ราชบุรี – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 04 Dec 2025 13:30:24 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 พาณิชย์ผนึก 4 ปั๊มใหญ่ แจกมะพร้าวน้ำหอม 8 หมื่นลูก ช่วยเกษตรกร คืนความสดชื่นผู้เดินทาง ช่วงหยุดยาว 4-6 ธ.ค. https://thestandard.co/commerce-80k-coconuts-farmers/ Thu, 04 Dec 2025 13:30:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1151535 พาณิชย์ผนึก 4 ปั๊มใหญ่ แจกมะพร้าวน้ำหอม 8 หมื่นลูก ช่วยเกษตรกร คืนความสดชื่นผู้เดินทาง ช่วงหยุดยาว 4-6 ธ.ค.

กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าช่วยเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม ห […]

The post พาณิชย์ผนึก 4 ปั๊มใหญ่ แจกมะพร้าวน้ำหอม 8 หมื่นลูก ช่วยเกษตรกร คืนความสดชื่นผู้เดินทาง ช่วงหยุดยาว 4-6 ธ.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
พาณิชย์ผนึก 4 ปั๊มใหญ่ แจกมะพร้าวน้ำหอม 8 หมื่นลูก ช่วยเกษตรกร คืนความสดชื่นผู้เดินทาง ช่วงหยุดยาว 4-6 ธ.ค.

กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าช่วยเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม หลังผลผลิตล้นตลาดและราคาปรับลดลง โดย กรมการค้าภายใน จับมือ 4 ผู้ให้บริการน้ำมันรายใหญ่ ได้แก่ พีที, โออาร์, บางจาก และซัสโก้ รับซื้อมะพร้าวน้ำหอมจากเกษตรกรในพื้นที่แหล่งผลิตภาคกลาง ก่อนนำมา แจกเป็นของสมนาคุณแก่ผู้เติมน้ำมัน ระหว่างวันที่ 4-6 ธันวาคม 2568 หรือจนกว่าของจะหมด ครอบคลุม 547 สาขา ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียงรวม 8 จังหวัด

 

วิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่า สภาพอากาศที่เอื้ออำนวยทำให้ผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมออกสู่ตลาดจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ จังหวัดราชบุรี เช่น ต.ดอนกรวย, ต.แพงพวย อ.ดำเนินสะดวก และ ต.บางแพ, ต.โพธิ์หัก อ.บางแพ ส่งผลให้เกิดการกระจุกตัวและราคาตกต่ำ จึงต้องเร่งหาช่องทางระบายผลผลิตเพิ่มเติม

 

ความร่วมมือครั้งนี้มีการรับซื้อมะพร้าวน้ำหอมควั่นเขียวจำนวน 80,000 ลูก เพื่อกระจายสู่ปั๊มน้ำมันในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และฉะเชิงเทรา โดยผู้เติมน้ำมันสามารถรับมะพร้าวน้ำหอมเป็นของสมนาคุณได้ทันที

 

ก่อนหน้านี้ กรมการค้าภายในได้ขับเคลื่อนมาตรการเร่งด่วน 2 โครงการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ได้แก่

 

1.โครงการส่งเสริมการตลาดผลไม้ ผ่านเครือข่าย MOC Go ทั้งการรับซื้อผลผลิตคุณภาพ การปล่อยคาราวานขนส่ง ‘มะพร้าวน้ำหอม GI ราชบุรี’ และการตั้งจุดรับซื้อในพื้นที่

 

2.โครงการรณรงค์บริโภคมะพร้าวน้ำหอมในจังหวัด ส่งเสริมการบริโภคในท้องถิ่น และขอความร่วมมือหน่วยงานรัฐเลือกใช้มะพร้าวน้ำหอมในงานประชุม-สัมมนา

 

วิทยากรย้ำว่า การเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ามารับซื้อผลผลิตโดยตรงช่วยพยุงราคาให้ขยับดีขึ้นต่อเนื่อง และคาดว่าจะรักษาระดับได้ไปจนสิ้นสุดฤดูกาลผลิตช่วงพฤศจิกายน-มกราคม พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนผลไม้ไทย โดยมะพร้าวน้ำหอมถือเป็น ‘เครื่องดื่มเกลือแร่ธรรมชาติ’ อุดมด้วยโพแทสเซียม แมกนีเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ ยิ่งดื่มภายใน 30 นาทีหลังเฉาะยิ่งได้คุณค่ามากที่สุด เหมาะสำหรับเติมความสดชื่นระหว่างการเดินทางช่วงวันหยุดยาวนี้

 

พาณิชย์ผนึก 4 ปั๊มใหญ่ แจกมะพร้าวน้ำหอม 8 หมื่นลูก ช่วยเกษตรกร คืนความสดชื่นผู้เดินทาง ช่วงหยุดยาว 4-6 ธ.ค. 1พาณิชย์ผนึก 4 ปั๊มใหญ่ แจกมะพร้าวน้ำหอม 8 หมื่นลูก ช่วยเกษตรกร คืนความสดชื่นผู้เดินทาง ช่วงหยุดยาว 4-6 ธ.ค. 2พาณิชย์ผนึก 4 ปั๊มใหญ่ แจกมะพร้าวน้ำหอม 8 หมื่นลูก ช่วยเกษตรกร คืนความสดชื่นผู้เดินทาง ช่วงหยุดยาว 4-6 ธ.ค. 3พาณิชย์ผนึก 4 ปั๊มใหญ่ แจกมะพร้าวน้ำหอม 8 หมื่นลูก ช่วยเกษตรกร คืนความสดชื่นผู้เดินทาง ช่วงหยุดยาว 4-6 ธ.ค. 4

The post พาณิชย์ผนึก 4 ปั๊มใหญ่ แจกมะพร้าวน้ำหอม 8 หมื่นลูก ช่วยเกษตรกร คืนความสดชื่นผู้เดินทาง ช่วงหยุดยาว 4-6 ธ.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sea Games 2025 Guide: คู่มือเตรียมดูซีเกมส์ที่ประเทศไทย https://thestandard.co/sea-games-2025-guide/ Sat, 29 Nov 2025 10:32:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1149604 Sea Games 2025 Guide: คู่มือเตรียมดู ซีเกมส์ ที่ประเทศไทย

เหลืออีกเพียง 10 วันก่อนที่มหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 3 […]

The post Sea Games 2025 Guide: คู่มือเตรียมดูซีเกมส์ที่ประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sea Games 2025 Guide: คู่มือเตรียมดู ซีเกมส์ ที่ประเทศไทย

เหลืออีกเพียง 10 วันก่อนที่มหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 จะเปิดฉากอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2025 โดยปีนี้ประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพส่งนักกีฬาเข้าร่วม 1,531 คน แบ่งเป็นนักกีฬาชาย 833 คน และหญิง 698 คน ชิงชัยรวม 50 ชนิดกีฬา

 

ก่อนจะไปชมและเชียร์นักกีฬาไทย ทีมงาน THE STANDARD SPORT ได้รวบรวมข้อมูลสำคัญของซีเกมส์หนนี้มาให้คุณเตรียมตัวก่อนรับชมแบบครบถ้วนที่สุด

 

ซีเกมส์ 2025 แข่งเมื่อไหร่และชิงกี่เหรียญทอง

 

ประเทศไทยหวนกลับมาเป็นเจ้าภาพจัดซีเกมส์ครั้งแรกในรอบ 18 ปี และเป็นครั้งที่ 7 ในประวัติศาสตร์ (1959, 1967, 1975, 1985, 1995 และ 2007) โดยในปีนี้จะแข่งขันระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม

 

ปีนี้พิธีเปิดวันที่ 9 ธันวาคม และพิธีปิดวันที่ 20 ธันวาคม จะจัดที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน แทนสนามหลวง ซึ่งเดิมถูกกำหนดไว้เป็นสถานที่หลัก แต่มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อความปลอดภัยของนักกีฬา อย่างไรก็ตาม สนามหลวงยังคงถูกใช้สำหรับพิธี “จุดคบเพลิง” เช่นเดิม

 

สำหรับการแข่งขันครั้งนี้บรรจุกีฬา 54 ชนิดกีฬา ดังนี้

 

  • 50 ชนิดกีฬาที่มีการชิงเหรียญรางวัล รวม 574 เหรียญทอง
  • กีฬาสาธิต 3 ชนิด (กีฬาทางอากาศ, จานร่อน, ชักเย่อ)
  • กีฬาส่งเสริมมูลค่า 1 ชนิด (MMA-ศิลปะการต่อสู้แบบผสม)

 

จากตัวเลขดังกล่าวทำให้ซีเกมส์ 2025 กลายเป็นครั้งที่มีชนิดกีฬามากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ รองจากฟิลิปปินส์ 2019 ที่ชิงชัย 56 ชนิดกีฬา และบรรจุกีฬามากกว่าซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่ประเทศกัมพูชา ถึง 17 ชนิดกีฬาด้วยกัน

 

สนามแข่งซีเกมส์อยู่ที่ไหนบ้าง

 

ความพร้อมด้านสนามแข่งขันทั้ง 54 ชนิดกีฬา ฝ่ายจัดการแข่งขันได้ใช้งบประมาณกว่า 2,000 ล้านบาท สำหรับปรับปรุงและยกระดับสนามให้ได้มาตรฐาน โดยกระจายการแข่งขันออกไปยังพื้นที่ต่างๆ รวม 10 จังหวัดหลัก ประกอบด้วย กรุงเทพฯ, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, นครปฐม, ชลบุรี, ระยอง, สงขลา, เชียงใหม่ และ ราชบุรี โดยมี กรุงเทพฯ, ชลบุรี และ สงขลา เป็นศูนย์กลางของแต่ละพื้นที่

 

ในส่วนจังหวัดสงขลา ทีมงาน THE STANDARD SPORT ขอเป็นกำลังใจให้ประชาชนทุกคนในพื้นที่ ก้าวผ่านคืนวันอันเลวร้ายหลังต้องเผชิญมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างรวมไปถึงการจัดการแข่งขันซีเกมส์ครั้งนี้ ทำให้ต้องย้ายการแข่งขันทั้ง 10 ชนิดกีฬา (ชิง 109 เหรียญทอง) ประกอบด้วย มวย, หมากรุกสากล, กาบัดดี้, วูซู, ปันจักสีลัต, ยูโด, เปตอง, คาราเต้, มวยปล้ำ, บิลเลียดและสนุกเกอร์ มายังกรุงเทพและชลบุรี

 

ทำให้กรุงเทพและปริมณฑล รองรับการแข่งขันทั้งหมด 40 ชนิดกีฬา ดังนี้ กีฬาทางน้ำ (ว่ายน้ำ, กระโดดน้ำ, โปโลน้ำ, ระบำใต้น้ำ), ยิงธนู, กรีฑา, แบดมินตัน, เบสบอล, ซอฟท์บอล, บาสเกตบอล, โบว์ลิ่ง, มวยสากล, คริกเก็ต, จักรยาน (ถนน, ลู่, บีเอ็มเอ็กซ์), ขี่ม้าโปโล, อีสปอร์ต, เอ็กซ์ตรีม (ปีนหน้าผา, สกีน้ำ-เวคบอร์ด, สเก็ตบอร์ด), ฟันดาบ, ฟลอร์บอล, ฟุตบอล, ยิมนาสติก, ฮอกกี้น้ำแข็ง, สเก็ตน้ำแข็ง, ยูยิตสู, คิกบ็อกซิ่ง, เน็ตบอล, เปตอง, รักบี้, เซปักตะกร้อ, ยิงปืน, สควอช, เทเบิลเทนนิส, เทควันโด, วอลเลย์บอล, มวย, หมากรุกสากล, กาบัดดี้, วูซู, ปันจักสีลัต, ยูโด, เปตอง, คาราเต้, บิลเลียดและสนุกเกอร์

 

ส่วนชลบุรี จัดการแข่งขัน 16 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย กีฬาทางน้ำ (ว่ายน้ำมาราธอน), บิลเลียดและสนุกเกอร์, เรือพาย (แคนู, คายัค, เรือยาวมังกร), จักรยาน (เสือภูเขา), ขี่ม้า, เอ็กซ์ตรีม (เจ็ตสกี), ฟุตบอล, แฮนด์บอล, ฮอกกี้, ปัญจกีฬาสมัยใหม่, ยิงปืนรณยุทธ, เทคบอล, ไตรกีฬา, ยกน้ำหนัก, วู้ดบอล และ มวยปล้ำ

 

แม้ว่าจำนวนชนิดกีฬาที่บรรจุเข้ามาในปีนี้อาจจะดูเป็นจำนวนมากจนเลือกตามเชียร์กันไม่ถูก แต่ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในฐานะหน่วยงานหลักในการจัดงาน ระบุว่า ซีเกมส์ครั้งนี้ได้ยกระดับให้เป็นมหกรรมกีฬาสากลอย่างแท้จริง เพราะจาก 50 ชนิดที่ชิงเหรียญรางวัล มีถึง 27 ชนิดกีฬาที่บรรจุอยู่ในโอลิมปิกเกมส์ และ 9 ชนิดอยู่ในเอเชียนเกมส์ ส่วนชนิดกีฬาที่เหลือล้วนแต่เคยเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติมาแล้ว

 

เปิดตัว 5 ชนิดกีฬาหน้าใหม่ซีเกมส์

 

ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ถือเป็นปีที่บรรจุกีฬาหน้าใหม่มากที่สุดถึง 5 ชนิดกีฬา

 

ไคท์บอร์ด – กลุ่มกีฬาเอ็กซ์ตรีมทางน้ำ ขับเคลื่อนบอร์ดด้วยแรงลม ผู้เล่นต้องทรงตัวไปบนผิวน้ำ พร้อมควบคุมว่าวขนาดใหญ่เหนือศีรษะ

 

หมากรุกไทย – หมากกระดานประชันกลยุทธ์แบบไทย

 

Obstacle Laser Run – อยู่ในอีเวนต์ของกีฬาปัญกีฬาสมัยใหม่ เป็นการรวมวิ่งข้ามสิ่งกีดขวางและการยิงปืนเลเซอร์ ฝ่าด่านไปจนถึงเส้นชัย

 

เบสบอล 5 และ ฮอกกี้ 5s อีก 2 ชนิดกีฬาน้องใหม่ ข้อแตกต่างหลักๆ ที่ปรับเปลี่ยนจากต้นฉบับ คือจำนวนนักกีฬาลดลงเหลือทีมละ 5 คน เน้นเกมสั้น กระชับ จบไว เพื่อดึงดูดผู้ชมให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยเบสบอล 5 ไม่ต้องใช้ไม้และถุงมือ ใช้มือเปล่าและลูกยางในการตีและรับ ส่วน ฮอกกี้ 5s นอกจากนักกีฬาจะต้องอาศัยความสามารถเฉพาะตัวสูงขึ้น กติกาสำคัญคือผู้เล่นทำประตูได้จากทุกพื้นทั่วสนามอีกด้วย

 

มาสคอต

 

มาสคอตประจำทัวร์นาเมนต์ของไทยมีชื่อว่า “เดอะสาน” ตัวละคร 2 ตัว ใช้โทนสีจากธงชาติไทยที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยอย่างโดดเด่น ได้แรงบันดาลใจมาจากงานหัตถกรรมการสาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยในอดีต

 

“เดอะสาน” ถูกออกแบบขึ้นภายใต้แนวคิดให้เป็นสื่อกลางเชื่อมสัมพันธไมตรี ระหว่างนักกีฬาในภูมิภาคอาเซียน โดยใช้การแข่งขันกีฬาเป็นพื้นที่สร้างมิตรภาพให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เดิมทีจะมีทั้งหมด 7 ตัว แบ่งเป็นมาสคอตของซีเกมส์ 5 ตัว และอาเซียนพาราเกมส์ 2 ตัว ใช้แนวคิด “7 วัน 7 สี” ถ่ายทอดภูมิปัญญาไทยผ่านลวดลายเครื่องจักสานหลากหลายรูปแบบ

 

ท้ายที่สุดมาสคอตชุดนี้ได้รับการอัปเกรดด้วยแนวคิดใหม่ “5 ตัวรวมเป็น 1” สำหรับซีเกมส์ และ “2 ตัวรวมเป็น 1” สำหรับอาเซียนพาราเกมส์ เพื่อให้ผู้ชมจดจำได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งสื่อสารถึงความสามัคคี ความร่วมมือ และความเป็นหนึ่งเดียวของชาติสมาชิกอาเซียน

 

ย้อนผลงานไทยในฐานะเจ้าภาพครั้งล่าสุด (2007)

 

ซีเกมส์ 2007 ที่นครราชสีมา จัดการแข่งขัน 43 ชนิดกีฬา โดยทัพนักกีฬาไทย กวาดไป 183 เหรียญทอง 123 เหรียญเงิน 103 เหรียญทองแดง คว้ารวม 409 เหรียญ ครองเจ้าเหรียญทองแบบทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างมาเลเซียที่ทำได้เพียง 68 เหรียญทอง เป็นการกลับมาครองเจ้าเหรียญทองในรอบ 8 ปี และเป็นครั้งที่ 7 ในประวัติศาสตร์

 

นอกจากนี้ทุกครั้งที่ไทยเป็นเจ้าภาพ นักกีฬาไทยครองเจ้าเหรียญทองได้ครบทั้ง 6 ครั้ง น่าสนใจว่า ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ทัพนักกีฬาไทยจะยังรักษาสถิติดังกล่าวเอาไว้ได้อีกครั้งหรือไม่

 

ซีเกมส์ 2025 ตั้งเป้ากี่เหรียญทอง

 

จากงานแถลงข่าว Meet The Press รวม 50 สมาคมกีฬาไทยตั้งเป้าหมายนักกีฬาไทยในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ร่วมกันที่ 241 เหรียญทอง โดยเรือพายเป็นชนิดกีฬาที่ตั้งเป้ามากสุด 18 เหรียญทอง ตามด้วย กรีฑา 17 เหรียญทอง, ตะกร้อ 11 เหรียญทอง, มวยไทย 10 เหรียญทอง, ยูยิตสู 10 เหรียญทอง และ มวยสากล 9 เหรียญทอง ฯลฯ

 

โดยหวังทวงบัลลังก์เจ้าเหรียญทองกลับมาให้อีกครั้ง หลังจากพลาดไปในซีเกมส์ 4 หน ครั้งสุดท้ายที่ทัพไทยยึดเจ้าเหรียญทองคือ ซีเกมส์ 2015 ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยครั้งนั้นทัพไทย คว้าไป 95 ทอง 83 เงิน 69 ทองแดง

 

ส่วนซีเกมส์ครั้งล่าสุดที่กัมพูชา 2023 นักกีฬาไทยทำผลงานได้ 108 เหรียญทอง 96 เหรียญเงิน 108 เหรียญทองแดง จบอันดับ 2 รองจากเวียดนามที่ทำได้ 136 เหรียญทอง

 

ถ่ายทอดสดกี่ชนิดกีฬา และรับชมได้ช่องทางใดบ้าง

 

ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ถ่ายทอดสดมากถึง 31 ชนิดกีฬา มากที่สุดตั้งแต่เคยมีการถ่ายทอดสดซีเกมส์ ประกอบด้วย กรีฑา, ว่ายน้ำ, แบดมินตัน, บาสเกตบอล, ฟุตบอล, ฟุตซอล, ยิมนาสติก, เทเบิลเทนนิส, เทนนิส, วอลเลย์บอล, วอลเลย์บอลชายหาด, ยกน้ำหนัก, ฮอกกี้ในร่ม, จักรยานแทร็ก, เอ็กซ์ตรีม, ฟันดาบ, มวยสากล, ยูยิตสู, มวย, ปันจักสีลัต, เทควันโด, มวยปล้ำ, เซปักตะกร้อ, เรือใบ, ฟลอร์บอล, คาราเต้, คิกบ็อกซิ่ง, บิลเลียด/สนุกเกอร์, เทคบอล, อีสปอร์ต และรักบี้ฟุตบอล

 

สำหรับกีฬาที่จะแข่งขันก่อนพิธีเปิดมี 6 ชนิด คือ ฟุตบอลชาย-หญิง, ขี่ม้าโปโล, เบสบอล, แบดมินตัน, ฮอกกี้ และ แฮนด์บอล โดยจะเริ่มถ่ายทอดสดฟุตบอลชายเป็นกีฬาชนิดแรก คู่ระหว่างทีมชาติไทย พบ ติมอร์-เลสเต ในวันที่ 3 ธันวาคม เวลา 19.00 น.

 

ขณะที่แฟนกีฬาชาวไทยสามารถรับชมถ่ายทอดสดซีเกมส์ผ่านทาง สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) โดยจะเป็นแม่ข่ายหลัก ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์เพื่อการท่องเที่ยวและกีฬา (ทีสปอร์ต 7), ช่อง One31, ช่องไทยรัฐ TV32, ช่องPPTV HD 36 รวมถึง ทรูวิชั่นส์ นาว (TrueVisions NOW) ผู้ถือลิขสิทธิ์ OTT แบบเอ็กซ์คลูซีฟเจ้าเดียวในไทยที่ให้บริการสื่อผ่านอินเทอร์เน็ตแบบครอบคลุมทุกอุปกรณ์ดิจิทัล

 

ดาวดังนำทัพนักกีฬาไทยจัดชุดใหญ่

 

ซีเกมส์ครั้งนี้ ทัพนักกีฬาไทยส่งเข้าร่วม 1,531 คน ลงสู้ศึกในฐานะเจ้าภาพ

 

นำทีมฮีโร่โอลิมปิก 2024 อย่าง วิว-กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันชายเดี่ยว เจ้าของแชมป์เอเชียและรองแชมป์โลกแบดมินตันในปี 2025, วีรพล วิชุมา, ธีรพงศ์ ศิลาชัย, สุรจนา คำเบ้า 3 นักยกน้ำหนักที่คว้าเหรียญรางวัลโอลิมปิกเกมส์ 2024 และ บี-จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง นักกีฬามวยสากลเจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิก 2024 ในรุ่น 66 กก. หญิง

 

นอกจากกลุ่มฮีโร่โอลิมปิกแล้ว ยังอัดแน่นด้วยนักกีฬาชื่อดังดีกรีระดับโลกอีกหลายคน อาทิ หยู-บัลลังก์ ทับทิมแดง แชมป์โลกเทควันโด 2025, มิ้งค์ สระบุรี-ณัชชารัตน์ วงศ์หฤทัย นักสนุกเกอร์หญิงมือ 1 ของโลกและแชมป์โลกสนุกเกอร์อาชีพหญิงคนแรก, บิว-ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย เจ้าของ 3 เหรียญทองซีเกมส์ 2021 ที่เวียดนาม ที่กำลังลุ้นเป็นนักวิ่งไทยคนแรกที่วิ่ง 100 ม. ให้ต่ำกว่า 10 วินาที, บุ๋มบิ๋ม-ชัชชุอร โมกศรี นักวอลเลย์บอลสาวไทยที่เตรียมลงแข่งซีเกมส์เป็นสมัยที่ 5 ฯลฯ

 

ไฮไลต์ที่แฟนกีฬาไทยที่ห้ามพลาด

 

หนึ่งในแมตช์ที่เรียกเสียงเชียร์ได้มากที่สุดหนีไม่พ้น วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย เจ้าของแชมป์ 16 สมัย และแชมป์ 14 ครั้งติดต่อกัน เป้าหมายเดียวยังคงเป็นเหรียญทอง แต่ครั้งนี้คงไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะคู่ปรับสำคัญอย่าง เวียดนาม แข็งแกร่งขึ้นจากปีก่อนๆ ซึ่งเราก็เพิ่งพลาดท่าแพ้มาในรอบชิงชนะเลิศ ซี.วี. ลีก สนาม 2 เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้การโคจรมาเจอกันในซีเกมส์หนนี้ บรรยากาศจะเต็มไปความสนุกและแรงกดดัน

 

กรีฑา อีเวนต์ 100 เมตรชายถือเป็นไฮไลท์ที่แฟนกีฬารอชม เพราะนอกจากจะลุ้นให้ บิว-ภูริพล บุญสอน ทะลุผ่านกำแพง 10 วินาทีแล้ว ยังจะได้เห็นศึกดวลความเร็วกับสามลมกรดที่มีสถิติสูสีอย่าง Danish Iftikhar Roslee และ Jonathan Nyepa สองนักวิ่งมาเลเซีย รวมถึง Lalu Muhammad Zohri จากอินโดนีเซีย ในรอบชิงชนะเลิศจะเป็นอีกหนึ่งแมตช์ที่พลาดไม่ได้

 

เซปักตะกร้อ ทีมชุดชาย – หญิง ถือเป็นแมตช์แห่งศักดิ์ศรีของวงการลูกหวาย โดยมาเลเซียคู่ปรับตลอดกาลของฝั่งทีมชายไทย ส่วนทีมหญิงเวียดนามยังคงเป็นขวากหนามสำคัญเช่นเดียวกับเมียนมาที่จะมองข้ามไม่ได้

ฟุตบอลชาย เหรียญแห่งศักดิ์ศรีประจำทัวร์นาเมนต์ ช้างศึกจูเนียร์รองแชมป์ 2 ครั้งล่าสุดและไม่ได้เหรียญทองมา 8 ปี น่าสนใจว่านักเตะไทยจะทวงบัลลังก์แชมป์กลับมาได้หรือไม่ แต่การจะขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งได้พวกเขาต้องรวมใจกันก้าวผ่านคู่แข่งสำคัญอย่างเวียดนาม เจ้าของแชมป์อาเซียน รุ่น U 23 ในปีนี้ และ อินโดนีเซียแชมป์เก่าซีเกมส์ ซึ่งมีดีกรีรองแชมป์อาเซียน รุ่น U 23 ปี 2025 ได้หรือไม่

 

5 นักกีฬาไทยที่น่าติดตาม

 

อาร์ม-ธรรญธร สุขเจริญ นักยกน้ำหนักหญิงรุ่น 48 กก. ผู้ดวงแตกจนชวดไปโอลิมปิกเกมส์ 2024 หลังข้อศอกหลุดระหว่างแข่งขันเก็บคะแนนสะสม เคราะห์ซ้ำยังต้องเผชิญปัญหาบาดเจ็บและสุขภาพรุนแรง ทั้งข้อศอกหลุด ผ่าตัดลำไส้ตีบ และเอ็นหัวไหล่ฉีก ใช้เวลากว่า 6 เดือนในการฟื้นฟู จนเกือบหมดอนาคตทีมชาติไปแล้ว แต่เธอไม่ยอมแพ้ จนหวนกลับมาติดทีมชาติได้อีกครั้ง และกลายเป็นหนึ่งในความหวังลุ้นเหรียญทองของทีมยกน้ำหนักไทย

 

บิว-ภูริพล บุญสอน ลมกรดวัย 19 ปี เจ้าของ 3 เหรียญทองซีเกมส์ที่เวียดนาม โชคร้ายบาดเจ็บระหว่างแข่งซีเกมส์ที่กัมพูชาจนต้องถอนตัวจากทุกอีเวนต์ แต่การกลับมาครั้งนี้ “เทพบิว” ไม่ได้มีแค่ภารกิจทวงคืน 3 เหรียญทอง เขายังคาดหวังที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง ลุ้นทำสถิติวิ่ง 100 เมตรให้ต่ำกว่า 10 วินาทีเป็นคนแรกของไทย โดยสถิติดีที่สุดอยู่ที่ 10.06 วินาที ทำได้ในเอเชียนเกมส์ 2022 ส่วนสถิติดีสุดปีนี้อยู่ที่ 10.15 วินาที

 

ส่วนดาวรุ่งที่สร้างความประทับใจให้แฟนกีฬาทั่วประเทศอย่าง เอสที-วารีรยา สุขเกษม นักสเกตบอร์ดสาว วัย 13 ปี จากการได้เข้าร่วมโอลิมปิกเกมส์ 2024 จากน้องเล็กสุดที่ลงแข่งอย่างไร้ความกดดันในวันนั้น ผ่านไปเพียงแค่ 1 ปีเศษ เธอกำลังจะลงแข่งขันซีเกมส์เป็นครั้งแรก นอกจากจะเป็นการลงเล่นต่อหน้าแฟนกีฬาชาวไทยแล้ว เธอมาพร้อมบทบาทที่แบกรับความคาดหวังเหรียญทองของทีมสเกตบอร์ดไทยที่หลายคนจับตามอง

 

แป้งร่ำ-พิมพ์ชนก ชินวีระพันธุ์ นักว่ายน้ำสาววัย 13 ปี ที่โฟกัสและทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมกีฬาว่ายน้ำอย่างเต็มร้อย จากความมุ่งมั่นที่อยากจะพัฒนาตัวเอง ส่งผลให้สถิติของเธอก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอีเวนต์ที่เธอถนัดท่ากบ 200 เมตร สถิติดีสุดในปีนี้อยู่ที่ 2:31.15 นาที เป็นเวลาที่ดีกว่า สถิติของเหรียญเงินซีเกมส์ 2023 (2:32.44 นาที) อีกด้วย ทำให้ซีเกมส์ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งเวทีที่น่าจับตามองว่าดาวรุ่งรายนี้จะสร้างเซอร์ไพรส์ได้มากแค่ไหน

 

อีกหนึ่งว่าที่ซูเปอร์สตาร์ กีตาร์-กมลชนก สีเคน นักเทควันโดรุ่น 49 กก. ผู้ถูกมองว่าเป็นทายาทโดยตรงของ “เทนนิส-พาณิภัค” หลังโชว์ฟอร์มโดดเด่นในเวทีนานาชาติตลอดปีที่ผ่านมา ซีเกมส์ครั้งนี้คือเวทีใหญ่ครั้งแรกของเธอ และอาจเป็นก้าวเริ่มต้นก่อนก้าวไปสู่เอเชียนเกมส์และโอลิมปิกในอนาคตอันใกล้

 

วิธีการจองตั๋วเข้าชมกีฬา

 

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนและจองบัตรได้ง่ายๆ ผ่าน LINE @SEAGAMES ก่อนเลือกประเภทกีฬา วันที่ต้องการเข้าชม รวมถึงโซนที่นั่งในสนามตามสะดวก เมื่อทำรายการสำเร็จ ระบบจะออก QR Code ที่ใช้เป็นบัตรเข้าชมในวันแข่งขันได้ทันที

 

ขั้นตอนการจองบัตร

 

1. เพิ่มเพื่อน LINE @SEAGAMES และลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ

2. เลือกประเภทกีฬา วันที่ และสนามแข่งขัน

3. เลือกโซนที่นั่งจากผังสนามที่ระบบแสดง

4. กรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-สกุล และเบอร์ติดต่อ

5. ยืนยันการจอง และรับ QR Code ใช้เข้าสนามได้ทันที

 

เงื่อนไขสำคัญที่ต้องทราบ

 

  • จำกัด สูงสุด 2 ที่นั่ง ต่อการลงทะเบียน 1 ครั้งต้องใช้หมายเลขจาก บัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต ตามจำนวนที่นั่งจอง เช่น หากจอง 2 ที่นั่ง ต้องมี 2 หมายเลขสำหรับยืนยันตัวตน
  • วันแข่งขัน ผู้เข้าชมต้องแสดงบัตรประชาชน/พาสปอร์ตตัวจริงให้ตรงกับข้อมูลที่ลงทะเบียน
  • สำหรับเยาวชนหรือผู้สูงอายุที่ไม่มีบัตรประชาชน
  • ผู้ปกครอง/ผู้ดูแล 1 คน สามารถใช้หมายเลขของตนเองจองเพิ่มได้อีก 1 ที่นั่ง
  • รวมไม่เกิน 2 คนต่อการลงทะเบียน และต้องแสดงความสัมพันธ์หน้าเข้าสนาม

 

กัมพูชา ส่งแข่ง 12 ชนิดกีฬา

 

จากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ที่ยังอยู่บนความไม่แน่นอน ทำให้กัมพูชาตัดสินใจถอนตัวแล้ว 9 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย ฟุตบอล, ยูโด, คาราเต้, ปันจักสีลัต, เปตอง, มวยปล้ำ, วูซู, ตะกร้อ และล่าสุดวอลเลย์บอล ซึ่งกัมพูชาได้ให้เหตุผลว่าเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัยของนักกีฬา

 

อย่างไรก็ตาม กัมพูชายังคงยืนยันเข้าร่วมแข่งขัน 12 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา, ว่ายน้ำ, อีสปอร์ต, ฟันดาบ, ยิมนาสติก, ยูยิตสู, คิกบ็อกซิ่ง, เทควันโด, ขี่ม้า, เจ็ตสกี, ไตรกีฬา และ เทคบอล

 

การถอนตัวหลังจากยืนยันรายชื่อนักกีฬาเข้าระบบแล้ว ทำให้คณะกรรมการจัดการแข่งขันต้องปรับโปรแกรมใหม่หลายรายการ ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดคือฟุตบอลชาย เดิมทีในรอบแรก กัมพูชาอยู่ในกลุ่มเอร่วมกับไทย แต่เมื่อถอนตัว ทำให้ต้องสลับให้สิงคโปร์ย้ายจากกลุ่มซีมาอยู่ในกลุ่มเอแทน

 

การถอนตัวหลายชนิดกีฬา ยังทำให้กัมพูชาตกอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงต่อการถูกคว่ำบาตรจากชาติในสมาชิกอาเซียนรวมถึงหลายสหพันธ์กีฬาที่พวกเขาได้ถอนตัวไป ซึ่งล่าสุด สหพันธ์ตะกร้อนานาชาติ (ISTAF) และสหพันธ์ตะกร้อแห่งเอเชีย (ASTAF) ได้ประกาศแบนกัมพูชา ห้ามไม่ให้ส่งนักกีฬาตะกร้อเข้าร่วมมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นชนิดกีฬาแรก

 

เช็กโปรแกรมแข่งขันทุกชนิดกีฬาได้ที่ไหน

 

คอกีฬาสามารถเช็กโปรแกรมการแข่งขันแบบละเอียดสำหรับการแข่งขันซีเกมส์ 2025 ได้ที่เว็บไซต์ https://www.seagames2025.org/ หรือติดตามทางแฟนเพจเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/33rdSeagamesthailand2025 และยังติดตามความเคลื่อนไหวและข้อมูลที่น่าสนใจได้ทาง THE STANDARD SPORT

The post Sea Games 2025 Guide: คู่มือเตรียมดูซีเกมส์ที่ประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ เลือดสำรองขาดแคลน กระทบผู้ป่วย 135 รพ. สภากาชาดไทยขอคนไทยร่วมบริจาค https://thestandard.co/southern-flood-blood-shortage/ Thu, 27 Nov 2025 08:48:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1148568 วิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ เลือดสำรองขาดแคลน กระทบผู้ป่วย 135 รพ. สภากาชาดไทยขอคนไทยร่วมบริจาค

วันนี้ (27 พฤศจิกายน) รศ. พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนว […]

The post วิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ เลือดสำรองขาดแคลน กระทบผู้ป่วย 135 รพ. สภากาชาดไทยขอคนไทยร่วมบริจาค appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ เลือดสำรองขาดแคลน กระทบผู้ป่วย 135 รพ. สภากาชาดไทยขอคนไทยร่วมบริจาค

วันนี้ (27 พฤศจิกายน) รศ. พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 3 แห่งในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 12 จังหวัดสงขลา และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ จังหวัดภูเก็ต ตลอดจนโรงพยาบาลอีก 135 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ไม่สามารถออกหน่วยไปรับบริจาคโลหิตยังพื้นที่ต่างๆ ได้

 

เนื่องมาจากเกิดสถานการณ์วิกฤตน้ำท่วมอย่างหนักในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ หลายพื้นที่มีระดับน้ำท่วมขึ้นสูงเป็นบริเวณกว้าง และยังมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ที่จะเดินทางเข้ามาบริจาคโลหิตที่โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติ และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 3 แห่งในพื้นที่ภาคใต้เป็นไปด้วยความยากลำบาก โลหิตที่ได้รับบริจาคลดลง

 

จึงไม่มีโลหิตสำรองคงคลัง ส่งกระทบต่อการรักษาผู้ป่วยอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ป่วยผ่าตัด ผู้ป่วยฉุกเฉิน และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ที่จำเป็นต้องได้รับโลหิตในการรักษาอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลบางแห่งจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปรักษาตัวในโรงพยาบาลใหญ่ในพื้นที่ใกล้เคียง

 

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จึงขอเชิญชวนคนไทยรวมใจเป็นหนึ่งเดียว ‘รวมพลังน้ำใจคนไทยให้โลหิต พ้นวิกฤตมหาอุทกภัยภาคใต้’ เพื่อส่งต่อโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่ภาคใต้

 

สามารถบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วยได้ที่

  • ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 11 จังหวัด ทั่วประเทศ ได้แก่ ลพบุรี, ชลบุรี, ราชบุรี, นครราชสีมา, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, นครสวรรค์, พิษณุโลก, เชียงใหม่, นครศรีธรรมราช และภูเก็ต

The post วิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ เลือดสำรองขาดแคลน กระทบผู้ป่วย 135 รพ. สภากาชาดไทยขอคนไทยร่วมบริจาค appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธรรมนัสประกาศทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก. จากนายทุน บอกไม่คืนเจอ ม.44 ยึดจัดสรรใหม่ให้เกษตรกร จ่อใช้ไม้แข็งแก้ปัญหาล้ง-ผู้รับซื้อมะพร้าว https://thestandard.co/thammanat-alro-land-tycoons/ Fri, 21 Nov 2025 08:06:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1145859 ธรรมนัสประกาศทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก. จากนายทุน บอกไม่คืนเจอ ม.44 ยึดจัดสรรใหม่ให้เกษตรกร จ่อใช้ไม้แข็งแก้ปัญหาล้ง-ผู้รับซื้อมะพร้าว

วันนี้ (21 พฤศจิกายน) ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐม […]

The post ธรรมนัสประกาศทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก. จากนายทุน บอกไม่คืนเจอ ม.44 ยึดจัดสรรใหม่ให้เกษตรกร จ่อใช้ไม้แข็งแก้ปัญหาล้ง-ผู้รับซื้อมะพร้าว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธรรมนัสประกาศทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก. จากนายทุน บอกไม่คืนเจอ ม.44 ยึดจัดสรรใหม่ให้เกษตรกร จ่อใช้ไม้แข็งแก้ปัญหาล้ง-ผู้รับซื้อมะพร้าว

วันนี้ (21 พฤศจิกายน) ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดราชบุรี

 

ร.อ. ธรรมนัสได้เปิดปฏิบัติการ Kick off ขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) โดยมิชอบ ซึ่งถือเป็นการประกาศสงครามกับการถือครองที่ดินผิดกฎหมาย และเดินหน้าจัดสรรที่ดินคืนให้เกษตรกรผู้ยากไร้เป็นรูปธรรมครั้งใหญ่ในพื้นที่ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง โดยได้ปักป้ายประกาศแจ้งเตือนผู้ครอบครองที่ดินในเขต ส.ป.ก. พร้อมทั้งขับรถแมคโครล้มต้นปาล์ม

 

จากนั้น ร.อ. ธรรมนัสได้เดินทางไปยังสำนักงานเทศบาลตำบลด่านทับตะโก และที่ว่าการอำเภอบ้านคา เพื่อมอบโฉนดที่ดินและปัจจัยการผลิตให้เกษตรกร รวมจำนวนกว่า 800 ราย ถือเป็นการมอบสิทธิในที่ดินทำกินครั้งใหญ่ในจังหวัดราชบุรี

 

ร.อ. ธรรมนัสกล่าวช่วงหนึ่งว่า จากการตรวจสอบของ ส.ป.ก. ราชบุรี พบพื้นที่ในตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง มีผู้ครอบครองที่ดินโดยมิชอบจำนวน 165 ราย 166 แปลง รวมกว่า 6,500 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ในโครงการป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี เดิมเป็นป่าสวนแห่งชาติ ก่อนส่งมอบให้ ส.ป.ก. เพื่อจัดสรรให้เกษตรกร แต่กลับถูกนายทุนบุกรุกถือครองเป็นเวลานาน ซึ่งขณะนี้ ส.ป.ก. ได้เพิกถอนสิทธิผู้ถือครองผิดกฎหมายแล้ว และเปิดให้ประชาชนผู้ยากไร้ยื่นขอจัดสรรที่ดินใหม่ มีผู้ยื่นคำขอกว่า 3,300 ราย ซึ่งเกินกว่าพื้นที่รองรับได้ คาดว่าระยะแรกจะจัดสรรให้เกษตรกรได้จำนวน 152 ราย รวมพื้นที่ 1,520 ไร่ โดยเกษตรกรจะเช่าที่ดินในอัตราไร่ละ 100 บาทต่อปี

 

ร.อ. ธรรมนัสกล่าวย้ำว่า นี่คือเป็นนโยบายของตนตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีช่วยฯ และกลับมาคราวนี้ก็จะสานต่อนโยบายเก่า คือ ยึดคืนที่ดินที่เป็นของหลวงทุกคืนสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนำไปจัดสรรให้กับพี่น้องเกษตรกรที่มีปัญหาที่ทำกินทั่วประเทศ โครงการนี้ไม่ใช่เพียงเฉพาะที่ราชบุรี แต่ดำเนินการพร้อมกันใน 28 จังหวัดทั่วประเทศ และเป็นการเริ่มต้นปฏิบัติการที่จะขยายไปให้ครบ 72 จังหวัดทั่วประเทศตามเป้าหมาย

 

“ผมขอเตือนไปยังผู้ครอบครองผิดกฎหมายว่า หากไม่คืนที่ดินตามประกาศ จะถูกบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ดังนั้นคุยกันดีๆ คืนดีๆ ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าไม่คืนจะใช้มาตรา 44 ที่ยังใช้ได้อยู่ ผมไม่ต้องเสียเวลาไปฟ้องร้อง ผมจะผลักดันให้จอมบึงเป็นเมืองต้นแบบ หรือจอมบึงโมเดล สำหรับการปฏิรูปที่ดินทั้งระบบ เกษตรกรจะมีที่ดินทำกิน มีแหล่งน้ำ มีอาชีพมั่นคง และมีที่อยู่อาศัยถาวร เป็นโครงการต้นแบบที่ต้องการขยายไปทั่วประเทศ” ร.อ. ธรรมนัสกล่าว

 

ร.อ. ธรรมนัสยังสั่งการให้กรมพัฒนาที่ดิน และกรมชลประทาน ลงพื้นที่วางแผนพัฒนาระบบน้ำ โครงสร้างพื้นฐาน และปรับปรุงพื้นที่ทำกินใหม่ทั้ง 3 โซนในอำเภอจอมบึง โดยใช้งบประมาณปี 2569 ประมาณ 140 ล้านบาท นอกจากนี้ ตนได้ประสานไปยัง พอช. เพื่อสร้างบ้านให้เกษตรกรผู้ย้ายเข้าพื้นที่ใหม่กว่า 100 หลัง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เมื่อเราจะเอาชาวบ้านมาอยู่ตรงนี้ ต้องส่งเสริมให้มีที่อยู่ที่มั่นคง มีอาชีพที่มั่นคง จัดระบบนิเวศให้ดี ทั้งนี้ขอขอบคุณนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ที่รับทำถนนให้พี่น้องชาวบ้านในตำบลลางบัวด้วย

 

ในด้านปัญหาพืชเศรษฐกิจ โดยเฉพาะมะพร้าว ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ได้ติดตามปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำในราชบุรีอย่างใกล้ชิด โดยตลาดจีนยังต้องการผลผลิตจำนวนมาก แต่กลับมีความผิดปกติในห่วงโซ่การซื้อขายมะพร้าวภายในประเทศ จึงเตือนผู้รับซื้อและล้งต่างๆ ว่า อย่าเอาเปรียบเกษตรกรมากเกินไป ไม่อย่างนั้นตนจะใช้ไม้แข็ง ซึ่งตอนนี้ตนสามารถแก้ราคาทุเรียนและลำไยได้สำเร็จแล้ว และเตรียมดำเนินการกับมะพร้าวอย่างจริงจังเช่นกัน

 

“พี่น้องล้งหรือพี่น้องที่เกี่ยวข้องกับต้นทางของพี่น้องเกษตรกรจนถึงผู้บริโภค อะไรที่ท่านทำไม่ถูก อย่าทำ อย่าเอาเปรียบเกษตรกรมากเกินไป อย่าให้ผมต้องใช้ไม้แข็ง คุยกันดีๆ ช่วยกันและกันนะครับ เหมือนทุเรียนที่เราผ่านพ้นวิกฤตมาแล้ว ลำไยกำลังจะผ่านพ้นวิกฤตมะพร้าวมาอีกแล้ว อีกเรื่องหนึ่งคือ ปลายี่สก ถือเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจของพี่น้องชาวจังหวัดราชบุรี ซึ่งมันได้หายวิถีชีวิตของคนที่นี่ผมจะมาฟื้นให้มันกลับมาเหมือนในอดีต โดยได้สั่งการอธิบดีกรมประมงแล้วว่า ให้มาทำดำเนินการให้เกิดรูปธรรม และผมจะลงมาติดตามความคืบหน้าอีกครั้งหนึ่ง”

 

ร.อ. ธรรมนัสยังกล่าวถึงคณะกรรมการนโยบายข้าวที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ท่านเป็นประธานประชุมไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ซึ่งผมติดภารกิจจึงมอบหมายให้ นเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าประชุมแทน ทุกอย่างที่เป็นนโยบายทั้งหมด หรือที่ยังไม่เอาเข้าที่ประชุม ตนจะหารือส่วนตัวกับท่านนายกฯ และเชื่อว่าท่านจะฟังตน ซึ่งท่านก็ดีใจที่สามารถขยับราคาข้าวหอมมะลิให้สูงขึ้นแตะ 13,800 บาท/ตัน ได้ ส่วนราคาข้าวเหนียวของพี่น้องภาคอีสานและภาคเหนือ ตนก็กำลังเร่งแก้ไขให้เช่นกัน

The post ธรรมนัสประกาศทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก. จากนายทุน บอกไม่คืนเจอ ม.44 ยึดจัดสรรใหม่ให้เกษตรกร จ่อใช้ไม้แข็งแก้ปัญหาล้ง-ผู้รับซื้อมะพร้าว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปัญหาฝุ่นต้องจบ! จ่าสิงห์ ลุยเมืองกาญจน์ ดันมาตรฐานโรงงานสะอาด ลด PM2.5 ควบคู่จ้างงานคนพื้นที่ https://thestandard.co/yotsingh-ratchaburi-sugar-pm25-kanchanaburi/ Sun, 12 Oct 2025 10:49:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1129675 yotsingh-ratchaburi-sugar-pm25-kanchanaburi

วานนี้ (11 ตุลาคม) ช่วงเช้า จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ […]

The post ปัญหาฝุ่นต้องจบ! จ่าสิงห์ ลุยเมืองกาญจน์ ดันมาตรฐานโรงงานสะอาด ลด PM2.5 ควบคู่จ้างงานคนพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
yotsingh-ratchaburi-sugar-pm25-kanchanaburi

วานนี้ (11 ตุลาคม) ช่วงเช้า จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย ใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ตรวจเยี่ยมโรงงานน้ำตาลราชบุรี ต้นแบบอุตสาหกรรมสะอาดที่รับซื้ออ้อยสด 100% เพื่อขับเคลื่อนโมเดล ‘อุตสาหกรรมพึ่งพาได้’ ลดปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร

 

จ่าเอก ยศสิงห์ และคณะได้เข้าตรวจเยี่ยม บริษัท น้ำตาลราชบุรี จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โดยเป็นโรงงานน้ำตาลต้นแบบที่มีนโยบาย รับซื้ออ้อยสด 100% และมีสัดส่วนการรับซื้ออ้อยสดสูงถึง 99% ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘สู่ความเป็นเลิศในการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายอย่างยั่งยืน’

 

บริษัทได้ดำเนินโครงการสนับสนุนชาวไร่อ้อยอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการสนับสนุนเครื่องจักรเก็บเกี่ยว โครงการตรวจแปลงอ้อยเพื่อลดอุปสรรคของเครื่องตัดอ้อย และโครงการมอบโล่เชิดชูเกียรติชาวไร่อ้อยดีเด่น รวมถึงกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและ CSR ที่มุ่งลดการเผาอ้อยและการปล่อยควันพิษ PM2.5 ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่กระทบต่อสุขภาพของประชาชน

 

จ่าเอก ยศสิงห์ เปิดเผยว่า แนวทางของโรงงานน้ำตาลราชบุรีในการรับซื้ออ้อยสด 100% เป็นตัวอย่างชัดเจนของการนำนโยบาย ‘อุตสาหกรรมพึ่งพาได้’มาปฏิบัติได้จริงแล้วเกิดผล เพราะไม่เพียงแค่โรงงานจะช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอ้อยในพื้นที่แล้ว แต่ยังสามารถช่วยลดการเผาอ้อยที่เป็นต้นเหตุของฝุ่น PM2.5 ได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

“อุตสาหกรรมพึ่งพาได้ ไม่ได้หมายถึงแค่โรงงานอยู่ได้เพียงฝ่ายเดียว แต่หมายถึงการสร้างระบบเศรษฐกิจที่ทุกภาคส่วนอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน ทั้งเกษตรกร โรงงาน และสิ่งแวดล้อม” จ่าเอก ยศสิงห์ กล่าว พร้อมระบุว่าโมเดลรับซื้อเพียงแค่อ้อยสด 100% ถือเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และชุมชน ที่ควรถูกขยายผลไปยังโรงงานน้ำตาลทั่วประเทศ เพื่อเป็นแนวทางสำคัญในการลดมลพิษทางอากาศในระยะยาว

 

จ่าเอก ยศสิงห์ กล่าวปิดท้ายว่า “กระทรวงอุตสาหกรรมจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพัฒนาและส่งเสริมมาตรการสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจเพื่อให้โรงงานและเกษตรกรทั่วประเทศหันมาร่วมลดการเผาอ้อยและสร้างอุตสาหกรรมพึ่งพาได้จริงให้กับทุกภาคส่วนให้เติบโตได้บนฐานการมีสิ่งแวดล้อมที่ดี”

The post ปัญหาฝุ่นต้องจบ! จ่าสิงห์ ลุยเมืองกาญจน์ ดันมาตรฐานโรงงานสะอาด ลด PM2.5 ควบคู่จ้างงานคนพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลเปิด มอเตอร์เวย์ M81 ไปเมืองกาญฯ ง่าย สะดวก รวดเร็ว ฟรี 13 วัน รับคิงส์คัพ ครั้งที่ 51 กระตุ้นเศรษฐกิจภาคตะวันตก https://thestandard.co/m81-kanchanaburi-motorway-free/ Fri, 29 Aug 2025 03:08:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1112907

วันนี้ (29 สิงหาคม) ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำ […]

The post รัฐบาลเปิด มอเตอร์เวย์ M81 ไปเมืองกาญฯ ง่าย สะดวก รวดเร็ว ฟรี 13 วัน รับคิงส์คัพ ครั้งที่ 51 กระตุ้นเศรษฐกิจภาคตะวันตก appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (29 สิงหาคม) ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เปิดทดลองให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี (มอเตอร์เวย์ M81) ระยะทาง 96 กิโลเมตรตลอดสาย โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม 2568 เวลา 15.00 น. ไปจนถึงวันพุธที่ 10 กันยายน 2568 เวลา 09.00 น. รวม 13 วัน เพื่ออำนวยความสะดวกการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 51 ประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-9 กันยายน 2568 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดกาญจนบุรี (สนามกลีบบัว)

 

สำหรับด่านที่เปิดให้บริการมีจำนวนทั้งสิ้น 7 ด่าน ได้แก่ ด่านบางใหญ่ ด่านนครชัยศรี ด่านนครปฐมฝั่งตะวันออกด่านนครปฐมฝั่งตะวันตก ด่านท่ามะกา ด่านท่าม่วง และด่านกาญจนบุรี ยกเว้นด่านศีรษะทอง ทั้งนี้ เปิดทดลองให้บริการจำกัดเฉพาะรถยนต์ 4 ล้อ และกำหนดความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยในการใช้เส้นทาง

 

การเปิดทดลองให้บริการมอเตอร์เวย์ M81 ในครั้งนี้ นอกจาก เป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้เดินทางเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 51 ซึ่งเป็นการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติที่สร้างความภาคภูมิใจแก่คนไทย ยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจ การขนส่งและโลจิสติกส์ และการท่องเที่ยวในจังหวัดนนทบุรี นครปฐม ราชบุรี และกาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของภาคตะวันตก

 

นอกจากนี้ ยังเป็นทางเลือกในการเดินทางสู่ภาคใต้ สอดคล้องกับนโยบายคมนาคมเพื่อโอกาสประเทศไทย ที่มุ่งเน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่มีมาตรฐาน สร้างโอกาสและการเข้าถึงให้กับประชาชนในทุกมิติ รวมถึงเพื่อบรรเทาความหนาแน่นของการจราจรบนเส้นทางหลัก โดยเฉพาะบริเวณถนนกาญจนาภิเษกและถนนเพชรเกษม มอเตอร์เวย์ M81 จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญของการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยสำหรับประชาชนผู้ใช้ทาง

 

“รัฐบาลขอความร่วมมือผู้ใช้ทาง ควรศึกษาข้อมูลการเดินทาง ตรวจสอบสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้งาน และปฏิบัติตามกฎจราจร ป้ายเตือน ป้ายแนะนำ และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทาง” ศศิกานต์กล่าว

The post รัฐบาลเปิด มอเตอร์เวย์ M81 ไปเมืองกาญฯ ง่าย สะดวก รวดเร็ว ฟรี 13 วัน รับคิงส์คัพ ครั้งที่ 51 กระตุ้นเศรษฐกิจภาคตะวันตก appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระทรวงการคลังมอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุ ‘ธนารักษ์เอื้อราษฎร์’ 1,500 ไร่ อำเภอสวนผึ้ง ราชบุรี ให้ประชาชนอยู่อาศัย-ทำเกษตร https://thestandard.co/ratchaburi-public-land-residential-agriculture/ Sat, 21 Sep 2024 08:04:36 +0000 https://thestandard.co/?p=986292 ธนารักษ์เอื้อราษฎร์

วันนี้ (21 กันยายน) ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่ […]

The post กระทรวงการคลังมอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุ ‘ธนารักษ์เอื้อราษฎร์’ 1,500 ไร่ อำเภอสวนผึ้ง ราชบุรี ให้ประชาชนอยู่อาศัย-ทำเกษตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนารักษ์เอื้อราษฎร์

วันนี้ (21 กันยายน) ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ลงพื้นที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เพื่อมอบสัญญาเช่าที่ดินในโครงการ ‘ธนารักษ์เอื้อราษฎร์’

 

ดร.เผ่าภูมิ ระบุว่า โครงการนี้คือสัญญาเช่าที่ดินพลิกชีวิตประชาชนของกระทรวงการคลัง ที่จัดให้มีการมอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ รบ.553 (บางส่วน) ตำบลป่าหวาย ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี รวม 162 สัญญา เนื้อที่ 1,500 ไร่ 72 ตารางวา เพื่ออยู่อาศัย จำนวน 55 สัญญา เนื้อที่ 139 ไร่ 1 งาน 33 ตารางวา และเพื่อประกอบการเกษตร จำนวน 107 สัญญา เนื้อที่ 1,360 ไร่ 3 งาน 39 ตารางวา ในอัตราค่าเช่าต่ำ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

 

ดร.เผ่าภูมิ กล่าวต่อว่า กระทรวงการคลังมุ่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ช่วยให้ประชาชนมีที่ดินในการประกอบอาชีพ มีรายได้ และมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง เข้าถึงบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานของรัฐ ทั้งสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ และยังสามารถนำสิทธิการเช่าที่ดินไปใช้ประกอบการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้อีกด้วย ซึ่งจะเป็นการสร้างชีวิตใหม่ โอกาสใหม่ให้กับประชาชน 

 

โดยมีค่าเช่าที่ต่ำ เริ่มต้นที่ 20 บาทต่อไร่ต่อปี สำหรับเนื้อที่ไม่เกิน 50 ไร่ ปีนี้กรมธนารักษ์ได้มอบสัญญาเช่าที่ดินสร้างชีวิตใหม่ให้ประชาชนแล้วกว่า 2,800 ราย พื้นที่กว่า 9,000 ไร่ และที่ต่อไปคือจังหวัดสุราษฎร์ธานีในเดือนพฤศจิกายน

The post กระทรวงการคลังมอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุ ‘ธนารักษ์เอื้อราษฎร์’ 1,500 ไร่ อำเภอสวนผึ้ง ราชบุรี ให้ประชาชนอยู่อาศัย-ทำเกษตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ราชบุรีเปลี่ยนไปแล้ว แม้ประชาชนพ่าย แต่นับเป็นชัยชนะ ได้เพิ่ม 1 แสนเสียง! | THE STANDARD NOW (HL) https://thestandard.co/thestandardnow020967-2/ Tue, 03 Sep 2024 03:11:50 +0000 https://thestandard.co/?p=978734

ปารีณา-อ.ธนพร ชี้ว่าการเมืองราชบุรีเปลี่ยนไปแล้ว แม้พรร […]

The post ชมคลิป: ราชบุรีเปลี่ยนไปแล้ว แม้ประชาชนพ่าย แต่นับเป็นชัยชนะ ได้เพิ่ม 1 แสนเสียง! | THE STANDARD NOW (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปารีณา-อ.ธนพร ชี้ว่าการเมืองราชบุรีเปลี่ยนไปแล้ว แม้พรรคประชาชนพ่ายศึกเลือกตั้งนายก อบจ.ราชบุรี แต่นับเป็นชัยชนะ เพราะไม่ใช้เงิน แต่ได้เพิ่มจากเดิมถึง 1 แสนเสียง

The post ชมคลิป: ราชบุรีเปลี่ยนไปแล้ว แม้ประชาชนพ่าย แต่นับเป็นชัยชนะ ได้เพิ่ม 1 แสนเสียง! | THE STANDARD NOW (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิวัฒน์ชนะนายก อบจ.ราชบุรี อีกสมัย ชี้ แม้สู้กับพรรคการเมือง แต่การลงพื้นที่ทำให้ประชาชนไว้ใจ https://thestandard.co/wiwat-won-president-of-the-pao-of-ratchaburi/ Mon, 02 Sep 2024 00:53:28 +0000 https://thestandard.co/?p=978322

วานนี้ (1 กันยายน) วิวัฒน์ นิติกาญจนา ผู้สมัครนายกองค์ก […]

The post วิวัฒน์ชนะนายก อบจ.ราชบุรี อีกสมัย ชี้ แม้สู้กับพรรคการเมือง แต่การลงพื้นที่ทำให้ประชาชนไว้ใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (1 กันยายน) วิวัฒน์ นิติกาญจนา ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ราชบุรี ประกาศชัยชนะเลือกตั้ง ก่อนแถลงข่าวขอบคุณประชาชนจังหวัดราชบุรีที่ยังคงเชื่อใจ เชื่อมั่นในการทำงาน และลงคะแนนเสียงให้มากกว่า 2 แสนคะแนน ซึ่งเทียบเท่ากับการเลือกตั้งในปี 2563

 

วิวัฒน์กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนได้สร้างผลงานและมั่นใจว่าตัวเองจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งและได้ทำงานต่อ ส่วนเรื่องการร้องเรียนเรื่องซื้อสิทธิขายเสียง ยืนยันว่าไม่ได้มีการซื้อสิทธิขายเสียง ขอกราบขอบพระคุณประชาชนชาวจังหวัดราชบุรีที่ไว้วางใจให้มาดำรงตำแหน่งนายก อบจ.ราชบุรีอีกหนึ่งสมัย

 

“การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อน เนื่องจากว่าเป็นการเลือกตั้งการเมืองท้องถิ่นที่ต่อสู้กับพรรคการเมืองระดับประเทศ แต่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าการลงพื้นที่ และการทำงานเพื่อประชาชนสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ได้” วิวัฒน์ระบุ

 

วิวัฒน์ยืนยันว่า จะสานต่อโครงการที่ทำไว้และยังคงติดค้างอยู่ ซึ่งโครงการแรกที่จะดำเนินการหลังจากได้รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ คือการบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากในจังหวัดราชบุรี ประชาชนทำอาชีพเกษตรกรรม ประสบปัญหาภัยแล้ง หลังจากนี้จะประสานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน เพื่อบริหารจัดการน้ำให้เกษตรกรมีน้ำในการเพาะปลูกอย่างเพียงพอ

 

นอกจากนี้ วิวัฒน์กล่าวอีกว่า จะนำนโยบายของพรรคคู่แข่งที่เป็นที่สนใจของประชาชนนำมาปรับใช้ เพื่อที่จะทำงานให้กับประชาชนทั้งที่ลงคะแนนเสียงให้และไม่ลงคะแนนเสียงให้

 

ทั้งนี้ ภายหลังทราบผลเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐมีการประสานงานมาหรือไม่นั้น โดยเฉพาะ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ วิวัฒน์ระบุว่า ไม่ได้ติดต่อตั้งแต่หาเสียง ยืนยันว่าตนเองไม่มีพรรคการเมืองหนุนหลัง และไม่ได้เป็นบ้านใหญ่ตามที่หลายฝ่ายอ้าง

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บุญยิ่ง นิติกาญจนา สส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นภรรยาของวิวัฒน์ รวมถึง อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส. ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ มาร่วมในการแถลงข่าวและแสดงความยินดีกับวิวัฒน์ด้วย

 

สำหรับผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการนับแล้ว 99% ชัยรัตน์ ศักดิ์อิสระพงศ์ จากพรรคประชาชน เบอร์ 1 ได้ 170,047 คะแนน ขณะที่ วิวัฒน์ นิติกาญจนา อดีตนายก อบจ.ราชบุรี เบอร์ 2 ได้ 237,976 คะแนน

The post วิวัฒน์ชนะนายก อบจ.ราชบุรี อีกสมัย ชี้ แม้สู้กับพรรคการเมือง แต่การลงพื้นที่ทำให้ประชาชนไว้ใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคประชาชนแถลงผลเลือกตั้งนายก อบจ.ราชบุรี ชี้ คะแนนเพิ่มเป็นเท่าตัว เชื่อมีโอกาสชิงชัยสนามอื่น https://thestandard.co/election-results-for-the-president-of-the-ratchaburi-pao/ Mon, 02 Sep 2024 00:34:15 +0000 https://thestandard.co/?p=978308

วานนี้ (1 กันยายน) พรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญา […]

The post พรรคประชาชนแถลงผลเลือกตั้งนายก อบจ.ราชบุรี ชี้ คะแนนเพิ่มเป็นเท่าตัว เชื่อมีโอกาสชิงชัยสนามอื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (1 กันยายน) พรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค, ศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรค, พร้อมด้วย ชัยรัตน์ ศักดิ์อิสระพงศ์ ผู้สมัครนายก อบจ.ราชบุรี เบอร์ 1 ในนามพรรคประชาชน ร่วมกันแถลงข่าวหลังทราบผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ

 

ชัยรัตน์กล่าวขอบคุณชาวจังหวัดราชบุรีที่ออกมาใช้เสียง ตามรายงานตัวเลขยังไม่ทราบว่าจะออกมาเท่าไร แต่ขอขอบคุณชาวราชบุรีที่ไว้ใจตนเอง คะแนนเมื่อเทียบกับปี 2563 เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว เพราะในปี 2563 คณะก้าวหน้าได้ประมาณ 70,000 คะแนน สะท้อนถึงการทำงานในพื้นที่อย่างหนักตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้ออกดอกออกผลแล้ว สะท้อนถึงคนที่เห็นด้วยกับนโยบายของเรา

 

“แม้วันนี้ยังไม่ชนะการเลือกตั้ง แต่พรุ่งนี้จะมุ่งมั่นทำงานในพื้นที่ต่อไป เพื่อพัฒนาจังหวัดราชบุรีให้ดีกว่าเดิม หวังว่าในอนาคตจะประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งของจังหวัดราชบุรี” ชัยรัตน์กล่าว

 

ส่วนที่ วิวัฒน์ นิติกาญจนา ผู้สมัครนายก อบจ.ราชบุรี หมายเลข 2 มีคดีที่คณะกรรมการป้องกันแลปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลคดีซากหมูนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องพิจารณาเรื่องผลการเลือกตั้ง จากนั้นจึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย ต้องมีคำตอบและแนวทางที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อการทำงานของ อบจ. และเป็นเหมือนการเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี

 

ด้านณัฐพงษ์กล่าวขอบคุณพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ออกมาใช้เสียง ทุกการเลือกตั้งเป็นโอกาสในการสร้างความเปลี่ยนแปลง แม้วันนี้จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิจะยังไม่ได้ข้อสรุป แต่จำนวนเสียงสนับสนุนเราเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากการเลือกตั้งครั้งก่อน ซึ่งเป็นหนึ่งสิ่งที่ช่วยสะท้อนถึงการทำงานในพื้นที่อย่างเข้มข้น และเป็นสิ่งที่ทำให้ประชาชนให้ความสำคัญกับการเมืองท้องถิ่น และให้ความไว้วางใจเรามากขึ้น

 

ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน ยืนยันจะเดินหน้าผลักดันนโยบายต่างๆ เช่น การอภิปรายงบปี 2568 การเลือกตั้งซ่อมจังหวัดพิษณุโลก และการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่

 

ส่วนที่หลายคนมองว่าศึกเลือกตั้งนายก อบจ. นั้นเหมือนศึกกระดูกคนละเบอร์คงไม่เกี่ยวกัน เพราะทุกสนามการเลือกตั้งพ่อแม่พี่น้องประชาชนตัดสินใจจากนโยบาย เชื่อมั่นว่าทุกนโยบายเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ผลเลือกตั้งมีหลายปัจจัยซึ่งเสียงของประชาชนสำคัญสุด ดังนั้นสิ่งสำคัญของทุกพรรคการเมือง รวมถึงพรรคประชาชนคือ การออกแบบระบบเลือกตั้งให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิมากที่สุด เพื่อได้ตัวแทนและนโยบายที่สะท้อนความต้องการของพี่น้องประชาชน

 

นอกจากหาเสียงลงพื้นที่ให้หนักมากขึ้น พรรคประชาชนยังอยู่ในระหว่างการศึกษา แก้ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น พ.ศ. 2562 ซึ่งทุกพรรคจะได้ประโยชน์ร่วมกัน

 

ขณะที่ศรายุทธิ์กล่าวว่า เราพยายามทำเต็มที่ เรามีเวลาทำงานเพียง 40 กว่าวันหลังนายก อบจ.คนเก่าประกาศลาออก ได้คะแนนมาเป็นที่น่าพอใจ แม้จะไม่ประสบผลสำเร็จ หลังจากที่ตนเองดูแลท้องถิ่นตั้งแต่พรรคก้าวไกลจนถึงพรรคประชาชน ประกาศส่งผู้สมัครนายก อบจ.แล้ว 5 จังหวัด และมีอีก 10-15 จังหวัดที่จะประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายนนี้ พรรคประชาชนจะมุ่งมั่นเตรียมความพร้อมในการทำนโยบาย ทำให้ทีมงานมีความเข้มแข็งมากขึ้น

 

ทั้งนี้ ระยะเวลาการหาเสียงมีจำกัด ทำให้ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นแก่พี่น้องประชาชนได้ภายใน 45 วัน การเปลี่ยนใจให้ประชาชนเชื่อมั่นต้องใช้เวลา แต่มั่นใจว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นในรอบนี้จะมีนายก อบจ.ในนามพรรคประชาชนชนะอย่างแน่นอน เพียงแต่จะเป็นจังหวัดไหนขอให้รอดู

 

สำหรับผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการนับแล้ว 99% ชัยรัตน์ ศักดิ์อิสระพงศ์ จากพรรคประชาชน เบอร์ 1 ได้ 170,047 คะแนน ขณะที่ วิวัฒน์ นิติกาญจนา อดีตนายก อบจ.ราชบุรี เบอร์ 2 ได้ 237,976 คะแนน

The post พรรคประชาชนแถลงผลเลือกตั้งนายก อบจ.ราชบุรี ชี้ คะแนนเพิ่มเป็นเท่าตัว เชื่อมีโอกาสชิงชัยสนามอื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธาน กกต. หวังชาวราชบุรีออกมาใช้สิทธิเลือกนายก อบจ. มากขึ้น เผยสั่งสอบแล้วหลังได้เบาะแสซื้อสิทธิขายเสียง https://thestandard.co/ratchaburi-election-probe/ Sat, 31 Aug 2024 08:16:28 +0000 https://thestandard.co/?p=977977 ราชบุรี นายก อบจ.

วันนี้ (31 สิงหาคม) อิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเ […]

The post ประธาน กกต. หวังชาวราชบุรีออกมาใช้สิทธิเลือกนายก อบจ. มากขึ้น เผยสั่งสอบแล้วหลังได้เบาะแสซื้อสิทธิขายเสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราชบุรี นายก อบจ.

วันนี้ (31 สิงหาคม) อิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงพื้นที่สังเกตการณ์การออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งนายก อบจ. ราชบุรี พร้อมติดตามการรับมอบวัสดุอุปกรณ์และบัตรเลือกตั้งที่วิทยาลัยเทคนิค ราชบุรี ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 1 กันยายนนี้    

 

อิทธิพรระบุว่า ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยภายใต้กรอบกฎหมายกำหนดไว้ในการปฏิบัติ ทั้งนี้ได้ขอความร่วมมือในวันเลือกตั้งให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้สิทธิเลือกตั้งได้ตามเวลาที่กำหนด ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. และนายจ้างหรือผู้บังคับบัญชาต้องอนุญาตให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกไปใช้สิทธิ หากไม่อนุญาตจะมีความผิดตามกฎหมาย

 

ขณะเดียวกันในการใช้สิทธิเลือกตั้งขอให้นำบัตรประชาชนเพื่อนำมาแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ในหน่วยเลือกตั้ง ในกรณีที่บัตรประชาชนหมดอายุสามารถทำบัตรประชาชนได้ในวันนี้ 31 สิงหาคม และวันที่ 1 กันยายน เนื่องจากสำนักงานทะเบียนอำเภอและท้องถิ่นเปิดทำบัตรประชาชนเป็นกรณีพิเศษในจังหวัดราชบุรีที่มีการเลือกตั้ง 

 

ทั้งนี้ให้ระมัดระวังเมื่อได้บัตรและลงคะแนนแล้วอย่าถ่ายภาพ เนื่องจากผิดกฎหมาย และย้ำถึงมาตรา 173 ของกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น ห้ามจำหน่ายจ่ายแจกสุราตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันนี้ถึงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 1 กันยายน ขอให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

 

ทั้งนี้หวังว่าประชาชนจะออกมาใช้สิทธิมากกว่าเดิม ขณะเดียวกันหากไม่ได้ไปใช้สิทธิและไม่ได้แจ้งเหตุอาจทำให้เสียสิทธิทางการเมืองบางประการ

 

สำหรับกรณีโลโก้ของผู้สมัครรับเลือกตั้งบางรายซึ่งเป็นโลโก้เก่าและมีการติดตั้งที่หน้าหน่วยนั้น ได้ชี้แจงว่า ตามกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นไม่มีข้อห้ามพรรคการเมืองที่จะให้การสนับสนุนผู้สมัครรายใด ส่วนการใช้โลโก้ของพรรคการเมืองในการสมัครก็ไม่มีข้อห้าม แต่หากใช้เครื่องหมายโลโก้ของพรรคใดจะต้องได้รับการอนุญาตจากพรรคนั้น

 

ส่วนเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง อิทธิพรระบุว่า ล่าสุดวันที่ 30 สิงหาคม มีผู้มาแจ้งเบาะแสทุจริตเลือกตั้งที่สำนักงาน กกต. จังหวัดราชบุรี จึงได้สั่งการชุดเคลื่อนที่เร็วลงพื้นที่ตามที่มีการแจ้งเบาะแสว่ามีการซื้อเสียง เมื่อไปถึงตรวจแล้วไม่พบการกระทำฝ่าฝืน 

 

“ชุดเคลื่อนที่เร็วไม่ได้หยุดแค่นั้น ได้ขอพบบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมในการแจก กำชับบุคคลเหล่านั้นว่าอย่าปฏิบัติหน้าที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เพราะเราทราบข่าวมา มีการติดตามอยู่ เพราะฉะนั้นเมื่อไรก็ตามที่มีการให้เบาะแสเราจะทำทันที มีผู้หวังดีแจ้งเรามาเราก็ได้แจ้งชุดเคลื่อนที่เร็ว ชุดเคลื่อนที่เร็วก็ลงพื้นที่ทันที ก่อนที่จะรายงานผลกลับมา เมื่อไรที่มีข้อมูลหลักฐานชัดเจนก็จะดำเนินการทันที” อิทธิพรกล่าว

 

พร้อมเชิญชวนประชาชนหากพบเบาะแสข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตหรือมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนที่อาจนำไปสู่การดำเนินคดี และนำไปสู่การพิพากษาว่าบุคคลเหล่านั้นกระทำความผิด จะได้รับเงินรางวัลในการชี้เบาะแสตามระเบียบว่าด้วยการให้เงินรางวัลสูงสุด 1 ล้านบาท 

The post ประธาน กกต. หวังชาวราชบุรีออกมาใช้สิทธิเลือกนายก อบจ. มากขึ้น เผยสั่งสอบแล้วหลังได้เบาะแสซื้อสิทธิขายเสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคประชาชน ปราศรัยโค้งสุดท้ายศึกชิงนายก อบจ.ราชบุรี ชี้สนามนี้ไม่มีศาลฯ มาเอาออกจากตำแหน่ง บอกสลับขั้วมั่วซั่ว-อะไรไม่เคยเห็นก็ได้เห็น https://thestandard.co/peoples-party-speech/ Sat, 31 Aug 2024 05:55:13 +0000 https://thestandard.co/?p=977912

วานนี้ (30 สิงหาคม) แกนนำพรรคประชาชน (ปชน.) ลงพื้นที่หา […]

The post พรรคประชาชน ปราศรัยโค้งสุดท้ายศึกชิงนายก อบจ.ราชบุรี ชี้สนามนี้ไม่มีศาลฯ มาเอาออกจากตำแหน่ง บอกสลับขั้วมั่วซั่ว-อะไรไม่เคยเห็นก็ได้เห็น appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (30 สิงหาคม) แกนนำพรรคประชาชน (ปชน.) ลงพื้นที่หาเสียงพร้อมปราศรัยช่วย ชัยรัตน์ ศักดิ์อิสระพงศ์ ผู้สมัครนายก อบจ.บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี โค้งสุดท้าย ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 1 กันยายนนี้

 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ตนอยากสื่อสารความในใจ ที่อยากทำการเมืองให้หลุดแบบเดิมๆ เปลี่ยนปัญหาที่หมักหมม เปลี่ยนวิถีการเมืองแบบเดิม เปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับนักการเมือง ต่อไปประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

 

ณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า เชื่อว่าการนำเสนอนโยบายที่ดีไม่ใช่ขายฝัน เราต้องการให้ราชบุรีเป็นหมุดหมายแรกที่เปลี่ยนแปลงสู่อนาคต ตนเป็นคนธรรมดา เพียงแต่สวมหมวกหัวหน้าพรรค ซึ่งเราประชาชนเหมือนกัน มีภารกิจทำให้การเมืองดีขึ้น พร้อมย้ำว่าสนามนี้ไม่มีศาลรัฐธรรมนูญมาเอานายก อบจ. ออกจากตำแหน่ง มีแค่ 2 เบอร์ไม่มีใครมาฉีก MOU ให้เราจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ไม่มีประวัติด่างพร้อยให้ใครมาแจกใบเหลือง

 

‘ชัยธวัช’ ชี้ อะไรไม่เคยเห็นก็ได้เห็น สับสลับขั้วมั่วซั่ว

 

ด้านชัยธวัช ตุลาธน ปราศรัยว่า ในการเลือกตั้งปี 2566 เราบอกว่ากาก้าวไกลประเทศไทยไม่เหมือนเดิม แม้จะยังส่งพิธาเป็นนายกคนที่ 31 ไม่ได้ แต่ประเทศไทยไม่เหมือนเดิมจริงๆ สิ่งที่เราคิดว่าเป็นไปไม่ได้เป็นไปได้แล้ว และจะเป็นตลอดไป

 

หลายคนแซวติดตลกว่า อะไรที่ไม่เคยคิดจะได้เห็นก็ได้เห็น สลับขั้วไปมามั่วซั่ว นักโทษเทวดาไม่เคยเห็นก็ได้เห็น เป็นอย่างไรเดี๋ยวไปถาม พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เพราะเคยขึ้นไปชั้น 14 เป็นคนน้ำตาตกในซิกๆ ทั้งที่เคยเป็นสลิ่มเสื้อเหลืองเสื้อแดงเจ็บใจกันหมด

 

ชัยธวัชระบุอีกว่า การจัดตั้งรัฐบาลทีหนึ่ง เคาะชามดังกว่าให้ข้าวสุนัขที่บ้านอีก ทะเลาะกันไปกันมา สุดท้ายแค่แย่งชามข้าว ไม่ต้องดัดจริต แล้วมันไปรวมกันหมด เหตุผลที่แท้จริงเขาก็อาย แต่เพราะมันจำเป็น เขารู้สึกว่าการเมืองแบบเก่ากลุ่มผลประโยชน์แบบเก่าที่เคยแบ่งกันกินแบ่งกันใช้กำลังถูกคุกคาม และถูกท้าทายด้วยการเมืองแบบใหม่ของประชาชน

 

“เลิกเอาสถาบันและสิ่งที่ควรจะเป็นศูนย์รวมจิตใจมาใช้เพื่อผลประโยชน์ตัวเองมันน่ารังเกียจ เลิกเอาของสูงมาปกป้องของต่ำ“ ชัยธวัชกล่าว

 

‘ธนาธร’ เชื่อ อนาคตราชบุรีดีกว่านี้ได้

 

ขณะที่ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ระบุว่า ตนเป็นคนอ่อนไหวต่อความเจ็บปวดทุกข์ยากของประชาชน และตนเห็นสิ่งต่างๆ เหล่านี้ไม่ใช่แค่ที่ราชบุรีที่เดียว แต่เห็นทั่วประเทศไทย ซึ่งตนเองบอกตลอดว่าประเทศไทยและลูกหลานเราไม่ควรเป็นแบบนี้

 

เมื่อเราบอกว่าเราจะพัฒนาพาประเทศไปสู่ความก้าวหน้า แต่เขากลับบอกเราว่าเราสุดโต่ง ยืนยันว่าสิ่งที่เรานำเสนอให้ประชาชนไม่ใช่ความสุดโต่ง แต่มันเรียกว่าความเจริญก้าวหน้า

 

“4 ปีนั้นเราแพ้ ไม่ได้นายก อบจ. เลย แต่เราชนะในระดับเทศบาล และเราใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์ ทำงานจริง และทำให้ประชาชนเข้าใจว่าเราทำเป็น เรามีความมุ่งมั่นตั้งใจเพียงพอที่จะพัฒนาประเทศนี้“ ธนาธรกล่าว

 

ธนาธรกล่าวด้วยว่า เราไม่อยากให้คุณอยู่กับการเมืองกับความกลัวแบบนี้ เราอยากให้อยู่กับการเมืองแห่งความหวัง หวังถึงสังคมที่ดีกว่าให้กับคนรุ่นต่อไป เราไม่ต้องการให้คนหวาดกลัวผู้มีอำนาจ แต่เราต้องการให้ผู้มีอำนาจหวาดกลัวพวกคุณ เพราะเราไม่มีระบบอุปถัมภ์ ไม่มีซื้อเสียง เรามีแต่ประชาชนเท่านั้นที่เป็นนายของเรา

 

ส่วนอนาคตของราชบุรีจะเป็นอย่างไรอยู่ที่ทุกท่าน และการเลือกตั้งท้องถิ่นที่เลือกตั้งแบบโดดๆ แบบนี้ คนไม่กลับมาเลือกตั้ง และคนไม่กลับมาเลือกตั้งโอกาสชนะจะน้อยลง ถ้าอยากสนับสนุนหรือเห็นการเปลี่ยนแปลงแห่งความหวัง ให้โทรตามพ่อแม่พี่น้องกลับมาเปลี่ยนแปลงราชบุรีด้วยกัน

 

ขณะที่พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กล่าวปราศรัยว่า ในวันที่ 1 กันยายนนี้ ตนมั่นใจว่าช้างล้ม ส้มชนะแน่นอน แต่จะชนะได้ก็ต้องพึ่งประชาชน สำหรับตนอยากจะบอกว่าราชบุรีแค่ปากซอย ตนเดินทางมา 13,000 กิโลเมตรจากสหรัฐอเมริกา ตอนนี้ตนก็กลับมาแล้ว และเชื่อว่าพี่น้องชาวราชบุรีกำลังเดินทางกลับมา เพื่อนำประชาธิปไตยมาสู่ราชบุรี

 

‘พิธา’ ชี้ ไม่เคยปฏิเสธการแข่งขัน ‘ทักษิณ’

 

พิธาให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานของฝ่ายค้านหลังจากนี้ ภายหลังพรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาลว่า ฝ่ายค้านจะทำงานไม่เหมือนเดิมในช่วงแรก และมั่นใจว่าพรรคประชาชนจะทำงานอย่างเต็มที่และเข้มแข็ง ไม่ได้ทำให้การทำงานของฝ่ายค้านถดถอย

 

ส่วนการหาเสียงของพิธาที่เคยประกาศไว้ มีเราไม่มีลุง มีลุงไม่มีเรา แต่วันนี้ลุงมาอยู่กับเรา รู้สึกอย่างไร พิธากล่าวว่า “เขาปิดไปอีก ป. แต่เขาเพิ่มมาอีก ป. เอาคนที่ชื่อ ป. ลงไป แต่เอาพรรคที่ชื่อ ป. กลับมา”

 

พิธาระบุอีกว่า สิ่งที่กังวลใจคือ การที่จะก้าวข้ามความขัดแย้งในระบอบประชาธิปไตย เรื่องที่มีการสูญเสียและขัดแย้งกันเยอะ สิ่งที่ต้องทำคือการเสาะหาข้อเท็จจริง รวมถึงการเยียวยาหาคนรับผิดชอบให้วัฒนธรรมการลอยนวลหายไป นี่คือบริบทที่เราจะก้าวข้ามความขัดแย้ง ไม่ใช่ก้าวข้ามหัวประชาชน และไปจับมือกับพรรคที่เคยบอกว่าจะไม่จับ หรือบอกว่าแล้วก็ให้แล้วกันไป แล้วเดินไปข้างหน้า เพราะคนโดนกระทำเขาต้องการข้อเท็จจริง และต้องการให้มีบทเรียน มีคนรับผิดชอบ เขาถึงจะก้าวไปข้างหน้าได้ ดังนั้นนักการเมืองต้องคิดให้ดีว่าจะก้าวข้ามความขัดแย้ง หรือคุณกำลังก้าวข้ามหัวประชาชน เพราะสิ่งนี้ต่างกันอย่างชัดเจน

 

ส่วนการที่เขาจับมือกันเป็นเพราะ 14 ล้านเสียงของพรรคก้าวไกล อำนาจเก่าไม่อยากให้ก้าวไกลมาสู่รัฐบาล พิธาระบุว่า เขาทำอะไรอย่าอ้างพรรคก้าวไกลเลย วันนี้ก็เป็นอดีตไปแล้ว พวกคุณก็ทำลายสำเร็จแล้ว แต่พวกเราก็กลับมาได้เป็นพรรคประชาชนแล้ว รอเวลาเราจะเป็นรัฐบาลที่ดีที่สุดเท่าประเทศไทยเคยมีมา

 

ส่วนมองว่าพรรคประชาชนจะสามารถต่อกรกับทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในปี 2570 ได้หรือไม่ พิธายืนยันว่า เราไม่เคยปฏิเสธการแข่งขันกับใครทั้งสิ้น พร้อมที่จะแข่งขันกับทุกคน เพราะตนเชื่อว่านโยบายและบุคลากร หากทำให้เกิดประสิทธิภาพคนที่ได้รับคือประชาชน แต่ปี 2570 ช้าไป ขอให้มองในเดือนกันยายนที่จะเป็นหมุดหมาย ซึ่งการเดินทางกลับมาจากสหรัฐฯ เพื่อมาเอาชัยชนะใน 2 สนามนี้ให้ได้ คือ อบจ.ราชบุรี และพิษณุโลก

 

The post พรรคประชาชน ปราศรัยโค้งสุดท้ายศึกชิงนายก อบจ.ราชบุรี ชี้สนามนี้ไม่มีศาลฯ มาเอาออกจากตำแหน่ง บอกสลับขั้วมั่วซั่ว-อะไรไม่เคยเห็นก็ได้เห็น appeared first on THE STANDARD.

]]>
แกนนำพรรคประชาชนลงพื้นที่ช่วย ‘ชัยรัตน์’ ผู้สมัคร อบจ.ราชบุรี หาเสียง ร่วมถกเกษตรกรเลี้ยงหมู-รับฟังปัญหา https://thestandard.co/peoples-party-campaigns-for-pao-ratchaburi/ Sat, 17 Aug 2024 10:13:46 +0000 https://thestandard.co/?p=972317

วันนี้ (17 สิงหาคม) ที่จังหวัดราชบุรี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญ […]

The post แกนนำพรรคประชาชนลงพื้นที่ช่วย ‘ชัยรัตน์’ ผู้สมัคร อบจ.ราชบุรี หาเสียง ร่วมถกเกษตรกรเลี้ยงหมู-รับฟังปัญหา appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (17 สิงหาคม) ที่จังหวัดราชบุรี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน รักชนก ศรีนอก สส. กรุงเทพฯ เขต 28 พร้อมด้วย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน และ ณรงเดช อุฬารกุล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมเดินสายพบปะประชาชนในหลายพื้นที่ เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ ชัยรัตน์ ศักดิ์อิสระพงศ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ราชบุรี พรรคประชาชน เบอร์ 1

 

จากนั้นในช่วงบ่าย ชัยรัตน์ได้ร่วมวงพูดคุยกับเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในจังหวัดราชบุรี เพื่อรับฟังปัญหาราคาหมูที่นิ่งมานานเมื่อเทียบกับต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถแข่งขันกับรายใหญ่ได้ ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญปัญหาโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (AFS) ต่อเนื่อง ตามมาด้วยปัญหาหมูเถื่อน

 

หลังรับฟังปัญหา พิธาได้เสนอแนวคิดว่าจากสถานการณ์ราคาในปัจจุบัน สิ่งที่จะแก้ปัญหาได้ก็คือการลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ ซึ่ง สส. พรรคประชาชน กำลังออกแบบผลักดันการแก้กฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สหกรณ์ และ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ที่เปิดช่องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถมีเงื่อนไขจัดซื้อจัดจ้างกับคู่สัญญาที่เป็น SMEs ได้ง่ายกว่าบริษัทรายใหญ่ เป็นต้น

 

ขณะที่การเพิ่มรายได้สามารถทำได้ทันที และอยู่ภายใต้อำนาจของ อบจ. ที่จะเป็นตัวกลางประสานกับทั้งภาคเอกชน ภาคการท่องเที่ยว และหน่วยงานในสังกัด เพื่อหาฐานลูกค้าใหม่ให้กับเกษตรกร ส่วนระยะกลางคือการหาทางสร้างแบรนด์และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า หาจุดเด่นที่แตกต่างจากเจ้าใหญ่ จากนั้นระยะยาวก็เป็นเรื่องที่ต้องมาคิดต่อในขั้นตอนของการแปรรูป

 

ด้านชัยรัตน์ระบุว่า หนึ่งในนโยบายที่ตนและพรรคประชาชนนำเสนอคือเรื่องของการหาวัตถุดิบอาหารกลางวันมาจัดสรรให้กับหน่วยงานในสังกัด อบจ. ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนหรือโรงพยาบาล ซึ่งจะเป็นการเพิ่มฐานลูกค้าให้กับเกษตรกรโดยตรง และ อบจ. ก็ยังสามารถมีบทบาทได้ ที่ผ่านมาได้พูดคุยกับผู้ประกอบการหอการค้ารุ่นใหม่ (YEC) ในจังหวัดราชบุรี พบว่ามีแนวคิดทำให้ราชบุรีมีหมูสายพันธุ์เฉพาะเป็นของตัวเอง ส่งเสริมให้เกษตรกรรายย่อยหรือผู้เลี้ยงหมูใต้ถุนบ้านพัฒนาหมูของตัวเองให้มีคุณภาพแบบพรีเมียม มีอัตลักษณ์แบบเดียวกับคุโรบุตะของญี่ปุ่น ที่ อบจ. สามารถเข้ามามีบทบาทในการประสานเชื่อมโยงหลายองค์กรและหน่วยงานให้มารวมกันได้

 

 

The post แกนนำพรรคประชาชนลงพื้นที่ช่วย ‘ชัยรัตน์’ ผู้สมัคร อบจ.ราชบุรี หาเสียง ร่วมถกเกษตรกรเลี้ยงหมู-รับฟังปัญหา appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิธา ขอชาวราชบุรีกาเบอร์ 1 ให้ถล่มทลาย สานต่ออุดมการณ์ก้าวไกลผ่านพรรคประชาชน เชื่อมท้องถิ่นสู่การเมืองระดับชาติแบบไร้รอยต่อ https://thestandard.co/pita-backs-ratchaburi-local-election-candidate/ Mon, 12 Aug 2024 02:50:59 +0000 https://thestandard.co/?p=970158 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

วานนี้ (11 สิงหาคม) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงข […]

The post พิธา ขอชาวราชบุรีกาเบอร์ 1 ให้ถล่มทลาย สานต่ออุดมการณ์ก้าวไกลผ่านพรรคประชาชน เชื่อมท้องถิ่นสู่การเมืองระดับชาติแบบไร้รอยต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

วานนี้ (11 สิงหาคม) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชน ลงพื้นที่ตลาดนัดเกษตรกร ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เพื่อช่วยหาเสียงให้กับชัยรัตน์ ศักดิ์อิสระพงศ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.ราชบุรี เบอร์ 1 ในนามพรรคประชาชน

 

พิธากล่าวว่า วันนี้ตนมาในฐานะผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชน มาช่วยเป็นกระบอกเสียงและสื่อสารนโยบายเพื่อเปลี่ยนแปลงราชบุรีให้ดีกว่าเดิม จึงขอความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนราชบุรี วันที่ 1 กันยายนนี้ เข้าคูหากาเบอร์ 1 เลือกชัยรัตน์ ศักดิ์อิสระพงศ์ เป็นนายก อบจ.ราชบุรี ร่วมสานต่ออุดมการณ์ก้าวไกลผ่านพรรคประชาชน ทำงานอย่างไร้รอยต่อระหว่างการเมืองท้องถิ่นและการเมืองระดับชาติ

 

ต่อมาในช่วงเย็นที่ตลาดริมแม่น้ำแม่กลอง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี พิธา ชัยรัตน์ และ สส. พรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัย โดยมีประชาชนเข้าร่วมรับฟังอย่างหนาแน่นเต็มลาน พิธากล่าวว่า วันนี้ดีใจที่เห็นพี่น้องชาวราชบุรีมาให้กำลังใจกันอย่างคับคั่ง สะท้อนให้เห็นว่าพรรคยุบ แต่คนไม่ยุบตาม จึงขอฝากประชาชนที่อยู่ ณ ที่นี้ให้ช่วยกันกระจายข่าวสาร ว่าการเลือกตั้งนายก อบจ.ราชบุรีที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 1 กันยายนนี้ไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า ไม่มีการเลือกตั้งนอกเขต ต้องกลับมาเลือกที่ราชบุรีเท่านั้น จึงขอให้ชาวราชบุรีที่ไม่ได้อยู่ในจังหวัดเดินทางกลับมาพบหน้าครอบครัว ชวนกันไปเลือกตั้งนายก อบจ. กาเบอร์ 1 เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆ กัน

 

“มีเพื่อนบอกเพื่อน มีพี่บอกพี่ มีน้องบอกน้อง มีแฟนบอกแฟน มีคนข้างบ้านบอกคนข้างบ้าน บอกเขาว่าวันที่ 1 มันสำคัญ กลับบ้านมากินข้าวด้วยกัน ตื่นกันเช้าๆ ไปเลือกตั้งพร้อมกันให้ถล่มทลาย อย่าให้แพ้การเลือกตั้งใหญ่ คนราชบุรีหัวใจประชาธิปไตย” พิธากล่าว

 

พิธากล่าวต่อไปว่า ชัยรัตน์เป็นผู้ที่มีอุดมการณ์แบบอดีตพรรคก้าวไกลแน่นอน เป็นผู้ที่เข้าใจหัวจิตหัวใจของพี่น้องราชบุรีเป็นอย่างดี หากได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.ราชบุรี เขาจะสามารถทำงานร่วมกับหัวหน้าพรรคประชาชน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้อย่างไร้รอยต่อแน่นอน เพราะณัฐพงษ์เป็นคนที่รู้ลึกในด้านการนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหา

 

แต่ก็เข้าใจประเด็นสังคมในแนวกว้าง เป็นคนสุภาพแต่เข้มแข็ง เป็นคนที่นิ่ง พูดน้อย แต่ต่อยหนัก และเรียนรู้เร็วมาก ขณะที่ศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน ก็คือคนธรรมดาที่เข้าใจหัวอกพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี นี่คือส่วนผสมที่ลงตัวที่จะทำให้การทำงานการเมืองไร้รอยต่อ ขับเคลื่อนความฝันและความหวังแบบก้าวไกลร่วมกันต่อไปได้แน่นอน

 

พิธากล่าวทิ้งท้ายว่า เหลือเวลาอีก 20 กว่าวันก่อนถึงวันเลือกตั้ง ตนจะลงมาพบปะและขอความไว้วางใจจากพี่น้องชาวราชบุรีอย่างต่อเนื่อง แล้วพบกันในเวทีปราศรัยใหญ่ก่อนถึงวันเลือกตั้ง 1 กันยายน

The post พิธา ขอชาวราชบุรีกาเบอร์ 1 ให้ถล่มทลาย สานต่ออุดมการณ์ก้าวไกลผ่านพรรคประชาชน เชื่อมท้องถิ่นสู่การเมืองระดับชาติแบบไร้รอยต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์ช่วยชัยรัตน์หาเสียงสู้ศึก อบจ.ราชบุรี 1 กันยา กาเบอร์ 1 ถล่มทลาย เปลี่ยนราชบุรีให้ไม่เหมือนเดิม https://thestandard.co/nattapong-chairat-ratchaburi-election/ Sun, 11 Aug 2024 02:39:37 +0000 https://thestandard.co/?p=969955 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

วานนี้ (10 สิงหาคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคป […]

The post ณัฐพงษ์ช่วยชัยรัตน์หาเสียงสู้ศึก อบจ.ราชบุรี 1 กันยา กาเบอร์ 1 ถล่มทลาย เปลี่ยนราชบุรีให้ไม่เหมือนเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

วานนี้ (10 สิงหาคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย สส. พรรคประชาชน เดินทางไปช่วยหาเสียงให้ ชัยรัตน์ ศักดิ์อิสระพงศ์ ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ในนามพรรคประชาชน โดยช่วงบ่ายเดินตลาดเก่าโคยกี๊ ทักทายพ่อค้าแม่ค้า แนะนำตัวในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน

 

จากนั้นช่วงเย็น ณัฐพงษ์ ขึ้นปราศรัยบริเวณโอ่งมังกรราชบุรี กล่าวว่า เป็นหัวหน้าพรรคมือใหม่ แต่ไม่ได้เป็นมือใหม่ในทางอุดมการณ์ที่ยืนอยู่ข้างประชาชนแน่นอน พรรคประชาชนไม่ได้เพิ่งถือกำเนิด แต่มีที่มาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล ที่ผ่านมาการเลือกตั้งปี 2566 คะแนนเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อของอดีตพรรคก้าวไกลก็เป็นอันดับ 1 ดังนั้นวันที่ 1 กันยายน เป็นหมุดหมายสำคัญ ขอให้ออกไปเลือกชัยรัตน์ แสดงพลังให้การเมืองเก่าเห็นว่าระบบอุปถัมภ์ใช้ไม่ได้ต่อไปแล้วในประเทศนี้

 

ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ทำไมกลุ่มการเมืองเดิม เลือกตั้งกี่ครั้งพี่น้องก็ไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง เพราะคนที่เข้าสู่อำนาจไม่ได้รับเงินมาจากพี่น้องประชาชน ไม่ได้มีคนบริจาคให้ 10 บาท 20 บาท 100 บาท แต่เขารับจากกลุ่มทุนผู้มีอำนาจ เจ้านายของเขาไม่ใช่พวกเรา แต่คุณชัยรัตน์เป็นเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ อาสามาทำการเมืองเพราะต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ประเทศนี้ดีขึ้น

 

ณัฐพงษ์กล่าวอีกว่า ตนไม่เคยพูดว่าการทำงานการเมืองเป็นการเสียสละ แต่เป็นการอาสา เพราะเมื่อไรที่คุณชนะการเลือกตั้ง เข้าไปอยู่ในอำนาจ ได้รับเงินเดือนจากภาษีของพี่น้องประชาชน ประชาชนคือเจ้านายของพวกเรา วันหนึ่งถ้าคุณชัยรัตน์เป็นนายก อบจ. หรือตนเป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งปี 2570 เราสัญญาว่าจะไม่ลืมตัว จะเข้าถึงง่ายแบบที่เป็นอยู่

 

สำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่น มีบริบทต่างจากการเลือกตั้งระดับประเทศ และการเลือกตั้งนายก อบจ.ราชบุรี ก็ไม่ได้เลือกพร้อมกับจังหวัดอื่น สิ่งที่ทำให้เราชนะการเลือกตั้งได้ คือช่วยกันออกไปแสดงพลัง ไปใช้สิทธิใช้เสียงให้เยอะๆ กาเบอร์ 1 อย่างถล่มทลาย พ่อแม่พี่น้องหลายคนบอกว่าอยากเห็นนายกฯ ชื่อเท้ง แต่ตนบอกเลยว่าถ้าไม่ได้นายก อบจ.ราชบุรี ชื่อชัยรัตน์ จะไม่เห็นนายกฯ ชื่อเท้งแน่

 

ณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า พรรคประชาชนได้แสดงให้ทุกท่านเห็นแล้วว่า ไม่ว่าเขาจะทุบทำลายเราอีกกี่ครั้งด้วยกลไกกติกานิติสงคราม แต่เขาหยุดเราไม่ได้ ตอนนี้ยอดบริจาคให้พรรคประชาชนมากกว่า 19 ล้านบาท เชื่อว่าคืนนี้ทะลุ 20 ล้านบาทแน่นอน และเรายังอยากเห็นยอดสมัครสมาชิกพรรคประชาชนทะลุ 100,000 คนในเร็วๆ นี้

 

ณัฐพงษ์ยังเล่าถึงเส้นทางการเมืองของตัวเองว่า ตนเข้าสู่การเมืองทั้งที่ครอบครัวไม่เคยมีประวัติทำงานการเมืองมาก่อน เพราะในการเลือกตั้งปี 2562 เป็นการเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียว ตอนนั้นตนรู้จักคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, อาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล, คุณช่อ-พรรณิการ์ วานิช ได้รับการสื่อสารจากพวกเขาว่าต้องการส่งผู้สมัครครบ 350 เขตทั่วประเทศ เพราะถ้าไม่ส่งเขตใดเขตหนึ่ง คะแนนบัญชีรายชื่อจะหายไป และตนก็ทราบว่าในกรุงเทพฯ ยังได้ผู้สมัครไม่ครบทุกเขต ด้วยระบบเลือกตั้งสมัยนั้น ด้วยความที่พรรคอนาคตใหม่ยังไม่มีใครรู้จัก ตนลง สส. เขต โดยไม่ได้หวังชนะกลุ่มการเมืองเดิมที่เขามีต้นทุนอยู่แล้ว แต่ตั้งใจลงเพื่อเก็บคะแนนบัญชีรายชื่อให้กับพรรคอนาคตใหม่ เมื่ออาสามาทำก็ตั้งใจอย่างเต็มที่ในการเดินหาเสียงจนชนะการเลือกตั้ง นั่นคือโชคชะตาที่ทำให้ตนมาอยู่ตรงนี้

 

“ทุกท่านอาจเห็นว่าคุณชัยรัตน์ยังไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองมากนัก แต่ผมคิดว่าคนอย่างคุณชัยรัตน์จะกลายมาเป็นคนแบบผมได้ในอนาคต สมัยอนาคตใหม่เราก็ถูกค่อนขอดดูแคลน จะทำได้จริงหรือเปล่า สส. หน้าใหม่ไม่เคยทำงานในสภา แต่วันนี้พิสูจน์แล้ว เพียงการเลือกตั้ง 2 ครั้ง เรากลายเป็นพรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 ได้”

 

“วันนี้เวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงมาถึงแล้ว 20 วันต่อจากนี้เข้าคูหากาเบอร์ 1 เกี่ยวแขนกันออกไป แสดงพลังให้พวกเขาเห็นว่าราชบุรีต้องไม่เหมือนเดิม” ณัฐพงษ์ทิ้งท้าย

The post ณัฐพงษ์ช่วยชัยรัตน์หาเสียงสู้ศึก อบจ.ราชบุรี 1 กันยา กาเบอร์ 1 ถล่มทลาย เปลี่ยนราชบุรีให้ไม่เหมือนเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิธาช่วย ‘หวุน ชัยรัตน์’ หาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.ราชบุรี บอกขอเป็นพรรคสุดท้าย เกิดโดยประชาชน แต่ถูกยุบจากอำนาจอื่น https://thestandard.co/pita-mfp-local-election-support/ Sat, 03 Aug 2024 15:03:35 +0000 https://thestandard.co/?p=966938 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

วันนี้ (3 สิงหาคม) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาห […]

The post พิธาช่วย ‘หวุน ชัยรัตน์’ หาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.ราชบุรี บอกขอเป็นพรรคสุดท้าย เกิดโดยประชาชน แต่ถูกยุบจากอำนาจอื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

วันนี้ (3 สิงหาคม) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ร่วมขึ้นรถแห่ปราศรัยรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง หวุน-ชัยรัตน์ ศักดิ์อิสระพงศ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.ราชบุรี ในนามพรรคก้าวไกล ในพื้นที่อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี

 

พิธาขึ้นกล่าวปราศรัย ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวราชบุรีที่ให้ความไว้วางใจพิธาและเลือกพรรคก้าวไกลกว่า 2.3 แสนเสียง เป็นอันดับหนึ่งสำหรับคะแนนบัญชีรายชื่อในการเลือกตั้งใหญ่เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 

 

แต่การเลือกตั้งท้องถิ่นไม่เหมือนกับการเลือกตั้งระดับประเทศ เพราะเลือกตั้งท้องถิ่นไม่มีเลือกตั้งล่วงหน้าและเลือกตั้งนอกเขต ดังนั้นจึงขอให้พี่น้องประชาชนใช้เวลาที่เหลือร่วมกันรณรงค์และบอกกับทุกคนว่าให้กลับบ้านมาเลือกตั้งให้มากที่สุด ‘1 กันยา กาเบอร์ 1’ ไม่ว่าท่านจะอยู่ทั่วประเทศหรือทั่วโลก ยืนยันว่าการทำงานท้องถิ่นของก้าวไกลจะเชื่อมกับผู้แทนราษฎร เชื่อมกับพรรคก้าวไกล ดังนั้นพี่น้องที่เลือกนายก อบจ. ก้าวไกลคนเดียว ก็ได้พวกเราทุกคนเข้าไปทำงานด้วย นั่นคือจุดแข็งของพวกเรา

 

ช่วงตอนหนึ่งของการปราศรัย พิธากล่าวถึงสถานการณ์คดียุบพรรคก้าวไกลที่ศาลรัฐธรรมนูญมีนัดอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ว่า พรรคการเมืองคือตัวแทนของประชาชน เราได้รับความไว้วางใจมาใช้อำนาจแทนประชาชน แต่ประเทศไทยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมามีความพยายามทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอลง เมื่อพรรคการเมืองอ่อนแอลง ก็หมายความว่าอำนาจของประชาชนอ่อนแอลงด้วย และเมื่อมันมีผลกระทบต่ออำนาจของพี่น้องประชาชน นั่นคือผลกระทบต่อระบอบประชาธิปไตยที่พวกเราหวงแหนเป็นอย่างยิ่ง

 

ฉะนั้นอย่ายอมเขา อย่าสิ้นหวัง เก็บความโกรธแค้นเอาไว้ ชนะทั้งทีให้มันถูกต้อง ชนะให้มันขาด เราจะชนะให้เขาปฏิเสธเราไม่ได้อีกต่อไป

 

พรรคการเมืองคือตัวแทนอำนาจประชาชน ดังนั้นประเทศแบบไหนที่เขาอยากให้พรรคการเมืองอ่อนแอ นั่นก็หมายความว่าเขาอยากให้ประชาชนอ่อนแอ

 

พิธายังระบุอีกว่า พี่น้องต้องไม่ยอม แต่ไม่ใช่ไม่ยอมเพื่อพรรคก้าวไกล เพื่อพิธา หรือเพื่อพรรคการเมือง 33 พรรคที่เคยถูกยุบมาก่อน แต่ต้องไม่ยอมเพราะมันคืออำนาจของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าพี่น้องจะเคยเลือกพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคไทยรักษาชาติ หรือพรรคอนาคตใหม่ พรรคเหล่านั้นล้วนเป็นตัวแทนประชาชนทั้งสิ้น เขาทำลายพรรคเหล่านั้น ก็คือทำลายอำนาจของพี่น้องประชาชน

 

“ถ้าวันพุธนี้ผมไม่มีโอกาสกลับมาหาพี่น้องในฐานะผู้แทนราษฎรอีกต่อไป ก็ขอให้พิธาและพรรคก้าวไกลเป็นคนสุดท้าย ที่เกิดโดยประชาชนแต่ถูกยุบลงไปจากอำนาจอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชน” พิธากล่าว

 

พิธากล่าวทิ้งท้ายว่า ขอพี่น้องประชาชนไม่ต้องกังวลใจ ตนและพรรคก้าวไกลได้ทำเต็มที่สุดความสามารถแล้ว ไม่มีอะไรค้างคาใจอีกต่อไป และวันพุธนี้จะขอไปฟังคำวินิจฉัยที่ศาลรัฐธรรมนูญด้วยตนเอง แต่ระหว่างนี้ตนเองและพรรคก้าวไกลจะไม่เสียสมาธิ จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ทุกวันแน่นอน

 

The post พิธาช่วย ‘หวุน ชัยรัตน์’ หาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.ราชบุรี บอกขอเป็นพรรคสุดท้าย เกิดโดยประชาชน แต่ถูกยุบจากอำนาจอื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัยธวัชส่ง ‘ชัยรัตน์ ศักดิ์อิสระพงศ์’ สมัครเลือกตั้งนายก อบจ.ราชบุรี เชื่อคนเบื่อการเมืองบ้านใหญ่ เลือกก้าวไกลสร้างความเปลี่ยนแปลง https://thestandard.co/chairat-ratchaburi-election/ Tue, 30 Jul 2024 04:31:56 +0000 https://thestandard.co/?p=964746

วันนี้ (30 กรกฎาคม) ที่โรงยิมเนเซียมจังหวัดราชบุรี ชัยธ […]

The post ชัยธวัชส่ง ‘ชัยรัตน์ ศักดิ์อิสระพงศ์’ สมัครเลือกตั้งนายก อบจ.ราชบุรี เชื่อคนเบื่อการเมืองบ้านใหญ่ เลือกก้าวไกลสร้างความเปลี่ยนแปลง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (30 กรกฎาคม) ที่โรงยิมเนเซียมจังหวัดราชบุรี ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ร่วมสังเกตการณ์เป็นสักขีพยานการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี และการจับเบอร์ผู้สมัครของ ชัยรัตน์ ศักดิ์อิสระพงศ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.ราชบุรี ในนามพรรคก้าวไกล ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 1 กันยายนนี้

 

ชัยธวัชระบุว่า พรรคก้าวไกลต้องการชัยชนะในการเลือกตั้ง อบจ. ครั้งนี้ และมั่นใจว่าจะได้รับความไว้วางใจจากชาวราชบุรีให้เข้าไปบริหาร อบจ. ที่เรามั่นใจ เพราะการเลือกตั้ง อบจ. ที่จะเกิดขึ้นก่อนกำหนด ประชาชนราชบุรีเห็นและรู้ดีว่าเป็นการเมืองแบบที่ไม่มีประชาชนในสมการ ด้วยการที่นายก อบจ. คนเดิมประกาศลาออกแล้วมาสมัครอีก เพียงเพื่อใช้เทคนิคทางการเมืองช่วงชิงความได้เปรียบ ไม่ได้ตัดสินใจบนผลประโยชน์ของประชาชน ไม่เห็นหัวประชาชน และทำให้ประชาชนรับไม่ได้

 

อีกทั้งชาวราชบุรีเบื่อหน่าย ทนไม่ได้กับความไม่เปลี่ยนแปลงของราชบุรี ทั้งการเมืองระดับชาติและท้องถิ่นที่ถูกผูกขาดและควบคุมโดยบ้านใหญ่ไม่กี่ตระกูล ทำให้จังหวัดที่ควรมีศักยภาพกลับหยุดนิ่ง การเมืองทั้งระดับชาติและท้องถิ่นไม่ตอบโจทย์ความต้องการของชาวราชบุรี ทำให้คนราชบุรีอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง และจะให้ความไว้วางใจพรรคก้าวไกลที่ทำงานด้วยความมุ่งมั่น มีความสามารถ นโยบาย และวิสัยทัศน์ ไม่ได้เอาผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นตัวตั้ง แต่เอาประชาชนเป็นตัวตั้งในที่สุด

 

ชัยธวัชกล่าวต่อไปว่า แม้การเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่ง่าย เพราะเป็นการปะทะระหว่างพรรคก้าวไกลกับบ้านใหญ่ทั้งหมดที่รวมตัวกันต่อต้านความเปลี่ยนแปลง แต่ตนก็มีความมั่นใจว่าชาวราชบุรีพร้อมแล้ว และทางพรรคก้าวไกลเองก็พร้อม ทั้งการเตรียมนโยบายในการนำเสนอกับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นด้านโครงสร้างพื้นฐานหรือเกษตรกรรม ที่ขาดบทบาทการเมืองท้องถิ่นในการสนับสนุน รวมถึงนโยบายการพัฒนาแหล่งน้ำและการท่องเที่ยว รวมถึงการแก้ไขปัญหาด้านสาธารณสุขและการศึกษา เป็นต้น

 

“พรรคก้าวไกลเชื่อมั่นว่าทีมนโยบายของพรรคที่ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างส่วนกลางกับท้องถิ่นมีความพร้อมที่จะผลักดันและบริหารนโยบายเหล่านี้ และยิ่งถ้าสามารถเปลี่ยนแปลงราชบุรีได้ในครั้งนี้ การเมืองท้องถิ่นที่สู้กันต่อไปจะยิ่งตอบโจทย์ของประชาชนมากขึ้น แม้ในการเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมาพรรคก้าวไกลจะยังไม่ได้รับคะแนนมากพอที่จะชนะ สส. เขต แต่คะแนนบัญชีรายชื่อก็มาเป็นอันดับ 1 เป็นพื้นฐานว่าราชบุรีพร้อมสนับสนุนพรรคก้าวไกล”

 

ชัยธวัชยังยืนยันว่าการวินิจฉัยคดียุบพรรคก้าวไกลในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ จะไม่กระทบอะไรกับการเลือกตั้งครั้งนี้ และการหาเสียงก็จะดำเนินต่อไป เพราะเราเชื่อว่าไม่ว่าผลการตัดสินจะออกมาอย่างไร ประชาชนชาวราชบุรีก็ยังต้องการการเปลี่ยนแปลงเหมือนเดิม อีกทั้งการเลือกตั้งท้องถิ่นก็ไม่ได้บังคับว่าผู้สมัครต้องสังกัดพรรค ทั้งนี้ แกนนำและ สส. พรรค ได้วางแผนไว้แล้วว่าจะมาช่วยหาเสียงอย่างเต็มที่ ในฐานะที่เป็นศึกนายก อบจ. แรกของพรรคก้าวไกลอย่างเป็นทางการ

 

“แม้การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนกำหนด แต่พรรคก้าวไกลก็ไม่ได้ส่งเลือกตั้งแบบเล่นๆ แต่ลงเพราะเตรียมพร้อมมาแต่แรกอยู่แล้ว อีกทั้งราชบุรีเป็นจังหวัดที่มีทีมงานที่มีศักยภาพ เมื่อการเลือกตั้งเกิดขึ้นโดยไม่มีประชาชนในสมการ แต่เกิดจากความต้องการช่วงชิงความได้เปรียบทางการเมือง พรรคก้าวไกลก็ยิ่งต้องส่งลงแข่ง ไม่ใช่เพื่อหยั่งเสียง แต่เพื่อพิสูจน์ว่าชาวราชบุรีไม่ได้ต้องการอยู่กับที่เดิม เป็นโอกาสที่ชาวราชบุรีจะสั่งสอนการเมืองแบบเดิม พรรคก้าวไกลต้องการเข้ามาบริหารเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง และเชื่อมั่นว่าว่าที่นายก อบจ. ของพรรคก้าวไกลมีความพร้อม เป็นคนราชบุรีมาแต่เกิด เติบโต ศึกษา และทำธุรกิจ ที่ราชบุรี เข้าใจความเจ็บปวดและความต้องการของราชบุรีที่มีศักยภาพหลายอย่าง แต่หยุดนิ่งไม่เปลี่ยนแปลงมานาน”

 

ด้านชัยรัตน์ระบุว่า มีความมุ่งมั่นตั้งใจ ต้องการเปลี่ยนราชบุรีสู่อนาคตที่ดีกว่า การสู้กับการเมืองเก่าบ้านใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้การเมืองเก่าที่ต้องการชิงความได้เปรียบจะทำให้เหลือเวลาแค่ 30 วันในการทำการบ้าน แต่ตนและทีมงานก็พร้อมที่จะเข้าหาชาวราชบุรีเพื่อทำความเข้าใจนโยบายที่ได้คิดไว้เพื่อชาวราชบุรี แม้จะมีเวลาน้อย แต่ตนจะตั้งใจทำงานเพื่อความเปลี่ยนแปลงราชบุรีจากที่ถูกแช่แข็งจากการเมืองเก่ามานาน

 

หลังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ชัยรัตน์ได้เข้าสู่กระบวนการการรับสมัคร พร้อมจับเบอร์ผู้สมัคร โดยจับได้เบอร์ 1 จากนั้นจึงพากันเดินทางพร้อมหัวหน้าพรรคก้าวไกลไปร่วมกิจกรรมหาเสียง โดยแห่รถ และลงเดินแจกแผ่นพับประชาสัมพันธ์ไปรอบตัวเมืองราชบุรี ท่ามกลางการตอบรับจากประชาชนและผู้สัญจรตลอดสองข้างทาง

The post ชัยธวัชส่ง ‘ชัยรัตน์ ศักดิ์อิสระพงศ์’ สมัครเลือกตั้งนายก อบจ.ราชบุรี เชื่อคนเบื่อการเมืองบ้านใหญ่ เลือกก้าวไกลสร้างความเปลี่ยนแปลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. 67 : ศาลชี้กฎหมายว่าด้วยการเลือก สว. ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ไม่เสี่ยงเกิดความเสียหายร้ายแรง https://thestandard.co/senator-faultless-in-the-constitution-2567/ Wed, 05 Jun 2024 08:40:18 +0000 https://thestandard.co/?p=941509

วันนี้ (5 มิถุนายน) ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีที่ศาลป […]

The post สว. 67 : ศาลชี้กฎหมายว่าด้วยการเลือก สว. ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ไม่เสี่ยงเกิดความเสียหายร้ายแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (5 มิถุนายน) ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีที่ศาลปกครองกลางส่งคำโต้แย้งผู้ฟ้องคดี (วิเตือน งามปลั่ง) ในคดีหมายเลขดำที่ 899/2567 เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) พ.ศ. 2561 มาตรา 36 มาตรา 40 มาตรา 41 และมาตรา 42 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 เรื่องการเลือก สว. หรือไม่ เนื่องจากไม่มีมาตรการป้องกันการฮั้วในการเลือก สว.

 

นอกจากนี้ ศาลปกครองกลางยังส่งคำโต้แย้งของผู้ฟ้องคดีทั้งห้า ประกอบด้วย ผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จากจังหวัดนครศรีธรรมราช, จังหวัดสระบุรี, จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดราชบุรี ในคดีหมายเลขดำที่ 912/2567 เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย มาตรา 212 ว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 36 มาตรา 40 มาตรา 41 และมาตรา 42 เกี่ยวกับกระบวนการเลือก สว. ระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 เรื่องการเลือก สว. หรือไม่

 

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า เมื่อผู้ฟ้องคดีทั้งสองคดีโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลว่าบทบัญญัติดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีโดยมติเสียงข้างมาก (4 ต่อ 1) (ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย คือ อุดม สิทธิวิรัชธรรม) มีคำสั่งรับคำร้องทั้งสองไว้พิจารณาว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภามาตราดังกล่าว ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 107 หรือไม่

 

โดยผู้ฟ้องคดียื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งมาตรการ หรือวิธีการใดๆ เป็นการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่ายังไม่ปรากฏว่าจะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง ที่ยากแก่การแก้ไขเยียวยาในภายหลัง

 

อีกทั้งหากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เห็นว่าจะเกิดความเสียหายดังกล่าว ย่อมมีหน้าที่และอำนาจที่จะดำเนินการได้ตามรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่กำหนดมาตรการหรือวิธีการใดๆ เป็นการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัย

 

ห้ามผู้บริหารท้องถิ่นลง สว. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

 

นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญยังพิจารณาวินิจฉัยคดีที่ศาลจังหวัดนครนายกส่งคำโต้แย้งของจำเลย ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 14 (24) ที่กำหนดลักษณะต้องห้ามว่าผู้ลงรับสมัคร สว. ต้องไม่เป็นผู้บริหารท้องถิ่น เว้นแต่ลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีนับถึงวันรับสมัคร ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคหนึ่ง เรื่องการจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลหรือไม่

 

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 14 (24) ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคหนึ่ง

The post สว. 67 : ศาลชี้กฎหมายว่าด้วยการเลือก สว. ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ไม่เสี่ยงเกิดความเสียหายร้ายแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ กราบนมัสการพระพรหมมงคลวัชราจารย์ สนทนาธรรม เปิดใจยอมเหนื่อย ต้องไม่นั่งห้องแอร์ ลงพื้นที่ทั่วไทยรับฟังปัญหา https://thestandard.co/prime-minister-visits-wat-sri-suriyawongsaram-worawihan/ Sun, 12 May 2024 12:30:15 +0000 https://thestandard.co/?p=932566

วันนี้ (12 พฤษภาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และคณะ เ […]

The post นายกฯ กราบนมัสการพระพรหมมงคลวัชราจารย์ สนทนาธรรม เปิดใจยอมเหนื่อย ต้องไม่นั่งห้องแอร์ ลงพื้นที่ทั่วไทยรับฟังปัญหา appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (12 พฤษภาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางมายังวัดศรีสุริยวงศารามวรวิหาร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี กราบพระประธานในพระอุโบสถ ก่อนที่พระครูวรกิจโกศล ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดฯ จะเล่าประวัติและนำเยี่ยมชมความสวยงามภายในพระอุโบสถที่มีอายุยาวนานถึง 150 ปี 

 

จากนั้นนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะเข้ากราบนมัสการพระพรหมมงคลวัชราจารย์ (พระอนุชาในสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก) ที่หอสมุดของวัด เมื่อมาถึงนายกฯ ได้เปิดกรวยถวายเทียนแพ ผ้าไตร ไทยธรรม ซึ่งพระพรหมมงคลวัชราจารย์ได้มอบพระประธานจำลองขนาดหน้าตัก 5 นิ้วให้กับนายกรัฐมนตรี พร้อมสนทนาธรรม 

 

โดยพระพรหมมงคลวัชราจารย์ได้กล่าวกับนายกรัฐมนตรีว่า “เหนื่อยหน่อยนะ” ขณะที่นายกฯ กล่าวว่า หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่ราชบุรีก็จะเดินทางต่อไปที่จังหวัดเพชรบุรี และคืนนี้จะนอนพักค้างที่จังหวัดเพชรบุรี พระพรหมมงคลวัชราจารย์จึงกล่าวย้ำว่า เหนื่อยหน่อยนะ นายกฯ จึงตอบกลับว่า “ไม่ครับ โอเคครับ ได้อยู่ครับ”

 

พระพรหมมงคลวัชราจารย์กล่าวต่อไปว่า อาตมาทราบข่าวว่าจะเดินทางมาที่วัดก็ดีใจที่นายกรัฐมนตรีมาเยี่ยมวัด ก่อนนายกรัฐมนตรีจะตอบว่า วันนี้ในราชบุรีไปมาหลายที่ด้วยกัน โดยเฉพาะการมารับฟังปัญหาในพื้นที่ของราชบุรี ทั้งเรื่องน้ำ การเกษตร การท่องเที่ยว และพื้นที่ทำกินของประชาชน

 

พระพรหมมงคลวัชราจารย์กล่าวว่า ปีนี้ร้อนจัดมาก ทำให้นายกรัฐมนตรีกล่าวตอบว่า ความจริงแล้วกาญจนบุรีและราชบุรีเป็นจังหวัดที่โชคดีมากที่มีแหล่งน้ำเยอะ เพียงแต่ต้องมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งดีกว่าหลายจังหวัดที่ไม่มีน้ำเลย อีกทั้งมีพืชสวนพืชไร่จำนวนมาก โดยเฉพาะมะพร้าวน้ำหอมที่มีมูลค่าส่งออกจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ปีหน้าเรื่องการบริหารจัดการน้ำต้องทำให้ดีมากขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ และเมื่อวานนี้ที่ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ก็เห็นปริมาณน้ำโดยเฉพาะที่เขื่อนวชิราลงกรณ ปริมาณน้ำลดลงไปมากและแห้งมาก มองเห็นตอไม้เลย แต่ถือว่าโชคดีที่กรมชลประทานบริหารจัดการได้ดีพอประมาณ เข้าใจว่าอีก 1-2 เดือนก็จะเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว ก็คงไม่มีปัญหาเรื่องแล้ง 

 

พระพรหมมงคลวัชราจารย์จึงกล่าวว่า หากทุกเขื่อนสามารถบริหารจัดการน้ำได้และกักเก็บน้ำไว้ เกษตรกรก็จะมีน้ำใช้อย่างพอเพียง ด้านนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปัจจุบันมีการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมเยอะ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญนอกจากการใช้อุปโภคบริโภคแล้ว ยังต้องนำมาใช้ในการรักษาระบบนิเวศ รวมทั้งหมดใช้ในระบบอุตสาหกรรม ทำให้บางช่วงมีปัญหาระหว่างภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตร ยิ่งประเทศไทยจะมีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มาตั้งมากขึ้น ต้องมีการบริหารจัดการน้ำให้ดี ทั้งเรื่องการหาแหล่งน้ำ คูคลอง และระบบการทดน้ำ และยอมรับว่าไม่เคยคิดว่าภาคอุตสาหกรรมจะมีความต้องการใช้น้ำเยอะขนาดนี้  

 

และจากการลงพื้นที่ก็ทำให้เข้าใจว่าหากประเทศไทยไม่ท่วมไม่แล้ง จะทำให้เรามีรายได้สูงขึ้นมาก เพราะรัฐบาลต้องชดเชยให้กับเกษตรกร และหากเราทำได้ ผลผลิตภาคการเกษตรก็จะสูงขึ้นมาก ดังนั้นการบริหารจัดการน้ำจึงเป็นความท้าทายของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงต้องบริหารจัดการน้ำให้ดี แบ่งสันปันส่วนให้เหมาะสม 

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า เชื่อว่าหน่วยงานข้าราชการเข้าใจในประเด็นนี้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกรมชลประทาน ว่าถ้าไม่บริหารจัดการให้ดีก็จะเป็นปัญหา ยกตัวอย่างเช่นจังหวัดอุบลราชธานี ทุกปีช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมก็จะท่วมสูงหลายสัปดาห์ แต่ปีที่แล้วเราได้เข้าไปบริหารจัดการ ไปคุยกับกรมชลประทาน ลงพื้นที่ไปบริหารจัดการเรื่องน้ำ ทำให้ปีนี้อุบลราชธานีน้ำไม่ท่วมเลย แสดงว่าทั้งหมดขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการ ทั้งเรื่องการขุดลอกคูคลองและการสร้างแหล่งน้ำ ซึ่งก็ต้องใช้งบประมาณ เราจึงพยายามจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอ เพราะเกษตรกรมีหลายสิบล้านคน แต่หลายอย่างขึ้นอยู่กับการใส่ใจ และต้องอาศัย สส. ในพื้นที่ที่ต้องมีการพูดคุยกัน 

 

“การลงพื้นที่บ่อยของรัฐบาลและรัฐมนตรีทุกคน ที่ความจริงแล้วเราไม่ได้เน้นอยู่ในห้องแอร์ เราอยากให้ลงพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น สส. จากพรรคเดียวกันกับนายกฯ หรือไม่ใช่ก็ตาม เราเองพยายามเข้าถึงให้ได้ และพยายามรับฟังปัญหา และเหนือสิ่งอื่นใด สส. คือตัวแทนของประชาชน ทุกคนมีความปรารถนาดีกับประชาชน จะอยู่พรรคไหนก็ตามที ตรงนี้ถ้าเราฟังและมาช่วยกันแก้ไข ผมเชื่อว่าทุกคนจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และเป็นหน้าที่ที่เราต้องทำในวันนี้”

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ความจริงไม่ใช่ทุกจังหวัดที่ขาดน้ำ ในหลายๆ จังหวัดยังมีน้ำ เพียงแต่เราต้องบริหารจัดการ ถ้าพูดง่ายๆ คือต้องใส่ใจ ถ้าเกิดเราไม่ลงพื้นที่ ทั้งผู้ใหญ่และรัฐมนตรี ซึ่งบางท่านก็อายุเยอะ เพราะหากไม่ลงพื้นที่ก็จะไม่ทราบความเดือดร้อนของประชาชน ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยเหลืออย่างไร วันนี้ก็ยอมเหนื่อยหน่อย แต่ถือเป็นสิ่งสำคัญ รัฐบาลไม่ใช่มีหน้าที่บริหารอย่างเดียว เรามีหน้าที่รับฟังเหตุผลและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในทุกๆ จังหวัดทั่วประเทศด้วย ก็ต้องเดินทางเยอะหน่อย เป็นการลงพื้นที่เพื่อรับฟังความเดือดร้อนของประชาชน

 

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีงบประมาณจำนวนจำกัด ต้องจัดลำดับความสำคัญให้ดีว่าอะไรที่สำคัญต้องทำก่อน และจัดการโดยเร็ว เป็นโครงการเร่งด่วนที่ต้องลงไปก่อน ยอมรับว่าก็ไม่ง่าย เพราะ สส. แต่ละท่านก็มีความต้องการที่หลากหลายออกไป

 

ก่อนเดินทางไปยังภารกิจต่อไป พระพรหมมงคลวัชราจารย์ได้ประพรมน้ำมนต์ให้นายกรัฐมนตรีและคณะ พร้อมให้พรตอนหนึ่งว่า

 

“ในนามแห่งคณะสงฆ์ วัดศรีสุริยวงศารามวรวิหารนี้ ขออำนวยพรให้ท่านนายกฯ และคณะรัฐมนตรีทุกท่านจงประสบความสุขความเจริญ ดำเนินกิจการบริหารประเทศให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยความสวัสดีและเกิดความสุขของประชาชน ของประเทศชาติ ขออนุโมทนาให้ทุกๆ ท่านช่วยกันบริหารประเทศให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไป สส. ก็ต้องสนับสนุน”

The post นายกฯ กราบนมัสการพระพรหมมงคลวัชราจารย์ สนทนาธรรม เปิดใจยอมเหนื่อย ต้องไม่นั่งห้องแอร์ ลงพื้นที่ทั่วไทยรับฟังปัญหา appeared first on THE STANDARD.

]]>
เศรษฐาเดินตลาดศรีเมือง ราชบุรี สำรวจราคาพืชผล ตั้งเป้าเกษตรกรต้องมีรายได้เพิ่ม 3 เท่าใน 4 ปี https://thestandard.co/srettha-visits-sri-mueang-market/ Sun, 12 May 2024 08:17:40 +0000 https://thestandard.co/?p=932460

วันนี้ (12 พฤษภาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที […]

The post เศรษฐาเดินตลาดศรีเมือง ราชบุรี สำรวจราคาพืชผล ตั้งเป้าเกษตรกรต้องมีรายได้เพิ่ม 3 เท่าใน 4 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (12 พฤษภาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดราชบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์การซื้อขาย ราคาผลผลิตทางการเกษตร และพบปะประชาชนชาวเกษตร ณ ตลาดกลางผักและผลไม้ จังหวัดราชบุรี (ตลาดศรีเมือง) ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ซึ่งตลาดดังกล่าวเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2533 

 

โดย นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอ็กโกรคอมเมอร์ส กรุ๊ป จำกัด บริหารงานตลาดฯ ปัจจุบันมีพื้นที่ให้บริการ 300 ไร่ เป็นโซนค้าผัก ค้าผลไม้ และค้าปลีก รวมถึงตลาดสด มีผลผลิตจาก 8 จังหวัดในภาคตะวันตก และจากภูมิภาคอื่นเข้ามาจำหน่ายด้วย ผลผลิตด้านการเกษตรกระจายไปสู่ 14 จังหวัดภาคใต้ จรดมาเลเซีย สิงคโปร์ และเมียนมา ประมาณ 75-80% คิดมูลค่าเงินหมุนเวียนวันละ 200 ล้านบาท 

 

ทั้งนี้ มี นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์, สุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง, สรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานคณะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (อนุทิน ชาญวีรกูล), เกียรติศักดิ์​ ตรงศิริ​ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี​ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมี สส. พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ และ อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส. ราชบุรี เขต 4 รวมไทยสร้างชาติ ให้การต้อนรับ

 

จากนั้นนายกฯ รับฟังข้อมูลการค้าของตลาดกลางผักและผลไม้ จังหวัดราชบุรี ก่อนที่นายกฯ จะกล่าวว่า วันนี้ได้มาเยี่ยมตลาดศรีเมือง ได้รับฟังการนำเสนอรายละเอียด ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน และคิดว่าจริงๆ แล้วทางกลุ่มบริษัทศรีเมืองควบคุมการขนส่ง 1 ใน 3 ของการขนส่งสินค้าทั่วประเทศ อนาคตมีความสำคัญ กระจายสินค้าไปยังมาเลเซีย สิงคโปร์ และเมียนมา ถือเป็นโมเดลในการทำสิ่งที่ดี ขอชื่นชมในการสร้างงานสร้างอาชีพ ทำให้เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง แต่เหนือสิ่งอื่นใด สำคัญสุดคือการลดช่องว่างระหว่างเกษตรกรกับผู้บริโภค ทำให้ตัดพ่อค้าคนกลางออกไป ทำให้รายได้ที่พี่น้องประชาชนควรจะได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ถือเป็นเรื่องที่ดีและอยากให้ทำกระจายไปทั่วประเทศ 

 

เศรษฐากล่าวว่า ขอให้ทางด้านกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปดูว่าจะสามารถทำโมเดลธุรกิจลักษณะประเภทนี้ให้พี่น้องประชาชนมีรายได้ที่ดีขึ้น สามารถทำที่ไหนได้บ้าง ถือว่าเกษตรกรมีอาชีพหลักหลายสิบล้านคน ซึ่งตรงนี้เป็นความมั่นคงทางอาหาร น่าจะทำอะไรได้เยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีเทคโนโลยีใหม่ๆ มา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องต่างๆ จะทำให้ผลผลิตดีขึ้น ทำให้การใช้น้ำมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ก็จะเพิ่มผลผลิตและรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนอีกมากมาย 

 

ทั้งนี้ ระยะหลังมีปัญหาเรื่องราคาผักแพง พริกกิโลกรัมละ 500 บาท อย่างน้อยกรมชลประทานหากมีการจัดสรรเรื่องน้ำได้ดีขึ้น ก็ทำให้มีผลผลิตที่ดีขึ้น ก็จะทำให้ราคาลดลงมา ค่าครองชีพของประชาชนจะอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถทำได้ ขอฝากตรงนี้ไว้ด้วย อย่างที่บอกภาคเกษตรกรเป็นภาคที่มีความสำคัญกับเศรษฐกิจไทยอย่างมาก การที่เรามีศูนย์กระจายสินค้าที่ดี มีระบบการเกษตร ระบบการขายสินค้าโดยกระทรวงพาณิชย์ที่ดี จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนดีขึ้น ขอฝากไว้ด้วย

 

จากนั้นนายกฯ นั่งรถรางเยี่ยมชมบริเวณโดยรอบตลาดค้าส่งฯ พร้อมลงแวะดูและได้สอบถามราคาพริกเขียวจากเชียงใหม่ กิโลกรัมละ 500 บาท รวมถึงสอบถามราคาหอมแดงที่รับมาจากจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งปัจจุบันราคาขายที่ตลาดกิโลกรัมละ 50 บาท โดยผู้ขายระบุว่า ราคาที่รับซื้อจากเกษตรกรต้องขึ้นอยู่กับฤดูกาลและคุณภาพของผลผลิต ขณะที่นายกฯ สั่งการปลัดกระทรวงพาณิชย์ให้ดูการปรับขึ้นราคารับซื้อหอมแดงจากเกษตรกร จากราคาส่งในปัจจุบัน 8-10 บาทต่อกิโลกรัม ให้ถึงกิโลกรัมละ 15 -20 บาทได้หรือไม่ เนื่องจากราคาขายในตลาดสดกิโลกรัมละ 50 บาท นอกจากนี้ยังแนะนำให้มีการแปรรูปหัวไชเท้า เพื่อให้สามารถขยายไปในตลาดต่างประเทศได้

 

และนายกฯ ยังได้เดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในตลาดที่มารอต้อนรับและมอบดอกกุหลาบให้กำลังใจ บางคนขอถ่ายภาพและจับมือ และพูดว่ามือนายกฯ นิ่ม จะไม่ล้างมือ 7 วัน

 

จากนั้นนายกฯ ขึ้นหลังรถกระบะโมบายล์กล่าวกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนว่า สวัสดีพี่น้องชาวเกษตรกรและชาวราชบุรีที่รักทุกคน มาวันนี้ดีใจ อบอุ่นใจสำหรับการต้อนรับที่ดี ตลาดศรีเมืองถือว่าเป็นตลาดตัวอย่างที่ทำให้พี่น้องชาวเกษตรกรทุกคนเข้าถึงผู้ซื้อได้อย่างดี และต้นทุนในการนำสินค้ามาขายมีราคาเหมาะสม ต้องขอขอบคุณรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ด้วย ขอบคุณอีกครั้งที่เป็นกระบอกเสียง และเป็นคนที่ร่วมจัดตั้งตลาดนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องทุกคน 

 

“วันนี้รัฐบาลนี้มาหาพี่น้องตรงนี้ มีรัฐมนตรีมาครบ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ราคาพืชผล ราคาสินค้าของเราต้องดี พี่น้องต้องมีรายได้ที่ดี มีรายได้เพิ่มมากขึ้น 3 เท่าภายใน 4 ปี พี่น้องตลาดศรีเมืองถือเป็นแม่แบบที่ดีสำหรับการค้าขาย เพราะจะเป็นการตัดพ่อค้าคนกลางออกไปได้มากพอสมควร ทำให้ราคาผู้ผลิตสามารถเข้าถึงผู้บริโภคและมีผลกำไรที่ดีและเหมาะสม” นายกรัฐมนตรีกล่าว

 

เศรษฐากล่าวว่า วันนี้ได้มาแวะตามที่ต่างๆ ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นขายผัก ขายหอมแดง เช่น ราคาหอมแดง ได้สั่งการไปแล้ว ราคาจากมือเกษตรกรจะต้องไม่ต่ำกว่า 20 บาท และในเรื่องของการเกษตรเราจะไม่พูดถึงการบริหารจัดการน้ำไม่ได้ หากน้ำดีผลิตผลเราก็ดี รายได้พี่น้องก็ดี และเท่าที่พูดคุย ราคาปุ๋ยก็แพง รัฐบาลนี้พยายามทำให้ราคาทุกอย่างเหมาะสม ทำให้รายได้สุทธิเข้ากระเป๋าพี่น้องประชาชนสูงที่สุด ต้องขอบคุณอีกครั้งที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

 

จากนั้นนายกฯ ได้มาที่ร้านทุเรียนเจ๊เง้า โดยได้ทดลองแกะทุเรียนระยอง พร้อมแจกให้คณะทำงานและสื่อมวลชนได้ชิม ก่อนที่นายกฯ จะลองชิมทุเรียนพร้อมยกนิ้วโป้งให้

 

 

The post เศรษฐาเดินตลาดศรีเมือง ราชบุรี สำรวจราคาพืชผล ตั้งเป้าเกษตรกรต้องมีรายได้เพิ่ม 3 เท่าใน 4 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>