ราชบุรี Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ราชบุรี/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 12 May 2026 15:46:46 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ‘พยายามให้น้อยลง’ วิชาเบาใจที่พาโปรจีโน่กลับมาป้องกันแชมป์ มิซูโฮ https://thestandard.co/thitikul-defends-mizuho-americas-open-title/ Mon, 11 May 2026 01:26:39 +0000 https://thestandard.co/thitikul-defends-mizuho-americas-open-title/

หลังจากครองมือ 1 ของโลกมาตั้งแต่ 4 สิงหาคม 2025 หรือหลั […]

The post ‘พยายามให้น้อยลง’ วิชาเบาใจที่พาโปรจีโน่กลับมาป้องกันแชมป์ มิซูโฮ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากครองมือ 1 ของโลกมาตั้งแต่ 4 สิงหาคม 2025 หรือหลังจบกอล์ฟเมเจอร์ เอไอจี วีแมนส์ โอเพน 2025 เมื่อฤดูกาลก่อน จนมาถึงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (7 พฤษภาคม) ในศึกกอล์ฟ มิซูโฮ อเมริกาส์ โอเพน 2026 เป็นครั้งแรก ที่ โปรจีโน่ อาฒยา ฐิติกุล ต้องลงเล่นในศึก LPGA Tour ในฐานะโปรมือ 2 ของโลก

 

เมื่อสองสัปดาห์ก่อน จีโน่ ก็เดินทางเข้าสู่ศึกเมเจอร์รายการแรกอย่าง เชฟรอน แชมเปี้ยนชิพ พร้อมยอมรับตรงๆ ว่าเธอรับรู้ถึงเสียงวิจารณ์มาตลอดเกี่ยวกับการที่ยังไม่สามารถคว้าแชมป์เมเจอร์ได้ ทั้งที่เธอเป็นโปรมือ 1 ของโลกในฝ่ายหญิง

 

เป็นที่รู้กันดีผ่านการให้สัมภาษณ์หลายครั้งของโปรจีโน่ ว่าเธอไม่ได้นำตำแหน่งมือ 1 ของโลกดังกล่าวเป็นที่ตั้ง หรือนำมันมากดดันตัวเอง

 

แต่ถึงอย่างนั้น จีโน่ ก็ให้สัมภาษณ์ก่อนศึกเชฟรอน แชมเปี้ยนชิพ โดยบอกว่านี่คือ “ความท้าทาย” ที่สำคัญในเส้นทางอาชีพ และเธอเองก็อยากก้าวข้ามให้ได้บนเวทีใหญ่ที่สุดของกอล์ฟหญิง

 

อย่างไรก็ตาม เพียงสองวันต่อมา อาฒยา กลับไม่ผ่านการตัดตัวที่ในการแข่งขันที่ เมมโมเรียล ปาร์ก ขณะที่ เนลลี คอร์ดา โปรคู่แข่งชาวอเมริกัน ที่ตอนนั้นรั้งมือ 2 ของโลก กลับสามารถคว้าเมเจอร์ที่ 3 ของตัวเอง พร้อมกลับขึ้นไปเป็นมือ 1 โลกอีกครั้งในการจัดอันดับของ โรเล็กซ์ แรงกิง

 

หลังกอล์ฟเมเจอร์ เชฟรอน โปรจีโน่ หายหน้าไป 1 สัปดาห์ ในการแข่งขันรายการ ริเวรา มายา โอเพน ซึ่งเป็นรายการที่แฟนๆ กอล์ฟชาวไทยต้องเปลี่ยนไปลุ้นฟอร์มของโปรเปียโน อาภิชญา ยุบล ซึ่งเธอก็คว้ารองแชมป์ในรายการนี้มาครองได้

 

จีโน่ กลับมาอีกครั้งในสัปดาห์นี้ เพื่อป้องกันแชมป์มิซูโฮ อเมริกาส์ โอเพน ที่เธอคว้ามาครองได้เมื่อปีก่อน ด้วยความที่แฟนๆ หลายคนเป็นห่วงในฟอร์มการเล่นและสภาพจิตใจของเธอหลังไม่ผ่านตัดตัวจากกอล์ฟเมเจอร์แรกของปีนี้

 

แต่นั่นอาจจะเป็นการกังวลมากเกินไป

 

ตลอดเส้นทางอาชีพ จีโน่เป็นคนที่มีมุมมองต่อชีวิตและกอล์ฟอย่างในแง่บวกเสมอมา เริ่มเล่นกอล์ฟจากสนามไดรฟ์ในจังหวัดราชบุรี และเธอก็รู้สึกว่าตัวเองประสบความสำเร็จเกินกว่าที่เคยฝันไว้แล้ว

 

และการเป็นแชมป์เมเจอร์สำหรับเธอแล้ว แน่นอนว่าเป็นความต้องการที่ไม่อาจปฏิเสธได้ แต่ไม่ใช่เพื่อพิสูจน์อะไรให้ใครเห็น

 

ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่สนาม เมาน์เทน ริจด์ คันทรี คลับ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เธอกล่าวถึงเรื่องนี้อีกครั้ง โดยยืนวันว่า “หนูไม่คิดว่าต้องพิสูจน์อะไรให้คนอื่น นักกอล์ฟคนอื่น หรือแม้แต่ตัวเองเห็น เพราะสิ่งที่หนูมีตอนนี้ มันพิสูจน์มานานมากแล้ว”

 

“บางช่วง กอล์ฟมันเหมือนง่ายมากสำหรับเรา แต่บางช่วงมันก็ยากเหลือเกิน อย่างในเชฟรอน (แชมเปียนชิพ) หนูรู้สึกว่า ‘ฉันทำอะไรผิด?’ หรือแบบ ‘กอล์ฟกำลังทำอะไรกับฉันอยู่ตอนนี้’ แต่พอมาสัปดาห์นี้ หนูไม่ได้คาดหวังอะไรเลยจริงๆ”

 

โปรจีโน สตาร์ตฤดูกาลนี้ได้ดีทีเดียว หลังเปิดฤดูกาลในเดือน กุมภาพันธ์ ด้วยการจบอันดับ 7 ร่วม ในกอล์ฟ ฮิลตัน แกรนด์ วาเคชันส์ ทัวร์นาเมนต์ ออฟ แชมเปียนส์ และทำในสิ่งที่เธออยากทำมาตลอด คือการคว้าแชมป์ต่อหน้าแฟนๆ ชาวไทยในศึก ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์

 

แต่หลังจาก LPGA กลับมาแข่งขันที่สหรัฐฯ ในเดือนมีนาคม ฟอร์มของเธอกลับไม่คงเส้นคงวา เธอไม่สามารถแม้แต่จบทัวร์นาเมนต์ในอันดับท็อป 10 ได้เลย นับตั้งแต่ เอชเอสบีซี วีแมนส์ แชมเปียนชิพ ที่ สิงคโปร์

 

นั่นทำให้หลังไม่ผ่านตัดตัวในกอล์ฟเชฟรอน เธอจึงกลับไปพูดคุยกับโค้ช และทั้งคู่ตัดสินใจใช้แนวคิดใหม่ในการป้องกันแชมป์ มิซูโฮ

 

นั่นคือการ “พยายามให้น้อยลง”

 

จีโน่กล่าวถึงเรื่องนี้ก่อนการแข่งขันว่า “เวลาที่เราซ้อมหนักแต่ผลลัพธ์ไม่ออกมา บางทีมันทำให้ผิดหวังมาก โค้ชบอกว่า ‘บางทีอย่าพยายามมากเกินไป’ เพราะถ้าไม่พยายามมาก ก็อาจจะไม่ต้องคาดหวังมาก”

 

เมื่อเราพยายามมากแต่ไม่เห็นผลลัพธ์ที่ต้องการ มันจะนำไปสู่ความผิดหวัง ดังนั้นการลดความคาดหวังลงและ “พยายามให้น้อยลง” จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญ

 

แนวคิดใหม่นี้ช่วยปลดล็อก ‘วิชาเบาใจ’ ให้เธอสามารถไปป้องกันแชมป์ในสัปดาห์นี้ได้อย่าง ‘ใจเบา’ และไม่ต้องรับมือกับความคาดหวังหรือความกดดันใดๆ มากเกินไป

 

ซึ่งมันได้ผลอย่างรวดเร็ว เพราะในสัปดาห์นี้ที่เวสต์ คาลด์เวลล์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ โปรวัย 23 ปี เปิดรอบแรกด้วยสกอร์ 5 อันเดอร์พาร์ 67 และ 3 อันเดอร์พาร์ 69 รวม 2 รอบแรก สกอร์อยู่ที่ 8 อันเดอร์พาร์ ขึ้นนำ 3 สโตรกก่อนเข้าสู่ 2 รอบสุดท้าย

 

แม้ช่วงสุดสัปดาห์ จีโน่จะเจอบททดสอบจิตใจจาก เซลีน บูติเยร์ ที่ไล่จี้เหลือ 2 สโตรกหลังจบรอบสาม แต่วันอาทิตย์เธอก็ปิดฉากได้อย่างเด็ดขาด

 

จีโน่ทำเบอร์ดี้ที่หลุม 2 และ 3 ขณะที่บูติเยร์เสียโบกี้ 3 หลุมติดจนหลุดวงโคจรลุ้นแชมป์ ด้าน หยิน รั่วหนิง โปรสาวจากจีนเร่งเครื่องด้วย 5 เบอร์ดี้ใน 9 หลุมแรก ไล่มาเหลือสโตรกเดียว แต่โบกี้ที่หลุม 11 และ 16 ทำให้หมดโอกาส

 

ก่อนที่สุดท้าย ทางจีโน่จะปิดฉากอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยพัตต์เบอร์ดี้ยาว 20 ฟุตที่หลุม 18 จบที่สกอร์รวม 13 อันเดอร์พาร์ คว้าแชมป์ไปครองด้วยการทิ้งห่าง 4 สโตรก และเป็นการป้องกันแชมป์รายการนี้ได้สำเร็จ

 

แม้การคว้าแชมป์ครั้งนี้จะยังไม่ใช่การได้แชมป์เมเจอร์อย่างที่เธอต้องการ แต่มันก็เป็นการป้องกันแชมป์รายการที่ 2 ของเธอในฤดูกาลนี้ ทำให้ตอนนี้เธอมีแชมป์ LPGA ในอาชีพรวมแล้ว 9 รายการ และนี่คือฤดูกาลที่ 4 ที่เธอคว้าแชมป์ได้มากกว่าหนึ่งรายการ นับตั้งแต่เข้าร่วม LPGA Tour ในปี 2022

 

ที่สำคัญกว่านั้นคือการที่เธอพิสูจน์ว่าแนวคิด “การพยายามให้น้อยลง” ก็สามารถพาจีโน่ไปถึงจุดหมายที่ต้องการได้จริงๆ

 

หลังคว้าแชมป์ จีโน่เน้นย้ำถึงการ “อยู่ในโลกส่วนตัวหรือพื้นที่ปลอดภัยจอวตัวเอง” (Stay in my bubble) โดยโฟกัสเฉพาะสิ่งที่ควบคุมได้

 

เธอให้นิยามการคว้าแชมป์เมเจอร์ว่าเป็น “ความฝัน” ไม่ใช่ “เป้าหมาย” เพราะเธอไม่ต้องการแบกความกดดันไว้บนบ่าอีกต่อไป เธอยืนยันว่าไม่ว่าเธอจะชนะรายการเมเจอร์หรือไม่ สิ่งที่เธอมีอยู่ในตอนนี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้วสำหรับเธอ

 

“ใช่ค่ะ มันเป็นความฝันเสมอ หนูเรียกมันว่าความฝัน ไม่ใช่เป้าหมาย ที่จะได้แชมป์เมเจอร์ แต่ตอนนี้หนูไม่อยากเอาอะไรมาใส่ไว้บนบ่าตัวเองอีกแล้ว หนูปล่อยมันออกไปหมดแล้ว แค่เล่นกอล์ฟ”

 

“จะได้แชมป์เมเจอร์หรือไม่ หนูก็คิดว่าชีวิตหนูมีมากพอแล้ว”

 

และนั่นอาจจะเป็นเคล็ดลับการบรรลุขั้นต่อไปของ ‘วิชาเบาใจ’ ที่อาจจะทำให้เธอไปไกลกว่าเดิมในกอล์ฟเมเจอร์ที่เหลือของปีนี้ก็ได้

 

อ้างอิง:

The post ‘พยายามให้น้อยลง’ วิชาเบาใจที่พาโปรจีโน่กลับมาป้องกันแชมป์ มิซูโฮ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยช่วยไทย ครั้งที่ 2 คึกคักทั่วประเทศ ประชาชนร่วมกว่า 2 แสนคน เงินสะพัดกว่า 27 ล้านบาท ช่วยลดค่าครองชีพแล้วกว่า 13.66 ล้านบาท https://thestandard.co/thai-help-thai-event-boosts-economy/ Sun, 10 May 2026 03:08:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1205532 ภาพบรรยากาศประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม ไทยช่วยไทย ครั้งที่ 2

วันนี้ (10 พฤษภาคม) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนั […]

The post ไทยช่วยไทย ครั้งที่ 2 คึกคักทั่วประเทศ ประชาชนร่วมกว่า 2 แสนคน เงินสะพัดกว่า 27 ล้านบาท ช่วยลดค่าครองชีพแล้วกว่า 13.66 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม ไทยช่วยไทย ครั้งที่ 2

วันนี้ (10 พฤษภาคม) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรมจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” ครั้งที่ 2 พร้อมกันทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ครอบคลุมทั้ง 878 อำเภอ ใน 76 จังหวัด โดยได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวม 217,619 คน

 

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การดำเนินโครงการในครั้งที่ 2 มีร้านค้าเข้าร่วมรวม 9,721 ร้าน ประกอบด้วย ร้านค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ ร้านค้า OTOP และร้านค้าชุมชน/SMEs พร้อมนำสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันมาจำหน่ายในราคาประหยัด รวมจำนวนสินค้ากว่า 153,856 ชิ้น

 

ผลการดำเนินงานสามารถสร้างปริมาณการจับจ่ายใช้สอยรวมกว่า 27.11 ล้านบาท และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้กว่า 6.23 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงผลสัมฤทธิ์ของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการท้องถิ่น และเครือข่ายชุมชน ในการช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

 

เมื่อรวมผลการดำเนินงาน ‘ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ’ ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 พบว่า สามารถสร้างปริมาณการจับจ่ายใช้สอยรวมกว่า 60.85 ล้านบาท และช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนรวมกว่า 13.66 ล้านบาทแล้ว

 

สำหรับจังหวัดที่มียอดการใช้จ่ายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดชลบุรี และจังหวัดราชบุรี ขณะที่อำเภอที่มียอดการใช้จ่ายสูงสุด ได้แก่ อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี และอำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา

 

ด้านสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดในกลุ่มห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ ได้แก่ น้ำมันสำหรับประกอบอาหาร ไข่ไก่ ผลิตภัณฑ์ซักผ้า และน้ำตาล ส่วนสินค้า OTOP ที่มียอดจำหน่ายดี ได้แก่ อาหาร เครื่องแต่งกาย และเครื่องดื่ม ขณะที่สินค้าชุมชนที่ประชาชนเลือกซื้อจำนวนมาก ได้แก่ อาหารสด วัตถุดิบประกอบอาหาร และอาหารแปรรูป

 

ลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการดูแลปากท้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยใช้กลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อกระจายสินค้าคุณภาพดี ราคาประหยัด ให้เข้าถึงประชาชนทุกชุมชนทั่วประเทศ

 

“โครงการไทยช่วยไทย ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมลดราคาสินค้า แต่เป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาที่เหมาะสมอย่างทั่วถึง” ลลิดา กล่าว

The post ไทยช่วยไทย ครั้งที่ 2 คึกคักทั่วประเทศ ประชาชนร่วมกว่า 2 แสนคน เงินสะพัดกว่า 27 ล้านบาท ช่วยลดค่าครองชีพแล้วกว่า 13.66 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ช. ฟันจริยธรรมร้ายแรง 2 อดีต สส. ส่งศาลฎีกา จากปมลอบเล่นการพนันในรัฐสภา-ฮุบที่ดิน ส.ป.ก. https://thestandard.co/pacc-ex-mps-ethics-supreme-court/ Fri, 20 Mar 2026 04:01:33 +0000 https://thestandard.co/pacc-ex-mps-ethics-supreme-court/ ป.ป.ช. ฟัน 2 อดีต สส. ผิดจริยธรรมร้ายแรง ส่งศาลฎีกา

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) […]

The post ป.ป.ช. ฟันจริยธรรมร้ายแรง 2 อดีต สส. ส่งศาลฎีกา จากปมลอบเล่นการพนันในรัฐสภา-ฮุบที่ดิน ส.ป.ก. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ช. ฟัน 2 อดีต สส. ผิดจริยธรรมร้ายแรง ส่งศาลฎีกา

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิดอดีต สส. จำนวน 2 ราย ในข้อหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ทั้งกรณีลักลอบตั้งวงเล่นการพนันภายในอาคารรัฐสภา และกรณีการครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. ราว 600 ไร่

 

วันนี้ (20 มีนาคม) สุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยถึงผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยระบุว่า ที่ประชุมได้พิจารณาพยานหลักฐานอย่างรอบด้านและมีมติชี้มูลความผิดคดีสำคัญที่เกี่ยวกับการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของอดีต สส. รวม 2 เรื่อง

 

ลักลอบเล่นการพนันในรัฐสภา

 

ประการแรกคือกรณีของ ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง สส. ราชบุรี เขต 3 จากการไต่สวนพบว่า เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2566 ซึ่งเป็นวันเวลาราชการที่มีการประชุมคณะกรรมาธิการฯ และการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ชัยทิพย์กลับใช้เวลาในช่วง 13.15 น. – 16.00 น. ร่วมกับบุคคลอื่นตั้งวงเล่นไพ่สามกองภายในห้องทำงานส่วนตัว หมายเลข CA 535 ชั้น 5 ของอาคารรัฐสภา



พฤติการณ์ในวันดังกล่าวพบว่ามีการใช้ชิปแทนเงินสดในการนับแต้มเพื่อเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย มิหนำซ้ำยังมีการจัดเตรียมโต๊ะสี่เหลี่ยมที่ไม่ได้เป็นทรัพย์สินของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาเพื่อใช้เล่นการพนันโดยเฉพาะ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการไม่รักษาชื่อเสียงเกียรติภูมิของสภาฯ ไม่ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี และถือเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง

 

ครองที่ดิน ส.ป.ก. ราว 600 ไร่

 

อีกกรณีคือคดีของ สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง สส. กระบี่ ซึ่งถูกร้องเรียนกรณีถือครองและทำประโยชน์ในที่ดิน ภ.บ.ท.5 ท้องที่หมู่ที่ 8 ตำบลห้วยยูง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เนื้อที่กว้างใหญ่ถึงประมาณ 578 – 3 – 95 ไร่ ที่ดินผืนดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและทับซ้อนกับที่ดินประเภทสาธารณะทุ่งเลี้ยงสัตว์ ซึ่งต่อมาในปี 2537 ได้ถูกประกาศให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.)

 

จากการตรวจสอบพบว่า สฤษฏ์พงษ์ได้รับที่ดินตกทอดมาจากมารดาของคู่สมรส แต่กลับเพิกเฉยไม่เคยยื่นคำร้องขอเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินแต่อย่างใด แม้จะเข้าดำรงตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2562 แล้ว เขาก็ยังคงยึดถือครอบครองที่ดินดังกล่าวเพื่อปลูกและเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากปาล์มน้ำมันเรื่อยมา

 

นอกจากนี้ ในการยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. สฤษฏ์พงษ์ยังจงใจปกปิดความจริง โดยแจ้งครอบครองที่ดินเพียง 2 แปลง แปลงละ 100 ไร่ ซึ่งไม่ตรงกับจำนวนที่ดินเกือบ 600 ไร่ที่ครอบครองอยู่จริง

 

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้ชัดว่า สฤษฏ์พงษ์เป็นผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติจะรับการจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก. เนื่องจากไม่ใช่ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก และมีรายได้จากเงินเดือน สส. เพียงพอต่อการยังชีพอยู่แล้ว การเจตนาหลีกเลี่ยงไม่ส่งมอบพื้นที่คืนรัฐเพื่อนำไปจัดสรรให้เกษตรกรผู้ยากไร้ ถือเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบและทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์การเป็น สส.



ทาง ป.ป.ช. จึงมีมติให้ส่งเรื่องของอดีต สส. ทั้งสองรายนี้ไปยังศาลฎีกา เพื่อพิจารณาวินิจฉัยความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม สำนักงาน ป.ป.ช. ระบุว่า การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในชั้นนี้ยังไม่ถือเป็นที่สุด ตามหลักกฎหมายแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองรายยังคงถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดออกมา

 

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนทางกฎหมายเบื้องต้น หากศาลฎีการับคำร้อง ผู้ถูกกล่าวหาจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา และหากศาลมีคำพิพากษาชี้ขาดว่ามีความผิดจริง จะมีผลให้บุคคลนั้นพ้นจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ โดยให้มีผลย้อนหลังนับตั้งแต่วันที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่

 

เปิดประวัติ 2 อดีต สส. ที่ถูกกล่าวหา

 

สำหรับ ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ หรือ ‘ส.จ.เส็ง’ เติบโตมาจากการเมืองท้องถิ่นในตำแหน่ง ส.จ. ก่อนจะก้าวเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรระดับชาติ โดยชนะการเลือกตั้งซ่อมเป็น สส. ราชบุรี เขต 3 ในปี 2565 ภายใต้สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ต่อมาในการเลือกตั้งปี 2566 ได้ย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ และล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ได้ย้ายมาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม โดยลงสมัครรับเลือกตั้ง เขต 5 ราชบุรี ในนามพรรคกล้าธรรม แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง

 

ขณะที่ สฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง หรือ ‘โกสุทธิ์’ เป็นนักการเมืองคนสำคัญในพื้นที่ภาคใต้ เคยดำรงตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กระบี่ ระหว่างปี 2555 ถึง 2562 เป็นอดีต สส. จังหวัดกระบี่ 2 สมัย สังกัดพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งล่าสุดปี 2569 ได้ประกาศวางมือทางการเมือง และให้บุตรสาวลงสมัคร สส. ในพื้นที่ของตนเอง

The post ป.ป.ช. ฟันจริยธรรมร้ายแรง 2 อดีต สส. ส่งศาลฎีกา จากปมลอบเล่นการพนันในรัฐสภา-ฮุบที่ดิน ส.ป.ก. appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ยันไม่เคยสั่ง ใบ ป.3 หลัง เจ๊เอ๋ อ้างโทรหานายกฯ 2 ชม.ได้ปืน ย้ำห้ามพกปืนนอกเคหะสถาน https://thestandard.co/anutin-denies-gun-permit-claims/ Sun, 15 Mar 2026 08:18:10 +0000 https://thestandard.co/anutin-denies-gun-permit-claims/ อนุทิน ชาญวีรกูล เจ๊เอ๋

วันนี้ (15 มีนาคม) เวลา 13.13 น. ที่อาคารรัฐสภา อนุทิน […]

The post อนุทิน ยันไม่เคยสั่ง ใบ ป.3 หลัง เจ๊เอ๋ อ้างโทรหานายกฯ 2 ชม.ได้ปืน ย้ำห้ามพกปืนนอกเคหะสถาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล เจ๊เอ๋

วันนี้ (15 มีนาคม) เวลา 13.13 น. ที่อาคารรัฐสภา อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ ณัฐฐารินทร์ เกษมสารพิพัฒน์ ออกมากล่าวอ้างว่าเคยโทรศัพท์ถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ช่วยเร่งรัดการออกใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน (แบบ ป.3) ให้บุตรชายซึ่งเป็นนักกีฬายิงปืน หลังไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายอำเภอ และเพียง 2 ชั่วโมงก็ได้รับใบอนุญาตตามที่ต้องการ

 

อนุทิน กล่าวว่า บุคคลดังกล่าวใช่คนที่เคยพบกันที่จังหวัดราชบุรีหรือไม่ ซึ่งจำได้ว่าในครั้งนั้นมาพูดคุยเรื่องสถานการณ์น้ำท่วม ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องอาวุธปืน และยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เคยมีการขอเบอร์โทรศัพท์นายกรัฐมนตรีไว้หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ไม่เคยให้เบอร์โทรศัพท์ แต่เคยพบกันในเหตุการณ์น้ำท่วมเท่านั้น ไม่มีประเด็นอื่น

 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า การนำชื่อนายกรัฐมนตรีไปกล่าวอ้างว่าโทรศัพท์แล้วสามารถจัดการเรื่องใบอนุญาตได้ทันที อาจสร้างความเสียหายหรือไม่ อนุทินตอบว่า “จะเสียหายได้อย่างไร เพราะผมไม่ได้ทำอะไร ผมก็พูดอยู่ตรงนี้”

 

ส่วนจะดำเนินคดีหรือจำเป็นต้องไปชี้แจงกับคู่กรณีหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า “ทำไมต้องเคลียร์ ผมหรือจะต้องไปเคลียร์เรื่องแค่นี้” พร้อมย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า “ถามอะไรไม่รู้”

 

อนุทินยังย้ำถึงนโยบายควบคุมอาวุธปืนของรัฐบาลว่า ได้สั่งการไม่ให้ออกใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน ไม่ให้ต่ออายุใบพกอาวุธปืน และไม่ให้มีการพกพาอาวุธปืนออกนอกเคหะสถาน หากไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐถือว่ามีความผิดตามกฎหมายทั้งหมด

 

สำหรับ ณัฐฐารินทร์ เกษมสารพิพัฒน์ หรือ เจ๊เอ๋ เป็นผู้ที่มีผู้ติดตามจำนวนมากบนแพลตฟอร์ม TikTok เป็นที่รู้จักจากบทบาทการปล่อยเงินกู้นอกระบบ และการทวงหนี้อย่างเข้มข้นจนถูกเรียกในโลกออนไลน์ว่า เจ้าหนี้สายโหด

 

ก่อนหน้านี้ในช่วงปลายปี 2566 เคยตกเป็นประเด็นข่าว หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นที่พักอาศัย ภายหลังจากที่เธอออกมาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์นโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาล

The post อนุทิน ยันไม่เคยสั่ง ใบ ป.3 หลัง เจ๊เอ๋ อ้างโทรหานายกฯ 2 ชม.ได้ปืน ย้ำห้ามพกปืนนอกเคหะสถาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดชื่อ 6 นอมินีล้งมะพร้าว เมื่อ ‘ทุนจีน’ สวมสิทธิ์คนไทย กินรวบสายพานต้นน้ำยันปลายน้ำ https://thestandard.co/chinese-nominees-coconut-thailand-monopoly/ Fri, 13 Mar 2026 08:28:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1187126 ภาพล้งมะพร้าวในราชบุรี ทุนจีนใช้ นอมินีสวมสิทธิ์คนไทยผูกขาดธุรกิจ

จากสวนถึงล้ง จากล้งสู่ตลาดโลก… ใครกันที่เป็นเจ้าข […]

The post เปิดชื่อ 6 นอมินีล้งมะพร้าว เมื่อ ‘ทุนจีน’ สวมสิทธิ์คนไทย กินรวบสายพานต้นน้ำยันปลายน้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพล้งมะพร้าวในราชบุรี ทุนจีนใช้ นอมินีสวมสิทธิ์คนไทยผูกขาดธุรกิจ

จากสวนถึงล้ง จากล้งสู่ตลาดโลก… ใครกันที่เป็นเจ้าของกำไรที่แท้จริง? THE STANDARD เปิดชื่อ 6 บริษัทนอมินีที่ถูกพบหลักฐานการสั่งการตรงจากนายทุนจีนเพื่อผูกขาดและบิดเบือนราคา ‘มะพร้าว’ ในพื้นที่ราชบุรี

 

แผนประทุษกรรม ‘กินรวบ’ ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ

 

จากการสืบสวนเชิงลึกของ กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) พบว่ากลุ่มทุนจีนเหล่านี้ไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อรับซื้อ แต่เข้ามาเพื่อผูกขาด วงจรธุรกิจอย่างเบ็ดเสร็จ แผนประทุษกรรมถูกวางไว้อย่างเป็นระบบ เริ่มจากการจัดตั้งบริษัทโดยใช้ชื่อคนไทยเป็นหุ่นเชิดถือหุ้น 51% ตามที่กฎหมายกำหนด แต่ในความเป็นจริง คนไทยเหล่านั้นเป็นเพียงพนักงานหรือบุคคลทั่วไปที่ถูกจ้างมาเซ็นชื่อ โดยไม่มีอำนาจตัดสินใจใดๆ

 

พยานหลักฐานจากการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันที่รวบรวมมาได้ชี้ชัดว่า อำนาจการสั่งการทั้งหมด ตั้งแต่การกำหนดราคารับซื้อ การบริหารจัดการโลจิสติกส์ ไปจนถึงการส่งออก ถูกควบคุมโดยตรงจากนายทุนสัญชาติจีน

 

กลไกผูกขาดแบบครบวงจร

 

  • ต้นน้ำ: ทำสัญญาเช่าที่ดินระยะยาวเพื่อทำสวนมะพร้าวเอง
  • กลางน้ำ: ตั้งล้งรวบรวมและแปรรูปในนามบริษัทนอมินี
  • ปลายน้ำ: ส่งออกไปยังเครือข่ายของตนเองในต่างประเทศ

 

การกินรวบลักษณะนี้ทำให้นายทุนมีอำนาจต่อรองเหนือเกษตรกรอย่างสมบูรณ์ จนสามารถกดราคารับซื้อหน้าสวนเหลือเพียงลูกละ 2-5 บาท ในขณะที่นำไปขายในต่างประเทศได้สูงถึงลูกละ 35-50 บาท ส่วนต่างกำไรมหาศาลถูกโอนกลับประเทศต้นทาง ทิ้งไว้เพียงความผุพังของเศรษฐกิจฐานรากไทย นอกจากนี้ตำรวจยังพบการตกแต่งบัญชีว่า ‘ขาดทุน’ มาโดยตลอดเพื่อเลี่ยงภาษี ทั้งที่รายได้จริงพุ่งสูงขึ้นทุกปี

 

เปิดชื่อ 6 บริษัทนอมินี ทุนจีนในคราบเงาคนไทย

 

ทีมข่าว THE STANDARD ได้ตรวจสอบข้อมูล 6 บริษัทนิติบุคคล ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ. ระบุว่ามีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งพบผู้ร่วมกระทำผิดเป็นคนไทย 10 ราย และชาวต่างชาติ 7 ราย

 

1. บริษัท เหอไท่เซิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

 

จดทะเบียน: 31 มี.ค. 2568 | ทุน: 4.08 ล้านบาท

 

ที่ตั้ง: ต.ดอนไผ่ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี

 

กรรมการ: แทน เจิ้ง

 

2. บริษัท หลง แมน โคโค่นัท จำกัด

 

จดทะเบียน: 19 มิ.ย. 2566 | ทุน: 6 ล้านบาท

 

ที่ตั้ง: ต.บางแพ อ.บางแพ จ.ราชบุรี

 

กรรมการ: วู เหว่ยหลิง, จุฑามาศ

 

3. บริษัท ไทยเฉิงต้า เทรดดิ้ง จำกัด

 

จดทะเบียน: 18 ก.ย. 2567 | ทุน: 5 ล้านบาท

 

ที่ตั้ง: ต.วัดแก้ว อ.บางแพ จ.ราชบุรี

 

กรรมการ: หยาง ซินหยู, ประภัสสร

 

4. บริษัท หยู่ เซียน หยวน (ประเทศไทย) จำกัด

 

จดทะเบียน: 13 พ.ค. 2562 | ทุน: 8 ล้านบาท

 

ที่ตั้ง: ต.ดอนกรวย อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี

 

กรรมการ: เฉิน ชิ่งจวง

 

5. บริษัท อีซี่ โคโค้นัท จำกัด

 

จดทะเบียน: 19 ก.ย. 2566 | ทุน: 4 ล้านบาท

 

ที่ตั้ง: ต.หัวโพ อ.บางแพ จ.ราชบุรี

 

กรรมการ: กง เชา, ประภาพร

 

6. บริษัท ฟลาย โคโคนัท จำกัด

 

จดทะเบียน: 3 ธ.ค. 2564 | ทุน: 5 ล้านบาท

 

ที่ตั้ง: ต.ท่านัด อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี

 

กรรมการ: ประภาพร

 

กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากางข้อมูล นอมินีคือ ‘ส่วนหนึ่ง’ แต่ไม่ใช่ ‘ทั้งหมด’

 

พูนพงษ์ นัยนาภากร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชี้แจงว่า กรมฯ ได้รับนโยบายเร่งด่วนให้เป็น หน่วยนำวิถี ชี้เป้าบริษัทนอมินี โดยใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์งบการเงินและรายชื่อผู้ถือหุ้นร่วมกับข้อมูลเชิงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบธุรกิจที่อยู่ในบัญชีสงวน เช่น การทำไร่ทำสวน และการค้าผลิตผลทางการเกษตร

 

อย่างไรก็ตาม อธิบดีฯพูนพงษ์ระบุว่า วิกฤตราคามะพร้าวที่ตกต่ำในปัจจุบันเกิดจากหลายปัจจัยผสมโรง

 

1. Supply ล้น: ช่วงปี 2564-2568 พื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น 3.5 แสนไร่ ผลผลิตเพิ่มขึ้นถึง 50%

 

2. Demand หด: ตลาดจีนที่เป็นผู้ซื้อหลัก 80% มีมูลค่าการสั่งซื้อลดลงจาก 1 หมื่นล้านบาท เหลือเพียง 6.4 พันล้านบาทในปี 2568

 

3. ความเข้าใจผิดเรื่องราคา: ราคาขายในจีนจริงอยู่ที่ประมาณ 36-40 บาท (8-12 หยวน) ไม่ใช่ 150 บาทตามข่าวลือ ส่วนราคารับซื้อ 2 บาทในไทย มักเป็นลูกตกเกรด เนื่องจากเกษตรกรขาดทุนจนไม่มีเงินใส่ปุ๋ย ทำให้ผลผลิตไม่ได้มาตรฐานส่งออก (ต่ำกว่า 1.1 กิโลกรัม)

 

ปฏิบัติการล้างล้งนอมินีในราชบุรีครั้งนี้ เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของปัญหาที่หยั่งรากลึก ในวันที่ทุนจีนรุกคืบเข้ามาจัดการตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ไม่ใช่แค่ในฐานะคู่ค้า แต่ในฐานะเจ้าของที่แฝงตัวอยู่หลังชื่อคนไทย

 

สำหรับประเทศไทยที่มีการส่งออกผลไม้เป็นจำนวนมหาศาลในแต่ละปี วันนี้ความจริงปรากฏชัดที่ล้งมะพร้าว แต่ในความเป็นจริงยังมีผลไม้อีกหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียน มังคุด หรือลำไย ที่กำลังตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อการถูกกลืนกินโดยขบวนการลักษณะเดียวกันหรือไม่?

 

หากวันนี้เรายังไม่สามารถสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งพอในการตรวจสอบนอมินี และปล่อยให้ทุนจีนกินรวบทั้งสายพาน ต่อไป วิกฤตราคามะพร้าวในวันนี้ อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของอวสานเกษตรกรไทยในอนาคตอันใกล้

The post เปิดชื่อ 6 นอมินีล้งมะพร้าว เมื่อ ‘ทุนจีน’ สวมสิทธิ์คนไทย กินรวบสายพานต้นน้ำยันปลายน้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บุกค้นล้งมะพร้าวราชบุรี ทุนข้ามชาติใช้นอมินีฮุบวงจรการค้า-ทำราคาตกต่ำ https://thestandard.co/ratchaburi-coconut-nominee-raid/ Tue, 10 Mar 2026 09:04:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1186225 เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางเข้าตรวจค้นล้งมะพร้าวที่เข้าข่ายเป็นนอมินีข้ามชาติในจังหวัดราชบุรี

วันนี้ (10 มีนาคม) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย […]

The post บุกค้นล้งมะพร้าวราชบุรี ทุนข้ามชาติใช้นอมินีฮุบวงจรการค้า-ทำราคาตกต่ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางเข้าตรวจค้นล้งมะพร้าวที่เข้าข่ายเป็นนอมินีข้ามชาติในจังหวัดราชบุรี

วันนี้ (10 มีนาคม) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เปิดปฏิบัติการปูพรมเข้าตรวจค้นเครือข่ายล้งมะพร้าวที่เข้าข่ายเป็นนอมินีข้ามชาติรวม 8 จุด ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี

 

ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเป้าตรวจสอบกลุ่มทุนต่างชาติที่มีพฤติการณ์สวมสิทธิ์คนไทยเพื่อเข้าครอบงำธุรกิจการเกษตร ซึ่งเป็นอาชีพสงวนของคนไทย พร้อมทั้งมีพฤติการณ์บิดเบือนราคารับซื้อจนส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพราคามะพร้าวน้ำหอมทั่วประเทศ

 

ปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการลงพื้นที่สืบสวนหาสาเหตุของปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักแก่เกษตรกรในจังหวัดราชบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเจ้าหน้าที่พบความผิดปกติที่สวนทางกับกลไกตลาด กล่าวคือ ความต้องการบริโภคมะพร้าวน้ำหอมในต่างประเทศยังมีปริมาณสูงมาก แต่ราคามะพร้าวหน้าสวนกลับถูกกดให้ต่ำลงอย่างผิดปกติ

 

เมื่อชุดสืบสวน กก.4 บก.ปอศ. ลงพื้นที่หาข้อมูลเชิงลึก จึงพบว่าสาเหตุหลักเกิดจากการที่กลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาแทรกแซงวงจรการค้า ด้วยการจัดตั้งล้งมะพร้าวอำพราง โดยใช้ชื่อคนไทยเป็นตัวแทนถือหุ้น (Nominee) เพื่อผูกขาดการรับซื้อและส่งออก ทำให้เกิดอำนาจต่อรองที่เหนือกว่าเกษตรกร นำไปสู่การกดราคาเพื่อกวาดกำไรส่งออกกลับไปยังต่างประเทศ ทิ้งความเสียหายไว้กับเศรษฐกิจฐานรากของไทย

 

จากการสนธิกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมายทั้ง 8 แห่ง พบว่ามี 6 บริษัทที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (ในบัญชีที่เกี่ยวกับการทำสวน ผลิตผลทางการเกษตร และการค้าส่งค้าปลีก) โดยพบผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคล 6 ราย มีผู้ร่วมกระทำผิดเป็นบุคคลสัญชาติไทย 10 ราย และชาวต่างชาติ 7 ราย

 

ซึ่งเครือข่ายนี้มีแผนประทุษกรรมที่ซับซ้อน เริ่มจากการใช้คนไทยเป็นหุ่นเชิดบริหารให้ถือหุ้น 51% ตามกฎหมาย แต่แท้จริงแล้วคนไทยเหล่านั้นเป็นเพียงพนักงานหรือบุคคลทั่วไปที่ถูกจ้างมาเซ็นเอกสาร โดยไม่มีอำนาจตัดสินใจหรือได้รับส่วนแบ่งกำไร นอกจากนี้ยังพบหลักฐานการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันที่ระบุชัดเจนว่า อำนาจการสั่งการรับซื้อ การกำหนดราคา และการจัดการโลจิสติกส์ทั้งหมด ถูกควบคุมโดยตรงจากนายทุนสัญชาติจีน

 

กลุ่มทุนต่างชาติเหล่านี้ยังได้สร้างกลไกการผูกขาดแบบครบวงจร ตั้งแต่การทำสัญญาเช่าที่ดินระยะยาวเพื่อทำสวนมะพร้าวเอง (ต้นน้ำ) การตั้งล้งเพื่อรวบรวมและแปรรูป (กลางน้ำ) ไปจนถึงการส่งออกไปยังเครือข่ายของตนเองในต่างประเทศ (ปลายน้ำ) การกินรวบวงจรธุรกิจเช่นนี้ทำให้นายทุนมีอำนาจกดราคารับซื้อหน้าสวนเหลือเพียงลูกละ 2-5 บาท ในขณะที่นำไปแปรรูปและส่งออกไปยังต่างประเทศได้ในราคาลูกละ 35-50 บาท ส่วนต่างกำไรมหาศาลนี้ถูกโอนกลับไปยังกลุ่มนายทุนโดยตรง

 

ยิ่งไปกว่านั้น จากการวิเคราะห์งบการเงินย้อนหลังยังพบการตกแต่งบัญชีรายงานผลประกอบการว่าขาดทุน มาโดยตลอด ทั้งที่รายได้สูงขึ้นทุกปี เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีให้แก่รัฐอย่างถูกต้อง

 

ในการตรวจค้นครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก เช่น หลักฐานการซื้อขาย สัญญาเช่าสวน เอกสารทางบัญชีและภาษีกว่า 10 กล่องที่ขัดแย้งกับความเป็นจริง รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีข้อมูลการติดต่อกับนายทุนต่างชาติ

 

ทั้งนี้ ตำรวจสอบสวนกลางได้ฝากเตือนประชาชนว่า การรับจ้างเป็นนอมินีให้ชาวต่างชาติมีความผิดทางอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดย บก.ปอศ. จะร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในการตรวจสอบอย่างเข้มข้นต่อไป

The post บุกค้นล้งมะพร้าวราชบุรี ทุนข้ามชาติใช้นอมินีฮุบวงจรการค้า-ทำราคาตกต่ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อ่างเก็บน้ำบ้านไทยประจัน: โครงการพระราชดำริที่เปลี่ยนความขาดแคลนให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ [PR NEWS] https://thestandard.co/ban-thai-prachan-royal-initiative-economy/ Wed, 04 Mar 2026 09:00:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1183062 ภาพมุมสูงอ่างเก็บน้ำบ้านไทยประจัน จังหวัดราชบุรี โครงการพระราชดำริเพื่อบริหารจัดการน้ำและเศรษฐกิจชุมชน

ท่ามกลางภูเขาของจังหวัดราชบุรี มีอ่างเก็บน้ำขนาดไม่ใหญ่ […]

The post อ่างเก็บน้ำบ้านไทยประจัน: โครงการพระราชดำริที่เปลี่ยนความขาดแคลนให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพมุมสูงอ่างเก็บน้ำบ้านไทยประจัน จังหวัดราชบุรี โครงการพระราชดำริเพื่อบริหารจัดการน้ำและเศรษฐกิจชุมชน

ท่ามกลางภูเขาของจังหวัดราชบุรี มีอ่างเก็บน้ำขนาดไม่ใหญ่ แต่มีความหมายอย่างยิ่งต่อผู้คนในพื้นที่   ‘อ่างเก็บน้ำบ้านไทยประจัน’ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำตามแนวพระราชดำริ ในตำบลยางหัก อำเภอปากท่อ ที่กรมชลประทานพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้ชุมชน

 

สำหรับนักท่องเที่ยว ที่นี่อาจเป็นเพียงอ่างเก็บน้ำท่ามกลางขุนเขา แต่สำหรับ 280 ครัวเรือนในพื้นที่ ผืนน้ำแห่งนี้คือมากกว่าทัศนียภาพ หากคือโอกาสของความมั่นคง และหลักประกันว่าชีวิตจะไม่ต้องเผชิญปัญหาการขาดแคลนน้ำซ้ำเดิมอีกต่อไป

 

จากปัญหาภัยแล้งสู่จุดเริ่มต้นของโครงการ ‘อ่างเก็บน้ำบ้านไทยประจัน’

 

บ้านไทยประจันตั้งอยู่บนพื้นที่ลาดเชิงเขา ซึ่งเป็นต้นน้ำของลุ่มน้ำห้วยแม่ประจันตอนบน เมื่อฤดูฝนมาถึง น้ำจำนวนมากไหลผ่านลงสู่พื้นที่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว แต่ไม่สามารถกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ในฤดูแล้งได้ ความไม่สมดุลระหว่าง ‘น้ำมากเกินในฤดูฝน’ และ ‘น้ำไม่พอในฤดูแล้ง’ กลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชนมาอย่างยาวนาน

 

จนมาถึงจุดเปลี่ยนในปี  2534 เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (ขณะทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร)เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรบ้านไทยประจัน และทอดพระเนตรพื้นที่โครงการอุทยานเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ในโอกาสดังกล่าว ได้พระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทานพิจารณาก่อสร้างแหล่งน้ำ เพื่อช่วยเหลือราษฎรในตำบลยางหัก ให้มีน้ำสำหรับการเพาะปลูกและการอุปโภคบริโภค

 

ต่อมา สำนักงาน กปร. กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันดำเนินงานสนองพระราชดำริ โดยวางแผนก่อสร้างอ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำห้วยแม่ประจันตอนบน จำนวน 6 แห่ง ได้แก่

  •  อ่างเก็บน้ำบ้านพุกรูดอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 
  • อ่างเก็บน้ำห้วยพุกรูดอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
  • อ่างเก็บน้ำเขาหัวแดงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
  • อ่างเก็บน้ำบ้านไทยประจันอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
  • อ่างเก็บน้ำหินสีตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
  • อ่างเก็บน้ำบ้านโปร่งพรหมอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (อยู่ระหว่างดำเนินการ) 

 

พัฒนาเป็นระบบ สร้างโครงข่ายทั้งลุ่มน้ำ

 

ด้วยลักษณะภูมิประเทศของลุ่มน้ำห้วยแม่ประจันตอนบนที่ประกอบด้วยลำห้วยสาขาหลายสาย ไหลจากพื้นที่ต้นน้ำบนภูเขาลงสู่พื้นที่เกษตรด้านล่าง กรมชลประทานจึงวางแผนพัฒนาอ่างเก็บน้ำจำนวน 6 แห่ง แทนการก่อสร้างอ่างขนาดใหญ่เพียงจุดเดียว

 

อ่างเก็บน้ำทั้ง 6 แห่งถูกออกแบบให้ทำงานเกื้อหนุนกันในระดับลุ่มน้ำ ตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ เสมือนโครงข่ายที่ช่วยเสริมศักยภาพซึ่งกันและกัน บางแห่งทำหน้าที่ชะลอน้ำและลดความรุนแรงของน้ำหลาก ขณะที่บางแห่งมุ่งเน้นการกักเก็บน้ำเพื่อเสริมความมั่นคงในฤดูแล้ง แนวทางดังกล่าวยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบบริหารจัดการน้ำ ทำให้ภาพรวมยังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่อง แม้บางพื้นที่จะมีปริมาณน้ำน้อย

 

ภาพมุมสูงอ่างเก็บน้ำบ้านไทยประจัน จังหวัดราชบุรี โครงการพระราชดำริเพื่อบริหารจัดการน้ำและเศรษฐกิจชุมชน 1

 

แหล่งน้ำที่สร้างมากกว่าผลผลิต

 

อ่างเก็บน้ำบ้านไทยประจันสร้างเสร็จในปี 2542 ด้วยตัวเขื่อนดินยาว 170 เมตร หลังกว้าง 6 เมตร มีความจุ 600,000 ลูกบาศก์เมตร รองรับพื้นที่การเกษตรได้ 3,000 ไร่ และเป็นหลักประกันความมั่นคงด้านน้ำให้กับ 500 ครัวเรือน 

 

ภาพมุมสูงอ่างเก็บน้ำบ้านไทยประจัน จังหวัดราชบุรี โครงการพระราชดำริเพื่อบริหารจัดการน้ำและเศรษฐกิจชุมชน 2

 

อ่างเก็บน้ำแห่งนี้มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่ เดิมชุมชนต้องพึ่งพาน้ำฝนและข้อจำกัดด้านน้ำ ทำให้การเพาะปลูกไม่แน่นอน แต่เมื่อมีแหล่งน้ำต้นทุนที่มั่นคง เกษตรกรสามารถปรับรูปแบบการเพาะปลูกไปสู่พืชที่เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ กล้วย และสับปะรด พร้อมทั้งวางแผนการผลิตได้ต่อเนื่องตลอดปี

 

ขณะเดียวกัน อ่างเก็บน้ำยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ด้วยการมีน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค ลดภาระการจัดหาน้ำในฤดูแล้ง และช่วยเสริมความมั่นคงในการดำรงชีวิต อีกทั้งพื้นที่โดยรอบยังกลายเป็นแหล่งพักผ่อนและกิจกรรมของชุมชน ที่มีทั้งเส้นทางเดินป่าและพื้นที่กางเต็นท์ ช่วยสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน

 

ภาพมุมสูงอ่างเก็บน้ำบ้านไทยประจัน จังหวัดราชบุรี โครงการพระราชดำริเพื่อบริหารจัดการน้ำและเศรษฐกิจชุมชน 3

 

พลังของชุมชนคือหัวใจของระบบ

 

สำหรับการบริหารจัดการน้ำของอ่างเก็บน้ำในโครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยแม่ประจันตอนบนมี ‘กลุ่มผู้ใช้น้ำ’ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากแต่ละชุมชน ทำหน้าที่ร่วมกันวางแผนจัดสรรน้ำ กำหนดกติการใช้น้ำ และดูแลระบบส่งน้ำในพื้นที่ของตนเอง แนวทางดังกล่าวช่วยให้การใช้น้ำสอดคล้องกับความต้องการของชุมชน และลดความขัดแย้งระหว่างผู้ใช้น้ำได้อย่างเป็นระบบ และกรมชลประทานทำหน้าที่สนับสนุนด้านข้อมูล แผนบริหารจัดการน้ำระดับลุ่มน้ำ และองค์ความรู้ทางวิชาการ 

 

ภาพมุมสูงอ่างเก็บน้ำบ้านไทยประจัน จังหวัดราชบุรี โครงการพระราชดำริเพื่อบริหารจัดการน้ำและเศรษฐกิจชุมชน 4

 

จากวันที่ขาดแคลน. สู่วันที่ชุมชนมีรากฐานความมั่นคงที่แข็งแรง. 

 

หากมองย้อนกลับไปยังวันที่พื้นที่แห่งนี้ยังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ จนมาถึงวันนี้ที่ชุมชนสามารถบริหารจัดการและพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็ง จะเห็นได้ชัดว่าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำตามแนวพระราชดำริ ไม่ได้มอบเพียงแหล่งกักเก็บน้ำ หากยังสร้าง “โอกาส” และ “ความมั่นคงในชีวิต” ให้กับผู้คนในพื้นที่ 

รวมทั้งรายได้ที่มีความสม่ำเสมอ สุขภาวะที่ดีขึ้น และการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการทรัพยากร ทำให้ไทยประจันไม่ได้เป็นเพียงชุมชนที่มีน้ำใช้ แต่เป็นชุมชนที่เติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

The post อ่างเก็บน้ำบ้านไทยประจัน: โครงการพระราชดำริที่เปลี่ยนความขาดแคลนให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ศุภจี’ สั่งกระทรวงพาณิชย์ แก้มะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ เผยแผนแจกตามปั๊ม-จำกัดนำเข้าเพิ่ม-ตรวจนอมินีต่างชาติ https://thestandard.co/suphajee-commerce-coconut-prices-solve/ Thu, 26 Feb 2026 08:55:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1182044 ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงมาตรการแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ

พาณิชย์รุกแก้ปัญหามะพร้าวน้ำหอมครบวงจร ช่วยเหลือเกษตรกร […]

The post ‘ศุภจี’ สั่งกระทรวงพาณิชย์ แก้มะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ เผยแผนแจกตามปั๊ม-จำกัดนำเข้าเพิ่ม-ตรวจนอมินีต่างชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงมาตรการแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ

พาณิชย์รุกแก้ปัญหามะพร้าวน้ำหอมครบวงจร ช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการ ลุยตรวจล้งมะพร้าวเข้าข่ายนอมินี พร้อมหาตลาดรองรับ ครอบคลุมในประเทศ-ต่างประเทศ

 

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงประเด็นการตรวจสอบกิจการล้งมะพร้าวที่อาจเข้าข่ายนอมินีและฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้องว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ จ.ราชบุรี 2 ครั้ง ได้ตรวจสอบล้งมะพร้าว 3 แห่ง และบริษัทที่อาจมีลักษณะเข้าข่ายนอมินี 4 แห่ง รวมทั้งตรวจสอบบริษัทกลุ่มเสี่ยงที่มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น ไม่ถึงร้อยละ 50 (ยังคงมีสถานะเป็นไทย) 217 บริษัท ของ จ.ราชบุรี และตรวจสอบการถือครองที่ดิน ตั้งแต่ 5 ไร่ขึ้นไปใน จ. ราชบุรีและสมุทรสาคร

 

ทั้งนี้ พบว่ามีบริษัทที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้น 3 ราย ถือครองที่ดินจำนวน 3 แปลง ขณะนี้ อยู่ระหว่างตรวจสอบเชิงลึกและดำเนินการที่เกี่ยวข้องต่อไป และมีกำหนดลงพื้น จ.ราชบุรี เพื่อตรวจสอบกลุ่มทุนต่างชาติที่ทำการเกษตรผลิตมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวฯ โดยจะดำเนินการอย่างเข้มข้นและเด็ดขาด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกร และคุ้มครองระบบเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างยั่งยืน

 

ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์มะพร้าวน้ำหอมตกต่ำอย่างใกล้ชิด และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการอย่างเร่งด่วน ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาตรการช่วยเหลือที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ – ปลายน้ำ เพื่อพยุงราคามะพร้าวน้ำหอมให้ดีขึ้น ตั้งแต่ช่วงกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมาแล้ว

 

นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จากข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ได้บูรณาการร่วมกันและร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ โดยมีการดำเนินการที่สำคัญ ดังนี้

 

1. ด้านตลาดในประเทศ กรมการค้าภายใน ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แบ่งเป็น

 

  • ช่วงราคาตกต่ำรอบแรก ใช้มาตรการดูดซับผลผลิตอย่างต่อเนื่อง รวม 830,000 ลูก (กรกฎาคม – กันยายน 2568) ทั้งการเปิดจุดรับซื้อราคานำตลาด ใน อ.บางแพ จ.ราชบุรี และเปิดจุดจำหน่าย รวมทั้งกิจกรรม Pre-Order และกิจกรรม CSR ร่วมกับภาคเอกชนรายใหญ่และหน่วยงานราชการ
  • ช่วงราคาตกต่ำรอบที่ 2 ดูดซับผลผลิตรวม 460,000 ลูก (พฤศจิกายน – ธันวาคม 2568) ผ่านการเชื่อมโยงกลไกพาณิชย์จังหวัดต้นทาง – ปลายทาง สั่งซื้อผ่าน App MOC GO การเชื่อมโยงมะพร้าวจากเกษตรกรเข้าปั๊มน้ำมัน (PT Susco PTT บางจาก) ในเขต กทม. และปริมณฑล เพื่อแจกมะพร้าวแทนน้ำดื่ม รวมทั้งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และรณรงค์เพิ่มการบริโภค ผ่านรายการ MasterChef Thailand Season 7
  • ช่วงราคาตกต่ำรอบที่ 3 ตั้งเป้าบริหารจัดการ 1 ล้านลูก (ปลายมกราคม 2569 – ปัจจุบัน) ผ่านการเปิดจุดรับซื้อจากเกษตรกรในราคานำตลาดในแหล่งผลิตสำคัญ 4 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และสงขลา เปิดจุดจำหน่ายมะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และในงานธงฟ้า เร่งนำผู้ประกอบการ
  • ห้าง Modern Trade ตลาดกลางและตลาดสด เข้ารับซื้อมะพร้าวเพื่อนำไปจำหน่ายผ่านห้างและตลาดทั่วประเทศ รวมทั้งประสานกับบริษัทเอกชนเข้ามารับซื้อมะพร้าวน้ำหอมจากเกษตรกรผ่านกิจกรรม CSR

 

2. ด้านตลาดส่งออก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จะผลักดันการส่งออกสินค้ามะพร้าวน้ำหอมไทยไปยังตลาดอื่นๆ นอกเหนือจากจีน ซึ่งเป็นตลาดหลัก อาทิ ตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐฯ โดยมีแผนงานส่งเสริมสินค้ามะพร้าวน้ำหอมในกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งปี ซึ่งเร็วๆ นี้ จะมีกิจกรรมจับคู่ธุรกิจสินค้าผลไม้สด แปรรูป และผลิตภัณฑ์เกษตรอื่นๆ (ปีที่ 7) ในวันที่ 5 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท โดยทูตพาณิชย์ได้เชิญผู้นำเข้าจากทั่วโลกเข้าร่วมเจรจาการค้าทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ เบื้องต้นมีผู้ส่งออกเข้าร่วม 101 บริษัท โดยเป็นผู้ส่งออกมะพร้าวถึง 38 บริษัท

 

3. ด้านการนำเข้า มีการกำกับดูแลควบคุมการนำเข้ามะพร้าว (ทั้งมะพร้าวผลแก่และมะพร้าวอ่อน) เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในประเทศ โดยกำหนดมาตรการบริหารการนำเข้าตามมติคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช ได้แก่ มาตรการนำเข้าตามความตกลงภายใต้ WTO และมาตรการนำเข้าตามความตกลง AFTA และ

 

ยังมีมาตรการกำหนดด่านนำเข้า โดยการนำเข้ามะพร้าวทุกกรอบความตกลง สามารถนำเข้าได้เพียง 2 ด่าน คือด่านสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ และด่านสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้ามะพร้าวผิดกฎหมาย

 

ทั้งนี้ เนื่องจากการนำเข้ามะพร้าวส่วนใหญ่เป็นการนำเข้านอกโควตา WTO ที่ไม่จำกัดปริมาณ และช่วงเวลานำเข้า กรมการค้าต่างประเทศ จึงมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อควบคุมการนำเข้ามะพร้าวในช่วงผลผลิตในประเทศออกสู่ตลาดมาก ได้แก่ (1) ขอความร่วมมือโรงงานแปรรูปมะพร้าวชะลอการนำเข้ามะพร้าวและผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ และให้รับซื้อผลผลิตมะพร้าวจากเกษตรกรในประเทศในราคาที่เหมาะสม และ (2) ตั้งแต่ 1 มกราคม 2566 ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการทำหนังสือชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการนำเข้า และต้องรับซื้อผลผลิตมะพร้าวจากเกษตรกรในราคาที่เหมาะสม ก่อนการอนุญาตนำเข้ามะพร้าวในกรอบ WTO นอกโควตา

 

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อยกระดับมะพร้าวน้ำหอมที่เป็นสินค้าอัตลักษณ์ชุมชนสู่สินค้าเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูง ผ่านการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้ผลักดันและสนับสนุนเกษตรกร รวมถึงผู้ประกอบการสินค้า GI ขยายช่องทางการตลาด เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคในตลาดที่หลากหลายอย่างเป็นรูปธรรม

 

ปัจจุบันมีมะพร้าวน้ำหอมขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI แล้ว รวม 4 สินค้า ได้แก่ (1) มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี (2) มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว (3) มะพร้าวน้ำหอมบางคล้า และ (4) มะพร้าวน้ำหอมสามพราน และล่าสุด เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 “มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี” ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ในสหภาพยุโรปแล้ว ซึ่งจะช่วยขยายตลาดส่งออกและยกระดับคุณภาพมะพร้าวน้ำหอมไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ และสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ได้ในระยะยาว

 

โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงพาณิชย์ ยังได้เตรียมมาตรการดูแลสินค้ามะพร้าวน้ำหอมอีกหลายมาตรการ โดยมีแผนงานส่งเสริมสินค้ามะพร้าวน้ำหอมในกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดปี เพื่อให้ผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมส่วนเกินมีตลาดรองรับอย่างชัดเจน ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวัง

 

ด้านราคาของมะพร้าวน้ำหอม รวมถึงสินค้าเกษตรอื่น ๆ อย่างใกล้ชิดต่อไป

The post ‘ศุภจี’ สั่งกระทรวงพาณิชย์ แก้มะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ เผยแผนแจกตามปั๊ม-จำกัดนำเข้าเพิ่ม-ตรวจนอมินีต่างชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลกางแผนแก้ราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ เร่งส่งออก คุมเข้มนำเข้า-นอมินี https://thestandard.co/coconut-price-crisis-export-control/ Thu, 26 Feb 2026 08:13:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1182018 อินโฟกราฟิกแสดงแผนแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ โดยรัฐบาลประกาศเร่งส่งออกและควบคุมการนำเข้า

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำส […]

The post รัฐบาลกางแผนแก้ราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ เร่งส่งออก คุมเข้มนำเข้า-นอมินี appeared first on THE STANDARD.

]]>
อินโฟกราฟิกแสดงแผนแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ โดยรัฐบาลประกาศเร่งส่งออกและควบคุมการนำเข้า

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์เร่งแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำอย่างเป็นระบบ โดยดำเนินมาตรการครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ เพื่อพยุงราคา ดูดซับผลผลิต ขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ ควบคุมการนำเข้า และตรวจสอบล้งที่อาจเข้าข่ายนอมินีอย่างเข้มงวด

 

สำหรับการดูดซับผลผลิตในประเทศต่อเนื่อง 3 ระยะ กรมการค้าภายใน จะดำเนินมาตรการพยุงราคาอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

 

  • รอบแรก (กรกฎาคม-กันยายน 2568) ดูดซับผลผลิต 830,000 ลูก ผ่านจุดรับซื้อราคานำตลาดใน จังหวัดราชบุรี กิจกรรม Pre-Order และ CSR
  • รอบสอง (พฤศจิกายน-ธันวาคม 2568) ดูดซับ 460,000 ลูก เชื่อมโยงผ่านพาณิชย์จังหวัด แอป MOC GO และกระจายผ่านปั๊มน้ำมันใน กทม.-ปริมณฑล พร้อมรณรงค์เพิ่มการบริโภค
  • รอบสาม (ปลาย มกราคม 2569-ปัจจุบัน) ตั้งเป้าบริหารจัดการ 1 ล้านลูก เปิดจุดรับซื้อใน 4 จังหวัดหลัก ได้แก่ ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และสงขลา พร้อมกระจายผ่านงานธงฟ้า ห้าง Modern Trade และตลาดทั่วประเทศ

 

เร่งขยายตลาดส่งออก ลดพึ่งพาตลาดหลัก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เดินหน้าขยายตลาดใหม่ นอกเหนือจาก จีน อาทิ ตะวันออกกลาง ยุโรป และ สหรัฐอเมริกา เตรียมจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจผลไม้สด-แปรรูป วันที่ 5 มีนาคม 2569 โดยมีผู้ส่งออกเข้าร่วม 101 บริษัท ในจำนวนนี้เป็นผู้ส่งออกมะพร้าว 38 บริษัท เพื่อเพิ่มคำสั่งซื้อและกระจายความเสี่ยงทางการค้า

 

ควบคุมการนำเข้า ป้องกันกระทบผลผลิตในประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ กำหนดให้นำเข้ามะพร้าวได้เพียง 2 ด่าน คือ ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมขอความร่วมมือโรงงานชะลอการนำเข้า และรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรไทยในราคาที่เหมาะสม ผู้ประกอบการที่นำเข้านอกโควตา WTO ต้องทำหนังสือชี้แจงเหตุผลความจำเป็น และรับซื้อผลผลิตในประเทศก่อนอนุญาตนำเข้า

 

ตรวจล้งเข้าข่ายนอมินี บังคับใช้กฎหมายเข้มข้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลงพื้นที่ จังหวัดราชบุรี 2 ครั้ง ตรวจสอบล้ง 3 แห่ง และบริษัทเสี่ยง 4 แห่ง ตรวจสอบบริษัทกลุ่มเสี่ยง 217 บริษัท และการถือครองที่ดินตั้งแต่ 5 ไร่ขึ้นไป พบกรณีต่างด้าวร่วมถือหุ้นถือครองที่ดิน 3 แปลง อยู่ระหว่างตรวจสอบเชิงลึก พร้อมเตรียมตรวจสอบกลุ่มทุนต่างชาติที่ทำการเกษตร ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวฯ

 

ยกระดับสินค้า GI เพิ่มมูลค่าในตลาดโลก กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าผลักดันการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ปัจจุบันมีมะพร้าวน้ำหอมขึ้นทะเบียนแล้ว 4 รายการ ได้แก่

 

  • มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี
  • มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว
  • มะพร้าวน้ำหอมบางคล้า
  • มะพร้าวน้ำหอมสามพราน

 

รองโฆษกฯ กล่าวว่า รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมอย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินมาตรการเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เพื่อให้ผลผลิตส่วนเกินมีตลาดรองรับอย่างชัดเจน สร้างความเป็นธรรมให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน และดูแลเกษตรกรอย่างเต็มที่ ทั้งการพยุงราคา เปิดตลาดใหม่ และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อให้ระบบการค้าสินค้าเกษตรโปร่งใสและเป็นธรรม

The post รัฐบาลกางแผนแก้ราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ เร่งส่งออก คุมเข้มนำเข้า-นอมินี appeared first on THE STANDARD.

]]>
EU ประกาศรับรอง GI มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี สินค้าลำดับที่ 5 ของไทย พร้อมลุยตลาดพรีเมียม 27 ประเทศ https://thestandard.co/eu-gi-ratchaburi-coconut/ Sat, 21 Feb 2026 05:08:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1180561 มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี สินค้า GI ลำดับที่ 5 ของไทย หลังสหภาพยุโรปประกาศรับรองอย่างเป็นทางการ

วันนี้ (21 กุมภาพันธ์) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำส […]

The post EU ประกาศรับรอง GI มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี สินค้าลำดับที่ 5 ของไทย พร้อมลุยตลาดพรีเมียม 27 ประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี สินค้า GI ลำดับที่ 5 ของไทย หลังสหภาพยุโรปประกาศรับรองอย่างเป็นทางการ

วันนี้ (21 กุมภาพันธ์) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาแจ้งข่าวดีว่า มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี ของไทย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในสหภาพยุโรป อย่างเป็นทางการแล้ว นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับสินค้าเกษตรไทยสู่เวทีสากล ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่างประเทศ เปิดโอกาสทางการค้าในประเทศสมาชิก 27 ประเทศ และเสริมศักยภาพการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดพรีเมียมอย่างเป็นรูปธรรม

 

รองโฆษกฯ กล่าวว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่านการส่งเสริมสินค้า GI ควบคู่การจัดทำระบบควบคุมคุณภาพ และการสนับสนุนช่องทางตลาดทั้งออนไลน์-ออฟไลน์ พร้อมเร่งผลักดันสินค้า GI ไทยที่มีศักยภาพไปขึ้นทะเบียนในต่างประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าไทยและยกระดับมาตรฐานคุณภาพให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ

 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 สหภาพยุโรปได้ประกาศขึ้นทะเบียนมะพร้าวน้ำหอมราชบุรี หลังไทยยื่นคำขอในปี 2566 โดยสหภาพยุโรปถือเป็นตลาดส่งออกมะพร้าวน้ำหอมที่สำคัญของไทย มีมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยกว่า 300 ล้านบาทต่อปี การได้รับความคุ้มครอง GI จะช่วยป้องกันการแอบอ้างชื่อสินค้า เพิ่มความเชื่อมั่นผู้นำเข้า และขยายโอกาสทางการค้าไปยังประเทศสมาชิก อาทิ เนเธอร์แลนด์ สเปน เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส ฮังการี สาธารณรัฐเช็ก ไอร์แลนด์ และเดนมาร์ก พร้อมเสริมภาพลักษณ์สินค้าเกษตรคุณภาพสูงของไทย สร้างงานสร้างรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

 

จากการขึ้นทะเบียนครั้งนี้ ส่งผลให้มะพร้าวน้ำหอมราชบุรีเป็นสินค้า GI รายการแรกของจังหวัดราชบุรีที่ได้รับความคุ้มครองในต่างประเทศ และเป็น GI ไทยลำดับที่ 5 ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในสหภาพยุโรป ต่อจากข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง กาแฟดอยตุง และกาแฟดอยช้าง โดยแหล่งผลิตอยู่ในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองราชบุรี ดำเนินสะดวก วัดเพลง บ้านโป่ง บางแพ ปากท่อ และโพธาราม ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศและดินน้ำเหมาะสม ทำให้มะพร้าวมีเอกลักษณ์เด่น น้ำหวานหอมคล้ายใบเตย เนื้อหนานุ่ม ให้ผลผลิตตลอดทั้งปี

 

ข้อมูลปี 2568 ระบุว่า ราชบุรีมีผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมประมาณ 550 ล้านลูก มูลค่าจำหน่ายในประเทศ 276 ล้านบาท และมูลค่าส่งออกทั่วโลกกว่า 5,244 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพของสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลกอย่างชัดเจน

 

รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันไทยมีสินค้า GI ที่ขึ้นทะเบียนในต่างประเทศแล้วรวม 11 รายการ ครอบคลุม 33 ประเทศ ซึ่งรัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันสินค้า GI ไทย โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและสินค้าเกษตรซึ่งเป็น Soft Power สำคัญของประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน สร้างโอกาสทางการค้าใหม่ และยกระดับรายได้เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่นในระยะยาว

The post EU ประกาศรับรอง GI มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี สินค้าลำดับที่ 5 ของไทย พร้อมลุยตลาดพรีเมียม 27 ประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมช.อุตสาหกรรม ลงพื้นที่ราชบุรี ตรวจเข้มเหมืองหินปากท่อ สั่งฟื้นฟูพื้นที่หลังหมดสัมปทาน ปั้นแหล่งน้ำชุมชน แก้ภัยแล้งยั่งยืน https://thestandard.co/ratchaburi-mine-restoration-water-sources/ Sat, 14 Feb 2026 08:38:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1178501 จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รมช.อุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจเหมืองหินเขาสามง่าม อำเภอปากท่อ ราชบุรี

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนต […]

The post รมช.อุตสาหกรรม ลงพื้นที่ราชบุรี ตรวจเข้มเหมืองหินปากท่อ สั่งฟื้นฟูพื้นที่หลังหมดสัมปทาน ปั้นแหล่งน้ำชุมชน แก้ภัยแล้งยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รมช.อุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจเหมืองหินเขาสามง่าม อำเภอปากท่อ ราชบุรี

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจราชการ ที่ กลุ่มเหมืองหินเขาสามง่าม อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เพื่อติดตามการกำกับดูแลการประกอบกิจการเหมืองแร่และรับฟังแผนแม่บท (Master Plan) การทำเหมืองในภาพรวม พร้อมมอบนโยบายสำคัญในการไฟเขียว แนวทางฟื้นฟูพื้นที่หลังสิ้นสุดประทานบัตร โดยผลักดันให้พัฒนาบ่อเหมืองเดิมเป็นแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อความมั่นคงของชุมชน ควบคู่กับการยกระดับมาตรการสิ่งแวดล้อม

 

การลงพื้นที่ครั้งนี้มี พีรวัส สมวงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมติดตาม โดยรัฐมนตรีช่วยฯ ได้เน้นย้ำหลักการสำคัญว่า กิจการเหมืองแร่เป็นการใช้พื้นที่ในลักษณะเปลี่ยนสภาพต่อเนื่อง ดังนั้น การบริหารจัดการจึงต้องดำเนินการอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมและการรักษาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

 

จ่าเอกยศสิงห์ ระบุว่า ภารกิจเร่งด่วนของกระทรวงฯ คือการกำกับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามแผนผังโครงการอย่างเคร่งครัด และต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) โดยเฉพาะเมื่อสิ้นสุดการทำเหมืองแล้ว จะต้องฟื้นฟูสภาพพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ได้แก่

 

1. การพัฒนาแหล่งน้ำ: ปรับปรุงบ่อเหมืองให้เป็นอ่างเก็บน้ำหรือแก้มลิงชุมชน เพื่อรองรับน้ำฝนและใช้ประโยชน์ในการเกษตรช่วงหน้าแล้ง ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาทรัพยากรน้ำให้จังหวัดในระยะยาว

 

2. การฟื้นฟูระบบนิเวศ: เพิ่มพื้นที่สีเขียว ปลูกป่าทดแทน และคืนสภาพธรรมชาติให้กลับมาสมบูรณ์

 

3. คุมเข้มมลพิษ: ต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพ ไม่ปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ และมีมาตรการลดฝุ่นละอองอย่างเข้มงวด

 

“ผู้ประกอบการที่มีกำไรจากการดำเนินกิจการ ไม่ควรทอดทิ้งท้องถิ่น กระทรวงพร้อมสนับสนุนผู้ที่ทำถูกต้องตามกฎหมาย และเปิดช่องทางให้หารือร่วมกันหากมีอุปสรรค เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นรูปธรรมและยั่งยืน” รัฐมนตรีช่วยฯ กล่าว

 

เพื่อลดข้อร้องเรียนและสร้างความเชื่อมั่นให้ชุมชน รมช.อุตสาหกรรม ได้เสนอแนวทางจัดตั้งอาสาสมัครเฝ้าระวังในพื้นที่ เพื่อร่วมตรวจสอบการประกอบกิจการให้เป็นไปตามกฎหมาย พร้อมฝาก 3 ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติให้ผู้ประกอบการร่วมดำเนินการ คือ 1. ส่งเสริมการจ้างงานคนในพื้นที่เพื่อสร้างรายได้และลดปัญหาการจราจรจากการเคลื่อนย้ายแรงงาน 2. เพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อเป็นแนวกันชนลดฝุ่นและมลพิษ และ 3. สร้างความร่วมมือในกลุ่มผู้ประกอบการ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตควบคู่กับชุมชนได้อย่างยั่งยืน

 

ด้านตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการเหมืองและโรงโม่หินในพื้นที่ ต่างขานรับนโยบายดังกล่าว โดยยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนแผนฟื้นฟูพื้นที่หลังสิ้นสุดสัมปทานให้เป็นแหล่งน้ำสาธารณะ ซึ่งจะทำให้ชุมชนเห็นประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม

 

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังสะท้อนความรู้สึกขอบคุณรัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรม โดยระบุว่าพื้นที่ทำเหมืองขนาดย่อมในราชบุรีดำเนินการมากว่า 30 ปี แทบไม่เคยมีรัฐมนตรีลงมาตรวจเยี่ยมด้วยตนเอง การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ ทำให้ภาคธุรกิจและประชาชนมั่นใจว่า ภาครัฐมีความจริงใจในการกำกับดูแลกิจการให้โปร่งใส และมุ่งเน้นประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง

The post รมช.อุตสาหกรรม ลงพื้นที่ราชบุรี ตรวจเข้มเหมืองหินปากท่อ สั่งฟื้นฟูพื้นที่หลังหมดสัมปทาน ปั้นแหล่งน้ำชุมชน แก้ภัยแล้งยั่งยืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระสังฆราช ทรงบำเพ็ญพระกุศล ครบรอบ 9 ปีสถาปนา https://thestandard.co/anutin-supreme-patriarch-ceremony/ Thu, 12 Feb 2026 03:39:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1177646 นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เข้าเฝ้า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในพิธีบำเพ็ญพระกุศลครบรอบ 9 ปีสถาปนา

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) เวลา 07.37 น. สมเด็จพระอริยวงศาค […]

The post นายกฯ เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระสังฆราช ทรงบำเพ็ญพระกุศล ครบรอบ 9 ปีสถาปนา appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เข้าเฝ้า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในพิธีบำเพ็ญพระกุศลครบรอบ 9 ปีสถาปนา

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) เวลา 07.37 น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงบริเวณลานวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร ในการทรงบำเพ็ญพระกุศล ทรงตักบาตรถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และถวายพระกุศลแด่พระบูรพาจารย์ เนื่องในมงคลสมัย 9 ปี นับแต่พระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช

 

โอกาสนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย อาทิ ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และข้าราชการกระทรวงมหาดไทยร่วมพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 108 รูป

 

จากนั้น เวลา 08.09 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยและผู้เข้าร่วมพิธี เข้าเฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในมงคลสมัยดังกล่าว

 

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร) มีพระนามเดิมว่า ‘อัมพร ประสัตถพงศ์’ ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2470 ณ บ้านเลขที่ 28 หมู่ 1 ตำบลบางป่า อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี มีพระชนกชื่อ นัย ประสัตถพงศ์ (แซ่ตั้ง) และพระชนนีชื่อ ตาล ประสัตถพงศ์ สกุลเดิม วรกี เป็นบุตรคนที่ 2 จากพี่น้องทั้งหมด 9 คน โดยมีพระอนุชาที่ดำรงสมณเพศ 1 รูป คือ พระพรหมมงคลวัชราจารย์ (ไสว วฑฺฒโน) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14–15 (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดศรีสุริยวงศาราม วรวิหาร จังหวัดราชบุรี

 

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงบรรพชาเป็นสามเณร เมื่อปี พ.ศ. 2483 ณ วัดสัตตนารถปริวัตร วรวิหาร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี โดยมีพระธรรมเสนานี (เงิน นนฺโท) เป็นพระอุปัชฌาย์ และย้ายไปทรงศึกษาพระปริยัติธรรม ณ วัดตรีญาติ โดยมีพระครูศรีธรรมานุศาสน์ (โสตถิ์ สุมิตฺตเถร) เป็นพระอาจารย์คอยอบรมพระธรรมวินัย จนทรงสำเร็จเปรียญธรรม 4 ประโยค ในปี พ.ศ. 2488

 

จากนั้นทรงเข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2491 ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ได้รับฉายา “อมฺพโร” โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ (วาสน์ วาสโน) เมื่อครั้งทรงดำรงสมณศักดิ์ที่พระเทพโมลี เป็นพระอุปัชฌาย์ และสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินฺตากโร) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระจินดากรมุนี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และทรงศึกษาพระปริยัติธรรมต่อในสำนักเรียนวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร จนสำเร็จเปรียญธรรม 6 ประโยค ในปี พ.ศ. 2493

 

นอกจากนี้ ยังทรงสำเร็จการศึกษาศาสนศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2500 และทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี มหาวิทยาลัยพาราณสี (Banaras Hindu University) ประเทศอินเดีย เมื่อปี พ.ศ. 2512 และได้รับการถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ได้แก่

 

  • ศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพุทธศาสตร์ โดยสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2552
  • พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาธรรมนิเทศ โดยสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2553

 

ทรงเป็นเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ลำดับที่ 6 สืบต่อจากสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินฺตากโร) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551

 

ในด้านสมณศักดิ์ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ตามลำดับชั้นนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514 จนถึงปี พ.ศ. 2552 ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ ชั้นสุพรรณบัฏ ที่สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ สถิต ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร และเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า

 

“สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สุขุมธรรมวิธานธำรง สกลมหาสงฆปริณายก ตรีปิฎกธราจารย อัมพราภิธานสังฆวิสุต ปาพจนุตตมสาสนโสภณ กิตตินิรมลคุรุฐานียบัณฑิต วชิราลงกรณนริศรปสันนาภิสิตประกาศ วิสารทนาถธรรมทูตาภิวุฒ ทศมินทรสมมุติปฐมสกลคณาธิเบศร ปวิธเนตโยภาสวาสนวงศวิวัฒ พุทธบริษัทคารวสถาน วิบูลสีลสมาจารวัตรวิปัสสนสุนทร ชินวรมหามุนีวงศานุศิษฏ บวรธรรมบพิตร สมเด็จพระสังฆราช”

 

ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระชนมายุ 90 พรรษา เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2560 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานถวายพัดแฉกงาพิเศษประดับพลอย และในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระชนมายุ 8 รอบ วันที่ 26 มิถุนายน 2566 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานถวายพัดรัตนาภรณ์ ว.ป.ร. ชั้น 1

 

นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เข้าเฝ้า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในพิธีบำเพ็ญพระกุศลครบรอบ 9 ปีสถาปนา 1นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เข้าเฝ้า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในพิธีบำเพ็ญพระกุศลครบรอบ 9 ปีสถาปนา 2นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เข้าเฝ้า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในพิธีบำเพ็ญพระกุศลครบรอบ 9 ปีสถาปนา 3นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เข้าเฝ้า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในพิธีบำเพ็ญพระกุศลครบรอบ 9 ปีสถาปนา 4นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เข้าเฝ้า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในพิธีบำเพ็ญพระกุศลครบรอบ 9 ปีสถาปนา 5นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เข้าเฝ้า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในพิธีบำเพ็ญพระกุศลครบรอบ 9 ปีสถาปนา 6

The post นายกฯ เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระสังฆราช ทรงบำเพ็ญพระกุศล ครบรอบ 9 ปีสถาปนา appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : สุชาติชี้พรรคประชาชนกระแสตก หลังโชว์ผลงานกวาด สส. กลุ่มเพื่อนเฮ้งเข้าสภาฯ 17 ที่นั่ง https://thestandard.co/suchart-peoples-party-popularity-drop/ Tue, 10 Feb 2026 04:31:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1176811 สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงผลการเลือกตั้ง

วันนี้ (10 กุมภาพันธ์) สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี แ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : สุชาติชี้พรรคประชาชนกระแสตก หลังโชว์ผลงานกวาด สส. กลุ่มเพื่อนเฮ้งเข้าสภาฯ 17 ที่นั่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงผลการเลือกตั้ง

วันนี้ (10 กุมภาพันธ์) สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงผลการเลือกตั้ง สส. จังหวัดชลบุรีที่ได้ สส. จำนวน 5 คน ว่า เป็นทีมเดียวกันได้ทำงานร่วมกันทั้งหมด ซึ่งยังไม่ได้มองไกลไปถึงตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะเป็นผู้สมัครแล้วได้รับเลือกตั้งต้องทำให้ดีที่สุดมากกว่า ต้องพิสูจน์ให้ชาวบ้านได้รู้ว่า คะแนนที่ออกมาทั้งหมดเป็นคะแนนที่เราทำสะสมไว้ 20 ปี

 

เมื่อถามว่า ในกลุ่มเพื่อนเฮ้งได้จำนวน สส. ทั้งหมดกี่เก้าอี้ สุชาติกล่าวว่า เป็นเพื่อนกันทั้งหมด ที่เราชวนกันมาจำนวนประมาณ 16-17 คน เช่น จังหวัดจันทบุรี ตราด เพชรบุรี ราชบุรี นครศรีธรรมราช และพื้นที่เกาะสมุย เราเอามาทั้งหมด ก็ถือว่าได้ สส. ตามเป้าหมาย เชื่อมั่นว่าเพื่อนเราทุกคนมีศักยภาพแต่ละคนอยู่แล้ว

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

“อยากบอกสื่อมวลชนว่าวันนี้คุณต้องยอมรับกระแสพรรคคุณมันตก คุณตกมาตั้งกี่ล้านเสียง คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ มันก็บ่งบอกแล้วว่าคุณมีอยู่เท่าไหร่ อย่างเขตผมคุณมีอยู่ 43,000 คะแนน แต่ 3,000 คนในนั้นเขาเลือกผม ก็ต้องขอบคุณด้วย” สุชาติกล่าว

 

เมื่อถามว่า จะได้ตำแหน่ง 1 รัฐมนตรีว่าการ และตำแหน่ง 1 รัฐมนตรีช่วยใช่หรือไม่ สุชาติกล่าวว่า ยังไม่ได้พูดถึงขั้นนั้น วันนี้เอาแค่ว่าให้ กกต. มีการรับรองให้ถูกต้องก่อน ขั้นตอนที่ 1 คือ กกต. รับรอง สส. ให้ได้ 95% เพื่อเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรและขั้นตอนต่อไป คือการเลือกนายกรัฐมนตรีว่าเป็นใครตามกฎหมาย

 

เมื่อถามย้ำว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มีการพูดคุยเรื่องจัดสรรตำแหน่งคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดใหม่หรือไม่ สุชาติกล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุย เรามองทีละขั้นตอนให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการรับรอง สส. ก่อน เราอยู่ในพรรคเราเป็นลูกพรรค ต้องบริหารจัดการด้วยระเบียบของพรรคทุกเรื่อง การเจรจาหรือการประชุมเป็นเรื่องของผู้บริหารพรรค เหมือนกับเราอยู่ในประเทศไทยกฎหมายต่างๆ อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เราอย่าไปเชื่อในสิ่งที่มันไม่ใช่

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : สุชาติชี้พรรคประชาชนกระแสตก หลังโชว์ผลงานกวาด สส. กลุ่มเพื่อนเฮ้งเข้าสภาฯ 17 ที่นั่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : กกต. แถลงภาพรวม-ข้อผิดพลาดจัดเลือกตั้ง แจงกรณี กปน.น่าน ฉีกบัตรเลือกตั้งผิด 69 ใบ มีการแจ้งความแล้ว https://thestandard.co/election-errors-nan-ballots/ Sun, 08 Feb 2026 08:09:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1175613 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงข่าวถึงภาพรวมและข้อผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. โดยเฉพาะกรณีการฉีกบัตรเลือกตั้ง

ร.ต.อ. ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกต […]

The post เลือกตั้ง 2569 : กกต. แถลงภาพรวม-ข้อผิดพลาดจัดเลือกตั้ง แจงกรณี กปน.น่าน ฉีกบัตรเลือกตั้งผิด 69 ใบ มีการแจ้งความแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงข่าวถึงภาพรวมและข้อผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. โดยเฉพาะกรณีการฉีกบัตรเลือกตั้ง

ร.ต.อ. ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง และว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงข่าว “ภาพรวมการเลือกตั้ง และสถานการณ์การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ” โดยระบุว่าการลงคะแนนในครั้งนี้เป็นไปอย่างคึกคัก พร้อมทั้งชี้แจงกรณีข้อผิดพลาดที่ได้รับข้อมูลในเบื้องต้น อาทิ เรื่องการฉีกบัตรเลือกตั้งโดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีอาการเมาสุรา ซึ่งทาง กกต. ได้มอบหมายให้กรรมการประจำหน่วยไปแจ้งความบันทึกประจำวันไว้แล้ว

 

ส่วนกรณีจังหวัดน่าน ที่มีรายงาน กปน.น่าน ฉีกบัตรเลือกตั้งผิด 69 ใบ เบื้องต้นพบว่ากรรมการประจำหน่วยมีการฉีกบัตร โดยอาจจะไม่ได้ดูด้านหน้าบัตร และไปฉีกด้านหลัง ทำให้บัตรเลือกตั้งมีการฉีกขาด

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

ซึ่งทาง กกต. ยืนยันว่าตามกฎหมายไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงาน หรือประชาชนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง หากผู้ใดทำให้บัตรเลือกตั้งชำรุดเสียหาย ก็จะต้องมีการแจ้งความดำเนินคดี

 

สำหรับคำถามว่า กรณีนี้เกิดการฉีกบัตรเลือกตั้งผิดถึง 69 ใบ จะส่งผลต่อการเลือกตั้งหรือไม่ หรือต้องจัดการเลือกตั้งในหน่วยนี้ใหม่หรือไม่ ทาง กกต. ตอบว่า “เรื่องนี้ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทางจังหวัดน่านก่อน”

 

ทั้งนี้ กรณีที่มีรายงานว่าหน่วยออกเสียงประชามตินอกเขตในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ บัญชีรายชื่อหายไปทั้งหน่วยนั้น ทาง กกต. ได้ประสานผู้อำนวยการจังหวัดเชียงใหม่แล้ว และชี้แจงว่า ในหน่วยออกเสียงประชามตินอกเขตนั้นมีผู้ลงทะเบียนหลายจังหวัด เพราะฉะนั้นบัญชีจะแยกเป็นรายจังหวัด ซึ่งผู้ที่รายงานอาจจะมองไม่ครบ จึงเกิดข้อสงสัยว่าทำไมมีเฉพาะจังหวัดนี้จังหวัดเดียวทั้งที่จริงติดไว้ครบถ้วน

 

กรณีจังหวัดชลบุรี เขต 1 หน่วย 3 ซึ่งมีประชาชนแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ไม่ให้เซ็นชื่อในใบรายชื่อผู้มาใช้สิทธิ แต่ให้เซ็นรับบัตรลงคะแนนเพียงอย่างเดียว และจากการสังเกตพบว่า ทั้งเล่มรายชื่อไม่มีการเซ็นชื่อนั้น ทาง กกต. ชี้แจงว่าได้ตรวจสอบไปยังหน่วยเลือกตั้งดังกล่าวในจังหวัดชลบุรีแล้ว แต่ไม่พบว่ามีกรณีแบบนี้เกิดขึ้น โดยหากเกิดขึ้นจริงๆ ทาง กกต. จะต้องแจ้งให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งดำเนินการให้ถูกต้อง

 

ส่วนที่ปรากฏรายงานว่า บางส่วนในพื้นที่กรุงเทพฯ มีการติดป้ายชื่อผู้สมัครไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ซึ่งทาง กกต. ได้แจ้งไปยังกรุงเทพฯ และทุกหน่วยได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขเรียบร้อยแล้ว

 

โดยหน่วยเลือกตั้งที่ 31 แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ที่มีรายงานว่าไม่มีการติดรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตบนกระดาน โดยไปติดอยู่หลังหน่วย ทาง กกต. ชี้แจงว่าได้เร่งประสานคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไข

 

ให้เป็นไปตามระเบียบและวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องครบถ้วนตามขั้นตอนที่กำหนดเรียบร้อยแล้ว ส่วนป้ายที่ติดอยู่หลังหน่วยดังกล่าว เป็นเพียงป้ายอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มาใช้สิทธิ

 

ส่วนในเรื่องการป้องปราม ทาง กกต. เปิดเผยว่าได้มีการจับกุมผู้ซื้อเสียงเพิ่มเติมที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และจับผู้ต้องหาได้ 1 คน พร้อมเงินสด 2,000 บาท ที่จังหวัดราชบุรี

 

นอกจากนี้ ทางพนักงานฝ่ายปกครองได้ประสานงานตำรวจ จับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมเงินสด 83,000 บาท ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยขณะนี้กำลังสอบสวนขยายผลอยู่ และยังมีอีกหลายจุดที่กำลังติดตามและเฝ้าระวัง

 

ส่วนข้อสงสัยที่ว่าจะมีโอกาสมีบัตรเขย่งเกิดขึ้นหรือไม่นั้น ทาง กกต. ระบุว่าต้องตรวจสอบตามข้อเท็จจริง

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : กกต. แถลงภาพรวม-ข้อผิดพลาดจัดเลือกตั้ง แจงกรณี กปน.น่าน ฉีกบัตรเลือกตั้งผิด 69 ใบ มีการแจ้งความแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ผู้สมัคร สส. เพื่อไทย ราชบุรี แจงถือหุ้นสื่อมูลค่าเพียง 37 บาท ลืมไว้ตั้งแต่สมัยเรียน ย้ำไร้เจตนาครอบงำ https://thestandard.co/chayanant-disqualified-media-shares/ Sat, 31 Jan 2026 12:17:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1171902 แฟ้มภาพ ชญานันท์ จินดาเจี่ย ผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย ราชบุรี ที่ถูกถอนชื่อ

วันนี้ (31 มกราคม) สืบเนื่องจากกรณีศาลฎีกามีคำสั่งถอนชื […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ผู้สมัคร สส. เพื่อไทย ราชบุรี แจงถือหุ้นสื่อมูลค่าเพียง 37 บาท ลืมไว้ตั้งแต่สมัยเรียน ย้ำไร้เจตนาครอบงำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แฟ้มภาพ ชญานันท์ จินดาเจี่ย ผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย ราชบุรี ที่ถูกถอนชื่อ

วันนี้ (31 มกราคม) สืบเนื่องจากกรณีศาลฎีกามีคำสั่งถอนชื่อ ชญานันท์ จินดาเจี่ย ผู้สมัคร สส. ราชบุรี เขต 3 หมายเลข 8 พรรคเพื่อไทย จากการเป็นผู้สมัคร เนื่องจากมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง กรณีถือครองหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนนั้น

 

ล่าสุด ชญานันท์ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยโพสต์ข้อความชี้แจงถึงรายละเอียดและที่มาที่ไปของหุ้นดังกล่าว โดยระบุว่า หุ้นที่เป็นปัญหานั้นเกิดจากการเปิดบัญชีพอร์ตหุ้นไว้ตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษาเมื่อปี 2563 เพื่อหารายได้เสริม ซึ่งในขณะนั้นมีการซื้อขายหุ้นหลายตัว

 

ชญานันท์อธิบายต่อว่า หลังจากตลาดหุ้นเริ่มถดถอย จึงตัดสินใจหยุดเล่นและปล่อยทิ้งบัญชีไว้โดยไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เป็นระยะเวลานานกว่า 4 ปี 8 เดือน ทำให้หลงลืมไปว่ายังมีหุ้นตัวใดตกค้างอยู่บ้าง โดยหุ้นที่ถูกตรวจพบว่าเป็นปัญหาคือหุ้นของ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS ซึ่งมีจำนวนเพียง 220 หุ้น

 

มูลค่าของหุ้นดังกล่าว หากคำนวณที่ราคาหุ้นละ 0.17 บาท จะคิดเป็นจำนวนเงินเพียง 37.40 บาท เท่านั้น หรือคิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.00001% จากจำนวนหุ้นที่ชำระแล้วทั้งหมดกว่า 2,182 ล้านหุ้น ของบริษัท ซึ่งตนมองว่าจำนวนหุ้นเพียงเท่านี้ ไม่มีอำนาจในการครอบงำสื่อ หรือมีสิทธิในการออกเสียงใดๆ ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองหรือพรรคการเมือง

 

ชญานันท์ย้ำว่า ไม่มีเจตนาใดๆ ในการใช้อำนาจสื่อเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ตนเองหรือพรรคการเมืองที่สังกัด โดยที่ผ่านมาได้ใช้ความสามารถตัวเองในการหาเสียงตามกรอบกฎหมายมาตลอด อย่างไรก็ตาม เป็นความบกพร่องที่ต้องยอมรับ และน้อมรับเคารพในคำพิพากษาของศาลฎีกา

 

ทั้งนี้ ชญานันท์ได้กราบขอโทษพี่น้องประชาชนชาวราชบุรี เขต 3 ที่ตนเองถูกถอนชื่อจากการลงสมัครเนื่องจากขาดคุณสมบัติ พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจและแรงสนับสนุนที่มีให้ตลอดมา แม้จะไม่สามารถเดินหน้าต่อในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ได้ในฐานะผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต แต่ยืนยันว่าจะยังคงรักษาอุดมการณ์ โดยจะนำปัญหาของประชาชนที่ได้รับฟังจากการลงพื้นที่ ส่งต่อให้กับพรรคเพื่อไทยเพื่อนำไปสู่การแก้ไขและพัฒนาจังหวัดราชบุรีต่อไป

 

ในช่วงท้าย ชญานันท์ยังได้เชิญชวนให้ประชาชนสานต่อนโยบายของพรรค โดยฝากให้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยในส่วนของบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู) หมายเลข 9 เพื่อประโยชน์แก่เกษตรกรและประชาชน

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ผู้สมัคร สส. เพื่อไทย ราชบุรี แจงถือหุ้นสื่อมูลค่าเพียง 37 บาท ลืมไว้ตั้งแต่สมัยเรียน ย้ำไร้เจตนาครอบงำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศกพ. รายงานค่าฝุ่น PM2.5 เช้าวันนี้ พุ่งเกินมาตรฐาน 24 จังหวัด ‘ภาคกลาง-ตะวันตก’ หนักสุด กทม.-ปริมณฑล เกินค่ามาตรฐานถึง 30 พื้นที่ https://thestandard.co/pm25-air-pollution-29012569/ Thu, 29 Jan 2026 03:25:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1170889 ภาพกราฟิกแสดงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 วันนี้ เกินค่ามาตรฐานในประเทศไทย

วันนี้ (29 มกราคม) ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอาก […]

The post ศกพ. รายงานค่าฝุ่น PM2.5 เช้าวันนี้ พุ่งเกินมาตรฐาน 24 จังหวัด ‘ภาคกลาง-ตะวันตก’ หนักสุด กทม.-ปริมณฑล เกินค่ามาตรฐานถึง 30 พื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกแสดงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 วันนี้ เกินค่ามาตรฐานในประเทศไทย

วันนี้ (29 มกราคม) ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ เวลา 07.00 น. สรุปสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในภาพรวมของประเทศ พบว่ามีปริมาณฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งสิ้น 24 จังหวัด

 

ได้แก่ จังหวัดปทุมธานี, นนทบุรี, กรุงเทพมหานคร, นครปฐม, สมุทรสาคร, สมุทรปราการ, แม่ฮ่องสอน, น่าน, ลำพูน, พิษณุโลก, กำแพงเพชร, พิจิตร, อุทัยธานี, สิงห์บุรี, สระบุรี, อ่างทอง, สุพรรณบุรี, พระนครศรีอยุธยา, ราชบุรี, สมุทรสงคราม, เพชรบุรี, สระแก้ว, ชลบุรี และจังหวัดตราด

 

สำหรับสถานการณ์แยกรายภาค พบรายละเอียดดังนี้

 

  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล: สถานีตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษร่วมกับกรุงเทพมหานคร ตรวจวัดค่าฝุ่นได้ระหว่าง 26.0 – 67.2 มคก./ลบ.ม. พบพื้นที่เกินค่ามาตรฐานจำนวนมากถึง 30 พื้นที่
  • ภาคกลางและตะวันตก: ภาพรวมเกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ โดยตรวจวัดได้ระหว่าง 26.4 – 70.8 มคก./ลบ.ม. ซึ่งถือเป็นภาคที่มีค่าฝุ่นสูงสุดในเช้าวันนี้
  • ภาคเหนือ: พบเกินค่ามาตรฐาน 7 พื้นที่ ตรวจวัดได้ระหว่าง 10.5 – 60.7 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคตะวันออก: พบเกินค่ามาตรฐาน 3 พื้นที่ ตรวจวัดได้ระหว่าง 13.7 – 42.2 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 13.7 – 36.9 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคใต้: ภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 12.9 – 33.7 มคก./ลบ.ม.

 

ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ จึงขอให้คำแนะนำทางสุขภาพแก่ประชาชน โดยประชาชนทั่วไปควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองเมื่อจำเป็น สำหรับผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด และหากมีอาการผิดปกติทางสุขภาพ ควรรีบปรึกษาแพทย์

 

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ได้ทางเว็บไซต์ Air4Thai.com และ airbkk.com หรือผ่านทางแอปพลิเคชัน Air4Thai และ AirBKK

The post ศกพ. รายงานค่าฝุ่น PM2.5 เช้าวันนี้ พุ่งเกินมาตรฐาน 24 จังหวัด ‘ภาคกลาง-ตะวันตก’ หนักสุด กทม.-ปริมณฑล เกินค่ามาตรฐานถึง 30 พื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พาณิชย์ผนึก 4 ปั๊มใหญ่ แจกมะพร้าวน้ำหอม 8 หมื่นลูก ช่วยเกษตรกร คืนความสดชื่นผู้เดินทาง ช่วงหยุดยาว 4-6 ธ.ค. https://thestandard.co/commerce-80k-coconuts-farmers/ Thu, 04 Dec 2025 13:30:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1151535 พาณิชย์ผนึก 4 ปั๊มใหญ่ แจกมะพร้าวน้ำหอม 8 หมื่นลูก ช่วยเกษตรกร คืนความสดชื่นผู้เดินทาง ช่วงหยุดยาว 4-6 ธ.ค.

กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าช่วยเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม ห […]

The post พาณิชย์ผนึก 4 ปั๊มใหญ่ แจกมะพร้าวน้ำหอม 8 หมื่นลูก ช่วยเกษตรกร คืนความสดชื่นผู้เดินทาง ช่วงหยุดยาว 4-6 ธ.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
พาณิชย์ผนึก 4 ปั๊มใหญ่ แจกมะพร้าวน้ำหอม 8 หมื่นลูก ช่วยเกษตรกร คืนความสดชื่นผู้เดินทาง ช่วงหยุดยาว 4-6 ธ.ค.

กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าช่วยเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม หลังผลผลิตล้นตลาดและราคาปรับลดลง โดย กรมการค้าภายใน จับมือ 4 ผู้ให้บริการน้ำมันรายใหญ่ ได้แก่ พีที, โออาร์, บางจาก และซัสโก้ รับซื้อมะพร้าวน้ำหอมจากเกษตรกรในพื้นที่แหล่งผลิตภาคกลาง ก่อนนำมา แจกเป็นของสมนาคุณแก่ผู้เติมน้ำมัน ระหว่างวันที่ 4-6 ธันวาคม 2568 หรือจนกว่าของจะหมด ครอบคลุม 547 สาขา ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียงรวม 8 จังหวัด

 

วิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่า สภาพอากาศที่เอื้ออำนวยทำให้ผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมออกสู่ตลาดจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ จังหวัดราชบุรี เช่น ต.ดอนกรวย, ต.แพงพวย อ.ดำเนินสะดวก และ ต.บางแพ, ต.โพธิ์หัก อ.บางแพ ส่งผลให้เกิดการกระจุกตัวและราคาตกต่ำ จึงต้องเร่งหาช่องทางระบายผลผลิตเพิ่มเติม

 

ความร่วมมือครั้งนี้มีการรับซื้อมะพร้าวน้ำหอมควั่นเขียวจำนวน 80,000 ลูก เพื่อกระจายสู่ปั๊มน้ำมันในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และฉะเชิงเทรา โดยผู้เติมน้ำมันสามารถรับมะพร้าวน้ำหอมเป็นของสมนาคุณได้ทันที

 

ก่อนหน้านี้ กรมการค้าภายในได้ขับเคลื่อนมาตรการเร่งด่วน 2 โครงการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ได้แก่

 

1.โครงการส่งเสริมการตลาดผลไม้ ผ่านเครือข่าย MOC Go ทั้งการรับซื้อผลผลิตคุณภาพ การปล่อยคาราวานขนส่ง ‘มะพร้าวน้ำหอม GI ราชบุรี’ และการตั้งจุดรับซื้อในพื้นที่

 

2.โครงการรณรงค์บริโภคมะพร้าวน้ำหอมในจังหวัด ส่งเสริมการบริโภคในท้องถิ่น และขอความร่วมมือหน่วยงานรัฐเลือกใช้มะพร้าวน้ำหอมในงานประชุม-สัมมนา

 

วิทยากรย้ำว่า การเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ามารับซื้อผลผลิตโดยตรงช่วยพยุงราคาให้ขยับดีขึ้นต่อเนื่อง และคาดว่าจะรักษาระดับได้ไปจนสิ้นสุดฤดูกาลผลิตช่วงพฤศจิกายน-มกราคม พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนผลไม้ไทย โดยมะพร้าวน้ำหอมถือเป็น ‘เครื่องดื่มเกลือแร่ธรรมชาติ’ อุดมด้วยโพแทสเซียม แมกนีเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ ยิ่งดื่มภายใน 30 นาทีหลังเฉาะยิ่งได้คุณค่ามากที่สุด เหมาะสำหรับเติมความสดชื่นระหว่างการเดินทางช่วงวันหยุดยาวนี้

 

พาณิชย์ผนึก 4 ปั๊มใหญ่ แจกมะพร้าวน้ำหอม 8 หมื่นลูก ช่วยเกษตรกร คืนความสดชื่นผู้เดินทาง ช่วงหยุดยาว 4-6 ธ.ค. 1พาณิชย์ผนึก 4 ปั๊มใหญ่ แจกมะพร้าวน้ำหอม 8 หมื่นลูก ช่วยเกษตรกร คืนความสดชื่นผู้เดินทาง ช่วงหยุดยาว 4-6 ธ.ค. 2พาณิชย์ผนึก 4 ปั๊มใหญ่ แจกมะพร้าวน้ำหอม 8 หมื่นลูก ช่วยเกษตรกร คืนความสดชื่นผู้เดินทาง ช่วงหยุดยาว 4-6 ธ.ค. 3พาณิชย์ผนึก 4 ปั๊มใหญ่ แจกมะพร้าวน้ำหอม 8 หมื่นลูก ช่วยเกษตรกร คืนความสดชื่นผู้เดินทาง ช่วงหยุดยาว 4-6 ธ.ค. 4

The post พาณิชย์ผนึก 4 ปั๊มใหญ่ แจกมะพร้าวน้ำหอม 8 หมื่นลูก ช่วยเกษตรกร คืนความสดชื่นผู้เดินทาง ช่วงหยุดยาว 4-6 ธ.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sea Games 2025 Guide: คู่มือเตรียมดูซีเกมส์ที่ประเทศไทย https://thestandard.co/sea-games-2025-guide/ Sat, 29 Nov 2025 10:32:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1149604 Sea Games 2025 Guide: คู่มือเตรียมดู ซีเกมส์ ที่ประเทศไทย

เหลืออีกเพียง 10 วันก่อนที่มหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 3 […]

The post Sea Games 2025 Guide: คู่มือเตรียมดูซีเกมส์ที่ประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sea Games 2025 Guide: คู่มือเตรียมดู ซีเกมส์ ที่ประเทศไทย

เหลืออีกเพียง 10 วันก่อนที่มหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 จะเปิดฉากอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2025 โดยปีนี้ประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพส่งนักกีฬาเข้าร่วม 1,531 คน แบ่งเป็นนักกีฬาชาย 833 คน และหญิง 698 คน ชิงชัยรวม 50 ชนิดกีฬา

 

ก่อนจะไปชมและเชียร์นักกีฬาไทย ทีมงาน THE STANDARD SPORT ได้รวบรวมข้อมูลสำคัญของซีเกมส์หนนี้มาให้คุณเตรียมตัวก่อนรับชมแบบครบถ้วนที่สุด

 

ซีเกมส์ 2025 แข่งเมื่อไหร่และชิงกี่เหรียญทอง

 

ประเทศไทยหวนกลับมาเป็นเจ้าภาพจัดซีเกมส์ครั้งแรกในรอบ 18 ปี และเป็นครั้งที่ 7 ในประวัติศาสตร์ (1959, 1967, 1975, 1985, 1995 และ 2007) โดยในปีนี้จะแข่งขันระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม

 

ปีนี้พิธีเปิดวันที่ 9 ธันวาคม และพิธีปิดวันที่ 20 ธันวาคม จะจัดที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน แทนสนามหลวง ซึ่งเดิมถูกกำหนดไว้เป็นสถานที่หลัก แต่มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อความปลอดภัยของนักกีฬา อย่างไรก็ตาม สนามหลวงยังคงถูกใช้สำหรับพิธี “จุดคบเพลิง” เช่นเดิม

 

สำหรับการแข่งขันครั้งนี้บรรจุกีฬา 54 ชนิดกีฬา ดังนี้

 

  • 50 ชนิดกีฬาที่มีการชิงเหรียญรางวัล รวม 574 เหรียญทอง
  • กีฬาสาธิต 3 ชนิด (กีฬาทางอากาศ, จานร่อน, ชักเย่อ)
  • กีฬาส่งเสริมมูลค่า 1 ชนิด (MMA-ศิลปะการต่อสู้แบบผสม)

 

จากตัวเลขดังกล่าวทำให้ซีเกมส์ 2025 กลายเป็นครั้งที่มีชนิดกีฬามากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ รองจากฟิลิปปินส์ 2019 ที่ชิงชัย 56 ชนิดกีฬา และบรรจุกีฬามากกว่าซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่ประเทศกัมพูชา ถึง 17 ชนิดกีฬาด้วยกัน

 

สนามแข่งซีเกมส์อยู่ที่ไหนบ้าง

 

ความพร้อมด้านสนามแข่งขันทั้ง 54 ชนิดกีฬา ฝ่ายจัดการแข่งขันได้ใช้งบประมาณกว่า 2,000 ล้านบาท สำหรับปรับปรุงและยกระดับสนามให้ได้มาตรฐาน โดยกระจายการแข่งขันออกไปยังพื้นที่ต่างๆ รวม 10 จังหวัดหลัก ประกอบด้วย กรุงเทพฯ, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, นครปฐม, ชลบุรี, ระยอง, สงขลา, เชียงใหม่ และ ราชบุรี โดยมี กรุงเทพฯ, ชลบุรี และ สงขลา เป็นศูนย์กลางของแต่ละพื้นที่

 

ในส่วนจังหวัดสงขลา ทีมงาน THE STANDARD SPORT ขอเป็นกำลังใจให้ประชาชนทุกคนในพื้นที่ ก้าวผ่านคืนวันอันเลวร้ายหลังต้องเผชิญมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างรวมไปถึงการจัดการแข่งขันซีเกมส์ครั้งนี้ ทำให้ต้องย้ายการแข่งขันทั้ง 10 ชนิดกีฬา (ชิง 109 เหรียญทอง) ประกอบด้วย มวย, หมากรุกสากล, กาบัดดี้, วูซู, ปันจักสีลัต, ยูโด, เปตอง, คาราเต้, มวยปล้ำ, บิลเลียดและสนุกเกอร์ มายังกรุงเทพและชลบุรี

 

ทำให้กรุงเทพและปริมณฑล รองรับการแข่งขันทั้งหมด 40 ชนิดกีฬา ดังนี้ กีฬาทางน้ำ (ว่ายน้ำ, กระโดดน้ำ, โปโลน้ำ, ระบำใต้น้ำ), ยิงธนู, กรีฑา, แบดมินตัน, เบสบอล, ซอฟท์บอล, บาสเกตบอล, โบว์ลิ่ง, มวยสากล, คริกเก็ต, จักรยาน (ถนน, ลู่, บีเอ็มเอ็กซ์), ขี่ม้าโปโล, อีสปอร์ต, เอ็กซ์ตรีม (ปีนหน้าผา, สกีน้ำ-เวคบอร์ด, สเก็ตบอร์ด), ฟันดาบ, ฟลอร์บอล, ฟุตบอล, ยิมนาสติก, ฮอกกี้น้ำแข็ง, สเก็ตน้ำแข็ง, ยูยิตสู, คิกบ็อกซิ่ง, เน็ตบอล, เปตอง, รักบี้, เซปักตะกร้อ, ยิงปืน, สควอช, เทเบิลเทนนิส, เทควันโด, วอลเลย์บอล, มวย, หมากรุกสากล, กาบัดดี้, วูซู, ปันจักสีลัต, ยูโด, เปตอง, คาราเต้, บิลเลียดและสนุกเกอร์

 

ส่วนชลบุรี จัดการแข่งขัน 16 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย กีฬาทางน้ำ (ว่ายน้ำมาราธอน), บิลเลียดและสนุกเกอร์, เรือพาย (แคนู, คายัค, เรือยาวมังกร), จักรยาน (เสือภูเขา), ขี่ม้า, เอ็กซ์ตรีม (เจ็ตสกี), ฟุตบอล, แฮนด์บอล, ฮอกกี้, ปัญจกีฬาสมัยใหม่, ยิงปืนรณยุทธ, เทคบอล, ไตรกีฬา, ยกน้ำหนัก, วู้ดบอล และ มวยปล้ำ

 

แม้ว่าจำนวนชนิดกีฬาที่บรรจุเข้ามาในปีนี้อาจจะดูเป็นจำนวนมากจนเลือกตามเชียร์กันไม่ถูก แต่ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในฐานะหน่วยงานหลักในการจัดงาน ระบุว่า ซีเกมส์ครั้งนี้ได้ยกระดับให้เป็นมหกรรมกีฬาสากลอย่างแท้จริง เพราะจาก 50 ชนิดที่ชิงเหรียญรางวัล มีถึง 27 ชนิดกีฬาที่บรรจุอยู่ในโอลิมปิกเกมส์ และ 9 ชนิดอยู่ในเอเชียนเกมส์ ส่วนชนิดกีฬาที่เหลือล้วนแต่เคยเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติมาแล้ว

 

เปิดตัว 5 ชนิดกีฬาหน้าใหม่ซีเกมส์

 

ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ถือเป็นปีที่บรรจุกีฬาหน้าใหม่มากที่สุดถึง 5 ชนิดกีฬา

 

ไคท์บอร์ด – กลุ่มกีฬาเอ็กซ์ตรีมทางน้ำ ขับเคลื่อนบอร์ดด้วยแรงลม ผู้เล่นต้องทรงตัวไปบนผิวน้ำ พร้อมควบคุมว่าวขนาดใหญ่เหนือศีรษะ

 

หมากรุกไทย – หมากกระดานประชันกลยุทธ์แบบไทย

 

Obstacle Laser Run – อยู่ในอีเวนต์ของกีฬาปัญกีฬาสมัยใหม่ เป็นการรวมวิ่งข้ามสิ่งกีดขวางและการยิงปืนเลเซอร์ ฝ่าด่านไปจนถึงเส้นชัย

 

เบสบอล 5 และ ฮอกกี้ 5s อีก 2 ชนิดกีฬาน้องใหม่ ข้อแตกต่างหลักๆ ที่ปรับเปลี่ยนจากต้นฉบับ คือจำนวนนักกีฬาลดลงเหลือทีมละ 5 คน เน้นเกมสั้น กระชับ จบไว เพื่อดึงดูดผู้ชมให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยเบสบอล 5 ไม่ต้องใช้ไม้และถุงมือ ใช้มือเปล่าและลูกยางในการตีและรับ ส่วน ฮอกกี้ 5s นอกจากนักกีฬาจะต้องอาศัยความสามารถเฉพาะตัวสูงขึ้น กติกาสำคัญคือผู้เล่นทำประตูได้จากทุกพื้นทั่วสนามอีกด้วย

 

มาสคอต

 

มาสคอตประจำทัวร์นาเมนต์ของไทยมีชื่อว่า “เดอะสาน” ตัวละคร 2 ตัว ใช้โทนสีจากธงชาติไทยที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยอย่างโดดเด่น ได้แรงบันดาลใจมาจากงานหัตถกรรมการสาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยในอดีต

 

“เดอะสาน” ถูกออกแบบขึ้นภายใต้แนวคิดให้เป็นสื่อกลางเชื่อมสัมพันธไมตรี ระหว่างนักกีฬาในภูมิภาคอาเซียน โดยใช้การแข่งขันกีฬาเป็นพื้นที่สร้างมิตรภาพให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เดิมทีจะมีทั้งหมด 7 ตัว แบ่งเป็นมาสคอตของซีเกมส์ 5 ตัว และอาเซียนพาราเกมส์ 2 ตัว ใช้แนวคิด “7 วัน 7 สี” ถ่ายทอดภูมิปัญญาไทยผ่านลวดลายเครื่องจักสานหลากหลายรูปแบบ

 

ท้ายที่สุดมาสคอตชุดนี้ได้รับการอัปเกรดด้วยแนวคิดใหม่ “5 ตัวรวมเป็น 1” สำหรับซีเกมส์ และ “2 ตัวรวมเป็น 1” สำหรับอาเซียนพาราเกมส์ เพื่อให้ผู้ชมจดจำได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งสื่อสารถึงความสามัคคี ความร่วมมือ และความเป็นหนึ่งเดียวของชาติสมาชิกอาเซียน

 

ย้อนผลงานไทยในฐานะเจ้าภาพครั้งล่าสุด (2007)

 

ซีเกมส์ 2007 ที่นครราชสีมา จัดการแข่งขัน 43 ชนิดกีฬา โดยทัพนักกีฬาไทย กวาดไป 183 เหรียญทอง 123 เหรียญเงิน 103 เหรียญทองแดง คว้ารวม 409 เหรียญ ครองเจ้าเหรียญทองแบบทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างมาเลเซียที่ทำได้เพียง 68 เหรียญทอง เป็นการกลับมาครองเจ้าเหรียญทองในรอบ 8 ปี และเป็นครั้งที่ 7 ในประวัติศาสตร์

 

นอกจากนี้ทุกครั้งที่ไทยเป็นเจ้าภาพ นักกีฬาไทยครองเจ้าเหรียญทองได้ครบทั้ง 6 ครั้ง น่าสนใจว่า ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ทัพนักกีฬาไทยจะยังรักษาสถิติดังกล่าวเอาไว้ได้อีกครั้งหรือไม่

 

ซีเกมส์ 2025 ตั้งเป้ากี่เหรียญทอง

 

จากงานแถลงข่าว Meet The Press รวม 50 สมาคมกีฬาไทยตั้งเป้าหมายนักกีฬาไทยในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ร่วมกันที่ 241 เหรียญทอง โดยเรือพายเป็นชนิดกีฬาที่ตั้งเป้ามากสุด 18 เหรียญทอง ตามด้วย กรีฑา 17 เหรียญทอง, ตะกร้อ 11 เหรียญทอง, มวยไทย 10 เหรียญทอง, ยูยิตสู 10 เหรียญทอง และ มวยสากล 9 เหรียญทอง ฯลฯ

 

โดยหวังทวงบัลลังก์เจ้าเหรียญทองกลับมาให้อีกครั้ง หลังจากพลาดไปในซีเกมส์ 4 หน ครั้งสุดท้ายที่ทัพไทยยึดเจ้าเหรียญทองคือ ซีเกมส์ 2015 ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยครั้งนั้นทัพไทย คว้าไป 95 ทอง 83 เงิน 69 ทองแดง

 

ส่วนซีเกมส์ครั้งล่าสุดที่กัมพูชา 2023 นักกีฬาไทยทำผลงานได้ 108 เหรียญทอง 96 เหรียญเงิน 108 เหรียญทองแดง จบอันดับ 2 รองจากเวียดนามที่ทำได้ 136 เหรียญทอง

 

ถ่ายทอดสดกี่ชนิดกีฬา และรับชมได้ช่องทางใดบ้าง

 

ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ถ่ายทอดสดมากถึง 31 ชนิดกีฬา มากที่สุดตั้งแต่เคยมีการถ่ายทอดสดซีเกมส์ ประกอบด้วย กรีฑา, ว่ายน้ำ, แบดมินตัน, บาสเกตบอล, ฟุตบอล, ฟุตซอล, ยิมนาสติก, เทเบิลเทนนิส, เทนนิส, วอลเลย์บอล, วอลเลย์บอลชายหาด, ยกน้ำหนัก, ฮอกกี้ในร่ม, จักรยานแทร็ก, เอ็กซ์ตรีม, ฟันดาบ, มวยสากล, ยูยิตสู, มวย, ปันจักสีลัต, เทควันโด, มวยปล้ำ, เซปักตะกร้อ, เรือใบ, ฟลอร์บอล, คาราเต้, คิกบ็อกซิ่ง, บิลเลียด/สนุกเกอร์, เทคบอล, อีสปอร์ต และรักบี้ฟุตบอล

 

สำหรับกีฬาที่จะแข่งขันก่อนพิธีเปิดมี 6 ชนิด คือ ฟุตบอลชาย-หญิง, ขี่ม้าโปโล, เบสบอล, แบดมินตัน, ฮอกกี้ และ แฮนด์บอล โดยจะเริ่มถ่ายทอดสดฟุตบอลชายเป็นกีฬาชนิดแรก คู่ระหว่างทีมชาติไทย พบ ติมอร์-เลสเต ในวันที่ 3 ธันวาคม เวลา 19.00 น.

 

ขณะที่แฟนกีฬาชาวไทยสามารถรับชมถ่ายทอดสดซีเกมส์ผ่านทาง สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) โดยจะเป็นแม่ข่ายหลัก ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์เพื่อการท่องเที่ยวและกีฬา (ทีสปอร์ต 7), ช่อง One31, ช่องไทยรัฐ TV32, ช่องPPTV HD 36 รวมถึง ทรูวิชั่นส์ นาว (TrueVisions NOW) ผู้ถือลิขสิทธิ์ OTT แบบเอ็กซ์คลูซีฟเจ้าเดียวในไทยที่ให้บริการสื่อผ่านอินเทอร์เน็ตแบบครอบคลุมทุกอุปกรณ์ดิจิทัล

 

ดาวดังนำทัพนักกีฬาไทยจัดชุดใหญ่

 

ซีเกมส์ครั้งนี้ ทัพนักกีฬาไทยส่งเข้าร่วม 1,531 คน ลงสู้ศึกในฐานะเจ้าภาพ

 

นำทีมฮีโร่โอลิมปิก 2024 อย่าง วิว-กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันชายเดี่ยว เจ้าของแชมป์เอเชียและรองแชมป์โลกแบดมินตันในปี 2025, วีรพล วิชุมา, ธีรพงศ์ ศิลาชัย, สุรจนา คำเบ้า 3 นักยกน้ำหนักที่คว้าเหรียญรางวัลโอลิมปิกเกมส์ 2024 และ บี-จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง นักกีฬามวยสากลเจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิก 2024 ในรุ่น 66 กก. หญิง

 

นอกจากกลุ่มฮีโร่โอลิมปิกแล้ว ยังอัดแน่นด้วยนักกีฬาชื่อดังดีกรีระดับโลกอีกหลายคน อาทิ หยู-บัลลังก์ ทับทิมแดง แชมป์โลกเทควันโด 2025, มิ้งค์ สระบุรี-ณัชชารัตน์ วงศ์หฤทัย นักสนุกเกอร์หญิงมือ 1 ของโลกและแชมป์โลกสนุกเกอร์อาชีพหญิงคนแรก, บิว-ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย เจ้าของ 3 เหรียญทองซีเกมส์ 2021 ที่เวียดนาม ที่กำลังลุ้นเป็นนักวิ่งไทยคนแรกที่วิ่ง 100 ม. ให้ต่ำกว่า 10 วินาที, บุ๋มบิ๋ม-ชัชชุอร โมกศรี นักวอลเลย์บอลสาวไทยที่เตรียมลงแข่งซีเกมส์เป็นสมัยที่ 5 ฯลฯ

 

ไฮไลต์ที่แฟนกีฬาไทยที่ห้ามพลาด

 

หนึ่งในแมตช์ที่เรียกเสียงเชียร์ได้มากที่สุดหนีไม่พ้น วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย เจ้าของแชมป์ 16 สมัย และแชมป์ 14 ครั้งติดต่อกัน เป้าหมายเดียวยังคงเป็นเหรียญทอง แต่ครั้งนี้คงไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะคู่ปรับสำคัญอย่าง เวียดนาม แข็งแกร่งขึ้นจากปีก่อนๆ ซึ่งเราก็เพิ่งพลาดท่าแพ้มาในรอบชิงชนะเลิศ ซี.วี. ลีก สนาม 2 เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้การโคจรมาเจอกันในซีเกมส์หนนี้ บรรยากาศจะเต็มไปความสนุกและแรงกดดัน

 

กรีฑา อีเวนต์ 100 เมตรชายถือเป็นไฮไลท์ที่แฟนกีฬารอชม เพราะนอกจากจะลุ้นให้ บิว-ภูริพล บุญสอน ทะลุผ่านกำแพง 10 วินาทีแล้ว ยังจะได้เห็นศึกดวลความเร็วกับสามลมกรดที่มีสถิติสูสีอย่าง Danish Iftikhar Roslee และ Jonathan Nyepa สองนักวิ่งมาเลเซีย รวมถึง Lalu Muhammad Zohri จากอินโดนีเซีย ในรอบชิงชนะเลิศจะเป็นอีกหนึ่งแมตช์ที่พลาดไม่ได้

 

เซปักตะกร้อ ทีมชุดชาย – หญิง ถือเป็นแมตช์แห่งศักดิ์ศรีของวงการลูกหวาย โดยมาเลเซียคู่ปรับตลอดกาลของฝั่งทีมชายไทย ส่วนทีมหญิงเวียดนามยังคงเป็นขวากหนามสำคัญเช่นเดียวกับเมียนมาที่จะมองข้ามไม่ได้

ฟุตบอลชาย เหรียญแห่งศักดิ์ศรีประจำทัวร์นาเมนต์ ช้างศึกจูเนียร์รองแชมป์ 2 ครั้งล่าสุดและไม่ได้เหรียญทองมา 8 ปี น่าสนใจว่านักเตะไทยจะทวงบัลลังก์แชมป์กลับมาได้หรือไม่ แต่การจะขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งได้พวกเขาต้องรวมใจกันก้าวผ่านคู่แข่งสำคัญอย่างเวียดนาม เจ้าของแชมป์อาเซียน รุ่น U 23 ในปีนี้ และ อินโดนีเซียแชมป์เก่าซีเกมส์ ซึ่งมีดีกรีรองแชมป์อาเซียน รุ่น U 23 ปี 2025 ได้หรือไม่

 

5 นักกีฬาไทยที่น่าติดตาม

 

อาร์ม-ธรรญธร สุขเจริญ นักยกน้ำหนักหญิงรุ่น 48 กก. ผู้ดวงแตกจนชวดไปโอลิมปิกเกมส์ 2024 หลังข้อศอกหลุดระหว่างแข่งขันเก็บคะแนนสะสม เคราะห์ซ้ำยังต้องเผชิญปัญหาบาดเจ็บและสุขภาพรุนแรง ทั้งข้อศอกหลุด ผ่าตัดลำไส้ตีบ และเอ็นหัวไหล่ฉีก ใช้เวลากว่า 6 เดือนในการฟื้นฟู จนเกือบหมดอนาคตทีมชาติไปแล้ว แต่เธอไม่ยอมแพ้ จนหวนกลับมาติดทีมชาติได้อีกครั้ง และกลายเป็นหนึ่งในความหวังลุ้นเหรียญทองของทีมยกน้ำหนักไทย

 

บิว-ภูริพล บุญสอน ลมกรดวัย 19 ปี เจ้าของ 3 เหรียญทองซีเกมส์ที่เวียดนาม โชคร้ายบาดเจ็บระหว่างแข่งซีเกมส์ที่กัมพูชาจนต้องถอนตัวจากทุกอีเวนต์ แต่การกลับมาครั้งนี้ “เทพบิว” ไม่ได้มีแค่ภารกิจทวงคืน 3 เหรียญทอง เขายังคาดหวังที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง ลุ้นทำสถิติวิ่ง 100 เมตรให้ต่ำกว่า 10 วินาทีเป็นคนแรกของไทย โดยสถิติดีที่สุดอยู่ที่ 10.06 วินาที ทำได้ในเอเชียนเกมส์ 2022 ส่วนสถิติดีสุดปีนี้อยู่ที่ 10.15 วินาที

 

ส่วนดาวรุ่งที่สร้างความประทับใจให้แฟนกีฬาทั่วประเทศอย่าง เอสที-วารีรยา สุขเกษม นักสเกตบอร์ดสาว วัย 13 ปี จากการได้เข้าร่วมโอลิมปิกเกมส์ 2024 จากน้องเล็กสุดที่ลงแข่งอย่างไร้ความกดดันในวันนั้น ผ่านไปเพียงแค่ 1 ปีเศษ เธอกำลังจะลงแข่งขันซีเกมส์เป็นครั้งแรก นอกจากจะเป็นการลงเล่นต่อหน้าแฟนกีฬาชาวไทยแล้ว เธอมาพร้อมบทบาทที่แบกรับความคาดหวังเหรียญทองของทีมสเกตบอร์ดไทยที่หลายคนจับตามอง

 

แป้งร่ำ-พิมพ์ชนก ชินวีระพันธุ์ นักว่ายน้ำสาววัย 13 ปี ที่โฟกัสและทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมกีฬาว่ายน้ำอย่างเต็มร้อย จากความมุ่งมั่นที่อยากจะพัฒนาตัวเอง ส่งผลให้สถิติของเธอก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอีเวนต์ที่เธอถนัดท่ากบ 200 เมตร สถิติดีสุดในปีนี้อยู่ที่ 2:31.15 นาที เป็นเวลาที่ดีกว่า สถิติของเหรียญเงินซีเกมส์ 2023 (2:32.44 นาที) อีกด้วย ทำให้ซีเกมส์ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งเวทีที่น่าจับตามองว่าดาวรุ่งรายนี้จะสร้างเซอร์ไพรส์ได้มากแค่ไหน

 

อีกหนึ่งว่าที่ซูเปอร์สตาร์ กีตาร์-กมลชนก สีเคน นักเทควันโดรุ่น 49 กก. ผู้ถูกมองว่าเป็นทายาทโดยตรงของ “เทนนิส-พาณิภัค” หลังโชว์ฟอร์มโดดเด่นในเวทีนานาชาติตลอดปีที่ผ่านมา ซีเกมส์ครั้งนี้คือเวทีใหญ่ครั้งแรกของเธอ และอาจเป็นก้าวเริ่มต้นก่อนก้าวไปสู่เอเชียนเกมส์และโอลิมปิกในอนาคตอันใกล้

 

วิธีการจองตั๋วเข้าชมกีฬา

 

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนและจองบัตรได้ง่ายๆ ผ่าน LINE @SEAGAMES ก่อนเลือกประเภทกีฬา วันที่ต้องการเข้าชม รวมถึงโซนที่นั่งในสนามตามสะดวก เมื่อทำรายการสำเร็จ ระบบจะออก QR Code ที่ใช้เป็นบัตรเข้าชมในวันแข่งขันได้ทันที

 

ขั้นตอนการจองบัตร

 

1. เพิ่มเพื่อน LINE @SEAGAMES และลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ

2. เลือกประเภทกีฬา วันที่ และสนามแข่งขัน

3. เลือกโซนที่นั่งจากผังสนามที่ระบบแสดง

4. กรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-สกุล และเบอร์ติดต่อ

5. ยืนยันการจอง และรับ QR Code ใช้เข้าสนามได้ทันที

 

เงื่อนไขสำคัญที่ต้องทราบ

 

  • จำกัด สูงสุด 2 ที่นั่ง ต่อการลงทะเบียน 1 ครั้งต้องใช้หมายเลขจาก บัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต ตามจำนวนที่นั่งจอง เช่น หากจอง 2 ที่นั่ง ต้องมี 2 หมายเลขสำหรับยืนยันตัวตน
  • วันแข่งขัน ผู้เข้าชมต้องแสดงบัตรประชาชน/พาสปอร์ตตัวจริงให้ตรงกับข้อมูลที่ลงทะเบียน
  • สำหรับเยาวชนหรือผู้สูงอายุที่ไม่มีบัตรประชาชน
  • ผู้ปกครอง/ผู้ดูแล 1 คน สามารถใช้หมายเลขของตนเองจองเพิ่มได้อีก 1 ที่นั่ง
  • รวมไม่เกิน 2 คนต่อการลงทะเบียน และต้องแสดงความสัมพันธ์หน้าเข้าสนาม

 

กัมพูชา ส่งแข่ง 12 ชนิดกีฬา

 

จากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ที่ยังอยู่บนความไม่แน่นอน ทำให้กัมพูชาตัดสินใจถอนตัวแล้ว 9 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย ฟุตบอล, ยูโด, คาราเต้, ปันจักสีลัต, เปตอง, มวยปล้ำ, วูซู, ตะกร้อ และล่าสุดวอลเลย์บอล ซึ่งกัมพูชาได้ให้เหตุผลว่าเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัยของนักกีฬา

 

อย่างไรก็ตาม กัมพูชายังคงยืนยันเข้าร่วมแข่งขัน 12 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา, ว่ายน้ำ, อีสปอร์ต, ฟันดาบ, ยิมนาสติก, ยูยิตสู, คิกบ็อกซิ่ง, เทควันโด, ขี่ม้า, เจ็ตสกี, ไตรกีฬา และ เทคบอล

 

การถอนตัวหลังจากยืนยันรายชื่อนักกีฬาเข้าระบบแล้ว ทำให้คณะกรรมการจัดการแข่งขันต้องปรับโปรแกรมใหม่หลายรายการ ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดคือฟุตบอลชาย เดิมทีในรอบแรก กัมพูชาอยู่ในกลุ่มเอร่วมกับไทย แต่เมื่อถอนตัว ทำให้ต้องสลับให้สิงคโปร์ย้ายจากกลุ่มซีมาอยู่ในกลุ่มเอแทน

 

การถอนตัวหลายชนิดกีฬา ยังทำให้กัมพูชาตกอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงต่อการถูกคว่ำบาตรจากชาติในสมาชิกอาเซียนรวมถึงหลายสหพันธ์กีฬาที่พวกเขาได้ถอนตัวไป ซึ่งล่าสุด สหพันธ์ตะกร้อนานาชาติ (ISTAF) และสหพันธ์ตะกร้อแห่งเอเชีย (ASTAF) ได้ประกาศแบนกัมพูชา ห้ามไม่ให้ส่งนักกีฬาตะกร้อเข้าร่วมมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นชนิดกีฬาแรก

 

เช็กโปรแกรมแข่งขันทุกชนิดกีฬาได้ที่ไหน

 

คอกีฬาสามารถเช็กโปรแกรมการแข่งขันแบบละเอียดสำหรับการแข่งขันซีเกมส์ 2025 ได้ที่เว็บไซต์ https://www.seagames2025.org/ หรือติดตามทางแฟนเพจเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/33rdSeagamesthailand2025 และยังติดตามความเคลื่อนไหวและข้อมูลที่น่าสนใจได้ทาง THE STANDARD SPORT

The post Sea Games 2025 Guide: คู่มือเตรียมดูซีเกมส์ที่ประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ เลือดสำรองขาดแคลน กระทบผู้ป่วย 135 รพ. สภากาชาดไทยขอคนไทยร่วมบริจาค https://thestandard.co/southern-flood-blood-shortage/ Thu, 27 Nov 2025 08:48:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1148568 วิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ เลือดสำรองขาดแคลน กระทบผู้ป่วย 135 รพ. สภากาชาดไทยขอคนไทยร่วมบริจาค

วันนี้ (27 พฤศจิกายน) รศ. พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนว […]

The post วิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ เลือดสำรองขาดแคลน กระทบผู้ป่วย 135 รพ. สภากาชาดไทยขอคนไทยร่วมบริจาค appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ เลือดสำรองขาดแคลน กระทบผู้ป่วย 135 รพ. สภากาชาดไทยขอคนไทยร่วมบริจาค

วันนี้ (27 พฤศจิกายน) รศ. พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 3 แห่งในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 12 จังหวัดสงขลา และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ จังหวัดภูเก็ต ตลอดจนโรงพยาบาลอีก 135 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ไม่สามารถออกหน่วยไปรับบริจาคโลหิตยังพื้นที่ต่างๆ ได้

 

เนื่องมาจากเกิดสถานการณ์วิกฤตน้ำท่วมอย่างหนักในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ หลายพื้นที่มีระดับน้ำท่วมขึ้นสูงเป็นบริเวณกว้าง และยังมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ที่จะเดินทางเข้ามาบริจาคโลหิตที่โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติ และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 3 แห่งในพื้นที่ภาคใต้เป็นไปด้วยความยากลำบาก โลหิตที่ได้รับบริจาคลดลง

 

จึงไม่มีโลหิตสำรองคงคลัง ส่งกระทบต่อการรักษาผู้ป่วยอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ป่วยผ่าตัด ผู้ป่วยฉุกเฉิน และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ที่จำเป็นต้องได้รับโลหิตในการรักษาอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลบางแห่งจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปรักษาตัวในโรงพยาบาลใหญ่ในพื้นที่ใกล้เคียง

 

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จึงขอเชิญชวนคนไทยรวมใจเป็นหนึ่งเดียว ‘รวมพลังน้ำใจคนไทยให้โลหิต พ้นวิกฤตมหาอุทกภัยภาคใต้’ เพื่อส่งต่อโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่ภาคใต้

 

สามารถบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วยได้ที่

  • ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 11 จังหวัด ทั่วประเทศ ได้แก่ ลพบุรี, ชลบุรี, ราชบุรี, นครราชสีมา, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, นครสวรรค์, พิษณุโลก, เชียงใหม่, นครศรีธรรมราช และภูเก็ต

The post วิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ เลือดสำรองขาดแคลน กระทบผู้ป่วย 135 รพ. สภากาชาดไทยขอคนไทยร่วมบริจาค appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธรรมนัสประกาศทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก. จากนายทุน บอกไม่คืนเจอ ม.44 ยึดจัดสรรใหม่ให้เกษตรกร จ่อใช้ไม้แข็งแก้ปัญหาล้ง-ผู้รับซื้อมะพร้าว https://thestandard.co/thammanat-alro-land-tycoons/ Fri, 21 Nov 2025 08:06:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1145859 ธรรมนัสประกาศทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก. จากนายทุน บอกไม่คืนเจอ ม.44 ยึดจัดสรรใหม่ให้เกษตรกร จ่อใช้ไม้แข็งแก้ปัญหาล้ง-ผู้รับซื้อมะพร้าว

วันนี้ (21 พฤศจิกายน) ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐม […]

The post ธรรมนัสประกาศทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก. จากนายทุน บอกไม่คืนเจอ ม.44 ยึดจัดสรรใหม่ให้เกษตรกร จ่อใช้ไม้แข็งแก้ปัญหาล้ง-ผู้รับซื้อมะพร้าว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธรรมนัสประกาศทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก. จากนายทุน บอกไม่คืนเจอ ม.44 ยึดจัดสรรใหม่ให้เกษตรกร จ่อใช้ไม้แข็งแก้ปัญหาล้ง-ผู้รับซื้อมะพร้าว

วันนี้ (21 พฤศจิกายน) ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดราชบุรี

 

ร.อ. ธรรมนัสได้เปิดปฏิบัติการ Kick off ขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) โดยมิชอบ ซึ่งถือเป็นการประกาศสงครามกับการถือครองที่ดินผิดกฎหมาย และเดินหน้าจัดสรรที่ดินคืนให้เกษตรกรผู้ยากไร้เป็นรูปธรรมครั้งใหญ่ในพื้นที่ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง โดยได้ปักป้ายประกาศแจ้งเตือนผู้ครอบครองที่ดินในเขต ส.ป.ก. พร้อมทั้งขับรถแมคโครล้มต้นปาล์ม

 

จากนั้น ร.อ. ธรรมนัสได้เดินทางไปยังสำนักงานเทศบาลตำบลด่านทับตะโก และที่ว่าการอำเภอบ้านคา เพื่อมอบโฉนดที่ดินและปัจจัยการผลิตให้เกษตรกร รวมจำนวนกว่า 800 ราย ถือเป็นการมอบสิทธิในที่ดินทำกินครั้งใหญ่ในจังหวัดราชบุรี

 

ร.อ. ธรรมนัสกล่าวช่วงหนึ่งว่า จากการตรวจสอบของ ส.ป.ก. ราชบุรี พบพื้นที่ในตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง มีผู้ครอบครองที่ดินโดยมิชอบจำนวน 165 ราย 166 แปลง รวมกว่า 6,500 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ในโครงการป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี เดิมเป็นป่าสวนแห่งชาติ ก่อนส่งมอบให้ ส.ป.ก. เพื่อจัดสรรให้เกษตรกร แต่กลับถูกนายทุนบุกรุกถือครองเป็นเวลานาน ซึ่งขณะนี้ ส.ป.ก. ได้เพิกถอนสิทธิผู้ถือครองผิดกฎหมายแล้ว และเปิดให้ประชาชนผู้ยากไร้ยื่นขอจัดสรรที่ดินใหม่ มีผู้ยื่นคำขอกว่า 3,300 ราย ซึ่งเกินกว่าพื้นที่รองรับได้ คาดว่าระยะแรกจะจัดสรรให้เกษตรกรได้จำนวน 152 ราย รวมพื้นที่ 1,520 ไร่ โดยเกษตรกรจะเช่าที่ดินในอัตราไร่ละ 100 บาทต่อปี

 

ร.อ. ธรรมนัสกล่าวย้ำว่า นี่คือเป็นนโยบายของตนตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีช่วยฯ และกลับมาคราวนี้ก็จะสานต่อนโยบายเก่า คือ ยึดคืนที่ดินที่เป็นของหลวงทุกคืนสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนำไปจัดสรรให้กับพี่น้องเกษตรกรที่มีปัญหาที่ทำกินทั่วประเทศ โครงการนี้ไม่ใช่เพียงเฉพาะที่ราชบุรี แต่ดำเนินการพร้อมกันใน 28 จังหวัดทั่วประเทศ และเป็นการเริ่มต้นปฏิบัติการที่จะขยายไปให้ครบ 72 จังหวัดทั่วประเทศตามเป้าหมาย

 

“ผมขอเตือนไปยังผู้ครอบครองผิดกฎหมายว่า หากไม่คืนที่ดินตามประกาศ จะถูกบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ดังนั้นคุยกันดีๆ คืนดีๆ ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าไม่คืนจะใช้มาตรา 44 ที่ยังใช้ได้อยู่ ผมไม่ต้องเสียเวลาไปฟ้องร้อง ผมจะผลักดันให้จอมบึงเป็นเมืองต้นแบบ หรือจอมบึงโมเดล สำหรับการปฏิรูปที่ดินทั้งระบบ เกษตรกรจะมีที่ดินทำกิน มีแหล่งน้ำ มีอาชีพมั่นคง และมีที่อยู่อาศัยถาวร เป็นโครงการต้นแบบที่ต้องการขยายไปทั่วประเทศ” ร.อ. ธรรมนัสกล่าว

 

ร.อ. ธรรมนัสยังสั่งการให้กรมพัฒนาที่ดิน และกรมชลประทาน ลงพื้นที่วางแผนพัฒนาระบบน้ำ โครงสร้างพื้นฐาน และปรับปรุงพื้นที่ทำกินใหม่ทั้ง 3 โซนในอำเภอจอมบึง โดยใช้งบประมาณปี 2569 ประมาณ 140 ล้านบาท นอกจากนี้ ตนได้ประสานไปยัง พอช. เพื่อสร้างบ้านให้เกษตรกรผู้ย้ายเข้าพื้นที่ใหม่กว่า 100 หลัง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เมื่อเราจะเอาชาวบ้านมาอยู่ตรงนี้ ต้องส่งเสริมให้มีที่อยู่ที่มั่นคง มีอาชีพที่มั่นคง จัดระบบนิเวศให้ดี ทั้งนี้ขอขอบคุณนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ที่รับทำถนนให้พี่น้องชาวบ้านในตำบลลางบัวด้วย

 

ในด้านปัญหาพืชเศรษฐกิจ โดยเฉพาะมะพร้าว ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ได้ติดตามปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำในราชบุรีอย่างใกล้ชิด โดยตลาดจีนยังต้องการผลผลิตจำนวนมาก แต่กลับมีความผิดปกติในห่วงโซ่การซื้อขายมะพร้าวภายในประเทศ จึงเตือนผู้รับซื้อและล้งต่างๆ ว่า อย่าเอาเปรียบเกษตรกรมากเกินไป ไม่อย่างนั้นตนจะใช้ไม้แข็ง ซึ่งตอนนี้ตนสามารถแก้ราคาทุเรียนและลำไยได้สำเร็จแล้ว และเตรียมดำเนินการกับมะพร้าวอย่างจริงจังเช่นกัน

 

“พี่น้องล้งหรือพี่น้องที่เกี่ยวข้องกับต้นทางของพี่น้องเกษตรกรจนถึงผู้บริโภค อะไรที่ท่านทำไม่ถูก อย่าทำ อย่าเอาเปรียบเกษตรกรมากเกินไป อย่าให้ผมต้องใช้ไม้แข็ง คุยกันดีๆ ช่วยกันและกันนะครับ เหมือนทุเรียนที่เราผ่านพ้นวิกฤตมาแล้ว ลำไยกำลังจะผ่านพ้นวิกฤตมะพร้าวมาอีกแล้ว อีกเรื่องหนึ่งคือ ปลายี่สก ถือเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจของพี่น้องชาวจังหวัดราชบุรี ซึ่งมันได้หายวิถีชีวิตของคนที่นี่ผมจะมาฟื้นให้มันกลับมาเหมือนในอดีต โดยได้สั่งการอธิบดีกรมประมงแล้วว่า ให้มาทำดำเนินการให้เกิดรูปธรรม และผมจะลงมาติดตามความคืบหน้าอีกครั้งหนึ่ง”

 

ร.อ. ธรรมนัสยังกล่าวถึงคณะกรรมการนโยบายข้าวที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ท่านเป็นประธานประชุมไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ซึ่งผมติดภารกิจจึงมอบหมายให้ นเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าประชุมแทน ทุกอย่างที่เป็นนโยบายทั้งหมด หรือที่ยังไม่เอาเข้าที่ประชุม ตนจะหารือส่วนตัวกับท่านนายกฯ และเชื่อว่าท่านจะฟังตน ซึ่งท่านก็ดีใจที่สามารถขยับราคาข้าวหอมมะลิให้สูงขึ้นแตะ 13,800 บาท/ตัน ได้ ส่วนราคาข้าวเหนียวของพี่น้องภาคอีสานและภาคเหนือ ตนก็กำลังเร่งแก้ไขให้เช่นกัน

The post ธรรมนัสประกาศทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก. จากนายทุน บอกไม่คืนเจอ ม.44 ยึดจัดสรรใหม่ให้เกษตรกร จ่อใช้ไม้แข็งแก้ปัญหาล้ง-ผู้รับซื้อมะพร้าว appeared first on THE STANDARD.

]]>