รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 20 Mar 2026 09:58:17 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 จีนย้ำมิตรภาพไทยแน่นแฟ้น มอบเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม 20 ล้านหยวน แสดงความเสียใจเหตุเครนรถไฟความเร็วสูงถล่ม https://thestandard.co/china-thailand-aid-condolences-train/ Thu, 15 Jan 2026 09:38:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1165686 จีนย้ำมิตรภาพไทยแน่นแฟ้น มอบเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม 20 ล้านหยวน แสดงความเสียใจ เหตุเครนรถไฟความเร็วสูงถล่ม

วันนี้ (15 มกราคม) เวลา 11.00 น. ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยค […]

The post จีนย้ำมิตรภาพไทยแน่นแฟ้น มอบเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม 20 ล้านหยวน แสดงความเสียใจเหตุเครนรถไฟความเร็วสูงถล่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
จีนย้ำมิตรภาพไทยแน่นแฟ้น มอบเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม 20 ล้านหยวน แสดงความเสียใจ เหตุเครนรถไฟความเร็วสูงถล่ม

วันนี้ (15 มกราคม) เวลา 11.00 น. ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จาง เจี้ยนเว่ย์ (H.E. Mr. Zhang Jianwei) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เข้าพบอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประเทศไทย โดยเป็นเงินบริจาคจำนวน 10 ล้านหยวน และสิ่งของบรรเทาทุกข์มูลค่า 10 ล้านหยวน รวมมูลค่าทั้งสิ้น 20 ล้านหยวน

 

นายกรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณรัฐบาลและประชาชนจีนสำหรับน้ำใจและความปรารถนาดีที่มีต่อประชาชนไทย โดยระบุว่าความช่วยเหลือดังกล่าวสะท้อนถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับจีนที่มีมาอย่างยาวนาน พร้อมกล่าวถึงความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน และความร่วมมือระหว่างสองประเทศที่มีพัฒนาการอย่างรอบด้านและต่อเนื่อง

 

เอกอัครราชทูตจีนได้กล่าวแสดงความเสียใจต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจีนให้ความสำคัญอย่างสูงต่อความปลอดภัยของโครงการ และได้กำชับให้บริษัทจีนที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือกับฝ่ายไทยอย่างเต็มที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยย้ำว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนเป็นโครงการสำคัญภายใต้ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองประเทศ และจีนพร้อมเดินหน้าหารือความร่วมมืออย่างใกล้ชิดและโปร่งใส

 

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมว่า ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจริงใจของรัฐบาลจีนที่มีต่อประเทศไทยในฐานะมิตรประเทศที่ใกล้ชิด พร้อมย้ำว่าความสัมพันธ์ไทย-จีนเป็นความสัมพันธ์แบบ “พี่น้อง” ที่ยืนอยู่บนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจ ความเคารพซึ่งกันและกัน และการสนับสนุนซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก โดยตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในทุกมิติ

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีแสดงความหวังว่าฝ่ายจีนจะเริ่มพิจารณาการจัดซื้อข้าวจากประเทศไทยจำนวน 500,000 ตัน ตามผลลัพธ์จากการหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน รวมถึงผลักดันให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเอกอัครราชทูตจีนได้แสดงความพร้อมในการผลักดันการนำเข้าข้าวจากประเทศไทยให้ครบตามเป้าหมายภายในปีนี้ ตลอดจนสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนมายังประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างไทยและจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

 

เอกอัครราชทูตจีนยังกล่าวชื่นชมรัฐบาลไทยที่ดำเนินมาตรการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์และขบวนการคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม พร้อมขอบคุณฝ่ายไทยที่ให้ความร่วมมือกับจีนอย่างใกล้ชิดในการช่วยเหลือและส่งตัวชาวจีนที่ตกเป็นเหยื่อ หรือเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าวกลับประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยย้ำว่าปัญหาคอลเซ็นเตอร์เป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประชาชนทั้งสองประเทศ และจีนพร้อมเดินหน้ากระชับความร่วมมือกับไทยในด้านการบังคับใช้กฎหมาย การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการดำเนินการเชิงรุก เพื่อปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมดังกล่าวให้หมดสิ้นอย่างยั่งยืน

The post จีนย้ำมิตรภาพไทยแน่นแฟ้น มอบเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม 20 ล้านหยวน แสดงความเสียใจเหตุเครนรถไฟความเร็วสูงถล่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
รฟท. แจ้งงดเดินและปรับเปลี่ยนเส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ 14 ขบวน เหตุเครนก่อสร้างล้มทับขบวนรถด่วนพิเศษ ช่วงสถานีหนองน้ำขุ่น – สีคิ้ว https://thestandard.co/srt-14-trains-crane-collapse/ Wed, 14 Jan 2026 07:47:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1165123 รฟท. แจ้งงดเดินและปรับเปลี่ยน เส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ 14 ขบวน เหตุเครนก่อสร้างล้มทับขบวนรถด่วนพิเศษ ช่วงสถานีหนองน้ำขุ่น – สีคิ้ว

​วันนี้ (14 มกราคม) อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไ […]

The post รฟท. แจ้งงดเดินและปรับเปลี่ยนเส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ 14 ขบวน เหตุเครนก่อสร้างล้มทับขบวนรถด่วนพิเศษ ช่วงสถานีหนองน้ำขุ่น – สีคิ้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
รฟท. แจ้งงดเดินและปรับเปลี่ยน เส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ 14 ขบวน เหตุเครนก่อสร้างล้มทับขบวนรถด่วนพิเศษ ช่วงสถานีหนองน้ำขุ่น – สีคิ้ว

​วันนี้ (14 มกราคม) อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงกรณีอุบัติเหตุเครนก่อสร้างของบริษัทผู้รับเหมาโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน สัญญาที่ 3-4 (งานโยธาช่วงลำตะคอง – สีคิ้ว และกุดจิก – โคกกรวด) ล้มทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 (กรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี) ขณะทำขบวนผ่านช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น – สถานีสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้เส้นทางดังกล่าวถูกกีดขวางและขบวนรถไม่สามารถผ่านได้

 

เพื่อความปลอดภัยและการบริหารจัดการเดินรถ การรถไฟฯ จึงมีความจำเป็นต้องประกาศงดเดินรถและปรับเปลี่ยนเส้นทางขบวนรถในสายตะวันออกเฉียงเหนือ (ต้นทาง/ปลายทาง อุบลราชธานี)

 

โดยให้เลี่ยงไปใช้เส้นทางช่วง ชุมทางแก่งคอย – ชุมทางบัวใหญ่ – นครราชสีมา แทน เป็นการชั่วคราว สำหรับการเดินรถในวันนี้ (14 มกราคม 2569) มีขบวนรถได้รับผลกระทบรวม 14 ขบวน ดังนี้

 

1. ขบวนรถที่งดเดิน (จำนวน 2 ขบวน)

 

  • ขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางที่ 21 (กรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี)
  • ขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางที่ 22 (อุบลราชธานี – กรุงเทพอภิวัฒน์)

 

2. ขบวนรถที่ปรับเปลี่ยนเส้นทาง (จำนวน 12 ขบวน)

 

  • ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 23/24 (กรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี – กรุงเทพอภิวัฒน์)
  • ขบวนรถด่วนที่ 71/72 (กรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี – กรุงเทพอภิวัฒน์)
  • ขบวนรถเร็วที่ 135/136 (กรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี – กรุงเทพอภิวัฒน์)
  • ขบวนรถเร็วที่ 139/140 (กรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี – กรุงเทพอภิวัฒน์)
  • ขบวนรถเร็วที่ 141/142 (กรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี – กรุงเทพอภิวัฒน์)
  • ขบวนรถธรรมดาที่ 233/234 (กรุงเทพ(หัวลำโพง) – สุรินทร์ – กรุงเทพ(หัวลำโพง))

 

การรถไฟแห่งประเทศไทย ต้องขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น สำหรับผู้โดยสารที่ถือตั๋วในขบวนรถและเส้นทางดังกล่าว หากไม่ประสงค์จะเดินทาง สามารถติดต่อขอคืนเงินค่าตั๋วโดยสารได้เต็มราคา ณ สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ

 

ทั้งนี้ ขอให้ผู้โดยสารตรวจสอบข้อมูลการเดินรถก่อนออกเดินทาง โดยสามารถติดตามสถานะตำแหน่งขบวนรถแบบเรียลไทม์ได้ที่ https://ttsview.railway.co.th/v3/incident/Accident21 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

The post รฟท. แจ้งงดเดินและปรับเปลี่ยนเส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ 14 ขบวน เหตุเครนก่อสร้างล้มทับขบวนรถด่วนพิเศษ ช่วงสถานีหนองน้ำขุ่น – สีคิ้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
รฟท. ยืนยัน เหล็กสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ได้มาตรฐานสากล มั่นใจปลอดภัย https://thestandard.co/thai-china-railway-safety/ Sat, 05 Apr 2025 08:02:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1061041 thai-china-railway-safety

วันนี้ (5 เมษายน) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ยืนยันควา […]

The post รฟท. ยืนยัน เหล็กสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ได้มาตรฐานสากล มั่นใจปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
thai-china-railway-safety

วันนี้ (5 เมษายน) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ยืนยันความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของเหล็กที่ใช้ในการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงแก่งคอย-กลางดง และช่วงปางอโศก-บันไดม้า (สัญญา 3-1) วีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการ รฟท. ระบุว่าผลการทดสอบคุณสมบัติทางวิศวกรรมและมาตรฐานคุณภาพเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดทุกขั้นตอน

 

โดยหลังจากที่ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการให้เร่งตรวจสอบความมั่นคงของโครงสร้างและคุณภาพเหล็ก หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญของ รฟท. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงสร้างอย่างละเอียดแล้ว พบว่าไม่มีรอยแตกร้าวหรือความเสียหายใดๆ โครงสร้างได้รับการออกแบบให้รองรับแรงสั่นสะเทือนได้ตามมาตรฐาน

 

นอกจากนี้ รฟท. ยังได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากกรมการขนส่งทางราง (ขร.), สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย เก็บตัวอย่างเหล็กจากโรงเก็บที่มวกเหล็กและทับกวาง เพื่อนำมาทดสอบคุณสมบัติทางวิศวกรรมและมาตรฐานคุณภาพในห้องปฏิบัติการอย่างครอบคลุม ผลการทดสอบยืนยันว่าเหล็กทุกตัวอย่างมีคุณสมบัติเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดในทุกด้าน ทั้งค่าความต้านแรงดึง, ค่าความยืด, การดัดงอ และส่วนประกอบทางเคมี ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดสำหรับวัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้างระบบราง

 

วีริศ กล่าวเสริมว่า รฟท. มีมาตรการควบคุมคุณภาพเหล็กอย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจสอบโรงงานผลิต การเก็บตัวอย่างทดสอบเมื่อเหล็กมาถึงหน้างาน และการตรวจสอบระหว่างการก่อสร้าง เพื่อให้มั่นใจว่าวัสดุที่ใช้มีคุณภาพปลอดภัยตามเงื่อนไขสัญญา

 

“การรถไฟฯ ดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน รวมถึงโครงการก่อสร้างทุกโครงการ ภายใต้มาตรฐานสากล และมีการกำกับดูแลตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน เพื่อให้ระบบขนส่งทางรางของประเทศไทยมีความปลอดภัย มีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพสูงสุด” ผู้ว่าการ รฟท. กล่าวทิ้งท้าย

 

อ้างอิง:

The post รฟท. ยืนยัน เหล็กสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ได้มาตรฐานสากล มั่นใจปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สื่อจีนรายงาน รัฐบาลไทยไฟเขียวรถไฟความเร็วสูงเฟส 2 จ่อดันเศรษฐกิจไทยโตคึกคัก https://thestandard.co/thailand-highspeed-rail-phase2/ Fri, 07 Feb 2025 10:42:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1039476 thailand-highspeed-rail-phase2

สำนักข่าว Xinhua รายงาน รัฐบาลไทยมีมติอนุมัติโครงการรถไ […]

The post สื่อจีนรายงาน รัฐบาลไทยไฟเขียวรถไฟความเร็วสูงเฟส 2 จ่อดันเศรษฐกิจไทยโตคึกคัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
thailand-highspeed-rail-phase2

สำนักข่าว Xinhua รายงาน รัฐบาลไทยมีมติอนุมัติโครงการรถไฟความเร็วสูงจีน-ไทย (HSR) ระยะที่ 2 เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญภายใต้โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) ที่จะช่วยเชื่อมโยงไทยเข้ากับจีนผ่านทางรถไฟจีน-สปป.ลาว ในที่สุด

 

โครงการรถไฟความเร็วสูงระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2030 โดยผู้เชี่ยวชาญจากจีนและไทยกล่าวว่า เมื่อโครงการรถไฟความเร็วสูงแล้วเสร็จ จะช่วยเปิดช่องทางใหม่ให้ไทยสามารถขยายการส่งออก พร้อมดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ และกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างแกนหลักของโครงข่ายรถไฟสายทรานส์เอเชีย (TAR) อันเป็นความฝันของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มายาวนานกว่า 10 ปี ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วภายใต้กรอบ BRI

 

ทั้งนี้ การก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงระยะที่ 2 จะมีความยาว 357 กิโลเมตร โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ 3.4 แสนล้านบาท ซึ่งการก่อสร้างอาจเริ่มต้นได้ในปีนี้หลังผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี โดยตั้งเป้าหมายเปิดให้บริการได้ในปี 2031 

 

โครงการดังกล่าวประกอบด้วย 2 ส่วน ส่วนแรกคือการก่อสร้างทางรถไฟเพื่อเชื่อมต่อกับโครงการระยะที่ 1 ซึ่งทอดยาวจากกรุงเทพฯ ถึงนครราชสีมา โดยมีสถานีรถไฟ 5 แห่งตลอดเส้นทาง ส่วนระยะที่ 2 ได้แก่ การจัดตั้งศูนย์กลางการขนส่งสินค้าทางรางในจังหวัดหนองคาย และให้บริการแบบเบ็ดเสร็จสำหรับการขนส่งสินค้าทางรถไฟข้ามพรมแดน 

 

เติ้งเฮาจี้ (Deng Haoji) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Chongqing Hongjiu Fruit กล่าวกับหนังสือพิมพ์ Global Times ของจีนว่า “เราคาดหวังไว้สูงว่าเส้นทางรถไฟสายนี้เมื่อสร้างเสร็จแล้ว จะช่วยขนส่งผลไม้จากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปยังจีนได้ เช่น ทุเรียน, มังคุด, ลำไย และมะพร้าว โดยเส้นทางนี้จะเป็นเส้นทางขนส่งโดยตรงระหว่างจีนและไทย รวมถึงประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย โดยจะมีประสิทธิภาพในการดำเนินการที่สูงขึ้นและต้นทุนที่ต่ำลง”

 

โครงการรถไฟความเร็วสูงจีน-ไทยออกแบบให้สามารถทำความเร็วได้สูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และยังเป็นโครงการรถไฟความเร็วสูงในต่างประเทศโครงการแรกที่จะนำมาตรฐานการรถไฟของจีนมาใช้

 

โฆษกของบริษัท China State Construction Engineering (Thailand) Co., Ltd. เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ Global Times ว่า การก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงจีน-ไทยมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ในการสร้างโครงข่ายรถไฟสายทรานส์เอเชีย ซึ่งเริ่มต้นเส้นทางจากเมืองคุนหมิงในมณฑลยูนนานของจีน และขยายไปจนถึงสิงคโปร์ผ่าน สปป.ลาวและไทย

 

อนึ่ง ทางรถไฟจีน-สปป.ลาว ซึ่งเชื่อมระหว่างคุนหมิงกับนครหลวงเวียงจันทน์ เริ่มเปิดให้บริการในเดือนธันวาคม 2021 โดยข้อมูล ณ วันที่ 9 มกราคม 2025 ระบุว่า เส้นทางรถไฟดังกล่าวขนส่งสินค้าไปแล้วรวม 50.7 ล้านตันและมีผู้โดยสารกว่า 45 ล้านคน ทำให้เส้นทางนี้เป็นหนึ่งใน ‘ระเบียงทองคำ’ ในการกระชับความร่วมมือระหว่างจีนและอาเซียน

 

  • นักวิเคราะห์มองโครงการรถไฟความเร็วจะดันไทยเติบโตในอาเซียน

 

หูจื้อหยง (Hu Zhiyong) นักวิจัยจากสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่งสถาบันสังคมศาสตร์เซี่ยงไฮ้ มองว่า การดำเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูงจีน-ไทย ระยะที่ 2 จะช่วยเสริมสร้างการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทยให้คึกคักมากขึ้น 

 

“เส้นทางทั้งสามของระบบโครงข่ายรถไฟสายทรานส์เอเชียเชื่อมต่อกับไทย ดังนั้นเมื่อโครงการรถไฟความเร็วสูงจีน-ไทยเสร็จสมบูรณ์ ก็จะช่วยเสริมสร้างบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการค้าในภูมิภาค ขณะเดียวกันการเชื่อมโยงทางรถไฟจะนำมาซึ่งประโยชน์มากมายให้กับไทยในแง่ของการพัฒนาการท่องเที่ยวและเร่งการพัฒนาอุตสาหกรรม”

 

ทั้งนี้ การเยือนจีนของ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ไทย-จีน รวมถึงการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจเพื่อประโยชน์ร่วมกัน และฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวชาวจีนในการเดินทางมาประเทศไทยด้วย

 

ดร.วิรุฬห์ พิชัยวงศ์ภักดี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางไทย-จีน เผยกับหนังสือพิมพ์ Global Times ว่า การเยือนของนายกฯ ครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือระดับทวิภาคีภายใต้โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง พลังงานหมุนเวียนสีเขียว และเศรษฐกิจดิจิทัล

 

“ความร่วมมือ BRI ระหว่างจีนและไทยมีรากฐานที่มั่นคงและมีแนวโน้มการพัฒนาที่สดใสมาก และการเร่งสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงจีน-ไทยระยะที่ 2 จะสร้างแรงผลักดันให้ไทยเติบโตอย่างไม่ต้องสงสัย” หูกล่าว

 

ภาพ: Andrew Benton / Construction Photography / Avalon / Getty Images

 

อ้างอิง:

The post สื่อจีนรายงาน รัฐบาลไทยไฟเขียวรถไฟความเร็วสูงเฟส 2 จ่อดันเศรษฐกิจไทยโตคึกคัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดกำหนดการนายกฯ เยือนจีน 5-8 ก.พ. https://thestandard.co/paetongtarn-china-visit-schedule-feb-2025/ Wed, 05 Feb 2025 05:08:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1038069 แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เตรียมเยือนจีนอย่างเป็นทางการ 5-8 กุมภาพันธ์ 2568

5-8 กุมภาพันธ์นี้ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ […]

The post เปิดกำหนดการนายกฯ เยือนจีน 5-8 ก.พ. appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เตรียมเยือนจีนอย่างเป็นทางการ 5-8 กุมภาพันธ์ 2568

5-8 กุมภาพันธ์นี้ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ มีกำหนดการเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ โดยจะพบหารือกับผู้นำของจีน ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 2 ในการเยือนภายใต้รัฐบาลแพทองธาร

 

ไฮไลต์เพื่อพูดคุยจะมีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เนื่องในโอกาสครบรอบความสัมพันธ์ไทย-จีน 50 ปี ส่งเสริมเรื่องการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมในอนาคต ทั้งเซมิคอนดักเตอร์และยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงเร่งรัดการสร้างรถไฟความเร็วสูงไทยจีนระยะที่ 1-2 เชื่อมไทย สปป.ลาว และจีน

 

นอกจากนี้ ยังต้องจับตาการแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงนำทูตสันถวไมตรีอย่างแพนด้ายักษ์คู่ใหม่มาจากจีนด้วย

 

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

The post เปิดกำหนดการนายกฯ เยือนจีน 5-8 ก.พ. appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุริยะเผย เตรียมแจ้งความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงระยะ 2 เชื่อม สปป.ลาว-จีน จ่อดึงเอกชนร่วมทุน ชี้วาระนี้ยังไม่ถกเรื่องแลนด์บริดจ์ https://thestandard.co/thai-china-railway-phase2/ Tue, 04 Feb 2025 07:30:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1037959 เส้นทางรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟส 2

วันนี้ (4 กุมภาพันธ์) ที่ทำเนียบรัฐบาล สุริยะ จึงรุ่งเร […]

The post สุริยะเผย เตรียมแจ้งความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงระยะ 2 เชื่อม สปป.ลาว-จีน จ่อดึงเอกชนร่วมทุน ชี้วาระนี้ยังไม่ถกเรื่องแลนด์บริดจ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เส้นทางรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟส 2

วันนี้ (4 กุมภาพันธ์) ที่ทำเนียบรัฐบาล สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการรถไฟไทย-จีน ระยะที่ 2 เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางจากจังหวัดนครราชสีมา-หนองคาย ซึ่งจะเชื่อมต่อไปยัง สปป.ลาว และจีน ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่นายกรัฐมนตรีเตรียมเดินทางไปเยือนประเทศจีน เพราะจีนได้เร่งรัดโครงการนี้ จึงเป็นโอกาสแจ้งความคืบหน้า และที่ผ่านมาเอกอัครราชทูตจีนได้สอบถามเรื่องนี้กับตนเองโดยตลอด

 

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงการคลังและสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมีความเป็นห่วงเรื่องงบประมาณที่สูง จึงเสนอให้นำบางส่วนไปจัดทำเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน ซึ่งกระทรวงคมนาคมมอบหมายการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในส่วนของการเดินรถ ให้ผ่าน พ.ร.บ.การร่วมทุนฯ ที่จะมีภาคเอกชนมาร่วมลงทุนในส่วนนี้ ประเมินว่าประมาณ 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะลดภาระที่รัฐบาลต้องออกค่าใช้จ่ายไปได้ 23% หลังจากนี้ รฟท. จะดำเนินการต่อในเรื่อง TOR โดยคาดว่าจะเปิดประมูลได้ในช่วงเดือนมิถุนายนเป็นอย่างช้า

 

อย่างไรก็ตาม การเดินทางเยือนจีนในครั้งนี้อาจยังไม่มีวาระหารือในเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ แต่เป็นเรื่องที่ได้ดำเนินการพูดคุยกับภาคเอกชนของจีน กระทรวงคมนาคมได้ให้ข้อมูลที่นักลงทุนจีนต้องการไปครบถ้วนแล้ว เท่าที่พูดคุยมามีบริษัทจากจีนประมาณ 6 บริษัทที่สนใจร่วมลงทุนในโครงการ

 

ขณะเดียวกัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็ถือเป็นตัวเลือกที่มีแนวโน้มสูง เพราะมีเรือเดินสมุทรถึง 1,700 ลำ และยังมีการขยายท่าเรือไปในหลายประเทศ จึงน่าจะมีความสนใจในโครงการนี้ด้วย ดังนั้นจึงเป็นการเสนอว่าใครจะให้ผลประโยชน์ได้มากที่สุด บริษัทนั้นจึงจะชนะไป

 

ส่วนความคืบหน้า พ.ร.บ.เขตพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ พ.ศ. …. กระทรวงการคลังได้มอบอำนาจให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรทำเป็น พ.ร.บ. ต่อไป

The post สุริยะเผย เตรียมแจ้งความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงระยะ 2 เชื่อม สปป.ลาว-จีน จ่อดึงเอกชนร่วมทุน ชี้วาระนี้ยังไม่ถกเรื่องแลนด์บริดจ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินลงพื้นที่ติดตามการกู้อุโมงค์รถไฟความเร็วสูงถล่ม เผย วันนี้มาเพื่อ ‘ขีดเส้น’ ใครควรต้องรับผิดชอบส่วนไหน https://thestandard.co/anutin-train-tunnel-ne-thailand/ Tue, 27 Aug 2024 11:59:40 +0000 https://thestandard.co/?p=976134

วันนี้ (27 สิงหาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี แล […]

The post อนุทินลงพื้นที่ติดตามการกู้อุโมงค์รถไฟความเร็วสูงถล่ม เผย วันนี้มาเพื่อ ‘ขีดเส้น’ ใครควรต้องรับผิดชอบส่วนไหน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (27 สิงหาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่สำรวจอุโมงค์ทางรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน, กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ช่วงสถานีรถไฟจันทึก-ช่วงสถานีคลองขนานจิตร ลำตะคอง บ้านแก่งหีบ หมู่ 2 ตำบลจันทึก อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา อุโมงค์ที่ 3 มีความยาว 1.5 กิโลเมตร ที่เกิดถล่มลงมาทับรถและคนงาน 3 คน ช่วงจากปากอุโมงค์ลึกเข้าไปประมาณ 500 เมตร เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา

 

อนุทินกล่าวตอนหนึ่งว่า ได้เข้าไปถึงจุดที่ลึกที่สุดที่จะเข้าไปได้แล้ว ทางเจ้าของงานกำลังหาวิธีการที่จะขุดดินเข้าไป ตามข้อมูลจากเครื่องสแกนก็เหลือแค่ 5 เมตร ดูแล้วไม่มาก แต่ปัญหาคือขุดเข้าไปมีดินถล่มลงมา ต้องสอดตัวซัพพอร์ตเข้าไป เป้าหมายสูงสุดคือต้องกู้ชีวิตบุคคลทั้ง 3 คนที่ระหว่างนี้ต้องดูสัญญาณชีพ ภารกิจมีอันตราย และมีความเสี่ยง เราสู้แรงดันกับดิน ซึ่งในช่วงตรงนั้นมันยังไม่ได้ไลน์นิ่ง หรือปิดด้วยคอนกรีต มันอยู่บนค้ำยัน มันมีหลายขั้นตอน ส่วนเรื่องความรับผิดชอบ ผู้รับจ้างก็เต็มที่ มีการส่งวิศวกรต่างชาติเข้าไปช่วยกู้ภัย

 

“ผมมาตรงนี้เพื่อมาขีดเส้นว่าใครจะต้องรับผิดชอบตรงส่วนไหน รัฐดูแลเรื่องอะไร เอกชนจะจัดการตรงไหน ส่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มีทีมงานกู้ภัย มีบุคลากร มีอุปกรณ์ ก็ต้องช่วยกับผู้รับจ้าง ความยากคือขุดเข้าไปแล้วดินถล่ม ตอนนี้เราสแกนเป็นระยะด้วยอุปกรณ์ และมีสุนัขเข้าไปเช็กเรื่องผู้รอดชีวิต ซึ่งทั้ง 3 คนยังมีชีวิต มีทั้งปกติและอ่อนแรง แต่เราก็พยายามเร่งอยู่ ที่สำคัญคือคนที่ติดอยู่เขาขาดน้ำ ต้องหาทางช่วยเหลือ ตอนนี้อะไรที่เข้าไปแล้วมันมีโอกาสที่จะช่วยผู้เคราะห์ร้ายได้ต้องทำไปก่อน แต่คนทำงานต้องปลอดภัยด้วย คนทำงานมีความเสี่ยง มันต้องเซฟชีวิตทุกฝ่าย เรื่องเอกชน เรื่องรัฐ ผมลงมาแล้ว มันเคลียร์แล้ว คุยกันจบ”

 

The post อนุทินลงพื้นที่ติดตามการกู้อุโมงค์รถไฟความเร็วสูงถล่ม เผย วันนี้มาเพื่อ ‘ขีดเส้น’ ใครควรต้องรับผิดชอบส่วนไหน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมช.คมนาคม ยืนยันรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สถานีอยุธยาไม่กระทบมรดกโลก ตั้งเป้าลงนามสัญญางานโยธา มี.ค. นี้ https://thestandard.co/thai-china-high-speed-train-march-goal/ Fri, 01 Mar 2024 01:14:57 +0000 https://thestandard.co/?p=905924 รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน

วานนี้ (29 กุมภาพันธ์) ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ สุรพ […]

The post รมช.คมนาคม ยืนยันรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สถานีอยุธยาไม่กระทบมรดกโลก ตั้งเป้าลงนามสัญญางานโยธา มี.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน

วานนี้ (29 กุมภาพันธ์) ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ สุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการความคืบหน้าการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสระบุรี และจังหวัดนครราชสีมา และโครงการ รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สถานีอยุธยา 

 

สุรพงษ์กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อเป็นการยืนยันว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สถานีอยุธยา จะเดินหน้าต่อไปอย่างแน่นอน แต่โจทย์ที่สำคัญคือต้องพัฒนาเมืองไปพร้อมกับการอนุรักษ์มรดกโลก ซึ่งข้อเท็จจริงในวันนี้คือการก่อสร้างของโครงการฯ จะไม่กระทบกับอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาอย่างแน่นอน เพราะมีระยะห่างถึง 1.5 กิโลเมตร และยังคั่นกลางด้วยแม่น้ำป่าสัก ซึ่งประชาชนในพื้นที่มีความเข้าใจถึงตัวโครงการฯ และให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาเมืองไปด้วยกัน 

 

สำหรับสัญญา 4-5 งานโยธา ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว ระยะทาง 13.3 กิโลเมตร วงเงิน 10,325 ล้านบาท การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะลงนามเซ็นสัญญาได้ในช่วงเดือนมีนาคม 2567 และขอให้มั่นใจว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กิโลเมตร จะแล้วเสร็จไม่เกินปี 2571 อย่างแน่นอน 

 

“เรื่องมรดกโลกต้องมองใน 2 มิติ คือการรักษาไว้ซึ่งความภูมิใจของประเทศชาติ และต้องการให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้าถึงมรดกโลกเหมือนกับเรา เพราะฉะนั้นเส้นทางคมนาคมคือหัวใจสำคัญในการลำเลียงนักท่องเที่ยวเข้ามาสู่เมือง เพื่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย และกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP)” สุรพงษ์กล่าว 

 

สุรพงษ์กล่าวต่อว่า ขั้นตอนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านทรัพย์สินทางวัฒนธรรม (HIA) เพื่อลดข้อกังวลใจของ UNESCO ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อชี้แจง และยังไม่มีข้อกังวลใจในเรื่องนี้ พร้อมยืนยันว่าการดำเนินโครงการจะไม่มีการเวนคืนที่ดินแม้ตารางนิ้วเดียว เพราะใช้พื้นที่เดิมในการก่อสร้าง 

 

มีรายงานว่าการลงพื้นที่ในวันนี้มีตัวแทนภาคเอกชน ภาคการท่องเที่ยว พ่อค้า แม่ค้า และประชาชน มาต้อนรับและให้กำลังใจ พร้อมยื่นข้อเสนอให้กระทรวงคมนาคมเร่งเดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สถานีอยุธยา ตามแผนงานเดิม โดยส่วนใหญ่มองว่าจะเป็นประโยชน์กับพื้นที่ในทุกมิติ

 

ขณะที่ตัวแทนภาคประชาชนระบุว่า ต้องการเห็นการเดินทางที่สะดวกกับทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ และมองว่าการขุดทางรถไฟความเร็วสูงลงใต้ดินทำได้ยากและเสียเวลาในการก่อสร้างเพิ่มขึ้น และเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วม รวมถึงผลกระทบกับโบราณสถาน หรือวัตถุโบราณที่ยังไม่ขุดพบ พร้อมยืนยันว่าประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยามั่นใจว่าโครงการนี้มีการศึกษามาแล้วว่าไม่กระทบกับมรดกโลก จึงอยากให้เดินหน้าเพราะอยากเห็นความเจริญ อยากเห็นรถไฟความเร็วสูงแล่นผ่าน เพื่อทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น

The post รมช.คมนาคม ยืนยันรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สถานีอยุธยาไม่กระทบมรดกโลก ตั้งเป้าลงนามสัญญางานโยธา มี.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยหนุนกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง เสนอแนวคิด 3 อนาคต ขับเคลื่อนอนุภูมิภาค https://thestandard.co/thailand-mekong-lancang/ Thu, 07 Dec 2023 10:58:39 +0000 https://thestandard.co/?p=874466 ไทย หนุนกรอบความร่วมมือ

ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกร […]

The post ไทยหนุนกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง เสนอแนวคิด 3 อนาคต ขับเคลื่อนอนุภูมิภาค appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทย หนุนกรอบความร่วมมือ

ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ครั้งที่ 8 ณ กรุงปักกิ่งของจีน ในวันนี้ (7 ธันวาคม) โดยมี หวังอี้ สมาชิกกรมการเมือง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน และ ตาน ฉ่วย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา เป็นประธานร่วม พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา, เวียดนาม และผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สปป.ลาว เข้าร่วมการประชุม

 

ที่ประชุมได้มีการทบทวนความคืบหน้ากรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง และแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับทิศทางความร่วมมือในอนาคต รวมทั้งเตรียมการสำหรับการจัดการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ครั้งที่ 4 ซึ่งจีนเสนอให้จัดในเดือนธันวาคมนี้ โดยในโอกาสดังกล่าวไทยจะรับเป็นประธานร่วมของกรอบความร่วมมือฯ กับจีน ต่อจากเมียนมาด้วย 

 

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังเห็นพ้องเร่งรัดการส่งเสริมความเชื่อมโยงทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การพัฒนาดิจิทัล การท่องเที่ยว วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี การรับมือกับความท้าทายรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นข้อห่วงกังวลร่วมกันของประเทศสมาชิก โดยเฉพาะการปราบปรามกระบวนการหลอกลวงทางโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต การค้ามนุษย์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน รวมถึงการบริหารจัดการน้ำ

 

ขณะที่ไทยยังได้เสนอแนวคิด 3 อนาคต (3 Futures) ต่อที่ประชุม ได้แก่

 

  1. การผลักดันอนาคตแห่งความเชื่อมโยงผ่านการลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมอ่าวไทยกับมหาสมุทรอินเดียหรือแลนด์บริดจ์ (Landbridge) และการเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน กับเส้นทางรถไฟลาว-จีน ตลอดจนการส่งเสริมความเชื่อมโยงทางดิจิทัลและการค้าการลงทุน

 

  1. การสร้างอนาคตที่ดีผ่านการรับมือกับความท้าทายใหม่ โดยเฉพาะความมั่นคงรูปแบบใหม่ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

  1. การเสริมสร้างกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคตผ่านความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ภายใต้ข้อริเริ่มการพัฒนาระเบียงนวัตกรรม ภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ตามข้อเสนอของประเทศไทย การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว และการส่งเสริมการท่องเที่ยว

 

นอกจากนี้ ฝ่ายไทยยังได้เสนอให้มีการสอดประสานระหว่างกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง กับยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS) ซึ่งไทยเป็นผู้ริเริ่ม และจีนเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาของยุทธศาสตร์ฯ

The post ไทยหนุนกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง เสนอแนวคิด 3 อนาคต ขับเคลื่อนอนุภูมิภาค appeared first on THE STANDARD.

]]>
รถไฟความเร็วสูงกับผลกระทบต่อเมืองโบราณอโยธยา https://thestandard.co/high-speed-rail-and-ayothaya/ Thu, 20 Apr 2023 10:29:08 +0000 https://thestandard.co/?p=779077

การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเส้นกรุงเทพฯ-นครราชสีมา มีระย […]

The post รถไฟความเร็วสูงกับผลกระทบต่อเมืองโบราณอโยธยา appeared first on THE STANDARD.

]]>

การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเส้นกรุงเทพฯ-นครราชสีมา มีระยะทางช่วงหนึ่ง 13.3 กิโลเมตร จากสถานีบ้านโพมาถึงสถานีพระแก้ว ที่จะส่งผลกระทบต่อเมืองโบราณอยุธยาในส่วนที่เรียกกันว่า ‘อโยธยา’ ซึ่งขณะนี้นักวิชาการและภาคประชาสังคมหลายส่วนเป็นห่วงกัน

 

โครงการนี้ได้มีการทำประชาพิจารณ์ไปแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดจัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อสอบถามความคิดเห็นถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์โบราณคดีที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ แต่การพิจารณ์ที่เป็นผลกระทบด้านมรดกทางวัฒนธรรม (Heritage Impact Assessments) นี้ก็เกิดขึ้นช้าเมื่อเทียบกับการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessments) ที่ทำล่วงหน้าไปนานมาก ราวกับไม่รู้ว่าเส้นทางรถไฟนี้จะต้องผ่านพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ปัญหาสำคัญของเรื่องนี้คงอยู่ที่จุดตั้งต้นของการผ่านโครงการนี้ที่เกิดขึ้นในรัฐบาลเผด็จการทหารหรือในระบอบการเมืองที่ใช้คำว่าประชาธิปไตยเป็นฉากบังหน้า

 

หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง สร้างสมัยก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยา 26 ปี

 

พื้นที่อโยธยาสำคัญอย่างไร เพื่อให้เข้าใจตรงกันคงต้องกล่าวถึงที่ตั้งของเมืองโบราณแห่งนี้เสียก่อน อโยธยาคือ พื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำป่าสักเลียบลงมาถึงแม่น้ำเจ้าพระยา หรือก็คือพื้นที่ฝั่งตะวันออกนอกเกาะกรุงศรีอยุธยา ชื่ออโยธยานี้มีกล่าวถึงในหลักฐานลายลักษณ์โบราณที่ล้วนแล้วแต่กล่าวถึงเมืองนี้ก่อนศักราชที่จะมีการสถาปนากรุงศรีอยุธยาใน พ.ศ. 1893 ด้วยกันทั้งสิ้น 

 

เป็นต้นว่าพงศาวดารเหนือระบุว่าอโยธยาสร้างมาแล้วตั้งแต่สมัยพระเจ้าธรรมิกราช ราว พ.ศ. 1708 หรือในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ที่เล่าถึงพ่อค้าชาวอโยธยาที่ไปค้าขายถึงเมืองฝางเมื่อ พ.ศ. 1816 หรือจารึกวัดเขากบ จังหวัดนครสวรรค์ ที่กล่าวถึงการเดินทางของพระมหาเถรศรีศรัทธาที่ได้เข้าเฝ้ากษัตริย์อโยธยาศรีรามเทพนครเมื่อราว พ.ศ. 1890-1910 

 

อย่างไรก็ดี ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งของอโยธยาในหมู่นักประวัติศาสตร์ก็คือ เราจะเชื่อข้อมูลลายลักษณ์อักษรได้มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะพงศาวดารเหนือที่ระบุอายุเก่าไปถึง พ.ศ. 1708 

 

แนวคิดที่ต้องการสืบค้นประวัติศาสตร์โบราณคดีของอโยธยานั้นย้อนกลับไปได้ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงเสนอว่าพื้นที่บริเวณฝั่งตะวันออกของแม่น้ำป่าสัก และปทาคูจามคือพื้นที่ของอโยธยา ต่อมาใน พ.ศ. 2467 สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเสนอเช่นกันว่า อโยธยามีบทบาทเป็นเมืองท่าของลพบุรี เมืองท่านี้สำคัญมากถึงได้มีความมั่งคั่งพอจนสร้างวัดพนัญเชิง

 

วัดเดิม หรือ วัดอโยธยา เชื่อตามตำนานว่าเป็นตำแหน่งที่สร้างวังของกษัตริย์อโยธยา

 

หลังจากนั้น นักวิชาการที่สืบค้นเรื่องนี้อย่างจริงจังต่อมาก็คือ มานิต วัลลิโภดม ผู้พ่อ และ ศรีศักร วัลลิโภดม ผู้ลูก ได้ใช้ข้อมูลจากพงศาวดารเหนือ เอกสารต่างๆ รวมถึงหลักฐานประเภทโบราณวัตถุโบราณสถานที่พบศิลปะในช่วงสมัยก่อนอยุธยาถึงอยุธยาตอนต้นอย่างหนาแน่น เช่น วัดเดิม วัดสมณโกฏฐาราม วัดมเหยงคณ์ จนนำไปสู่ข้อสรุปว่า พื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำป่าสักคือพื้นที่เมืองอโยธยา และยังมีโบราณสถานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ในช่วงนี้ เช่น วัดพนัญเชิง วัดธรรมิกราช วัดพุทไธศวรรย์ ในอีกหลายทศวรรษต่อมา ศรีศักรจึงได้ให้จิตรกรวาดภาพของแผนผังเมืองโบราณแห่งนี้ในวารสารเมืองโบราณ ปีที่ 43 ฉบับ 1 มกราคม-มีนาคม 2560 

 

วัดสมณโกฏฐาราม สร้างสมัยอยุธยาตอนต้นหรืออาจก่อนหน้านั้น

 

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบหลักฐานที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดีโดยกรมศิลปากรตามวัดหลายแห่งที่เชื่อว่าอยู่ในสมัยอโยธยาโดยผม/ผู้เขียนเองนั้นกลับไม่พบหลักฐานที่แสดงการตั้งถิ่นฐานที่สอดคล้องกัน ยกเว้นงานของ ปรีชา กาญจนาคม อดีตอาจารย์คณะโบราณคดีที่ทำการขุดค้นในพื้นที่ริมคลองข้าวเม่าทำให้พบเศษเครื่องถ้วยสมัยราชวงศ์หยวนและหลักฐานอื่นๆ แต่ก็เบาบางมาก ส่วนวัดอโยธยาที่ตำนานระบุว่าเป็นวังเก่าสมัยอโยธยานั้นก็ไม่ได้พบหลักฐานเก่าไปถึงช่วงเวลาดังกล่าว 

 

ดังนั้น โดยสรุป พื้นที่บริเวณอโยธยานี้คงมีชุมชนขนาดเล็กเบาบางก่อนการสร้างวัดขนาดใหญ่ต่างๆ ในสมัยอยุธยาตอนต้น ถึงอย่างนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า พื้นที่ในเขตอโยธยานี้เต็มไปด้วยโบราณสถานและชุมชนโบราณสมัยอยุธยาตอนต้นที่เป็นส่วนหนึ่งหรืออันหนึ่งอันเดียวกันกับพัฒนาการของประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา

 

ชั้นดินที่วัดพนัญเชิงพบชั้นถ่านและโบราณวัตถุพวกเครื่องถ้วยสมัยราชวงศ์หยวนมีอายุราว พ.ศ. 1867

 

เครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หยวนพบที่บ้านโปรตุเกส (ภาพจากกรมศิลปากร, โครงการขุดค้นขุดแต่งโบราณสถานหมู่บ้านโปรตุเกส (โบสถ์คณะเยซูอิต) ตำบลสำเภาล่ม  อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, 2551)

 

แต่แล้วเมืองท่าอโยธยาที่ดูเก่าแก่และมั่งคั่งนั้นอยู่ที่ไหน เป็นไปได้ว่าอยู่ตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณตั้งแต่วัดพนัญเชิงและวัดบางกะจะลงมาทางใต้ ทั้งนี้เพราะจากการขุดค้นทางโบราณคดีทั้งที่วัดพนัญเชิงและโบสถ์คณะเยซูอิตที่โบราณสถานหมู่บ้านโปรตุเกส ทำให้พบเครื่องถ้วยจีนในสมัยราชวงศ์หยวน ทั้งที่มาจากเตาหลงฉวน ผู่เถียน และซือเจ้า แถมการกำหนดอายุทางวิทยาศาสตร์ที่วัดพนัญเชิงก็พบว่ามีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานเก่าสุดเมื่อ พ.ศ. 1867 สอดคล้องกับพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับหลวงประเสริฐที่ระบุว่าหลวงพ่อโตของวัดพนัญเชิงสร้างใน พ.ศ. นี้

 

อโยธยาไม่ได้สำคัญแค่เป็นเมืองโบราณก่อนกรุงศรีอยุธยาและมีพัฒนาต่อเนื่องมาถึงสมัยอยุธยา แต่ยังสัมพันธ์กับกำเนิดของ ‘สยาม’ หรือก็คือคนไทยในปัจจุบัน สองนักวิชาการ คริส เบเคอร์ และ ผาสุก พงษ์ไพรจิตร ในหนังสือประวัติศาสตร์อยุธยา ได้เสนอว่า อโยธยาคือ ‘เสียน’ (暹) ที่ปรากฏในเอกสารจีนสมัยราชวงศ์หยวนนับตั้งแต่ พ.ศ. 1821 เป็นต้นมา 

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้กลับปรากฏว่ามีภาพกองทัพชาวสยามที่ระเบียงปราสาทนครวัดที่สร้างราว พ.ศ. 1660-1690 มาแล้ว แต่หลักฐานทางโบราณคดีที่อโยธยา-อยุธยากลับเก่าไปไม่ถึงช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า แล้วเมืองของ ‘สยาม’ หรือ ‘เสียน’ นี้ควรตั้งอยู่ที่ไหน ถ้าหากพิจารณาตามประวัติศาสตร์ก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยาจะพบว่า กรุงศรีอยุธยาเกิดขึ้นจากการสถาปนาโดยพันธมิตรของนครรัฐสำคัญคือ สุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี) และละโว้ (ลพบุรี) ดังนั้น สยามเมื่อ พ.ศ. 1660-1690 อาจอยู่ที่สุพรรณบุรี หรืออาจเป็นสุโขทัย (ซึ่งเป็นเครือญาติกับทางสุพรรณภูมิ) ต่อมาสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (อู่ทอง) คงสร้างความสัมพันธ์เป็นเครือญาติกับทางละโว้ จึงทำให้ผนวกรัฐทั้งสองได้ในที่สุด จึงทำให้อโยธยาที่เป็นเมืองท่าค่อยๆ พัฒนาความสำคัญจนกลายเป็นกรุงศรีอยุธยา 

 

วัดพุทไธศวรรย์ สร้างในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1

 

เมื่ออ่านถึงตรงนี้ สำหรับคนชื่นชอบประวัติศาสตร์โบราณคดีก็คงอินและเห็นความสำคัญของพื้นที่อโยธยา แต่สำหรับคนที่โน้มเอียงไปในเรื่องการพัฒนาก็คงรู้สึกว่า อีกฝ่ายจะทำให้ความเจริญล่าช้าออกไปอีก และรถไฟความเร็วสูงเขาก็สร้างทับบนทางรถไฟเก่าที่สร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 อยู่แล้ว 

 

ขออธิบายอย่างนี้ว่า ประการแรก การทำเสารางรถไฟฟ้าที่อยุธยานี้ต้องขุดดินลึก เพราะโครงสร้างดินอ่อน พื้นที่ขุดผ่านเมืองอโยธยาจะอยู่ในระยะประมาณ 6-7 กิโลเมตร  แน่นอนว่า คงต้องมีงานโบราณคดีกู้ภัย แต่จะทำได้ครอบคลุมมากน้อยแค่ไหนนั้นเป็นปัญหา ที่สำคัญคือ ขุดกู้ภัยกับขุดเพื่อศึกษาให้เข้าใจนั้นแตกต่างกันมาก เสียดายองค์ความรู้เกี่ยวกับการเข้าใจกำเนิดของอยุธยาและสยาม 

 

ประการที่สอง นอกจากแรงสั่นสะเทือนที่จะเกิดขึ้น แต่แรงเฉือนของรถไฟความเร็วสูงที่แหวกอากาศไปนั้นแรงมาก ไม่ใช่เฉพาะแหล่งโบราณคดีที่จะได้รับผลกระทบ แต่ยังรวมไปถึงบ้านเรือนของราษฎรตลอดแนวรถไฟ คิดให้ดีถึงผลกระทบระยะยาว 

 

ประการที่สาม การสูญเสียทัศนียภาพทางสายตา คนคงทราบน้อยว่ารถไฟที่จะสร้างนี้ไม่ได้อยู่บนผิวดิน แต่ยกระดับขึ้นสูงด้วยเสา 19 เมตร แน่นอนว่า คงมองจากอุทยานประวัติศาสตร์หรือโซนที่กันเป็นมรดกโลกมาคงไม่เห็น แต่เวลาคิดเรื่องความเป็นกรุงศรีอยุธยาที่หมายถึงภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมทั้งเกาะเมืองและนอกเกาะเมืองในส่วนที่เป็นอโยธยานั้น มันไม่สามารถแยกขาดออกจากกันได้ จะคิดเอาความสะดวกเข้าว่าบอกว่ารถไฟฟ้าใกล้เกาะเมืองดีคนจะได้เที่ยวเยอะ แต่ทัศนียภาพอุจาดตาก็ทำให้เสียคุณค่าไปเช่นกัน ภาพรถไฟวิ่งนอกเกาะเมืองจะอยู่ไปเป็นอีกร้อยๆ ปี 

 

ปัญหาตอนนี้คือเหมือนเรากำลังมองประโยชน์ระยะสั้นกันเกินไป ทั้งๆ ที่กระหายอยากได้รายได้จากการท่องเที่ยว แต่กลับคิดทำลายต้นทุนทางวัฒนธรรมที่ตัวเองมี ติดกับดักวาทกรรมของการพัฒนา และถูกมัดมือชกจากนายทุนภายใต้รัฐบาลอำนาจนิยม ถึงเวลานี้ก็ยังไม่สาย ยังมีทางเลือกของเส้นทาง หรือวิธีการสร้างทางรถไฟ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องชั่งน้ำหนักกันให้ดี เพราะมรดกทางวัฒนธรรมเสียแล้วเสียเลยสร้างใหม่ไม่ได้ 

The post รถไฟความเร็วสูงกับผลกระทบต่อเมืองโบราณอโยธยา appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลแจง รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงกรุงเทพฯ-โคราช เป็นตามแผนก่อสร้าง พรฎ.เวนคืนที่ดินในเส้นทางมีผลบังคับใช้แล้ว https://thestandard.co/thai-chinese-high-speed-train-280865/ Sun, 28 Aug 2022 03:00:33 +0000 https://thestandard.co/?p=672914 รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน

วันนี้ (28 สิงหาคม) ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนัก […]

The post รัฐบาลแจง รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงกรุงเทพฯ-โคราช เป็นตามแผนก่อสร้าง พรฎ.เวนคืนที่ดินในเส้นทางมีผลบังคับใช้แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน

วันนี้ (28 สิงหาคม) ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีโครงการความร่วมมือกับรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย และการเชื่อมโยงทางรถไฟระหว่างไทย-สปป.ลาว-จีน ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างงานโยธาของโครงการระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 250.77 กิโลเมตร กระทรวงคมนาคมได้รายงานถึงความคืบหน้าว่าโครงการดำเนินการไปตามแผนงาน

 

สำหรับการเตรียมพื้นที่ก่อสร้างนั้น เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2565 ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศพระราชกฤษฎีกา (พรฎ.) กำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน เพื่อดำเนินการก่อสร้างตามโครงการฯ ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2565 เป็นต้นไป มีกำหนดระยะเวลา 4 ปี โดยมีสาระสำคัญให้เจ้าหน้าที่เริ่มต้นเข้าสำรวจที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ภายในแนวเขตที่ดินที่จะเวนคืน ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าหน้าที่ในการเวนคืน และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกา เป็นกฎหมายอีกหนึ่งฉบับที่แสดงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการขับเคลื่อนความต่อเนื่องของโครงการ

 

ไตรศุลีกล่าวต่อไปว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ประกอบด้วย 15 สัญญา แยกเป็นงานโยธา 14 สัญญา และงานระบบ 1 สัญญา ตลอดเส้นทางมีทั้งหมด 6 สถานี ได้แก่ สถานีกลางบางซื่อ ดอนเมือง อยุธยา สระบุรี ปากช่อง และนครราชสีมา ระยะทางรวม 250.77 กิโลเมตร เป็นทางยกระดับ 188.68 กิโลเมตร คันทางระดับดิน 54.99 กิโลเมตร และอุโมงค์บริเวณมวกเหล็กและลำตะคอง 8 กิโลเมตร มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2569

 

สำหรับความคืบหน้าของงานโยธา 14 สัญญานั้น ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ 1 สัญญา ได้แก่ ช่วงกลางดง-ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 9 สัญญา ได้แก่ ช่วงสีคิ้ว-กุดจิก ระยะทาง 11 กิโลเมตร, งานอุโมงค์มวกเหล็กและลำตะคอง ระยะทาง 12.23 กิโลเมตร, ช่วงบันไดม้า-ลำตะคอง ระยะทาง 26.10 กิโลเมตร, ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และ ช่วงกุดจิก-โคกกรวด ระยะทาง 37.45 กิโลเมตร, ช่วงโคกกรวด-นครราชสีมา ระยะทาง 12.38 กิโลเมตร, ช่วงดอนเมือง-นวนคร ระยะทาง 21.80 กิโลเมตร, ช่วงนวนคร-บ้านโพ ระยะทาง 23 กิโลเมตร, ช่วงพระแก้ว-สระบุรี ระยะทาง 31.60 กิโลเมตร และช่วงสระบุรี-แก่งคอย ระยะทาง 12.99 กิโลเมตร

 

นอกจากนี้อยู่ระหว่างเตรียมก่อสร้าง 1 สัญญา ได้แก่ ศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย ยังไม่ลงนาม 3 สัญญา ได้แก่ งานโยธาช่วงแก่งคอย-กลางดง และ ปางอโศก-บันไดม้า ระยะทาง 30.21 กิโลเมตร, ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ระยะทาง 15.21 กิโลเมตร, และช่วงบ้านโพ-พระแก้ว ระยะทาง 13.30 กิโลเมตร

 

ขณะที่โครงการฯ ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ระยะทางรวม 357 กิโลเมตร ได้ออกแบบงานโยธาแล้วเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณารายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) ส่วนการเชื่อมโยงทางรถไฟระหว่างไทย-สปป.ลาว-จีน ด้วยสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่จังหวัดหนองคาย กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้มีการประสานความร่วมมือในรายละเอียดกับทางสปป.ลาวโดยต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงเดือนตุลาคมนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีกำหนดจะนำคณะทีมไทยแลนด์ไปเยือนสปป.ลาว พร้อมกับหารือความคืบหน้าโครงการร่วมกัน

The post รัฐบาลแจง รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงกรุงเทพฯ-โคราช เป็นตามแผนก่อสร้าง พรฎ.เวนคืนที่ดินในเส้นทางมีผลบังคับใช้แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
รฟท. เดินหน้ารถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ลงนามก่อสร้างงานโยธาอีก 3 สัญญา คาดให้บริการได้ในปี 2569 https://thestandard.co/thai-chinese-high-speed-rail-signing-for-3-more-civil-work-contracts/ Mon, 29 Mar 2021 08:47:47 +0000 https://thestandard.co/?p=470333 รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน

วันนี้ (29 มีนาคม) ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระท […]

The post รฟท. เดินหน้ารถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ลงนามก่อสร้างงานโยธาอีก 3 สัญญา คาดให้บริการได้ในปี 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน

วันนี้ (29 มีนาคม) ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาการก่อสร้างโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา) จำนวน 3 สัญญา ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย โดย นิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และบริษัทคู่สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 4-3 งานโยธาสำหรับช่วงนวนคร-บ้านโพ ผู้แทนจากบริษัท เอ. เอส. แอสโซซิเอท เอนยิเนียริ่ง (1964) จำกัด, บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน), บริษัท ไชน่า สเตท คอนสตรัคชั่น เอนยิเนียริ่ง คอร์ปอเรชั่น ลิมิเต็ด สัญญาที่ 4-4 งานโยธาสำหรับศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย ผู้แทนจากบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) สัญญาที่ 4-6 งานโยธาสำหรับช่วงพระแก้ว-สระบุรี ผู้แทนจากบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) โดยมีแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยาน

 

ศักดิ์สยามกล่าวว่า พิธีลงนามสัญญาการก่อสร้างโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา) จำนวน 3 สัญญาในวันนี้ เป็นโครงการที่สำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญในการเชื่อมไทยสู่โลก และเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศ เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสนใจและเร่งรัดติดตามความก้าวหน้าของโครงการมาโดยตลอด และในขณะเดียวกันเส้นทางนี้ก็จะเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ในการเชื่อมไทยไปสู่ สปป.ลาว และจีน โดยเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 ที่เรียกว่า Belt and Road Initiative หรือ BRI ที่จะเชื่อมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปถึงยุโรปได้ด้วยทางรถไฟ โดยกระทรวงคมนาคมพยายามเร่งรัดโครงการให้เดินหน้าโดยเร็ว ล่าสุดก็ได้มีการลงนามในสัญญาจ้างงานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟและจัดฝึกอบรมบุคลากร (สัญญา 2.3) ของโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา) ไปเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา ส่วนวันนี้เป็นการลงนามสัญญาก่อสร้างเพิ่มเติม 3 สัญญา ประกอบด้วย สัญญาที่ 4-3 งานโยธาสำหรับช่วงนวนคร-บ้านโพ วงเงินก่อสร้าง 11,525,350,500 บาท สัญญาที่ 4-4 งานโยธาสำหรับศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย วงเงินก่อสร้าง 6,573,000,000 บาท และสัญญาที่ 4-6 งานโยธาสำหรับช่วงพระแก้ว-สระบุรี วงเงินก่อสร้าง 9,428,999,969.37 บาท มีระยะเวลาก่อสร้างแต่ละสัญญา 1,080 วัน รวมวงเงินก่อสร้างทั้ง 3 สัญญา 27,527,350,469.37 ล้านบาท

 

ด้านนิรุฒกล่าวว่า สำหรับสัญญาที่ 4-3 งานโยธาสำหรับช่วงนวนคร-บ้านโพ ประกอบด้วย งานโครงสร้างทางรถไฟเป็นทางยกระดับ 23 กิโลเมตร งานก่อสร้างทางวิ่งเข้าศูนย์ซ่อมบำรุง งานอาคารและสิ่งปลูกสร้างรองรับงานระบบรถไฟฟ้า งานระบบระบายน้ำ งานรื้อย้ายรางและระบบสาธารณูปโภคต่างๆ สัญญาที่ 4-4 งานโยธาสำหรับศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย ประกอบด้วย ทางรถไฟระดับพื้นในศูนย์ซ่อมบำรุง งานอาคารภายในศูนย์ซ่อมบำรุงรวมถนนต่อเชื่อม ได้แก่ อาคารระบบซ่อมบำรุงขบวนรถไฟ 19 อาคาร อาคารควบคุมระบบการจัดการเดินรถและฝึกอบรม 4 อาคาร อาคารสำหรับระบบซ่อมบำรุงทาง 8 อาคาร งานก่อสร้างถนนงานระบบระบายน้ำและงานรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภคต่างๆ สัญญาที่ 4-6 งานโยธาสำหรับช่วงพระแก้ว-สระบุรี ประกอบด้วย งานโครงสร้างทางรถไฟ ระยะทางรวม 31.60 กิโลเมตร แบ่งเป็นคันทางระดับดิน 7.02 กิโลเมตร และทางยกระดับ 24.58 กิโลเมตร งานอาคารและสิ่งปลูกสร้างรองรับงานระบบรถไฟฟ้า 7 แห่ง รวมทั้งงานรื้อย้ายสถานีเดิม งานปรับปรุงย้ายถนนเดิม งานก่อสร้าง สะพานข้ามทางรถไฟ งานระบบระบายน้ำ และงานรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภคต่างๆ 

 

ภายหลังเปิดงาน ศักดิ์สยามได้กล่าวในตอนท้ายว่า โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา) ถือเป็นเส้นทางที่มีความสำคัญเนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 (Belt and Road Initiative: BRI) ที่เชื่อมโยงโครงข่ายระบบรางของไทย อาเซียน และสาธารณรัฐประชาชนจีน ให้เป็นหนึ่งเดียว โดยเมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจะเป็นการยกระดับมาตรฐานรถไฟไทยให้มีความเจริญก้าวหน้า เป็นการลงทุนเพื่อวางรากฐานความมั่นคงด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของไทยในระยะยาว สนับสนุนให้ประเทศเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ของภูมิภาค สร้างโอกาสใหม่ทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว กระจายรายได้ นำความเจริญสู่ท้องถิ่นตลอดแนวเส้นทางโครงการ 

 

พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ

The post รฟท. เดินหน้ารถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ลงนามก่อสร้างงานโยธาอีก 3 สัญญา คาดให้บริการได้ในปี 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เตรียมชง ครม. ลงนามสัญญา 2.3 รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท https://thestandard.co/cabinet-signs-contract-2-3-thai-chinese-high-speed-rail/ Tue, 26 May 2020 11:59:51 +0000 https://thestandard.co/?p=367080

วันนี้ (26 พฤษภาคม) ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระ […]

The post เตรียมชง ครม. ลงนามสัญญา 2.3 รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 พฤษภาคม) ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการความร่วมมือด้านรถไฟไทย-จีน หลังจากที่ได้ประชุมครั้งที่ 28 ผ่านระบบ Video Conference กับ นิ่งจี๋เจ๋อ รองประธานคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน หัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ประชุมทั้งสองฝ่ายได้ข้อยุติร่วมกันในส่วนของร่างสัญญา 2.3 สัญญาการวางรางและระบบการเดินรถ ระบบอาณัติสัญญาณ พร้อมขบวนรถ วงเงิน 50,633.50 ล้านบาท ในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะนำเสนอรายงานให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบว่าทุกอย่างเดินตามแผน

 

สำหรับข้อสรุปเงื่อนไขสัญญา 2.3 ในเรื่องสกุลเงินของวงเงิน 50,633.50 ล้านบาท โดยเห็นชอบที่จะให้ชำระเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ 80% เป็นจำนวน 1,313,885,237 ดอลลาร์สหรัฐ และชำระเป็นเงินบาท 20% เป็นจำนวน 10,126,700,000 บาท อัตราแลกเปลี่ยน 30.82955 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ (ตามอัตราเฉลี่ยธนาคารแห่งประเทศไทย ช่วงระหว่างวันที่ 25 เมษายน 2562 – 30 พฤศจิกายน 2562)

 

“ในการเจรจาสัญญา 2.3 กำหนดมูลค่าไว้ที่ 53,633 ล้านบาท แต่ไทย-จีนได้มีการเจรจาร่วมกันและได้ปรับลดค่าระบบราง ระบบไฟฟ้าเครื่องกล ค่าตัวรถไฟฟ้า และค่าฝึกอบรมพนักงาน ทำให้สามารถปรับลดวงเงินโครงการนี้ลงได้กว่า 3,000 ล้านบาท ส่วนค่าเงินมองว่าไม่ได้เป็นประเด็น เพราะในความเชื่อมั่นเชื่อว่าหลังสถานการณ์โควิด-19 ในเรื่องของการป้องกันสถานการณ์โควิด-19 เราจะฟื้นตัวได้เร็ว” ศักดิ์สยามกล่าว

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ส่งร่างสัญญาต่ออัยการสูงสุดตรวจร่างสัญญา คาดว่าจะสรุปร่างสัญญาเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติกรอบวงเงินและเงื่อนไข คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน โดยจะลงนามในสัญญานี้ได้ภายในเดือนตุลาคม 2563 หรือเร่งรัดให้เร็วที่สุดอาจจะภายในเดือนสิงหาคมถึงกันยายนนี้ โดยจะเชิญ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานลงนาม ซึ่งจะจัดขึ้นที่ประเทศไทย เพื่อให้สามารถเริ่มงานภายในปี 2563 เนื่องจากโครงการล่าช้ามานานจากที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้ระยะเวลาการดำเนินโครงการจะใช้เวลา 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2563-2568 

 

อย่างไรก็ตาม ส่วนการประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 29 นั้น ฝ่ายไทยได้เสนอเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมที่ประเทศไทย ในช่วงระยะเวลาไม่เกินเดือนตุลาคมนี้

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

 

 


ห้ามพลาด! ฟอรัมที่เจาะลึก New Normal ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย จากวิทยากรระดับประเทศ 40 คน ซื้อบัตรงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM ที่ https://www.eventpop.me/e/8705-economic-forum

 

The post เตรียมชง ครม. ลงนามสัญญา 2.3 รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>