ระดมทุน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ระดมทุน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 09 Mar 2026 03:51:33 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 KXVC แจงปมอดีตผู้บริหาร ‘กัมปนาท’ พ้นสภาพพนักงานตั้งแต่ 31 มี.ค. 68 ระบุได้ออกแถลงการณ์แจ้งทันทีตั้งแต่ที่มีประกาศ https://thestandard.co/kxvc-kampanath-ex-executive-terminated-fraud/ Mon, 09 Mar 2026 03:51:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1185651 โลโก้ KXVC และแถลงการณ์ชี้แจงกรณีอดีตผู้บริหาร กัมปนาท วิมลโนท พ้นสภาพพนักงาน

KX Venture Capital (KXVC) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ KBTG กล […]

The post KXVC แจงปมอดีตผู้บริหาร ‘กัมปนาท’ พ้นสภาพพนักงานตั้งแต่ 31 มี.ค. 68 ระบุได้ออกแถลงการณ์แจ้งทันทีตั้งแต่ที่มีประกาศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลโก้ KXVC และแถลงการณ์ชี้แจงกรณีอดีตผู้บริหาร กัมปนาท วิมลโนท พ้นสภาพพนักงาน

KX Venture Capital (KXVC) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ KBTG กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีของธนาคารกสิกรไทย ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีของ กัมปนาท วิมลโนท หรือ จอม อดีตผู้บริหารของบริษัท โดยยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวได้พ้นจากการเป็นพนักงานของบริษัท (Ceased to be an employee of the Company) ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2568

 

ตัวแทนฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ KXVC ได้ชี้แจงถึงประเด็นที่บริษัทดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ว่า แม้ KXVC จะไม่ได้เป็นผู้เสียหายโดยตรงในแง่ของการสูญเสียทรัพย์สิน แต่สาเหตุหลักที่ต้องดำเนินคดีทางกฎหมาย เป็นเพราะอดีตพนักงานรายนี้ได้นำชื่อของ KXVC ไปแอบอ้างเพื่อใช้ในการหลอกลวง ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงขององค์กรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำส่วนบุคคลที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับทางบริษัท

 

เพื่อความโปร่งใสและป้องกันไม่ให้นักลงทุนหรือบุคคลภายนอกตกเป็นเหยื่อ ทางบริษัทได้ดำเนินการสื่อสารอย่างต่อเนื่องตามลำดับเหตุการณ์ ดังนี้

 

  • 31 มีนาคม 2568 ออกแถลงการณ์แจ้งว่า กัมปนาท วิมลโนท พ้นสภาพจากการเป็นพนักงานอย่างเป็นทางการ โดยฝ่ายประชาสัมพันธ์ได้มีการอัปเดตข้อมูล รวมถึงประกาศแต่งตั้งผู้รักษาการแทนในตำแหน่งดังกล่าว

 

โดยบริษัทได้ขึ้นประกาศแจ้งเตือนและสถานะของนายกัมปนาท ไว้บนหน้าแรกของเว็บไซต์ทางการ (kxvc.tech) เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาค้นหาข้อมูลได้รับทราบ

 

โลโก้ KXVC และแถลงการณ์ชี้แจงกรณีอดีตผู้บริหาร กัมปนาท วิมลโนท พ้นสภาพพนักงาน 1

 

  • ช่วงปลายปี 2568 ได้ตัดสินใจออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ (Official Statement) ผ่านแพลตฟอร์ม LinkedIn เพิ่มเติม เนื่องจากบริษัทไม่มีเพจ Facebook เพื่อขยายวงการรับรู้และเตือนภัยให้ครอบคลุมยิ่งขึ้นหลังจากบริษัทเริ่มสังเกตเห็นว่ามีผู้เสียหายจำนวนมากขึ้นติดต่อเข้ามาสอบถามเกี่ยวกับบุคคลดังกล่าว และพบว่าหลายคนอาจไม่ได้เข้าไปตรวจสอบข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์หลัก

 

บริษัทย้ำเตือนว่า KXVC ไม่มีนโยบายในการระดมทุนจากบุคคลภายนอกโดยให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของผู้บริหารหรือพนักงานในทุกกรณี การแอบอ้างเพื่อระดมทุนใดๆ ที่เข้าข่ายลักษณะดังกล่าว ถือเป็นการหลอกลวง

 

โลโก้ KXVC และแถลงการณ์ชี้แจงกรณีอดีตผู้บริหาร กัมปนาท วิมลโนท พ้นสภาพพนักงาน 2โลโก้ KXVC และแถลงการณ์ชี้แจงกรณีอดีตผู้บริหาร กัมปนาท วิมลโนท พ้นสภาพพนักงาน 3

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเรื่องดังกล่าวได้เข้าสู่ขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว โดยมีทีมงานเฉพาะของบริษัทเป็นผู้ดูแลและติดตามร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง KXVC ยืนยันว่าได้พยายามให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายในทุกๆ ด้านอย่างเต็มที่เท่าที่บริษัทจะสามารถทำได้

The post KXVC แจงปมอดีตผู้บริหาร ‘กัมปนาท’ พ้นสภาพพนักงานตั้งแต่ 31 มี.ค. 68 ระบุได้ออกแถลงการณ์แจ้งทันทีตั้งแต่ที่มีประกาศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้สร้างซีรีส์ Euphoria บริจาคเงินเกือบ 1 ล้านบาทให้แคมเปญระดมทุนสำหรับลูกสาวสองคนของ Eric Dane https://thestandard.co/sam-levinson-donates-eric-dane-gofundme/ Tue, 24 Feb 2026 00:52:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1181087 ภาพนักแสดง Eric Dane ในบทบาท Cal Jacobs จากซีรีส์ Euphoria

Sam Levinson ผู้สร้างซีรีส์ Euphoria มอบเงินจำนวน 27,00 […]

The post ผู้สร้างซีรีส์ Euphoria บริจาคเงินเกือบ 1 ล้านบาทให้แคมเปญระดมทุนสำหรับลูกสาวสองคนของ Eric Dane appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพนักแสดง Eric Dane ในบทบาท Cal Jacobs จากซีรีส์ Euphoria

Sam Levinson ผู้สร้างซีรีส์ Euphoria มอบเงินจำนวน 27,000 ดอลลาร์ หรือราวๆ 837,000 บาท ให้กับแคมเปญระดมทุนในแพลตฟอร์ม GoFundMe ของ Eric Dane นักแสดงผู้รับบทเป็น Cal Jacobs หนึ่งในตัวละครสำคัญของเรื่อง หลังจากที่เขาเสียชีวิตด้วยโรค ALS หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงในวัย 53 ปี

 

แคมเปญดังกล่าวนี้ได้รับการก่อตั้งโดย Mike McGuiness เพื่อนสนิทของ Eric Dane ภายใต้จุดประสงค์เพื่อระดมทุนสำหรับลูกสาวทั้งสองของนักแสดงผู้ล่วงลับ โดยเขากล่าวว่า “โรคโควิดและโรค ALS ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อชีวิตการทำงานของเขา และเขาก็เศร้าใจที่ไม่สามารถจากครอบครัวไปโดยทิ้งทรัพย์สินได้มากเท่าที่คาดหวังเอาไว้ได้

 

“แม้กระทั่งในตอนที่สุขภาพของเขาย่ำแย่ลงเรื่อยๆ เขาก็ยังคงมุ่งมั่นช่วยเหลือคนที่กำลังเผชิญกับโรคร้ายเช่นเดียวกับเขาอยู่ และเมื่อความเจ็บป่วยกัดกินชีวิตของเขาอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้ เพื่อนๆ ของ Eric จึงรวมตัวกันเพื่อก่อตั้งแคมเปญใน GoFundMe เพื่อสนับสนุนลูกๆ ของเขาในอนาคต”

 

แคมเปญ GoFundMe ของ Eric Dane ตั้งเป้าการระดมทุนเอาไว้ที่ 500,000 ดอลลาร์ หรือราวๆ 15.5 ล้านบาท และเช้าวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาพวกเขาก็ระดมทุนเงินได้ถึง 276,161 ดอลลาร์แล้ว หนึ่งในผู้บริจาคก็คือ Sam Levinson ที่ร่วมบริจาคเงินกับภรรยาของเขาด้วย โดยเขาพูดถึงการสูญเสียเพื่อนร่วมงานด้วยว่า

 

“ผมรู้สึกใจสลายจากการจากไปของเพื่อนผู้เป็นที่รักของเรา การได้ร่วมงานกับเขาถือเป็นเกียรติ แต่การได้เป็นเพื่อนกับเขาเป็นดั่งของขวัญล้ำค่า”

 

ภาพ: Jon Kopaloff/FilmMagic for HBO

 

อ้างอิง https://www.nme.com/news/tv/euphoria-creator-sam-levinson-donates-27000-to-eric-danes-gofundme-following-actors-death-3930765

The post ผู้สร้างซีรีส์ Euphoria บริจาคเงินเกือบ 1 ล้านบาทให้แคมเปญระดมทุนสำหรับลูกสาวสองคนของ Eric Dane appeared first on THE STANDARD.

]]>
Nvidia ยั้งดีล OpenAI แสนล้านดอลลาร์ จ่อทบทวนแนวทางลงทุนใหม่ https://thestandard.co/nvidia-openai-deal-paused-investment-review/ Sat, 31 Jan 2026 06:49:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1171788 ภาพประกอบข่าว การระงับดีลลงทุนระหว่าง Nvidia และ OpenAI ในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์

ตามการรายงานของ Wall Street Journal ระบุว่า ดีลลงทุนมูล […]

The post Nvidia ยั้งดีล OpenAI แสนล้านดอลลาร์ จ่อทบทวนแนวทางลงทุนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบข่าว การระงับดีลลงทุนระหว่าง Nvidia และ OpenAI ในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์

ตามการรายงานของ Wall Street Journal ระบุว่า ดีลลงทุนมูลค่า 100,000 ล้านดอลลาร์ ระหว่าง Nvidia และ OpenAI ได้ยุติลงแล้ว ซึ่งสะท้อนรอยร้าวที่อาจเกิดขึ้นสองบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI)

 

จากการอ้างแหล่งข่าวผู้ไม่ต้องการระบุชื่อ ซึ่งใกล้ชิดกับการหารือดังกล่าว ชี้ว่า การเจรจาหยุดชะงักลง หลังจากที่บุคคลภายใน Nvidia บางส่วนได้แสดงความกังวลต่อดีลดังกล่าว

 

ทั้งนี้ OpenAI เป็นผู้สร้างแชตบอตยอดนิยมอย่าง ChatGPT ขณะที่ Nvidia ครองตลาดโปรเซสเซอร์ AI ที่ช่วยพัฒนาซอฟต์แวร์ดังกล่าว โดยทั้งสองบริษัทได้ประกาศข้อตกลงในเดือนกันยายน 2025 พร้อมเผยว่าได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงสำหรับข้อตกลงเชิงกลยุทธ์ มูลค่า 100,000 ล้านดอลลาร์

 

จุดประสงค์ของข้อตกลงเป็นไปเพื่อสนับสนุนการสร้าง Data Center แห่งใหม่ และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อื่นๆ โดยใช้ชิปจาก Nvidia ซึ่งมุ่งเป้าไปที่กำลังการประมวลผล 10 กิกะวัตต์ เทียบเท่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของนครนิวยอร์ก

 

ในแถลงการณ์ต่อสำนักข่าว Bloomberg เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา Nvidia ระบุว่า “เราเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจจาก OpenAI มาตลอด 10 ปี และเราหวังว่าจะได้ร่วมงานกันต่อไป” โดยไม่ได้กล่าวถึงสถานะของการเจรจา

 

ตัวแทนของ OpenAI ยังไม่ตอบกลับคำขอความคิดเห็นจาก Bloomberg ในทันที

 

อย่างไรก็ตาม Wall Street Journal รายงานว่า ทั้งสองฝ่ายกำลังทบทวนความร่วมมือกันอีกครั้ง ซึ่ง Nvidia อาจปรับไปลงทุนในรอบการระดมทุนปัจจุบันของ OpenAI แทน ด้วยมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย OpenAI ตั้งเป้าระดมทุนให้ได้มากถึง 100,000 ล้านดอลลาร์ ในการระดมทุนรอบดังกล่าว

 

ขณะเดียวกัน Bloomberg รายงานเมื่อวันที่ 29 มกราคมว่า Amazon กำลังเจรจากับ OpenAI เพื่อลงทุนมากถึง 50,000 ล้านดอลลาร์ และขยายข้อตกลงไปยังการขายพลังการประมวลผลให้กับ OpenAI อีกด้วย

 

ทั้งนี้ Nvidia ได้ลงทุนในบริษัท AI ที่มีชื่อเสียงอื่นๆ มาแล้ว โดยเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา Nvidia ได้ประกาศแผนลงทุนเพิ่มเติมอีก 2,000 ล้านดอลลาร์ ใน CoreWeave Inc. ผู้ให้บริการคลาวด์คอมพิวติงซึ่งเป็นลูกค้าของ Nvidia ด้วยเช่นกัน

 

ข้อตกลงที่บริษัทหนึ่งเลือกลงทุนในกิจการที่รับบริการของตนแบบหมุนเวียน (Circular Deal) เช่นนี้ ได้สร้างความกังวลต่อความยั่งยืนของกระแส AI Boom

 

อย่างไรก็ตาม Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia ได้ปัดข้อวิจารณ์ดังกล่าวหลังจากดีล CoreWeave ลุล่วง โดยกล่าวว่า เงินลงทุนดังกล่าวมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินระดมทุนที่จำเป็น

 

“เพราะงั้น แนวคิดดีลหมุนเวียนเลยเป็นเรื่องไร้สาระ” Huang กล่าว

 

อ้างอิง:

The post Nvidia ยั้งดีล OpenAI แสนล้านดอลลาร์ จ่อทบทวนแนวทางลงทุนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ‘ประชาธิปัตย์’ จัดใหญ่ระดมทุนรวมพลคนทำเป็น 3 แคนดิเดตนายกฯ ประกาศกอบกู้ศรัทธา-การเมืองสุจริต https://thestandard.co/democrat-fundraise-3-pm-candidates/ Sat, 17 Jan 2026 10:13:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1166343 ‘ประชาธิปัตย์’ จัดใหญ่ระดมทุนรวมพลคนทำเป็น 3 แคนดิเดตนายกฯ ประกาศกอบกู้ศรัทธา-การเมืองสุจริต

วันนี้ (17 มกราคม) พรรคประชาธิปัตย์จัดงานระดมทุนครั้งให […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ‘ประชาธิปัตย์’ จัดใหญ่ระดมทุนรวมพลคนทำเป็น 3 แคนดิเดตนายกฯ ประกาศกอบกู้ศรัทธา-การเมืองสุจริต appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ประชาธิปัตย์’ จัดใหญ่ระดมทุนรวมพลคนทำเป็น 3 แคนดิเดตนายกฯ ประกาศกอบกู้ศรัทธา-การเมืองสุจริต

วันนี้ (17 มกราคม) พรรคประชาธิปัตย์จัดงานระดมทุนครั้งใหญ่ภายใต้ชื่องาน ‘รวมพลคนทำเป็น’ ที่ โรงละครเคแบงก์ สยามพิฆเนศ เพื่อแสดงความพร้อมสู่การเลือกตั้ง โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการรวมตัวของ 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้แก่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค, กรณ์ จาติกวณิช และ การดี เลียวไพโรจน์

 

บนเวทีการปราศรัย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้กล่าวถึงที่มาของการรวมตัวในครั้งนี้ว่า งานระดมทุนในสภาวะบ้านเมืองปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงการหาทุนทรัพย์ แต่คือการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนการเมืองสุจริต พร้อมเล่าถึงเหตุผลที่สามารถดึงตัวผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศมาร่วมทัพแคนดิเดตนายกฯ ได้

 

โดยระบุว่า กรณ์ ตัดสินใจกลับมาช่วยบ้านเมืองเพราะทนเห็นความผิดปกติหลายอย่างในสังคมไม่ได้ ขณะที่ การดี นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลก (Global Trends) ได้ตัดสินใจสละบทบาทเดิมเพื่อนำความรู้มาทุ่มเทให้กับการพัฒนาประเทศในเชิงนโยบาย

 

อภิสิทธิ์ได้กล่าวเปิดใจถึงช่วงเวลา 2 ปีที่ต้องลาออกจากพรรคไปเนื่องจากสภาพแวดล้อมทางการเมืองไม่เอื้อต่อการทำงานตามอุดมการณ์ โดยเผยว่าความเจ็บปวดที่สุดคือการได้ยินคำว่าเสียดายพรรค และคำถามจากสังคมที่ว่าปล่อยให้ประเทศเสื่อมถอยจากการทุจริตคอร์รัปชันจนถึงจุดนี้ได้อย่างไร

 

“ผมเคยถูกพระผู้ใหญ่ทักว่าคนอย่างคุณกะล่อนไม่เป็น ไม่ควรเป็นนักการเมือง วันนี้ผมจึงกลับมาเพื่อพิสูจน์ว่า คนไม่กะล่อนนี่แหละที่จะทำให้การเมืองดีขึ้นได้” อภิสิทธิ์กล่าว

 

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงพรรคในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ไม่ใช่เพียงการกู้คืนศักดิ์ศรีของพรรค แต่คือการทำให้พรรคเป็นเครื่องมือในการกอบกู้บ้านเมือง โดยยืนยันว่าประชาธิปัตย์คือสถาบันทางการเมืองที่มีอุดมการณ์ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่ง

 

อภิสิทธิ์ยังกล่าวทิ้งท้ายถึงกระแสตอบรับที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องว่า 3 เดือนที่ผ่านมา เราพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่มีใครพูดเรื่องพรรคจะสูญพันธุ์อีกต่อไป จากที่เคยมองว่าเป็นพรรคเล็ก วันนี้เราถูกมองว่าเป็นพรรคตัวแปรสำคัญ และในอีก 20 วันข้างหน้า ผมเชื่อมั่นว่าเราพร้อมที่จะขยับขึ้นไปเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อนำพาประเทศออกจากวิกฤต

 

‘ประชาธิปัตย์’ จัดใหญ่ระดมทุนรวมพลคนทำเป็น 3 แคนดิเดตนายกฯ ประกาศกอบกู้ศรัทธา-การเมืองสุจริต 1‘ประชาธิปัตย์’ จัดใหญ่ระดมทุนรวมพลคนทำเป็น 3 แคนดิเดตนายกฯ ประกาศกอบกู้ศรัทธา-การเมืองสุจริต 2‘ประชาธิปัตย์’ จัดใหญ่ระดมทุนรวมพลคนทำเป็น 3 แคนดิเดตนายกฯ ประกาศกอบกู้ศรัทธา-การเมืองสุจริต 3‘ประชาธิปัตย์’ จัดใหญ่ระดมทุนรวมพลคนทำเป็น 3 แคนดิเดตนายกฯ ประกาศกอบกู้ศรัทธา-การเมืองสุจริต 4‘ประชาธิปัตย์’ จัดใหญ่ระดมทุนรวมพลคนทำเป็น 3 แคนดิเดตนายกฯ ประกาศกอบกู้ศรัทธา-การเมืองสุจริต 5‘ประชาธิปัตย์’ จัดใหญ่ระดมทุนรวมพลคนทำเป็น 3 แคนดิเดตนายกฯ ประกาศกอบกู้ศรัทธา-การเมืองสุจริต 6‘ประชาธิปัตย์’ จัดใหญ่ระดมทุนรวมพลคนทำเป็น 3 แคนดิเดตนายกฯ ประกาศกอบกู้ศรัทธา-การเมืองสุจริต 7‘ประชาธิปัตย์’ จัดใหญ่ระดมทุนรวมพลคนทำเป็น 3 แคนดิเดตนายกฯ ประกาศกอบกู้ศรัทธา-การเมืองสุจริต 8‘ประชาธิปัตย์’ จัดใหญ่ระดมทุนรวมพลคนทำเป็น 3 แคนดิเดตนายกฯ ประกาศกอบกู้ศรัทธา-การเมืองสุจริต 9‘ประชาธิปัตย์’ จัดใหญ่ระดมทุนรวมพลคนทำเป็น 3 แคนดิเดตนายกฯ ประกาศกอบกู้ศรัทธา-การเมืองสุจริต 10‘ประชาธิปัตย์’ จัดใหญ่ระดมทุนรวมพลคนทำเป็น 3 แคนดิเดตนายกฯ ประกาศกอบกู้ศรัทธา-การเมืองสุจริต 11‘ประชาธิปัตย์’ จัดใหญ่ระดมทุนรวมพลคนทำเป็น 3 แคนดิเดตนายกฯ ประกาศกอบกู้ศรัทธา-การเมืองสุจริต 12‘ประชาธิปัตย์’ จัดใหญ่ระดมทุนรวมพลคนทำเป็น 3 แคนดิเดตนายกฯ ประกาศกอบกู้ศรัทธา-การเมืองสุจริต 13‘ประชาธิปัตย์’ จัดใหญ่ระดมทุนรวมพลคนทำเป็น 3 แคนดิเดตนายกฯ ประกาศกอบกู้ศรัทธา-การเมืองสุจริต 14‘ประชาธิปัตย์’ จัดใหญ่ระดมทุนรวมพลคนทำเป็น 3 แคนดิเดตนายกฯ ประกาศกอบกู้ศรัทธา-การเมืองสุจริต 15‘ประชาธิปัตย์’ จัดใหญ่ระดมทุนรวมพลคนทำเป็น 3 แคนดิเดตนายกฯ ประกาศกอบกู้ศรัทธา-การเมืองสุจริต 16‘ประชาธิปัตย์’ จัดใหญ่ระดมทุนรวมพลคนทำเป็น 3 แคนดิเดตนายกฯ ประกาศกอบกู้ศรัทธา-การเมืองสุจริต 17

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และ รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ ได้ที่ https://thestandard.co/election2569/

 

The post เลือกตั้ง 2569 : ‘ประชาธิปัตย์’ จัดใหญ่ระดมทุนรวมพลคนทำเป็น 3 แคนดิเดตนายกฯ ประกาศกอบกู้ศรัทธา-การเมืองสุจริต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ม่วนซื่นกลางกรุง คอนเสิร์ตหมอลำ ‘ประถมบันเทิงศิลป์ – ฮาย อาภาพร’ https://thestandard.co/fun-molam-concert-city/ Thu, 15 Jan 2026 01:20:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1165383 fun-molam-concert-city

วันนี้ (14 มกราคม) ที่ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เขตจตุจ […]

The post ม่วนซื่นกลางกรุง คอนเสิร์ตหมอลำ ‘ประถมบันเทิงศิลป์ – ฮาย อาภาพร’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
fun-molam-concert-city

วันนี้ (14 มกราคม) ที่ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เขตจตุจักร ช่างภาพข่าว THE STANDARD เก็บภาพบรรยากาศงานคอนเสิร์ตการแสดงหมอลำคณะดัง ‘ประถมบันเทิงศิลป์’ ที่ยกทัพศิลปินมาสร้างรอยยิ้มและเสียงดนตรีให้กับชาวกรุงเทพฯ

 

งานในวันนี้จัดขึ้นโดย มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ ร่วมกับ บิ๊กหอย โปรดักชั่น ภายใต้โครงการ ‘หนึ่งใจ…เพื่อประชาชน’ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนและส่งกำลังใจไปให้ชาวหาดใหญ่ ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา

 

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีแฟนคลับและนักท่องเที่ยวเดินทางมาร่วมชมการแสดงอย่างหนาแน่น โดยความพิเศษของค่ำคืนนี้คือแขกรับเชิญสุดพิเศษ ‘ฮาย-อาภาพร นครสวรรค์’ ที่ขึ้นเวทีโชว์ลูกคอและเพลงฮิตตลอดกาลมากมาย เช่น น้องนอนไม่หลับ , เลิกแล้วค่ะ และ เชพบ๊ะ

 

ม่วนซื่นกลางกรุง คอนเสิร์ตหมอลำ ‘ประถมบันเทิงศิลป์ - ฮาย อาภาพร’ 1 ม่วนซื่นกลางกรุง คอนเสิร์ตหมอลำ ‘ประถมบันเทิงศิลป์ - ฮาย อาภาพร’ 2 ม่วนซื่นกลางกรุง คอนเสิร์ตหมอลำ ‘ประถมบันเทิงศิลป์ - ฮาย อาภาพร’ 3 ม่วนซื่นกลางกรุง คอนเสิร์ตหมอลำ ‘ประถมบันเทิงศิลป์ - ฮาย อาภาพร’ 4 ม่วนซื่นกลางกรุง คอนเสิร์ตหมอลำ ‘ประถมบันเทิงศิลป์ - ฮาย อาภาพร’ 5ม่วนซื่นกลางกรุง คอนเสิร์ตหมอลำ ‘ประถมบันเทิงศิลป์ - ฮาย อาภาพร’ 6 ม่วนซื่นกลางกรุง คอนเสิร์ตหมอลำ ‘ประถมบันเทิงศิลป์ - ฮาย อาภาพร’ 7 ม่วนซื่นกลางกรุง คอนเสิร์ตหมอลำ ‘ประถมบันเทิงศิลป์ - ฮาย อาภาพร’ 8 ม่วนซื่นกลางกรุง คอนเสิร์ตหมอลำ ‘ประถมบันเทิงศิลป์ - ฮาย อาภาพร’ 9 ม่วนซื่นกลางกรุง คอนเสิร์ตหมอลำ ‘ประถมบันเทิงศิลป์ - ฮาย อาภาพร’ 10ม่วนซื่นกลางกรุง คอนเสิร์ตหมอลำ ‘ประถมบันเทิงศิลป์ - ฮาย อาภาพร’ 11 ม่วนซื่นกลางกรุง คอนเสิร์ตหมอลำ ‘ประถมบันเทิงศิลป์ - ฮาย อาภาพร’ 12 ม่วนซื่นกลางกรุง คอนเสิร์ตหมอลำ ‘ประถมบันเทิงศิลป์ - ฮาย อาภาพร’ 13 ม่วนซื่นกลางกรุง คอนเสิร์ตหมอลำ ‘ประถมบันเทิงศิลป์ - ฮาย อาภาพร’ 14 ม่วนซื่นกลางกรุง คอนเสิร์ตหมอลำ ‘ประถมบันเทิงศิลป์ - ฮาย อาภาพร’ 15 ม่วนซื่นกลางกรุง คอนเสิร์ตหมอลำ ‘ประถมบันเทิงศิลป์ - ฮาย อาภาพร’ 16 ม่วนซื่นกลางกรุง คอนเสิร์ตหมอลำ ‘ประถมบันเทิงศิลป์ - ฮาย อาภาพร’ 17 ม่วนซื่นกลางกรุง คอนเสิร์ตหมอลำ ‘ประถมบันเทิงศิลป์ - ฮาย อาภาพร’ 18 ม่วนซื่นกลางกรุง คอนเสิร์ตหมอลำ ‘ประถมบันเทิงศิลป์ - ฮาย อาภาพร’ 19

The post ม่วนซื่นกลางกรุง คอนเสิร์ตหมอลำ ‘ประถมบันเทิงศิลป์ – ฮาย อาภาพร’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อภิสิทธิ์-การดี นำผู้สมัคร สส. เดินหาเสียงสวนลุม ชูนโยบายช่วยลดฝุ่น PM2.5 https://thestandard.co/abhisit-campaign-pm25-lumphini/ Wed, 14 Jan 2026 03:44:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1164993 อภิสิทธิ์-การดี นำผู้สมัคร สส. เดินหาเสียง สวนลุม ชูนโยบายช่วยลดฝุ่น PM2.5

วันนี้ (14 มกราคม) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชา […]

The post อภิสิทธิ์-การดี นำผู้สมัคร สส. เดินหาเสียงสวนลุม ชูนโยบายช่วยลดฝุ่น PM2.5 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อภิสิทธิ์-การดี นำผู้สมัคร สส. เดินหาเสียง สวนลุม ชูนโยบายช่วยลดฝุ่น PM2.5

วันนี้ (14 มกราคม) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค พร้อมด้วย การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค, สกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร นำ 3 ผู้สมัคร สส. กทม. ประกอบด้วย เจษฎา เลิศธนสาร เขต 2 และ เจตน์สฤษฎิ์ เลิศธนสาร และ พีรวุฒิ พิมพ์สมฤดี เขต 1 ลงพื้นที่สวนลุมพินีหาเสียง

 

อภิสิทธิ์กล่าวถึงปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยระบุว่า วันนี้เป็นช่วงที่ฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงขึ้น สำหรับการแก้ปัญหาเรื่องนี้ของพรรคประชาธิปัตย์นั้น เรื่องแรกเราต้องเร่งผลักดันกฎหมาย 3 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ได้แก่ อากาศสะอาด เศรษฐกิจหมุนเวียน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นลดลง โดยมีมาตรการทั้ง 2 ด้าน คือ การจูงใจและการลงโทษ

 

ส่วนภาคการขนส่ง พรรคประชาธิปัตย์ พยายามสนับสนุนการขนส่งสาธารณะ โดยมีการลดค่ารถไฟฟ้ากับรถเมล์เหลือ 5 บาทถึง 30 บาท เพื่อจูงใจให้คนมาใช้การขนส่งสาธารณะมากขึ้น

 

ในแง่การผลิต การเผาที่เกิดขึ้นทั้งหลายก็จะเชื่อมโยงมาสู่ห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเราจำเป็นต้องมีมาตรการในการไม่สนับสนุนให้เกิดการเผา และช่วยเกษตรกรให้มีทางเลือกในการที่จะไม่ก่อให้เกิดมลพิษ

 

“การแก้ปัญหาดังกล่าว ควรทำร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยวาระที่ประเทศไทย จะเป็นประธานอาเซียน ทางพรรคประชาธิปัตย์ก็จะนำเสนอว่าเรื่องนี้เป็นวาระที่ต้องมีการร่วมมือกันระหว่างประเทศ เพราะเราทราบกันดีว่า หลายครั้งฝุ่นที่เกิดขึ้น ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากประเทศเพื่อนบ้านและลมพัดเข้ามา เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้คือแนวทางที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมไว้” อภิสิทธิ์กล่าว

 

อภิสิทธิ์เปิดเผยว่า ในวันศุกร์ (16 มกราคม) จะมีการจัดแผนปฏิบัติการ 90 วัน เรื่องของเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่เกิดขึ้นในแนวทางของพรรคประชาธิปัตย์ และวันเสาร์ (17 มกราคม) นี้ จะมีงานระดมทุน ซึ่งจะมีการพบปะกับผู้ที่ให้การสนับสนุนเรา

 

“การที่เข้ามาทางการเมือง เราก็อยากให้เป็นทุนที่เข้ามาจากพี่น้องประชาชน เป็นทุนสีขาว ซึ่งสามารถทำได้ทั้งเรื่องการซื้อบัตรและการบริจาคตามกฏหมาย รวมถึงช่วงนี้เป็นช่วงที่เริ่มมีการเสียภาษี ก็สามารถบริจาคภาษีให้กับพรรคประชาธิปไตยได้”

 

สำหรับงานระดมทุนนี้ อภิสิทธิ์ระบุว่า ไม่มีการจัดโต๊ะจีน เป็นการพบปะสมาชิกพรรคหน้าใหม่ๆ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คน โดยงานจะจัดขึ้นที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ สยามสแควร์

 

อภิสิทธิ์-การดี นำผู้สมัคร สส. เดินหาเสียง สวนลุม ชูนโยบายช่วยลดฝุ่น PM2.5 1อภิสิทธิ์-การดี นำผู้สมัคร สส. เดินหาเสียง สวนลุม ชูนโยบายช่วยลดฝุ่น PM2.5 2อภิสิทธิ์-การดี นำผู้สมัคร สส. เดินหาเสียง สวนลุม ชูนโยบายช่วยลดฝุ่น PM2.5 3อภิสิทธิ์-การดี นำผู้สมัคร สส. เดินหาเสียง สวนลุม ชูนโยบายช่วยลดฝุ่น PM2.5 4อภิสิทธิ์-การดี นำผู้สมัคร สส. เดินหาเสียง สวนลุม ชูนโยบายช่วยลดฝุ่น PM2.5 5

The post อภิสิทธิ์-การดี นำผู้สมัคร สส. เดินหาเสียงสวนลุม ชูนโยบายช่วยลดฝุ่น PM2.5 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เล็งเปิดทาง ‘หุ้นน้ำเมา’ ขาย IPO ยันไร้กฎห้าม แค่ที่ผ่านมาหวั่นแรงต้าน ชี้โลกเปลี่ยนแล้ว https://thestandard.co/set-booze-stocks-ipo/ Thu, 08 Jan 2026 08:35:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1162835 ตลาดหลักทรัพย์ฯ เล็งเปิดทาง **‘หุ้นน้ำเมา’** ขาย **IPO** ยันไร้กฎห้าม แค่ที่ผ่านมาหวั่นแรงต้าน ชี้โลกเปลี่ยนแล้ว

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เล็งดึงธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าจด […]

The post ตลาดหลักทรัพย์ฯ เล็งเปิดทาง ‘หุ้นน้ำเมา’ ขาย IPO ยันไร้กฎห้าม แค่ที่ผ่านมาหวั่นแรงต้าน ชี้โลกเปลี่ยนแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เล็งเปิดทาง **‘หุ้นน้ำเมา’** ขาย **IPO** ยันไร้กฎห้าม แค่ที่ผ่านมาหวั่นแรงต้าน ชี้โลกเปลี่ยนแล้ว

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เล็งดึงธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย หวังดันตลาดทุนไทยมีความเป็นสากลและใช้มาตรฐานเดียวกับต่างประเทศ

 

ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH ถึงกระแสข่าวการปรับแก้เกณฑ์เพื่อเปิดทางให้ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถระดมทุนเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ได้ โดยประธาน ตลท. ยืนยันว่า ไม่ต้องแก้เกณฑ์ IPO ปัจจุบัน เนื่องจากไม่ได้มีข้อห้ามทางกฎหมายอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องแก้เกณฑ์ใดๆ เพราะเกณฑ์ปัจจุบันไม่ได้ห้ามธุรกิจกลุ่มนี้

 

ประธาน ตลท. ขยายความว่า หลักเกณฑ์การเข้าตลาดฯ นั้นพิจารณาจากธุรกิจที่ถูกกฎหมายเป็นหลัก ซึ่งธุรกิจสุราและเบียร์นั้นไม่ได้ผิดกฎหมาย แต่ที่ผ่านมาผู้ประกอบการอาจจะไม่กล้าเข้ามาทำ IPO เนื่องจากความกังวลเรื่องกระแสต่อต้านหรือการประท้วงจากภาคสังคม ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่ามีกฎระเบียบที่กีดกันธุรกิจกลุ่มนี้

 

โลกเปลี่ยนแล้ว ถึงเวลาตลาดทุนไทยก้าวสู่มาตรฐานสากล

 

ในประเด็นเรื่องความเหมาะสมและศีลธรรม ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ ให้มุมมองว่า ปัจจุบันบริบทของโลกได้เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อ 10-20 ปีก่อนที่มีความเคลื่อนไหวทางสังคมที่คัดค้านเรื่องนี้

 

ประธาน ตลท. กล่าว โดยเน้นย้ำว่าเป้าหมายสำคัญคือการทำให้ตลาดทุนไทยมีความเป็นสากลและใช้มาตรฐานเดียวกับต่างประเทศ การเปิดกว้างให้ธุรกิจกลุ่มนี้สามารถระดมทุนได้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการปรับตัวให้ทันโลก

 

เล็งดึงบิ๊กธุรกิจกลับไทย สร้าง New Supply ให้ตลาด

 

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการดึงกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มรายใหญ่ของประเทศไทยที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นต่างประเทศ ให้เข้ามาจดทะเบียน หรือการทำ Dual Listing เพื่อดึงธุรกิจไทยกลับมาจากต่างประเทศ รวมทั้งบริษัทแอลกอฮอล์ต่างประเทศนั้น

 

ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ มองว่าหากมีการเปิดโอกาส ผู้ประกอบการย่อมมีความสนใจ

 

“อยากทำให้มีธุรกิจใหม่ๆ เข้ามาในตลาดหุ้นไทย ใครที่เคยเข้าไม่ได้ ตอนนี้เข้าได้แล้ว เป็นการส่งสัญญาณเพื่อดึงดูดธุรกิจศักยภาพสูงและกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ๆ หรือ New Economy เข้าสู่ตลาดทุนไทยด้วย” ประธาน ตลท. กล่าว

 

ต้องใช้เวลาเตรียมตัว อาจเห็นความชัดเจนปีหน้า

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับกรอบระยะเวลาที่จะได้เห็นหุ้นกลุ่มนี้เข้าเทรดในตลาดฯ นั้น ประธาน ตลท. ระบุว่าไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้ในทันที เพราะขึ้นอยู่กับเอกชนในการยื่นไฟลิ่ง (Filing) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งกระบวนการเตรียมตัวเพื่อทำ IPO ต้องใช้เวลา ทั้งการแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) และการเตรียมความพร้อมองค์กร โดยคาดว่าอาจจะเริ่มเห็นการเตรียมตัวในปีนี้หรือปีหน้า

 

นักวิเคราะห์ชี้ช่วยเพิ่มทางเลือกลงทุน แม้ไม่ใช่ธุรกิจ New Economy

 

ประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ มองว่า หากตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดให้ธุรกิจผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาจดทะเบียนในตลาดจริง น่าจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับตลาดได้มากขึ้น เพราะหลายบริษัทเป็นบริษัทที่มีมูลค่าใหญ่มาก

 

การหาธุรกิจเข้ามาจดทะเบียนและระดมทุนผ่านตลาดเป็นหน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่แล้ว สำหรับธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผ่านมาอาจจะติดเรื่องการต่อต้านจากประชาชนบางส่วน ที่มองว่าหากธุรกิจประเภทนี้เข้ามาระดมทุน อาจทำให้ประชาชนบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น

 

“การมีธุรกิจใหม่ๆ เข้ามาระดมทุนในตลาดจะช่วยเพิ่มเสน่ห์ แม้ว่าธุรกิจที่ว่านี้อาจจะไม่ได้เป็นธุรกิจเทคโนโลยี หรือธุรกิจในกลุ่ม New Economy แต่ถ้ามีการเติบโต และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ สามารถสร้าง Passive Income ให้กับนักลงทุนได้ ก็จะช่วยให้ผู้ลงทุนมีทางเลือกลงทุนมากขึ้น”

 

ด้าน ณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ CFP® Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองกับ THE STANDARD WEALTH ว่า การที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เตรียมปลดล็อกหลักเกณฑ์ให้บริษัทที่ประกอบธุรกิจผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถเข้าจดทะเบียนเสนอขายหุ้น IPO ได้นั้น อาจไม่ได้เป็นผลดีกับภาพลักษณ์ตลาดหุ้นไทยมากนัก เพราะตรงข้ามกับแนวทางของรัฐบาลที่รณรงค์ให้คนลดดื่มแอลกอฮอล์ การเข้ามาจดทะเบียนจึงไม่ใช่เรื่องง่าย

 

ประกอบกับธุรกิจแอลกอฮอล์ในช่วงหลัง ไม่ได้มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากไม่ใช่ธุรกิจที่เป็นเทรนด์เทคโนโลยีใหม่

 

“ถ้าเอาบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่เข้ามาจดทะเบียน น่าจะช่วยดึงดูดการลงทุนในตลาดหุ้นไทยได้มากกว่าธุรกิจเหล้า เหมือนกับหุ้น DELTA ซึ่งเป็นบริษัทเดียวที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับ AI ทำให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นค่อนข้างแรง“

 

ทั้งนี้ สาเหตุที่ ตลท.มีแนวคิดปลดล็อกการเข้า IPO ของธุรกิจแอลกอฮอล์ อาจเล็งเห็นถึงค่าเสียโอกาสเงินลงทุนไหลออกจากตลาดหุ้นไทย เนื่องจากธุรกิจแอลกอฮอล์หันไปจดทะเบียนในตลาดต่างประเทศ ทำให้เงินปันผลไหลออกไปนอกตลาด การปลดล็อกหลักเกณฑ์ครั้งนี้ อาจช่วยสกัดเม็ดเงินลงทุนให้อยู่ในประเทศ

The post ตลาดหลักทรัพย์ฯ เล็งเปิดทาง ‘หุ้นน้ำเมา’ ขาย IPO ยันไร้กฎห้าม แค่ที่ผ่านมาหวั่นแรงต้าน ชี้โลกเปลี่ยนแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
IPO อาเซียนปี 2568 ลมเปลี่ยนทิศเน้น ‘คุณภาพ’ มากกว่า ‘ปริมาณ’ ไทยมูลค่าระดมทุนรั้งท้าย 8 พันล้านบาท สิงคโปร์-เวียดนาม ครองดีลใหญ่ https://thestandard.co/asean-ipo-2025-quality-focus/ Mon, 29 Dec 2025 01:00:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1158614 IPO อาเซียนปี 2568 ลมเปลี่ยนทิศเน้น ‘คุณภาพ’ มากกว่า ‘ปริมาณ’ ไทยมูลค่าระดมทุนรั้งท้าย 8 พันล้านบาท สิงคโปร์-เวียดนาม ครองดีลใหญ่

หลังโควิด ตลาด IPO ไทย ซบเซาลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากจ […]

The post IPO อาเซียนปี 2568 ลมเปลี่ยนทิศเน้น ‘คุณภาพ’ มากกว่า ‘ปริมาณ’ ไทยมูลค่าระดมทุนรั้งท้าย 8 พันล้านบาท สิงคโปร์-เวียดนาม ครองดีลใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
IPO อาเซียนปี 2568 ลมเปลี่ยนทิศเน้น ‘คุณภาพ’ มากกว่า ‘ปริมาณ’ ไทยมูลค่าระดมทุนรั้งท้าย 8 พันล้านบาท สิงคโปร์-เวียดนาม ครองดีลใหญ่

หลังโควิด ตลาด IPO ไทย ซบเซาลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากจำนวนบริษัทจดทะเบียน และมูลค่าระดมทุนที่ตกต่ำลงจากระดับแสนล้าน มาอยู่ที่ระดับ 20,000-30,000 ล้านบาท สะท้อนภาวะตลาดที่ขาดสภาพคล่อง จากวิกฤตความเชื่อมั่นในตลาดหุ้น โดยเฉพาะปัญหาการทุจริตหุ้นภายในของ บจ.

 

นอกจากนี้ หุ้นที่เข้ามาระดมทุนในตลาดยังเป็นหุ้นขนาดเล็ก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจอุตสาหกรรมเก่า ที่ไม่ได้มีแนวโน้มการเติบโตแบบก้าวกระโดดในอนาคต รวมถึง PE ที่ถูก ทำให้หุ้นไทยขาดความเซ็กซี่ในสายตานักลงทุน ท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยภายนอก

 

คำถามคือ ในปี 2568 เมื่อเทียบกับอาเซียน ตลาด IPO ประเทศอื่นซบเซาแบบเดียวกันไหม อะไรคือปัจจัยเสี่ยง และอะไรคือข้อได้เปรียบที่สร้างแต้มต่อให้กับตลาดแต่ละประเทศ เมื่อเทียบผลการดำเนินไทยอยู่ตรงไหน ?

 

รายงานล่าสุดของ Deloitte พบว่า ในช่วง 10.5 เดือนของปี 2568 ตลาด IPO อาเซียน ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักดีลขนาดใหญ่ และการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมที่เข้ามาจดทะเบียนในสิงคโปร์, เวียดนาม, มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ที่น่าสนใจคือ แม้จำนวนบริษัทที่เข้าจดทะเบียนจะลดลงเหลือ 102 บริษัท (ลดลงจาก 136 บริษัทในปี 2024) แต่เม็ดเงินระดมทุนรวมกลับพุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 5.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.74 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 53% จากปี 2024 สะท้อนว่าตลาดให้ความสำคัญกับหุ้น IPO ที่ ‘คุณภาพ’ มากกว่า ‘ปริมาณ’

 

โดยขนาดดีล IPO โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากประมาณ 27 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 ตลาดสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม มีมูลค่าระดมทุนรวมกันมากกว่า 4.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นกว่า 83% ของเงินระดมทุนทั้งหมดในอาเซียน

 

มูลค่าระดมทุนที่พุ่งสูงขึ้นในปีนี้ ได้รับแรงหนุนหลักจากดีลขนาดใหญ่ (blockbuster IPOs) ในภาคส่วนอสังหาริมทรัพย์ บริการทางการเงิน และสินค้าอุปโภคบริโภค

 

สิงคโปร์-เวียดนาม ผู้นำดีลยักษ์ IPO อาเซียน

 

ตลาด IPO อาเซียนกลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยมีสิงคโปร์และเวียดนามเป็นหัวหอกหลักในการขับเคลื่อน ‘มูลค่าระดมทุน’ ภูมิภาคในช่วง 10.5 เดือนของปี 2568

 

สิงคโปร์ยังครองอันดับ 1 ในแง่ของมูลค่าการระดมทุนตลาด IPO โดยมีบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด 9 บริษัท มูลค่ารวมประมาณ 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (49,840 ล้านบาท) ปัจจัยสำคัญมาจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และการปฏิรูปโครงสร้างตลาดที่เอื้อต่อการลงทุน

 

  • ปัจจัยหนุน: ความสำเร็จในปีนี้ขับเคลื่อนโดยการจดทะเบียนของกองทรัสต์ เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ยักษ์ใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ NTT DC REIT และ Centurion Accommodation REIT ซึ่งแต่ละดีลระดมทุนได้มากกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อรวมกันแล้วคิดเป็น 88% ของมูลค่าการระดมทุน ทั้งหมดในสิงคโปร์ นอกจากนี้การปฏิรูปกฎระเบียบและโครงสร้างตลาดหุ้น โดยธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ที่กำกับดูแลโดยเน้นการเปิดเผยข้อมูลเป็นหลัก (Disclosure-based Regulatory Regime) เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐาน ตลาดประเทศพัฒนาแล้ว
  • มูลค่าระดมทุนสูงสุดรอบ 7 ปี: มูลค่าการระดมทุนในปี 2568 ของสิงคโปร์พุ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2019
  • ผลตอบแทนโดดเด่น: หุ้น IPO ในปีนี้ให้ผลตอบแทนหลังเข้าจดทะเบียน (Post-IPO returns) ที่แข็งแกร่ง โดยปิดวันแรกให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 12% และให้ผลตอบแทนสะสมนับจากต้นปี (Year-to-Date) สูงถึง 29%

 

เทย์ ฮุย หลิง (Tay Hwee Ling) ผู้อำนวยการฝ่ายบริการตลาดทุนของ Deloitte Southeast Asia ให้ความเห็นว่า “การฟื้นตัวของสิงคโปร์เป็นสัญญาณของการเรียกคืนความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั่วโลก ตลาดในปีนี้ เน้นดีลที่มีขนาดใหญ่ (Large-cap) แม้จำนวนบริษัทจดทะเบียนจะน้อยลง แต่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ด้วยการสนับสนุนจากมาตรการของ MAS เช่น โครงการพัฒนาตลาดทุนมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่อง และตอกย้ำตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX) ในฐานะผู้นำการฟื้นตัว ของตลาดทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

 

เมื่อมองไปข้างหน้า คาดว่านักลงทุนจะยังให้ความสนใจกับตลาด IPO สิงคโปร์ จากจำนวนบริษัทที่เตรียมเข้าจดทะเบียน และบริษัทจดทะเบียนข้ามพรมแดน (Cross-border Listings) ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงบริษัทในอาเซียนที่มีความสนใจจดทะเบียนในตลาดหุ้นสิงคโปร์

 

เวียดนามกลับมาสร้างความฮือฮา ด้วยการเข้าระดมทุน 2 ดีลยักษ์ใหญ่ในภาคบริการทางการเงิน ได้แก่ Techcom Securities (TCBS) และ VP Bank Securities ซึ่งมียอดระดมทุนรวมกันถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (31,150 ล้านบาท) หลังจากเผชิญกับภาวะตลาดซบเซาที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2018

 

  • ปัจจัยหนุน: เศรษฐกิจมหภาคที่เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย และการบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนที่ยืดหยุ่น ทั้งนี้ปัจจัยที่ต้องจับตามองในปีหน้า คือการที่เวียดนามยกระดับสถานะสู่ ‘ตลาดเกิดใหม่ในกลุ่มรอง’ (Secondary Emerging Market) ซึ่งจะมีผลในเดือนกันยายน 2026 คาดว่าจะช่วยดึงดูดเงินทุนจากต่างชาติได้อีกมหาศาล

 

จิ่ง บุ่ย (Trinh BUI) หุ้นส่วนฝ่ายบริการตลาดทุนของ Deloitte Vietnam กล่าวว่า

 

“ตลาด IPO ของเวียดนามกำลังเข้าสู่วัฏจักรการเติบโตใหม่ที่มีคุณภาพสูง ครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรมการเงิน อสังหาริมทรัพย์ และเทคโนโลยี หัวใจสำคัญคือการปฏิรูปกฎระเบียบ การกำกับดูแล ที่มุ่งเน้นความโปร่งใส และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานตลาดหุ้น ซึ่งจะทำให้เวียดนามกลายเป็นหนึ่งในตลาดเกิดใหม่ที่น่าดึงดูดใจที่สุดในเอเชีย”

 

มาเลเซีย-อินโดนีเซีย ครองแชมป์จำนวน IPO

 

มาเลเซียยังคงครองแชมป์ ‘จำนวนบริษัทจดทะเบียน’ สูงสุดในภูมิภาค โดยมีบริษัทเข้า IPO ทั้งหมด 48 บริษัท มูลค่าระดมทุน 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (34,265 ล้านบาท) ซึ่งแรงขับเคลื่อนหลักมาจากตลาด ACE Market (ตลาดสำหรับธุรกิจขนาดกลางและย่อมที่มีศักยภาพสูง) แม้ว่าตัวเลขในเชิงมูลค่าหลักทรัพย์ (Market Cap) และเงินระดมทุนรวมจะปรับตัวลดลงบ้าง แต่แนวโน้มตลาดมาเลเซียยังอยู่ในทิศทางที่น่าพอใจ โดยปัจจุบันได้บรรลุเป้าหมายมีบริษัทจดทะเบียนครบ 60 บริษัทในปีนี้

 

  • ผลตอบแทนวันแรกปิดบวก

 

หุ้นในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และสินค้าอุปโภคบริโภค สร้างปรากฏการณ์ ‘หุ้นร้อน’ โดย THMY Holdings Berhad ปิดวันแรกบวกถึง 193.55% และ Oriental Kopi Holdings Berhad ปิดบวก 98.86%

 

  • ดีลข้ามพรมแดน

 

มาเลเซียเริ่มเห็นความหลากหลายจากการเข้ามาจดทะเบียนของบริษัทต่างชาติ เช่น UMS Integration Ltd (จดทะเบียนในตลาดหุ้นสิงคโปร์) และ Cuckoo International (MAL) Berhad ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Cuckoo Holdings จากเกาหลีใต้

 

ว่อง กา ชุน (Wong Kar Choon) หุ้นส่วนฝ่ายบริการตลาดทุนของ Deloitte Malaysia กล่าวว่า “ตลาด IPO ของมาเลเซียมีความหลากหลายสูงมาก โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและพลังงาน แม้จะมีปัจจัยลบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และมาตรการภาษีศุลกากรที่กระทบภาคการส่งออก แต่บริษัทที่เน้นอุปสงค์ภายในประเทศยังคงมีความแข็งแกร่ง และเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักลงทุนอย่างดี”

 

ด้านตลาด IPO อินโดนีเซียมีการปรับตัวที่ชัดเจน โดยเน้นการนำบริษัทที่มีมูลค่าสูง เข้าจดทะเบียนแทนการเน้นจำนวน โดยปีนี้มีบริษัทจดทะเบียนใหม่ 24 บริษัท มีมูลค่าระดมทุนรวม 921 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (28,689 ล้านบาท)

 

  • พลังงาน

 

เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นหัวหอกในการระดมทุน ครอบคลุมทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และเหมืองแร่ โดยมีดีลยักษ์ใหญ่คือ PT Merdeka Gold Resource Tbk (ระดมทุน 279 ล้านดอลลาร์) และ PT Chandra Daya Investasi Tbk (ระดมทุน 144 ล้านดอลลาร์)

 

  • อสังหาริมทรัพย์และสินค้าอุปโภคบริโภค

 

ตามมาเป็นอันดับสองและสาม โดยมีบริษัทชื่อดังอย่าง PT Bangun Kosambi Sukses Tbk (ในเครือ Agung Sedayu Group) และ PT Yupi Indo Jelly Gum Tbk เข้าจดทะเบียนเสริมความแข็งแกร่ง

 

เทย์ ฮุย หลิง (Tay Hwee Ling) ผู้อำนวยการฝ่ายบริการตลาดทุนของ Deloitte Southeast Asia ให้ความเห็นว่า “นักลงทุนในอินโดนีเซียให้ความสำคัญกับบริษัทที่มีพื้นฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและ ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเฉพาะกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานหมุนเวียน ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของประเทศ”

 

IPO ไทย สภาพคล่องหาย มูลค่ารั้งท้าย

 

สำหรับผลงานตลาด IPO ไทย ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 23 ธ.ค.2568 พบว่ามีบริษัทจดทะเบียนใหม่ทั้งหมด 18 บริษัท มูลค่าระดมทุนรวม 8,991.70 ล้านบาท โดยบริษัทเข้าระดมทุนลดลง 43.75% จากปี 2024 เช่นเดียวกับมูลค่าระดมทุน ที่ลดลงมากถึง 56% จากปี 2024 ทำให้มูลค่าระดมทุนต่ำสุดในรอบ 22 ปี

 

ซ้ำร้ายราคาหุ้นหลังเข้า IPO มี 12 จาก 18 ตัว ที่ราคาต่ำจองจากราคาเสนอขาย โดยส่วนใหญ่ราคาต่ำจองอยู่ที่ 30-50%

 

ทั้งนี้ สาเหตุที่ตลาด IPO ซบเซา หลักๆ เป็นผลมาจากภาวะตลาดที่ ‘สภาพคล่องลดลง’ จากการเปลี่ยนผ่านกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ไปสู่กองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน (ESG) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความแข็งแกร่งของนักลงทุนสถาบันและสภาพคล่องในตลาดหุ้นไทย เมื่อกองทุน LTF ครบอายุไถ่ถอน ทำให้เม็ดเงินลงทุนไหลไปยังตราสารหนี้ และการลงทุนต่างประเทศมากกว่าหุ้นไทย นักลงทุนสถาบันจึงขาด ‘เงินลงทุนใหม่’ จึงต้องขายหุ้นที่ถืออยู่ เพื่อซื้อหุ้นใหม่ โดยเน้นซื้อเก็บหุ้นตัวใหญ่ที่มีมูลค่าสูง

 

ประกอบกับแรงขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติสะสมกว่า 400,000 ล้านบาท จึงทำให้แรงซื้อสองเสาหลักที่ค้ำจุนตลาดหุ้นไทย ได้แก่ นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างประเทศอ่อนกำลังลง ในขณะที่นักลงทุนรายย่อยก็เน้นซื้อหุ้น IPO เพื่อเกร็งกำไรในการซื้อขายวันแรก เนื่องจากมีความอ่อนไหวต่อข่าวร้ายมากกว่า

 

กองทุน PE กุญแจเร่งการเติบโตของตลาด IPO อาเซียน

 

การที่กองทุนส่วนบุคคล หรือ Private Equity (PE) เข้ามามีบทบาทในตลาด IPO อาเซียน กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงมูลค่าดีลเฉลี่ยให้สูงขึ้น พร้อมกับเสริมสร้างความเชื่อมั่น ให้แก่ตลาดทุนในภาพรวม

 

แม้ว่าจำนวนบริษัทจดทะเบียนในภาพรวมจะลดลง แต่มูลค่าการระดมทุนรวมกลับพุ่งสูงขึ้นถึง 54% สะท้อนว่าบริษัทที่มีกองทุน PE หนุนหลังมักเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีโครงสร้างธุรกิจ แข็งแกร่งและเติบโตเต็มที่ ซึ่งมีเป้าหมายในการใช้ตลาดหลักทรัพย์เป็น ช่องทางหลักในการทำกำไรและถอนการลงทุน (Key Exit Route)

 

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านทิศทางตลาด IPO อาเซียนที่เน้น ‘คุณภาพมากกว่าปริมาณ’ โดย PE และนักลงทุนสถาบันกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้น ในการกำหนดทิศทางการเติบโตของตลาดหุ้นอาเซียน

 

ทั้งนี้ การฟื้นตัวในครั้งนี้ ไม่เพียงบ่งชึ้ถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ยังสะท้อนถึงบรรยากาศการถอนทุน (Exit Environment) ที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยกลุ่มธุรกิจที่ PE มักลงทุนได้แก่

 

  • โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล: เช่น กองทรัสต์อสังหาริมทรัพย์ (REITs) และศูนย์ข้อมูล (Data Centers)
  • บริการทางการแพทย์ (Health Care)
  • ค้าปลีก (Consumer Retail)
  • เทคโนโลยี (Technology)

 

เทรนด์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจและแนวโน้มการลงทุนในอาเซียน กำลังมุ่งไปสู่การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และการลงทุนสินทรัพย์ในโลกจริง (Real Assets)

 

ในด้านการระดมทุนของกองทุน PE เองยังคงมีเสถียรภาพ โดยมีการจัดสรรเงินลงทุน (Capital Deployment) ไปยังบริษัทในพอร์ตโฟลิโออย่างมีนัยสำคัญ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างและสร้าง ความพร้อมในการเข้าจดทะเบียน ซึ่งจะเป็นแรงส่งสำคัญ ให้มีบริษัทคุณภาพดีจ่อคิวเข้าตลาด อย่างต่อเนื่องไปถึงปี 2026

 

ดีลใหญ่หนุน IPO ไทยจ่อฟื้นปี 2569

 

สำหรับผลกระทบการเลือกตั้งต่อแนวโน้มตลาด IPO ปี 2569 ‘สรวิศ ไกรฤกษ์’ รองผู้จัดการ สายงานผู้ออกหลักทรัพย์และ สายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มองว่า ข่าวการยุบสภา ตลาดรับรู้มาสักพักแล้วว่าจะเกิดขึ้น แม้ล่าสุดรัฐบาลอนุทินจะประกาศยุบสภาเร็วขึ้น 2 สัปดาห์ ตลาดก็คาดการณ์ไว้แล้ว

 

ทั้งนี้ ระยะเวลาการเข้า IPO เป็น Seasonal เหมือนเดิมทุกปี คือบริษัทที่สนใจระดมทุนจะรอปิดงบปีสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ และอัปเดตข้อมูลเพื่อยื่นไฟลิ่งช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งส่วนใหญ่มักยื่นก่อนวันหยุดสงกรานต์

 

ดังนั้น สำหรับบริษัทที่มีแผนเข้าระดมทุนอยู่แล้วไม่ได้กระทบอะไร เพราะกระบวนการพิจารณาจะต้องใช้เวลาขั้นต่ำอีก 6 เดือน กว่าจะได้วันเสนอขายก็เป็นช่วงสิ้นปี หรืออาจดีเลย์ได้ถึง 1 ปี

 

สำหรับปีหน้า ปัจจัยท้าทายต่อตลาด IPO ยังมีอยู่ แต่ที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) ก็มีลูกค้าใน Pipeline ของตัวเอง ปัจจุบันบริษัทประมาณ 5-6 บริษัทที่ยื่นไฟลิ่งแล้วรออนุมัติคำขอเสนอขาย และบริษัทขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างเตรียมยื่นไฟลิ่ง คาดว่าจะทำให้ Sentiment หุ้น IPO ฟื้นตัวทั้งจำนวนบริษัทจดทะเบียนและมูลค่าระดมทุน

 

อย่างไรก็ตาม หากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ปรับลดดอกเบี้ยลงอีก 2 รอบในปี 2569 มีความเป็นไปได้ว่าเงินทุนจะไหลกลับเข้ามาในช่วงกลางปีถึงปลายปี ซึ่งจะกระตุ้นกิจกรรมหุ้น IPO ให้กลับมาคึกคัก

 

นอกจากนี้ ต้องรอดูนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะมีมาตรการสนับสนุน Incentive กองทุนลดหย่อนภาษี เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถาบันหรือไม่ หากมีปัจจัยสนับสนุนครบทั้ง 2 ปัจจัย คาดว่าจะช่วยคลี่คลายปัญหา IPO ในอดีตได้

 

ขนาดดีล IPO เฉลี่ยเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เมื่อเทียบกับปี 2024 โดยเพิ่มขึ้นจากประมาณ 27 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

IPO อาเซียนปี 2568 ลมเปลี่ยนทิศเน้น ‘คุณภาพ’ มากกว่า ‘ปริมาณ’ ไทยมูลค่าระดมทุนรั้งท้าย 8 พันล้านบาท สิงคโปร์-เวียดนาม ครองดีลใหญ่ 1

 

ภาพประกอบ: ณัฏฐ์กานต์ ดวงมาตย์พล

The post IPO อาเซียนปี 2568 ลมเปลี่ยนทิศเน้น ‘คุณภาพ’ มากกว่า ‘ปริมาณ’ ไทยมูลค่าระดมทุนรั้งท้าย 8 พันล้านบาท สิงคโปร์-เวียดนาม ครองดีลใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ARMY ระดมทุน 20,000 ดอลลาร์เพื่อติดตั้งม้านั่งพร้อมชื่อ V วง BTS ใน Central Park ที่นิวยอร์ก https://thestandard.co/army-raised-20000-install-bench/ Wed, 24 Dec 2025 01:13:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1157606 ARMY ระดมทุน 20,000 ดอลลาร์เพื่อติดตั้งม้านั่งพร้อมชื่อ V วง BTS ใน Central Park ที่นิวยอร์ก

แฟนๆ ชาว ARMY ที่ชื่นชอบ V หรือ Kim Tae Hyung รวมตัวกัน […]

The post ARMY ระดมทุน 20,000 ดอลลาร์เพื่อติดตั้งม้านั่งพร้อมชื่อ V วง BTS ใน Central Park ที่นิวยอร์ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ARMY ระดมทุน 20,000 ดอลลาร์เพื่อติดตั้งม้านั่งพร้อมชื่อ V วง BTS ใน Central Park ที่นิวยอร์ก

แฟนๆ ชาว ARMY ที่ชื่นชอบ V หรือ Kim Tae Hyung รวมตัวกันบริจาคเงินจำนวน 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อติดตั้งม้านั่งในนามของศิลปินที่สวนสาธารณะ Central Park ที่นิวยอร์กเพื่อเฉลิมฉลองวันเกิดของเขาในวันที่ 30 ธันวาคมนี้

 

โปรเจกต์นี้เกิดขึ้นจากกลุ่มที่มีชื่อว่า THV Girls & Boys Give ซึ่งเป็นกลุ่มของแฟนๆ ในอเมริกาที่รวมตัวกันเพื่อฉลองวันเกิดปีแรกของ V หลังจากเขาปลดประจำการ โดยม้านั่งตัวนี้จะตั้งอยู่ใกล้ริมทะเลสาบ Davis Center ซึ่งเป็นโซนปรับปรุงใหม่ในสวนสาธารณะเพื่อมอบพื้นที่ให้กับผู้มาเยือนสามารถพักผ่อนหย่อนใจได้

 

การติดตั้งม้านั่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ Adopt-A-Bench ซึ่งเป็นโปรแกรมการกุศลของสวนสาธารณะของโครงการ Central Park Conservancy ซึ่งผู้บริจาคเงิน 20,000 ดอลลาร์จะสามารถติดแผ่นป้ายชื่อบนม้านั่งได้ และเงินส่วนอื่นๆ ก็จะนำไปบำรุงรักษาม้านั่งกว่า 10,000 ตัวภายในสวน ซึ่งถือเป็นการสะท้อนอิทธิพลเชิงบวกของศิลปินได้ดี และสำหรับป้ายของ V ก็จะมีคำว่า ‘TAEHYUNG’S CORNER’ สลักไว้เช่นกัน

 

ภาพ: Big Hit Music

 

อ้างอิง:

 

The post ARMY ระดมทุน 20,000 ดอลลาร์เพื่อติดตั้งม้านั่งพร้อมชื่อ V วง BTS ใน Central Park ที่นิวยอร์ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
SpaceX เตรียมขายหุ้น IPO ปีหน้า คาดมูลค่าสูงถึง 26 ล้านล้านบาท นักวิเคราะห์ชวนจับตาภารกิจอวกาศที่ยังต้องพิสูจน์ https://thestandard.co/spacex-ipo-trillion-analysts-watch/ Sat, 13 Dec 2025 08:21:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1154291 SpaceX เตรียมขายหุ้น IPO ปีหน้า คาดมูลค่าสูงถึง 26 ล้านล้านบาท นักวิเคราะห์ชวนจับตาภารกิจอวกาศที่ยังต้องพิสูจน์

SpaceX บริษัทผลิตจรวดและดาวเทียมของ Elon Musk ได้แจ้งพน […]

The post SpaceX เตรียมขายหุ้น IPO ปีหน้า คาดมูลค่าสูงถึง 26 ล้านล้านบาท นักวิเคราะห์ชวนจับตาภารกิจอวกาศที่ยังต้องพิสูจน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
SpaceX เตรียมขายหุ้น IPO ปีหน้า คาดมูลค่าสูงถึง 26 ล้านล้านบาท นักวิเคราะห์ชวนจับตาภารกิจอวกาศที่ยังต้องพิสูจน์

SpaceX บริษัทผลิตจรวดและดาวเทียมของ Elon Musk ได้แจ้งพนักงานเมื่อวันศุกร์ (12 ธันวาคม) ว่า บริษัทจะรับซื้อหุ้นคืนจากคนวงใน (Insider Shares) ซึ่งข้อตกลงนี้จะส่งผลให้บริษัทมีมูลค่าประเมินสูงถึงประมาณ 8 แสนล้านดอลลาร์ หรือ ราว 26 ล้านล้านบาท นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า บริษัทกำลังเตรียมตัวสำหรับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ที่อาจเกิดขึ้นในปีหน้า

 

เบรต จอห์นเซน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของ SpaceX ระบุในจดหมายถึงพนักงานว่า บริษัทมีแผนจะรับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเป็นมูลค่ารวม 2.56 พันล้านดอลลาร์ ในราคาหุ้นละ 421 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าราคาประเมินภายในครั้งก่อนเกือบสองเท่า โดย The New York Times ได้รับมา ระบุว่า ในจดหมายฉบับดังกล่าวที่ได้รับมานั้น จอห์นเซนยังได้กล่าวเป็นนัยถึงความเป็นไปได้ในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อีกด้วย

“ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เกิดขึ้นเมื่อใด และที่ระดับมูลค่าเท่าไหร่นั้น ยังคงมีความไม่แน่นอนสูงมาก แต่แนวคิดก็คือ หากเราดำเนินการได้อย่างยอดเยี่ยมและสภาพตลาดเอื้ออำนวย การทำ IPO ก็น่าจะช่วยระดมเงินทุนได้มหาศาล” จอห์นเซนระบุ

ข้อเสนอในการรับซื้อหุ้นจากพนักงานครั้งนี้ จะทำให้ SpaceX กลายเป็นบริษัทเอกชน (Private Company) ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก แซงหน้าบริษัท AI อย่าง OpenAI ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 5 แสนล้านดอลลาร์ และหาก SpaceX ตัดสินใจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จริง ก็คาดว่าจะเป็นหนึ่งในการทำ IPO ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และจะเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความมั่งคั่งอย่างมหาศาลให้กับบรรดาผู้ถือหุ้น
ขณะที่ Bloomberg ได้ระบุว่า บริษัทตั้งเป้าระดมทุนเงินจำนวนมหาศาล สำหรับการพัฒนายานสตาร์ชิป (Starship) และการตั้งฐานดาต้าเซ็นเตอร์ปัญญาประดิษฐ์ในอวกาศ และดวงจันทร์

ภารกิจดาวอังคาร บททดสอบนักลงทุน

 

แม้การ IPO ของ SpaceX จะถูกจับตาอย่างมากโดยนักลงทุน แต่ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนได้ออกมาเตือนว่า SpaceX เป็นบริษัทที่เน้นการวิจัยและพัฒนามาโดยตลอด ซึ่งนักลงทุนบางส่วนอาจยอมรับไม่ได้ หากบริษัทไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การขยายกิจการเครือข่ายอินเทอร์เน็ต Starlink ให้มากขึ้น

 

โดยราคาหุ้นของ Tesla เคยร่วงมาแล้ว เมื่อครั้งหนึ่ง Musk บอกว่า Tesla ไม่ใช่บริษัทยานยนต์ แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เกี่ยวกับหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์

 

ทางฝั่งของ Caleb Henry นักวิเคราะห์จากบริษัทวิจัยด้านอวกาศ Quilty Analytics กล่าวว่า SpaceX ลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในโครงการที่มีความเสี่ยงสูงมาโดยตลอด และบางโครงการต้องใช้เวลาในการทดลองที่ยาวนาน ซึ่งนักลงทุนต้องยอมรับให้ได้

 

ขณะที่ด้าน Justus Parmar ซีอีโอของ Fortuna Investments บริษัทร่วมทุนที่ลงทุนใน SpaceX คาดว่า การ IPO จะเกิดขึ้นหลังจาก SpaceX สามารถนำยานสตาร์ชิปไปยังดาวอังคารได้สำเร็จ ซึ่งเป็นการลดปัจจัยเสี่ยงชิ้นใหญ่ออกไปจากกิจการ โดยกล่าวว่า “จะเกิดผลเสียต่อราคาหุ้นอย่างมาก หาก SpaceX ส่งยานอวกาศไปดาวอังคารไม่สำเร็จ แต่ถ้ายังเป็นบริษัทเอกชน ก็จะไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น”

 

อย่างไรก็ตาม Abhi Tripathi อดีตผู้อำนวยการหน่วยแคปซูลบรรทุกนักบินอวกาศ ‘ดรากอน’ ของสเปซเอ็กซ์ มองว่า นักลงทุนจะยอมรับความล้มเหลวของยานอวกาศได้ เมื่อเทียบกับรายได้มหาศาลที่ Starlink สร้างให้กับบริษัท

 

เดิมพันอนาคตกับโจทย์รายได้ที่ยังต้องพิสูจน์

 

นอกเหนือจากความเสี่ยงของโครงการสำรวจอวกาศแล้ว นักวิเคราะห์บางรายยังกังขาต่อการประเมินมูลค่ากิจการของ SpaceX ว่าสูงเกินจริง ซึ่งปัจจุบัน SpaceX คาดการณ์รายได้ประจำปีไว้ที่ 15,000 ล้านดอลลาร์ แม้ขนาดตลาดของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมความเร็วสูงจะยังไม่ชัดเจนก็ตาม

 

ทั้งนี้ ในทางทฤษฎี SpaceX สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของโลก โดยนำพลังงานจากดวงอาทิตย์มารองรับการตั้งฐานดาต้าเซ็นเตอร์ในอวกาศ แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ต้องมีการระบายความร้อนที่ดีขึ้น และต้นทุนการปล่อยจรวดที่ต่ำลงอย่างมาก ขณะที่ขยะอวกาศ (Space Debris) ยังเป็นความท้าทายสำคัญที่จะทำให้ปัญหาซับซ้อนขึ้น

 

แม้จะมีความเสี่ยงมากมาย แต่ Shay Boloor หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ Futurum Equities Research เชื่อว่า นักลงทุนจะอดทนกับความผันผวนของ SpaceX ได้เช่นเดียวกับที่อดทนกับ Tesla

 

อ้างอิง:

The post SpaceX เตรียมขายหุ้น IPO ปีหน้า คาดมูลค่าสูงถึง 26 ล้านล้านบาท นักวิเคราะห์ชวนจับตาภารกิจอวกาศที่ยังต้องพิสูจน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
YouTrip หวังระดมทุนผ่าน IPO ภายใน 3 ปี ศึกษาจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ ล่าสุดเปิดบริการในออสเตรเลีย https://thestandard.co/youtrip-ipo-australia-3-years/ Tue, 02 Dec 2025 12:50:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1150773 YouTrip หวังระดมทุนผ่าน IPO ภายใน 3 ปี ศึกษาจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ ล่าสุดเปิดบริการในออสเตรเลีย

ผู้ร่วมก่อตั้ง YouTrip เผยบริษัทคาดหวังว่าจะระดมทุนผ่าน […]

The post YouTrip หวังระดมทุนผ่าน IPO ภายใน 3 ปี ศึกษาจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ ล่าสุดเปิดบริการในออสเตรเลีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
YouTrip หวังระดมทุนผ่าน IPO ภายใน 3 ปี ศึกษาจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ ล่าสุดเปิดบริการในออสเตรเลีย

ผู้ร่วมก่อตั้ง YouTrip เผยบริษัทคาดหวังว่าจะระดมทุนผ่านการขายหุ้น IPO และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า หากสามารถขยายธุรกิจได้ครอบคลุมอย่างน้อย 5 ประเทศ ล่าสุด ประกาศเปิดให้บริการในออสเตรเลียเป็นประเทศที่สามต่อจากสิงคโปร์และไทย

 

จุฑาศรี คูวินิชกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง YouTrip ประเทศไทย เปิดเผยว่าถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในอนาคตว่า บริษัทมีเป้าหมายที่จะนำ YouTrip เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ภายในระยะเวลา 2-3 ปีข้างหน้า โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือการขยายตลาดให้ครบ 5 ประเทศ เพื่อสร้างฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งเพียงพอ

 

สำหรับตลาดหลักทรัพย์ที่เล็งไว้นั้น จุฑาศรีระบุว่าบริษัทกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา โดยก่อนหน้านี้ได้มีการเข้าไปพูดคุยกับตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) บ้างแล้ว เนื่องจากมองว่าเป็นตลาดระดับโลก (Global Market) ที่มีสภาพคล่องสูง

 

“เรามองตัวเองเป็น APAC Play หรือผู้เล่นระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” หลังจากที่ประสบความสำเร็จทั้งในสิงคโปร์และไทย หลังจากนี้บริษัทวางแผนที่จะขยายตลาดเพิ่มอีก 2 ประเทศในปี 2026 เพื่อให้ครบตามเป้าหมาย 5 ประเทศก่อนพิจารณาเรื่อง IPO หรือการระดมทุนในระดับ Series C ต่อไป

 

ปักธง ‘ออสเตรเลีย’ ตลาดที่ 3 ดันยอดธุรกรรมโต

 

ล่าสุด YouTrip ได้ประกาศเปิดให้บริการในประเทศออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นการขยายสู่ตลาดต่างประเทศครั้งแรกนับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 และเป็นประเทศที่ 3 ต่อจากสิงคโปร์ (เปิดตัวปี 2018) และไทย (เปิดตัวปี 2019)

 

เหตุผลที่เลือกออสเตรเลียเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเร่งการเติบโต (Accelerated Growth) เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงมาก โดยมีชาวออสเตรเลียเดินทางไปต่างประเทศกว่า 12.3 ล้านทริปต่อปี และมียอดใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวต่างประเทศสูงถึง 50,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท

 

นอกจากนี้ ออสเตรเลียยังมีรายได้ต่อหัว (GDP per Capita) สูงถึงประมาณ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งสูงกว่าไทยที่มีรายได้ต่อหัวประมาณ 21,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งพฤติกรรมนักท่องเที่ยวออสเตรเลียมักเดินทางระยะยาว (10-15 วันต่อทริป) เทียบกับสิงคโปร์และไทยที่เฉลี่ย 6-7 วันต่อทริป ทำให้โอกาสในการจับจ่ายใช้สอยผ่านบัตรมีสูงกว่า

 

“ตลาดออสเตรเลียยังมี Pain Point เรื่องค่าธรรมเนียมอัตราแลกเปลี่ยน (FX) ที่ค่อนข้างแพง บัตรเครดิตทั่วไปอาจชาร์จค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินสูงถึง 3% การที่ YouTrip เข้าไปเสนอบริการที่ไม่มีค่าธรรมเนียมตรงนี้ จะช่วยให้นักเดินทางประหยัดเงินได้ถึง 4% หรือเปรียบเทียบง่ายๆ ว่า หากแลกเงิน 1,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย จะได้รับเงินเพิ่มขึ้นกว่า 40 ดอลลาร์เมื่อเทียบกับคู่แข่ง” จุฑาศรีกล่าว

 

ท่ามกลางภาวะการระดมทุนของสตาร์ทอัพทั่วโลกที่ซบเซา (Funding Winter) และอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง YouTrip กลับมีผลการดำเนินงานที่สวนทาง โดยบริษัทสามารถทำกำไรได้แล้วตั้งแต่ปี 2023 ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญที่ทำให้บริษัทแตกต่างจากสตาร์ทอัพรายอื่นๆ ที่ยังต้องเผชิญกับแรงกดดันในการทำกำไร

 

ปัจจุบัน YouTrip มียอดการทำธุรกรรมรวม (Annual Transaction Volume) กว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือประมาณ 4.83 แสนล้านบาท เติบโตเฉลี่ยในระดับไม่น้อยกว่า 10% ต่อปี โดยตัวเลขดังกล่าวเติบโตขึ้นจากราว 1 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3.5 แสนล้านบาท เมื่อ 2 ปีก่อน

 

พฤติกรรมท่องเที่ยวคนไทย

 

สำหรับภาพรวมธุรกิจในไทย จุฑาศรีมองว่า แม้เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 จะเติบโตเพียง 1.2% แต่ยอดการใช้จ่ายเพื่อการเดินทางผ่าน YouTrip ตั้งแต่ต้นปี (YTD) กลับสูงกว่าปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจของ YouTrip มีลักษณะ “Counter-cyclical” หรือสามารถเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจได้ เพราะแม้เศรษฐกิจจะไม่ดี แต่ผู้คนยังคงโหยหาประสบการณ์จากการเดินทาง เพียงแต่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาเน้นความคุ้มค่ามากขึ้น

 

“เราเห็นเทรนด์คนไทยเดินทางไปประเทศในภูมิภาคใกล้ๆ มากขึ้น และพยายามหาทางประหยัดค่าใช้จ่าย เช่น การแลกเงินล่วงหน้าเพื่อล็อกเรตที่ดีที่สุด โดย 9 ใน 10 ของผู้ใช้งานมีการแลกเงินเก็บไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นมาแตะระดับ 27.77 บาทต่อ 100 เยน ก็เห็นยอดการแลกเงินเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ เทรนด์การท่องเที่ยวญี่ปุ่นยังเปลี่ยนไปสู่เมืองรองมากขึ้น ขณะที่การเดินทางไปจีนก็มาแรงมาก สังเกตได้จากยอดแลกเงินหยวน (CNY) ที่พุ่งสูงขึ้น”

The post YouTrip หวังระดมทุนผ่าน IPO ภายใน 3 ปี ศึกษาจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ ล่าสุดเปิดบริการในออสเตรเลีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กฤษฎีกาเร่งดัน ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมสตาร์ตอัป ปลดล็อกกฎหมายเปิดทางให้ธุรกิจเติบโต https://thestandard.co/pushing-for-startup-bill-growth/ Sun, 30 Nov 2025 11:29:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1149882 กฤษฎีกาเร่งดัน ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมสตาร์ตอัป ปลดล็อกกฎหมายเปิดทางให้ธุรกิจเติบโต The provided headline already follows the Khaosod/Thairath spacing rule of adding a space before proper nouns that follow a verb. * ดัน (verb) is followed by ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมสตาร์ตอัป (proper noun phrase). There is already a space after ดัน. * ปลดล็อก (verb) is followed by กฎหมาย (common noun, not a proper noun). Therefore, no space is added. * เปิดทาง (verb phrase) is followed by ให้ธุรกิจเติบโต (contains common nouns, not proper nouns). Therefore, no space is added. So, the headline remains unchanged.

ระบบนิเวศสตาร์ตอัปไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำค […]

The post กฤษฎีกาเร่งดัน ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมสตาร์ตอัป ปลดล็อกกฎหมายเปิดทางให้ธุรกิจเติบโต appeared first on THE STANDARD.

]]>
กฤษฎีกาเร่งดัน ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมสตาร์ตอัป ปลดล็อกกฎหมายเปิดทางให้ธุรกิจเติบโต The provided headline already follows the Khaosod/Thairath spacing rule of adding a space before proper nouns that follow a verb. * ดัน (verb) is followed by ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมสตาร์ตอัป (proper noun phrase). There is already a space after ดัน. * ปลดล็อก (verb) is followed by กฎหมาย (common noun, not a proper noun). Therefore, no space is added. * เปิดทาง (verb phrase) is followed by ให้ธุรกิจเติบโต (contains common nouns, not proper nouns). Therefore, no space is added. So, the headline remains unchanged.

ระบบนิเวศสตาร์ตอัปไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อภาครัฐโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) เดินหน้าผลักดัน ‘ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัป’ เพื่อทลายข้อจำกัดทางกฎหมายที่ล้าสมัย ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการระดมทุนมาอย่างยาวนาน สอดรับกับข้อมูลล่าสุดจากภาคเอกชนที่ชี้ให้เห็นถึง ‘ช่องว่างเงินทุน’ และกระแสเงินทุนไทยที่กำลังไหลออกไปลงทุนนอกประเทศ

 

พิชยามนต์ จารึกสุนทรสกุล นักกฎหมายกฤษฎีกาชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) เปิดเผยว่า หัวใจสำคัญของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ คือการแก้ไขข้อจำกัดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) เดิมที่ไม่เอื้อต่อรูปแบบการทำธุรกิจของสตาร์ตอัปยุคใหม่ โดยกฎหมายใหม่จะเปิดทางให้ทำในสิ่งที่เคยทำไม่ได้ ให้ทำได้เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุน

 

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของกฎหมายฉบับใหม่นี้ อาทิเช่น รองรับการออกหุ้นกู้ที่สามารถแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญได้ ซึ่งเป็นเครื่องมือระดมทุนยอดนิยมของสตาร์ตอัประดับโลก

 

อนุญาตให้บริษัทจำกัดสามารถถือหุ้นของตนเอง (Treasury Stock) เพื่อนำมาจัดสรรเป็นหุ้นจูงใจให้กับพนักงานหรือกรรมการ ช่วยดึงดูด Talent คนเก่งๆ เข้ามาร่วมงาน

 

รวมทั้งการรองรับการเปลี่ยนหนี้สินให้กลายเป็นทุนจดทะเบียน เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการโครงสร้างทางการเงิน

 

จากการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ พบว่าภาคเอกชนกว่า 97.2% เห็นด้วยกับหลักการของร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยจะมีสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน และใช้ระบบการจดทะเบียนแบบรับรองตนเอง (Self-declared) เพื่อความรวดเร็ว

 

เจาะลึกไส้ใน VC ไทย เงินไหลออกนอก และช่องว่างเงินทุน

 

ในขณะที่ภาครัฐกำลังเร่งเครื่องด้านกฎหมาย รายงาน ‘INSIDE THE DEAL FLOW 2024’ จากสมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน (TVCA) ได้สะท้อนภาพความเป็นจริงของการลงทุนในปีที่ผ่านมา ซึ่งมียอดการลงทุนรวมกว่า 1.4 พันล้านบาท จาก 53 ดีล

 

โดยมีประเด็นที่น่าจับตามองคือเงินทุนไหลออก (Outbound Investment) แม้การลงทุนในประเทศจะยังมีสัดส่วนหลักที่ 57% (30 ดีล) แต่พบว่ามีเม็ดเงินถึง 43% (23 ดีล) ที่ไหลออกไปลงทุนในสตาร์ตอัปต่างประเทศ สะท้อนว่านักลงทุนไทยกำลังมองหาโอกาสเติบโตในเวทีโลก หรืออาจสะท้อนถึงข้อจำกัดของตัวเลือกในประเทศ

 

นอกจากนี้ การลงทุนกระจุกตัวอยู่ที่ดีลขนาดเล็ก มูลค่าต่ำกว่า 10 ล้านบาท และดีลขนาดกลางค่อนข้างใหญ่ มูลค่า 20-50 ล้านบาท แต่กลับพบช่องว่างเงินทุน (Funding Gap) ที่น่ากังวลในช่วงวงเงิน 10-20 ล้านบาท (Pre-A Round) ซึ่งมีสัดส่วนเพียง 11.3% เท่านั้น นี่คือช่วงรอยต่อสำคัญที่สตาร์ตอัปไทยหลายรายมักไปไม่ถึงฝั่งฝัน

 

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมที่ดึงดูดเม็ดเงินได้มากที่สุดยังคงเป็น Digital Platform และ FinTech ในขณะที่ HealthTech เป็นกลุ่มที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนในประเทศแบบ 100% ส่วน ClimateTech นั้น เงินทุนไทยมักไหลไปลงทุนในต่างประเทศทั้งหมด

 

การผลักดันกฎหมายใหม่ของกฤษฎีกา จึงเปรียบเสมือนการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานของระบบนิเวศสตาร์ตอัปไทย ให้รองรับเครื่องมือทางการเงินสมัยใหม่ เพื่อปิดช่องว่างเงินทุนและดึงดูดให้เม็ดเงินทั้งจากในและต่างประเทศไหลกลับเข้ามาหมุนเวียนในธุรกิจเทคโนโลยีของไทยมากขึ้น

 

TVCA ระบุว่า “ทุนไทยพร้อมที่จะก้าวสู่ระดับโลก แต่โอกาสที่แท้จริงคือการ Scaling บริษัทของเราและการแข่งขันบนเวทีโลก” ซึ่งการปลดล็อกกฎหมายในครั้งนี้ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สตาร์ตอัปไทยมีความคล่องตัวและเข้มแข็งพอที่จะก้าวไปสู่จุดนั้นได้

The post กฤษฎีกาเร่งดัน ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมสตาร์ตอัป ปลดล็อกกฎหมายเปิดทางให้ธุรกิจเติบโต appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิว กุลวุฒิ เปิดประมูลไม้แบดมินตัน ช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ https://thestandard.co/kunlavut-auctions-racket-flood/ Fri, 28 Nov 2025 10:58:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1149201 วิว กุลวุฒิ เปิดประมูลไม้แบดมินตัน ช่วยผู้ประสบอุทกภัย ภาคใต้

ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในหลายจังหวัดภาคใต้ ขณะนี้ม […]

The post วิว กุลวุฒิ เปิดประมูลไม้แบดมินตัน ช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิว กุลวุฒิ เปิดประมูลไม้แบดมินตัน ช่วยผู้ประสบอุทกภัย ภาคใต้

ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในหลายจังหวัดภาคใต้ ขณะนี้มีคนดังจากหลากหลายวงการร่วมออกมาสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

 

ล่าสุด วิว-กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันมือ 3 ของโลก โพสต์ประกาศเปิดประมูลไม้แบดมินตันของตัวเอง เพื่อระดมทุนช่วยพี่น้องชาวใต้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

 

วิวระบุผ่านโพสต์ว่า “ผมขอส่งใจให้พี่น้องชาวภาคใต้ที่ประสบอุทกภัย ณ ขณะนี้ ผมเองก็อยากเป็นส่วนหนึ่งเล็กๆ ในการช่วยเหลือ จึงนำไม้แบดมินตันที่ใช้ทั้งในการฝึกซ้อมและการแข่งขัน มาเปิดประมูล เริ่มต้นที่ 0 บาท บิทเท่าไหร่ก็ได้ และจะปิดประมูลในวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายนนี้”

 

พร้อมส่งกำลังใจอีกครั้งว่า “ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวใต้ทุกคน ผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้ด้วยดีนะครับ”

 

ทั้งนี้ การประมูลจะเปิดตั้งแต่ตอนนี้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน

 

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมได้ที่โพสต์นี้:

https://www.facebook.com/reel/1905025760452036

 

โดยรายได้ทั้งหมดจากผู้ชนะการประมูลจะถูกโอนตรงไปยัง สภากาชาดไทย เพื่อส่งต่อไปยังผู้ประสบภัยโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ

The post วิว กุลวุฒิ เปิดประมูลไม้แบดมินตัน ช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Beacon VC ร่วมลงทุน Series B ใน WIZ.Al สตาร์ตอัปสิงคโปร์ ผู้พัฒนา GenAI Talkbot เสริมสัมพันธ์ลูกค้า https://thestandard.co/beacon-vc-wizai-series-b/ Thu, 20 Nov 2025 07:38:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1145449 Beacon VC ร่วมลงทุน Series B ใน WIZ.Al สตาร์ตอัปสิงคโปร์ ผู้พัฒนา GenAI Talkbot เสริมสัมพันธ์ลูกค้า

บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล (บีคอน วีซี) ซึ่งเป็น Corporate […]

The post Beacon VC ร่วมลงทุน Series B ใน WIZ.Al สตาร์ตอัปสิงคโปร์ ผู้พัฒนา GenAI Talkbot เสริมสัมพันธ์ลูกค้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
Beacon VC ร่วมลงทุน Series B ใน WIZ.Al สตาร์ตอัปสิงคโปร์ ผู้พัฒนา GenAI Talkbot เสริมสัมพันธ์ลูกค้า

บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล (บีคอน วีซี) ซึ่งเป็น Corporate Venture Capital ของธนาคารกสิกรไทย นำทีมร่วมลงทุนใน Series B ของ WIZ.AI บริษัทเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สตาร์ตอัปจากสิงคโปร์ ผู้นำด้านการประยุกต์ใช้ Large Language Models (LLMs) สำหรับองค์กรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มูลค่ากว่าสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

พร้อมการสนับสนุนจาก SMBC Asia Rising Fund กองทุนร่วมลงทุนของ Sumitomo Mitsui Banking Corporation (SMBC) จากประเทศญี่ปุ่น และ SMIC SG Holdings บริษัทย่อยของ SM Investments Corporation รวมถึงนักลงทุนรายเดิมอย่าง Singtel Innov8 บริษัทร่วมลงทุนของกลุ่ม Singtel และ Granite Asia สะท้อนความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี AI ขับเคลื่อนอนาคตของแรงงานและเศรษฐกิจ

 

ธนพงษ์ ณ ระนอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด (บีคอน วีซี) เปิดเผยว่า เทคโนโลยี AI ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการพลิกโฉมเศรษฐกิจ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และยกระดับศักยภาพแรงงานสู่บทบาทที่สร้างสรรค์และมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น

 

ล่าสุด บีคอน วีซี ได้ร่วมลงทุนใน Series B ของ WIZ.AI บริษัทเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สตาร์ตอัพจากสิงคโปร์ ผู้นำด้านการประยุกต์ใช้ Large Language Models (LLMs) สำหรับองค์กรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สามารถปรับให้เหมาะสมกับแต่ละท้องถิ่น และขยายการใช้งานได้หลากหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 10 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 320 ล้านบาท โดยได้รับการสนับสนุนจาก SMBC Asia Rising Fund กองทุนร่วมลงทุนของ Sumitomo Mitsui Banking Corporation (SMBC) จากประเทศญี่ปุ่น และ SMIC SG Holdings บริษัทย่อยของ SM Investments Corporation ซึ่งดำเนินธุรกิจในรูปแบบบริษัทโฮลดิ้งเพื่อการลงทุนในบริษัทต่างประเทศ รวมถึงนักลงทุนรายเดิมอย่าง Singtel Innov8 บริษัทร่วมลงทุนของกลุ่ม Singtel และ Granite Asia

 

WIZ.AI เป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มที่นำโซลูชัน GenAI และ LLM มาใช้ในระดับองค์กรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี Voice Agent สำหรับการสื่อสารกับลูกค้าผ่านระบบอัตโนมัติหลายช่องทาง (Omnichannel) สร้างมาตรฐานใหม่ของการสื่อสารด้วยระบบอัจฉริยะที่มีความถูกต้องแม่นยำ มีเสียงพูดเป็นธรรมชาติ มีประสิทธิภาพและสามารถเข้าใจภาษาและสำเนียงท้องถิ่นที่ซับซ้อน ทำให้ระบบสามารถมอบประสบการณ์ที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมได้อย่างเป็นธรรมชาติ แพลตฟอร์มของ WIZ.AI ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์องค์กรขนาดใหญ่ ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งและผ่านการพิสูจน์การใช้งานจริง พร้อมความยืดหยุ่นสูง ช่วยให้ลูกค้าสามารถขยายหรือลดการใช้งานได้อย่างรวดเร็วตามสภาวะการใช้งานที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอย่างเช่นในปัจจุบัน

 

เงินทุนรอบใหม่นี้จะช่วยเร่งการพัฒนาแพลตฟอร์ม Artificial General Intelligence (AGI) ของ WIZ.AI และสนับสนุนการขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์สู่ตลาดเกิดใหม่ พร้อมต่อยอดความสามารถของ AI ให้ครอบคลุมการมีส่วนร่วมกับลูกค้าในหลากหลายรูปแบบ นอกจากนี้ WIZ.AI ยังมีแผนพัฒนา AI Partner Solutions เพื่อให้บริการโซลูชัน AGI แบบครบวงจรที่ตอบโจทย์ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเน้นการผสานเทคโนโลยีอย่างไร้รอยต่อและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้จริงสำหรับองค์กร WIZ.AI ยังคงมุ่งมั่นสร้างผลิตภัณฑ์ AI ชั้นนำสำหรับตลาดเกิดใหม่ เพื่อให้องค์กรสามารถใช้ AI ได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และขยายผลได้ในวงกว้าง ด้วยความร่วมมือจากนักลงทุนชั้นนำระดับโลก การระดมทุนครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของเทคโนโลยีและเศรษฐกิจ

The post Beacon VC ร่วมลงทุน Series B ใน WIZ.Al สตาร์ตอัปสิงคโปร์ ผู้พัฒนา GenAI Talkbot เสริมสัมพันธ์ลูกค้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
TALON ประกาศยุติทำทีม VALORANT หลังถูกถอดจากลีก VCT https://thestandard.co/talon-shuts-down-valorant-team/ Tue, 18 Nov 2025 06:51:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1144523 TALON ประกาศยุติทำทีม VALORANT หลังถูกถอดจากลีก VCT

TALON Esports ทีมไทยหนึ่งเดียวบนเวที VCT Pacific ประกาศ […]

The post TALON ประกาศยุติทำทีม VALORANT หลังถูกถอดจากลีก VCT appeared first on THE STANDARD.

]]>
TALON ประกาศยุติทำทีม VALORANT หลังถูกถอดจากลีก VCT

TALON Esports ทีมไทยหนึ่งเดียวบนเวที VCT Pacific ประกาศยุติการทำทีม VALORANT อย่างเป็นทางการ หลังถูก Riot Games ถอดออกจากการแข่งขัน VCT

 

“องค์กรขอประกาศการยุติบทบาทภายในเกม VALORANT ด้วยความเสียใจอย่างยิ่ง อันเป็นผลสืบเนื่องจากการที่ Riot ได้มีมติถอดทีมของเราออกจากการแข่งขัน VCT ทางองค์กรเคารพและยอมรับการตัดสินใจของ Riot อย่างเต็มที่

 

โดยในแถลงการณ์ TALON ยังระบุอีกว่า ปัญหาทางการเงินเกิดจากความล่าช้าในการระดมทุนรอบปัจจุบัน ที่ควรเสร็จสิ้นตั้งแต่ต้นปี ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจอีสปอร์ตทั้งหมด และทำให้สถานการณ์ของทีมไม่สามารถเดินหน้าต่อในระบบลีกได้

 

องค์กรยืนยันว่า สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือเหล่าผู้เล่นของทีม โดยกำลังประสานงานกับ Riot เพื่อช่วยให้ผู้เล่นที่มีชื่อในทีมอย่าง Crws, JitboyS, Primmie, thyy และ killua ได้ย้ายสังกัดใหม่อย่างราบรื่นที่สุดในฤดูกาลถัดไป พร้อมให้การสนับสนุนเพิ่มเติมแก่ผู้เล่นทุกคน

 

ทั้งนี้ TALON ระบุว่าจะ “หยุดพักจาก VALORANT Esports ชั่วคราว” เพื่อทบทวนทิศทางขององค์กรในอนาคต พร้อมทิ้งท้ายขอบคุณแฟนๆ ทั่วโลกที่สนับสนุนทีมมาโดยตลอด

 

หลังจากนี้ต้องจับตาว่า 5 ผู้เล่นตัวหลักของ TALON จะไปต่อในเส้นทางอีสปอร์ตกับทีมใดบนเวทีระดับนานาชาติในฤดูกาล 2026 ที่กำลังมาถึง

 

อ้างอิง:

The post TALON ประกาศยุติทำทีม VALORANT หลังถูกถอดจากลีก VCT appeared first on THE STANDARD.

]]>
MR.DIY เผยรายงานการขายหุ้นไอพีโอ 40 อันดับแรก ‘ประกันสังคม’ ร่วมจองซื้อ 9.9 ล้านหุ้น https://thestandard.co/mrdiy-ipo-first-40-positions/ Tue, 04 Nov 2025 12:04:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1139739 MR.DIY เผยรายงานการขายหุ้นไอพีโอ 40 อันดับแรก ‘ประกันสังคม’ ร่วมจองซื้อ 9.9 ล้านหุ้น

มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย. รายงานผลการขายหุ้นไอพีโอ 40 อันดับแ […]

The post MR.DIY เผยรายงานการขายหุ้นไอพีโอ 40 อันดับแรก ‘ประกันสังคม’ ร่วมจองซื้อ 9.9 ล้านหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
MR.DIY เผยรายงานการขายหุ้นไอพีโอ 40 อันดับแรก ‘ประกันสังคม’ ร่วมจองซื้อ 9.9 ล้านหุ้น

มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย. รายงานผลการขายหุ้นไอพีโอ 40 อันดับแรก รวม 468.55 ล้านหุ้น คิดเป็น 71.54% ในจำนวนนี้พบสำนักงานประกันสังคมจองซื้อรวม 9.9 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 85.17 ล้านบาท

 

จากแบบรายงานผลการขายหุ้นไอพีโออย่างย่อของ (แบบ 81-1 อย่างย่อ) ของ บมจ.มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) หรือ MRDIYT ซึ่งเปิดเผยรายชื่อผู้ที่ได้รับการจัดสรรหุ้นในจำนวนสูงสุด 40 อันดับแรก (รวมผู้ที่ได้รับการจัดสรรทุกประเภท) ได้รับการจัดสรรหุ้นรวมกันทั้งสิ้น 468,559,000 หุ้น คิดเป็น 71.54% ของหุ้นที่เสนอขายทั้งหมด 655 ล้านหุ้น

 

โดย 5 อันดับแรกที่ได้รับการจัดสรรได้แก่

 

1.UBS SECURITIES PTE LTD จำนวน 181,790,200 หุ้น

2.CGS INTERNATIONAL SECURITIES SINGAPORE PTE LTD จำนวน 93,861,000 หุ้น

3.J.P. MORGAN SECURITIES PLC จำนวน 74,285,000 หุ้น

4.N.C.B. TRUST LIMITED – NORGES BANK 30 จำนวน 10,549,100 หุ้น

5.สำนักงานประกันสังคม โดย บลจ. ทาลิส จก. จำนวน 8,678,100 หุ้น

 

ในส่วนของสำนักงานประกันสังคม ยังมีการจองซื้อโดย บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) อีกจำนวน 1,225,400 หุ้น รวมแล้วสำนักงานประกันสังคมจองซื้อทั้งสิ้น 9,903,500 หุ้น คิดเป็นมูลค่า 85,170,100 บาท เมื่อคำนวณจากราคาเสนอขายที่ 8.60 บาท

 

ทั้งนี้ หุ้น MRDIYT จะเข้าซื้อขายเป็นวันแรกในตลาดหุ้นไทยในวันที่ 5 พฤศจิกายน โดยระดมทุนรวม 5.6 พันล้านบาท ถือเป็นหุ้นไอพีโอที่มีมูลค่ามากที่สุดในรอบ 3 ปี

The post MR.DIY เผยรายงานการขายหุ้นไอพีโอ 40 อันดับแรก ‘ประกันสังคม’ ร่วมจองซื้อ 9.9 ล้านหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
บีโอไอจับมือตลาดหลักทรัพย์ฯ หารือ 5 ธุรกิจยุคใหม่ หวังดึงเข้าตลาดหุ้นไทย https://thestandard.co/boi-set-partner-new-firms/ Tue, 04 Nov 2025 11:53:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1139730 บีโอไอจับมือ ตลาดหลักทรัพย์ฯ หารือ 5 ธุรกิจยุคใหม่ หวังดึงเข้า ตลาดหุ้นไทย

เลขาธิการบีโอไอเชิญ 5 บริษัทซึ่งอยู่ใน 3 อุตสาหกรรมเป้า […]

The post บีโอไอจับมือตลาดหลักทรัพย์ฯ หารือ 5 ธุรกิจยุคใหม่ หวังดึงเข้าตลาดหุ้นไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
บีโอไอจับมือ ตลาดหลักทรัพย์ฯ หารือ 5 ธุรกิจยุคใหม่ หวังดึงเข้า ตลาดหุ้นไทย

เลขาธิการบีโอไอเชิญ 5 บริษัทซึ่งอยู่ใน 3 อุตสาหกรรมเป้าหมาย หารือกับตลาดหลักทรัพย์ฯ หวังดึงเข้าจดทะเบียน ด้านตลาดหลักทรัพย์ฯ ศึกษาปรับเกณฑ์ Market Cap. เพื่อสนับสนุนการระดมทุนของธุรกิจใหม่

 

จากงานสัมมนา “BOI to IPO: ตลาดทุนสร้างการเติบโต” ในวันนี้ (4 พฤศจิกายน)
นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยภายในงานว่า บีโอไอได้เชิญผู้ประกอบการ 5 ราย ซึ่งอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เข้ามาหารือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย

 

ทั้งนี้ 3 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่ต้องการเร่งส่งเสริมในปัจจุบันประกอบด้วย 1.อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ 2.ยานยนต์ไฟฟ้า และ 3.ดิจิทัล

 

นอกจากนี้ บีโอไอยังอยู่ระหว่างการออกมาตรการสนับสนุนการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมใหม่ ในเบื้องต้นมีเป้าหมาย 100,000 คน รวมทั้งมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในโลกยุคใหม่ โดยทั้งสองมาตรการนี้จะมีการประชุมเพื่อสรุปรายละเอียดอีกครั้งในวันที่ 6 พฤศจิกายนนี้ ก่อนจะประกาศรายละเอียดอีกครั้ง

 

ด้าน อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจับมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์ฯ และบีโอไอจะช่วยสร้างการเติบโตให้กับเศรษฐกิจโดยรวม

 

“วิธีแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ดีที่สุดคือ การสร้างการเติบโตให้กับเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เศรษฐกิจจะเติบโตไม่ได้ถ้าไม่มีการลงทุน สำหรับตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นพื้นที่ให้กับธุรกิจมาระดมทุน เพื่อเสริมสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ” อัสสเดชกล่าว

 

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีการปรับปรุงเกณฑ์การเข้าจดทะเบียนใน SET และ mai สำหรับกลุ่มธุรกิจใหม่ (New Economy) ที่มีศักยภาพในการเติบโต แต่อาจจะยังไม่มีกำไร ให้สามารถเข้ามาระดมทุนได้ หากผ่านเกณฑ์มูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization)

 

อย่างไรก็ตาม “3 ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีใครใช้เกณฑ์ Market Cap. เลย ต้องมาย้อนดูว่าเกาถูกจุดหรือไม่ จะแก้ไขอย่างไร ต้องเปลี่ยนแปลงอะไร เพื่อสนับสนุนการระดมทุนและริเริ่มธุรกิจใหม่” อัสสเดชกล่าว

The post บีโอไอจับมือตลาดหลักทรัพย์ฯ หารือ 5 ธุรกิจยุคใหม่ หวังดึงเข้าตลาดหุ้นไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องแผน MRDIYT หุ้นไอพีโอใหญ่สุดรอบ 3 ปี ธุรกิจเติบโตยังไงต่อ https://thestandard.co/mrdiyt-biggest-ipo-in-3-years/ Tue, 04 Nov 2025 08:27:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1139616

สถานการณ์ IPO ในตลาดหุ้นไทย เรียกว่าเกือบหลับแต่กลับมาไ […]

The post ส่องแผน MRDIYT หุ้นไอพีโอใหญ่สุดรอบ 3 ปี ธุรกิจเติบโตยังไงต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>

สถานการณ์ IPO ในตลาดหุ้นไทย เรียกว่าเกือบหลับแต่กลับมาได้ แม้ครึ่งแรกของปี 2568 จะมีหุ้นเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เพียง 5 บริษัท รวมมูลค่าระดมทุน 1,150 ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ครึ่งปีหลังเรียกว่า ร้อนแรงเกินคาด มีหุ้นต่อคิวเข้าเทรดไปแล้วกว่า 8 ตัว โดยบางตัว ปัจจุบันราคาพุ่งถึง 200% จากราคาเสนอขาย

 

ล่าสุดก็ใกล้ถึงคิวของหุ้น MRDIYT จาก MR.D.I.Y พี่ใหญ่ร้านค้าปลีกอุปกรณ์ ตกแต่งบ้าน และสินค้าไลฟ์สไตล์ทั่วไป ขวัญใจคนงบน้อย ที่เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ครั้งแรก 5 พ.ย.นี้ โดยเตรียมเสนอขาย IPO รวมไม่เกิน 655,000,000 หุ้น ที่ราคาจองซื้อ 8.30-8.60 บาทต่อหุ้น มูลค่าระดมทุน 5,600 ล้านบาท นับเป็นหุ้น IPO ที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในรอบ 3 ปี

 

ทั้งนี้ นักลงทุนให้การจับตามองอย่างมาก เพราะบริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นธุรกิจสัญชาติ มาเลเซีย ที่ทำธุรกิจในไทยมานานกว่า 9 ปี (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559) ทำให้ปัจจุบัน เป็นผู้นำตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย ด้วยส่วนแบ่งตลาดที่ 9% มีร้านค้ามากกว่า 1,000 สาขา ทั้งสาขาในห้างและ Standalone ครอบคลุม 77 จังหวัด โดยยึดมั่นพันธกิจ Always Low Price ตอบโจทย์ความต้องการ ที่หลากหลายของลูกค้าด้วยสินค้าราคาถูกคุ้มเสมอ

 

THE STANDARD WEALTH พาส่องแผนธุรกิจ MRDIYT เติบโตอย่างไรต่อ หลัง IPO แล้ว

 

ส่องแผน MRDIYT หุ้นไอพีโอใหญ่สุดรอบ 3 ปี ธุรกิจเติบโตยังไงต่อ 2

 

ภาพประกอบ: ณัฏฐ์กานต์ ดวงมาตย์พล

The post ส่องแผน MRDIYT หุ้นไอพีโอใหญ่สุดรอบ 3 ปี ธุรกิจเติบโตยังไงต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดทางเลือก IPO? Rolls-Royce เริ่มหารือระดมทุนธุรกิจเตาปฏิกรณ์ขนาดเล็ก https://thestandard.co/rolls-royce-smr-ipo-denial/ Sun, 31 Aug 2025 06:26:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1113789 rolls-royce-smr-ipo-denial

Financial Times รายงานว่า Rolls-Royce บริษัทวิศวกรรมยัก […]

The post เปิดทางเลือก IPO? Rolls-Royce เริ่มหารือระดมทุนธุรกิจเตาปฏิกรณ์ขนาดเล็ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
rolls-royce-smr-ipo-denial

Financial Times รายงานว่า Rolls-Royce บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ ได้เริ่มเจรจาในเบื้องต้นกับกลุ่มที่ปรึกษาทางการเงินถึงทางเลือกในการระดมทุนสำหรับธุรกิจเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ของตนเอง ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ในการนำธุรกิจส่วนนี้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) 

 

อย่างไรก็ตาม โฆษกของ Rolls-Royce SMR ได้ให้ข้อมูลกับ Bloomberg News โดยปฏิเสธข่าวดังกล่าวและระบุว่า บริษัทยัง “ไม่มีการวางแผนหรืออยู่ในกระบวนการที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์” 

 

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลพรรคแรงงานของอังกฤษได้เลือกให้ Rolls-Royce เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีสำหรับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR ชุดแรกของประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้อังกฤษกลายเป็นผู้นำของโลกในเทคโนโลยีดังกล่าว ภายใต้แผนนี้ Rolls-Royce จะดำเนินการก่อสร้าง SMR จำนวน 3 ยูนิต

 

โครงการดังกล่าวคาดว่าจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เกือบ 1.5 กิกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอสำหรับบ้านเรือนประมาณ 1.5 ล้านหลัง โดยรัฐบาลอังกฤษได้ให้คำมั่นว่าจะจัดสรรงบประมาณ 2.5 พันล้านปอนด์ (ประมาณ 1.09 แสนล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี SMR ของ Rolls-Royce และเตรียมความพร้อมของพื้นที่ติดตั้ง

 

ปัจจุบัน พลังงานนิวเคลียร์กำลังเข้าสู่ยุคฟื้นฟูอีกครั้ง โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากความต้องการพลังงานมหาศาลของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความพยายามของรัฐบาลทั่วโลกในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานภายในประเทศ ซึ่งทำให้เทคโนโลยี SMR กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

 

กระแสดังกล่าวได้ส่งผลให้ธุรกิจ SMR กลายเป็นธุรกิจที่เนื้อหอมในหมู่นักลงทุนอย่างมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Amazon และ Google ก็ได้เริ่มทำข้อตกลงกับผู้พัฒนา SMR เพื่อจัดหาพลังงานสะอาดให้กับศูนย์ข้อมูล (Data Center) ของตนเอง 

 

ขณะที่ Oklo สตาร์ทอัพด้านนิวเคลียร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากซีอีโอของ OpenAI ก็มีมูลค่าประเมินสูงกว่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ (3.55 แสนล้านบาท)

 

นิก ลอว์สัน ซีอีโอของกลุ่มการลงทุน Ocean Wall กล่าวว่าเขากำลังเห็น “แรงผลักดันที่ไม่ธรรมดาในจุดตัดระหว่างเทคโนโลยีนิวเคลียร์และปัญญาประดิษฐ์” ซึ่งรวมถึงการที่บริษัทในกลุ่มนี้อีกหลายแห่ง เช่น Holtec International และ Quantum Leap Energy ก็กำลังพิจารณาที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เช่นกัน 

 

นอกจากนี้ ยังมีผู้พัฒนาพลังงานนิวเคลียร์อีกอย่างน้อย 3 แห่งที่กำลังหาเงินผ่านการควบรวมกับบริษัทจดทะเบียนเพื่อวัตถุประสงค์พิเศษ (SPAC)

 

แหล่งข่าวระบุว่าการเจรจาของ Rolls-Royce ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นและยังไม่มีความเร่งรีบในการตัดสินใจ โดยมีรายงานว่ามีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในกลุ่มผู้ถือหุ้นของกิจการร่วมค้า ซึ่งประกอบด้วย CEZ Group กลุ่มบริษัทพลังงานจากสาธารณรัฐเช็ก ที่ถือหุ้น 20%, หน่วยงานการลงทุนของกาตาร์ และ BNF Resources

 

ทั้งนี้ คาดว่า Rolls-Royce จะยังไม่ตัดสินใจใดๆ จนกว่าจะมีการลงนามในสัญญากับรัฐบาลอังกฤษอย่างเป็นทางการเสียก่อน เนื่องจากมูลค่าของธุรกิจจะขึ้นอยู่กับรายละเอียดในสัญญาดังกล่าวเป็นสำคัญ 

 

และหากมีการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จริง รัฐบาลอังกฤษก็ต้องการให้เกิดขึ้นในตลาดลอนดอน เพื่อช่วยกระตุ้นตลาด IPO ของประเทศที่ซบเซาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

 

ตูฟาน เออร์กินบิลกิช ซีอีโอของ Rolls-Royce ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนเทคโนโลยี SMR อย่างแข็งขัน ได้แสดงความเชื่อมั่นใน ‘อนาคต’ ของธุรกิจส่วนนี้ โดยคาดว่าธุรกิจ SMR ซึ่งปัจจุบันมีพนักงานประมาณ 800 คน จะสามารถสร้างกำไรและมีกระแสเงินสดเป็นบวกได้ภายในปี 2030 

 

ทั้งนี้ Rolls-Royce ได้ขายหุ้น 20% ในธุรกิจนี้ให้กับ CEZ Group เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งแม้จะไม่เปิดเผยมูลค่า แต่คาดว่าอยู่ที่หลายร้อยล้านดอลลาร์

หมายเหตุ : 

  • ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.28 บาท ณ วันที่ 29 สิงหาคม 2568 
  • ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ปอนด์สเตอร์ลิง เท่ากับ 43.63 บาท ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2568 


ภาพ: michelangeloop / Shutterstock

 

อ้างอิง:

The post เปิดทางเลือก IPO? Rolls-Royce เริ่มหารือระดมทุนธุรกิจเตาปฏิกรณ์ขนาดเล็ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทุนของ Sabrina Carpenter ระดมทุนช่วยเหลือกลุ่ม LGBTQIA+ เป็นจำนวน 1 ล้านดอลลาร์ภายใน 1 ปี https://thestandard.co/the-sabrina-carpenter-fund-reaches-1-million-milestone-in-record-time/ Fri, 04 Jul 2025 11:13:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1093003 Sabrina Carpenter

องค์กรไม่แสวงกำไรในสหรัฐอเมริกาอย่าง PLUS1 เปิดเผยว่า ก […]

The post กองทุนของ Sabrina Carpenter ระดมทุนช่วยเหลือกลุ่ม LGBTQIA+ เป็นจำนวน 1 ล้านดอลลาร์ภายใน 1 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sabrina Carpenter

องค์กรไม่แสวงกำไรในสหรัฐอเมริกาอย่าง PLUS1 เปิดเผยว่า กองทุนบริจาคเงินของ Sabrina Carpenter สามารถระดมเงินทุนได้ถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี ซึ่งถือว่าเป็นกองทุนของศิลปินและคนดังที่เติบโตไวที่สุดอีกด้วย

 

เธอผลักดันโครงการนี้ในตลอดระยะเวลาที่เธอจัดทัวร์คอนเสิร์ต Short n’ Sweet Tour โดยเงินจำนวนนี้จะถูกนำไปใช้สนับสนุนเรื่องสิทธิและสวัสดิภาพในด้านต่างๆ ของกลุ่มคนที่ต้องการความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นชุมชนเล็กๆ กลุ่มคน LGBTQIA+ รวมทั้งเรื่องสวัสดิภาพสัตว์

 

ในรายงานยังระบุว่า กองทุนของเธอถูกนำไปใช้ที่ PAPYRUS ศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายในสหราชอาณาจักร, องค์กรไม่แสวงหากำไรเพื่อช่วยเหลือ LGBTQIA+ อย่าง Rainbow Railroad, โครงการ JED Foundation สำหรับช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตของ LGBTQ National Help Center รวมทั้งโครงการช่วยเหลือสัตว์เพื่อการรับเลี้ยงของ Best Friends Animal Society จาก PLUS1

 

นอกจากนี้ ในช่วงก่อนสิ้นสุดเดือน Pride Month เธอยังกล่าวข้อความขอบคุณแฟนๆ ที่เป็นกลุ่มคนหลากหลายทางเพศด้วยว่า “ตอนนี้เดือน Pride กำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว ฉันอยากจะขอส่งความรักมากมายให้กับแฟนๆ LGBTQ+ ของฉัน พวกคุณคอยอยู่เคียงข้างฉันเสมอ ฉันก็ขอสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างพวกคุณเช่นกัน ขอบคุณที่ให้กำลังใจฉัน ทำให้ฉันหัวเราะ และทำให้ผู้คนเห็นอยู่เสมอว่าการเป็นตัวเองนั้นวิเศษแค่ไหน”

 

ภาพ: Mike Coppola/Getty Images for TIME

อ้างอิง:

The post กองทุนของ Sabrina Carpenter ระดมทุนช่วยเหลือกลุ่ม LGBTQIA+ เป็นจำนวน 1 ล้านดอลลาร์ภายใน 1 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>