส. ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการทักท้วง ตรวจสอบการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 เพราะงบประมาณเหล่านี้มาจากภาษีของพี่น้องประชาชน ดังนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องจัดการงบประมาณให้สมเหตุสมผลและมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนและต่อประเทศ ขณะนี้ สส. ของพรรคได้แสดงความประสงค์จะอภิปรายงบปี 2568 ไว้แล้วถึง 8 คน โดย สส. แต่ละคนจะได้อภิปรายในด้านต่างๆ ตั้งแต่ประเด็นทางเศรษฐกิจ ท้องถิ่น เกษตร สิ่งแวดล้อม โดย สส. ทุกคนที่ร่วมอภิปรายจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อที่จะทักท้วง ท้วงติง ตรวจสอบงบประมาณปี 2568 ในทุกมิติ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน

The post ‘ตั้งใจกู้, สอดไส้, เมินสังคม สิ่งแวดล้อม’ ประชาธิปัตย์ตั้งประเด็นอภิปรายงบปี 68 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก้าวไกล-ประชาธิปัตย์ ตั้งคำถามมาตรการรับมือเพลิงไหม้ตลาดสัตว์เลี้ยง เร่งออกกฎหมายคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ https://thestandard.co/questioning-measures-to-deal-with-fires-in-the-pet-market/ Thu, 13 Jun 2024 06:46:27 +0000 https://thestandard.co/?p=944725

วันนี้ (13 มิถุนายน) นิติพล ผิวเหมาะ สส. แบบบัญชีรายชื่ […]

The post ก้าวไกล-ประชาธิปัตย์ ตั้งคำถามมาตรการรับมือเพลิงไหม้ตลาดสัตว์เลี้ยง เร่งออกกฎหมายคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (13 มิถุนายน) นิติพล ผิวเหมาะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีเพลิงไหม้โซนขายสัตว์เลี้ยงตลาดนัดจตุจักร ว่าขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่ง ทั้งต่อความสูญเสียของผู้ประกอบการและสัตว์เลี้ยงจำนวนมากที่ช่วยเหลือออกมาไม่ทัน แต่จากความน่าสลดของเหตุการณ์ครั้งนี้ คิดว่าเราจำเป็นต้องตั้งคำถามถึงหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการค้าขายสัตว์เลี้ยงในประเทศไทย

 

ทุกคนรู้ดีว่าโซนขายสัตว์เลี้ยงในตลาดจตุจักรเป็นแหล่งสัตว์เลี้ยงทุกชนิด ตั้งแต่พื้นฐานที่สุดไปจนถึงสัตว์ประเภทนำเข้าที่มีราคาแพงและหายาก และบางครั้งผู้ประกอบการบางรายไต่เส้นของกฎหมายไปถึงขั้นขายสัตว์ต้องห้ามด้วยซ้ำ นี่เป็นสภาวะที่เกิดขึ้นกับตลาดจตุจักรมาเป็นเวลานานแล้ว

 

คำถามตัวโตๆ ประการต่อมา คือความเหมาะสมของโครงสร้างสถานที่ และมาตรการรับมือกับเหตุเพลิงไหม้ เป็นที่น่าตั้งคำถามว่ามาตรการรับมืออัคคีภัยของตลาดมีความเหมาะสมดีแค่ไหน โครงสร้างอาคาร รวมทั้งระบบไฟฟ้า ทางเข้า-ทางออก ทางฉุกเฉิน อุปกรณ์ดับเพลิง มีความทันสมัยแค่ไหน

 

“อีกนัยหนึ่ง คำถามก็คือสภาพโครงสร้างของอาคารและสถานที่เหมาะสมหรือไม่กับการเป็นสถานที่เก็บและขายสัตว์เลี้ยงแบบนี้ มาตรการการเก็บ การดูแล เคลื่อนย้ายสัตว์ เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้หรือไม่ หรือที่ผ่านมาอยู่ในสภาพเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ พอๆ กับการไต่เส้นค้าขายสัตว์ผิดกฎหมายอย่างที่เป็นมาตลอด” นิติพลกล่าว

 

นิติพลยังตั้งคำถามถึงสังคมว่า เรายังควรมีสถานที่ค้าสัตว์แบบโซนสัตว์เลี้ยงจตุจักรต่อไปหรือไม่ ถ้าจะมีการค้าสัตว์จริงๆ ควรเป็นสถานที่ที่พวกเขามีพื้นที่มากพอให้ได้ขยับเนื้อขยับตัวโดยไม่แออัดเกินไปหรือไม่ ควรเป็นพื้นที่ที่เปิดโล่งถูกสุขอนามัยกว่านี้หรือไม่ ควรเป็นสถานที่ที่พวกเขาได้รับการเก็บรักษา เคลื่อนย้าย และดูแลอย่างมีจรรยาบรรณมากกว่านี้หรือไม่ ความสุขของเรากำลังเป็นความทุกข์ของพวกเขาหรือไม่

 

ชี้ร่าง พ.ร.บ.ขึ้นทะเบียนสัตว์ จุดเริ่มแก้ปัญหา

 

ขณะที่ ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส. พัทลุง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเหตุเพลิงไหม้โซนสัตว์เลี้ยง ตลาดนัดจตุจักรว่า เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายมากมาย โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยง 5,000 กว่าตัว สร้างความสะเทือนใจ และจุดประเด็นปัญหาเรื่องสัตว์ในประเทศไทย ถือเป็นบทเรียนที่สำคัญต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะด้านมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารสถานที่ ด้านการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดระเบียบสัตว์ การจัดสวัสดิภาพสัตว์ในสถานที่จำหน่ายสัตว์เลี้ยง และการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์

 

จากเหตุการณ์นี้ ส่วนตัวจึงเห็นด้วยกับสมาคมพิทักษ์สัตว์ (ไทย) และภาคีเครือข่ายองค์กรด้านการจัดสวัสดิภาพสัตว์ในประเทศไทย ที่มีข้อเรียกร้องและข้อเสนอแนะถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นการเร่งตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ และหาแนวทางป้องกันในอนาคต การปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารสถานที่ขายสัตว์เลี้ยง การบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่อย่างเคร่งครัด ไปจนถึงการผลักดันให้มีกฎระเบียบ มาตรการ หรือกฎหมายด้านสัตว์ที่รัดกุมมากยิ่งขึ้น

 

โดยในปี 2566 พรรคประชาธิปัตย์ทำงานร่วมกับสมาคมพิทักษ์สัตว์ (ไทย) และภาคีองค์กรสวัสดิภาพสัตว์ เพื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เสนอเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 เนื่องจากปัจจุบันปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยง ปัญหาสัตว์จร ตลอดจนการดูแลสัตว์ยังมีปัญหาอยู่ และจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขหลายประเด็น โดยร่างพระราชบัญญัตินี้จะเน้นการดูแลสัตว์เลี้ยงทั้งระบบ ตั้งแต่การขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และสามารถติดตามสัตว์ได้ การควบคุมดูแลฟาร์มสัตว์เลี้ยงเพื่อป้องกันการสูญหายและการเป็นสัตว์จร

 

“การขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงจะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การควบคุม ดูแล จัดระเบียบสัตว์เลี้ยงตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาสวัสดิภาพสัตว์ การทารุณกรรมสัตว์ และแก้ไขปัญหาสัตว์จรที่เป็นปัญหาใหญ่ในประเทศต่อไปได้” ร่มธรรมกล่าว

The post ก้าวไกล-ประชาธิปัตย์ ตั้งคำถามมาตรการรับมือเพลิงไหม้ตลาดสัตว์เลี้ยง เร่งออกกฎหมายคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ร่มธรรมเร่งให้ตรวจสอบการขนย้ายกากแคดเมียมจากต้นทาง อาจมีเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็น https://thestandard.co/cadmium-waste-transportation/ Thu, 18 Apr 2024 02:53:59 +0000 https://thestandard.co/?p=923936

วันนี้ (18 เมษายน) ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส. พัทลุง พรรคประ […]

The post ร่มธรรมเร่งให้ตรวจสอบการขนย้ายกากแคดเมียมจากต้นทาง อาจมีเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็น appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (18 เมษายน) ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส. พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบขนกากแคดเมียม และการครอบครองของโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมทั้งแนะให้ตรวจสอบการรั่วไหลของสารปนเปื้อนอย่างละเอียด เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชน 

 

ร่มธรรมกล่าวว่า ตามรายงานข่าวการลักลอบขนกากแคดเมียมที่มีมากถึง 15,000 ตัน จากต้นทางจังหวัดตากมาในพื้นที่ภาคกลางนั้น หน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องเร่งดำเนินการให้ยุติโดยไว ทั้งการดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกระดับ พร้อมทั้งเร่งตรวจสอบการปนเปื้อนของแคดเมียมในบริเวณโรงงานที่แอบครอบครอง เนื่องจากสารแคดเมียมเป็นสารเคมีอันตรายที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน

 

ร่มธรรมกล่าวต่อไปว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะกรมโรงงานอุตสาหกรรม และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) จะต้องบูรณาการการทำงานเชิงรุกในประเด็นที่สำคัญอย่างน้อย 3 ประการ คือ 1. ปริมาณกากแคดเมียมที่ลักลอบขนจากต้นทางและที่พบเจอมีปริมาณเท่าไร หลงเหลือที่ยังไม่พบเจอหรือไม่ 2. ขบวนการลักลอบมีใครรู้เห็นเป็นใจ มีเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ เพราะการขนส่งสารอันตรายจะต้องมีการขออนุญาตอย่างชัดเจน 3. ต้องเร่งตรวจสอบผลกระทบทางสุขภาพของประชาชนที่จะตามมา

 

สำหรับการดำเนินคดีนั้น ร่มธรรมกล่าวว่า ตามข้อมูลล่าสุด บก.ปทส. จะดำเนินคดีกับโรงงานที่ครอบครองกากแคดเมียม จำนวน 5 คดี ขอเสนอให้เร่งสืบสวนปมการขนย้ายจากต้นทางว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ เนื่องจากการขนสารเคมีอันตรายจะต้องมีการขออนุญาตอย่างชัดเจน ดังนั้นหากเป็นการขนย้ายในปริมาณมากและข้ามพื้นที่ สันนิษฐานได้ว่าจะต้องมีเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็นเป็นใจ  

 

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่จังหวัดตากที่ประชาชนได้ออกมาคัดค้านเรื่องการนำกากแคดเมียมมาฝังกลบไว้ที่เดิมนั้น ร่มธรรมแนะให้เร่งทำความเข้าใจกับประชาชนโดยเร็ว เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย 

 

ร่มธรรมกล่าวทิ้งท้ายว่า เหตุการณ์ลักลอบขนสารเคมีอันตรายในครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่รัฐบาลจะต้องเร่งสืบหาข้อเท็จจริงและขบวนการผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ พร้อมทั้งเสนอแนะให้ถอดบทเรียน เพื่อหาแนวทางการกำกับและควบคุมการใช้สารเคมีอันตรายต่อไป 

The post ร่มธรรมเร่งให้ตรวจสอบการขนย้ายกากแคดเมียมจากต้นทาง อาจมีเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็น appeared first on THE STANDARD.

]]>