รถยนต์ไร้คนขับ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/รถยนต์ไร้คนขับ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 19 Nov 2024 04:41:21 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ชมคลิป: หุ้น Tesla พุ่ง หลัง ‘ทรัมป์’ เล็งผ่อนปรนกฎเกณฑ์ยานยนต์ไร้คนขับของสหรัฐฯ | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-19112024-2/ Tue, 19 Nov 2024 06:05:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1010268

หุ้นของ Tesla พุ่งสูง (18 พฤศจิกายน) หลังมีรายงานว่าทีม […]

The post ชมคลิป: หุ้น Tesla พุ่ง หลัง ‘ทรัมป์’ เล็งผ่อนปรนกฎเกณฑ์ยานยนต์ไร้คนขับของสหรัฐฯ | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

หุ้นของ Tesla พุ่งสูง (18 พฤศจิกายน) หลังมีรายงานว่าทีมงานของ ‘ทรัมป์’ มีแผนกำกับดูแลรถยนต์ไร้คนขับให้มีความสำคัญสูงสุดสำหรับกระทรวงคมนาคมของสหรัฐฯ

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: หุ้น Tesla พุ่ง หลัง ‘ทรัมป์’ เล็งผ่อนปรนกฎเกณฑ์ยานยนต์ไร้คนขับของสหรัฐฯ | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tesla เผยโฉม Cybercab แท็กซี่ไร้คนขับของ Tesla เล็งตั้งราคาขายล้านบาทเศษๆ https://thestandard.co/cybercab-teslas-self-driving-taxi/ Fri, 11 Oct 2024 07:58:53 +0000 https://thestandard.co/?p=994869

อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla เผยโฉม Cybercab รถโรโบแท็กซ […]

The post Tesla เผยโฉม Cybercab แท็กซี่ไร้คนขับของ Tesla เล็งตั้งราคาขายล้านบาทเศษๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>

อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla เผยโฉม Cybercab รถโรโบแท็กซี่ที่สามารถขับเคลื่อนด้วยตนเองได้ในงาน ‘We, Robot’ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความทะเยอทะยานของบริษัทที่พยายามจะสร้างอนาคตการขนส่งแบบอัตโนมัติ

 

รถโรโบแท็กซี่ของ Tesla ถูกออกแบบมาโดยปราศจากพวงมาลัยหรือแป้นเหยียบ มีการเปิดประตูคล้ายกับปีกผีเสื้อที่ยกขึ้นไปด้านบน แถมยังเป็นรถที่ไม่มีช่องเสียบชาร์จไฟและใช้วิธีชาร์จแบบไร้สาย (Inductive Charging) แทน โดยขนาดของห้องโดยสารของ Cybercab เพียงพอสำหรับจุผู้โดยสารแค่สองคนเท่านั้น

 

มัสก์กล่าวในงานเปิดตัวว่า รถยนต์ไร้คนขับมีความปลอดภัยสูงกว่ารถยนต์ที่มนุษย์เป็นผู้ขับขี่ถึง 10-20 เท่า และอาจมีต้นทุนการใช้งานต่ำเพียง 0.2 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.60 บาท) ต่อไมล์ ซึ่งต่ำกว่ารถโดยสารประจำทางในเมืองที่มีค่าโดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33 บาท) ต่อไมล์

 

Tesla วางแผนผลิต Cybercab ภายในปี 2026 แต่มัสก์ประกาศว่าอาจมีความเป็นไปได้ที่แผนดังกล่าวจะล่าช้าไปถึงปี 2027 โดยเหตุผลหนึ่งของความล่าช้าอาจมาจากการออกแบบที่แปลกใหม่ที่จะต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล ก่อนที่จะเริ่มการผลิต

 

สำหรับเรื่องของราคา Cybercab ข้อมูลจาก Reuters รายงานว่า ราคาขายจะอยู่ที่ต่ำกว่า 3 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณล้านบาทเศษๆ เท่านั้น

 

มัสก์ยังประกาศเพิ่มเติมว่า Tesla กำลังพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อให้ผู้คนสามารถเรียกรถโรโบแท็กซี่ตามต้องการได้ โดยเจ้าของรถ Tesla ก็สามารถนำรถของตัวเองขึ้นไปลิสต์บนแอปพลิเคชันได้ เพื่อหารายได้เสริมเมื่อพวกเขาไม่ได้ใช้งานยานพาหนะ

 

อย่างไรก็ตาม Cybercab เป็นรถยนต์ที่อาศัยเทคโนโลยีแค่ 2 อย่าง นั่นคือ AI และกล้องตรวจจับ โดยไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อื่นร่วมด้วย แต่การออกแบบเช่นนี้ของบริษัทก็ทำให้นักลงทุนรวมถึงนักวิเคราะห์ รู้สึกกังวลกับความปลอดภัยทั้งในเชิงเทคนิคและเชิงกฎหมาย ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องตามดูกันต่อไปว่า Tesla จะรับมือกับความท้าทายนี้อย่างไร

 

นอกจากนี้ Tesla ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาหุ่นยนต์ Optimus ซึ่งคาดว่าจะมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 20,000-30,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 660,000-990,000 บาท) และสามารถทำงานต่างๆ ได้มากมาย

 

“นี่คือก้าวที่สำคัญมาก หุ่นยนต์จะช่วยชีวิตผู้คนจำนวนมากและลดอัตราการบาดเจ็บได้” มัสก์กล่าวเสริม

 

การขยับตัวครั้งนี้ของ Tesla ภายใต้การนำของมัสก์ คือการพาบริษัทไปสู่ทิศทางใหม่ที่เป็นมากกว่าแค่ผู้ผลิตและผู้ขายรถยนต์ EV ไปสู่นวัตกรรมอย่างหุ่นยนต์และ AI

 

แต่หลังจากอีเวนต์ มีนักลงทุนรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับ Reuters ว่ารายละเอียดของการเปิดตัวที่ไม่ชัดเจนทำให้เขาผิดหวัง “ผมเป็นผู้ถือหุ้นและผมรู้สึกผิดหวัง แม้ว่าหลายๆ นวัตกรรมจะดูน่าตื่นเต้นแต่ไม่มีการประกาศเรื่องไทม์ไลน์ที่ชัดเจนเลย”

 

อ้างอิง:

The post Tesla เผยโฉม Cybercab แท็กซี่ไร้คนขับของ Tesla เล็งตั้งราคาขายล้านบาทเศษๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อีลอน มัสก์ เซอร์ไพรส์! เปิดตัว Tesla Robovan รถตู้ไร้คนขับ ดีไซน์ล้ำยุค ไม่มีล้อให้เห็น และสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ถึง 20 คน หรือใช้ขนส่งสินค้าก็ได้ https://thestandard.co/tesla-robovan-unveiled/ Fri, 11 Oct 2024 07:37:33 +0000 https://thestandard.co/?p=994850

อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla สร้างความประหลาดใจให้กับผู้ […]

The post อีลอน มัสก์ เซอร์ไพรส์! เปิดตัว Tesla Robovan รถตู้ไร้คนขับ ดีไซน์ล้ำยุค ไม่มีล้อให้เห็น และสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ถึง 20 คน หรือใช้ขนส่งสินค้าก็ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla สร้างความประหลาดใจให้กับผู้เข้าร่วมงาน We, Robot ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่ไม่คาดคิดมาก่อน นั่นคือ รถตู้โดยสารไร้คนขับ Robovan ซึ่งมาพร้อมดีไซน์ล้ำสมัย รูปทรงเพรียวบางคล้ายหัวรถไฟ ไม่มีล้อให้เห็น และสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ถึง 20 คน หรือใช้ขนส่งสินค้าก็ได้

 

มัสก์กล่าวว่า Robovan คือคำตอบสำหรับการขนส่งในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูง และจะช่วยลดต้นทุนการเดินทางลงเหลือ 5-10 เซนต์ต่อไมล์ ซึ่งเป็นการพลิกโฉมการเดินทางในเมืองใหญ่โดยสิ้นเชิง

 

Robovan ถูกออกแบบมาสำหรับ Tesla Network บริการเรียกรถไร้คนขับของ Tesla รวมถึงลูกค้า Tesla ที่เป็นเจ้าของรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งเป็นไปตามวิสัยทัศน์ของมัสก์ที่ต้องการปฏิวัติวงการขนส่งด้วยรถยนต์ไฟฟ้าไร้คนขับ

 

ก่อนหน้านี้ Tesla เคยพูดถึงรถตู้ในแผนแม่บท ‘Master Plan, Part Deux’ ว่ากำลังพัฒนาระบบขนส่งมวลชนในเมืองที่มีความหนาแน่นสูง และอาจมีการใช้รถบัสไร้คนขับด้วย ซึ่งสอดคล้องกับการเปิดตัว Robovan ในครั้งนี้

 

ในงานประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี มัสก์ได้แสดงภาพรถตู้ที่ถูกคลุมไว้ อย่างไรก็ตาม ด้วยท่าทีที่ไม่ค่อยชอบระบบขนส่งสาธารณะของมัสก์ทำให้หลายคนไม่คิดว่าเขาจะทุ่มทรัพยากรไปกับรถตู้ จนกระทั่งมีการเปิดเผยข้อมูลใน Master Plan Part 3 ที่ระบุถึง ‘รถบัส’ และ ‘รถตู้โดยสาร / ขนส่งสินค้า’ ว่าเป็นโครงการที่อยู่ระหว่างการพิจารณา

 

Robovan ที่มัสก์เปิดตัวในงานเป็นเพียงรถต้นแบบ แต่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ที่ได้ยลโฉม ด้วยดีไซน์ย้อนยุคผสมผสานกับความล้ำสมัย คล้ายรถบัสจากการ์ตูน The Jetsons ผสมกับเครื่องปิ้งขนมปังยุค 1950 มีประตูแบบเลื่อนออกจากตรงกลาง ภายในตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่หรูหรา มีที่นั่งและพื้นที่ยืน พร้อมหน้าต่างแบบทึบแสง และแน่นอนว่าไม่มีพวงมาลัย เพราะเป็นรถยนต์ไร้คนขับ

 

“หนึ่งในสิ่งที่เราต้องการทำ คือการเปลี่ยนโฉมท้องถนน อนาคตควรมีหน้าตาแบบอนาคต” มัสก์กล่าว

 

แม้ว่า Robovan จะดูน่าตื่นเต้น แต่มัสก์ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดสำคัญ เช่น ราคา วิธีการผลิต และวันวางจำหน่าย ซึ่งเป็นเรื่องปกติของ Tesla ที่มักจะเปิดเผยข้อมูลผลิตภัณฑ์ใหม่แบบทีละน้อย เพื่อสร้างกระแสและความอยากรู้อยากเห็น

 

อย่างไรก็ตาม การที่มัสก์นำเสนอ Robovan ในงาน We, Robot ซึ่งเน้นเทคโนโลยีหุ่นยนต์และ AI อาจเป็นการบอกใบ้ว่า Robovan จะเป็นมากกว่าแค่รถตู้โดยสารธรรมดา แต่จะเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ AI ของ Tesla ที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Optimus และระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Full Self-Driving)

 

Tesla ไม่ใช่ผู้เล่นรายเดียวในตลาดรถตู้ไฟฟ้า Volkswagen, Mercedes-Benz, Ram, Ford และ BrightDrop ต่างก็เปิดตัวรถตู้ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ซึ่งทำให้การแข่งขันในตลาดนี้ทวีความรุนแรงขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม Robovan ของ Tesla มีความโดดเด่นที่เทคโนโลยีไร้คนขับ ซึ่งอาจเป็นจุดแข็งสำคัญที่ช่วยให้ Tesla ครองใจลูกค้าในตลาดนี้ได้

 

Tesla ตั้งเป้าที่จะผลิตรถยนต์ 20 ล้านคันต่อปีภายในปี 2030 ซึ่งหมายความว่า Tesla ต้องเพิ่มกำลังการผลิตและยอดขายขึ้นประมาณ 15 เท่าจากปี 2022 แต่มัสก์ยังไม่ได้เปิดเผยแผนการสร้างโรงงานใหม่หรือปรับปรุงโรงงานเดิมเพื่อรองรับการผลิต Cybercab หรือ Robovan

 

ภาพ: Courtesy of Tesla 

อ้างอิง:

The post อีลอน มัสก์ เซอร์ไพรส์! เปิดตัว Tesla Robovan รถตู้ไร้คนขับ ดีไซน์ล้ำยุค ไม่มีล้อให้เห็น และสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ถึง 20 คน หรือใช้ขนส่งสินค้าก็ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนขับแท็กซี่จีนหวั่น ‘อดตายแน่!’ หากรถไร้คนขับครองเมือง หลัง Apollo Go ลุยเพิ่มรถ 1,000 คันในอู่ฮั่น https://thestandard.co/chinese-taxi-drivers-fear-driverless-cars/ Fri, 16 Aug 2024 05:26:52 +0000 https://thestandard.co/?p=971827

เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมาก […]

The post คนขับแท็กซี่จีนหวั่น ‘อดตายแน่!’ หากรถไร้คนขับครองเมือง หลัง Apollo Go ลุยเพิ่มรถ 1,000 คันในอู่ฮั่น appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น หนึ่งในอาชีพแรกๆ ที่กำลังเผชิญภัยคุกคามจากการถูกแทนที่ด้วย AI คือ ‘คนขับแท็กซี่’ โดยเฉพาะในประเทศจีนที่กำลังเร่งพัฒนาและทดสอบรถยนต์ไร้คนขับอย่างจริงจัง ทำให้คนขับแท็กซี่และรถรับจ้างนับล้านคนเริ่มหวั่นใจกับอนาคตที่ไม่แน่นอน

 

Liu Yi คนขับรถรับจ้างวัย 36 ปีจากอู่ฮั่น หนึ่งในคนขับรถรับจ้าง 7 ล้านคนในจีนที่กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ เขาเพิ่งเริ่มขับรถรับจ้างแบบพาร์ตไทม์เมื่อต้นปีนี้ หลังจากงานก่อสร้างซบเซาเพราะวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ล้นตลาด แต่ตอนนี้เขากลับต้องเผชิญกับวิกฤตใหม่ เมื่อเห็นเพื่อนบ้านเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ไร้คนขับ

 

“ทุกคนจะอดตาย” Liu Yi กล่าวถึงสถานการณ์ของคนขับรถในอู่ฮั่นที่ต้องแข่งขันกับรถแท็กซี่ไร้คนขับจาก Apollo Go บริษัทลูกของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Baidu

 

จีนกำลังเร่งเครื่องในการอนุญาตให้ทดสอบรถยนต์ไร้คนขับบนท้องถนน โดยมีอย่างน้อย 19 เมืองที่กำลังทดสอบรถแท็กซี่และรถบัสไร้คนขับ ใน 7 เมืองได้อนุญาตให้ทดสอบโดยไม่ต้องมีคนขับคอยกำกับดูแล ซึ่งดำเนินการโดย 5 บริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมนี้ ได้แก่ Apollo Go, Pony.ai, WeRide, AutoX และ SAIC Motor

 

Apollo Go ได้ประกาศแผนที่จะให้บริการรถแท็กซี่ไร้คนขับ 1,000 คันในอู่ฮั่นภายในสิ้นปีนี้ และขยายไปสู่ 100 เมืองภายในปี 2030 ด้าน Pony.ai ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Toyota Motor กำลังให้บริการรถแท็กซี่ไร้คนขับ 300 คัน และมีแผนเพิ่มอีก 1,000 คันภายในปี 2026

 

รองประธานของ Pony.ai กล่าวว่า “อาจต้องใช้เวลา 5 ปี กว่าที่รถแท็กซี่ไร้คนขับจะสร้างผลกำไรได้อย่างยั่งยืน หลังจากนั้นธุรกิจนี้จะขยายตัวแบบ ‘ทวีคูณ’”

 

เมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกา จีนดูเหมือนจะ ‘เร่งเครื่อง’ ในการพัฒนาและทดสอบรถยนต์ไร้คนขับมากกว่า ซึ่ง Augustin Wegscheider ผู้อำนวยการบริหารของ Boston Consulting Group กล่าวว่า “เราเห็นจีนเร่งความเร็ว มีการออกใบอนุญาตอย่างรวดเร็ว ในขณะที่สหรัฐฯ ค่อนข้างช้ากว่ามาก”

 

การเติบโตอย่างรวดเร็วของรถยนต์ไร้คนขับในจีนก็สร้างความกังวลให้กับคนขับรถรับจ้างจำนวนมาก Wang Guoqiang คนขับรถแท็กซี่วัย 63 ปีในอู่ฮั่น มองว่านี่คือภัยคุกคามต่อแรงงานระดับล่างที่สุด เขากล่าวว่า “การขับรถรับจ้างเป็นงานของคนชั้นล่างที่สุด ถ้าคุณทำลายอุตสาหกรรมนี้ พวกเขาจะเหลืออะไรให้ทำ?”

 

นอกจากผลกระทบต่อคนขับรถแล้ว การเติบโตของรถแท็กซี่ไร้คนขับยังอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น โรงเรียนสอนขับรถยนต์ Eastern Pioneer Driving School ในปักกิ่ง ได้ลดจำนวนผู้สอนลงมากกว่าครึ่งหนึ่งตั้งแต่ปี 2019 เหลือประมาณ 900 คน และหันมาใช้ครูที่ศูนย์ควบคุมในปักกิ่ง เพื่อตรวจสอบนักเรียนจากระยะไกลในรถยนต์ 610 คันที่ติดตั้งเครื่องมือสอนด้วยคอมพิวเตอร์

 

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่าการนำเทคโนโลยีมาทดแทนแรงงานอาจเป็นประโยชน์ต่อจีนในระยะยาว เนื่องจากประชากรที่ลดลง Tang Yao รองศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ประยุกต์จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง กล่าวว่า “ในระยะสั้นต้องมีความสมดุลระหว่างการสร้างงานใหม่และการทำลายงานเก่า เราไม่จำเป็นต้องเร่งความเร็วให้เร็วที่สุด เพราะเราก็อยู่ในแนวหน้าอยู่แล้ว”

 

แม้ว่าเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับจะยังอยู่ในขั้นทดลอง แต่การเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมนี้ในจีนก็สร้างความกังวลให้กับคนขับรถรับจ้างจำนวนมาก พวกเขาหวังว่ารัฐบาลจะเข้ามาช่วยเหลือและสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีกับการรักษาการจ้างงาน ก่อนที่พวกเขาจะถูก AI ‘แย่งงาน’ ไปอย่างถาวร

 

อ้างอิง:

The post คนขับแท็กซี่จีนหวั่น ‘อดตายแน่!’ หากรถไร้คนขับครองเมือง หลัง Apollo Go ลุยเพิ่มรถ 1,000 คันในอู่ฮั่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
อีลอน มัสก์ เชื่อว่า Market Cap ของ Tesla จะพุ่งขึ้นจากระดับปัจจุบันอีกมาก หากบริษัทสามารถพัฒนา ‘ยานยนต์ไร้คนขับ’ ได้สำเร็จ https://thestandard.co/elon-musk-belives-tesla-market-cap-grew-after-autonomous-car/ Sat, 17 Jun 2023 03:22:24 +0000 https://thestandard.co/?p=804759 Tesla

อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีซีอีโอของ Tesla เชื่อว่ามูลค่าตามร […]

The post อีลอน มัสก์ เชื่อว่า Market Cap ของ Tesla จะพุ่งขึ้นจากระดับปัจจุบันอีกมาก หากบริษัทสามารถพัฒนา ‘ยานยนต์ไร้คนขับ’ ได้สำเร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tesla

อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีซีอีโอของ Tesla เชื่อว่ามูลค่าตามราคาตลาดหรือ Market Cap ของ Tesla ยังมีโอกาสโตจากมูลค่าในปัจจุบันที่ 8.27 แสนล้านดอลลาร์ได้อีกมาก หากบริษัทของเขาสามารถพัฒนาเทคโนโลยี ‘ยานยนต์ไร้คนขับ’ หรือ Autonomous Car ขึ้นมาได้สำเร็จ

 

“มูลค่าหุ้น Tesla ในระยะข้างหน้าจะขึ้นอยู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีไร้คนขับของบริษัท ในปีนี้เราผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้เกือบ 2 ล้านคัน แต่นั่นก็คิดเป็นเพียงแค่ 2% ของการผลิตทั่วโลก” มัสก์กล่าวระหว่างเข้าร่วมงานสัมมนา VivaTech Innovation ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

 

ซีอีโอคนดังยังระบุอีกว่า เทคโนโลยี ‘ยานยนต์ไร้คนขับ’ จะมีมูลค่าสูงมากและเป็นตลาดใหม่ที่ยังไม่มีใครเคยก้าวเข้าไป ดังนั้นมูลค่าของบริษัทจึงมีโอกาสเติบโตได้อีกมากหาก Tesla สามารถเข้าไปทำตลาดได้เป็นเจ้าแรก

 

ทั้งนี้ มัสก์เชื่อว่ายานยนต์ไร้คนขับจะเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เข้ามาปฏิวัติโลก พร้อมขายไอเดียว่าในอนาคตเจ้าของยานยนต์ไร้คนขับของ Tesla จะสามารถนำรถของตัวเองมาวิ่งเป็นแท็กซี่ไร้คนขับ หรือ Robotaxi เพื่อสร้างรายได้ในยามที่พวกเขาไม่มีความจำเป็นต้องใช้รถได้อีกด้วย

 

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มัสก์เคยออกมาพูดว่า Tesla ใกล้ที่จะพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวได้สำเร็จแล้ว แต่ ณ ปัจจุบัน รถยนต์ของ Tesla ยังคงมีแค่ฟีเจอร์ช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงเท่านั้น และยังขาดความสามารถในการขับขี่ด้วยตนเองอย่างแท้จริง

 

อ้างอิง:

The post อีลอน มัสก์ เชื่อว่า Market Cap ของ Tesla จะพุ่งขึ้นจากระดับปัจจุบันอีกมาก หากบริษัทสามารถพัฒนา ‘ยานยนต์ไร้คนขับ’ ได้สำเร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Samsung, SK, LG และ Hyundai 4 แชโบลของเกาหลีใต้ ประกาศจับมือเป็นพันธมิตร ร่วมกันพัฒนารถ EV ไร้คนขับแข่งกับแบรนด์ทั่วโลก https://thestandard.co/samsung-sk-lg-hyundai-ev-alliance/ Mon, 12 Jun 2023 10:59:40 +0000 https://thestandard.co/?p=802274 Samsung, SK, LG และ Hyundai 4 แชโบลของเกาหลีใต้ ประกาศจับมือเป็นพันธมิตร ร่วมกันพัฒนารถ EV ไร้คนขับแข่งกับแบรนด์ทั่วโลก

สื่อท้องถิ่นในเกาหลีใต้รายงานข่าวว่า Samsung, SK, LG แล […]

The post Samsung, SK, LG และ Hyundai 4 แชโบลของเกาหลีใต้ ประกาศจับมือเป็นพันธมิตร ร่วมกันพัฒนารถ EV ไร้คนขับแข่งกับแบรนด์ทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Samsung, SK, LG และ Hyundai 4 แชโบลของเกาหลีใต้ ประกาศจับมือเป็นพันธมิตร ร่วมกันพัฒนารถ EV ไร้คนขับแข่งกับแบรนด์ทั่วโลก

สื่อท้องถิ่นในเกาหลีใต้รายงานข่าวว่า Samsung, SK, LG และ Hyundai Motor Group 4 บริษัทยักษ์ใหญ่ทางธุรกิจ (แชโบล) ของประเทศเกาหลีใต้ กำลังร่วมมือกันจัดตั้งพันธมิตร EV เพื่อผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและรถยนต์ไร้คนขับ 

 

ข้อมูลเบื้องต้นจากแหล่งข่าวระบุว่า Hyundai ซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถ EV รายสำคัญของโลก กำลังร่วมมือกับแชโบลอีก 3 ราย เพื่อผลิตยานยนต์แห่งอนาคตออกมาเพื่อแข่งขันในตลาดโลก โดยยานยนต์ดังกล่าวจะใช้เทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์จาก Samsung ใช้แบตเตอรี่ที่พัฒนาโดย SK และแผงหน้าจอ OLED ของ LG

 

“ความร่วมมือกันของบริษัทยักษ์ใหญ่ในครั้งนี้จะช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศของเกาหลีใต้อย่างมีนัยสำคัญ” แหล่งข่าวระบุ

 

แหล่งข่าวระบุอีกว่า ความร่วมมือของกลุ่มแชโบลเกาหลีใต้ในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับให้รถยนต์จากเกาหลีใต้สามารถแข่งขันและเป็นที่ยอมรับในระดับโลกมากขึ้น ขณะเดียวกันก็จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุนครั้งใหญ่ในประเทศจากการสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่ๆ

 

โดยมีการคาดการณ์ว่า Samsung Electronics จะใช้เงินลงทุนหลายพันล้านวอนต่อปี ในการพัฒนาโปรเซสเซอร์แอปพลิเคชันสำหรับรถยนต์และสร้างโรงหล่อ ขณะที่ Samsung Electro-Mechanics อีกหนึ่งบริษัทในเครือ จะโฟกัสไปที่การพัฒนาตัวเก็บประจุเซรามิกหลายชั้นสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูงเช่นกัน

 

ในเวลาเดียวกัน บริษัทในเครือ LG เช่น LG Display, LG Innotek, LG Magna, และ LG Electronics ก็จะเดินหน้าพัฒนาส่วนประกอบอื่นๆ เช่น หน้าจอ กล้อง และระบบปฏิบัติการ โดยมี LG Energy Solution, SK on และ Samsung SDI ดูแลส่วนที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่

 

ปัจจุบันชิ้นส่วนยานยนต์ที่ผลิตโดยบริษัทเกาหลีใต้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก โดยมีแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำหลายเจ้าที่ใช้ชิ้นส่วนจากเกาหลีใต้ เช่น Audi และ Volkswagen ที่ใช้เซมิคอนดักเตอร์ของ Samsung ขณะที่ Mercedes-Benz ก็เลือกใช้จอ OLED ของ LG เป็นต้น

 

แหล่งข่าวระบุว่า การแข่งขันในตลาดโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้ Hyundai Motor Group ต้องเร่งจับมือกับบริษัทขนาดใหญ่อื่นๆ ภายในประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของตัวเองและลดต้นทุน

 

อ้างอิง:

The post Samsung, SK, LG และ Hyundai 4 แชโบลของเกาหลีใต้ ประกาศจับมือเป็นพันธมิตร ร่วมกันพัฒนารถ EV ไร้คนขับแข่งกับแบรนด์ทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
จาก ChatGPT สู่ DriveGPT การเดิมพันครั้งใหม่ของ Elon Musk เมื่อรถยนต์ไร้คนขับในจีนมาแรงกว่าที่คิด และต้องตามให้ทัน AI จีน https://thestandard.co/chatgpt-to-drivegpt-new-bet-elon-musk/ Wed, 26 Apr 2023 08:59:25 +0000 https://thestandard.co/?p=781671 DriveGPT

Tesla กำลังจะพัฒนา DriveGPT เพื่อพลิกกลับมาทำกำไร หลังต […]

The post จาก ChatGPT สู่ DriveGPT การเดิมพันครั้งใหม่ของ Elon Musk เมื่อรถยนต์ไร้คนขับในจีนมาแรงกว่าที่คิด และต้องตามให้ทัน AI จีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
DriveGPT

Tesla กำลังจะพัฒนา DriveGPT เพื่อพลิกกลับมาทำกำไร หลังตลาดรถยนต์ไร้คนขับและเทคโนโลยี AI จีนมาแรงกว่าที่คาด โดยมีการคาดการณ์ว่าอีก 3 ปีข้างหน้าสัดส่วนตลาดจะโต 70% และภายในสิ้นทศวรรษนี้ ตลาดรถยนต์ไร้คนขับจะมีมูลค่าสูงถึง 1 แสนล้านดอลลาร์ นับเป็นการเดิมพันครั้งใหม่ของแผนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของ Elon Musk ขณะที่ผู้เล่นฝั่งจีนในตลาดมีเพียง Haomo.AI สตาร์ทอัพเครือ GWM เท่านั้น ที่นำเอา DriveGPT มาพัฒนาโดยได้แรงบันดาลใจจาก ChatGPT

 

หลังจาก Tesla บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ออกมาเปิดเผยว่า ภายในปีนี้บริษัทมีแผนจะเปิดตัวเทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยตัวเองอย่างเต็มรูปแบบ (Full Self-Drive Technology-FSD) โดย Elon Musk ย้ำว่าธุรกิจนี้จะกลับมาสร้างผลกำไร และช่วยชดเชยแรงกดดันจากการปรับลดราคารถยนต์ลงอย่างรุนแรง ล่าสุด สื่อท้องถิ่นจีนรายงานโดยตั้งข้อสังเกตว่า ขณะนี้ Tesla กำลังพัฒนาเทคโนโลยี DriveGPT  


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


เพราะเป็นจังหวะและห้วงเวลาเดียวกับที่รัฐบาลจีนปลดล็อกกฎระเบียบ และยิ่งไปกว่านั้นอุตสาหกรรมรถยนต์ไร้คนขับในจีนถือว่ากำลังมาแรงเกินคาด

 

Bloomberg รายงานอ้างอิงจากสื่อท้องถิ่นจีน ระบุว่า Tesla เตรียมพร้อมทดสอบเทคโนโลยีไร้คนขับเต็มรูปแบบในจีน ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาจากประวัติบริษัท เกี่ยวกับการเปิดตัวเทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยตัวเองอย่างเต็มรูปแบบ หรือ FSD ในสหรัฐอเมริกา ที่อาจเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงของ Tesla เพราะหากย้อนไปในเดือนพฤษภาคม 2021 Tesla ประกาศว่ากำลังปรับแผนและเรดาร์รถยนต์ใหม่ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ต้องทยอยปิดการใช้งานเพราะรถชนกันมากขึ้น 

 

อีกทั้ง The Washington Post รายงานว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ Tesla ยุติการเปิดตัว FSD ชั่วคราวเพื่อไปทำตลาดที่จีน

 

แม้ว่า Tesla จะได้รับอนุญาตให้ทดสอบ FSD ในประเทศจีน แต่บรรดาผู้เล่นในประเทศก็แข่งขันสูง จากมาตรการสนับสนุนจากพิมพ์เขียวของรัฐบาลปักกิ่ง ซึ่งจะเห็นว่ามีบริษัทต่างๆ เช่น Pony.ai Inc. และ Baidu Inc. ส่งแท็กซี่หุ่นยนต์ทำตลาดไปบ้างแล้ว

 

และยังมีอีกหลายบริษัทซอฟต์แวร์รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI กำลังพัฒนาเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติที่มีความละเอียดขั้นสูง มีห้องขับอัจฉริยะที่เรียกว่า V2X หรือเครือข่ายระหว่างยานพาหนะกับทุกสิ่งที่อาศัยเซ็นเซอร์ กล้อง และอินเทอร์เน็ตเพื่ออำนวยความสะดวกให้คนขับรับรู้ข้อมูลสภาพถนน

 

มากไปกว่านั้น เทคโนโลยี AI ในจีนกำลังเป็นแรงหนุนที่ทำให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แซงหน้าคู่แข่ง โดยมูลค่าตลาดยานยนต์อัจฉริยะคาดว่าจะเติบโตเกือบ 1 แสนล้านดอลลาร์ภายในสิ้นทศวรรษนี้ และในปี 2022 รถยนต์เกือบ 30% มาพร้อมกับฟีเจอร์ช่วยเหลือการขับขี่ในระดับสูง และในอีก 3 ปีข้างหน้าคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 70% 

 

ข้อมูลเหล่านี้ทำให้ตีความได้ว่า Telsa อาจจะกำลังเข้าร่วมรับข้อเสนอเพื่อนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ล้ำหน้าคู่แข่ง เพื่อพัฒนาให้โมเดลนี้กลับมาทำกำไรเช่นเดียวกับบริษัทอื่น

 

อุตสาหกรรมรถยนต์ไร้คนขับของจีนเติบโตไกลกว่าที่คาดการณ์

 

สำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ไร้คนขับของจีนเติบโตไปไกลกว่าที่คาดการณ์ ซึ่งจะเห็นว่าขณะนี้มีทั้ง ByteDance Ltd. เจ้าของ TikTok ร่วมกับ Haomo.AI Zhixing Technology Co. เป็นบริษัทสตาร์ทอัพของ Great Wall Motor ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีน ก่อตั้งศูนย์คอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ สำหรับวางโครงสร้างพื้นฐานระบบ

 

อีกทั้งล่าสุด Haomo.AI เปิดตัว DriveGPT ซึ่งเป็นโมเดลใหม่ที่เพิ่งแจ้งเกิดที่เหมือนกับ ChatGPT โดยเพิ่มการเรียนรู้เสริมพร้อมความคิดเห็นจากมนุษย์ ที่ทำงานร่วมกับข้อมูลเรียลไทม์และการตัดสินใจของผู้ขับขี่เพื่อปรับปรุงระบบให้เกิดความปลอดภัย และช่วยให้ยานพาหนะทำงานในลักษณะที่เหมือนมนุษย์มากขึ้น โดยปีที่แล้วร่างกฎหมายต่างๆ ได้รับการเผยแพร่เพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุนที่รวดเร็วยิ่งขึ้น  

 

อย่างไรก็ตาม ยังมีบริษัทอีกหลายแห่งกำลังแข่งขันด้วยการพัฒนาเวอร์ชันที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น และพัฒนาให้สอดคล้องกับเงื่อนไข กฎระเบียบรัฐบาล อย่างเช่น เซี่ยงไฮ้มีการออกกฎหมายเข้มงวดซึ่งมีผลบังคับใช้ไปแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะที่กรุงปักกิ่ง มีรายชื่อบริษัทที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการทดสอบรถยนต์ไร้คนขับบนท้องถนน พร้อมกับใบอนุญาตสำหรับหุ่นยนต์แท็กซี่ไปบ้างแล้ว

 

ทั้งนี้ ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายกำลังร่วมมือกับบริษัท AI ภายใต้มาตรการด้านความปลอดภัย แต่อาจต้องเผชิญกับข้อแลกเปลี่ยนด้านนวัตกรรมและการกำกับดูแล ตัวอย่างเช่นบริษัทรถยนต์ในสหรัฐอเมริกา ต้องสามารถรับรองด้วยตนเองได้ว่าปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ได้หรือไม่ 

 

ดังนั้น สำหรับ Tesla และผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบอิสระที่มากขึ้น ซึ่งการติดตามเส้นทาง AI ของจีนเป็นเรื่องสำคัญที่ Tesla ต้องตามให้ทัน เพราะบริษัทต่างๆ ในยุโรปต่างก็พึ่งพาบริษัทเทคโนโลยีจากจีน เช่น Thunder Software Technology Co. ป้อนซอฟต์แวร์สำหรับรถยนต์อัจฉริยะ ตามนโยบายจีนที่มุ่งพัฒนา EV แบตเตอรี่เพื่อกำหนดเป็นมาตรฐานสากล

 

รู้จัก DriveGPT ที่ได้แรงบันดาลใจจาก ChatGPT

 

China Daily รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ Gu Weihao CEO ของ Haomo.AI เปิดตัวโมเดล DriveGPT โดย Haomo.AI เป็นสตาร์ทอัพสัญชาติจีนรายแรก และถือเป็นครั้งแรกที่พัฒนาเพื่อการขับขี่อัตโนมัติระดับโลก โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก ChatGPT ที่กำลังเป็นที่นิยม จึงนำเทคโนโลยี RLHF ซึ่งย่อมาจาก Reinforced Learning with Human Feedback เข้าสู่เครื่องกำเนิดสัญญาณที่ฝึกไว้ล่วงหน้า

 

โดย DriveGPT ถือเป็นการทรานส์ฟอร์มเทคโนโลยี ภาคการขับขี่อัตโนมัติรายแรกของโลกที่ใช้ Input เป็นลำดับข้อความหลังจากการรับรู้ และ Output คือลำดับข้อความของฉากอัตโนมัติ ฉากขับเคลื่อนอัตโนมัติที่ได้รับโทเคนเพื่อสร้าง ‘ภาษาการขับขี่’ 

 

Gu Weihao กล่าวเสริมว่า DriveGPT สามารถวิ่งได้อย่างปลอดภัยมากขึ้นและทำงานเหมือนมนุษย์

 

เขาเสริมว่า Wey Mocca DHT-PHEV จะเป็นรถยนต์คันแรกที่ขับเคลื่อนโดย DriveGPT และมีการผลิตเป็นจำนวนมากในไม่ช้า

 

นอกจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแล้ว Haomo.AI ประกาศในงานว่า บริษัทได้กลายเป็นซัพพลายเออร์ของผู้ผลิตรถยนต์ 3 ราย ซึ่งนับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในเชิงพาณิชย์ ที่ก่อนหน้านี้ได้จัดหาผลิตภัณฑ์ช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงให้กับ GWM ไปแล้ว

 

นอกจากนี้ รถยนต์บรรทุก HPilot ซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าของเขาจะจำหน่ายในตะวันออกกลาง แอฟริกาใต้ และออสเตรเลีย หลังจากเข้าสู่ตลาดยุโรปด้วยความช่วยเหลือจาก Amazon และอิสราเอลเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และมีแผนจะผลิต HPilot เวอร์ชันเม็กซิกันและรัสเซียอีกเป็นจำนวนมาก

 

อ้างอิง: 

The post จาก ChatGPT สู่ DriveGPT การเดิมพันครั้งใหม่ของ Elon Musk เมื่อรถยนต์ไร้คนขับในจีนมาแรงกว่าที่คิด และต้องตามให้ทัน AI จีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple หลุดแผนเปิดตัวรถยนต์ไร้คนขับเต็มรูปแบบในปี 2025 ซึ่ง ‘Apple Car’ นี้อาจไม่มีทั้งพวงมาลัยและคันเร่ง https://thestandard.co/apple-leaked-launch-apple-car-plans/ Fri, 19 Nov 2021 11:00:35 +0000 https://thestandard.co/?p=561854 Apple Car

บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าหลายค่ายทั้งของสหรัฐฯ และจีน ได้เปิดตั […]

The post Apple หลุดแผนเปิดตัวรถยนต์ไร้คนขับเต็มรูปแบบในปี 2025 ซึ่ง ‘Apple Car’ นี้อาจไม่มีทั้งพวงมาลัยและคันเร่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple Car

บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าหลายค่ายทั้งของสหรัฐฯ และจีน ได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าออกมาแล้วหลายรุ่น ส่งผลให้ Apple Inc. ต้องดำเนินการเร่งผลักดันพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าของตนและมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีระบบไร้คนขับอย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น เพื่อเอาชนะความท้าทายของระบบไร้คนขับที่ซับซ้อน ซึ่งค่ายรถยนต์ไฟฟ้าอื่นๆ หลายเจ้า กำลังประสบกับความท้าทายนี้เช่นกัน

 

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทีมที่พัฒนาโปรเจกต์ Apple Car ได้มีการพิจารณาถึง 2 ทางเลือกของระบบไร้คนขับ ทางเลือกแรกคือระบบไร้คนขับที่มีขีดจำกัด ซึ่งเน้นไปที่การเลี้ยวควบคุมทิศทางและการเร่งความเร็วแบบอัตโนมัติ ซึ่งคล้ายกับรถยนต์ไฟฟ้าหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน และทางเลือกที่ 2 คือเวอร์ชันที่มีความสามารถในการขับเคลื่อนด้วยตนเองอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งไม่ต้องใช้การควบคุมจากมนุษย์ใดๆ ทั้งสิ้น

 

ภายใต้ความพยายามของผู้นำคนใหม่อย่าง เควิน ลินช์ ซึ่งเป็นผู้บริหารซอฟต์แวร์ของ Apple Watch โดยสำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ลินช์กำลังโฟกัสไปที่ระบบไร้คนขับเต็มรูปแบบ หรือแบบที่ 2 ซึ่งเป็นข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับโปรเจกต์นี้ ที่ร้องขอให้ไม่เปิดเผยตัวตน 

 

หลังจาก Bloomberg รายงานข่าวนี้ ส่งผลให้หุ้นของ Apple เพิ่มขึ้นมากถึง 2.4% เป็น 157.23 ดอลลาร์ต่อหุ้น หรือ 5,124 บาท

 

ซึ่งการที่ลินช์โฟกัสไปที่ระบบไร้คนขับเต็มรูปแบบถือเป็นเรื่องที่มาเหนือคู่แข่งเจ้าอื่นๆ อย่างมาก โดยโปรเจกต์ Apple Car หรือที่เรียกว่า ‘โปรเจกต์ไททัน’ ได้ถูกเปลี่ยนกลยุทธ์ไปมาอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงมีการถอนตัวของผู้นำโปรเจกต์อยู่บ่อยๆ อีกด้วย 

 

โดยในปี 2014 ดั๊ก ฟิลด์ อดีตหัวหน้าโปรเจกต์ ซึ่งหลังจากเป็นผู้นำโปรเจกต์ได้ 3 ปี ก็ถอนตัวจากบริษัทเพื่อเข้าทำงานที่บริษัทรถยนต์ Ford Motor Co. แทน และ Apple ก็ได้เลือกลินช์ขึ้นมาเป็นผู้นำโปรเจกต์ ซึ่งเป็นการเลือกผู้บริหารภายในบริษัทมานำโปรเจกต์ แทนที่จะเลือกผู้ที่มีประสบการณ์ในแวดวงรถยนต์เข้ามา

 

Apple กำลังไล่ตามเทคโนโลยีระบบไร้คนขับของรถยนต์ค่ายอื่นๆ ซึ่งบริษัทรถยนต์ไร้คนขับยักษ์ใหญ่หลายๆ เจ้าต้องใช้เวลากว่าหลายปีในการพัฒนาระบบไร้คนขับออกมา ซึ่งในตอนนี้ระบบไร้คนขับเหล่านั้นยังถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ซับซ้อนและมีความท้าทายอย่างมาก

 

อย่างบริษัท Tesla ที่เป็นผู้นำตลาดในรถยนต์ไฟฟ้า ยังต้องใช้กว่าอีกหลายปีต่อจากนี้กว่าที่จะนำเสนอรถยนต์ไร้คนขับเต็มรูปแบบได้ และรถยนต์ Waymo ของบริษัท Alphabet Inc. ก็ประสบปัญหาในการพยายามพัฒนาเทคโนโลยีนี้เช่นกัน ส่วนบริษัท Uber Technologies Inc. ก็ขายแผนกระบบไร้คนขับของตนไปเมื่อปีที่แล้ว

 

ทั้งนี้ Apple ตั้งเป้ากันภายในบริษัทว่าจะเปิดตัวรถยนต์ไร้คนขับภายใน 4 ปี หรือจะเปิดตัวในปี 2025 นั่นเอง ซึ่งเร็วกว่าไทม์ไลน์ 5-7 ปีที่วิศวกรบางคนวางแผนไว้เมื่อต้นปีนี้ และการบรรลุเป้าหมายเปิดตัวในปี 2025 นั้นขึ้นอยู่กับความสามารถของบริษัทในการพัฒนาระบบไร้คนขับให้เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งเป็นงานที่มีความท้าทายอย่างมากจากการถูกบีบด้วยเวลา ถ้าหาก Apple ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ อาจทำให้การเปิดตัวล่าช้าออกไป หรือ Apple อาจจะวางขายรถยนต์ที่มีเทคโนโลยีต่ำกว่าที่วางแผนไว้ไปก่อนในช่วงแรก

 

ทางด้านโฆษกของ Apple ในแคลิฟอร์เนีย ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้

 

รถในอุดมคติของ Apple ที่ทางบริษัทวาดภาพไว้จะไม่มีพวงมาลัยและแป้นเหยียบต่างๆ รวมถึงการตกแต่งภายในของรถจะได้รับการออกแบบมาให้ขับขี่ได้โดยที่ไม่ต้องใช้มือควบคุมใดๆ ทั้งสิ้น อีกทางเลือกหนึ่งที่มีการระดมความคิดกันภายในบริษัทคือ การตกแต่งภายในที่คล้ายกับรถที่เน้นไลฟ์สไตล์จากบริษัท Canoo Inc. ซึ่งเป็นบริษัทที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดในอุตสาหกรรม EV โดยในรถคันนั้นผู้โดยสารจะนั่งที่ข้างรถและหันหน้าเข้าหากันเหมือนนั่งอยู่ในรถลีมูซีน

 

นอกจากนั้น Apple ยังได้สำรวจเก็บข้อมูล เพื่อนำมาการออกแบบระบบสาระบันเทิงของรถ (Infotainment System) ซึ่งอาจจะออกมาในรูปแบบหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่เหมือน iPad อยู่ตรงกลางรถ เพื่อให้ผู้ใช้ควบคุมและโต้ตอบกับมันได้ตลอดการเดินทาง รถจะถูกรวมเข้ากับบริการและอุปกรณ์ที่มีอยู่ต่างๆ ของ Apple แม้ว่าบริษัทจะออกแบบให้รถไม่มีพวงมาลัยแบบมาตรฐาน แต่ Apple ก็ได้หารือเกี่ยวกับการเตรียมให้รถมีโหมดควบคุมฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัย

 

เมื่อเร็วๆ นี้ Apple ได้บรรลุเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาระบบไร้คนขับของรถยนต์แล้วคือ การพัฒนาส่วนที่สำคัญของโปรเซสเซอร์ที่ใช้ในระบบไร้คนขับได้สำเร็จ ซึ่งจะนำมาใช้ใน Apple Car รุ่นแรกนี้ที่กำลังเร่งพัฒนาอยู่

 

โดยชิปนี้ได้รับการออกแบบโดยทีมวิศวกรรมซิลิคอนของ Apple ซึ่งเป็นทีมที่ออกแบบโปรเซสเซอร์สำหรับ iPhone, iPad และ Mac ซึ่งหน้าที่ของทีมนี้ก็รวมถึงการพัฒนาซอฟต์แวร์พื้นฐานที่ทำงานบนชิป เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขับขี่อัตโนมัติอีกด้วย

 

อีกไม่นานความก้าวหน้าของโปรเจกต์นี้อาจไปสู่ขั้นตอนการทดสอบบนท้องถนน โดย Apple วางแผนที่จะเริ่มใช้โปรเซสเซอร์ใหม่และเซ็นเซอร์ที่ขับเคลื่อนอัตโนมัติในรถยนต์ที่ดัดแปลงขึ้นมาของบริษัท ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีรถเอสยูวียี่ห้อ Lexus จำนวน 69 คันที่ถูกดัดแปลงเพื่อทดลองใช้เทคโนโลยีของตน ตามรายงานของกรมยานยนต์ของรัฐในสหรัฐฯ

 

ชิปในรถยนต์ของ Apple ถือเป็นส่วนประกอบที่ล้ำหน้าที่สุดที่ Apple ได้พัฒนาออกมา ซึ่งประกอบไปด้วยโปรเซสเซอร์ที่สามารถรองรับการประมวลผล AI ที่จำเป็นสำหรับการขับขี่แบบอัตโนมัติ ซึ่งความสามารถของชิปที่ล้ำหน้าอาจนำมาซึ่งความร้อนสูง และ Apple อาจต้องพัฒนาระบบระบายความร้อนที่ล้ำหน้าตามไปด้วย

 

แต่การสร้างรถยนต์จริงๆ ขึ้นมาสำหรับ Apple ที่เป็นผู้อยู่นอกแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์นั้นอาจต้องมีการร่วมมือกับบริษัทและผู้ผลิตในอุตสาหกรรมนี้หลายราย ซึ่ง Apple เองก็ได้เข้าหารือกับพาร์ตเนอร์ในอุตสาหกรรมนี้ไปแล้วรายหลาย 

 

แม้จะมีความคืบหน้าออกมาให้เห็นอยู่เรื่อยๆ ในช่วงนี้ แต่การสร้างรถยนต์ที่ขับเคลื่อนอัตโนมัติให้เสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2025 กลับถูกมองว่าเรื่องที่หนักหนาสาหัสอย่างมากต่อ Apple ซึ่งบางคนในโปรเจกต์ไททันเองยังไม่แน่ใจต่อเป้าหมายเปิดตัวนี้อยู่เช่นกัน

 

Apple มองว่า ความปลอดภัยถือเป็นส่วนสำคัญอย่างมาก โดยบริษัทกำลังมองหาและพัฒนาระบบป้องกันที่ปลอดภัยกว่าของ Tesla และ Waymo ซึ่งจะเห็นได้ว่า Apple กำลังประกาศจ้างวิศวกรเพื่อทดสอบและพัฒนาฟังก์ชันด้านความปลอดภัยอย่างจริงจัง จากหน้าประกาศจ้างงานของ Apple ระบุว่า “งานของคุณคือใช้ความหลงใหลในการค้นหาสิ่งใหม่ๆ ที่คุณมี เพื่อช่วยในการออกแบบระบบความปลอดภัยและทดสอบการตอบโต้ของระบบเหล่านั้น”

 

สิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า Apple Car อาจสามารถเปิดตัวได้ในปี 2025 คือการที่ Apple เร่งเดินหน้าในโครงการนี้ โดยกำลังจ้างวิศวกรเกี่ยวกับระบบขับขี่อัตโนมัติและด้านฮาร์ดแวร์รถยนต์มากขึ้น รวมถึงจ้าง ซีเจ มัวร์ อดีตผู้อำนวยการซอฟต์แวร์ขับขี่อัตโนมัติของบริษัท Tesla ซึ่งเป็นผู้นำตลาดในขณะนี้

 

รวมถึงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา Apple ยังได้ติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสภาพอากาศจาก Volvo Car AB ผู้จัดการจาก Daimler Trucks วิศวกรระบบแบตเตอรี่จาก Karma Automotive LLC และผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ วิศวกรเซ็นเซอร์จาก Cruise LLC ของ General Motors Co. วิศวกรความปลอดภัยยานยนต์จากบริษัทต่างๆ เช่น Joyson Safety Systems และวิศวกรอีกหลายคนจาก Tesla ตามข้อมูลจาก LinkedIn และผู้ที่อยู่ในแวดวงนี้

 

การไปถึงจุดที่จะเปิดตัว Apple Car ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โปรเจกต์รถยนต์ของ Apple ประสบปัญหาด้านการพัฒนา การถอนตัวของผู้นำหลายต่อหลายคน การเลิกจ้าง และความล่าช้ามาตลอด 7 ปีที่ผ่านมา และการเข้ามาของ Tesla ในปี 2018 ทำให้ความตื่นเต้นของผู้คนได้เจือจางลงไปในตอนนี้ 

 

ปัจจุบันลินช์เป็นผู้บริหารคนที่ 5 ที่ดูแลโครงการนี้ที่มีอายุมาแล้วกว่า 7 ปี อัตราการถอนตัวของผู้นำโปรเจกต์นี้สูงมากอย่างน่าตกใจสำหรับบริษัท Apple ยกตัวอย่าง เมื่อเทียบกับโปรเจกต์โลกเสมือนจริง VR & AR ที่มีผู้นำเพียงแค่ 1 คน ไม่เคยเปลี่ยนเลยตั้งแต่เริ่มโครงการมา ซึ่งโปรเจกต์นี้ริเริ่มขึ้นในช่วงเวลาพอๆ กับโปรเจกต์ไททันนี้อีกด้วย

 

อย่างไรก็ตาม ด้วยความสามารถของลินช์ที่พิสูจน์แล้วจากการทำให้ Apple Watch กลายเป็นผลิตภัณฑ์หลักของ Apple ได้ แต่คำถามในตอนนี้คือ ลินช์จะสามารถทำให้ผลิตภัณฑ์ชิ้นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Apple อย่างรถยนต์ ประสบความสำเร็จเหมือน Apple Watch ได้หรือไม่

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post Apple หลุดแผนเปิดตัวรถยนต์ไร้คนขับเต็มรูปแบบในปี 2025 ซึ่ง ‘Apple Car’ นี้อาจไม่มีทั้งพวงมาลัยและคันเร่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมดปัญหาของหาย ส่งช้า ‘FedEx’ และ Nuro เริ่มทดสอบส่งของด้วยรถไร้คนขับแล้ว https://thestandard.co/nuro-delivers-fedex-packages-in-driverless-vehicles/ Wed, 16 Jun 2021 07:01:52 +0000 https://thestandard.co/?p=500890 FedEx

ปัญหาที่ผู้ใช้บริการโลจิสติกส์และเดลิเวอรีหลายๆ รายมักจ […]

The post หมดปัญหาของหาย ส่งช้า ‘FedEx’ และ Nuro เริ่มทดสอบส่งของด้วยรถไร้คนขับแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
FedEx

ปัญหาที่ผู้ใช้บริการโลจิสติกส์และเดลิเวอรีหลายๆ รายมักจะพบกัน ทั้งของหาย ได้ของไม่ครบ สินค้าเดินทางมาถึงปลายทางช้า อาจจะหมดไปในเร็วๆ วันนี้แล้ว เมื่อ FedEx ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับโลก ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์อย่างเป็นทางการกับ Nuro สตาร์ทอัพผู้พัฒนารถไร้คนขับ ในการทดสอบการใช้งานยานยนต์ไร้คนขับรุ่นใหม่ (ต่อจาก R2 bot) มาช่วยออกตระเวนส่งของในย่านฮูสตัน รัฐเท็กซัส แบบจริงจังมากขึ้น

 

ความร่วมมือระหว่างทั้งสองบริษัทนี้จะเกิดขึ้นเป็นระยะเวลาต่อเนื่องนานหลายปี ซึ่งจะแบ่งออกเป็นหลายๆ เฟส (ไม่ได้มีการระบุไทม์ไลน์ที่ชัดเจน แต่ใช้คำว่า ‘Multiyear, Multiphased Strategic Partnership’) ไม่เพียงเท่านั้น ยังเป็นการเปิดประตู Nuro สู่การศึกษาโอกาสการให้บริการในตลาดส่งพัสดุด้วย (Parcel Logistics)

 

และยังช่วยให้ Nuro สามารถนำเทคโนโลยีที่ตัวเองพัฒนาไปทดลองในสนามจริงในสเกลที่ใหญ่ขึ้นได้ หลังจากที่พวกเขาเคยทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ผู้ประกอบการรีเทล ร้านอาหาร และยา อย่าง CVS, Domino’s และ Kroger เป็นต้น

 

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา FedEx ได้ประกาศความร่วมมือกับ Nuro ไปแบบเบื้องต้นในฮูสตัน ก่อนจะขยายความร่วมมือในการนำยานยนต์ส่งของไร้คนขับที่ Nuro พัฒนาขึ้นมา ใช้งานทดสอบให้บริการออกวิ่งส่งสินค้าของพวกเขาแบบจริงจังและเข้มข้นมากขึ้นกว่าเดิมนับจากนี้เป็นต้นไป ซึ่งที่ผ่านมาการที่ FedEx ได้ร่วมงานกับ Nuro ก็เปิดโอกาสให้พวกเขาได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการนำยานยนต์ไร้คนขับมาใช้งานบนท้องถนนร่วมกับมนุษย์จริงๆ

 

รีเบกกา หยัง กล่าวว่า “FedEx สร้างขึ้นบนพื้นฐานนวัตกรรม ทั้งยังเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมและกลยุทธ์ทางธุรกิจของเรา เราตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้ทำงานร่วมกับผู้นำในอุตสาหกรรมอย่าง Nuro ในการสำรวจความเป็นไปได้ในการใช้งานเทคโนโลยีไร้คนขับกับสายงานการดำเนินงานของเรา”

 

แนวคิดของ FedEx ยังเชื่ออีกด้วยว่า นวัตกรรมยานยนต์ไร้คนขับจะเข้ามาเป็นหนึ่งในโซลูชันที่ตอบโจทย์ปัญหางานล้นมือและการบูมของอีคอมเมิร์ซได้แบบพอดิบพอดี ทั้งยังช่วยให้เกิดความปลอดภัย มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ทีมงานของบริษัท FedEx อีกกว่า 570,000 ชีวิตทำงานได้ง่ายกว่าเดิม

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

อ้างอิง:

The post หมดปัญหาของหาย ส่งช้า ‘FedEx’ และ Nuro เริ่มทดสอบส่งของด้วยรถไร้คนขับแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปักกิ่งอนุญาตให้บริการ ‘ยานพาหนะจัดส่งไร้คนขับ’ วิ่งบนถนนเปิดในเมืองเป็นครั้งแรก https://thestandard.co/unmanned-delivery-vehicles-to-hit-beijing-roads/ Wed, 26 May 2021 09:13:18 +0000 https://thestandard.co/?p=493078 ยานพาหนะจัดส่งไร้คนขับ

เมื่อวานนี้ (25 พฤษภาคม) กรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน อน […]

The post ปักกิ่งอนุญาตให้บริการ ‘ยานพาหนะจัดส่งไร้คนขับ’ วิ่งบนถนนเปิดในเมืองเป็นครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยานพาหนะจัดส่งไร้คนขับ

เมื่อวานนี้ (25 พฤษภาคม) กรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน อนุญาตให้บริษัท 3 ราย เริ่มให้บริการยานพาหนะจัดส่งไร้คนขับบนถนนเปิดโล่งที่กำหนดเป็นครั้งแรก

 

JD.com ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซ, Meituan บริษัทผู้ให้บริการออนไลน์ และ Neolix ผู้ผลิตยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ได้รับหมายเลขประจำตัวสำหรับการใช้งานยานพาหนะเหล่านี้ ระหว่างการประชุมเทคโนโลยียานพาหนะเชื่อมต่ออัจฉริยะนานาชาติ ครั้งที่ 8 ในกรุงปักกิ่ง

 

ยานพาหนะจัดส่งไร้คนขับดังกล่าวจะสามารถวิ่งให้บริการบนพื้นที่นำร่องการขับขี่อัตโนมัติระดับสูงของปักกิ่ง ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 60 ตารางกิโลเมตร ณ เขตพัฒนาเศรษฐกิจ-เทคโนโลยีปักกิ่ง หรือ E-Town ในเขตต้าซิง

 

ข่งเล่ย รองผู้อำนวยการ E-Town เผยว่า ผู้ประกอบการยานพาหนะจัดส่งไร้คนขับจะดำเนินธุรกิจขนส่งพัสดุด่วน ธุรกิจจัดส่งอาหาร และธุรกิจค้าปลีกภายในพื้นที่นำร่องดังกล่าว

 

ทั้งนี้ปักกิ่งริเริ่มนโยบายเกี่ยวกับยานพาหนะเชื่อมต่ออัจฉริยะในพื้นที่นำร่องเมื่อเดือนเมษายน โดยอนุญาตให้ยานยนต์ เทคโนโลยี และรูปแบบจำลองใหม่ๆ เข้ามาทดสอบและใช้งานในพื้นที่

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

  • สำนักข่าวซินหัว

The post ปักกิ่งอนุญาตให้บริการ ‘ยานพาหนะจัดส่งไร้คนขับ’ วิ่งบนถนนเปิดในเมืองเป็นครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Volkswagen จะเริ่มทดสอบวิ่งรถตู้ไฟฟ้าไร้คนขับในเยอรมนีฤดูร้อนนี้ ก่อนให้บริการจริงปี 2025 https://thestandard.co/volkswagen-self-driving-electric-vans-test-in-germany/ Thu, 13 May 2021 08:28:50 +0000 https://thestandard.co/?p=488376 Volkswagen

ช่วงนี้บริษัทผู้พัฒนารถยนต์และเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับห […]

The post Volkswagen จะเริ่มทดสอบวิ่งรถตู้ไฟฟ้าไร้คนขับในเยอรมนีฤดูร้อนนี้ ก่อนให้บริการจริงปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Volkswagen

ช่วงนี้บริษัทผู้พัฒนารถยนต์และเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับหลายแห่งกำลังเร่งยกระดับความเข้มข้นในการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติอย่างหนัก เพื่อให้รถยนต์ไร้คนขับออกมาสู่ตลาดได้เร็วขึ้น ปลอดภัย และใช้งานได้จริงโดยไม่สร้างความกังวลใจใดๆ ให้กับผู้ใช้งาน

 

Volkswagen อีกหนึ่งในค่ายผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมันได้ออกมาเปิดเผยเมื่อวันพุธที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นว่า พวกเขากำลังอยู่ในระหว่างการเตรียมการทดสอบนำรถตู้ไฟฟ้าไร้คนขับ ‘ID Buzz’ ที่ได้รับการพัฒนาร่วมกับฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์โดย Argo AI ออกมาวิ่งบนท้องถนนในเยอรมนีในช่วงหน้าร้อนนี้ ก่อนที่จะเตรียมให้บริการส่งของเชิงพาณิชย์ และการเดินทางแบบ Micro-Transit ภายในช่วงปี 2025 ที่จะถึงนี้ หรืออีก 4 ปีข้างหน้า

 

สำหรับ Argo AI เป็นสตาร์ทอัพผู้พัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับที่ได้รับการสนับสนุนเงินทุนในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากทั้ง Ford และ Volkswagen ภายใต้ความร่วมมือของทั้งสองค่ายรถยนต์ชื่อดังที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2019

 

ส่วนรถตู้ Volkswagen โมเดล ID.Buzz คาดว่าเมื่อวิ่งให้บริการจริง จะสามารถให้บริการการขับขี่แบบไร้คนขับได้ในระดับที่ 4 ซึ่งเป็นระดับที่คนขับไม่จำเป็นต้องควบคุมตัวรถ แต่อยู่ในเงื่อนไขที่ว่า รถคันนั้นๆ จะต้องวิ่งให้บริการแบบไร้คนขับเฉพาะในพื้นที่ที่กำหนดเอาไว้เท่านั้น ซึ่งต่างจากระดับ 5 ที่รถไร้คนขับสามารถวิ่งได้อย่างไร้ข้อจำกัดและเงื่อนไขใดๆ ก็ตาม

 

ไบรอัน เซลสกี (Bryan Salesky) ซีอีโอของสตาร์ทอัพ Argo เคยให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เขาจะเร่งการระดมทุนเพิ่มเติมในช่วงหน้าร้อนนี้ และเตรียมจะยื่น IPO ในอนาคต โดยอาจจะใช้วิธีการแบบ SPAC เป็นทางเลือก

 

ส่วนความร่วมมือที่เกิดขึ้นกับ Volkswagen ในครั้งนี้ เขาได้ออกมาแสดงความเห็นว่า “เราสร้างเทคโนโลยีของเราภายใต้ความร่วมมือกับ Volkswagen ซึ่งได้สร้างความแตกต่างจากสิ่งที่คู่แข่งรายอื่นกำลังทำอย่างเป็นรูปธรรม และเราก็คิดว่า มันช่วยทำให้การเดินทางด้วยเทคโนโลยีของเราปลอดภัย อัจฉริยะ และยังยกระดับไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการในการเดินทาง ขับขี่แบบไร้คนขับได้”


พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post Volkswagen จะเริ่มทดสอบวิ่งรถตู้ไฟฟ้าไร้คนขับในเยอรมนีฤดูร้อนนี้ ก่อนให้บริการจริงปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Toyota เร่งเครื่องแซงลุยทางลัด เข้าซื้อแผนกพัฒนายานยนต์ไร้คนขับของ Lyft มูลค่าดีล 17,250 ล้านบาท https://thestandard.co/toyota-lyft-autonomous-vehicle-acquisition-amount-deal/ Tue, 27 Apr 2021 08:14:13 +0000 https://thestandard.co/?p=480728 Toyota

ยังรักษาอัตราเร่งในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ๆ อย่างต […]

The post Toyota เร่งเครื่องแซงลุยทางลัด เข้าซื้อแผนกพัฒนายานยนต์ไร้คนขับของ Lyft มูลค่าดีล 17,250 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Toyota

ยังรักษาอัตราเร่งในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องสำหรับ Toyota หลังจากที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพวกเขาได้ชิงเปิดตัว ‘Toyota bZ4X’ ยานยนต์ไฟฟ้า BEV แบบ 100% พร้อมลุยทางพัฒนาแพลตฟอร์มยานยนต์ไฟฟ้าอย่าง e-TNGA เต็มสูบ ซึ่งคาดว่าเราจะได้เห็นรถยนต์ไฟฟ้าของ Toyota โลดแล่นบนท้องถนนเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน

 

โดยล่าสุด Woven Planet Holdings บริษัทลูกในเครือง Toyota ได้ตัดสินใจเข้าซื้อแผนกพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับของ Lyft ผู้ให้บริการร่วมเดินทาง Ride Hailling จากสหรัฐอเมริกา ด้วยเงินมูลค่า 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 17,250 ล้านบาท ส่งผลให้เป็นหนึ่งในดีลที่ใหญ่ที่สุดของ Woven Planet ที่พวกเขาเคยเข้าซื้อกิจการมาไปโดยปริยาย

 

จำแนกเป็นการแบ่งจ่ายเงินก้อนแรก 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอีก 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะแบ่งจ่ายเป็นรายงวดตลอดช่วง 5 ปีต่อจากนี้

 

สำหรับแผนกพัฒนายานยนต์ขับเคลื่อนแบบอัตโนมัติของ Lyft ที่ Woven Planet เข้าซื้อนั้นสามารถพัฒนาเทคโนโลยีได้ในระดับ 5 แล้ว นั่นหมายความว่าเทคโนโลยีของ Lyft นั้นเป็นเทคโนโลยีระดับที่ยานยนต์นั้นๆ สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพามนุษย์ในการบังคับแต่อย่างใด โดยหลังจากนี้ทีมงานของทั้ง Lyft และนักวิจัยจากสถาบันวิจัย Toyota (TRI) กว่า 1,200 ชีวิต จะทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวออกสู่ท้องตลาดด้วยความปลอดภัย

 

เจมส์ คัฟฟ์เนอร์ ซีอีโอ Woven Planet เผยว่า “การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้จะช่วยให้ภารกิจของบริษัทในการพัฒนายานยนต์ที่ปลอดภัยในสเกลระดับโลกรุดหน้าไปอีกขั้น โดยที่ทีมงาน Woven Planet และทีมวิจัยจาก Toyota ได้ผนึกกำลังร่วมกันเพื่อจัดตั้งศูนย์พัฒนาซอฟต์แวร์และเทคโนโลยี เพื่อความเป็นเลิศใน Toyota Group ไปแล้ว

 

“การได้เทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับระดับ 5 มาครอบครอง พร้อมด้วยทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญของเรา และทรัพยากรเทคโนโลยีจำนวนมากจะช่วยให้เราเร่งสปีดและสร้างผลกระทบที่เกิดขึ้นได้อย่างมหาศาล ไม่เพียงเท่านั้น ดีลที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ยังจะหล่อหลอมคน แหล่งทรัพยากร และโครงสร้างขั้นพื้นฐานทั้งหมดเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้เราทรานส์ฟอร์มโลกใบนี้ที่อาศัยอยู่ผ่านเทคโนโลยีการขับเคลื่อนเดินทางที่ช่วยให้เราปลอดภัยและมีความสุขมากขึ้นในอนาคต”

 

อ้างอิง:

The post Toyota เร่งเครื่องแซงลุยทางลัด เข้าซื้อแผนกพัฒนายานยนต์ไร้คนขับของ Lyft มูลค่าดีล 17,250 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Volvo จะรับหน้าที่เป็นพาร์ตเนอร์จัดหา ‘รถไร้คนขับ’ ให้กับ ‘DiDi’ ผู้ให้บริการเรียกรถในจีน https://thestandard.co/volvo-provide-partner-driverless-vehicle-for-didi/ Tue, 20 Apr 2021 10:38:41 +0000 https://thestandard.co/?p=477846 Volvo จะรับหน้าที่เป็นพาร์ตเนอร์จัดหา ‘รถไร้คนขับ’ ให้กับ ‘DiDi’ ผู้ให้บริการเรียกรถในจีน

Volvo ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ชื่อดังจากสวีเดน เตรียมเข้าร่วมเ […]

The post Volvo จะรับหน้าที่เป็นพาร์ตเนอร์จัดหา ‘รถไร้คนขับ’ ให้กับ ‘DiDi’ ผู้ให้บริการเรียกรถในจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Volvo จะรับหน้าที่เป็นพาร์ตเนอร์จัดหา ‘รถไร้คนขับ’ ให้กับ ‘DiDi’ ผู้ให้บริการเรียกรถในจีน

Volvo ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ชื่อดังจากสวีเดน เตรียมเข้าร่วมเป็นพาร์ตเนอร์ให้กับ DiDi ผู้ให้บริการเรียกรถ E-Hailing ในประเทศจีน โดยที่ Volvo จะรับหน้าที่เป็นผู้จัดหารถยนต์ SUV รุ่น XC90 ที่จะใช้สำหรับการทดสอบบริการฟลีตรถยนต์ไร้คนขับของ DiDi จำนวนกว่าหลายร้อยคัน 

 

การทำงานร่วมกันในครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ DiDi Autonomous Driving แผนกพัฒนานวัตกรรมและบริการรถยนต์ไร้คนขับของ DiDi และ Volvo เพื่อมองหาโอกาสใหม่ๆ ในการพัฒนาบริการรถยนต์ไร้คนขับ เพื่อลดต้นทุนบางส่วนและเพิ่มโอกาสในการหารายได้ให้มากขึ้นแทน หลังจากที่ได้เริ่มทดสอบบริการแท็กซี่ไร้คนขับ Robotaxi มาตั้งแต่ปี 2019 ในนครเซี่ยงไฮ้ ภายหลังได้รับการอนุญาตจากรัฐบาลจีน

 

ตัวรถ XC90 SUV จะกลายเป็นรถยนต์คันแรกจาก Volvo ที่ DiDi นำมาติดตั้งเข้ากับแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ด้านการขับเคลื่อนแบบไร้คนขับ ‘DiDi Gemini’ ซึ่งระบบต่างๆ ของตัวรถยังได้รับการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับป้องกันกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น ระบบ Backup สำหรับพวงมาลัยและเบรก ซึ่งจะพร้อมทำงานในโหมดไร้คนขับก็ต่อเมื่อชิ้นส่วนต่างๆ ของเทคโนโลยีพร้อมเต็มที่

 

อเล็กซานเดอร์ เปตรอฟสกี หัวหน้าแผนกกลยุทธ์ของ Volvo Cars กล่าวในแถลงการณ์ว่า “รถยนต์ที่พวกเราได้ดำเนินการส่งมอบไป (ให้กับ DiDi) จะเพียงพอและเหมาะสมกับการใช้งานโดยไม่ต้องพึ่งพาคนขับต่อเมื่อเซ็นเซอร์และซอฟต์แวร์ต่างๆ ของตัวรถพร้อมโดยสมบูรณ์”

 

แว่วมาว่า Volvo ยังเตรียมจะจำหน่ายรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของพวกเขาที่มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ LIDAR ภายใต้การพัฒนาร่วมกับสตาร์ทอัพสัญชาติอเมริกัน Luminar ให้กับผู้บริโภคและผู้ใช้งานทั่วไปอีกด้วย โดยคาดว่าน่าจะเริ่มเดินสายการผลิตได้ตั้งแต่ช่วงปี 2022 เป็นต้นไป

พิสูจน์อักษร: ชฎานิสภ์ นุ้ยฉิม

อ้างอิง:

The post Volvo จะรับหน้าที่เป็นพาร์ตเนอร์จัดหา ‘รถไร้คนขับ’ ให้กับ ‘DiDi’ ผู้ให้บริการเรียกรถในจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Ford เปิดตัวเทคโนโลยีไร้คนขับ ‘BlueCruise’ ระบุ ผ่านการทดสอบมาแล้ว ลูกค้าไม่ต้องไปลองเอง สื่อนอกโยง กัด Tesla https://thestandard.co/ford-launches-driverless-technology-bluecruise/ Thu, 15 Apr 2021 12:37:45 +0000 https://thestandard.co/?p=476158 ford-launches-driverless-technology-bluecruise

สมรภูมิศึกรถยนต์ในตลาดสหรัฐอเมริกากำลังแข่งขันกันอย่างด […]

The post Ford เปิดตัวเทคโนโลยีไร้คนขับ ‘BlueCruise’ ระบุ ผ่านการทดสอบมาแล้ว ลูกค้าไม่ต้องไปลองเอง สื่อนอกโยง กัด Tesla appeared first on THE STANDARD.

]]>
ford-launches-driverless-technology-bluecruise

สมรภูมิศึกรถยนต์ในตลาดสหรัฐอเมริกากำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดออกรส ไม่ใช่แค่ในแง่ของการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าออกมารับเทรนด์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปเท่านั้น แต่ยังหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ไร้คนขับอีกด้วย โดยล่าสุดเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ (14 เมษายน) Ford ค่ายรถยนต์สัญชาติอเมริกัน ได้เปิดตัว ‘BlueCruise’ ระบบช่วยเสริมประสิทธิภาพด้านรถยนต์ไร้คนขับ

 

BlueCruise เป็นระบบใหม่ที่ Ford ได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยให้ยานยนต์ของพวกเขาสามารถวิ่งบนท้องถนนได้โดยที่เจ้าของรถไม่จำเป็นต้องบังคับพวงมาลัยแต่อย่างใดในรูปแบบ Hands Free (แต่นั่งหน้าพวงมาลัย ควบคุมเมื่ออาจจะมีเหตุฉุกเฉิน) ซึ่งทาง Ford เคลมว่า ระบบของพวกเขาได้ผ่านการทดสอบการวิ่งบนถนนไฮเวย์จริงมากว่าระยะทาง 160,934 กิโลเมตรทั่วทั้งอเมริกาตอนเหนือ

 

เพื่อให้ลูกค้าและคนที่ซื้อรถของ Ford มั่นใจได้ว่าพวกเขาจะได้ใช้งานนวัตกรรมและรถยนต์ที่ปลอดภัยที่สุดเมื่อได้รับการอัปเดตซอฟต์แวร์ BlueCruise เฉพาะรุ่นรถยนต์ที่รองรับภายในช่วงปลายปีนี้ (2021 Ford F-150 และ Mustang Match-E) โดยในแง่ความปลอดภัยนั้น Ford เคลมว่า ตัวรถจะสามารถแทร็กกิ้งหรือสายตาของคนขับที่นั่งบังคับอยู่หลังพวงมาลัยได้แม้จะใส่แว่นกันแดดอยู่ก็ตาม เพื่อคอยเตือนถึงการละสายตาในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

 

แต่ประเด็นไม่ได้อยู่แค่ที่การเปิดตัวนวัตกรรม BlueCruise ออกมาเท่านั้น เพราะสื่ออย่าง CNBC ยังเชื่ออีกด้วยว่า จิม ฟาร์ลีย์ ประธานกรรมการบริหาร Ford Motor จงใจ ‘กัด’ คู่แข่งอย่าง Tesla โดยตรง จากการทวีตข้อความของเขาที่ระบุว่า “นี่คือ BlueCruise! ระบบที่เราได้ทดสอบในโลกจริงๆ ให้กับคุณโดยที่คุณไม่ต้องไปทดสอบมันด้วยตัวเอง”

 

ซึ่งคำพูดดังกล่าวดันไปพ้องกับแนวทางการพัฒนาระบบรถยนต์ไร้คนขับของ อีลอน มัสก์ และ Tesla โดย CNBC ระบุว่า เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2020 ทาง Tesla ได้ปล่อยซอฟต์แวร์ช่วยขับสำหรับคนขับออกมาในเวอร์ชันเบตา แต่ Tesla กลับระบุว่า มันเป็น FSD หรือระบบแบบ Full Self-Driving ช่วยขับอย่างเต็มรูปแบบให้กับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ Tesla ไป และประเด็นนี้ทาง Tesla ก็เคยถูกศาลเยอรมนีสั่งห้ามใช้คำว่า Full Self-Driving ในการโฆษณาสินค้าของบริษัทมาแล้ว เนื่องจากเป็นคำกล่าวอ้างที่ดูเกินกว่าความเป็นจริง

 

อ้างอิง:

The post Ford เปิดตัวเทคโนโลยีไร้คนขับ ‘BlueCruise’ ระบุ ผ่านการทดสอบมาแล้ว ลูกค้าไม่ต้องไปลองเอง สื่อนอกโยง กัด Tesla appeared first on THE STANDARD.

]]>
BlackBerry ขยายความร่วมมือ Baidu พัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้ในรถไร้คนขับ เผยไม่ทราบสาเหตุหุ้นทะยานแรงกว่า 174% https://thestandard.co/blackberry-baidu-develop-driverless-cars-technology/ Tue, 26 Jan 2021 12:23:07 +0000 https://thestandard.co/?p=447644 BlackBerry ขยายความร่วมมือ Baidu พัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้ในรถไร้คนขับ เผยไม่ทราบสาเหตุหุ้นทะยานแรงกว่า 174%

BlackBerry (BB) อดีตค่ายผู้ผลิตสมาร์ทโฟนขวัญใจวัยรุ่นไท […]

The post BlackBerry ขยายความร่วมมือ Baidu พัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้ในรถไร้คนขับ เผยไม่ทราบสาเหตุหุ้นทะยานแรงกว่า 174% appeared first on THE STANDARD.

]]>
BlackBerry ขยายความร่วมมือ Baidu พัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้ในรถไร้คนขับ เผยไม่ทราบสาเหตุหุ้นทะยานแรงกว่า 174%

BlackBerry (BB) อดีตค่ายผู้ผลิตสมาร์ทโฟนขวัญใจวัยรุ่นไทยในช่วงยุคสมัยหนึ่ง ได้ประกาศขยายแผนความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ร่วมกับ Baidu บริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และเสิร์ชเอนจินยอดนิยมจากจีน ในการพัฒนาเทคโนโลยี ‘QNX Neutrino’ ซึ่งจะเป็นระบบปฏิบัติการสำคัญที่ประมวลผลได้แบบเรียลไทม์ และถูกใช้งานคู่กับแอปพลิเคชันแผนที่ความละเอียดสูงของ Baidu เพื่อช่วยพัฒนาประสบการณ์ในการใช้งานรถยนต์ไร้คนขับให้ดีมากยิ่งขึ้น

 

ซึ่งภายใต้ดีลความร่วมมือระหว่าง BlackBerry และ Baidu ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จะส่งผลให้แผนที่ความละเอียดสูงของ Baidu ที่พัฒนาขึ้นบนระบบปฏิบัติการ QNX Neutrino โดย BlackBerry ถูกติดตั้งลงในรถยนต์ไฟฟ้าโมเดล Aion ของบริษัท GAC Group ที่จะวางจำหน่ายในตลาดประเทศจีนอีกด้วย

 

หวังหยุนเผิง (Wang Yunpeng) ผู้อำนวยการอาวุโสแผนกเทคโนโลยีประจำ Baidu Intelligent Driving Group กล่าวว่า หลักๆ แล้วการทำงานร่วมกันระหว่าง BlackBerry และ Baidu จะช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์มีลู่ทางที่ชัดเจน และรวดเร็วมากขึ้นในการพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ ทั้งยังยึดถือมาตรการด้านความปลอดภัยเป็นสำคัญ

 

ก่อนหน้านี้ทั้งสองบริษัทได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์มาตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2018 หรือเมื่อราว 3 ปีที่แล้ว ซึ่งความร่วมมือที่เกิดขึ้นตั้งเป้าที่จะพัฒนาระบบปฏิบัติการ QNX ให้กลายเป็นพื้นฐานของ Apollo แพลตฟอร์มสำหรับการใช้งานขับขี่อัตโนมัติแบบเปิดโดย Baidu ซึ่งทุกวันนี้มีการเปิดเผยว่า ระบบของ BlackBerry ถูกใช้งานสำหรับเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกผู้ขับขี่ขั้นสูง ระบบข้อมูลความบันเทิง และดิจิทัลคลัสเตอร์ในรถยนต์จำนวนไม่ต่ำกว่า 175 ล้านคันแล้ว

 

ส่วนประเด็นที่หุ้น BB ของ BlackBerry ในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ได้ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องมากถึง 174% ตั้งแต่เปิดปี 2021 ที่ผ่านมา จนมีราคาล่าสุดในช่วงปิดตลาดซื้อขายเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาที่ 18.03 ดอลลาร์สหรัฐ (ราคา ณ วันที่ 4 มกราคมคือ 6.58 ดอลลาร์สหรัฐ) หน่วยงานที่กำกับนโยบายด้านการลงทุนในแคนาดา (ประเทศที่ BlackBerry ถือกำเนิด) ได้ติดต่อเข้าไปสอบถามข้อมูลเพื่อหาที่มาที่ไปที่ทำให้หุ้นของ BlackBerry ปร้บตัวขึ้นต่อเนื่อง

 

ก่อนจะได้รับคำตอบจากฝั่ง BlackBerry ว่า พวกเขาเองก็ไม่ทราบถึงเหตุผลที่หุ้นของบริษัททะยานแรงเช่นนี้เหมือนกัน รวมถึงการที่บริษัทเองก็ไม่ได้เปิดเผยแผนการพัฒนาด้านธุรกิจใดๆ ออกมาเลยตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา

 

ทั้งนี้ จากการเปิดเผยของ Reuters พบว่า เอกสารที่ทาง BlackBerry ได้ยื่นให้กับทาง ก.ล.ต. สหรัฐฯ เมื่อพฤหัสบดีที่แล้ว พบข้อมูลที่ระบุว่า บุคลากรระดับผู้บริหารอาวุโสของบริษัทได้เทขายหุ้นออกไปเป็นจำนวนมาก อาทิ มาร์ก วิลสัน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ BlackBerry ที่ขายหุ้นที่ตัวเองถือไปราว 78,500 หุ้น และ สตีฟ ไร ประธานเจ้าหน้าฝ่ายการเงินที่ขายไป 32,954 หุ้นเช่นกัน

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post BlackBerry ขยายความร่วมมือ Baidu พัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้ในรถไร้คนขับ เผยไม่ทราบสาเหตุหุ้นทะยานแรงกว่า 174% appeared first on THE STANDARD.

]]>
Microsoft จับมือ GM ลุยพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ ทุ่มเงิน 2,000 ล้านดอลลาร์ เดินหน้าลงทุน https://thestandard.co/microsoft-work-with-gm-on-autonomous-driving/ Wed, 20 Jan 2021 09:46:24 +0000 https://thestandard.co/?p=445313 Microsoft จับมือ GM ลุยพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ ทุ่มเงิน 2,000 ล้านดอลลาร์ เดินหน้าลงทุน

สถานีโทรทัศน์ CNBC รายงานว่า Microsoft ได้ประกาศเป็นพัน […]

The post Microsoft จับมือ GM ลุยพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ ทุ่มเงิน 2,000 ล้านดอลลาร์ เดินหน้าลงทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Microsoft จับมือ GM ลุยพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ ทุ่มเงิน 2,000 ล้านดอลลาร์ เดินหน้าลงทุน

สถานีโทรทัศน์ CNBC รายงานว่า Microsoft ได้ประกาศเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ระยะยาวกับ General Motor (GM) ค่ายผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของสหรัฐฯ โดย Microsoft จะทุ่มเงิน 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ใน Cruise ซึ่งเป็นหน่วยงานพัฒนารถยนต์ไร้คนขับภายใต้สังกัดของ GM เพื่อทำให้รถยนต์ไร้คนขับเกิดขึ้นได้จริง และสามารถผลิตเพื่อใช้งานในเชิงพาณิชย์ได้มากขึ้น

รายงานระบุว่า ในฐานะพันธมิตร Microsoft จะถือเป็นอีกหนึ่งนักลงทุน นอกเหนือจาก GM, Honda Motor และนักลงทุนสถาบันอื่นๆ ในการสนับสนุน Cruise ซึ่งจะดันให้ Cruise มีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แถลงการณ์ของ Microsoft ที่เผยแพร่ออกมาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กล่าวว่า ทางบริษัทจะเข้ามาสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีไร้คนขับในฐานะของผู้ให้บริการระบบ Cloud รวมถึงจะร่วมมือทำงานอย่างเต็มที่ ในด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ Cloud Computing กระบวนการผลิต และระบบนิเวศ

สัตยา นาเดลลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Microsoft กล่าวว่า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังกำหนดนิยามใหมให้กับทุกแง่มุมของชีวิตและการงานของมนุษย์ โดยรวมถึงการจัดการขนย้ายคนและสิ่งของ ก่อนระบุว่า ทาง Microsoft จะใช้ Azure ในการช่วยปรับขนาด และทำให้การขนส่งอัตโนมัติที่ครอบคลุมถึงเทคโนโลยีไร้คนขับกลายเป็นการคมนาคมกระแสหลัก

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ ส่งผลให้หุ้นในตลาดของ GM ในช่วงก่อนเปิดตลาดซื้อขายขยับปรับขึ้นมากกว่า 7% ขณะที่หุ้นของ Microsoft ขยับขึ้นเล็กน้อยไม่ถึง 1%

ด้าน GM กล่าวว่า จะทำงานรวมกับ Microsoft ในฐานะผู้ให้บริการ Cloud เพื่อเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลของทาง GM ซึ่งรวมถึงระบบการจัดเก็บ ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศักยภาพของ Maching Learning

ขณะที่ แมรี บาร์รา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของทาง GM ยังได้ยกย่อง Microsoft ที่ช่วย GM ด้วยระบบ Cloud Computing ภายใต้แผนการทุ่มงบกว่า 27,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระยะเวลา 5 ปี จนถึงปี 2025 ในการะบบไฟฟ้า และระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ซึ่งรวมถึงรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ 30 รุ่น

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post Microsoft จับมือ GM ลุยพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ ทุ่มเงิน 2,000 ล้านดอลลาร์ เดินหน้าลงทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: Microsoft จับมือ GM’s Cruise ลุยพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ | HIGHLIGHT 20 มกราคม 2564 https://thestandard.co/morning-wealth-20012021-4/ Wed, 20 Jan 2021 05:21:56 +0000 https://thestandard.co/?p=445100 Microsoft จับมือ GM’s Cruise ลุยพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ | HIGHLIGHT

Microsoft ประกาศเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ระยะยาวกับ Gen […]

The post ชมคลิป: Microsoft จับมือ GM’s Cruise ลุยพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ | HIGHLIGHT 20 มกราคม 2564 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Microsoft จับมือ GM’s Cruise ลุยพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ | HIGHLIGHT
  • Microsoft ประกาศเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ระยะยาวกับ General Motor (GM) ค่ายผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของสหรัฐฯ โดย Microsoft จะทุ่มเงิน 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใน Crusie ซึ่งเป็นหน่วยงานพัฒนารถยนต์ไร้คนขับภายใต้สังกัดของ GM เพื่อทำให้รถยนต์ไร้คนขับเกิดขึ้นได้จริง และสามารถผลิตเพื่อใช้งานในเชิงพาณิชย์ได้มากขึ้น
  • Netflix ผู้ให้บริการสตรีมมิงผ่านระบบออนไลน์ เผยรายได้ของบริษัทในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2020 ว่าเพิ่มขึ้นจนเกือบจะเข้าใกล้สถานะที่ Netflix จะมีกระแสเงินสดอิสระ หรือ Free Cash Flow แล้ว และทำให้บริษัทพิจารณาที่จะซื้อหุ้นคืน ขณะที่ในปีนี้ก็คาดหวังว่ารายได้ของบริษัทจะมาถึงจุดคุ้มทุน

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: Microsoft จับมือ GM’s Cruise ลุยพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ | HIGHLIGHT 20 มกราคม 2564 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘แคลิฟอร์เนีย’ ไฟเขียว มอบใบอนุญาต Nuro เป็นผู้ให้บริการเดลิเวอรีเชิงพาณิชย์ไร้คนขับรายแรกของรัฐ https://thestandard.co/california-nuro-first-unmanned-commercial-delivery-service/ Fri, 25 Dec 2020 04:34:04 +0000 https://thestandard.co/?p=435811 ‘แคลิฟอร์เนีย’ ไฟเขียว มอบใบอนุญาต Nuro เป็นผู้ให้บริการเดลิเวอรีเชิงพาณิชย์ไร้คนขับรายแรกของรัฐ

นี่คือหนึ่งในสัญญาณความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอุตสาหกร […]

The post ‘แคลิฟอร์เนีย’ ไฟเขียว มอบใบอนุญาต Nuro เป็นผู้ให้บริการเดลิเวอรีเชิงพาณิชย์ไร้คนขับรายแรกของรัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘แคลิฟอร์เนีย’ ไฟเขียว มอบใบอนุญาต Nuro เป็นผู้ให้บริการเดลิเวอรีเชิงพาณิชย์ไร้คนขับรายแรกของรัฐ

นี่คือหนึ่งในสัญญาณความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและบริการโลจิสติกส์ที่ชัดเจนที่สุด เมื่อรัฐแคลิฟอร์เนียได้ประกาศให้ Nuro สตาร์ทอัพผู้พัฒนายานยนต์ไร้คนขับเชิงพาณิชย์ ได้รับใบอนุญาตในการนำรถยนต์ไร้คนขับของพวกเขามาให้บริการวิ่งส่งสินค้าหรืออาหาร ฯลฯ ตามท้องถนนจริงๆ เป็นรายแรกร่วมกับรถยนต์และมนุษย์ได้เป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ

 

ใบอนุญาตที่ทาง Nuro ได้รับจากรัฐแคลิฟอร์เนียในครั้งนี้จะส่งผลให้ Nuro สามารถให้บริการเดลิเวอรีเชิงพาณิชย์และวิ่งบนท้องถนนในแคลิฟอร์เนียได้จริง ซึ่งจากการเปิดเผยของ เดวิด เอสตราดา (David Estrada) หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านกฎหมายและนโยบายประจำบริษัท พบว่า Nuro จะเริ่มต้นนำรถวิ่งให้บริการในพื้นที่แถบซานมาเตโอและซานตาคลาราที่อยู่ใกล้ๆ กับออฟฟิศของบริษัทในแถวเบย์แอเรียร่วมกับพาร์ตเนอร์ในช่วงต้นปีหน้า

 

อย่างไรก็ดี ที่น่าเสียดายคือเราคงจะต้องอดใจรอที่จะได้ยลโฉมเจ้า R2 รถยนต์ไร้คนขับขนาดกะทัดรัดที่ทาง Nuro พัฒนาขึ้นมาต่อไปอีกสักระยะ เนื่องจากการทดสอบให้บริการในช่วงแรก Nuro จะใช้รถยนต์โมเดลพรีอุสจากค่าย Toyota ที่ถูกพัฒนาและปรับแต่งโดยพื้นฐานเดียวกันกับ R2 ให้สามารถวิ่งได้ในโหมดไร้คนขับอย่างเต็มรูปแบบมาเริ่มต้นให้บริการก่อน

 

เอสตราดากล่าวในแถลงการณ์ของ Nuro ว่า “เดลิเวอรีแบบไร้คนขับ (Driverless Delivery) จะกลายเป็นหนึ่งในผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นกับแคลิฟอร์เนียในช่วงปี 2021 ที่จะถึงนี้ บริการอย่าง Nuro จะช่วยลดการสัมผัสของคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี คุณย่าคุณยาย สมาชิกในครอบครัวจะสามารถเลือกซื้อสินค้า อาหารที่พวกเขาต้องการได้โดยไม่จำเป็นจะต้องออกจากบ้าน และเช่นเดียวกัน หนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ก็ยังจะได้รับโอกาสในการเริ่มต้นงานใหม่ๆ กับเราอีกด้วย 

 

“เราตื่นเต้นที่จะได้เห็นการงอกเงยของประโยชน์เหล่านี้ที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตประจำวันของผู้คนและชุมชน และในสถานที่ที่เราเรียกว่า ‘บ้าน’”

 

ด้าน สตีฟ กอร์ดอน ผู้อำนวยการแผนกงานด้านยานยนต์ประจำรัฐแคลิฟอร์เนีย ก็ให้ความเห็นเช่นกันว่า การออกใบอนุญาตให้กับ Nuro ในครั้งนี้ถือเป็นหลักไมล์ที่สำคัญในการก้าวเข้าสู่สังคมรถยนต์ไร้คนขับของแคลิฟอร์เนีย แต่ถึงอย่างนั้นก็ดี กอร์ดอนในฐานะตัวแทนของหน่วยงานรัฐก็ให้สัญญาว่าเขาและทีมงานจะยังคงเฝ้าดูการให้บริการของ Nuro ต่อไป โดยเฉพาะประเด็นการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย

 

สำหรับ Nuro ถือเป็นสตาร์ทอัพที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในอุตสาหกรรมการเดินทางและแวดวงการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับ โดยพวกเขาได้ก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2016 จากอดีตวิศวกรของ Google ทั้ง 2 ราย ภายใต้ทุนสนับสนุนจาก SoftBank

 

โดยตลอดระยะเวลาการทดสอบที่ผ่านมา Nuro ได้ร่วมงานกับพาร์ตเนอร์ชื่อดังในแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อนำยานยนต์ไร้คนขับของพวกเขาไปทดสอบการให้บริการตามสถานที่ต่างๆ เช่น ทดสอบส่งพิซซ่าร่วมกับ Domino ในช่วงกลางปีที่แล้ว, ทดสอบส่งสินค้าอุปโภค-บริโภค ร่วมกับเชนค้าปลีกชื่อดังอย่าง Walmart และ Kroger และทดสอบส่งสินค้ากลุ่มยาร่วมกับ CVS เป็นต้น

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

อ้างอิง:

The post ‘แคลิฟอร์เนีย’ ไฟเขียว มอบใบอนุญาต Nuro เป็นผู้ให้บริการเดลิเวอรีเชิงพาณิชย์ไร้คนขับรายแรกของรัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Morning Brief ( 24 ธ.ค. 2563) https://thestandard.co/morning-brief-24-12-2020/ Thu, 24 Dec 2020 01:35:33 +0000 https://thestandard.co/?p=435304 Morning Brief ( 24 ธ.ค. 2563)

  Apple วางแผนผลิตรถยนต์ไร้คนขับในปี 2024  บร […]

The post Morning Brief ( 24 ธ.ค. 2563) appeared first on THE STANDARD.

]]>
Morning Brief ( 24 ธ.ค. 2563)

Morning Brief ( 24 ธ.ค. 2563)

 

Apple วางแผนผลิตรถยนต์ไร้คนขับในปี 2024 

บริษัทเทคโนโลยีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก วางแผนที่จะเริ่มผลิตรถยนต์ EV แบบไร้คนขับในปี 2024 โดยรถยนต์ EV ของ Apple น่าจะมีการบรรจุแบตเตอรีที่พัฒนาโดย Apple เอง และคาดว่าจะมีประสิทธิภาพที่สูงกว่าแบตเตอรีที่ใช้อยู่กันในตอนนี้ รวมถึงมีราคาที่ลดลงอย่างมากด้วย โดยประเด็นเรื่องแบตเตอรีเป็นประเด็นที่ต้องติดตามว่า Apple จะทำได้จริงอย่างที่ลือกันหรือไม่ แต่เท่าที่ผ่านมา Apple สามารถทำได้จริงตามที่ผู้ใช้คาดหวัง

 

Goldman Sachs หันมาจับตลาด Mass 

วาณิชธนกิจชื่อดังที่ให้บริการสำหรับลูกค้าระดับ High Net Worth อย่างน้อย 25 ล้านดอลลาร์ ได้เริ่มมีการทดสอบภายในสำหรับแอปพลิเคชันลงทุนอัตโนมัติที่ชื่อว่า Marcus Invest ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2021 โดยผู้ใช้บริการจะเสียค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการปีละ 0.15% ลูกค้าสามารถลงทุนใน ETF ที่ทางบริษัทเป็นผู้จัดตั้ง รวมถึงได้ใช้บริการ Asset Allocation ที่ออกแบบโดยทีมการลงทุนสำหรับกองทุนส่วนบุคคลของบริษัท โดยลูกค้าสามารถเริ่มใช้บริการได้ด้วยเงินเพียง 1,000 ดอลลาร์เท่านั้น

 

‘เกาหลีใต้’ เร่งสร้างเสถียรภาพตลาดที่อยู่อาศัย หวังสกัดการปั่นราคา

ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ KOSPI เพิ่มขึ้น 26.14 จุด หรือ 0.96% หลังจากที่ปรับตัวลดลงแรงถึง -1.6% ในวันก่อนหน้า ปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น มาจาก 

  1. นักลงทุนคลายความกังวลในเรื่องโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ลงไปมาก 
  2. ตัวเลขผู้ติดเชื้อในเกาหลีใต้ทรงตัวในระดับต่ำกว่า 1,000 รายต่อวันเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน 
  3. หุ้นในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ขนาดใหญ่ที่สุด 2 หลักทรัพย์ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีทั้งคู่ รวมถึงหุ้นในกลุ่มยานยนต์ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีเช่นกัน ส่วนหุ้นในกลุ่มน้ำมัน ธนาคาร และเฮลท์แคร์ ปรับตัวลดลงกันเป็นส่วนใหญ่ 
  4. นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิอีกครั้ง หลังจากที่ขายสุทธิต่อเนื่องที่ 75 ล้านดอลลาร์

    ด้านความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ฮงนัมกิ รมต.คลังของเกาหลีใต้เผยว่า ทางรัฐบาลจะจัดเตรียมที่พักอาศัยจำนวน 460,000 ยูนิตในปี 2021 สำหรับประชาชน และจะจับตาอย่างแข็งขันต่อการปั่นราคาที่พักอาศัย

    โดยกล่าวว่า “หากแผนที่วางไว้ถูกดำเนินการโดยไม่มีปัญหาใดๆ เราคาดหวังว่าแผนดังกล่าวจะช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดที่อยู่อาศัย เราพร้อมที่จะจัดหาบ้านใหม่มากกว่าจำนวนเฉลี่ยในช่วงที่ผ่านมา” โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จำนวนที่พักอาศัยใหม่เข้าสู่ตลาดปีละ 457,000 ยูนิต โดยจำนวน 460,000 ยูนิตจะแบ่งเป็น กรุงโซล 83,000 ยูนิต และ 278,000 ยูนิตในจังหวัดใกล้เคียง ที่เหลือจะกระจายไปในจังหวัดต่าง ๆ

 

ตลาดหุ้นยุโรปปรับเพิ่มขึ้น หลังนักลงทุนคลายกังวลโควิด-19 กลายพันธุ์
ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นวันที่สองติดต่อกัน ดัชนีตลาดหุ้นของประเทศเศรษฐกิจสำคัญในยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้นกันได้แทบทั้งหมด โดยเฉพาะดัชนีของตลาดหุ้นเยอรมนีและฝรั่งเศส ปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้นได้มาจาก 

  1. นักลงทุนมีความกังวลต่อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ลดลง หลังผู้เชี่ยวชาญออกมาให้ความเชื่อมั่น 
  2. ตลาดมีความคาดหวังในเชิงบวกต่อข้อตกลงทางการค้า หลัง Brexit เชื่อว่าคู่เจรจาอย่างอังกฤษและสหภาพยุโรปใกล้จะบรรลุข้อตกลงได้แล้ว ค่าเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นมาที่ระดับ 1.35 ดอลลาร์ต่อปอนด์

 

ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น จากเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง

ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นมาที่ 1,872 เหรียญ +0.65% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง หลังเกิดความไม่ชัดเจนในเรื่องงบกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการคลังรอบใหม่ ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า US Dollar Index ปิดที่ 90.34 จุด -0.35%

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post Morning Brief ( 24 ธ.ค. 2563) appeared first on THE STANDARD.

]]>
ช้อปปิ้งไม่ง้อคนส่ง Walmart ขยายพื้นที่ทดสอบบริการส่งสินค้าด้วยรถยนต์ไร้คนขับเพิ่มแล้ว https://thestandard.co/walmart-and-gatik-go-driverless-in-arkansas-and-expand-self-driving-car-pilot-to-a-second-location/ Wed, 16 Dec 2020 10:07:01 +0000 https://thestandard.co/?p=432214 Walmart

Walmart ร้านค้าปลีกชื่อดังจากสหรัฐฯ ได้ประกาศขยายความร่ […]

The post ช้อปปิ้งไม่ง้อคนส่ง Walmart ขยายพื้นที่ทดสอบบริการส่งสินค้าด้วยรถยนต์ไร้คนขับเพิ่มแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Walmart

Walmart ร้านค้าปลีกชื่อดังจากสหรัฐฯ ได้ประกาศขยายความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ผู้พัฒนารถบรรทุกไร้คนขับอย่าง Gatik ที่มาพร้อมกับตู้ควบคุมอุณหภูมิห้องเก็บสินค้า ในการทดสอบให้บริการส่งสินค้าด้วยยานยนต์ไร้คนขับในย่านอื่นๆ ของสหรัฐอเมริกาเพิ่มแล้ว หลังจากประสบความสำเร็จในการทดสอบให้บริการส่งสินค้าด้วยรถยนต์ไร้คนขับให้กับลูกค้าที่อาศัยอยู่ในย่านเบนตันวิลล์ รัฐอาร์คันซอ เป็นระยะทางกว่า 112,600 กิโลเมตร เป็นที่เรียบร้อย

 

การขยายพื้นที่การทดสอบของ Walmart ในครั้งนี้ จะครอบคลุมพื้นที่อื่นๆ ในอาร์คันซอ รวมถึงเส้นทางระหว่างเมืองนิวออร์ลีนส์และเมเทรี ในรัฐลุยเซียนา ระยะทาง 32 กิโลเมตร ซึ่งพวกเขาจะทำงานร่วมกับ Gatik อย่างใกล้ชิด 

 

ก่อนจะนำข้อมูลที่ได้จากการทดสอบให้บริการมาประมวลผลในลำดับต่อไป เพื่อพัฒนาประสบการณ์การให้บริการส่งสินค้าด้วยยานยนต์ไร้คนขับให้ดีขึ้นในอนาคต

 

ก่อนหน้านี้ในปี 2019 ที่ผ่านมา Walmart และ Gatik ได้เริ่มดำเนินการทดสอบให้บริการส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกไร้คนขับกับลูกค้าบางส่วนที่สั่งซื้อสินค้าจากพวกเขา โดยวิ่งไปกลับในเส้นทางระหว่างดาร์กสโตร์ (สโตร์แบบปิดที่ไม่ได้เปิดให้ลูกค้าทั่วไปเข้าใช้บริการได้) และปลายทางในระยะทางไม่เกิน 3 กิโลเมตร พร้อมคนขับที่คอยนั่งอยู่หลังพวงมาลัยเพื่อควบคุมกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

 

Walmart ถือเป็นอีกหนึ่งในเชนค้าปลีกที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ และบริการส่งสินค้าไร้คนขับเป็นอย่างมาก โดยก่อนหน้านี้พวกเขาเพิ่งประกาศความร่วมมือกับ Ford และ Udelv ในการทดสอบบริการส่งสินค้าไร้คนขับ และเมื่อไม่นานมานี้พวกเขาก็เพิ่งประกาศความร่วมมือกับ GM ในการพัฒนาบริการในรูปแบบเดียวกันในสกอตส์เดล รัฐแอริโซนา เช่นกัน

 

สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ฉายภาพให้เห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่า เรากำลังจะเขยิบเข้าใกล้การใช้ชีวิตในโลกยานยนต์ไร้คนขับมากขึ้นไปทุกขณะแล้ว

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

 

The post ช้อปปิ้งไม่ง้อคนส่ง Walmart ขยายพื้นที่ทดสอบบริการส่งสินค้าด้วยรถยนต์ไร้คนขับเพิ่มแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>