วันนี้ (25 กันยายน) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นท […]
The post BTS สายสุขุมวิทแก้เหตุขัดข้องล่าช้าแล้ว – ‘ชัชชาติ’ สั่งสูบน้ำสู้ฝนตลอดคืน คาดคลี่คลาย 27 ก.ย. appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (25 กันยายน) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ประมาณเวลา 17.20 น. ระบบรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) สายสุขุมวิท ฝั่งมุ่งหน้าสถานีปลายทางคูคต เกิดเหตุขัดข้องที่สถานีห้าแยกลาดพร้าว และเจ้าหน้าที่ไม่สามารถทำการแก้ไขได้ในทันที
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ทาง BTS ต้องประกาศปรับรูปแบบการเดินรถชั่วคราว เพื่อลดผลกระทบต่อผู้ใช้บริการ โดยจัดขบวนรถให้บริการตามปกติใน 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงสถานีคูคต – สถานีห้าแยกลาดพร้าว และ ช่วงสถานีหมอชิต – สถานีเคหะฯ
ในขณะที่การเดินรถช่วง สถานีห้าแยกลาดพร้าว – สถานีหมอชิต มีขบวนรถให้บริการล่าช้ากว่าปกติ ทาง BTS จึงได้ประกาศแจ้งให้ผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางไปยังสถานีปลายทางคูคต กรุณาเปลี่ยนขบวนรถที่สถานีหมอชิต พร้อมทั้งขออภัยในความไม่สะดวกและขอให้ผู้โดยสารโปรดเผื่อเวลาในการเดินทาง
อย่างไรก็ตามเมื่อเวลา 17.56 น. ทางบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งอัปเดตสถานการณ์ว่า การเดินรถในสายสุขุมวิทได้รับการแก้ไขและสามารถกลับมาให้บริการได้ตามปกติแล้วทุกสถานี
ทั้งนี้เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะ ลงพื้นที่สถานีสูบน้ำอุโมงค์บางอ้อ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ หลังหย่อมความกดอากาศต่ำส่งผลให้ฝนตกหนักสะสมสูงสุดถึง 133 มิลลิเมตร โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งตะวันออก ทำให้มวลน้ำไหลลงสู่คลองสายหลักจนเต็มความจุ อย่างไรก็ตาม การลอกท่อระบายน้ำล่วงหน้าอย่างต่อเนื่องส่งผลดีทำให้ถนนสายหลักส่วนใหญ่รอดพ้นจากน้ำท่วมขัง แต่มวลน้ำได้ถูกดันไปสะสมจนกลายเป็นคอขวด ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในซอยย่อยและชุมชนริมคลองแทน
เพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์ กทม. ได้งัดแผน ‘สูบสู้ตลอดคืน’ โดยสั่งเดินเครื่องสถานีสูบน้ำและอุโมงค์ระบายน้ำทุกแห่งเต็มอัตรากำลัง โดยเฉพาะสถานีสูบน้ำพระโขนงและอุโมงค์บางอ้อ เพื่อเร่งดึงมวลน้ำออกจากระบบคลองฝั่งตะวันออกให้เร็วที่สุด พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังจุดเสี่ยงและเร่งเก็บขยะอุดตันท่อระบายน้ำตลอดทั้งคืน ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาประเมินว่าหย่อมความกดอากาศต่ำจะเคลื่อนตัวออกไป ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ฝนและน้ำท่วมขังในกรุงเทพมหานครเริ่มคลี่คลายในวันที่ 27 กันยายนนี้
เมื่อเวลา 18.30 น. สำนักงานเขตจตุจักร โดยเจ้าหน้าที่บริการเร่งด่วน หน่วยเบสท์ ฝ่ายโยธา ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วมขังภายในซอยย่อยในพื้นที่ พร้อมเร่งระบายน้ำและตรวจสอบทำความสะอาดท่อระบายน้ำ เก็บสิ่งกีดขวางและขยะบริเวณช่องรับน้ำ เพื่อให้ระบบระบายน้ำสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่






The post BTS สายสุขุมวิทแก้เหตุขัดข้องล่าช้าแล้ว – ‘ชัชชาติ’ สั่งสูบน้ำสู้ฝนตลอดคืน คาดคลี่คลาย 27 ก.ย. appeared first on THE STANDARD.
]]>
ทำความรู้จักหุ้นกู้ BTS Group ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า BTS ท […]
The post รู้จักหุ้นกู้ BTS Group ก่อนจองซื้อ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ทำความรู้จักหุ้นกู้ BTS Group ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า BTS ที่เราโดยสารกันทุกวัน
BTS Group (บีทีเอส กรุ๊ปฯ) หรือ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านโครงสร้างพื้นฐานและไลฟ์สไตล์ของคนเมืองผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก หรือกลยุทธ์ 3M Strategy: MOVE – MIX – MATCH
จุดแข็งสำคัญของ BTS Group มาจากรายได้จากธุรกิจบริการเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) ภายใต้สัญญาระยะยาว ซึ่งช่วยสนับสนุนความสม่ำเสมอของกระแสเงินสด พร้อมเงินปันผลจาก BTSGIF ผ่านการถือหุ้น 33.33% รวมถึงการกระจายความเสี่ยงทางรายได้ไปยังธุรกิจที่หลากหลาย และยังมี Recurring EBITDA ของไตรมาส 1 ปี 2568/69 สูงถึง 2,822 ล้านบาทอีกด้วย
สำหรับผู้ลงทุนที่กำลังมองหาผลตอบแทนสม่ำเสมอในรูปแบบดอกเบี้ยคงที่ หุ้นกู้ BTS Group ได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ระดับ ‘BBB+’ แนวโน้ม ‘Negative’ โดย TRIS Rating ซึ่งอยู่ในกลุ่มระดับลงทุนหรือ Investment Grade
รายละเอียดหุ้นกู้ BTS Group
หุ้นกู้ BTS Group เป็นหุ้นกู้ระยะยาว ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้
โดยหุ้นกู้มีทั้งหมด 3 ชุด ได้แก่
การจ่ายดอกเบี้ย: กำหนดชำระดอกเบี้ยทุก 6 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้
เงื่อนไขการจองซื้อ: ขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท
โดยมีวัตถุประสงค์การใช้เงินดังนี้
ช่องทางจองซื้อผ่าน 13 สถาบันการเงินชั้นนำ (ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้) ดังนี้
ผู้ลงทุนทั่วไปที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sec.or.th หรือสอบถามผ่านสถาบันการเงินผู้จัดการการจัดจำหน่ายทั้ง 13 แห่ง
คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนที่ www.sec.or.th
หมายเหตุ: บริษัทฯ อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ การจัดสรรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ เงื่อนไขการจัดจำหน่ายเป็นไปตามที่กำหนดในร่างหนังสือชี้ชวน

The post รู้จักหุ้นกู้ BTS Group ก่อนจองซื้อ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (6 สิงหาคม) สุมิตร ศรีสันติธรรม ผู้อำนวยการใหญ่ส […]
The post BTS-EBM-NBM จับมือแอปพลิเคชัน ViaBus ยกระดับการติดตามตำแหน่งรถไฟฟ้า 3 สายแบบเรียลไทม์ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (6 สิงหาคม) สุมิตร ศรีสันติธรรม ผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ และนริศรา ศรีสันต์ ที่ปรึกษา บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือรถไฟฟ้าบีทีเอส พร้อมด้วยธวัชชัย พานิชยากรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (EBM) และบริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (NBM) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้ามหานคร สายนัคราพิพัฒน์ (สายสีเหลือง) และสายวิวัฒน์นคร (สายสีชมพู) ร่วมกับ อินทัช มาศวงษ์ปกรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวีย กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด และอุกฤช กิจศิริเจริญชัย ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนการเงินนวัตกรรมที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เปิดงาน ‘ViaBus จับมือ BTS EBM และ NBM ยกระดับแอปพลิเคชันติดตาม นำทางระบบขนส่งมวลชนแบบเรียลไทม์’ ที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต
สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ จะทำให้ผู้โดยสารสามารถติดตามตำแหน่งขบวนรถไฟฟ้าสายสีเขียว (สายสุขุมวิท และสายสีลม) รวมถึงรถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลือง และสายสีชมพู ได้แบบเรียลไทม์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมกับระบุจุดหมายปลายทางของแต่ละขบวน
นอกจากนี้ ข้อมูลดังกล่าวจะเชื่อมโยงกับเครือข่ายระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ เช่น รถโดยสารประจำทาง และเรือโดยสาร ที่มีอยู่บนแอปพลิเคชัน ViaBus ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านคน ดังนั้นความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการรวมข้อมูลระบบขนส่งมวลชนแบบ Multi-modal ทั้งรถ ราง และเรือ ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อสร้างการเดินทางแบบไร้รอยต่อ
The post BTS-EBM-NBM จับมือแอปพลิเคชัน ViaBus ยกระดับการติดตามตำแหน่งรถไฟฟ้า 3 สายแบบเรียลไทม์ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (3 สิงหาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุง […]
The post ชัชชาติ เตรียมโอน ‘รถไฟฟ้าสายสีเขียว’ คืนรัฐบาล รับลูกนโยบายตั๋วร่วม หวังปลดแอกหนี้-ดึงงบพัฒนากรุง appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (3 สิงหาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการบริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยระบุว่า จากกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา ให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ดำเนินการโอนทรัพย์สินและหนี้สินของรถไฟฟ้าสายสีเขียวกลับคืนให้แก่รัฐบาล เพื่อบูรณาการการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมและอัตราค่าโดยสารให้เป็นเอกภาพนั้น ขณะนี้ กทม. กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการตามมติดังกล่าว
ชัชชาติ มองว่าการโอนสายสีเขียวคืนให้รัฐบาลถือเป็นการปลดเปลื้องภาระทางการเงินที่สำคัญของ กทม. หากสามารถลดภาระในส่วนนี้ลงได้ กทม. จะมีเม็ดเงินเหลือกลับมาเพื่อใช้ดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในมิติอื่นๆ ได้อย่างเต็มที่มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบัน กทม. ไม่สามารถนำงบประมาณภาพรวมทั้งหมดมาอุดหนุนส่วนต่างค่าโดยสารให้กับรถไฟฟ้าเพียงเส้นทางเดียวได้
สำหรับผลกระทบต่อบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ผู้รับสัมปทานเดินรถนั้น ผู้ว่าฯ กทม. ประเมินว่าไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นเพียงการเปลี่ยนตัวคู่สัญญาจาก กทม. เป็นรัฐบาลกลาง โดยเงื่อนไขในสัญญายังคงเดิม ไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อการเดินรถ
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ต้องหารือกับรัฐบาลอย่างรอบคอบ คือการประเมินมูลค่าทางบัญชี หรือมูลค่าที่แท้จริงของโครงการ เนื่องจากรัฐบาลจะได้รับโครงการรถไฟฟ้าไปบริหารจัดการ 1 เส้นทาง จึงต้องมีการเจรจาว่ารัฐบาลจะชดเชยให้แก่ กทม. ในรูปแบบใด ซึ่งหากตกลงกันได้ จะเป็นผลดีอย่างยิ่งในการลดภาระผูกพันของ กทม. ในอนาคต
ชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมถึงประเด็นค่าก่อสร้างส่วนต่อขยายที่ กทม. ยังค้างชำระว่า เรื่องนี้คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะหนี้สินส่วนนี้จะถูกนำไปรวมคำนวณหักลบกับมูลค่าทางบัญชีอยู่แล้ว และหากโอนโครงการกลับไป ทรัพย์สินส่วนนี้ก็จะตกเป็นของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ตามเดิม
โจทย์ที่ท้าทายในขณะนี้คือ การประเมินมูลค่าโครงการในปัจจุบันและอนาคต เนื่องจากสัญญาสัมปทานเดิมจะสิ้นสุดลงในปี 2572 ซึ่งหลังจากนั้นรายได้จากรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้งหมดจะตกเป็นของ กทม. 100% ดังนั้น จึงต้องมีการคำนวณอย่างรัดกุมว่า มูลค่าที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเป็นเท่าใด รวมไปถึงทรัพย์สินที่ กทม. ได้ลงทุนจ่ายไปแล้วบางส่วน ทั้งค่าขบวนรถและค่าดำเนินการตลอดอายุสัมปทาน
ปัจจุบัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ระหว่างกระบวนการตีมูลค่าเพื่อใช้เป็นฐานในการต่อรอง พร้อมทั้งมีการหารือล่วงหน้าถึงแนวทางการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ) สำหรับช่วงหลังปี 2572 ควบคู่กันไป
ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ย้ำทิ้งท้ายว่า แม้การดำเนินการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อ กทม. แต่ท้ายที่สุดแล้ว เนื่องจากรถไฟฟ้าสายสีเขียวถือเป็นทรัพย์สินขนาดใหญ่ กระบวนการทั้งหมดจึงต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร (สภา กทม.) เพื่อพิจารณาและขอความเห็นชอบตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
The post ชัชชาติ เตรียมโอน ‘รถไฟฟ้าสายสีเขียว’ คืนรัฐบาล รับลูกนโยบายตั๋วร่วม หวังปลดแอกหนี้-ดึงงบพัฒนากรุง appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (31 กรกฎาคม) โครงการ ‘บ้านชาวไทย’ โดยกลุ่มบริษัท […]
The post บ้านชาวไทย D:CODE SRI NAKARIN เริ่มนัดผู้ได้รับสิทธิเซ็นรับใบจอง 3 ส.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (31 กรกฎาคม) โครงการ ‘บ้านชาวไทย’ โดยกลุ่มบริษัทบีทีเอส ภายใต้แนวคิด ‘สนับสนุนคุณภาพชีวิต เพื่อการอยู่อาศัย’ ได้แจ้งความคืบหน้าล่าสุดของโครงการนำร่อง D:CODE SRI NAKARIN เกี่ยวกับขั้นตอนการจัดสรรสิทธิและการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าอยู่อาศัย โดยทางโครงการจะเริ่มแจ้งให้ผู้ได้รับสิทธิเข้าดำเนินการเซ็นและรับใบจองสิทธิ ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
สำหรับ ‘บ้านชาวไทย’ เมื่อเทียบกับโครงการคอนโดมิเนียมทั่วไปแล้ว นับว่ามีความแตกต่างจากโครงการอื่นโดยสิ้นเชิง เพราะกลุ่มบริษัทบีทีเอส มีแนวคิดที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดียิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นการเปิดโอกาสให้คนไทยทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่ม First Jobber และผู้มีรายได้ปานกลาง สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพในราคาจับต้องได้ง่ายขึ้น ผ่านเงื่อนไขและการกำหนดราคาพิเศษ ซึ่งต่ำกว่าราคาตลาดทั่วไปถึง 30%
กระบวนการจองไม่ได้ใช้ระบบการเปิดขาย (Presale) แบบปกติ แต่ต้องดำเนินผ่านกระบวนการลงทะเบียน คัดเลือกและจัดสรรสิทธิตามกติกาของโครงการ เพื่อกระจายสิทธิให้แก่ผู้ที่ตรงตามเกณฑ์และมีความต้องการอยู่อาศัยจริงอย่างเป็นธรรม
ส่วนโครงการนำร่อง D:CODE SRI NAKARIN ถูกออกแบบในลักษณะคอนโดมิเนียม Low-Rise สูง 8 ชั้น รวม 24 อาคาร บนพื้นที่กว่า 42 ไร่ ย่านศรีนครินทร์ (ใกล้ MRT สถานีศรีเอี่ยม) ชูจุดขายเป็นห้องแบบตกแต่งครบพร้อมเข้าอยู่ โดยวางระดับราคาเฉลี่ยทั้งโครงการไว้ที่ประมาณ 60,000 บาทต่อตารางเมตร มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1.89 ล้านบาท
ประกอบด้วย ห้องขนาด 1 ห้องนอน (พื้นที่ใช้สอยประมาณ 30 ตร.ม.) นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกห้องพักขนาดใหญ่รองรับครอบครัว ทั้งขนาด 45 ตร.ม. (ราคาเริ่มต้น 2.85 ล้านบาท) และ 60 ตร.ม. (ราคาเริ่มต้น 3.78 ล้านบาท) พร้อมโมเดลข้อเสนอพิเศษที่เปิดโอกาสให้จองสิทธิฟรี ไม่ต้องวางเงินดาวน์ และเริ่มผ่อนชำระเมื่อเข้าอยู่จริงเท่านั้น
โครงการได้จัดสรรสิทธิแก่ผู้จอง ลำดับที่ 1-3 ตามกติกาเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 พร้อมผ่านการยืนยันสิทธิและตรวจสอบความสามารถทางการเงินเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว
โครงการเริ่มเข้าสู่กระบวนการนัดหมายผู้ได้รับสิทธิเพื่อลงนามและรับใบจองสิทธิอย่างเป็นทางการ
ผู้ได้รับสิทธิต้องดำเนินเรื่องยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน และเข้าทำสัญญาซื้อขายตามระยะเวลาที่กำหนด
เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ ผู้ถือสิทธิตรวจสอบความเรียบร้อยของห้อง ทำการโอนกรรมสิทธิ และรับมอบห้องเพื่อเข้าอยู่อาศัยจริง
สำหรับขั้นตอนการนัดหมายเซ็นและรับใบจองสิทธิ ทางโครงการจะเริ่มแจ้งให้ผู้ได้รับสิทธิเข้าดำเนินการเซ็นและรับใบจองสิทธิ ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไขสำคัญ ดังนี้
ทั้งนี้ ผู้ได้รับสิทธิสามารถตรวจสอบรายละเอียดนัดหมายผ่าน Notification บนระบบเว็บไซต์ www.baan-chaothai.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง LINE OA: @baanchaothai และ Email: [email protected] หรือติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านทางโซเชียลมีเดีย ‘บ้านชาวไทย’ ได้ทุกช่องทาง
The post บ้านชาวไทย D:CODE SRI NAKARIN เริ่มนัดผู้ได้รับสิทธิเซ็นรับใบจอง 3 ส.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
กรณีเหตุการณ์โต้เถียงระหว่างผู้โดยสารชาวไทยและกลุ่มนักเ […]
The post กลุ่มนักเรียนชาวอิตาลีขอโทษคู่กรณี พร้อมจ่ายค่าปรับ ยุติเหตุพิพาทบนรถไฟฟ้า appeared first on THE STANDARD.
]]>
กรณีเหตุการณ์โต้เถียงระหว่างผู้โดยสารชาวไทยและกลุ่มนักเรียนชาวต่างชาติบนรถไฟฟ้าบีทีเอสได้ข้อยุติแล้ว โดยกลุ่มนักเรียนชาวอิตาลีพร้อมผู้ดูแลได้เข้าขอโทษผู้เสียหายและยินยอมเปรียบเทียบปรับตามข้อกล่าวหา ขณะที่ผู้เสียหายและครอบครัวขอให้สังคมยุติการคุกคามกลุ่มนักเรียนดังกล่าว เพื่อให้เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนด้านการเคารพสิทธิและวัฒนธรรมระหว่างประเทศ
เมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 กรกฎาคม ที่สถานีตำรวจนครบาลสำเหร่ ‘ซูกัส’ ผู้เสียหายจากเหตุการณ์บนรถไฟฟ้าบีทีเอส ได้เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเยาวชนชาวอิตาลี 5 คน และผู้ดูแล 1 คน รวม 6 คน พนักงานสอบสวนได้เชิญผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดพร้อมผู้ดูแลอีก 1 คน และล่ามแปลภาษา เข้าพบผู้เสียหายเพื่อเจรจาเมื่อเวลา 22.30 น. การพูดคุยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
กลุ่มนักเรียนชาวอิตาลีและผู้ดูแลได้กล่าวขอโทษและแสดงความเสียใจต่อผู้เสียหาย โดยยอมรับว่าพฤติกรรมที่ปรากฏเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ทั้งสองฝ่ายตกลงยุติข้อพิพาทและไม่ติดใจดำเนินคดีต่อกัน พร้อมทั้งยินยอมลบภาพและคลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่บันทึกไว้ในโทรศัพท์รวมถึงที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์
ผู้ดูแลคณะนักเรียนระบุว่าทางคณะให้ความเคารพต่อวัฒนธรรมของประเทศไทย และจะนำเหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนเพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ โดยยืนยันว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 6 คนสำนึกผิดกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้น
ซูกัส ผู้เสียหาย ระบุว่า การเข้าแจ้งความมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องสิทธิและศักดิ์ศรีของตนเอง และเพื่อสะท้อนให้ชาวต่างชาติตระหนักถึงการเคารพสิทธิ วัฒนธรรม และมารยาทของสังคมไทย เมื่อรับรู้ถึงความสำนึกผิดและความจริงใจของอีกฝ่าย จึงเห็นควรให้โอกาสและขอให้เรื่องยุติลง
ขณะที่บิดาของผู้เสียหาย ระบุว่าได้อธิบายวัฒนธรรมและมารยาทของคนไทยให้กลุ่มนักเรียนรับทราบ พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนให้ยุติการคุกคามหรือต่อว่าคณะนักเรียนชาวอิตาลี เนื่องจากกลุ่มนักเรียนได้แสดงความสำนึกผิดและยังมีกำหนดการศึกษาดูงานในประเทศไทยต่อไปอีกหลายวัน
ในส่วนของการดำเนินการทางกฎหมาย พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาดูหมิ่นซึ่งหน้ากับผู้ถูกกล่าวหา 5 คน โดยเปรียบเทียบปรับคนละ 1,000 บาท
ส่วนผู้ถูกกล่าวหาที่ปรากฏพฤติกรรมชูนิ้วกลางในคลิปวิดีโอ ถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติมฐานกระทำการอันควรขายหน้าต่อธารกำนัล รวมเป็น 2 ข้อหา โดยเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 2,000 บาท กระบวนการทางกฎหมายและการยุติข้อพิพาทร่วมกันของทั้งสองฝ่ายถือเป็นการสิ้นสุดคดี
ภาพ: เบลอหน้าทุกคนในภาพครับ
The post กลุ่มนักเรียนชาวอิตาลีขอโทษคู่กรณี พร้อมจ่ายค่าปรับ ยุติเหตุพิพาทบนรถไฟฟ้า appeared first on THE STANDARD.
]]>
จากกรณีที่มีนักท่องเที่ยววัยรุ่นชาวอิตาลีส่งเสียงดังในร […]
The post สถานทูตอิตาลีออกแถลงการณ์ขอโทษ ประณามนักท่องเที่ยววัยรุ่นประพฤติไม่เหมาะสมบนรถไฟฟ้า BTS appeared first on THE STANDARD.
]]>
จากกรณีที่มีนักท่องเที่ยววัยรุ่นชาวอิตาลีส่งเสียงดังในรถไฟฟ้า BTS และประพฤติไม่เหมาะสมต่อคนไทยที่ตักเตือน ซึ่งปรากฏในคลิปไวรัลที่แชร์ต่อกันในโซเชียลมีเดีย และเกิดกระแสไม่พอใจในสังคมไทยเป็นวงกว้าง ล่าสุดสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์ขอโทษ พร้อมประณามพฤติกรรมของกลุ่มเยาวชนดังกล่าวแล้ว
ข้อความในแถลงการณ์ของสถานทูตอิตาลีระบุว่า
ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอประณามอย่างถึงที่สุดต่อพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวชาวอิตาลีซึ่งเป็นเยาวชนกลุ่มหนึ่งที่เดินทางมายังประเทศไทยในโครงการทัศนศึกษาของโรงเรียน ดังปรากฏในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์
สถานเอกอัครราชทูตฯ ขออภัยอย่างสูงต่อประชาชนชาวไทยและทุกท่านที่ได้รับความไม่สบายใจหรือความกังวลใจจากเหตุการณ์ดังกล่าว ชาวอิตาลีตระหนักและชื่นชมเป็นอย่างยิ่งต่อคุณค่าที่สังคมไทยยึดถือในเรื่องการเคารพผู้อื่น ความสุภาพ และการอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียว ซึ่งล้วนเป็นคุณค่าที่สาธารณรัฐอิตาลีให้ความสำคัญและยึดมั่นเช่นเดียวกัน
พฤติกรรมอันไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นเยาวชนกลุ่มดังกล่าว มิได้สะท้อนถึงประชาชนชาวอิตาลีโดยรวม และไม่อาจถือเป็นตัวแทนของค่านิยมด้านความเคารพซึ่งกันและกัน มิตรภาพ และความสุภาพอ่อนน้อม อันเป็นรากฐานของความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐอิตาลี
The post สถานทูตอิตาลีออกแถลงการณ์ขอโทษ ประณามนักท่องเที่ยววัยรุ่นประพฤติไม่เหมาะสมบนรถไฟฟ้า BTS appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (10 กรกฎาคม) ธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันแ […]
The post อธิบดี ปภ. ประสาน บก.น.8-กทม. จัดระเบียบจราจรรอบวงเวียนใหญ่ หลังปิดตายเส้นทางประชาธิปก appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (10 กรกฎาคม) ธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนและผู้ใช้รถใช้ถนน ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางถนนประชาธิปก ช่วงตั้งแต่สี่แยกบ้านแขกไปจนถึงวงเวียนใหญ่ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีการปิดการจราจรแบบ 100% เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่เข้าอำนวยความสะดวกในการจัดส่งเครื่องจักรหนักและเร่งซ่อมแซมอุโมงค์ส่งน้ำในโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ รวมถึงปรับปรุงพื้นผิวจราจรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุดินทรุดตัว
เพื่อเป็นการลดผลกระทบทางด้านจราจรเนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นที่ตั้งของสถานศึกษาและเส้นทางเชื่อมต่อเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจฝั่งพระนคร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจึงได้บูรณาการร่วมกับกองบังคับการตำรวจนครบาล 8 และกรุงเทพมหานคร กำหนดแผนจัดการจราจรและปัดรถให้ใช้เส้นทางเลี่ยงทดแทน ดังต่อไปนี้
สำหรับผู้ที่เดินทางจาก ฝั่งพระนครมุ่งหน้าสู่วงเวียนใหญ่ หากใช้เส้นทางข้ามสะพานพระปกเกล้าหรือสะพานพุทธมาแล้ว ขอให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนสมเด็จเจ้าพระยา จากนั้นเลี้ยวขวาที่แยกคลองสานเพื่อตัดเข้าถนนเจริญนคร แล้วจึงเลี้ยวขวาเข้าถนนเจริญรัถเพื่อมุ่งหน้าออกสู่วงเวียนใหญ่และถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน
ทั้งนี้มีทางเลือกเสริมสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ขับรถข้ามฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้สะพานพระราม 3 หรือสะพานกรุงเทพแทน แล้วจึงตัดเข้าสู่ถนนรัชดา-ท่าพระ เพื่อเดินทางเข้าสู่วงเวียนใหญ่
ในส่วนของผู้ที่เดินทางจาก ฝั่งธนบุรีมุ่งหน้าไปแยกบ้านแขก เมื่อขับรถมาถึงบริเวณวงเวียนใหญ่ ให้เลือกใช้ทางออกฝั่งถนนลาดหญ้าเพื่อมุ่งหน้าไปยังแยกคลองสาน จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนสมเด็จเจ้าพระยา เพื่อขับรถขึ้นสะพานพระปกเกล้าหรือสะพานพุทธข้ามฝั่งไปพระนคร
โดยมีทางเลือกเสริมเพิ่มเติมคือ หากต้องการมุ่งหน้าไปทางโซนสาทร ให้เลือกใช้ถนนกรุงธนบุรีเพื่อวิ่งขึ้นสะพานตากสิน หรือหากต้องการมุ่งหน้าไปทางโซนปิ่นเกล้า ให้เลือกใช้ถนนอินทรพิทักษ์เพื่อตัดออกสู่ถนนจรัญสนิทวงศ์แทน
อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ขอความร่วมมือให้พี่น้องประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า หลีกเลี่ยงเส้นทางที่จะต้องตัดผ่านแยกวงเวียนใหญ่ และแนะนำให้เปลี่ยนมาใช้บริการรถไฟฟ้า BTS ณ สถานีวงเวียนใหญ่ หรือสถานีกรุงธนบุรี จะได้รับความสะดวกที่สุด นอกจากนี้ขอให้ผู้ที่จำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนบุคคลเผื่อเวลาในการเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 30 – 45 นาที พร้อมทั้งปฏิบัติตามป้ายแนะนำเส้นทางและคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรอย่างเคร่งครัด
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้าวันนี้ ทาง ปภ. จะเริ่มดำเนินการส่งข้อความแจ้งเตือนภัยและแนะนำเส้นทางผ่านระบบ Cell Broadcast หรือระบบแจ้งเตือนภัยในพื้นที่อัจฉริยะเข้าสู่โทรศัพท์มือถือของประชาชนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวโดยตรง เพื่อเป็นการกระจายข้อมูลข่าวสารและสร้างความปลอดภัยในการเดินทางสูงสุด
The post อธิบดี ปภ. ประสาน บก.น.8-กทม. จัดระเบียบจราจรรอบวงเวียนใหญ่ หลังปิดตายเส้นทางประชาธิปก appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (10 มิถุนายน) กลุ่มผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานค […]
The post กลุ่ม ส.ก.ทีมคนทำงาน เรียกร้องผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋วรถไฟฟ้าแพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72 appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (10 มิถุนายน) กลุ่มผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) อิสระ ในนาม ‘ทีมคนทำงาน’ แถลงข่าวเปิดประเด็นปัญหาค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว (BTS) พร้อมตั้งคำถามถึงผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทั้ง 18 คน ให้แสดงจุดยืนในการบริหารจัดการสัญญาสัมปทานที่จะหมดลงในอีก 3 ปีข้างหน้า ที่บริเวณสกายวอล์กหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)
วิพุธ ศรีวะอุไร ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางรัก เบอร์ 2 และอดีตประธานสภา กทม. ตัวแทนของกลุ่ม ระบุว่า ปัจจุบันค่าโดยสารรถไฟฟ้าของกรุงเทพฯ เมื่อเปรียบเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำ ถือว่ามีสัดส่วนที่สูงกว่าเมืองที่มีระบบขนส่งมวลชนชั้นนำอย่างสิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ หรือกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ อย่างมีนัยสำคัญ โดยอ้างอิงจากงานวิจัยของ Harvard Kennedy School
ทางกลุ่มได้ยกตัวอย่างภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนที่เดินทางมายังสถานีสยาม (จุดตัดหลัก) เพื่อสะท้อนภาพปัญหา ดังนี้
กลุ่มเดินทางไกล (ส่วนต่อขยาย) เดินทางจาก คูคต, เคหะฯ หรือ บางหว้า มีภาระค่าโดยสารไป-กลับ สูงถึง 130 บาทต่อวัน
กลุ่มเดินทางสายหลัก เดินทางจาก หมอชิต หรือ อ่อนนุช มีภาระค่าโดยสารไป-กลับ อยู่ที่ 94 บาทต่อวัน
กลุ่มเดินทางสายสั้น เดินทางจาก สะพานตากสิน มีภาระค่าโดยสารไป-กลับ อยู่ที่ 80 บาทต่อวัน
นอกจากนี้ กลุ่มทีมคนทำงานยังได้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างของสัญญา โดยระบุว่า แม้สภา กทม. ในยุคของอดีตผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะได้อนุมัติชำระหนี้รถไฟฟ้า BTS ไปแล้วกว่า 70,929 ล้านบาท (แบ่งเป็นค่างานระบบเดินรถ 23,312 ล้านบาท และค่าจ้างเดินรถ 47,617 ล้านบาท) แต่ปัญหาสำคัญที่รออยู่คือ สัมปทานรถไฟฟ้าสายหลัก (หมอชิต-อ่อนนุช และ สนามกีฬาฯ-สะพานตากสิน) กำลังจะหมดอายุลงในปี 2572 ซึ่งตรงกับวาระของผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ชุดใหม่ ในขณะที่ กทม. ยังคงมีสัญญาจ้างเดินรถ (O&M) ผูกพันยาวไปจนถึงปี 2585
“เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางนโยบายเจ้าของรายเดียว (Single Ownership) ของรัฐบาล ทางกลุ่มจึงขอตั้งคำถามไปยังผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ทุกท่าน ว่ามีแนวคิด แผนงาน หรือนโยบายในการจัดการราคาค่าโดยสารและบริหารจัดการสัญญาสัมปทานหลังจากปี 2572 อย่างไร” ตัวแทนกลุ่มทีมคนทำงาน กล่าว
สำหรับการแถลงข่าวในครั้งนี้ มีผู้สมัคร ส.ก. กลุ่มทีมคนทำงานในเขตพื้นที่แนวรถไฟฟ้า BTS เข้าร่วมรวม 6 เขต ประกอบด้วย วิพุธ ศรีวะอุไร ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางรัก, นที ศิริธรรมวัฒน์ ผู้สมัคร ส.ก.เขตพญาไท, คมจักร จักรพันธุ์ ผู้สมัคร ส.ก.เขตราชเทวี, ปิยะวรรณ จระกา ผู้สมัคร ส.ก.เขตสวนหลวง, พัทธนัย จิวรวิวัฒน์ ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางนา และอณุรักษ์ พุ่มพวง ผู้สมัคร ส.ก.เขตจตุจักร โดยทางกลุ่มระบุว่าพร้อมที่จะใช้กลไกของสภา กทม. ในการผลักดันหรือแก้ไขข้อบัญญัติที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาดังกล่าวต่อไป



The post กลุ่ม ส.ก.ทีมคนทำงาน เรียกร้องผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋วรถไฟฟ้าแพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72 appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (13 พฤษภาคม) ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ ประ […]
The post กรุงเทพธนาคมสรุปผลดำเนินงานปี 2565–2569 โชว์ความสำเร็จแก้วิกฤตหนี้โครงการรถไฟฟ้า-บริหารจัดการขยะ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (13 พฤษภาคม) ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ ประธานกรรมการ พร้อมด้วยธรัฐพร เตชะกิจขจร กรรมการผู้อำนวยการ และคณะกรรมการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) ร่วมแถลงสรุปผลการดำเนินงานของคณะกรรมการบริษัทในรอบวาระ 4 ปี (พ.ศ. 2565–2569)
ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง เปิดเผยว่า ภารกิจสำคัญของคณะกรรมการชุดปัจจุบัน ภายใต้นโยบายของกรุงเทพมหานคร คือการมุ่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของบริษัท ทั้งในด้านสถานะทางการเงิน การบริหารสัญญา และข้อพิพาททางกฎหมายที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนาน ย้อนกลับไปในช่วงเดือนมิถุนายน 2565 ที่คณะกรรมการชุดนี้เข้ามารับตำแหน่ง บริษัทตกอยู่ในสภาวะที่มีความเสี่ยงต่อการล้มละลายสูงมาก อันเป็นผลมาจากภาระหนี้สินสะสมและโครงการขนาดใหญ่ที่ขาดทุนหรือหยุดชะงัก
ไม่ว่าจะเป็น โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย โครงการบริหารจัดการมูลฝอยชุมชนเพื่อผลิตพลังงานขนาด 800 ตันต่อวัน และโครงการท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน ตลอดจนข้อพิพาททางกฎหมายอีกหลายคดี
อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบัน บริษัทสามารถสางปัญหาในโครงการสำคัญให้ลุล่วงไปได้เป็นส่วนใหญ่ อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ซึ่งได้มีการชำระหนี้ค่าระบบ E&M และค่าเดินรถ O&M อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ในปี 2568 รวมถึง โครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง ที่เจรจายุติข้อพิพาทและชำระหนี้ค่าเดินรถ O&M สำเร็จในปี 2569 ขณะที่ โครงการบริหารจัดการมูลฝอยชุมชนฯ 800 ตันต่อวัน ได้ดำเนินการปรับปรุงโรงงานจนสามารถควบคุมมลภาวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ให้เปิดดำเนินการได้อีกครั้งในปี 2569 ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ต่อไป ส่วน โครงการท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน สามารถเจรจาลดหนี้ค่าก่อสร้างกับผู้รับเหมาสำเร็จแล้ว 2 รายจากทั้งหมด 4 รายในปี 2569
นอกเหนือจากการแก้ไขปัญหาเดิม บริษัทยังได้เดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่เพื่อตอบสนองการบริการเมืองยุคดิจิทัลและพลังงานสะอาด ได้แก่ โครงการพัฒนาระบบ Agentic AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แบบครบวงจร, โครงการเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า (Taxi EV) เพื่อส่งเสริมการเดินทางทางน้ำในคลองสายสำคัญฝั่งกรุงเทพมหานคร และโครงการสถานีชาร์จ EV สำหรับรถโดยสารด่วนพิเศษ (BRT) ซึ่งมีแผนจะขยายไปยังรถสาธารณะประเภทอื่นในอนาคต
ในด้านมาตรฐานการเงินและความโปร่งใส นับตั้งแต่ปี 2567 บริษัทได้ปรับปรุงการจัดทำรายงานทางการเงินเข้าสู่มาตรฐานสากลสำหรับกิจการที่มีส่วนได้เสียต่อสาธารณะ (TRFs for PAEs) ทำให้งบการเงินสะท้อนฐานะที่แท้จริงและมีความน่าเชื่อถือ
ขณะเดียวกัน ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาได้วางระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) อย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้งนโยบายต่อต้านการทุจริต การจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และระบบรับเรื่องร้องเรียน (Whistleblowing) ส่งผลให้ KT ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) และเข้าร่วมโครงการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITAGC) ของสำนักงาน ป.ป.ช. สะท้อนถึงการยกระดับธรรมาภิบาลในระดับประเทศ
ในก้าวต่อไป บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ประกาศความพร้อมในการปรับบทบาทสู่การเป็น Strategic Purpose Vehicle (SPV) ของกรุงเทพมหานครอย่างเต็มตัว โดยจะมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์เมือง ดำเนินการด้วยความเชี่ยวชาญ โปร่งใส คุ้มค่าต่อการลงทุน และมีระบบการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
The post กรุงเทพธนาคมสรุปผลดำเนินงานปี 2565–2569 โชว์ความสำเร็จแก้วิกฤตหนี้โครงการรถไฟฟ้า-บริหารจัดการขยะ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (4 เมษายน) บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (ม […]
The post BTS เปิดสถานี ต้อนรับทีม K9 USAR Thailand ฝึกซ้อมเคลื่อนย้ายกำลังพลผ่านระบบรถไฟฟ้า appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (4 เมษายน) บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส ให้การต้อนรับคณะทีม K9 USAR Thailand ในโอกาสเข้าฝึกซ้อมเคลื่อนย้ายกำลังพลผ่านระบบรถไฟฟ้า เพื่อเสริมศักยภาพการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเขตเมือง
การฝึกซ้อมครั้งนี้ นำโดยสุทธิเกียรติ โสภณิก ประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และผู้อำนวยการ K9 USAR Thailand พร้อมด้วยซูซาน เรดมอนด์ หัวหน้าชุดผู้บังคับสุนัข และคณะผู้บังคับสุนัขจำนวน 15 คน รวมถึงสุนัข K9 จำนวน 12 ตัว เข้าร่วมฝึกซ้อมการเดินทางระยะไกลผ่านระบบรถไฟฟ้าบีทีเอส
สำหรับเส้นทางการฝึกซ้อม เริ่มต้นจากสถานีอโศก (E4) ไปยังสถานีชิดลม (E1) เพื่อประเมินการเดินทางในระยะแรก ก่อนเดินทางต่อจากสถานีชิดลมไปยังสถานีหมอชิต (N8) และเดินเท้าผ่านสกายวอล์คไปยังอาคารบีทีเอส วิชันนารี ปาร์ค







The post BTS เปิดสถานี ต้อนรับทีม K9 USAR Thailand ฝึกซ้อมเคลื่อนย้ายกำลังพลผ่านระบบรถไฟฟ้า appeared first on THE STANDARD.
]]>
ช่วงนี้ใครที่ไปบริเวณ BTS หมอชิต ย่อมต้องเจอภาพความละมุ […]
The post ชมพันธุ์ทิพย์บานแล้ว โมเมนต์เล็กๆ ที่ทำให้เมืองละมุนขึ้น appeared first on THE STANDARD.
]]>
ช่วงนี้ใครที่ไปบริเวณ BTS หมอชิต ย่อมต้องเจอภาพความละมุนของดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ที่กำลังเบ่งบานรับลมร้อนแต่งแต้มยอดไม้ให้กลายเป็นสีชมพูอ่อน สวยงามมองเห็นสดชื่นจนต้องหยุดถ่ายภาพ
ชมพูพันธุ์ทิพย์ เป็นไม้ประดับยืนต้นที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้ และถูกนำมาปลูกในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2500 โดยหม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร ก่อนจะเริ่มขยายไปตามจุดต่างๆ ของประเทศ จนทำให้ช่วงปลายเดือนมกราคม – ต้นเดือนมีนาคม (ปลายหนาว-ต้นฤดูร้อน) เป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยโดยเฉพาะกรุงเทพมหานครถูกแต่งแต้มไปด้วยความละมุนของสีดอกไม้ชมพูอ่อน
สำหรับบริเวณสถานี BTS หมอชิต และสวนรถไฟ เป็นหนึ่งจุดชมดอกชมพูพันธุ์ทิพย์บานที่นิยมของคนกรุงเทพฯ การบานของดอกไม้ทำให้การเดินทางในชีวิตประจำวันกลายเป็นโมเมนต์พิเศษขึ้นมาได้ทันที แค่ก้าวลงจากสถานีก็เจอความสวยที่ทำให้ต้องเงยหน้ามองโดยอัตโนมัติ โดยนักท่องเที่ยวหรือคนเมืองนิยมแวะไปถ่ายรูปของดอกไม้สีชมพูอมม่วงทั้งบริเวณหน้าสถานี ไปจนถึงสะพานลอยที่ห่างออกไป 100 เมตร ใครที่มีเวลาสักหน่อยเราแนะนำให้มาช่วงเช้าหรือก่อนพระอาทิตย์ตก แสงจะสวยเป็นพิเศษ
เมืองอาจยังวุ่นวายเหมือนเดิม แต่การมีต้นไม้หนึ่งต้นที่กำลังผลิบานอยู่ข้างทาง ก็เหมือนเป็นการเตือนว่า ความสุขบางทีมันก็อยู่ใกล้กว่าที่คิด
รีบมาก่อนดอกไม้ร่วงโรยล่ะ!
หมายเหตุ: ภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2026












The post ชมพันธุ์ทิพย์บานแล้ว โมเมนต์เล็กๆ ที่ทำให้เมืองละมุนขึ้น appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (6 กุมภาพันธ์) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตน […]
The post เลือกตั้ง 2569 : 3 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย นั่ง BTS เข้าเวทีปราศรัย ย้ำนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (6 กุมภาพันธ์) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมแกนนำพรรคเพื่อไทยบางส่วน เดินทางมาโดยรถไฟฟ้าบีทีเอส จากสถานีเพลินจิตไปยังสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ เพื่อไปสนามกีฬาเทพหัสดิน ซึ่งเป็นเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย ตอกย้ำนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย
ทันทีที่เข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า สุริยะได้ชูธนบัตรฉบับละ 20 บาท พร้อมประกาศว่า “ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายภายใน 3 เดือน” ซึ่งตลอดการเดินทางได้มีประชาชนเดินเข้ามาทักทาย ขอถ่ายรูปกับ ศ.ดร.ยศชนัน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยอีก 2 คน พร้อมกับให้กำลังใจให้มีชัยชนะในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์
รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/
ขณะที่จุลพันธ์กล่าวว่า “วันนี้เราขึ้น 3 สถานี ค่าโดยสาร 28 บาท ถ้าได้เป็นรัฐบาล 20 บาทตลอดสายแน่นอน”
ด้าน ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า นอกจากรถไฟฟ้าแล้ว เรายังจะดูเรื่องเส้นทางรถเมล์เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้มีกลุ่มนักศึกษาเข้ามาพร้อมขอถ่ายภาพร่วมกัน และอวยพรว่า “ขอให้ได้เป็นนายกฯ นะคะอาจารย์” และเรียกว่า “นายกฯ เชน”
จากนั้นมีพระเข้ามาสวดอวยพรให้แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย ก่อนกล่าวว่า “ประเทศไทยจะได้มีนายกฯ เป็นศาสตราจารย์ ดร. ประเทศต้องฝากความหวังไว้กับท่าน” ทำให้ ศ.ดร.ยศชนัน ถึงกับหัวเราะและกล่าวว่า “สงสัยจะได้เป็นแล้ว” ก่อนที่พระท่านจะบอกว่า “ได้ไม่ได้ไม่เป็นไร แต่นี่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้น”



















เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/
The post เลือกตั้ง 2569 : 3 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย นั่ง BTS เข้าเวทีปราศรัย ย้ำนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย appeared first on THE STANDARD.
]]>
ไม่รอไฮสปีด! UTA จับมือ สกพอ. ลงนามข้อตกลงคิกออฟโครงการ […]
The post 2 ทุนใหญ่ BTS-บางกอกแอร์เวย์ ลุยสร้าง ‘เมืองการบินอู่ตะเภา’ ปั้น Airport City 6,500 ไร่ ไร้ไฮสปีดเทรน เริ่ม ก.พ.69 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ไม่รอไฮสปีด! UTA จับมือ สกพอ. ลงนามข้อตกลงคิกออฟโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ และเมืองการบินภาคตะวันออก 6,500 ไร่ ดีเดย์ ก.พ.นี้ ลุยพัฒนา Airport City และโครงสร้างพื้นฐานหลัก
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO โดย ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สกพอ. และบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA)
โดยมีกวิน กาญจนพาสน์ และพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการ บริษัท อู่ตะเภาอินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ร่วมกันลงนาม ในข้อตกลงบริหารสัญญาร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เพื่อเริ่มต้นการดำเนินโครงการฯ อย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตาม ภายใต้ข้อตกลงฯ ฉบับนี้ บริษัท UTA ตกลงสละสิทธิเงื่อนไขบังคับก่อนตามสัญญาร่วมลงทุนในส่วน ที่เกี่ยวข้องกับแผนการก่อสร้างและการเดินรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (HSR) ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อโครงการฯ
ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ภาครัฐและนักลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยบริษัท UTA จะเริ่มต้นพัฒนาโครงการในส่วนที่จำเป็นเร่งด่วนก่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
โดยจากการสละสิทธิเงื่อนไขดังกล่าว สกพอ. เตรียมดำเนินการส่งหนังสือแจ้งให้ UTA เริ่มนับระยะเวลาโครงการ (Notice to Proceed หรือ NTP) ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อให้โครงการเริ่มต้นการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม
ซึ่งหลังจากการออก NTP แล้ว ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันกำหนดมาตรการแก้ไขผลกระทบโครงการฯ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) พิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ขณะเดียวกัน ภายหลังจากการแจ้ง NTP โครงการฯ บริษัท UTA จะมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสนามบินที่จำเป็น โดยเร่งรัดการก่อสร้างในส่วนของ ‘Airport City’ และโครงสร้างพื้นฐานหลักเพื่อกระตุ้นปริมาณผู้โดยสาร และดึงดูดนักลงทุนต่อเนื่องในพื้นที่
ปัจจุบัน ในพื้นที่โครงการฯ กองทัพเรืออยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 และทางขับ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2571 และได้มีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคสำคัญภายในสนามบิน เช่น ระบบผลิตน้ำประปา บำบัดน้ำเสีย ระบบไฟฟ้า และระบบเชื้อเพลิงอากาศยานตามแผนงานที่วางไว้
ทั้งนี้ การลงนามฯ ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการยืนยันถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการผลักดันสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นเมืองการบินภาคตะวันออกที่ทันสมัย และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต
ด้านจุฬา ระบุว่า ภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้ บริษัท UTA ตกลงสละสิทธิเงื่อนไขบังคับก่อนตามสัญญาร่วมลงทุนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแผนการก่อสร้าง และการเดินรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อโครงการ
ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ภาครัฐและนักลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทาง UTA จะเริ่มต้นพัฒนาโครงการในส่วนที่จำเป็นเร่งด่วนก่อน
โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เป็นหนึ่งในโครงการยุทธศาสตร์สำคัญของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ถูกวางบทบาทให้เป็น ท่าอากาศยานหลักแห่งที่ 3 ของกรุงเทพมหานคร ควบคู่กับดอนเมืองและสุวรรณภูมิ เชื่อมโยงการเดินทางผ่านโครงข่าย รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

สนามบินนานาชาติอู่ตะเภาถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าสนามบิน ซึ่งจะเชื่อมต่อระบบคมนาคมในประเทศและ EEC สู่เวทีโลกรองรับโอกาสทางธุรกิจ การลงทุน และการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ที่ครบวงจรตลอด 24 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม มหากาพย์โครงการมูลค่ากว่า 2.9 แสนล้านบาทดังกล่าว นับเป็น 1 ใน 4 เมกะโปรเจกต์ EEC ได้แก่ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน, สนามบินอู่ตะเภา, เมืองการบินตะวันออก และท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ได้ดำเนินการมากว่า 5 ปี ผ่านมาแล้วหลายรัฐบาล เข้าสู่รัฐบาลที่ 4 ปัจจุบันจึงกำลังเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังเผชิญความล่าช้าอย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากที่ผ่านมาปัญหาหลักของโครงการนี้ อยู่ที่การผูกโยงกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จึงยังไม่สามารถเดินหน้าได้ตามแผน ส่งผลให้บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) เคยเสนอทางออกขอเดินหน้าโครงการในรูปแบบ “ไร้ไฮสปีด” โดยยื่นข้อเสนอให้ EEC ปลดล็อกเงื่อนไขการเชื่อมโยงกับรถไฟความเร็วสูง เพื่อเปิดทางให้โครงการเมืองการบินภาคตะวันออกสามารถขับเคลื่อนได้ก่อนแบบไม่ต้องรอรถไฟไฮสปีด
The post 2 ทุนใหญ่ BTS-บางกอกแอร์เวย์ ลุยสร้าง ‘เมืองการบินอู่ตะเภา’ ปั้น Airport City 6,500 ไร่ ไร้ไฮสปีดเทรน เริ่ม ก.พ.69 appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (27 มกราคม) พรรคประชาธิปัตย์จัดกิจกรรมรณรงค์หาเส […]
The post เลือกตั้ง 2569 : ประชาธิปัตย์นั่งรถเมล์สาย 27 โหนรถไฟฟ้า BTS ตะลอนหาเสียง ชูแนวคิดพัฒนาคุณภาพชีวิตคนเมือง appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (27 มกราคม) พรรคประชาธิปัตย์จัดกิจกรรมรณรงค์หาเสียง ‘Go! ปชป. 27 แรงสุด หยุดไม่อยู่’ โดยถือเอาวันที่ 27 ตรงกับเบอร์ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 27 นำโดย 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อมด้วย กรณ์ จาติกวณิช, การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค รวมถึงผู้สมัคร สส. กทม. ร่วมเดิน วิ่ง โดยสารรถเมล์ และรถไฟฟ้า ตลอดเส้นทางหาเสียง
กิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 7.00 น. นัดรวมตัวที่สวนรถไฟ ก่อนปล่อยตัวนักวิ่ง Clean Air Run รณรงค์อากาศสะอาด ก่อนจะขึ้นรถเมล์สาย 27 มุ่งไปยังบิ๊กซีสะพานควาย และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จากนั้นโดยสารรถไฟฟ้า BTS สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตามด้วยการเดินพบปะพี่น้องประชาชน
อภิสิทธิ์กล่าวถึงแนวคิดของกิจกรรมนี้ว่า พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับปัญหาเร่งด่วนของชาวกรุงเทพฯ โดยเฉพาะคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ผ่าน 2 นโยบายหลัก ได้แก่ พ.ร.บ. อากาศสะอาด แบบครบวงจร โดยผลักดันกฎหมายอากาศสะอาดควบคู่กับกฎหมายเศรษฐกิจหมุนเวียนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่ต้นตอ
รวมถึงนโยบายโครงสร้างราคา ระบบรถไฟฟ้า ซึ่งจะเปิดรายละเอียดแนวทางการบริหารจัดการรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าเดินทางของประชาชนในช่วงเที่ยงวันนี้
อภิสิทธิ์ย้ำถึงความสำคัญของการเลือกพรรคประชาธิปัตย์ว่า เพื่อให้พรรคเข้าไปทำหน้าที่ ‘ผู้คุมเกม’ ในรัฐบาลชุดต่อไป โดยมุ่งเน้นภารกิจหลัก 4 ด้าน ประกอบด้วย
1. รัฐบาลต้องเอาจริงเอาจังกับการขจัดปัญหาคอร์รัปชันและกลุ่มทุนเทา
2. การกำหนดทิศทางของประเทศต้องไม่มีผู้อยู่เบื้องหลังและสามารถตรวจสอบได้
3. ก้าวข้ามความขัดแย้ง ไม่ใช้นโยบายที่สร้างความแตกแยก แต่ให้แสวงหาจุดร่วมในประเด็นที่ละเอียดอ่อน
4. เศรษฐกิจยั่งยืน ปฏิเสธนโยบายประชานิยมแบบ ลด แลก แจก แถม ที่สร้างผลเสียระยะยาว แต่จะมุ่งสร้างยุทธศาสตร์การเติบโตที่เข้มแข็งจากฐานราก
“วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ไม่ใช่แค่เพียงวันเลือกตั้ง แต่เป็นโอกาสสำคัญที่จะตั้งต้นให้ประเทศกลับสู่บ้านเมืองที่สุจริต และเศรษฐกิจที่ยั่งยืน เพื่อให้การเมืองไทยหลุดพ้นจากวงจรความขัดแย้งเดิมๆ” อภิสิทธิ์กล่าว
















เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/
The post เลือกตั้ง 2569 : ประชาธิปัตย์นั่งรถเมล์สาย 27 โหนรถไฟฟ้า BTS ตะลอนหาเสียง ชูแนวคิดพัฒนาคุณภาพชีวิตคนเมือง appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (4 มกราคม) กัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต เปิดเ […]
The post เลือกตั้ง 2569 : กัณวีร์ หวั่นคำชี้แจง BTS ปมระงับ Rabbit Card บางสัญชาติ-นักการเมืองชายแดนใต้ เข้าข่ายถูกเป็นการตีตรากลุ่ม appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (4 มกราคม) กัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต เปิดเผยว่า บริษัท BTS ได้ชี้แจงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กรณีที่ตนตั้งคำถามถึงการเลือกปฏิบัติไม่ให้บริการ Rabbit Card กับนักการเมืองใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และประเทศกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เมียนมา เกาหลีเหนือ และอิหร่าน หลังจากผู้ใช้บริการชาวเมียนมารายหนึ่งถูกปฏิเสธและระงับการใช้บริการบัตรดังกล่าว
บริษัท BTS ชี้แจงว่า จากกรณีที่มีการตั้งคำถามและแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต เกี่ยวกับระบบการให้บริการและการจำหน่ายบัตรโดยสารของรถไฟฟ้า BTS บริษัทขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องว่า รถไฟฟ้า BTS มีหน้าที่หลักในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าและอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ผู้โดยสารทุกคนอย่างเท่าเทียม ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานสากล บริษัทไม่มีนโยบายเลือกปฏิบัติต่อบุคคล กลุ่มบุคคล หรือสถานะใด ๆ ทั้งสิ้น
สำหรับการดำเนินงานด้านบัตรโดยสาร Rabbit Card ซึ่งจัดอยู่ในประเภท “ระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Money)” บริษัทมีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหลักเกณฑ์การแสดงตนและการรู้จักลูกค้า (KYC : Know Your Customer) ตามที่กฎหมายและหน่วยงานกำกับดูแลกำหนด
ผู้โดยสารที่ถือบัตร Rabbit Card จึงจำเป็นต้องดำเนินการยืนยันและอัปเดตข้อมูลการแสดงตน (KYC) ให้เป็นปัจจุบัน ตามขั้นตอนการระบุตัวตนและพิสูจน์ตัวตน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อความปลอดภัยของยอดเงินคงเหลือในบัตร และเพื่อให้สามารถใช้งานบัตรได้อย่างต่อเนื่อง
ผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถดำเนินการยืนยันและอัปเดตข้อมูลการแสดงตน (KYC) ได้ที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารทุกสถานีรถไฟฟ้า BTS เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการให้บริการ
ทั้งนี้ สำหรับผู้โดยสารบางกลุ่ม ซึ่งเข้าข่ายตามหลักเกณฑ์การประเมินความเสี่ยงที่กฎหมายกำหนด อาจมีความจำเป็นต้องดำเนินการยืนยันตัวตนเพิ่มเติม ณ Rabbit Service Center สถานีพญาไท เพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดอย่างครบถ้วน
บริษัทขอแนะนำให้ผู้โดยสารดำเนินการอัปเดตข้อมูล KYC ในขณะที่บัตรยังมียอดเงินคงเหลือ เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และเพื่อป้องกันการถูกระงับการใช้งานบัตร
สำหรับลูกค้าใหม่ บริษัทมีความจำเป็นต้องจัดเก็บข้อมูลการแสดงตนตั้งแต่ต้น ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยสามารถดำเนินการยืนยันตัวตนได้ตามช่องทางที่บริษัทกำหนดเช่นเดียวกัน
บริษัทขอยืนยันว่า การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย มิได้เป็นการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด และขอขอบคุณผู้โดยสารทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ เพื่อให้ระบบการให้บริการเป็นไปอย่างโปร่งใส ปลอดภัย และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
กัณวีร์ กล่าวว่า จากการชี้แจงของ BTS ที่ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงและเงื่อนไขบริการเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย และไม่ได้เป็นการเลือกปฏิบัติ ตนอยากทราบเพิ่มเติมว่า ปปง. ให้รายละเอียดอย่างไรต่อความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการเป็นนักการเมืองใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หากมีการเจาะจงในลักษณะนี้ แสดงว่ามีมูลเหตุใดที่ต้องกำหนดให้ยืนยันตัวตนเพิ่มเติม
“อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนและผู้ใช้บริการได้พิสูจน์กันเองว่า การยืนยันตัวตนเพิ่มเติมนั้นเป็นไปในรูปแบบใด และได้รับความสะดวกหรือมีการชดเชยต่อมาตรการนี้หรือไม่ ผมยืนยันว่า มาตรการยืนยันตัวตนและการประเมินความเสี่ยง (KYC/EDD) ในระบบการชำระเงิน สามารถทำได้ และเป็นสิ่งที่หลายประเทศใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางการเงินตามกรอบกฎหมาย”
กัณวีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ต้องระวังคือ มาตรการที่ทำได้ ต้องไม่ออกมาในลักษณะเลือกปฏิบัติ หรือตีตราคนเป็นกลุ่ม จนทำให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องต้องเดือดร้อน ถูกบล็อก ถูกยึดบัตร หรือถูกตัดความสะดวกในการเดินทาง ทั้งที่ไม่ได้กระทำความผิดใด
“ผมเข้าใจดีว่า คนที่ไม่เดือดร้อนอาจไม่รู้สึกอะไร เพราะไม่ต้องต่อคิว ไม่ต้องเสียเวลา ไม่ต้องถูกตั้งคำถามกับตัวตนของตัวเอง แต่สำหรับคนที่ได้รับผลกระทบจริง นี่คือต้นทุนชีวิตที่เกิดขึ้นทุกวัน ทั้งเวลา ค่าเดินทาง ความยุ่งยาก และศักดิ์ศรี” กัณวีร์ กล่าวย้ำ
The post เลือกตั้ง 2569 : กัณวีร์ หวั่นคำชี้แจง BTS ปมระงับ Rabbit Card บางสัญชาติ-นักการเมืองชายแดนใต้ เข้าข่ายถูกเป็นการตีตรากลุ่ม appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (31 ธันวาคม) บรรยากาศช่วง 17.00 น. นักท่องเที่ยว […]
The post ประชาชนแน่นสกายวอล์กราชประสงค์ รอร่วมงานเคาท์ดาวน์ Central World ตำรวจประกาศปิด 6 เส้นทางหลัก แนะเลี่ยงรถส่วนตัว appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (31 ธันวาคม) บรรยากาศช่วง 17.00 น. นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมาก ต่างทยอยเดินทางเข้าสู่พื้นที่ย่านราชประสงค์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริเวณสกายวอล์ก (Skywalk) เชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้า BTS สยามและชิดลม มุ่งหน้าสู่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่เตรียมมาร่วมเฉลิมฉลองในงานเคาท์ดาวน์ Central World Bangkok Countdown 2026
จากปริมาณความหนาแน่นของประชาชนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การจราจรโดยรอบเริ่มชะลอตัว เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการจัดงานเฉลิมฉลองครั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ปิดการจราจรชั่วคราวและจัดระเบียบการเดินรถในพื้นที่โดยรอบ
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กำหนดมาตรการ ห้ามรถทุกชนิดสัญจร ครอบคลุมพื้นที่จัดงานและเส้นทางต่อเนื่อง ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันนี้ ไปจนถึงเวลา 05.00 น. ของวันพรุ่งนี้ (1 มกราคม 2569) โดยเริ่มปิดการจราจรบน ถนนราชดำริ ช่วงแยกประตูน้ำ ถึงแยกราชประสงค์ เป็นจุดแรก
และเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้ามาในช่วงเย็น จะมีการยกระดับการปิดจราจรเพิ่มเติมตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป จนถึงเวลา 02.00 น. ของวันใหม่ ในอีก 5 เส้นทางหลัก ได้แก่ ถนนราชดำริ (จากแยกราชประสงค์ ถึงปากซอยมหาดเล็กหลวง 1), ถนนพระรามที่ 1 (แยกเฉลิมเผ่า ถึงแยกราชประสงค์), ถนนเพลินจิต (แยกราชประสงค์ ถึงแยกชิดลม), ถนนราชปรารภ (แยกนิคมมักกะสัน ถึงแยกประตูน้ำ) และ ถนนเพชรบุรี (แยกชิดลม ถึงแยกประตูน้ำ)
ด้วยเหตุนี้ ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลจึงขอความร่วมมือและประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ที่จะเดินทางมาร่วมงาน ขอให้งดเว้นการใช้รถยนต์ส่วนตัวและเลือกใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก โดยเฉพาะรถไฟฟ้า BTS (สถานีชิดลมหรือสยาม) และรถไฟฟ้า MRT ซึ่งจะเป็นวิธีการเดินทางที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด เนื่องจากสภาพการจราจรโดยรอบคาดว่าจะติดขัดอย่างหนักถึงขั้นวิกฤต
สำหรับประชาชนทั่วไปที่มีความจำเป็นต้องเดินทางผ่านย่านปทุมวันและราชประสงค์ในช่วงเวลาดังกล่าว ขอให้วางแผนการเดินทางล่วงหน้าอย่างรัดกุม โดยแนะนำให้ใช้เส้นทางเลี่ยงผ่าน ถนนสุขุมวิท, ถนนพญาไท หรือถนนบรรทัดทอง เพื่อความคล่องตัว ทั้งนี้ หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ประชาชนสามารถโทรแจ้งสายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง











The post ประชาชนแน่นสกายวอล์กราชประสงค์ รอร่วมงานเคาท์ดาวน์ Central World ตำรวจประกาศปิด 6 เส้นทางหลัก แนะเลี่ยงรถส่วนตัว appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (31 ธันวาคม) บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด […]
The post เช็กเที่ยวสุดท้าย บีทีเอสคืนเคานต์ดาวน์ออกจากสยาม 02.45 น. – สายสีทองหมดตี 2 ครึ่ง appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (31 ธันวาคม) บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร และบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ขยายเวลาการให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสทุกสถานี (สายสุขุมวิทและสายสีลม) รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีทอง ในคืนวันพุธที่ 31 ธันวาคม 2568 ไปจนถึงเวลา 02.00 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม 2569
สำหรับตารางการเดินรถขบวนสุดท้ายในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีรายละเอียดดังนี้:
จุดเชื่อมต่อสถานีสยาม (CEN): รถไฟฟ้าขบวนสุดท้ายที่จะออกจากสถานีสยามเพื่อไปยังทุกสถานีปลายทาง คือเวลา 02.45 น.
ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบตารางเวลาอย่างละเอียดได้ที่แอปพลิเคชัน THE SKYTRAINs และห้องจำหน่ายตั๋วทุกสถานี
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดให้บริการพื้นที่จอดรถฟรี เพื่อลดปัญหาการจราจร ดังนี้:
1. อาคารจอดแล้วจร (สถานีคูคต, แยก คปอ., เคหะฯ): จอดฟรีตั้งแต่ 05.00 น. วันที่ 31 ธ.ค. 68 ถึง 03.00 น. วันที่ 1 ม.ค. 69
2. ลานจอดแล้วจร (สถานีหมอชิต): จอดฟรีตั้งแต่ 05.00 น. วันที่ 31 ธ.ค. 68 ถึง 01.00 น. วันที่ 2 ม.ค. 69
บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสัมภาระ ห้ามนำวัตถุอันตราย เช่น อาวุธ ของมีคม ลูกโป่ง และพลุดอกไม้ไฟทุกชนิดเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารทุกคน พร้อมแนะนำให้ผู้โดยสารซื้อบัตรโดยสารล่วงหน้า หรือใช้บัตรแรบบิท/One-Day Pass เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง
The post เช็กเที่ยวสุดท้าย บีทีเอสคืนเคานต์ดาวน์ออกจากสยาม 02.45 น. – สายสีทองหมดตี 2 ครึ่ง appeared first on THE STANDARD.
]]>
วานนี้ (28 ธันวาคม) ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครัก […]
The post เลือกตั้ง 2569 : ชัยวุฒิพร้อมเจษฏ์เดินสยามสแควร์ หาเสียงพรรครักชาติ สะท้อนความเห็นคนเมืองจัดทำนโยบาย appeared first on THE STANDARD.
]]>
วานนี้ (28 ธันวาคม) ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ พร้อมด้วย รศ.ดร. เจษฏ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ และ ฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค รวมถึงผู้สมัคร สส. พรรครักชาติแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ พากันขึ้นรถไฟฟ้า BTS เปลี่ยนรูปแบบการหาเสียงเดิม จากการแจกใบปลิว เดินชูป้ายหาเสียง เป็นการเดินสอบถาม พูดคุยกับประชาชน และกลุ่มคนรุ่นใหม่บริเวณย่านสยามสแควร์ ถึงสิ่งที่ประชาชนต้องการ
โดยคนรุ่นใหม่ ส่วนใหญ่ในพื้นที่สนใจเรื่องปัญหาสุขภาพจิตและค่าครองชีพ รวมถึงการแก้ปัญหาการเดินทาง ระบบขนส่งสาธารณะที่ค่อนข้างแพง ขณะที่ ณธีร์ พิมสาร นักกีฬาว่ายน้ำพาราลิมปิกทีมชาติไทย สะท้อนปัญหาเรื่องอำนวยความสะดวกการเดินทางของผู้พิการ อยากให้ทางลาดเรียบเสมอกัน เพราะปัจจุบันทางลาดไม่มีครบทุกพื้นที่
ด้าน ทวีลาภ สุดเจริญ นักกีฬาว่ายน้ำพาราลิมปิกทีมชาติไทย หวังให้ภาครัฐสนับสนุนเรื่องตลาดแรงงานสำหรับผู้พิการ พร้อมเรียกร้องไปถึงภาครัฐเกี่ยวกับเงินสนับสนุนนักกีฬาที่ได้ค่อนข้างล่าช้า
สำหรับบรรยากาศในการหาเสียงด้วยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังเสียงประชาชนเพื่อไปจัดทำนโยบายพรรค โดยเฉพาะ รศ.ดร. เจษฏ์ โทณะวณิก ที่มีประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก และมาขอถ่ายรูป โดย รศ.ดร. เจษฏ์ ได้ระบุสโลแกนของพรรคว่า “เลือดรักชาติ การักชาติ เบอร์ 35 คนรุ่นใหม่ ไม่โกง ไม่เทา ไม่เกาหลัง”
The post เลือกตั้ง 2569 : ชัยวุฒิพร้อมเจษฏ์เดินสยามสแควร์ หาเสียงพรรครักชาติ สะท้อนความเห็นคนเมืองจัดทำนโยบาย appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (25 ธันวาคม) สุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยก […]
The post เช็กเที่ยวสุดท้าย บีทีเอสคืนเคานต์ดาวน์ออกจากสยาม 02.45 น. – สายสีทองหมดตี 2 ครึ่ง appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (25 ธันวาคม) สุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569
บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร และบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ขยายเวลาการให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสทุกสถานี (สายสุขุมวิทและสายสีลม) รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีทอง ในคืนวันพุธที่ 31 ธันวาคม 2568 ไปจนถึงเวลา 02.00 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม 2569
สำหรับตารางการเดินรถขบวนสุดท้ายในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีรายละเอียดดังนี้:
จุดเชื่อมต่อสถานีสยาม (CEN): รถไฟฟ้าขบวนสุดท้ายที่จะออกจากสถานีสยามเพื่อไปยังทุกสถานีปลายทาง คือเวลา 02.45 น.
ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบตารางเวลาอย่างละเอียดได้ที่แอปพลิเคชัน THE SKYTRAINs และห้องจำหน่ายตั๋วทุกสถานี
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดให้บริการพื้นที่จอดรถฟรี เพื่อลดปัญหาการจราจร ดังนี้:
1. อาคารจอดแล้วจร (สถานีคูคต, แยก คปอ., เคหะฯ): จอดฟรีตั้งแต่ 05.00 น. วันที่ 31 ธ.ค. 68 ถึง 03.00 น. วันที่ 1 ม.ค. 69
2. ลานจอดแล้วจร (สถานีหมอชิต): จอดฟรีตั้งแต่ 05.00 น. วันที่ 31 ธ.ค. 68 ถึง 01.00 น. วันที่ 2 ม.ค. 69
สุรพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า บริษัทฯ ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสัมภาระ ห้ามนำวัตถุอันตราย เช่น อาวุธ ของมีคม ลูกโป่ง และพลุดอกไม้ไฟทุกชนิดเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารทุกคน พร้อมแนะนำให้ผู้โดยสารซื้อบัตรโดยสารล่วงหน้า หรือใช้บัตรแรบบิท/One-Day Pass เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง
The post เช็กเที่ยวสุดท้าย บีทีเอสคืนเคานต์ดาวน์ออกจากสยาม 02.45 น. – สายสีทองหมดตี 2 ครึ่ง appeared first on THE STANDARD.
]]>