รางวัลออสการ์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/รางวัลออสการ์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 07 Dec 2025 02:50:41 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 Brendan Fraser ยังคงไม่มีความมั่นใจในตัวเอง แม้จะเคยชนะรางวัลออสการ์มาแล้วก็ตาม https://thestandard.co/fraser-insecure-despite-oscar/ Sun, 07 Dec 2025 02:50:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1151977 Brendan Fraser ยังคงไม่มีความมั่นใจในตัวเอง แม้จะเคยชนะรางวัลออสการ์มาแล้วก็ตาม

Brendan Fraser กำลังมีผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่อย่าง Rent […]

The post Brendan Fraser ยังคงไม่มีความมั่นใจในตัวเอง แม้จะเคยชนะรางวัลออสการ์มาแล้วก็ตาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Brendan Fraser ยังคงไม่มีความมั่นใจในตัวเอง แม้จะเคยชนะรางวัลออสการ์มาแล้วก็ตาม

Brendan Fraser กำลังมีผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่อย่าง Rental Family ที่เขาได้รับบทเป็นนักแสดงตกอับชาวอเมริกันที่ต้องหันไปทำงานให้บริษัท ‘ครอบครัวให้เช่า’ ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และล่าสุดเขาก็ได้ให้สัมภาษณ์ผ่าน Associated Press อย่างติดตลกว่า หนังเรื่องนี้อาจเป็นเครื่องย้ำเตือนให้เขา “อย่านิ่งนอนใจเกินไป มันอาจเกิดขึ้นกับนายก็ได้”

 

ในชีวิตจริง Brendan Fraser เป็นนักแสดงวัย 56 ปี ที่เส้นทางอาชีพการงานมีช่วงที่เคยตกต่ำและกลับมารุ่งโรจน์ในวงการฮอลลีวูดอีกครั้ง ซึ่งถึงแม้ว่าจะกลับมามีผลงานและยังสามารถชนะรางวัลออสการ์ได้ในปี 2023 จากการแสดงภาพยนตร์เรื่อง The Whale แต่ Brendan Fraser ก็ยังคงไม่มีความมั่นใจในตัวเองอยู่ดี

 

“ผมมีปัญหากับเรื่องความมั่นใจ ผมมักจะรู้สึกว่าตัวเองยังดีไม่พออยู่เสมอ เชื่อสิ ไม่มีใครกดดันผมได้หนักเท่าตัวผมเองอีกแล้ว ไม่มีนักวิจารณ์หรือคอมเมนต์บาดใจอันไหนที่จะสามารถจิกกัดผมได้อย่างเจ็บแสบมากไปกว่าความคิดในหัวของผมเองเลย”

 

หลังจากที่ได้รับรางวัลออสการ์ Brendan Fraser ก็เคลิ้มไปกับความสำเร็จอยู่สักพักใหญ่ และเริ่มมองหาโปรเจกต์อันโดดเด่นที่ยังไม่มีถูกลืมเลือนไป ซึ่งเขาก็ได้พบกับภาพยนตร์เรื่อง Rental Family ของผู้กำกับ Hiraki ที่ทำให้เขามีโอกาสได้เดินหน้าสู่การทำงานชิ้นต่อไปหลังจากที่ได้รับการยกย่องด้วยรางวัลออสการ์อันทรงเกียรติ โดยนอกจาก Rental Family แล้ว Brendan Fraser ยังมีภาพยนตร์เรื่อง Pressure รวมไปถึง The Mummy ที่เขาจะได้โคจรกลับมาพบกับอีกหนึ่งนักแสดงนำอย่าง Rachel Weisz ตามมาเร็วๆ นี้

 

ภาพ: Lexie Moreland/WWD via Getty Images

อ้างอิง: https://people.com/brendan-fraser-admits-i-struggle-with-confidence-even-after-his-oscar-win-11853345

The post Brendan Fraser ยังคงไม่มีความมั่นใจในตัวเอง แม้จะเคยชนะรางวัลออสการ์มาแล้วก็ตาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Timothée Chalamet ยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้ชนะรางวัลออสการ์ https://thestandard.co/chalamet-disappointed-losing-oscar/ Sun, 09 Nov 2025 05:53:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1141183 Timothée Chalamet ยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้ชนะรางวัล ออสการ์

Timothée Chalamet เป็นนักแสดงผู้มีผลงานที่น่าชื่นชมหลาก […]

The post Timothée Chalamet ยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้ชนะรางวัลออสการ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Timothée Chalamet ยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้ชนะรางวัล ออสการ์

Timothée Chalamet เป็นนักแสดงผู้มีผลงานที่น่าชื่นชมหลากหลายแนวออกมาอย่างต่อเนื่อง และยังได้รับการยอมรับในฝีมือการแสดงที่โดดเด่นจนได้มีชื่อเข้าชิงรางวัลจากเวทีใหญ่ๆ มามากมายตลอดหลายปีที่ผ่านมา รวมไปถึงรางวัลออสการ์ที่เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลมาแล้ว 2 ครั้ง

 

โดยเขาเคยได้เข้าชิงสาขา Best Actor ครั้งแรกเมื่อปี 2018 จากผลงานเรื่อง Call Me by Your Name และมีชื่อเข้าชิงอีกครั้งในปีนี้จากภาพยนตร์ A Complete Unknown ที่เขาได้แสดงฝีมือทั้งการแสดง ร้องเพลง และเล่นกีตาร์ ผ่านบทบาท Bob Dylan แต่ก็กลับบ้านมือเปล่าทั้ง 2 ครั้ง นอกจากนั้นเขายังเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลจาก Golden Globes และ BAFTA Awards มาแล้วเวทีละ 4 ครั้ง ซึ่งถึงแม้ว่าจะได้รับรางวัลจาก SAG Awards ในปีนี้ แต่ Timothée Chalamet ก็ยอมรับว่าการไม่ชนะรางวัลเหล่านั้น ทำให้เขาผิดหวังไม่น้อย

 

เขาเปิดใจผ่าน Vogue ว่า “ถ้ามี 5 คนที่ได้เข้าชิงรางวัลและ 4 คนต้องเป็นผู้แพ้ คุณคงไม่คิดหรอกนะว่า 4 คนนั้นจะไปนั่งกินข้าวและคิดแค่ว่า ‘โธ่เอ๋ย เราไม่ชนะหรอกหรือ?’ ผมเคยพูดคุยกับนักแสดงที่จริงใจและไม่มีอีโก้ที่ไม่ได้รับรางวัลหลายคน พวกเขาบางคนก็คิดว่ามันสนุกดี แต่ผมรู้ดีเลยว่าหลายคนในนั้นจะต้องแอบสบถออกมาว่า ‘แม่งเอ้ย!’

 

“ผู้คนอาจเรียกว่าผมเป็นพวกพยายามมากเกินไป พวกเขาจะเรียกผมแบบไหนก็ได้ แต่ผมคือคนที่กำลังทำงานอยู่ตรงนี้ จริงๆ”

 

ขณะนี้ Timothée Chalamet กำลังเดินสายโปรโมตผลงานเรื่องล่าสุดอย่าง Marty Supreme จากสตูดิโอ A24 ที่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามอีกครั้ง โดยสื่อ Variety ยกให้เขาเป็นนักแสดงชายแถวหน้าตัวเต็งที่จะได้เข้าชิงรางวัลต่างๆ ในปีหน้า

 

ภาพ: Chelsea Guglielmino/FilmMagic

อ้างอิง:

The post Timothée Chalamet ยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้ชนะรางวัลออสการ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Halle Berry รู้สึกผิดหวังที่เธอยังคงเป็นผู้หญิงผิวดำคนเดียวที่ชนะออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม https://thestandard.co/halle-berry-is-disappointed/ Sun, 15 Sep 2024 09:48:03 +0000 https://thestandard.co/?p=983855

Halle Berry รู้สึกผิดหวังและหงุดหงิดต่องานประกาศรางวัล […]

The post Halle Berry รู้สึกผิดหวังที่เธอยังคงเป็นผู้หญิงผิวดำคนเดียวที่ชนะออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม appeared first on THE STANDARD.

]]>

Halle Berry รู้สึกผิดหวังและหงุดหงิดต่องานประกาศรางวัล Academy Awards อย่างต่อเนื่อง เหตุเพราะเธอยังคงเป็นผู้หญิงผิวดำคนเดียวที่คว้ารางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมได้สำเร็จ โดยในปี 2002 เธอได้รับรางวัลอันทรงเกียรติดังกล่าวจากการแสดงภาพยนตร์เรื่อง Monster’s Ball และตั้งแต่นั้นมาก็มีนักแสดงหญิงที่ไม่ใช่คนผิวขาวเพียงคนเดียวที่ได้รางวัลออสการ์ นั่นก็คือ Michelle Yeoh จากภาพยนตร์เรื่อง Everything Everywhere All at Once

 

Halle Berry เผยความรู้สึกผ่าน Marie Claire ว่า

 

“ฉันยังคงรู้สึกหงุดหงิดใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุดที่ไม่มีผู้หญิงผิวดำคนไหนเลยหลังจากฉันที่ได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากงานออสการ์ ฉันเศร้ากับเรื่องนี้มาตลอดในทุกๆ ปี เพราะไม่ใช่ว่าไม่มีนักแสดงหญิงผิวดำคนไหนเลยที่สมควรได้รับมัน”

 

นักแสดงหญิงผิวดำที่ Halle Berry รู้สึกว่าคู่ควรกับรางวัลออสการ์ และเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลมาก่อน ได้แก่ Andra Day จากภาพยนตร์ The United States vs. Billie Holiday และ Viola Davis จาก Ma Rainey’s Black Bottom นอกจากนั้นเธอยังเคยให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าวผ่าน Variety เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเผยว่าการแสดงของนักแสดงหญิงผิวดำอย่าง Cynthia Erivo จากภาพยนตร์เรื่อง Harriet และ Ruth Negga จาก Loving ต่างสมควรได้รับรางวัลออสการ์กันทั้งคู่

 

Halle Berry พูดถึงความรู้สึกเมื่อเธอชนะรางวัลออสการ์ด้วยว่า เธอรู้สึกใจสลายเป็นอย่างมาก เพราะงานออสการ์ไม่เคยเปิดประตูรับนักแสดงหญิงผิวดำมากกว่านี้เลย และเธอยังตระหนักด้วยว่า เธอคือคนที่เปิดประตูบานนั้นได้สำเร็จ เธอเผยว่า “ฉันอยากเชื่อว่าเรื่องนี้มันใหญ่กว่าตัวฉัน เพราะมันรู้สึกแบบนั้นจริง เพราะฉันรู้ว่ามีหลายคนที่สมควรได้อยู่ตรงนั้นก่อนฉัน แต่พวกเขากลับไปไม่ถึง แค่เพียงเพราะฉันได้รับรางวัลออสการ์ไม่ได้แปลว่าจู่ๆ วันต่อมาจะมีที่สำหรับฉัน ตอนนั้นฉันแค่หาทางออกในที่ที่ไม่มีหนทางต่อไปเรื่อยๆ”

 

ภาพ: TIMOTHY A. CLARY / AFP / Getty Images

อ้างอิง: 

The post Halle Berry รู้สึกผิดหวังที่เธอยังคงเป็นผู้หญิงผิวดำคนเดียวที่ชนะออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Across the Spider-Verse (2023) ไอ้แมงมุมตัวตึง แอนิเมชันเปิดประสบการณ์ภาพยนตร์ที่ลืมไม่ลง https://thestandard.co/across-the-spider-verse-2023/ Tue, 06 Jun 2023 10:00:26 +0000 https://thestandard.co/?p=799928

หนึ่งในห้วงเวลาที่ชวนให้ตื้นตันบนเวทีประกาศรางวัลออสการ […]

The post Across the Spider-Verse (2023) ไอ้แมงมุมตัวตึง แอนิเมชันเปิดประสบการณ์ภาพยนตร์ที่ลืมไม่ลง appeared first on THE STANDARD.

]]>

หนึ่งในห้วงเวลาที่ชวนให้ตื้นตันบนเวทีประกาศรางวัลออสการ์ครั้งล่าสุดเมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านพ้นไป ได้แก่ ตอนที่ Guillermo del Toro กล่าวสุนทรพจน์ (ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ) ขณะขึ้นไปรับรางวัลแอนิเมชันยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง Guillermo del Toro’s Pinocchio (2022) ถ้อยคำอันแสนกะทัดรัด 3-4 ประโยคแรกของเขา อาจจะนับเป็นทั้งแถลงการณ์ การแก้ไขความเข้าใจที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อน เหนือสิ่งอื่นใดสัญญาประชาคมที่บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นและศรัทธาอันแรงกล้าของเจ้าตัวต่อความสำคัญของภาพยนตร์แอนิเมชัน สิ่งที่ Guillermo del Toro พูด อาจถอดความหมายกว้างๆ ได้ดังนี้

 

Guillermo del Toro’s Pinocchio (2022) 

ภาพ: Netflix

 

“แอนิเมชันคือภาพยนตร์ (Cinema) แอนิเมชันไม่ใช่ตระกูลหรือแนวเนื้อหาของภาพยนตร์ (Genre) แอนิเมชันเป็นรูปแบบการนำเสนอที่พร้อมจะได้รับการเขยิบศักยภาพไปอีกขั้นหนึ่ง และพวกเราทุกคนก็หมายมั่นปั้นมือ โปรดช่วยกันทำให้แอนิเมชันไม่ตกหล่นสูญหายไปจากบทสนทนา” 

 

(Animation is cinema. Animation is not a genre. Animation is ready to be taken to the next step. We are all ready for it. Please help us keep animation in the conversation.)

 

ไม่ว่าการ ‘เขยิบศักยภาพไปอีกขั้นหนึ่ง’ ตามที่ del Toro เอ่ยถึง จะมีความหมายว่าอะไร อย่างหนึ่งที่บอกได้แน่ๆ ก็คือ ภาพยนตร์เรื่อง Spider-Man: Across the Spider-Verse (2023) ของ Joaquim Dos Santos, Kemp Powers และ Justin K. Thompson ได้นำพาตัวมันเองไปสู่ตำแหน่งแห่งที่ที่พูดได้ไม่ต้องอ้อมค้อมว่า การดูภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องนี้เปิดประสบการณ์ด้านภาพยนตร์ หรือ Cinematic Experience ในแบบที่ภาพยนตร์ที่ใช้คนเป็นๆ แสดงหยิบยื่นให้ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง มันขยับขยายโลกทัศน์และจินตทัศน์ของคนดูอย่างชนิดสุดเส้นขอบฟ้าจริงๆ หรือสรุปอย่างรวบรัด มันคือ ‘สถานีต่อไป’ ของความคิดสร้างสรรค์และศิลปวิทยาการ

 

คอมิก Spider-Verse #1 (2014)

ภาพ: Marvel

 

ว่ากันตามจริง คนดูรับรู้ได้ถึงความพิเศษและผิดแผกแตกต่างของ Spider-Man ฉบับแอนิเมชัน ตั้งแต่ภาคก่อนหน้าแล้ว ที่ใช้ชื่อว่า Spider-Man: Into the Spider-Verse (2018) เพราะมันไม่ใช่เพียงแค่การเอาพล็อตเดิมๆ ของ Spider-Man มารีเมกตามขนบและวัตรปฏิบัติที่สืบทอดกันมา (และเป็นอะไรที่ซ้ำซาก) ทว่า มันอาศัยเค้าโครงจากหนังสือการ์ตูนชุด Spider-Verse (ตีพิมพ์ในปี 2014) ซึ่งต้องเรียกว่าเป็นการ Reimagining หรือเทียบเคียงเล่นๆ มันเหมือนกับการสร้างห้องทดลองขึ้นมาใหม่ และจินตนาการถึงโอกาสและความเป็นไปได้อื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับขนบและเงื่อนไขพื้นฐานของความเป็น ‘Spider-Man’

 

หรือพูดอย่างย่นย่อ ทั้งหนังสือการ์ตูนและภาพยนตร์แอนิเมชันเริ่มต้นด้วยความเชื่อที่ว่า Spider-Man ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องของ Peter Parker ที่เปลี่ยนนักแสดงไปเรื่อยๆ หรืออีกนัยหนึ่ง Spider-Man ไม่จำเป็นต้องมีเพียงหนึ่งเดียว และในทันทีที่แฟรนไชส์นี้แนะนำให้คนดูรับรู้ถึงการมีอยู่ของจักรวาลคู่ขนาน และรวมไปถึงพหุจักรวาลหรือมัลติเวิร์ส ก่อนที่มันจะกลายเป็นคำที่ใช้กันแพร่หลายอย่างทุกวันนี้ ทั้งประตูนรก สวรรค์ และมัชฌิมโลก ก็เปิดออกพร้อมกัน

 

Spider-Man: Into the Spider-Verse (2018) 

ภาพ: Sony Pictures 

 

ระลึกชาติกันเล็กน้อย Spider-Man: Across the Spider-Verse เป็นตอนที่ 2 ของไตรภาคที่เริ่มต้นด้วย Spider-Man: Into the Spider-Verse และตอน 3 ซึ่งมีกำหนดออกฉายปีหน้า ใช้ชื่อว่า Spider-Man: Beyond the Spider-Verse (2024) ตัวเอกของเรื่อง ได้แก่ Miles Morales (Shameik Moore) เด็กหนุ่มผิวดำเชื้อสายเปอร์โตริกันแห่งย่านบรูกลิน ผู้ซึ่งจับพลัดจับผลูถูกแมงมุมอาบกัมตรังสีกัดและกลายเป็น Spider-Man คนที่ 2 ต่อจาก Peter Parker ที่จบชีวิตไปต่อหน้าต่อตาด้วยน้ำมือของจอมวายร้ายที่ชื่อ Wilson Fisk 

 

และขณะที่เนื้อหาในส่วนที่พูดถึง ‘อำนาจอันยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง’ เป็นเหมือนแก่นเรื่องมาตรฐานที่ติดตั้งมาตั้งแต่ขั้นประกอบชิ้นส่วนในโรงงาน แง่มุมที่ทำให้ Into the Spider-Verse พิเศษและแตกต่างก็เป็นอย่างที่กล่าวก่อนหน้า ซูเปอร์ฮีโร่ไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว พวกเราล้วนสามารถหาหน้ากากมาสวมใส่ได้และกลายเป็น Spider-Man ในแบบฉบับของแต่ละคน

  

ภาพ: Sony Pictures 

 

ภาค 2 หรือ Across the Spider-Verse เก็บตกจาก Into the Spider-Verse ราวๆ ปีครึ่ง และมองในแง่มุมหนึ่ง มันทำหน้าที่ของการเป็น ‘ตอน 2 ของภาพยนตร์ไตรภาค’ ได้อย่างเจ้าเล่ห์แสนกล อันได้แก่ สืบสาน รักษา และต่อยอด ก่อนจะปิดฉากด้วยตอนจบที่ปล่อยให้คนดูอยู่ในภาวะทุรนทุราย 

 

หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ทุกสิ่งที่ดูเหมือนยุติไปแล้วในภาคแรก (หัวโจกถูกกำราบ เหล่าไอ้แมงมุมหลายเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์ที่หลงมิติอยู่ใน ‘โลก-1610’ ได้กลับคืนสู่ ‘ด้อม’ ของตัวเอง และเป็นที่เชื่อว่าเครื่องทะลุมัลติเวิร์สถูกทำลายล้างไปเรียบร้อยแล้ว ยกเว้นเหตุการณ์ท้ายเครดิต ซึ่งสื่อสารความหมายตรงกันข้าม) ล้วนเป็นภาพลวงตา และความยุ่งยากครั้งใหม่มีขนาดใหญ่โตกว่าที่คาดคะเนยิ่งนัก ในกรณีของ Miles Morales สิ่งที่เจ้าตัวต้องเผชิญก็เรียกเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากสภาวะที่น่ากระอักกระอ่วน กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หนีเสือปะจระเข้

 

ภาพ: Sony Pictures 

 

ข้อน่าสังเกตก็คือ สถานการณ์หรือปมขัดแย้งที่หนุ่มน้อยพบเจอไม่แตกต่างจากสถานการณ์ของตัวภาพยนตร์ชุด Spider-Verse แต่อย่างใด บรรยายสรุปอย่างย่นย่อและโดยที่ไม่เปิดเผยเนื้อหาจนเกินไป ช่วงครึ่งหลังของเรื่อง พระเอกของเราถูก Miguel O’ Hara หรือ Spider-Man 2099 จากอีกมิติเวลา และเป็นหัวหน้าชมรมไอ้แมงมุมกอบกู้มัลติเวิร์ส ตั้งข้อกล่าวหาร้ายแรงว่า Miles เป็นสิ่งแปลกปลอมของชุมชนแห่งนี้ และการดำรงอยู่ของเขารบกวนเสถียรภาพและสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้พหุจักรวาลต้องพบกับความพินาศย่อยยับ หรือพูดง่ายๆ ก็คือเขาเป็น Spider-Man นอกคอก และหนทางเดียวก็คือ Miles ต้องยอมจำนนต่อขนบปฏิบัติหรือข้อบัญญัติ (Canon) ที่ ‘ชาว Spider’ ทั้งชายหญิงและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ (รวมถึงสไปเดอร์เหมียวและสไปเดอร์ทีเร็กซ์) ล้วนยึดถือกันสืบมา ซึ่งผู้ชมต้องไปค้นหาในภาพยนตร์กันเอาเองว่ามันคืออะไร ทว่า สำหรับพระเอกของเรา นี่มันเป็นการร้องขอให้เขาต้องเสียสละมากเกินไปและเจ้าตัวยอมรับไม่ได้

 

คำถามที่ผุดขึ้นในห้วงคำนึงของตัวละครก็คือ ทำไมใครต่อใครถึงต้องคอยกำหนดว่าเรื่องของเขามันควรจะพัฒนาไปอย่างไร ทั้งๆ ที่นี่มันเป็น ‘เรื่องเล่าของเขา’

 

ภาพ: Sony Pictures 

 

ลองเทียบบัญญัติไตรยางศ์ง่ายๆ ใช่หรือไม่ว่าภาพยนตร์แอนิเมชันชุด Spider-Verse ก็เป็นเสมือนสิ่งแปลกปลอมในความสัมพันธ์กับจักรวาลภาพยนตร์ของมาร์เวล (MCU) เพราะก็อย่างที่เหล่าสาวกรับรู้รับทราบ ตัวภาพยนตร์ไม่ได้สังกัด Marvel Studios และสิ่งที่แฟรนไชส์นี้พยายามดลบันดาลให้เกิดขึ้นก็คือ การเป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ในแบบฉบับของตัวมันเอง ที่ไม่ต้องตกอยู่ใต้อาณัติของเส้นเรื่องและกรอบเวลาของเจ้าอาณานิคมแห่งใด  และนับเนื่องจากภาคแรกจนถึงภาค 2 ก็ต้องบอกว่ามันไม่เพียงแค่มาได้ไกลและเป็นตัวของตัวเองอย่างไม่น่าเชื่อ กระทั่งพูดได้ว่ามันคือ ‘ภาพยนตร์ Spider-Man’ 2 เรื่องที่เฉียบคมและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังสร้างสรรค์มากที่สุด

 

และส่วนหนึ่งของความน่าพิศวงงงงวยของภาพยนตร์เรื่อง Across the Spider-Verse ได้แก่ งานด้านวิชวลที่แทบไม่มีทางที่ใครที่ดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วจะสามารถเก็บเกี่ยวความน่าอัศจรรย์พันลึกได้ในคราวเดียว และการดูรอบที่ 2 หรือมากกว่านั้น น่าจะช่วยสร้างความรู้สึกดื่มด่ำกำซาบได้ลึกล้ำมากขึ้น 

 

รวมทั้งได้เห็นถึงความละเอียดและพิถีพิถันของการสร้างมู้ดและโทน ตลอดจนสภาวะของชั้นบรรยากาศที่แตกต่างของแต่ละยูนิเวิร์ส บางด้อมก็เป็นแค่ลายเส้นขยุกขยุยเหมือนเขียนไม่เสร็จ บ้างก็เป็นแค่การ์ตูนสองมิติแบนๆ ด้านๆ บ้างก็ดูสะลึมสะลือและสีสันเลอะเลือนเหมือนได้รับอิทธิพลจากศิลปะอิมเพรสชันนิสต์ บ้างก็หยิบฉวยเอาลายเส้นอย่างในหนังสือการ์ตูนมาใช้ประโยชน์โดยตรง (ลักษณะเป็นช่องๆ และการใช้ตัวหนังสือในกรอบสี่เหลี่ยมบอกเล่าเรื่องราว) หรือฉากที่ผู้สร้างแนะนำให้ผู้ชมรู้จัก Spider-Man แห่งมุมไบ กลิ่นอายของความเป็นดินแดนภารตะก็ฟุ้งกระจายผ่านเส้นสายและการใช้สีที่เข้มข้นหนักแน่น

 

และฉากที่ไม่เอ่ยถึงไม่ได้ก็คือ โมเมนต์สุดแสนโรแมนติกที่คู่พระนางนั่งกลับหัวกลับหางเฝ้ามองความเป็นไปของเมืองนิวยอร์กที่แออัดยัดทะนานด้วยตึกสูงในห้วงยามสนธยา

 

ภาพ: Sony Pictures 

 

แต่ก็นั่นแหละ กลไกด้านภาพและเสียงอันวิจิตรพิสดาร ซึ่งส่งผลให้โสตทัศน์ของคนดูต้องทำงานไม่หยุดหย่อน ก็รองรับไว้ด้วย ‘ปมเรื่องหลักและรอง’ ที่แฟนๆ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของแฟรนไชส์ น่าจะเชื่อมโยงได้ไม่ยากเย็นนัก หนึ่งในนั้น ได้แก่ ประเด็นความสัมพันธ์ในแบบระหองระแหงระหว่างคนเป็นพ่อ-แม่กับคนเป็นลูก และก็อย่างที่ทุกคนนึกออกว่า เราสามารถต่อสู้กับอุปสรรคขวากหนามหรือศัตรูตัวฉกาจหน้าไหนก็ได้ และโดยที่ไม่ต้องรู้สึกหวั่นไหวต่อภยันตราย แต่สำหรับความรักและความห่วงกังวลของคนเป็นพ่อ-แม่ ที่บางครั้งหรือหลายครั้งมันดูเกินกว่าเหตุมากๆ นี่คือสมรภูมิที่เอาชนะไม่ได้ 

 

มองในมุมกลับกัน Across the Spider-Verse ก็สื่อสารกับคนเป็นพ่อ-แม่เช่นกัน โดยเฉพาะการพูดถึงความยุ่งยากของการต้องรับมือกับเด็กหนุ่มเด็กสาวผู้ซึ่งพลังของพวกเขาล้นเหลือไม่แตกต่างจากซูเปอร์ฮีโร่ และพวกเขาพร้อมจะทำอะไรที่มันหุนหันพลันแล่นและบุ่มบ่ามตลอดเวลา

 

อย่างที่บอกข้างต้น Spider-Man: Across the Spider-Verse เป็นตอนที่ 2 ของไตรภาค และความสำเร็จอย่างยิ่งยวดของคนทำภาพยนตร์ก็คือ การทำให้คนดูตะครุบเหยื่อที่ผู้สร้างวางหลอกล่ออย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ซึ่งนั่นแปลว่าคนดูต้องคอยอีกอย่างน้อย 1 ปีกว่าที่เรื่องราวที่ค้างคาจะได้รับการสะสางให้ลุล่วงไปในทิศทางหนึ่งทิศทางใด เชื่อว่าเหล่าสาวก Spidey คงเห็นพ้องว่า นั่นเป็นเวลาที่แสนเนิ่นนาน และการเฝ้ารอก็เป็นสภาวะที่สุดแสนจะทานทน

 

Spider-Man: Across the Spider-Verse (2023)

กำกับ: Joaquim Dos Santos, Kemp Powers และ Justin K. Thompson

ให้เสียงพากย์: Shameik Moore, Hailee Steinfeld, Jason Schwartzman และ Oscar Isaac

The post Across the Spider-Verse (2023) ไอ้แมงมุมตัวตึง แอนิเมชันเปิดประสบการณ์ภาพยนตร์ที่ลืมไม่ลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Judas and the Black Messiah นักปฏิวัติผู้กล้าหาญและคนทรยศผู้ถูกกดขี่ https://thestandard.co/judas-and-the-black-messiah-2/ Fri, 23 Apr 2021 15:04:45 +0000 https://thestandard.co/?p=479448 Judas and the Black Messiah นักปฏิวัติผู้กล้าหาญและคนทรยศผู้ถูกกดขี่

* บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์เรื่อง Judas […]

The post Judas and the Black Messiah นักปฏิวัติผู้กล้าหาญและคนทรยศผู้ถูกกดขี่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Judas and the Black Messiah นักปฏิวัติผู้กล้าหาญและคนทรยศผู้ถูกกดขี่

* บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์เรื่อง Judas and the Black Messiah

 

Judas and the Black Messiah เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่ถูกยกให้เป็นตัวเต็งในเวทีประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 93 โดยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลถึง 6 สาขา ได้แก่ นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (แดเนียล คาลูยา, ลาคีธ สแตนฟิลด์), เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม, ถ่ายภาพยอดเยี่ยม และรางวัลใหญ่ของงานอย่างภาพยนตร์ยอดเยี่ยม 

 

โดยภาพยนตร์หยิบนำเหตุการณ์ลอบสังหารของ เฟรด แฮมป์ตัน นักขับเคลื่อนสิทธิพลเมืองผิวดำและรองประธาน Black Panther Party แห่งรัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา ที่เกิดขึ้นในปี 1969 มาบอกเล่าให้ผู้คนทั่วโลกได้ชมผ่านจอภาพยนตร์ โดยได้ ไรอัน คูกเลอร์ ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ฝีมือเยี่ยมผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Black Panther (2018) มารับตำแหน่งโปรดิวเซอร์ร่วมกับ ชาร์ลส ดี. คิง จากภาพยนตร์ Fences (2016) และได้ ชากา คิง มานั่งแท่นกำกับภาพยนตร์ขนาดยาวเป็นเรื่องแรก

 

Judas and the Black Messiah

เฟรด แฮมป์ตัน รองประธานพรรค Black Panther Party แห่งรัฐอิลลินอยส์

 

ก่อนที่จะว่ากันถึง Judas and the Black Messiah เราอยากชวนผู้อ่านมาทำความรู้จักกับ Black Panther Party กันสักหน่อย

 

Black Panther Party คือองค์กรทางการเมืองที่ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1966 โดย ฮิวอี้ พี. นิวตัน และ บ็อบบี ซีล หลังจากเหตุการณ์ลอบสังหาร มัลคอล์ม เอ็กซ์ นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมืองที่เกิดขึ้นในปี 1965 โดยมีเป้าหมายเพื่อต่อต้านการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีต่อชาวแอฟริกัน-อเมริกัน และตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในชุมชน ซึ่งมีบทบาทอย่างมากในช่วงปี 1966-1982 โดยในปี 1968 Black Panther Party เริ่มได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม จนมีผู้เข้าร่วมเป็นสมาชิกมากกว่า 2,000 คนจากทั่วประเทศ

 

นอกจากนี้ Black Panther Party ได้มีการจัดตั้งหน่วยลาดตระเวนติดอาวุธเพื่อต่อกรกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและ FBI จึงทำให้ Black Panther Party มักจะมีเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่บ่อยครั้ง ถึงขนาดที่ เจ.เอ็ดการ์ ฮูเวอร์ ผู้อำนวยการหน่วย FBI ในเวลานั้นได้ขนานนาม Black Panther Party ว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ 

 

Judas and the Black Messiah

 

ด้านเนื้อหาของ Judas and the Black Messiah เป็นการนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 1969 ของ วิลเลียม โอนีล (ลาคีธ สแตนฟิลด์) ชายหนุ่มผิวสีที่ถูกตำรวจจับในข้อหาสวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่ FBI และขโมยรถ 

 

โอนีลได้รับข้อเสนอจาก รอย มิตเชล (เจสซี พลีมอนส์) เจ้าหน้าที่ FBI ให้สวมรอยเข้าไปเป็นหนึ่งในสมาชิก Black Panther Party เพื่อเป็นสายให้กับ FBI ในการจับตาดู เฟรด แฮมป์ตัน (แดเนียล คาลูยา) รองประธาน Black Panther Party แห่งรัฐอิลลินอยส์ อีกทั้งโอนีลยังเป็นส่วนสำคัญในการวางแผนลอบสังหารเฟรดในวันที่ 4 ธันวาคม 1969 โดยในเวลานั้นเฟรดมีอายุเพียง 21 ปี และโอนีลมีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น 

 

Judas and the Black Messiah

 

หากสังเกตจากตัวอย่าง ดูเหมือนว่าเนื้อหาของ Judas and the Black Messiah จะขับเน้นไปในประเด็นการต่อสู้เพื่อสิทธิคนผิวดำของเฟรด ผู้เก่งกาจในด้านชักจูงจิตใจผู้คนด้วยสุนทรพจน์อันทรงพลัง แต่ ชากา คิง กลับเลือกที่จะพาผู้ชมไปสำรวจชีวิตของเฟรดในหลายแง่มุม ทั้งด้านความรักที่เผยให้เราเห็นความอ่อนโยนของเขา และด้านการปฏิบัติต่อพวกพ้องอย่างให้เกียรติจนทำให้เขากลายเป็นผู้นำที่ทุกคนต่างเคารพนับถือ 

 

ไปจนถึงจุดยืนอันหนักแน่นของเฟรดที่พยายามต่อสู้เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติต่อคนผิวดำอย่างเท่าเทียม เช่น การผลักดันนโยบายแจกอาหารเช้าฟรีให้กับเด็กในชุมชน สร้างคลินิกในชุมชนเพื่อให้คนผิวดำได้รับการรักษาพยาบาลอย่างทั่วถึง ผลักดันให้ทุกชุมชนได้รับการศึกษา ฯลฯ

 

ขณะเดียวกันภาพยนตร์ได้พาเราไปสำรวจจิตใจของโอนีลในระหว่างแทรกซึมเข้ามาอยู่ใน Black Panther Party โดยเฉพาะการเผชิญหน้ากับ ‘ความกลัว’ จากการถูกเจ้าหน้าที่ FBI กดดัน และจากฝั่ง Black Panther Party ที่ต้องพยายามปกปิดตัวตนไม่ให้ใครรู้

 

ซึ่งสองนักแสดงนำอย่าง แดเนียล คาลูยา และลาคีธ สแตนฟิลด์ ต่างสวมบทบาทเป็นเฟรดและโอนีลได้อย่างถึงแก่น โดยเฉพาะฉากที่เฟรดขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าผู้คน นับว่าเป็นฉากที่ทรงพลังที่สุดฉากหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องนี้

 

และจุดเด่นที่เราชื่นชอบมากๆ คือดนตรีประกอบจากปลายปากกาของสองคอมโพสเซอร์มากฝีมืออย่าง เคร็ก แฮร์ริส และมาร์ก ไอแชม ผู้รับหน้าที่กำกับความรู้สึกของผู้ชมในแต่ละฉากผ่านเสียงดนตรีสุดระทึก อีกทั้งยังช่วยขับเน้นความรู้สึกกดดันและหวาดกลัวของโอนีลให้ชัดเจนยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

Judas and the Black Messiah

 

และอย่างที่ใครหลายคนทราบกันดีว่า Judas and the Black Messiah คืออีกหนึ่งภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ที่กำลังทำหน้าที่ฉายภาพความรุนแรงที่รัฐกระทำต่อคนผิวดำอย่างไม่เป็นธรรม และพยายามกีดกันสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของผู้ที่เห็นต่าง 

 

แต่ขณะเดียวกันผู้กำกับอย่างชากา คิง ยังชวนผู้ชมมาร่วมกันหาทางออกจากวงจรแห่งความเกลียดชังนี้ ผ่านหนึ่งฉากเล็กๆ ที่อาจจะเป็นทางออกที่ประนีประนอมที่สุด

 

คือฉากที่เฟรดเดินทางไปเยือนสำนักงานของกลุ่มคูคลักซ์แคลน (Ku Klux Klan) กลุ่มชาตินิยมผิวขาวหัวรุนแรงที่เกลียดชังคนผิวดำ ซึ่งแม้ว่าเฟรดและพรรคพวกจะถูกกลุ่มคูคลักซ์แคลนด่าทอและขับไล่ขนาดไหน แต่เฟรดกลับเลือกที่จะไม่ตอบโต้ด้วยความรุนแรง และเริ่มพูดคุยเพื่อชวนเหล่าคนผิวขาวตั้งคำถามถึงการทำงานของภาครัฐ 

 

สิ่งที่ชากา คิง พยายามจะนำเสนอคือการจำลองภาพให้ ‘กลุ่มคนที่เห็นต่าง’ ลองหันหน้าเข้าหากันเพื่อ ‘พูดคุย’ และร่วมกันค้นหาว่า ‘ปัญหา’ ที่แท้จริงมันอยู่ตรงไหน และเราควรจะ ‘แก้ไข’ มันอย่างไร 

 

แม้ว่าทางออกที่ชากา คิง กำลังนำเสนอผ่านฉากเล็กๆ ฉากนี้จะเป็นประเด็นที่เราต่างทราบดีว่ามันเป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ แต่ในท้ายที่สุดเราเชื่อมั่นว่ามันคือทางออกที่ประนีประนอมมากที่สุดในการหยุดยั้งวงจรแห่งความเกลียดชังในเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน 

 

เพราะบางทีบ่อเกิดแห่งความเกลียดชังเหล่านี้อาจมาจาก ‘ระบอบ’ บางอย่างที่กำลังเอื้อหนุนให้ความเกลียดชังยังคงขับเคลื่อนต่อไป และ ‘เสียงของประชาชน’ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการหยุดยั้งให้ ‘ระบอบ’ เหล่านี้สิ้นสุดลง เช่นเดียวกับประโยคหนึ่งที่เฟรดได้กล่าวเอาไว้ใน Judas and the Black Messiah ว่า

 

“ที่ไหนมีประชาชน ที่นั่นมีอำนาจ”

 

Judas and the Black Messiah เข้าฉายอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์ 

 

รับชมตัวอย่างได้ที่นี่

 

 

 

ภาพ:

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post Judas and the Black Messiah นักปฏิวัติผู้กล้าหาญและคนทรยศผู้ถูกกดขี่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องลุคแต่งหน้าของภาพยนตร์ 5 เรื่องสุดเจ๋งที่มีรายชื่อเช้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยม https://thestandard.co/makeup-look-from-5-movies-get-nominated-academy-award-for-best-makeup/ Fri, 23 Apr 2021 09:49:08 +0000 https://thestandard.co/?p=479235 ส่องลุคแต่งหน้าของภาพยนตร์ 5 เรื่องสุดเจ๋งที่มีรายชื่อเช้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยม

แม้ว่าปีนี้กระแสของการประกาศรางวัลออสการ์จะคึกคักน้อยกว […]

The post ส่องลุคแต่งหน้าของภาพยนตร์ 5 เรื่องสุดเจ๋งที่มีรายชื่อเช้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องลุคแต่งหน้าของภาพยนตร์ 5 เรื่องสุดเจ๋งที่มีรายชื่อเช้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยม

แม้ว่าปีนี้กระแสของการประกาศรางวัลออสการ์จะคึกคักน้อยกว่าทุกปีที่เคยจัดมา แต่ในอีกมุมหนึ่งของสาขารางวัลที่น่าจับตาอย่าง สาขาการแต่งหน้ายอดเยี่ยมนั้น ก็มีผลงานภาพยนตร์ 5 เรื่องที่มาพร้อมความโดดเด่นจนน่าจับตามองแบบห้ามกะพริบตา เพราะพรุ่งนี้ก็จะได้รู้กันแล้วว่าผลงานภาพยนตร์เรื่องใด จะชนะใจกรรมการและคว้ารางวัลนี้ไปครองได้สำเร็จ ระหว่างที่รอคอยผลรางวัลที่จะตรงกับวันที่ 26 เมษายน 2564 (ตามเวลาประเทศไทย) THE STANDARD POP อยากชวนทุกคนมาส่องลุคแต่งหน้าของภาพยนตร์ 5 เรื่อง ที่มีรายชื่อเช้าชิงรางวัลออสการ์สาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยมในปีนี้ไปด้วยกัน 

 

1. ภาพยนตร์เรื่อง Ma Rainey's Black Bottom สร้างสรรค์ลุคแต่งหน้าโดย Mia Neal (นักออกแบบทรงผมและวิกผมหัวหน้าแผนกแต่งหน้า) Sergio Lopez-Rivera (ช่างแต่งหน้าส่วนตัวของ Viola Davis) และ Jamika Wilson (ช่างทำผมส่วนตัวของ Viola Davis) 

1. ภาพยนตร์เรื่อง Ma Rainey’s Black Bottom สร้างสรรค์ลุคแต่งหน้าโดย Mia Neal (นักออกแบบทรงผมและวิกผมหัวหน้าแผนกแต่งหน้า) Sergio Lopez-Rivera (ช่างแต่งหน้าส่วนตัวของ Viola Davis) และ Jamika Wilson (ช่างทำผมส่วนตัวของ Viola Davis) 

 

2. ภาพยนตร์เรื่อง Pinocchio สร้างสรรค์ลุคแต่งหน้าโดย Dalia Colli ทำผมโดย Francesco Pegoretti และได้ Mark Coulier มาออกแบบงานที่เกี่ยวกับ Prosthetic  

2. ภาพยนตร์เรื่อง Pinocchio สร้างสรรค์ลุคแต่งหน้าโดย Dalia Colli ทำผมโดย Francesco Pegoretti และได้ Mark Coulier มาออกแบบงานที่เกี่ยวกับ Prosthetic  

 

3. ภาพยนตร์เรื่อง Emma. สร้างสรรค์ลุคแต่งหน้าและทำผมโดย Marese Langan

3. ภาพยนตร์เรื่อง Emma. สร้างสรรค์ลุคแต่งหน้าและทำผมโดย Marese Langan

 

4. ภาพยนตร์เรื่อง Mank สร้างสรรค์ลุคแต่งหน้าโดย Gigi Williams และออกแบบทรงผมโดย Kimberley Spiteri

4. ภาพยนตร์เรื่อง Mank สร้างสรรค์ลุคแต่งหน้าโดย Gigi Williams และออกแบบทรงผมโดย Kimberley Spiteri

 

5. ภาพยนตร์เรื่อง Hillbilly Elegy สร้างสรรค์ลุคแต่งหน้าโดย Eryn Krueger Mekash และออกแบบทรงผมโดย Patricia Dehaney และได้ Matthew Mungle มาออกแบบงานที่เกี่ยวกับ Prosthetic  

5. ภาพยนตร์เรื่อง Hillbilly Elegy สร้างสรรค์ลุคแต่งหน้าโดย Eryn Krueger Mekash และออกแบบทรงผมโดย Patricia Dehaney และได้ Matthew Mungle มาออกแบบงานที่เกี่ยวกับ Prosthetic  

The post ส่องลุคแต่งหน้าของภาพยนตร์ 5 เรื่องสุดเจ๋งที่มีรายชื่อเช้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยม appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวบรวมโมเมนต์และรางวัลสำคัญของ Lady Gaga ที่ตอกย้ำว่าเธอคืออีกหนึ่งตำนานของวัฒนธรรมป๊อป https://thestandard.co/lady-gaga-pop-culture-legend/ Sun, 28 Mar 2021 11:30:29 +0000 https://thestandard.co/?p=469798 รวบรวมโมเมนต์และรางวัลสำคัญของ Lady Gaga ที่ตอกย้ำว่าเธอคืออีกหนึ่งตำนานของวัฒนธรรมป๊อป

ดนตรี ภาพยนตร์ แฟชั่น ศิลปะ การเมือง…ในระยะเวลาเพ […]

The post รวบรวมโมเมนต์และรางวัลสำคัญของ Lady Gaga ที่ตอกย้ำว่าเธอคืออีกหนึ่งตำนานของวัฒนธรรมป๊อป appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวบรวมโมเมนต์และรางวัลสำคัญของ Lady Gaga ที่ตอกย้ำว่าเธอคืออีกหนึ่งตำนานของวัฒนธรรมป๊อป

ดนตรี ภาพยนตร์ แฟชั่น ศิลปะ การเมือง…ในระยะเวลาเพียง 13 ปี เราได้เห็น Lady Gaga สามารถก้าวมาเป็นหนึ่งในศิลปินที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ พร้อมความสามารถหลายด้านของเธอ ซึ่งเธอไม่เคยหยุดนิ่งที่จะลองทำอะไรใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา และสร้างบรรทัดฐานที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ

 

เพื่อเป็นการฉลองวันเกิดของ Lady Gaga ในวันนี้ (28 มีนาคม) ทาง THE STANDARD POP ได้รวบรวมโมเมนต์และรางวัลสำคัญต่างๆ ของเธอมาฝากกัน

 

รวบรวมโมเมนต์และรางวัลสำคัญของ Lady Gaga ที่ตอกย้ำว่าเธอคืออีกหนึ่งตำนานของวัฒนธรรมป๊อป

 

* หมายเหตุ: เป็นการรวบรวมโมเมนต์และรางวัลแค่บางส่วนเท่านั้น

 

ภาพประกอบ: เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post รวบรวมโมเมนต์และรางวัลสำคัญของ Lady Gaga ที่ตอกย้ำว่าเธอคืออีกหนึ่งตำนานของวัฒนธรรมป๊อป appeared first on THE STANDARD.

]]>
True Mothers ตัวแทนภาพยนตร์ญี่ปุ่น ‘ชิงรางวัลออสการ์’ เตรียมเข้าฉายสร้างความประทับใจ 25 มีนาคมนี้ https://thestandard.co/true-mothers/ Fri, 05 Mar 2021 07:11:07 +0000 https://thestandard.co/?p=461809 True Mothers ตัวแทนภาพยนตร์ญี่ปุ่น ‘ชิงรางวัลออสการ์’ เตรียมเข้าฉายสร้างความประทับใจ 25 มีนาคมนี้

“คุณจะยอมคืนลูกที่คุณเลี้ยงมาให้แม่ที่แท้จริงหรือเปล่า” […]

The post True Mothers ตัวแทนภาพยนตร์ญี่ปุ่น ‘ชิงรางวัลออสการ์’ เตรียมเข้าฉายสร้างความประทับใจ 25 มีนาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
True Mothers ตัวแทนภาพยนตร์ญี่ปุ่น ‘ชิงรางวัลออสการ์’ เตรียมเข้าฉายสร้างความประทับใจ 25 มีนาคมนี้

“คุณจะยอมคืนลูกที่คุณเลี้ยงมาให้แม่ที่แท้จริงหรือเปล่า”

 

True Mothers อีกหนึ่งภาพยนตร์ดราม่าน้ำดีจากแดนปลาดิบ ที่จะพาผู้ชมไปร่วมค้นหาความหมายของคำว่า ‘แม่’ ผลงานที่ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนภาพยนตร์ญี่ปุ่นในการเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 93 ในสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม โดยมีกำหนดเข้าฉายในบ้านเรา 25 มีนาคมนี้  

 

True Mothers คือภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากนิยายชื่อดังอย่าง Asa ga Kuru ผลงานจากปลายปากกาของ มิซุกิ ซึจิมูระ นักเขียนผู้เคยได้รับรางวัล Naoki Prize จากผลงาน I Saw a Dream Without a Key ในปี 2012 และรางวัล Japan Booksellers Award จากผลงาน Lonely Castle in the Mirror ในปี 2018

 

True Mothers บอกเล่าเรื่องราวของ ซาโตโกะ (ฮิโรมิ นางาซากุ) และ ชิโยซาคุ (อาราตะ อิอุระ) สองสามีภรรยาที่ไม่สามารถมีลูกได้ ทั้งคู่จึงตัดสินใจรับเด็กทารกมาเลี้ยงดู จนกระทั่งวันเวลาผ่านไปหลายปี ฮิคาริ (อาจู มาคิตะ) สาวมัธยมผู้เป็นแม่ที่แท้จริงได้เดินทางมาพบเพื่อขอลูกของตัวเองคืน เรื่องราวความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงระหว่างแม่เลี้ยงและแม่ที่แท้จริงจึงเริ่มต้นขึ้น

 

กำกับภาพยนตร์โดย นาโอมิ คาวาเสะ ผู้กำกับหญิงที่เคยสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมมาแล้วจาก Sweet Bean (2015) และ Radiance (2017) พร้อมด้วยทัพนักแสดงมากคุณภาพอย่าง ฮิโรมิ นางาซาคุ นักแสดงหญิงผู้เคยได้รับรางวัล Japan Academy Film Prize ในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจาก Rebirth (2011), อาราตะ อิอุระ จากภาพยนตร์ Air Doll (2009) และ อาจู มาคิตะ จากภาพยนตร์ After the Storm (2016)

 

การันตีความประทับใจด้วยการได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Japan Academy Film Prize ปี 2021 มากถึง 7 สาขาได้แก่ ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (นาโอมิ คาวาเสะ), นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (ฮิโรมิ นางาซากุ), บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม, ถ่ายภาพยอดเยี่ยม, จัดแสงยอดเยี่ยม และบันทึกเสียงยอดเยี่ยม และรางวัลนักแสดงหน้าใหม่แห่งปี (อาจู มาคิตะ)

 

สำหรับแฟนภาพยนตร์ชั้นดีจากฝั่งเอเชีย การได้ติดตามเรื่องราวอันยุ่งเหยิงที่จะมาพิสูจน์บทบาทความเป็น ‘แม่’ ใน True Mothers น่าจะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดชมในโรงภาพยนตร์ 

 

รับชมตัวอย่างภาพยนตร์ที่นี่

 

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post True Mothers ตัวแทนภาพยนตร์ญี่ปุ่น ‘ชิงรางวัลออสการ์’ เตรียมเข้าฉายสร้างความประทับใจ 25 มีนาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kimetsu no Yaiba the Movie: Mugen Train ติดหนึ่งใน 27 แอนิเมชันที่ ‘มีสิทธิ์เข้าชิง’ รางวัลออสการ์ 2021 https://thestandard.co/kimetsu-no-yaiba-the-movie-mugen-train-3/ Fri, 29 Jan 2021 10:23:22 +0000 https://thestandard.co/?p=448841 Kimetsu no Yaiba the Movie: Mugen Train ติดหนึ่งใน 27 แอนิเมชันที่ ‘มีสิทธิ์เข้าชิง’ รางวัลออสการ์ 2021

ดูเหมือนว่าเปลวไฟของเสาหลักเพลิงอย่าง เรนโงคุ จะร้อนแรง […]

The post Kimetsu no Yaiba the Movie: Mugen Train ติดหนึ่งใน 27 แอนิเมชันที่ ‘มีสิทธิ์เข้าชิง’ รางวัลออสการ์ 2021 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kimetsu no Yaiba the Movie: Mugen Train ติดหนึ่งใน 27 แอนิเมชันที่ ‘มีสิทธิ์เข้าชิง’ รางวัลออสการ์ 2021

ดูเหมือนว่าเปลวไฟของเสาหลักเพลิงอย่าง เรนโงคุ จะร้อนแรงเกินขีดจำกัดแล้ว เมื่อชื่อของภาพยนตร์แอนิเมชันแห่งยุคอย่าง Kimetsu no Yaiba the Movie: Mugen Train (2020) ติดหนึ่งใน 27 ภาพยนตร์แอนิเมชันที่มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาให้เข้าชิงรางวัลออสการ์ หรือ Academy Awards ครั้งที่ 93 ในสาขาภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยม 

 

โดยเมื่อวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา The Academy of Motion Picture Arts and Sciences ได้ออกมาเปิดเผยรายชื่อภาพยนตร์ที่มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาในการเข้าชิงรางวัลออสการ์ใน 3 สาขาหลักได้แก่ ภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยม, ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม และภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยม 

 

ซึ่ง Kimetsu no Yaiba the Movie: Mugen Train คือหนึ่งใน 27 ภาพยนตร์แอนิเมชันที่มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาในปีนี้ โดยเรนโงคุและผองเพื่อนจะต้องเผชิญหน้ากับสองผลงานเรียกน้ำตาจาก Pixar Studio อย่าง Onward (2020) และ Soul (2020) รวมถึงผลงานแอนิเมชันน้ำดีจาก Netflix อย่าง Over the Moon (2020)

 

นอกจากนี้ยังมีภาพยนตร์แอนิเมชันจากแดนปลาดิบที่มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาในการเข้าชิงรางวัลอีก 5 เรื่องด้วยกัน ได้แก่ A Whisker Away (2020), On-Gaku: Our Sound (2019), Ride Your Wave (2019), Lupin III: The First (2019) และ Earwig and the Witch (2021) ผลงานเรื่องล่าสุดของสตูดิโอจิบลิโดยผู้กำกับ มิยาซากิ โกโระ ลูกชายของ มิยาซากิ ฮายาโอะ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอจิบลิ

 

โดยจะมีการประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลทั้งหมดในวันที่ 15 มีนาคม และมีกำหนดการจัดงานในวันที่ 25 เมษายนนี้ ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ โดยถ่ายทอดสดผ่านทางช่อง ABC

 

สามารถตรวจสอบรายชื่อภาพยนตร์แอนิเมชันทั้ง 27 เรื่องได้ที่นี่

https://www.oscars.org/sites/oscars/files/93aa-animated-feature-eligibility-list.pdf

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post Kimetsu no Yaiba the Movie: Mugen Train ติดหนึ่งใน 27 แอนิเมชันที่ ‘มีสิทธิ์เข้าชิง’ รางวัลออสการ์ 2021 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เช็กรอบก่อนสำรวจโลกแห่งความเพิกเฉยอันมืดหม่น ไปกับ Memories of Murder ของผู้กำกับ บงจุนโฮ เริ่มต้นรอบแรกวันนี้ https://thestandard.co/memories-of-murder-bong-joon-ho/ Wed, 16 Dec 2020 08:30:35 +0000 https://thestandard.co/?p=432126 เช็กรอบก่อนสำรวจโลกแห่งความเพิกเฉยอันมืดหม่น ไปกับ Memories of Murder ของผู้กำกับ บงจุนโฮ เริ่มต้นรอบแรกวันนี้

Memories of Murder (2003) ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานระดับขึ้น […]

The post เช็กรอบก่อนสำรวจโลกแห่งความเพิกเฉยอันมืดหม่น ไปกับ Memories of Murder ของผู้กำกับ บงจุนโฮ เริ่มต้นรอบแรกวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เช็กรอบก่อนสำรวจโลกแห่งความเพิกเฉยอันมืดหม่น ไปกับ Memories of Murder ของผู้กำกับ บงจุนโฮ เริ่มต้นรอบแรกวันนี้

Memories of Murder (2003) ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานระดับขึ้นหิ้งของบงจุนโฮ ผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์จาก Parasite (2019) ที่เตรียมกลับมาให้แฟนๆ ได้รับชมกันอีกครั้งบนจอภาพยนตร์ เริ่มต้นรอบแรกในวันนี้ (17 ธันวาคม 2563) 

 

ภาพยนตร์นำเหตุการณ์ฆาตกรรมสะเทือนขวัญช่วงปี 1986-1991 ณ เมืองเล็กๆ นอกกรุงโซล เมื่อผู้หญิงจำนวน 10 คนที่มีอายุตั้งแต่ 13-71 ปี ถูกข่มขืนและสังหารอย่างต่อเนื่องภายในพื้นที่รัศมีเพียง 2 กิโลเมตร โดยฆาตกรต่อเนื่องคนแรกของเกาหลีที่ไม่เคยทิ้งร่องรอยหลักฐานอะไรไว้ จนกลายเป็นคดีใหญที่ต้องใช้ตำรวจกว่า 3 แสนนายในการสืบหาเบาะแส และมีผู้ต้องสงสัยถูกสอบสวนกว่า 3 พันคน แต่ยังไม่เคยจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้เลย

 

บอกเล่าเรื่องราวผ่านตำรวจสองนายที่ได้รับมอบหมายให้คลี่คลายคดีดังกล่าวโดยไร้ซึ่งความสนับสนุนช่วยเหลือ มีเพียงการสืบสวนและการดั้นด้นค้นหาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเท่านั้นเป็นเครื่องมือ พวกเขาต้องเผชิญหน้าตามลำพังกับโชคร้ายเกินคาดและความโหดร้ายเกินจินตนาการ โดยไม่อาจคาดเดาได้ว่าภารกิจแห่งฝันร้ายนี้จะลงเอยอย่างไร

 

Memories of Murder ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานของบงจุนโฮ ที่ได้รับการยอมรับจากนักวิจารณ์อย่างล้นหลาม โดยนักวิจารณ์จากเว็บไซต์ Rotten Tomatoes ให้คะแนนมะเขือเทศสดไว้สูงถึง 94% และยังกวาดรางวัลใหญ่จากหลายเวที เช่น  Korean Film Awards ในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, Tokyo International Film Festival ในสาขาภาพยนตร์เอเชียยอดเยี่ยม และ Busan Film Critics Awards ในสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมและบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

 

และนี่คือผลงานที่ซงคังโฮได้ร่วมงานกับบงจุนโฮเป็นครั้งแรก ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากงาน Korean Film Awards ก่อนที่จะเริ่มผูกปิ่นโตเป็นนักแสดงคู่บุญ ร่วมสร้างปรากฏการณ์กันมาอีกหลายเรื่องจนถึง Parasite

 

ภาพยนตร์มีกำหนดเข้าฉายแบบจำกัดโรงได้แก่ โรงภาพยนตร์ SF เซ็นทรัลเวิลด์, SF เซ็นทรัล ลาดพร้าว, SF เทอร์มินอล 21 อโศก, SF เลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา, SF เดอะมอลล์ บางกะปิ, SF เมญ่า เชียงใหม่ และ SF เซ็นทรัล ขอนแก่น เริ่มเข้าฉายวันแรก 17 ธันวาคมนี้

 

โรงภาพยนตร์ House Samyan และ Lido Connect เข้าฉายวันที่ 30 ธันวาคม และโรงภาพยนตร์ Bangkok Screening Room เข้าฉายวันที่ 2 มกราคม

 

สามารถรับชมตัวอย่างภาพยนตร์ได้ที่

 

 

 

สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

https://www.facebook.com/DocumentaryClubTH

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post เช็กรอบก่อนสำรวจโลกแห่งความเพิกเฉยอันมืดหม่น ไปกับ Memories of Murder ของผู้กำกับ บงจุนโฮ เริ่มต้นรอบแรกวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มูฟออนสู่ออสการ์ ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ ตัวแทนหนังไทยเข้าชิงออสการ์ ‘ภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม’ https://thestandard.co/happy-old-year-nominated-for-an-oscar-best-foreign-film/ Mon, 23 Nov 2020 09:35:32 +0000 https://thestandard.co/?p=424112 มูฟออนสู่ออสการ์ ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ ตัวแทนหนังไทยเข้าชิงออสการ์ ‘ภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม’

เรียกว่ามูฟออนไปไกลถึงเวทีออสการ์ทีเดียว สำหรับ ฮาวทูทิ […]

The post มูฟออนสู่ออสการ์ ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ ตัวแทนหนังไทยเข้าชิงออสการ์ ‘ภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มูฟออนสู่ออสการ์ ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ ตัวแทนหนังไทยเข้าชิงออสการ์ ‘ภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม’

เรียกว่ามูฟออนไปไกลถึงเวทีออสการ์ทีเดียว สำหรับ ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ ผลงานการกำกับของ เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ที่ได้รับคัดเลือกจากสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติให้เป็นตัวแทนภาพยนตร์ไทยเพื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 93 ในสาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม (93rd Academy Awards International Feature Film)

 

โดยสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการ 9 ท่าน โดยมี นคร วีระประวัติ เป็นประธานพิจารณาภาพยนตร์ไทยเพื่อส่งไปชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 93 

 

ซึ่งมีรูปแบบการพิจารณาโดยให้กรรมการเสนอรายชื่อภาพยนตร์ไทยและออกความเห็นเป็นรายคนจนครบ ซึ่งมีภาพยนตร์ไทยที่เข้ารอบสุดท้ายจำนวน 5 เรื่องได้แก่ ดิว ไปด้วยกันนะ (กำกับโดย มะเดี๋ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล), The Cave นางนอน (กำกับโดย ทอม วอลเลอร์), ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ, คืนยุติ-ธรรม (กำกับโดย โน้ต-กัณฑ์ปวิตร ภูวดลวิศิษฏ์) และ คนทรงผี (กำกับโดย อาทิตย และ ธีรคหะ อาริยวงศ์ษา) โดยผลการพิจารณาจากคณะกรรมการได้ตัดสินให้ ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ เป็นตัวแทนภาพยนตร์ไทย

 

สำหรับ ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ คือภาพยนตร์จากค่าย GDH ที่ออกฉายอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2562 บอกเล่าเรื่องราวของ จีน (ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง) หญิงสาวที่ต้องการจะเคลียร์บ้านเพื่อรีโนเวตให้สร้างออฟฟิศเป็นของตัวเอง เธอจึงต้อง ‘เก็บ’ ของภายในบ้านที่ไม่จำเป็น ‘ทิ้ง’ ทั้งหมด แต่เมื่อเธอได้เจอกับของบางอย่างที่เป็นของ เอ็ม (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) แฟนเก่าของเธอ จีนเริ่มพบว่าการทิ้งครั้งนี้ไม่ง่าย เพราะของบางอย่างแม้จะไม่มีประโยชน์แล้ว แต่มันยังมีเรื่องราวให้นึกถึง 

 

โดยก่อนหน้านี้ ฮาวทูทิ้ง ได้มูฟออนสู่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติมาแล้วหลากหลายเวทีและได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ชมอย่างล้นหลาม รวมถึงได้รับรางวัลจากเวทีต่างๆ มากมาย เช่น Osaka Asian Film Festival ในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, Bengaluru International Film Festival ในสาขาภาพยนตร์เอเชียยอดเยี่ยม, Asian Film Awards ในสาขาออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post มูฟออนสู่ออสการ์ ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ ตัวแทนหนังไทยเข้าชิงออสการ์ ‘ภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
“นกบางตัวไม่ได้เกิดมาเพื่ออยู่ในกรง ขนของพวกมันสดใสเกินไป” ครบรอบ 26 ปี The Shawshank Redemption https://thestandard.co/the-shawshank-redemption/ Wed, 23 Sep 2020 07:39:10 +0000 https://thestandard.co/?p=399959

“นกบางตัวไม่ได้เกิดมาเพื่ออยู่ในกรง ขนของพวกมันสดใสเกิน […]

The post “นกบางตัวไม่ได้เกิดมาเพื่ออยู่ในกรง ขนของพวกมันสดใสเกินไป” ครบรอบ 26 ปี The Shawshank Redemption appeared first on THE STANDARD.

]]>

“นกบางตัวไม่ได้เกิดมาเพื่ออยู่ในกรง ขนของพวกมันสดใสเกินไป” 

 

เสียงบรรยายของ มอร์แกน ฟรีแมน ในบท เรด นักโทษที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับคุกชอว์แชงก์ คือประโยคที่เรารู้สึกว่าใช้สรุปชีวิตของ แอนดี้ ดูเฟรนส์ (ทิม ร็อบบินส์) จาก The Shawshank Redemption ของผู้กำกับ แฟรงก์ ดาราบอนต์ ที่เข้าฉายอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 กันยายน ปี 1994 ได้ดีที่สุด 

 

แอนดี้ ดูเฟรนส์ คือนายธนาคารที่ถูกตัดสินโทษให้จำคุกตลอดชีวิต ในความผิดฐานฆาตกรรมภรรยาและชายชู้ ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่ได้ทำ แต่เมื่อหลักฐานทุกอย่างบ่งชี้ เขาก็ทำได้เพียงก้มหน้าสงบตาปากสงบคำยอมรับคำตัดสิน แต่ลึกๆ รู้ดีว่านี่ไม่ใช่ที่ของเขา

 

ท่ามกลางเหล่า ‘นก’ ที่ถูกจับมาขังอยู่ใน ‘กรง’ แห่งเรือนจำชอว์แชงก์ร่วมกัน ในขณะที่นกส่วนมากเริ่มสิ้นหวัง ขนที่เคยสวยงามค่อยๆ เปลี่ยนสี บางตัวก็ผลัดขนจนตัวโกร๋น และลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าตัวเองเคยมี ‘อิสระ’ ในการใช้ชีวิตมากแค่ไหน 

 

 

แต่แอนดี้นั้นแตกต่างออกไป เพราะเขาเป็นนกที่มีขนสวยงามสดใส มีจิตใจที่แน่วแน่ ไม่ยอมแพ้ผลัดขนและเปลี่ยนตัวตนเป็นอื่น

 

แม้จะเห็นความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นมากมาย ถูกทำร้ายอยู่หลายครั้ง แต่แอนดี้ก็ใช้ชีวิตอย่างสงบปากสงบคำ ค่อยๆ ผูกมิตรและใช้ความสามารถของตัวเองคอยช่วยเหลือเพื่อนๆ ในเรือนจำอยู่เสมอ ไปพร้อมๆ กับการทำภารกิจลับด้วยความอดทน และไม่เคยสูญสิ้นความหวังในการมีชีวิต 

 

และยังหยิบยื่นความชุ่มฉ่ำในชีวิตให้กับชายฉกรรจ์ที่หัวใจแห้งแล้งด้วยเบียร์เย็นๆ ที่ไม่ได้ลิ้มรสมานาน เพราะเขารู้ดีว่าความสุขแม้เพียงเล็กน้อยนั้นมีค่ามากแค่ไหนกับชีวิต

 

 

ตลอดระยะเวลา 19 ปีที่ใช้ชีวิตในเรือนจำ มีเรื่องราวที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์และ ‘ฉากจำ’ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งฉากดื่มเบียร์ฟังเพลงจากแผ่นเสียงบนดาดฟ้า, ค้อนแกะสลักในคัมภีร์ไบเบิล, ภาวะรับมือกับโลกภายนอกไม่ถูกของนักโทษอาวุโส, ภาพดาราสาวบนฝาผนัง, การล้างแค้นพัศดีที่เคยกดขี่, ชีวิตที่ไม่เคยสิ้นหวังบนโลกที่โหดร้าย และอิสรภาพกลางสายฝน 

 

กรงขังแห่งนี้ได้ยึดครองอิสรภาพของผู้คนที่เคยเป็นนกน้อยที่แสนเสรีเอาไว้มากมาย หลายคนเลือกทำตัวเลวร้าย หลายคนเฉยชากับทุกสิ่ง รวมทั้ง บรูก นักโทษที่เพิ่งได้รับอิสรภาพในวันที่ร่างกายแก่ชรา กลายเป็นนกปีกอ่อนแรง ไม่สามารถบินอยู่ท่ามกลางแรงลมของโลกที่เปลี่ยนแปลง จนสุดท้ายเขาต้องตัดสินใจ ‘หยุดบิน’ พร้อมความคิดน่าเศร้าที่ว่า เขาคิดถึง ‘กรง’ ที่เคยจองจำตัวเขาเอาไว้เหลือเกิน 

 

ในวันที่ชีวิตกลับมาอิสระและออกโบยบินได้อีกครั้ง แอนดี้ก็ยังไม่ลืมเรด เพื่อนสนิท นกที่เริ่มผลัดขน ปีกเริ่มอ่อนแรง เขารู้ดีกว่าหากปล่อยเอาไว้แบบนี้ มีโอกาสสูงมากที่เรดจะหยุดบินแบบที่บรูกเคยเป็น รีบชักชวนให้เรดมาอยู่ด้วยกันในวันที่ได้รับอิสระ แน่นอนว่านกชราตัวนี้ยินดีที่อย่างยิ่งจะได้โบยบินขึ้นอีกครั้ง เพราะรู้ดีแล้วว่า

 

พวกเขาไม่ใช่นกที่เกิดมาเพื่ออยู่ในกรง!

 

 

มีเรื่องน่าแปลกเกิดขึ้นในปีที่เข้าฉายคือ ทุกคนที่ได้ดูพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า The Shawshank Redemption คือภาพยนตร์ชั้นดี (และควรได้รางวัลออสการ์ ถ้าไม่ต้องไปเจอกับคู่แข่งของแข็งอย่าง Forrest Gump) แต่เมื่อจบโปรแกรมฉาย กลับทำเงินไปได้แค่ 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น (ทุนสร้าง 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ก่อนที่กระแสความนิยมของภาพยนตร์จะเริ่มขึ้นอีกครั้งในฐานะ ‘วิดีโอ’ ที่มีคนเช่ากลับไปดูมากที่สุดในปี 1995 

 

พร้อมกับการมีชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ 7 สาขา รวมทั้งรางวัลใหญ่อย่างภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ฯลฯ แต่ไม่สามารถคว้า ‘ตุ๊กตาทองคำ’ มาครองได้แม้แต่สาขาเดียว 

 

ถ้ามองตามสถิติที่เกิดขึ้น The Shawshank Redemption อาจเป็นภาพยนตร์ที่ไม่ประสบความสำเร็จทั้งด้านรายได้และรางวัลการันตี แต่อย่างน้อยที่สุด ถ้ามองในด้านการสร้างแรงบันดาลใจและพยายามย้ำบอกให้ทุกคนรู้ว่า 

 

แม้กระทั่งในสถานที่ที่มืดมนที่สุด แต่ทุกชีวิตก็ยังคงมีความหวัง ก็นับว่า The Shawshank Redemption ได้ทำหน้าที่ของงาน ‘ศิลปะ’ ที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post “นกบางตัวไม่ได้เกิดมาเพื่ออยู่ในกรง ขนของพวกมันสดใสเกินไป” ครบรอบ 26 ปี The Shawshank Redemption appeared first on THE STANDARD.

]]>
Oscar Insider 2020 : Joker https://thestandard.co/oscar-insider-2020-joker/ Sun, 09 Feb 2020 13:13:43 +0000 https://thestandard.co/?p=330146

ปิดท้ายซีรีส์ Oscar Insider 2020 ด้วย Joker ภาพยนตร์แห่ […]

The post Oscar Insider 2020 : Joker appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปิดท้ายซีรีส์ Oscar Insider 2020 ด้วย Joker ภาพยนตร์แห่งความ ‘ป่วยไข้’ ของสังคมที่มีชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สูงสุด 11 สาขา

 

อีกหนึ่งภาพยนตร์ระดับปรากฏการณ์ เป็นหนังที่ได้รับเรต R เรื่องแรกที่ทำรายได้มากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และตัวละครโจ๊กเกอร์เวอร์ชันนี้ได้ถูกนำไปใช้เป็น ‘สัญลักษณ์’ ในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมอยู่หลายครั้ง

 

โดดเด่นและทรงพลังมากๆ ด้วยการแสดงของ วาคีน ฟีนิกซ์ ที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับตัวละคร อาร์เธอร์ เฟล็ก ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จนแทบร้อยเปอร์เซ็นต์พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า Joker อาจจะลุ้นรางวัลอื่นได้ลำบาก แต่เราสามารถใส่ชื่อของ วาคีน ฟีนิกซ์ เอาไว้ในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมปีนี้ได้เลย 

 

THE STANDARD POP พาทุกคนร่วมนับถอยหลังโค้งสุดท้าย Oscars 2020 กับ Oscar Insider 2020 รวบรวมนานาทัศนะจากนักวิจารณ์และผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาพยนตร์หลากหลายวงการทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง กับภาพยนตร์โดดเด่นที่มีสิทธิ์ลุ้นรางวัล ‘ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม’ ออสการ์ในปีนี้ 

 

ห้ามพลาด! ติดตามผลสรุปรางวัล อัปเดตข่าวสาร บทความ และสกู๊ปพิเศษของเวทีออสการ์พร้อมกันในเช้าวันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ ได้ทุกช่องทางของ THE STANDARD POP และเว็บไซต์ THE STANDARD 

The post Oscar Insider 2020 : Joker appeared first on THE STANDARD.

]]>
POPcorn Talk ตอน And the oscar goes to… https://thestandard.co/popcorn-talk-and-the-oscar-goes-to/ Sat, 08 Feb 2020 12:52:57 +0000 https://thestandard.co/?p=329000

ภาพบรรยากาศในงาน POPcorn Talk ตอน And the oscar goes to […]

The post POPcorn Talk ตอน And the oscar goes to… appeared first on THE STANDARD.

]]>

ภาพบรรยากาศในงาน POPcorn Talk ตอน And the oscar goes to… ที่ THE STANDARD POP ร่วมมือกับ SF Cinema ชวนผู้คนในแวดวงภาพยนตร์มาวิเคราะห์และพูดคุยถึงภาพยนตร์ที่เข้าชิงออสการ์ปีนี้ ซึ่งประกอบไปด้วย อ.ประวิทย์ แต่งอักษร นักวิจารณ์ภาพยนตร์, เอิร์ธ ออสการ์, JUSTดูIT., ณัฐนันท์ เฉลิมพนัส นักวิจารณ์ภาพยนตร์จาก THE STANDARD POP, เต๋อ-รัฐนันท์ จรรยาจิรวงศ์ และโดม-สิทธิศิริ มงคลศิริ ผู้กำกับ แสงกระสือ (Inhuman Kiss) ก่อนปิดท้ายด้วยการฉายภาพยนตร์เรื่อง 1917 ซึ่งเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ตัวเต็งที่คาดว่าน่าจะคว้าไปได้หลายรางวัลในปีนี้

 

The post POPcorn Talk ตอน And the oscar goes to… appeared first on THE STANDARD.

]]>
ออสการ์ของภาพยนตร์ดัดแปลงจากคอมิกบุ๊ก…เป็นเรื่องยาก https://thestandard.co/oscar-nominated-comic-book-movies/ Sat, 08 Feb 2020 02:24:46 +0000 https://thestandard.co/?p=328835

เป็นความยากระดับหนึ่งที่รางวัลออสการ์จะชายตามาเหลียวแลภ […]

The post ออสการ์ของภาพยนตร์ดัดแปลงจากคอมิกบุ๊ก…เป็นเรื่องยาก appeared first on THE STANDARD.

]]>

เป็นความยากระดับหนึ่งที่รางวัลออสการ์จะชายตามาเหลียวแลภาพยนตร์ที่ถูกสร้างขึ้นจากคอมิกบุ๊กในฐานะภาพยนตร์ยอดเยี่ยม หรือมองเห็นการแสดงที่น่าสนใจจากเรื่องราวเหล่านี้ เพราะส่วนใหญ่แล้ว ภาพยนตร์ที่ถูกดัดแปลงมาจากคอมิกบุ๊กมักจะโดดเด่นฉายแสงบนเวทีนี้ ด้วยเรื่องของงานโปรดักชันดีไซน์ งานวิชวลเอฟเฟกต์ หรือการผสมเสียงเสียมากกว่า

 

ย้อนกลับไปในปี 1989 ที่ภาพยนตร์เรื่อง Batman เวอร์ชันของผู้กำกับ ทิม เบอร์ตัน ได้เข้าชิงรางวัลอย่าง Best Art Direction เพียงแค่รางวัลเดียว และคว้ารางวัลไปได้ในที่สุด ถือเป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากคอมิกบุ๊กเรื่องแรกที่ได้รับรางวัลออสการ์ นอกจากนี้ยังมีชื่อ The Mask (1994) ที่นักแสดงอย่าง จิม แคร์รี แปลงตัวเป็นมนุษย์หน้าเขียว ซึ่งได้ชิงรางวัล Best Visual Effect แต่ว่าต้องพ่ายให้กับ Forrest Gump ไป, Men in Black (1997) เองก็เคยได้รับรางวัล Best Makeup, Batman Begins (2005) ของ คริสโตเฟอร์ โนแลน เองก็เคยได้เข้าชิงรางวัล Best Cinematography แต่ก็ชวดไป

 

ส่วนจักรวาลมาร์เวลเองก็เคยได้เข้าชิงรางวัลประปรายในเรื่องเทคนิค โดยเฉพาะรางวัล Best Visual Effect ที่เข้าชิงตั้งแต่ Iron Man (2008), Iron Man 2 (2010), The Avengers (2012), Iron Man 3 (2013), Captain America: The Winter Soldier (2014), Guardians of the Galaxy (2014), Doctor Strange (2016), Guardians of the Galaxy Vol. 2 (2017), Avengers: Infinity War (2018) และแน่นอนว่า…ไม่เคยได้แม้แต่เรื่องเดียว

 

แต่ก็มีไม่กี่ครั้งในประวัติศาสตร์ที่ภาพยนตร์จากคอมิกบุ๊กจะได้รับความสนใจ และได้รับการยอมรับให้เข้าชิงในสาขาหลักในสายการแสดง โดยเฉพาะในสาขา ‘นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม’ ซึ่งออสการ์ 2020 จะเป็นครั้งแรกที่ภาพยนตร์ดัดแปลงจากคอมิกบุ๊กจะได้เข้าชิงจาก Joker จากบทบาทการแสดงของ วาคีน ฟีนิกซ์ 

 

โดยย้อนกลับไปในปี 2009 ที่ผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน หยิบเอา The Dark Knight ขึ้นมาทำเป็นภาพยนตร์ และบทบาทของ Joker ที่รับผิดชอบโดยนักแสดงอย่าง ฮีธ เลดเจอร์ ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่านั่นเป็นบทบาทที่น่าจดจำที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ และเขาก็สามารถคว้ารางวัลไปครองได้ในที่สุด แม้ว่าเขาจะไม่สามารถขึ้นมารับรางวัลด้วยตัวเองได้ก็ตาม และนั่นคือครั้งแรกที่ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากคอมิกบุ๊กได้รับรางวัลทางการแสดง

 

มาถึงในปีนี้บนเวทีออสการ์ อย่างที่เราทราบกันดีว่า Joker ในเวอร์ชันของผู้กำกับ ท็อดด์ ฟิลลิปส์ เป็นภาพยนตร์ที่ได้เข้าชิงรางวัลมากที่สุดในปีนี้ถึง 11 รางวัล และ 2 ใน 11 นั้นรวมไปถึงรางวัลใหญ่อย่างภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมอีกด้วย ที่มีลุ้นว่า วาคีน ฟีนิกซ์ จะพาตัวเองขึ้นไปเฉิดฉายรับรางวัลได้ในที่สุด นี่จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญของโลกภาพยนตร์ที่ภาพยนตร์จากคอมิกบุ๊กจะได้มีบทบาทบนเวทีออสการ์ นอกเหนือจากการเข้าชิงรางวัลทางด้านเทคนิคต่างๆ ทั้งนี้ก็เพราะการตีความและการสร้างมุมมองใหม่ๆ ให้ผู้ชมได้เข้าไปสำรวจชีวิตและจิตใจอันบอบช้ำของตัวละครได้อย่างน่าสนใจ จึงไม่แปลกใจเลยว่า Joker ในเวอร์ชันนี้จะกลายเป็นภาพยนตร์จากคอมิกบุ๊กที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์มากที่สุดในประวัติศาสตร์

 

ไม่ใช่แค่ Joker ที่น่าจดจำ เพราะเมื่อปีที่แล้ว หากคุณพอจำได้ เราได้เห็นชื่อของ Black Panther (2018) ได้เข้าไปอยู่ในรายชื่อผู้เข้าชิงในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Picture) มาแล้ว และรางวัลอื่นๆ อีก 6 รางวัล ทั้ง Best Production Design, Best Sound Mixing, Best Sound Editing, Best Costume Design, Best Original Score และ Best Original Song พร้อมคว้ากลับบ้านไป 3 รางวัล ได้แก่ Best Score, Best Costume Design และ Best Production Design

 

ใครที่เป็นแฟนของภาพยนตร์ดัดแปลงจากคอมิกบุ๊กก็มาร่วมลุ้นกันว่า Joker จะพารางวัลไหนติดมือมาได้บ้าง?

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง:

The post ออสการ์ของภาพยนตร์ดัดแปลงจากคอมิกบุ๊ก…เป็นเรื่องยาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
10 ผลงานผ่านเลนส์ โรเจอร์ ดีกินส์ ‘มหาเทพ’ ตัวเต็งออสการ์สาขาผู้กำกับภาพยอดเยี่ยมจาก 1917 https://thestandard.co/roger-deakins-oscar-nominations/ Fri, 07 Feb 2020 09:37:26 +0000 https://thestandard.co/?p=328691

โรเจอร์ ดีกินส์ คือ ‘ผู้กำกับภาพ’ ระดับปรมาจารย์อายุ 70 […]

The post 10 ผลงานผ่านเลนส์ โรเจอร์ ดีกินส์ ‘มหาเทพ’ ตัวเต็งออสการ์สาขาผู้กำกับภาพยอดเยี่ยมจาก 1917 appeared first on THE STANDARD.

]]>

โรเจอร์ ดีกินส์ คือ ‘ผู้กำกับภาพ’ ระดับปรมาจารย์อายุ 70 ปี ที่ฝากผลงานการถ่ายภาพยนตร์เอาไว้มากกว่า 50 เรื่อง และเริ่มมีชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาผู้กำกับภาพยอดเยี่ยมมาตั้งแต่ The Shawshank Redemption ในปี 1994 ก่อนที่จะคว้ารางวัลได้สำเร็จกับภาพยนตร์เรื่อง Blade Runner 2049 ในปี 2017

 

THE STANDARD POP รวมรวบ 10 จาก 15 ผลงานเด่นที่เป็นที่รู้จัก และส่งให้ โรเจอร์ ดีกินส์ มีชื่อเป็นผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาผู้กำกับภาพยอดเยี่ยม เพื่ออุ่นเครื่องก่อนประกาศรางวัลออสการ์ 2020 ในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 

 

ซึ่งเราสามารถมั่นใจว่าเทคนิคการถ่ายทำแบบ ‘ลองเทก’ บันลือโลกในภาพยนตร์เรื่อง 1917 จะทำให้เขาได้ขึ้นไปยืนอยู่บนเวทีออสการ์ในฐานะ ‘ผู้กำกับภาพยอดเยี่ยม’ อีกครั้งได้อย่างแน่นอน

 

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post 10 ผลงานผ่านเลนส์ โรเจอร์ ดีกินส์ ‘มหาเทพ’ ตัวเต็งออสการ์สาขาผู้กำกับภาพยอดเยี่ยมจาก 1917 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกร็ดสำคัญของ Joker เวอร์ชัน Joaquin Phoenix ผู้เข้าชิงนักแสดงนำชายจากบทตัวการ์ตูนคนแรก https://thestandard.co/joker-joaquin-phoenix/ Fri, 07 Feb 2020 09:00:44 +0000 https://thestandard.co/?p=328663

Joker ตัวละครที่มีต้นกำเนิดจากหนังสือการ์ตูนจากค่าย DC […]

The post เกร็ดสำคัญของ Joker เวอร์ชัน Joaquin Phoenix ผู้เข้าชิงนักแสดงนำชายจากบทตัวการ์ตูนคนแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>

Joker ตัวละครที่มีต้นกำเนิดจากหนังสือการ์ตูนจากค่าย DC Comic นอกจากส่งให้ วาคีน ฟีนิกซ์ ได้เข้าชิงสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมในเวทีออสการ์เป็นครั้งที่ 3 และยังเป็นครั้งแรกที่ตัวละครจากหนังสือการ์ตูนได้เข้าชิงสาขานักแสดงนำชายอีกด้วย  

 

โดยก่อนหน้านี้บท Joker เวอร์ชันปี 2009 ของ ฮีธ เลดเจอร์ นักแสดงผู้ล่วงลับ ได้ชนะรางวัลสาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมไปครอง จากภาพยนตร์เรื่อง The Dark Knight ของ คริสโตเฟอร์ โนแลน แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า ท็อดด์ ฟิลลิปส์ ได้กล่าวว่า เวอร์ชันภาพยนตร์ปี 2019 ของเขาไม่ได้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเวอร์ชันการ์ตูน หรือในภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ในแบบเดิม เป็นเพียงแค่การตีความตัวละคร อาร์เธอร์ เฟล็ก ในอีกรูปแบบหนึ่งเท่านั้น

 

ภาพ: Kevin Winter via Getty Images

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง: 

The post เกร็ดสำคัญของ Joker เวอร์ชัน Joaquin Phoenix ผู้เข้าชิงนักแสดงนำชายจากบทตัวการ์ตูนคนแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักแสดงยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์ในทศวรรษที่ผ่านมา https://thestandard.co/best-actor-oscar/ Fri, 07 Feb 2020 07:57:18 +0000 https://thestandard.co/?p=328613

ก่อนที่รางวัลออสการ์ประจำปีนี้จะประกาศขึ้นในวันจันทร์ ( […]

The post นักแสดงยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์ในทศวรรษที่ผ่านมา appeared first on THE STANDARD.

]]>

ก่อนที่รางวัลออสการ์ประจำปีนี้จะประกาศขึ้นในวันจันทร์ (10 กุมภาพันธ์) THE STANDARD POP ชวนคุณมาย้อนความทรงจำก่อนขึ้นทศวรรษใหม่ว่ามีนักแสดงคนใดที่เคยได้รับรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมทั้งบทนำและบทสมทบจากออสการ์ไปแล้วบ้างในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา

 

รางวัลทางการแสดงน่าจะเป็นอีกรางวัลที่ผู้ชมต่างเชียร์กันอย่างออกรส และการได้เห็นนักแสดงเก่งๆ ได้แสดงศักยภาพกันออกมาอย่างเต็มที่ในภาพยนตร์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นที่น่าจดจำแก่ผู้ชม ตั้งแต่บท ‘นินา’ ของ นาตาลี พอร์ตแมน จาก Black Swan (2010) ผู้หญิงสองบุคลิกที่ไขว่คว้าบทนำในบัลเลต์โชว์ ก่อนจะสติแตกในที่สุด, ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ เองก็เคยลงทุนลงแรงไปปล้ำกับหมี ทั้งโดนตะปบ โดนข่วนแบบลองเทกใน The Revenant (2015) และความยอดเยี่ยมด้านทักษะทางการแสดงของเขาก็ทำให้เขาได้รับออสการ์ตัวแรกไปในที่สุด

 

‘มีอา’ ที่รับบทโดย เอ็มมา สโตน จาก La La Land (2017) ก็นับว่าเป็นอีกบทบาทที่เราต่างชื่นชอบ กับบทบาทของนักแสดงที่มีฝันและพร้อมจะฟันฝ่าทุกอุปสรรคเพื่อความสำเร็จ เธอทั้งร้อง ทั้งเต้น ทั้งแสดงได้อย่างหมดจดและน่าจดจำ

 

ทางด้านบทสมทบก็เป็นอีกรางวัลที่ขับเคี่ยวกันอย่างสนุกสนาน ตั้งแต่บท ‘มินนี่’ โดย อ็อกทาเวีย สเปนเซอร์ จาก The Help (2011) สาวใช้ปากร้ายตัวแสบที่พายของเธอยังติดตาตรึงใจเราเสมอ, จาเร็ด เลโต ลดน้ำหนักฮวบๆ รับบทกะเทยแต่งหญิงใน Dallas Buyers Club (2013) อย่างหมดจดจนได้รางวัลไปครอง

 

แล้วคุณล่ะ… ประทับใจการแสดงของนักแสดงรางวัลออสการ์คนใดบ้าง

 

 

 

ภาพประกอบ: กริน วสุรัฐกร

The post นักแสดงยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์ในทศวรรษที่ผ่านมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์ในทศวรรษที่ผ่านมา https://thestandard.co/oscar-best-picture-movie-in-past-decade/ Fri, 07 Feb 2020 01:12:11 +0000 https://thestandard.co/?p=328361

ก่อนที่รางวัลออสการ์ประจำปีนี้จะประกาศขึ้นในช่วงเช้าของ […]

The post ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์ในทศวรรษที่ผ่านมา appeared first on THE STANDARD.

]]>

ก่อนที่รางวัลออสการ์ประจำปีนี้จะประกาศขึ้นในช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ตามเวลาประเทศไทย เราขอชวนคุณมาย้อนความทรงจำก่อนขึ้นทศวรรษใหม่ว่า มีหนังเรื่องไหนที่เคยได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Picture) จากออสการ์ไปแล้วบ้างในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

 

แน่นอนว่าเราต่างจดจำหนังเหล่านี้ได้ ทั้งกษัตริย์ที่พูดติดอ่าง และต้องก้าวผ่านความกลัว เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนของเขาให้ได้ใน The King’s Speech (2010) ภาพยนตร์ดราม่าร้าวหัวใจอย่าง Moonlight (2016) ที่เล่าเรื่องการเติบโตของเกย์ผิวสีจากยุคสู่ยุคได้ทั้งหวาน เศร้า และแสนขมก็เคยได้รับรางวัลนี้ หรือภาพยนตร์ของผู้กำกับ อเลฮานโดร กอนซาเลซ อินาร์ริตู อย่าง Birdman or (The Unexpected Virtue of Ignorance) ที่การถ่ายทำแบบ Long Take ในเรื่องนี้ก็สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมอย่างมาก รวมถึงการแสดงของ ไมเคิล คีตัน ก็น่าจดจำเหลือเกิน

 

แล้วคุณล่ะ…พอจะจำหนังออสการ์ยอดเยี่ยมเรื่องไห

ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์ในทศวรรษที่ผ่านมา

 

 

 

ภาพประกอบ: วิโรจน์ แกล้วกล้าหาญ

The post ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์ในทศวรรษที่ผ่านมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
Joaquin Phoenix นักแสดงที่ไม่เคยเลือกอยู่ในกรอบ https://thestandard.co/joaquin-phoenix-out-of-the-box-actor/ Sat, 01 Feb 2020 11:30:44 +0000 https://thestandard.co/?p=326661

จอห์นนี แคช, พระเยซู, จักรพรรดิโรมัน, โจ๊กเกอร์…น […]

The post Joaquin Phoenix นักแสดงที่ไม่เคยเลือกอยู่ในกรอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

จอห์นนี แคช, พระเยซู, จักรพรรดิโรมัน, โจ๊กเกอร์…นี่เป็นเพียงบางบทบาทของผู้ชายที่ชื่อ วาคีน ฟีนิกซ์ ที่เขาสามารถขยายขอบเขต และดิสรัปต์ศาสตร์การแสดงทุกครั้งที่เราเห็นบนจอเงิน แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ เขาต้องผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย ตั้งแต่เกิดมาในลัทธิชื่อ Children of God สูญเสียพี่ชายและนักแสดง ริเวอร์ ฟีนิกซ์ และการเป็นวีแกนตั้งแต่ 3 ขวบ

 

ในปีนี้ วาคีน ฟีนิกซ์ กวาดรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมมาเกือบทุกเวที สำหรับบท อาเธอร์ เฟล็ก ในเรื่อง Joker เช่น Golden Globes, SAG Awards และ Critics’ Choice Awards และแน่นอนว่าชื่อของเขาโดดเด่นเป็นตัวเต็งบนเวทีใหญ่ที่สำคัญของโลกภาพยนตร์อย่าง ‘ออสการ์’ หลังเคยชิงมาก่อนหน้านี้ 3 ครั้ง

 

ห้ามพลาด! ติดตามผลสรุปรางวัล อัปเดตข่าวสาร บทความ และสกู๊ปพิเศษของเวทีออสการ์ได้ทุกช่องทางของ THE STANDARD POP และเว็บไซต์ THE STANDARD 

The post Joaquin Phoenix นักแสดงที่ไม่เคยเลือกอยู่ในกรอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>