รัษฎา มนูรัษฎา Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/รัษฎา-มนูรัษฎา/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 28 Oct 2024 13:21:40 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ญาติผู้สูญเสียกรณีตากใบขอสู้ใหม่ในหนทางอื่นแม้คดีหมดอายุความ ด้านทนายเสนอ อดีตข้าราชการที่เป็นผู้ต้องหางดรับบำนาญ https://thestandard.co/tak-bai-case-victims-seek-justice/ Mon, 28 Oct 2024 13:21:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1001102 ตากใบ

วันนี้ (28 ตุลาคม) ศาลจังหวัดนราธิวาสแถลงจำหน่ายคดี ตาก […]

The post ญาติผู้สูญเสียกรณีตากใบขอสู้ใหม่ในหนทางอื่นแม้คดีหมดอายุความ ด้านทนายเสนอ อดีตข้าราชการที่เป็นผู้ต้องหางดรับบำนาญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตากใบ

วันนี้ (28 ตุลาคม) ศาลจังหวัดนราธิวาสแถลงจำหน่ายคดี ตากใบ จากสารบบความ หลังญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมหน้า สภ.ตากใบ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องอดีตข้าราชการระดับสูง 7 คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุม ซึ่งศาลออกหมายจับ และคดีหมดอายุความไปแล้วเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา 

 

รัษฎา มนูรัษฎา ทนายความสิทธิมนุษยชน ในฐานะทนายความฝ่ายโจทก์ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมอำเภอตากใบ กล่าวว่า วันนี้ศาลมีนัดประชุมพิจารณาคดี ซึ่งเป็นไปตามความคาดหมาย จำเลยทั้ง 7 คนไม่มีใครมาศาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ไม่สามารถติดตามจำเลยมาดำเนินคดีได้ ศาลจึงปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย เมื่ออายุความมีกำหนด 20 ปี และครบอายุความในวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา จึงทำให้คดีขาดอายุความ ศาลจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดี ซึ่งเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

 

ทั้งนี้ ตนเองเสนอให้พิจารณาการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีหน้าที่ทำสำนวนคดีมาตั้งแต่ปี 2547 แต่ทำไมถึงปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาถึง 20 ปี ถึงเพิ่งจะตั้งสำนวนเสนอต่อพนักงานอัยการ จนเกือบจะขาดอายุความ

 

“เจ้าหน้าที่ตำรวจ คุณทำอะไรอยู่นานเกือบจะ 20 ปี เมื่อคุณเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ปฏิบัติ แต่คุณกลับเพิ่งส่งสำนวนคดีและเห็นควรไม่สั่งฟ้อง ทั้งที่เหตุการณ์ตากใบมีคนเสียชีวิต 78 คน มีรายงานชันสูตรศพ การตายเกิดจากการขาดอากาศหายใจ ถูกกดทับจากการขนย้ายคนไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร มีลักษณะของการควบคุมคนที่เป็นไปโดยไม่ถูกต้อง ซึ่งมีหลักฐานยืนยันการเสียชีวิตของคนเหล่านี้” รัษฎากล่าว

 

รัษฎาระบุว่า ดังนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีหน้าที่เป็นผู้บังคับบัญชาและกำกับดูแลโดยนายกรัฐมนตรี รวมถึงท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านต้องสั่งการลงไป ตรวจสอบการทำงานของพนักงานสอบสวน ทำไมเพิ่งมาตั้งสำนวน อายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 คุณทำหน้าที่และปฏิบัติหน้าที่โดยชอบหรือไม่ พร้อมกันนี้ยังเสนอให้พิจารณาย้อนหลังการรับเงินบำเหน็จและบำนาญที่ผ่านมาของข้าราชการระดับสูงทั้ง 7 คนที่ถูกดำเนินคดีและออกหมายจับในกรณีตากใบ

 

“ไม่ใช่ว่าคดีขาดอายุความแล้วทุกอย่างจบตามคำให้สัมภาษณ์ของผู้ใหญ่ในรัฐบาล เพราะประชาชนเห็นว่าจำเลยทั้ง 7 คนเป็นข้าราชการระดับสูง เมื่อถูกออกหมายจับจะต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยให้พิจารณาเรื่องการรับเงินบำเหน็จและบำนาญในทุกเดือนที่ผ่าน และนำเงินเหล่านี้ส่งคืนย้อนหลังให้กับงบประมาณแผ่นดิน” รัษฎากล่าว

 

ทั้งนี้ แม้คดีตากใบจะหมดอายุความ ทางศาลจังหวัดนราธิวาสก็แนะนำให้ญาติในคดีตากใบลองใช้กลไกทางอื่นเข้ามาช่วยค้นหาความยุติธรรม เช่น กลไกของสภาในการค้นหาความยุติธรรมในครั้งนี้ รวมถึงใช้แนวทางอื่นเยียวยาความรู้สึกในกรณีดังกล่าว

 

ซารีฮะ มามะ ผู้สูญเสียสามีจากเหตุการณ์ตากใบเมื่อ 20 ปีก่อน หนึ่งในโจทย์ที่ยื่นฟ้อง กล่าวว่า แม้วันนี้คดีตากใบจะหมดอายุความ แต่ถ้าครั้งนี้ยังไม่ใช่เส้นทางสุดท้ายในการค้นหาความยุติธรรม ตนเองก็ยังมีหวัง และยังมีโอกาสที่จะกลับมาสู้ใหม่ในเส้นทางอื่นๆ

 

ด้าน หะยีดิง มัยเซ็ง บุคคลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ตากใบ กล่าวว่า แม้วันนี้ศาลจะประกาศปิดคดีตากใบ แต่ตนยังมีความรู้สึกว่า คดีตากใบยังไม่ถึงที่สุด เพราะคนผิดยังไม่ถูกดำเนินคดี ด้านญาติผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ตากใบยังอยู่กับความรู้สึกที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม

 

สำหรับคดีนี้ ในวันนัดวันที่ 15 ตุลาคม 2567 ยังไม่สามารถจับกุมจำเลยคนใดได้ ศาลไม่อาจดำเนินกระบวนพิจารณาต่อ ต้องเลื่อนคดีไปเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมจำเลยที่หลบหนีมาเสียก่อน แต่ศาลอนุญาตให้ญาติผู้ตายแถลงการณ์ด้วยวาจาเกี่ยวกับคดีนี้ แล้วมีคำสั่งเลื่อนไปนัดพร้อมเพื่อประชุมคดี หรือนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาวันที่ 28 ตุลาคม 2567


ในวันนัดวันนี้ยังคงไม่สามารถจับกุมจำเลยที่ 1, ที่ 3-6 และที่ 8 กับที่ 9 ได้ ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีเนื่องจากคดีขาดอายุความ ทำให้สิทธินำคดีอาญามาระงับไปตาม ป.วิอาญา มาตรา 39 (6) เหตุที่ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีแทนพิพากษายกฟ้องตาม ป.วิอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง เพราะตามบทบัญญัติดังกล่าวเป็นกรณีที่ปัญหาเรื่องคดีขาดอายุความ ปรากฏต่อศาลในชั้นทำคำพิพากษาและคำสั่ง ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ศาลยกฟ้องโจทก์ ปล่อยจำเลยไป แต่คดีนี้จำเลยที่ 1, ที่ 3-6 และที่ 8 กับที่ 9 ไม่เคยเข้าสู่การพิจารณา แต่หลบหนีจนคดีขาดอายุความ เป็นเหตุให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ถูกระงับ ไม่สามารถดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้ ต้องจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ

The post ญาติผู้สูญเสียกรณีตากใบขอสู้ใหม่ในหนทางอื่นแม้คดีหมดอายุความ ด้านทนายเสนอ อดีตข้าราชการที่เป็นผู้ต้องหางดรับบำนาญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จำเลยคดีตากใบไม่ปรากฏตัว ศาลให้ตำรวจตามจับกุมมาก่อนคดีหมดอายุความ นัดฟังคำสั่งวันที่ 28 ต.ค. https://thestandard.co/tak-bai-defendants-absent/ Tue, 15 Oct 2024 09:10:18 +0000 https://thestandard.co/?p=996113

วันนี้ (15 ตุลาคม) รัษฎา มนูรัษฎา ทนายความสิทธิมนุษยชน […]

The post จำเลยคดีตากใบไม่ปรากฏตัว ศาลให้ตำรวจตามจับกุมมาก่อนคดีหมดอายุความ นัดฟังคำสั่งวันที่ 28 ต.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (15 ตุลาคม) รัษฎา มนูรัษฎา ทนายความสิทธิมนุษยชน ในฐานะทนายความฝ่ายโจทก์ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมหน้า สภ.ตากใบ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547 พร้อมทีมทนายความฝ่ายโจทก์ 48 คน เปิดเผยว่า หลังจากวันนี้ เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดนราธิวาสนัดสอบคำให้การจำเลย 7 คนในคดีดังกล่าวเป็นครั้งที่ 2

 

แต่จำเลยทั้ง 7 คนที่ถูกออกหมายจับไม่ปรากฏตัวต่อศาล โดยศาลให้เวลาถึง 11.00 น. จึงเลื่อนพิจารณาคดี โดยจะประชุมคดีและนัดฟังคำสั่งคดีในวันที่ 28 ตุลาคม 2567 แต่ในระหว่างนี้ให้ตำรวจติดตามจับกุมจำเลยมาส่งต่อศาลภายในเวลา 00.00 น. ของวันที่ 25 ตุลาคม 2567 ก่อนที่คดีนี้จะหมดอายุความ

 

ทั้งนี้ระหว่างพิจารณาคดี ศาลอ่านหมายจับ พล.อ. พิศาล วัฒนวงษ์คีรี อดีต สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 จำเลยที่ 1 ซึ่งศาลออกหมายจับเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 และเปิดโอกาสให้โจทก์ซึ่งเป็นญาติผู้เสียชีวิตแถลงต่อศาล

 

มูฮำมะซาวาวี อุเซ็ง น้องชายผู้เสียชีวิตรายหนึ่งในเหตุการณ์ตากใบแถลงว่า ญาติไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมของไทย เพราะหลังออกหมายจับแล้วก็ยังไม่สามารถจับกุมจำเลยมาดำเนินคดีได้ ซึ่งถือว่าทั้ง 7 คนเป็นฆาตกร ขอให้รัฐบาลแสดงความจริงใจในการนำตัวจำเลยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

 

ด้านรัษฎากล่าวว่า จำเลยทั้ง 7 คนที่อยู่ระหว่างการหลบหนีและไม่ได้มาขึ้นศาลนั้น ถือเป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่จะกลับมาต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม

 

“คุณต้องกลับมาพิสูจน์เหตุการณ์ในวันที่เกิดเหตุว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำครบถ้วนตามหน้าที่แล้วหรือยัง แต่ถ้าคุณหลบหนีไม่มา ให้คดีพ้นอายุความค่อยกลับมา ถ้าคุณคิดแบบนั้น แม้อายุความทางกฎหมายจะหมดลง แต่อายุความแห่งความทรงจำและเรื่องราวของประชาชนไม่มีวันขาด ญาติผู้เสียชีวิตยังคงสงสัยเคลือบแคลง ทำไมวันนั้นถึงมีคนเสียชีวิต 85 คน แล้วใครรับผิดชอบบ้าง สิ่งเหล่านี้จะค้างคาอยู่ในใจของประชาชนไปอีกนาน”

 

ขณะที่ รอมฎอน ปันจอร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวขอบคุณญาติที่มีความกล้าหาญลุกขึ้นมาฟ้องจำเลยด้วยตนเองในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าวันนี้จะไม่มีจำเลยคนใดเดินทางมาศาล แต่ตนก็ยังคงมีความหวังว่าจะมีจำเลยมาขึ้นศาล

 

รอมฎอนมองว่าคดีตากใบได้สร้างบรรทัดฐานใหม่ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย หากในอนาคตมีเจ้าหน้าที่หรือใครมาใช้อำนาจในการคร่าชีวิตประชาชน สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อนจะต้องเป็นบทเรียนหลักของเรา ความกล้าหาญของพวกเขา ญาติผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ตากใบ ได้ทำให้คดีเดินทางมาถึงจุดนี้

The post จำเลยคดีตากใบไม่ปรากฏตัว ศาลให้ตำรวจตามจับกุมมาก่อนคดีหมดอายุความ นัดฟังคำสั่งวันที่ 28 ต.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลฎีการับคดีครอบครัว ‘ชัยภูมิ ป่าแส’ ฟ้องกองทัพบกเรียกค่าเสียหาย หลังศาลชั้นต้น-อุทธรณ์ยกฟ้อง คาดใช้เวลา 6 เดือนก่อนมีคำพิพากษา https://thestandard.co/chaiyaphum-pa-sae-indict-army/ Tue, 17 Jan 2023 02:42:05 +0000 https://thestandard.co/?p=738287 ชัยภูมิ ป่าแส

วานนี้ (16 มกราคม) รัษฎา มนูรัษฎา ทนายความสิทธิมนุษยชนข […]

The post ศาลฎีการับคดีครอบครัว ‘ชัยภูมิ ป่าแส’ ฟ้องกองทัพบกเรียกค่าเสียหาย หลังศาลชั้นต้น-อุทธรณ์ยกฟ้อง คาดใช้เวลา 6 เดือนก่อนมีคำพิพากษา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัยภูมิ ป่าแส

วานนี้ (16 มกราคม) รัษฎา มนูรัษฎา ทนายความสิทธิมนุษยชนของครอบครัว ชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และนักกิจกรรมชาติพันธ์ุลาหู่ ที่ถูกทหารด่านบ้านรินหลวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ วิสามัญฆาตกรรม เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จาก Protection International (PI) ทีมทนายความจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม และกลุ่มดินสอสี ได้เดินทางเข้าฟังคำสั่งศาลฎีกา ในคดีที่ นาปอย ป่าแส มารดาของชัยภูมิ ยื่นฟ้องเมื่อปี 2562 ต่อศาล เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ฯ จากกองทัพบก ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ทหารทั้งสองที่วิสามัญฆาตกรรมชัยภูมิ

 

การยื่นฎีกาของนาปอยในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ศาลอุทธรณ์ได้อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2565 โดยได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คือยกฟ้องฝ่ายกองทัพบก เพราะเห็นว่าการที่เจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธปืน M16 ยิงชัยภูมินั้น เป็นการกระทำเพื่อป้องกันตนโดยชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นจึงไม่เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ กองทัพบกจึงไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งหลังศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา ครอบครัวและทนายความได้เห็นต่างกับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จนนำมาสู่การยื่นฎีกาในครั้งนี้ ซึ่งมีประเด็นสำคัญดังนี้

 

การพิจารณาว่าเจ้าหน้าที่ทหารป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่จำเป็นต้องพิจารณาในสองประเด็น โดยประเด็นแรกต้องพิจารณาว่าการกระทำของผู้ตายเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงหรือไม่ หากศาลฎีกาพิจารณาฎีกาของโจทก์ที่ได้บรรยายไว้โดยละเอียดแล้ว จะเห็นได้ว่าการกระทำของชัยภูมิตามที่เจ้าหน้าที่ทหารเบิกความถึงนั้นขัดแย้งกับพยานหลักฐานผลตรวจพิสูจน์ DNA ของผู้ตายจากวัตถุระเบิดอย่างชัดแจ้ง จึงไม่มีน้ำหนักให้ศาลฎีกาเชื่อถือรับฟังแต่อย่างใด ดังนั้นจึงฟังได้ว่าภยันตรายที่เจ้าหน้าที่ทหารกล่าวอ้างนั้นไม่มี และไม่ใช่ภยันตรายที่ใกล้จะถึง

 

ประเด็นที่สอง เจ้าหน้าที่ทหารที่วิสามัญฆาตกรรมชัยภูมิเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ไม่ใช่ประชาชนทั่วไป ศาลอุทธรณ์จึงไม่อาจอ้างความเข้าใจของวิญญูชนทั่วไปมาใช้วินิจฉัยกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารคนนี้วิสามัญฆาตกรรมชัยภูมิได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทหารเป็นผู้ถืออาวุธและมีอำนาจตามกฎหมายอยู่ในมือ ย่อมจะต้องมีวิจารณญานสูงกว่าวิญญูชนทั่วไป เพราะการปฏิบัติหน้าที่อาจก่อความเสียหายให้กับประชาชนมากกว่าวิญญูชน

 

ซึ่งภายใต้หลักการพิจารณาทั้งสองประการ จะเห็นได้ว่าการที่เจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธปืน M16 ซึ่งเป็นอาวุธสงคราม ยิงชัยภูมิบริเวณต้นแขนซ้ายซึ่งอยู่ระดับเดียวกับทรวงอกที่เป็นอวัยวะสำคัญ ย่อมเล็งเห็นได้ว่าอาวุธปืนสงครามมีอำนาจทำลายล้างสูง และย่อมจะทำให้ชัยภูมิถึงแก่ความตายได้ เจ้าหน้าที่ทหารที่ยิงย่อมมีเจตนาฆ่าผู้อื่นโดยเล็งเห็นผล ไม่อาจถือได้ว่าเป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นการกระทำเกินกว่าเหตุแม้จะยิงเพียงนัดเดียวก็ตาม

 

ด้วยเหตุผล พยานหลักฐาน ข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายดังที่โจทก์ร้องต่อศาลฎีกา ครอบครัวชัยภูมิจึงขอให้ศาลฏีกามีคำพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยพิพากษาให้เป็นไปตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ เพื่อให้โจทก์ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน และให้ครอบครัวได้รับการเยียวยาตามสิทธิที่พึงได้รับ

 

ทั้งนี้ศาลฎีกามีคำสั่งรับฎีกาที่ทนายความและครอบครัวของชัยภูมิได้ยื่นไป พร้อมทั้งยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลให้กับครอบครัวชัยภูมิ และกองทัพบกซึ่งเป็นจำเลยต้องยื่นแก้คำฎีกามาภายใน 15 วัน ส่งให้ศาลชั้นต้น เพื่อรวบรวมสำนวนและส่งคืนศาลฎีกาเพื่อดำเนินการต่อไป

 

ทนายความของครอบครัวให้สัมภาษณ์หลังเสร็จสิ้นการพิจารณาคดีว่า วันนี้ศาลฎีกาได้มีคำสั่งลงมาว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาที่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่การพิจารณาของศาลฎีกา และสั่งรับฎีกาของโจทก์ ดังนั้นคดีก็อยู่ระหว่างที่จะต้องให้กองทัพบกแก้ฎีกาเข้ามาภายใน 15 วัน ซึ่งคำสั่งศาลวันนี้ก็เป็นคำสั่งสั้นๆ ที่ถือว่าศาลท่านได้ให้ความยุติธรรมกับประชาชนให้ได้สู้ถึงชั้นฎีกา นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ก็ต้องขอบคุณองค์คณะของศาลฎีกาที่รับฎีกาของแม่ชัยภูมิด้วย โดยขั้นตอนต่อไปศาลจะพิจารณาทั้งคำฎีกา และคำแก้ฎีกาของกองทัพบก ถ้ามีนัดฟังคำสั่งศาลฎีกา ศาลก็จะมีหมายแจ้ง ซึ่งน่าจะใช้ระยะเวลาในการพิจารณาประมาณ 6 เดือนขึ้นไป ตนคิดว่าศาลน่าจะพิจารณาอย่างละเอียด 

 

“ผมรู้สึกว่าครอบครัวของ ชัยภูมิ ป่าแส แม้เขาจะมีฐานะที่ยากจน แต่เขาเข้าใจว่าคนเราจะต้องเรียกร้องความเป็นธรรมและต่อสู้ให้ถึงที่สุด เวลาคณะทนายความอธิบายให้เขาเข้าใจ เขาก็ตั้งใจที่จะต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของลูกเขา” ทนายความสิทธิมนุษยชนของครอบครัวชัยภูมิระบุ

 

ทนายความกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ตนคิดว่าคดีวิสามัญฆาตกรรมมีความสำคัญ เพราะว่าฝ่ายหนึ่งเป็นประชาชนที่เสียชีวิตโดยการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ดังนั้นองค์กรของรัฐจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ดังนั้นคดีวิสามัญฆาตกรรมมีความสำคัญตั้งแต่ชั้นของพนักสอบสวนต้องร่วมสอบสวนพร้อมกับพนักงานอัยการ และพนักงานอัยการเมื่อกฎหมายมอบหมายอำนาจหน้าที่ให้ทำเพื่อผดุงความยุติธรรม พนักงานอัยการก็ต้องทำให้เต็มที่ตั้งแต่ชั้นสอบสวน ในคดีนี้แต่ละคนมีหน้าที่ที่ควรทำ ก็ต้องไปตรวจดูว่าแต่ละคนได้ทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วนแล้วหรือไม่ 

 

ขณะที่ ไมตรี จำเริญสุขสกุล นักปกป้องสิทธิมนุษยชน ผู้ก่อตั้งกลุ่มด้วยใจรัก (รักษ์ลาหู่) ซึ่งเป็นผู้ดูแลชัยภูมิ กล่าวว่า อยากขอบคุณทีมทนายความและหลายหน่วยงานที่ยังร่วมต่อสู้กับครอบครัวในกรณีนี้อยู่ และขอบคุณศาลฎีกาที่รับฎีกาของครอบครัว แม้ว่าหลายนัดที่ผ่านมาเราจะยังไม่เห็นความเป็นธรรม แต่ครั้งนี้ทำให้ครอบครัวได้เห็นความหวังในการต่อสู้ขึ้นมาอีกครั้ง และแม้ตลอดเวลาของการต่อสู้พวกเราจะเหนื่อยและได้รับผลกระทบกับครอบครัวอย่างมาก แต่เมื่อมีโอกาสเข้ามาพวกเราก็ยังยืดหยัดที่จะสู้ต่อ โดยเฉพาะแม่ของชัยภูมิที่ต้องอยู่อย่างยากลำบาก เพราะขาดเสาหลักของบ้านอย่างชัยภูมิ แต่ก็ไม่ทำให้แม่หมดแรงพลังที่จะสู้และเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับลูกเช่นกัน 

 

ยุพิน ซาจ๊ะ ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนจากกลุ่มด้วยใจรัก ซึ่งเป็นผู้ดูแลชัยภูมิด้วยเช่นกัน กล่าวเพิ่มเติมว่า ตอนแรกเราก็นึกว่าจะไม่มีความหวังแล้ว แต่พอทราบข่าวว่าศาลฎีการับฎีกาของแม่ชัยภูมิ ทำให้เรามีความหวังกันเพิ่มมากขึ้น มีพลังที่จะสู้ต่อมากขึ้น เราอยากให้แม่ของชัยภูมิได้รับค่าชดเชย เพราะแม่ชัยภูมิไม่เหลือใครแล้ว แม่เขาเสียลูกจากการวิสามัญฆาตกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างน้อยเขาควรได้รับความเป็นธรรมด้วยการได้รับเงินชดเชยเยียวยา เพื่อให้แม่เขาได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ได้ชดเชยเยียวยา เพื่อทดแทนจากการที่เขาต้องเสียลูกที่เป็นเสาหลักของครอบครัวเขาด้วย 

 

ทั้งนี้เป็นเวลากว่า 5 ปี 10 เดือนแล้ว ที่ ชัยภูมิ ป่าแส ถูกเจ้าหน้าที่ทหารบริเวณด่านบ้านรินหลวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ วิสามัญฆาตกรรม ซึ่งภายหลังเกิดเหตุ ครอบครัวของชัยภูมิได้เดินหน้าทวงถามความยุติธรรมให้กับชัยภูมิ ทั้งการทวงถามเรื่องกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ แต่ไม่มีการตอบรับใดๆ จากเจ้าหน้าที่ จนนำมาสู่การยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากกองทัพบก ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ทหารทั้งสองที่วิสามัญฆาตกรรมชัยภูมิ 

 

โดยวันที่ 26 ตุลาคม 2563 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง และให้กองทัพบกไม่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายตามคำฟ้องของมารดาชัยภูมิ ครอบครัวของชัยภูมิพร้อมทั้งทนายความจึงเดินหน้าขอยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลต่อไป โดยวันที่ 26 ตุลาคม 2564 ศาลแพ่งเลื่อนอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์เป็นวันที่ 26 มกราคม 2565 และในวันที่ 26 มกราคม 2565 ศาลอุทธณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คือยกฟ้อง พร้อมมีคำวินิจฉัยว่า ทหารใช้ปืนยิงชัยภูมิเพื่อป้องกันตัวเองโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว อีกทั้งตำแหน่งที่ทหารยิงชัยภูมิคือต้นแขนซ้าย เป็นตำแหน่งยิงที่บอกเจตนาว่าไม่ได้ประสงค์แก่ชีวิต และในวันที่ 25 พฤษภาคม 2565 ทีมทนายความของครอบครัวชัยภูมิ ป่าแส ได้ขออนุญาตยื่นฎีกา จนศาลฎีกามีคำสั่งรับฎีกาในคดีนี้ 

 

The post ศาลฎีการับคดีครอบครัว ‘ชัยภูมิ ป่าแส’ ฟ้องกองทัพบกเรียกค่าเสียหาย หลังศาลชั้นต้น-อุทธรณ์ยกฟ้อง คาดใช้เวลา 6 เดือนก่อนมีคำพิพากษา appeared first on THE STANDARD.

]]>