รัฐบาลเกาหลีใต้ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/รัฐบาลเกาหลีใต้/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 08 Apr 2026 02:08:59 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 รัฐบาลกรุงโซลคืนเงิน 660 บาทต่อเดือน นาน 3 เดือน ให้ผู้ใช้รถสาธารณะ ลดภาระค่าเดินทางรับมือน้ำมันแพงจากสงครามตะวันออกกลาง https://thestandard.co/seoul-public-transport-refund/ Wed, 08 Apr 2026 02:08:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1195696 ภาพผู้คนใช้บริการรถไฟใต้ดินในกรุงโซล พร้อมข้อความเกี่ยวกับการคืนเงินค่าโดยสารเพื่อลดภาระค่าเดินทาง

รัฐบาลกรุงโซลประกาศมาตรการช่วยเหลือประชาชนด้วยการคืนเงิ […]

The post รัฐบาลกรุงโซลคืนเงิน 660 บาทต่อเดือน นาน 3 เดือน ให้ผู้ใช้รถสาธารณะ ลดภาระค่าเดินทางรับมือน้ำมันแพงจากสงครามตะวันออกกลาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้คนใช้บริการรถไฟใต้ดินในกรุงโซล พร้อมข้อความเกี่ยวกับการคืนเงินค่าโดยสารเพื่อลดภาระค่าเดินทาง

รัฐบาลกรุงโซลประกาศมาตรการช่วยเหลือประชาชนด้วยการคืนเงินสดจำนวน 30,000 วอน (ประมาณ 660 บาท) ต่อเดือนให้กับผู้ใช้งาน ‘Climate Card’ ซึ่งเป็นบัตรโดยสารรถสาธารณะแบบไม่จำกัดเที่ยว โดยจะมอบสิทธิประโยชน์นี้เป็นระยะเวลา 3 เดือนตั้งแต่เดือนเมษายนถึงมิถุนายน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางท่ามกลางภาวะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น

 

 
 

โอ เซฮุน นายกเทศมนตรีกรุงโซล ได้ประกาศมาตรการดังกล่าวเมื่อวันที่ 5 เมษายน ระหว่างการประชุมฉุกเฉินด้านเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น โครงการคืนเงินนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทางการเงิน และจูงใจให้ผู้ขับขี่รถยนต์ส่วนตัวหันมาใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น

 

ลดภาระค่าเดินทางอย่างยั่งยืน

 

บัตรโดยสารดังกล่าวเป็นบัตรแบบเติมเงินราย 30 วันที่ให้สิทธิใช้บริการรถไฟใต้ดินและรถประจำทางในกรุงโซลและพื้นที่ปริมณฑลแบบไม่จำกัด ราคาปกติสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ 62,000 วอน (ประมาณ 1,364 บาท) และ 55,000 วอน (ประมาณ 1,210 บาท) สำหรับเยาวชน

 

เมื่อรวมกับมาตรการคืนเงินสด ผู้ใหญ่จะจ่ายค่าเดินทางจริงเพียง 32,000 วอน (ประมาณ 704 บาท) ต่อเดือน ส่วนเยาวชนจะจ่ายเพียง 25,000 วอน (ประมาณ 550 บาท) ผู้ที่ได้รับส่วนลดค่าโดยสารอยู่แล้วอย่างวัยรุ่น, ผู้มีรายได้น้อย และครอบครัวที่มีลูกหลายคน ก็จะได้รับสิทธิ์คืนเงิน 30,000 วอนเช่นเดียวกัน

 

ผู้มีสิทธิ์จะต้องเป็นผู้อยู่อาศัยในกรุงโซลที่เติมเงินและใช้งานบัตรแบบ 30 วันอย่างครบถ้วนระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ผู้ที่ยกเลิกบัตรก่อนกำหนดหรือใช้บัตรระยะสั้นจะไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินคืน โดยจะเริ่มคืนเงินในเดือนมิถุนายนหลังจากตรวจสอบประวัติการใช้งานแล้ว

 

ผู้โดยสารจะต้องลงทะเบียนบัตรบนเว็บไซต์ Tmoney และยื่นคำร้องขอเงินคืน คาดว่าจะมีผู้ใช้งานราว 1 ล้านคนภายใต้โครงการนี้

 

ผู้ใช้งานใหม่ที่สมัครบัตรในช่วงเดือนเมษายนจะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมเป็นคะแนนสะสม Tmoney จำนวน 10% ของยอดเติมเงิน ทางการระบุว่านโยบายนี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางในชีวิตประจำวันอย่างยั่งยืน มากกว่าที่จะเป็นการแจกเงินช่วยเหลือแบบครั้งเดียวจบ

 

ชี้รัฐบาลกลางช่วยชาวโซลน้อยกว่า

 

ทางเมืองยังมีแผนเตรียมมาตรการสนับสนุนเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่กำลังเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นและการบริโภคที่หดตัว รวมถึงการสนับสนุนด้านเงินทุนและการขยายตลาดสำหรับกลุ่มธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เช่น เงินอุดหนุนด้านโลจิสติกส์ฉุกเฉินและประกันการส่งออก

 

นายกเทศมนตรีได้ชี้ให้เห็นว่ากองทุนบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันแพงของรัฐบาลกลางนั้นให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนในเขตเมืองหลวงน้อยกว่า โดยเขาวิจารณ์ว่า “ชีวิตของชนชั้นแรงงานในเมืองหลวงที่กำลังดิ้นรนกับค่าที่พักอาศัยและค่าเดินทางที่สูง ไม่ได้รับการสะท้อนออกมาอย่างเพียงพอ”

 

เขายังแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับแผนงบประมาณเพิ่มเติมของรัฐบาลกลาง โดยระบุว่ารัฐบาลอ้างว่าเป็น ‘งบเพิ่มเติมแบบไม่ก่อหนี้’ แต่กลับผลักภาระมาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยไม่มีการหารือล่วงหน้า

 

“โซลกำลังถูกบังคับให้แบกรับภาระทางการคลังที่เสียเปรียบอย่างไม่ได้สัดส่วน ซึ่งถือเป็นการละเมิดหลักแห่งความเสมอภาค” นายกเทศมนตรีกล่าว

 

“เราไม่สามารถทนมองดูช่องว่างนี้ดำเนินต่อไปได้ โซลจะก้าวเข้ามาเพื่ออุดรอยรั่วนี้เอง” เขากล่าวย้ำ พร้อมเสริมว่า “ความรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญในการรับมือกับวิกฤต และมาตรการที่ไม่สามารถสัมผัสได้จริงในพื้นที่ก็ไร้ความหมาย”

 

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 วอนเกาหลีใต้ เท่ากับ 0.022 บาทณ วันที่ 7 เมษายน 2569

 

ภาพ: Geliodor / Shutterstock

 

อ้างอิง:

 

The post รัฐบาลกรุงโซลคืนเงิน 660 บาทต่อเดือน นาน 3 เดือน ให้ผู้ใช้รถสาธารณะ ลดภาระค่าเดินทางรับมือน้ำมันแพงจากสงครามตะวันออกกลาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
จาก ‘มือปราบคอร์รัปชัน’ สู่ ‘ผู้นำที่ถูกถอดถอน’ ย้อนดูประวัติ ‘ยุนซอกยอล’ อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ https://thestandard.co/yoon-suk-yeol-korea-jailed-president/ Thu, 19 Feb 2026 07:11:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1179982 ภาพ ยุนซอกยอล อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ผู้ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในคดีก่อกบฏ

อนาคตทางการเมืองของเกาหลีใต้ได้มาถึงบทสรุปสำคัญแล้ว หลั […]

The post จาก ‘มือปราบคอร์รัปชัน’ สู่ ‘ผู้นำที่ถูกถอดถอน’ ย้อนดูประวัติ ‘ยุนซอกยอล’ อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ ยุนซอกยอล อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ผู้ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในคดีก่อกบฏ

อนาคตทางการเมืองของเกาหลีใต้ได้มาถึงบทสรุปสำคัญแล้ว หลังวันนี้ (19 กุมภาพันธ์) ศาลกลางกรุงโซลอ่านคำพิพาษาตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ‘ยุนซอกยอล’ อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ในความผิดฐานผู้บงการ ‘การก่อกบฏ’ จากปมประกาศกฎอัยการศึกในเดือนธันวาคมปี 2024

 

จากอัยการสูงสุดผู้ได้รับฉายา ‘มือปราบคอร์รัปชัน’ กับ พัค กึนฮเย อดีตผู้นำเกาหลีใต้เมื่อปี 2016–2017 มาวันนี้ ยุนซอกยอลกลับต้องกลายเป็นจำเลยในคดีประวัติศาสตร์ที่ชี้ขาดความเป็นประชาธิปไตยของประเทศเสียเอง

 

THE STANDARD ชวนย้อนเส้นทางชีวิตและอำนาจของยุนซอกยอล อดีตผู้นำอีกหนึ่งคน ที่อาจต้องปิดฉากเส้นทางการเมืองลงหลังลูกกรง

 

ภาพ ยุนซอกยอล อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ผู้ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในคดีก่อกบฏ 1

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post จาก ‘มือปราบคอร์รัปชัน’ สู่ ‘ผู้นำที่ถูกถอดถอน’ ย้อนดูประวัติ ‘ยุนซอกยอล’ อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกาหลีใต้รับพลเมือง 64 คนในกัมพูชากลับประเทศ ชี้ทุกคนต้องเข้ารับการสอบสวนในฐานะ ‘ผู้ต้องสงสัย’ อาชญากรรมสแกมเมอร์ https://thestandard.co/64-koreans-returns-home/ Sat, 18 Oct 2025 03:22:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1132146 เกาหลีใต้รับพลเมือง 64 คนในกัมพูชากลับประเทศ ชี้ทุกคนต้องเข้ารับการสอบสวนในฐานะ ‘ผู้ต้องสงสัย’ อาชญากรรมสแกมเมอร์

วันนี้ (18 ตุลาคม 2025) รัฐบาลเกาหลีใต้รับตัวพลเมือง 64 […]

The post เกาหลีใต้รับพลเมือง 64 คนในกัมพูชากลับประเทศ ชี้ทุกคนต้องเข้ารับการสอบสวนในฐานะ ‘ผู้ต้องสงสัย’ อาชญากรรมสแกมเมอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกาหลีใต้รับพลเมือง 64 คนในกัมพูชากลับประเทศ ชี้ทุกคนต้องเข้ารับการสอบสวนในฐานะ ‘ผู้ต้องสงสัย’ อาชญากรรมสแกมเมอร์

วันนี้ (18 ตุลาคม 2025) รัฐบาลเกาหลีใต้รับตัวพลเมือง 64 คน ที่ติดอยู่ในกัมพูชา โดยทุกคนจะต้องเข้ารับการสอบสวนทางอาญากับทางการ ในฐานะ ‘ผู้ต้องสงสัย’ เมื่อเดินทางกลับไปยังประเทศ ถือเป็นมาตรการเด็ดขาดของเกาหลีใต้ ที่เร่งปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างสแกมเมอร์

 

สำนักข่าว Yonhap News รายงานว่า รัฐบาลเกาหลีใต้ส่งเครื่องบินสายการบิน The Korean Air จากสนามบินนานาชาติอินชอน บินตรงไปยังสนามบินนานาชาติเตโชในประเทศกัมพูชา เพื่อรับตัวพลเมือง 64 คนที่ติดในกัมพูชากลับประเทศเมื่อเวลา 8.35 น. ตามเวลาท้องถิ่น

 

แต่มีรายงานว่า เมื่อขึ้นเครื่องบิน พลเมืองทั้งหมดถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวทันที โดยทางการตั้งข้อกล่าวหาว่า พวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมสแกมเมอร์ในกัมพูชา ซึ่งอำนาจการจับกุมเป็นไปตามกฎหมาย จากการอยู่ในเครื่องบินที่เป็นสายการบินประจำชาติ ถือว่าอยู่ภายใต้อธิปไตยของเกาหลีใต้

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมพลเมือง 59 คน ขณะที่อีก 5 คนถูกแยกออกมา โดยทางการจะส่งตัวพลเมืองทั้งหมดสอบสวนในสถานีตำรวจทั่วประเทศ เพื่อสืบหาว่า พวกเขามีความเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมสแกมเมอร์มากแค่ไหน

 

นับว่า การส่งตัวพลเมืองกลับครั้งนี้ คือหนึ่งในปฏิบัติการครั้งใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ ที่พยายามจัดการกับปัญหาอาชญากรรมนอกประเทศ โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ 190 นาย เพื่อควบคุมตัวพลเมืองเดินทางกลับ

 

ภาพ: Yonhap News

 

อ้างอิง:

The post เกาหลีใต้รับพลเมือง 64 คนในกัมพูชากลับประเทศ ชี้ทุกคนต้องเข้ารับการสอบสวนในฐานะ ‘ผู้ต้องสงสัย’ อาชญากรรมสแกมเมอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปปมสะเทือนขวัญ ‘สแกมเมอร์’ ปลิดชีพชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชา เมื่ออาชญากรรมข้ามชาติ กำลังสร้างรอยร้าวทางการทูต https://thestandard.co/south-korea-student-murder-cambodia-scammer/ Tue, 14 Oct 2025 09:36:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1130300 south-korea-student-murder-cambodia-scammer

กำลังเป็นข่าวใหญ่ประจำสัปดาห์ในสังคมเกาหลีใต้และอาเซียน […]

The post สรุปปมสะเทือนขวัญ ‘สแกมเมอร์’ ปลิดชีพชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชา เมื่ออาชญากรรมข้ามชาติ กำลังสร้างรอยร้าวทางการทูต appeared first on THE STANDARD.

]]>
south-korea-student-murder-cambodia-scammer

กำลังเป็นข่าวใหญ่ประจำสัปดาห์ในสังคมเกาหลีใต้และอาเซียน สำหรับคดีสะเทือนขวัญอย่างเหตุฆาตกรรมนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ ที่เชื่อมโยงกับปม ‘สแกมเมอร์’ ในกัมพูชา หลังวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมามีรายงานว่า พบร่างผู้เสียชีวิตชายนามสกุลพัค (Park) วัย 22 ปี ที่เขาโบกอร์ จังหวัดกำปง โดยคาดว่า เสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้น เนื่องจากถูกทรมานอย่างรุนแรง

 

ประเด็นสำคัญ

 

 

เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่ความตึงเครียดทางการทูตเกาหลีใต้-กัมพูชา โดยล่าสุด อี แจมยอง (Lee Jae-myung) ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้เรียกร้องให้ทางการกัมพูชาส่งตัวชาวเกาหลีที่ถูกจับตัวไป พร้อมทุ่มงบประมาณและประกาศยกระดับความปลอดภัย ด้วยการจัดตั้งหน่วยงานพิเศษ หรือ ‘โต๊ะเจ้าหน้าที่เกาหลี’ (Korean Desk) ซึ่งหมายถึงการมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำการในต่างประเทศ เพื่อจัดการปัญหาอาชญากรรมโดยตรง

 

“ประชาชนต่างกังวลถึงบุตรหลานและเพื่อนๆ ที่ตกเป็นเหยื่อของการลักพาตัวในกัมพูชา การปกป้องชีวิตพลเมืองและสร้างความปลอดภัย คือความรับผิดชอบสูงสุดของรัฐบาลเกาหลีใต้” ประธานาธิบดีอีแจมยองกล่าว

 

THE STANDARD สรุปสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงมุมมองรัฐบาล ความคิดเห็นของสื่อมวลชน และสาธารณชนเกาหลีใต้ ต่อคดีสแกมเมอร์ลักพาตัวเรียกค่าไถ่ในครั้งนี้

 

ประมวลเหตุการณ์ เกิดอะไรขึ้นกับคดีสะเทือนขวัญสแกมเมอร์ในกัมพูชา?

 

  • ในวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศหลายแห่งต่างรายงานถึงคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญที่เชื่อมโยงกับสแกมเมอร์ หลังมีรายงานว่า พบร่าง พัคมินโฮ (Park Min-ho) ชายเกาหลีวัย 22 ปี เสียชีวิตที่เขาโบกอร์ จังหวัดกำปง ประเทศกัมพูชา

 

  • เบื้องต้นมีการสรุปเบื้องต้นว่า พัคเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้น เพราะถูกทรมานและมีอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจลงความเห็นว่า เขาถูกหลอกให้มาทำงานที่กัมพูชา โดยถูกบังคับและกักขังหน่วงเหนี่ยวก่อนถูกพบเสียชีวิต

 

  • ตามคำให้การจากรายงานหน้าสื่อ พัคออกจากบ้านของเขาที่จังหวัดคยองซังเหนือ โดยแจ้งกับทางครอบครัวว่า กำลังจะเดินทางไปงาน EXPO ที่กัมพูชาในวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา

 

  • แต่ 1 สัปดาห์หลังจากนั้น ครอบครัวของพัคได้รับโทรศัพท์จากผู้ชายที่พูดเกาหลีสำเนียงจีนว่า เขาได้ก่อเรื่องวุ่นวายในกัมพูชา และถูกควบคุมตัวแล้ว ถ้าต้องการให้ปล่อยตัวพัค ครอบครัวต้องส่งเงินมา 50 ล้านวอน (ประมาณ 1.1 ล้านบาท) พร้อมทั้งยังส่งข้อความข่มขู่หลายครั้ง

 

  • ครอบครัวจึงตัดสินใจหาทางออกด้วยการติดต่อสถานทูตเกาหลีในกัมพูชา แต่ทางการกัมพูชาไม่สามารถระบุได้ว่า พัคอยู่ที่ไหน ซึ่งระหว่างนั้นครอบครัวของพัคกับกลุ่มผู้ลักพาตัวไม่ได้พูดคุยกันเป็นระยะเวลา 4 วันเต็ม

 

  • อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 8 สิงหาคม มีการแจ้งว่า พบร่างของพัคที่เสียชีวิต แต่ไม่ได้มีการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับให้ครอบครัวแต่อย่างใด เพราะอยู่ในระหว่างการชันสูตรและประกอบพิธีกรรม ซึ่ง South China Morning Post ระบุว่า กัมพูชาจะส่งกลับภายในปลายเดือนตุลาคมนี้

 

  • ทั้งนี้ ครอบครัวแสดงความเสียใจผ่านสื่อที่ยังไม่ได้ร่างพัคกลับมา พร้อมระบุว่า การที่ร่างของลูกชายถูกแช่แข็งอยู่ที่ไหนสักแห่งในกัมพูชา เปรียบเหมือนการฆาตกรรมพัคซ้ำสอง

 

  • นอกจากนี้ สื่อเกาหลียังรายงานถึงกรณีการหายตัวของ ยัง (Yang) ชายวัย 30 ปีจากจังหวัดแทกู หลังบอกกับครอบครัวว่า จะไปหาเงินที่ประเทศกัมพูชา เพื่อจ่ายหนี้เงินกู้

 

  • The Korea Times รายงานว่า ยังติดต่อครอบครัวเป็นครั้งสุดท้ายในวันที่ 11 ตุลาคม เวลา 8.30 น. ด้วยประโยคที่ว่า ทุกอย่างเป็นไปอย่างช้าๆ เขากำลังทำงานกับคนจีน และจะติดต่อในภายหลัง

 

  • ขณะที่ครอบครัวของยังติดต่อไปที่สถานทูตเกาหลีในกัมพูชา แต่ทางการตอบกลับมาว่า หากลูกชายของเขาอยู่ในสถานการณ์ไม่ปลอดภัยจริง ก็ต้องแจ้งสถานการณ์ทุกอย่างกับสถานทูตด้วยตนเอง 

 

  • อย่างไรก็ดี คดีนี้อยู่ในความสนใจของชาวเกาหลีใต้ โดยมีการเปิดเผยข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศ ถึงตัวเลขชาวเกาหลีที่สูญหายในกัมพูชาช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 330 คน จาก 17 คนในปี 2023 และ 220 คนในปี 2024

 

รัฐบาลเกาหลีทำจริง เดินหน้ากดดันทางการทูต-ขอตัวพลเมืองที่เป็นเหยื่อกลับ

 

  • คดีสะเทือนขวัญทำให้ความสัมพันธ์ เกาหลีใต้-กัมพูชา อยู่ในจุดตึงเครียดครั้งสำคัญ โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา เกาหลีใต้ได้เรียกทูตกัมพูชาเข้าพบ โดย โจฮยอน (Cho Hyun) รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ ย้ำเตือนกับ Khuon Phon Rattanak เอกอัครราชทูตกัมพูชา ถึงคดีฆาตกรรม พร้อมขอให้ทางการกัมพูชากำจัดอาชญากรรมสแกมเมอร์อย่างเร่งด่วน

 

  • The Korea Times วิเคราะห์ว่า ท่าทีดังกล่าวของเกาหลีใต้คือการประท้วงทางการทูตอย่างรุนแรงต่อกัมพูชา เนื่องจากเป็นเรื่อง ‘ผิดปกติ’ ที่รัฐมนตรีจะเรียกเอกอัครราชทูตเข้าพบโดยตรง ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว เป็นงานของอธิบดีหรือรัฐมนตรีระดับรองมากกว่า

 

  • อย่างไรก็ดี ในแถลงการณ์ของเกาหลีใต้ระบุว่า เอกอัครราชทูตกัมพูชารับทราบถึงสารดังกล่าว และจะแจ้งประเทศต้นทางกลับ ขณะที่สถานทูตกัมพูชาไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็น หรือตอบกลับคำถามจาก Reuters แต่อย่างใด

 

  • ในเวลาเดียวกัน ทางการเกาหลีใต้ยังยกระดับการแจ้งเตือนความปลอดภัย สำหรับผู้เดินทางไปเยือนกัมพูชา โดยเฉพาะสีหนุวิลล์และเขาโบกอร์ พร้อมขอให้ยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทางที่ไม่มีความจำเป็น

 

  • ต่อมาในวันที่ 12 ตุลาคม เกาหลีใต้วางแผนตั้งหน่วยพิเศษ หรือ ‘โต๊ะเจ้าหน้าที่เกาหลี’ (Korean Desk) หรือการมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีประจำการในต่างประเทศ เพื่อจัดการปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติโดยตรง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา มีแค่ 2 ประเทศเท่านั้น คือ ฟิลิปปินส์และไทย

 

  • ล่าสุด การจัดการปัญหาสแกมเมอร์ในกัมพูชากลายเป็นวาระระดับชาติ หลัง อีแจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ออกโรงเรียกร้องให้ทางการกัมพูชา ส่งตัวเหยื่อชาวเกาหลีกลับมา พร้อมพิจารณาข้อจำกัดไม่ให้พลเมืองเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งควบคู่ไปกับการมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีในต่างแดน

 

  • อีแจมยองระบุว่า สถานทูตเกาหลีใต้ในกัมพูชาได้รับเสียงเรียกร้องจากพลเมืองให้ช่วยเหลือ ซึ่งขณะนี้มีคนเกาหลีบางส่วน และเจ้าหน้าที่พร้อมใช้เงินของตนเองช่วยเหลือเหยื่อให้กลับมาประเทศโดยเร็ว

 

  • ขณะที่ในหน้าสื่อมีข้อมูลใหม่ๆ เผยออกมา เช่น JTBC News เปิดโปงสกู๊ปข่าวว่า มีคำขอให้เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้ในกัมพูชา แต่กระทรวงความมั่นคงภายในเกาหลีปฏิเสธคำร้องกระทรวงการต่างประเทศ โดยระบุว่า งานไม่ได้ ‘เยอะมากพอ’ ถึงจะต้องเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่

 

  • สำหรับท่าทีของฟากตำรวจเกาหลีใต้ ยู แจซอง รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติระบุว่า การทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา ไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่น เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียนด้วยกันเอง

 

  • นอกจากนี้ Korea Joongang Daily ยังเปิดเผยว่า ทางการกัมพูชายื่นข้อเสนอ คือ ให้เกาหลีใต้ส่งผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวกัมพูชา มาแลกกับเหยื่อสแกมเมอร์ชาวเกาหลีใต้ ซึ่งทำให้สถานการณ์ซับซ้อนมากขึ้น

 

  • อย่างไรก็ดี สื่อท้องถิ่นวิเคราะห์ว่า ท่าทีของอีแจมยองและรัฐบาลเกาหลีใต้ มาจากแรงกดดันของประชาชน ที่มองว่า รัฐบาลไม่กระตือรือร้น และตอบสนองต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ช้า

 

เผยกลลวงอาชญากรรมข้ามชาติ ทำไมคนเกาหลีจึงเป็นเหยื่อสแกมเมอร์ ?

 

  • Korea JoongAng Daily และ Yonhap News สื่อท้องถิ่นออกมาตีแผ่กลลวงกลุ่มสแกมเมอร์ที่ใช้หลอกลวงชาวเกาหลีใต้ ผ่านวิกฤต ‘ว่างงาน’ ของคนรุ่นใหม่

 

  • อี มันจอง ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายจาก Hanyang University ระบุที่มาที่ไปว่า คนรุ่นใหม่จำนวนมากรู้สึกเบื่อหน่ายกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ขณะที่แก๊งอาชญากรรมข้ามชาติใช้จุดอ่อนดังกล่าว ด้วยการล่อลวงผ่านเว็บไซต์หางาน เช่น Hadescafe หรือ Karrot Market

 

  • ขณะที่ กวัก แดคยอง (Kwak Dae-kyung) ศาสตราจารย์ด้านบริหารงานตำรวจจาก Dongguk University ระบุว่า คนเกาหลีใต้คือเหยื่อชั้นดีของเหล่าสแกมเมอร์ เพราะอาชญากรสามารถเข้าถึงบัตรประจำตัวประชาชน และบัญชีธนาคารแบบออนไลน์ได้โดยตรง

 

  • สำหรับวิธีการล่อลวง กลุ่มอาชญากรมักโพสต์ประกาศหางาน โดยมุ่งเป้าไปที่ประชาชนในเกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกันเอง ซึ่งมักใช้คำโปรยดึงดูดคือ ‘หารายได้หลายล้านวอนต่อเดือน’ หรือ ‘โอกาสทำงานในต่างประเทศ’

 

  • โพสต์หางานดังกล่าวมักอยู่ในหมวดมาร์เก็ตติง โดยเชิญชวนทุกคนด้วยข้อเสนอสุดล่อตาล่อใจ เช่น สวัสดิการที่พักสุดหรู อาหารฟรี มีตั๋วเครื่องบิน และมีรายได้สูงถึง 10-20 ล้านวอนต่อเดือน (ประมาณ 2.2-4.5 แสนบาท) ขอเพียงแค่ผู้สมัครนำพาสปอร์ตติดตัวมาอย่างเดียว พร้อมย้ำว่า ไม่มีอาชญากรรมอย่างการทำร้ายร่างกายหรือหน่วงเหนี่ยวกักขัง

 

  • แต่ความผิดปกติ คือ การขอให้ผู้สมัครติดต่อผ่าน Telegram ซึ่งไม่ต้องอาศัยการยืนยันตัวตน และติดต่อบริษัทเหมือนการรับสมัครงานทั่วไปแต่อย่างใด

 

  • ทั้งนี้ ทีมข่าว Korea JoongAng Daily ทดลองติดต่อตามประกาศงานดังกล่าว ซึ่งพบข้อมูลจาก Telegram ว่า บริษัทดังกล่าวตั้งอยู่สีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา โดยเงินเดือนขั้นต้นอยู่ที่ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน (ประมาณ 6.5 หมื่นบาท) แต่มีโอกาสอาจได้สูงถึง 7,000-8,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 2.2-2.6 แสนบาท) พร้อมย้ำว่า บริษัทมีที่พักสำหรับ 2 คน

 

  • ที่น่าสนใจกว่า คือ บริษัทยอมรับว่า งานนี้เกี่ยวข้องกับ ‘การฉ้อโกง’ และ ‘หลอกลงทุน’ แต่ปฏิเสธว่า ไม่มีการลักพาตัวหรือทำร้ายร่างกาย

 

  • นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า HR อาศัยในประเทศไทย อีกทั้งยังมีการถามผู้สมัครกลับว่า สะดวกหรือไม่ หากงานนี้มีการใช้ Voice Phishing พร้อมระบุรายละเอียดการทำงาน เช่น ต้องปลอมตัวเป็นอัยการ และรับค่าตอบแทนตามผลงาน ซึ่งพนักงานจะได้เงินราว 6% จากการหลอกลวงเหยื่อ

 

  • ปัญหาที่ตามมา คือชาวเกาหลีใต้จำนวนมากเชื่อโพสต์ดังกล่าว แต่สถานการณ์กลับตรงกันข้าม บางคนถูกควบคุมตัว ข่มขู่ โดนทำร้ายร่างกาย หรือตกเป็นเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์

 

  • ปัจจุบัน Karrot Market ออกมาใช้มาตรการตอบโต้ คือ ลบโพสต์ประกาศหางานที่สุ่มเสี่ยงทิ้ง ขณะที่หน่วยไซเบอร์ระบุว่า ยังไม่ได้สอบสวนเบื้องหลังทั้งหมด และที่ผ่านมา แค่เฝ้าติดตามแนวโน้มอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นเท่านั้น

 

สื่อและสาธารณชนเกาหลีใต้ คิดอย่างไรกับอาชญากรรมสแกมเมอร์ในกัมพูชา

 

  • ตั้งแต่มีการเปิดเผยรายงานคดีสแกมเมอร์ในวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา สื่อเกาหลีใต้ต่างยกให้ประเด็นดังกล่าวเป็นวาระแห่งชาติ โดยมีการจัดทำบทความและรายงานความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด

 

  • ทั้งนี้ The Korea Times เผยแพร่บทความพิเศษว่า How did Cambodia turn into den of crime? โดยอธิบายว่า ภาพลักษณ์ของกัมพูชาในฐานะแหล่งท่องเที่ยวราคาย่อมเยา และปลอดภัยสำหรับคนเกาหลี ได้แปรเปลี่ยนไป แต่กลับถูกแทนที่ด้วยเรื่องราวการทรมาน การลักพาตัว และการเรียกค่าไถ่ หลังจากเกิดข่าวฆาตกรรมชายวัย 22 ปี

 

  • ขณะที่ใน Naver เว็บพอร์ทัลของเกาหลีใต้ ปรากฏบทความเตือนให้ชาวเกาหลีใต้ระมัดระวังการเดินทางไปยังกัมพูชา รวมถึงประเทศอื่นในอาเซียน พร้อมเปิดเผยวิธีตรวจสอบต่างๆ เช่น
    • อย่าหลงเชื่อการจ้างงานที่มีเงินเดือนสูง
    • แจ้งแผนการเดินทางให้ครอบครัวทราบอย่างละเอียด
    • ให้เลือกทำงานกับองค์กรที่น่าเชื่อถือ

 

  • นอกจากนี้ ยังมี Blogger ออกมารีวิวการท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยผู้ใช้ที่ชื่อ Taylor เขียนบทความหัวข้อว่า ‘กรุงเทพยังปลอดภัยอยู่ไหม’ มองความมั่นคงไทยในวิกฤตกัมพูชา
    • บทความรีวิวว่า พื้นที่ฝั่งตะวันตกของไทย ซึ่งติดกับเมียนมา มีปัญหาสแกมเมอร์ ขณะที่ทางด้านตะวันตกมีความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ทำให้สถานการณ์โดยรวมต้องระมัดระวังสูง
    • บทความระบุว่า เมืองไทย ‘บ้า’ กว่าที่คิดไว้ พร้อมยกตัวอย่างการทุจริต และการต้มตุ๋น แต่โดยรวมยังดีกว่ากัมพูชา จึงสรุปได้ว่า สถานการณ์เมืองไทยยังใช้ได้อยู่ และกรุงเทพฯ มีความปลอดภัยในระดับกลางๆ หากเทียบกับเมืองแบบโซลหรือโตเกียว แต่หมายเหตุไว้ว่า อย่าไปไหนคนเดียว ให้พาเพื่อนไปด้วย
    • ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่ง บทความยังระบุว่า คดีอาชญากรรมสแกมเมอร์ครั้งนี้ ประเทศไทยมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่จะเดินทางไปเที่ยวหรือไม่ ก็ขึ้นกับการพิจารณาของผู้เดินทาง

 

  • ขณะที่ความเห็นของสาธารณชนดังกล่าวต่อคดีสแกมเมอร์ไปในทิศทางเดียวกัน คือ ประณามกัมพูชา ขอให้เกาหลีใต้กดดันต่อไป ไปจนถึงการแนะนำให้รัฐบาลส่ง ‘กองกำลัง’ เข้าไปช่วยเหยื่อสแกมเมอร์

 

อ้างอิง:

The post สรุปปมสะเทือนขวัญ ‘สแกมเมอร์’ ปลิดชีพชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชา เมื่ออาชญากรรมข้ามชาติ กำลังสร้างรอยร้าวทางการทูต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประวัติศาสตร์ปราบโกงเกาหลีใต้ ไทม์ไลน์การเมือง วิกฤตเศรษฐกิจ และบทเรียนสำหรับไทย https://thestandard.co/the_secret_sauce/south-korea-anti-corruption-model/ Wed, 20 Aug 2025 09:53:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1109352 south-korea-anti-corruption-model

ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันเป็นเสมือนโรคร้ายที่กัดกินการพั […]

The post ประวัติศาสตร์ปราบโกงเกาหลีใต้ ไทม์ไลน์การเมือง วิกฤตเศรษฐกิจ และบทเรียนสำหรับไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
south-korea-anti-corruption-model

ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันเป็นเสมือนโรคร้ายที่กัดกินการพัฒนาของหลายประเทศทั่วโลก แต่ท่ามกลางความท้าทายนี้ ‘สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้)’ จากประเทศที่บอบช้ำด้วยสงคราม ถูกปกครองโดยเผด็จการทหาร และจมอยู่กับวัฒนธรรมคอร์รัปชันที่ฝังรากลึก กลับพลิกฟื้นตนเองสู่การเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่มาพร้อมกับกลไกการปราบปรามการทุจริตที่เข้มแข็งที่สุดแห่งหนึ่งของโลก 

 

จุดเปลี่ยนนี้มาจากไหน และเกาหลีใต้ทำได้อย่างไร?

 

🇰🇷 ไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์ และเส้นทางปราบโกงของเกาหลีใต้

 

🟡 ยุคก่อนประชาธิปไตย และรากฐานคอร์รัปชัน (ค.ศ. 1950 – 1987) 

 

🔸สงครามเกาหลี (1950 – 1953): หลังการแยกประเทศเป็นเหนือและใต้ คิม อิลซอง ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือต้องการรวมชาติด้วยกำลังทหาร จึงได้ส่งกองทัพบุกข้ามเส้นขนานที่ 38 มายังเกาหลีใต้ สงครามดำเนินไป 3 ปี มีผู้เสียชีวิตหลายล้านคน และสิ้นสุดลงด้วยข้อตกลงสงบศึก ไม่ใช่ สนธิสัญญาสันติภาพ ทั้งสองฝั่งจึงยังคงอยู่ในภาวะสงครามจนถึงปัจจุบัน

 

🔸รัฐประหาร และยุคแชโบล (1960 – 1970): หลังสงครามเกาหลี เศรษฐกิจ และการเมืองของฝั่งใต้ตกอยู่ในภาวะระส่ำระส่าย เต็มไปด้วยการคอร์รัปชันและความยากลำบาก  นายพล พัก จองฮี จึงใช้โอกาสนี้ก่อรัฐประหารยึดอำนาจเกาหลีใต้

 

พัก จองฮีเร่งพัฒนาเศรษฐกิจโดยการอุ้มกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ เช่น Samsung, Hyundai, LG ที่เรียกว่า ‘นโยบายแชโบล’ (Chaebol) โมเดลนี้สร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ก็วางรากฐานของระบบทุนนิยมพวกพ้องที่รัฐบาลและกลุ่มธุรกิจเกื้อหนุนกันอย่างไม่โปร่งใส ซึ่งกลายเป็นต้นตอของปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้าง

 

🔸รัฐประหารซ้อน (1979): หลังจากนายพลพัก จองฮี ถูกลอบสังหาร นายพล ชุน ดูฮวาน ได้ทำรัฐประหารซ้อนเพื่อขึ้นสู่อำนาจและประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วประเทศ 

 

🔸สังหารหมู่กวางจู​ (พฤษภาคม 1980): ประชาชนและนักศึกษาในเมืองกวางจูซึ่งเป็นฐานเสียงของฝ่ายค้านได้ลุกขึ้นประท้วงต่อต้านอย่างหนัก รัฐบาลทหารจึงส่งกองกำลังเข้าปราบปรามอย่างเหี้ยมโหด มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และสูญหายจำนวนมาก 

 

🔸เผด็จการยอมถอย (1987): ความโกรธแค้นของประชาชนมาถึงจุดเดือด ประชาชนนับล้านคนออกมาชุมนุมประท้วงทั่วประเทศ 

 

การที่เกาหลีใต้จะเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกในปี 1988 ทำให้รัฐบาลไม่อาจใช้ความรุนแรงได้เต็มที่เหมือนในอดีต สุดท้ายจึงต้องประกาศให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดี

 

🟡 ยุคประชาธิปไตยและการสร้างกลไกปราบโกง (1988 – ปัจจุบัน)

 

🔸การปฏิรูปครั้งใหญ่ (1992): คิม ยองซัง ประธานาธิบดีพลเรือนคนแรกได้ประกาศสงครามกับคอร์รัปชัน นโยบายสำคัญคือการบังคับให้ทุกบัญชีธนาคารและการทำธุรกรรมต้องใช้ชื่อ-นามสกุลจริงเท่านั้น เพื่อป้องกันการใช้บัญชีม้า

 

🔸วิกฤตต้มยำกุ้ง (1997): วิกฤตการเงินในเอเชียส่งผลกระทบต่อเกาหลีใต้อย่างรุนแรง เพราะกลุ่มแชโบลส่วนใหญ่ดำเนินธุรกิจโดยการกู้ยืมเงินจำนวนมหาศาลเพื่อขยายกิจการ เมื่อเศรษฐกิจทรุด รัฐบาลต้องขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจาก IMF ซึ่งมาพร้อมกับเงื่อนไขบังคับให้ต้องปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ รวมถึงการเพิ่มความโปร่งใสและหลักธรรมาภิบาลในกลุ่มบริษัทแชโบล

 

🔸การวางรากฐานปราบโกงเกาหลีใต้ (2001 – 2008): จัดตั้ง KICAC (คณะกรรมการอิสระต่อต้านคอร์รัปชัน) ก่อนจะปฏิรูปครั้งใหญ่ในปี 2008 โดยยุบรวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3 แห่งเข้าด้วยกันเป็น ACRC (สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและคุ้มครองสิทธิพลเมือง) เพื่อให้มีเอกภาพและอำนาจในการทำงานอย่างเต็มที่

 

🔸กฎหมายคิมยองรัน (ทศวรรษ 2010): มีเป้าหมายเพื่อทำลายวัฒนธรรมอุปถัมภ์ ผ่านการให้ของขวัญหรือเลี้ยงรับรองราคาแพงแก่เจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง และสื่อมวลชน โดยกำหนดมูลค่าของขวัญและอาหารที่สามารถรับได้อย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางสังคมครั้งสำคัญ

 

🟡 ยุคทองเศรษฐกิจและการเมือง

 

หลังจากการต่อสู้ทางอุดมการณ์อันดุเดือด และประชาธิปไตยที่แท้จริงเบ่งบาน เกาหลีใต้ ประเทศที่เคยจมอยู่ในหล่มการเมือง ภัยสงคราม และคอร์รัปชัน กลับทะยานขึ้นสู่ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจอันดับที่ 15 ของโลก และที่ 4 ของเอเชีย 

 

เกาหลีใต้มีคะแนนการรับรู้การคอร์รัปชันอยู่ที่อันดับที่ 30 จาก 180 ประเทศทั่วโลก และดัชนีชี้วัดหลักนิติธรรมอยู่ที่ 19 จาก 142 ประเทศทั่วโลก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับอดีตที่เคยถูกเรียกว่าเป็นดินแดนแห่งการติดสินบนและการคอร์รัปชัน

 

เกาหลีใต้สามารถเอาผิดกับคดีคอร์รัปชันของบุคคลระดับสูงของประเทศได้จริง ตัวอย่างเช่น

 

🔸ปี 2024: ประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ถูกยื่นฟ้องในข้อหาก่อการกบฏและใช้อำนาจโดยมิชอบ และเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ถูกจับกุมขณะดำรงตำแหน่ง

 

🔸ปี 2021: อี แจ ยง ทายาทซัมซุง ถูกกล่าวหาว่าให้สินบนและถูกตัดสินจำคุก

 

🔸ปี 2021: ประธานาธิบดีพัค กึน ฮเย ถูกถอดถอนจากตำแหน่งและถูกตัดสินจำคุก 20 ปี ในข้อหาคอร์รัปชันและละเมิดอำนาจ

 

ซึ่งการลงดาบอย่างเด็ดขาดนี้ เป็นผลมาจากการจัดตั้งสำนักงานสืบสวนการทุจริตสำหรับเจ้าหน้าที่ระดับสูง (CIO) ที่มีอำนาจในการสอบสวนและดำเนินคดีโดยไม่ต้องผ่านการอนุมัติจากรัฐบาลหรือสภา

 

🇹🇭 ประเทศไทยเรียนรู้อะไรจากเกาหลีใต้ได้บ้าง?

 

🟡 ออกกฎหมายให้ชัด เข้ม และครอบคลุม

มีกฎหมายห้ามรับของขวัญที่ใช้ได้จริง เพื่อป้องกันระบบอุปถัมภ์ รวมถึงคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสแบบรัดกุม ทั้งไม่เปิดเผยตัวตนและมีการเยียวยา

 

🟡 สร้างหน่วยงานอิสระ ที่บูรณาการการทำงาน

มีองค์กรเดียวที่รับผิดชอบเรื่องร้องเรียน อุทธรณ์ และปราบโกงครบวงจร ซึ่งต้องเป็นอิสระจากการเมือง และทำงานภายใต้กฎหมายชัดเจน

 

🟡 ใช้เทคโนโลยีลดช่องโกง เพิ่มความโปร่งใส

ใช้ระบบ E-Government ลดการพบปะตรง ลดโอกาสสินบน ในระบบ Open Data ที่เปิดเผยข้อมูลบริการรัฐอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงทุกแพลตฟอร์ม

 

🟡 บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ไม่เลือกปฏิบัติ

ต้องสามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้แม้เป็นผู้นำระดับสูงหรือกลุ่มทุนใหญ่

 

🟡 สร้างวัฒนธรรมไม่ทนต่อการโกง

ส่งเสริมให้ภาคประชาชนมีบทบาทตรวจสอบรัฐ รวมถึง Empower ให้ภาคประชาสังคมเป็นพลังสำคัญในการผลักดันกฎหมาย

 

🟡 ปรับตัวต่อเนื่อง ไม่หยุดที่แค่ ‘มีกฎหมาย’

จะต้องคุมเข้มกลุ่มทุนขนาดใหญ่และผลประโยชน์ทับซ้อน พัฒนากลไกติดตามผลให้เร็ว มีประสิทธิภาพ และโปร่งใส

 

 

 

The post ประวัติศาสตร์ปราบโกงเกาหลีใต้ ไทม์ไลน์การเมือง วิกฤตเศรษฐกิจ และบทเรียนสำหรับไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Fund Flow ทั่วโลกไหลกลับหุ้นเกาหลีใต้ ขานรับรัฐบาลใหม่เร่งปฏิรูป-เพิ่มมูลค่าผู้ถือหุ้น https://thestandard.co/korea-stock-fund-flow/ Sun, 08 Jun 2025 05:57:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1082921 korea-stock-fund-flow

หลังจากตลาดหุ้นเกาหลีใต้ทำผลงานได้น่าผิดหวังและถูกมองข้ […]

The post Fund Flow ทั่วโลกไหลกลับหุ้นเกาหลีใต้ ขานรับรัฐบาลใหม่เร่งปฏิรูป-เพิ่มมูลค่าผู้ถือหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
korea-stock-fund-flow

หลังจากตลาดหุ้นเกาหลีใต้ทำผลงานได้น่าผิดหวังและถูกมองข้ามจากนักลงทุนต่างชาติมานาน ขณะนี้บรรดาผู้จัดการกองทุนระดับโลกต่างแสดงความเชื่อมั่นครั้งใหม่และกลับเข้าลงทุนอย่างคึกคัก โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากความหวังว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีคนใหม่ อีแจมยอง จะสามารถผลักดันนโยบายปฏิรูปที่เอื้อต่อผู้ถือหุ้นและปลดล็อกมูลค่าที่ซ่อนอยู่ของบริษัทจดทะเบียนได้สำเร็จ

 

ผู้จัดการกองทุนชั้นนำระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Aberdeen Investments, Pictet Wealth Management และ Franklin Templeton ได้เริ่มเพิ่มน้ำหนักการลงทุนหรือปรับมุมมองต่อตลาดหุ้นเกาหลีใต้ให้เป็นบวกมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา พวกเขาต่างขานรับคำมั่นสัญญาของประธานาธิบดี อีแจมยอง ที่จะยกระดับบรรษัทภิบาล (Corporate Governance) และเพิ่มผลตอบแทนของตลาดให้สูงขึ้นเกือบสองเท่า หลังจากประเทศผ่านพ้นความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดจากการประกาศใช้กฎอัยการศึกช่วงสั้นๆ ของรัฐบาลชุดก่อน

 

สัญญาณบวกปรากฏชัดเจนเมื่อนักลงทุนต่างชาติเริ่มไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นอีกครั้ง ช่วยผลักดันให้ดัชนี Kospi ซึ่งเป็นดัชนีหลักของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เข้าสู่ภาวะตลาดกระทิง (Bull Market) ได้ตั้งแต่วันแรกที่ อีแจมยอง เข้ารับตำแหน่ง บรรยากาศที่คึกคักนี้สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่า ผู้นำคนใหม่จะสามารถเร่งรัดความพยายามในการเพิ่มผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งทำให้นึกถึงการปฏิรูปในลักษณะเดียวกันที่เคยสร้างความสำเร็จและจุดประกายให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงมาแล้ว

 

พฤกษา เอี่ยมธงทอง รองหัวหน้าฝ่ายหุ้นเอเชียแปซิฟิกของ Aberdeen Investments ซึ่งกองทุน Asian ex-Japan มูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ของบริษัทได้ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นเกาหลีใต้ไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา 

 

“เราเริ่มเห็นสัญญาณเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงแล้ว เราเชื่อว่าความพยายามร่วมกันของรัฐบาลและบริษัทในประเทศจะช่วยส่งเสริมความไว้วางใจในตลาดทุนของเกาหลีใต้ และสร้างวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับมูลค่าของผู้ถือหุ้นมากขึ้นได้อย่างแน่นอน” พฤกษากล่าว

 

ปลดล็อก ‘Korea Discount’

 

ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติเบือนหน้าหนีตลาดหุ้นเกาหลีใต้มาโดยตลอดคือปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘Korea Discount’ ซึ่งหมายถึงการที่หุ้นของบริษัทเกาหลีมักจะซื้อขายกันในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (Book Value) และต่ำกว่าคู่แข่งในต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

 

ต้นตอของปัญหานี้มาจากเศรษฐกิจที่ถูกครอบงำโดยกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่ควบคุมโดยครอบครัว หรือที่เรียกว่า แชโบล (Chaebols) ซึ่งมักถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าล้มเหลวในการปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้นรายย่อย ส่งผลให้นักลงทุนไม่มั่นใจและกดราคาหุ้นให้อยู่ในระดับต่ำเพื่อชดเชยความเสี่ยงด้านบรรษัทภิบาล

 

จอน จุน กรรมการผู้จัดการของ MY.Alpha Management HK Advisors ในฮ่องกง ให้ความเห็นว่า “ความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่บริษัทหามาได้กับสิ่งที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยได้รับกลับคืนนั้นมันขาดหายไป” แต่เขาเชื่อว่าปัญหานี้ “กำลังจะได้รับการแก้ไขโดยพรรคประชาธิปไตย (พรรครัฐบาล) และกฎหมายของพวกเขา”

 

เครื่องยนต์ปฏิรูป แก้กฎหมายพาณิชย์-ผลักดัน ‘Corporate Value-up’

 

หนึ่งในภารกิจเร่งด่วนของ อีแจมยอง คือการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อ ขยายขอบเขตความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท (Fiduciary Duty) ให้ครอบคลุมถึงผู้ถือหุ้นทั้งหมด ไม่ใช่แค่เพียงต่อตัวบริษัทเอง ซึ่งเป็นการสกัดกั้นกรรมการที่ทำหน้าที่เพียงตรายางรับรองมติของผู้บริหาร (Rubber-stamping Directors) นอกจากนี้ พรรครัฐบาลยังเสนอให้มีการปรับปรุงกระบวนการเสนอชื่อคณะกรรมการตรวจสอบและนำระบบการลงคะแนนแบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้เพื่อเพิ่มความโปร่งใส

 

การปฏิรูปเหล่านี้พุ่งเป้าไปที่กลุ่มแชโบลโดยตรง และคาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้โครงการ Corporate Value-up ที่ริเริ่มเมื่อกว่าหนึ่งปีก่อนมีความคืบหน้ามากขึ้น โปรแกรมนี้ถอดแบบมาจากโครงการ Name and Shame ของญี่ปุ่น โดยกระตุ้นให้บริษัทต่างๆ ริเริ่มมาตรการเพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นด้วยตนเอง

 

จอห์น โช ผู้จัดการพอร์ตหุ้นเกาหลีของ JPMorgan Asset Management กล่าวว่า ปัจจุบันมีบริษัท 160 แห่งที่ประกาศแผน Value-up แล้ว แม้หลายแผนจะยังขาดรายละเอียด แต่เขาคาดว่า “แผนในระยะต่อไปจะมีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากขึ้น เกาหลีเพิ่งอยู่ในปีที่สองของแผน Value-up เท่านั้น เมื่อเทียบกับการเดินทางด้านธรรมาภิบาลตลอดทศวรรษของญี่ปุ่น”

 

สัญญาณการเปลี่ยนแปลงเริ่มปรากฏ

 

ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ (Korea Exchange) แสดงให้เห็นว่า ยอดการจ่ายเงินปันผลรวมของบริษัทในดัชนี Kospi ในปี 2567 เพิ่มขึ้น 12% เป็น 44 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 1 แสนล้านบาท ขณะที่การซื้อหุ้นคืนพุ่งขึ้นกว่าสองเท่าเป็น 18.7 ล้านล้านวอน หรือราว 4.5 หมื่นล้านบาท

 

หยี่ผิง เลี่ยว ผู้จัดการกองทุนของ Franklin Templeton Emerging Markets Equity ซึ่งได้ทยอยเข้าซื้อหุ้นเกาหลีตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง กล่าวว่า “กลุ่มแชโบลกำลังเปลี่ยนแปลงแผนของพวกเขาจริงๆ อันเนื่องมาจากแรงกดดันจากทั้งรัฐบาลและจากตลาด” ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ กรณีของ Hanwha Aerospace Co. ที่ยอมลดขนาดการเสนอขายหุ้นหลังจากเผชิญแรงต่อต้านจากนักลงทุนที่กังวลว่ามูลค่าหุ้นของตนจะลดลง (Value Dilution)

 

ความท้าทายยังคงอยู่ แต่ความหวังมีมากกว่า

 

แม้รัฐบาลใหม่จะมีความตั้งใจจริง แต่เส้นทางการปฏิรูปก็ยังคงมีความท้าทายอยู่ข้างหน้า ประเด็นการแก้ไขกฎหมายภาษีมรดกและเงินปันผลซึ่งนักลงทุนบางส่วนเรียกร้อง ยังคงต้องการการสนับสนุนจากสาธารณชนในวงกว้าง นอกจากนี้ เกาหลีใต้ยังต้องรับมือกับความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น แนวโน้มการขึ้นภาษีจากสหรัฐฯ, ภาวะเศรษฐกิจที่หดตัว และความแตกแยกทางการเมืองในประเทศที่ยังคงฝังรากลึก

อย่างไรก็ตาม โจนาธาน ไพน์ส หัวหน้าผู้จัดการกองทุนและหัวหน้าฝ่ายเอเชียไม่รวมญี่ปุ่นของ Federated Hermes กล่าวว่า “เรามีน้ำหนักการลงทุนในหุ้นเกาหลีใต้สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมูลค่าที่ยังต่ำ และด้วยความหวังว่าภูมิทัศน์การลงทุนจะยังคงปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

 

การกลับมาของความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ครั้งนี้ จึงเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนทั่วโลก และเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าการปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างจริงจังจากภาครัฐ สามารถปลดล็อกศักยภาพและลบภาพจำ Korea Discount ที่ฉุดรั้งตลาดมานานหลายปีได้หรือไม่

 

อ้างอิง:

The post Fund Flow ทั่วโลกไหลกลับหุ้นเกาหลีใต้ ขานรับรัฐบาลใหม่เร่งปฏิรูป-เพิ่มมูลค่าผู้ถือหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกาหลีใต้ยุค ‘อีแจมยอง’ กับสมการความมั่นคง-สมานฉันท์ ท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน https://thestandard.co/lee-jae-myung-korea-policy/ Fri, 06 Jun 2025 09:09:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1082511 lee-jae-myung-korea-policy

อีแจมยอง อดีตทนายสิทธิมนุษยชน และนักการเมืองสายก้าวหน้า […]

The post เกาหลีใต้ยุค ‘อีแจมยอง’ กับสมการความมั่นคง-สมานฉันท์ ท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
lee-jae-myung-korea-policy

อีแจมยอง อดีตทนายสิทธิมนุษยชน และนักการเมืองสายก้าวหน้า เข้ารับตำแหน่งท่ามกลางแรงกดดันจากทั้งนอกและในประเทศ — ความตึงเครียดจากเกาหลีเหนือยังคงรุนแรง ขณะที่ภายในประเทศยังไม่ฟื้นจากบาดแผลทางการเมือง

 

ส่องนโยบาย ความมั่นคงคู่สมานฉันท์

 

นโยบายต้นวาระของอีแจมยองพุ่งเป้าไปที่ “การผสานความมั่นคงกับสมานฉันท์” หรือพูดอีกแบบคือ จะปกป้องประเทศ โดยไม่ทำให้ประชาชนรู้สึกถูกทิ้ง เขาเรียกสิ่งนี้ว่า “สมดุลแห่งยุทธศาสตร์ใหม่”

 

เริ่มจาก “เอาผิด” เพื่อฟื้นศรัทธา

 

เหตุการณ์กฎอัยการศึกในเดือนธันวาคม 2024 กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่อีแจมยองเลือกจะไม่ปล่อยผ่าน เขาประกาศว่าจะดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นในหลักนิติรัฐ 

 

แต่เสียงวิจารณ์ก็มีว่า การกระทำนี้อาจถูกมองเป็นการล้างแค้นทางการเมืองมากกว่าการเยียวยาสังคม

 

พร้อมเจรจา แต่ไม่ให้เปล่า 

 

ประธานาธิบดีอีแจมยองกล่าวอย่างชัดเจนว่า “การเจรจากับเปียงยางจะต้องมีเงื่อนไขตอบแทนที่เป็นรูปธรรม”

 

เขาระบุว่า “ยุคของการพูดคุยเพื่อให้ภาพลักษณ์ทางการทูตผ่านหน้ากล้องจบลงแล้ว“ โดยให้ความสำคัญกับ “Reciprocity” หรือการให้-รับอย่างมีเงื่อนไข

 

นอกจากนี้ เขายังเสนอรื้อฟื้นข้อตกลงทางทหารระหว่างสองเกาหลีเมื่อปี 2018 ซึ่งเคยถูกระงับในช่วงรัฐบาลก่อนหน้า (โดยเฉพาะในยุคความตึงเครียดหลังปี 2022)

ข้อตกลงนี้เคยช่วยลดการซ้อมรบใกล้แนวแบ่งเขตทหาร และตั้งช่องทางติดต่อระดับทหารอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญต่อการลดความเสี่ยงของ “อุบัติเหตุทางการทหาร”

 

The Korea Herald วิเคราะห์ว่า อีแจมยองไม่ได้ปิดประตูสันติภาพ แต่จะไม่เริ่มต้นจากศูนย์ เขามองว่าเกาหลีเหนือต้องแสดงท่าทีเชิงสร้างสรรค์ก่อนเช่น การหยุดการทดสอบขีปนาวุธ หรือ เปิดช่องทางสื่อสารการทูตบางระดับ ก่อนที่รัฐบาลเกาหลีใต้จะพิจารณามาตรการผ่อนคลายใด ๆ

 

สัมพันธ์กับพันธมิตรยังแน่นแฟ้น

 

แม้จะเปิดทางเจรจากับเกาหลีเหนือ แต่รัฐบาลอีแจมยอง ไม่ได้ลดระดับความร่วมมือกับพันธมิตรแต่อย่างใด

 

ประธานาธิบดีอีแจมยองยังคงสนับสนุนการฝึกซ้อมทางทหารร่วมกับสหรัฐฯ ภายใต้กรอบ ROK–US Alliance พร้อมทั้งเดินหน้าขยายความร่วมมือไตรภาคีร่วมกับ ญี่ปุ่น โดยเฉพาะในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง การตอบโต้ภัยไซเบอร์ และการยับยั้งภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ

 

ขณะเดียวกัน The Diplomat วิเคราะห์ว่า อีแจมยองย้ำถึงจุดยืนเรื่อง “อำนาจตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ที่เกาหลีใต้ต้องรักษาไว้เอง” โดยเขาไม่ต้องการให้เกาหลีใต้เป็นแค่ผู้ตามในเกมของมหาอำนาจ แต่กระนั้น แม้อีแจมยองจะพยายามวางจุดยืนของเกาหลีใต้ให้มีความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น แต่เขาก็เลือกจะ “ไม่แตะโครงสร้างพื้นฐานของพันธมิตรเดิม” โดยเฉพาะข้อตกลงด้านความมั่นคง

 

ลดงบกองทัพ หันไปลงทุนเทคโนโลยีแห่งอนาคต

 

นโยบายด้านกลาโหมของอีแจมยองเน้น ลดงบบางส่วนจากยุทโธปกรณ์แบบเดิม แล้วหันไปลงทุนในเทคโนโลยี dual-use เช่น AI, โดรน และความมั่นคงทางไซเบอร์

เพื่อให้ระบบป้องกันประเทศเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจในประเทศ

 

เป้าหมายคือ ทำให้ “ความมั่นคง” ไม่ใช่แค่เรื่องทหาร แต่เป็นแรงขับเคลื่อนนวัตกรรมและการจ้างงาน

 

ใช้เศรษฐกิจเป็นพื้นที่สมานฉันท์

 

อีแจมยองเสนอแนวคิด “Basic Society” — แผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข GDP แต่เป็นการเชื่อมเศรษฐกิจกับความเท่าเทียมในสังคม เช่น การสร้างงานในพื้นที่ที่มักถูกมองข้าม การลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองกับภูมิภาค และการส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคตให้เข้าถึงได้ทุกกลุ่ม

 

สื่อสารกับทุกกลุ่ม แม้ต้องเสี่ยงเสียฐานเสียง

 

แม้จะมาจากพรรคเสรีนิยม อีแจมยองก็เลือกสื่อสารด้วยภาษาที่ข้ามฝั่งการเมือง เช่น การตั้งเป้า KOSPI 5,000 จุด หรือการลงทุนในพื้นที่อนุรักษนิยมอย่างคยองซัง เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มรู้สึกว่า “รัฐบาลนี้ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

 

แต่ขณะเดียวกัน ฐานเสียงเดิมของเขาก็เริ่มตั้งคำถามว่าทำไมรัฐบาลใหม่จึงไม่เดินหน้าอย่างจริงจัง กับนโยบาย 2 เรื่องที่เคยเป็นหัวใจของฝ่ายก้าวหน้าในอดีต 

 

  1. การโอนอำนาจบัญชาการทหาร (OPCON Transfer)

 

OPCON หมายถึง Operational Control หรืออำนาจบัญชาการทางทหารในกรณีเกิดสงคราม แม้เกาหลีใต้จะมีอธิปไตยทางทหาร แต่หากเกิดสงครามจริง อำนาจบัญชาการหลักยังอยู่ในมือของ กองบัญชาการสหประชาชาติ (United Nations Command) ที่นำโดยสหรัฐฯ

 

Yonhap รายงานว่า แม้อีแจมยองเคยสนับสนุนการโอน OPCON กลับมาอยู่กับรัฐบาลเกาหลีใต้แต่ภายหลังการเข้ารับตำแหน่ง เขายังไม่ประกาศกรอบเวลา หรือความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในเรื่องนี้ และระบุเพียงว่า “จะพิจารณาอย่างรอบคอบ ภายใต้สถานการณ์ความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงเร็ว”

 

ฐานเสียงเสรีนิยมจึงรู้สึกผิดหวัง เพราะมองว่า การมีอำนาจบัญชาการของตนเองเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีชาติ และควรเร่งรัดให้เกิดผลจริงในยุคที่ผู้นำมีอำนาจเต็มจากเสียงข้างมากในสภา

 

  1. ระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD

 

THAAD (Terminal High Altitude Area Defense) เป็นระบบป้องกันขีปนาวุธที่สหรัฐฯ ติดตั้งในเกาหลีใต้ตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งเคยก่อให้เกิดความตึงเครียดกับจีน และการประท้วงในประเทศ

 

Brookings Institution วิเคราะห์ว่า แม้ฝ่ายก้าวหน้าจะเคยออกมาคัดค้านการติดตั้ง THAAD โดยให้เหตุผลเรื่องการยั่วยุจีน และกระทบความสัมพันธ์ในภูมิภาค แต่อีแจมยองในฐานะประธานาธิบดีกลับ เลือกไม่แตะประเด็นนี้อย่างชัดเจน และยังคงสถานะของระบบ THAAD ไว้ตามเดิม โดยให้เหตุผลว่าเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือไตรภาคีกับสหรัฐฯ–ญี่ปุ่น

 

จึงเกิดคำถามจากกลุ่มสนับสนุนเดิมว่า เหตุใดจุดยืนเชิงนโยบายของอีแจมยองจึงอ่อนลงในประเด็นที่เคยมีจุดยืนชัดเจน? และนี่คืออีกหนึ่งจุดสะท้อน “ความตึงเครียดภายใน” ที่เขาต้องจัดการ

 

บทสรุป

 

ในโลกที่ความตึงเครียดระดับภูมิภาคกลับมาอีกครั้ง ในประเทศที่ประชาชนยังไม่ลืมบาดแผลจากการใช้อำนาจในอดีต อีแจมยองกำลังเดิมพันกับแนวคิดใหม่ว่า “ความมั่นคง” กับ “สมานฉันท์” ไม่จำเป็นต้องสวนทางกัน

 

แต่เขาจะพิสูจน์สิ่งนี้ได้จริงหรือไม่? เพราะยังต้องเผชิญทั้งแรงกดดันจากภายนอก ความไม่ไว้วางใจภายใน และความท้าทายของนโยบายที่ยังไม่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนในระยะสั้น 

 

อ้างอิง:

The post เกาหลีใต้ยุค ‘อีแจมยอง’ กับสมการความมั่นคง-สมานฉันท์ ท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลเกาหลีใต้มีมติยกเลิกการถอดถอนนายกฯ พร้อมให้กลับมารักษาการประธานาธิบดีอีกครั้ง https://thestandard.co/south-korea-pm-reinstated/ Mon, 24 Mar 2025 04:11:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1055787 south-korea-pm-reinstated

ศาลรัฐธรรมนูญของเกาหลีใต้มีมติ 7 ต่อ 1 ยกเลิกการถอดถอนน […]

The post ศาลเกาหลีใต้มีมติยกเลิกการถอดถอนนายกฯ พร้อมให้กลับมารักษาการประธานาธิบดีอีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
south-korea-pm-reinstated

ศาลรัฐธรรมนูญของเกาหลีใต้มีมติ 7 ต่อ 1 ยกเลิกการถอดถอนนายกรัฐมนตรีฮันด็อกซู พร้อมอนุมัติให้เขากลับมาดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีเกาหลีใต้อีกครั้ง หลังจากถูกรัฐสภาลงมติถอดถอนไปเมื่อเกือบสามเดือนก่อน

 

ผู้พิพากษา 5 จากทั้งหมด 8 คนระบุว่า ญัตติถอดถอนฮันมีความถูกต้องตามกระบวนการ แต่ไม่มีเหตุผลมากเพียงพอที่จะถอดถอนฮันได้สำเร็จ เนื่องจากเขาไม่ได้ละเมิดรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายใดๆ ของเกาหลีใต้ ขณะที่ผู้พิพากษาอีก 2 คนชี้ว่า ญัตติถอดถอนฮัน ซึ่งดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีในขณะนั้นเป็นโมฆะตั้งแต่ต้น เนื่องจากไม่ได้รับเสียงสนับสนุนถึง 2 ใน 3 ของสมาชิกสภา

 

ฮันด็อกซูเข้ารับตำแหน่งรักษาการผู้นำประเทศ แทนประธานาธิบดียุนซอกยอล ซึ่งถูกรัฐสภาลงมติถอดถอนเช่นเดียวกัน หลังจากประกาศกฎอัยการศึกในเดือนธันวาคม ส่งผลให้เกิดวิกฤตการเมืองครั้งใหญ่ในเกาหลีใต้ โดยขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้ตัดสินชี้ขาดเกี่ยวกับการถอดถอนประธานาธิบดียุนแต่อย่างใด ซึ่งหากการถอดถอนถูกยืนยัน จะต้องมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ภายใน 60 วัน

 

นายกฯ ฮัน ถูกสภาแห่งชาติที่นำโดยฝ่ายค้านลงมติถอดถอน เนื่องจากฮันด็อกซูปฏิเสธที่จะแต่งตั้งผู้พิพากษา 3 คนเข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ครบองค์ประชุมทั้งหมด 9 คน ทำให้ ชเวซังมก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังขึ้นมารักษาการตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้และรักษาการนายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ในช่วงเวลานั้น

 

ฮันด็อกซูระบุว่า เขาดีใจกับมติของศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ พร้อมให้คำมั่นว่าจะทำงานร่วมกันกับฝ่ายต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเกาหลีใต้ในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของโลก และสร้างหลักประกันว่า เกาหลีใต้จะยังคงเดินหน้าและพัฒนาต่อไปในยุคที่มีการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองครั้งใหญ่

 

ภาพ: Jung Yeon-je / Pool via Reuters

 

อ้างอิง:

The post ศาลเกาหลีใต้มีมติยกเลิกการถอดถอนนายกฯ พร้อมให้กลับมารักษาการประธานาธิบดีอีกครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจเกาหลีใต้พยายามบังคับใช้หมายจับยุนซอกยอล ก่อนถูกขัดขวางจากทีมอารักขา-กลุ่มผู้สนับสนุน https://thestandard.co/south-korea-police-yoon-suk-yeol-arrest/ Fri, 03 Jan 2025 05:10:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1026722 south-korea-police-Yoon Suk Yeol-arrest

ตำรวจเกาหลีใต้นำกำลังเข้าไปยังบ้านพักของ ยุนซอกยอล ประธ […]

The post ตำรวจเกาหลีใต้พยายามบังคับใช้หมายจับยุนซอกยอล ก่อนถูกขัดขวางจากทีมอารักขา-กลุ่มผู้สนับสนุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
south-korea-police-Yoon Suk Yeol-arrest

ตำรวจเกาหลีใต้นำกำลังเข้าไปยังบ้านพักของ ยุนซอกยอล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ที่ถูกรัฐสภาลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่งเมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เซ่นปมประกาศอัยการศึก โดยตำรวจพยายามบังคับใช้หมายจับซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ก่อนที่จะถูกขัดขวางจากทีมอารักขาประธานาธิบดี รวมถึงบรรดากลุ่มผู้สนับสนุนยุนซอกยอลที่ปักหลักรออยู่ด้านนอกบ้านพัก

 

โดยศาลเกาหลีใต้อนุมัติการออกหมายจับยุนเมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ หลังยุนปฏิเสธที่จะตอบรับหมายเรียกให้มาปรากฏตัวที่ชั้นศาล ก่อนที่ตำรวจจะสอบสวนเขาฐานใช้อำนาจในทางที่ผิดและยุยงให้เกิดการกบฏ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากความพยายามในการประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2024

 

ยุนต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวตามมติของรัฐสภา และรอมติตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญซึ่งมีระยะเวลาพิจารณา 180 วัน แม้ว่าเขาจะถูกพักงาน แต่ยุนก็ยังคงแสดงจุดยืนปกป้องเจตนารมณ์ในการประกาศกฎอัยการศึกในครั้งนั้นและเพิกเฉยต่อคำสั่งของพนักงานสอบสวนหลายต่อหลายครั้งในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

นับเป็นความพยายามจับกุมประธานาธิบดีเกาหลีใต้ที่ยังถือว่าอยู่ในตำแหน่ง (ทางนิตินัย) เป็นครั้งแรก โดยหมายจับนี้จะมีอายุถึงวันที่ 6 มกราคมนี้ และให้อำนาจเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนเพียง 48 ชั่วโมงในการควบคุมตัวยุน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะต้องตัดสินใจว่าจะยื่นเรื่องออกหมายขังหรือปล่อยตัวยุนไป ขณะที่ทีมกฎหมายของยุนชี้ว่า หมายจับที่ออกมานั้นมิชอบด้วยกฎหมายและไม่ถูกต้อง

 

อ้างอิง:

 

ตำรวจเกาหลีใต้พยายามบังคับใช้หมายจับยุนซอกยอล

ตำรวจเกาหลีใต้พยายามบังคับใช้หมายจับยุนซอกยอล

ตำรวจเกาหลีใต้พยายามบังคับใช้หมายจับยุนซอกยอล

ตำรวจเกาหลีใต้พยายามบังคับใช้หมายจับยุนซอกยอล

ตำรวจเกาหลีใต้พยายามบังคับใช้หมายจับยุนซอกยอล

 

The post ตำรวจเกาหลีใต้พยายามบังคับใช้หมายจับยุนซอกยอล ก่อนถูกขัดขวางจากทีมอารักขา-กลุ่มผู้สนับสนุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภาเกาหลีใต้มีมติถอดถอน ฮันด็อกซู รักษาการประธานาธิบดี ปมขัดขวางการแต่งตั้งผู้พิพากษา https://thestandard.co/south-korea-impeachment-han-duck-soo-judge-appointment/ Fri, 27 Dec 2024 09:23:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1024673 south-korea-impeachment-Han Duck-soo-judge-appointment

รัฐสภาเกาหลีใต้มีมติถอนถอด ฮันด็อกซู นายกรัฐมนตรีเกาหลี […]

The post สภาเกาหลีใต้มีมติถอดถอน ฮันด็อกซู รักษาการประธานาธิบดี ปมขัดขวางการแต่งตั้งผู้พิพากษา appeared first on THE STANDARD.

]]>
south-korea-impeachment-Han Duck-soo-judge-appointment

รัฐสภาเกาหลีใต้มีมติถอนถอด ฮันด็อกซู นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ ที่ขณะนี้กำลังรักษาการตำแหน่งประธานาธิบดีแทน ยุนซอกยอล ที่ยุติการปฏิบัติหน้าที่ไปหลังถูกรัฐสภามีมติถอดถอนไปเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา 

 

สมาชิกรัฐสภาโดยเฉพาะพรรคฝ่ายค้านคาดหวังให้ฮันนำพาประเทศออกจากความวุ่นวายทางการเมือง หลังยุนซอกยอลประกาศกฎอัยการศึกเมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แต่พรรคฝ่ายค้านระบุว่าฮันปฏิเสธที่จะสนับสนุนให้กระบวนการถอดถอนยุนซอกยอลเสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์ ด้วยการขัดขวางการแต่งตั้งผู้พิพากษา 3 คนที่รัฐสภาเลือกให้ดูแลคดีของยุน เพื่อให้คณะผู้พิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญมีจำนวนครบทั้ง 9 คน

 

ขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญของเกาหลีใต้มีคณะผู้พิพากษาเพียง 6 คนเท่านั้น และการลงมติถอดถอนประธานาธิบดีจะต้องใช้เสียงสนับสนุนอย่างน้อย 6 ใน 9 เสียง นั่นหมายความว่า หากมีผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญเพียงคนใดคนหนึ่งคัดค้านการถอดถอนดังกล่าวจะทำให้ยุนซอกยอลกลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ได้อีกครั้ง 

 

กระบวนการถอดถอนฮันจะมีระยะเวลาให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 180 วัน เช่นเดียวกับกระบวนการถอดถอนยุน โดย ชเวซังมก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะขึ้นมารักษาการตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้และรักษาการนายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำพิพากษาในคดีของยุนและฮัน

 

การถอดถอนฮันในครั้งนี้อาจทำให้เกาหลีใต้เผชิญกับความไม่แน่นอนและปัญหาติดขัดทางการเมืองที่เพิ่มมากขึ้น โดยฮันระบุว่า เขาเคารพมติส่วนใหญ่ของรัฐสภา และจะรอคำพิพากษาจากศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้ง ในขณะที่พรรคฝ่ายค้านคาดหวังว่าชเวจะร่วมสนับสนุนและเพิ่มโอกาสให้การถอดถอนยุนสำเร็จลุล่วงไปได้

 

แฟ้มภาพ: Yonhap via Reuters

 

อ้างอิง:

 

The post สภาเกาหลีใต้มีมติถอดถอน ฮันด็อกซู รักษาการประธานาธิบดี ปมขัดขวางการแต่งตั้งผู้พิพากษา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฉากชีวิต ยุนซอกยอล จากอัยการสูงสุดสู่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ที่ถูกยื่นถอดถอน https://thestandard.co/yoon-seok-youl-from-attorney-general-to-impeached-president/ Sat, 14 Dec 2024 09:51:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1019618 yoon-seok-youl

ยุนซอกยอลทำงานสายกฎหมายมานานกว่า 2 ทศวรรษ จนได้เป็นอัยก […]

The post ฉากชีวิต ยุนซอกยอล จากอัยการสูงสุดสู่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ที่ถูกยื่นถอดถอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
yoon-seok-youl

ยุนซอกยอลทำงานสายกฎหมายมานานกว่า 2 ทศวรรษ จนได้เป็นอัยการสูงสุดของเกาหลีใต้ ก่อนจะตัดสินใจลงสมัครชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีเกาหลีใต้เมื่อปี 2022 ในนามพรรคพลังประชาชนเกาหลีใต้ (PPP) โดยชนะการเลือกตั้งเหนือพรรคคู่แข่งไม่ถึง 1% และได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนไม่ถึง 50% แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ยุนได้นั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีเกาหลีใต้

 

ข่าวฉาวของคิมกอนฮี สตรีหมายเลขหนึ่งของเกาหลีใต้ที่อาจพัวพันกับการปั่นหุ้นและรับสินบน ประกอบกับข้อกล่าวหาที่ยุนใช้อำนาจในทางมิชอบ ทำให้คะแนนนิยมในตัวเขาตกต่ำลงอย่างมาก ส่งผลให้การเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา พรรค PPP ปราชัยให้กับพรรคฝ่ายค้าน กลายเป็น ‘จุดเปลี่ยนสำคัญ’ ของการเมืองเกาหลีใต้ โดยทำให้บรรดาพรรคฝ่ายค้านครองเสียงข้างมากในรัฐสภา และทำให้การผลักดันกฎหมายต่างๆ ของรัฐบาลยุนเป็นไปด้วยความยากลำบาก

 

ยุนจึงตัดสินใจทิ้งไพ่ใบสุดท้ายคือการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ ‘ประกาศกฎอัยการศึก’ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยอ้างถึงภัยคอมมิวนิสต์ ก่อนที่จะประกาศยกเลิกตามมติเสียงส่วนใหญ่ของรัฐสภาในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา

 

โดยยุนรอดพ้นจากการลงมติถอดถอนให้พ้นจากตำแหน่งครั้งแรก เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐสภามีเสียงไม่ครบเกณฑ์ขั้นต่ำ 200 จากทั้งหมด 300 เสียง ทำให้ญัตติดังกล่าวเป็นอันตกไป ก่อนที่บรรดาพรรคฝ่ายค้านจะยื่นเรื่องถอดถอนยุนอีกครั้ง ล่าสุดรัฐสภามีมติ 204 ต่อ 85 เสียง ‘ถอดถอน’ ยุนให้พ้นจากเก้าอี้ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ พร้อมส่งเรื่องต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญ

 

ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาการถอดถอนดังกล่าว ฮันด็อกซู นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้จะรักษาการตำแหน่งประธานาธิบดีจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีมติในประเด็นนี้ ซึ่งอาจใช้เวลาสูงสุดถึง 180 วัน และหากศาลรัฐธรรมนูญอย่างน้อย 6 ใน 9 เสียงมีมติถอดถอนยุน ยุนจะพ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ โดยฮันจะยังคงรักษาการต่อไปจนกว่าจะรู้ผลเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนใหม่

 

แต่ถ้าหากมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเห็นพ้องกับมติถอดถอนของรัฐสภาน้อยกว่า 6 ใน 9 เสียง จะทำให้ยุนมีสิทธิ์กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้และอยู่จนครบวาระได้อีกครั้ง

 

อ้างอิง:

 


 

ทำงานสายกฎหมาย จนได้เป็น ‘อัยการสูงสุด’

10 MAY 2022 สาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้

ภริยาเผชิญข่าวฉาว

ประกาศกฎอัยการศึก

ฝ่ายค้าน ยื่นถอดถอน

ยุนซอกยอล ถูกถอดถอน

 

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย

 

 

The post ฉากชีวิต ยุนซอกยอล จากอัยการสูงสุดสู่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ที่ถูกยื่นถอดถอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐสภาเกาหลีใต้มีมติ ‘ถอดถอน’ ยุนซอกยอล พ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดี https://thestandard.co/south-korea-parliament-impeaches-president-yoon/ Sat, 14 Dec 2024 08:43:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1019575 south-korea-parliament-impeaches-president-yoon

วันนี้ (14 ธันวาคม) รัฐสภาเกาหลีใต้มีมติ ‘ถอดถอน’ ยุนซอ […]

The post รัฐสภาเกาหลีใต้มีมติ ‘ถอดถอน’ ยุนซอกยอล พ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
south-korea-parliament-impeaches-president-yoon

วันนี้ (14 ธันวาคม) รัฐสภาเกาหลีใต้มีมติ ‘ถอดถอน’ ยุนซอกยอล ให้พ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดี ด้วยมติ 204 ต่อ 85 เสียง เซ่นปมประกาศกฎอัยการศึก หลังบรรดาพรรคฝ่ายค้านและชาวเกาหลีใต้จำนวนมากมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของยุน และกัดกร่อนระบอบประชาธิปไตยของเกาหลีใต้

 

มติดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากบรรดาสมาชิกสภาจากพรรค PPP ซึ่งเป็นพรรคต้นสังกัดของยุน โดยพรรค PPP เปิดโอกาสให้ทุกคนโหวตตามเจตจำนงของตัวเองและยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

 

ก่อนหน้านี้สมาชิกสภาสังกัดพรรค PPP วอล์กเอาต์จากที่ประชุมสภา ทำให้การลงมติถอดถอนยุนในครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา ไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากมีเสียงไม่ครบเกณฑ์ขั้นต่ำ 200 จากทั้งหมด 300 เสียง ทำให้ยุนรอดพ้นจากการถูกถอดถอนในครั้งนั้นอย่างหวุดหวิด

 

หลังจากนี้เรื่องจะถูกส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจใช้เวลาพิจารณาสูงสุดถึง 180 วัน ในระหว่างนี้ ฮันด็อกซู นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ จะรักษาการตำแหน่งประธานาธิบดีจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีมติในประเด็นนี้ หากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอย่างน้อย 6 ใน 9 เสียงยืนยันมติถอดถอนยุน จะทำให้ยุนพ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการ และต้องจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ภายใน 60 วัน โดยฮันจะยังคงรักษาการต่อไปจนกว่าจะรู้ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนใหม่

 

แต่ถ้าหากมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเห็นพ้องกับมติถอดถอนของรัฐสภาน้อยกว่า 6 ใน 9 เสียง จะทำให้ยุนมีสิทธิ์กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้และอยู่จนครบวาระได้อีกครั้ง

 

แฟ้มภาพ: The Presidential Office / Handout via Reuters

 

อ้างอิง:

The post รัฐสภาเกาหลีใต้มีมติ ‘ถอดถอน’ ยุนซอกยอล พ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: การเมืองเกาหลีใต้ยังวุ่น อนาคตของประธานาธิบดีจะลงเอยอย่างไร? | GLOBAL FOCUS #103 https://thestandard.co/global-focus-ep-103/ Fri, 13 Dec 2024 13:52:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1019417 global-focus-ep-103

การเมืองเกาหลีใต้ยังไม่จบ รัฐสภาพยายามยื่นถอดถอน ยุนซอก […]

The post ชมคลิป: การเมืองเกาหลีใต้ยังวุ่น อนาคตของประธานาธิบดีจะลงเอยอย่างไร? | GLOBAL FOCUS #103 appeared first on THE STANDARD.

]]>
global-focus-ep-103

การเมืองเกาหลีใต้ยังไม่จบ รัฐสภาพยายามยื่นถอดถอน ยุนซอกยอล ให้พ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดี หลังประกาศกฎอัยการศึก แต่ยังไม่สำเร็จ ขณะที่ยุนซอกยอลก็ประกาศทางโทรทัศน์ว่าจะไม่ลาออก พร้อมยืนยันจะสู้จนถึงที่สุด การยื่นถอดถอนยุนครั้งถัดไปจะสำเร็จหรือไม่ และวิกฤตการเมืองเกาหลีใต้ครั้งนี้จะจบลงอย่างไร? 

The post ชมคลิป: การเมืองเกาหลีใต้ยังวุ่น อนาคตของประธานาธิบดีจะลงเอยอย่างไร? | GLOBAL FOCUS #103 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เส้นทางประชาธิปไตยเกาหลีใต้: การมีส่วนร่วม การประท้วง และการเปลี่ยนผ่าน https://thestandard.co/democracy-south-korea-protests-transition/ Wed, 11 Dec 2024 06:31:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1018289 เส้นทางประชาธิปไตยเกาหลีใต้: การมีส่วนร่วม การประท้วง และการเปลี่ยนผ่าน

การประกาศกฎอัยการศึกของประธานาธิบดียุนมีเวลายาวนานเพียง […]

The post เส้นทางประชาธิปไตยเกาหลีใต้: การมีส่วนร่วม การประท้วง และการเปลี่ยนผ่าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เส้นทางประชาธิปไตยเกาหลีใต้: การมีส่วนร่วม การประท้วง และการเปลี่ยนผ่าน

การประกาศกฎอัยการศึกของประธานาธิบดียุนมีเวลายาวนานเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ผลสืบเนื่องสำหรับอนาคตทางการเมืองของเขาและการแตกแยกทางการเมืองของประเทศจะดำเนินต่อไปยาวนานกว่านั้นมาก

 

ชุงมินอี, อาจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

December 5, 2024

 

โหมโรง

 

อยากจะขอเริ่มบทความนี้ด้วยมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนสักหน่อย ในช่วงที่ผมเริ่มเรียนปริญญาเอกทางด้านรัฐศาสตร์ที่สหรัฐอเมริกานั้น แนวคิดหรือจะเรียกว่าเป็นทฤษฎีก็แล้วแต่ชุดหนึ่งได้เกิดขึ้นในวงการศึกษา ‘การเมืองเปรียบเทียบ’ (Comparative Politics) คือการศึกษาเรื่องของการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง (Political Transition) ที่มีนัยถึงการพาระบอบการเมือง (Regime) ที่เคยอยู่ในระบอบเผด็จการไปสู่การสร้างความเป็นเสรีนิยม (Liberalization) หรือเดินหน้าสู่กระบวนการสร้างประชาธิปไตย (Democratization)

 

ดังนั้นการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองในความหมายทางทฤษฎีจึงหมายถึงการพาระบอบการเมืองจากการปกครองแบบเผด็จการไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย (Transition from Authoritarian Rule to Democracy) ซึ่งการสร้างทฤษฎีเช่นนี้วางอยู่บนรากฐานของการเปลี่ยนผ่านที่เกิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษที่ 1970 สู่ต้นทศวรรษที่ 1980 ของศตวรรษที่ 20 ไม่ว่าจะเห็นถึงการสิ้นสุดของระบอบอำนาจนิยมทั้งในยุโรปใต้และลาตินอเมริกา โดยเฉพาะปรากฏการณ์ที่เห็นชัดคือการล่มสลายของระบอบการปกครองของทหารในลาตินอเมริกาในช่วงต้นทศวรรษที่ 1980 และการสิ้นสุดของระบอบทหารในภูมิภาคอื่นที่ไม่แตกต่างกัน

 

ต่อมาในช่วงทศวรรษที่ 1990 แทบไม่น่าเชื่อว่าเราจะเห็นถึงการล้มลงของระบอบการปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์ทั้งในสหภาพโซเวียตและในยุโรปตะวันออก

 

เช่นเดียวกัน การเมืองในเอเชียก็ก้าวไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ ไทย (ขณะนั้น) หรือต่อมาก็เห็นถึงการสิ้นสุดของระบอบทหารในอินโดนีเซีย และอาจเหลือมรดกใหญ่ของระบอบอำนาจนิยมในเอเชียก็คงเป็นรัฐบาลทหารเมียนมา

 

ในอีกด้านหนึ่ง เราคงไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงระบอบการปกครองในจีนหรือเกาหลีเหนือ เพราะระบอบการเมืองใน 2 ประเทศดังกล่าวอยู่เกินจินตนาการของทฤษฎีรัฐศาสตร์ และมีความเป็น ‘รัฐอำนาจนิยม’ เต็มรูปอย่างชัดเจน จนการเปลี่ยนผ่านที่เกิดขึ้นก็เป็นเพียง ‘การเปลี่ยนผู้นำ’ ที่ไม่มีนัยต่อระบอบ

 

ดังนั้นคงไม่แปลกอะไรเลยที่ภาวะของการเปลี่ยนผ่านที่เกิดจนเป็นกระแสโลกนับจากช่วงทศวรรษที่ 1980 เป็นต้นมาจะกลายเป็น ‘ความฝันใหญ่’ ของนักเรียนรัฐศาสตร์อย่างพวกผมที่เรียนในยุคนั้นว่า โลกกำลังก้าวสู่ ‘การปฏิวัติประชาธิปไตย’ (The Democratic Revolution) ในยุคของเราแล้ว อันส่งผลให้ ซามูเอล ฮันติงตัน นักวิชาการรัฐศาสตร์ชาวอเมริกันถึงกับเรียกปรากฏการณ์ชุดนี้ว่า ‘คลื่นประชาธิปไตยลูกที่ 3’ (The Third Wave of Democracy) ได้เกิดขึ้นแล้ว แต่กระนั้นเขาก็เตือนเสมอถึงความเปราะบางในสภาวะเช่นนี้

 

ในฐานะของการเป็นนักเรียนรัฐศาสตร์ ผมเองก็ฝันที่จะเห็นถึงบ้านตัวเอง อยากเห็นการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองที่เกิดขึ้นในไทยมีความเข้มแข็งอย่างที่เกิดในหลายประเทศ เพราะอย่างน้อยการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยในเกาหลีใต้เป็นสิ่งที่ชวนให้เรามีความฝันเช่นนั้น เนื่องจากรัฐประหารที่เป็นต้นทางของระบอบอำนาจนิยมทั้งในไทยและเกาหลีใต้เกิดขึ้นในช่วงระนาบเวลาที่ไม่แตกต่างกัน กล่าวคือ ทั้งไทยและเกาหลีใต้ล้วนมีประสบการณ์ภายใต้ ‘ระบอบทหาร’ ไม่แตกต่างกัน และระบอบทหารในเกาหลีใต้มีความต่อเนื่องอย่างมากด้วย

 

การเมืองเกาหลีใต้อยู่กับรัฐบาลทหารจากปี 1961-1987 และไม่มีรัฐประหารและกฎอัยการศึกอีกเลยเป็นเวลานานถึง 37 ปี (จากปี 1987-2024) จนถึงความพยายามที่จะประกาศใช้ในยุคปัจจุบัน แต่การเมืองของไทยอยู่กับระบอบทหารเป็นช่วงๆ และเป็นการอยู่แบบไม่จบ

 

การเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยในเกาหลีใต้จึงสามารถเป็นข้อคิดสำหรับการเปลี่ยนผ่านในไทยได้เสมอ อีกทั้งในฐานะของความเป็นนักเรียนรัฐศาสตร์แล้วยังจำได้จนถึงวันนี้ว่า วันที่สอบปิดเล่มวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกนั้น ผมถูกอาจารย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียตะวันออกในวงการ ‘เอเชียศึกษา’ ของสหรัฐอเมริกาถามว่า กองทัพไทยจะมีโอกาสเป็นอย่างกองทัพเกาหลีใต้ในกระบวนการสร้าง ‘ทหารอาชีพ’ (Professional Soldiers) หรือไม่? ผมคงไม่ต้องตอบในที่นี้นะครับ (555!)

 

ประชาธิปไตยแบบเปลี่ยนผ่าน

 

บทความนี้อาจขอเริ่มต้นด้วยข้อสังเกตว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยในเกาหลีใต้มีความยุ่งยากและความซับซ้อนอยู่พอสมควร เนื่องจากการเมืองเกาหลีใต้ส่วนหนึ่งนั้นอยู่ภายใต้เงื่อนไขของระบอบอาณานิคมญี่ปุ่นและสงครามโลกครั้งที่ 2 ฉะนั้นเมื่อสงครามโลกยุติลง สิ่งที่ตามมาอย่างมีนัยสำคัญ 3 ส่วน คือ 1. การสิ้นสุดของการยึดครองของญี่ปุ่น 2. การแบ่งประเทศออกเป็น 2 ส่วน คือ เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ และ 3. การกำเนิดของสงครามเกาหลีในปี 1950

 

การเมืองในช่วงเวลาของความผันผวนเช่นนี้จึงเอื้อให้เกิดระบอบอำนาจนิยมได้ง่าย โดยมี อีซิงมัน ประธานาธิบดีเป็นผู้นำ แต่ก็ถูกโค่นล้มจากการ ‘ปฏิวัติของนักศึกษา’ ในเดือนเมษายน 1960 จนชัยชนะครั้งนี้ดูจะเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยครั้งแรกหลังสงคราม

 

แต่การเปลี่ยนผ่านในช่วงเวลาดังกล่าวมีความเปราะบางเสมอ เพราะต่อมาในเดือนพฤษภาคม 1961 ผู้นำกองทัพก็ตัดสินใจทำรัฐประหารและจัดตั้งรัฐบาลทหารของ พัคจองฮี ประธานาธิบดี และระบอบของผู้นำทหารสืบทอดอำนาจต่อเนื่องมาอย่างยาวนานด้วยการก่อรัฐประหารอีกครั้งของ ชอนดูฮวาน ผู้นำทหาร ในเดือนธันวาคม 1979 และเป็นการใช้อำนาจของระบอบทหารปกครองอย่างเข้มงวด ดังจะเห็นได้จากการ ‘ล้อมปราบ’ ครั้งใหญ่ที่เมืองกวางจู (The Gwangju Uprising) ในเดือนพฤษภาคม 1980 ซึ่งเชื่อว่านักศึกษาและประชาชนที่เข้าร่วมการประท้วงต่อต้านรัฐบาลมากกว่า 2,000 คนเสียชีวิต และการปราบปรามครั้งนี้เป็น ‘หมุดหมาย’ สำคัญของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเกาหลีใต้

 

การล้อมปราบที่เมืองกวางจูส่งผลสืบเนื่องในทางการเมืองอย่างยาวนาน ทั้งกลายเป็น ‘ตัวเร่ง’ ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในการสร้างประชาธิปไตยของประเทศ แม้ในด้านหนึ่งจะถูกมองว่าเป็นการ ‘ก่อกบฏ’ จากการสนับสนุนของคอมมิวนิสต์เกาหลีเหนือ (ไม่ต่างจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 1976 / พ.ศ. 2519 ในไทย) แต่ผลในเชิงบวกดูจะมากกว่า เพราะเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการขับเคลื่อนของกระแสประชาธิปไตยจนกลายเป็นแรงกดดันอย่างมากต่อการดำรงอยู่ของระบอบทหาร

 

ในที่สุดนำไปสู่การส่งมอบอำนาจให้แก่รัฐบาลพลเรือนโดยชอนดูฮวานในปี 1987 อันเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยครั้งที่ 2 ที่เห็นถึงอำนาจของพลเรือนที่เข้มแข็งขึ้น เพราะอายุของการเปลี่ยนผ่านครั้งแรกยาวเพียงเดือนเมษายน 1960 – พฤษภาคม 1961 เท่านั้น ปี 1987 จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘ประชาธิปไตยภายใต้ระบอบรัฐธรรมนูญ’ (Constitutional Democracy) ของเกาหลีใต้ หรือมีนัยถึงการพาประเทศออกจากระบบทหารนั่นเอง

 

แม้การเมืองหลังการเปลี่ยนผ่านจะมีความผันผวนในตัวเองอยู่บ้าง ดังจะเห็นได้ว่าจากปี 1987-2001 นั้น อำนาจอยู่ในมือของประธานาธิบดี 3 คน คือ โรแทวู คิมยองซัม และ คิมแดจอง แต่ก็เห็นได้ชัดว่าการเมืองเกาหลีใต้ไม่ถอยกลับไปสู่การรัฐประหารและการจัดตั้งรัฐบาลอำนาจนิยม

 

นอกจากนี้ การเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกในปี 1988 เป็นภาพสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยที่กำลังเดินไปข้างหน้าและเป็น ‘ภาพแทนใหม่’ ของเกาหลีใต้บนเวทีโลก ไม่ใช่ภาพที่เป็นระบอบทหารที่ล้าหลังในแบบเดิม และยังเห็นถึงความพยายามในการปฏิรูปการเมือง เพื่อลดทอนความเป็น ‘การเมืองชนชั้นนำ’ ในการควบคุมพรรคและระบบการเมืองของประเทศลง และเปิดโอกาสให้การเมืองขยับตัวไปสู่ ‘การเมืองประชาชน’ มากขึ้น

 

ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม

 

ในทางทฤษฎี ‘เปลี่ยนผ่านวิทยา’ (Transitology) จึงถือได้ว่าการเมืองเกาหลีใต้ก้าวเข้าสู่ช่วงของ ‘การสร้างความเข้มแข็งของประชาธิปไตย’ (Democratic Consolidation) หรือการเมืองแบบการเลือกตั้ง ถือเป็นแบบแผนหลักของการต่อสู้เพื่อให้ได้อำนาจรัฐ หรือที่กล่าวเชิงภาพลักษณ์ว่า อำนาจทางการเมืองได้มาจากบัตรเลือกตั้ง (Ballot Box) ไม่ใช่ได้มาด้วยดาบปลายปืน (Bayonet)

 

ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า การเมืองเกาหลีใต้หลังจากปี 2001-2002 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนั้นเห็นถึงความเข้มแข็งของความเป็น ‘ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม’ (Participatory Democracy) ที่มีปัจจัยคู่ขนานคือการขยายตัวของการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น สื่อสังคมออนไลน์ ที่ทำให้การมีส่วนร่วมของคนในสังคมมีมากขึ้น พร้อมกันนั้นก็เห็นถึงการเปิดโอกาสให้เกิดการชุมนุมในที่สาธารณะ อันมีนัยถึงการลดทอนอำนาจของกลุ่มชนชั้นนำเดิมที่กุมอำนาจทางการเมืองมาอย่างยาวนาน

 

สภาวะเช่นนี้เป็นคำตอบในตัวเองว่า สังคมการเมืองเกาหลีใต้ที่ผ่านกระบวนการประชาธิปไตยมายาวพอสมควรนั้น จึงไม่ง่ายเลยที่จะถอยกลับไปสู่การเมืองแบบเก่าที่มีความเป็นอำนาจนิยม อย่างน้อยสังคมพลเรือนเกาหลีใต้ (Civil Society) คงไม่ตอบรับกับการเมืองเช่นนั้น หรือในอีกด้านหนึ่ง ผู้นำกองทัพเกาหลีใต้ห่างเหินจากรัฐประหารมานาน จนอาจไม่มีชุดความคิดดังกล่าวหลงเหลืออยู่

 

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าเกาหลีใต้เป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ทั้งในเรื่องของการสร้างความเป็นสมัยใหม่ (Modernization) และการสร้างอุตสาหกรรม (Industrialization) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างเศรษฐกิจการเมืองแบบเสรีนิยม ความสำเร็จดังกล่าวนำไปสู่การขยายตัวของความเป็นเมือง (Urbanization) ที่มาคู่ขนานกับการขยายปริมาณของ ‘ชนชั้นกลาง’ ในประเทศ และเป็นชนชั้นกลางที่มีความมั่งคั่งมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และกลายเป็นพลังทางการเมืองที่สำคัญ จนอาจต้องถือว่าเกาหลีใต้วันนี้เป็น ‘ประเทศพัฒนาแล้ว’ ไม่ใช่ ‘ประเทศกำลังพัฒนา’ แบบในยุคสงครามเย็น

 

การขยายตัวและความเติบโตของเศรษฐกิจเสรี (Liberal Economy) คู่ขนานกับการเมืองเลือกตั้ง (Electoral Politics) ในบริบทของเกาหลีใต้เช่นนี้ ทำให้ผู้คนในสังคมไม่มีความจำเป็นต้องถวิลหาระบอบการเมืองเก่าที่เป็นอำนาจนิยม แม้จะมีเกาหลีเหนือเป็นภัยคุกคามที่สำคัญด้านความมั่นคง แต่กองทัพเกาหลีใต้ที่ได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากสหรัฐฯ และมีความเป็นทหารอาชีพอย่างมากนั้น ช่วยให้สังคมเกาหลีใต้มั่นใจได้ว่า พวกเขาไม่จำเป็นต้องเรียกร้องหาระบอบทหารเช่นในอดีตอีกแต่อย่างใด

 

ดังได้กล่าวมาแล้วว่า การเมืองเกาหลีใต้อาจมีปัญหา ไม่แตกต่างจากการเมืองในหลายประเทศ แต่อย่างน้อยอาจกล่าวได้ว่า โอกาสที่จะกลับสู่ระบอบอำนาจนิยมน่าจะเป็นไปได้ยากแล้ว แม้ในอีกด้าน การเมืองเกาหลีใต้จะเต็มไปด้วยการประท้วง การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลล้วนมี ‘การเมืองบนถนน’ เป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องด้วยเสมอ ซึ่งต้องถือเป็นด้านที่ก้าวหน้าของการเมืองเกาหลีใต้ เพราะการประท้วงเหล่านี้ไม่ถูกนำไปสร้างเงื่อนไขให้เกิดการรัฐประหารอีกแต่อย่างใด

 

ประวัติศาสตร์เกือบพลิก!

 

ในขณะที่ประชาธิปไตยกำลังก้าวเดินไปข้างหน้านั้น ถ้าถามว่า ‘นักเปลี่ยนผ่านวิทยา’ กังวลเรื่องอะไร คำตอบอาจคล้ายคลึงกันคือ กลัวประชาธิปไตยเกาหลีใต้จะหันไปสู่ความเป็น ‘ประชานิยมปีกขวา’ (Right- wing Populism) ดังเช่นที่เกิดในหลายประเทศในตะวันตก

 

แต่แล้วก็มีความพยายามที่จะทำให้การเมืองหมุนกลับ ในวันที่ 3 ธันวาคม 2024 เวลา 22.24 น. ยุนซอกยอล ประธานาธิบดีตัดสินใจประกาศกฎอัยการศึก ประชาชนและพรรคการเมืองต่างๆ ล้วนตกใจกับคำประกาศดังกล่าว เพราะเป็นสัญญาณถึงความพยายามที่จะ ‘พลิกหน้าประวัติศาสตร์’ กลับสู่ระบอบอำนาจนิยม แม้จะไม่ใช่ผู้นำทหารในแบบเก่า

 

อย่างไรก็ตาม เราได้เห็นถึงความเข้มแข็งของการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยของเกาหลีใต้ ภายในเวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง สมาชิกรัฐสภา 190 ใน 300 คน ออกเสียงคัดค้าน และประธานาธิบดียอมรับว่า เขาแพ้มติในสภาในเรื่องนี้ จึงถอนคำประกาศกฎอัยการศึกออก (คณะรัฐมนตรีไม่มีหน้าที่ประกาศรับรองหรือไม่รับรองการประกาศกฎอัยการศึกของประธานาธิบดี หน้าที่นี้เป็นอำนาจของรัฐสภา) และมีการเคลื่อนย้ายกำลังทหารเข้าควบคุมพื้นที่ของรัฐสภา เพื่อป้องกันไม่ให้สมาชิกรัฐสภาเข้าไปในรัฐสภาได้ อันจะทำให้ภาวะการบังคับใช้กฎอัยการศึกเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ

 

แน่นอนว่าทุกฝ่ายมองว่าประธานาธิบดีไม่ควรตัดสินใจประกาศกฎอัยการศึก แต่ในมุมหนึ่งการตัดสินใจดังกล่าวถูกอธิบายจากปัญหาการเมือง ดังนี้

 

  1. การลดลงอย่างรวดเร็วของเสียงสนับสนุนต่อประธานาธิบดีในระดับประเทศ
  2. การถดถอยของอิทธิพลและอำนาจของประธานาธิบดีในพรรคของเขา และอาจทำให้ต้องลาออก
  3. การต่อสู้และความขัดแย้งทางการเมืองในระบบการเมือง (ปัญหานี้มีแนวโน้มว่าอาจปะทุมากขึ้นในต้นปี 2025)
  4. ปัญหาภัยคุกคามของเกาหลีเหนือ โดยเฉพาะการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ และการส่งกำลังพลเข้าไปรบในสงครามยูเครน

 

ด้วยปัญหาทั้ง 4 ประการดังกล่าว ทำให้เชื่อว่ายุนตัดสินใจเลือกแนวทางการแก้ปัญหาด้วยการประกาศกฎอัยการศึก และน่าสนใจว่าสุดท้ายแล้วปัญหาที่เกิดจากการประกาศนี้ถูกควบคุมไม่ให้ขยายตัวจนเป็น ‘วิกฤตการเมือง’ ได้อย่างทันท่วงที ดังได้กล่าวแล้วว่า อายุของกฎอัยการศึกยาวนานเพียง 3 ชั่วโมง และกลไกของระบบรัฐสภาก็สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ การเปลี่ยนผ่านเกือบจะต้องสะดุดลงจากการประกาศของยุนในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม แม้จะหยุดยั้งการใช้กฎอัยการศึกได้ แต่ผลสืบเนื่องจะมีปัญหาตามมาอย่างแน่นอน ทั้งยังจะส่งผลให้การต่อสู้ทางการเมืองนับจากนี้มีความเข้มข้นมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

นอกจากนี้ ท่ามกลางการต่อสู้ทางการเมืองหลังจากความล้มเหลวของการประกาศกฎอัยการศึก เราไม่อาจละเลย ‘ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์’ (Geopolitical Factors) ที่เป็นประเด็นสำคัญในการเมืองและความมั่นคงของเกาหลีใต้ได้เลย เพราะไม่ว่าการเมืองเกาหลีใต้จะไปในทิศทางใด ภัยคุกคามทางทหารจากเกาหลีเหนือจะคงดำรงอยู่อย่างมีนัยสำคัญและเป็นปัจจัยที่ผู้นำรัฐบาลเกาหลีใต้ทุกคนต้องเผชิญ

 

ความท้าทาย

 

สิ่งที่รอยุนอยู่เบื้องหน้าคือแรงกดดันทางการเมือง ทั้งจากพรรคของตนเอง (People Power Party หรืออาจเรียกในชื่อไทยคือพรรคพลังประชาชน และมีสถานะเป็นพรรคอนุรักษนิยม) แนวร่วมของพรรคฝ่ายค้าน และสำคัญคือเสียงเรียกร้องจากสังคม

 

ดังนั้นไม่ว่าเขาจะอยู่รอดหรือไม่ในทางการเมือง แต่ต้องยอมรับว่าอำนาจและอิทธิพลทางการเมืองของยุนมาถึงจุดต่ำสุดแล้วและไม่น่าจะถอยกลับไปเป็นอื่น และพรรคอาจต้อง ‘เท’ เขา เนื่องจากจะต้องเตรียมหาบุคคลที่เหมาะสมสำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะเกิดขึ้นในต้นปี 2027 ซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้พรรคพลังประชาชนน่าจะต้องกดดันให้เขาออกไปจากพรรค เพื่อจะไม่เป็นภาระทางการเมืองในอนาคต

 

ในภาวะเช่นนี้จึงน่าสนใจอย่างมากว่า จากนี้ไปอะไรจะเกิดกับยุน เท่าๆ กับจากนี้ต่อไปอะไรจะเกิดกับการเมืองเกาหลีใต้ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นนี้จะส่งผลอย่างไรกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะเกิดขึ้นในปี 2027

 

ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยของเกาหลีใต้นับจากปี 1987 เป็นต้นมากำลังเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยที่หลากหลายเป็นอย่างยิ่ง!

 

ภาพ: Kim Kyung Hoon / Reuters

The post เส้นทางประชาธิปไตยเกาหลีใต้: การมีส่วนร่วม การประท้วง และการเปลี่ยนผ่าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อดีต รมว.กลาโหมเกาหลีใต้โดนจับเซ่นปมประกาศอัยการศึก ขณะประชาชนประท้วงต่อเนื่อง https://thestandard.co/ex-defense-minister-arrested-martial-law-protests/ Sun, 08 Dec 2024 12:28:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1017371 อดีต รมว.กลาโหมเกาหลีใต้โดนจับเซ่นปมประกาศอัยการศึก ขณะประชาชนประท้วงต่อเนื่อง

ชาวเกาหลีใต้ยังคงเดินหน้าประท้วงถอดถอน ยุนซอกยอล ประธาน […]

The post อดีต รมว.กลาโหมเกาหลีใต้โดนจับเซ่นปมประกาศอัยการศึก ขณะประชาชนประท้วงต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อดีต รมว.กลาโหมเกาหลีใต้โดนจับเซ่นปมประกาศอัยการศึก ขณะประชาชนประท้วงต่อเนื่อง

ชาวเกาหลีใต้ยังคงเดินหน้าประท้วงถอดถอน ยุนซอกยอล ประธานาธิบดี ต่อเนื่องในวันนี้ (8 ธันวาคม) ขณะสำนักข่าว Yonhap รายงานว่า ยุนถูกตั้งข้อหาเป็นผู้ต้องสงสัยในข้อหาเป็นกบฏ ตามคำกล่าวของอัยการ

 

ปาร์คเซฮยอน หัวหน้าสำนักงานสอบสวนพิเศษกรณีการประกาศกฎอัยการศึกของยุนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กล่าวว่า “มีการยื่นเรื่องร้องเรียนจำนวนมาก และขณะนี้การสอบสวนกำลังดำเนินการตามกระบวนการ” อีกทั้งยังกล่าวด้วยว่า อัยการกำลังสอบสวนข้อกล่าวหากบฏและละเมิดอำนาจของยุน

 

ขณะเดียวกัน ช่วงเช้าวันนี้ อัยการเกาหลีใต้ได้จับกุม คิมยองฮยอน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หลังถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการประกาศกฎอัยการศึกของยุน โดยสำนักข่าว Reuters อ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงและเอกสารยื่นฟ้องถอดถอนว่า คิมคือผู้ที่เสนอแนะให้ยุนประกาศกฎอัยการศึก ซึ่งภายหลังจับกุมตัวเจ้าหน้าที่ได้ยึดโทรศัพท์มือถือของคิมและบุกตรวจค้นสำนักงานของเขาด้วย

 

สำหรับบรรยากาศการประท้วงในวันนี้ ประชาชนหลายพันคนยังคงปักหลักอยู่หน้าอาคารรัฐสภาในกรุงโซล เรียกร้องให้ถอดถอนยุนจากตำแหน่ง รวมถึงอยากให้มีการดำเนินคดีกับยุนและยุบพรรครัฐบาลของเขาด้วย ซึ่งถึงแม้อากาศจะหนาวเหน็บ แต่ผู้คนยังคงสู้ไม่ถอย หลายคนทำภาพหรือหุ่นล้อเลียนยุน ขณะที่บางคนพาสุนัขคู่ใจใส่เสื้อ ‘ถอดถอน’ มาร่วมชุมนุมด้วย

 

ย้อนกลับไปวานนี้ (7 ธันวาคม) ยุนรอดจากการลงมติถอดถอนจากตำแหน่งประธานาธิบดี หลังสมาชิกพรรค People Power Party (PPP) ของเขาตัดสินใจคว่ำบาตรการประชุม โดยสมาชิกสภาหลายคนเดินออกจากห้องประชุมก่อนการลงมติ ทำให้จำนวนสมาชิกสภาที่เข้าร่วมการประชุมมีไม่ถึง 200 คน ซึ่งเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำที่จำเป็นสำหรับการลงมติถอดถอนให้มีผลสมบูรณ์

 

แต่ถึงเช่นนั้น ฮันดงฮุน หัวหน้าพรรค PPP กล่าวว่า ยุนจะถูกตัดออกจากการปฏิบัติหน้าที่ ก่อนที่จะลาออกในที่สุด

 

อ้างอิง:

 

อดีต รมว.กลาโหมเกาหลีใต้โดนจับเซ่นปมประกาศอัยการศึก ขณะประชาชนประท้วงต่อเนื่อง

อดีต รมว.กลาโหมเกาหลีใต้โดนจับเซ่นปมประกาศอัยการศึก ขณะประชาชนประท้วงต่อเนื่อง

อดีต รมว.กลาโหมเกาหลีใต้โดนจับเซ่นปมประกาศอัยการศึก ขณะประชาชนประท้วงต่อเนื่อง

อดีต รมว.กลาโหมเกาหลีใต้โดนจับเซ่นปมประกาศอัยการศึก ขณะประชาชนประท้วงต่อเนื่อง

อดีต รมว.กลาโหมเกาหลีใต้โดนจับเซ่นปมประกาศอัยการศึก ขณะประชาชนประท้วงต่อเนื่อง

The post อดีต รมว.กลาโหมเกาหลีใต้โดนจับเซ่นปมประกาศอัยการศึก ขณะประชาชนประท้วงต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชาวเกาหลีใต้หลายหมื่นคนประท้วงท่ามกลางความหนาว เรียกร้องให้สภาลงมติถอดถอนยุนซอกยอล https://thestandard.co/south-korea-protests-call-for-impeachment-yoon/ Sat, 07 Dec 2024 12:15:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1017117 ชาวเกาหลีใต้หลายหมื่นคนประท้วงท่ามกลางความหนาว เรียกร้องให้สภาลงมติถอดถอนยุนซอกยอล

ผู้ชุมนุมจำนวนมากยังคงหลั่งไหลมาที่ถนนด้านหน้ารัฐสภาเกา […]

The post ชาวเกาหลีใต้หลายหมื่นคนประท้วงท่ามกลางความหนาว เรียกร้องให้สภาลงมติถอดถอนยุนซอกยอล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชาวเกาหลีใต้หลายหมื่นคนประท้วงท่ามกลางความหนาว เรียกร้องให้สภาลงมติถอดถอนยุนซอกยอล

ผู้ชุมนุมจำนวนมากยังคงหลั่งไหลมาที่ถนนด้านหน้ารัฐสภาเกาหลีใต้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มมาตรการควบคุมเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย การชุมนุมครั้งใหญ่เกิดขึ้นใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน ซึ่งก่อนหน้านี้เกิดความแออัดอย่างหนักที่ทางออกสถานี เนื่องจากผู้คนเดินทางมาสมทบการประท้วงเป็นจำนวนมากจนทางการต้องตัดสินใจปิดสถานี

 

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจวางแนวคุมพื้นที่ตามจุดสำคัญ พร้อมตีเส้นทางเดินเอาไว้ด้วยเทปกั้นเพื่อควบคุมฝูงชน ขณะที่บนถนนหลักที่ถูกปิดล้อม ผู้ชุมนุมนั่งเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ มีข้อความแจ้งเตือนเกี่ยวกับสถานการณ์ฝูงชนปรากฏขึ้นเป็นระยะบนโทรศัพท์มือถือของประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุโศกนาฏกรรมซ้ำรอยเหมือนเหตุการณ์วันฮาโลวีน ที่ผู้คนเบียดเสียดกันจนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในย่านอิแทวอนเมื่อสองปีก่อน

 

บริเวณหน้ารัฐสภา เสียงของผู้ปราศรัยดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการอ่านรายชื่อสมาชิกรัฐสภาจากพรรคพลังประชาชน (People Power Party: PPP) ทีละชื่อ ซึ่งฝูงชนพากันตะโกนว่า “กลับเข้าไปในสภาและร่วมลงคะแนนเสียง!” หลังจากที่ชื่อของแต่ละคนถูกประกาศ

 

อย่างไรก็ตาม ด้วยความเป็นไปได้ที่ญัตติการถอดถอนอาจไม่ถูกนำไปลงมติ ทำให้ผู้ชุมนุมรู้สึกผิดหวังอย่างมาก ขณะที่อากาศเริ่มหนาวเย็นลง บางคนทยอยเดินทางกลับ แต่ก็ยังมีอีกจำนวนมากที่ปักหลักอยู่

 

ภาพ: Reuters

 

อ้างอิง:

 

ชาวเกาหลีใต้หลายหมื่นคนประท้วงท่ามกลางความหนาว เรียกร้องให้สภาลงมติถอดถอนยุนซอกยอล

ชาวเกาหลีใต้หลายหมื่นคนประท้วงท่ามกลางความหนาว เรียกร้องให้สภาลงมติถอดถอนยุนซอกยอล

ชาวเกาหลีใต้หลายหมื่นคนประท้วงท่ามกลางความหนาว เรียกร้องให้สภาลงมติถอดถอนยุนซอกยอล

ชาวเกาหลีใต้หลายหมื่นคนประท้วงท่ามกลางความหนาว เรียกร้องให้สภาลงมติถอดถอนยุนซอกยอล

ชาวเกาหลีใต้หลายหมื่นคนประท้วงท่ามกลางความหนาว เรียกร้องให้สภาลงมติถอดถอนยุนซอกยอล

The post ชาวเกาหลีใต้หลายหมื่นคนประท้วงท่ามกลางความหนาว เรียกร้องให้สภาลงมติถอดถอนยุนซอกยอล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยุนซอกยอลรอดลงมติถอดถอน หลังสมาชิกพรรครัฐบาลเดินออกจากห้องประชุม https://thestandard.co/yoon-survives-impeachment-vote/ Sat, 07 Dec 2024 11:54:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1017100 ยุนซอกยอลรอดลงมติถอดถอน หลังสมาชิกพรรครัฐบาลเดินออกจากห้องประชุม

ญัตติการถอดถอน ยุนซอกยอล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ นำไปสู่ก […]

The post ยุนซอกยอลรอดลงมติถอดถอน หลังสมาชิกพรรครัฐบาลเดินออกจากห้องประชุม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยุนซอกยอลรอดลงมติถอดถอน หลังสมาชิกพรรครัฐบาลเดินออกจากห้องประชุม

ญัตติการถอดถอน ยุนซอกยอล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ นำไปสู่การลงมติโดยพรรคพลังประชาชน (People Power Party: PPP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของเขาที่ประกาศว่าจะคัดค้านญัตตินี้ ตามรายงานของ Yonhap พรรคฝ่ายค้านซึ่งมีเสียงข้างมากในรัฐสภา ต้องรวบรวมคะแนนเสียงจากสมาชิกพรรครัฐบาลอย่างน้อย 8 เสียงที่จำเป็นสำหรับการถอดถอนยุน

 

ในขณะที่สมาชิกพรรค PPP ยังคงมีความเห็นที่แตกแยกเกี่ยวกับการลงมติครั้งนี้ โดย ฮันดงฮุน หัวหน้าพรรค กล่าวเมื่อวานนี้ (6 ธันวาคม) ว่าได้เรียกร้องให้พักงานยุน โดยกล่าวว่ายุนเป็น “ภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวง” ต่อประชาธิปไตย หากยังคงอยู่ในอำนาจ แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะยืนยันว่าพรรคของเขาจะไม่สนับสนุนญัตติถอดถอนจากฝ่ายค้านก็ตาม

 

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้สมาชิกอาวุโสของพรรค PPP ยืนยันว่าจุดยืนอย่างเป็นทางการของพรรคยังคงไม่เปลี่ยนแปลง คือการคัดค้านญัตติถอดถอน

 

ในขณะเดียวกัน มีรายงานจากสื่อท้องถิ่นของเกาหลีใต้ว่า ประชาชนจำนวนมากส่งข้อความจำนวนมหาศาลไปยังสมาชิกพรรค PPP เพื่อกดดันให้พวกเขาลงมติสนับสนุนการถอดถอนยุน ซึ่ง ชินซองบอม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง ได้รับข้อความมากกว่า 4,000 ข้อความทางเฟซบุ๊ก ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ The Chosun Daily

 

ขณะที่การลงคะแนนเสียงซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นวันนี้ มีการลงมติในร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ คิมกอนฮี ภริยาประธานาธิบดี ก่อนที่จะมีการลงมติในญัตติถอดถอน

 

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด CNN รายงานว่า ยุนดูเหมือนจะรอดพ้นจากการลงมติถอดถอนในรัฐสภาแล้ว หลังจากสมาชิกพรรค PPP ของเขาตัดสินใจคว่ำบาตรการประชุม โดยสมาชิกสภาหลายคนเดินออกจากห้องประชุมก่อนการลงมติ เหลือเพียงสมาชิก 2 คนที่ยังอยู่ภายใน หนึ่งในนั้นคือ อันชอลซู สมาชิกพรรค PPP ที่ประกาศต่อสาธารณชนว่าเขาจะสนับสนุนญัตติถอดถอนยุน แต่สุดท้ายการลงมติถอดถอนนี้ไม่เป็นผลสำเร็จ เนื่องจากจำนวนสมาชิกสภาที่เข้าร่วมการประชุมมีไม่ถึง 200 คน ซึ่งเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำที่จำเป็นสำหรับการลงมติถอดถอนให้มีผลสมบูรณ์

 

ส่วนนอกห้องประชุมใหญ่ เสียงของสมาชิกฝ่ายค้านดังขึ้นอย่างชัดเจน พวกเขาตะโกนเรียกร้องให้สมาชิกพรรค PPP ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลกลับเข้ามาในห้องประชุม และบางคนถึงกับกล่าวหาว่าพวกเขาเป็น “พวกขี้ขลาด”

 

แม้ว่าการลงคะแนนจะดำเนินต่อไป แต่ก็ถือว่าไม่มีผลใดๆ เพราะไม่สามารถรวบรวมเสียงได้เพียงพอสำหรับการผ่านญัตติถอดถอน โดยมีสมาชิกสภาน้อยกว่า 2 ใน 3 ที่ยังคงอยู่ในห้องประชุม

 

ทั้งนี้ หากญัตตินี้ล้มเหลวตามคาดการณ์ วันถัดไปที่สามารถยื่นลงมติถอดถอนใหม่ได้คือวันพุธที่ 11 ธันวาคมนี้

 

ภาพ: JEON HEON-KYUN / Pool via Reuters

 

อ้างอิง:

 

The post ยุนซอกยอลรอดลงมติถอดถอน หลังสมาชิกพรรครัฐบาลเดินออกจากห้องประชุม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เกิดอะไรขึ้นที่เกาหลีใต้ ทำไมประธานาธิบดีต้องประกาศกฎอัยการศึก | DECODING THE WORLD #12 https://thestandard.co/decoding-the-world-12-3/ Fri, 06 Dec 2024 07:32:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1016591 เกิดอะไรขึ้นที่เกาหลีใต้ ทำไมประธานาธิบดีต้องประกาศกฎอัยการศึก | DECODING THE WORLD #12

ประธานาธิบดี ยุนซอกยอล ช็อกคนเกาหลีใต้ทั้งประเทศและผู้ค […]

The post ชมคลิป: เกิดอะไรขึ้นที่เกาหลีใต้ ทำไมประธานาธิบดีต้องประกาศกฎอัยการศึก | DECODING THE WORLD #12 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกิดอะไรขึ้นที่เกาหลีใต้ ทำไมประธานาธิบดีต้องประกาศกฎอัยการศึก | DECODING THE WORLD #12

ประธานาธิบดี ยุนซอกยอล ช็อกคนเกาหลีใต้ทั้งประเทศและผู้คนทั่วโลกด้วยการประกาศกฎอัยการศึกในช่วงกลางดึกวันที่ 3 ธันวาคม จนเกิดความกังวลว่าจะสั่นคลอนระบอบประชาธิปไตยของเกาหลีใต้

 

แต่ไม่กี่ชั่วโมงถัดมา รัฐสภาเกาหลีใต้ประชุมฉุกเฉินและลงมติยกเลิกประกาศของประธานาธิบดี ทำให้สถานการณ์ดูเหมือนจะกลับคืนสู่ความปกติอีกครั้ง

 

เกิดอะไรขึ้นที่เกาหลีใต้ ทำไมประธานาธิบดีถึงตัดสินใจประกาศกฎอัยการศึกเป็นครั้งแรกในรอบ 45 ปี อนาคตของยุนซอกยอลและประชาธิปไตยในเกาหลีใต้หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ร่วมถอดรหัสบททดสอบที่ท้าทายประชาธิปไตยเกาหลีใต้มากที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1980 ไปพร้อมกันใน DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก

 

The post ชมคลิป: เกิดอะไรขึ้นที่เกาหลีใต้ ทำไมประธานาธิบดีต้องประกาศกฎอัยการศึก | DECODING THE WORLD #12 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ประกาศกฎอัยการศึก ได้คุ้มเสียหรือไม่? | DECODING THE WORLD Highlight https://thestandard.co/decoding-the-world-12-2/ Wed, 04 Dec 2024 13:49:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1016135 ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ประกาศกฎอัยการศึก ได้คุ้มเสียหรือไม่?

ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ตัดสินใจยกเลิกกฎอัยการศึก หลังประก […]

The post ชมคลิป: ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ประกาศกฎอัยการศึก ได้คุ้มเสียหรือไม่? | DECODING THE WORLD Highlight appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ประกาศกฎอัยการศึก ได้คุ้มเสียหรือไม่?

ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ตัดสินใจยกเลิกกฎอัยการศึก หลังประกาศไปแล้วเพียงไม่กี่ชั่วโมง ตามมติเสียงข้างมากของรัฐสภา การกระทำดังกล่าวได้คุ้มเสียหรือไม่ ฉากทัศน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อจากนี้คืออะไร ร่วมหาคำตอบผ่านการพูดคุยกับ ดร.ไพบูลย์ ปีตะเสน ผู้เชี่ยวชาญเกาหลีศึกษา ในรายการ DECODING THE WORLD: ถอดรหัสโลก

 

รับชมคลิปตัวเต็มได้ที่

เกิดอะไรขึ้นที่เกาหลีใต้ ทำไมประธานาธิบดียุนซอกยอลต้องประกาศกฎอัยการศึก | DECODING THE WORLD #12

The post ชมคลิป: ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ประกาศกฎอัยการศึก ได้คุ้มเสียหรือไม่? | DECODING THE WORLD Highlight appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: การเมืองเกาหลีใต้สะเทือน กฎอัยการศึกชั่วข้ามคืน บททดสอบประชาธิปไตย? | NEWS DIGEST https://thestandard.co/news-digest-04122024/ Wed, 04 Dec 2024 13:35:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1016131 กฎอัยการศึกยุนซอกยอล เกาหลีใต้

ค่ำคืนที่ผ่านมาการเมืองเกาหลีใต้วุ่นวายอย่างมาก กลายเป็ […]

The post ชมคลิป: การเมืองเกาหลีใต้สะเทือน กฎอัยการศึกชั่วข้ามคืน บททดสอบประชาธิปไตย? | NEWS DIGEST appeared first on THE STANDARD.

]]>
กฎอัยการศึกยุนซอกยอล เกาหลีใต้

ค่ำคืนที่ผ่านมาการเมืองเกาหลีใต้วุ่นวายอย่างมาก กลายเป็นข่าวใหญ่โตไปทั่วโลก เมื่อประธานาธิบดียุนซอกยอลออกมาประกาศกฎอัยการศึกฉุกเฉิน ก่อนที่รัฐสภาจะพยายามเปิดประชุมสภาและล้มคำสั่งนี้ได้ในที่สุด สิ่งนี้นำมาซึ่งความตกใจและความไม่พอใจของประชาชน เพราะนับเป็นครั้งแรกในรอบ 45 ปีที่เกาหลีใต้มีการประกาศกฎอัยการศึกเช่นนี้

 

News Digest วันนี้จะเรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ พร้อมบทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญถึงทิศทางการเมืองในเกาหลีใต้ อนาคตของประธานาธิบดียุนซอกยอล

The post ชมคลิป: การเมืองเกาหลีใต้สะเทือน กฎอัยการศึกชั่วข้ามคืน บททดสอบประชาธิปไตย? | NEWS DIGEST appeared first on THE STANDARD.

]]>