รภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/รภัสสิทธิ์-ภัทรสิริชัยส/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 17 Oct 2024 10:28:55 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ปขออำนาจศาลฝากขัง ผู้เสียหายยื่นเอกสารค้านประกันตัว https://thestandard.co/the-icon-group-case-17102024/ Thu, 17 Oct 2024 10:28:55 +0000 https://thestandard.co/?p=997215 คดีดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (17 ตุลาคม) พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามกา […]

The post ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ปขออำนาจศาลฝากขัง ผู้เสียหายยื่นเอกสารค้านประกันตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
คดีดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (17 ตุลาคม) พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) คุมตัวผู้ต้องหาในคดีดิไอคอนกรุ๊ป 17 คน เดินทางมาที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลขออนุญาตฝากขังชั่วคราวผัดแรก 12 วัน โดยรถตู้ทั้ง 4 คันเดินทางมาถึงศาลในช่วงเวลา 15.49 น. 

 

ขณะที่ตัวแทนผู้เสียหายในคดีดิไอคอนกรุ๊ป พร้อมทนายความจากมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เดินทางมายื่นคำร้องต่อศาลเพื่อคัดค้านการประกันตัวชั่วคราวของผู้ต้องหาในคดีนี้ด้วยเช่นกัน

 

รภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิฯ เปิดเผยว่า เนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษสูง และมีผู้เสียหายจำนวนมาก รวมถึงที่ผ่านมามีข้อมูลว่าอาจมีบุคคลที่อ้างตัวเป็นเทวดาเข้ามาช่วยเหลือทางคดี จึงกังวลว่า หากผู้ต้องหาทั้ง 18 คน เมื่อถูกปล่อยตัวเกรงว่าจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

 

อีกทั้งคดีนี้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ การเมือง และเกิดความเสียหายต่อประชาชนจำนวนมาก แค่ในกลุ่มของมูลนิธิฯ มีผู้เสียหายประมาณ 150 คน วันนี้จึงเป็นตัวแทนผู้เสียหายเข้ามายื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว

The post ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ปขออำนาจศาลฝากขัง ผู้เสียหายยื่นเอกสารค้านประกันตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: คอร์สออนไลน์ หวังเปลี่ยนชีวิต สู่ธุรกิจดับฝันหลายราย ดาราดังเอี่ยวเพียบ! | THE STANDARD NOW https://thestandard.co/thestandardnow111067/ Fri, 11 Oct 2024 12:10:47 +0000 https://thestandard.co/?p=995007

คอร์สออนไลน์ หวังเปลี่ยนชีวิต สู่ธุรกิจดับฝันหลายราย ดา […]

The post ชมคลิป: คอร์สออนไลน์ หวังเปลี่ยนชีวิต สู่ธุรกิจดับฝันหลายราย ดาราดังเอี่ยวเพียบ! | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>

คอร์สออนไลน์ หวังเปลี่ยนชีวิต สู่ธุรกิจดับฝันหลายราย ดาราดังเอี่ยวเพียบ!

 

คุยกับแขกรับเชิญ 3 ท่าน

 

  • รภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม
  • ชาญชัย ฉายบุ ที่ปรึกษามูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม
  • โสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สภาองค์กรของผู้บริโภค

 

พบกันในรายการ THE STANDARD NOW กับ อ๊อฟ ชัยนนท์ วันที่ 11 ตุลาคม 2567 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD

 

The post ชมคลิป: คอร์สออนไลน์ หวังเปลี่ยนชีวิต สู่ธุรกิจดับฝันหลายราย ดาราดังเอี่ยวเพียบ! | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้เสียหายเข้าให้ข้อมูล-แจ้งความกับตำรวจ ปคบ. หลังร่วมลงทุนธุรกิจขายตรงออนไลน์ ด้านทนายเดชาพุ่งเป้าที่คดีแชร์ลูกโซ่ ขยายต่อถึงฐานความผิดฟอกเงิน https://thestandard.co/online-sales-scam-victims-report/ Thu, 10 Oct 2024 06:05:45 +0000 https://thestandard.co/?p=994201 ขายตรง

วันนี้ (10 ตุลาคม) ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผ […]

The post ผู้เสียหายเข้าให้ข้อมูล-แจ้งความกับตำรวจ ปคบ. หลังร่วมลงทุนธุรกิจขายตรงออนไลน์ ด้านทนายเดชาพุ่งเป้าที่คดีแชร์ลูกโซ่ ขยายต่อถึงฐานความผิดฟอกเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ขายตรง

วันนี้ (10 ตุลาคม) ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) มูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้พาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเข้าร่วมธุรกิจกับบริษัท ขายตรง ออนไลน์ จำนวน 20 คน เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

 

รภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่า บุคคลผู้เสียหายในกลุ่มขณะนี้ที่รวมตัวกันมีประมาณ 500 คน แต่มีบางคนที่วันนี้ไม่สะดวกเดินทางมาเพราะอยู่ต่างจังหวัด และติดธุระส่วนตัว สาเหตุที่มาในวันนี้เพราะเห็นว่า พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ตั้งคณะทำงานเข้ามาจัดการเรื่องนี้โดยเฉพาะ จึงพาผู้เสียหายมาให้ข้อมูลกับตำรวจในประเด็นที่เกิดขึ้น ว่าเพราะเหตุใดธุรกิจของบริษัทนี้ทำให้เกิดผลกระทบกับประชาชนจำนวนมาก 

 

บางคนขายของไม่ได้ อีกทั้งถูกชักชวนให้เข้าไปเรียน เข้าร่วมงานอีเวนต์ จนมีคนเชื่อแล้วยอมลงทุน บางคนใช้เงินเกษียณที่เป็นเงินก้อนสุดท้ายมาลงทุน บางคนใช้เงินเก็บที่เก็บมาทั้งชีวิตลงทุนจนหมด สุดท้ายกลายเป็นหนี้สินจนคิดจะฆ่าตัวตาย 

 

การเดินทางมาในวันนี้ไม่ใช่การกล่าวหาว่า สิ่งที่บริษัททำนั้นผิดกฎหมาย แต่เพื่อหาคำตอบว่าเพราะอะไรธุรกิจนี้ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ทั้งนี้กลุ่มผู้เสียหายได้โชว์สินค้าของบริษัทและฉีกซองเทสินค้าทิ้งเพื่อเป็นการแสดงให้เห็นลักษณะสินค้า

 

ทางตัวแทนของผู้เสียหายเปิดเผยถึงบริษัทว่า ผู้เสียหายทุกคนเริ่มรู้จักธุรกิจของบริษัทนี้ในลักษณะเดียวกัน คือโฆษณาทางโทรทัศน์และสื่อโซเชียลมีเดีย โดยธุรกิจนี้จะยิงโฆษณาผ่านทางเฟซบุ๊กประกอบกับช่วงเวลานั้นเป็นช่วงหลังการแพร่ระบาดของโควิด หลายคนต้องการหาอาชีพเสริมเพื่อหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว เลยสนใจที่จะลงเรียน ซึ่งเป็นการเรียนแบบออนไลน์ โดยมีค่าใช้จ่ายจำนวน 98 บาท หรือ 99 บาท 

 

สองวันแรกจะเป็นการเรียนการสอนเรื่องธุรกิจของบริษัท จากนั้นวันที่สามจะมีเจ้าหน้าที่ที่เรียกว่าแม่ทีมลงมาสอน หากใครสนใจทำธุรกิจก็จะให้ข้อมูลว่า ธุรกิจนี้เป็นการสร้างรายได้เพิ่มโดยที่ไม่ต้องกักตุนของ ไม่ต้องมีสินค้าในมือ มีระบบช่วยเหลือหลังบ้านทั้งหมด

 

จากนั้นจะมีการเสนอให้เรียนคอร์สที่ราคาสูงขึ้นในราคา 2,500 บาท ซึ่งคอร์สนี้จะสามารถเรียนรู้ระบบของบริษัทได้มากขึ้นกว่าเดิม จากนั้นจะมีโค้ชนัดมาเรียนที่โรงเรียน เป็นการเรียนในห้อง นอกจากนี้จะมีครูพี่เลี้ยงหรือแม่ทีมมาช่วยประกบ หากเริ่มสนใจจะลงทุนแล้วจะมีคอร์สเรียนที่สูงขึ้นไปอีกในราคา 25,000 บาท โดยในคอร์สนี้จะถูกชักจูงว่าหากทำธุรกิจจะทำให้มีรายได้เพิ่ม และทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป หากใครสนใจจะมีค่าใช้จ่ายในการลงทุนจำนวน 250,000 บาท

 

ผู้เสียหายกล่าวต่อว่า ตอนแรกยอมรับว่ายังไม่มั่นใจที่จะลงทุน 250,000 บาท แต่พอผ่านไปสักพักได้มีโอกาสร่วมงานประจำเดือนของบริษัท ทั้งอบรมและประชุม พอเริ่มเข้าไปอบรมก็จะมีดารานักแสดงชื่อดังมาพูดจนสร้างความเชื่อมั่น ทำให้รู้สึกว่าบริษัทนี้มีระบบรองรับทุกอย่าง ระบบหลังบ้านก็ดี การตลาดก็ดี และสินค้าก็ดี โดยดารานักแสดงชื่อดังจะพบเจอได้เฉพาะงานอีเวนต์ ซึ่งจะมีค่าบัตรเข้าร่วมงานจำนวน 1,500 บาท เท่าที่เห็นมี 3 คนด้วยกัน ซึ่ง 3 คนนี้เท่าที่ได้ยินมาไม่ใช่แค่เป็นพรีเซนเตอร์ แต่เป็นถึงระดับผู้บริหารที่คนจะเรียกกันว่า ‘บอส’

 

พอเริ่มสนใจในการจะลงทุนธุรกิจแต่ตอนแรกเงินมีไม่พอ บัตรเครดิตก็มีไม่พอ จนมีแม่ทีมเป็นคนแนะนำให้ขยายวงเงินในบัตรเครดิต พร้อมแนะนำให้โทรไปหาธนาคารเพื่อขยายวงเงิน ประกอบกับในตอนนั้นแม่ทีมพูดกระตุ้นว่าส่วนแบ่งและผลกำไรจะได้อย่างไรบ้างตามที่แม่ทีมบอก จึงทำให้ตัดสินใจเข้าไปลงทุน โดยใช้เงินเก็บทุกบาทในชีวิตพร้อมกับเงินในบัตรเครดิต จนตอนนั้นไม่เหลือแม้แต่เงินจะกินข้าว 

 

พอหลังจากลงทุนไปแล้วกลับกลายเป็นว่า ไม่ใช่การขายของเหมือนที่บอกไว้แต่แรก แต่เป็นการให้เราไปโฆษณาในโซเชียลมีเดียเหมือนกับที่เคยเจอตอนแรก ด้วยการยิงแอดโฆษณาลงในเฟซบุ๊ก เพื่อเป็นการขายสินค้าเหมือนกับที่ตัวเองนั้นได้ซื้อมา ซึ่งการโฆษณาทางบริษัทก็จะมีสคริปต์ให้พูดทุกอย่าง หากสามารถหาดีลเลอร์หรือสมาชิกใหม่มาได้จะได้เปอร์เซ็นต์จากการหาคนมาสมัครต่อหัว ซึ่งเปอร์เซ็นต์แล้วแต่สินค้าตัวนั้นๆ 

 

ผู้เสียหายรายนี้กล่าวทิ้งท้ายว่า สุดท้ายเริ่มมาแปลกใจเพราะหลังจากที่เริ่มเรียนไปเรื่อยๆ รู้สึกได้ว่าไม่ชอบมาพากล สุดท้ายก็ไม่ได้สอนให้ขายของ แต่สอนให้หาคนมากระจายสินค้าด้วยการยิงแอดโฆษณา หาดีลเลอร์มาลงทุนแบบตัวเอง ซึ่งในตอนนั้นแม้จะไม่มีเงินในการยิงแอดโฆษณา แม่ทีมมีการแนะนำให้เอารถไปรีไฟแนนซ์เพื่อนำเงินมายิงแอดโฆษณาหาลูกค้าคนอื่น หานักเรียนคนอื่นเข้ามาเรียน ทั้งแนะนำให้มีการชวนเพื่อน มีเบอร์โทรศัพท์คนไหนก็ให้โทรชวนคนนั้น จนตอนนี้ต้องเป็นหนี้บัตรเครดิต เงินที่ใช้ไปลงทุนก็ไม่เคยเห็นผล

 

อีกหนึ่งผู้เสียหายระบุว่า นำเงินเก็บจำนวน 206,000 บาทไปลงทุนจนเกือบคิดสั้นฆ่าตัวตาย เนื่องจากว่าตนเองตกงานอยู่แล้วจึงอยากสร้างธุรกิจด้วยการนำเงินไปลงทุน เพราะคิดว่าทำไปอาจได้เงินมาใช้จ่ายในครอบครัว เพราะตอนแรกเข้าใจว่าใช้เงินลงทุนแค่ 2,500 บาท พอจ่ายไปแล้วจะต้องไปเรียนเหมือนกับผู้เสียหายรายอื่น โดยมีการขายฝันว่าหากลงทุนแล้วจะได้นู่นได้นี่มา และมีการพูดสโลแกนว่า ‘ขยันผิดที่ 10 ปีก็ไม่รวย’

 

ซึ่งเงินเก็บตนเองที่ลงทุนไป 206,000 บาท จนถึงทุกวันนี้ก็ยังใช้หนี้อยู่ แล้วมามีปัญหาชีวิตเพราะคนในครอบครัวไม่มีใครเข้าใจ คนในครอบครัวต้องแตกแยกเพราะตนเอง จนช่วงระยะเวลาหนึ่งตนเองมีภาวะซึมเศร้าและเคยคิดสั้นที่จะฆ่าตัวตายมาแล้ว

 

รภัสสิทธิ์ระบุว่า ทางมูลนิธิฯ พาผู้เสียหายมาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน เพื่อให้ตรวจสอบว่าบริษัทนี้เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนและผิดฐานแชร์ลูกโซ่ตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มีความผิดในเรื่องการโฆษณาเกินความเป็นจริงและเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 หรือไม่ และต่อมาคือผิด พ.ร.บ. ขายตรง และตลาดแบบตรง พ.ศ. 2445 หรือไม่ นอกจากนั้นอาจมีความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14 เรื่องนำเข้าข้อมูลบิดเบือนและข้อมูลอันเป็นเท็จหรือไม่

 

ขณะเดียวกัน เดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ พร้อมด้วย แทนคุณ จิตต์อิสระ และผู้เสียหายกว่า 10 ราย มาแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีที่ บก.ปคบ. โดยให้ความสำคัญกับกรณีแชร์ลูกโซ่ ซึ่งจะนำไปสู่คดีการฟอกเงิน และหากพยานหลักฐานเพียงพอก็จะขอให้ดำเนินการยึดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 

 

แทนคุณระบุว่า พฤติการณ์ของบริษัทนี้ให้ข้อมูลไม่ครบถ้วนและโฆษณาเกินจริงเกี่ยวกับการขายสินค้าออนไลน์ เมื่อมีผู้หลงเชื่อจะชักชวนให้ร่วมลงทุน เปิดคอร์สราคา 97 บาท ก่อนขยับเป็นขั้นบันไดไปจนถึง 250,000 บาท เพื่อเป็นดีลเลอร์ และสามารถสร้างทีมและรับผลประโยชน์เพิ่ม หลังจากนั้นจะมีการโน้มน้าวเชิญชวนให้ยิงแอดโฆษณาหารายได้ เฉลี่ยแล้ว 1 คนจะเสียหายอย่างน้อย 5 แสนกว่าบาท 

 

จากข้อมูลล่าสุด มีผู้เสียหายที่มาร้องเรียนที่ทนายเดชาแล้วมากกว่า 500 คน และวันนี้เป็นตัวแทนมา 10 คน ส่วนผู้เสียหายรายอื่นเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่บ้านตนเอง

 

แทนคุณกล่าวต่อว่า จากการสอบถามผู้เสียหายพบว่า ดาราที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับบริษัทนี้มี 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือผู้ได้รับมอบอำนาจในการบริหารโดยตรง มี 5-6 คน กลุ่มสอง กลุ่มของพรีเซนเตอร์ที่บริษัทจ้างมาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ มีจำนวนหลายคน และกลุ่มสุดท้าย กลุ่มที่มีความสัมพันธ์และถูกเชิญเข้าไปร่วมอีเวนต์ของบริษัท ทางผู้เสียหายยืนยันว่าดารากลุ่มแรกเข้ามาบริหารจริง

The post ผู้เสียหายเข้าให้ข้อมูล-แจ้งความกับตำรวจ ปคบ. หลังร่วมลงทุนธุรกิจขายตรงออนไลน์ ด้านทนายเดชาพุ่งเป้าที่คดีแชร์ลูกโซ่ ขยายต่อถึงฐานความผิดฟอกเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>