ราคายางพารา Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ราคายางพารา/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 12 May 2026 11:45:34 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 ราคายางธรรมชาติพุ่งสูงสุดในรอบ 9 ปี! อานิสงส์สงครามดันดีมานด์โลก ธุรกิจแห่เลิกใช้ยางสังเคราะห์น้ำมัน https://thestandard.co/natural-rubber-price-surge-nine-year-high/ Mon, 11 May 2026 12:14:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1206037 น้ำยางสีขาวไหลลงสู่ภาชนะจากต้นยางพารา

ในวิกฤต ยังมีโอกาส! ราคายางธรรมชาติพุ่งขึ้นแตะระดับสูงส […]

The post ราคายางธรรมชาติพุ่งสูงสุดในรอบ 9 ปี! อานิสงส์สงครามดันดีมานด์โลก ธุรกิจแห่เลิกใช้ยางสังเคราะห์น้ำมัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
น้ำยางสีขาวไหลลงสู่ภาชนะจากต้นยางพารา

ในวิกฤต ยังมีโอกาส! ราคายางธรรมชาติพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 ปี ท่ามกลางดีมานด์โลกที่เพิ่มสูงขึ้น หลังเกิดการเปลี่ยนผ่านการใช้จาก ยางสังเคราะห์ที่ผลิตจากน้ำมัน (Oil-derived synthetic Rubber) ไปสู่ ยางธรรมชาติ ในหลายอุตสาหกรรม เลี่ยงวิกฤตน้ำมันในตะวันออกกลาง

 

วีรสิทธิ์ สินเจริญกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA ผู้ผลิตยางรายใหญ่ เปิดเผยว่า โดยปกติผู้ซื้อจะมีการเก็บสินค้าคงคลังอยู่ราว 1-2 เดือน แต่ในปัจจุบันบางรายได้เพิ่มระดับสต็อกเป็นประมาณ 3 เดือน สะท้อนความต้องการวัตถุดิบที่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

“ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคายางสังเคราะห์เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาคธุรกิจบางส่วนหันกลับมาใช้วัสดุที่ผลิตจากยางธรรมชาติมากขึ้น เนื่องจากยางธรรมชาติสามารถทดแทนยางสังเคราะห์ได้บางส่วนในผลิตภัณฑ์ เช่น ยางรถยนต์และถุงมือ จึงทำให้ราคายางธรรมชาติปรับตัวสูงตามไปด้วย”

 

ข้อมูลจาก Quick-FactSet ระบุว่า ราคาซื้อขายล่วงหน้ายาง TSR20 ในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์พุ่งแตะ 2.22 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2017 และปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ตั้งแต่ต้นปีนี้ 2026

 

สำหรับยางธรรมชาติเป็นวัสดุที่ได้จากการแปรรูปน้ำยาง (latex) ซึ่งเป็นของเหลวสีขาวที่เก็บจากต้นยางพารา นั้นมีคุณสมบัติด้านความแข็งแรงและความยืดหยุ่นสูง จึงมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น ยางรถยนต์และถุงมือ

 

รายงานจาก ศูนย์วิจัยกรุงศรี ระบุว่า ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตยางธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของโลก คิดเป็นสัดส่วนราว 34% ของผลผลิตโลกในปี 2024 โดยพื้นที่ภาคใต้ที่มีสภาพอากาศร้อนชื้นเหมาะต่อการเพาะปลูก ขณะที่อินโดนีเซียเป็นผู้ผลิตอันดับสองที่ 14% ตามด้วยไอวอรีโคสต์และเวียดนามที่ 12% และ 9% ตามลำดับ จากผลผลิตรวมทั้งโลกที่ 14.9 ล้านเมตริกตัน

 

ส่วนบริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) ซึ่งดำเนินธุรกิจครบห่วงโซ่อุปทานยาง ตั้งแต่การปลูกไปจนถึงการผลิตสินค้าสำเร็จรูป เช่น ถุงมือ รายงานรายได้ 113.4 พันล้านบาท (ราว 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) สิ้นสุดเดือนธันวาคม 2025

 

แม้ก่อนหน้านี้ ราคายางธรรมชาติปรับตัวลดลงในเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษี ซึ่งสร้างความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจและยอดขายรถยนต์ทั่วโลก โดยนักลงทุนและกองทุนเฮดจ์ฟันด์ได้เข้ามาเทขายสินทรัพย์หลายประเภท รวมถึงยางธรรมชาติ

 

ทว่าความต้องการบริโภค จีนถือเป็นผู้บริโภคยางธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของโลก คิดเป็นประมาณ 45% ของความต้องการทั้งหมดในปี 2024 สอดคล้องกับบทบาทของจีนในฐานะผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่

 

ขณะที่ผู้ผลิตยางรายใหญ่ระดับโลก เช่น Michelin, Goodyear, Bridgestone และ Continental ได้ขยายฐานการผลิตในจีน และผู้ผลิตจีนอย่าง ZC Rubber และ Linglong Tire ก็เติบโตอย่างรวดเร็วตามการขยายตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

 

แม้เศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวและเผชิญแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในช่วงที่ผ่านมา แต่ราคายางยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2025

 

รายงานจาก ศูนย์วิจัยกรุงศรี ระบุว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้ส่งผลให้เกิดทั้งการเร่งกักตุนสินค้าและการเปลี่ยนมาใช้ยางธรรมชาติมากขึ้นในภาคธุรกิจ 

 

“คาดว่าแนวโน้มดังกล่าวจะยังคงดำเนินต่อไป แม้ปัญหาด้านโลจิสติกส์อาจคลี่คลายลง แต่แรงหนุนจากต้นทุนพลังงานโลกที่ยังสูง จะยังหนุนดีมานด์ในระยะยาว”

 

โดยในระยะกลางถึงระยะยาว ความต้องการยางธรรมชาติในจีน คาดว่าจะเติบโตช้าลงและเข้าสู่ภาวะอิ่มตัวด้านปริมาณ แต่ความต้องการ ‘ยางคุณภาพสูง’ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

 

โดยเฉพาะเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีน้ำหนักแบตเตอรี่ที่มากขึ้นและสมรรถนะการเร่งที่สูงขึ้น ทำให้ต้องใช้ยางที่มีความทนทานมากขึ้นและมีสัดส่วนยางธรรมชาติคุณภาพสูงเพิ่มขึ้น

 

ขณะเดียวกัน ราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจส่งผลให้ราคาจำหน่ายยางในตลาดปลีกปรับเพิ่มตามไปด้วย โดยผู้บริหารจากผู้ผลิตยางญี่ปุ่นรายหนึ่งที่ดำเนินงานในประเทศไทย ระบุเสริมว่า บริษัทกำลังติดตามราคาวัตถุดิบอย่างใกล้ชิดตั้งแต่เดือนมีนาคม และอาจมีความจำเป็นต้องผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังผู้บริโภค เพราะต้นทุนค่าขนส่งยังเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง

 

สำหรับบริษัทศรีตรังฯ มองว่า ระดับราคายางที่สูงกว่า 2 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัมถือเป็น “ระดับที่ดี” และสนับสนุนผลประกอบการ โดยบริษัทมีแผนเพิ่มยอดขายจาก 1.4 ล้านตัน ในปีก่อนหน้า เป็น 1.6 ล้านตัน และคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวหากระดับราคายังทรงตัวในระดับปัจจุบัน

 

โดยวีรสิทธิ์ระบุว่า หากสภาวะตลาดยังคงเป็นเช่นนี้ บริษัทมีโอกาสสร้างผลกำไรที่แข็งแกร่งได้ในปีนี้

 

ภาพ: Shutterstock Zhenny-zhenny

 

อ้างอิง

The post ราคายางธรรมชาติพุ่งสูงสุดในรอบ 9 ปี! อานิสงส์สงครามดันดีมานด์โลก ธุรกิจแห่เลิกใช้ยางสังเคราะห์น้ำมัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : พรรคกล้าธรรมปราศรัยโค้งสุดท้ายปิดเวทีพะเยา ธรรมนัสย้ำผลงานพลิกโฉมเมือง มั่นใจกวาด สส. ทะลุ 60 ที่นั่ง https://thestandard.co/kla-tham-thamanat-phayao-election/ Sat, 07 Feb 2026 02:25:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1174938 ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า และผู้สมัคร สส.พรรคกล้าธรรม ปราศรัยหาเสียงปิดเวทีที่จังหวัดพะเยา

วานนี้ (6 กุมภาพันธ์) พรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ. ธรรมนัส พ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : พรรคกล้าธรรมปราศรัยโค้งสุดท้ายปิดเวทีพะเยา ธรรมนัสย้ำผลงานพลิกโฉมเมือง มั่นใจกวาด สส. ทะลุ 60 ที่นั่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า และผู้สมัคร สส.พรรคกล้าธรรม ปราศรัยหาเสียงปิดเวทีที่จังหวัดพะเยา

วานนี้ (6 กุมภาพันธ์) พรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดเวทีปราศรัยหาเสียงให้กับผู้สมัคร สส.พะเยา ของพรรคกล้าธรรม ได้แก่ เขต 1 อัครา พรหมเผ่า หมายเลข 3,เขต 2 อนุรัตน์ ตันบรรจง หมายเลข 1 และเขต 3 จีรเดช ศรีวิราช หมายเลข 1 ที่ลานตลาดนัดคลองถม (บ้านหม้อ) อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา

 

อนุรัตน์ กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่คนพะเยาจะผลักดัน ร.อ. ธรรมนัส ให้ก้าวสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะที่ผ่านมาพวกเราได้พิสูจน์ผลงานให้เห็นแล้วจากการนำงบประมาณมาพัฒนาบ้านเกิด ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไข “โค้งมรณะ” เชียงบานให้ปลอดภัย หรือการแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในอำเภอเชียงคำด้วยโครงการอ่างเก็บน้ำและเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าเพื่อลดต้นทุนเกษตรกร ซึ่งทั้งหมดนี้คือความตั้งใจจริงในการทำงานของพรรคกล้าธรรม

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า กล่าวว่า วันนี้พะเยาเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ไม่ใช่เมืองทางผ่านอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นเมืองหลักของภาคเหนือ ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่สมบูรณ์ ทั้งรถไฟรางคู่ ถนน 4 เลน และสนามบินที่กำลังจะเกิดขึ้น ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พิสูจน์ได้จากรายได้การท่องเที่ยวปี 2568 ที่พะเยาเติบโตสวนกระแสประเทศ พุ่งสูงถึง 10.82% ครองแชมป์ภาคเหนือ เพราะเราทำให้พะเยาเป็นเมืองที่คนต้องแวะพักและใช้จ่าย ไม่ใช่แค่ขับรถผ่าน

 

ร.อ. ธรรมนัส ย้ำว่า เรื่องปากท้องพี่น้องเกษตรกรคือหัวใจสำคัญ นโยบายของเราต้องจับต้องได้ ไม่ใช่แค่ขายฝัน เหมือนที่ผมเคยทำโครงการปุ๋ยคนละครึ่งจนสำเร็จมาแล้ว เราตั้งใจให้เกษตรกรอยู่ได้จริงด้วยการลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และดูแลราคายางพาราให้มั่นคง ขอให้พี่น้องเชื่อมั่นและเลือกคนทำงานจากพรรคกล้าธรรมทั้ง 3 เขต เข้าไปดูแลบ้านเมืองและรักษาอัตลักษณ์วัฒนธรรมล้านนาของเราต่อไป

 

ร.อ. ธรรมนัส ยังเปิดเผยถึงเหตุผลที่มาปิดปราศรัยที่จังหวัดพะเยาว่า เพราะพะเยาคือถิ่นกำเนิดของเรา เรามาจากคนฐานราก ไม่เหมือนพรรคใหญ่ที่เน้นไปขายฝันให้คน กทม. ผลงาน 5-6 ปีที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าเราเปลี่ยนเมืองพะเยาไปมากแค่ไหน ทั้งทางบก ทางราง และทางอากาศ ใครทำอะไรให้คนพะเยาบ้างไปถามดูก็รู้ ไม่ต้องพูดมากให้เจ็บคอ ขอให้ประชาชนดูผลงานเทียบกับพรรคอื่นเอาเอง

 

ร.อ. ธรรมนัส กล่าวทิ้งท้ายว่า จากการลงพื้นที่กว่า 20 จังหวัด มั่นใจว่าจะปักธงสีเขียวได้ตามเป้า ตามโพลของแต่ละสำนัก บอกว่าตนได้ประมาณ 40-50 คน แต่โพลภายในของเราระบุว่าจะได้กว่า 60 ที่นั่ง ส่วนคู่แข่งที่ส่งระดับบิ๊กเนมหรือเด็กใหม่เข้ามาในพื้นที่พะเยานั้น ไม่ได้มีความหมายอะไร เพราะคนพะเยารู้ดีว่าใครทำงาน ต่อให้คะแนนหลุดไปบ้างหลักหมื่นก็เป็นเรื่องปกติ ตนไม่ใช่คนช่างฝันเหมือนพรรคอื่น แต่เราทำงานบนความเป็นจริง

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : พรรคกล้าธรรมปราศรัยโค้งสุดท้ายปิดเวทีพะเยา ธรรมนัสย้ำผลงานพลิกโฉมเมือง มั่นใจกวาด สส. ทะลุ 60 ที่นั่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ทวีย้ำพรรคประชาชาติเล็งกวาด 5 เขตยกจังหวัดปัตตานี สร้างอำนาจต่อรองร่างรัฐธรรมนูญใหม่ https://thestandard.co/tawee-prachachart-pattani-5-seats-constitution/ Sun, 25 Jan 2026 03:00:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1169062 ภาพ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้า พรรคประชาชาติ ปราศรัยหาเสียงต่อหน้าประชาชน ในงานเปิดเวทีปราศรัยที่จังหวัดปัตตานี

วันนี้ (25 มกราคม) ที่โรงเรียนบ้านเจาะบาแน หมู่ 6 ตำบลล […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ทวีย้ำพรรคประชาชาติเล็งกวาด 5 เขตยกจังหวัดปัตตานี สร้างอำนาจต่อรองร่างรัฐธรรมนูญใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้า พรรคประชาชาติ ปราศรัยหาเสียงต่อหน้าประชาชน ในงานเปิดเวทีปราศรัยที่จังหวัดปัตตานี

วันนี้ (25 มกราคม) ที่โรงเรียนบ้านเจาะบาแน หมู่ 6 ตำบลลูโบะยิไร อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี พรรคประชาชาติ นำโดย พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค, วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรค พร้อมด้วยผู้บริหารของพรรค ลงพื้นที่เปิดเวทีปราศรัย ช่วยหาเสียงให้กับ บัณฑิต อับดุลบุตร ผู้สมัคร สส. ปัตตานี เขต 5 เ

 

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ได้กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระบุว่า ปัญหาที่ยืดเยื้อเกิดจากแนวคิดด้านความมั่นคงที่ถูกกำหนดโดย ‘คนนอกพื้นที่’ ซึ่งไม่เปิดโอกาสให้คนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง

 

“ผมเชื่อว่าหากให้คนใน 3 จังหวัดจัดการปัญหาด้วยตนเอง เรื่องต่างๆ ก็น่าจะจบลงไปนานแล้ว พรรคประชาชาติจึงก่อตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นพรรคของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง เป็นการระดมความคิดจากทั้งบาบอ โต๊ะครู ผู้นำศาสนา และภาคประชาชน” พ.ต.อ. ทวีกล่าว

 

สำหรับนโยบายทางสังคม พ.ต.อ. ทวีนิยามพรรคประชาชาติว่าเป็น ‘พรรคของแม่’ โดยยึดถือความรักและความเมตตาเป็นที่ตั้ง พร้อมเสนอชุดนโยบายที่เน้นกลุ่มเปราะบาง สนับสนุนสตรีตั้งครรภ์จนถึงบุตรอายุครบ 7 ปี รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 1,000 บาท เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กในพื้นที่

 

อีกทั้งยังยึดหลักการ “ยาเสพติดกลัวแม่” และ “ยาเสพติดกลัวครอบครัวเข้มแข็ง” โดยเน้นการเสริมสร้างศักยภาพสตรีในการดูแลชุมชน พร้อม ประกาศชัดเจนไม่เห็นด้วยกับนโยบายกัญชาเสรี โดยมองว่าขัดต่อหลักการความรับผิดชอบและสติสัมปชัญญะ ยืนยันพรรคจะไม่ยอมรับยาเสพติดทุกรูปแบบ

 

ด้านการแก้ปัญหาปากท้อง พรรคประชาชาติได้นำเสนอโมเดลเศรษฐกิจใหม่เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างการเงินในพื้นที่ การเงินอิสลาม ผลักดันระบบการเงินปลอดดอกเบี้ย และสร้าง “ระเบียงฮาลาล” ดึงดูดเงินลงทุนจากทั่วโลก และ ตั้งเป้าผลักดันราคายางให้ถึง 80 บาทต่อกิโลกรัม โดยอ้างอิงจากประสบการณ์การทำงานในอดีตที่เคยทำได้สูงถึง 90-98 บาท

 

นอกจากนี้ ยังเสนอแนวคิดเมืองปลอดภาษีเพื่อลดราคาน้ำมันให้เหลือประมาณลิตรละ 20 บาท เพื่อเป็นการชดเชยและเยียวยาผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่ยาวนาน รวมถึง เสนอโครงการกองทุนหมู่บ้านละ 1 ล้านบาท เพื่อให้แต่ละชุมชนใช้แก้ปัญหาระยะสั้นในพื้นที่ตนเอง

 

พ.ต.อ.ทวี ทิ้งท้ายว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเหมือนครั้งที่ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ได้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยพรรคตั้งเป้าที่จะคว้าเก้าอี้ สส. เขตในจังหวัดปัตตานีให้ได้ครบทั้ง 5 เขต เพื่อสร้างอำนาจต่อรองในการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ และขับเคลื่อนนโยบายมหานครฮาลาลให้เป็นจริง

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ทวีย้ำพรรคประชาชาติเล็งกวาด 5 เขตยกจังหวัดปัตตานี สร้างอำนาจต่อรองร่างรัฐธรรมนูญใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวน vs. เศรษฐา ราคายางพารา-เลือกปฏิบัติคนใต้ ลงพื้นที่นิดเดียวทวงบุญคุณ นายกฯ เบื่อมุกด้อยค่า แนะหามุกใหม่ ห่วงไม่เหลือที่นั่งในสภา https://thestandard.co/debate-and-questioning-cabinet-04042024-6/ Thu, 04 Apr 2024 12:39:21 +0000 https://thestandard.co/?p=919480

วันนี้ (4 เมษายน) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรคร […]

The post ชวน vs. เศรษฐา ราคายางพารา-เลือกปฏิบัติคนใต้ ลงพื้นที่นิดเดียวทวงบุญคุณ นายกฯ เบื่อมุกด้อยค่า แนะหามุกใหม่ ห่วงไม่เหลือที่นั่งในสภา appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (4 เมษายน) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 32 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2) ในญัตติการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอภิปรายถึงประเด็นราคายางพาราว่า ตนเองในฐานะที่เป็นเด็กสวนยาง เติบโตที่จังหวัดตรัง ยางพาราราคาตกต่ำมาหลายปี ตนเองได้ร้องเรียนไปยังรัฐบาลตั้งแต่สมัย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่ามีประชาชนที่ปลูกยางพาราเดือดร้อนมากกว่า 69 จังหวัด หรือกว่า 1.7 ล้านครัวเรือน

 

ชวนกล่าวต่อว่า วันนี้ยางพารามีราคาขึ้น เป็นเรื่องน่าภูมิใจและดีใจ ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยสนับสนุนเรื่องนี้ เมื่อผลผลิตน้อย ความต้องการสูง แย่งกันซื้อราคาก็สูง เหมือนกับพืชทุกตัว แต่เมื่อผลผลิตมาก ราคาก็จะตกลงไป จึงอยากให้ราคายางสูงเช่นนี้ตลอดไป ราคาขึ้นอยู่กับอุปสงค์อุปทาน หรืออยู่ที่การตรวจจับยางเถื่อน เนื่องจากวานนี้นายกรัฐมนตรีแจงในทำนองว่าทุกฝ่ายร่วมกันในการปราบยางเถื่อน จนทำให้ราคาสูงขึ้น

 

ทั้งนี้ ถ้าประชาชนเชื่ออย่างนี้ ไม่สนใจเรื่องอุปสงค์อุปทาน ตนมีความเป็นห่วงในเรื่องนี้ ขอให้ชาวสวนยางพาราอย่าไปคิดว่าราคาจะสูงเช่นนี้ตลอด ราคายางพาราเวลาขึ้นก็ขึ้นทุกประเทศ รัฐบาลต้องบอกความจริง ไม่อยากให้หลงทาง หากราคายางตกรัฐบาลจะโดนตำหนิได้ จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาเพื่อสร้างความเข้าใจ โดยเฉพาะต่อประชาชนชาวสวนยางพาราอย่างถี่ถ้วนรอบคอบ จึงขอตั้งคำถามไปยังรัฐบาลว่าราคาจะดีแบบนี้โดยไม่เกี่ยวข้องกับอุปสงค์อุปทานไปตลอดใช่หรือไม่ รวมถึงรัฐบาลมีมาตรการและกำหนดตัวเลขราคายางพาราว่าควรจะได้ราคาไม่ต่ำกว่าเท่าไร

 

จากนั้นชวนได้อภิปรายถึงความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ตนเองคือบุคคลที่ทักท้วงว่ารัฐบาลไม่เขียนนโยบายเพื่อการแก้ไขความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ายังมีผู้เสียชีวิตในพื้นที่เพิ่มขึ้น โดยพบว่าตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้วจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 54 คน ปัญหาในพื้นที่ภาคใต้นั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยจนสื่อเลิกรายงานข่าว ซึ่งรัฐบาลต้องเอาใจใส่และให้ความสำคัญ จะมีมาตรการป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างไร ทั้งที่จริงเป็นพื้นที่ด้ามขวานทอง แต่กลับมีสถานการณ์ที่ไม่สงบ

 

จึงขอถามนายกรัฐมนตรีว่าเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ 22 มีนาคม 2566 นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่ามีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ตนเองจึงตั้งคำถามว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องภายในประเทศหรือระหว่างประเทศ แต่เมื่อปัญหาเกิดภายในประเทศเราควรที่จะต้องแก้ปัญหาของเราเอง จึงขอตั้งคำถามว่านายกรัฐมนตรีมาเลเซียให้ความเห็นว่าอย่างไร

 

ขณะเดียวกันรัฐบาลจะต้องทบทวนถึงมาตรการป้องกันความเสียหายจากสิ่งที่เกิดขึ้นโดยละเอียด ประชาชนในพื้นที่ที่มีรายได้ตกต่ำกว่าหลายพื้นที่อื่น หากรัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจน ตนเองเชื่อว่าจะสามารถทำให้ปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ดีขึ้น

 

“บางเรื่องนั้นเราต้องให้เกียรติคนที่หวังดี เช่น เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ที่หวังดีได้ท้วงติงกรณีโครงการแจกเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต เศรษฐพุฒิไม่ใช่นักทางการเมือง การท้วงติงของเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับคะแนนเสียง แต่เป็นความคิดที่หวังดีต่อประเทศชาติ” ชวนกล่าว

 

ชวนอภิปรายฝากไปถึงเศรษฐาว่า เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่อย่าไปคิดว่ามี สส. พรรคเพื่อไทยหรือไม่ ไปนิดเดียวอย่าทวงบุญคุณ เพราะเป็นหน้าที่อยู่แล้ว พร้อมยกตัวอย่างว่าจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองที่ทำรายได้ท่องเที่ยวอันดับ 1 รองจากกรุงเทพมหานคร ต้องช่วยเขาพัฒนา ก่อนจะย้ำว่าเศรษฐาไม่ใช่นายกรัฐมนตรีอีแอบ เป็นนายกรัฐมนตรีมาครึ่งปีแล้ว และที่นายกรัฐมนตรีกล่าวอ้างถึงผู้นำบางท่านที่บอกว่าเพื่อไทยไม่เคยให้ความสำคัญกับภาคใต้ ไปเอามาจากไหน เพราะตนไม่เคยพูด ที่เคยพูดในวันแถลงนโยบายระบุว่า ‘ภาคใต้ถูกเลือกปฏิบัติ’

 

“คนที่เลือกปฏิบัติเขาก็พูดตรงไปตรงมาว่าเมื่อเราได้รับเลือกตั้งมาจากประชาชน ขอพูดตรงๆ เราพัฒนาจังหวัดที่เลือกเราก่อน คือจังหวัดพรรคไทยรักไทยก่อน จังหวัดอื่นไว้ทีหลัง ท่านนายกฯ ถ้าไม่ทราบว่าคนพูดคือใคร ผมจะบอกให้ ท่านทักษิณ (ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) พูด แต่ท่านไม่ได้แอบพูด ประกาศกับประชาชนตรงๆ เรารู้ว่าเลือกปฏิบัติ”

 

ทำให้ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ลุกขึ้นประท้วงว่าอย่าเอ่ยถึงคนนอกที่ไม่มีสิทธิ์มาชี้แจง ขอให้ระมัดระวัง การเอ่ยชื่ออดีตนายกรัฐมนตรี และยังพูดในทางเสียหายว่ามีการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แบบเลือกปฏิบัติ ซึ่งไม่เป็นความจริง ถ้าดูงบประมาณที่ลงไปในช่วงที่นายกรัฐมนตรีแต่ละท่านดำรงตำแหน่ง จะเห็นตัวเลขที่ชัดเจนว่าการพัฒนาเกิดขึ้นในช่วงใด ขอให้อภิปรายอยู่ในกรอบ และละเว้นการเอ่ยชื่อคนนอกโดยไม่จำเป็น

 

ชวนได้ตอบกลับว่า “ไม่มีใครอยู่ในกรอบเท่าผม” ทำให้ ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุมกำลังจะกล่าว ชวนพูดขึ้นอีกว่า “ไม่เอ่ยชื่อครับ” ปดิพัทธ์จึงวินิจฉัยว่าการพาดพิงส่วนบุคคลอาจจะไม่ตรงญัตติ โดยขอให้อยู่ในญัตติ และไม่พาดพิงบุคคลภายนอก 

 

ชวนอภิปรายต่อไป โดยใช้คำว่าอดีตนายกรัฐมนตรี ก่อนจะย้ำว่าตนเองพูดว่าการเลือกปฏิบัติทำให้เสียโอกาส ขอรัฐบาลสนับสนุนช่วยชดเชยการเสียโอกาสจากการเลือกปฏิบัติ แต่การชดเชยกลับไม่มี ยืนยันว่าตนเองไม่ใช่คนพูดพล่อยๆ หรือบ้าน้ำลาย เพราะพูดอะไรต้องเป็นเรื่องจริง รับผิดชอบสิ่งที่พูด

 

ชวนขอให้รัฐบาลดำเนินนโยบายรัฐบาลตามที่ได้แถลงไว้ อีกทั้งที่นายกรัฐมนตรีให้คำมั่นว่าจะมีผู้ลงทุนแลนด์บริดจ์ เราก็ต้องติดตาม ส่วนกรณีนักโทษ คนป่วยหายป่วยเป็นเรื่องดี ไม่ว่าใครก็ตาม ซึ่งกฎกระทรวงเรื่องการปฏิบัติกับนักโทษนั้นดี แต่ได้มีการปฏิบัติหรือไม่ มีการปล่อยปละละเลยหรือไม่ 

 

จึงขอถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และหน้าที่ของนักการเมืองไม่ว่าฝ่ายไหนก็ต้องเคารพกฎหมายบ้านเมือง ถ้าต้องการให้ประชาชนมีความสุขก็ต้องทำให้ความยุติธรรมเกิดขึ้น หวังอย่างยิ่งว่าเราทุกคนต้องยึดหลักความชอบธรรม ถูกต้อง และหลักนิติธรรม

 

เศรษฐาเบื่อมุกด้อยค่า แนะหามุกใหม่ ห่วงไม่เหลือที่นั่งในสภา

 

จากนั้น เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลุกขึ้นชี้แจงว่าตนขอแสดงความยินดีกับชาวสวนที่ราคายางดีที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา และขอแสดงความเห็นใจกับฝ่ายค้านที่ไม่นึกว่าต้องลำบากหาเหตุผลว่าทำไมราคาดีไม่ใช่ผลงานของรัฐบาล เพราะแท้ที่จริงแล้วท่านก็ทราบดีอยู่แล้วตลอดเวลาที่เข้ามาทำงานราคายางดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

การที่รัฐบาลบริหารงานแบบเชิงรุก เข้าใจถึงปัญหา และลงรายละเอียดทุกเม็ด ก็เป็นส่วนทำให้ราคายางราคาโลกดีขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งเราคือมหาอำนาจของยางพาราโลก เช่นเดียวกับซาอุดีอาระเบียที่เป็นมหาอำนาจทางด้านน้ำมัน เราต้องมั่นใจว่าเราเป็นพี่ใหญ่ในยางพารา และผู้นำต้องมีความกล้าที่จะผลักดันเรื่องนโยบายต่างๆ ให้ราคายางสูงและทำงานเพื่อประชาชนให้กินดีอยู่ดี

 

ส่วนเรื่องที่เราปราบยางเถื่อนไม่ใช่แค่การสั่งอย่างเดียว ลงไปดูรายละเอียด กระชับพื้นที่ ทางฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายกระทรวงการคลัง กรมศุลกากร กระทรวงเกษตรฯ และศุลกากรทุกๆ คนที่ช่วยกันทำงาน ซึ่งผมก็กล่าวไปแล้วเมื่อวานนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ลดยางเถื่อนลดการขาย (ซัพพลาย) ลงไป ซึ่งเป็นเรื่องเศรษฐศาสตร์ 101

 

หากลดการขาย การซื้อ (ดีมานด์) เพิ่มมากขึ้น ราคายางจะดีขึ้นเป็นธรรมดา จริงๆ แล้วหลายท่านน่าจะรู้ แต่หากเราทำอย่างจริงจังเราก็ทำได้ แต่ในอดีตที่ไม่มีการทำกันมาเลย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในรัฐบาลที่แล้วก็เป็นคนใต้ มีกินมีใช้มาจากยาง แต่ก็ไม่ได้ดูแลอะไรที่เกินกว่าที่ตัวเองควรจะทำ

 

“รัฐบาลนี้มีใจและทำงานอย่างแท้จริงเพื่อพี่น้องประชาชน และเราก็จะพยายามที่จะรักษาราคายางให้สูงต่อไป และเรามั่นใจว่าทำได้ แต่ราคาของผู้อภิปรายในสายตาประชาชนจะเป็นอย่างไร ผมรับผิดชอบไม่ได้ แต่เรื่องของราคายางผมรับผิดชอบครับ”

 

เศรษฐายังชี้แจงถึงการแก้ไขปัญหาพื้นที่ภาคใต้ว่า ภาคใต้ไม่ได้มีแค่ยางอย่างเดียว แต่มีโอกาสอื่นอีกมากมาย และเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสนใจ แต่ก็วนไปเวียนมาเป็นฝ่ายค้านที่ยังงงๆ อยู่ ผมจำไม่ผิด ผมฟังท่านชวนไม่ผิดกล่าวไว้เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2566 พรรคเพื่อไทยพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือกเขา จังหวัดอื่นไว้ทีหลัง ท่านพูดชัดเจน ซึ่งผมก็พิสูจน์ว่าผมเป็นนายกฯ ของคนทั้งประเทศ ไม่เคยแบ่งแยกตามเสียงที่ได้รับ และการที่ตนลงพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้หลายหนถือเป็นเครื่องประจักษ์ที่ดีอยู่แล้ว

 

“ผมว่ามุกด้อยค่า พรรคที่อยู่คนละพรรคกับท่านเป็นมุกเดิมๆ ลองใช้มุกใหม่ดูบ้าง วันนี้ สส. เองก็ไหลไปอยู่พรรคอื่น คะแนนเสียงพรรคตัวเองก็น้อยลงไปทุกวัน ลองอะไรใหม่ๆ บ้างดีกว่า ไม่อย่างนั้นวันหลังก็ไม่เหลือพื้นที่ในสภาเลย น่าเสียดายเป็นพรรคที่มีอุดมการณ์มาโดยตลอด ก็เป็นห่วง ขอให้มันท้าทายหน่อย ไม่ใช่เอามุกเดิมๆ มาพูดตลอดเวลา”

 

เศรษฐายืนยันว่าตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทยทั้งประเทศ ไม่เคยแบ่งแยกพื้นที่ตามคะแนนเสียงที่ได้รับ ผมเชื่อว่าการกระทำของตนเป็นเครื่องประจักษ์ที่ดีอยู่แล้ว ไม่เคยเลือกปฏิบัติ แต่ที่จำไม่ผิดท่านอภิปรายอย่างนี้มาตลอด 20 ปี ตั้งแต่สมัยอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร พูดถึงเรื่อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในเรื่องความมั่นคงตลอดเวลา ผมก็อยากจะเปลี่ยนมุมมองใหม่ในเรื่อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แน่นอนว่าความมั่นคงเป็นเรื่องสำคัญ

 

แต่เราพยายามมาแล้วก็ยังไม่ได้ผล จึงขอให้ลองเอาเรื่องโอกาสมาเสริมบ้าง ถ้าเกิดมั่งคั่งแล้วคงจะมั่นคงตามขึ้นมาบ้าง ไม่ว่าเป็นเรื่องอาหาร ซอฟต์พาวเวอร์ เรื่องวัฒนธรรมอะไรหลายๆ อย่าง ผมเชื่อว่าการที่ตนลงไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปค้าง 2 คืน 3 วัน ได้มีการทำการค้าขายเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง และจะลงไปอีก ลงไปดูแลจริงๆ แล้วพูดกันไปก็ยาวเปล่าๆ เสียเวลา ไม่เป็นไรมุมมองเราไม่เหมือนกัน ผมมุ่งไปทางการพัฒนา มุ่งไปสู่ความมั่งคั่ง และไม่เคยละเลยถึงความมั่นคง

 

ส่วนที่ สส. ฝ่ายค้านมองว่าการแก้ไขปัญหาภาคใต้ต้องกลับไปแก้ไขอดีต รัฐบาลนี้เราเข้าใจอดีต แต่เรามองไปในอนาคต วิธีมองต่างกันอีกเหมือนกัน ตนเข้าใจว่าท่านหวังดี แต่วันนี้เราเป็นรัฐบาล ขอลองวิธีใหม่ๆ บ้าง เปิดใจให้กว้าง แนวทางการพัฒนาคือเราทำให้ทุกคนเจริญไปด้วยกันกับโอกาส ส่วนเรื่องคนที่ผิดเราก็ต้องเดินหน้าตามกระบวนการ ไม่ได้หยุด ผมมั่นใจว่าภายในสี่ปีนี้ประเทศเราจะเจริญมากกว่าที่รัฐบาลอื่นๆ เคยทำมา

 

“ผมขอให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนว่า นายกฯ คนนี้จะไปทุกพื้นที่ จะมองเห็นทุกภูมิภาค และจะทำงานทุกวันเพื่อคนไทยทุกคน ประชาชนเลือกนักการเมืองได้ แต่นักการเมืองเลือกประชาชนไม่ได้ ทุกภารกิจของผมจะพิสูจน์คำพูดในวันนี้เพื่อประชาชนทุกคนครับ”

 

ชวนตอกกลับ ปชป. ไม่ใช่อีแอบแฝงอำนาจไม่ผ่านการเลือกตั้ง

 

ชวนได้ลุกขึ้นชี้แจงว่า ขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่มาตอบ แต่ยืนยันว่าไม่เคยพูดตามที่นายกฯ บอกกับนักธุรกิจ ส่วนการเลือกปฏิบัติ ตนยืนยันชัดเจนว่าพรรคไทยรักไทยเลือกปฏิบัติกับประชาชน โดยประกาศชัดเจนว่าจะพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือกพรรคไทยรักไทยก่อน จังหวัดอื่นไว้ทีหลัง ไม่ใช่มุกเดิมหรือมุกเก่า แต่เป็นความจริงที่ปรากฏตลอดไป 

 

“คำตลบตะแลงไม่ยั่งยืน แต่ความจริงยืนหยัดอยู่ เพราะฉะนั้นยืนยันว่าสิ่งที่นายกฯ ไปพูดกระแนะกระแหนผมข้างนอกนั้นไม่จริง ยืนยันว่าผมไม่ใช่คนที่พูดอะไรสับปลับ หรือพูดอะไรที่ไม่รับผิดชอบ ผมไม่กล่าวหาใครที่ไม่เป็นความจริง ผมรู้ว่าคนที่พูดโกหกกับพวกโกงบ้านโกงเมืองคือพวกเดียวกัน” ชวนกล่าว

 

ส่วนเรื่องราคายาง ชวนกล่าวว่า ขอภาวนาให้ราคาดีตลอดไป เป็นไปอย่างที่นายกรัฐมนตรีพูด แต่ที่ให้ความเห็นเพื่อให้เห็นว่าการปราบยางเถื่อนไม่เกี่ยวกับดีมานด์ หรืออุปสงค์อุปทาน และไม่ควรพาดพิงไปถึงพรรค 

 

“พรรคประชาธิปัตย์อยู่มานาน ไม่โกงบ้านโกงเมือง ไม่ใช่อีแอบ เข้ามามีอำนาจโดยไม่ผ่านกระบวนการเลือกตั้ง ประเด็นอะไรทั้งหลายที่ผมพูดไปผมรับผิดชอบ ผมยืนยันและขอร้องท่านว่าท่านคงมีบาปบุญคุณโทษว่าสิ่งที่ปฏิบัติในอดีตมีผลกระทบต่อภาคใต้ ขอความกรุณาท่านว่ากรุณาชดเชยการเสียโอกาส” ชวนกล่าว

 

ชวนกล่าวอีกว่า งบประมาณในปีที่ผ่านมาไม่มีในส่วนของภาคใต้ ซึ่งตนเคยพูดกับ สส. ตรัง และวันนี้ก็ยืนยันอีกครั้งว่ายังมีโอกาสที่จะเห็นว่าระลึกถึงการเสียโอกาสของพื้นที่ภาคใต้จากการเลือกปฏิบัติในปีงบประมาณถัดไป

 

“ผมไม่ใช่คนที่พูดบ้าน้ำลายรายวัน สัมภาษณ์ไปเรื่อย ขอให้เข้าใจว่าประเด็นที่ผมพูด ถ้าไม่จริงผมจะไม่ทำ ถ้าพูดไปแล้วต้องรับผิดชอบ ขอยืนยันแล้วไม่ได้บอกให้ท่านไปถอนคำพูดอะไร แต่ขอให้ท่านช่วยบอกนักธุรกิจที่ท่านไปพูดกับเขาว่าสิ่งที่ท่านพูดนั้น ไม่ตรงกับความเป็นจริงที่ผมพูด” ชวนกล่าว

The post ชวน vs. เศรษฐา ราคายางพารา-เลือกปฏิบัติคนใต้ ลงพื้นที่นิดเดียวทวงบุญคุณ นายกฯ เบื่อมุกด้อยค่า แนะหามุกใหม่ ห่วงไม่เหลือที่นั่งในสภา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศูนย์วิจัย ธ.ก.ส. เผย พ.ค. นี้ ข้าวฯ-มันสำปะหลังราคาขึ้น แต่ยางแผ่นดิบราคาลง https://thestandard.co/baac-crop-prices/ Wed, 29 Apr 2020 03:34:48 +0000 https://thestandard.co/?p=358842 ธกส

วันนี้ (29 เมษายน) สมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคาร […]

The post ศูนย์วิจัย ธ.ก.ส. เผย พ.ค. นี้ ข้าวฯ-มันสำปะหลังราคาขึ้น แต่ยางแผ่นดิบราคาลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธกส

วันนี้ (29 เมษายน) สมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตรในเดือนพฤษภาคม 2563 ว่าส่วนมากมีแนวโน้มราคาปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า ได้แก่ 

 

ข้าว สาเหตุเพราะการระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลกอย่างอินเดียและเวียดนามมีมาตรการล็อกดาวน์และชะลอการส่งออกข้าว ขณะที่ฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นผู้นำเข้าข้าวอันดับ 1 ของโลก อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อนำเข้าข้าวเพิ่มเติม ขณะที่ภัยแล้งยังทำให้ผลผลิตข้าวเหนียวนาปรังลดลง

 

ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% ราคาอยู่ที่ 9,525-10,412 บาทต่อตัน เพิ่มขึ้น 1.10-10.52% จากเดือนก่อนหน้า

 

ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาอยู่ที่ 14,496-14,579 บาทต่อตัน เพิ่มขึ้น 0.88-1.46% จากเดือนก่อนหน้า

 

ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว ราคาอยู่ที่ 15,774-15,912 บาทต่อตัน เพิ่มขึ้น  1.85-2.73% จากเดือนก่อนหน้า

 

ส่วนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ความชื้นไม่เกิน 14.5% ราคาอยู่ที่ 7.54-7.60 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 0.30-1% จากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากเป็นช่วงปลายฤดูเก็บเกี่ยว ทำให้ปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย ขณะที่ความต้องการใช้ในการผลิตอาหารสัตว์เพิ่มขึ้น จากปัญหาด้านการขนส่งจากมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้ผู้ประกอบการมีอุปสรรคในการนำเข้าวัตถุดิบอื่นมาผลิตอาหารสัตว์

 

ด้านน้ำตาลทรายดิบตลาดนิวยอร์ก ราคาอยู่ที่ 10.24-10.73 เซนต์ต่อปอนด์ (7.35-7.70 บาทต่อกิโลกรัม) เพิ่มขึ้น 5-10% จากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากความกังวลต่อปริมาณผลผลิตอ้อยทั่วโลกที่ลดลง จากสภาพอากาศที่แห้งแล้งในประเทศผู้ผลิตสำคัญ จึงมีการคาดการณ์ว่าผลผลิตน้ำตาลจะลดลง ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อเพิ่มขึ้น  

 

มันสำปะหลัง ราคาอยู่ที่ 1.75-1.80 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 0.57-3.45% จากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากประเทศคู่ค้าของไทยเริ่มมีการเปิดเมืองและผ่อนปรนด้านการขนส่งระหว่างประเทศ จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่มีแนวโน้มคลี่คลาย ส่งผลให้การส่งออกมันสำปะหลังมีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้น  

 

ปาล์มน้ำมัน ราคาอยู่ที่ 3.09-3.14 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 0.32-2.27% จากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากคาดว่าจะมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้กิจการบางส่วนสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้ จึงเป็นโอกาสให้ความต้องการใช้น้ำมันไบโอดีเซลและน้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้น  

 

สุกร ราคาอยู่ที่ 68.89-69.09 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 2.79-3.09% จากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากสภาพอากาศของไทยอยู่ในช่วงฤดูร้อน ส่งผลให้สุกรเติบโตช้า ทำให้ผลผลิตสุกรออกสู่ตลาดน้อยลง ขณะที่ความต้องการบริโภคเนื้อสุกรเพิ่มขึ้นจากแผนการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ซึ่งคาดว่าธุรกิจบางประเภทจะกลับมาเปิดให้บริการหลังสิ้นสุดมาตรการดังกล่าว  

 

กุ้งขาวแวนนาไม ขนาด 70 ตัวต่อกิโลกรัม ราคาอยู่ที่ 127-129 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 1.60-3.20% จากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งและการเฝ้าระวังโรคระบาด ทำให้เกษตรกรปรับลดพื้นที่และชะลอการลงลูกกุ้ง รวมถึงชะลอการจับกุ้งออกจำหน่าย ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง    

                                            

ทั้งนี้ สินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวลดลง ได้แก่ ยางพาราแผ่นดิบ ซึ่งคาดว่าราคาจะอยู่ที่ 31.50-32.95 บาทต่อกิโลกรัม ลดลง 0.60-4.98% จากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมจะมีการเปิดหน้ากรีดยางพาราทั่วประเทศ ทำให้มีปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น ขณะที่ความต้องการใช้ยางพาราธรรมชาติลดลงจากราคาน้ำมันดิบที่ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ อีกทั้งประเทศจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้ายางพารารายใหญ่ยังใช้มาตรการล็อกดาวน์ จึงทำให้ผู้ประกอบการชะลอรับซื้อน้ำยางสดในประเทศ

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ศูนย์วิจัย ธ.ก.ส. เผย พ.ค. นี้ ข้าวฯ-มันสำปะหลังราคาขึ้น แต่ยางแผ่นดิบราคาลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
SCB EIC ฟันธงราคายางพาราไทยปี 63 ตกต่ำ-ส่งออกหดตัว 3 ปีต่อเนื่อง https://thestandard.co/scb-eic-rubber-price-63/ Mon, 13 Jan 2020 10:31:02 +0000 https://thestandard.co/?p=320069

กัญญารัตน์ กาญจนวิสุทธิ์ นักวิเคราะห์อาวุโส Economic In […]

The post SCB EIC ฟันธงราคายางพาราไทยปี 63 ตกต่ำ-ส่งออกหดตัว 3 ปีต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>

กัญญารัตน์ กาญจนวิสุทธิ์ นักวิเคราะห์อาวุโส Economic Intelligence Center ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เปิดเผยว่า ปี 2563 นี้ คาดว่าสถานการณ์ราคายางพาราในประเทศไทยจะทรงตัวอยู่ในระดับต่ำใกล้เคียงกับปี 2562 โดยคาดการณ์ว่าราคายางแผ่นดิบจะอยู่ที่ 43-45 บาทต่อกิโลกร้ม ส่วนราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 มีแนวโน้มอยู่ที่ 46-48 บาทต่อกิโลกรัม 

 

ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้ราคายางพาราไทยอยู่ในระดับต่ำ ส่วนหนึ่งเพราะปัญหาเชิงโครงสร้าง และความต้องการใช้ยางพาราของโลกไม่ขยายตัว โดยจะแบ่งได้ 3 สาเหตุหลัก ได้แก่ 

  1. ส่วนหนึ่งเพราะราคายางพาราทั่วโลกยังอยู่ในระดับต่ำ โดย SCB EIC มองว่าการใช้ยางพาราโลกขยายตัวเพียง 2% แต่ผู้ผลิตยางในหลายประเทศยังมีผลผลิตสูงขึ้น จึงคาดการณ์ว่าราคายางพาราในตลาดโลกปี 2563 จะอยู่ที่ 1.6-1.8 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม 
  2. จำนวนผลผลิตยางพาราในไทยอยู่ระดับสูงในไทย แต่จีนมีการนำเข้ายางพาราดิบจาก CLMV มากขึ้น และอาจลดสัดส่วนของไทยลง ขณะที่แม้ภาครัฐจะมีมาตรการช่วยเหลือ แต่ในปี 2563 กลับกำหนดเป้าหมายในการใช้น้ำยางสดในหน่วยงานต่างๆ ลดลงมาอยู่ที่ 90,356 ตัน 
  3. ค่าเงินบาทแข็งค่า ทำให้ไทยมีความสามารถในการแข่งขันด้านราคาส่งออกน้อยลง และทำให้ปี 2563 นี้ คาดว่าการส่งออกยางพาราไทยอยู่ที่ 3.1 ล้านตัน หดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

 

อย่างไรก็ตาม ทางแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำต้องแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งการลดอุปทานยางพาราที่ออกสู่ตลาด การเพิ่มใช้ยางพาราในประเทศ การขยายตลาดส่งออกไปประเทศใหม่ๆ เพื่อลดการพึ่งพาการส่งออกไปจีน 

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post SCB EIC ฟันธงราคายางพาราไทยปี 63 ตกต่ำ-ส่งออกหดตัว 3 ปีต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ข่าวดีชาวสวนยาง รัฐบาลเซ็นขายยางให้ต่างชาติได้เพิ่ม 1.6 แสนตัน https://thestandard.co/sell-rubber-exports/ Sat, 16 Nov 2019 09:11:50 +0000 https://thestandard.co/?p=304541

การยางแห่งประเทศไทย ได้เจรจาขายสินค้ายางพาราเพื่อเพิ่มศ […]

The post ข่าวดีชาวสวนยาง รัฐบาลเซ็นขายยางให้ต่างชาติได้เพิ่ม 1.6 แสนตัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

การยางแห่งประเทศไทย ได้เจรจาขายสินค้ายางพาราเพื่อเพิ่มศักยภาพในการส่งออก โดยบูรณาการร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ในการรักษาเสถียรภาพและผลักดันราคายางให้สูงขึ้นตามนโยบายรัฐบาล 

 

ปัจจุบัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงนาม (MOU) กับบริษัทเอกชนต่างประเทศไปแล้ว 2 รายคือ บริษัทจากประเทศจีน เพื่อซื้อยาง STR 20 ปริมาณ 60,480 ตัน และบริษัทเอกชนจากฮ่องกง เพื่อซื้อยาง STR 20 ปริมาณ 100,000 ตัน รวมทั้งยางแผ่นรมควันชั้น 3 อัดก้อนอีก 100,000 ตัน 

 

สำหรับยางที่นำมาขายนี้เป็นยางที่รับซื้อมาจากเกษตรกร สถาบันเกษตรกรมาแปรรูป ฯลฯ ซึ่งเป็นยางที่มีมาตรฐานการผลิต GMP หรือ ISO โดยการลงนาม (MOU) ดังกล่าวนั้นจะส่งผลให้เกิดการขยายช่องทางการจำหน่ายยางไปต่างประเทศ ช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านการตลาดและเพิ่มอำนาจการต่อรองในเวทีโลก

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

 

The post ข่าวดีชาวสวนยาง รัฐบาลเซ็นขายยางให้ต่างชาติได้เพิ่ม 1.6 แสนตัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘จุรินทร์’ ยันประกันรายได้โอนทุกงวด แต่ยางพาราต้องตรวจสอบสวนยางละเอียดก่อนโอน https://thestandard.co/commerce-ministry-puts-priority-on-rubber/ Thu, 14 Nov 2019 11:47:31 +0000 https://thestandard.co/?p=304031 จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

วันนี้ (14 พฤศจิกายน) จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐม […]

The post ‘จุรินทร์’ ยันประกันรายได้โอนทุกงวด แต่ยางพาราต้องตรวจสอบสวนยางละเอียดก่อนโอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

วันนี้ (14 พฤศจิกายน) จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการประกันรายได้ 

 

โดยขอแจ้งตัวเลขว่า จากการเริ่มดำเนินการตั้งแต่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ความเห็นชอบทั้ง ปาล์ม ข้าว และยางพารา 3 ตัวนี้ ได้มีการโอนเงินส่วนต่างให้กับเกษตรกรแล้วดังนี้ 

 

ปาล์มน้ำมันโอนเงินให้กับเกษตรกรแล้วจำนวน 295,880 ราย คิดเป็นเงิน 3,360 ล้านบาท ส่วนข้าวโอนแล้ว 440,000 ราย คิดเป็นเงิน 11,400 ล้านบาท และยางพาราได้มีการโอนไปแล้ว 503,800 ราย คิดเป็นเงิน 2,868 ล้านบาท 

 

จุรินทร์กล่าวอีกว่า สำหรับยางพารานั้นจะมีปัญหาทางปฏิบัติอยู่บ้าง คือกำหนดวันโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรตั้งแต่ 1-15 พฤศจิกายนนี้ แต่การยางแห่งประเทศไทยต้องไปตรวจสวนยางด้วยว่ายังทำสวนอยู่หรือไม่ และผลิตยางชนิดใด ยางแผ่น น้ำยางสด หรือยางก้อนถ้วย จึงจะให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกร เนื่องจากมีบุคลากรจำกัดและต้องใช้เวลา จึงทำให้วันที่ 15 พฤศจิกายน การยางต้องตรวจสวนให้ครบถ้วน ซึ่ง เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และตน จะดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะเกษตรกรจำนวนมากยังรอเงินส่วนต่างโอนเข้าบัญชีอยู่

 

อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้หมายความว่าหลังวันที่ 1-15 พฤศจิกายน จะไม่ได้รับเงินส่วนต่าง แต่จะโอนให้ต่อเนื่องจนกว่าจะครบบัญชีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้ และยางนั้นจะโอน 3 งวดต่อปีทุก 2 เดือน เดือนนี้โอนวันที่ 1-15 พฤศจิกายน 2572 งวดหน้าโอนวันที่ 1 มกราคม 2563

 

สำหรับวันที่ 1 มกราคม 2563 นั้นจะไม่ได้ช้ามากเหมือนงวดแรก เนื่องจากมีการตรวจสอบครบถ้วนแล้ว สามารถโอนเงินได้ทันทีภายในวันเดียวคือวันที่ 1 มกราคม

 

“ช่วงการโอนเงินงวดแรกก็ติดขัด เพราะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ตั้งแต่มีประเทศไทยมา ที่มีการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกยาง จึงมีปัญหาในทางปฏิบัติอยู่บ้าง” จุรินทร์ กล่าวในที่สุด 

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ‘จุรินทร์’ ยันประกันรายได้โอนทุกงวด แต่ยางพาราต้องตรวจสอบสวนยางละเอียดก่อนโอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พาณิชย์-เกษตรฯ จับมือลุยขายยาง เซ็นเอกชนปิดยอดวันนี้ 2.6 แสนตัน กระตุ้นยกระดับราคา https://thestandard.co/rubber-price-131119/ Wed, 13 Nov 2019 07:01:24 +0000 https://thestandard.co/?p=303417

วันนี้ (13 พฤศจิกายน) ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ […]

The post พาณิชย์-เกษตรฯ จับมือลุยขายยาง เซ็นเอกชนปิดยอดวันนี้ 2.6 แสนตัน กระตุ้นยกระดับราคา appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (13 พฤศจิกายน) ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงข่าวการขายยาง เพิ่มปริมาณการส่งออก ร่วมกับ เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สุนันท์ นวลพรหมสกุล รักษาการผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีบริษัทเอกชน 2 รายคือ 1. Fifth Trading (HK) co.,ltd 2. Hengfeng Rubber Industrial Park Limited

 

จุรินทร์กล่าวว่า ภายหลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการประกันรายได้ชาวสวนยาง ในวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา การยางฯ ได้เริ่มกระบวนการโอนเงิน ให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางแล้ว โดยต้องมีการตรวจสวนยางด้วย จึงต้องใช้เวลา ระหว่างนี้ทยอยโอน ถ้ายังมีปัญหาตรวจสอบไม่จบ ก็จะเร่งให้ตรวจจบและเร่งโอนเงินหลังวันที่ 15 นี้ได้ แต่งวดถัดไปจะโอน 1 มกราคม 2563 และ 1 มีนาคม 2563 โดยไม่ต้องตรวจสวนยางอีก และขอเรียนว่าผู้ถือบัตรสีชมพูสามารถรับเงินส่วนต่างได้ โดย ครม. เห็นชอบแล้ว

 

นอกจากนี้ยังมีมาตรการเสริมที่สำคัญดังนี้ โครงการส่งเสริม ลดการปลูกยางเชิงเดี่ยว สร้างรายได้ให้เกษตรกรยามราคายางตกต่ำ โครงการเพิ่มการใช้ยางในประเทศ ให้ส่วนราชการใช้ยาง โดยให้การยางฯ สรุป เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนำเสนอ ครม. ต่อไป 

 

นอกจากนั้นยังขอความร่วมมือจากเอกชนในการสร้าง Rubber City ขยายการใช้ยางเป็น 10,000 ตันแล้ว และยังมีการขยายตลาด ซึ่งสำคัญมาก โดยจะร่วมมือกันระหว่างสามองค์กร

 

“ก่อนหน้านี้ผมได้นำภาคเอกชนและการยางเปิดตลาดที่อินเดีย 100,000 ตัน เป็นมูลค่า 7.5 พันล้านบาท สำหรับวันนี้ มีความคืบหน้าที่จะแจ้งให้ประชาชนและเกษตรกรทราบคือ การยางแห่งประเทศไทย โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สามารถเจรจาซื้อขายยางพาราระหว่างประเทศกับผู้ซื้อเบื้องต้นจำนวน 2 รายคือ

 

“1. บริษัทเอกชนจากจีน ซึ่งมีการลงนาม MOU รองรับแล้ว เพื่อซื้อยาง STR 20 ปริมาณ 60,480 ตัน

 

“2. ปริษัทเอกชนจากฮ่องกง ซึ่งมีการลงนาม MOU รองรับแล้ว เพื่อซื้อยาง STR 20 ปริมาณ 100,000 ตัน และยางแผ่นรมควันชั้น 3 อัดก้อน 100,000 ตัน 

 

“รวมปริมาณการซื้อขายรอบนี้ทั้งสิ้น 260,480 ตัน มูลค่าไม่น่าจะต่ำกว่า 13,000 ล้านบาท” จุรินทร์กล่าว 

 

หลังจากนี้การยางฯ จะรับซื้อยางโดยตรงจากเกษตรและสถาบันราคาชี้นำมาขายต่อไป ส่งผลให้เกิดประโยชน์ต่อวงการยางพาราไทย ดังนี้คือ

 

  1. ได้ขยายช่องทางการจำหน่ายไปต่างประเทศ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านการตลาดของ กยท. และเพิ่มอำนาจการต่อรองในเวทีโลก 

 

  1. ยกระดับราคายางไปสู่ราคาเป้าหมายนำ

 

  1. สร้างแบรนด์การยางฯ ให้เป็นที่ยอมรับในกลุ่มธุรกิจยางทั่วโลก เพื่อการส่งออกเพิ่มขึ้นในอนาคต 

 

นอกเหนือจากการเจรจาซื้อขายโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในรอบนี้แล้ว ในวันที่ 15-19 พฤศจิกายน 2562 ทางกระทรวงพาณิชย์ นำโดย จุรินทร์ จะเดินทางไปทำหน้าที่เซลล์แมนประเทศต่อเนื่องที่ประเทศตุรกี-เยอรมนี

 

ด้าน เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินโครงการการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางพารา ระยะที่ 1 วงเงินประมาณ 24,000 ล้านบาท ตามที่โยบายของรัฐบาลและตามคำแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา โดยสามารถ ‘ทำได้ไว ทำได้จริง’ ภายในเวลาเพียง 98 วันหลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา (25 กรกฎาคม) 

 

โดยเกษตรกรชาวสวนยางได้ขึ้นทะเบียนและแจ้งพื้นที่ปลูกยางกับการยางแห่งประเทศไทย ก่อนวันที่ 12 สิงหาคม 2562 ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ไร่ เป็นสวนยางอายุ 7 ปีขึ้นไป ราคาในโครงการประกันรายได้คือ ยางแผ่นดิบคุณภาพดี ​กิโลกรัมละ 60 บาท น้ำยางสด กิโลกรัมละ 57 บาท ยางก้อนถ้วย กิโลกรัมละ 23 บาท และเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลพื้นที่ปลูกยางกับการยางฯ จำนวน 1,711,252 ราย เป็นยางแผ่นดิบ 150,803 ราย น้ำยางสด 470,767 ราย และยางก้อนถ้วย 790,447 ราย โครงการนี้ Kick Off จ่ายเงินงวดแรกพร้อมกันทั่วประเทศไปแล้วเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

 

นอกจากนั้นรัฐบาลและกระทรวงเกษตรฯ ได้มาตรการเสริม หรือมาตรการคู่ขนานคือ

 

1. โครงการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกรเพื่อใช้ในการรวบรวมยาง (วงเงิน 10,000 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนสินเชื่อให้กับสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ที่มีการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพารา นำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการรวบรวมหรือรับซื้อยางพาราจากเกษตรกรชาวสวนยาง และสถาบันเกษตรกรได้รับอนุมัติวงเงินกู้ยืมจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จำนวน 388 แห่ง เป็นเงินกว่า 7,000 ล้านบาท และได้เบิกเงินกู้จริงจาก ธ.ก.ส. จำนวน 375 แห่ง เป็นเงินกว่า 10,000 ล้านบาท

 

2. โครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรเพื่อแปรรูปยางพารา (วงเงิน 5,000 ล้านบาท) ระยะเวลาดำเนินงาน 1 กันยายน 2557 ถึง 31 ธันวาคม 2563

 

3. โครงการสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยาง (น้ำยางข้น) (วงเงิน 10,000 ล้านบาท) ระยะเวลาดำเนินงาน พฤษภาคม 2560 ถึง เมษายน 2562

 

4. โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยาง (ยางแห้ง) (20,000 ล้านบาท) เพื่อดูดซับยางออกจากระบบประมาณร้อยละ 11 ของผลผลิตยางแห้ง หรือ 350,000 ตัน จากผลผลิตยางแห้งทั้งปีที่มีประมาณ 3,200,000 ตัน

 

5. โครงการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง (วงเงินสินเชื่อ 25,000 ล้านบาท) ระยะเวลาดำเนินงาน ปี 2559-2569 เป้าหมายเป็นผู้ประกอบการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางขั้นปลายน้ำ ทั้งผลิตภัณฑ์ยางจากน้ำยางข้นและผลิตภัณฑ์ยางจากยางแห้ง ที่ใช้ยางพาราในประเทศ เน้นแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยางที่มีมูลค่าสูง เช่น ถุงมือยาง ยางยืด ยางล้อ ยางที่ใช้ในงานวิศวกรรม และอื่นๆ

 

6. โครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางและสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง

 

7. โครงการสินเชื่อเกษตรกรชาวสวนยางพารารายย่อย เพื่อประกอบอาชีพเสริม (พฤศจิกายน 2557 ถึง พฤศจิกายน 2562) (งบประมาณ 15,000 ล้านบาท)

 

8. โครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง ไร่ละ 1,800 บาท ไม่เกิน 15 ไร่ (แบ่งเป็นชาวสวน 1,100 บาทต่อคนกรีด 700 บาท) ระหว่าง ธันวาคม 2561 ถึง กันยายน 2562 (งบประมาณ 17,007 ล้านบาท )

 

9. โครงการบริหารจัดการรักษาเสถียรภาพราคายางพาราของสถาบันเกษตรกร โดยให้ใช้สินเชื่อจากสภาพคล่อง ธ.ก.ส. ในวงเงิน 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี ระยะเวลาโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2561 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2563

 

10. โครงการ 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร สร้างถนนพาราซอยด์ซีเมนต์ (Para Soil Cement) ทั่วประเทศจำนวน 75,032 หมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1 กิโลเมตร รวมระยะทาง 75,032 กิโลเมตร (ระยะเวลาดำเนินงานเดือนธันวาคม 2561 ถึง กันยายน 2562 เงินงบประมาณ 92,327 ล้านบาท)

 

11. โครงการส่งเสริมการใช้ยางของหน่วยงานภาครัฐมุ่งผลักดันนโยบายการเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราในประเทศกำหนดให้หน่วยงานภาครัฐใช้วัตถุดิบยางพาราจากเกษตรกรชาวสวนยางและสถาบันเกษตรชาวสวนยาง โดยความต้องการใช้ยาง

 

12. คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการยางที่มีปริมาณการรับซื้อตั้งแต่เดือนละ 5,000 กิโลกรัมขึ้นไป แจ้งปริมาณการซื้อ ปริมาณการจำหน่าย ปริมาณการใช้ไป ปริมาณคงเหลือ และสถานที่เก็บสินค้ายางพารา ตลอดจนให้จัดทำบัญชีคุมรายวัน เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ทุกเวลา

 

ด้าน สุนันท์ นวลพรหมสกุล รักษาการผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์ยางพาราประสบกับความท้าทายทั้งภายในและภายนอกประเทศ แต่ช่วงหลังราคายางเริ่มกระเตื้องขึ้นจาก

 

1. ความต้องการในตลาดโลกที่มากกว่าการผลิต โดยทั้งโลกใช้ยาง 13 ล้านตัน ใช้ 12.8 ล้านตัน

 

2. พื้นที่ปลูกลดลง เรื่องจากมีการปลูกแบบผสมผสาน ทำให้ราคาสูงขึ้น ในตลาดล่วงหน้าต่างๆในต่างประเทศ

 

3. ยังเกิดจากนโยบายยกระดับราคายางจากรัฐบาลด้วย

 

4. ราคาน้ำมันดิบสูงขึ้น ราคายางสังเคราะห์เพิ่มขึ้น 

 

อย่างไรก็ตาม การยกระดับราคายางต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ขอเรียนว่าสถานการณ์ราคายางปรับตัวดีขึ้นเรื่อยๆ

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post พาณิชย์-เกษตรฯ จับมือลุยขายยาง เซ็นเอกชนปิดยอดวันนี้ 2.6 แสนตัน กระตุ้นยกระดับราคา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. เคาะ 2.4 หมื่นล้านบาท ประกันรายได้ชาวสวนยาง 60 บาทต่อกิโลกรัม https://thestandard.co/rubber-income-insurance-60-baht-per-kg/ Tue, 15 Oct 2019 09:18:44 +0000 https://thestandard.co/?p=295520

วันนี้ (15 ตุลาคม 2562) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีม […]

The post ครม. เคาะ 2.4 หมื่นล้านบาท ประกันรายได้ชาวสวนยาง 60 บาทต่อกิโลกรัม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (15 ตุลาคม 2562) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางพารา ระยะที่ 1 งบประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาท ตามที่คณะกรรมการการยางไทยเสนอ ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นประธาน

 

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางมีรายได้ที่แน่นอนจากการประกันรายได้ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อน และมีความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่งจะครอบคลุมเกษตรกรจำนวน 1.4 ล้านคน พื้นที่ปลูกยางพารา 17 ล้านไร่

 

โครงการประกันรายได้เกษตรกร ระยะที่ 1 กำหนดระยะเวลาประกันรายได้ไว้ที่ 6 เดือน เริ่มเดือนตุลาคม 2562 ถึงเดือนมีนาคม 2563 โดยประกันรายได้ในยาง 3 ชนิด คือ

1. ยางแผ่นดิบคุณภาพดี ราคา 60 บาทต่อกิโลกรัม

2. น้ำยางสด (DRC 100%) ราคา 57 บาทต่อกิโลกรัม

3. ยางก้อนถ้วย (DRC 50%) ราคา 23 บาทต่อกิโลกรัม

 

กำหนดปริมาณผลผลิตยางที่จะประกันรายได้ 240 กก./ไร่/ปี หรือ 20 กก./ไร่/เดือน 

 

เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ จะต้องขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลพื้นที่ปลูกยางกับการยางแห่งประเทศไทยก่อนวันที่ 12 สิงหาคม 2562 และเปิดโอกาสให้เกษตรกรชาวสวนยางแจ้งขึ้นทะเบียนเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่การยางไทยกำหนด โดยเป็นสวนยางอายุ 7 ปีขึ้นไปที่เปิดกรีดแล้ว สูงสุดรายละไม่เกิน 25 ไร่

 

การจ่ายเงินประกันรายได้เกษตรกำหนดจ่ายให้เร็วขึ้นจากเดิมที่กำหนดจ่าย 2 เดือน  1 ครั้ง โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรชาวสวนยาง ดังนี้

 

1. ประกันรายได้เดือนตุลาคม ถึงพฤศจิกายน 2562   

  จ่ายงวดที่หนึ่ง ระหว่างวันที่ 1-15 พฤศจิกายน 2562

 

2. ประกันรายได้เดือนธันวาคม 2562 ถึงมกราคม 2563   

  จ่ายงวดที่สอง ระหว่างวันที่ 1-15 มกราคม 2563

 

3. ประกันรายได้เดือนกุมภาพันธ์ ถึงมีนาคม 2563   

  จ่ายงวดที่สาม ระหว่างวันที่ 1-15 มีนาคม 2563

 

การแบ่งสัดส่วนรายได้ เจ้าของสวน ร้อยละ 60 และคนกรีดยาง ร้อยละ 40

 

ทั้งนี้ ครม. ยังเห็นชอบให้ใช้เงินทุน ธ.ก.ส. สำรองจ่ายไปก่อน และให้ ธ.ก.ส. เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 และปีถัดๆ ไป ตามความเหมาะสม เพื่อชำระคืนเงินต้นและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นจริง

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ครม. เคาะ 2.4 หมื่นล้านบาท ประกันรายได้ชาวสวนยาง 60 บาทต่อกิโลกรัม appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลเล็งใช้ยางสดผสมทำถนนพาราซอยซีเมนต์ เพื่อแก้ปัญหาราคายางพาราผันผวน https://thestandard.co/solve-the-problem-price-rubber-tree-fluctuate/ Sat, 13 Jul 2019 14:16:25 +0000 https://thestandard.co/?p=270318

วันนี้ (13 ก.ค.) พล.ท. วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำ […]

The post รัฐบาลเล็งใช้ยางสดผสมทำถนนพาราซอยซีเมนต์ เพื่อแก้ปัญหาราคายางพาราผันผวน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (13 ก.ค.) พล.ท. วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ได้หารือกับกรรมการสมาคมผู้ค้ายางและตัวแทน 5 บริษัทผู้ส่งออกยางพารา ถึงการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ โดยที่ประชุมเห็นตรงกันว่า การซื้อขายล่วงหน้าในตลาดต่างประเทศมีผลกดดันให้ราคายางในประเทศตกลง ประกอบกับมีพ่อค้าต่างชาติเข้าปั่นราคายางในตลาดล่วงหน้าด้วย จึงทำให้ราคาผันผวน

 

ทั้งนี้ ทางหน่วยงานรัฐบาลยืนยันว่า จะเดินหน้านโยบายการนำน้ำยางสดไปผสมทำถนนพาราซอยซีเมนต์ทั่วประเทศ โดยจะให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เข้าประมูลซื้อน้ำยางสด แทนการประมูลซื้อยางแผ่นเหมือนที่ผ่านมา และทางสมาคมผู้ค้ายางจะรับน้ำยางสดดังกล่าวไปปั่นผสมสารเคมีเก็บไว้โดยไม่คิดค่าบริการ เพื่อส่งต่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะมาซื้อไปทำถนนต่อไป โดยจะเริ่มซื้อในจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม 2562 เป็นต้นไป

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง:

The post รัฐบาลเล็งใช้ยางสดผสมทำถนนพาราซอยซีเมนต์ เพื่อแก้ปัญหาราคายางพาราผันผวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดันยางพาราไทยขายออนไลน์ใน Alibaba คาดมูลค่าซื้อขาย 2 แสนตันต่อปี https://thestandard.co/thai-rubber-on-alibaba/ https://thestandard.co/thai-rubber-on-alibaba/#respond Thu, 13 Dec 2018 10:23:37 +0000 https://thestandard.co/?p=164578

ถือเป็นอีกหนึ่งทางออกในการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ เม […]

The post ดันยางพาราไทยขายออนไลน์ใน Alibaba คาดมูลค่าซื้อขาย 2 แสนตันต่อปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

ถือเป็นอีกหนึ่งทางออกในการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ เมื่อ Alibaba Group ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซจากจีน ประสานงานกับ การยางแห่งประเทศไทย เพื่อหารือเกี่ยวกับการจัดตั้งตลาดซื้อขายสินค้ายางพาราแบบออนไลน์ในประเทศไทย และเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการชาวจีนสามารถประมูลซื้อยางพาราจากไทยได้โดยตรง

 

 

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า มีตัวแทนจาก Alibaba เข้าร่วมหารือกับ กยท. เกี่ยวกับการจัดหาแหล่งรับซื้อยางพาราจากสถาบันการเกษตรที่ กยท. ให้การรับรองคุณภาพ เบื้องต้นคาดว่ามูลค่าการซื้อขายยางผ่าน Alibaba จะอยู่ที่ 2 แสนตันต่อปี และขั้นตอนต่อจากนี้จะมีการหารือเกี่ยวกับสถานที่ตั้งระบบซื้อขายออนไลน์และโปรแกรมที่จะนำมาใช้ เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ยางของไทยที่มีความหลากหลาย

 

ทั้งนี้นายณกรณ์ยังเปิดเผยอีกว่า จีนถือเป็นประเทศที่มีความต้องการใช้ยางพาราเป็นจำนวนมาก ในขณะที่ไทยเป็นประเทศที่ผลิตและส่งออกยางพารามากที่สุดในโลก รวมทั้งมีผลิตภัณฑ์ยางหลากหลาย เช่น ยางแผ่น ยางรมควัน ยางแท่ง และยางก้อนถ้วย ซึ่งการเปิดตลาดซื้อขายยางออนไลน์ของกลุ่ม Alibaba ครั้งนี้ จะช่วยรักษาเสถียรภาพราคายางพาราในประเทศได้อย่างมาก

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ดันยางพาราไทยขายออนไลน์ใน Alibaba คาดมูลค่าซื้อขาย 2 แสนตันต่อปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thai-rubber-on-alibaba/feed/ 0
มิชลินย้ำ ใช้ยางพาราไทย 100% มองช้อปช่วยชาติช่วยตัดสินใจง่ายขึ้น ขยายรวมรถบรรทุกและรถโดยสารได้ https://thestandard.co/michelin-made-tire-from-thai-rubber/ https://thestandard.co/michelin-made-tire-from-thai-rubber/#respond Thu, 06 Dec 2018 07:52:05 +0000 https://thestandard.co/?p=160431

เสกสรรค์ ไตรอุโฆษ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามมิชลิ […]

The post มิชลินย้ำ ใช้ยางพาราไทย 100% มองช้อปช่วยชาติช่วยตัดสินใจง่ายขึ้น ขยายรวมรถบรรทุกและรถโดยสารได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เสกสรรค์ ไตรอุโฆษ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามมิชลิน จำกัด ผู้ผลิตยางรถยนต์แบรนด์มิชลิน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ของไทย ให้ความเห็นว่า แคมเปญช้อปช่วยชาติถือเป็นนโยบายที่ดี เพราะส่งเสริมการใช้ยางพาราในประเทศ ซึ่งทางมิชลินใช้ยางพาราในประเทศไทย 100% อยู่แล้ว และยังเป็นการส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะช่วงปลายปีด้วย ในช่วงเทศกาลที่มีผู้คนสัญจรและขับขี่ทางไกลเป็นจำนวนมาก มีแนวโน้มที่จะเกิดอุบัติเหตุมากกว่าช่วงปกติ

 

นโยบายช้อปช่วยชาติที่ผู้เสียภาษีสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อยางมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 1.5 หมื่นบาท จะทำให้ผู้ที่ยังลังเลว่าจะเปลี่ยนยางเส้นเก่าในช่วงนี้ สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และยังประเมินแคมเปญนี้ว่าอาจขยายผลไปถึงยางสำหรับรถบรรทุกและรถโดยสาร ซึ่งมีปริมาณการใช้ยางธรรมชาติมากกว่ารถส่วนบุคคลทั่วไปด้วย

 

สำนักข่าว THE STANDARD พิจารณาข้อกำหนดของมาตรการช้อปช่วยชาติ 15 ธ.ค. 2561 – 16 ม.ค. 2562 ซึ่งครอบคลุมการซื้อยางทั้งยางล้อรถยนต์ ยางล้อจักรยานยนต์ และยางล้อจักรยาน เพื่อเป็นการช่วยระบายสต๊อกยางที่มีอยู่ในตลาด และจะนำไปสู่การปรับตัวด้านอุปสงค์ของผู้ผลิตต่อยางพาราที่ขณะนี้ประสบปัญหาราคาตกต่ำนั้น ไม่ได้กำหนดประเภทของรถเอาไว้ นั่นคือจะเป็นรถส่วนบุคคลก็ได้ หรืออาจจะเป็นรถประเภทอื่นก็ได้เช่นกัน เพียงแต่ต้องซื้อในนามบุคคล และไม่สามารถลงบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทหรือนิติบุคคลที่บุคคลใดๆ ได้ กลุ่มเป้าหมายหลักจึงยังเป็นรถส่วนบุคคลที่ต้องการเปลี่ยนยางทั้งคันหรือ 4 เส้น ภายใต้งบประมาณไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post มิชลินย้ำ ใช้ยางพาราไทย 100% มองช้อปช่วยชาติช่วยตัดสินใจง่ายขึ้น ขยายรวมรถบรรทุกและรถโดยสารได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/michelin-made-tire-from-thai-rubber/feed/ 0
ถนนยางพารามาแล้ว ต้นทุนกิโลเมตรละ 3 ล้านบาท เชื่อทำทั่วประเทศแก้ปัญหาราคาตกต่ำได้ https://thestandard.co/rubber-road-solve-cheap-rubber-problem/ https://thestandard.co/rubber-road-solve-cheap-rubber-problem/#respond Sun, 25 Nov 2018 08:20:28 +0000 https://thestandard.co/?p=153448

กฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยราย […]

The post ถนนยางพารามาแล้ว ต้นทุนกิโลเมตรละ 3 ล้านบาท เชื่อทำทั่วประเทศแก้ปัญหาราคาตกต่ำได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

กฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยรายงานจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายจังหวัด ซึ่งขณะนี้ดำเนินการทำถนนดินซีเมนต์ผสมยางพารา โดยจังหวัดต้นแบบที่กำลังดำเนินการคือ หนองบัวลำภู สงขลา อุทัยธานี สุราษฎร์ธานี ตรัง และชุมพร นอกจากนี้ยังสั่งการด่วนที่สุดให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ผู้ตรวจราชการกระทรวง ผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย ผู้บริหารหน่วยงานกระทรวงเกษตรทุกพื้นที่ เร่งติดตามปัญหาการใช้ยางพาราในหน่วยงานภาครัฐ เนื่องจากมีรายงานว่าการใช้งบประมาณของในบางจุดยังมีปัญหาการอนุมัติอยู่

 

ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะต้องเร่งประสานงานกับปลัดกระทรวงคมนาคม อธิบดีกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาสนับสนุนการใช้ยางพาราในถนนสายรองต่างๆ ทั่วประเทศ โดยใช้งบประมาณเหลือจ่ายของปี 2561 หรือของปี 2562 หรืออาจจะใช้งบประมาณกลางปีแล้วแต่กรณี

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความเห็นว่า ต้นทุนการทำถนนดินซีเมนต์ผสมยางพารา เฉลี่ยกิโลเมตรละ 3 ล้านบาท แบ่งเป็นค่ายางพารากิโลเมตรละ 4 แสนบาท หากผลักดันให้ใช้ทำถนนภายในหมู่บ้านทุกชุมชนทั่วประเทศ 8.8 หมื่นหมู่บ้าน จะช่วยให้ราคายางพาราดีขึ้น สำหรับการก่อสร้าง 1 กิโลเมตร จะใช้น้ำยางพาราไม่น้อยกว่า 12 ตัน ที่สำคัญเกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย

 

ถือเป็นการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำอีกรูปแบบหนึ่งของรัฐบาล โดยยังมุ่งเน้นแก้ไขเรื่องการลดอุปทานลง เพื่อกดดันให้ราคาน้ำยางพาราสูงขึ้น ขณะเดียวกันยังเกิดคำถามตามมาเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับห่วงโซ่อุปทานของยางพารา ซึ่งอาจจะจำเป็นสำหรับการแก้ไขปัญหาในระยะยาวมากกว่า

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ถนนยางพารามาแล้ว ต้นทุนกิโลเมตรละ 3 ล้านบาท เชื่อทำทั่วประเทศแก้ปัญหาราคาตกต่ำได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/rubber-road-solve-cheap-rubber-problem/feed/ 0